<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" href="/global/feed/rss.xslt" ?>
<rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:googleplay="http://www.google.com/schemas/play-podcasts/1.0" xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:podaccess="https://access.acast.com/schema/1.0/" xmlns:acast="https://schema.acast.com/1.0/">
    <channel>
		<ttl>60</ttl>
		<generator>acast.com</generator>
		<title>3 ใต้ร่มโพธิบท</title>
		<link>https://panya.org</link>
		<atom:link href="https://feeds.acast.com/public/shows/63760a658c890a00102a0b39" rel="self" type="application/rss+xml"/>
		<language>th</language>
		<copyright>2024 panya.org</copyright>
		<itunes:keywords/>
		<itunes:author>ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana</itunes:author>
		<itunes:subtitle/>
		<itunes:summary><![CDATA[เรียนรู้หัวข้อธรรมะ ที่เป็นแผนที่แม่บท เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้วยสูตร 15+45 คือนั่งสมาธิ 15 นาที แล้วตามด้วยการอธิบายหัวข้อธรรมะ 45 นาที เพื่อให้ตกผลึกความคิดเป็นสัมมาทิฏฐิ มีปัญญาเดินทางแผนที่คำสอนได้. New Episode ทุกวันพุธ เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		<description><![CDATA[เรียนรู้หัวข้อธรรมะ ที่เป็นแผนที่แม่บท เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้วยสูตร 15+45 คือนั่งสมาธิ 15 นาที แล้วตามด้วยการอธิบายหัวข้อธรรมะ 45 นาที เพื่อให้ตกผลึกความคิดเป็นสัมมาทิฏฐิ มีปัญญาเดินทางแผนที่คำสอนได้. New Episode ทุกวันพุธ เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
		<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
		<itunes:owner>
			<itunes:name>webmaster</itunes:name>
			<itunes:email>info+63760a658c890a00102a0b39@mg-eu.acast.com</itunes:email>
		</itunes:owner>
		<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
		<acast:showUrl>3d</acast:showUrl>
		<acast:signature key="EXAMPLE" algorithm="aes-256-cbc"><![CDATA[wbG1Z7+6h9QOi+CR1Dv0uQ==]]></acast:signature>
		<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmTHg2/BXqPr07kkpFZ5JfhvEZqggcpunI6E1w81XpUaBscFc3skEQ0jWG4GCmQYJ66w6pH6P/aGd3DnpJN6h/CD4icd8kZVl4HZn12KicA2k]]></acast:settings>
        <acast:network id="637503c280c859001151a312" slug="paiboon-b-2"><![CDATA[Paiboon B 2]]></acast:network>
		<acast:importedFeed>https://feeds.sounder.fm/16778/rss.xml</acast:importedFeed>
		<itunes:type>episodic</itunes:type>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<image>
				<url>https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg</url>
				<link>https://panya.org</link>
				<title>3 ใต้ร่มโพธิบท</title>
			</image>
			<itunes:new-feed-url>https://feeds.acast.com/public/shows/63760a658c890a00102a0b39</itunes:new-feed-url>
		<item>
			<title>อธิฐานธรรม 4 ประการ [6914-3d]</title>
			<itunes:title>อธิฐานธรรม 4 ประการ [6914-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/69cbdb2703f0e158305f294b/media.mp3" length="28012405" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69cbdb2703f0e158305f294b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/69cbdb2703f0e158305f294b</link>
			<acast:episodeId>69cbdb2703f0e158305f294b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbetZAE7Ecu8Aenhn0jCznRy03d1m1hpHMGK2j4YIvCrcaP2cuw/PgB+hGPkhFWUG5atSrnSv9UmGwY/kbE2Dad]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อธิษฐานธรรม 4 ไม่ใช่การอ้อนวอนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่คือการสร้างฐานใจที่มั่นคงเพื่อบรรลุเป้าหมายด้วยวิธีที่ถูกต้อง ประกอบด้วย</p><p>1.&nbsp;ปัญญา: ไม่ละเลยการใช้เหตุผลเพื่อเข้าถึงความจริง</p><p>2.&nbsp;&nbsp;สัจจะ: จริงใจ พูดจริง ทำจริง และรักษาสัจจะ</p><p>3.&nbsp;&nbsp;จาคะ: สละกิเลสและนิสัยที่ผิดพลาด</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;อุปสมะ: ฝึกใจให้สงบระงับจากความวุ่นวาย</p><p>นี่คือหลักการประดิษฐานความมั่นคงไว้ในใจ หากคุณเปลี่ยนจากการ "บนบาน" มาเป็นการใช้ "พลังใจ" ตามหลัก<strong>อธิฐานธรรม</strong>นี้ ความสำเร็จที่ยั่งยืนย่อมอยู่ไม่ไกล</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อธิษฐานธรรม 4 ไม่ใช่การอ้อนวอนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่คือการสร้างฐานใจที่มั่นคงเพื่อบรรลุเป้าหมายด้วยวิธีที่ถูกต้อง ประกอบด้วย</p><p>1.&nbsp;ปัญญา: ไม่ละเลยการใช้เหตุผลเพื่อเข้าถึงความจริง</p><p>2.&nbsp;&nbsp;สัจจะ: จริงใจ พูดจริง ทำจริง และรักษาสัจจะ</p><p>3.&nbsp;&nbsp;จาคะ: สละกิเลสและนิสัยที่ผิดพลาด</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;อุปสมะ: ฝึกใจให้สงบระงับจากความวุ่นวาย</p><p>นี่คือหลักการประดิษฐานความมั่นคงไว้ในใจ หากคุณเปลี่ยนจากการ "บนบาน" มาเป็นการใช้ "พลังใจ" ตามหลัก<strong>อธิฐานธรรม</strong>นี้ ความสำเร็จที่ยั่งยืนย่อมอยู่ไม่ไกล</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฐานะที่พึงพิจารณาด้วยกำลังของบัณฑิต [6913-3d]</title>
			<itunes:title>ฐานะที่พึงพิจารณาด้วยกำลังของบัณฑิต [6913-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/69c27fd9d832f1da93121d1b/media.mp3" length="28529403" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69c27fd9d832f1da93121d1b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/69c27fd9d832f1da93121d1b</link>
			<acast:episodeId>69c27fd9d832f1da93121d1b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaR1cM9bAwUfuOdMAA3sfhxnh6Pc8DwkPzf0d7vihl8t7NOpx8/BY7wWtdT6XfSy8d5qQZPMxc5/fpRZfIY8oGI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เมื่อต้องพบเจอสิ่งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ คนพาลย่อมไม่รู้ชัดซึ่งประโยชน์ แต่บัณฑิตจะสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์หรือมีโทษ แล้วกระทำในสิ่งที่ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์นั้น</p><p>ได้กล่าวถึง<strong>ฐานสูตร</strong>ต่างๆ กล่าวคือ</p><p><strong>ฐานะแห่งความเสื่อมและความเจริญ</strong>&nbsp;4 ประการ คือ ทำสิ่งที่ไม่น่าพอใจและน่าพอใจเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อโทษหรือประโยชน์</p><p><strong>บุคคลมีศรัทธาเลื่อมใส&nbsp;</strong>โดยฐานะ 3 ประการ คือ เป็นผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราศจากความตระหนี่</p><p><strong>ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้</strong>&nbsp;5 ประการ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่, ความเจ็บ, ความตาย, ความสิ้นไป, ความฉิบหายเป็นธรรมดา ว่าอย่าแก่…ฯ&nbsp;เป็นฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้</p><p><strong>ฐานะที่ควรพิจารณาเนืองๆ&nbsp;</strong>5 ประการ คือ พิจารณาเนื่องๆว่า เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากจากของรัก เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้ เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใดไว้ ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เมื่อต้องพบเจอสิ่งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ คนพาลย่อมไม่รู้ชัดซึ่งประโยชน์ แต่บัณฑิตจะสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์หรือมีโทษ แล้วกระทำในสิ่งที่ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์นั้น</p><p>ได้กล่าวถึง<strong>ฐานสูตร</strong>ต่างๆ กล่าวคือ</p><p><strong>ฐานะแห่งความเสื่อมและความเจริญ</strong>&nbsp;4 ประการ คือ ทำสิ่งที่ไม่น่าพอใจและน่าพอใจเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อโทษหรือประโยชน์</p><p><strong>บุคคลมีศรัทธาเลื่อมใส&nbsp;</strong>โดยฐานะ 3 ประการ คือ เป็นผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราศจากความตระหนี่</p><p><strong>ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้</strong>&nbsp;5 ประการ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่, ความเจ็บ, ความตาย, ความสิ้นไป, ความฉิบหายเป็นธรรมดา ว่าอย่าแก่…ฯ&nbsp;เป็นฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้</p><p><strong>ฐานะที่ควรพิจารณาเนืองๆ&nbsp;</strong>5 ประการ คือ พิจารณาเนื่องๆว่า เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากจากของรัก เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้ เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใดไว้ ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทิฎฐิ 62  ตอนที่ 2 [6912-3d]</title>
			<itunes:title>ทิฎฐิ 62  ตอนที่ 2 [6912-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/69b94e813307ae8eb1438540/media.mp3" length="27667947" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69b94e813307ae8eb1438540</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/69b94e813307ae8eb1438540</link>
			<acast:episodeId>69b94e813307ae8eb1438540</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYXT9FOiSW0PnpgUTOUsPT7mHYuKALpU4vCWCYCjscKrfSiNiusjuTTgwAEHG/igYWyoNPhdxU4cm1w2b9iqaFc]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ทิฏฐิ 62 คือมิจฉาทิฏฐิที่เกิดจากความหลงผิดในขันธ์ 5 โดยมี "ผัสสะ" เป็นเหตุปัจจัย สามารถจัดกลุ่มตามลักษณะจิตได้ 6 รูปแบบ ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ผู้ที่ชอบคาดเดา คาดคะเน คิดไปเองโดยไม่ทดลอง เชื่อว่าโลกเที่ยง หรือกายไม่เที่ยงแต่จิตเที่ยง</p><p>2.&nbsp;ผู้มีสมาธิและปัญญาโลกียะ รูปแบบการไปยึดถือคือว่าหลังตายมีสัญญา ไม่มีสัญญา หรือเชื่อว่าตายแล้วสูญ</p><p>3.&nbsp;ผู้ที่มีสมาธิคือได้เฉพาะเจโตสมาธิ รูปแบบการไปยึดถือคือเห็นว่าโลกมีที่สุดหรือไม่มีที่สุด ยึดติดในกามหรือฌานเป็นนิพพาน</p><p>4.&nbsp;ผู้มุ่งเน้นกาม: จิตผูกพันอยู่กับกามทางโลก</p><p>5.&nbsp;ผู้ที่มีความกลัวต่อภัย คือกลัวจะผิด กลัวว่าจะถูกซักถามทำให้ปฏิเสธไปหมด</p><p>6.&nbsp;ผู้โง่เขลา ขาดความรู้ความเข้าใจจนปฏิเสธความจริงทุกอย่าง</p><p>ทิฏฐิเหล่านี้เป็นกับดักที่ทำให้สัตว์โลกยังติดอยู่ในวัฏสงสาร การจะหลุดพ้นได้ต้องอาศัยการมองเห็นความ "ไม่เที่ยง" เพื่อถอนความยึดมั่นถือมั่นและเกิดปัญญาในการบรรลุธรรม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ทิฏฐิ 62 คือมิจฉาทิฏฐิที่เกิดจากความหลงผิดในขันธ์ 5 โดยมี "ผัสสะ" เป็นเหตุปัจจัย สามารถจัดกลุ่มตามลักษณะจิตได้ 6 รูปแบบ ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ผู้ที่ชอบคาดเดา คาดคะเน คิดไปเองโดยไม่ทดลอง เชื่อว่าโลกเที่ยง หรือกายไม่เที่ยงแต่จิตเที่ยง</p><p>2.&nbsp;ผู้มีสมาธิและปัญญาโลกียะ รูปแบบการไปยึดถือคือว่าหลังตายมีสัญญา ไม่มีสัญญา หรือเชื่อว่าตายแล้วสูญ</p><p>3.&nbsp;ผู้ที่มีสมาธิคือได้เฉพาะเจโตสมาธิ รูปแบบการไปยึดถือคือเห็นว่าโลกมีที่สุดหรือไม่มีที่สุด ยึดติดในกามหรือฌานเป็นนิพพาน</p><p>4.&nbsp;ผู้มุ่งเน้นกาม: จิตผูกพันอยู่กับกามทางโลก</p><p>5.&nbsp;ผู้ที่มีความกลัวต่อภัย คือกลัวจะผิด กลัวว่าจะถูกซักถามทำให้ปฏิเสธไปหมด</p><p>6.&nbsp;ผู้โง่เขลา ขาดความรู้ความเข้าใจจนปฏิเสธความจริงทุกอย่าง</p><p>ทิฏฐิเหล่านี้เป็นกับดักที่ทำให้สัตว์โลกยังติดอยู่ในวัฏสงสาร การจะหลุดพ้นได้ต้องอาศัยการมองเห็นความ "ไม่เที่ยง" เพื่อถอนความยึดมั่นถือมั่นและเกิดปัญญาในการบรรลุธรรม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ปฏิจจสมุปบาทสายดับ "นิรุชฌติ" [6911-3d]]]></title>
			<itunes:title><![CDATA[ปฏิจจสมุปบาทสายดับ "นิรุชฌติ" [6911-3d]]]></itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Mar 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/69b00ddd963a18ae3afb5811/media.mp3" length="29148975" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69b00ddd963a18ae3afb5811</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/69b00ddd963a18ae3afb5811</link>
			<acast:episodeId>69b00ddd963a18ae3afb5811</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZwH+Piqz8OGZdh5/gddXb8E8ZZEZkMKpRa/YGvpfJ1FwDe3TLo7K6IHvqBQDTVawH7rtArFo1aXmwR5CzZQGHl]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ทุกข์เท่านั้นที่เกิด และทุกข์เท่านั้นที่ดับ นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรเกิด ไม่มีอะไรดับ”</p><p>ปฏิจจสมุปบาทสายดับ “นิรุชฌติ” คือ ธรรมในการอธิบายความเสื่อม และความสลาย เหตุเพราะความเสื่อมและความสลายนั้น ตนกระทำเองก็ไม่ใช่ ผู้อื่นกระทำให้เสื่อมสลายก็หาไม่&nbsp;ทั้งตนกระทำเองทั้งผู้อื่นกระทำให้ก็ไม่ใช่ เกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้กระทำเอง&nbsp;ผู้อื่นไม่ได้กระทำให้ก็ไม่ใช่</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ทุกข์เท่านั้นที่เกิด และทุกข์เท่านั้นที่ดับ นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรเกิด ไม่มีอะไรดับ”</p><p>ปฏิจจสมุปบาทสายดับ “นิรุชฌติ” คือ ธรรมในการอธิบายความเสื่อม และความสลาย เหตุเพราะความเสื่อมและความสลายนั้น ตนกระทำเองก็ไม่ใช่ ผู้อื่นกระทำให้เสื่อมสลายก็หาไม่&nbsp;ทั้งตนกระทำเองทั้งผู้อื่นกระทำให้ก็ไม่ใช่ เกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้กระทำเอง&nbsp;ผู้อื่นไม่ได้กระทำให้ก็ไม่ใช่</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ปฏิจจสมุปบาทสายเกิด "อุปปัชชติ" [6910-3d]]]></title>
			<itunes:title><![CDATA[ปฏิจจสมุปบาทสายเกิด "อุปปัชชติ" [6910-3d]]]></itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Mar 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/69a622fbe7d88c9e9a5b3c0d/media.mp3" length="27654373" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69a622fbe7d88c9e9a5b3c0d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/69a622fbe7d88c9e9a5b3c0d</link>
			<acast:episodeId>69a622fbe7d88c9e9a5b3c0d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYQJCpF+4XBopnyLCHNAZ9apimEvuvt/D/3JqaXxpnrh0C2676KIy8ucRB+zDfa5MRAj2X+4FCchd15lr0cxqrK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ความทุกข์ที่รุนแรงที่สุดในชีวิตคนหนึ่ง ๆ ก็คือ ความตาย นั่นเอง ดังนั้นเราจะสามารถรับมือกับความตายได้ก็ด้วยการทำให้การเกิดสิ้นไป รายละเอียด และวิธีการสามารถศึกษาได้จากธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าต้องอาศัยการใคร่ครวญโดยแยบคายเป็นอย่างดี จึงจะกลั่นกรองออกมาเป็นธรรมะได้ ถือเป็นสัจจะความจริงสำหรับทุกกรณี ทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ เป็นอกาลิโก และทนต่อการเพ่งพิสูจน์ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ความทุกข์ที่รุนแรงที่สุดในชีวิตคนหนึ่ง ๆ ก็คือ ความตาย นั่นเอง ดังนั้นเราจะสามารถรับมือกับความตายได้ก็ด้วยการทำให้การเกิดสิ้นไป รายละเอียด และวิธีการสามารถศึกษาได้จากธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าต้องอาศัยการใคร่ครวญโดยแยบคายเป็นอย่างดี จึงจะกลั่นกรองออกมาเป็นธรรมะได้ ถือเป็นสัจจะความจริงสำหรับทุกกรณี ทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ เป็นอกาลิโก และทนต่อการเพ่งพิสูจน์ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิญญาณฐิติ และ จิต [6909-3d]</title>
			<itunes:title>วิญญาณฐิติ และ จิต [6909-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/699d9721483a1215920228e2/media.mp3" length="27749280" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">699d9721483a1215920228e2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/699d9721483a1215920228e2</link>
			<acast:episodeId>699d9721483a1215920228e2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYGvk4pzOzpQCCm9EAiAYphArh98iCBYRWTttBe4DtXpAWxHYtLn9Wlj5CYNCZ0Vnwq0Nb5zg3we3jBXeNdz6GL]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ความหลากหลายและแตกต่างของสัตว์โลกที่มีภพภูมิต่างกัน ทั้งกายต่างกัน เหมือนกัน หรือสัญญาต่างกัน เหมือนกัน ไม่ว่าจะเกิดในภพใดก็ตาม ก็ยังไม่สามารถพ้นไปจากทุกข์ได้ ตราบใดที่ยังมีกิเลส ย่อมมีที่ตั้งของปฏิสนธิ ที่เป็น วิญญาณฐิติ การอบรมเจริญปัญญา สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูกไปตามลำดับ ความไม่ประมาทในการเจริญกุศล คือ การดับแห่งเหตุของกิเลสทั้งปวง เรามักจะคุ้นเคยหรือได้ยินได้ฟังบ่อยครั้งกับคำว่า “จิตวิญญาณ” จึงควรทำความเข้าใจเพื่อให้จิตไปเกิดในภูมิที่ต้องการ สืบเนื่องจากการเป็นกระแสต่อ ๆ กันไปในความยึดถือสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเป็นตัวตน วิญญาณก้าวลงไปยึดถือ เพราะมีตัณหาเป็นเหตุ “วิญญาณฐิติ” หรือฐานที่ตั้งแห่งวิญญาณ ถูกเข้าไปยึดถือโดยวิญญาณจนกลายเป็นจิตขึ้นมา ให้เห็นด้วยปัญญาว่าตัวตนไม่ใช่ตัวตน ไม่มีสาระแก่นสาร ไม่มีค่าที่จะยึดถือเอาไว้ เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และปล่อยวางได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ความหลากหลายและแตกต่างของสัตว์โลกที่มีภพภูมิต่างกัน ทั้งกายต่างกัน เหมือนกัน หรือสัญญาต่างกัน เหมือนกัน ไม่ว่าจะเกิดในภพใดก็ตาม ก็ยังไม่สามารถพ้นไปจากทุกข์ได้ ตราบใดที่ยังมีกิเลส ย่อมมีที่ตั้งของปฏิสนธิ ที่เป็น วิญญาณฐิติ การอบรมเจริญปัญญา สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูกไปตามลำดับ ความไม่ประมาทในการเจริญกุศล คือ การดับแห่งเหตุของกิเลสทั้งปวง เรามักจะคุ้นเคยหรือได้ยินได้ฟังบ่อยครั้งกับคำว่า “จิตวิญญาณ” จึงควรทำความเข้าใจเพื่อให้จิตไปเกิดในภูมิที่ต้องการ สืบเนื่องจากการเป็นกระแสต่อ ๆ กันไปในความยึดถือสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเป็นตัวตน วิญญาณก้าวลงไปยึดถือ เพราะมีตัณหาเป็นเหตุ “วิญญาณฐิติ” หรือฐานที่ตั้งแห่งวิญญาณ ถูกเข้าไปยึดถือโดยวิญญาณจนกลายเป็นจิตขึ้นมา ให้เห็นด้วยปัญญาว่าตัวตนไม่ใช่ตัวตน ไม่มีสาระแก่นสาร ไม่มีค่าที่จะยึดถือเอาไว้ เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และปล่อยวางได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เสนามาร 10 ประการ [6908-3d]</title>
			<itunes:title>เสนามาร 10 ประการ [6908-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/699476c28b7fe5457d36da5d/media.mp3" length="28791093" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">699476c28b7fe5457d36da5d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/699476c28b7fe5457d36da5d</link>
			<acast:episodeId>699476c28b7fe5457d36da5d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYHZwCy6pcHQDVkdoCLcgPa2sqGecVLHTB90u19YS3tM/f9V9yh8GNJb0AJfThSFyDWuKUA+NFU51vqmk9wNi6j]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธองค์ทรงเปรียบกิเลสเป็น <strong>"กองทัพมาร 10 กอง"</strong> ที่คอยประหารบุคคลผู้มีจิตมืดบอดและขัดขวางการเข้าสู่พระนิพพาน ไว้ดังนี้ 1.กิเลสกาม 2.ความไม่ยินดีในธรรม 3.ความหิวกระหาย 4.ตัณหา 5.ความหดหู่เซื่องซึม 6.ความกลัวไร้เหตุผล 7.ความลังเลสงสัย 8.ความลบหลู่และหัวดื้อ 9.ลาภยศที่ผิด 10.การยกตนข่มผู้อื่น&nbsp;การจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏนั้นไม่อาจอาศัยความอยากได้ แต่ต้องใช้ <strong>"ความกล้าหาญและความเพียร"</strong> เพื่อเอาชนะทัพมารเหล่านี้ แม้ความยากง่ายของแต่ละคนจะต่างกัน แต่หากชนะได้ย่อมพบความสุขอันเกษมคือนิพพาน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธองค์ทรงเปรียบกิเลสเป็น <strong>"กองทัพมาร 10 กอง"</strong> ที่คอยประหารบุคคลผู้มีจิตมืดบอดและขัดขวางการเข้าสู่พระนิพพาน ไว้ดังนี้ 1.กิเลสกาม 2.ความไม่ยินดีในธรรม 3.ความหิวกระหาย 4.ตัณหา 5.ความหดหู่เซื่องซึม 6.ความกลัวไร้เหตุผล 7.ความลังเลสงสัย 8.ความลบหลู่และหัวดื้อ 9.ลาภยศที่ผิด 10.การยกตนข่มผู้อื่น&nbsp;การจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏนั้นไม่อาจอาศัยความอยากได้ แต่ต้องใช้ <strong>"ความกล้าหาญและความเพียร"</strong> เพื่อเอาชนะทัพมารเหล่านี้ แม้ความยากง่ายของแต่ละคนจะต่างกัน แต่หากชนะได้ย่อมพบความสุขอันเกษมคือนิพพาน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุให้อายุยืน 5 ประการ [6907-3d]</title>
			<itunes:title>เหตุให้อายุยืน 5 ประการ [6907-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/698b33490581faffc75126ca/media.mp3" length="26815357" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">698b33490581faffc75126ca</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/698b33490581faffc75126ca</link>
			<acast:episodeId>698b33490581faffc75126ca</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbpT1OwxmFY5JjtEI+IUD0GzEchYKlXkb3XpcS3MpYfGV3X9WJbX1BZUPjSFmsyNR3HvkYknho8KnQ89qWOLhui]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เหตุปัจจัยแห่งการมีอายุยืน ได้แก่</p><p>1. รู้จักทำความสบายแก่ตนเอง คือรู้จักสิ่งที่เป็นสัปปายะ รู้จักสิ่งที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตน</p><p>2. รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย</p><p>3. บริโภคอาหารที่ย่อยง่าย รวมถึงการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดด้วย</p><p>4. ประพฤติเหมาะสมในเรื่องเวลา คือ ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับเวลาอย่างสม่ำเสมอ เช่น นอนให้เป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ออกกำลังให้สม่ำเสมอเป็นเวลา</p><p>5. การประพฤติพรหมจรรย์<strong> </strong>ฝึกจิตให้สงบระงับจากการเสพกาม เพื่อพบความสุขเย็นจากภายในซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออายุที่ยืนยาว</p><p>6. มีศีล ผู้ที่มีศีลถือว่าเป็นผู้ไม่ประมาท จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่างๆลงได้</p><p>7. มีกัลยาณมิตร การมีมิตรดีจะช่วยดูแลอันตรายต่างๆให้แก่กัน</p><p>นอกจากนี้ การเจริญ อิทธิบาท 4 และ อารยวัฒิ 5(ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา) ล้วนเป็นเหตุปัจจัยเสริมที่ช่วยให้ชีวิตยืนยาวและมั่นคงยิ่งขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เหตุปัจจัยแห่งการมีอายุยืน ได้แก่</p><p>1. รู้จักทำความสบายแก่ตนเอง คือรู้จักสิ่งที่เป็นสัปปายะ รู้จักสิ่งที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตน</p><p>2. รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย</p><p>3. บริโภคอาหารที่ย่อยง่าย รวมถึงการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดด้วย</p><p>4. ประพฤติเหมาะสมในเรื่องเวลา คือ ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับเวลาอย่างสม่ำเสมอ เช่น นอนให้เป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ออกกำลังให้สม่ำเสมอเป็นเวลา</p><p>5. การประพฤติพรหมจรรย์<strong> </strong>ฝึกจิตให้สงบระงับจากการเสพกาม เพื่อพบความสุขเย็นจากภายในซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออายุที่ยืนยาว</p><p>6. มีศีล ผู้ที่มีศีลถือว่าเป็นผู้ไม่ประมาท จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่างๆลงได้</p><p>7. มีกัลยาณมิตร การมีมิตรดีจะช่วยดูแลอันตรายต่างๆให้แก่กัน</p><p>นอกจากนี้ การเจริญ อิทธิบาท 4 และ อารยวัฒิ 5(ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา) ล้วนเป็นเหตุปัจจัยเสริมที่ช่วยให้ชีวิตยืนยาวและมั่นคงยิ่งขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ญาณ 3 อย่าง ในชีวิตประจำวัน [6906-3d]</title>
			<itunes:title>ญาณ 3 อย่าง ในชีวิตประจำวัน [6906-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Feb 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6981dc824b12c3dd7332aca4/media.mp3" length="28174359" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6981dc824b12c3dd7332aca4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6981dc824b12c3dd7332aca4</link>
			<acast:episodeId>6981dc824b12c3dd7332aca4</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbruiJeP9uM/Ck6lJTNR9BLDrvdrqUnJ4NedoEj9i9Xu4ateRfjWmUewoXbELlGau1MW7kRLdcOE6cDk5Xfhkoc]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ญาณ</strong> คือปัญญาหยั่งรู้ที่ลึกซึ้งถึงความจริง ในชีวิตประจำวันเราสามารถฝึกฝนเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญได้</p><p>ญาณ 3 อย่างในชีวิตประจำวันได้แก่</p><p><strong>วิญญาณ</strong> (การรับรู้แจ้ง): คือการรู้ผ่านประสาทสัมผัสและการลงมือทำจริง เช่น การรู้รสชาติอาหารเมื่อได้กิน หรือการรู้วิธีขับรถจากการฝึกปฏิบัติ ซึ่งต่างจากการจำเพียงทฤษฎี</p><p><strong>สติ</strong> (การระลึกรู้): คือการใช้สติและสมาธิเป็นฐานเพื่อหยั่งรู้ความจริงของสิ่งต่างๆ เช่น มีสติกำกับขณะขับรถเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและรู้เท่าทันสภาวะรอบตัว</p><p><strong>ญาณ</strong> (ความรู้แจ่มแจ้ง): คือความรู้ที่พ้นจากขั้นพื้นฐานสู่ความเชี่ยวชาญจนสอนผู้อื่นได้ เช่น หมอที่ผ่าตัดจนชำนาญ หรือนักกฎหมายที่เข้าใจข้อกฎหมายอย่างทะลุปรุโปร่ง</p><p>กระบวนการพัฒนาจากวิญญาณสู่ญาณจะรวดเร็วเพียงใดขึ้นอยู่กับความแก่กล้าของ <strong>อินทรีย์ 5 </strong>โดยมีหัวใจสำคัญคือการปฏิบัติให้อยู่ใน <strong>ศีล สมาธิ ปัญญา</strong> ให้เคยชิน เพื่อนำไปสู่ <strong>สัมมาญาณะ</strong> และความหลุดพ้นจากปัญหาทั้งปวง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ญาณ</strong> คือปัญญาหยั่งรู้ที่ลึกซึ้งถึงความจริง ในชีวิตประจำวันเราสามารถฝึกฝนเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญได้</p><p>ญาณ 3 อย่างในชีวิตประจำวันได้แก่</p><p><strong>วิญญาณ</strong> (การรับรู้แจ้ง): คือการรู้ผ่านประสาทสัมผัสและการลงมือทำจริง เช่น การรู้รสชาติอาหารเมื่อได้กิน หรือการรู้วิธีขับรถจากการฝึกปฏิบัติ ซึ่งต่างจากการจำเพียงทฤษฎี</p><p><strong>สติ</strong> (การระลึกรู้): คือการใช้สติและสมาธิเป็นฐานเพื่อหยั่งรู้ความจริงของสิ่งต่างๆ เช่น มีสติกำกับขณะขับรถเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและรู้เท่าทันสภาวะรอบตัว</p><p><strong>ญาณ</strong> (ความรู้แจ่มแจ้ง): คือความรู้ที่พ้นจากขั้นพื้นฐานสู่ความเชี่ยวชาญจนสอนผู้อื่นได้ เช่น หมอที่ผ่าตัดจนชำนาญ หรือนักกฎหมายที่เข้าใจข้อกฎหมายอย่างทะลุปรุโปร่ง</p><p>กระบวนการพัฒนาจากวิญญาณสู่ญาณจะรวดเร็วเพียงใดขึ้นอยู่กับความแก่กล้าของ <strong>อินทรีย์ 5 </strong>โดยมีหัวใจสำคัญคือการปฏิบัติให้อยู่ใน <strong>ศีล สมาธิ ปัญญา</strong> ให้เคยชิน เพื่อนำไปสู่ <strong>สัมมาญาณะ</strong> และความหลุดพ้นจากปัญหาทั้งปวง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ "ภควา" ผู้จำแนกแจกธรรม [6905-3d]]]></title>
			<itunes:title><![CDATA[ "ภควา" ผู้จำแนกแจกธรรม [6905-3d]]]></itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6978ba2c81f641414e3b7bc3/media.mp3" length="27605639" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6978ba2c81f641414e3b7bc3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6978ba2c81f641414e3b7bc3</link>
			<acast:episodeId>6978ba2c81f641414e3b7bc3</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbYDqAz38rKc764spwyzWLX7KHlZIda9Vtv6o65/fy0z8lIbwe/qIz02E3B9oIp55yDSg3pcf8e0PVF+F+2vqUh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>"ภควา" </strong>คือพระนามของพระพุทธเจ้าในฐานะ "ผู้จำแนกแจกธรรม" ที่ทรงเปลี่ยนสิ่งที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่าย ผ่านคุณสมบัติผู้สอนที่เมตตาและลีลาการสอน 4 ลักษณะ คือ ชัดเจน, ชักจูง, เร้าใจ และร่าเริง อีกทั้งยังมีกลวิธีในการตอบและถามคำถามที่แยบคายและชาญฉลาด อีกทั้งการสอนที่เน้นความพอเพียง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติตามได้รับผลอันประเสริฐและสามารถส่งต่อปัญญาแก่ผู้อื่นได้จริง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>"ภควา" </strong>คือพระนามของพระพุทธเจ้าในฐานะ "ผู้จำแนกแจกธรรม" ที่ทรงเปลี่ยนสิ่งที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่าย ผ่านคุณสมบัติผู้สอนที่เมตตาและลีลาการสอน 4 ลักษณะ คือ ชัดเจน, ชักจูง, เร้าใจ และร่าเริง อีกทั้งยังมีกลวิธีในการตอบและถามคำถามที่แยบคายและชาญฉลาด อีกทั้งการสอนที่เน้นความพอเพียง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติตามได้รับผลอันประเสริฐและสามารถส่งต่อปัญญาแก่ผู้อื่นได้จริง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มรรคสมังคี:การรวมกันของ มรรคทั้งแปด [6904-3d]</title>
			<itunes:title>มรรคสมังคี:การรวมกันของ มรรคทั้งแปด [6904-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/696f84ba5e25e3a6c0be17b8/media.mp3" length="27394828" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">696f84ba5e25e3a6c0be17b8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/696f84ba5e25e3a6c0be17b8</link>
			<acast:episodeId>696f84ba5e25e3a6c0be17b8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZYa/QaMSJIxBTOAIpivYTHSWgllLT8lfikLhUjbk92CuWUhIVytPoxEGbeKoxu+JV5mQgj5EphHH1i33lv8kMw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>มรรคสมังคี</strong> คือภาวะที่องค์ประกอบของ <strong>อริยมรรคมีองค์แปด</strong> รวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในขณะจิตเดียวขณะปฏิบัติธรรม เปรียบเสมือน "มรรคสามัคคี" ที่ทุกองค์ทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์เพื่อนำไปสู่การบรรลุธรรม</p><p>มรรคมีองค์ 8 คือหนทางแห่งการดับทุกข์ ซึ่งย่อลงได้เป็น <strong>ไตรสิกขา</strong> ได้แก่:</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ศีล:</strong> การเจรจาชอบ, การปฏิบัติชอบ, และการเลี้ยงชีพชอบ</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สมาธิ:</strong> ความพยายามชอบ, ความระลึกชอบ, และความตั้งใจมั่นชอบ</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปัญญา:</strong> ความเห็นชอบ (เข้าใจอริยสัจ 4) และความดำริชอบ</p><p><strong>การเกิดมรรคสมังคี </strong>เกิดขึ้นเมื่อองค์มรรคทั้ง 7 สนับสนุนให้เกิด <strong>สัมมาสมาธิ</strong> ที่บริสุทธิ์ เมื่อรวมกับปัญญาญาณและความหลุดพ้น องค์มรรคทั้งหมดจะรวมเป็นหนึ่งเดียว มักเกิดในขณะที่จิตรวมลงเป็นหนึ่ง มีอารมณ์เดียว แล้วละวางเข้าสู่ความว่าง หรือในขณะที่บรรลุธรรมระดับต่างๆ โดยการรวมตัวของมรรคมีองค์ 8 นี้ยังมีลำดับ 3 ระยะ คือ เริ่มจากศรัทธาในพระรัตนตรัย นำไปสู่สมาธิ และลงท้ายด้วยปัญญา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>มรรคสมังคี</strong> คือภาวะที่องค์ประกอบของ <strong>อริยมรรคมีองค์แปด</strong> รวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในขณะจิตเดียวขณะปฏิบัติธรรม เปรียบเสมือน "มรรคสามัคคี" ที่ทุกองค์ทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์เพื่อนำไปสู่การบรรลุธรรม</p><p>มรรคมีองค์ 8 คือหนทางแห่งการดับทุกข์ ซึ่งย่อลงได้เป็น <strong>ไตรสิกขา</strong> ได้แก่:</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ศีล:</strong> การเจรจาชอบ, การปฏิบัติชอบ, และการเลี้ยงชีพชอบ</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สมาธิ:</strong> ความพยายามชอบ, ความระลึกชอบ, และความตั้งใจมั่นชอบ</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปัญญา:</strong> ความเห็นชอบ (เข้าใจอริยสัจ 4) และความดำริชอบ</p><p><strong>การเกิดมรรคสมังคี </strong>เกิดขึ้นเมื่อองค์มรรคทั้ง 7 สนับสนุนให้เกิด <strong>สัมมาสมาธิ</strong> ที่บริสุทธิ์ เมื่อรวมกับปัญญาญาณและความหลุดพ้น องค์มรรคทั้งหมดจะรวมเป็นหนึ่งเดียว มักเกิดในขณะที่จิตรวมลงเป็นหนึ่ง มีอารมณ์เดียว แล้วละวางเข้าสู่ความว่าง หรือในขณะที่บรรลุธรรมระดับต่างๆ โดยการรวมตัวของมรรคมีองค์ 8 นี้ยังมีลำดับ 3 ระยะ คือ เริ่มจากศรัทธาในพระรัตนตรัย นำไปสู่สมาธิ และลงท้ายด้วยปัญญา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทิฏฐิ 62 [6903-3d]</title>
			<itunes:title>ทิฏฐิ 62 [6903-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/696635e80b081bb8b902d4c8/media.mp3" length="27857882" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">696635e80b081bb8b902d4c8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/696635e80b081bb8b902d4c8</link>
			<acast:episodeId>696635e80b081bb8b902d4c8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbG0+lE9tavFLpRgE1bqcyhAc6P5Fuvn01Rsdc/cQHXSn30LAunWvLYFIMeyBZuC/MSxVrMWBYgKwcB5r1WZQxy]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ทิฏฐิ 62 คือ "กับดักทางความคิด" ที่ถักทอจากผัสสะและตัณหาจนกลายเป็นเครือข่ายความเห็นผิดที่กักขังเราไว้จากความจริง มาร่วมเจาะลึกกลไกที่ทำให้จิตหลงทาง เพื่อถอดรหัสว่าความยึดติดแบบไหนที่กำลังขวางกั้นคุณจากปัญญาที่แท้จริง</strong></p><br><p><strong>ทิฏฐิ</strong> ในทางพระพุทธศาสนาคือความเห็นหรือความเข้าใจ&nbsp;หรือจะเรียกว่าทัศนคติ(มุมมอง)ก็ได้ แบ่งเป็น 2 อย่างคือ</p><p>สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นที่ถูกต้องตามจริง เป็นปัญญาอันประกอบด้วยอริยสัจเป็นมุมมองที่จะทำให้กิเลสลดลง</p><p>มิจฉาทิฏฐิ คือความเห็นผิด ความเห็นที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงเป็นมุมมองที่จะทำให้กิเลสเพิ่มขึ้น</p><p>มิจฉาทิฏฐินี้เองเป็นทิฏฐิที่ขวางการบรรลุธรรม ซึ่งในตอนนี้จะนำเอาทิฏฐิ 62 มากล่าว</p><p>ทิฏฐิ 62 คือ เครือข่ายความเห็นผิดหรือความเห็นที่คลาดเคลื่อนจากความจริง 62 ประการ&nbsp;ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร จำแนกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ</p><p>1.ความเห็นปรารภอดีต(18 ประการ) เช่น เห็นว่าโลกเที่ยง(4), เห็นว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง(4), เห็นว่าโลกมีที่สุดหรือไม่มีที่สุด(4), การพูดซัดส่ายไม่ฟันธง(4)และเห็นว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเองโดยไม่มีเหตุปัจจัย(2)&nbsp;</p><p>2.ความเห็นปรารภอนาคต(44 ประการ) เช่น ความเห็นเรื่องสภาพหลังความตายว่ามีสัญญา(16), ไม่มีสัญญา(8), หรือกึ่งมีกึ่งไม่มี(8), ความเห็นว่าตายแล้วสูญ(7) และการเข้าใจผิดว่ากามคุณหรือฌานคือการบรรลุนิพพานในปัจจุบัน(5)</p><p>พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้เห็นว่าความเห็นเหล่านี้มีความคลาดเคลื่อนและสุดโต่ง ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ ทรงเน้นย้ำให้ละมิจฉาทิฏฐิเพื่อเข้าสู่ สัมมาทิฏฐิ ซึ่งคือการรู้แจ้งในอริยสัจ 4 อันเป็นทางสายกลางที่ถูกต้อง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ทิฏฐิ 62 คือ "กับดักทางความคิด" ที่ถักทอจากผัสสะและตัณหาจนกลายเป็นเครือข่ายความเห็นผิดที่กักขังเราไว้จากความจริง มาร่วมเจาะลึกกลไกที่ทำให้จิตหลงทาง เพื่อถอดรหัสว่าความยึดติดแบบไหนที่กำลังขวางกั้นคุณจากปัญญาที่แท้จริง</strong></p><br><p><strong>ทิฏฐิ</strong> ในทางพระพุทธศาสนาคือความเห็นหรือความเข้าใจ&nbsp;หรือจะเรียกว่าทัศนคติ(มุมมอง)ก็ได้ แบ่งเป็น 2 อย่างคือ</p><p>สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นที่ถูกต้องตามจริง เป็นปัญญาอันประกอบด้วยอริยสัจเป็นมุมมองที่จะทำให้กิเลสลดลง</p><p>มิจฉาทิฏฐิ คือความเห็นผิด ความเห็นที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงเป็นมุมมองที่จะทำให้กิเลสเพิ่มขึ้น</p><p>มิจฉาทิฏฐินี้เองเป็นทิฏฐิที่ขวางการบรรลุธรรม ซึ่งในตอนนี้จะนำเอาทิฏฐิ 62 มากล่าว</p><p>ทิฏฐิ 62 คือ เครือข่ายความเห็นผิดหรือความเห็นที่คลาดเคลื่อนจากความจริง 62 ประการ&nbsp;ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร จำแนกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ</p><p>1.ความเห็นปรารภอดีต(18 ประการ) เช่น เห็นว่าโลกเที่ยง(4), เห็นว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง(4), เห็นว่าโลกมีที่สุดหรือไม่มีที่สุด(4), การพูดซัดส่ายไม่ฟันธง(4)และเห็นว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเองโดยไม่มีเหตุปัจจัย(2)&nbsp;</p><p>2.ความเห็นปรารภอนาคต(44 ประการ) เช่น ความเห็นเรื่องสภาพหลังความตายว่ามีสัญญา(16), ไม่มีสัญญา(8), หรือกึ่งมีกึ่งไม่มี(8), ความเห็นว่าตายแล้วสูญ(7) และการเข้าใจผิดว่ากามคุณหรือฌานคือการบรรลุนิพพานในปัจจุบัน(5)</p><p>พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้เห็นว่าความเห็นเหล่านี้มีความคลาดเคลื่อนและสุดโต่ง ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ ทรงเน้นย้ำให้ละมิจฉาทิฏฐิเพื่อเข้าสู่ สัมมาทิฏฐิ ซึ่งคือการรู้แจ้งในอริยสัจ 4 อันเป็นทางสายกลางที่ถูกต้อง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรม 8 ประการที่เป็นเหตุให้ได้ปัญญา [6902-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรม 8 ประการที่เป็นเหตุให้ได้ปัญญา [6902-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Jan 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/695d1dfe02e19e820839d477/media.mp3" length="27544606" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">695d1dfe02e19e820839d477</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/695d1dfe02e19e820839d477</link>
			<acast:episodeId>695d1dfe02e19e820839d477</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYM6Yk0q7Heik0l/3uspKNcWq7nuMDhW00Gki0CKibecK/yBnw/CCUYns4phJIAIUhAOV/63iG5R9hVTVGAc74x]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ปัญญา</strong> ในพุทธศาสนาไม่ใช่แค่ความฉลาดทางโลก แต่คือการเข้าใจธรรมชาติของทุกสิ่งตามความเป็นจริง เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปในทางที่ถูกต้องและนำไปสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์ได้ในที่สุด พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงเหตุปัจจัยที่ให้ได้ปัญญาที่ยังไม่ได้และเพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้วไว้ 8 ประการได้แก่</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>มีครูบาอาจารย์</strong> เข้าหาด้วยความเคารพ รัก และเกรงกลัว เพื่อเรียนรู้จากครูผู้เป็นกัลยาณมิตร</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รู้จักตั้งคำถาม</strong> ไต่ถามในเวลาที่เหมาะสมเพื่อคลายความสงสัยและทำความเข้าใจเนื้อหาธรรมที่ลึกซึ้ง</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ความสงบกายใจ</strong> นำธรรมที่ฟังมาปฏิบัติจนเกิดความสงบทั้งกายและจิต</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เป็นผู้มีศีล</strong> สำรวมระวังในสิกขาบทและเห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เป็นพหูสูต</strong> ฟังมาก สั่งสมความรู้ ทรงจำธรรมให้คล่องปากและขึ้นใจ</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปรารภความเพียร</strong> มุ่งมั่นละอกุศลและหมั่นทบทวนเพื่อเพิ่มพูนกุศลธรรม</p><p>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สนทนาธรรม</strong> พูดคุยแต่เรื่องธรรมวินัยที่เป็นประโยชน์ ไม่พูดเรื่องไร้สาระ และรู้จักนิ่งอย่างพระอริยเจ้า</p><p>8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปล่อยวางขันธ์ 5</strong> พิจารณาเห็นความเกิด ดับ และความเสื่อมใน รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ</p><p>การปฏิบัติครบทั้ง 8 ข้อนี้ จะช่วยให้ตระหนักรู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริง นำไปสู่ความสงบเย็นและความสุขอันยั่งยืน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ปัญญา</strong> ในพุทธศาสนาไม่ใช่แค่ความฉลาดทางโลก แต่คือการเข้าใจธรรมชาติของทุกสิ่งตามความเป็นจริง เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปในทางที่ถูกต้องและนำไปสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์ได้ในที่สุด พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงเหตุปัจจัยที่ให้ได้ปัญญาที่ยังไม่ได้และเพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้วไว้ 8 ประการได้แก่</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>มีครูบาอาจารย์</strong> เข้าหาด้วยความเคารพ รัก และเกรงกลัว เพื่อเรียนรู้จากครูผู้เป็นกัลยาณมิตร</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รู้จักตั้งคำถาม</strong> ไต่ถามในเวลาที่เหมาะสมเพื่อคลายความสงสัยและทำความเข้าใจเนื้อหาธรรมที่ลึกซึ้ง</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ความสงบกายใจ</strong> นำธรรมที่ฟังมาปฏิบัติจนเกิดความสงบทั้งกายและจิต</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เป็นผู้มีศีล</strong> สำรวมระวังในสิกขาบทและเห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เป็นพหูสูต</strong> ฟังมาก สั่งสมความรู้ ทรงจำธรรมให้คล่องปากและขึ้นใจ</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปรารภความเพียร</strong> มุ่งมั่นละอกุศลและหมั่นทบทวนเพื่อเพิ่มพูนกุศลธรรม</p><p>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สนทนาธรรม</strong> พูดคุยแต่เรื่องธรรมวินัยที่เป็นประโยชน์ ไม่พูดเรื่องไร้สาระ และรู้จักนิ่งอย่างพระอริยเจ้า</p><p>8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปล่อยวางขันธ์ 5</strong> พิจารณาเห็นความเกิด ดับ และความเสื่อมใน รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ</p><p>การปฏิบัติครบทั้ง 8 ข้อนี้ จะช่วยให้ตระหนักรู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริง นำไปสู่ความสงบเย็นและความสุขอันยั่งยืน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เครื่องมือแห่งการรู้แจ้ง [6901-3d]</title>
			<itunes:title>เครื่องมือแห่งการรู้แจ้ง [6901-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:53</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6953cceec9578c8cdaa9e691/media.mp3" length="28320679" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6953cceec9578c8cdaa9e691</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6953cceec9578c8cdaa9e691</link>
			<acast:episodeId>6953cceec9578c8cdaa9e691</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhb1fddOgacMXSWAzFiq9OtEy7XJVRb9CxsIPcCH+GyP3RlDGcuTbfHF91vh2frVekMwHAXo/wa3JfwMogX/tGMk]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>&nbsp;หลักคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นท่านสอนเรื่อง"สัจจะ" หรือความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ <strong>อริยสัจ</strong> ซึ่งถือเป็นความจริงอันประเสริฐที่มีความลึกซึ้งและเป็นสากล ไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร ความจริงนี้ก็ยังคงเป็นจริงอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง</p><p><strong>สิ่งที่ไม่ควรใช้เป็นเครื่องมือตัดสินความจริง </strong>ตามที่ปรากฏในเกสปุตตสูตร และ จังกีสูตร ได้ระบุถึงสิ่งที่ไม่ควรนำมาเป็นเครื่องมือหลักในการพิสูจน์หรือตัดสินความจริงเพียงอย่างเดียว มีทั้งหมด 12 ประการ ได้แก่ 1.ความเชื่อ 2.ความชอบใจ 3.ฟังตามกันมา 4.ถือสืบกันมา 5.ข่าวเล่าลือ 6.มีในตำรา&nbsp;7.คิดตริตรึกอยู่เป็นตรรกะ 8.ด้วยการอนุมาน 9.ตริตรึกตามลักษณะอาการที่ปรากฏ 10. ตรงกับความคิดของตน 11.ดูน่าเชื่อถือ 12.ผู้พูดเป็นครูของตน</p><p>เครื่องมือทั้ง 12 อย่างนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้เป็นหลักในการตามหาความจริงเพียงอย่างเดียวไม่ได้</p><p><strong>การตามหาความจริงตามหลักคำสอนพระพุทธเจ้า</strong>คือ <strong>การลงมือทำและพิสูจน์ด้วยตนเอง</strong> ดังตัวอย่างของบุคคล 2 ท่าน คือ:</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ท่านจิตตคหบดี:</strong> ท่านเข้าถึงความจริงได้ด้วยการใช้ "ญาณ" เป็นเครื่องมือ ซึ่งเกิดจากการลงมือปฏิบัติจนเกิดความรู้แจ้งด้วยตนเอง โดยไม่ได้อาศัยเพียงความเชื่อแค่เพียงอย่างเดียว</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ท่านสารีบุตร:</strong> ท่านใช้เครื่องมือที่เรียกว่า <strong>อินทรีย์ 5 และ พละ 5</strong> (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) เพื่อนำไปสู่ความจริง ท่านได้ยืนยันไว้ในปุพพโกฏฐกสูตรว่า การที่จะหมดความสงสัยได้อย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่แค่การเชื่อตามกันมา แต่คือการลงมือศึกษาและพิจารณาให้เห็นความจริงด้วย “ปัญญา” ของตนเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp;หลักคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นท่านสอนเรื่อง"สัจจะ" หรือความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ <strong>อริยสัจ</strong> ซึ่งถือเป็นความจริงอันประเสริฐที่มีความลึกซึ้งและเป็นสากล ไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร ความจริงนี้ก็ยังคงเป็นจริงอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง</p><p><strong>สิ่งที่ไม่ควรใช้เป็นเครื่องมือตัดสินความจริง </strong>ตามที่ปรากฏในเกสปุตตสูตร และ จังกีสูตร ได้ระบุถึงสิ่งที่ไม่ควรนำมาเป็นเครื่องมือหลักในการพิสูจน์หรือตัดสินความจริงเพียงอย่างเดียว มีทั้งหมด 12 ประการ ได้แก่ 1.ความเชื่อ 2.ความชอบใจ 3.ฟังตามกันมา 4.ถือสืบกันมา 5.ข่าวเล่าลือ 6.มีในตำรา&nbsp;7.คิดตริตรึกอยู่เป็นตรรกะ 8.ด้วยการอนุมาน 9.ตริตรึกตามลักษณะอาการที่ปรากฏ 10. ตรงกับความคิดของตน 11.ดูน่าเชื่อถือ 12.ผู้พูดเป็นครูของตน</p><p>เครื่องมือทั้ง 12 อย่างนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้เป็นหลักในการตามหาความจริงเพียงอย่างเดียวไม่ได้</p><p><strong>การตามหาความจริงตามหลักคำสอนพระพุทธเจ้า</strong>คือ <strong>การลงมือทำและพิสูจน์ด้วยตนเอง</strong> ดังตัวอย่างของบุคคล 2 ท่าน คือ:</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ท่านจิตตคหบดี:</strong> ท่านเข้าถึงความจริงได้ด้วยการใช้ "ญาณ" เป็นเครื่องมือ ซึ่งเกิดจากการลงมือปฏิบัติจนเกิดความรู้แจ้งด้วยตนเอง โดยไม่ได้อาศัยเพียงความเชื่อแค่เพียงอย่างเดียว</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ท่านสารีบุตร:</strong> ท่านใช้เครื่องมือที่เรียกว่า <strong>อินทรีย์ 5 และ พละ 5</strong> (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) เพื่อนำไปสู่ความจริง ท่านได้ยืนยันไว้ในปุพพโกฏฐกสูตรว่า การที่จะหมดความสงสัยได้อย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่แค่การเชื่อตามกันมา แต่คือการลงมือศึกษาและพิจารณาให้เห็นความจริงด้วย “ปัญญา” ของตนเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเบาใจ 4 ประการ [6852-3d]</title>
			<itunes:title>ความเบาใจ 4 ประการ [6852-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:16</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/694aaa1a3aa794d3c653c26d/media.mp3" length="27883018" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">694aaa1a3aa794d3c653c26d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/694aaa1a3aa794d3c653c26d</link>
			<acast:episodeId>694aaa1a3aa794d3c653c26d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaJis/BWbkN/VLS0FsjWR7dMzu3zoaG46IZ7ERBg1L1fGWn+ye7coq6cLFDGSdCZuC5hYo63Etcprv6rlqhDHvF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ความเบาใจ</strong> คือ ความสบายใจ ความไม่หนักใจ สิ่งที่ตรงข้ามกับความเบาใจคือความหนักใจ กลุ้มใจ เครียด วุ่นวายใจ เหตุแห่งความหนักใจนั้นมีหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ภาระหน้าที่ โรคภัยไข้เจ็บ และผัสสะต่างๆ</p><p>ความเบาใจ 4 ประการที่จะกล่าวถึงในดอนนี้แยกไว้ 3 นัยยะคือ</p><p><strong>นัยยะที่ 1</strong> มาในพระสูตร<strong>คิลายนสูตร</strong>นำไปใช้ในลักษณะที่เกี่ยวกับความเจ็บป่วย พูดถึงเรื่องพระพุทธ พระธรรม และศีล คือการมีศรัทธาที่มั่นคงในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อย่างไม่หวั่นไหวและมีศีลที่ไม่ทะลุ ไม่ด่างไม่พร้อย เมื่อใช้หลัก 4 ประการนี้เป็นที่พึ่งจะเป็นเหตุให้เกิดความเบาใจ</p><p><strong>นัยยะที่ 2</strong> กุศลกรรมบถ 10 และ อกุศลกรรมบถ 10&nbsp;ทำให้เกิด พรหมวิหาร 4 คือให้เป็นผู้มีกุศลกรรมบถ 10 อย่าง และเป็นผู้ละอกุศลกรรมบถ 10&nbsp;อย่าง จะส่งผลให้เป็นผู้ตั้งอยู่ในความเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขา เมื่อเป็นผู้ที่ตั้งพรหมวิหาร 4 ไว้ในใจก็จะเป็นเหตุให้เกิดความเบาใจขึ้นมาได้</p><p><strong>นัยยะที่ 3</strong> อราคะ&nbsp;อโทสะ&nbsp;อโมหะ&nbsp;ทำให้เกิด พรหมวิหาร 4 คือเมื่อเป็นผู้ไม่มีราคะ โทสะ โมหะจะส่งผลให้เป็นผู้ตั้งอยู่ในความเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขาได้ เมื่อเป็นผู้ที่ตั้งพรหมวิหาร 4 ไว้ในใจก็จะเป็นเหตุให้เกิดความเบาใจขึ้นมาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ความเบาใจ</strong> คือ ความสบายใจ ความไม่หนักใจ สิ่งที่ตรงข้ามกับความเบาใจคือความหนักใจ กลุ้มใจ เครียด วุ่นวายใจ เหตุแห่งความหนักใจนั้นมีหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ภาระหน้าที่ โรคภัยไข้เจ็บ และผัสสะต่างๆ</p><p>ความเบาใจ 4 ประการที่จะกล่าวถึงในดอนนี้แยกไว้ 3 นัยยะคือ</p><p><strong>นัยยะที่ 1</strong> มาในพระสูตร<strong>คิลายนสูตร</strong>นำไปใช้ในลักษณะที่เกี่ยวกับความเจ็บป่วย พูดถึงเรื่องพระพุทธ พระธรรม และศีล คือการมีศรัทธาที่มั่นคงในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อย่างไม่หวั่นไหวและมีศีลที่ไม่ทะลุ ไม่ด่างไม่พร้อย เมื่อใช้หลัก 4 ประการนี้เป็นที่พึ่งจะเป็นเหตุให้เกิดความเบาใจ</p><p><strong>นัยยะที่ 2</strong> กุศลกรรมบถ 10 และ อกุศลกรรมบถ 10&nbsp;ทำให้เกิด พรหมวิหาร 4 คือให้เป็นผู้มีกุศลกรรมบถ 10 อย่าง และเป็นผู้ละอกุศลกรรมบถ 10&nbsp;อย่าง จะส่งผลให้เป็นผู้ตั้งอยู่ในความเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขา เมื่อเป็นผู้ที่ตั้งพรหมวิหาร 4 ไว้ในใจก็จะเป็นเหตุให้เกิดความเบาใจขึ้นมาได้</p><p><strong>นัยยะที่ 3</strong> อราคะ&nbsp;อโทสะ&nbsp;อโมหะ&nbsp;ทำให้เกิด พรหมวิหาร 4 คือเมื่อเป็นผู้ไม่มีราคะ โทสะ โมหะจะส่งผลให้เป็นผู้ตั้งอยู่ในความเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขาได้ เมื่อเป็นผู้ที่ตั้งพรหมวิหาร 4 ไว้ในใจก็จะเป็นเหตุให้เกิดความเบาใจขึ้นมาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ [6851-3d]</title>
			<itunes:title>ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ [6851-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/693fb1029bb376c45d1862ed/media.mp3" length="25787880" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">693fb1029bb376c45d1862ed</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/693fb1029bb376c45d1862ed</link>
			<acast:episodeId>693fb1029bb376c45d1862ed</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbGqyOyRQW2TEX2nolG7sUFUspY39vMtDWJRcQWw3TX0203mkB1dHfPogqMRclQe74jX7eEt+nn480r+GsYF9Wd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธรรมของสัตบุรุษมี สัทธรรม 3&nbsp;อย่างคือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ</p><p><strong>ปริยัติ</strong> คือการศึกษาเล่าเรียนในระบบคำสอนที่เรารวบรวมมาโดยรอบแล้วนั่นคือคำสอนของพระศาสดามีองค์ 9 (นวังคสัตถุศาสน์)ได้แก่ สุตตะ เคยยะ <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เวยยากรณะ</a> คาถา อุทาน <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B0&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">อิติวุตตกะ</a> <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B0&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ชาตกะ</a> <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">อัพภูติธรรม</a> <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B0&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เวทัลละ</a></p><p>ปริยัติแบ่งตามรูปแบบการศึกษาได้ 3 อย่างดังนี้</p><p>1.<strong>อลคัททูปริยัติ</strong> การศึกษาแบบเป็นงูพิษคือศึกษาธรรมเพื่อลาภสักการะ เพื่อข่มผู้อื่น</p><p>2.<strong>นิสสรณัตถปริยัติ</strong> การศึกษาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการออกไปจากทุกข์ คือศึกษาเจาะจงลงไปในเรื่องที่จะออกจากทุกข์ได้</p><p>3.<strong>ภัณฑาคาริกปริยัติ</strong> การศึกษาแบบขุนคลังคือการศึกษาเพื่อที่จะเก็บรักษาองค์ความรู้เหล่านั้นไม่ให้เสื่อมสูญไป</p><p><strong>ปฏิบัติ</strong> คือ นำความรู้มาลงมือทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างที่ต้องการ การลงมือทำนั้นต้องไม่ยกตนข่มผู้อื่น การปฏิบัตินั้นมีได้หลายรูปแบบ การปฏิบัติต้องถูกต้องกับสิ่งนั้นๆ</p><p><strong>ปฏิเวธ</strong>&nbsp;คือการรู้ธรรมเป็นขั้นๆไป รู้ว่าธรรมนี้เป็นอย่างนี้ รู้แทงตลอดในธรรมเป็นขั้นเป็นขั้นขึ้นไป ในส่วนของปฏิเวธนี้ก็จะหมายถึงการบรรลุธรรมขั้นใดขั้นหนึ่งด้วย</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธรรมของสัตบุรุษมี สัทธรรม 3&nbsp;อย่างคือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ</p><p><strong>ปริยัติ</strong> คือการศึกษาเล่าเรียนในระบบคำสอนที่เรารวบรวมมาโดยรอบแล้วนั่นคือคำสอนของพระศาสดามีองค์ 9 (นวังคสัตถุศาสน์)ได้แก่ สุตตะ เคยยะ <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เวยยากรณะ</a> คาถา อุทาน <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B0&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">อิติวุตตกะ</a> <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B0&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ชาตกะ</a> <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">อัพภูติธรรม</a> <a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B0&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">เวทัลละ</a></p><p>ปริยัติแบ่งตามรูปแบบการศึกษาได้ 3 อย่างดังนี้</p><p>1.<strong>อลคัททูปริยัติ</strong> การศึกษาแบบเป็นงูพิษคือศึกษาธรรมเพื่อลาภสักการะ เพื่อข่มผู้อื่น</p><p>2.<strong>นิสสรณัตถปริยัติ</strong> การศึกษาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการออกไปจากทุกข์ คือศึกษาเจาะจงลงไปในเรื่องที่จะออกจากทุกข์ได้</p><p>3.<strong>ภัณฑาคาริกปริยัติ</strong> การศึกษาแบบขุนคลังคือการศึกษาเพื่อที่จะเก็บรักษาองค์ความรู้เหล่านั้นไม่ให้เสื่อมสูญไป</p><p><strong>ปฏิบัติ</strong> คือ นำความรู้มาลงมือทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างที่ต้องการ การลงมือทำนั้นต้องไม่ยกตนข่มผู้อื่น การปฏิบัตินั้นมีได้หลายรูปแบบ การปฏิบัติต้องถูกต้องกับสิ่งนั้นๆ</p><p><strong>ปฏิเวธ</strong>&nbsp;คือการรู้ธรรมเป็นขั้นๆไป รู้ว่าธรรมนี้เป็นอย่างนี้ รู้แทงตลอดในธรรมเป็นขั้นเป็นขั้นขึ้นไป ในส่วนของปฏิเวธนี้ก็จะหมายถึงการบรรลุธรรมขั้นใดขั้นหนึ่งด้วย</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รู้ด้วยปัญญาญาณ [6850-3d]</title>
			<itunes:title>รู้ด้วยปัญญาญาณ [6850-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/693837131561494d180b3bd2/media.mp3" length="26935962" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">693837131561494d180b3bd2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/693837131561494d180b3bd2</link>
			<acast:episodeId>693837131561494d180b3bd2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZdbBNy/y+o0Yqe2pHCfe31UhZBefMQihw7ndXctunp0UZi2VE9nsJfiuyUGyXbZnjYBW0Z8HZ+KtDHRdSdDGL/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<ul><li>“รู้แต่ไม่รู้ คนที่จะถึงจึงรู้" นำอุปมาอุปไมยมาอธิบายธรรมะ ทำให้เข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยจัดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้</li></ul><p>-&nbsp;กลุ่มแรก นำอุปมา 5 นัยยะ คือ เมฆ หนู หม้อ ห้วงน้ำ และมะม่วง มาใช้อธิบายเพื่อความเข้าใจในองค์ธรรม 3 ส่วน แบ่งเป็น สังเกตจากภายนอก 2 ส่วน คือจากการเรียนหรือไม่เรียน เรียนสูงหรือไม่สูง เป็นการรู้จากความจำ และความน่าเลื่อมใสหรือไม่น่าเลื่อมใส นำมาเปรียบกับอุปมาข้างต้น เช่น เมฆมีเสียงหรือไม่มีเสียง หนูขุดรูแต่ไม่อยู่ ห้วงน้ำลึกหรือตื้น เป็นต้น จากส่วนที่เป็นภายใน 1 ส่วน&nbsp;เป็นการรู้ด้วยปัญญาญาณ รู้แจ้งในภายใน มีความรู้ในอริยสัจสี่ เป็นอริยบุคคลที่พัฒนามาตามลำดับ คนที่ถึงแล้วจึงรู้ มีการนำไปโยงกับอุปมาในส่วนที่สังเกตจากภายนอก&nbsp;เช่น หม้อที่เต็มและปิดฝาคือบุคคลที่รู้อริยสัจมีความน่าเลื่อมใส ห้วงน้ำตื้นมีเงาตื้น คือบุคคลที่ไม่รู้อริยสัจทั้งยังไม่น่าเลื่อมใส เป็นต้น</p><p>จากการเชื่อมอุปมาเหล่านี้กับองค์ธรรมทั้งสามเข้าด้วยกันทำให้เราไม่อาจสรุปว่าไม่เรียนคือไม่รู้ อย่าเหมา เพราะเมฆอาจจะรอคำรามหรือฝนรอตกอยู่ คนที่กำลังบรรลุธรรมหรือบรรลุธรรมแล้วท่านจึงจัดไว้ด้วยกันเนื่องจากมาตามทาง อย่างไรก็ถึงจุดหมาย จะรู้ประมาณว่ามากหรือน้อย สัดส่วนเป็นเท่าใด มองได้ครอบคลุม ไม่ด่วนตัดสิน</p><p>-ในกลุ่มที่สองใช้อุปมาของวัวที่ข่มเหงหรือไม่ข่มเหงฝูงตนฝูงอื่นหรือทั้งสอง ต้นไม้เป็นไม้เนื้อแข็งหรืออ่อนคือคนมีศีลหรือทุศีลอยู่ร่วมกัน อสรพิษคือความโกรธมีพิษแล่นหรือไม่แล่น พิษร้ายหรือไม่มีพิษ การอุปมาในข้อนี้จะช่วยให้เข้าใจในกลุ่มแรกมากขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<ul><li>“รู้แต่ไม่รู้ คนที่จะถึงจึงรู้" นำอุปมาอุปไมยมาอธิบายธรรมะ ทำให้เข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยจัดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้</li></ul><p>-&nbsp;กลุ่มแรก นำอุปมา 5 นัยยะ คือ เมฆ หนู หม้อ ห้วงน้ำ และมะม่วง มาใช้อธิบายเพื่อความเข้าใจในองค์ธรรม 3 ส่วน แบ่งเป็น สังเกตจากภายนอก 2 ส่วน คือจากการเรียนหรือไม่เรียน เรียนสูงหรือไม่สูง เป็นการรู้จากความจำ และความน่าเลื่อมใสหรือไม่น่าเลื่อมใส นำมาเปรียบกับอุปมาข้างต้น เช่น เมฆมีเสียงหรือไม่มีเสียง หนูขุดรูแต่ไม่อยู่ ห้วงน้ำลึกหรือตื้น เป็นต้น จากส่วนที่เป็นภายใน 1 ส่วน&nbsp;เป็นการรู้ด้วยปัญญาญาณ รู้แจ้งในภายใน มีความรู้ในอริยสัจสี่ เป็นอริยบุคคลที่พัฒนามาตามลำดับ คนที่ถึงแล้วจึงรู้ มีการนำไปโยงกับอุปมาในส่วนที่สังเกตจากภายนอก&nbsp;เช่น หม้อที่เต็มและปิดฝาคือบุคคลที่รู้อริยสัจมีความน่าเลื่อมใส ห้วงน้ำตื้นมีเงาตื้น คือบุคคลที่ไม่รู้อริยสัจทั้งยังไม่น่าเลื่อมใส เป็นต้น</p><p>จากการเชื่อมอุปมาเหล่านี้กับองค์ธรรมทั้งสามเข้าด้วยกันทำให้เราไม่อาจสรุปว่าไม่เรียนคือไม่รู้ อย่าเหมา เพราะเมฆอาจจะรอคำรามหรือฝนรอตกอยู่ คนที่กำลังบรรลุธรรมหรือบรรลุธรรมแล้วท่านจึงจัดไว้ด้วยกันเนื่องจากมาตามทาง อย่างไรก็ถึงจุดหมาย จะรู้ประมาณว่ามากหรือน้อย สัดส่วนเป็นเท่าใด มองได้ครอบคลุม ไม่ด่วนตัดสิน</p><p>-ในกลุ่มที่สองใช้อุปมาของวัวที่ข่มเหงหรือไม่ข่มเหงฝูงตนฝูงอื่นหรือทั้งสอง ต้นไม้เป็นไม้เนื้อแข็งหรืออ่อนคือคนมีศีลหรือทุศีลอยู่ร่วมกัน อสรพิษคือความโกรธมีพิษแล่นหรือไม่แล่น พิษร้ายหรือไม่มีพิษ การอุปมาในข้อนี้จะช่วยให้เข้าใจในกลุ่มแรกมากขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กามโภคีบุคคล: บุคคลผู้บริโภคกาม [6849-3d]</title>
			<itunes:title>กามโภคีบุคคล: บุคคลผู้บริโภคกาม [6849-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/692f00b846a0cd9a735ea201/media.mp3" length="27908172" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">692f00b846a0cd9a735ea201</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/692f00b846a0cd9a735ea201</link>
			<acast:episodeId>692f00b846a0cd9a735ea201</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYZfoaHYOa+fVWiRuHYuOf8LU5Q4lUQuhS3npXXIfaNgl3NJFCXjEeUdrBQqhbWRGKPYTydz7sYn7sIeBX+Far6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>กามโภคีบุคคล</strong>:บุคคลผู้บริโภคกามเป็นผู้ที่ยังอยู่ในกระแสโลก และเป็นผู้ที่ถูกแบบคั้นด้วยกามเสมอ ในการกล่าวถึงเรื่องของทางโลกนั้นก็ใช้คำว่ากามมาอธิบายเป็นหลักโดยในที่นี้จะกล่าวถึง กาม 2 อย่าง กาม 5 อย่าง และกามโภคีบุคคล 10 อย่าง</p><p><strong>กาม</strong>&nbsp;2 อย่าง คือ กิเลสกามและวัตถุกาม และ<strong>กามคุณ 5</strong> คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส</p><p><strong>กามโภคี 10</strong> แบ่งกลุ่มตามการแสวงหา ดังนี้</p><p><strong>&nbsp;1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มแสวงหาโดยไม่ชอบธรรม</strong> (ประเภทที่ 1-3) และ <strong>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง</strong> (ประเภทที่ 4-6): คือผู้ที่ได้ทรัพย์มาผิดวิธี หรือถูกบ้างผิดบ้าง โดยแบ่งย่อยตามการใช้จ่ายว่าเลี้ยงตนให้เป็นสุขหรือไม่ และมีการแบ่งปันทำความดีหรือไม่</p><p><strong> 2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มแสวงหาโดยชอบธรรม</strong> (ประเภทที่ 7-10): คือผู้ที่ได้ทรัพย์มาถูกวิธี</p><p>ประเภทที่ 7-8: ไม่แบ่งปันทำความดี (ต่างกันที่การเลี้ยงดูตนเอง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทที่ 9: เลี้ยงตนเป็นสุขและแบ่งปัน แต่ยังขาดสติปัญญา ยังหลงมัวเมาติดในทรัพย์</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทที่ 10 (ผู้ประเสริฐที่สุด):</strong> คือผู้ที่แสวงหาทรัพย์โดยชอบธรรม นำมาเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันทำความดี และที่สำคัญคือ <strong>ไม่ลุ่มหลงมัวเมา</strong> มีสติปัญญารู้เท่าทันเห็นทั้งคุณและโทษของวัตถุ ทำให้จิตใจเป็นอิสระอยู่เหนือโภคทรัพย์นั้น</p><p><strong>ผู้บริโภคกามที่เลิศที่สุดคือผู้ที่หาทรัพย์ชอบธรรม ใช้จ่ายเพื่อตนและผู้อื่น และมีปัญญาเป็นนายเหนือวัตถุ</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>กามโภคีบุคคล</strong>:บุคคลผู้บริโภคกามเป็นผู้ที่ยังอยู่ในกระแสโลก และเป็นผู้ที่ถูกแบบคั้นด้วยกามเสมอ ในการกล่าวถึงเรื่องของทางโลกนั้นก็ใช้คำว่ากามมาอธิบายเป็นหลักโดยในที่นี้จะกล่าวถึง กาม 2 อย่าง กาม 5 อย่าง และกามโภคีบุคคล 10 อย่าง</p><p><strong>กาม</strong>&nbsp;2 อย่าง คือ กิเลสกามและวัตถุกาม และ<strong>กามคุณ 5</strong> คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส</p><p><strong>กามโภคี 10</strong> แบ่งกลุ่มตามการแสวงหา ดังนี้</p><p><strong>&nbsp;1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มแสวงหาโดยไม่ชอบธรรม</strong> (ประเภทที่ 1-3) และ <strong>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง</strong> (ประเภทที่ 4-6): คือผู้ที่ได้ทรัพย์มาผิดวิธี หรือถูกบ้างผิดบ้าง โดยแบ่งย่อยตามการใช้จ่ายว่าเลี้ยงตนให้เป็นสุขหรือไม่ และมีการแบ่งปันทำความดีหรือไม่</p><p><strong> 2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มแสวงหาโดยชอบธรรม</strong> (ประเภทที่ 7-10): คือผู้ที่ได้ทรัพย์มาถูกวิธี</p><p>ประเภทที่ 7-8: ไม่แบ่งปันทำความดี (ต่างกันที่การเลี้ยงดูตนเอง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทที่ 9: เลี้ยงตนเป็นสุขและแบ่งปัน แต่ยังขาดสติปัญญา ยังหลงมัวเมาติดในทรัพย์</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประเภทที่ 10 (ผู้ประเสริฐที่สุด):</strong> คือผู้ที่แสวงหาทรัพย์โดยชอบธรรม นำมาเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันทำความดี และที่สำคัญคือ <strong>ไม่ลุ่มหลงมัวเมา</strong> มีสติปัญญารู้เท่าทันเห็นทั้งคุณและโทษของวัตถุ ทำให้จิตใจเป็นอิสระอยู่เหนือโภคทรัพย์นั้น</p><p><strong>ผู้บริโภคกามที่เลิศที่สุดคือผู้ที่หาทรัพย์ชอบธรรม ใช้จ่ายเพื่อตนและผู้อื่น และมีปัญญาเป็นนายเหนือวัตถุ</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมุทเทศ 4 [6848-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมุทเทศ 4 [6848-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Nov 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6925bf60e85b4ee0f9c47fa8/media.mp3" length="26334643" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6925bf60e85b4ee0f9c47fa8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6925bf60e85b4ee0f9c47fa8</link>
			<acast:episodeId>6925bf60e85b4ee0f9c47fa8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZMZyrcpmfD2sxuJuv6aHSxmXg7a415oSK5s96SaB9o8OrVly/1OmyZNv690OAwKrMV3ng87iLgkRFqOcKHQ+8Y]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ธรรมุทเทศ </strong>มาจากธรรมะ+อุเทศ อุเทศคือสิ่งที่ยกขึ้นแสดง รวมกันหมายถึง ธรรมที่แสดงไว้ คือธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ในตอนนี้เป็นเรื่องราวที่พระเจ้าโกรัพยะ ได้ตรัสถามกับท่านพระรัฐปาละถึงความเสื่อม 4 ประการที่เมื่อบุคคลบางพวกประสพแล้วจึงออกบวชคือ</p><ol><li>ความเสื่อมเพราะชรา</li><li>ความเสื่อมเพราะความเจ็บไข้</li><li>ความเสื่อมจากโภคสมบัติ</li><li>ความเสื่อมจากญาติ&nbsp;</li></ol><p>ส่วนพระรัฐปาละยังไม่ได้เผชิญกับความเสื่อมทั้ง 4 ประการนี้เลยท่านเห็นสิ่งใดจึงก็ออกบวช ท่านพระรัฐปาละจึงได้ยกถึงธรรมุทเทศ 4 ประการที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้มากล่าวดังนี้</p><p><strong>ธรรมุทเทศ 4 ประการ</strong></p><p>&nbsp;1. โลกอันชรานำไปไม่ยั่งยืน<strong>:</strong> สัตว์โลกต้องแก่ชราไปตามกาลเวลา</p><p>&nbsp;2. โลกไม่มีผู้ต้านทาน&nbsp;ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน<strong>:</strong> สัตว์โลกไม่สามารถต้านทานความแก่ ความเจ็บ ความตายได้ และไม่เป็นอิสระเฉพาะตน</p><p>&nbsp;3. โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป<strong>: </strong>ทรัพย์สินและทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีอยู่&nbsp;ตายแล้วก็ไปด้วยไม่ได้</p><p>&nbsp;4. โลกพร่องอยู่เป็นนิจ ไม่รู้จักอิ่ม เป้นทาสแห่งตัณหา<strong>:</strong>มนุษย์มีความต้องการไม่สิ้นสุด&nbsp;เป็นทาสของตัณหา&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>เมื่อผู้ใดเพ่งลงไปให้เห็นโทษภัยของความเสื่อมนั้น จะทำให้มองเห็นทางออกแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์ของความเสื่อม&nbsp;4 ประการนี้ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ธรรมุทเทศ </strong>มาจากธรรมะ+อุเทศ อุเทศคือสิ่งที่ยกขึ้นแสดง รวมกันหมายถึง ธรรมที่แสดงไว้ คือธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ในตอนนี้เป็นเรื่องราวที่พระเจ้าโกรัพยะ ได้ตรัสถามกับท่านพระรัฐปาละถึงความเสื่อม 4 ประการที่เมื่อบุคคลบางพวกประสพแล้วจึงออกบวชคือ</p><ol><li>ความเสื่อมเพราะชรา</li><li>ความเสื่อมเพราะความเจ็บไข้</li><li>ความเสื่อมจากโภคสมบัติ</li><li>ความเสื่อมจากญาติ&nbsp;</li></ol><p>ส่วนพระรัฐปาละยังไม่ได้เผชิญกับความเสื่อมทั้ง 4 ประการนี้เลยท่านเห็นสิ่งใดจึงก็ออกบวช ท่านพระรัฐปาละจึงได้ยกถึงธรรมุทเทศ 4 ประการที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้มากล่าวดังนี้</p><p><strong>ธรรมุทเทศ 4 ประการ</strong></p><p>&nbsp;1. โลกอันชรานำไปไม่ยั่งยืน<strong>:</strong> สัตว์โลกต้องแก่ชราไปตามกาลเวลา</p><p>&nbsp;2. โลกไม่มีผู้ต้านทาน&nbsp;ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน<strong>:</strong> สัตว์โลกไม่สามารถต้านทานความแก่ ความเจ็บ ความตายได้ และไม่เป็นอิสระเฉพาะตน</p><p>&nbsp;3. โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป<strong>: </strong>ทรัพย์สินและทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีอยู่&nbsp;ตายแล้วก็ไปด้วยไม่ได้</p><p>&nbsp;4. โลกพร่องอยู่เป็นนิจ ไม่รู้จักอิ่ม เป้นทาสแห่งตัณหา<strong>:</strong>มนุษย์มีความต้องการไม่สิ้นสุด&nbsp;เป็นทาสของตัณหา&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>เมื่อผู้ใดเพ่งลงไปให้เห็นโทษภัยของความเสื่อมนั้น จะทำให้มองเห็นทางออกแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์ของความเสื่อม&nbsp;4 ประการนี้ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โทษของความโกรธ [6847-3d]</title>
			<itunes:title>โทษของความโกรธ [6847-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Nov 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/691c696867ed28baec2023d1/media.mp3" length="26985606" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">691c696867ed28baec2023d1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/691c696867ed28baec2023d1</link>
			<acast:episodeId>691c696867ed28baec2023d1</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhahOTfOFNGzgSDOiCG6Qg9GrWRMJqrVzvi6kzwC8LpR9t6J7OnmPDKDDiLGVTA+Vx+S5oeC77AHt1/aBT1QmOFm]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในมุมมองของคนที่มักโกรธ&nbsp;พอโกรธหรือไม่พอใจใครแล้ว ก็จะมองคน ๆ นั้นด้วยความเป็นศัตรูทันที คนมักโกรธจะมีความมุ่งหมายร้าย 7 ประการต่อศัตรู (เช่น ขอให้ผิวพรรณทราม, เป็นทุกข์, เสื่อมลาภยศ) แต่ผลร้ายเหล่านั้นกลับย้อนมาทำลายผู้โกรธเสียเอง ทำให้ชีวิตตกต่ำ จิตใจมืดบอดเหมือนไฟไหม้ และไม่เห็นธรรม</p><p>พระพุทธเจ้าได้ทรงชี้ถึงสาเหตุของความโกรธไว้ใน <strong>"มหานิทานสูตร"</strong> ว่าความโกรธมีรากฐานมาจาก "ตัณหา" หรือความยึดติด พอใจสิ่งใดก็เกิดความหวงกั้น เมื่อกระทบกระทั่งจึงพัฒนาจากความขัดเคือง (ปฏิฆะ) กลายเป็นความโกรธ (โกธะ) และลุกลามเป็นการประทุษร้าย (โทสะ)</p><p>แนวทางแก้ไขคือการเจริญเมตตาภาวนาและดูพระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่างในการไม่โกรธตอบ แม้จะมีเหตุผลให้โกรธเพียงใดก็ตาม เพื่อตัดวงจรการจองเวรที่จะเกิดขึ้นจากความโกรธนั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในมุมมองของคนที่มักโกรธ&nbsp;พอโกรธหรือไม่พอใจใครแล้ว ก็จะมองคน ๆ นั้นด้วยความเป็นศัตรูทันที คนมักโกรธจะมีความมุ่งหมายร้าย 7 ประการต่อศัตรู (เช่น ขอให้ผิวพรรณทราม, เป็นทุกข์, เสื่อมลาภยศ) แต่ผลร้ายเหล่านั้นกลับย้อนมาทำลายผู้โกรธเสียเอง ทำให้ชีวิตตกต่ำ จิตใจมืดบอดเหมือนไฟไหม้ และไม่เห็นธรรม</p><p>พระพุทธเจ้าได้ทรงชี้ถึงสาเหตุของความโกรธไว้ใน <strong>"มหานิทานสูตร"</strong> ว่าความโกรธมีรากฐานมาจาก "ตัณหา" หรือความยึดติด พอใจสิ่งใดก็เกิดความหวงกั้น เมื่อกระทบกระทั่งจึงพัฒนาจากความขัดเคือง (ปฏิฆะ) กลายเป็นความโกรธ (โกธะ) และลุกลามเป็นการประทุษร้าย (โทสะ)</p><p>แนวทางแก้ไขคือการเจริญเมตตาภาวนาและดูพระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่างในการไม่โกรธตอบ แม้จะมีเหตุผลให้โกรธเพียงใดก็ตาม เพื่อตัดวงจรการจองเวรที่จะเกิดขึ้นจากความโกรธนั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การแสดงธรรมที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ [6846-3d]</title>
			<itunes:title>การแสดงธรรมที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ [6846-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/69133af27728b8766ceb1e84/media.mp3" length="25329745" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69133af27728b8766ceb1e84</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/69133af27728b8766ceb1e84</link>
			<acast:episodeId>69133af27728b8766ceb1e84</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYVZHu8n3svaZaNlyCT5VnQWtXbW4BlhTmtK7/Y7DL7YHEQUh/5W5IR59+AoY/+OUtLRmKvaQdyQKMG5DzR1mPi]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ธรรมเทศนา" คือการแสดงธรรมในพระพุทธศาสนาเพื่ออธิบายคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงกล่าวไว้กับพระมหากัสสปะว่า การแสดงธรรมมีทั้งแบบบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การแสดงธรรมที่ไม่บริสุทธิ์</strong> คือการแสดงโดยมีเจตนาหวังลาภ สักการะ หรือคำสรรเสริญ ซึ่งจะนำไปสู่สัทธรรมปฏิรูป (การเลียนแบบธรรมะ)</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การแสดงธรรมที่บริสุทธิ์</strong> ต้องอาศัย 5 ประการ คือ 1. มีเจตนาให้ผู้ฟังเกิดศรัทธาและปัญญา 2. อาศัยธรรมะเป็นธรรมอันดี 3. อาศัยความกรุณา 4. อาศัยความเอ็นดู และ 5. อาศัยความอนุเคราะห์</p><p>การแสดงธรรมที่บริสุทธิ์ แบ่งเป็นกลุ่มได้ 3 กลุ่ม</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ฟังปฏิบัติได้ แล้วเกิดผลจริง</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธรรมะที่แสดงดีมีประโยชน์มาก</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิตใจของผู้แสดงธรรมประกอบด้วยพรหมวิหาร 4</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจะพิจารณาว่าผู้แสดงธรรมบริสุทธิ์หรือไม่ ให้ดูที่การเป็นอยู่ การพูดจา ศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจัยที่จะทำให้พระสัทธรรมยั่งยืนคือการที่พุทธบริษัท 4 มีความเคารพในพระศาสดา พระธรรม พระสงฆ์ ในสิกขา สมาธิ และเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงการเล่าเรียนให้ถูกต้อง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ธรรมเทศนา" คือการแสดงธรรมในพระพุทธศาสนาเพื่ออธิบายคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงกล่าวไว้กับพระมหากัสสปะว่า การแสดงธรรมมีทั้งแบบบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การแสดงธรรมที่ไม่บริสุทธิ์</strong> คือการแสดงโดยมีเจตนาหวังลาภ สักการะ หรือคำสรรเสริญ ซึ่งจะนำไปสู่สัทธรรมปฏิรูป (การเลียนแบบธรรมะ)</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การแสดงธรรมที่บริสุทธิ์</strong> ต้องอาศัย 5 ประการ คือ 1. มีเจตนาให้ผู้ฟังเกิดศรัทธาและปัญญา 2. อาศัยธรรมะเป็นธรรมอันดี 3. อาศัยความกรุณา 4. อาศัยความเอ็นดู และ 5. อาศัยความอนุเคราะห์</p><p>การแสดงธรรมที่บริสุทธิ์ แบ่งเป็นกลุ่มได้ 3 กลุ่ม</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ฟังปฏิบัติได้ แล้วเกิดผลจริง</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธรรมะที่แสดงดีมีประโยชน์มาก</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิตใจของผู้แสดงธรรมประกอบด้วยพรหมวิหาร 4</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจะพิจารณาว่าผู้แสดงธรรมบริสุทธิ์หรือไม่ ให้ดูที่การเป็นอยู่ การพูดจา ศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจัยที่จะทำให้พระสัทธรรมยั่งยืนคือการที่พุทธบริษัท 4 มีความเคารพในพระศาสดา พระธรรม พระสงฆ์ ในสิกขา สมาธิ และเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงการเล่าเรียนให้ถูกต้อง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเพื่อการพัฒนาตนเอง [6845-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมเพื่อการพัฒนาตนเอง [6845-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Nov 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6909ef48eb22ceaaf114785d/media.mp3" length="27113325" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6909ef48eb22ceaaf114785d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6909ef48eb22ceaaf114785d</link>
			<acast:episodeId>6909ef48eb22ceaaf114785d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaqCWi8uEErxIo+OPVCLh65tau4M9s9mcmh2D/hVJ7AEEFoJOyJYBgNUmqXAxCoXIBrN3sJGRfMRV2nmxOvKy2d]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>45</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“ภาวนา”</strong> คือ การพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นทุกด้าน มนุษย์จำเป็นต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าและเจริญงอกงามอยู่เสมอ ในตอนนี้จะกล่าวถึงธรรมะ 3 หมวดที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาตนเอง ได้แก่</p><p>1.<strong>วุฑฒิธรรม 4</strong> (ธรรมเป็นเครื่องเจริญแห่งปัญญา) : ประกอบด้วย การคบหาสัตบุรุษ (สัปปุริสังเสวะ) , การเอาใจใส่เล่าเรียนฟังธรรม (สัทธัมมัสสวนะ) , การคิดวิเคราะห์อย่างแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) , และการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม (ธัมมานุธัมมปฏิบัติ)</p><p>2.<strong>วัฒนมุข 6</strong> (ประตู 6 ประการสู่ความเจริญงอกงามของชีวิต) : ประกอบด้วย ความไม่มีโรค (อาโรคยะ) , ความมีระเบียบวินัย (ศีล) , การศึกษาแนวทางจากบัณฑิต (พุทธานุมัต) , การใฝ่ฟังศึกษาหาความรู้ (สุตะ) , การดำเนินชีวิตในทางที่ชอบธรรม (ธรรมานุวัติ) , และความเพียรพยายามไม่ย่อหย่อน (อลีนตา)</p><p>3.<strong>อธิษฐานธรรม 4</strong> (ธรรมที่เป็นฐานที่มั่นคงเพื่อความสำเร็จ) : ประกอบด้วย ปัญญา (การหยั่งรู้เหตุผล) , สัจจะ (การพูดจริงทำจริง) , จาคะ (การสละสิ่งไม่ดีออกไป) , และอุปสมะ (ความสงบ)</p><p>ธรรม 3 หมวดนี้เป็นธรรมที่เป็นไปในแนวเดียวกัน ที่เมื่อได้นำไปประพฤติปฏิบัติแล้วก็จะเกิดการพัฒนา ก้าวหน้า และนำไปสู่ความเจริญงอกงามในชีวิตได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“ภาวนา”</strong> คือ การพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นทุกด้าน มนุษย์จำเป็นต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าและเจริญงอกงามอยู่เสมอ ในตอนนี้จะกล่าวถึงธรรมะ 3 หมวดที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาตนเอง ได้แก่</p><p>1.<strong>วุฑฒิธรรม 4</strong> (ธรรมเป็นเครื่องเจริญแห่งปัญญา) : ประกอบด้วย การคบหาสัตบุรุษ (สัปปุริสังเสวะ) , การเอาใจใส่เล่าเรียนฟังธรรม (สัทธัมมัสสวนะ) , การคิดวิเคราะห์อย่างแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) , และการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม (ธัมมานุธัมมปฏิบัติ)</p><p>2.<strong>วัฒนมุข 6</strong> (ประตู 6 ประการสู่ความเจริญงอกงามของชีวิต) : ประกอบด้วย ความไม่มีโรค (อาโรคยะ) , ความมีระเบียบวินัย (ศีล) , การศึกษาแนวทางจากบัณฑิต (พุทธานุมัต) , การใฝ่ฟังศึกษาหาความรู้ (สุตะ) , การดำเนินชีวิตในทางที่ชอบธรรม (ธรรมานุวัติ) , และความเพียรพยายามไม่ย่อหย่อน (อลีนตา)</p><p>3.<strong>อธิษฐานธรรม 4</strong> (ธรรมที่เป็นฐานที่มั่นคงเพื่อความสำเร็จ) : ประกอบด้วย ปัญญา (การหยั่งรู้เหตุผล) , สัจจะ (การพูดจริงทำจริง) , จาคะ (การสละสิ่งไม่ดีออกไป) , และอุปสมะ (ความสงบ)</p><p>ธรรม 3 หมวดนี้เป็นธรรมที่เป็นไปในแนวเดียวกัน ที่เมื่อได้นำไปประพฤติปฏิบัติแล้วก็จะเกิดการพัฒนา ก้าวหน้า และนำไปสู่ความเจริญงอกงามในชีวิตได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อินทรีย์ : ความเป็นใหญ่ [6844-3d]</title>
			<itunes:title>อินทรีย์ : ความเป็นใหญ่ [6844-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Oct 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6900c8e1928a8984629e74ee/media.mp3" length="28151567" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6900c8e1928a8984629e74ee</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6900c8e1928a8984629e74ee</link>
			<acast:episodeId>6900c8e1928a8984629e74ee</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhY4K6ONXRGEWbpKBpPR28f/1Sf03Fio+WVN6CohUrtIL/N6eTsFSm05vcQeKKUfDDy+S1hsJmwhvYzs6xPHkH03]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>อินทรีย์ </strong>หมายถึง ความเป็นใหญ่มีการใช้อยู่ในหลายๆนัยยะ ที่จะนำมากล่าวในที่นี้มี 22 ข้อ ตามที่รวบรวมไว้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค&nbsp;ซึ่งรวบรวมตามพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ ได้แก่</p><p><strong>อินทรีย์ 6</strong>: คืออายตนะหรือประสาทสัมผัสทั้ง 6 (ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ) ซึ่งแต่ละอย่างมีความเป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน (เช่น หูเป็นใหญ่ในการได้ยินเสียง)</p><p><strong>อินทรีย์ 3</strong> (นัยยะที่ 1): เกี่ยวข้องกับภาวะเพศและการเวียนว่ายตายเกิด ได้แก่ ปุริสินทรีย์ (ภาวะชาย), อิตถินทรีย์ (ภาวะหญิง), และ ชีวิตินทรีย์ (ภาวะชีวิต)</p><p><strong>อินทรีย์ 3</strong> (นัยยะที่ 2): เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ (โลกุตตระ) ได้แก่</p><p>1.อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ คืออินทรีย์ของผู้ปฏิบัติด้วยมุ่งว่าจะรู้สัจธรรม</p><p>2.อัญญินทรีย์ คือ ปัญญาอันรู้ทั่วถึง</p><p>3.อัญญาตาวินทรีย์ คือปัญญาอันรู้ทั่วถึงแล้ว</p><p><strong>อินทรีย์ 5</strong> (นัยยะที่ 1) ได้แก่ ความสุขกาย ความทุกข์กาย ความสุขใจ ความทุกข์ใจ อุเบกขา</p><p><strong>อินทรีย์ 5</strong> (นัยยะที่ 2) เป็นนัยยะที่เราสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ซึ่งเป็นธรรมที่เหมือนกันโดยองค์ธรรมกับพละ5</p><p><strong>พละ 5</strong> ได้แก่ 1)ศรัทธา คือ ความมั่นใจ 2)วิริยะ คือ ความเพียร 3)สติ คือ ความระลึกได้ 4)สมาธิ คือ จิตเป็นอารมณ์อันเดียว 5)ปัญญา คือ ความเห็นตามความเป็นจริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>อินทรีย์ </strong>หมายถึง ความเป็นใหญ่มีการใช้อยู่ในหลายๆนัยยะ ที่จะนำมากล่าวในที่นี้มี 22 ข้อ ตามที่รวบรวมไว้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค&nbsp;ซึ่งรวบรวมตามพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ ได้แก่</p><p><strong>อินทรีย์ 6</strong>: คืออายตนะหรือประสาทสัมผัสทั้ง 6 (ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ) ซึ่งแต่ละอย่างมีความเป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน (เช่น หูเป็นใหญ่ในการได้ยินเสียง)</p><p><strong>อินทรีย์ 3</strong> (นัยยะที่ 1): เกี่ยวข้องกับภาวะเพศและการเวียนว่ายตายเกิด ได้แก่ ปุริสินทรีย์ (ภาวะชาย), อิตถินทรีย์ (ภาวะหญิง), และ ชีวิตินทรีย์ (ภาวะชีวิต)</p><p><strong>อินทรีย์ 3</strong> (นัยยะที่ 2): เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ (โลกุตตระ) ได้แก่</p><p>1.อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ คืออินทรีย์ของผู้ปฏิบัติด้วยมุ่งว่าจะรู้สัจธรรม</p><p>2.อัญญินทรีย์ คือ ปัญญาอันรู้ทั่วถึง</p><p>3.อัญญาตาวินทรีย์ คือปัญญาอันรู้ทั่วถึงแล้ว</p><p><strong>อินทรีย์ 5</strong> (นัยยะที่ 1) ได้แก่ ความสุขกาย ความทุกข์กาย ความสุขใจ ความทุกข์ใจ อุเบกขา</p><p><strong>อินทรีย์ 5</strong> (นัยยะที่ 2) เป็นนัยยะที่เราสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ซึ่งเป็นธรรมที่เหมือนกันโดยองค์ธรรมกับพละ5</p><p><strong>พละ 5</strong> ได้แก่ 1)ศรัทธา คือ ความมั่นใจ 2)วิริยะ คือ ความเพียร 3)สติ คือ ความระลึกได้ 4)สมาธิ คือ จิตเป็นอารมณ์อันเดียว 5)ปัญญา คือ ความเห็นตามความเป็นจริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อปริหานิยธรรม : ธรรมะอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม [6843-3d]</title>
			<itunes:title>อปริหานิยธรรม : ธรรมะอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม [6843-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Oct 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68f777c640b81f7a8907127e/media.mp3" length="28152107" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68f777c640b81f7a8907127e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68f777c640b81f7a8907127e</link>
			<acast:episodeId>68f777c640b81f7a8907127e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhY9dWKGWaMmtdHOFsDarpuCviHGKDwLjwNApRl5A15TJ+KrCRwcubtvMYcJ+WI0EjYFEzMAcdgtC5PQ/xNpZvzH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>43</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>"</strong>อปริหานิยธรรม" คือ ธรรมะอันเป็นที่ตั้งแห่งความไม่เสื่อม ซึ่งจะนำมาซึ่งความเจริญเพียงฝ่ายเดียว หลักธรรมนี้มีหลายนัยยะ</p><p>นัยยะแรกมี 7 ประการ ได้แก่ 1) หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ 2) พร้อมเพรียงกันประชุม 3) ไม่ล้มล้างสิ่งที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ&nbsp;&nbsp;4) เคารพภิกษุผู้ใหญ่ 5) ไม่ตกอยู่ในอำนาจตัณหา 6) ยินดีในเสนาสนะป่า 7) ตั้งสติระลึกถึงเพื่อนพรหมจารี</p><p>นัยยะอื่น ๆ ที่นำไปสู่ความเจริญและป้องกันความเสื่อม ได้แก่</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คุณธรรมในตน 7 ประการ: เช่น ไม่ยินดีการคุย, ไม่ปรารถนาลามก, ไม่คบมิตรชั่ว</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อริยทรัพย์ 7: เช่น ศรัทธา, หิริ, โอตตัปปะ, สติ, ปัญญา</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โพชฌงค์ 7: เช่น สติ, วิริยะ, สมาธิ, อุเบกขา</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สัญญา 7: เช่น อนิจจสัญญา, อนัตตสัญญา, อสุภสัญญา</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สาราณียธรรม 6</p><p>หากรักษาธรรมเหล่านี้ไว้ได้ ความเสื่อมจะไม่ปรากฏขึ้นเลย แต่จะมีความเจริญรุ่งเรืองเท่านั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>"</strong>อปริหานิยธรรม" คือ ธรรมะอันเป็นที่ตั้งแห่งความไม่เสื่อม ซึ่งจะนำมาซึ่งความเจริญเพียงฝ่ายเดียว หลักธรรมนี้มีหลายนัยยะ</p><p>นัยยะแรกมี 7 ประการ ได้แก่ 1) หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ 2) พร้อมเพรียงกันประชุม 3) ไม่ล้มล้างสิ่งที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ&nbsp;&nbsp;4) เคารพภิกษุผู้ใหญ่ 5) ไม่ตกอยู่ในอำนาจตัณหา 6) ยินดีในเสนาสนะป่า 7) ตั้งสติระลึกถึงเพื่อนพรหมจารี</p><p>นัยยะอื่น ๆ ที่นำไปสู่ความเจริญและป้องกันความเสื่อม ได้แก่</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คุณธรรมในตน 7 ประการ: เช่น ไม่ยินดีการคุย, ไม่ปรารถนาลามก, ไม่คบมิตรชั่ว</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อริยทรัพย์ 7: เช่น ศรัทธา, หิริ, โอตตัปปะ, สติ, ปัญญา</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โพชฌงค์ 7: เช่น สติ, วิริยะ, สมาธิ, อุเบกขา</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สัญญา 7: เช่น อนิจจสัญญา, อนัตตสัญญา, อสุภสัญญา</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สาราณียธรรม 6</p><p>หากรักษาธรรมเหล่านี้ไว้ได้ ความเสื่อมจะไม่ปรากฏขึ้นเลย แต่จะมีความเจริญรุ่งเรืองเท่านั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเป็นเครื่องบ่มวิมุตติ [6842-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมเป็นเครื่องบ่มวิมุตติ [6842-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Oct 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68ee3d23ead096a6109d6cc2/media.mp3" length="26985965" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68ee3d23ead096a6109d6cc2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68ee3d23ead096a6109d6cc2</link>
			<acast:episodeId>68ee3d23ead096a6109d6cc2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYCXW+H4u+6hFst7ljegYGEXdsQXpRl3WuxnxseR/FVA5TMe6q7438lHNx6G5K2/cv9tVpFj6TYWHbg3r0fsa68]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>42</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธรรมเป็นเครื่องบ่มวิมุตติคือธรรมที่บ่มให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสและทุกข์ทั้งปวง เป็นธรรมะที่กล่าวไว้ในส่วนของอถกถา ประกอบด้วยธรรม 5 หมวด หมวดละ 3 อย่าง รวมเป็น 15 อย่าง ได้แก่</p><p>นัยยะแรกคือนัยยะของอินทรีย์ 5 ดังนี้</p><p><strong>ศรัทธา</strong> คือความเชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้าได้แก่ 1)ไม่เสพ คบ บุคคลผู้ไม่มีศรัทธา 2)ให้เสพ คบ บุคคลผู้มีศรัทธา 3)พิจารณาตามนัยยะ<a href="https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=11&amp;A=2130&amp;Z=2536" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สัมปสาทนียสูตร</a></p><p><strong>วิริยะ</strong> คือความเพียรในการละความชั่วและทำความดีได้แก่ 1)ไม่เสพคบบุคคลผู้เกียจคร้าน 2)เสพคบเข้าไปนั่งใกล้บุคคลผู้มีความเพียร 3)พิจารณาตาม<a href="https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_name.php?name=%CA%D1%C1%C1%D1%BB%BB%B8%D2%B9&amp;book=9&amp;bookZ=33" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สัมมัปปธานสูตร</a></p><p><strong>สติ</strong> คือความระลึกรู้เท่าทันกายและใจได้แก่ 1)ไม่คบบุคคลผู้มีสติหลงลืม 2)ให้คบเข้าไปนั่งใกล้บุคคลผู้มีสติตั้งมั่น 3)พิจารณาสติปัฎฐาน4</p><p><strong>สมาธิ</strong> คือความมีจิตตั้งมั่นได้แก่ 1)ไม่คลุกคลีกับบุคคลผู้มีใจไม่มั่นคง 2)ให้คบหา นั่งใกล้กับบุคคลที่มีใจมั่นคง 3)พิจารณาฌานและวิโมกข์อยู่เป็นประจำ</p><p><strong>ปัญญา</strong> คือความรู้แจ้งเห็นจริงตามสภาพความเป็นจริง&nbsp;โดยเฉพาะความเกิด-ดับ&nbsp;เพื่อชำระล้างกิเลสได้แก่&nbsp;1)เว้นการคบหากับผู้มีปัญญาทราม 2)ให้คบกับผู้มีปัญญา มีแนวโน้มที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆได้ 3)พิจารณาญาณจริยาการบำเพ็ญญาณอันลึกซึ้ง</p><p>และยังมีธรรมเป็นเครื่องบ่มวิมุตตินัยยะที่ 2 คือสัญญา 5 ได้แก่ อนิจจสัญญา&nbsp;อนิจเจทุกขสัญญา ทุกเขอนัตตสัญญา&nbsp;ปหานสัญญา&nbsp;วิราคสัญญา และนัยยะที่ พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ กับ พระเมฆิยะคือ การมีมิตรดี ความสำรวมในศีล ความเป็นผู้ขัดเกลาอย่างยิ่ง ความปรารภความเพียร&nbsp;และปัญญาอันเป็นไปในส่วนแห่งการตรัสรู้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธรรมเป็นเครื่องบ่มวิมุตติคือธรรมที่บ่มให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสและทุกข์ทั้งปวง เป็นธรรมะที่กล่าวไว้ในส่วนของอถกถา ประกอบด้วยธรรม 5 หมวด หมวดละ 3 อย่าง รวมเป็น 15 อย่าง ได้แก่</p><p>นัยยะแรกคือนัยยะของอินทรีย์ 5 ดังนี้</p><p><strong>ศรัทธา</strong> คือความเชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้าได้แก่ 1)ไม่เสพ คบ บุคคลผู้ไม่มีศรัทธา 2)ให้เสพ คบ บุคคลผู้มีศรัทธา 3)พิจารณาตามนัยยะ<a href="https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=11&amp;A=2130&amp;Z=2536" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สัมปสาทนียสูตร</a></p><p><strong>วิริยะ</strong> คือความเพียรในการละความชั่วและทำความดีได้แก่ 1)ไม่เสพคบบุคคลผู้เกียจคร้าน 2)เสพคบเข้าไปนั่งใกล้บุคคลผู้มีความเพียร 3)พิจารณาตาม<a href="https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_name.php?name=%CA%D1%C1%C1%D1%BB%BB%B8%D2%B9&amp;book=9&amp;bookZ=33" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สัมมัปปธานสูตร</a></p><p><strong>สติ</strong> คือความระลึกรู้เท่าทันกายและใจได้แก่ 1)ไม่คบบุคคลผู้มีสติหลงลืม 2)ให้คบเข้าไปนั่งใกล้บุคคลผู้มีสติตั้งมั่น 3)พิจารณาสติปัฎฐาน4</p><p><strong>สมาธิ</strong> คือความมีจิตตั้งมั่นได้แก่ 1)ไม่คลุกคลีกับบุคคลผู้มีใจไม่มั่นคง 2)ให้คบหา นั่งใกล้กับบุคคลที่มีใจมั่นคง 3)พิจารณาฌานและวิโมกข์อยู่เป็นประจำ</p><p><strong>ปัญญา</strong> คือความรู้แจ้งเห็นจริงตามสภาพความเป็นจริง&nbsp;โดยเฉพาะความเกิด-ดับ&nbsp;เพื่อชำระล้างกิเลสได้แก่&nbsp;1)เว้นการคบหากับผู้มีปัญญาทราม 2)ให้คบกับผู้มีปัญญา มีแนวโน้มที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆได้ 3)พิจารณาญาณจริยาการบำเพ็ญญาณอันลึกซึ้ง</p><p>และยังมีธรรมเป็นเครื่องบ่มวิมุตตินัยยะที่ 2 คือสัญญา 5 ได้แก่ อนิจจสัญญา&nbsp;อนิจเจทุกขสัญญา ทุกเขอนัตตสัญญา&nbsp;ปหานสัญญา&nbsp;วิราคสัญญา และนัยยะที่ พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ กับ พระเมฆิยะคือ การมีมิตรดี ความสำรวมในศีล ความเป็นผู้ขัดเกลาอย่างยิ่ง ความปรารภความเพียร&nbsp;และปัญญาอันเป็นไปในส่วนแห่งการตรัสรู้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นาถกรณธรรม 10 [6841-3d]</title>
			<itunes:title>นาถกรณธรรม 10 [6841-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Oct 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68e5196bd798804c9e9f3344/media.mp3" length="27547540" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68e5196bd798804c9e9f3344</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68e5196bd798804c9e9f3344</link>
			<acast:episodeId>68e5196bd798804c9e9f3344</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYu0zcPlybkPTxiaAWKxXVNSCeqbR42THhwu6edBBMBOYOdVKhCDiUUxHp3f9hvq9m8I4YM9eW+aVmGQFJM50ET]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>41</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสถึงการ <strong>พึ่งตน พึ่งธรรม</strong> ซึ่งหมายถึงการพึ่งพาธรรมะของพระองค์ ธรรมะที่เป็นที่พึ่ง หรือคุณธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้ เรียกว่า <strong>นาถกรณธรรม 10 ประการ</strong> ดังนี้</p><p>1.&nbsp;<strong>ศีล:</strong> ความประพฤติดีงามสุจริต มีระเบียบวินัย</p><p>2.&nbsp;<strong>พาหุสัจจะ (พหูสูต):</strong> ศึกษาเล่าเรียนมาก มีความรู้ลึกซึ้งในธรรม</p><p>3.&nbsp;<strong>กัลยาณมิตตตา:</strong> มีมิตรที่ดี หรือให้ <strong>มรรค 8</strong> เป็นกัลยาณมิตร</p><p>4.&nbsp;<strong>โสวจัสสตา:</strong> เป็นผู้ว่าง่าย สอนง่าย รับฟังเหตุผล</p><p>5.&nbsp;<strong>กิงกรณีเยสุ ทักขตา:</strong> ไม่เกียจคร้าน เอาใจใส่ในกิจและจัดการให้สำเร็จเรียบร้อย</p><p>6.&nbsp;<strong>ธัมมกามตา:</strong> ใคร่ธรรม รักความรู้ ชอบศึกษาหลักธรรมวินัย</p><p>7.&nbsp;<strong>วิริยารัมภะ:</strong> ปรารภความเพียร ละชั่ว ทำดี ไม่ทอดทิ้งธุระ</p><p>8.&nbsp;<strong>สันตุฏฐี (สันโดษ):</strong> ยินดีพอใจในปัจจัย 4 ที่หามาได้โดยชอบธรรม</p><p>9.&nbsp;<strong>สติ:</strong> ระลึกได้ ไม่เผลอ ไม่ประมาทไปตามผัสสะที่เข้ามากระทบ</p><p>10.&nbsp;<strong>ปัญญา:</strong> มีปัญญาหยั่งรู้เหตุผล กำจัดกิเลส และเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสถึงการ <strong>พึ่งตน พึ่งธรรม</strong> ซึ่งหมายถึงการพึ่งพาธรรมะของพระองค์ ธรรมะที่เป็นที่พึ่ง หรือคุณธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้ เรียกว่า <strong>นาถกรณธรรม 10 ประการ</strong> ดังนี้</p><p>1.&nbsp;<strong>ศีล:</strong> ความประพฤติดีงามสุจริต มีระเบียบวินัย</p><p>2.&nbsp;<strong>พาหุสัจจะ (พหูสูต):</strong> ศึกษาเล่าเรียนมาก มีความรู้ลึกซึ้งในธรรม</p><p>3.&nbsp;<strong>กัลยาณมิตตตา:</strong> มีมิตรที่ดี หรือให้ <strong>มรรค 8</strong> เป็นกัลยาณมิตร</p><p>4.&nbsp;<strong>โสวจัสสตา:</strong> เป็นผู้ว่าง่าย สอนง่าย รับฟังเหตุผล</p><p>5.&nbsp;<strong>กิงกรณีเยสุ ทักขตา:</strong> ไม่เกียจคร้าน เอาใจใส่ในกิจและจัดการให้สำเร็จเรียบร้อย</p><p>6.&nbsp;<strong>ธัมมกามตา:</strong> ใคร่ธรรม รักความรู้ ชอบศึกษาหลักธรรมวินัย</p><p>7.&nbsp;<strong>วิริยารัมภะ:</strong> ปรารภความเพียร ละชั่ว ทำดี ไม่ทอดทิ้งธุระ</p><p>8.&nbsp;<strong>สันตุฏฐี (สันโดษ):</strong> ยินดีพอใจในปัจจัย 4 ที่หามาได้โดยชอบธรรม</p><p>9.&nbsp;<strong>สติ:</strong> ระลึกได้ ไม่เผลอ ไม่ประมาทไปตามผัสสะที่เข้ามากระทบ</p><p>10.&nbsp;<strong>ปัญญา:</strong> มีปัญญาหยั่งรู้เหตุผล กำจัดกิเลส และเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ว่าด้วยเรื่องการโจทก์  2 [6840-3d]</title>
			<itunes:title>ว่าด้วยเรื่องการโจทก์  2 [6840-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 20:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68dbba64597bc7d53f6ab457/media.mp3" length="26058268" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68dbba64597bc7d53f6ab457</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68dbba64597bc7d53f6ab457</link>
			<acast:episodeId>68dbba64597bc7d53f6ab457</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYtnLXPVRwkrR5sC7j5sEzG+NtFODXZ9wTy+I8ZURvTksxZGIBIV4sVEc8En45w40hTL4f2y9NG0r9lOFfBYRoo]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>40</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การโจทก์ในทางพุทธศาสนาหมายถึงการกล่าวหาหรือการตำหนิผู้อื่น คุณสมบัติของผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ได้กล่าวไว้แล้วในตอนที่ผ่านมา ในตอนนี้จะกล่าวถึงการที่จะไปโจทก์ผู้ใดนั้นพระพุทธเจ้าได้ให้หลักพิจารณาไว้ในพระสูตรที่ชื่อว่า “กินติสูตร” โดยในตอนนี้จะกล่าวถึงตอนที่พระพุทธเจ้าได้สอนถึงการที่จะโจทก์กันนั้นให้ใคร่ครวญพิจารณา ตามหลัก 5 ประการ ดังนี้</p><p>1.&nbsp;พิจารณาความลำบากหรือไม่ลำบากของผู้เป็นโจทย์ โดยผู้เป็นโจทย์ต้องมีวาจาบริสุทธิ์</p><p>2.&nbsp;พิจารณาความขัดเคืองหรือไม่ขัดเคือง ของผู้ถูกโจทย์</p><p>3.&nbsp;พิจารณากุศลและความดีที่จะเกิดกับผู้ถูกโจทย์ คือหากโจทก์แล้วก่อให้ความดีกับผู้ถูกโจทย์ก็ควรโจทก์</p><p>4.&nbsp;พิจารณาผู้เป็นโจทย์ลำบาก และผู้ถูกโจทย์ขัดเคือง&nbsp;ให้ยึดกุศลธรรมที่จะเกิดขึ้นเป็นเกณฑ์</p><p>5.&nbsp;พิจารณาแล้วว่าผู้ถูกโจทย์เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็ให้วางเฉย</p><p>นอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังให้หลักในการพิจารณาความเห็นต่างกันในเรื่องธรรมะที่พระองค์ได้ทรงบอกกล่าวไว้ โดยส่วนมากจะเห็นแย้งกันใน 2 เรื่องคือ เรื่องอรรถ และพยัญชนะ โดยให้เข้าหาชี้แจงแก่กลุ่มภิกษุที่ว่าง่ายก่อนแล้วค่อยๆขยายให้เกิดความสามัคคีกันอย่างกว้างขวางขึ้นและสามารถใช้หลักการนี้พิจารณาการโจทก์กันในด้านการครองเรือนได้ด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การโจทก์ในทางพุทธศาสนาหมายถึงการกล่าวหาหรือการตำหนิผู้อื่น คุณสมบัติของผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ได้กล่าวไว้แล้วในตอนที่ผ่านมา ในตอนนี้จะกล่าวถึงการที่จะไปโจทก์ผู้ใดนั้นพระพุทธเจ้าได้ให้หลักพิจารณาไว้ในพระสูตรที่ชื่อว่า “กินติสูตร” โดยในตอนนี้จะกล่าวถึงตอนที่พระพุทธเจ้าได้สอนถึงการที่จะโจทก์กันนั้นให้ใคร่ครวญพิจารณา ตามหลัก 5 ประการ ดังนี้</p><p>1.&nbsp;พิจารณาความลำบากหรือไม่ลำบากของผู้เป็นโจทย์ โดยผู้เป็นโจทย์ต้องมีวาจาบริสุทธิ์</p><p>2.&nbsp;พิจารณาความขัดเคืองหรือไม่ขัดเคือง ของผู้ถูกโจทย์</p><p>3.&nbsp;พิจารณากุศลและความดีที่จะเกิดกับผู้ถูกโจทย์ คือหากโจทก์แล้วก่อให้ความดีกับผู้ถูกโจทย์ก็ควรโจทก์</p><p>4.&nbsp;พิจารณาผู้เป็นโจทย์ลำบาก และผู้ถูกโจทย์ขัดเคือง&nbsp;ให้ยึดกุศลธรรมที่จะเกิดขึ้นเป็นเกณฑ์</p><p>5.&nbsp;พิจารณาแล้วว่าผู้ถูกโจทย์เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็ให้วางเฉย</p><p>นอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังให้หลักในการพิจารณาความเห็นต่างกันในเรื่องธรรมะที่พระองค์ได้ทรงบอกกล่าวไว้ โดยส่วนมากจะเห็นแย้งกันใน 2 เรื่องคือ เรื่องอรรถ และพยัญชนะ โดยให้เข้าหาชี้แจงแก่กลุ่มภิกษุที่ว่าง่ายก่อนแล้วค่อยๆขยายให้เกิดความสามัคคีกันอย่างกว้างขวางขึ้นและสามารถใช้หลักการนี้พิจารณาการโจทก์กันในด้านการครองเรือนได้ด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ว่าด้วยเรื่องการโจทก์ [6839-3d]</title>
			<itunes:title>ว่าด้วยเรื่องการโจทก์ [6839-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 20:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68d2982640bbaff2b9cfaa6b/media.mp3" length="27976948" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68d2982640bbaff2b9cfaa6b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68d2982640bbaff2b9cfaa6b</link>
			<acast:episodeId>68d2982640bbaff2b9cfaa6b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbH8c5Y2gU8JzJL0P1Ouy3JPnZQdXGwW32GfTTCUIq3vD4EJwcxTx/85h+dRq2yP7zZUdTO1a6MDlnbOEGHnbqd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>39</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>โจทก์</strong> คือ ผู้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล ที่เชื่อว่าตนเองได้รับความเสียหาย&nbsp;หรือถูกละเมิด&nbsp;และต้องการการเยียวยาจากฝ่ายที่ถูกฟ้อง ซึ่งเรียกว่า "จำเลย" โจทก์มีหน้าที่นำเสนอหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้าง&nbsp;</p><p>การโจทก์ในทางพุทธศาสนาหมายถึงการกล่าวหาหรือการตำหนิผู้อื่น ในที่นี้จะเทียบเคียงให้เข้าใจในนัยยะทางพุทธศาสนาหากมีการโจทก์หรือถูกโจทก์ในชีวิตประจำวันจะต้องทำอย่างไร โดยจะแบ่งไว้&nbsp;2 ส่วนคือส่วนของผู้โจทก์ และผู้ถูกโจทก์ ดังนี้</p><p>ผู้โจทก์ต้องมีข้อพิจารณา 5 ประการ ดังนี้</p><ol><li>ต้องมีกายบริสุทธิ์</li><li>ต้องมีวาจาบริสุทธิ์</li><li>ต้องมีจิตเมตตา</li><li>ต้องมีความเป็นพหูสูต</li><li>ต้องจำและวินิจฉัยบทสวดพระปาติโมกข์ได้ถูกต้อง(ในทางโลกต้องรู้กฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบ)</li></ol><p><strong>คุณสมบัติของผู้โจทก์ </strong>ต้องตั้งอยู่ในธรรม 5 ประการนี้คือ</p><ol><li>กล่าวโดยกาลอันควร ไม่กล่าวด้วยกาลไม่ควร</li><li>กล่าวด้วยคำจริง ไม่กล่าวด้วยคำไม่จริง</li><li>กล่าวด้วยคำสุภาพ ไม่กล่าวด้วยคำหยาบ</li><li>กล่าวด้วยคำที่ก่อประโยชน์ ไม่กล่าวด้วยคำที่ไร้ประโยชน์</li><li>มีเมตตาจิตกล่าว ไม่มุ่งร้ายแล้วกล่าว</li></ol><p>หากผู้โจทก์มีคุณสมบัติตาม 10 ประการข้างต้นนี้จะไม่เดือดร้อนจากการโจทก์ของตน</p><p><strong>คุณสมบัติของผู้ถูกโจทก์ </strong>ต้องตั้งอยู่ในธรรม 5 ประการนี้คือ</p><ol><li>ความจริง คือตั้งไว้ในความจริง</li><li>ความไม่ขุ่นเคือง คือถ้าเราถูกโจทก์ก็อยู่ขุ่นเคือง</li></ol><p>การโจทก์นั้นหากผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ตั้งอยู่ในธรรมทั้ง 2 ฝ่ายก็จะนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ทำไม่ถูกให้กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องขึ้นมาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>โจทก์</strong> คือ ผู้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล ที่เชื่อว่าตนเองได้รับความเสียหาย&nbsp;หรือถูกละเมิด&nbsp;และต้องการการเยียวยาจากฝ่ายที่ถูกฟ้อง ซึ่งเรียกว่า "จำเลย" โจทก์มีหน้าที่นำเสนอหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้าง&nbsp;</p><p>การโจทก์ในทางพุทธศาสนาหมายถึงการกล่าวหาหรือการตำหนิผู้อื่น ในที่นี้จะเทียบเคียงให้เข้าใจในนัยยะทางพุทธศาสนาหากมีการโจทก์หรือถูกโจทก์ในชีวิตประจำวันจะต้องทำอย่างไร โดยจะแบ่งไว้&nbsp;2 ส่วนคือส่วนของผู้โจทก์ และผู้ถูกโจทก์ ดังนี้</p><p>ผู้โจทก์ต้องมีข้อพิจารณา 5 ประการ ดังนี้</p><ol><li>ต้องมีกายบริสุทธิ์</li><li>ต้องมีวาจาบริสุทธิ์</li><li>ต้องมีจิตเมตตา</li><li>ต้องมีความเป็นพหูสูต</li><li>ต้องจำและวินิจฉัยบทสวดพระปาติโมกข์ได้ถูกต้อง(ในทางโลกต้องรู้กฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบ)</li></ol><p><strong>คุณสมบัติของผู้โจทก์ </strong>ต้องตั้งอยู่ในธรรม 5 ประการนี้คือ</p><ol><li>กล่าวโดยกาลอันควร ไม่กล่าวด้วยกาลไม่ควร</li><li>กล่าวด้วยคำจริง ไม่กล่าวด้วยคำไม่จริง</li><li>กล่าวด้วยคำสุภาพ ไม่กล่าวด้วยคำหยาบ</li><li>กล่าวด้วยคำที่ก่อประโยชน์ ไม่กล่าวด้วยคำที่ไร้ประโยชน์</li><li>มีเมตตาจิตกล่าว ไม่มุ่งร้ายแล้วกล่าว</li></ol><p>หากผู้โจทก์มีคุณสมบัติตาม 10 ประการข้างต้นนี้จะไม่เดือดร้อนจากการโจทก์ของตน</p><p><strong>คุณสมบัติของผู้ถูกโจทก์ </strong>ต้องตั้งอยู่ในธรรม 5 ประการนี้คือ</p><ol><li>ความจริง คือตั้งไว้ในความจริง</li><li>ความไม่ขุ่นเคือง คือถ้าเราถูกโจทก์ก็อยู่ขุ่นเคือง</li></ol><p>การโจทก์นั้นหากผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ตั้งอยู่ในธรรมทั้ง 2 ฝ่ายก็จะนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ทำไม่ถูกให้กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องขึ้นมาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เบญจศีลและเบญจธรรม [6838-3d]</title>
			<itunes:title>เบญจศีลและเบญจธรรม [6838-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Sep 2025 20:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68c93a9bfcf4ee5e376c31fc/media.mp3" length="27535307" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68c93a9bfcf4ee5e376c31fc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68c93a9bfcf4ee5e376c31fc</link>
			<acast:episodeId>68c93a9bfcf4ee5e376c31fc</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZBwAAH76W6kp4OvfejEhjxNv8HfJG0w1AkyjPrI7MWMaAzH6AyZvmDxv/e1/MWNTV30E4EbUbQ9Qk/fO+Wcjf6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>38</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง </strong>หลักคำสอนและวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ สรุปเป็นใจความสำคัญไว้ 3 ขั้น คือ<strong>&nbsp;ให้ละเว้นความชั่ว ให้ทำความดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ นี่คือเส้นทางที่จะนำไปสู่ทางหลุดพ้นได้</strong></p><p><strong>ซึ่งในครั้งนี้จะกล่าวถึงหลักธรรมที่เป็นขั้นของการชี้แนวทางแห่งโลกุตระ นั่นคือเบญจศีลและเบญจธรรม</strong></p><p><strong>เบญจศีลและเบญจธรรม</strong>&nbsp;เป็นธรรมคู่กัน คนที่มีเบญจธรรมจึงจะเป็นผู้มีเบญจศีล ซึ่งหากคนมีศีลและธรรมดังกล่าวแล้ว จะเว้นจากการทำความชั่ว รู้จักควบคุมตนให้ตั้งอยู่ในความดี ไม่เบียดเบียนตนและคนอื่น และประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ</p><p><strong>เบญจศีล</strong> คือ ศีล 5 ข้อ เป็นการรักษาเจตนาที่จะควบคุมกาย และวาจาให้เป็นปกติ คือ ไม่ทำบาป โดยการละเว้น 5 ประการ คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักขโมย ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ละเว้นจากการพูดปด ละเว้นจากการเสพสุรา</p><p><strong>เบญจธรรม</strong>&nbsp;เป็นหลักธรรมที่ควรปฏิบัติ มี 5 ประการ ได้แก่</p><p>1. เมตตากรุณา คือ บุคคลใดที่มีเมตตาย่อมไม่ฆ่า หรือเบียดเบียนสัตว์ เมตตากรุณาจึงเป็นจิตที่สามารถเพิ่มพูนพัฒนาได้จากการเว้นจากการฆ่า </p><p>2. สัมมาอาชีวะ คือ ประกอบอาชีพที่สุจริต มีรายได้ รู้จักใช้จ่าย และที่สำคัญรู้จักคำว่าพอดี และมีหิริโอตตัปปะ คือ ความละอาย และเกรงกลัวต่อผลของบาป จึงทำให้ไม่ลักขโมยของผู้อื่น</p><p>3. กามสังวร คือ ความสำรวมอินทรีย์ ระมัดระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ทำให้ ความใคร่ในกามคุณ คือ การติดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ลดน้อยลง เมื่อความสำรวมเกิดขึ้น จึงทำให้ไม่ประพฤติผิดในกาม</p><p>4. สัจจะ คือ การพูดความจริง เป็นสิ่งที่ทำให้ไม่เกิดการมุสาวาท </p><p>5. สติสัมปชัญญะ คือ การรู้สึกตัว การไม่ประมาท เพราะรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว ทำให้ไม่เกลือกกลั้วกับสิ่งที่จะทำให้ชีวิตตกต่ำ เช่น สุราเมื่อคนดื่มกินก็ทำให้มึนเมาและขาดสติ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง </strong>หลักคำสอนและวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ สรุปเป็นใจความสำคัญไว้ 3 ขั้น คือ<strong>&nbsp;ให้ละเว้นความชั่ว ให้ทำความดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ นี่คือเส้นทางที่จะนำไปสู่ทางหลุดพ้นได้</strong></p><p><strong>ซึ่งในครั้งนี้จะกล่าวถึงหลักธรรมที่เป็นขั้นของการชี้แนวทางแห่งโลกุตระ นั่นคือเบญจศีลและเบญจธรรม</strong></p><p><strong>เบญจศีลและเบญจธรรม</strong>&nbsp;เป็นธรรมคู่กัน คนที่มีเบญจธรรมจึงจะเป็นผู้มีเบญจศีล ซึ่งหากคนมีศีลและธรรมดังกล่าวแล้ว จะเว้นจากการทำความชั่ว รู้จักควบคุมตนให้ตั้งอยู่ในความดี ไม่เบียดเบียนตนและคนอื่น และประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ</p><p><strong>เบญจศีล</strong> คือ ศีล 5 ข้อ เป็นการรักษาเจตนาที่จะควบคุมกาย และวาจาให้เป็นปกติ คือ ไม่ทำบาป โดยการละเว้น 5 ประการ คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักขโมย ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ละเว้นจากการพูดปด ละเว้นจากการเสพสุรา</p><p><strong>เบญจธรรม</strong>&nbsp;เป็นหลักธรรมที่ควรปฏิบัติ มี 5 ประการ ได้แก่</p><p>1. เมตตากรุณา คือ บุคคลใดที่มีเมตตาย่อมไม่ฆ่า หรือเบียดเบียนสัตว์ เมตตากรุณาจึงเป็นจิตที่สามารถเพิ่มพูนพัฒนาได้จากการเว้นจากการฆ่า </p><p>2. สัมมาอาชีวะ คือ ประกอบอาชีพที่สุจริต มีรายได้ รู้จักใช้จ่าย และที่สำคัญรู้จักคำว่าพอดี และมีหิริโอตตัปปะ คือ ความละอาย และเกรงกลัวต่อผลของบาป จึงทำให้ไม่ลักขโมยของผู้อื่น</p><p>3. กามสังวร คือ ความสำรวมอินทรีย์ ระมัดระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ทำให้ ความใคร่ในกามคุณ คือ การติดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ลดน้อยลง เมื่อความสำรวมเกิดขึ้น จึงทำให้ไม่ประพฤติผิดในกาม</p><p>4. สัจจะ คือ การพูดความจริง เป็นสิ่งที่ทำให้ไม่เกิดการมุสาวาท </p><p>5. สติสัมปชัญญะ คือ การรู้สึกตัว การไม่ประมาท เพราะรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว ทำให้ไม่เกลือกกลั้วกับสิ่งที่จะทำให้ชีวิตตกต่ำ เช่น สุราเมื่อคนดื่มกินก็ทำให้มึนเมาและขาดสติ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สติปัฏฐาน 4 [6837-3d]</title>
			<itunes:title>สติปัฏฐาน 4 [6837-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Sep 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68c018d7f5c5afe5c260c9af/media.mp3" length="27974180" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68c018d7f5c5afe5c260c9af</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68c018d7f5c5afe5c260c9af</link>
			<acast:episodeId>68c018d7f5c5afe5c260c9af</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhb8njrEFjfrG2DXYOGNqAa3U7FIpMwUNyTntzqE8KvbCUs0/EZsySvnNSUSs89lOrd3lfJ4GUTrUOhJccSu97M1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>37</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สติ </strong>หมายถึงความระลึกได้ คือระลึกถึงสิ่งที่ทำ จำคำที่พูดแล้วแม้นานได้ สติมีทั้งมิจฉาสติและสัมมาสติ หากระลึกถึงเรื่องไม่ดีทำให้กิเลสเกิดนั่นคือมิจฉาสติ<strong> </strong>&nbsp;แต่หากระลึกถึงเรื่องที่ดีๆเรื่องที่ก่อให้เกิดกุศลก็คือสัมมาสติ<strong>&nbsp;</strong>สติต้องมีปัญญาประกอบควบคู่ไปด้วย&nbsp;จึงจะทำให้ใช้สติอย่างถูกต้องก่อให้เกิดประโยชน์&nbsp;<strong> </strong>สตินั้นมีอานิสงส์มาก การที่เราจะเข้าสมาธิได้เป็นสัมมาสมาธิก็ต้องอาศัยสัมมาสติ และในสัมมาสติเจาะลงไปก็คือ<strong>สติปัฏฐาน4 </strong>การเจริญสติปัฏฐานสี่นั้นเป็นเหตุให้เกิดวิชชาและวิมุติได้</p><p><strong>สติปัฏฐาน</strong>&nbsp;เป็น<a href="https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_name.php?book=1&amp;bookZ=45&amp;name=%CA%B5%D4%BB%D1%AF%B0%D2%B9%CA%D9%B5%C3" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ</a> การตั้งสติไว้โดยปัญญาพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นเท่าทันตามความเป็นจริง และการมีสติกำกับดูสิ่งต่างๆ และความเป็นไปทั้งหลาย โดยปัญญารู้เท่าทันตามสภาวะของมัน ไม่ถูกครอบงำด้วยความยินดียินร้าย ที่ทำให้มองเห็นเพี้ยนไปตามอำนาจกิเลส มี 4 อย่าง คือ กาย เวทนา จิต ธรรม</p><p>1.&nbsp;กายานุปัสสนา สติปัฏฐาน&nbsp;การตั้งสติกำหนดพิจารณากาย, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันกายและเรื่องทางกาย เช่นนึกถึงกระดูก หนังเอ็น ความเป็น อสุภะ </p><p>2.&nbsp;เวทนานุปัสสนา สติปัฏฐาน&nbsp;การตั้งสติกำหนดพิจารณาเวทนา, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันเวทนา การใช้ความรู้สึกเป็นฐานที่ตั้งของการมีสติ พิจารณาทุกขเวทนาและสุขเวทนาอย่างสติ </p><p>3.&nbsp;จิตตานุปัสสนา สติปัฏฐาน&nbsp;การตั้งสติกำหนดพิจารณาจิต, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันจิตหรือสภาพและอาการของจิต คือถ้าจิตฟุ้งก็รู้ จิตสงบก็รู้</p><p>4.&nbsp;ธัมมานุปัสสนา สติปัฏฐาน&nbsp;การตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรม, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันธรรม คือการนำธรรมะมาพิจารณาใคร่ครวญอย่างแยบคายจนเห็นทุกข์</p><p>จะเห็นว่าสติปัฏฐาน4 นี้คือ กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นหนึ่งในโพธิปักขิยธรรม37 อย่าง สามารถแจกแจงออกให้ละเอียดได้ถึง 10 อย่างเรียกว่า อนุสติ10 คือสิ่งที่จะทำให้สติตามมาได้ 10 ประการได้แก่</p><p>1.พุทธานุสสติ การตามระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า</p><p>2.ธัมมานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงพระธรรม</p><p>3.สังฆนุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงคุณพระสงฆ์</p><p>4.สีลานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงศีลที่เรารักษา</p><p>5.จาคานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงผลของทานการบริจาค</p><p>6.เทวตานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงคุณธรรมที่ทำให้เป็นเทวดา</p><p>7.อุปสมานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงความว่าง ความพ้น นิพพาน</p><p>8.มรณานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงเหตุปัจจัยแห่งความตายนั้นมีมาก</p><p>9.อานาปานานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงลมหายใจเข้า ลมหายใจออก</p><p>10.กายคตานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงอาการ32</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สติ </strong>หมายถึงความระลึกได้ คือระลึกถึงสิ่งที่ทำ จำคำที่พูดแล้วแม้นานได้ สติมีทั้งมิจฉาสติและสัมมาสติ หากระลึกถึงเรื่องไม่ดีทำให้กิเลสเกิดนั่นคือมิจฉาสติ<strong> </strong>&nbsp;แต่หากระลึกถึงเรื่องที่ดีๆเรื่องที่ก่อให้เกิดกุศลก็คือสัมมาสติ<strong>&nbsp;</strong>สติต้องมีปัญญาประกอบควบคู่ไปด้วย&nbsp;จึงจะทำให้ใช้สติอย่างถูกต้องก่อให้เกิดประโยชน์&nbsp;<strong> </strong>สตินั้นมีอานิสงส์มาก การที่เราจะเข้าสมาธิได้เป็นสัมมาสมาธิก็ต้องอาศัยสัมมาสติ และในสัมมาสติเจาะลงไปก็คือ<strong>สติปัฏฐาน4 </strong>การเจริญสติปัฏฐานสี่นั้นเป็นเหตุให้เกิดวิชชาและวิมุติได้</p><p><strong>สติปัฏฐาน</strong>&nbsp;เป็น<a href="https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_name.php?book=1&amp;bookZ=45&amp;name=%CA%B5%D4%BB%D1%AF%B0%D2%B9%CA%D9%B5%C3" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ</a> การตั้งสติไว้โดยปัญญาพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นเท่าทันตามความเป็นจริง และการมีสติกำกับดูสิ่งต่างๆ และความเป็นไปทั้งหลาย โดยปัญญารู้เท่าทันตามสภาวะของมัน ไม่ถูกครอบงำด้วยความยินดียินร้าย ที่ทำให้มองเห็นเพี้ยนไปตามอำนาจกิเลส มี 4 อย่าง คือ กาย เวทนา จิต ธรรม</p><p>1.&nbsp;กายานุปัสสนา สติปัฏฐาน&nbsp;การตั้งสติกำหนดพิจารณากาย, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันกายและเรื่องทางกาย เช่นนึกถึงกระดูก หนังเอ็น ความเป็น อสุภะ </p><p>2.&nbsp;เวทนานุปัสสนา สติปัฏฐาน&nbsp;การตั้งสติกำหนดพิจารณาเวทนา, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันเวทนา การใช้ความรู้สึกเป็นฐานที่ตั้งของการมีสติ พิจารณาทุกขเวทนาและสุขเวทนาอย่างสติ </p><p>3.&nbsp;จิตตานุปัสสนา สติปัฏฐาน&nbsp;การตั้งสติกำหนดพิจารณาจิต, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันจิตหรือสภาพและอาการของจิต คือถ้าจิตฟุ้งก็รู้ จิตสงบก็รู้</p><p>4.&nbsp;ธัมมานุปัสสนา สติปัฏฐาน&nbsp;การตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรม, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันธรรม คือการนำธรรมะมาพิจารณาใคร่ครวญอย่างแยบคายจนเห็นทุกข์</p><p>จะเห็นว่าสติปัฏฐาน4 นี้คือ กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นหนึ่งในโพธิปักขิยธรรม37 อย่าง สามารถแจกแจงออกให้ละเอียดได้ถึง 10 อย่างเรียกว่า อนุสติ10 คือสิ่งที่จะทำให้สติตามมาได้ 10 ประการได้แก่</p><p>1.พุทธานุสสติ การตามระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า</p><p>2.ธัมมานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงพระธรรม</p><p>3.สังฆนุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงคุณพระสงฆ์</p><p>4.สีลานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงศีลที่เรารักษา</p><p>5.จาคานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงผลของทานการบริจาค</p><p>6.เทวตานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงคุณธรรมที่ทำให้เป็นเทวดา</p><p>7.อุปสมานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงความว่าง ความพ้น นิพพาน</p><p>8.มรณานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงเหตุปัจจัยแห่งความตายนั้นมีมาก</p><p>9.อานาปานานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงลมหายใจเข้า ลมหายใจออก</p><p>10.กายคตานุสสติ&nbsp;การตามระลึกถึงอาการ32</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อาวาสิกธรรม [6836-3d]</title>
			<itunes:title>อาวาสิกธรรม [6836-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Sep 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68b6f5f9093397eb05d6f485/media.mp3" length="25683434" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68b6f5f9093397eb05d6f485</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68b6f5f9093397eb05d6f485</link>
			<acast:episodeId>68b6f5f9093397eb05d6f485</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYAo9YkAL8BkcyJIm2SB+Y0v4kdXgOh+Olv+HZolkImoNaQey3ekNgv8JpsUatT9wLc4E/bCnL3msdHvmoJoxcf]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>36</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>อาวาสิโก </strong>คือผู้อยู่ประจำอาวาส<strong> </strong>ภิกษุผู้อยู่ประจำอาวาส และอีกหนึ่งนัยยะ อาวาสิโก ยังหมายถึงเจ้าอาวาส ซึ่งในภาษาไทยได้นำมาใช้ในบริบทที่ว่าคือผู้นำผู้ปกครองของวัดนั้น&nbsp;</p><p><strong>อาวาสิกธรรม </strong>คือธรรมของผู้ที่อยู่ประจำถิ่น เป็นหลักธรรมของภิกษุผู้อยู่ประจำอาวาส การอยู่ประจำอาวาสอย่างไรที่จะทำให้ดีให้งาม ให้มีการเกิดประโยชน์เกิดบุญที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้ไปดีได้ในภพต่อๆไป ในตอนนี้ได้รวบรวมเนื้อหามาสรุปให้เป็นกลุ่ม โดยแบ่งตามคุณธรรมของผู้อยู่ประจำถิ่น ดังนี้</p><p><strong>กลุ่มที่1</strong> เป็นผู้มี ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังนี้</p><p><strong>1)</strong>ถึงพร้อมด้วยมารยาทและวัตร&nbsp;</p><p><strong>2)</strong>เป็นพหูสูต ทรงความรู้&nbsp;</p><p><strong>3)</strong>เป็นผู้ยินดีในการขัดเกลากิเลส ยินดีในความสงบ ยินดีในการที่จะไม่คลุกคลี&nbsp;</p><p><strong>4)</strong>มีปัญญา เฉลียวฉลาดเห็นความเกิดขึ้นและดับไปอย่างแยบคายในการปฏิบัติ&nbsp;</p><p><strong>5)</strong>แคล่วคล่องในการเข้า-ออกฌานทั้ง4</p><p><strong>6)</strong>สามารถใช้ปัญญาและสมาธิที่มีนั้นในการที่จะบรรลุธรรม</p><p><strong>กลุ่มที่2</strong> เป็นผู้มีสัมมาวาจา ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>มีกัลยาณวาจาคือวาจางาม รู้จักพูด รู้จักเจรจาให้เป็นผลดี&nbsp;</p><p><strong>2)</strong>สามารถกล่าวธรรมะให้ผู้มาหาเห็นแจ่มชัด ยอมรับไปปฏิบัติ เร้าใจให้แกล้วกล้า และเบิกบานใจ</p><p><strong>กลุ่มที่3</strong> เป็นผู้ทำการงานดี ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>รู้จักปฏิสังขรณ์เสนาสนะสิ่งของที่ชำรุดหักพัง&nbsp;ตามเหตุตามปัจจัย</p><p><strong>กลุ่มที่4</strong> เป็นผู้จักปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลรอบข้าง ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>ชักนำคฤหัสถ์ให้ถือปฏิบัติในอธิศีล&nbsp;</p><p><strong>2)</strong>ยังคฤหัสถ์ให้ตั้งอยู่ในธรรมทัศนะ คือรู้เห็นเข้าใจธรรม</p><p><strong>3)</strong>ไปเยี่ยมให้สติคนเจ็บไข้</p><p><strong>4)</strong>เมื่อมีสงฆ์หมู่ใหญ่มาจากต่างถิ่น ขวนขวายบอกชาวบ้านผู้ปวารณาไว้ให้มาทำบุญ</p><p><strong>5)</strong>เมื่อรับทานใดๆมาแล้ว จะเลวหรือดี ก็ใช้ด้วยตนเอง ไม่ยังศรัทธาให้ตกไป</p><p><strong>กลุ่มที่5</strong> เป็นผู้รู้จักยกย่องหรือติเตียน ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>พิจารณาใคร่ครวญโดยรอบคอบแล้ว จึงกล่าวตำหนิติเตียนบุคคลที่ควรตำหนิติเตียน</p><p><strong>2)</strong>พิจารณาใคร่ครวญโดยรอบคอบแล้ว จึงกล่าวยกย่องสรรเสริญบุคคลที่ควรยกย่องสรรเสริญ</p><p><strong>3)</strong>พิจารณาใคร่ครวญโดยรอบคอบแล้ว จึงแสดงความไม่เลื่อมใส ในฐานะอันไม่ควรเลื่อมใส</p><p><strong>4)</strong>พิจารณาใคร่ครวญโดยรอบคอบแล้ว จึงแสดงความเลื่อมใส ในฐานะอันควรเลื่อมใส</p><p><strong>กลุ่มที่6</strong> เป็นผู้ไม่มีความตระหนี่ ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>ไม่ตระหนี่หวงแหนที่อยู่อาศัย&nbsp;</p><p><strong>2)</strong>ไม่ตระหนี่หวงแหนตระกูลอุปฐาก&nbsp;</p><p><strong>3)</strong>ไม่ตระหนี่หวงแหนลาภ</p><p><strong>4)</strong>ไม่ตระหนี่วรรณะคือหวงคุณความดีไม่อยากให้เขาได้ดี</p><p><strong>5)</strong>ไม่ตระหนี่ธรรมะคือหวงวิชาความรู้ไม่ยอมสอนใคร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>อาวาสิโก </strong>คือผู้อยู่ประจำอาวาส<strong> </strong>ภิกษุผู้อยู่ประจำอาวาส และอีกหนึ่งนัยยะ อาวาสิโก ยังหมายถึงเจ้าอาวาส ซึ่งในภาษาไทยได้นำมาใช้ในบริบทที่ว่าคือผู้นำผู้ปกครองของวัดนั้น&nbsp;</p><p><strong>อาวาสิกธรรม </strong>คือธรรมของผู้ที่อยู่ประจำถิ่น เป็นหลักธรรมของภิกษุผู้อยู่ประจำอาวาส การอยู่ประจำอาวาสอย่างไรที่จะทำให้ดีให้งาม ให้มีการเกิดประโยชน์เกิดบุญที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้ไปดีได้ในภพต่อๆไป ในตอนนี้ได้รวบรวมเนื้อหามาสรุปให้เป็นกลุ่ม โดยแบ่งตามคุณธรรมของผู้อยู่ประจำถิ่น ดังนี้</p><p><strong>กลุ่มที่1</strong> เป็นผู้มี ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังนี้</p><p><strong>1)</strong>ถึงพร้อมด้วยมารยาทและวัตร&nbsp;</p><p><strong>2)</strong>เป็นพหูสูต ทรงความรู้&nbsp;</p><p><strong>3)</strong>เป็นผู้ยินดีในการขัดเกลากิเลส ยินดีในความสงบ ยินดีในการที่จะไม่คลุกคลี&nbsp;</p><p><strong>4)</strong>มีปัญญา เฉลียวฉลาดเห็นความเกิดขึ้นและดับไปอย่างแยบคายในการปฏิบัติ&nbsp;</p><p><strong>5)</strong>แคล่วคล่องในการเข้า-ออกฌานทั้ง4</p><p><strong>6)</strong>สามารถใช้ปัญญาและสมาธิที่มีนั้นในการที่จะบรรลุธรรม</p><p><strong>กลุ่มที่2</strong> เป็นผู้มีสัมมาวาจา ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>มีกัลยาณวาจาคือวาจางาม รู้จักพูด รู้จักเจรจาให้เป็นผลดี&nbsp;</p><p><strong>2)</strong>สามารถกล่าวธรรมะให้ผู้มาหาเห็นแจ่มชัด ยอมรับไปปฏิบัติ เร้าใจให้แกล้วกล้า และเบิกบานใจ</p><p><strong>กลุ่มที่3</strong> เป็นผู้ทำการงานดี ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>รู้จักปฏิสังขรณ์เสนาสนะสิ่งของที่ชำรุดหักพัง&nbsp;ตามเหตุตามปัจจัย</p><p><strong>กลุ่มที่4</strong> เป็นผู้จักปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลรอบข้าง ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>ชักนำคฤหัสถ์ให้ถือปฏิบัติในอธิศีล&nbsp;</p><p><strong>2)</strong>ยังคฤหัสถ์ให้ตั้งอยู่ในธรรมทัศนะ คือรู้เห็นเข้าใจธรรม</p><p><strong>3)</strong>ไปเยี่ยมให้สติคนเจ็บไข้</p><p><strong>4)</strong>เมื่อมีสงฆ์หมู่ใหญ่มาจากต่างถิ่น ขวนขวายบอกชาวบ้านผู้ปวารณาไว้ให้มาทำบุญ</p><p><strong>5)</strong>เมื่อรับทานใดๆมาแล้ว จะเลวหรือดี ก็ใช้ด้วยตนเอง ไม่ยังศรัทธาให้ตกไป</p><p><strong>กลุ่มที่5</strong> เป็นผู้รู้จักยกย่องหรือติเตียน ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>พิจารณาใคร่ครวญโดยรอบคอบแล้ว จึงกล่าวตำหนิติเตียนบุคคลที่ควรตำหนิติเตียน</p><p><strong>2)</strong>พิจารณาใคร่ครวญโดยรอบคอบแล้ว จึงกล่าวยกย่องสรรเสริญบุคคลที่ควรยกย่องสรรเสริญ</p><p><strong>3)</strong>พิจารณาใคร่ครวญโดยรอบคอบแล้ว จึงแสดงความไม่เลื่อมใส ในฐานะอันไม่ควรเลื่อมใส</p><p><strong>4)</strong>พิจารณาใคร่ครวญโดยรอบคอบแล้ว จึงแสดงความเลื่อมใส ในฐานะอันควรเลื่อมใส</p><p><strong>กลุ่มที่6</strong> เป็นผู้ไม่มีความตระหนี่ ดังนี้</p><p><strong>1)</strong>ไม่ตระหนี่หวงแหนที่อยู่อาศัย&nbsp;</p><p><strong>2)</strong>ไม่ตระหนี่หวงแหนตระกูลอุปฐาก&nbsp;</p><p><strong>3)</strong>ไม่ตระหนี่หวงแหนลาภ</p><p><strong>4)</strong>ไม่ตระหนี่วรรณะคือหวงคุณความดีไม่อยากให้เขาได้ดี</p><p><strong>5)</strong>ไม่ตระหนี่ธรรมะคือหวงวิชาความรู้ไม่ยอมสอนใคร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สาราณียธรรม [6835-3d]</title>
			<itunes:title>สาราณียธรรม [6835-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Aug 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68adb75073bf5b62985a9cdf/media.mp3" length="27633790" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68adb75073bf5b62985a9cdf</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68adb75073bf5b62985a9cdf</link>
			<acast:episodeId>68adb75073bf5b62985a9cdf</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaPgaZlkRcUeCWqQzeWE4CTvsy5IOzzTL3jKDctp6eJqTrD/2bdwXfXBS3pHfoyr53/aXRYQdaludQCH60IAKNB]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>35</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บทสวด <strong>สาราณียะธัมมะสูตตัง</strong>&nbsp;<strong> เป็นบทที่กล่าวถึงธรรมอันเป็นไปเพื่อความระลึกถึงกันและกัน</strong> คือธรรมแห่งการสร้างความสามัคคี เป็นบทสวดที่มาจากพระสูตรที่พระภิกษุจะมักสวดกันในวันเข้าพรรษา บทสวดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุไว้ที่เมืองสาวัตถี ณ วัดเชตวัน โดยกล่าวถึงธรรม&nbsp;6 ประการ ที่เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วจะเป็นธรรมเครื่องก่อให้เกิดอานิสงส์ 7 ประการ คือ</p><p>1.สาราณียา (ระลึกถึงกัน)</p><p>2.ปิยะกะระณา (เป็นเครื่องกระทำให้เป็นที่รักกัน)</p><p>&nbsp;3.คะรุกะระณา (เป็นที่เคารพซึ่งกันและกัน)</p><p>4.สังคะหายะ (เป็นไปเพื่อ ความสงเคราะห์ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล)</p><p>&nbsp;5.อะวิวาทายะ (ไม่วิวาทกัน)</p><p>&nbsp;6.สามัคคิยา (เกิดความพร้อมเพรียงกัน)</p><p>&nbsp;7.เอกีภาวายะ(ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน)</p><p>โดยองค์ประกอบของสาราณียธรรม 6 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงคือ</p><p>1.เมตตาทางกายทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>2.เมตตาทางวาจาทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>3.เมตตาทางใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>4.การแบ่งปันลาภที่ได้มาโดยธรรม</p><p>5.มีศีลเสมอกัน ศีลไม่ทะลุไม่ด่างพร้อย</p><p>6.มีทิฏฐิอันประเสริฐ คือรู้เจาะจงในอริยสัจ 4</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บทสวด <strong>สาราณียะธัมมะสูตตัง</strong>&nbsp;<strong> เป็นบทที่กล่าวถึงธรรมอันเป็นไปเพื่อความระลึกถึงกันและกัน</strong> คือธรรมแห่งการสร้างความสามัคคี เป็นบทสวดที่มาจากพระสูตรที่พระภิกษุจะมักสวดกันในวันเข้าพรรษา บทสวดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุไว้ที่เมืองสาวัตถี ณ วัดเชตวัน โดยกล่าวถึงธรรม&nbsp;6 ประการ ที่เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วจะเป็นธรรมเครื่องก่อให้เกิดอานิสงส์ 7 ประการ คือ</p><p>1.สาราณียา (ระลึกถึงกัน)</p><p>2.ปิยะกะระณา (เป็นเครื่องกระทำให้เป็นที่รักกัน)</p><p>&nbsp;3.คะรุกะระณา (เป็นที่เคารพซึ่งกันและกัน)</p><p>4.สังคะหายะ (เป็นไปเพื่อ ความสงเคราะห์ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล)</p><p>&nbsp;5.อะวิวาทายะ (ไม่วิวาทกัน)</p><p>&nbsp;6.สามัคคิยา (เกิดความพร้อมเพรียงกัน)</p><p>&nbsp;7.เอกีภาวายะ(ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน)</p><p>โดยองค์ประกอบของสาราณียธรรม 6 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงคือ</p><p>1.เมตตาทางกายทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>2.เมตตาทางวาจาทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>3.เมตตาทางใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>4.การแบ่งปันลาภที่ได้มาโดยธรรม</p><p>5.มีศีลเสมอกัน ศีลไม่ทะลุไม่ด่างพร้อย</p><p>6.มีทิฏฐิอันประเสริฐ คือรู้เจาะจงในอริยสัจ 4</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่สงฆ์ควรพิจารณาเนือง ๆ [6834-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมที่สงฆ์ควรพิจารณาเนือง ๆ [6834-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 Aug 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68a495703b6c86549787f464/media.mp3" length="26541317" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68a495703b6c86549787f464</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68a495703b6c86549787f464</link>
			<acast:episodeId>68a495703b6c86549787f464</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYWtbTfaBBdqZNY0INfomJuMPvMIqSROChVY35fpP2g9P3JWbJ2kVW61oXLt/dPHwuinf94XRswBT7xcPTh2TF/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>34</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงให้เกณฑ์ในการปฏิบัติให้การประพฤติพรหมจรรย์นั้นบริสุทธิ์บริบูรณ์อย่างสิ้นเชิง ไว้เป็นขั้นเป็นลำดับอย่างชัดเจน ในที่นี้จะนำเสนอในหัวข้อของ <strong>อภิณหปัจจเวกขณธรรมสูตร </strong>คือ&nbsp;ธรรมที่บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ 10 ประการได้แก่</p><p>1. พิจารณาถึงเพศที่แตกต่างจากคฤหัสถ์</p><p>2. พิจารณาถึงการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ด้วยผู้อื่น</p><p>3. พิจารณาถึงอากัปกิริยาทางกายทางวาจา</p><p>4. พิจารณาถึงการติเตียนตนเองด้วยเรื่องของศีล&nbsp;</p><p>5. พิจารณาถึงการติเตียนเรื่องของศีล ด้วยผู้อื่น</p><p>6. พิจารณาถึงการพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น&nbsp;</p><p>7. พิจารณาเรื่องของ กรรม</p><p>8. พิจารณาถึงเวลาที่ล่วงไป</p><p>9. พิจารณาถึงการยินดีด้วยเสนาสนะอันสงัด</p><p>10. พิจารณาถึงคุณวิเศษ</p><p>การพิจารณาธรรมเหล่านี้เนืองๆอย่างเป็นประจำจะช่วยให้เกิดความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิต&nbsp;นำไปสู่การปล่อยวาง การดำเนินชีวิตอย่างมีสติ และจะทำให้เป็นหนทางเข้าสู่ความเป็นอริยบุคคลได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงให้เกณฑ์ในการปฏิบัติให้การประพฤติพรหมจรรย์นั้นบริสุทธิ์บริบูรณ์อย่างสิ้นเชิง ไว้เป็นขั้นเป็นลำดับอย่างชัดเจน ในที่นี้จะนำเสนอในหัวข้อของ <strong>อภิณหปัจจเวกขณธรรมสูตร </strong>คือ&nbsp;ธรรมที่บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ 10 ประการได้แก่</p><p>1. พิจารณาถึงเพศที่แตกต่างจากคฤหัสถ์</p><p>2. พิจารณาถึงการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ด้วยผู้อื่น</p><p>3. พิจารณาถึงอากัปกิริยาทางกายทางวาจา</p><p>4. พิจารณาถึงการติเตียนตนเองด้วยเรื่องของศีล&nbsp;</p><p>5. พิจารณาถึงการติเตียนเรื่องของศีล ด้วยผู้อื่น</p><p>6. พิจารณาถึงการพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น&nbsp;</p><p>7. พิจารณาเรื่องของ กรรม</p><p>8. พิจารณาถึงเวลาที่ล่วงไป</p><p>9. พิจารณาถึงการยินดีด้วยเสนาสนะอันสงัด</p><p>10. พิจารณาถึงคุณวิเศษ</p><p>การพิจารณาธรรมเหล่านี้เนืองๆอย่างเป็นประจำจะช่วยให้เกิดความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิต&nbsp;นำไปสู่การปล่อยวาง การดำเนินชีวิตอย่างมีสติ และจะทำให้เป็นหนทางเข้าสู่ความเป็นอริยบุคคลได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>“ขันติ” ความอดทนคือทุกสิ่ง [6833-3d]</title>
			<itunes:title>“ขันติ” ความอดทนคือทุกสิ่ง [6833-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Aug 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/689a4b57e6e5400d477cc63d/media.mp3" length="26994899" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">689a4b57e6e5400d477cc63d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/689a4b57e6e5400d477cc63d</link>
			<acast:episodeId>689a4b57e6e5400d477cc63d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZzASaYj/nDdedQyrr3HPQi1z7/mJCjbLU9MScmkSmdwdn5vbJEyTDPKaN18Lo0dwEhPFf2Qk8d0ppbbgtIOopI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>33</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปฏิปทาอันยิ่งยวดอย่างหนึ่งใน “ทศบารมี” นั้นก็คือ&nbsp;<strong>“ขันติ”</strong>&nbsp;คือ ความอดทนอดกลั้น เป็นตบะแผดเผากิเลสอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนา หรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม จะสามารถรักษาความเป็นปกติเอาไว้ได้ ผู้ที่ผ่านการฝึกฝนปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมทำคุณธรรม “ขันติ” ให้ปรากฏขึ้นเป็นของแจ่มแจ้งแก่ตนเองได้ด้วย “ปัญญา” และถ้าพิจารณากันให้ดี ๆ จะเห็นว่า คุณธรรมที่ทำให้มีความอดทนนั้น มีอยู่มากมาย จึงอาจกล่าวได้ว่า&nbsp;<strong>“ขันติ” ความอดทนคือทุกสิ่ง</strong></p><br><p><strong>ความอดทนแบ่งตามเหตุที่มากระทบ&nbsp;</strong>ได้แก่ อดทนต่อความลำบากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนาทางกายและทางใจ อดทนต่อกิเลส <strong>เปรียบความอดทนไว้กับทางไปสู่นิพพาน</strong>&nbsp;ถ้าคุณเจอสิ่งกระทบในระหว่างทาง คุณยังจะอดทนรักษามรรคไว้ได้อยู่ไหม? หรือจะเลือกเดินออกนอกมรรคไปไม่ถึงนิพพาน</p><br><p><strong>ขันติแบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;</strong>คือ</p><p>1.&nbsp;<strong>อธิวาสนขันติ</strong>&nbsp;คือ ยังมีอารมณ์โกรธอยู่ แต่อดกลั้นไว้ได้ ไม่แสดงสิ่งที่เป็นอกุศลทางกาย วาจา ใจ ออกไป</p><p>2.&nbsp;<strong>ตีติกขาขันติ</strong>&nbsp;คือ ปฏิบัติได้เป็นปกติใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพราะผ่านการฝึกฝน ทำซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ อยู่บ่อย ๆ ในขั้น “อธิวาสนขันติ”</p><br><p><strong>คุณธรรมความอดทน&nbsp;</strong>ตัวอย่างในเรื่องของท่านพระปุณณะ พระสารีบุตร และท้าวสักกะ เป็นคุณธรรมที่แสดงให้เห็นการบ่มอินทรีย์ พละ ศีล สมาธิ ปัญญา พรหมวิหาร</p><p><strong>อานิสงส์ของความอดทน</strong>&nbsp;คือ ย่อมเป็นที่รักของคนเป็นอันมาก เป็นผู้ไม่มากด้วยเวรไม่มากด้วยโทษ เป็นผู้ไม่หลงกระทำกาละ ตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปฏิปทาอันยิ่งยวดอย่างหนึ่งใน “ทศบารมี” นั้นก็คือ&nbsp;<strong>“ขันติ”</strong>&nbsp;คือ ความอดทนอดกลั้น เป็นตบะแผดเผากิเลสอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนา หรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม จะสามารถรักษาความเป็นปกติเอาไว้ได้ ผู้ที่ผ่านการฝึกฝนปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมทำคุณธรรม “ขันติ” ให้ปรากฏขึ้นเป็นของแจ่มแจ้งแก่ตนเองได้ด้วย “ปัญญา” และถ้าพิจารณากันให้ดี ๆ จะเห็นว่า คุณธรรมที่ทำให้มีความอดทนนั้น มีอยู่มากมาย จึงอาจกล่าวได้ว่า&nbsp;<strong>“ขันติ” ความอดทนคือทุกสิ่ง</strong></p><br><p><strong>ความอดทนแบ่งตามเหตุที่มากระทบ&nbsp;</strong>ได้แก่ อดทนต่อความลำบากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนาทางกายและทางใจ อดทนต่อกิเลส <strong>เปรียบความอดทนไว้กับทางไปสู่นิพพาน</strong>&nbsp;ถ้าคุณเจอสิ่งกระทบในระหว่างทาง คุณยังจะอดทนรักษามรรคไว้ได้อยู่ไหม? หรือจะเลือกเดินออกนอกมรรคไปไม่ถึงนิพพาน</p><br><p><strong>ขันติแบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;</strong>คือ</p><p>1.&nbsp;<strong>อธิวาสนขันติ</strong>&nbsp;คือ ยังมีอารมณ์โกรธอยู่ แต่อดกลั้นไว้ได้ ไม่แสดงสิ่งที่เป็นอกุศลทางกาย วาจา ใจ ออกไป</p><p>2.&nbsp;<strong>ตีติกขาขันติ</strong>&nbsp;คือ ปฏิบัติได้เป็นปกติใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพราะผ่านการฝึกฝน ทำซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ อยู่บ่อย ๆ ในขั้น “อธิวาสนขันติ”</p><br><p><strong>คุณธรรมความอดทน&nbsp;</strong>ตัวอย่างในเรื่องของท่านพระปุณณะ พระสารีบุตร และท้าวสักกะ เป็นคุณธรรมที่แสดงให้เห็นการบ่มอินทรีย์ พละ ศีล สมาธิ ปัญญา พรหมวิหาร</p><p><strong>อานิสงส์ของความอดทน</strong>&nbsp;คือ ย่อมเป็นที่รักของคนเป็นอันมาก เป็นผู้ไม่มากด้วยเวรไม่มากด้วยโทษ เป็นผู้ไม่หลงกระทำกาละ ตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นักรบในธัมม์ [6832-3d] </title>
			<itunes:title>นักรบในธัมม์ [6832-3d] </itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Aug 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68920d903a582a36b3b11068/media.mp3" length="27943657" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68920d903a582a36b3b11068</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68920d903a582a36b3b11068</link>
			<acast:episodeId>68920d903a582a36b3b11068</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZIZoWjI20qw1JxJaAkCb/Xqcql9KdKpwkyMbrON98WyIkRZnZC3DN3OLciayGt4fWP4uM03DGkWV7gpSANWyP+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงบอกสอนธรรมะไว้อย่างมากมาย การนำคำสอนไปปฏิบัติกับการศึกษาคำสอนนั้น เป็นคนละอย่างกัน พระพุทธเจ้าได้ทรงบอกสอนไว้อย่างรัดกุมหลายนัยยะ โดยการเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยไว้หลายข้อธรรมดังนี้</p><br><p><strong>1) อุปมาอุปไมยเรื่องทะเล </strong>พระพุทธเจ้าได้ทรงเปรียบเทียบไว้ถึง 8 ประการ ในที่นี้จะกล่าวถึงประการที่ว่า มหาสมุทรไม่อยู่รวมกับซากศพ เพราะคลื่นจะซัดเอาซากศพเข้าฝั่งเสมอ เปรียบเทียบกับการผู้ที่ทุศีล ปรารถนาลามก สุดท้ายจะถูกเปิดเผยทำให้อยู่ร่วมกับผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไม่ได้</p><br><p><strong>2) อุปมาอุปไมยภิกษุกับนักรบอาชีพ 5 จำพวก</strong>คือ:&nbsp;</p><ol><li>นักรบที่หวั่นไหวเพียงเห็น ฝุ่นฟุ้งก็ถอยเปรียบกับ ผู้เริ่มปฏิบัติที่ใจยังอ่อน เจอเรื่องเล็กน้อย เช่น ง่วง เบื่อ หิว ก็ท้อ</li><li>นักรบที่ทนฝุ่นได้ แต่แพ้เมื่อเห็นยอดธงข้าศึกก็กลัวเปรียบกับ ผู้ฝึกปฏิบัติระดับหนึ่ง แต่ยังแพ้ต่ออารมณ์ เช่นโกรธ หลง</li><li>นักรบที่ทนฝุ่น ทนธงได้ แต่หวั่นเมื่อได้ยินเสียงข้าศึก มีผัสสะกระทบแรง ๆ เช่น คำด่า ลาภ เสียงนินทาเปรียบกับ ผู้ที่ยังหวั่นไหวต่อกระแสโลก ไม่สามารถวางเฉยได้จริง</li><li>นักรบที่ทนทุกอย่างได้ แต่ยังกลัวการปะทะสุดท้าย เปรียบกับ ผู้ใกล้หลุดพ้น แต่ยังติดดี ติดสงบ หวงอัตตา</li><li>นักรบที่กล้าเผชิญทุกอย่าง ชนะได้ทุกด่านเปรียบกับ พระอรหันต์ ผู้สิ้นสงครามใจ ชนะกิเลส ละนิวรณ์ ข้ามพ้นวิจิกิจฉาเห็นอริยสัจสี่ บรรลุ วิมุตติ (ความหลุดพ้น)</li></ol><p><br></p><p>เปรียบเทียบภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องต่อสู้กับภัย 4 อย่างของผู้ออกบวชคือ 1) ภัยเพราะปลาร้ายคือผู้หญิง 2) ภัยเพราะจระเข้ คือเรื่องปากท้อง 3) ภัยเพราะคลื่น คือความเกิดความคับแค้น 4) ภัยเพราะน้ำวนคือข้องอยู่กับเรื่องกาม เช่น การที่ต้องดูแลครอบครัวสมบัติ หากหลีกพ้นจากภัยเหล่านี้ได้ก็จะยังเป็นภิกษุที่ยังครองตนอยู่ในธรรมวินัยของพุทธศาสนานี้ได้</p><br><p><strong>3) อุปมาอุปไมย เรื่องหนู</strong></p><ol><li>หนูที่ขุดรูแต่ไม่อยู่ เปรียบเหมือนผู้ที่ศึกษาธรรมะ&nbsp;แต่ไม่ได้นำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน</li><li>หนูที่อยู่แต่ไม่ขุดรู เปรียบเหมือนผู้ที่ปฏิบัติตามธรรมะ&nbsp;แต่ไม่ได้ศึกษาธรรมะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้</li><li>หนูที่ไม่ขุดรูและไม่อยู่ เปรียบเหมือนผู้ที่ไม่ศึกษาธรรมะและไม่ได้ปฏิบัติตามธรรมะ</li><li>หนูที่ทั้งขุดรูและอยู่ เปรียบเหมือนผู้ที่ศึกษาธรรมะและนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน</li></ol><p>ยังมีอุปมาที่คล้ายกับเรื่องหนูคือ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบภิกษุทั้งหลายเหมือนเมฆ 4 ชนิด</p><br><p><strong>4) อุปมาอุปไมย เรื่องหม้อและห้วงน้ำ</strong></p><ol><li>หม้อเปล่าปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกดูเหมือนสงบสำรวม&nbsp;แต่ภายในใจยังเต็มไปด้วยกิเลสและความมืดบอด</li><li>หม้อเต็มเปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกดูไม่น่าเลื่อมใส&nbsp;แต่ภายในใจเต็มไปด้วยธรรมะและความรู้</li><li>หม้อเต็มปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกและภายในเต็มไปด้วยธรรมะและความรู้</li><li>หม้อเปล่าเปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกและภายในว่างเปล่าจากธรรมะและความรู้</li></ol><p>&nbsp;และยังมีอุปมาที่เปรียบเทียบกับห้วงน้ำที่คล้าย ๆ กันด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงบอกสอนธรรมะไว้อย่างมากมาย การนำคำสอนไปปฏิบัติกับการศึกษาคำสอนนั้น เป็นคนละอย่างกัน พระพุทธเจ้าได้ทรงบอกสอนไว้อย่างรัดกุมหลายนัยยะ โดยการเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยไว้หลายข้อธรรมดังนี้</p><br><p><strong>1) อุปมาอุปไมยเรื่องทะเล </strong>พระพุทธเจ้าได้ทรงเปรียบเทียบไว้ถึง 8 ประการ ในที่นี้จะกล่าวถึงประการที่ว่า มหาสมุทรไม่อยู่รวมกับซากศพ เพราะคลื่นจะซัดเอาซากศพเข้าฝั่งเสมอ เปรียบเทียบกับการผู้ที่ทุศีล ปรารถนาลามก สุดท้ายจะถูกเปิดเผยทำให้อยู่ร่วมกับผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไม่ได้</p><br><p><strong>2) อุปมาอุปไมยภิกษุกับนักรบอาชีพ 5 จำพวก</strong>คือ:&nbsp;</p><ol><li>นักรบที่หวั่นไหวเพียงเห็น ฝุ่นฟุ้งก็ถอยเปรียบกับ ผู้เริ่มปฏิบัติที่ใจยังอ่อน เจอเรื่องเล็กน้อย เช่น ง่วง เบื่อ หิว ก็ท้อ</li><li>นักรบที่ทนฝุ่นได้ แต่แพ้เมื่อเห็นยอดธงข้าศึกก็กลัวเปรียบกับ ผู้ฝึกปฏิบัติระดับหนึ่ง แต่ยังแพ้ต่ออารมณ์ เช่นโกรธ หลง</li><li>นักรบที่ทนฝุ่น ทนธงได้ แต่หวั่นเมื่อได้ยินเสียงข้าศึก มีผัสสะกระทบแรง ๆ เช่น คำด่า ลาภ เสียงนินทาเปรียบกับ ผู้ที่ยังหวั่นไหวต่อกระแสโลก ไม่สามารถวางเฉยได้จริง</li><li>นักรบที่ทนทุกอย่างได้ แต่ยังกลัวการปะทะสุดท้าย เปรียบกับ ผู้ใกล้หลุดพ้น แต่ยังติดดี ติดสงบ หวงอัตตา</li><li>นักรบที่กล้าเผชิญทุกอย่าง ชนะได้ทุกด่านเปรียบกับ พระอรหันต์ ผู้สิ้นสงครามใจ ชนะกิเลส ละนิวรณ์ ข้ามพ้นวิจิกิจฉาเห็นอริยสัจสี่ บรรลุ วิมุตติ (ความหลุดพ้น)</li></ol><p><br></p><p>เปรียบเทียบภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องต่อสู้กับภัย 4 อย่างของผู้ออกบวชคือ 1) ภัยเพราะปลาร้ายคือผู้หญิง 2) ภัยเพราะจระเข้ คือเรื่องปากท้อง 3) ภัยเพราะคลื่น คือความเกิดความคับแค้น 4) ภัยเพราะน้ำวนคือข้องอยู่กับเรื่องกาม เช่น การที่ต้องดูแลครอบครัวสมบัติ หากหลีกพ้นจากภัยเหล่านี้ได้ก็จะยังเป็นภิกษุที่ยังครองตนอยู่ในธรรมวินัยของพุทธศาสนานี้ได้</p><br><p><strong>3) อุปมาอุปไมย เรื่องหนู</strong></p><ol><li>หนูที่ขุดรูแต่ไม่อยู่ เปรียบเหมือนผู้ที่ศึกษาธรรมะ&nbsp;แต่ไม่ได้นำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน</li><li>หนูที่อยู่แต่ไม่ขุดรู เปรียบเหมือนผู้ที่ปฏิบัติตามธรรมะ&nbsp;แต่ไม่ได้ศึกษาธรรมะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้</li><li>หนูที่ไม่ขุดรูและไม่อยู่ เปรียบเหมือนผู้ที่ไม่ศึกษาธรรมะและไม่ได้ปฏิบัติตามธรรมะ</li><li>หนูที่ทั้งขุดรูและอยู่ เปรียบเหมือนผู้ที่ศึกษาธรรมะและนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน</li></ol><p>ยังมีอุปมาที่คล้ายกับเรื่องหนูคือ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบภิกษุทั้งหลายเหมือนเมฆ 4 ชนิด</p><br><p><strong>4) อุปมาอุปไมย เรื่องหม้อและห้วงน้ำ</strong></p><ol><li>หม้อเปล่าปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกดูเหมือนสงบสำรวม&nbsp;แต่ภายในใจยังเต็มไปด้วยกิเลสและความมืดบอด</li><li>หม้อเต็มเปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกดูไม่น่าเลื่อมใส&nbsp;แต่ภายในใจเต็มไปด้วยธรรมะและความรู้</li><li>หม้อเต็มปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกและภายในเต็มไปด้วยธรรมะและความรู้</li><li>หม้อเปล่าเปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกและภายในว่างเปล่าจากธรรมะและความรู้</li></ol><p>&nbsp;และยังมีอุปมาที่เปรียบเทียบกับห้วงน้ำที่คล้าย ๆ กันด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีพิจารณาหลักธรรมคำสอนเพื่อสุขในปัจจุบัน [6831-3d]</title>
			<itunes:title>วิธีพิจารณาหลักธรรมคำสอนเพื่อสุขในปัจจุบัน [6831-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6888dc026ba6bf2e17ceb3f6/media.mp3" length="27988734" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6888dc026ba6bf2e17ceb3f6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6888dc026ba6bf2e17ceb3f6</link>
			<acast:episodeId>6888dc026ba6bf2e17ceb3f6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYqcyp4CEpDsLmvTnjoj7TwKx8iRB6ueiuxrAH4t5TtzLtuH0fIIiyByhk4KuD2FasJ4XlDz/zUnPaOKk9bXr8r]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>31</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมไว้อย่างมากมายแสดงไว้อย่างดี รัดกุม รอบคอบ ไม่หละหลวม ในที่นี้จะนำธรรมมะที่กล่าวถึงวิธีคิดวิธีไตร่ตรองพิจารณาในแนวทางคำสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อนำทางแห่งความสุขในปัจจุบัน โดยจะนำธรรมะหลายหัวข้อมากล่าวดังนี้</p><br><p><strong>ประการแรก</strong>&nbsp;เป็นธรรมง่ายๆย่อๆที่พระพุทธเจ้าบอกแก่นางโคตรมี กล่าวไว้ใน <strong>“โคตรมีสูตร”</strong>&nbsp;เป็นข้อธรรมที่นางโคตรมีจะนำไปปฏิบัติเมื่ออยู่คนเดียว หลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าให้ไว้คือ 1.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด 2.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อละเครื่องร้อยรัดความยึดถือ 3.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความไม่สั่งสมกิเลส 4.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความมักน้อย 5.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความสันโดษ 6.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความสงัด 7.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเพียร 8.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย ลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้าต้องมีทั้ง 8 ประการนี้เป็นเกณฑ์ แต่ต้องไม่ยึดถือในหลักเกณฑ์ พระพุทธเจ้าได้ตรัสแก่ชาวกาลามโคตร ใน<strong>&nbsp;“เกสปุตตสูตร”</strong>&nbsp;ไว้ว่าอย่าได้ยึดถือโดยได้ยินได้ฟังมา, โดยอ้างตำรา, โดยคาดคะเน, โดยความตรึกตามอาการ แต่หลักการที่ถูกต้องให้ดูว่า กุศลเพิ่ม อกุศลลด หรือไม่</p><br><p><strong>ประการที่สอง</strong> กล่าวถึงการพิจารณาถึงพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ควร-ไม่ทำ โดยจะนำ&nbsp;<strong>“เตวิชชสูตร”</strong>&nbsp;มากล่าวโดยกล่าวถึงข้อปฏิบัติของพราหมณ์ที่จะให้ได้ไปอยู่กับพรหม ให้พิจารณาว่าพิธีกรรมที่ทำนั้นเป็นไปอย่างไร เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวร้อยรัดหรือไม่ จองเวรหรือไม่ เบียดเบียนผู้อื่นหรือไม่ เศร้าหมองหรือไม่ ฟุ้งซ่านหรือไม่ หากพิธีกรรมต่างๆเป็นไปเพื่อสิ่งเหล่านี้ก็ต้องเว้นการปฏิบัติเสีย</p><br><p><strong>ประการที่สาม</strong> ข้อปฏิบัติอันใดที่เราควร-ไม่ควรกระทำ สูตรที่จะนำมากล่าวคือ<strong>&nbsp;“อนุมานสูตร”</strong>&nbsp;กล่าวถึงอุปกิเลส 16 ประการ ที่มาประกอบในการพิจารณาที่จะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ พิจารณาถึงคนอื่น ว่าหากเราทำสิ่งไม่ดีกับบุคคลอื่น เขาคงจะไม่ชอบ แล้วมองกลับกันว่าหากเขาทำสิ่งนี้กับเรา เราก็คงจะไม่พอใจ ดังนั้นเราก็ต้องพิจารณาว่าเราไม่ควรทำอย่างนั้นกับคนอื่น พิจารณาที่ตัวเองว่าเรามีอกุศลธรรมเกิดขึ้นในใจตนหรือไม่ หากมีแล้วจะทำสิ่งที่เป็นอกุศลนั้นกับคนอื่น ก็จงรีบละมันเสีย</p><br><p><strong>ประการที่สี่</strong> วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ควร-ไม่ควรทำ นำหลักธรรมจาก&nbsp;<strong>สาเลยกสูตร</strong>&nbsp;มาพิจารณาเป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวกับชาวบ้านสาเลยกะ เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติทาง กาย วาจา ใจ จะทำให้เข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาตนรกหรือสุคติโลกสวรรค์ เกณฑ์ที่ท่านได้นำมาพิจารณาคือใช้เกณฑ์ความดีของวิญญูชน คนดีทั่ว ๆ ไปที่เขาเป็นกัน โดยนำเรื่องศีล ทิฐิความเห็นต่างมาพิจารณา ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ</p><br><p><br></p><br><p><br></p><p><br></p><h3><br></h3><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมไว้อย่างมากมายแสดงไว้อย่างดี รัดกุม รอบคอบ ไม่หละหลวม ในที่นี้จะนำธรรมมะที่กล่าวถึงวิธีคิดวิธีไตร่ตรองพิจารณาในแนวทางคำสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อนำทางแห่งความสุขในปัจจุบัน โดยจะนำธรรมะหลายหัวข้อมากล่าวดังนี้</p><br><p><strong>ประการแรก</strong>&nbsp;เป็นธรรมง่ายๆย่อๆที่พระพุทธเจ้าบอกแก่นางโคตรมี กล่าวไว้ใน <strong>“โคตรมีสูตร”</strong>&nbsp;เป็นข้อธรรมที่นางโคตรมีจะนำไปปฏิบัติเมื่ออยู่คนเดียว หลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าให้ไว้คือ 1.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด 2.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อละเครื่องร้อยรัดความยึดถือ 3.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความไม่สั่งสมกิเลส 4.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความมักน้อย 5.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความสันโดษ 6.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความสงัด 7.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเพียร 8.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย ลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้าต้องมีทั้ง 8 ประการนี้เป็นเกณฑ์ แต่ต้องไม่ยึดถือในหลักเกณฑ์ พระพุทธเจ้าได้ตรัสแก่ชาวกาลามโคตร ใน<strong>&nbsp;“เกสปุตตสูตร”</strong>&nbsp;ไว้ว่าอย่าได้ยึดถือโดยได้ยินได้ฟังมา, โดยอ้างตำรา, โดยคาดคะเน, โดยความตรึกตามอาการ แต่หลักการที่ถูกต้องให้ดูว่า กุศลเพิ่ม อกุศลลด หรือไม่</p><br><p><strong>ประการที่สอง</strong> กล่าวถึงการพิจารณาถึงพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ควร-ไม่ทำ โดยจะนำ&nbsp;<strong>“เตวิชชสูตร”</strong>&nbsp;มากล่าวโดยกล่าวถึงข้อปฏิบัติของพราหมณ์ที่จะให้ได้ไปอยู่กับพรหม ให้พิจารณาว่าพิธีกรรมที่ทำนั้นเป็นไปอย่างไร เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวร้อยรัดหรือไม่ จองเวรหรือไม่ เบียดเบียนผู้อื่นหรือไม่ เศร้าหมองหรือไม่ ฟุ้งซ่านหรือไม่ หากพิธีกรรมต่างๆเป็นไปเพื่อสิ่งเหล่านี้ก็ต้องเว้นการปฏิบัติเสีย</p><br><p><strong>ประการที่สาม</strong> ข้อปฏิบัติอันใดที่เราควร-ไม่ควรกระทำ สูตรที่จะนำมากล่าวคือ<strong>&nbsp;“อนุมานสูตร”</strong>&nbsp;กล่าวถึงอุปกิเลส 16 ประการ ที่มาประกอบในการพิจารณาที่จะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ พิจารณาถึงคนอื่น ว่าหากเราทำสิ่งไม่ดีกับบุคคลอื่น เขาคงจะไม่ชอบ แล้วมองกลับกันว่าหากเขาทำสิ่งนี้กับเรา เราก็คงจะไม่พอใจ ดังนั้นเราก็ต้องพิจารณาว่าเราไม่ควรทำอย่างนั้นกับคนอื่น พิจารณาที่ตัวเองว่าเรามีอกุศลธรรมเกิดขึ้นในใจตนหรือไม่ หากมีแล้วจะทำสิ่งที่เป็นอกุศลนั้นกับคนอื่น ก็จงรีบละมันเสีย</p><br><p><strong>ประการที่สี่</strong> วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ควร-ไม่ควรทำ นำหลักธรรมจาก&nbsp;<strong>สาเลยกสูตร</strong>&nbsp;มาพิจารณาเป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวกับชาวบ้านสาเลยกะ เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติทาง กาย วาจา ใจ จะทำให้เข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาตนรกหรือสุคติโลกสวรรค์ เกณฑ์ที่ท่านได้นำมาพิจารณาคือใช้เกณฑ์ความดีของวิญญูชน คนดีทั่ว ๆ ไปที่เขาเป็นกัน โดยนำเรื่องศีล ทิฐิความเห็นต่างมาพิจารณา ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ</p><br><p><br></p><br><p><br></p><p><br></p><h3><br></h3><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคมีองค์แปด [6830-3d]</title>
			<itunes:title>รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคมีองค์แปด [6830-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/687f8af3498abee416b6ba41/media.mp3" length="26767219" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">687f8af3498abee416b6ba41</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/687f8af3498abee416b6ba41</link>
			<acast:episodeId>687f8af3498abee416b6ba41</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZzUYvjjbAOld7DcKhr6rxmONOd5xE1+zH3u5iN2nWWOFf58B1paGk9VTGCGnk9Hgx+L8SGBowwYTHuVA0pVnvR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เมื่อดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นจะมีแสงสีเงิน แสงสีทอง มาให้เห็นก่อน เรียกว่ารุ่งอรุณ อุปไมยองค์ประกอบ 8 อย่างอันประเสริฐ (มรรค 8) จะเกิดขึ้นในจิตใจของผู้ใด สิ่งที่มาก่อนเป็นนิมิตให้เห็นในผู้นั้น คือ</p><p><strong>1. เป็นผู้มีกัลยาณมิตร</strong> (กัลลยาณมิตตตา) นัยยะที่หนี่งคือเพื่อนผู้ที่จะนำความดีมาให้เป็นผู้ที่มีศีล มีศรัทธา มีจาคะและมีปัญญา นัยยะที่สองกัลยาณมิตรอาจจะเป็นครูอาจารย์ พระสงฆ์หรือผู้มีคุณงามความดีเป็นแบบอย่างที่ดี นัยยะที่สามเราอาจจะเอามรรคแปดเป็นกัลยาณมิตรก็ได้ยิ่งจะส่งเสริมให้เราอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องไม่ออกนอกเส้นทาง ในที่นี้จะกล่าวถึงคุณสมบัติของกัลยาณมิตร 7 ประการได้แก่</p><ul><li>เป็นผู้มีความน่ารักใคร่พอใจ <strong>(ปิโย) </strong>คือเป็นลักษณะมีความเมตตา</li><li>เป็นที่น่าเคารพ <strong>(ครุ) </strong>คือเป็นผู้ที่มีความหนักแน่น มีหลักเกณฑ์หลักการ คุ้มครองให้ในทิศทั้งปวง</li><li>เป็นผู้น่ายกย่อง <strong>(ภาวนีโย)</strong> คือ เป็นผู้รู้จักจุดอ่อนของตนเองมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอควรเอาเป็นแบบอย่าง</li><li>เป็นผู้ฉลาดพูด <strong>(วตฺตา)</strong> คือรู้จังหวะรู้เวลาที่จะพูดที่จะสอนได้ และเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีได้</li><li>เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำ <strong>(วจนกฺขโม)</strong> คืออดทนที่จะพูดซ้ำๆในเรื่องเดิมๆได้โดยไม่เบื่อหน่าย</li><li>เป็นผู้สามารถแจกแจงคำสอนได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง <strong>(คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา)</strong></li><li>เป็นผู้ไม่ชักนำไปในเรื่องที่เสื่อมเสีย <strong>(จฎฺฐาเน นิโยชเย)</strong></li></ul><p><strong>2. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยศีล</strong> (สีลสัมปทา) คือเป็นผู้มีศีลสมบูรณ์&nbsp;ทำให้ศีลที่มีดีขึ้นเรื่อยๆ ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ</p><p><strong>3. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยฉันทะ </strong>(ฉันทสัมปทา) คือเป็นผู้มีความพอใจมีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีเป้าหมายที่ชัดเจนทำให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้</p><p><strong>4. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยตน</strong> (อัตตสัมปทา) คือจิตของเราต้องมีการพัฒนาให้มีการถึงพร้อม</p><p><strong>5. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ</strong> (ทิฏฐิสัมปทา) คือมีทัศนคติมีความเชื่อที่ถึงพร้อม</p><p><strong>6. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท</strong> (อัปปมาทสัมปทา) คือเป็นผู้ไม่ขาดสติ มีสติกำกับจิตใจในการดำเนินชีวิต</p><p><strong>7. เป็นผู้ที่รู้จักทำในใจอย่างแยบคาย</strong> (โยนิโสมนสิการ) คือ ความเป็นผู้ฉลาดในการคิด คิดอย่างถูกวิธีถูกระบบ พิจารณา ไตร่ตรองสาวไปจนถึงสาเหตุหรือต้นตอของเรื่องที่กำลังคิด ในที่นี้จะเจาะจงลงในคำสอนของพระพุทธเจ้า</p><p>ธรรมทั้ง 7 ประการนี้แม้มีอันใดอันหนึ่ง เกิดขึ้นกับใคร ผู้ใดผู้หนึ่งให้มั่นใจได้เลยว่าเราจะไม่เดินออกนอกทางแห่งอริยมรรคมีองค์แปดแน่นอน เมื่อเดินตามทางแห่งมรรคแปดนี้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดจะทำให้เราถึงที่หมายคือนิพพานได้ในเวลาไม่นาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เมื่อดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นจะมีแสงสีเงิน แสงสีทอง มาให้เห็นก่อน เรียกว่ารุ่งอรุณ อุปไมยองค์ประกอบ 8 อย่างอันประเสริฐ (มรรค 8) จะเกิดขึ้นในจิตใจของผู้ใด สิ่งที่มาก่อนเป็นนิมิตให้เห็นในผู้นั้น คือ</p><p><strong>1. เป็นผู้มีกัลยาณมิตร</strong> (กัลลยาณมิตตตา) นัยยะที่หนี่งคือเพื่อนผู้ที่จะนำความดีมาให้เป็นผู้ที่มีศีล มีศรัทธา มีจาคะและมีปัญญา นัยยะที่สองกัลยาณมิตรอาจจะเป็นครูอาจารย์ พระสงฆ์หรือผู้มีคุณงามความดีเป็นแบบอย่างที่ดี นัยยะที่สามเราอาจจะเอามรรคแปดเป็นกัลยาณมิตรก็ได้ยิ่งจะส่งเสริมให้เราอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องไม่ออกนอกเส้นทาง ในที่นี้จะกล่าวถึงคุณสมบัติของกัลยาณมิตร 7 ประการได้แก่</p><ul><li>เป็นผู้มีความน่ารักใคร่พอใจ <strong>(ปิโย) </strong>คือเป็นลักษณะมีความเมตตา</li><li>เป็นที่น่าเคารพ <strong>(ครุ) </strong>คือเป็นผู้ที่มีความหนักแน่น มีหลักเกณฑ์หลักการ คุ้มครองให้ในทิศทั้งปวง</li><li>เป็นผู้น่ายกย่อง <strong>(ภาวนีโย)</strong> คือ เป็นผู้รู้จักจุดอ่อนของตนเองมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอควรเอาเป็นแบบอย่าง</li><li>เป็นผู้ฉลาดพูด <strong>(วตฺตา)</strong> คือรู้จังหวะรู้เวลาที่จะพูดที่จะสอนได้ และเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีได้</li><li>เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำ <strong>(วจนกฺขโม)</strong> คืออดทนที่จะพูดซ้ำๆในเรื่องเดิมๆได้โดยไม่เบื่อหน่าย</li><li>เป็นผู้สามารถแจกแจงคำสอนได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง <strong>(คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา)</strong></li><li>เป็นผู้ไม่ชักนำไปในเรื่องที่เสื่อมเสีย <strong>(จฎฺฐาเน นิโยชเย)</strong></li></ul><p><strong>2. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยศีล</strong> (สีลสัมปทา) คือเป็นผู้มีศีลสมบูรณ์&nbsp;ทำให้ศีลที่มีดีขึ้นเรื่อยๆ ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ</p><p><strong>3. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยฉันทะ </strong>(ฉันทสัมปทา) คือเป็นผู้มีความพอใจมีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีเป้าหมายที่ชัดเจนทำให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้</p><p><strong>4. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยตน</strong> (อัตตสัมปทา) คือจิตของเราต้องมีการพัฒนาให้มีการถึงพร้อม</p><p><strong>5. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ</strong> (ทิฏฐิสัมปทา) คือมีทัศนคติมีความเชื่อที่ถึงพร้อม</p><p><strong>6. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท</strong> (อัปปมาทสัมปทา) คือเป็นผู้ไม่ขาดสติ มีสติกำกับจิตใจในการดำเนินชีวิต</p><p><strong>7. เป็นผู้ที่รู้จักทำในใจอย่างแยบคาย</strong> (โยนิโสมนสิการ) คือ ความเป็นผู้ฉลาดในการคิด คิดอย่างถูกวิธีถูกระบบ พิจารณา ไตร่ตรองสาวไปจนถึงสาเหตุหรือต้นตอของเรื่องที่กำลังคิด ในที่นี้จะเจาะจงลงในคำสอนของพระพุทธเจ้า</p><p>ธรรมทั้ง 7 ประการนี้แม้มีอันใดอันหนึ่ง เกิดขึ้นกับใคร ผู้ใดผู้หนึ่งให้มั่นใจได้เลยว่าเราจะไม่เดินออกนอกทางแห่งอริยมรรคมีองค์แปดแน่นอน เมื่อเดินตามทางแห่งมรรคแปดนี้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดจะทำให้เราถึงที่หมายคือนิพพานได้ในเวลาไม่นาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ศรัทธาด้วยปัญญา-อาการวตีสัทธา [6829-3d]</title>
			<itunes:title>ศรัทธาด้วยปัญญา-อาการวตีสัทธา [6829-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6876589dc32bf359c07c72fe/media.mp3" length="26758376" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6876589dc32bf359c07c72fe</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6876589dc32bf359c07c72fe</link>
			<acast:episodeId>6876589dc32bf359c07c72fe</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhantCzrRlHZT5It+6RHKWmTdGAYfSc5hUjW8zYPkfVi+qYYFT7Ht/0tl8mmpuYRoMr/svLVCIZVhSMILfQ2HcS7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>29</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ศรัทธาที่มีอาการประกอบไปด้วยเหตุผล จะทำให้เกิดการทำจริงแน่วแน่จริงในกุศลธรรมทั้งหลาย คิดใคร่ครวญเห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญา เป็นศรัทธาที่ประด้วยอาการของปัญญา “อาการวตีสัทธา”</p><p><strong>ลักษณะของศรัทธาที่ประกอบไปด้วยอาการ “อาการวตีสัทธา”</strong></p><p>1. มี 2 มิติ คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1.1) ระดับสมมุติของโลก – ความจริง/ข้อเท็จจริง (fact / fake) สมมุติว่าจริง สมมุติว่าเท็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1.2) ระดับเหนือสมมุติของโลก – สัจจะความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจ 4)</p><p>*ทั้ง 2 มิตินี้ ต้องปรับให้ตรงกัน อย่าให้มีกิเลส อย่าให้เป็นมิจฉา ให้มีสัมมาทิฐิ / สัมมาสังกัปปะ / สัมมาวาจา</p><p>2. ศรัทธานั้นต้องให้เกิดการลงมือปฏิบัติ ทำจริงแน่วแน่จริง</p><p>3. ศรัทธาที่มีอาการต้องประกอบไปด้วยปัญญาจากการคิดใคร่ครวญโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ในกาลมสูตร 10 และตามหลักของ “อปัณณกธรรม” ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิดจากความเป็นอริยะ คือ ให้ ละ วิบัติ 3 ประการ และให้ถึงพร้อมด้วยสัมปทา 3 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ศรัทธาที่มีอาการประกอบไปด้วยเหตุผล จะทำให้เกิดการทำจริงแน่วแน่จริงในกุศลธรรมทั้งหลาย คิดใคร่ครวญเห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญา เป็นศรัทธาที่ประด้วยอาการของปัญญา “อาการวตีสัทธา”</p><p><strong>ลักษณะของศรัทธาที่ประกอบไปด้วยอาการ “อาการวตีสัทธา”</strong></p><p>1. มี 2 มิติ คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1.1) ระดับสมมุติของโลก – ความจริง/ข้อเท็จจริง (fact / fake) สมมุติว่าจริง สมมุติว่าเท็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1.2) ระดับเหนือสมมุติของโลก – สัจจะความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจ 4)</p><p>*ทั้ง 2 มิตินี้ ต้องปรับให้ตรงกัน อย่าให้มีกิเลส อย่าให้เป็นมิจฉา ให้มีสัมมาทิฐิ / สัมมาสังกัปปะ / สัมมาวาจา</p><p>2. ศรัทธานั้นต้องให้เกิดการลงมือปฏิบัติ ทำจริงแน่วแน่จริง</p><p>3. ศรัทธาที่มีอาการต้องประกอบไปด้วยปัญญาจากการคิดใคร่ครวญโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ในกาลมสูตร 10 และตามหลักของ “อปัณณกธรรม” ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิดจากความเป็นอริยะ คือ ให้ ละ วิบัติ 3 ประการ และให้ถึงพร้อมด้วยสัมปทา 3 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ตัณหาเพื่อนสอง [6828-3d]</title>
			<itunes:title>ตัณหาเพื่อนสอง [6828-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/686d2ebf37e3cb9d349f74c2/media.mp3" length="27387626" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">686d2ebf37e3cb9d349f74c2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/686d2ebf37e3cb9d349f74c2</link>
			<acast:episodeId>686d2ebf37e3cb9d349f74c2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYsvElbVg9iCsrKfyZ9/Cq7JlYtkC5C1uBl7AIHVEfPWmaomG93zhD8+3qM/1XjdYkI7qhoyHt16vhXodeZ14uf]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในโลกปัจจุบันนี้มีเรื่องขัดแย้งวุ่นวายเกิดขึ้นหลายเรื่องราว สาเหตุของเรื่องราวขัดแย้งมักเริ่มจากจุดเล็กๆคือการทะเลาะกันเหตุเพราะมีเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น&nbsp;การมีเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้นขึ้นนั้นมีเหตุเริ่มมาจาก “<strong>ตัณหา” </strong>&nbsp;คือ เมื่อมี<strong>ตัณหา</strong>จะทำให้เกิด<strong>การแสวงหา</strong> ทำให้มี<strong>การได้</strong> เมื่อได้มาทำให้มี<strong>การปลงใจรัก</strong>&nbsp;แล้วก่อให้เกิดความกำหนัดด้วยอำนาจ<strong>ความพอใจ</strong> ทำให้มีความ<strong>สยบมัวเมา</strong>อย่าง<strong>จับอกจับใจ</strong> จึงทำให้มี<strong>ความตระหนี่ </strong>จึงทำให้มี<strong>การหวงกั้น </strong>แล้วจึงทำให้มี<strong>เรื่องราวจากการหวงกั้น</strong>นั้น&nbsp;ความขัดแย้งวุ่นวายต่าง ๆ ดังพุทธพจน์กล่าวไว้ดังนี้</p><p><br></p><ul><li>เพราะมีเวทนา จึงมีตัณหา เพราะมีตัณหา จึงมีการแสวงหา&nbsp;(ปริเยสนา) เพราะมีการแสวงหาจึงมีการได้ (ลาโภ)</li><li>เพราะมีการได้ จึงมีความปลงใจรัก (วินิจฺฉโย) เพราะมีความปลงใจรัก จึงมีความกำหนัดด้วยความพอใจ (ฉนฺทราโค)</li><li>เพราะมีความกำหนัดด้วยความพอใจ จึงมีความสยบมัวเมา (อชฺโฌสานํ) เพราะมีความสยบมัวเมา จึงมีความจับอกจับใจ (ปริคฺคโห) เพราะมีความจับอกจับใจ จึงมีความตระหนี่ (มจฺฉริยํ) เพราะมีความตระหนี่ จึงมีการหวงกั้น (อารกฺโข)</li><li>เพราะมีการหวงกั้น จึงมีเรื่องราวอันเกิดจากการหวงกั้น (อารกฺขาธิกรณํ) กล่าวคือ การใช้อาวุธไม่มีคม การใช้อาวุธมีคม การทะเลาะ การแก่งแย่ง การวิวาท การกล่าวคำหยาบว่า&nbsp;“มึง ! มึง !”&nbsp;การพูดคำส่อเสียด และการพูดเท็จทั้งหลาย ธรรมอันเป็นบาปอกุศลเป็นอเนก ย่อมเกิดขึ้นพร้อมด้วยอาการอย่างนี้</li></ul><p><br></p><p>นี่คือทางสายที่ไม่ดีคือทางที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในคือทางแห่งมิจฉามรรค แต่ในเส้นทางนี้ยังมีทางออกไปสู่ทางที่ดีได้ เช่น ช่องของความพอใจ คือเมื่อเกิดฉันทะ ก็อย่าให้มีราคะ คือต้องฉลาดในการวินิจฉัยให้ถูกว่าความสุขเกิดขึ้นเป็นความสุขแบบใด ความสุขมี 2 แบบ คือ </p><p>1) ความสุขที่ไม่ควรเสพคือความสุขที่เกิดกาม ความสุขที่เกิดจากทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย เพราะมีโทษมากมีคุณน้อย&nbsp;</p><p>2) ความสุขที่ควรเสพ&nbsp;คือความสุขที่เกิดจากภายใน เป็นความสุขที่เกิดจากฌานสมาธิทั้ง 4 เป็นความสงบให้เกิดความรู้ยิ่งรู้พร้อม หรือทางออกจากช่องทางการแสวงหาคือการแสวงหาที่ประเสริฐและการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ ผู้ที่แสวงหาหนทางที่ประเสริฐคือทางแห่งมรรค 8 ก็จะเป็นผู้ค้นพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในโลกปัจจุบันนี้มีเรื่องขัดแย้งวุ่นวายเกิดขึ้นหลายเรื่องราว สาเหตุของเรื่องราวขัดแย้งมักเริ่มจากจุดเล็กๆคือการทะเลาะกันเหตุเพราะมีเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น&nbsp;การมีเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้นขึ้นนั้นมีเหตุเริ่มมาจาก “<strong>ตัณหา” </strong>&nbsp;คือ เมื่อมี<strong>ตัณหา</strong>จะทำให้เกิด<strong>การแสวงหา</strong> ทำให้มี<strong>การได้</strong> เมื่อได้มาทำให้มี<strong>การปลงใจรัก</strong>&nbsp;แล้วก่อให้เกิดความกำหนัดด้วยอำนาจ<strong>ความพอใจ</strong> ทำให้มีความ<strong>สยบมัวเมา</strong>อย่าง<strong>จับอกจับใจ</strong> จึงทำให้มี<strong>ความตระหนี่ </strong>จึงทำให้มี<strong>การหวงกั้น </strong>แล้วจึงทำให้มี<strong>เรื่องราวจากการหวงกั้น</strong>นั้น&nbsp;ความขัดแย้งวุ่นวายต่าง ๆ ดังพุทธพจน์กล่าวไว้ดังนี้</p><p><br></p><ul><li>เพราะมีเวทนา จึงมีตัณหา เพราะมีตัณหา จึงมีการแสวงหา&nbsp;(ปริเยสนา) เพราะมีการแสวงหาจึงมีการได้ (ลาโภ)</li><li>เพราะมีการได้ จึงมีความปลงใจรัก (วินิจฺฉโย) เพราะมีความปลงใจรัก จึงมีความกำหนัดด้วยความพอใจ (ฉนฺทราโค)</li><li>เพราะมีความกำหนัดด้วยความพอใจ จึงมีความสยบมัวเมา (อชฺโฌสานํ) เพราะมีความสยบมัวเมา จึงมีความจับอกจับใจ (ปริคฺคโห) เพราะมีความจับอกจับใจ จึงมีความตระหนี่ (มจฺฉริยํ) เพราะมีความตระหนี่ จึงมีการหวงกั้น (อารกฺโข)</li><li>เพราะมีการหวงกั้น จึงมีเรื่องราวอันเกิดจากการหวงกั้น (อารกฺขาธิกรณํ) กล่าวคือ การใช้อาวุธไม่มีคม การใช้อาวุธมีคม การทะเลาะ การแก่งแย่ง การวิวาท การกล่าวคำหยาบว่า&nbsp;“มึง ! มึง !”&nbsp;การพูดคำส่อเสียด และการพูดเท็จทั้งหลาย ธรรมอันเป็นบาปอกุศลเป็นอเนก ย่อมเกิดขึ้นพร้อมด้วยอาการอย่างนี้</li></ul><p><br></p><p>นี่คือทางสายที่ไม่ดีคือทางที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในคือทางแห่งมิจฉามรรค แต่ในเส้นทางนี้ยังมีทางออกไปสู่ทางที่ดีได้ เช่น ช่องของความพอใจ คือเมื่อเกิดฉันทะ ก็อย่าให้มีราคะ คือต้องฉลาดในการวินิจฉัยให้ถูกว่าความสุขเกิดขึ้นเป็นความสุขแบบใด ความสุขมี 2 แบบ คือ </p><p>1) ความสุขที่ไม่ควรเสพคือความสุขที่เกิดกาม ความสุขที่เกิดจากทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย เพราะมีโทษมากมีคุณน้อย&nbsp;</p><p>2) ความสุขที่ควรเสพ&nbsp;คือความสุขที่เกิดจากภายใน เป็นความสุขที่เกิดจากฌานสมาธิทั้ง 4 เป็นความสงบให้เกิดความรู้ยิ่งรู้พร้อม หรือทางออกจากช่องทางการแสวงหาคือการแสวงหาที่ประเสริฐและการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ ผู้ที่แสวงหาหนทางที่ประเสริฐคือทางแห่งมรรค 8 ก็จะเป็นผู้ค้นพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ข้อสอบของอริยบุคคล [6827-3d]</title>
			<itunes:title>ข้อสอบของอริยบุคคล [6827-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6863cb77a5764c19f0313f3e/media.mp3" length="29357292" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6863cb77a5764c19f0313f3e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6863cb77a5764c19f0313f3e</link>
			<acast:episodeId>6863cb77a5764c19f0313f3e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZC2RaRAnZJL8jexbb2ZQUnnBqxCmfZKMEDKT7NYMorE6Bg5LHQ1Nx7h6GridQ0es5wpDAM6uXbKRqEDxzfU8zc]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>27</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บุคคลผู้ดำเนินตามทางแห่งมรรค 8 จนสามารถมองเห็นฝั่งแห่งนิพพานอยู่เบื้องหน้า มีจุดหมายแห่งการบรรลุอย่างแน่แท้ เรียกว่า อริยบุคคล ผู้บรรลุธรรมวิเศษ แบ่งตามประเภทบุคคลมี 4 ประเภท คือ</p><p>1.พระโสดาบัน คือ ผู้เข้าถึงกระแสธรรม การที่จะเข้าถึงคุณสมบัติของพระโสดาบันจะต้องสอบให้ผ่านบททดสอบแห่งความงมงาย ความเชื่อผิดๆ ความเข้าใจไม่ถูกต้อง คือต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติของโสตาปัตติยังคะ 4 คือ 1) มีศรัทธา หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ในพระพุทธเจ้า 2)ศรัทธา อันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ในพระธรรม 3) ศรัทธา หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ 4) เป็นผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยศีล ที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติของโสตาปัตติยังคะ 4 จะทำให้ละ สังโยชน์ เบื้องต่ำ 3 ประการได้คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส เมื่อละสังโยชน์ เบื้องต่ำ 3 ประการนี้ได้จะส่งผลให้เป็นผู้พ้นจากอบาย4 พ้นจากนรก พ้นจากกำเนิดเดรัจฉานและเปรตวิสัย และจะพ้นจากการมาเกิดอีกในชาติที่8</p><p>2.พระสกิทาคามี แปลว่า ผู้กลับมาเพียงครั้งเดียว ผู้ได้บรรลุสกิทาคามิผลต้องผ่านข้อสอบเดียวกับโสดาบันคือเป็นผู้ที่ละสังโยชน์เบื้องต่ำ 3 ประการแรกได้ อีกทั้งต้องทำสังโยชน์เบื้องต่ำอีกสองประการที่เหลือให้เบาบางลงด้วย คือ กามราคะ ปฏิฆะ(พยาบาท)&nbsp;พระสกิทาคามีจะเกิดในกามาวจรภพอีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็จะถึงพระนิพพาน</p><p>3.พระอนาคามี แปลว่า ผู้ไม่มาเกิดอีก หมายความว่าจะไม่กลับมาเกิดในกามาวจรภพอีก เป็นผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำ (โอรัมภาคิยสังโยชน์) ทั้ง 5 ประการได้แล้ว&nbsp;ข้อสอบที่พระอนาคามีต้องสอบให้ผ่านเพิ่มเติมคือ การละกามราคะ ละปฏิฆะ(พยาบาท) ให้ได้ ธรรมที่จะนำมาใช้คือการเจริญพรหมวิหาร 4&nbsp;เมื่อเจริญพรหมวิหาร4อยู่เนืองๆจะทำให้ละกามราคะและละปฏิฆะลงได้&nbsp;เมื่อสอบผ่านข้อสอบนี้ ผลก็คือจะทำให้พ้นจากโลกแห่งทางกาม คือไปเกิดในพรหมโลกอีกเพียงครั้งเดียว แล้วจะนิพพานจากพรหมโลกนั้น</p><p>4.และพระอรหันต์ คือ ผู้สำเร็จธรรมวิเศษสูงสุดในพระพุทธศาสนา พระอริยบุคคลชั้นสูงสุด สามารถละสังโยชน์เบื้องต่ำ (โอรัมภาคิยสังโยชน์) ทั้ง 5 ประการได้แล้ว&nbsp;ยังละสังโยชน์เบื้องสูง (อุทธัมภาคิยสังโยชน์) อีก 5 ประการ คือ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา ได้อีกด้วย&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บุคคลผู้ดำเนินตามทางแห่งมรรค 8 จนสามารถมองเห็นฝั่งแห่งนิพพานอยู่เบื้องหน้า มีจุดหมายแห่งการบรรลุอย่างแน่แท้ เรียกว่า อริยบุคคล ผู้บรรลุธรรมวิเศษ แบ่งตามประเภทบุคคลมี 4 ประเภท คือ</p><p>1.พระโสดาบัน คือ ผู้เข้าถึงกระแสธรรม การที่จะเข้าถึงคุณสมบัติของพระโสดาบันจะต้องสอบให้ผ่านบททดสอบแห่งความงมงาย ความเชื่อผิดๆ ความเข้าใจไม่ถูกต้อง คือต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติของโสตาปัตติยังคะ 4 คือ 1) มีศรัทธา หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ในพระพุทธเจ้า 2)ศรัทธา อันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ในพระธรรม 3) ศรัทธา หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ 4) เป็นผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยศีล ที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติของโสตาปัตติยังคะ 4 จะทำให้ละ สังโยชน์ เบื้องต่ำ 3 ประการได้คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส เมื่อละสังโยชน์ เบื้องต่ำ 3 ประการนี้ได้จะส่งผลให้เป็นผู้พ้นจากอบาย4 พ้นจากนรก พ้นจากกำเนิดเดรัจฉานและเปรตวิสัย และจะพ้นจากการมาเกิดอีกในชาติที่8</p><p>2.พระสกิทาคามี แปลว่า ผู้กลับมาเพียงครั้งเดียว ผู้ได้บรรลุสกิทาคามิผลต้องผ่านข้อสอบเดียวกับโสดาบันคือเป็นผู้ที่ละสังโยชน์เบื้องต่ำ 3 ประการแรกได้ อีกทั้งต้องทำสังโยชน์เบื้องต่ำอีกสองประการที่เหลือให้เบาบางลงด้วย คือ กามราคะ ปฏิฆะ(พยาบาท)&nbsp;พระสกิทาคามีจะเกิดในกามาวจรภพอีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็จะถึงพระนิพพาน</p><p>3.พระอนาคามี แปลว่า ผู้ไม่มาเกิดอีก หมายความว่าจะไม่กลับมาเกิดในกามาวจรภพอีก เป็นผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำ (โอรัมภาคิยสังโยชน์) ทั้ง 5 ประการได้แล้ว&nbsp;ข้อสอบที่พระอนาคามีต้องสอบให้ผ่านเพิ่มเติมคือ การละกามราคะ ละปฏิฆะ(พยาบาท) ให้ได้ ธรรมที่จะนำมาใช้คือการเจริญพรหมวิหาร 4&nbsp;เมื่อเจริญพรหมวิหาร4อยู่เนืองๆจะทำให้ละกามราคะและละปฏิฆะลงได้&nbsp;เมื่อสอบผ่านข้อสอบนี้ ผลก็คือจะทำให้พ้นจากโลกแห่งทางกาม คือไปเกิดในพรหมโลกอีกเพียงครั้งเดียว แล้วจะนิพพานจากพรหมโลกนั้น</p><p>4.และพระอรหันต์ คือ ผู้สำเร็จธรรมวิเศษสูงสุดในพระพุทธศาสนา พระอริยบุคคลชั้นสูงสุด สามารถละสังโยชน์เบื้องต่ำ (โอรัมภาคิยสังโยชน์) ทั้ง 5 ประการได้แล้ว&nbsp;ยังละสังโยชน์เบื้องสูง (อุทธัมภาคิยสังโยชน์) อีก 5 ประการ คือ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา ได้อีกด้วย&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สาธุนรธรรม (ธรรมะของคนดี) [6826-3d]</title>
			<itunes:title>สาธุนรธรรม (ธรรมะของคนดี) [6826-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/685a929e7cd58072a5f5ae2b/media.mp3" length="27979941" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">685a929e7cd58072a5f5ae2b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/685a929e7cd58072a5f5ae2b</link>
			<acast:episodeId>685a929e7cd58072a5f5ae2b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaIAq96Vyxm+1lm7bTRK1RgEMg2hvVzijCKgU71qnCZdOM1MXBWW/u7WhJAKOjOqQuqeExzK0Xm7x2GYmd2JasW]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>26</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การจะปรับเปลี่ยนคนไม่ดีให้เป็นคนดีได้ ต้องใช้ความดีเท่านั้น พระโพธิสัตว์ได้กล่าวคาถาที่เป็นธรรมะของคนดี(สาธุนรธรรม) ไว้ 4 ข้อคือ</p><p>1.จงเดินตามทางที่ท่านเดินไปแล้ว หมายถึง การรู้จักคุณของผู้มีพระคุณ (กตัญญู) ถ้าเราทำคุณกับผู้ไม่มีคุณธรรม อาจจะได้ผลน้อย ไม่ได้ผล หรือได้ผลร้าย</p><p>2.จงอย่าเผาฝ่ามืออันชุ่มหมายความว่า ไม่ประทุษร้าย ท่านผู้มีคุณ สมัยก่อนเขาจะล้างมือแล้วหยิบของให้ มือจึงชุ่มอยู่เสมอ คือ ให้ของคนอื่นบ่อย</p><p>3.อย่าประทุษร้ายในหมู่มิตร มีมิตรดีแล้ว ตั้งใจคบหาด้วยความเคารพ เอื้อเฟื้อ ด้วยความรู้ว่า ผู้มีมิตรธรรม ไม่ชื่อว่าเป็นผู้เล็กน้อย ไม่เป็นผู้ด้อย</p><p>4.ไม่ตกอยู่อำนาจของอิสตรี คำว่าอิสตรีในที่นี้หมายถึง หญิงที่ดูหมิ่นชาย คือ เมื่อเป็นสามีที่ทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามหลักทิศทั้งหกแล้วภรรยายังดูหมิ่นไม่ให้เกียรติและไม่ทำหน้าที่ของตน ชายก็ไม่ควรตกอยู่ในอำนาจของสตรีแบบนี้&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การจะปรับเปลี่ยนคนไม่ดีให้เป็นคนดีได้ ต้องใช้ความดีเท่านั้น พระโพธิสัตว์ได้กล่าวคาถาที่เป็นธรรมะของคนดี(สาธุนรธรรม) ไว้ 4 ข้อคือ</p><p>1.จงเดินตามทางที่ท่านเดินไปแล้ว หมายถึง การรู้จักคุณของผู้มีพระคุณ (กตัญญู) ถ้าเราทำคุณกับผู้ไม่มีคุณธรรม อาจจะได้ผลน้อย ไม่ได้ผล หรือได้ผลร้าย</p><p>2.จงอย่าเผาฝ่ามืออันชุ่มหมายความว่า ไม่ประทุษร้าย ท่านผู้มีคุณ สมัยก่อนเขาจะล้างมือแล้วหยิบของให้ มือจึงชุ่มอยู่เสมอ คือ ให้ของคนอื่นบ่อย</p><p>3.อย่าประทุษร้ายในหมู่มิตร มีมิตรดีแล้ว ตั้งใจคบหาด้วยความเคารพ เอื้อเฟื้อ ด้วยความรู้ว่า ผู้มีมิตรธรรม ไม่ชื่อว่าเป็นผู้เล็กน้อย ไม่เป็นผู้ด้อย</p><p>4.ไม่ตกอยู่อำนาจของอิสตรี คำว่าอิสตรีในที่นี้หมายถึง หญิงที่ดูหมิ่นชาย คือ เมื่อเป็นสามีที่ทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามหลักทิศทั้งหกแล้วภรรยายังดูหมิ่นไม่ให้เกียรติและไม่ทำหน้าที่ของตน ชายก็ไม่ควรตกอยู่ในอำนาจของสตรีแบบนี้&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ [6825-3d]</title>
			<itunes:title>คุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ [6825-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Jun 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:02</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/685178d1cf39b4f29a850211/media.mp3" length="28105044" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">685178d1cf39b4f29a850211</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/685178d1cf39b4f29a850211</link>
			<acast:episodeId>685178d1cf39b4f29a850211</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdha+oEJMdUCB0vSwaqTaQnP3I81HG6T75AZsSPswqYsgX3q3ZM6WiGmTpr3IAyYAQs2i2SnPRTHtPwLWGRUoOBtr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>25</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การโจทก์ในทางพุทธศาสนา คือ การตั้งหัวข้อที่จะเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงให้อยู่ด้วยกันได้ การอยู่ร่วมกันนั้นต้องอยู่อย่างมีศีลและทิฏฐิที่เสมอกัน ในการปรับให้อยู่ด้วยกันนั้นต้องเป็นไปตามทางของมรรค โดยผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ต้องมีคุณธรรมดังนี้</p><p>การเป็นผู้โจทก์ต้องมีคุณธรรม 5 อย่าง คือ</p><p>1.ต้องกล่าวในเวลาอันควรอย่ากล่าวในเวลาอันไม่ควร</p><p>2.ต้องกล่าวด้วยถ้อยคำอันเป็นจริงไม่กล่าวด้วยถ้อยคำอันไม่จริง</p><p>3.ต้องกล่าวด้วยถ้อยคำอ่อนหวานไม่กล่าวด้วยถ้อยคำหยาบคาย</p><p>4.กล่าวด้วยถ้อยคำอันประกอบด้วยประโยชน์ไม่กล่าวด้วยถ้อยคำอันไม่ประกอบด้วยประโยชน์</p><p>5.ผู้กล่าวต้องกล่าวด้วยมีจิตเมตตากล่าวไม่กล่าวอย่าเพ่งโทษกล่าว</p><p>ส่วนผู้ถูกโจทก์ต้องมีคุณธรรม&nbsp;2 อย่าง คือ</p><p>1.ความจริง คือ เอาข้อเท็จจริงมาเป็นหลัก&nbsp;</p><p>2.ความไม่โกรธ</p><p>การนำคุณธรรมทั้ง 7 ข้อนี้มาใช้คือใช้ในเวลาที่เหมาะสม คุยด้วยเรื่องจริง ด้วยคำอ่อนหวาน ด้วยเรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ และด้วยเมตตาจิต หากคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็เอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน และหากมีการกระทบกันก็ไม่โกรธกัน ก็จะทำให้อยู่ร่วมกันได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การโจทก์ในทางพุทธศาสนา คือ การตั้งหัวข้อที่จะเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงให้อยู่ด้วยกันได้ การอยู่ร่วมกันนั้นต้องอยู่อย่างมีศีลและทิฏฐิที่เสมอกัน ในการปรับให้อยู่ด้วยกันนั้นต้องเป็นไปตามทางของมรรค โดยผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ต้องมีคุณธรรมดังนี้</p><p>การเป็นผู้โจทก์ต้องมีคุณธรรม 5 อย่าง คือ</p><p>1.ต้องกล่าวในเวลาอันควรอย่ากล่าวในเวลาอันไม่ควร</p><p>2.ต้องกล่าวด้วยถ้อยคำอันเป็นจริงไม่กล่าวด้วยถ้อยคำอันไม่จริง</p><p>3.ต้องกล่าวด้วยถ้อยคำอ่อนหวานไม่กล่าวด้วยถ้อยคำหยาบคาย</p><p>4.กล่าวด้วยถ้อยคำอันประกอบด้วยประโยชน์ไม่กล่าวด้วยถ้อยคำอันไม่ประกอบด้วยประโยชน์</p><p>5.ผู้กล่าวต้องกล่าวด้วยมีจิตเมตตากล่าวไม่กล่าวอย่าเพ่งโทษกล่าว</p><p>ส่วนผู้ถูกโจทก์ต้องมีคุณธรรม&nbsp;2 อย่าง คือ</p><p>1.ความจริง คือ เอาข้อเท็จจริงมาเป็นหลัก&nbsp;</p><p>2.ความไม่โกรธ</p><p>การนำคุณธรรมทั้ง 7 ข้อนี้มาใช้คือใช้ในเวลาที่เหมาะสม คุยด้วยเรื่องจริง ด้วยคำอ่อนหวาน ด้วยเรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ และด้วยเมตตาจิต หากคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็เอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน และหากมีการกระทบกันก็ไม่โกรธกัน ก็จะทำให้อยู่ร่วมกันได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณสมบัติของอุบาสกอุบาสิกา [6824-3d]</title>
			<itunes:title>คุณสมบัติของอุบาสกอุบาสิกา [6824-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Jun 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/68482fcbd911dedd65550fad/media.mp3" length="26569522" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68482fcbd911dedd65550fad</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/68482fcbd911dedd65550fad</link>
			<acast:episodeId>68482fcbd911dedd65550fad</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbvWoQxs5pBr344tteHfqwJxcULcsLQpX0K7+UhYFTVnUGJK+0KxBs6xmKpkqRHOtoo2MMaEaKUD2iZfOQJtdew]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>24</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อุบาสกหรืออุบาสิกา แปลว่า ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย หมายถึงผู้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนา ผู้นับถือศาสนาอย่างมั่นคง&nbsp;</p><p>อุบาสกหรืออุบาสิกาในธรรมวินัยควรจะมีคุณสมบัติอย่างไรพระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสเอาไว้มีอยู่หลายส่วนด้วยกันในตอนนี้จะนำส่วนที่ครูบาอาจารย์ได้รวบรวมไว้ใน อังคุตตรนิกาย ซึ่งอยู่ในธรรมหมวด 7 คือ หานิสูตร โดยพูดถึงความที่จะไม่เสื่อม ความที่จะก้าวหน้า ความที่จะเจริญงอกงามของอุบาสกอุบาสิกา โดยกล่าวเปรียบเทียบไว้เป็นคู่ดังนี้</p><p>1. การเยี่ยมเยือนภิกษุ หรือขาดเยี่ยมเยือนภิกษุ&nbsp;</p><p>2. ละเลยการฟังธรรม หรือไม่ละเลยการฟังธรรม&nbsp;</p><p>3. การศึกษาอธิศีล หรือไม่ศึกษาอธิศีล&nbsp;</p><p>4. การปลูกความเลื่อมใสศรัทธา&nbsp;</p><p>5. การไม่ตั้งจิตติเตียนเพ่งโทษฟังธรรม&nbsp;</p><p>6. การไม่แสวงหาเขตบุญนอกพระพุทธศาสนา&nbsp;</p><p>7. การทำสักการะก่อนในเขตบุญของพระพุทธศาสนา&nbsp;</p><p>หากเราปฏิบัติตามหลักธรรมทั้ง 7 อย่างนี้อย่างถูกต้องต่อเนื่องก็จะทำให้เป็นอุบาสกหรืออุบาสิกาแก้วนั่นเอง</p><p>&nbsp;โดยคุณสมบัติของ อุบาสกอุบาสิกาแก้ว มี&nbsp;5 ประการ คือ</p><p>1. มีศรัทธา คือมีความเชื่อ มีความมั่นใจในพระรัตนตรัย ความเชื่อของเรานี้ต้องเป็นความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา ไม่ใช่ศรัทธางมงาย&nbsp;</p><p>2. มีศีล อย่างน้อยตั้งตนอยู่ในศีล5 ซึ่งจะทำให้มีชีวิตที่ดีงาม เป็นฐานสำหรับตนเองที่จะก้าวไปสู่การปฏิบัติเบื้องสูง พร้อมกันนั้น ก็เป็นเครื่องช่วยเหลือเกื้อกูลสังคม เพราะว่าผู้ถือศีล5 เป็นผู้ไม่เบียดเบียนคนอื่น แต่ดำรงชีวิตที่สุจริต ใครตั้งอยู่ในศีล 5 ก็ทำให้ที่นั้นมีความปลอดภัย</p><p>3.ไม่ถือมงคลตื่นข่าว คือไม่มัวหวังผลจากความเชื่อถือนอกหลักพระพุทธศาสนา ที่เป็นความงมงาย ได้แต่หวังผลจากการดลบันดาลต่างๆ แต่ให้เชื่อกรรม คือเชื่อการกระทำที่เป็นไปตามเหตุผล ให้หวังผลจากการกระทำด้วยความเพียรพยายามของตน คุณสมบัติข้อนี้จะต้องให้เป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่งของสังคมไทยของเรา</p><p>4.ไม่แสวงหาเขตบุญนอกพระพุทธศาสนา คือ เมื่อถือมงคลตื่นข่าว ไปเชื่อเรื่องไม่เข้าเรื่อง แล้วเขตบุญก็ย้ายออกจากพระพุทธศาสนาไปหาเขตบุญภายนอก ก็ยิ่งไปส่งเสริมให้ความเชื่อผิดปฏิบัติผิดแพร่หลายยิ่งขึ้น และแหล่งคำสอนที่ถูกต้อง คนก็ไม่เอาใจใส่ คนก็ยิ่งห่างจากหลักพระศาสนาออกไป ไม่รู้และไม่เอาใจใส่ในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า</p><p>5. สนับสนุนพระพุทธศาสนา หมายความว่าทำการขวนขวาย ทะนุบำรุงอุปถัมภ์พระสงฆ์ และกิจการพระพุทธศาสนา ที่จะทำให้พระธรรมวินัยเจริญมั่นคง ช่วยกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นกุศลแท้จริง ที่เป็นเรื่องถูกทำนองคลองธรรม ที่จะทำให้ศีลธรรมเจริญงอกงาม</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อุบาสกหรืออุบาสิกา แปลว่า ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย หมายถึงผู้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนา ผู้นับถือศาสนาอย่างมั่นคง&nbsp;</p><p>อุบาสกหรืออุบาสิกาในธรรมวินัยควรจะมีคุณสมบัติอย่างไรพระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสเอาไว้มีอยู่หลายส่วนด้วยกันในตอนนี้จะนำส่วนที่ครูบาอาจารย์ได้รวบรวมไว้ใน อังคุตตรนิกาย ซึ่งอยู่ในธรรมหมวด 7 คือ หานิสูตร โดยพูดถึงความที่จะไม่เสื่อม ความที่จะก้าวหน้า ความที่จะเจริญงอกงามของอุบาสกอุบาสิกา โดยกล่าวเปรียบเทียบไว้เป็นคู่ดังนี้</p><p>1. การเยี่ยมเยือนภิกษุ หรือขาดเยี่ยมเยือนภิกษุ&nbsp;</p><p>2. ละเลยการฟังธรรม หรือไม่ละเลยการฟังธรรม&nbsp;</p><p>3. การศึกษาอธิศีล หรือไม่ศึกษาอธิศีล&nbsp;</p><p>4. การปลูกความเลื่อมใสศรัทธา&nbsp;</p><p>5. การไม่ตั้งจิตติเตียนเพ่งโทษฟังธรรม&nbsp;</p><p>6. การไม่แสวงหาเขตบุญนอกพระพุทธศาสนา&nbsp;</p><p>7. การทำสักการะก่อนในเขตบุญของพระพุทธศาสนา&nbsp;</p><p>หากเราปฏิบัติตามหลักธรรมทั้ง 7 อย่างนี้อย่างถูกต้องต่อเนื่องก็จะทำให้เป็นอุบาสกหรืออุบาสิกาแก้วนั่นเอง</p><p>&nbsp;โดยคุณสมบัติของ อุบาสกอุบาสิกาแก้ว มี&nbsp;5 ประการ คือ</p><p>1. มีศรัทธา คือมีความเชื่อ มีความมั่นใจในพระรัตนตรัย ความเชื่อของเรานี้ต้องเป็นความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา ไม่ใช่ศรัทธางมงาย&nbsp;</p><p>2. มีศีล อย่างน้อยตั้งตนอยู่ในศีล5 ซึ่งจะทำให้มีชีวิตที่ดีงาม เป็นฐานสำหรับตนเองที่จะก้าวไปสู่การปฏิบัติเบื้องสูง พร้อมกันนั้น ก็เป็นเครื่องช่วยเหลือเกื้อกูลสังคม เพราะว่าผู้ถือศีล5 เป็นผู้ไม่เบียดเบียนคนอื่น แต่ดำรงชีวิตที่สุจริต ใครตั้งอยู่ในศีล 5 ก็ทำให้ที่นั้นมีความปลอดภัย</p><p>3.ไม่ถือมงคลตื่นข่าว คือไม่มัวหวังผลจากความเชื่อถือนอกหลักพระพุทธศาสนา ที่เป็นความงมงาย ได้แต่หวังผลจากการดลบันดาลต่างๆ แต่ให้เชื่อกรรม คือเชื่อการกระทำที่เป็นไปตามเหตุผล ให้หวังผลจากการกระทำด้วยความเพียรพยายามของตน คุณสมบัติข้อนี้จะต้องให้เป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่งของสังคมไทยของเรา</p><p>4.ไม่แสวงหาเขตบุญนอกพระพุทธศาสนา คือ เมื่อถือมงคลตื่นข่าว ไปเชื่อเรื่องไม่เข้าเรื่อง แล้วเขตบุญก็ย้ายออกจากพระพุทธศาสนาไปหาเขตบุญภายนอก ก็ยิ่งไปส่งเสริมให้ความเชื่อผิดปฏิบัติผิดแพร่หลายยิ่งขึ้น และแหล่งคำสอนที่ถูกต้อง คนก็ไม่เอาใจใส่ คนก็ยิ่งห่างจากหลักพระศาสนาออกไป ไม่รู้และไม่เอาใจใส่ในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า</p><p>5. สนับสนุนพระพุทธศาสนา หมายความว่าทำการขวนขวาย ทะนุบำรุงอุปถัมภ์พระสงฆ์ และกิจการพระพุทธศาสนา ที่จะทำให้พระธรรมวินัยเจริญมั่นคง ช่วยกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นกุศลแท้จริง ที่เป็นเรื่องถูกทำนองคลองธรรม ที่จะทำให้ศีลธรรมเจริญงอกงาม</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เรื่องธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา [6823-3d]</title>
			<itunes:title>เรื่องธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา [6823-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Jun 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/683ee91d0d2b3bac3e6f76ae/media.mp3" length="27534227" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">683ee91d0d2b3bac3e6f76ae</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/683ee91d0d2b3bac3e6f76ae</link>
			<acast:episodeId>683ee91d0d2b3bac3e6f76ae</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZpUggmZDNFwWZq7t1JYhTP7IFA5+X5Iy1pkr6IPauz7d4MN9t5Q3g9xe3PEZXbI3ZlrXahvOnrW5Z6Mx7XZ6d9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>23</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การศึกษาปฏิบัติธรรม เปรียบเสมือน ”การจับงูพิษ” ถ้าจับไม่ถูกต้อง ไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะเกิดอันตรายกับตนเองและผู้อื่นได้ แทนที่จะละวางความยึดถือลงแต่กลับยึดถือขึ้นมาแทน</p><p>“ธรรม” ที่ดูเหมือนจะเป็น “เรื่องธรรมดา ที่ไม่ธรรมดานี้” หมายถึง เรื่องพื้นฐานแต่มีความสำคัญ จึงต้องหยิบมาทำการศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างละเอียด โดยได้ยกพุทธพจน์ คำอุทาน พระสูตร มาประกอบ พอจะสรุปได้ดังนี้</p><p>1. สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นทั้งหมดย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา</p><p>2. สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา พวกเธอทั้งหลายจงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด</p><p>3. ฐานะ 5 ประการ ที่ใครๆ ก็ไม่พึงได้ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่- เจ็บ- ตาย- ความสิ้นไป-ฉิบหายไป ว่า อย่าแก่เลย…ฯ</p><p>4. เราจะมาได้ตามความปรารถนาใน “สิ่งที่มีความแตกดับเป็นธรรมดา” ว่า อย่าเสื่อม อย่าสิ้นไป มันจะไม่ได้</p><p>5. มาพิจารณาอยู่เนืองๆว่าเรามีความแก่ / ความเจ็บ / ความตาย / ความพลัดพราก / กรรมของตน</p><p>การมาพิจารณาอยู่เนือง ๆ ให้เห็นตามความเป็นจริงในสังขารทั้งหลาย จะทำให้เราเกิดปัญญา วางความยึดถือด้วยเรื่องพื้นฐาน สูงขึ้นจนถึงระดับโลกุตระได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การศึกษาปฏิบัติธรรม เปรียบเสมือน ”การจับงูพิษ” ถ้าจับไม่ถูกต้อง ไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะเกิดอันตรายกับตนเองและผู้อื่นได้ แทนที่จะละวางความยึดถือลงแต่กลับยึดถือขึ้นมาแทน</p><p>“ธรรม” ที่ดูเหมือนจะเป็น “เรื่องธรรมดา ที่ไม่ธรรมดานี้” หมายถึง เรื่องพื้นฐานแต่มีความสำคัญ จึงต้องหยิบมาทำการศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างละเอียด โดยได้ยกพุทธพจน์ คำอุทาน พระสูตร มาประกอบ พอจะสรุปได้ดังนี้</p><p>1. สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นทั้งหมดย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา</p><p>2. สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา พวกเธอทั้งหลายจงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด</p><p>3. ฐานะ 5 ประการ ที่ใครๆ ก็ไม่พึงได้ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่- เจ็บ- ตาย- ความสิ้นไป-ฉิบหายไป ว่า อย่าแก่เลย…ฯ</p><p>4. เราจะมาได้ตามความปรารถนาใน “สิ่งที่มีความแตกดับเป็นธรรมดา” ว่า อย่าเสื่อม อย่าสิ้นไป มันจะไม่ได้</p><p>5. มาพิจารณาอยู่เนืองๆว่าเรามีความแก่ / ความเจ็บ / ความตาย / ความพลัดพราก / กรรมของตน</p><p>การมาพิจารณาอยู่เนือง ๆ ให้เห็นตามความเป็นจริงในสังขารทั้งหลาย จะทำให้เราเกิดปัญญา วางความยึดถือด้วยเรื่องพื้นฐาน สูงขึ้นจนถึงระดับโลกุตระได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ว่าด้วยเรื่องของ "ลม" [6822-3d]]]></title>
			<itunes:title><![CDATA[ว่าด้วยเรื่องของ "ลม" [6822-3d]]]></itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 May 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6834a3e669c98f151dab9166/media.mp3" length="28113128" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6834a3e669c98f151dab9166</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6834a3e669c98f151dab9166</link>
			<acast:episodeId>6834a3e669c98f151dab9166</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYEqF0EBI9hEsPm8FefY/DcA/HUol6UzyKH14me2cXzxQ2e4WLve5bgo0QJcULecCPgiIM09QZfSn4WltEgcCd1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>22</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>วาโยธาตุ</strong> หรือที่เราเรียกว่า <strong>“ธาตุลม”</strong> เป็น 1 ใน มหาภูตรูป 4</p><br><p>ธาตุลมประกอบไปด้วย :-</p><ul><li><strong>ลมภายนอก </strong>คือ ธรรมชาติที่พัดไปมาอยู่นอกกาย เช่น ลมร้อน ลมหนาว ลมมีฝุ่น หรือ ลมไม่มีฝุ่น ลมตะวันออก..ฯลฯ</li><li><strong>ลมภายใน</strong> คือ ลมอันแล่นไปตามอวัยวะน้อยใหญ่ในร่างกาย เช่น ลมในกระเพาะ ลมในลำไส้ ลมหายใจเข้า-ออก</li></ul><p><br></p><p>ลมภายในแบ่งได้เป็น :-</p><p><strong>ลมปราณ</strong> คือ ลมหายใจเข้า-ออก</p><p>1. ลมหายใจต่อกาย-ทิ้งกาย หมายถึง ลมทำหน้าที่ในการหล่อเลี้ยงร่างกาย และทำลายร่างกายไปในกระบวนการเดียวกัน (มีการเผาผลาญในกาย)</p><p>2. ลมหายใจต่อจิต (การมีสติสัมปชัญญะรู้ลมหายใจ) / ทิ้งจิต (ปล่อยสติเผลอเพลิน)</p><br><p><strong>ลมปาก</strong> คือ ลมที่ผ่านหลอดเสียง ที่ออกจากกายไปสู่ภายนอก เป็นลักษณะของสัญญาเปลี่ยนแปลงไปตามการปรุงแต่ง (สังขาร) และสื่อออกมาทางลมปาก ได้แก่</p><p>1) <strong>ลมเหม็น </strong>(คูถภาณี) คือ ผู้มีวาจาภาษาพูดเหมือนคูถหรืออุจจาระ เกิดจากจิตที่เป็นอกุศลที่ปรุ่งแต่งออกมาทางวาจา เป็น <strong>“วจีทุจริต”</strong> ได้แก่&nbsp;</p><p>1.1&nbsp;การพูดเท็จ พูดปด พูดไม่จริง พูดบิดเบือน ไม่เกิดประโยชน์</p><p>1.2&nbsp;พูดส่อเสียด ยุยงให้แตกกัน บาดหมาง พูดใส่ร้าย-ป้ายสี</p><p>1.3&nbsp;พูดคำหยาบ ได้แก่ “คำหยาบคาย” คือ พูดทิ่มแทงให้เจ็บใจ แดกดัน เสียดสี เหน็บแนม / “คำหยาบโลน” คือ พูดภาษาใต้สะดือ ใช้สรรพนามของสัตว์แทนคน</p><p>1.4&nbsp;พูดเพ้อเจ้อ ได้แก่ “พูดพล่าม” คือ คำพูดที่โปรยประโยชน์ทิ้ง ไร้สาระ หาประโยชน์ไม่ได้ (พูดเยอะแต่ไม่เกิดประโยชน์) / “พูดเหลวไหล” คือ คำพูดเลอะเทอะ ไม่มีหลักฐานอ้างอิง หาประโยชน์ไม่ได้ เช่น คำพูดมุกตลก</p><p>2) <strong>ลมหอม</strong> (ปุปผภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูดภาษาดอกไม้ ได้แก่ พูดคำจริง ไม่พูดเท็จ</p><p>3)<strong> ลมหวาน</strong> (มธุภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูดภาษาน้ำผึ้ง ได้แก่ พูดความจริงไพเราะจับใจ ประกอบไปด้วยพรหมวิหาร เป็นผู้ละเว้นคำหยาบ</p><p>3.1&nbsp;พูดจริง ดี มีประโยชน์ รู้กาลที่เหมาะสมแล้วจึงพูด / เว้นคำพูดจริงแต่ไม่มีประโยชน์ ไม่ประกอบด้วยกาล</p><p>3.2&nbsp;พูดสมานไมตรี ให้เกิดความสามัคคีกันมากยิ่งขึ้น</p><p>3.3&nbsp;พูดไพเราะ เป็นคำพูดที่ “อ่อนหวาน” สุภาพ มีถ้อยคำที่สละสลวย ฟังแล้วลื่นหู / “คำพูดดื่มด่ำดูดดื่ม” มีคติธรรม ฟังแล้วจับใจ</p><p>3.4&nbsp;พูดมีประโยชน์ มีหลักฐานอ้างอิง เป็นคำจริง ประกอบด้วยกาลเทศะ</p><br><p><strong><em>*ลักษณะคำพูดที่หอมหวานนั้นคือ เป็นมงคล เป็นวาจาสุภาษิต ฟังแล้วเกิดความรู้สึกซาบซึ้งเบิกบาน เป็นวาจาที่หาโทษมิได้</em></strong></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>วาโยธาตุ</strong> หรือที่เราเรียกว่า <strong>“ธาตุลม”</strong> เป็น 1 ใน มหาภูตรูป 4</p><br><p>ธาตุลมประกอบไปด้วย :-</p><ul><li><strong>ลมภายนอก </strong>คือ ธรรมชาติที่พัดไปมาอยู่นอกกาย เช่น ลมร้อน ลมหนาว ลมมีฝุ่น หรือ ลมไม่มีฝุ่น ลมตะวันออก..ฯลฯ</li><li><strong>ลมภายใน</strong> คือ ลมอันแล่นไปตามอวัยวะน้อยใหญ่ในร่างกาย เช่น ลมในกระเพาะ ลมในลำไส้ ลมหายใจเข้า-ออก</li></ul><p><br></p><p>ลมภายในแบ่งได้เป็น :-</p><p><strong>ลมปราณ</strong> คือ ลมหายใจเข้า-ออก</p><p>1. ลมหายใจต่อกาย-ทิ้งกาย หมายถึง ลมทำหน้าที่ในการหล่อเลี้ยงร่างกาย และทำลายร่างกายไปในกระบวนการเดียวกัน (มีการเผาผลาญในกาย)</p><p>2. ลมหายใจต่อจิต (การมีสติสัมปชัญญะรู้ลมหายใจ) / ทิ้งจิต (ปล่อยสติเผลอเพลิน)</p><br><p><strong>ลมปาก</strong> คือ ลมที่ผ่านหลอดเสียง ที่ออกจากกายไปสู่ภายนอก เป็นลักษณะของสัญญาเปลี่ยนแปลงไปตามการปรุงแต่ง (สังขาร) และสื่อออกมาทางลมปาก ได้แก่</p><p>1) <strong>ลมเหม็น </strong>(คูถภาณี) คือ ผู้มีวาจาภาษาพูดเหมือนคูถหรืออุจจาระ เกิดจากจิตที่เป็นอกุศลที่ปรุ่งแต่งออกมาทางวาจา เป็น <strong>“วจีทุจริต”</strong> ได้แก่&nbsp;</p><p>1.1&nbsp;การพูดเท็จ พูดปด พูดไม่จริง พูดบิดเบือน ไม่เกิดประโยชน์</p><p>1.2&nbsp;พูดส่อเสียด ยุยงให้แตกกัน บาดหมาง พูดใส่ร้าย-ป้ายสี</p><p>1.3&nbsp;พูดคำหยาบ ได้แก่ “คำหยาบคาย” คือ พูดทิ่มแทงให้เจ็บใจ แดกดัน เสียดสี เหน็บแนม / “คำหยาบโลน” คือ พูดภาษาใต้สะดือ ใช้สรรพนามของสัตว์แทนคน</p><p>1.4&nbsp;พูดเพ้อเจ้อ ได้แก่ “พูดพล่าม” คือ คำพูดที่โปรยประโยชน์ทิ้ง ไร้สาระ หาประโยชน์ไม่ได้ (พูดเยอะแต่ไม่เกิดประโยชน์) / “พูดเหลวไหล” คือ คำพูดเลอะเทอะ ไม่มีหลักฐานอ้างอิง หาประโยชน์ไม่ได้ เช่น คำพูดมุกตลก</p><p>2) <strong>ลมหอม</strong> (ปุปผภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูดภาษาดอกไม้ ได้แก่ พูดคำจริง ไม่พูดเท็จ</p><p>3)<strong> ลมหวาน</strong> (มธุภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูดภาษาน้ำผึ้ง ได้แก่ พูดความจริงไพเราะจับใจ ประกอบไปด้วยพรหมวิหาร เป็นผู้ละเว้นคำหยาบ</p><p>3.1&nbsp;พูดจริง ดี มีประโยชน์ รู้กาลที่เหมาะสมแล้วจึงพูด / เว้นคำพูดจริงแต่ไม่มีประโยชน์ ไม่ประกอบด้วยกาล</p><p>3.2&nbsp;พูดสมานไมตรี ให้เกิดความสามัคคีกันมากยิ่งขึ้น</p><p>3.3&nbsp;พูดไพเราะ เป็นคำพูดที่ “อ่อนหวาน” สุภาพ มีถ้อยคำที่สละสลวย ฟังแล้วลื่นหู / “คำพูดดื่มด่ำดูดดื่ม” มีคติธรรม ฟังแล้วจับใจ</p><p>3.4&nbsp;พูดมีประโยชน์ มีหลักฐานอ้างอิง เป็นคำจริง ประกอบด้วยกาลเทศะ</p><br><p><strong><em>*ลักษณะคำพูดที่หอมหวานนั้นคือ เป็นมงคล เป็นวาจาสุภาษิต ฟังแล้วเกิดความรู้สึกซาบซึ้งเบิกบาน เป็นวาจาที่หาโทษมิได้</em></strong></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมสมาธิ 5 ประการ [6821-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมสมาธิ 5 ประการ [6821-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 May 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/682c9b5f2bdf3e25ba8c07cb/media.mp3" length="25649516" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">682c9b5f2bdf3e25ba8c07cb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/682c9b5f2bdf3e25ba8c07cb</link>
			<acast:episodeId>682c9b5f2bdf3e25ba8c07cb</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhazQ+dH5/sJjON1+PAWwPBevSMaaRf0vrj5jBIHgM5UZAcuirpng9Hr6fj7x7TL2FgBP/kDz9W26WIod/ixkq3p]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>21</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“ธรรมสมาธิ”</strong> คือ ธรรมที่ทำให้เกิดความมั่นสนิทในธรรม เป็นธรรมที่ทำให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง และกำจัดความสงสัยเสียได้ เมื่อเกิดความมั่นสนิทในธรรมแล้ว ก็จะเกิดจิตตสมาธิ คือความตั้งมั่นของจิตตามมา ธรรมสมาธิมี 5 ประการ คือ</p><p>1) <strong>ปราโมทย์</strong> คือ ความชื่นบานใจ ความร่าเริงสดใส เป็นความชื่นบานใจในธรรม ความร่าเริงสดใสในธรรม เป็นปราโมทย์ที่ไม่อาศัยอามิส</p><p>2) <strong>ปีติ</strong> คือ ความอิ่มใจ ความปลื้มใจ เป็นสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติธรรม มี 5 ระดับ คือ ขุททกาปีติ ขณิกาปีติ โอกกันติกาปีติ อุพเพงคาปีติ และผรณาปีติ&nbsp;</p><p>3) <strong>ปัสสัทธิ</strong> ความสงบระงับภายใน ความสงบเย็นกายเย็นใจ ความผ่อนคลายรื่นสบาย ไม่มีความเดือดร้อนกระวนกระวายใจมารบกวนให้หงุดหงิดรำคาญใจ&nbsp;</p><p>4) <strong>โสมนัส</strong> ความสุข ความสบาย ความรื่นใจไร้ความข้องขัด ปราศจากความทุกข์ร้อนใด ๆ ที่จะมารบกวนขัดขวางให้ไม่อยากปฏิบัติธรรม มีแต่ความสุขสบายกายและใจ ยินดีในการปฏิบัติธรรม</p><p>5) <strong>สมาธิ</strong>&nbsp;ความสงบตั้งมั่นของจิต ไม่มีสิ่งรบกวนเร้าระคาย จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิไม่วอกแวก ไม่มีอารมณ์ภายนอกมารบกวนให้หงุดหงิดรำคาญใจ</p><br><p>ธรรมทั้ง 5 ประการนี้ เป็นกระบวนการที่เป็นส่วนสนับสนุนให้บุคคลเกิดความมั่นใจในการปฏิบัติธรรม มีความแช่มชื่นยินดีในการปฏิบัติธรรมให้เกิดผลสำเร็จ เป็นธรรมหรือคุณสมบัติสำคัญของจิตใจที่ทุกคนควรทำให้เกิดมีอยู่เสมอ<strong>&nbsp;ธรรมสมาธิ 5 ประการนี้ จะเกิดขึ้นต้องอาศัยโยนิโสมนสิการ</strong> การใคร่ควรโดยแยบคาย ซึ่งมีอยู่หลายแนวทาง ในตอนนี้จะยกเอาแนววิธีการที่ท่านพระอนุรุทธะได้ทำไว้มากล่าว และพระพุทธเจ้าทรงเรียกแนวทางนี้ว่า <strong>มหาปุริสวิตก 8 ประการ </strong>ได้แก่</p><br><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้มักน้อย มิใช่ของผู้มักมาก</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>ของบุคคลผู้สันโดษ มิใช่ของผู้ไม่สันโดษ</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้สงัด มิใช่ของผู้ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้ปรารภความเพียร มิใช่ของผู้เกียจคร้าน</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้มีสติตั้งมั่น มิใช่ของผู้มีสติหลงลืม</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้มีจิตมั่นคงเป็นสมาธิ มิใช่ของผู้มีจิตไม่มั่นคง</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้มีปัญญา มิใช่ของผู้มีปัญญาทราม</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้ยินดีในธรรมเครื่องไม่เนิ่นช้า มิใช่ของผู้ยินดีในธรรม</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“ธรรมสมาธิ”</strong> คือ ธรรมที่ทำให้เกิดความมั่นสนิทในธรรม เป็นธรรมที่ทำให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง และกำจัดความสงสัยเสียได้ เมื่อเกิดความมั่นสนิทในธรรมแล้ว ก็จะเกิดจิตตสมาธิ คือความตั้งมั่นของจิตตามมา ธรรมสมาธิมี 5 ประการ คือ</p><p>1) <strong>ปราโมทย์</strong> คือ ความชื่นบานใจ ความร่าเริงสดใส เป็นความชื่นบานใจในธรรม ความร่าเริงสดใสในธรรม เป็นปราโมทย์ที่ไม่อาศัยอามิส</p><p>2) <strong>ปีติ</strong> คือ ความอิ่มใจ ความปลื้มใจ เป็นสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติธรรม มี 5 ระดับ คือ ขุททกาปีติ ขณิกาปีติ โอกกันติกาปีติ อุพเพงคาปีติ และผรณาปีติ&nbsp;</p><p>3) <strong>ปัสสัทธิ</strong> ความสงบระงับภายใน ความสงบเย็นกายเย็นใจ ความผ่อนคลายรื่นสบาย ไม่มีความเดือดร้อนกระวนกระวายใจมารบกวนให้หงุดหงิดรำคาญใจ&nbsp;</p><p>4) <strong>โสมนัส</strong> ความสุข ความสบาย ความรื่นใจไร้ความข้องขัด ปราศจากความทุกข์ร้อนใด ๆ ที่จะมารบกวนขัดขวางให้ไม่อยากปฏิบัติธรรม มีแต่ความสุขสบายกายและใจ ยินดีในการปฏิบัติธรรม</p><p>5) <strong>สมาธิ</strong>&nbsp;ความสงบตั้งมั่นของจิต ไม่มีสิ่งรบกวนเร้าระคาย จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิไม่วอกแวก ไม่มีอารมณ์ภายนอกมารบกวนให้หงุดหงิดรำคาญใจ</p><br><p>ธรรมทั้ง 5 ประการนี้ เป็นกระบวนการที่เป็นส่วนสนับสนุนให้บุคคลเกิดความมั่นใจในการปฏิบัติธรรม มีความแช่มชื่นยินดีในการปฏิบัติธรรมให้เกิดผลสำเร็จ เป็นธรรมหรือคุณสมบัติสำคัญของจิตใจที่ทุกคนควรทำให้เกิดมีอยู่เสมอ<strong>&nbsp;ธรรมสมาธิ 5 ประการนี้ จะเกิดขึ้นต้องอาศัยโยนิโสมนสิการ</strong> การใคร่ควรโดยแยบคาย ซึ่งมีอยู่หลายแนวทาง ในตอนนี้จะยกเอาแนววิธีการที่ท่านพระอนุรุทธะได้ทำไว้มากล่าว และพระพุทธเจ้าทรงเรียกแนวทางนี้ว่า <strong>มหาปุริสวิตก 8 ประการ </strong>ได้แก่</p><br><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้มักน้อย มิใช่ของผู้มักมาก</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>ของบุคคลผู้สันโดษ มิใช่ของผู้ไม่สันโดษ</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้สงัด มิใช่ของผู้ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้ปรารภความเพียร มิใช่ของผู้เกียจคร้าน</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้มีสติตั้งมั่น มิใช่ของผู้มีสติหลงลืม</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้มีจิตมั่นคงเป็นสมาธิ มิใช่ของผู้มีจิตไม่มั่นคง</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้มีปัญญา มิใช่ของผู้มีปัญญาทราม</strong></p><p>ธรรมคำสอนนี้สำหรับ<strong>บุคคลผู้ยินดีในธรรมเครื่องไม่เนิ่นช้า มิใช่ของผู้ยินดีในธรรม</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ตัณหา [6820-3d]</title>
			<itunes:title>ตัณหา [6820-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 May 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6823509275c05d72cf55641c/media.mp3" length="27023103" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6823509275c05d72cf55641c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6823509275c05d72cf55641c</link>
			<acast:episodeId>6823509275c05d72cf55641c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhahL5IDFGLacKkIk8I043D6ycPYT1SmhO65/lEBGjMkeOl6DU+yBTmlpnk1HswqjuUfc1itun89pPy+BUn08kBz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>20</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ตัณหา เป็นเครื่องทำให้มีการเกิดอีก มีความเป็นสภาวะขึ้นมา ประกอบด้วยความกำหนัด ด้วยอำนาจแห่งความเพลิน อันเป็นเครื่องให้เพลินอย่างยิ่งในอารมณ์นั้นๆ เพราะฉะนั้นต้องประกอบด้วยการเกิดอีกให้เป็นสภาวะขึ้นมา เป็นตัวเป็นตนขึ้นมา มีความกำหนัด มีความเพลิน โดยนัยยะนี้ได้แบ่งตัณหาเป็น 3 อย่างดังนี้</p><p>1.กามตัณหา คือความกำหนัดยินดีพอใจและความเพลินในรูปผ่านทางตา เสียงผ่านทางหู กลิ่นผ่านทางจมูก รสผ่านทางลิ้น และโผฏฐัพพะผ่านทางกาย และความอยากได้กามคุณคือสิ่งสนองความต้องการทางประสาททั้งห้า</p><p>2.ภวตัณหา คือ ความอยากในภาวะของตัวตนที่จะได้จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ความอยากมี อยากเป็น&nbsp;อยากคงอยู่ตลอดไป</p><p>3.วิภวตัณหา คือ ความอยากในความพรากพ้นไปแห่งตัวตนจากความเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งอันไม่ปรารถนา ความไม่อยากเป็น&nbsp;อยากดับสูญ</p><p>ส่วนตัณหา 108 นั้นมาจากคำว่าตัณหาวิจริตคือความนึกที่แผ่ซ่านด้วยอำนาจของตัณหาคือความเพลินซ่านไปแผ่ไป โดยแผ่ซ่านกระจายไปในขันธ์อันเป็นภายใน 18 อย่าง ขันธ์อันเป็นภายนอกอีก18อย่าง ทั้ง 2 นี้ รวม 36 อย่าง&nbsp;3 กาลคือ ปัจจุบัน อดีต และอนาคต จึงเป็นตัณหา 108 นั่นเอง</p><br><p><br></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ตัณหา เป็นเครื่องทำให้มีการเกิดอีก มีความเป็นสภาวะขึ้นมา ประกอบด้วยความกำหนัด ด้วยอำนาจแห่งความเพลิน อันเป็นเครื่องให้เพลินอย่างยิ่งในอารมณ์นั้นๆ เพราะฉะนั้นต้องประกอบด้วยการเกิดอีกให้เป็นสภาวะขึ้นมา เป็นตัวเป็นตนขึ้นมา มีความกำหนัด มีความเพลิน โดยนัยยะนี้ได้แบ่งตัณหาเป็น 3 อย่างดังนี้</p><p>1.กามตัณหา คือความกำหนัดยินดีพอใจและความเพลินในรูปผ่านทางตา เสียงผ่านทางหู กลิ่นผ่านทางจมูก รสผ่านทางลิ้น และโผฏฐัพพะผ่านทางกาย และความอยากได้กามคุณคือสิ่งสนองความต้องการทางประสาททั้งห้า</p><p>2.ภวตัณหา คือ ความอยากในภาวะของตัวตนที่จะได้จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ความอยากมี อยากเป็น&nbsp;อยากคงอยู่ตลอดไป</p><p>3.วิภวตัณหา คือ ความอยากในความพรากพ้นไปแห่งตัวตนจากความเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งอันไม่ปรารถนา ความไม่อยากเป็น&nbsp;อยากดับสูญ</p><p>ส่วนตัณหา 108 นั้นมาจากคำว่าตัณหาวิจริตคือความนึกที่แผ่ซ่านด้วยอำนาจของตัณหาคือความเพลินซ่านไปแผ่ไป โดยแผ่ซ่านกระจายไปในขันธ์อันเป็นภายใน 18 อย่าง ขันธ์อันเป็นภายนอกอีก18อย่าง ทั้ง 2 นี้ รวม 36 อย่าง&nbsp;3 กาลคือ ปัจจุบัน อดีต และอนาคต จึงเป็นตัณหา 108 นั่นเอง</p><br><p><br></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เวทนากับทางไปแห่งจิต 36 ทาง [6819-3d]</title>
			<itunes:title>เวทนากับทางไปแห่งจิต 36 ทาง [6819-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 May 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6819e4ebeb737caf8cf0b74e/media.mp3" length="27591386" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6819e4ebeb737caf8cf0b74e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6819e4ebeb737caf8cf0b74e</link>
			<acast:episodeId>6819e4ebeb737caf8cf0b74e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaxsdnPXasbB46+QHL9pQIV13Fvg9lqSwqfzH4vrZEyBfqaO6Ffu+Qry+Q68k5qMm6zhRphQ/VmV8/Cnem+qDYH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>19</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เวทนา หมายถึงการเสวยอารมณ์ ความรู้สึก คือความรู้สึกสุข(โสมนัส) ทุกข์(โทมนัส) หรือเฉยๆ(อุเบกขา)ที่เกิดขึ้นที่กายที่ใจ ในที่นี้จะกล่าวถึงเวทนาคือทางไปของจิต จิตของเรานั้นมักจะมีความยึดถือในสิ่งต่างๆ ในการยึดถือนั้นก็เพื่อจะให้เกิดสุขเวทนา หลีกหนีออกจากทุกขเวทนา กล่าวคือทางที่ไปแห่งจิตของสัตว์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเทวดา พรหม มนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน หรือแม้แต่สัตว์นรก ก็เพื่อจะให้เกิดสุขเวทนา หลีกหนีออกจากทุกขเวทนาด้วยกันทั้งสิ้น</p><p>พระพุทธเจ้าได้ทรงกล่าวถึงเวทนาทางไปแห่งจิตของสัตว์ 36 อย่าง&nbsp;ไว้ดังนี้</p><p>เวทนาทางไปแห่งจิตที่เกี่ยวข้องกับเหย้าเรือน คือยังเกี่ยวข้องกับกามคุณอยู่ ได้แก่</p><p>ความโสมนัสเนื่องด้วยเหย้าเรือน 6 อย่าง คือสุขที่เนื่องด้วยสัมผัส ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ</p><p>ความโทมนัสเนื่องด้วยเหย้าเรือน 6 อย่าง คือทุกข์ที่เนื่องด้วยสัมผัส ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ</p><p>อุเบกขาเนื่องด้วยเหย้าเรือน 6 อย่าง คือความวางเฉยที่เนื่องด้วยสัมผัส ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ</p><p>เวทนาทางไปของจิตที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหย้าเรือน คือหลีกออกจากกามคุณ ได้แก่</p><p>ความโสมนัสเนื่องด้วยการหลีกออกจากเหย้าเรือน 6 อย่างคือสุขที่เกิดจากการมีปัญญาพิจารณาเห็น ถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ</p><p>ความโทมนัสเนื่องด้วยการหลีกออกจากเหย้าเรือน 6 อย่างคือทุกข์เกิดจากการที่เข้าใจ ถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และมีความตั้งใจ ขวนขวาย เพื่อที่จะให้มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง แต่ไม่สามารถบรรลุได้ ก็จึงเกิดความเสียใจ ทุกข์ใจ โทมนัส&nbsp;</p><p>อุเบกขาเนื่องด้วยการหลีกออกจากเหย้าเรือน 6 อย่าง คือเมื่อมีปัญญาพิจารณาเห็น ถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วมีความวางเฉยในปัญญาที่เกิดขึ้นมานั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เวทนา หมายถึงการเสวยอารมณ์ ความรู้สึก คือความรู้สึกสุข(โสมนัส) ทุกข์(โทมนัส) หรือเฉยๆ(อุเบกขา)ที่เกิดขึ้นที่กายที่ใจ ในที่นี้จะกล่าวถึงเวทนาคือทางไปของจิต จิตของเรานั้นมักจะมีความยึดถือในสิ่งต่างๆ ในการยึดถือนั้นก็เพื่อจะให้เกิดสุขเวทนา หลีกหนีออกจากทุกขเวทนา กล่าวคือทางที่ไปแห่งจิตของสัตว์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเทวดา พรหม มนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน หรือแม้แต่สัตว์นรก ก็เพื่อจะให้เกิดสุขเวทนา หลีกหนีออกจากทุกขเวทนาด้วยกันทั้งสิ้น</p><p>พระพุทธเจ้าได้ทรงกล่าวถึงเวทนาทางไปแห่งจิตของสัตว์ 36 อย่าง&nbsp;ไว้ดังนี้</p><p>เวทนาทางไปแห่งจิตที่เกี่ยวข้องกับเหย้าเรือน คือยังเกี่ยวข้องกับกามคุณอยู่ ได้แก่</p><p>ความโสมนัสเนื่องด้วยเหย้าเรือน 6 อย่าง คือสุขที่เนื่องด้วยสัมผัส ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ</p><p>ความโทมนัสเนื่องด้วยเหย้าเรือน 6 อย่าง คือทุกข์ที่เนื่องด้วยสัมผัส ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ</p><p>อุเบกขาเนื่องด้วยเหย้าเรือน 6 อย่าง คือความวางเฉยที่เนื่องด้วยสัมผัส ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ</p><p>เวทนาทางไปของจิตที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหย้าเรือน คือหลีกออกจากกามคุณ ได้แก่</p><p>ความโสมนัสเนื่องด้วยการหลีกออกจากเหย้าเรือน 6 อย่างคือสุขที่เกิดจากการมีปัญญาพิจารณาเห็น ถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ</p><p>ความโทมนัสเนื่องด้วยการหลีกออกจากเหย้าเรือน 6 อย่างคือทุกข์เกิดจากการที่เข้าใจ ถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และมีความตั้งใจ ขวนขวาย เพื่อที่จะให้มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง แต่ไม่สามารถบรรลุได้ ก็จึงเกิดความเสียใจ ทุกข์ใจ โทมนัส&nbsp;</p><p>อุเบกขาเนื่องด้วยการหลีกออกจากเหย้าเรือน 6 อย่าง คือเมื่อมีปัญญาพิจารณาเห็น ถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วมีความวางเฉยในปัญญาที่เกิดขึ้นมานั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วัดความก้าวหน้าทางธรรม [6818-3d]</title>
			<itunes:title>วัดความก้าวหน้าทางธรรม [6818-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:48</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6810d25bcea6682986fb091e/media.mp3" length="27685401" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6810d25bcea6682986fb091e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6810d25bcea6682986fb091e</link>
			<acast:episodeId>6810d25bcea6682986fb091e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhY5l19QQNDWeEGHb945+q637eLc+EGzzdEPfI4lVZ62vrBaySsRQTg49OOR1ZnI27zx8BjtSS4ngD8nRXU3dxZ/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>18</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธรรมที่วัดความก้าวหน้าสำหรับผู้บริโภคกาม ได้แก่กามโภคี 10&nbsp;</p><p>แบ่งกลุ่มตามตัวแปรคือ 1.การได้มาของทรัพย์นั้น 2. ได้ทรัพย์มาแล้วใช้จ่ายอย่างถูกต้องเหมาะสม 3. ต้องรู้จักใช้ทรัพย์นั้นในการทำความดีและบำเพ็ญบุญ&nbsp;เมื่อนำ3 เกณฑ์นี้มาจัดกลุ่มได้ ดังนี้</p><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยไม่ชอบธรรม</p><p>&nbsp;1.ได้ทรัพย์มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์ทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;2.ได้ทรัพย์แล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุขแต่ไม่เผื่อแผ่จ่ายแบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;&nbsp;</p><p>3. ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งเผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;&nbsp;</p><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง</p><p>&nbsp;4.ได้ทรัพย์มาแล้ว ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;5.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขแต่ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;6.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งเผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรม</p><p>7.ได้ทรัพย์มาแล้ว ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่เผื่อแผ่แบ่งและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;8.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุข แต่ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;9. ได้ทรัพย์มาแล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์ทำความดี แต่ยังติดยังหมกมุ่น กินใช้ทรัพย์สมบัติโดยไม่รู้เท่าทันเห็นโทษ ไม่มีปัญญาที่จะทำตนให้เป็นอิสระเป็นนายเหนือโภคทรัพย์&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;กลุ่มพิเศษ: แสวงหาชอบธรรม และกินใช้อย่างมีสติสัมปชัญญะ มิจิตใจเป็นอิสระ</p><p>10.ผู้ที่แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม แล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดีไม่ลุ่มหลง ไม่หมกมุ่นมัวเมา กินใช้ทรัพย์สมบัติโดยรู้เท่าทัน เห็นคุณโทษทางดีทางเสียของมัน มีปัญญาทำตนให้เป็นอิสระ เป็นชาวบ้านชนิดที่เลิศ ประเสริฐ สูงสุด&nbsp;&nbsp;</p><p>ธรรมที่วัดความก้าวหน้าสำหรับบรรพชิต คือ</p><p>1) เราเป็นผู้มีเพศต่างจากคฤหัสถ์ 2)การเลี้ยงชีพของเราเนื่องด้วยผู้อื่น&nbsp;&nbsp;3)อากัปกิริยาอย่างอื่นอันเราควรทำมีอยู่ 4)เราย่อมติเตียนตนเองได้โดยศีลหรือไม่ 5)เพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายผู้เป็นวิญญูชนพิจารณาแล้ว ติเตียนเราได้โดยศีลหรือไม่ 6)เราต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น 7) เราเป็นผู้มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทของกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราจักทำกรรมใดดีหรือชั่วก็ตาม เราจักต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น 8)วันคืนล่วงไป ๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่&nbsp;9)เราย่อมยินดีในเรือนว่างเปล่าหรือไม่ 10) คุณวิเศษของเรามีอยู่หรือไม่</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธรรมที่วัดความก้าวหน้าสำหรับผู้บริโภคกาม ได้แก่กามโภคี 10&nbsp;</p><p>แบ่งกลุ่มตามตัวแปรคือ 1.การได้มาของทรัพย์นั้น 2. ได้ทรัพย์มาแล้วใช้จ่ายอย่างถูกต้องเหมาะสม 3. ต้องรู้จักใช้ทรัพย์นั้นในการทำความดีและบำเพ็ญบุญ&nbsp;เมื่อนำ3 เกณฑ์นี้มาจัดกลุ่มได้ ดังนี้</p><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยไม่ชอบธรรม</p><p>&nbsp;1.ได้ทรัพย์มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์ทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;2.ได้ทรัพย์แล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุขแต่ไม่เผื่อแผ่จ่ายแบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;&nbsp;</p><p>3. ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งเผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;&nbsp;</p><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง</p><p>&nbsp;4.ได้ทรัพย์มาแล้ว ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;5.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขแต่ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;6.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งเผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรม</p><p>7.ได้ทรัพย์มาแล้ว ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่เผื่อแผ่แบ่งและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;8.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุข แต่ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี&nbsp;</p><p>&nbsp;9. ได้ทรัพย์มาแล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์ทำความดี แต่ยังติดยังหมกมุ่น กินใช้ทรัพย์สมบัติโดยไม่รู้เท่าทันเห็นโทษ ไม่มีปัญญาที่จะทำตนให้เป็นอิสระเป็นนายเหนือโภคทรัพย์&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;กลุ่มพิเศษ: แสวงหาชอบธรรม และกินใช้อย่างมีสติสัมปชัญญะ มิจิตใจเป็นอิสระ</p><p>10.ผู้ที่แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม แล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดีไม่ลุ่มหลง ไม่หมกมุ่นมัวเมา กินใช้ทรัพย์สมบัติโดยรู้เท่าทัน เห็นคุณโทษทางดีทางเสียของมัน มีปัญญาทำตนให้เป็นอิสระ เป็นชาวบ้านชนิดที่เลิศ ประเสริฐ สูงสุด&nbsp;&nbsp;</p><p>ธรรมที่วัดความก้าวหน้าสำหรับบรรพชิต คือ</p><p>1) เราเป็นผู้มีเพศต่างจากคฤหัสถ์ 2)การเลี้ยงชีพของเราเนื่องด้วยผู้อื่น&nbsp;&nbsp;3)อากัปกิริยาอย่างอื่นอันเราควรทำมีอยู่ 4)เราย่อมติเตียนตนเองได้โดยศีลหรือไม่ 5)เพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายผู้เป็นวิญญูชนพิจารณาแล้ว ติเตียนเราได้โดยศีลหรือไม่ 6)เราต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น 7) เราเป็นผู้มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทของกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราจักทำกรรมใดดีหรือชั่วก็ตาม เราจักต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น 8)วันคืนล่วงไป ๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่&nbsp;9)เราย่อมยินดีในเรือนว่างเปล่าหรือไม่ 10) คุณวิเศษของเรามีอยู่หรือไม่</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หิริ โอตตัปปะ : ธรรมคุ้มครองโลก [6817-3d]</title>
			<itunes:title>หิริ โอตตัปปะ : ธรรมคุ้มครองโลก [6817-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/680796d612f337909b018963/media.mp3" length="27447274" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">680796d612f337909b018963</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/680796d612f337909b018963</link>
			<acast:episodeId>680796d612f337909b018963</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhY6A23DIHMp6X4vl0GHrKmJE70shd9gusTq9REmuiCKvWsk5UswwbWlEtM0kOEjIedtifO1uFhdcEy3pflhR7T4]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>17</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>โลกบาล” เป็นหลักคุ้มครองรักษาโลก ที่ช่วยให้มนุษย์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข&nbsp;อันประกอบด้วยหลักธรรม 2 ประการที่จะมาคู่กันเสมอในจิตใจ ที่จะทำให้บุคคลทำแต่ความดี คือหิริและโอตตัปปะ “หิริ”&nbsp;แปลว่าความละอายต่อบาป และ&nbsp;“โอตตัปปะ”&nbsp;แปลว่าความกลัวต่อบาป</p><p>บุคคลผู้มีหิริและโอตตัปปะ มีสติสัมปชัญญะ มีการสำรวมอินทรีย์&nbsp;ศีลสมบูรณ์ เป็นเครื่องที่ทำให้เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริงถึงพระนิพพานได้ในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>โลกบาล” เป็นหลักคุ้มครองรักษาโลก ที่ช่วยให้มนุษย์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข&nbsp;อันประกอบด้วยหลักธรรม 2 ประการที่จะมาคู่กันเสมอในจิตใจ ที่จะทำให้บุคคลทำแต่ความดี คือหิริและโอตตัปปะ “หิริ”&nbsp;แปลว่าความละอายต่อบาป และ&nbsp;“โอตตัปปะ”&nbsp;แปลว่าความกลัวต่อบาป</p><p>บุคคลผู้มีหิริและโอตตัปปะ มีสติสัมปชัญญะ มีการสำรวมอินทรีย์&nbsp;ศีลสมบูรณ์ เป็นเครื่องที่ทำให้เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริงถึงพระนิพพานได้ในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเพื่อประโยชน์เบื้องหน้า [6816-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมเพื่อประโยชน์เบื้องหน้า [6816-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67fe2e3a96d7b14a156c9c98/media.mp3" length="26889481" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67fe2e3a96d7b14a156c9c98</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67fe2e3a96d7b14a156c9c98</link>
			<acast:episodeId>67fe2e3a96d7b14a156c9c98</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdha6SOW+Xym7F7N8yLgqo9IXitwKRsR2ShMRsarNMEHLypZy/4yj3Q0dY0N+s914IQIwPR8OM5G7YyDlngjP4Bz+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>16</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>หมวดธรรม 4 ประการ 2 อย่าง ที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ได้แก่</p><p>สัมปรายิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 คือ ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์เบื้องหน้า</p><p>1.สัทธาสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือความมั่นใจในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์</p><p>2.สีลสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยศีล คือศีล 5 ที่ตั้งขึ้นด้วยเจตนางดเว้น</p><p>3.จาคสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยการเสียสละ คือสละสิ่งของ สละกิเลส</p><p>4.ปัญญาสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยปัญญา คือปัญญาที่เข้าใจในความไม่เที่ยงของสิ่งต่างๆ</p><p>บางครั้งการจะพัฒนาจิตใจให้ก้าวหน้านั้นอาจต้องพบเจออุปสรรค&nbsp;มีธรรมอีกหมวดหนึ่งที่เรานำมาใช้ร่วมกันแล้วจะสนับสนุนให้ชีวิตเราเจริญ คือ อปัสเสนธรรม 4 คือธรรมดุจเป็นพนักพิง ธรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.พิจารณาแล้วเสพ ได้แก่ สิ่งของปัจจัย 4</p><p>2.พิจารณาแล้วอดทน อดกลั้น ได้แก่ อนิฏฐารมณ์ต่างๆ มีหนาว ร้อน และทุกขเวทนาเป็นต้น</p><p>3. พิจารณาแล้วเว้นเสีย ได้แก่ สิ่งที่เป็นโทษก่ออันตรายแก่ร่างกาย และ จิตใจ</p><p>4. พิจารณาแล้วบรรเทาเสีย ได้แก่ สิ่งที่เป็นโทษและเกิดขึ้นแล้ว เช่น อกุศลวิตก มีกามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เป็นต้น</p><p>หมวดธรรม 4 ข้อ ของ 2 นัยยะที่ยกมานี้คือธรรมที่จะสนับสนุนเกื้อกูลให้การพัฒนาจิตของเรานั้นก้าวหน้าขึ้นมาได้</p><br><p><br></p><br><p><br></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>หมวดธรรม 4 ประการ 2 อย่าง ที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ได้แก่</p><p>สัมปรายิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 คือ ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์เบื้องหน้า</p><p>1.สัทธาสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือความมั่นใจในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์</p><p>2.สีลสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยศีล คือศีล 5 ที่ตั้งขึ้นด้วยเจตนางดเว้น</p><p>3.จาคสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยการเสียสละ คือสละสิ่งของ สละกิเลส</p><p>4.ปัญญาสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยปัญญา คือปัญญาที่เข้าใจในความไม่เที่ยงของสิ่งต่างๆ</p><p>บางครั้งการจะพัฒนาจิตใจให้ก้าวหน้านั้นอาจต้องพบเจออุปสรรค&nbsp;มีธรรมอีกหมวดหนึ่งที่เรานำมาใช้ร่วมกันแล้วจะสนับสนุนให้ชีวิตเราเจริญ คือ อปัสเสนธรรม 4 คือธรรมดุจเป็นพนักพิง ธรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.พิจารณาแล้วเสพ ได้แก่ สิ่งของปัจจัย 4</p><p>2.พิจารณาแล้วอดทน อดกลั้น ได้แก่ อนิฏฐารมณ์ต่างๆ มีหนาว ร้อน และทุกขเวทนาเป็นต้น</p><p>3. พิจารณาแล้วเว้นเสีย ได้แก่ สิ่งที่เป็นโทษก่ออันตรายแก่ร่างกาย และ จิตใจ</p><p>4. พิจารณาแล้วบรรเทาเสีย ได้แก่ สิ่งที่เป็นโทษและเกิดขึ้นแล้ว เช่น อกุศลวิตก มีกามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เป็นต้น</p><p>หมวดธรรม 4 ข้อ ของ 2 นัยยะที่ยกมานี้คือธรรมที่จะสนับสนุนเกื้อกูลให้การพัฒนาจิตของเรานั้นก้าวหน้าขึ้นมาได้</p><br><p><br></p><br><p><br></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภัยอันตรายที่พึงพิจารณา [6815-3d]</title>
			<itunes:title>ภัยอันตรายที่พึงพิจารณา [6815-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67f50b9b4d32ba0749603585/media.mp3" length="27459988" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67f50b9b4d32ba0749603585</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67f50b9b4d32ba0749603585</link>
			<acast:episodeId>67f50b9b4d32ba0749603585</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbb6XoQfVf3D8elmwR9JC508FUxqPanC3hiseoHhpIfgnQbhhYe7LsDVPMgVI5dj1n9LMy7igN/1q5GTrz23o66]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>15</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแบ่งภัยในโลกนี้ไว้ 2 อย่างคือ ภัยที่ช่วยเหลือกันได้ และภัยที่ช่วยกันไม่ได้&nbsp;</p><p>1.ภัยที่พอช่วยเหลือกันได้ ได้แก่ 1.ภัยน้ำท่วม 2.ภัยเกิดจากไฟไหม้ 3.ภัยเกิดจากโจรขโมยและสงคราม ภัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วยังพอช่วยเหลือให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง มากบ้างน้อยบ้าง ตามสถานการณ์</p><p>2.ภัยที่ช่วยกันไม่ได้&nbsp;ถึงแม้จะเป็น พ่อ แม่ ลูก ที่รักและห่วงใยกันแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยกันได้เลย ได้แก่ 1. ภัยจากความแก่(ชราภัย)&nbsp;2.ภัยจากความเจ็บไข้(พยาธิภัย) 3. ภัยจากความตาย(มรณะภัย) ภัยเหล่านี้เป็นภัยที่หากเกิดขึ้นแก่ผู้แล้วไม่มีใครที่จะสามารถช่วยแบ่งเบา หรือรับเอาภัยนั้นมาแทนกันได้เลย&nbsp;พระพุทธองค์ทรงชี้ทางออกไว้ให้ว่าหากผู้ใดเป็นผู้ที่มีอริยมรรคมีองค์ 8 ประกอบอยู่ในจิตของตน ผู้นั้นก็จะสามารถพ้นจากภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจาก ความแก่ ความเจ็บ และความตายในอนาคตได้อย่างแน่นอน โดยอริยมรรคมีองค์ 8นี้ได้แก่ 1.ศีล คือสัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ,สัมมาอาชีวะ 2.สมาธิ คือสัมมาวายามะ,สัมมาสติ,สัมมาสมาธิ 3.ปัญญา คือ สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสังกัปปะ</p><p>ภัยต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนก่อให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประสบภัยนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในที่นี้จะกล่าวถึงหมวดธรรมที่ทำให้เห็นว่าสุข-ทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นสิ่งใดทำให้เกิด โดยจะกล่าวหมวดธรรม 3 ข้อที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ&nbsp;ได้แก่</p><p>1.สุข ทุกข์ เกิดจากผู้อื่นทำให้&nbsp;</p><p>2.สุข ทุกข์ เกิดจาก กรรมเก่า&nbsp;</p><p>3.สุข ทุกข์ เกิดจาก ไม่มีอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย&nbsp;</p><p>หากผู้ใดมีมิจฉาทิฏฐิทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะเป็นผู้ที่ไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้ละในสิ่งที่ควรละ จะทำให้อกุศลเกิดขึ้นในจิตใจได้ และเมื่อใดก็ตามที่อกุศลเกิด แต่กุศลไม่เกิดในจิตใจ เมื่อนั้นก็จะทำให้เกิดความทุกข์ขึ้น</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแบ่งภัยในโลกนี้ไว้ 2 อย่างคือ ภัยที่ช่วยเหลือกันได้ และภัยที่ช่วยกันไม่ได้&nbsp;</p><p>1.ภัยที่พอช่วยเหลือกันได้ ได้แก่ 1.ภัยน้ำท่วม 2.ภัยเกิดจากไฟไหม้ 3.ภัยเกิดจากโจรขโมยและสงคราม ภัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วยังพอช่วยเหลือให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง มากบ้างน้อยบ้าง ตามสถานการณ์</p><p>2.ภัยที่ช่วยกันไม่ได้&nbsp;ถึงแม้จะเป็น พ่อ แม่ ลูก ที่รักและห่วงใยกันแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยกันได้เลย ได้แก่ 1. ภัยจากความแก่(ชราภัย)&nbsp;2.ภัยจากความเจ็บไข้(พยาธิภัย) 3. ภัยจากความตาย(มรณะภัย) ภัยเหล่านี้เป็นภัยที่หากเกิดขึ้นแก่ผู้แล้วไม่มีใครที่จะสามารถช่วยแบ่งเบา หรือรับเอาภัยนั้นมาแทนกันได้เลย&nbsp;พระพุทธองค์ทรงชี้ทางออกไว้ให้ว่าหากผู้ใดเป็นผู้ที่มีอริยมรรคมีองค์ 8 ประกอบอยู่ในจิตของตน ผู้นั้นก็จะสามารถพ้นจากภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจาก ความแก่ ความเจ็บ และความตายในอนาคตได้อย่างแน่นอน โดยอริยมรรคมีองค์ 8นี้ได้แก่ 1.ศีล คือสัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ,สัมมาอาชีวะ 2.สมาธิ คือสัมมาวายามะ,สัมมาสติ,สัมมาสมาธิ 3.ปัญญา คือ สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสังกัปปะ</p><p>ภัยต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนก่อให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประสบภัยนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในที่นี้จะกล่าวถึงหมวดธรรมที่ทำให้เห็นว่าสุข-ทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นสิ่งใดทำให้เกิด โดยจะกล่าวหมวดธรรม 3 ข้อที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ&nbsp;ได้แก่</p><p>1.สุข ทุกข์ เกิดจากผู้อื่นทำให้&nbsp;</p><p>2.สุข ทุกข์ เกิดจาก กรรมเก่า&nbsp;</p><p>3.สุข ทุกข์ เกิดจาก ไม่มีอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย&nbsp;</p><p>หากผู้ใดมีมิจฉาทิฏฐิทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะเป็นผู้ที่ไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้ละในสิ่งที่ควรละ จะทำให้อกุศลเกิดขึ้นในจิตใจได้ และเมื่อใดก็ตามที่อกุศลเกิด แต่กุศลไม่เกิดในจิตใจ เมื่อนั้นก็จะทำให้เกิดความทุกข์ขึ้น</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การภาวนา 4 ประการ [6814-3d]</title>
			<itunes:title>การภาวนา 4 ประการ [6814-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67ec092dd4b40d7b306bd1c6/media.mp3" length="27735284" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67ec092dd4b40d7b306bd1c6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67ec092dd4b40d7b306bd1c6</link>
			<acast:episodeId>67ec092dd4b40d7b306bd1c6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYfrFWwVwGVBFxbDUOJreyLFNFpfhM2N0ET2pPGRlyLzNtasLL6HGFY9YK2x4ssPYxKDt4RbSXGuEkQkQvicKnV]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การภาวนา คือการเจริญ การพัฒนา การฝึกอบรมให้ดีขึ้น ในตอนนี้จะกล่าวถึงการภาวนา 4 ประการที่หากไม่เจริญไม่ฝึกอบรมให้ดีจะก่อให้เกิด อนาคตภัย 5 ประการ ขึ้นได้ การภาวนาทั้ง 4 ประการนี้คือ</p><p>1. กายภาวนา คือการเจริญกาย พัฒนากาย การฝึกอบรมกาย โดยการฝึกสำรวมอินทรีย์ รู้ประมาณในการบริโภค ดูแลร่างกายเพียงเพื่อให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์&nbsp;</p><p>2. สีลภาวนา คือการเจริญศีล พัฒนาความประพฤติ การฝึกอบรมศีล โดยตั้งอยู่ในระเบียบวินัย มีความประพฤติที่ดี ไม่เบียดเบียนหรือก่อความเดือดร้อนเสียหาย อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยดี เกื้อกูลแก่กัน&nbsp;</p><p>3.จิตภาวนา คือการเจริญจิต พัฒนาจิต การฝึกอบรมจิตใจ โดยฝึกให้จิตมีสมาธิมีความมั่นคง มีที่ตั้งคือสติ เจริญงอกงามด้วยคุณธรรมทั้งหลาย เช่น มีเมตตา กรุณา ขยันหมั่นเพียร อดทนเข้มแข็ง และสดชื่น เบิกบาน เป็นสุขผ่องใส เป็นต้น</p><p>4. ปัญญาภาวนา คือการเจริญปัญญา พัฒนาปัญญา การฝึกอบรมปัญญา ให้รู้เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง รู้เท่าทันเห็นโลกและชีวิตตามสภาวะ สามารถทำจิตใจให้เป็นอิสระ ทำตนให้บริสุทธิ์จากกิเลสและปลอดพ้นจากความทุกข์ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยปัญญา&nbsp;</p><p>หากไม่เจริญกาย เจริญศีล เจริญจิต และเจริญปัญญา จะก่อให้เกิด อนาคตภัย 5 ประการดังนี้</p><p>1.จะทำให้พระธรรม พระวินัยเลอะเลือน ทำให้ความศรัทธาเลื่อมใสลดลง</p><p>2.จะทำให้ไม่สามารถแนะนำอบรมพระ เณร รุ่นหลังเรื่องพระธรรม พระวินัยได้ถูกต้อง จะทำให้พระธรรม พระวินัยเลอะเลือน ทำให้ความศรัทธาเลื่อมใสลดลง</p><p>3.จะถลำลงสู่ธรรมที่ผิด(ธรรมดำ)โดยไม่รู้ตัว</p><p>4.จะทำให้ไม่มีใครฟังธรรมะอันลึกซึ้ง อันเป็นโลกุตระ อันประกอบด้วยสุญญตาธรรมของพระพุทธเจ้า แต่จะไปสนใจสูตรต่างๆ ที่นักกวีแต่งไว้</p><p>5.จะทำให้ภิกษุเถระประพฤติย่อหย่อน เป็นหัวหน้าในความล่วงละเมิด ไม่ปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรม ที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง ชนรุ่นหลังก็จักถือเป็นตัวอย่าง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การภาวนา คือการเจริญ การพัฒนา การฝึกอบรมให้ดีขึ้น ในตอนนี้จะกล่าวถึงการภาวนา 4 ประการที่หากไม่เจริญไม่ฝึกอบรมให้ดีจะก่อให้เกิด อนาคตภัย 5 ประการ ขึ้นได้ การภาวนาทั้ง 4 ประการนี้คือ</p><p>1. กายภาวนา คือการเจริญกาย พัฒนากาย การฝึกอบรมกาย โดยการฝึกสำรวมอินทรีย์ รู้ประมาณในการบริโภค ดูแลร่างกายเพียงเพื่อให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์&nbsp;</p><p>2. สีลภาวนา คือการเจริญศีล พัฒนาความประพฤติ การฝึกอบรมศีล โดยตั้งอยู่ในระเบียบวินัย มีความประพฤติที่ดี ไม่เบียดเบียนหรือก่อความเดือดร้อนเสียหาย อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยดี เกื้อกูลแก่กัน&nbsp;</p><p>3.จิตภาวนา คือการเจริญจิต พัฒนาจิต การฝึกอบรมจิตใจ โดยฝึกให้จิตมีสมาธิมีความมั่นคง มีที่ตั้งคือสติ เจริญงอกงามด้วยคุณธรรมทั้งหลาย เช่น มีเมตตา กรุณา ขยันหมั่นเพียร อดทนเข้มแข็ง และสดชื่น เบิกบาน เป็นสุขผ่องใส เป็นต้น</p><p>4. ปัญญาภาวนา คือการเจริญปัญญา พัฒนาปัญญา การฝึกอบรมปัญญา ให้รู้เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง รู้เท่าทันเห็นโลกและชีวิตตามสภาวะ สามารถทำจิตใจให้เป็นอิสระ ทำตนให้บริสุทธิ์จากกิเลสและปลอดพ้นจากความทุกข์ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยปัญญา&nbsp;</p><p>หากไม่เจริญกาย เจริญศีล เจริญจิต และเจริญปัญญา จะก่อให้เกิด อนาคตภัย 5 ประการดังนี้</p><p>1.จะทำให้พระธรรม พระวินัยเลอะเลือน ทำให้ความศรัทธาเลื่อมใสลดลง</p><p>2.จะทำให้ไม่สามารถแนะนำอบรมพระ เณร รุ่นหลังเรื่องพระธรรม พระวินัยได้ถูกต้อง จะทำให้พระธรรม พระวินัยเลอะเลือน ทำให้ความศรัทธาเลื่อมใสลดลง</p><p>3.จะถลำลงสู่ธรรมที่ผิด(ธรรมดำ)โดยไม่รู้ตัว</p><p>4.จะทำให้ไม่มีใครฟังธรรมะอันลึกซึ้ง อันเป็นโลกุตระ อันประกอบด้วยสุญญตาธรรมของพระพุทธเจ้า แต่จะไปสนใจสูตรต่างๆ ที่นักกวีแต่งไว้</p><p>5.จะทำให้ภิกษุเถระประพฤติย่อหย่อน เป็นหัวหน้าในความล่วงละเมิด ไม่ปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรม ที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง ชนรุ่นหลังก็จักถือเป็นตัวอย่าง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีเลือกครูบาอาจารย์ [6813-3d]</title>
			<itunes:title>วิธีเลือกครูบาอาจารย์ [6813-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Mar 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67e2cae832296ab3b8883ed8/media.mp3" length="26629966" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67e2cae832296ab3b8883ed8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67e2cae832296ab3b8883ed8</link>
			<acast:episodeId>67e2cae832296ab3b8883ed8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbDLwT9OpxajciQb/wj+Dq3ScRiNBz9qMHTAK+WnXGISbE8iz/00cbbyxBDQuKhmQvqVvAufHQRvtZp0NcVyFuh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>"กัลยาณมิตร"</strong> หมายถึง บุคคลที่ปรารถนาดี นำสิ่งดีงาม และเป็นกุศลมาสู่เรา กัลยาณมิตรมีหลายแบบได้แก่ 1) กัลยาณมิตรที่เป็นองค์ความรู้อันได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8&nbsp;2) เพื่อนที่ดี คือ ฆราวาสผู้พร้อมด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา 3) พระสงฆ์ครูบาอาจารย์ 4) พระพุทธเจ้า&nbsp;ในครั้งนี้จะกล่าวรายละเอียดถึงกัลยาณมิตรแบบที่ 3 คือพระสงฆ์ครูอาจารย์ เราจะเลือกเอาพระสงฆ์ครูอาจารย์แบบใดมาเป็นกัลยาณมิตรที่ควรคบหาควรเข้าใกล้ ถึงแม้ว่าจะถูกไล่หนีก็ตาม&nbsp;&nbsp;พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงคุณสมบัติของพระสงฆ์ที่ควรเข้าใกล้ไว้ 7 ประการดังนี้&nbsp;</p><p><br></p><ol><li>เป็นผู้มีความน่ารักใคร่พอใจ (ปิโย) คือเป็นลักษณะมีความเมตตา แผ่มาให้เกิดความรักใคร่พอใจ</li><li>เป็นที่เคารพ (ครุ) คือเป็นผู้ที่มีความหนักแน่น มีหลักเกณฑ์หลักการ คุ้มครองให้ในทิศทั้งปวง</li><li>เป็นผู้ควรสรรเสริญ (ภาวนีโย) คือ เป็นผู้มีความรู้จริง มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอควรเอาเป็นแบบอย่าง</li><li>เป็นผู้ฉลาดพูด (วตฺตา) คือรู้จังหวะรู้เวลาที่จะพูดที่จะสอนได้ และเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีได้</li><li>เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำ (วจนกฺขโม) คืออดทนที่จะพูดซ้ำๆในเรื่องเดิมๆได้โดยไม่เบื่อหน่าย</li><li>เป็นผู้พูดถ้อยคำลึกซึ้งได้ (คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา) คือสามารถแจกแจงคำสอนได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง</li><li>เป็นผู้ไม่ชักนำไปในอฐานะ (จฎฺฐาเน นิโยชเย) คือไม่ชักนำไปในทางที่ไม่ดีทางที่เสื่อมเสีย</li></ol><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>"กัลยาณมิตร"</strong> หมายถึง บุคคลที่ปรารถนาดี นำสิ่งดีงาม และเป็นกุศลมาสู่เรา กัลยาณมิตรมีหลายแบบได้แก่ 1) กัลยาณมิตรที่เป็นองค์ความรู้อันได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8&nbsp;2) เพื่อนที่ดี คือ ฆราวาสผู้พร้อมด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา 3) พระสงฆ์ครูบาอาจารย์ 4) พระพุทธเจ้า&nbsp;ในครั้งนี้จะกล่าวรายละเอียดถึงกัลยาณมิตรแบบที่ 3 คือพระสงฆ์ครูอาจารย์ เราจะเลือกเอาพระสงฆ์ครูอาจารย์แบบใดมาเป็นกัลยาณมิตรที่ควรคบหาควรเข้าใกล้ ถึงแม้ว่าจะถูกไล่หนีก็ตาม&nbsp;&nbsp;พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงคุณสมบัติของพระสงฆ์ที่ควรเข้าใกล้ไว้ 7 ประการดังนี้&nbsp;</p><p><br></p><ol><li>เป็นผู้มีความน่ารักใคร่พอใจ (ปิโย) คือเป็นลักษณะมีความเมตตา แผ่มาให้เกิดความรักใคร่พอใจ</li><li>เป็นที่เคารพ (ครุ) คือเป็นผู้ที่มีความหนักแน่น มีหลักเกณฑ์หลักการ คุ้มครองให้ในทิศทั้งปวง</li><li>เป็นผู้ควรสรรเสริญ (ภาวนีโย) คือ เป็นผู้มีความรู้จริง มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอควรเอาเป็นแบบอย่าง</li><li>เป็นผู้ฉลาดพูด (วตฺตา) คือรู้จังหวะรู้เวลาที่จะพูดที่จะสอนได้ และเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีได้</li><li>เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำ (วจนกฺขโม) คืออดทนที่จะพูดซ้ำๆในเรื่องเดิมๆได้โดยไม่เบื่อหน่าย</li><li>เป็นผู้พูดถ้อยคำลึกซึ้งได้ (คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา) คือสามารถแจกแจงคำสอนได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง</li><li>เป็นผู้ไม่ชักนำไปในอฐานะ (จฎฺฐาเน นิโยชเย) คือไม่ชักนำไปในทางที่ไม่ดีทางที่เสื่อมเสีย</li></ol><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โอกาส 8 ที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์ [6812-3d]</title>
			<itunes:title>โอกาส 8 ที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์ [6812-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67d9858f8e0ad1dccd831191/media.mp3" length="27242500" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67d9858f8e0ad1dccd831191</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67d9858f8e0ad1dccd831191</link>
			<acast:episodeId>67d9858f8e0ad1dccd831191</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYsdFuBaDy3EcZ7eaPPjoXv1En8kAMa4VkH1PKsiMYmIS+JznUhX6OkoZGfNvB4lPPMhQKIbXBGVDtvrHwJLp/D]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“โอกาส” </strong>หมายถึง สถานที่หรือเวลา เปรียบเทียบในทางธรรมะของพระพุทธเจ้าคือภพ แปลว่าความเป็นสภาวะ</p><p>การมีสภาวะใดสภาวะหนึ่งสถานที่และเวลาเป็นเรื่องสำคัญ การที่เรามีโอกาสที่เหมาะสมคือ อยู่ถูกที่ถูกเวลาแล้วเราไม่ปล่อยโอกาสให้ล่วงเลยไป ใช้โอกาสนั้นอย่างผู้ชาญฉลาด เราจะประสบความสำเร็จได้ หรือหากสร้างโอกาสให้ตัวเองก็ยิ่งดี ยกตัวอย่างตามนิทานชาดก เรื่องพ่อค้าทางเรือเดินทะเล</p><p>โอกาสในทางโลกหรือขณะในทางโลกนั้นมันเล็กน้อยมาก แต่โอกาสที่เหมาะสมจริง ๆ ในการที่จะให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้นมีอยู่ ท่านได้กล่าวถึงสิ่งที่จะทำให้เราไม่ได้โอกาสไว้ใน อักขณสูตร ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ</p><ul><li>ส่วนที่ 1 มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น</li><li>ส่วนที่ 2 มีคำสอนแสดงไว้</li><li>ส่วนที่ 3 ตัวเรา อยู่ในสถานะ 8 ประการนี้ คือ</li></ul><ol><li>อยู่ในกำเนิดสัตว์นรก</li><li>อยู่ในกำเนิดเดรัชฉาน</li><li>อยู่ในกำเนิดเปรตวิสัย</li><li>อยู่ในกำเนิดอรูปพรหม</li><li>อยู่ในกำเนิดมนุษย์แต่ไม่มีคำสอนของพระพุทธเจ้า</li><li>อยู่ในกำเนิดมนุษย์ที่อยู่ในที่ที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าแต่มีมิจฉาทิฏฐิ</li><li>อยู่ในกำเนิดมนุษย์แต่ไม่มีปัญญา</li><li>อยู่ในกำเนิดมนุษย์แต่มีคำสอนธรรมะไม่ละเอียด</li></ol><p>โอกาสที่ 3 สิ่งนี้จะเกิดขึ้นพร้อมกันคือ 1) มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น 2) มีคำสอนแสดงไว้อย่างละเอียด 3) ตัวเราได้กำเนิดเป็นมนุษย์ที่มีสัมมาทิฏฐิและมีปัญญาที่จะเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก</p><p>เมื่อเราได้โอกาสนี้แล้วจึงควรพยายามเร่งความเพียร ปฏิบัติอย่างแน่วแน่ เดินตามทางที่มีองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่างเพื่อไม่ให้ผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลัง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“โอกาส” </strong>หมายถึง สถานที่หรือเวลา เปรียบเทียบในทางธรรมะของพระพุทธเจ้าคือภพ แปลว่าความเป็นสภาวะ</p><p>การมีสภาวะใดสภาวะหนึ่งสถานที่และเวลาเป็นเรื่องสำคัญ การที่เรามีโอกาสที่เหมาะสมคือ อยู่ถูกที่ถูกเวลาแล้วเราไม่ปล่อยโอกาสให้ล่วงเลยไป ใช้โอกาสนั้นอย่างผู้ชาญฉลาด เราจะประสบความสำเร็จได้ หรือหากสร้างโอกาสให้ตัวเองก็ยิ่งดี ยกตัวอย่างตามนิทานชาดก เรื่องพ่อค้าทางเรือเดินทะเล</p><p>โอกาสในทางโลกหรือขณะในทางโลกนั้นมันเล็กน้อยมาก แต่โอกาสที่เหมาะสมจริง ๆ ในการที่จะให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้นมีอยู่ ท่านได้กล่าวถึงสิ่งที่จะทำให้เราไม่ได้โอกาสไว้ใน อักขณสูตร ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ</p><ul><li>ส่วนที่ 1 มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น</li><li>ส่วนที่ 2 มีคำสอนแสดงไว้</li><li>ส่วนที่ 3 ตัวเรา อยู่ในสถานะ 8 ประการนี้ คือ</li></ul><ol><li>อยู่ในกำเนิดสัตว์นรก</li><li>อยู่ในกำเนิดเดรัชฉาน</li><li>อยู่ในกำเนิดเปรตวิสัย</li><li>อยู่ในกำเนิดอรูปพรหม</li><li>อยู่ในกำเนิดมนุษย์แต่ไม่มีคำสอนของพระพุทธเจ้า</li><li>อยู่ในกำเนิดมนุษย์ที่อยู่ในที่ที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าแต่มีมิจฉาทิฏฐิ</li><li>อยู่ในกำเนิดมนุษย์แต่ไม่มีปัญญา</li><li>อยู่ในกำเนิดมนุษย์แต่มีคำสอนธรรมะไม่ละเอียด</li></ol><p>โอกาสที่ 3 สิ่งนี้จะเกิดขึ้นพร้อมกันคือ 1) มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น 2) มีคำสอนแสดงไว้อย่างละเอียด 3) ตัวเราได้กำเนิดเป็นมนุษย์ที่มีสัมมาทิฏฐิและมีปัญญาที่จะเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก</p><p>เมื่อเราได้โอกาสนี้แล้วจึงควรพยายามเร่งความเพียร ปฏิบัติอย่างแน่วแน่ เดินตามทางที่มีองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่างเพื่อไม่ให้ผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลัง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>“กรรม” ตอนที่3 (จบ) [6811-3d]</title>
			<itunes:title>“กรรม” ตอนที่3 (จบ) [6811-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Mar 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67d03bb71842c480a165081a/media.mp3" length="27862288" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67d03bb71842c480a165081a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67d03bb71842c480a165081a</link>
			<acast:episodeId>67d03bb71842c480a165081a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZe4jCrzTlJ9/kmcL3BPBkiEFwMUW7BCoWOFDLKYX9WFasmXufzpYQGsr3IlWFJLOgclwucIypScTp2MmwYLH5v]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กรรม คือ เจตนาที่มีการปรุงแต่ง (สังขาร) ออกไปทางกาย วาจา ใจ เมื่อมีการปรุงแต่งกระทำออกไปแล้ว ย่อมมีผลหรือมีวิบากของกรรมนั้นอย่างแน่นอน</p><p>เรื่องของกรรมเป็น “อจินไตย” คือ เป็นสิ่งที่ไม่ควรคิด เพราะถ้าคิดแล้วอาจจะทำให้เป็นบ้าได้ ในที่นี้หมายถึง เป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยตรรกะสามัญของปุถุชน (ตามนัยยะ อจินติตสูตร) ตราบใดที่เมื่อยังมีการปรุงแต่งกรรมอยู่ การให้ผล (วิบาก) ของกรรมนั้น ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยของกรรมนั้นเสมอ ผลของกรรมจึงมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ</p><p>ความคิดที่ว่า “ผลของกรรม เกิดจากรรมเก่าอย่างเดียวเท่านั้น” ความคิดอย่างนี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะผลของกรรมไม่ได้เกิดจากกรรมเก่าอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นจากการปรุงแต่งของสังขารนาม-รูปในปัจจุบัน (ตามนัยยะ 8 อย่างใน สีวกสูตร)</p><p>ประเภทผลของกรรม แบ่งออกเป็น 4 หมวด แต่ละหมวดแยกเป็น 4&nbsp;ประเภท (รวม 16 ประเภท)</p><p>1. แบ่งโดยหน้าที่ คือ กรรมที่ให้ไปเกิด (ยังวิบากให้เกิดขึ้น-มีสภาวะการเกิด) / อุปถัมภ์สนับสนุนให้กรรมนั้นมีพลังมากยิ่งขึ้น / เบียดเบียนกรรมนั้นให้อ่อนกำลังลง / ตัดรอนกรรมนั้นไม่ให้ส่งผล</p><p>2. แบ่งตามลำดับการให้ผล คือ ให้ผลในลำดับแรกก่อน / ให้ผลเวลาใกล้ตาย / กรรมที่กระทำบ่อยๆ สั่งสมไว้ ให้ผลในชาติต่อมา / กรรมที่ผู้กระทำไม่มีเจตนา แต่ย่อมให้ผล (ในห้วงของสังสารวัฏ)</p><p>3. แบ่งตามเวลา คือ ให้ผลรวดเร็วปัจจุบันทันด่วน / ให้ผลในชาติหน้า / ให้ผลในชาติต่อๆ มา / ไม่มีโอกาสให้ผล</p><p>4. แบ่งตามฐานะการให้ผล คือ ให้ผลไปเกิดในอบายภูมิ / สุคติภูมิ / รูปพรหม / อรูปพรหม</p><p>ฟัง “เรื่องของ “กรรม” (ตอนที่ 2)-กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ”</p><br><p>Time stamp 6811-3d:&nbsp;</p><p>(00:32)&nbsp;ปฏิบัติภาวนา เจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ</p><p>(12:25)&nbsp;เรื่องของ “กรรม” ตอนที่ 3</p><p>(15:45)&nbsp;เรื่องของกรรมเป็น “อจินไตย”&nbsp;</p><p>(21:51)&nbsp;ทำกรรมอย่างไร ได้ผลของกรรมอย่างนั้น</p><p>(26:54)&nbsp;สิวกสูตร ว่าด้วยสีวกปริพาชก</p><p>(34:09)&nbsp;ประเภทของกรรม แบ่งเป็น 4 หมวด (รวม 16 ประเภท)</p><p>(37:11)&nbsp;กรรมแบ่งตามหน้าที่ของกรรม</p><p>(45:44)&nbsp;กรรมแบ่งตามเวลา</p><p>(48:39)&nbsp;กรรมแบ่งตามลำดับการให้ผล</p><p>(52:39)&nbsp;กรรมแบ่งตามฐานะการให้ผล</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กรรม คือ เจตนาที่มีการปรุงแต่ง (สังขาร) ออกไปทางกาย วาจา ใจ เมื่อมีการปรุงแต่งกระทำออกไปแล้ว ย่อมมีผลหรือมีวิบากของกรรมนั้นอย่างแน่นอน</p><p>เรื่องของกรรมเป็น “อจินไตย” คือ เป็นสิ่งที่ไม่ควรคิด เพราะถ้าคิดแล้วอาจจะทำให้เป็นบ้าได้ ในที่นี้หมายถึง เป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยตรรกะสามัญของปุถุชน (ตามนัยยะ อจินติตสูตร) ตราบใดที่เมื่อยังมีการปรุงแต่งกรรมอยู่ การให้ผล (วิบาก) ของกรรมนั้น ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยของกรรมนั้นเสมอ ผลของกรรมจึงมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ</p><p>ความคิดที่ว่า “ผลของกรรม เกิดจากรรมเก่าอย่างเดียวเท่านั้น” ความคิดอย่างนี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะผลของกรรมไม่ได้เกิดจากกรรมเก่าอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นจากการปรุงแต่งของสังขารนาม-รูปในปัจจุบัน (ตามนัยยะ 8 อย่างใน สีวกสูตร)</p><p>ประเภทผลของกรรม แบ่งออกเป็น 4 หมวด แต่ละหมวดแยกเป็น 4&nbsp;ประเภท (รวม 16 ประเภท)</p><p>1. แบ่งโดยหน้าที่ คือ กรรมที่ให้ไปเกิด (ยังวิบากให้เกิดขึ้น-มีสภาวะการเกิด) / อุปถัมภ์สนับสนุนให้กรรมนั้นมีพลังมากยิ่งขึ้น / เบียดเบียนกรรมนั้นให้อ่อนกำลังลง / ตัดรอนกรรมนั้นไม่ให้ส่งผล</p><p>2. แบ่งตามลำดับการให้ผล คือ ให้ผลในลำดับแรกก่อน / ให้ผลเวลาใกล้ตาย / กรรมที่กระทำบ่อยๆ สั่งสมไว้ ให้ผลในชาติต่อมา / กรรมที่ผู้กระทำไม่มีเจตนา แต่ย่อมให้ผล (ในห้วงของสังสารวัฏ)</p><p>3. แบ่งตามเวลา คือ ให้ผลรวดเร็วปัจจุบันทันด่วน / ให้ผลในชาติหน้า / ให้ผลในชาติต่อๆ มา / ไม่มีโอกาสให้ผล</p><p>4. แบ่งตามฐานะการให้ผล คือ ให้ผลไปเกิดในอบายภูมิ / สุคติภูมิ / รูปพรหม / อรูปพรหม</p><p>ฟัง “เรื่องของ “กรรม” (ตอนที่ 2)-กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ”</p><br><p>Time stamp 6811-3d:&nbsp;</p><p>(00:32)&nbsp;ปฏิบัติภาวนา เจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ</p><p>(12:25)&nbsp;เรื่องของ “กรรม” ตอนที่ 3</p><p>(15:45)&nbsp;เรื่องของกรรมเป็น “อจินไตย”&nbsp;</p><p>(21:51)&nbsp;ทำกรรมอย่างไร ได้ผลของกรรมอย่างนั้น</p><p>(26:54)&nbsp;สิวกสูตร ว่าด้วยสีวกปริพาชก</p><p>(34:09)&nbsp;ประเภทของกรรม แบ่งเป็น 4 หมวด (รวม 16 ประเภท)</p><p>(37:11)&nbsp;กรรมแบ่งตามหน้าที่ของกรรม</p><p>(45:44)&nbsp;กรรมแบ่งตามเวลา</p><p>(48:39)&nbsp;กรรมแบ่งตามลำดับการให้ผล</p><p>(52:39)&nbsp;กรรมแบ่งตามฐานะการให้ผล</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>“กรรม” (ตอนที่ 2) : กรรมคือสิ่งที่บุคคลควรทราบ [6810-3d]</title>
			<itunes:title>“กรรม” (ตอนที่ 2) : กรรมคือสิ่งที่บุคคลควรทราบ [6810-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Mar 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67c731c2fc5f88b98df244a2/media.mp3" length="27778728" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67c731c2fc5f88b98df244a2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67c731c2fc5f88b98df244a2</link>
			<acast:episodeId>67c731c2fc5f88b98df244a2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZ2i57J/5ycit32YzIx61VZLluMP6So/WHpxR7QTfs8+79E1dO3OjqNP0MyEsyPR3EeU3XXtmy8QSY7M9ou3xKX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“กรรม”</strong> (กัมมะ) คือ เจตนาของจิตที่เมื่อมีผัสสะมากระทบแล้วเกิดการปรุงแต่งออกไป ทางกาย (กายกรรม) วาจา (วจีกรรม) และใจ (มโนกรรม) เป็นอกุศลกรรมบ้างหรือกุศลกรรมบ้าง หรือเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม (อริยมรรคมีองค์ 8)</p><br><p><strong>กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ</strong> – ทำความเข้าใจกรรมผ่าน “นิพเพธิกสูตร”</p><ul><li>เรากล่าวซึ่ง “เจตนา ว่าเป็นกรรม” เพราะว่าบุคคลเจตนาแล้ว ย่อมกระทำซึ่งกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ หมายถึง เจตนาที่อยู่ในจิตที่ประกอบไปด้วย ราคะ โทสะ และโมหะ (กิเลส) จากมากไปจนถึงเบาบาง (อกุศล-กุศล) หรือจนไม่เหลือ จึงพ้นจากกรรม คือ “สิ้นกิเลส สิ้นกรรม” ด้วย อริยมรรคมีองค์ 8</li><li>เหตุเกิดแห่งกรรม คือ ผัสสะ (อาศัยผัสสะเป็นแดนเกิด)</li><li>ความมีประมาณต่าง ๆ แห่งกรรม คือ กรรมที่ทำให้ไปเกิดในอบาย, มนุษยโลก, เทวโลก ได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 และกุศลกรรมบถ 10</li><li>วิบาก คือ ผลแห่งกรรม มีระยะเวลาการให้ผล คือในปัจจุบันทันควัน / ในเวลาต่อมา / ในเวลาต่อ ๆ มา</li><li>ความดับไม่เหลือแห่งกรรม คือ ความดับแห่งผัสสะ (เมื่อมีผัสสะกระทบแล้วไม่เข้าถึงจิต)</li><li>ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งกรรม คือ อริยมรรคมีองค์ 8</li></ul><p><br></p><p>การเข้าถึงกระบวนการสิ้นกรรม คือให้เราปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 จนครบจนเต็มรอบ ผลแห่งความสมบูรณ์ในการปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 จะทำให้เราพ้นจากกรรมได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“กรรม”</strong> (กัมมะ) คือ เจตนาของจิตที่เมื่อมีผัสสะมากระทบแล้วเกิดการปรุงแต่งออกไป ทางกาย (กายกรรม) วาจา (วจีกรรม) และใจ (มโนกรรม) เป็นอกุศลกรรมบ้างหรือกุศลกรรมบ้าง หรือเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม (อริยมรรคมีองค์ 8)</p><br><p><strong>กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ</strong> – ทำความเข้าใจกรรมผ่าน “นิพเพธิกสูตร”</p><ul><li>เรากล่าวซึ่ง “เจตนา ว่าเป็นกรรม” เพราะว่าบุคคลเจตนาแล้ว ย่อมกระทำซึ่งกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ หมายถึง เจตนาที่อยู่ในจิตที่ประกอบไปด้วย ราคะ โทสะ และโมหะ (กิเลส) จากมากไปจนถึงเบาบาง (อกุศล-กุศล) หรือจนไม่เหลือ จึงพ้นจากกรรม คือ “สิ้นกิเลส สิ้นกรรม” ด้วย อริยมรรคมีองค์ 8</li><li>เหตุเกิดแห่งกรรม คือ ผัสสะ (อาศัยผัสสะเป็นแดนเกิด)</li><li>ความมีประมาณต่าง ๆ แห่งกรรม คือ กรรมที่ทำให้ไปเกิดในอบาย, มนุษยโลก, เทวโลก ได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 และกุศลกรรมบถ 10</li><li>วิบาก คือ ผลแห่งกรรม มีระยะเวลาการให้ผล คือในปัจจุบันทันควัน / ในเวลาต่อมา / ในเวลาต่อ ๆ มา</li><li>ความดับไม่เหลือแห่งกรรม คือ ความดับแห่งผัสสะ (เมื่อมีผัสสะกระทบแล้วไม่เข้าถึงจิต)</li><li>ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งกรรม คือ อริยมรรคมีองค์ 8</li></ul><p><br></p><p>การเข้าถึงกระบวนการสิ้นกรรม คือให้เราปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 จนครบจนเต็มรอบ ผลแห่งความสมบูรณ์ในการปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 จะทำให้เราพ้นจากกรรมได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>“กรรม” (ตอนที่1) [6809-3d]</title>
			<itunes:title>“กรรม” (ตอนที่1) [6809-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Feb 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67bdc5fdce4aee402ab8d238/media.mp3" length="27218264" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67bdc5fdce4aee402ab8d238</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67bdc5fdce4aee402ab8d238</link>
			<acast:episodeId>67bdc5fdce4aee402ab8d238</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhai3Vy89SFVteq7wKhvbOrde5C9HhUvnhQwuMKlo04DZpqMlZk1F4oGokSt9e26+EwnW6FXb/nIbtnznN0PMkF5]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“กรรม” </strong>คือ การกระทำที่เกิดจากเจตนาของจิตที่ถูกกระตุ้นผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แล้วปรุงแต่งออกไป ทาง 3 ช่องทาง คือ 1. ทางกาย เป็น กายกรรม 2. ทางวาจา เป็น วจีกรรม 3. ทางใจ เป็น มโนกรรม</p><p>ทำความเข้าใจเรื่องของ “กรรม” ผ่านพุทธพจน์ที่ว่า..</p><br><p>“เรามีกรรมเป็นของๆตน เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น” หมายถึง เมื่อมีเหตุแล้ว ย่อมมีผล</p><p>“เรามีกรรมเป็นแดนเกิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์” คำว่า “เผ่าพันธ์” หมายถึง ผลของการกระทำนั้น</p><p>“เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้” คำว่า “ที่พึ่งอาศัย” หมายถึง ลักษณะที่สะสมอยู่ในจิต หรือ “อาสวะ”</p><p>“เป็นกรรมดีก็ตาม เป็นกรรมชั่วก็ตาม” คือ กุศลกรรม หรือ อกุศลกรรม</p><p>“เราจักต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น” คือ ได้รับผลของการกระทำนั้น</p><p>“เราทั้งหลายพึงพิจารณาเนืองๆอย่างนี้แล” ผลของการพิจารณา คือ เกิดปัญญา และ มีอุเบกขา</p><br><p>กรรม 4 อย่าง</p><ol><li>กรรมดำ มีวิบากดำ – กรรมชั่ว การปรุงแต่งไปในทางเบียดเบียน ผลคือ เข้าถึงความเป็นสัตว์นรก</li><li>กรรมขาว มีวิบากขาว – กรรมดี ปรุงแต่งไปในทางไม่เบียดเบียน ผลคือ เข้าถึงสวรรค์</li><li>กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาว – ปรุงแต่งไปในทางเบียดเบียนบ้างไม่เบียดเบียนบ้าง เสวยเวทนาสุขและทุกข์เจือปน เช่น พวกมนุษย์ เทพบางพวก</li><li>กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม คือ อริยมรรคมีองค์ 8</li></ol><p>การทำที่สุดแห่งทุกข์ปรากฏขึ้นได้ เพราะการกระทำ</p><p>กรรมเรากำหนดได้จากการกระทำของเรา อยู่ที่ว่าจะตั้งเจตนาของจิตให้ปรุงแต่งไปในทางไหน ไปในทางสิ้นกรรม คือ ไม่มี ราคะ โทสะ และโมหะประกอบอยู่ในกรรม กรรมจึงอยู่ตรงที่เราเลือก เราจะอยู่เหนือกรรมได้ก็เพราะการกระทำของเราตรงนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“กรรม” </strong>คือ การกระทำที่เกิดจากเจตนาของจิตที่ถูกกระตุ้นผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แล้วปรุงแต่งออกไป ทาง 3 ช่องทาง คือ 1. ทางกาย เป็น กายกรรม 2. ทางวาจา เป็น วจีกรรม 3. ทางใจ เป็น มโนกรรม</p><p>ทำความเข้าใจเรื่องของ “กรรม” ผ่านพุทธพจน์ที่ว่า..</p><br><p>“เรามีกรรมเป็นของๆตน เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น” หมายถึง เมื่อมีเหตุแล้ว ย่อมมีผล</p><p>“เรามีกรรมเป็นแดนเกิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์” คำว่า “เผ่าพันธ์” หมายถึง ผลของการกระทำนั้น</p><p>“เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้” คำว่า “ที่พึ่งอาศัย” หมายถึง ลักษณะที่สะสมอยู่ในจิต หรือ “อาสวะ”</p><p>“เป็นกรรมดีก็ตาม เป็นกรรมชั่วก็ตาม” คือ กุศลกรรม หรือ อกุศลกรรม</p><p>“เราจักต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น” คือ ได้รับผลของการกระทำนั้น</p><p>“เราทั้งหลายพึงพิจารณาเนืองๆอย่างนี้แล” ผลของการพิจารณา คือ เกิดปัญญา และ มีอุเบกขา</p><br><p>กรรม 4 อย่าง</p><ol><li>กรรมดำ มีวิบากดำ – กรรมชั่ว การปรุงแต่งไปในทางเบียดเบียน ผลคือ เข้าถึงความเป็นสัตว์นรก</li><li>กรรมขาว มีวิบากขาว – กรรมดี ปรุงแต่งไปในทางไม่เบียดเบียน ผลคือ เข้าถึงสวรรค์</li><li>กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาว – ปรุงแต่งไปในทางเบียดเบียนบ้างไม่เบียดเบียนบ้าง เสวยเวทนาสุขและทุกข์เจือปน เช่น พวกมนุษย์ เทพบางพวก</li><li>กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม คือ อริยมรรคมีองค์ 8</li></ol><p>การทำที่สุดแห่งทุกข์ปรากฏขึ้นได้ เพราะการกระทำ</p><p>กรรมเรากำหนดได้จากการกระทำของเรา อยู่ที่ว่าจะตั้งเจตนาของจิตให้ปรุงแต่งไปในทางไหน ไปในทางสิ้นกรรม คือ ไม่มี ราคะ โทสะ และโมหะประกอบอยู่ในกรรม กรรมจึงอยู่ตรงที่เราเลือก เราจะอยู่เหนือกรรมได้ก็เพราะการกระทำของเราตรงนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จรณะ 15 [6808-3d]</title>
			<itunes:title>จรณะ 15 [6808-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Feb 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67b483b8ef66dc14d1c3e5d9/media.mp3" length="27801992" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67b483b8ef66dc14d1c3e5d9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67b483b8ef66dc14d1c3e5d9</link>
			<acast:episodeId>67b483b8ef66dc14d1c3e5d9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZ89DGpwZmCgnbgxhpTqNdftAez0l7Jw8YRgy/V818faziltmjZdr6/m7SgBG6kTXjLf9OTO7A/74AfwL17Xsvt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>จรณะคือข้อปฏิบัติให้ถึงปัญญาข้อปฏิบัติที่ทำวิชชาให้เกิดขึ้นได้&nbsp;ข้อปฏิบัตินี้มี 15 อย่าง&nbsp;</p><p>จรณะมีความหมายเดียวกันกับเสขะปฏิปทาคือข้อปฏิบัติของผู้ที่ยังต้องฝึกต้องปฏิบัติต่อ ข้อปฏิบัติของผู้ที่ยังไม่บรรลุธรรมขั้นสูง บุคคลที่ต้องการบรรลุธรรมจึงต้องปฏิบัติตามเสขะปฏิปทา&nbsp;ดังนั้นจรณะ15 ก็คือเสขะปฏิปทาที่มีเนื้อหาแจงออกเป็น 15 ประการ ตามนัยยะของเสขะปฏิปทาสูตร ประกอบด้วย 4 หมวดคือ ศีล1, อปัณณกปฏิปทา3,สัปปุริสัทธรรม 7&nbsp;และฌาน4 ซึ่งแจกแจงได้ดังนี้</p><p>1.ศีล ได้แก่ ศีล5 ศีล8 ศีล10 และศีล227</p><p>2.อปัณณกปฏิปทา3 คือข้อปฏิบัติให้ถึงความเจริญงอกงามในธรรม ได้แก่ 1.อินทรีสังวร(สำรวมอินทรีย์) 2.โภชเนมัตตันญุตา(รู้จักประมาณในการบริโภค) 3.ชาคริยานุโยค(การประกอบความเพียรอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น)</p><p>3.สัปปุริสัทธรรม7 ได้แก่ 1.มีศรัทธา 2.มีหิริ 3.มีโอตตัปปะ 4.เป็นพหูสูต 5.มีความเพียรอันปรารภแล้ว 6.มีสติ7. มีปัญญา</p><p>4.ฌาน4 คือการเพ่ง,สมาธิ ได้แก่ 1.ปฐมฌาน(วิตก วิจารณ์ ปีติ สุข เอกัคคตา) 2.ทุติยฌาน(ปีติ สุข เอกัคคตา)&nbsp;3.ตติยฌาน(สุข เอกัคคตา) 4.จตุตถฌาน(อุเบกขา เอกัคคตา)</p><p>จรณะ 15 อย่าง คือข้อปฏิบัติที่เจาะจงลงมาสำหรับบุคคลที่ยังไม่บรรลุธรรม เมื่อนำธรรมนี้ไปประพฤติปฏิบัติก็จะสามารถทำวิชชาให้เกิดขึ้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>จรณะคือข้อปฏิบัติให้ถึงปัญญาข้อปฏิบัติที่ทำวิชชาให้เกิดขึ้นได้&nbsp;ข้อปฏิบัตินี้มี 15 อย่าง&nbsp;</p><p>จรณะมีความหมายเดียวกันกับเสขะปฏิปทาคือข้อปฏิบัติของผู้ที่ยังต้องฝึกต้องปฏิบัติต่อ ข้อปฏิบัติของผู้ที่ยังไม่บรรลุธรรมขั้นสูง บุคคลที่ต้องการบรรลุธรรมจึงต้องปฏิบัติตามเสขะปฏิปทา&nbsp;ดังนั้นจรณะ15 ก็คือเสขะปฏิปทาที่มีเนื้อหาแจงออกเป็น 15 ประการ ตามนัยยะของเสขะปฏิปทาสูตร ประกอบด้วย 4 หมวดคือ ศีล1, อปัณณกปฏิปทา3,สัปปุริสัทธรรม 7&nbsp;และฌาน4 ซึ่งแจกแจงได้ดังนี้</p><p>1.ศีล ได้แก่ ศีล5 ศีล8 ศีล10 และศีล227</p><p>2.อปัณณกปฏิปทา3 คือข้อปฏิบัติให้ถึงความเจริญงอกงามในธรรม ได้แก่ 1.อินทรีสังวร(สำรวมอินทรีย์) 2.โภชเนมัตตันญุตา(รู้จักประมาณในการบริโภค) 3.ชาคริยานุโยค(การประกอบความเพียรอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น)</p><p>3.สัปปุริสัทธรรม7 ได้แก่ 1.มีศรัทธา 2.มีหิริ 3.มีโอตตัปปะ 4.เป็นพหูสูต 5.มีความเพียรอันปรารภแล้ว 6.มีสติ7. มีปัญญา</p><p>4.ฌาน4 คือการเพ่ง,สมาธิ ได้แก่ 1.ปฐมฌาน(วิตก วิจารณ์ ปีติ สุข เอกัคคตา) 2.ทุติยฌาน(ปีติ สุข เอกัคคตา)&nbsp;3.ตติยฌาน(สุข เอกัคคตา) 4.จตุตถฌาน(อุเบกขา เอกัคคตา)</p><p>จรณะ 15 อย่าง คือข้อปฏิบัติที่เจาะจงลงมาสำหรับบุคคลที่ยังไม่บรรลุธรรม เมื่อนำธรรมนี้ไปประพฤติปฏิบัติก็จะสามารถทำวิชชาให้เกิดขึ้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท [6807-3d]</title>
			<itunes:title>ความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท [6807-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Feb 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67ab48b1505cb2a0a3ed827f/media.mp3" length="27305063" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67ab48b1505cb2a0a3ed827f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67ab48b1505cb2a0a3ed827f</link>
			<acast:episodeId>67ab48b1505cb2a0a3ed827f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhY2UxwlEHV7FaMdPbZL6iOOZurE6XQVzfRBQEXw8UOfmMi9ls82GNgs2idSMmDakK+djoEt4AVCqLqCuEuBdfDG]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ได้นำเอา ขัตติยสูตร ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคล</p><p>เริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่น</p><p>กษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกัน</p><p>สตรี นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุด</p><p>โจร นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้</p><p>สมณะ นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุด</p><p>ข้อสังเกต ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง</p><p>อ่าน “ขัตติยสูตร” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ได้นำเอา ขัตติยสูตร ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคล</p><p>เริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่น</p><p>กษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกัน</p><p>สตรี นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุด</p><p>โจร นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้</p><p>สมณะ นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุด</p><p>ข้อสังเกต ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง</p><p>อ่าน “ขัตติยสูตร” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6806-3d]</title>
			<itunes:title>การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6806-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Feb 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/67a2059f95d7c2516a02673c/media.mp3" length="25612305" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67a2059f95d7c2516a02673c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/67a2059f95d7c2516a02673c</link>
			<acast:episodeId>67a2059f95d7c2516a02673c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaoS5B+P/9nVVk0jfJScYYGjTGFjlV+/TOiYrEphIUQ7YrAzjkezL+BxFhRytQnBgSPGgrrWg+uYDRE+rm3pZPt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในโลกปัจจุบันนี้มีเรื่องขัดแย้งวุ่นวายเกิดขึ้นหลายเรื่องราว บางเรื่องก็หาทางออกไม่ได้เหตุเพราะมีเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น&nbsp;การมีเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้นขึ้นนั้นมีเหตุเริ่มมาจาก “ตัณหา”&nbsp;คือ เมื่อมีตัณหาจะทำให้เกิดการแสวงหา ทำให้มีการได้ เมื่อได้มาทำให้มีการปลงใจรัก&nbsp;แล้วก่อให้เกิดความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ ทำให้มีความสยบมัวเมาอย่างจับอกจับใจ จึงทำให้มีความตระหนี่ จึงทำให้มีการหวงกั้น แล้วจึงทำให้มีเรื่องราวจากการหวงกั้นนั้น&nbsp;ความขัดแย้งวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วย พรหมวิหาร4</p><p>พรหมวิหาร4 คือ คุณธรรมสำหรับเป็นที่อยู่ของจิตใจแห่งพรหม คือผู้ใหญ่หรือผู้ประเสริฐ ประกอบด้วย</p><p>1.เมตตา : ความรักความปรารถนาดีให้ผู้อื่นมีความสุข&nbsp;</p><p>2.กรุณา : อยากให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์</p><p>3.มุทิตา : ยินดีพอใจเมื่อผู้อื่นมีความสุข&nbsp;</p><p>4.อุเบกขา : วางเฉยในผัสสะที่น่าพอใจไม่น่าพอใจ</p><p>การใช้งานพรหมวิหาร 4 ในแก้ไขเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้นนั้น ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ 3 ลักษณะคือ ต้องไม่มีเงื่อนไข ต้องไม่มีประมาณ และไม่มีการผูกเวรคือไม่เว้นใครไว้&nbsp;&nbsp;</p><p>การนำพรหมวิหาร4 มาใช้ในชีวิตประจำวันนั้นต้องแสดงออกให้เห็นในลักษณะที่คนอื่นเขาจะรับรู้ได้ คือต้องแสดงออกมาให้เห็น ทั้งทาง กาย วาจา และใจ&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในโลกปัจจุบันนี้มีเรื่องขัดแย้งวุ่นวายเกิดขึ้นหลายเรื่องราว บางเรื่องก็หาทางออกไม่ได้เหตุเพราะมีเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น&nbsp;การมีเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้นขึ้นนั้นมีเหตุเริ่มมาจาก “ตัณหา”&nbsp;คือ เมื่อมีตัณหาจะทำให้เกิดการแสวงหา ทำให้มีการได้ เมื่อได้มาทำให้มีการปลงใจรัก&nbsp;แล้วก่อให้เกิดความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ ทำให้มีความสยบมัวเมาอย่างจับอกจับใจ จึงทำให้มีความตระหนี่ จึงทำให้มีการหวงกั้น แล้วจึงทำให้มีเรื่องราวจากการหวงกั้นนั้น&nbsp;ความขัดแย้งวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วย พรหมวิหาร4</p><p>พรหมวิหาร4 คือ คุณธรรมสำหรับเป็นที่อยู่ของจิตใจแห่งพรหม คือผู้ใหญ่หรือผู้ประเสริฐ ประกอบด้วย</p><p>1.เมตตา : ความรักความปรารถนาดีให้ผู้อื่นมีความสุข&nbsp;</p><p>2.กรุณา : อยากให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์</p><p>3.มุทิตา : ยินดีพอใจเมื่อผู้อื่นมีความสุข&nbsp;</p><p>4.อุเบกขา : วางเฉยในผัสสะที่น่าพอใจไม่น่าพอใจ</p><p>การใช้งานพรหมวิหาร 4 ในแก้ไขเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้นนั้น ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ 3 ลักษณะคือ ต้องไม่มีเงื่อนไข ต้องไม่มีประมาณ และไม่มีการผูกเวรคือไม่เว้นใครไว้&nbsp;&nbsp;</p><p>การนำพรหมวิหาร4 มาใช้ในชีวิตประจำวันนั้นต้องแสดงออกให้เห็นในลักษณะที่คนอื่นเขาจะรับรู้ได้ คือต้องแสดงออกมาให้เห็น ทั้งทาง กาย วาจา และใจ&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โพธิปักขิยธรรม องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ [6805-3d]</title>
			<itunes:title>โพธิปักขิยธรรม องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ [6805-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Jan 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6798cb495b3383705903a250/media.mp3" length="26310093" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6798cb495b3383705903a250</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6798cb495b3383705903a250</link>
			<acast:episodeId>6798cb495b3383705903a250</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbLzu6g8TpE9zavTBWTLYKcuatjsUUNZhvCIRd2UTJlBsv2n8bFlvOgtDYDhnPB/Yk9KO69NWNqn9X42VeuqE1A]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[“โพธิปักขิยธรรม” คือองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ มี 7 หมวด 37 ประการได้แก่ สติปัฏฐาน4&nbsp;สัมมัปปธาน4&nbsp;อิทธิบาท4&nbsp;อินทรีย์5 พละ5&nbsp;โพชฌงค์7 มรรคมีองค์8 องค์ธรรมทั้ง 7 หมวดนี้คือองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรมเหมือนกัน ในครั้งนี้จะกล่าวให้เห็นความเหมือนและต่างกันขององค์ธรรมเหล่านี้ คู่แรกคือ “อินทรีย์5” กับ “พละ5” เหมือนกันโดยองค์รวม คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา แต่อธิบายคนละนัยยะ คือความเป็นใหญ่และความไม่หวั่นไหว พระพุทธเจ้าได้อุปมาธรรม 2 หมวดนี้ เปรียบเหมือนแม่น้ำสองสายที่แบ่งโดยเกาะกลางแต่ก็เป็นแม่น้ำสายเดียวกันและย่อมจะมาบรรจบกัน&nbsp;“สติปัฏฐาน”คือฐานที่ตั้งให้เกิดการระลึกถึงคือตั้งจิตเกาะติดไว้ให้มั่นที่กาย เวทนา จิต ธรรม ส่วน“สัมมัปปธาน”คือความเพียร เป็นลักษณะของการต้องขูดเกลาต้องพัฒนา กำจัดอกุศลธรรมรักษากุศลธรรมให้มีมากขึ้น สัมมัปปธานก็คือสัมมาวายามะ&nbsp;“อิทธิบาท” คือฐานที่ตั้งแห่งความสำเร็จ ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา&nbsp;“ โพชฌงค์” ได้แก่ สติสัมโพชฌงค์ก็คือสติปัฏฐาน4 พอมีสติแล้วก็จะเห็นตามจริงทำให้เกิดธัมมวิจยะ ให้เกิดวิริยะ เกิดปิติ เกิดความสงบ เกิดสมาธินำสู่อุเบกขาได้&nbsp;ทางทั้งหลายที่เดินมานี้ท่านเปรียบเหมือนรอยเท้าของสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดคือรอยเท้าช้าง เปรียบธรรมะทั้งหมดที่กล่าวมานี้อยู่ใน&nbsp;“มรรค8”ทั้งหมดเลย มรรค8คือ ศีล สมาธิ ปัญญานั่นเอง ดังนั้น โพธิปักขิยธรรม จึงเป็นธรรมะที่จะนำพาจิตของเราให้ไปสู่นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[“โพธิปักขิยธรรม” คือองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ มี 7 หมวด 37 ประการได้แก่ สติปัฏฐาน4&nbsp;สัมมัปปธาน4&nbsp;อิทธิบาท4&nbsp;อินทรีย์5 พละ5&nbsp;โพชฌงค์7 มรรคมีองค์8 องค์ธรรมทั้ง 7 หมวดนี้คือองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรมเหมือนกัน ในครั้งนี้จะกล่าวให้เห็นความเหมือนและต่างกันขององค์ธรรมเหล่านี้ คู่แรกคือ “อินทรีย์5” กับ “พละ5” เหมือนกันโดยองค์รวม คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา แต่อธิบายคนละนัยยะ คือความเป็นใหญ่และความไม่หวั่นไหว พระพุทธเจ้าได้อุปมาธรรม 2 หมวดนี้ เปรียบเหมือนแม่น้ำสองสายที่แบ่งโดยเกาะกลางแต่ก็เป็นแม่น้ำสายเดียวกันและย่อมจะมาบรรจบกัน&nbsp;“สติปัฏฐาน”คือฐานที่ตั้งให้เกิดการระลึกถึงคือตั้งจิตเกาะติดไว้ให้มั่นที่กาย เวทนา จิต ธรรม ส่วน“สัมมัปปธาน”คือความเพียร เป็นลักษณะของการต้องขูดเกลาต้องพัฒนา กำจัดอกุศลธรรมรักษากุศลธรรมให้มีมากขึ้น สัมมัปปธานก็คือสัมมาวายามะ&nbsp;“อิทธิบาท” คือฐานที่ตั้งแห่งความสำเร็จ ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา&nbsp;“ โพชฌงค์” ได้แก่ สติสัมโพชฌงค์ก็คือสติปัฏฐาน4 พอมีสติแล้วก็จะเห็นตามจริงทำให้เกิดธัมมวิจยะ ให้เกิดวิริยะ เกิดปิติ เกิดความสงบ เกิดสมาธินำสู่อุเบกขาได้&nbsp;ทางทั้งหลายที่เดินมานี้ท่านเปรียบเหมือนรอยเท้าของสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดคือรอยเท้าช้าง เปรียบธรรมะทั้งหมดที่กล่าวมานี้อยู่ใน&nbsp;“มรรค8”ทั้งหมดเลย มรรค8คือ ศีล สมาธิ ปัญญานั่นเอง ดังนั้น โพธิปักขิยธรรม จึงเป็นธรรมะที่จะนำพาจิตของเราให้ไปสู่นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การแสวงหา 2 อย่าง ด้วยตา 2 ข้าง [6804-3d]</title>
			<itunes:title>การแสวงหา 2 อย่าง ด้วยตา 2 ข้าง [6804-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Jan 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/678f989ec4926bdc793ba660/media.mp3" length="26956867" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">678f989ec4926bdc793ba660</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/678f989ec4926bdc793ba660</link>
			<acast:episodeId>678f989ec4926bdc793ba660</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbKjpUq9lTVhpjd/P9lo1CIHOzs39xnLbE4+A7eeKYTK26vGJfSGTB0HXtTL8exUmNzr0Qy8sBP+QXEJiYiXWM5]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ผู้ที่มีดวงตา ก็จะสามารถใช้ตามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ และจะสามารถแสวงหาสิ่งที่ต้องการได้ ในตอนนี้จะกล่าวถึง <strong>“การแสวงหา 2 อย่าง ด้วยตา 2 ข้าง”&nbsp;</strong>โดยจะกล่าวนัยยะการใช้ดวงตา มาแยกบุคคลได้ 4 จำพวกดังนี้</p><p><strong>1. คนตาบอด</strong> คือ บุคคลที่ไม่มีดวงตา (คือปัญญา) มองหาลู่ทางที่จะให้ได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้&nbsp;มองไม่เห็นทางที่จะทำให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้น&nbsp;และไม่มีดวงตา ที่เป็นเหตุจะให้รู้ธรรมทั้งหลายอันเป็นกุศลและอกุศล อันมีโทษและไม่มีโทษ หยาบและละเอียด&nbsp;</p><p><strong>2. คนมีตาข้างเดียว</strong> คือ บุคคลที่มองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้นั้นมา&nbsp;และมองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้น แต่ไม่มีดวงตาที่เป็นเหตุจะให้รู้ธรรมทั้งหลายอันเป็นกุศลและอกุศล และอาจแสวงหาทรัพย์มาด้วยทางที่ไม่ดี</p><p><strong>3. คนมีตา 2 ข้าง</strong> คือ บุคคลที่มองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้นั้นมา&nbsp;และมองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้น และมีดวงตาที่เป็นเหตุจะให้รู้ธรรมเห็นธรรม</p><p><strong>4. คนที่มีตาที่ 3</strong> คือ มีตาสมบูรณ์&nbsp;คือ ดวงตาที่เห็นอริยสัจ 4 เห็นสิ่งที่เหนือบุญเหนือบาป&nbsp;</p><br><p><strong>การแสวงหา 2 อย่าง</strong></p><p><strong>1. การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ</strong> (อนริยปริเยสนา ) คือการแสวงหาสิ่งที่ยังมี ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศกร่ำไรรำพัน นั่นคือแสวงหาทุกข์</p><p><strong>2. การแสวงหาที่ประเสริฐ</strong> (อริยปริเยสนา ) คือการแสวงหาทางที่จะทำให้พ้นจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศกร่ำไรรำพัน นั่นคือแสวงหาหนทางแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์</p><br><p><strong>ลำดับขั้นที่นำไปสู่การแสวงหาตามนัยยะ สังยุตตนิกาย สนิทานสูตร </strong>คือ</p><p>1. <strong>ธาตุ</strong> ความหมายรู้ในกาม บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามธาตุ&nbsp;</p><p>2. <strong>สัญญา</strong> ความดำริในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในกาม</p><p>3. <strong>สังกัปปะ</strong> ความพอใจในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในกาม</p><p>4. <strong>ฉันทะ</strong> ความเร่าร้อนเพราะกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในกาม</p><p>5.<strong>ปริราหะ </strong>การแสวงหากามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อน</p><p>6. <strong>แสวงหา</strong> เมื่อแสวงหากาม ย่อมปฏิบัติผิดโดย ฐานะ 3 คือ กาย วาจา ใจ</p><br><p>ทางอกุศลเกิดขึ้นอย่างไรในทางกุศลก็เกิดขึ้นอย่างนั้นเช่นกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ผู้ที่มีดวงตา ก็จะสามารถใช้ตามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ และจะสามารถแสวงหาสิ่งที่ต้องการได้ ในตอนนี้จะกล่าวถึง <strong>“การแสวงหา 2 อย่าง ด้วยตา 2 ข้าง”&nbsp;</strong>โดยจะกล่าวนัยยะการใช้ดวงตา มาแยกบุคคลได้ 4 จำพวกดังนี้</p><p><strong>1. คนตาบอด</strong> คือ บุคคลที่ไม่มีดวงตา (คือปัญญา) มองหาลู่ทางที่จะให้ได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้&nbsp;มองไม่เห็นทางที่จะทำให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้น&nbsp;และไม่มีดวงตา ที่เป็นเหตุจะให้รู้ธรรมทั้งหลายอันเป็นกุศลและอกุศล อันมีโทษและไม่มีโทษ หยาบและละเอียด&nbsp;</p><p><strong>2. คนมีตาข้างเดียว</strong> คือ บุคคลที่มองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้นั้นมา&nbsp;และมองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้น แต่ไม่มีดวงตาที่เป็นเหตุจะให้รู้ธรรมทั้งหลายอันเป็นกุศลและอกุศล และอาจแสวงหาทรัพย์มาด้วยทางที่ไม่ดี</p><p><strong>3. คนมีตา 2 ข้าง</strong> คือ บุคคลที่มองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้นั้นมา&nbsp;และมองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้น และมีดวงตาที่เป็นเหตุจะให้รู้ธรรมเห็นธรรม</p><p><strong>4. คนที่มีตาที่ 3</strong> คือ มีตาสมบูรณ์&nbsp;คือ ดวงตาที่เห็นอริยสัจ 4 เห็นสิ่งที่เหนือบุญเหนือบาป&nbsp;</p><br><p><strong>การแสวงหา 2 อย่าง</strong></p><p><strong>1. การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ</strong> (อนริยปริเยสนา ) คือการแสวงหาสิ่งที่ยังมี ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศกร่ำไรรำพัน นั่นคือแสวงหาทุกข์</p><p><strong>2. การแสวงหาที่ประเสริฐ</strong> (อริยปริเยสนา ) คือการแสวงหาทางที่จะทำให้พ้นจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศกร่ำไรรำพัน นั่นคือแสวงหาหนทางแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์</p><br><p><strong>ลำดับขั้นที่นำไปสู่การแสวงหาตามนัยยะ สังยุตตนิกาย สนิทานสูตร </strong>คือ</p><p>1. <strong>ธาตุ</strong> ความหมายรู้ในกาม บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามธาตุ&nbsp;</p><p>2. <strong>สัญญา</strong> ความดำริในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในกาม</p><p>3. <strong>สังกัปปะ</strong> ความพอใจในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในกาม</p><p>4. <strong>ฉันทะ</strong> ความเร่าร้อนเพราะกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในกาม</p><p>5.<strong>ปริราหะ </strong>การแสวงหากามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อน</p><p>6. <strong>แสวงหา</strong> เมื่อแสวงหากาม ย่อมปฏิบัติผิดโดย ฐานะ 3 คือ กาย วาจา ใจ</p><br><p>ทางอกุศลเกิดขึ้นอย่างไรในทางกุศลก็เกิดขึ้นอย่างนั้นเช่นกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุปมาจิต 9 อย่าง [6803-3d]</title>
			<itunes:title>อุปมาจิต 9 อย่าง [6803-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Jan 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/678691873ceecdbe85d84e3f/media.mp3" length="27649187" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">678691873ceecdbe85d84e3f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/678691873ceecdbe85d84e3f</link>
			<acast:episodeId>678691873ceecdbe85d84e3f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhY8jN4/n9S0nPFNClB314VyGTpMgw+jQRobnKwCWDSHNMf0QbQRWD5K/iFscCbq5CP5Qi3gkoQltWe03KiLtbbz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>“สติ” </strong>เป็นตัวช่วยจัดระเบียบจิตใจของเรา สติที่ท่านพระสารีบุตรอธิบายเจาะจงลงไปคือ เครื่องมือที่ชื่อว่า <strong>“กายคตาสติ”</strong>&nbsp;โดยท่านอุปมาลักษณะของจิตไว้ 9 อย่าง คือ</p><ol><li><strong>จิตเสมอด้วยดิน</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับดินไม่ว่าใครจะทิ้งของสะอาดหรือไม่สะอาด ดินก็ยังเป็นดินเสมอ</li><li><strong>จิตเสมอด้วยน้ำ</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับน้ำไม่ว่าใครจะทิ้งของสะอาดหรือไม่สะอาด น้ำก็ยังเป็นน้ำเสมอ</li><li><strong>จิตเสมอด้วยไฟ</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะเหมือนกับไฟจะไม่อึดอัดเปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจ จะกว้างขวางเสมอกัน</li><li><strong>จิตเสมอด้วยลม</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับลมเมื่อมีสิ่งใดมากระทบกับอารมณ์ไม่ว่าดีหรือไม่ดีก็ตาม ย่อมเสมอกันหมด</li><li><strong>จิตเปรียบด้วยผ้าเช็ดธุลี</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะเป็นจิตกว้างขวางรับทั้งสิ่งดีและไม่ดีโดยไม่รังเกียจเหมือนผ้าขี้ริ้วที่เช็ดได้ทุกอย่าง</li><li><strong>มีจิตเหมือนเด็กจัณฑาล</strong> ถ้ามีสติตั้งไว้แล้วก็จะมีจิตเหมือนจิตเด็กจัณฑาลที่นอบน้อม อดทน</li><li><strong>มีจิตเหมือนโคเขาขาด</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะเหมือนโคที่เขาขาดจะเจียมตัวและระมัดระวังเสมอ</li><li><strong>มีจิตเหมือนคนรักสวยรักงาม ที่มีซากศพ ซากงู มาแขวนคล้องคอไว้</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะไม่ยึดถือกายว่าเป็นของเรา</li><li><strong>มีจิตเหมือนภาชนะที่ก้นทะลุใส่น้ำมันไว้ต้องคอยประคับประคองไม่ให้น้ำมันล้นออก</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะบริหารกายอย่างระมัดระวัง</li></ol><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>“สติ” </strong>เป็นตัวช่วยจัดระเบียบจิตใจของเรา สติที่ท่านพระสารีบุตรอธิบายเจาะจงลงไปคือ เครื่องมือที่ชื่อว่า <strong>“กายคตาสติ”</strong>&nbsp;โดยท่านอุปมาลักษณะของจิตไว้ 9 อย่าง คือ</p><ol><li><strong>จิตเสมอด้วยดิน</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับดินไม่ว่าใครจะทิ้งของสะอาดหรือไม่สะอาด ดินก็ยังเป็นดินเสมอ</li><li><strong>จิตเสมอด้วยน้ำ</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับน้ำไม่ว่าใครจะทิ้งของสะอาดหรือไม่สะอาด น้ำก็ยังเป็นน้ำเสมอ</li><li><strong>จิตเสมอด้วยไฟ</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะเหมือนกับไฟจะไม่อึดอัดเปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจ จะกว้างขวางเสมอกัน</li><li><strong>จิตเสมอด้วยลม</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับลมเมื่อมีสิ่งใดมากระทบกับอารมณ์ไม่ว่าดีหรือไม่ดีก็ตาม ย่อมเสมอกันหมด</li><li><strong>จิตเปรียบด้วยผ้าเช็ดธุลี</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะเป็นจิตกว้างขวางรับทั้งสิ่งดีและไม่ดีโดยไม่รังเกียจเหมือนผ้าขี้ริ้วที่เช็ดได้ทุกอย่าง</li><li><strong>มีจิตเหมือนเด็กจัณฑาล</strong> ถ้ามีสติตั้งไว้แล้วก็จะมีจิตเหมือนจิตเด็กจัณฑาลที่นอบน้อม อดทน</li><li><strong>มีจิตเหมือนโคเขาขาด</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะเหมือนโคที่เขาขาดจะเจียมตัวและระมัดระวังเสมอ</li><li><strong>มีจิตเหมือนคนรักสวยรักงาม ที่มีซากศพ ซากงู มาแขวนคล้องคอไว้</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะไม่ยึดถือกายว่าเป็นของเรา</li><li><strong>มีจิตเหมือนภาชนะที่ก้นทะลุใส่น้ำมันไว้ต้องคอยประคับประคองไม่ให้น้ำมันล้นออก</strong> จิตที่มีสติตั้งไว้จะบริหารกายอย่างระมัดระวัง</li></ol><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรม 8 ประการที่เป็นเหตุให้ได้ปัญญา [6802-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรม 8 ประการที่เป็นเหตุให้ได้ปัญญา [6802-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Jan 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/677d67d99c8e2047f58cead1/media.mp3" length="27864898" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">677d67d99c8e2047f58cead1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/677d67d99c8e2047f58cead1</link>
			<acast:episodeId>677d67d99c8e2047f58cead1</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhayCc7rFUCEkbjs3Ff9LxvOMyhmSBdhuJmNJNqnjH8Zcg1aME06WlaU0o7iWef7f+NCd2ch8MOxMUCFo8xovZee]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>“ปัญญา” </strong>ในความหมายของพุทธศาสนาคือ การตระหนักรู้หรือตระหนักรู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริงของความเป็นจริงที่เหนือกว่าความเข้าใจทั่วไป คือสิ่งที่เมื่อเรารู้และเข้าใจแล้วจะทำความสุขอันยั่งยืนที่เหนือกว่าสุขเวทนา สุขที่ระงับ สุขที่เป็นความสงบเย็น พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงเหตุปัจจัยที่ให้ได้ปัญญาที่ยังไม่ได้และเพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้วไว้ 8 ประการ ได้แก่</p><ol><li>มีครูบาอาจารย์ เข้าไปตั้งจิตไว้ซึ่งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพอย่างแรงกล้า โดยการพิจารณาคุณสมบัติของครูผู้เป็นกัลยาณมิตร 7 ประการ คือ 1) เป็นที่รักเป็นที่พอใจ 2) เป็นที่เคารพ 3) เป็นผู้ควรสรรเสริญ 4) เป็นนักพูด 5) เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำ 6) เป็นผู้พูดถ้อยคำลึกซึ้งได้ และ 7) ไม่ชักนำในทางไม่ดี</li><li>เข้าไปหาแล้วไต่ถาม และรู้จักตั้งคำถาม โดยต้องมีศรัทธาและเข้าไปหาในเวลาที่เหมาะสม&nbsp;</li><li>ได้สงบกาย&nbsp;ความสงบใจ เมื่อฟังธรมนั้นแล้วต้องนำมาประพฤติปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ย่อมได้ความสงบ 2 อย่าง คือ ความสงบกายและความสงบจิตอย่างถึงพร้อม</li><li>เป็นผู้มีศีล ศีลเป็นพื้นฐานของทุกสิ่ง ต้องสำรวมระวังในศีลให้ถึงพร้อม มีความปรกติเห็นภัยในโทษของการทุศีลแม้มีประมาณน้อย&nbsp;</li><li>เป็นผู้ทรงสุตะและสั่งสมสุตะ เป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก จำไว้คล่องปากขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฏฐิซึ่งธรรมทั้งหลายอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด&nbsp;</li><li>ปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรม เมื่อจิตเราเข้าใจในกุศลธรรมแล้วก็นำมาทบทวนซ้ำ ๆ เพื่อความพร้อมมูลแห่งกุศลธรรม เป็นผู้มีกำลัง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรมนั้น ๆ เมื่อกุศลธรรมเพิ่มขึ้นมากเท่าใด อกุศลธรรมก็จะลดลงเช่นกัน</li><li>กล่าวเรื่องธรรมวินัย ไม่พูดเรื่องต่าง ๆ ที่ขวางหนทางธรรม ไม่ดูหมิ่นการนิ่งอย่างพระอริยเจ้า</li><li>สามารถปล่อยวางขันธ์ 5 พิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมในอุปาทานขันธ์ 5 คือเห็นความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ&nbsp;</li></ol><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>“ปัญญา” </strong>ในความหมายของพุทธศาสนาคือ การตระหนักรู้หรือตระหนักรู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริงของความเป็นจริงที่เหนือกว่าความเข้าใจทั่วไป คือสิ่งที่เมื่อเรารู้และเข้าใจแล้วจะทำความสุขอันยั่งยืนที่เหนือกว่าสุขเวทนา สุขที่ระงับ สุขที่เป็นความสงบเย็น พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงเหตุปัจจัยที่ให้ได้ปัญญาที่ยังไม่ได้และเพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้วไว้ 8 ประการ ได้แก่</p><ol><li>มีครูบาอาจารย์ เข้าไปตั้งจิตไว้ซึ่งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพอย่างแรงกล้า โดยการพิจารณาคุณสมบัติของครูผู้เป็นกัลยาณมิตร 7 ประการ คือ 1) เป็นที่รักเป็นที่พอใจ 2) เป็นที่เคารพ 3) เป็นผู้ควรสรรเสริญ 4) เป็นนักพูด 5) เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำ 6) เป็นผู้พูดถ้อยคำลึกซึ้งได้ และ 7) ไม่ชักนำในทางไม่ดี</li><li>เข้าไปหาแล้วไต่ถาม และรู้จักตั้งคำถาม โดยต้องมีศรัทธาและเข้าไปหาในเวลาที่เหมาะสม&nbsp;</li><li>ได้สงบกาย&nbsp;ความสงบใจ เมื่อฟังธรมนั้นแล้วต้องนำมาประพฤติปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ย่อมได้ความสงบ 2 อย่าง คือ ความสงบกายและความสงบจิตอย่างถึงพร้อม</li><li>เป็นผู้มีศีล ศีลเป็นพื้นฐานของทุกสิ่ง ต้องสำรวมระวังในศีลให้ถึงพร้อม มีความปรกติเห็นภัยในโทษของการทุศีลแม้มีประมาณน้อย&nbsp;</li><li>เป็นผู้ทรงสุตะและสั่งสมสุตะ เป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก จำไว้คล่องปากขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฏฐิซึ่งธรรมทั้งหลายอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด&nbsp;</li><li>ปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรม เมื่อจิตเราเข้าใจในกุศลธรรมแล้วก็นำมาทบทวนซ้ำ ๆ เพื่อความพร้อมมูลแห่งกุศลธรรม เป็นผู้มีกำลัง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรมนั้น ๆ เมื่อกุศลธรรมเพิ่มขึ้นมากเท่าใด อกุศลธรรมก็จะลดลงเช่นกัน</li><li>กล่าวเรื่องธรรมวินัย ไม่พูดเรื่องต่าง ๆ ที่ขวางหนทางธรรม ไม่ดูหมิ่นการนิ่งอย่างพระอริยเจ้า</li><li>สามารถปล่อยวางขันธ์ 5 พิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมในอุปาทานขันธ์ 5 คือเห็นความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ&nbsp;</li></ol><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สุขที่ควรเสพและสุขที่ไม่ควรเสพ [6801-3d]</title>
			<itunes:title>สุขที่ควรเสพและสุขที่ไม่ควรเสพ [6801-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 31 Dec 2024 21:00:58 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6773f4956768fc4271ecff14/media.mp3" length="29168321" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6773f4956768fc4271ecff14</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6773f4956768fc4271ecff14</link>
			<acast:episodeId>6773f4956768fc4271ecff14</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZS52BLBvyyGVe853wCSEfc3LhAWgYuJWSGumWR+mqvMmD0vjdU/MEO2449d0FGFc9awbllm6uNLhfQcX4iV6VN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในช่วงเทศกาลปีใหม่ทุกคนล้วนส่งความสุขให้กันและกัน ในตอนนี้จะกล่าวถึงสุขที่ควรเสพและไม่ควรเสพ <strong>เราต้องมีปัญญาที่จะแยกแยะได้ว่าสุขแบบไหนที่ควรเสพและไม่ควรเสพ</strong> พระพุทธเจ้าแบ่งความสุขออกเป็น 2 ประเภทได้แก่</p><p><strong>ความสุขที่เกิดจากมิจฉาทิฏฐิ </strong>คือความสุขที่เสพแล้วกิเลสเพิ่มขึ้น จิตใจชุ่มไปด้วยกาม ความสุขประเภทที่ไม่ควรเสพนี้มี 4 อย่างคือ</p><p>1.ความสุขที่เกิดจากการฆ่า&nbsp;</p><p>2.ความสุขที่เกิดจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้</p><p>3.ความสุขที่เกิดจากการวจีทุจริต คือการจงใจกล่าวเท็จ การพูดเพ้อเจ้อ การพูดคำหยาบ</p><p>4.การเอิบอิ่มเพรียบพร้อมอยู่ด้วยกามคุณทั้ง 5</p><br><p><strong>ความสุขที่เกิดจากสัมมาทิฏฐิ </strong>คือ ความสุขที่เสพแล้วกิเลสลดลงความเศร้าหมองของจิตใจลดลง จิตใจผ่องใสและบริสุทธิ์ขึ้น ความสุขประเภทที่ควรเสพนี้มี 4 อย่างคือ</p><p>1.เป็นสุขที่อาศัยปีติที่เนื่องด้วยจากความตริตรึก คือ วิตกวิจาร และวิเวก</p><p>2.สุขที่อาศัยปีติสุขที่ต่อเนื่องด้วยความที่จิตเป็นอารมณ์อันเดียว โดยไม่อาศัยการตริตรึก</p><p>3.ความสุขที่เกิดจากวางอุเบกขาในปีติสุขนั้น</p><p>4.อุเบกขาล้วน ๆ โดยไม่มีสุข เป็นความระเอียดของจิตที่สามารถพัฒนาได้</p><br><p>พลังของสมาธิทั้ง 4 ขั้นนี้เป็นสิ่งที่ควรเสพ ควรทำให้มาก ควรทำให้เจริญ และเมื่อนำไปพิจารณาอย่างแยบคายจะทำให้เป็นผู้ที่เข้าถึงกระแสแห่งอริยบุคคลทั้ง 4 จำพวก ได้แก่ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และอรหันต์&nbsp;</p><br><p>ในการทำจิตให้เป็นสมาธินั้น การเจริญพรหมวิหาร4 อันประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา จะช่วยทำให้จิตเป็นสมาธิได้รวดเร็วและมีสมาธิที่เข้มแข็งขึ้น โดยต้องมีคุณสมบัติที่ประกอบด้วย 3 ลักษณะนี้คือ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ และไม่มีการผูกเวร&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในช่วงเทศกาลปีใหม่ทุกคนล้วนส่งความสุขให้กันและกัน ในตอนนี้จะกล่าวถึงสุขที่ควรเสพและไม่ควรเสพ <strong>เราต้องมีปัญญาที่จะแยกแยะได้ว่าสุขแบบไหนที่ควรเสพและไม่ควรเสพ</strong> พระพุทธเจ้าแบ่งความสุขออกเป็น 2 ประเภทได้แก่</p><p><strong>ความสุขที่เกิดจากมิจฉาทิฏฐิ </strong>คือความสุขที่เสพแล้วกิเลสเพิ่มขึ้น จิตใจชุ่มไปด้วยกาม ความสุขประเภทที่ไม่ควรเสพนี้มี 4 อย่างคือ</p><p>1.ความสุขที่เกิดจากการฆ่า&nbsp;</p><p>2.ความสุขที่เกิดจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้</p><p>3.ความสุขที่เกิดจากการวจีทุจริต คือการจงใจกล่าวเท็จ การพูดเพ้อเจ้อ การพูดคำหยาบ</p><p>4.การเอิบอิ่มเพรียบพร้อมอยู่ด้วยกามคุณทั้ง 5</p><br><p><strong>ความสุขที่เกิดจากสัมมาทิฏฐิ </strong>คือ ความสุขที่เสพแล้วกิเลสลดลงความเศร้าหมองของจิตใจลดลง จิตใจผ่องใสและบริสุทธิ์ขึ้น ความสุขประเภทที่ควรเสพนี้มี 4 อย่างคือ</p><p>1.เป็นสุขที่อาศัยปีติที่เนื่องด้วยจากความตริตรึก คือ วิตกวิจาร และวิเวก</p><p>2.สุขที่อาศัยปีติสุขที่ต่อเนื่องด้วยความที่จิตเป็นอารมณ์อันเดียว โดยไม่อาศัยการตริตรึก</p><p>3.ความสุขที่เกิดจากวางอุเบกขาในปีติสุขนั้น</p><p>4.อุเบกขาล้วน ๆ โดยไม่มีสุข เป็นความระเอียดของจิตที่สามารถพัฒนาได้</p><br><p>พลังของสมาธิทั้ง 4 ขั้นนี้เป็นสิ่งที่ควรเสพ ควรทำให้มาก ควรทำให้เจริญ และเมื่อนำไปพิจารณาอย่างแยบคายจะทำให้เป็นผู้ที่เข้าถึงกระแสแห่งอริยบุคคลทั้ง 4 จำพวก ได้แก่ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และอรหันต์&nbsp;</p><br><p>ในการทำจิตให้เป็นสมาธินั้น การเจริญพรหมวิหาร4 อันประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา จะช่วยทำให้จิตเป็นสมาธิได้รวดเร็วและมีสมาธิที่เข้มแข็งขึ้น โดยต้องมีคุณสมบัติที่ประกอบด้วย 3 ลักษณะนี้คือ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ และไม่มีการผูกเวร&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ "ภควา" ผู้จำแนกแจกธรรม [6752-3d]]]></title>
			<itunes:title><![CDATA[ "ภควา" ผู้จำแนกแจกธรรม [6752-3d]]]></itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Dec 2024 21:00:53 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6769703225a0b820a2108538/media.mp3" length="27691801" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6769703225a0b820a2108538</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6769703225a0b820a2108538</link>
			<acast:episodeId>6769703225a0b820a2108538</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYi0AFu/I1S3zKvnn6pzWn5kurfdA2lRM/ISAeDNMhFI+A1QpxRtcgj9mPTpw4nGAHadhKn4kvwE3NzkACLusjj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในพุทธศาสนานี้มีผู้สอนเพียงผู้เดียว คือพระพุทธเจ้า พระองค์เป็นผู้ที่สามารถสอนได้อย่างดี อย่างงามและเมื่อนำคำสอนไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ก็จะให้ผลที่ดีที่งามอย่างมาก ซึ่งความสามารถในการบอกสอนของพระพุทธเจ้าตรงนี้เรียกว่า ภควา คือเป็นผู้จำแนกแจกธรรม ในที่นี้จะกล่าวถึงวิธีสอนของพระพุทธเจ้า โดยจะนำนัยยะต่างๆมากล่าวดังนี้</p><p>นัยยะที่1.คุณสมบัติของผู้แสดงธรรม ต้องมีลักษณะดังนี้ 1.แสดงไปตามลำดับ 2. ยกเหตุผลมาแสดงให้เข้าใจ 3. แสดงด้วยความเมตตา 4.อย่าเห็นแก่อามิส 5. แสดงโดยไม่กระทบตนและคนอื่น</p><p>นัยยะที่2.ทรงเปรียบเทียบให้เห็นถึงการแสดงธรรมที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ โดยทรงปรารภพระมหากัสสปะในจันทูปมาสูตร ว่าผู้พรากกายพรากจิตได้ จึงจะเข้าสู่ตระกูลและแสดงธรรมได้ หากไม่สามารถพรากกายพรากจิตได้เมื่อเข้าสู่ตระกูลก็จะติดพัน มุ่งหวังในลาภสักการะ ลักษณะแบบนี้จะเป็นการแสดงธรรมที่ไม่บริสุทธินั่นเอง</p><p>นัยยะที่3.ลีลาคำสอนของพระพุทธเจ้า มี 4 ลักษณะ</p><p>1.สันทัสสนา คืออธิบายให้เห็นชัดเจน แจ่ม แจ้ง เหมือนจูงมือไปดูให้เห็นกับตา</p><p>2.สมาทปนา คือชักจูงใจให้เห็นจริงด้วย ชวนให้คล้อยตาม จนต้องยอมรับและนำไปปฏิบัติ</p><p>3.สมุตเตชนา คือเร้าใจให้แกล้วกล้า บังเกิด และให้เกียรติแก่ผู้เรียน ให้เขามีความภูมิใจในตัว กำลังใจ ปลุกให้มีอุตสาหะแข็งขัน มั่นใจว่าจะทำให้ สำเร็จได้ ไม่หวั่นระย่อต่อความเหนื่อยยาก</p><p>4.สัมปหังสนา คือการทำให้ร่าเริง หรือปลุกให้ร่าเริง</p><p>นัยยะที่4. การตอบคำถามของพระพุทธเจ้ามี 4 ลักษณะ คือ1.ตอบแบบตรงๆ 2.ตอบโดย ถามกลับ 3.แยกแยะตอบ 4.ตอบ โดยเงียบไม่ตอบ</p><p>นัยยะที่5. การถามของพระพุทธเจ้า มี 5 ลักษณะ คือ1.ถามเพราะรู้อยู่แล้ว, 2.ไม่รู้จึงถาม, 3.ถามเพื่อข่มผู้อื่น, 4.ถามด้วยปรารถนาลามก, 5.ถามเพราะไม่รู้ด้วยความเขลา</p><p>นัยยะที่6. การสอนด้วยความพอเพียง ได้แก่ 1.พอเพียงเพื่อตนเอง, 2.พอเพียงเพื่อผู้อื่น</p><br><p><br></p><p>Time stamp 6752-3d:</p><p>(00:50) ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(09:05) วิธีสอนของพระพุทธเจ้า</p><p>(12:27) คุณสมบัติของผู้แสดงธรรม</p><p>(12:42) 1. แสดงไปตามลำดับ</p><p>(12:46) 2. ยกเหตุผลมาแสดงให้เข้าใจ</p><p>(12:50) 3. แสดงด้วยความเมตตา</p><p>(12:54) 4. อย่าเห็นแก่อามิส</p><p>(12:57) 5. แสดงโดยไม่กระทบตนและคนอื่น</p><p>(14:00) จันทูปมาสูตร : ปรารภพระมหากัสสปะ</p><p>(26:27) ลีลาคำสอนของพระพุทธเจ้า มี 4 ลักษณะ</p><p>(33:24) การตอบคำถามของพระพุทธเจ้ามี 4 ลักษณะ</p><p>(41:26) การถามของพระพุทธเจ้า มี 5 ลักษณะ</p><p>(47:31) การสอน ด้วยความพอเพียง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในพุทธศาสนานี้มีผู้สอนเพียงผู้เดียว คือพระพุทธเจ้า พระองค์เป็นผู้ที่สามารถสอนได้อย่างดี อย่างงามและเมื่อนำคำสอนไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ก็จะให้ผลที่ดีที่งามอย่างมาก ซึ่งความสามารถในการบอกสอนของพระพุทธเจ้าตรงนี้เรียกว่า ภควา คือเป็นผู้จำแนกแจกธรรม ในที่นี้จะกล่าวถึงวิธีสอนของพระพุทธเจ้า โดยจะนำนัยยะต่างๆมากล่าวดังนี้</p><p>นัยยะที่1.คุณสมบัติของผู้แสดงธรรม ต้องมีลักษณะดังนี้ 1.แสดงไปตามลำดับ 2. ยกเหตุผลมาแสดงให้เข้าใจ 3. แสดงด้วยความเมตตา 4.อย่าเห็นแก่อามิส 5. แสดงโดยไม่กระทบตนและคนอื่น</p><p>นัยยะที่2.ทรงเปรียบเทียบให้เห็นถึงการแสดงธรรมที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ โดยทรงปรารภพระมหากัสสปะในจันทูปมาสูตร ว่าผู้พรากกายพรากจิตได้ จึงจะเข้าสู่ตระกูลและแสดงธรรมได้ หากไม่สามารถพรากกายพรากจิตได้เมื่อเข้าสู่ตระกูลก็จะติดพัน มุ่งหวังในลาภสักการะ ลักษณะแบบนี้จะเป็นการแสดงธรรมที่ไม่บริสุทธินั่นเอง</p><p>นัยยะที่3.ลีลาคำสอนของพระพุทธเจ้า มี 4 ลักษณะ</p><p>1.สันทัสสนา คืออธิบายให้เห็นชัดเจน แจ่ม แจ้ง เหมือนจูงมือไปดูให้เห็นกับตา</p><p>2.สมาทปนา คือชักจูงใจให้เห็นจริงด้วย ชวนให้คล้อยตาม จนต้องยอมรับและนำไปปฏิบัติ</p><p>3.สมุตเตชนา คือเร้าใจให้แกล้วกล้า บังเกิด และให้เกียรติแก่ผู้เรียน ให้เขามีความภูมิใจในตัว กำลังใจ ปลุกให้มีอุตสาหะแข็งขัน มั่นใจว่าจะทำให้ สำเร็จได้ ไม่หวั่นระย่อต่อความเหนื่อยยาก</p><p>4.สัมปหังสนา คือการทำให้ร่าเริง หรือปลุกให้ร่าเริง</p><p>นัยยะที่4. การตอบคำถามของพระพุทธเจ้ามี 4 ลักษณะ คือ1.ตอบแบบตรงๆ 2.ตอบโดย ถามกลับ 3.แยกแยะตอบ 4.ตอบ โดยเงียบไม่ตอบ</p><p>นัยยะที่5. การถามของพระพุทธเจ้า มี 5 ลักษณะ คือ1.ถามเพราะรู้อยู่แล้ว, 2.ไม่รู้จึงถาม, 3.ถามเพื่อข่มผู้อื่น, 4.ถามด้วยปรารถนาลามก, 5.ถามเพราะไม่รู้ด้วยความเขลา</p><p>นัยยะที่6. การสอนด้วยความพอเพียง ได้แก่ 1.พอเพียงเพื่อตนเอง, 2.พอเพียงเพื่อผู้อื่น</p><br><p><br></p><p>Time stamp 6752-3d:</p><p>(00:50) ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(09:05) วิธีสอนของพระพุทธเจ้า</p><p>(12:27) คุณสมบัติของผู้แสดงธรรม</p><p>(12:42) 1. แสดงไปตามลำดับ</p><p>(12:46) 2. ยกเหตุผลมาแสดงให้เข้าใจ</p><p>(12:50) 3. แสดงด้วยความเมตตา</p><p>(12:54) 4. อย่าเห็นแก่อามิส</p><p>(12:57) 5. แสดงโดยไม่กระทบตนและคนอื่น</p><p>(14:00) จันทูปมาสูตร : ปรารภพระมหากัสสปะ</p><p>(26:27) ลีลาคำสอนของพระพุทธเจ้า มี 4 ลักษณะ</p><p>(33:24) การตอบคำถามของพระพุทธเจ้ามี 4 ลักษณะ</p><p>(41:26) การถามของพระพุทธเจ้า มี 5 ลักษณะ</p><p>(47:31) การสอน ด้วยความพอเพียง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ข้อควรพิจารณาเนืองๆ [6751-3d]</title>
			<itunes:title>ข้อควรพิจารณาเนืองๆ [6751-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Dec 2024 21:00:42 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:42</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6761652bd9cd65ec1e4e08f4/media.mp3" length="28211883" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6761652bd9cd65ec1e4e08f4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6761652bd9cd65ec1e4e08f4</link>
			<acast:episodeId>6761652bd9cd65ec1e4e08f4</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhao9ZWDDvhfELzIJ9QNymcy0F8+hRYD661EGlKHNgg5Dyki5biwq+CiK8olNJoO6JpzfERemKtTpt7DqfUTBc9c]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สิ่งที่ควรพิจารณาเนืองๆ 5 ประการ </p><p>1.เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้  คือต้องไตร่ตรองใคร่ครวญอยู่เป็นประจำ ตริตรึกด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ด้วยสัมมาทิฏฐิ ด้วยศรัทธา จนเข้าไปสู่จิตใจ ถ้าพิจารณาสิ่งนี้อยู่เนืองๆ อานิสงส์ที่จะได้รับคือ จะทำให้ละความเพลินความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาวได้  </p><p>2.เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้  พิจารณาให้เห็นว่ากายนี้เป็นรังแห่งโรค ไตร่ตรองใคร่ครวญอยู่เป็นประจำ ตริตรึกถึงความเจ็บไข้ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ด้วยสัมมาทิฏฐิ  จนเข้าไปสู่จิตใจ ถ้าพิจารณาสิ่งนี้อยู่เนืองๆ จะทำให้ละความมัวเมาในความไม่มีโรคได้</p><p>3.เรามีความตายเป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความตายไปได้ ความตายมีซ่อนอยู่ในชีวิต พิจารณาให้เห็นว่าเซลล์ร่างกายเรานี้ตายอยู่ทุกวัน ให้ใคร่ครวญตริตรึกถึงความตายด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ด้วยปัญญา จนเข้าไปสู่จิตใจ ถ้าพิจารณาสิ่งนี้อยู่เนืองๆ จะทำให้ละความมัวเมาในชีวิตไปได้</p><p>4.เรามีความพลัดพรากจากของรักของชอบใจ พิจารณาให้เห็นถึงความพลัดพลากจากสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบใจอยู่เนืองๆ จะทำให้คลายกำหนัดจากสิ่งที่รักที่ชอบใจ ทำให้จิตไม่มัวเมาลุ่มหลงในกิเลส</p><p>5.เรามีกรรมเป็นของตน ถ้าพิจารณาสิ่งนี้อยู่เนืองๆ จะทำให้เราไม่กล้าคิดชั่ว ทำชั่ว ทำให้เป็นผู้ประพฤติกาย วาจา ใจ อันสุจริต</p><p> </p><p>Time stamp 6751-3d: </p><p>(00:24)  ปฏิบัติภาวนา เจริญกายคตาสติ</p><p>(06:40)  สิ่งที่ควรพิจารณาเนือง ๆ</p><p>(22:12)  เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้</p><p>(49:09)  เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้</p><p>(52:43)  เรามีความตายเป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความตายไปได้</p><p>(54:41)  เรามีความพลัดพรากจากของรักของชอบใจ</p><p>(56:02)  เรามีกรรมเป็นของตน</p><p>(56:49)  ข้อควรพิจารณาเนือง ๆ สำหรับนักบวช</p><p>  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สิ่งที่ควรพิจารณาเนืองๆ 5 ประการ </p><p>1.เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้  คือต้องไตร่ตรองใคร่ครวญอยู่เป็นประจำ ตริตรึกด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ด้วยสัมมาทิฏฐิ ด้วยศรัทธา จนเข้าไปสู่จิตใจ ถ้าพิจารณาสิ่งนี้อยู่เนืองๆ อานิสงส์ที่จะได้รับคือ จะทำให้ละความเพลินความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาวได้  </p><p>2.เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้  พิจารณาให้เห็นว่ากายนี้เป็นรังแห่งโรค ไตร่ตรองใคร่ครวญอยู่เป็นประจำ ตริตรึกถึงความเจ็บไข้ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ด้วยสัมมาทิฏฐิ  จนเข้าไปสู่จิตใจ ถ้าพิจารณาสิ่งนี้อยู่เนืองๆ จะทำให้ละความมัวเมาในความไม่มีโรคได้</p><p>3.เรามีความตายเป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความตายไปได้ ความตายมีซ่อนอยู่ในชีวิต พิจารณาให้เห็นว่าเซลล์ร่างกายเรานี้ตายอยู่ทุกวัน ให้ใคร่ครวญตริตรึกถึงความตายด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ด้วยปัญญา จนเข้าไปสู่จิตใจ ถ้าพิจารณาสิ่งนี้อยู่เนืองๆ จะทำให้ละความมัวเมาในชีวิตไปได้</p><p>4.เรามีความพลัดพรากจากของรักของชอบใจ พิจารณาให้เห็นถึงความพลัดพลากจากสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบใจอยู่เนืองๆ จะทำให้คลายกำหนัดจากสิ่งที่รักที่ชอบใจ ทำให้จิตไม่มัวเมาลุ่มหลงในกิเลส</p><p>5.เรามีกรรมเป็นของตน ถ้าพิจารณาสิ่งนี้อยู่เนืองๆ จะทำให้เราไม่กล้าคิดชั่ว ทำชั่ว ทำให้เป็นผู้ประพฤติกาย วาจา ใจ อันสุจริต</p><p> </p><p>Time stamp 6751-3d: </p><p>(00:24)  ปฏิบัติภาวนา เจริญกายคตาสติ</p><p>(06:40)  สิ่งที่ควรพิจารณาเนือง ๆ</p><p>(22:12)  เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้</p><p>(49:09)  เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้</p><p>(52:43)  เรามีความตายเป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความตายไปได้</p><p>(54:41)  เรามีความพลัดพรากจากของรักของชอบใจ</p><p>(56:02)  เรามีกรรมเป็นของตน</p><p>(56:49)  ข้อควรพิจารณาเนือง ๆ สำหรับนักบวช</p><p>  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การบูชายัญ [6750-3d]</title>
			<itunes:title>การบูชายัญ [6750-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Dec 2024 21:00:36 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/675824c7bd3c99689cfeb76b/media.mp3" length="28185613" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">675824c7bd3c99689cfeb76b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/675824c7bd3c99689cfeb76b</link>
			<acast:episodeId>675824c7bd3c99689cfeb76b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYZQebJyXlZIW+1pcmzjfrDu5CERBQV2Fxk2bKBDyEL1tgtBlbBQKsivg0pf5ShGArPn9ohKuJqkN4P8LUhkJAq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การบูชา ที่มีสิ่งของประกอบในการบูชานั้น เรียกว่าอามิสบูชา และถ้าเจาะจงว่ามีผู้รับสิ่งของที่ให้นั้นจะเรียกว่า “ทาน” คือการให้ แต่ถ้าตั้งไว้เฉยๆโดยไม่มีผู้รับชัดเจน แต่หวังว่าจะมีผู้รับเรียกว่า “ยัญ” ในที่นี้จะกล่าวถึง การบูชายัญ โดยพระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ใน กูฏทันตสูตร เป็นการกล่าวถึงการบูชายัญที่ถูกต้องไว้กับกูฏทันตพราหมณ์</p><p>ลักษณะยัญที่มีองค์ประกอบ 33 อย่างซึ่งเมื่อบูชาแล้วมีผลมาก แบ่งเป็นหมวดๆดังนี้</p><p>4 อย่างแรก คือ ได้ฉันทานุมัติ จากคนทั้งประเทศ ได้แก่ 1.เจ้าผู้ครองเมืองต่างๆ  2.อำมาตย์ราชบริพารผู้ใหญ่  3.พราหมณ์มหาศาล 4.คหบดีผู้มั่งคั่ง</p><p>8 อย่างคือ คุณสมบัติของผู้บูชา ได้แก่ 1.มีชาติตระกูลดี  2.มีรูปงดงาม  3.มีโภคทรัพย์สมบัติมาก  4.มีแสนยานุภาพอันเกรียงไกร  5.มีความใจบุญมีเมตตา  6.มีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เพื่อรอบรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี  7.มีความเป็นนักปราชญ์บัณฑิตเต็มภาคภูมิ  8.มีวิสัยทัศน์</p><p>4 อย่างคือ คุณสมบัติของผู้ให้คำแนะนำ ได้แก่ 1.มีชาติตระกูลดี 2.มีความรอบรู้ในสรรพวิชาความรู้  3.มีศีล เพื่อความไว้วางใจว่าไม่เป็นผู้มีนอกมีใน 4.เป็นบัณฑิตมีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหา อย่างน้อยเป็นลำดับที่ 2 ของปราชญ์ทั้งแผ่นดิน</p><p>3 อย่างคือ ต้องไม่เดือดร้อนใจจากความสิ้นเปลืองของเครื่องบูชา ได้แก่ 1.ไม่เดือดร้อนใจจากความสิ้นเปลืองก่อนการบูชา 2.ไม่เดือดร้อนใจจากความสิ้นเปลืองระหว่างการบูชา 3.ไม่เดือดร้อนใจจากความสิ้นเปลืองหลังการบูชา</p><p>10 อย่างคือ ลักษณะของผู้รับเอาเครื่องบูชา ได้แก่ 1.ทั้งพวกที่ฆ่าสัตว์ ทั้งพวกที่เว้นจากการฆ่าสัตว์  2.ทั้งพวกที่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้  3.ทั้งพวกที่ประพฤติผิดในกาม ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม  4.ทั้งพวกที่กล่าวคำเท็จ ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการกล่าวคำเท็จ 5.ทั้งพวกที่กล่าวคำส่อเสียด ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการกล่าวคำส่อเสียด  6.ทั้งพวกที่กล่าวคำหยาบ ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการกล่าวคำหยาบ  7.ทั้งพวกที่กล่าวคำเพ้อเจ้อ ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการกล่าวคำเพ้อเจ้อ  8.ทั้งพวกที่เพ่งเล็งอยากได้ของของเขา ทั้งพวกที่ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของของเขา  9.ทั้งพวกที่มีจิตพยาบาท ทั้งพวกที่ไม่มีจิตพยาบาท  10.ทั้งพวกที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ ทั้งพวกที่เป็นสัมมาทิฏฐิ </p><p>4 อย่างคือ คุณสมบัติคนที่มาร่วมด้วย ได้แก่ 1.พวกเจ้าผู้ครองเมืองตั้งโรงทานในทิศตะวันออก 2.พวกอำมาตย์ตั้งโรงทานในทิศใต้  3.พวกพราหมณ์มหาศาลตั้งโรงทานในทิศตะวันตก 4.พวกคหบดีตั้งโรงทานในทิศเหนือ</p><p>องค์ประกอบเหล่านี้เป็นการบูชายัญที่ให้ผลมาก มีการตระเตรียมมากและสิ้นเปลืองมาก</p><p>พระพุทธเจ้าทรงบอกแก่กูฏทันตพราหมณ์ว่ายังมีการบูชาที่สิ้นเปลืองน้อยแต่ได้อานิสงค์มาก ได้แก่ 1.การให้ทานเป็นประจำ(นิตยทาน) 2.วิหารทาน 3.การถึงไตรสรณคมน์ 4.การรักษาศีล  5.การทำสมาธิ</p><p> </p><p> </p><p>Time stamp 6750-3d:</p><p>(00:40)  ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(06:49)  กูฏทันตสูตร การบูชายัญ</p><p>(07:45)  กูฏทันตสูตร การบูชายัญ</p><p>(37:28)  ลักษณะยัญที่มีองค์ประกอบ 33 อย่าง</p><p>(37:43)  4 อย่าง คือ ได้ฉันทานุมัติ จากคนทั้งประเทศ</p><p>(37:47)  8 อย่างคือ คุณสมบัติของผู้บูชา</p><p>(37:53)  4 อย่างคือ คุณสมบัติของผู้ให้คำแนะนำ</p><p>(38:00)  3 อย่างคือ ความสิ้นเปลืองของเครื่องบูชา</p><p>(38:10)  10 อย่างคือ ลักษณะของผู้รับเอาเครื่องบูชา</p><p>(38:33)  4 อย่างคือ คุณสมบัติคนที่มาร่วมด้วย</p><p>(42:59)  การบูชาที่สิ้นเปลืองน้อยและได้อานิสงค์มาก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การบูชา ที่มีสิ่งของประกอบในการบูชานั้น เรียกว่าอามิสบูชา และถ้าเจาะจงว่ามีผู้รับสิ่งของที่ให้นั้นจะเรียกว่า “ทาน” คือการให้ แต่ถ้าตั้งไว้เฉยๆโดยไม่มีผู้รับชัดเจน แต่หวังว่าจะมีผู้รับเรียกว่า “ยัญ” ในที่นี้จะกล่าวถึง การบูชายัญ โดยพระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ใน กูฏทันตสูตร เป็นการกล่าวถึงการบูชายัญที่ถูกต้องไว้กับกูฏทันตพราหมณ์</p><p>ลักษณะยัญที่มีองค์ประกอบ 33 อย่างซึ่งเมื่อบูชาแล้วมีผลมาก แบ่งเป็นหมวดๆดังนี้</p><p>4 อย่างแรก คือ ได้ฉันทานุมัติ จากคนทั้งประเทศ ได้แก่ 1.เจ้าผู้ครองเมืองต่างๆ  2.อำมาตย์ราชบริพารผู้ใหญ่  3.พราหมณ์มหาศาล 4.คหบดีผู้มั่งคั่ง</p><p>8 อย่างคือ คุณสมบัติของผู้บูชา ได้แก่ 1.มีชาติตระกูลดี  2.มีรูปงดงาม  3.มีโภคทรัพย์สมบัติมาก  4.มีแสนยานุภาพอันเกรียงไกร  5.มีความใจบุญมีเมตตา  6.มีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เพื่อรอบรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี  7.มีความเป็นนักปราชญ์บัณฑิตเต็มภาคภูมิ  8.มีวิสัยทัศน์</p><p>4 อย่างคือ คุณสมบัติของผู้ให้คำแนะนำ ได้แก่ 1.มีชาติตระกูลดี 2.มีความรอบรู้ในสรรพวิชาความรู้  3.มีศีล เพื่อความไว้วางใจว่าไม่เป็นผู้มีนอกมีใน 4.เป็นบัณฑิตมีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหา อย่างน้อยเป็นลำดับที่ 2 ของปราชญ์ทั้งแผ่นดิน</p><p>3 อย่างคือ ต้องไม่เดือดร้อนใจจากความสิ้นเปลืองของเครื่องบูชา ได้แก่ 1.ไม่เดือดร้อนใจจากความสิ้นเปลืองก่อนการบูชา 2.ไม่เดือดร้อนใจจากความสิ้นเปลืองระหว่างการบูชา 3.ไม่เดือดร้อนใจจากความสิ้นเปลืองหลังการบูชา</p><p>10 อย่างคือ ลักษณะของผู้รับเอาเครื่องบูชา ได้แก่ 1.ทั้งพวกที่ฆ่าสัตว์ ทั้งพวกที่เว้นจากการฆ่าสัตว์  2.ทั้งพวกที่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้  3.ทั้งพวกที่ประพฤติผิดในกาม ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม  4.ทั้งพวกที่กล่าวคำเท็จ ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการกล่าวคำเท็จ 5.ทั้งพวกที่กล่าวคำส่อเสียด ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการกล่าวคำส่อเสียด  6.ทั้งพวกที่กล่าวคำหยาบ ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการกล่าวคำหยาบ  7.ทั้งพวกที่กล่าวคำเพ้อเจ้อ ทั้งพวกที่เว้นขาดจากการกล่าวคำเพ้อเจ้อ  8.ทั้งพวกที่เพ่งเล็งอยากได้ของของเขา ทั้งพวกที่ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของของเขา  9.ทั้งพวกที่มีจิตพยาบาท ทั้งพวกที่ไม่มีจิตพยาบาท  10.ทั้งพวกที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ ทั้งพวกที่เป็นสัมมาทิฏฐิ </p><p>4 อย่างคือ คุณสมบัติคนที่มาร่วมด้วย ได้แก่ 1.พวกเจ้าผู้ครองเมืองตั้งโรงทานในทิศตะวันออก 2.พวกอำมาตย์ตั้งโรงทานในทิศใต้  3.พวกพราหมณ์มหาศาลตั้งโรงทานในทิศตะวันตก 4.พวกคหบดีตั้งโรงทานในทิศเหนือ</p><p>องค์ประกอบเหล่านี้เป็นการบูชายัญที่ให้ผลมาก มีการตระเตรียมมากและสิ้นเปลืองมาก</p><p>พระพุทธเจ้าทรงบอกแก่กูฏทันตพราหมณ์ว่ายังมีการบูชาที่สิ้นเปลืองน้อยแต่ได้อานิสงค์มาก ได้แก่ 1.การให้ทานเป็นประจำ(นิตยทาน) 2.วิหารทาน 3.การถึงไตรสรณคมน์ 4.การรักษาศีล  5.การทำสมาธิ</p><p> </p><p> </p><p>Time stamp 6750-3d:</p><p>(00:40)  ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(06:49)  กูฏทันตสูตร การบูชายัญ</p><p>(07:45)  กูฏทันตสูตร การบูชายัญ</p><p>(37:28)  ลักษณะยัญที่มีองค์ประกอบ 33 อย่าง</p><p>(37:43)  4 อย่าง คือ ได้ฉันทานุมัติ จากคนทั้งประเทศ</p><p>(37:47)  8 อย่างคือ คุณสมบัติของผู้บูชา</p><p>(37:53)  4 อย่างคือ คุณสมบัติของผู้ให้คำแนะนำ</p><p>(38:00)  3 อย่างคือ ความสิ้นเปลืองของเครื่องบูชา</p><p>(38:10)  10 อย่างคือ ลักษณะของผู้รับเอาเครื่องบูชา</p><p>(38:33)  4 อย่างคือ คุณสมบัติคนที่มาร่วมด้วย</p><p>(42:59)  การบูชาที่สิ้นเปลืองน้อยและได้อานิสงค์มาก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โทษของความโกรธ [6749-3d]</title>
			<itunes:title>โทษของความโกรธ [6749-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Dec 2024 21:00:22 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/674ef162cb610c34f711a0d8/media.mp3" length="26998356" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">674ef162cb610c34f711a0d8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/674ef162cb610c34f711a0d8</link>
			<acast:episodeId>674ef162cb610c34f711a0d8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhb1fJlVDJfThzVdLdUSGsFZwAy1cw5JBSRDrDm+x9CJR0oT406OpOHKoDN8measFV8I/XT/QMOmVPpcOajhDH/f]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในมุมมองของคนที่มักโกรธ <strong>พอโกรธหรือไม่พอใจใครแล้ว ก็จะมองคน ๆ นั้นด้วยความเป็นศัตรูทันที เขาจึงเห็นว่าความโกรธมีเพื่อที่จะทำให้ตนเองรู้สึกดี เพราะเขาจะมีความมุ่งหมาย 7 ประการนี้แก่ผู้เป็นศัตรู</strong> คือ 1) หวังให้เขามีผิวพรรณทราม 2) หวังให้เขาเป็นทุกข์ 3) หวังให้เขาไม่มีความเจริญ 4) หวังให้เขาปราศจากโภคทรัพย์ 5) หวังให้เขาปราศจากยศตำแหน่ง 6) หวังให้เขาปราศจากเพื่อน และ 7) หวังให้เขาตกนรกโดยเร็ว</p><br><p><strong>ก็แล้วทำไมคนที่มักโกรธจึงจะมีทุกข์มีปัญหา?</strong> พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนใน <strong>“โกธนสูตร”</strong> ว่า บุคคลผู้มักโกรธนั้น มีผิวพรรณทราม นอนเป็นทุกข์ ได้ความเจริญแล้วก็ยังถึงความเสื่อม บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธครอบงำ ทำการเข่นฆ่าทางกาย วาจา ย่อมประสบความเสื่อมทรัพย์ บุคคลผู้มัวเมาด้วยความมัวเมาเพราะโกรธ ย่อมถึงความเสื่อมยศ ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเว้นบุคคลผู้มักโกรธความโกรธก่อความเสียหาย ความโกรธทำจิตให้กำเริบ บุคคลผู้มักโกรธย่อมไม่รู้ภัยที่เกิดจากภายใน บุคคลผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ บุคคลผู้โกรธย่อมไม่เห็นธรรม ความโกรธครอบงำนรชนในกาลใด ความมืดย่อมมีในกาลนั้น บุคคลผู้โกรธย่อมก่อกรรมที่ทำได้ยากเหมือนทำได้ง่าย ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้ บุคคลผู้โกรธย่อมแสดงความเก้อยากก่อนเหมือนไฟแสดงควันก่อน ความโกรธเกิดขึ้นในกาลใด คนทั้งหลายย่อมโกรธในกาลนั้น บุคคลผู้โกรธไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ ไม่มีคำพูดที่น่าเคารพ บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำไม่มีความสว่างแม้แต่น้อยฯ</p><br><p><strong>เพื่อไม่ให้ได้รับโทษจากความโกรธนั้น เราก็ไม่ควรโกรธใคร ๆ เลย</strong> แม้จะมีเหตุผลที่น่าโกรธจริง ๆ ก็ไม่ควรโกรธอยู่ดี พระพุทธเจ้าท่านได้ทำเป็นตัวอย่างแล้ว ในจิตใจของท่านมองเห็นทุกคนด้วยความไม่เป็นศัตรู มองเห็นทุกคนด้วยความเป็นมิตร ไม่โกรธใครเลย แม้เขาจะทำไม่ดีก็ตาม ดังเช่น พระพุทธองค์ไม่โกรธพระเทวทัต แต่บอกอานิสงส์ที่ทำดีแล้วจะได้ผลดีอย่างนี้ ๆ บอกโทษของการทำไม่ดีแล้วจะได้ผลไม่ดีอย่างนี้ ๆ ท่านก็แสดงไปตามเหตุผล</p><br><p><strong>ความโกรธเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? </strong>พระพุทธเจ้าตรัสบอกเอาไว้ใน <strong>“มหานิทานสูตร”</strong> ว่า ที่เรามาถึงจุดที่ลงมือลงไม้ด่าว่ากัน คิดประทุษร้ายกันได้ เหล่านี้ทั้งหมดนั้นเรียกว่า “เรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น” ซึ่งอาศัยความตระหนี่จึงทำให้เกิดการหวงกั้น เพราะมีความยินดี รักใคร่ จับอกจับใจคือยึดติดแล้ว จึงมีความตระหนี่ได้ และเพราะความสยบมัวเมา ลุ่มหลง ปลงใจรัก ในสิ่งที่แสวงหา (ความอยากคือตัณหา) จิตเราจึงเป็นทาสของสิ่งนั้น ความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลินคือโมหะ จึงเป็นรากฐานของโทสะ ราคะ นั่นเอง สิ่งนี้จึงต้องระวัง แม้แต่ความดี เรายังโกรธเพราะการแสวงหาความดีได้ เป็นอุปัทวะ (อันตราย) คือถ้ามีคนทำไม่ดี ยังยึดติดในความดีนี้อยู่ไหม ในนามของความดี ฉันขอทำชั่ว ไปโกรธคนทำไม่ดีนั้น มันก็ไม่ได้เรื่อง</p><br><p><strong>ไล่ลำดับขั้นของความโกรธในทางจิตใจ</strong> เริ่มจาก มีความยินดี (รติ) ความไม่ยินดี (อรติ) ---&gt; ความไม่พอใจ ความขัดเคือง (ปฏิฆะ)---&gt; แต่ถ้ายังหยุดไม่ได้ก็จะกลายเป็น ความโกรธ (โกธะ) ---&gt; และเมื่อเพลินไปในความโกรธนั้น ก็จะนำไปสู่ โทสะ มันจึงเริ่มออกมาภายนอกเป็นการกระทำทางวาจา ทางกาย คิดประทุษร้ายลงมือลงไม้ เริ่มเป็นกรรมแล้ว ที่จะทำให้เกิดอาสวะ เป็นการผูกพยาบาทข้ามภพข้ามชาติได้ <strong>ดังนั้นถ้าเรามีเงื่อนไขของความสุขมาก มันก็จะทุกข์ทันที</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในมุมมองของคนที่มักโกรธ <strong>พอโกรธหรือไม่พอใจใครแล้ว ก็จะมองคน ๆ นั้นด้วยความเป็นศัตรูทันที เขาจึงเห็นว่าความโกรธมีเพื่อที่จะทำให้ตนเองรู้สึกดี เพราะเขาจะมีความมุ่งหมาย 7 ประการนี้แก่ผู้เป็นศัตรู</strong> คือ 1) หวังให้เขามีผิวพรรณทราม 2) หวังให้เขาเป็นทุกข์ 3) หวังให้เขาไม่มีความเจริญ 4) หวังให้เขาปราศจากโภคทรัพย์ 5) หวังให้เขาปราศจากยศตำแหน่ง 6) หวังให้เขาปราศจากเพื่อน และ 7) หวังให้เขาตกนรกโดยเร็ว</p><br><p><strong>ก็แล้วทำไมคนที่มักโกรธจึงจะมีทุกข์มีปัญหา?</strong> พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนใน <strong>“โกธนสูตร”</strong> ว่า บุคคลผู้มักโกรธนั้น มีผิวพรรณทราม นอนเป็นทุกข์ ได้ความเจริญแล้วก็ยังถึงความเสื่อม บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธครอบงำ ทำการเข่นฆ่าทางกาย วาจา ย่อมประสบความเสื่อมทรัพย์ บุคคลผู้มัวเมาด้วยความมัวเมาเพราะโกรธ ย่อมถึงความเสื่อมยศ ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเว้นบุคคลผู้มักโกรธความโกรธก่อความเสียหาย ความโกรธทำจิตให้กำเริบ บุคคลผู้มักโกรธย่อมไม่รู้ภัยที่เกิดจากภายใน บุคคลผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ บุคคลผู้โกรธย่อมไม่เห็นธรรม ความโกรธครอบงำนรชนในกาลใด ความมืดย่อมมีในกาลนั้น บุคคลผู้โกรธย่อมก่อกรรมที่ทำได้ยากเหมือนทำได้ง่าย ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้ บุคคลผู้โกรธย่อมแสดงความเก้อยากก่อนเหมือนไฟแสดงควันก่อน ความโกรธเกิดขึ้นในกาลใด คนทั้งหลายย่อมโกรธในกาลนั้น บุคคลผู้โกรธไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ ไม่มีคำพูดที่น่าเคารพ บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำไม่มีความสว่างแม้แต่น้อยฯ</p><br><p><strong>เพื่อไม่ให้ได้รับโทษจากความโกรธนั้น เราก็ไม่ควรโกรธใคร ๆ เลย</strong> แม้จะมีเหตุผลที่น่าโกรธจริง ๆ ก็ไม่ควรโกรธอยู่ดี พระพุทธเจ้าท่านได้ทำเป็นตัวอย่างแล้ว ในจิตใจของท่านมองเห็นทุกคนด้วยความไม่เป็นศัตรู มองเห็นทุกคนด้วยความเป็นมิตร ไม่โกรธใครเลย แม้เขาจะทำไม่ดีก็ตาม ดังเช่น พระพุทธองค์ไม่โกรธพระเทวทัต แต่บอกอานิสงส์ที่ทำดีแล้วจะได้ผลดีอย่างนี้ ๆ บอกโทษของการทำไม่ดีแล้วจะได้ผลไม่ดีอย่างนี้ ๆ ท่านก็แสดงไปตามเหตุผล</p><br><p><strong>ความโกรธเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? </strong>พระพุทธเจ้าตรัสบอกเอาไว้ใน <strong>“มหานิทานสูตร”</strong> ว่า ที่เรามาถึงจุดที่ลงมือลงไม้ด่าว่ากัน คิดประทุษร้ายกันได้ เหล่านี้ทั้งหมดนั้นเรียกว่า “เรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น” ซึ่งอาศัยความตระหนี่จึงทำให้เกิดการหวงกั้น เพราะมีความยินดี รักใคร่ จับอกจับใจคือยึดติดแล้ว จึงมีความตระหนี่ได้ และเพราะความสยบมัวเมา ลุ่มหลง ปลงใจรัก ในสิ่งที่แสวงหา (ความอยากคือตัณหา) จิตเราจึงเป็นทาสของสิ่งนั้น ความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลินคือโมหะ จึงเป็นรากฐานของโทสะ ราคะ นั่นเอง สิ่งนี้จึงต้องระวัง แม้แต่ความดี เรายังโกรธเพราะการแสวงหาความดีได้ เป็นอุปัทวะ (อันตราย) คือถ้ามีคนทำไม่ดี ยังยึดติดในความดีนี้อยู่ไหม ในนามของความดี ฉันขอทำชั่ว ไปโกรธคนทำไม่ดีนั้น มันก็ไม่ได้เรื่อง</p><br><p><strong>ไล่ลำดับขั้นของความโกรธในทางจิตใจ</strong> เริ่มจาก มีความยินดี (รติ) ความไม่ยินดี (อรติ) ---&gt; ความไม่พอใจ ความขัดเคือง (ปฏิฆะ)---&gt; แต่ถ้ายังหยุดไม่ได้ก็จะกลายเป็น ความโกรธ (โกธะ) ---&gt; และเมื่อเพลินไปในความโกรธนั้น ก็จะนำไปสู่ โทสะ มันจึงเริ่มออกมาภายนอกเป็นการกระทำทางวาจา ทางกาย คิดประทุษร้ายลงมือลงไม้ เริ่มเป็นกรรมแล้ว ที่จะทำให้เกิดอาสวะ เป็นการผูกพยาบาทข้ามภพข้ามชาติได้ <strong>ดังนั้นถ้าเรามีเงื่อนไขของความสุขมาก มันก็จะทุกข์ทันที</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ขันธ์ 5 แบบแจกแจง และการทำงานของขันธ์ (ตอนที่ 2)</title>
			<itunes:title>ขันธ์ 5 แบบแจกแจง และการทำงานของขันธ์ (ตอนที่ 2)</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Nov 2024 00:20:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/674665b0b505b826d72f37e4/media.mp3" length="28546012" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">674665b0b505b826d72f37e4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/674665b0b505b826d72f37e4</link>
			<acast:episodeId>674665b0b505b826d72f37e4</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYJpbiHElzWi5jvRjIJhrJStUuaX1Wyvyh682pYM07MNhgCUdkcM15cx+xJlBe0sntRr/1XjymJzgW4NCyjSAf8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ขันธ์ แปลว่า หมู่หรือกองของรูปกับนามที่แยกออกได้เป็น 5 กอง ซึ่งเรียกว่า ขันธ์ 5 คือ รูป, เวทนา ,สัญญา, สังขาร ,วิญญาณ จัดอยู่ใน “ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐคือทุกข์ และกิจที่ต้องทำคือ กำหนดรู้ทุกข์</p><p>การทำงานของขันธ์ 5 แต่ละขันธ์ เป็นการอาศัยกันและกันเกิดขึ้นของนามรูป และวิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีผัสสะ -&gt; ให้เกิดการปรุงแต่ง คือ สังขาร -&gt; สัญญา -&gt; เวทนา -&gt; วิญญาณ และจิตก็เข้าไปยึดถือวิญญาณโดยความเป็นตัวตนและก้าวลงตามต่อไปในขันธ์ต่างๆ เพราะด้วยอำนาจความเพลินแห่งนันทิราคะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ขันธ์ แปลว่า หมู่หรือกองของรูปกับนามที่แยกออกได้เป็น 5 กอง ซึ่งเรียกว่า ขันธ์ 5 คือ รูป, เวทนา ,สัญญา, สังขาร ,วิญญาณ จัดอยู่ใน “ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐคือทุกข์ และกิจที่ต้องทำคือ กำหนดรู้ทุกข์</p><p>การทำงานของขันธ์ 5 แต่ละขันธ์ เป็นการอาศัยกันและกันเกิดขึ้นของนามรูป และวิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีผัสสะ -&gt; ให้เกิดการปรุงแต่ง คือ สังขาร -&gt; สัญญา -&gt; เวทนา -&gt; วิญญาณ และจิตก็เข้าไปยึดถือวิญญาณโดยความเป็นตัวตนและก้าวลงตามต่อไปในขันธ์ต่างๆ เพราะด้วยอำนาจความเพลินแห่งนันทิราคะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ขันธ์ 5 โดยรวม (ตอนที่1) [6747-3d]</title>
			<itunes:title>ขันธ์ 5 โดยรวม (ตอนที่1) [6747-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 Nov 2024 21:00:44 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/673c804afb161236f8da7e94/media.mp3" length="27884567" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">673c804afb161236f8da7e94</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/673c804afb161236f8da7e94</link>
			<acast:episodeId>673c804afb161236f8da7e94</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbAsmOnjrjoKUAQApipqTmbk4YZxw+yscfnt8OYI5cCcsRm132pdEcT0MNAGGYNzxTuDyOZb7Cjx+Gt3wxdZErA]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐ คือ “ทุกข์” อุปาทาน (ความยึดถือ) ในขันธ์ 5 เป็นทุกข์ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสุข หรือ ทุกข์ ต่างอาศัยเหตุเกิด ย่อมเป็นทุกข์ เพราะมีความไม่เที่ยง เป็นอนัตตา</p><p>ขันธ์ 5 คือ กองทุกข์ แบ่งออกได้เป็น 5 กอง ได้แก่</p><p>“รูป” คือ สิ่งที่แตกสลายได้ เปรียบเหมือนก้อนฟองน้ำ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p>“เวทนา” คือ ความรู้สึกที่เกิดจากผัสสะ เปรียบเหมือนต่อมนํ้าเกิดขึ้นและแตกกระจายอยู่บนผิวน้ำ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p>“สัญญา” คือ ความจำได้หมายรู้ เปรียบเหมือนพยับแดดย่อมไหวยิบยับ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p>“สังขาร” คือ การปรุงแต่งให้สำเร็จรูป เปรียบเหมือนการหาแก่นไม้ในต้นกล้วย ไม่พบแม้แต่กระพี้ จะพบแก่นได้อย่างไร</p><p>“วิญญาณ” คือ การรับรู้ เปรียบเหมือนนักแสดงกล กลนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า และปรากฏเป็นของหาแก่นสารมิได้</p><p> </p><p>Time stamp 6747-3d:</p><p>(00:35) ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(08:40) ขันธ์ 5</p><p>(09:37)  "ทุกข์"</p><p>(18:10)  แจกแจงทุกข์</p><p>(20:46)  รูปขันธ์</p><p>(21:52)  กองที่หนึ่ง รูป</p><p>(22:02)  กองที่สอง เวทนา</p><p>(23:05)  กองที่สาม สัญญา</p><p>(26:18)  อธิบาย อุปาทานขันธ์ 5</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐ คือ “ทุกข์” อุปาทาน (ความยึดถือ) ในขันธ์ 5 เป็นทุกข์ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสุข หรือ ทุกข์ ต่างอาศัยเหตุเกิด ย่อมเป็นทุกข์ เพราะมีความไม่เที่ยง เป็นอนัตตา</p><p>ขันธ์ 5 คือ กองทุกข์ แบ่งออกได้เป็น 5 กอง ได้แก่</p><p>“รูป” คือ สิ่งที่แตกสลายได้ เปรียบเหมือนก้อนฟองน้ำ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p>“เวทนา” คือ ความรู้สึกที่เกิดจากผัสสะ เปรียบเหมือนต่อมนํ้าเกิดขึ้นและแตกกระจายอยู่บนผิวน้ำ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p>“สัญญา” คือ ความจำได้หมายรู้ เปรียบเหมือนพยับแดดย่อมไหวยิบยับ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p>“สังขาร” คือ การปรุงแต่งให้สำเร็จรูป เปรียบเหมือนการหาแก่นไม้ในต้นกล้วย ไม่พบแม้แต่กระพี้ จะพบแก่นได้อย่างไร</p><p>“วิญญาณ” คือ การรับรู้ เปรียบเหมือนนักแสดงกล กลนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า และปรากฏเป็นของหาแก่นสารมิได้</p><p> </p><p>Time stamp 6747-3d:</p><p>(00:35) ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(08:40) ขันธ์ 5</p><p>(09:37)  "ทุกข์"</p><p>(18:10)  แจกแจงทุกข์</p><p>(20:46)  รูปขันธ์</p><p>(21:52)  กองที่หนึ่ง รูป</p><p>(22:02)  กองที่สอง เวทนา</p><p>(23:05)  กองที่สาม สัญญา</p><p>(26:18)  อธิบาย อุปาทานขันธ์ 5</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฐานะที่พึงรู้ได้ [6746-3d]</title>
			<itunes:title>ฐานะที่พึงรู้ได้ [6746-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Nov 2024 21:00:21 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6732132b9c3cc25cda18da15/media.mp3" length="27146575" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6732132b9c3cc25cda18da15</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6732132b9c3cc25cda18da15</link>
			<acast:episodeId>6732132b9c3cc25cda18da15</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYyCYHTEuHFGfNuh65TdPhcX9d3soWwtPp9ete7kz/jf3HYUA8t81+frPj327X6RiH2FYyfQ8dhDsjYc83zkojw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การที่เราจะรู้จักใครสักคนอย่างดีพอนั้น… ไม่ใช่จากคำบอกเล่าของบุคคลอื่น หรือ จากสิ่งที่เราได้ยินได้เห็นเพียงแค่ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น แต่ต้องอาศัยเวลาในการอยู่ร่วมกันนานพอสมควร รวมถึงการทำไว้ในใจโดยแยบคาย และปัญญา</p><p><strong>ฐานสูตร ว่าด้วยฐานะที่พึงรู้ด้วยฐานะ</strong> เราจะรู้ได้ว่าบุคคลนั้น มีศีล สมาธิ และปัญญาจะพิจารณาได้จาก</p><p><strong>“ศีล” </strong>คือความปกติ พึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน กล่าวคือ เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วจะรู้ถึงความมีศีลเป็นปกติหรือมีศีลด่างพร้อยของบุคคลนั้น</p><p><strong>“ความบริสุทธิ์”</strong> คือความสะอาดในการดำเนินชีวิตในการอยู่ร่วมกันกับคนอื่น พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ กล่าวคือ เมื่อมีการสนทนาพูดคุยตัวต่อตัว สอง-สามคนบ้าง..ฯ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ถ้อยคำพูดคราวหลังก็ไม่ต่างจากพูดคราวก่อน</p><p><strong>“กำลังใจ”</strong> คือสมาธิคือจิตที่มีพลัง พึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย กล่าวคือ เมื่อประสบกับโลกธรรม 8 แล้ว มีปัญญาเห็นสภาวะทุกข์นั้นตามความเป็นจริง</p><p><strong>“ปัญญา”</strong> พึงรู้ได้ด้วยการสนทนา กล่าวคือ เมื่อสนทนากันแล้วรู้ว่า ท่านผู้นี้มีการตระเตรียมปัญหาที่ตนปรารถนาจะรู้ และสามารถที่จะบอก แสดง เปิดเผย จำแนก ทำให้ง่ายซึ่งเนื้อความแห่งธรรมนั้นทั้งโดยย่อหรือโดยพิสดาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การที่เราจะรู้จักใครสักคนอย่างดีพอนั้น… ไม่ใช่จากคำบอกเล่าของบุคคลอื่น หรือ จากสิ่งที่เราได้ยินได้เห็นเพียงแค่ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น แต่ต้องอาศัยเวลาในการอยู่ร่วมกันนานพอสมควร รวมถึงการทำไว้ในใจโดยแยบคาย และปัญญา</p><p><strong>ฐานสูตร ว่าด้วยฐานะที่พึงรู้ด้วยฐานะ</strong> เราจะรู้ได้ว่าบุคคลนั้น มีศีล สมาธิ และปัญญาจะพิจารณาได้จาก</p><p><strong>“ศีล” </strong>คือความปกติ พึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน กล่าวคือ เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วจะรู้ถึงความมีศีลเป็นปกติหรือมีศีลด่างพร้อยของบุคคลนั้น</p><p><strong>“ความบริสุทธิ์”</strong> คือความสะอาดในการดำเนินชีวิตในการอยู่ร่วมกันกับคนอื่น พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ กล่าวคือ เมื่อมีการสนทนาพูดคุยตัวต่อตัว สอง-สามคนบ้าง..ฯ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ถ้อยคำพูดคราวหลังก็ไม่ต่างจากพูดคราวก่อน</p><p><strong>“กำลังใจ”</strong> คือสมาธิคือจิตที่มีพลัง พึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย กล่าวคือ เมื่อประสบกับโลกธรรม 8 แล้ว มีปัญญาเห็นสภาวะทุกข์นั้นตามความเป็นจริง</p><p><strong>“ปัญญา”</strong> พึงรู้ได้ด้วยการสนทนา กล่าวคือ เมื่อสนทนากันแล้วรู้ว่า ท่านผู้นี้มีการตระเตรียมปัญหาที่ตนปรารถนาจะรู้ และสามารถที่จะบอก แสดง เปิดเผย จำแนก ทำให้ง่ายซึ่งเนื้อความแห่งธรรมนั้นทั้งโดยย่อหรือโดยพิสดาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุให้อายุยืน  [6745-3d]</title>
			<itunes:title>เหตุให้อายุยืน  [6745-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Nov 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/672a2490743b21a6143453c3/media.mp3" length="26813881" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">672a2490743b21a6143453c3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/672a2490743b21a6143453c3</link>
			<acast:episodeId>672a2490743b21a6143453c3</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhajslmn0LAIP6IcMOXL/3UeJhI/eDpR0jZvetVll0+0PX3Sn+dCD7PSfjViIz89aZoVI1DIXQZIupWkq5mjdQK5]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>45</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เหตุให้อายุยืน  ได้แก่</p><p>1.  รู้จักทำความสบายแก่ตนเอง คือรู้จักสิ่งที่เป็นสัปปายะ รู้จักสิ่งที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตน</p><p>2.  รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย </p><p>3.  บริโภคอาหารที่ย่อยง่าย รวมถึงการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดด้วย</p><p>4.  ประพฤติเหมาะสมในเรื่องเวลา คือ ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับเวลาอย่างสม่ำเสมอ เช่น นอนให้เป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ออกกำลังให้สม่ำเสมอเป็นเวลา </p><p>5.  ประพฤติพรหมจรรย์  สามารถทำให้อายุยืนได้เพราะเป็นการฝึกจิตคือจิตใจเมื่อเว้นจาการเสพเมถุน ไม่ได้หาความสุขจากตา หู ลิ้นและกายแล้ว ก็ให้มาหาความสุขทางใจ ความสุขที่เกิดจากการสงบระงับ ความสุขจากนิพพาน จะเป็นความสุขที่นิ่งๆเย็นๆ สุขแบบนี้จะมีผลให้อายุยืนได้</p><p>6.  มีศีล ผู้ที่มีศีลถือว่าเป็นผู้ไม่ประมาท จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่างๆลงได้</p><p>7.  มีกัลยาณมิตร การมีมิตรดีจะช่วยดูแลอันตรายต่างๆให้แก่กัน </p><p>   พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงเหตุปัจจัยอีกอย่างที่จะทำให้บุคคลอายุยืน คือ การเจริญอิทธิบาท4 นอกจากนี้ยังมีธรรมะอีกอย่างที่จะทำให้อายุยืนคือ อารยวัฒิ 5 (ธรรมแห่งความเจริญ 5 ประการ)ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา</p><p>การสร้างเหตุปัจจัยเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในชีวิตของเราจะทำให้เราเป็นผู้มีอายุยืน มีความสุขและสุขภาพแข็งแรง</p><p> </p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เหตุให้อายุยืน  ได้แก่</p><p>1.  รู้จักทำความสบายแก่ตนเอง คือรู้จักสิ่งที่เป็นสัปปายะ รู้จักสิ่งที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตน</p><p>2.  รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย </p><p>3.  บริโภคอาหารที่ย่อยง่าย รวมถึงการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดด้วย</p><p>4.  ประพฤติเหมาะสมในเรื่องเวลา คือ ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับเวลาอย่างสม่ำเสมอ เช่น นอนให้เป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ออกกำลังให้สม่ำเสมอเป็นเวลา </p><p>5.  ประพฤติพรหมจรรย์  สามารถทำให้อายุยืนได้เพราะเป็นการฝึกจิตคือจิตใจเมื่อเว้นจาการเสพเมถุน ไม่ได้หาความสุขจากตา หู ลิ้นและกายแล้ว ก็ให้มาหาความสุขทางใจ ความสุขที่เกิดจากการสงบระงับ ความสุขจากนิพพาน จะเป็นความสุขที่นิ่งๆเย็นๆ สุขแบบนี้จะมีผลให้อายุยืนได้</p><p>6.  มีศีล ผู้ที่มีศีลถือว่าเป็นผู้ไม่ประมาท จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่างๆลงได้</p><p>7.  มีกัลยาณมิตร การมีมิตรดีจะช่วยดูแลอันตรายต่างๆให้แก่กัน </p><p>   พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงเหตุปัจจัยอีกอย่างที่จะทำให้บุคคลอายุยืน คือ การเจริญอิทธิบาท4 นอกจากนี้ยังมีธรรมะอีกอย่างที่จะทำให้อายุยืนคือ อารยวัฒิ 5 (ธรรมแห่งความเจริญ 5 ประการ)ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา</p><p>การสร้างเหตุปัจจัยเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในชีวิตของเราจะทำให้เราเป็นผู้มีอายุยืน มีความสุขและสุขภาพแข็งแรง</p><p> </p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นิวรณ์ 5  [6744-3d]</title>
			<itunes:title>นิวรณ์ 5  [6744-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Oct 2024 21:00:33 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6720e784b4c51fd56944f89a/media.mp3" length="27352096" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6720e784b4c51fd56944f89a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6720e784b4c51fd56944f89a</link>
			<acast:episodeId>6720e784b4c51fd56944f89a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZlUw4xwigFC9Ra8kZXWAMXclweosivgyFtqxF79Kmq5ptPDFoxR0nz1EKk+YCV0u0feMVRH8Sem/dN9pJpKlmg]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“นิวรณ์ 5” กิเลสที่กั้นจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรม เกิดขึ้นในช่องทางใจระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นเครื่องขวางกั้น ทำให้จิตขุ่นมัว ไม่เป็นสมาธิประกอบด้วย 5 อย่างดังนี้</p><p>        1. กามฉันทะ คือ ความพอใจในกาม, ความต้องการกามคุณ </p><p>        2. พยาบาท คือ ความคิดร้าย, ความขัดเคืองแค้นใจ </p><p>        3. ถีนมิทธะ คือ ความง่วงเหงาความซบเซาเซื่องซึม, ความหดหู่</p><p>        4. อุทธัจจกุกกุจจะ คือความฟุ้งซ่านรำคาญใจ, ความกระวนกระวายคิดไปในกาม พยาบาทเบียดเบียน</p><p>        5. วิจิกิจฉา คือความลังเลสงสัย ความเคลือบแคลงเห็นแย้ง</p><p>       การจะระงับนิวรณ์ได้ สิ่งสำคัญที่สุด คือ “การมีสติ” ระลึกรู้ถึงนิวรณ์ที่เกิดขึ้น และการใช้ “กำลังของสติ” ไม่ให้จิตน้อมไปตามความคิดเหล่านั้น นั่นจะทำให้นิวรณ์อ่อนกำลังและดับไป นอกจากนี้ การไม่ตั้งความพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเจริญพรหมวิหาร 4 รวมถึงการเจริญโพชฌงค์ 7 ก็ทำให้นิวรณ์ระงับได้ เช่นเดียวกัน</p><p>ทั้งนี้ ในการเจริญสมาธิภาวนา เราอาจใช้นิวรณ์เป็นกรอบนิมิตได้ว่า สมาธิช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อให้จิตสงบ หรือช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อการพิจารณาให้เกิดปัญญา ได้อีกด้วย</p><p>Time stamp 6744-3d:</p><p>(00:38) ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(10:27) ความหมายของนิวรณ์</p><p>(12:42)  กามฉันทะ</p><p>(23:35)  ความพยาบาท</p><p>(31:25) ถีนมิทธะ</p><p>(37:15) อุทธัจจะ กุกกุจจะ</p><p>(41:12) วิจิกิจฉา</p><p>(44:47) วิธีแก้ นิวรณ์ 5</p><p>(53:50) โพชฌงค์ 7 ระงับ นิวรณ์ 5 ได้</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“นิวรณ์ 5” กิเลสที่กั้นจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรม เกิดขึ้นในช่องทางใจระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นเครื่องขวางกั้น ทำให้จิตขุ่นมัว ไม่เป็นสมาธิประกอบด้วย 5 อย่างดังนี้</p><p>        1. กามฉันทะ คือ ความพอใจในกาม, ความต้องการกามคุณ </p><p>        2. พยาบาท คือ ความคิดร้าย, ความขัดเคืองแค้นใจ </p><p>        3. ถีนมิทธะ คือ ความง่วงเหงาความซบเซาเซื่องซึม, ความหดหู่</p><p>        4. อุทธัจจกุกกุจจะ คือความฟุ้งซ่านรำคาญใจ, ความกระวนกระวายคิดไปในกาม พยาบาทเบียดเบียน</p><p>        5. วิจิกิจฉา คือความลังเลสงสัย ความเคลือบแคลงเห็นแย้ง</p><p>       การจะระงับนิวรณ์ได้ สิ่งสำคัญที่สุด คือ “การมีสติ” ระลึกรู้ถึงนิวรณ์ที่เกิดขึ้น และการใช้ “กำลังของสติ” ไม่ให้จิตน้อมไปตามความคิดเหล่านั้น นั่นจะทำให้นิวรณ์อ่อนกำลังและดับไป นอกจากนี้ การไม่ตั้งความพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเจริญพรหมวิหาร 4 รวมถึงการเจริญโพชฌงค์ 7 ก็ทำให้นิวรณ์ระงับได้ เช่นเดียวกัน</p><p>ทั้งนี้ ในการเจริญสมาธิภาวนา เราอาจใช้นิวรณ์เป็นกรอบนิมิตได้ว่า สมาธิช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อให้จิตสงบ หรือช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อการพิจารณาให้เกิดปัญญา ได้อีกด้วย</p><p>Time stamp 6744-3d:</p><p>(00:38) ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(10:27) ความหมายของนิวรณ์</p><p>(12:42)  กามฉันทะ</p><p>(23:35)  ความพยาบาท</p><p>(31:25) ถีนมิทธะ</p><p>(37:15) อุทธัจจะ กุกกุจจะ</p><p>(41:12) วิจิกิจฉา</p><p>(44:47) วิธีแก้ นิวรณ์ 5</p><p>(53:50) โพชฌงค์ 7 ระงับ นิวรณ์ 5 ได้</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นาถกรณธรรม 10 ประการ  [6743-3d]</title>
			<itunes:title>นาถกรณธรรม 10 ประการ  [6743-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Oct 2024 21:00:34 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6717b87ce16fb75ed55f4e95/media.mp3" length="27563858" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6717b87ce16fb75ed55f4e95</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6717b87ce16fb75ed55f4e95</link>
			<acast:episodeId>6717b87ce16fb75ed55f4e95</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZ6gCnplV5soJ064r0tnyEDFQdtOUN2IuvZfLwQd7FGxaLhR8el60qhY8kNKPPXwcoZbyZQOw85oPDV5hmZn1iF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>43</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่าให้พึ่งตน พึ่งธรรมนั้น หมายถึง พึ่งธรรมของพระองค์</p><p>ในตอนนี้จึงจะยกธรรมเป็นที่พึ่ง หรือคุณธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้  </p><p>คือนาถกรณธรรม 10 ประการ มากล่าว ดังนี้</p><ol><li> ศีล คือ ความประพฤติดีงามสุจริต รักษาระเบียบวินัย ผู้มีศีลถือว่าเป็นผู้มีที่พึ่งแล้ว</li><li>พาหุสัจจะ คือ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก มีความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งในธรรม</li><li>กัลยาณมิตตตา  คือ ความมีกัลยาณมิตร, การคบเพื่อนดี หากแม้หาเพื่อนที่ดีไม่ได้ มรรค8 เป็นกัลยาณมิตรได้</li><li>โสวจัสสตา ความเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย รับฟังเหตุผล </li><li>กิงกรณีเยสุ ทักขตา ความเอาใจใส่ช่วยขวนขวายในกิจใหญ่น้อยทุกอย่างของเพื่อนร่วมหมู่คณะ รู้จักพิจารณาไตร่ตรอง สามารถจัดทำให้สำเร็จเรียบร้อย</li><li>ธัมมกามตา ความเป็นผู้ใคร่ธรรม คือ รักธรรม ใฝ่ความรู้ใฝ่ความจริง รู้จักพูดรู้จักฟัง ทำให้เกิดความพอใจ น่าร่วมปรึกษาสนทนา ชอบศึกษา ยินดีพอใจมีความปราโมทย์ในหลักธรรมหลักวินัยที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไป</li><li>วิริยารัมภะ ความขยันหมั่นเพียร คือ เพียรละความชั่ว ประกอบความดีมีใจแกล้วกล้าที่จะทำความดี  กล้าที่จะลงมือทำในสิ่งดีๆ ปรารภความเพียรและไม่ทอดทิ้งธุระ</li><li>สันตุฏฐี ความสันโดษ คือ ยินดี มีความสุขความพอใจด้วยปัจจัย 4 ที่หามาได้ด้วยความเพียรอันชอบธรรมของตน มีลักษณะ 3 อย่างคือ ยถาลาภสันโดษ คือความสันโดษตามมีตามได้ ได้มาอย่างไรก็พอใจอย่างนั้น , ยถาพลสันโดษคือความสันโดษตามกำลังในสิ่งที่ควรจะใช้, ยถาสารุปปสันโดษคือ รู้จักพอเป็น อิ่มเป็น และแบ่งปันส่วนที่เกินเลยไปเอื้อเฟื้อผู้อื่นตามสมควร</li><li>สติ คือเป็นผู้ความมีสติ เป็นผู้ระลึกการที่ทำคำที่พูดไว้แม้นานได้ คือไม่ให้เพลินไป ไม่ให้เผลอไป ไม่ประมาทไป ตามผัสสะต่างๆที่มากระทบ </li><li>ปัญญา ความมีปัญญาหยั่งรู้เหตุผล รู้จักคิดพิจารณา มีปัญญาที่จะกำจัดกิเลส เข้าใจภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง</li></ol><p>    </p><p>        นาถกรณธรรมนี้ เป็นธรรมมีอุปการะมาก เพราะเป็นกำลังหนุนในการบำเพ็ญคุณธรรมต่างๆ ยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้สำเร็จได้อย่างกว้างขวาง</p><br><p>Time stamp 6743-3d:</p><p>(00:34) ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(05:10) นาถกรณธรรม 10 ประการ</p><p>(10:34)  ศีล ความประพฤติดีงามสุจริต</p><p>(12:36)  พาหุสัจจะ</p><p>(18:35) กัลยาณมิตตตา</p><p>(22:17) โสวจัสสตา</p><p>(28:40) กิงกรณีเยสุ ทักขตา</p><p>(29:32) วิริยารัมภะ</p><p>(35:30) ธัมมกาโม</p><p>(39:38) สันตุฏฐี</p><p>(48:15) สติ</p><p>(50:54) ปัญญา</p><p> </p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่าให้พึ่งตน พึ่งธรรมนั้น หมายถึง พึ่งธรรมของพระองค์</p><p>ในตอนนี้จึงจะยกธรรมเป็นที่พึ่ง หรือคุณธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้  </p><p>คือนาถกรณธรรม 10 ประการ มากล่าว ดังนี้</p><ol><li> ศีล คือ ความประพฤติดีงามสุจริต รักษาระเบียบวินัย ผู้มีศีลถือว่าเป็นผู้มีที่พึ่งแล้ว</li><li>พาหุสัจจะ คือ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก มีความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งในธรรม</li><li>กัลยาณมิตตตา  คือ ความมีกัลยาณมิตร, การคบเพื่อนดี หากแม้หาเพื่อนที่ดีไม่ได้ มรรค8 เป็นกัลยาณมิตรได้</li><li>โสวจัสสตา ความเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย รับฟังเหตุผล </li><li>กิงกรณีเยสุ ทักขตา ความเอาใจใส่ช่วยขวนขวายในกิจใหญ่น้อยทุกอย่างของเพื่อนร่วมหมู่คณะ รู้จักพิจารณาไตร่ตรอง สามารถจัดทำให้สำเร็จเรียบร้อย</li><li>ธัมมกามตา ความเป็นผู้ใคร่ธรรม คือ รักธรรม ใฝ่ความรู้ใฝ่ความจริง รู้จักพูดรู้จักฟัง ทำให้เกิดความพอใจ น่าร่วมปรึกษาสนทนา ชอบศึกษา ยินดีพอใจมีความปราโมทย์ในหลักธรรมหลักวินัยที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไป</li><li>วิริยารัมภะ ความขยันหมั่นเพียร คือ เพียรละความชั่ว ประกอบความดีมีใจแกล้วกล้าที่จะทำความดี  กล้าที่จะลงมือทำในสิ่งดีๆ ปรารภความเพียรและไม่ทอดทิ้งธุระ</li><li>สันตุฏฐี ความสันโดษ คือ ยินดี มีความสุขความพอใจด้วยปัจจัย 4 ที่หามาได้ด้วยความเพียรอันชอบธรรมของตน มีลักษณะ 3 อย่างคือ ยถาลาภสันโดษ คือความสันโดษตามมีตามได้ ได้มาอย่างไรก็พอใจอย่างนั้น , ยถาพลสันโดษคือความสันโดษตามกำลังในสิ่งที่ควรจะใช้, ยถาสารุปปสันโดษคือ รู้จักพอเป็น อิ่มเป็น และแบ่งปันส่วนที่เกินเลยไปเอื้อเฟื้อผู้อื่นตามสมควร</li><li>สติ คือเป็นผู้ความมีสติ เป็นผู้ระลึกการที่ทำคำที่พูดไว้แม้นานได้ คือไม่ให้เพลินไป ไม่ให้เผลอไป ไม่ประมาทไป ตามผัสสะต่างๆที่มากระทบ </li><li>ปัญญา ความมีปัญญาหยั่งรู้เหตุผล รู้จักคิดพิจารณา มีปัญญาที่จะกำจัดกิเลส เข้าใจภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง</li></ol><p>    </p><p>        นาถกรณธรรมนี้ เป็นธรรมมีอุปการะมาก เพราะเป็นกำลังหนุนในการบำเพ็ญคุณธรรมต่างๆ ยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้สำเร็จได้อย่างกว้างขวาง</p><br><p>Time stamp 6743-3d:</p><p>(00:34) ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ</p><p>(05:10) นาถกรณธรรม 10 ประการ</p><p>(10:34)  ศีล ความประพฤติดีงามสุจริต</p><p>(12:36)  พาหุสัจจะ</p><p>(18:35) กัลยาณมิตตตา</p><p>(22:17) โสวจัสสตา</p><p>(28:40) กิงกรณีเยสุ ทักขตา</p><p>(29:32) วิริยารัมภะ</p><p>(35:30) ธัมมกาโม</p><p>(39:38) สันตุฏฐี</p><p>(48:15) สติ</p><p>(50:54) ปัญญา</p><p> </p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุก [6742-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุก [6742-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Oct 2024 21:00:51 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:11</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/670e8e7395a9a20475429dd6/media.mp3" length="27996923" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">670e8e7395a9a20475429dd6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/670e8e7395a9a20475429dd6</link>
			<acast:episodeId>670e8e7395a9a20475429dd6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZaizUuVwCNdYOI5HsmCM6ONbU3refuZd62kT+bA8sBRXbZM+OE1oLm0a3Cj55/WI44yF2DsniYvAQ6FM0vVAHN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>42</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกในที่นี้จะกล่าวไว้ 2 กรณีคือ </p><br><p>กรณีที่ 1 คือผู้ที่อยู่คนเดียวจะอยู่อย่างไรให้ผาสุกอยู่ได้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้เป็น 2 นัยยะ ได้แก่นัยยะที่ตรัสไว้กับภิกษุทั้งหลายว่า ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกคือ ฌาน 1/ ฌาน 2/ ฌาน3/ ฌาน4 / การทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ </p><p>ส่วนนัยยะที่ 2 ได้ปรารภในคหบดีเจาะจงสำหรับผู้ครองเรือนไว้ คือโสตาปัตติยังคะ 4 เป็นธรรมที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติตามแล้วหยั่งลงสู่อมตะธรรมได้ ได้แก่  มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระพุทธเจ้า /มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระธรรม / มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระสงฆ์ / มีศีลสมบูรณ์ </p><p> โดยทั้ง 2 นัยยะนี้ พระพุทธเจ้าหมายถึงตัวเราเองเท่านั้น</p><br><p>กรณีที่ 2 คือธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกของผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ คือ ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุข 5 ประการ ได้แก่ เข้าไปตั้งกายกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง / เข้าไปตั้งวจีกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง/  เข้าไปตั้งมโนกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง/เป็นผู้มีศีลที่สมบูรณ์ไม่ทะลุด่างพร้อยเป็นศีลที่เสมอกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง/เป็นผู้มีทิฏฐิอันเป็นอริยะหมายถึงความเห็นที่ประเสริฐให้เสมอกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกในที่นี้จะกล่าวไว้ 2 กรณีคือ </p><br><p>กรณีที่ 1 คือผู้ที่อยู่คนเดียวจะอยู่อย่างไรให้ผาสุกอยู่ได้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้เป็น 2 นัยยะ ได้แก่นัยยะที่ตรัสไว้กับภิกษุทั้งหลายว่า ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกคือ ฌาน 1/ ฌาน 2/ ฌาน3/ ฌาน4 / การทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ </p><p>ส่วนนัยยะที่ 2 ได้ปรารภในคหบดีเจาะจงสำหรับผู้ครองเรือนไว้ คือโสตาปัตติยังคะ 4 เป็นธรรมที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติตามแล้วหยั่งลงสู่อมตะธรรมได้ ได้แก่  มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระพุทธเจ้า /มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระธรรม / มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระสงฆ์ / มีศีลสมบูรณ์ </p><p> โดยทั้ง 2 นัยยะนี้ พระพุทธเจ้าหมายถึงตัวเราเองเท่านั้น</p><br><p>กรณีที่ 2 คือธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกของผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ คือ ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุข 5 ประการ ได้แก่ เข้าไปตั้งกายกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง / เข้าไปตั้งวจีกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง/  เข้าไปตั้งมโนกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง/เป็นผู้มีศีลที่สมบูรณ์ไม่ทะลุด่างพร้อยเป็นศีลที่เสมอกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง/เป็นผู้มีทิฏฐิอันเป็นอริยะหมายถึงความเห็นที่ประเสริฐให้เสมอกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีพิจารณาหลักธรรมคำสอนเพื่อสุขในปัจจุบัน [6741-3d]</title>
			<itunes:title>วิธีพิจารณาหลักธรรมคำสอนเพื่อสุขในปัจจุบัน [6741-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 21:00:27 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6705334cdb85d858690ce74b/media.mp3" length="27984002" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6705334cdb85d858690ce74b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6705334cdb85d858690ce74b</link>
			<acast:episodeId>6705334cdb85d858690ce74b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbo3bUcQ0C6+puVP011qzEsEK98+RGiVHYIV5edWfY0asDzFxnoIITzU4WhwhPECjIXmMDviJymBVMFv1fE0FIT]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>41</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมะไว้อย่างดีและรัดกุมรอบคอบไม่ละหลวม ในที่นี้จะนำธรรมมะที่กล่าวถึงวิธีคิดวิธีไตร่ตรองพิจารณาในแนวทางคำสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อนำทางแห่งความสุขในปัจจุบัน โดยจะนำธรรมะหลายหัวข้อมากล่าวดังนี้</p><p><br></p><ul><li>ประการแรก <strong>“โคตรมีสูตร”</strong> เป็นธรรมง่ายๆย่อๆที่พระพุทธเจ้าบอกแก่นางโคตรมี ที่ได้ขอข้อธรรมที่จะนำไปปฏิบัติเมื่ออยู่คนเดียว หลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าให้ไว้คือ 1.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด 2.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อคลายความยึดถือ 3.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความมักน้อย 4.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความสันโดษ 5.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความสงัด 6.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเพียร 7.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย 8.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย</li></ul><p><br></p><ul><li>ลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้าต้องมีทั้ง 8 ประการนี้เป็นเกณฑ์ แต่ต้องไม่ยึดถือในหลักเกณฑ์ พระพุทธเจ้าได้ตรัสแก่ชาวกลามโคตร ใน<strong> “เกสปุตตสูตร”</strong> ไว้ว่าอย่าได้ยึดถือโดยได้ยินได้ฟังมา, โดยอ้างตำรา, โดยคาดคะเน, โดยความตรึกตามอาการ... แต่หลักการที่ถูกต้องดูว่า กุศลเพิ่ม อกุศลลด หรือไม่</li></ul><p><br></p><ul><li>ประการที่สอง กล่าวถึงการพิจารณาถึงพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ควร-ไม่ทำ โดยจะนำ <strong>“เตวิชชสูตร”</strong> มากล่าวโดยกล่าวถึงข้อปฏิบัติของพราหมณ์ที่จะให้ได้ไปอยู่กับพรหม ให้พิจารณาว่าพิธีกรรมที่ทำนั้นเป็นไปอย่างไร เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวร้อยรัดหรือไม่ จองเวรหรือไม่ เบียดเบียนผู้อื่นหรือไม่ เศร้าหมองหรือไม่ ฟุ้งซ่านหรือไม่ หากพิธีกรรมต่างๆเป็นไปเพื่อสิ่งเหล่านี้ก็ต้องเว้นการปฏิบัติเสีย</li></ul><p><br></p><ul><li>ประการที่สาม ข้อปฏิบัติอันใดที่เราควร-ไม่ควรกระทำ สูตรที่จะนำมากล่าวคือ<strong> “อนุมานสูตร”</strong> กล่าวถึงอุปกิเลส 16 ประการ ที่มาประกอบในการพิจารณาที่จะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ พิจารณาถึงคนอื่น ว่าหากเราทำสิ่งไม่ดีกับบุคคลอื่น เขาคงจะไม่ชอบ แล้วมองกลับกันว่าหากเขาทำสิ่งนี้กับเรา เราก็คงจะไม่พอใจ ดังนั้นเราก็ต้องพิจารณาว่าเราไม่ควรทำอย่างนั้นกับคนอื่น พิจารณาที่ตัวเองว่าเรามีอกุศลธรรมเกิดขึ้นในใจตนหรือไม่ หากมีแล้วจะทำสิ่งที่เป็นอกุศลนั้นกับคนอื่น ก็จงรีบละมันเสีย</li></ul><p><br></p><ul><li>ประการที่สี่ วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ควร-ไม่ควรทำ นำหลักธรรมจาก <strong>สาเลยกสูตร</strong> มาพิจารณาเป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวกับชาวบ้านสาเลยกะ เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติทาง กาย วาจา ใจ จะทำให้เข้าถึง อาบาย ทุคติ วินิบาตนรกหรือสุคติโลกสวรรค์ เกณฑ์ที่ท่านได้นำมาพิจารณาคือใช้เกณฑ์ความดีของวิญญูชน คนดีทั่ว ๆ ไปที่เขาเป็นกัน โดยนำเรื่องศีล ทิฏฐิความเห็นต่างมาพิจารณา ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ</li></ul><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมะไว้อย่างดีและรัดกุมรอบคอบไม่ละหลวม ในที่นี้จะนำธรรมมะที่กล่าวถึงวิธีคิดวิธีไตร่ตรองพิจารณาในแนวทางคำสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อนำทางแห่งความสุขในปัจจุบัน โดยจะนำธรรมะหลายหัวข้อมากล่าวดังนี้</p><p><br></p><ul><li>ประการแรก <strong>“โคตรมีสูตร”</strong> เป็นธรรมง่ายๆย่อๆที่พระพุทธเจ้าบอกแก่นางโคตรมี ที่ได้ขอข้อธรรมที่จะนำไปปฏิบัติเมื่ออยู่คนเดียว หลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าให้ไว้คือ 1.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด 2.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อคลายความยึดถือ 3.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความมักน้อย 4.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความสันโดษ 5.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความสงัด 6.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเพียร 7.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย 8.ธรรมคำสอนเป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย</li></ul><p><br></p><ul><li>ลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้าต้องมีทั้ง 8 ประการนี้เป็นเกณฑ์ แต่ต้องไม่ยึดถือในหลักเกณฑ์ พระพุทธเจ้าได้ตรัสแก่ชาวกลามโคตร ใน<strong> “เกสปุตตสูตร”</strong> ไว้ว่าอย่าได้ยึดถือโดยได้ยินได้ฟังมา, โดยอ้างตำรา, โดยคาดคะเน, โดยความตรึกตามอาการ... แต่หลักการที่ถูกต้องดูว่า กุศลเพิ่ม อกุศลลด หรือไม่</li></ul><p><br></p><ul><li>ประการที่สอง กล่าวถึงการพิจารณาถึงพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ควร-ไม่ทำ โดยจะนำ <strong>“เตวิชชสูตร”</strong> มากล่าวโดยกล่าวถึงข้อปฏิบัติของพราหมณ์ที่จะให้ได้ไปอยู่กับพรหม ให้พิจารณาว่าพิธีกรรมที่ทำนั้นเป็นไปอย่างไร เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวร้อยรัดหรือไม่ จองเวรหรือไม่ เบียดเบียนผู้อื่นหรือไม่ เศร้าหมองหรือไม่ ฟุ้งซ่านหรือไม่ หากพิธีกรรมต่างๆเป็นไปเพื่อสิ่งเหล่านี้ก็ต้องเว้นการปฏิบัติเสีย</li></ul><p><br></p><ul><li>ประการที่สาม ข้อปฏิบัติอันใดที่เราควร-ไม่ควรกระทำ สูตรที่จะนำมากล่าวคือ<strong> “อนุมานสูตร”</strong> กล่าวถึงอุปกิเลส 16 ประการ ที่มาประกอบในการพิจารณาที่จะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ พิจารณาถึงคนอื่น ว่าหากเราทำสิ่งไม่ดีกับบุคคลอื่น เขาคงจะไม่ชอบ แล้วมองกลับกันว่าหากเขาทำสิ่งนี้กับเรา เราก็คงจะไม่พอใจ ดังนั้นเราก็ต้องพิจารณาว่าเราไม่ควรทำอย่างนั้นกับคนอื่น พิจารณาที่ตัวเองว่าเรามีอกุศลธรรมเกิดขึ้นในใจตนหรือไม่ หากมีแล้วจะทำสิ่งที่เป็นอกุศลนั้นกับคนอื่น ก็จงรีบละมันเสีย</li></ul><p><br></p><ul><li>ประการที่สี่ วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ควร-ไม่ควรทำ นำหลักธรรมจาก <strong>สาเลยกสูตร</strong> มาพิจารณาเป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวกับชาวบ้านสาเลยกะ เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติทาง กาย วาจา ใจ จะทำให้เข้าถึง อาบาย ทุคติ วินิบาตนรกหรือสุคติโลกสวรรค์ เกณฑ์ที่ท่านได้นำมาพิจารณาคือใช้เกณฑ์ความดีของวิญญูชน คนดีทั่ว ๆ ไปที่เขาเป็นกัน โดยนำเรื่องศีล ทิฏฐิความเห็นต่างมาพิจารณา ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ</li></ul><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คู่ธรรมต่างทิศ [6740-3d]</title>
			<itunes:title>คู่ธรรมต่างทิศ [6740-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Oct 2024 21:00:10 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66fbf1afb01fb2785c23a47d/media.mp3" length="27071759" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66fbf1afb01fb2785c23a47d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66fbf1afb01fb2785c23a47d</link>
			<acast:episodeId>66fbf1afb01fb2785c23a47d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbJHd1Zi1KAq1tH5/zBzFBECcL0ckWz1bwZqNtGInM8HXa5zKvttVFbersuBW0ghB/3Kj+5lA1FkP/rEbcFx0+e]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>40</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บางครั้ง..คนเรานั้น ก็มักจะสับสนในธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กัน คล้ายๆ กัน จนแยกไม่ออกว่า “ ผลผลิตของธรรมนั้นจะให้ผลออกมาอย่างไร ”</p><p>จึงขอยกธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กันขึ้นมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างในความหมาย และคุณลักษณะของธรรมนั้นๆ อย่างแยบคาย และเพื่อก่อให้เกิดความเห็นที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฎฐิไปสู่พระนิพพานได้</p><p>โดยธรรมที่หยิบยกมานี้ เมื่อพิจารณาแล้วจะแบ่งได้เป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายกุศลธรรม และ ฝ่ายอกุศลลธรรม เช่น ฉันทะ / ตัณหา, ความเพียร / ความโลภ, ความเมตตา / ความรัก, ปล่อยวาง / ขี้เกียจ, อุเบกขา / ความเฉยเมย, พูดตรงจริงใจรู้กาล / พูดตรงไม่มีมารยาท, ความเห็นอกเห็นใจ / ความเศร้าเสียใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บางครั้ง..คนเรานั้น ก็มักจะสับสนในธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กัน คล้ายๆ กัน จนแยกไม่ออกว่า “ ผลผลิตของธรรมนั้นจะให้ผลออกมาอย่างไร ”</p><p>จึงขอยกธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กันขึ้นมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างในความหมาย และคุณลักษณะของธรรมนั้นๆ อย่างแยบคาย และเพื่อก่อให้เกิดความเห็นที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฎฐิไปสู่พระนิพพานได้</p><p>โดยธรรมที่หยิบยกมานี้ เมื่อพิจารณาแล้วจะแบ่งได้เป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายกุศลธรรม และ ฝ่ายอกุศลลธรรม เช่น ฉันทะ / ตัณหา, ความเพียร / ความโลภ, ความเมตตา / ความรัก, ปล่อยวาง / ขี้เกียจ, อุเบกขา / ความเฉยเมย, พูดตรงจริงใจรู้กาล / พูดตรงไม่มีมารยาท, ความเห็นอกเห็นใจ / ความเศร้าเสียใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภัยอันตรายที่พึงพิจารณา [6739-3d]</title>
			<itunes:title>ภัยอันตรายที่พึงพิจารณา [6739-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Sep 2024 21:00:38 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:05</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66f2c0ab6f9d68541b297681/media.mp3" length="27451412" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66f2c0ab6f9d68541b297681</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66f2c0ab6f9d68541b297681</link>
			<acast:episodeId>66f2c0ab6f9d68541b297681</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbbncIEI0BC7SYuryz3JXXh1ZV89gLyDmNvitW2+g3rjJCHcAS5doM1uw0Jxo9vlrKrJAF/TpwQbFCEzDamKpK9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>39</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแบ่งภัยในโลกนี้ไว้ 2 อย่างคือ ภัยที่ช่วยเหลือกันได้ และภัยที่ช่วยกันไม่ได้ </p><p>1.ภัยที่พอช่วยเหลือกันได้ ได้แก่ 1.ภัยน้ำท่วม 2.ภัยเกิดจากไฟไหม้ 3.ภัยเกิดจากโจรขโมยและสงคราม ภัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วยังพอช่วยเหลือให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง มากบ้างน้อยบ้าง ตามสถานการณ์</p><p>2.ภัยที่ช่วยกันไม่ได้  ถึงแม้จะเป็น พ่อ แม่ ลูก ที่รักและห่วงใยกันแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยกันได้เลย ได้แก่ 1. ภัยจากความแก่(ชราภัย)  2.ภัยจากความเจ็บไข้(พยาธิภัย) 3. ภัยจากความตาย(มรณะภัย) ภัยเหล่านี้เป็นภัยที่หากเกิดขึ้นแก่ผู้แล้วไม่มีใครที่จะสามารถช่วยแบ่งเบา หรือรับเอาภัยนั้นมาแทนกันได้เลย  พระพุทธองค์ทรงชี้ทางออกไว้ให้ว่าหากผู้ใดเป็นผู้ที่มีอริยมรรคมีองค์ 8 ประกอบอยู่ในจิตของตน ผู้นั้นก็จะสามารถพ้นจากภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจาก ความแก่ ความเจ็บ และความตายในอนาคตได้อย่างแน่นอน โดยอริยมรรคมีองค์ 8 นี้ได้แก่ 1.ศีล คือสัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ,สัมมาอาชีวะ 2.สมาธิ คือสัมมาวายามะ,สัมมาสติ,สัมมาสมาธิ 3.ปัญญา คือ สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสังกัปปะ</p><p>ภัยต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนก่อให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประสบภัยนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในที่นี้จะกล่าวถึงหมวดธรรมที่ทำให้เห็นว่าสุข-ทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นสิ่งใดทำให้เกิด โดยจะกล่าวหมวดธรรม 3 ข้อที่เป็นมิจฉาทิฐิ  ได้แก่</p><p>1.สุข ทุกข์ เกิดจากผู้อื่นทำให้ </p><p>2.สุข ทุกข์ เกิดจาก กรรมเก่า </p><p>3.สุข ทุกข์ เกิดจาก ไม่มีอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย </p><p>หากผู้ใดมีมิจฉาทิฐิทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะเป็นผู้ที่ไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้ละในสิ่งที่ควรละ จะทำให้อกุศลเกิดขึ้นในจิตใจได้ และเมื่อใดก็ตามที่อกุศลเกิด แต่กุศลไม่เกิดในจิตใจ เมื่อนั้นก็จะทำให้เกิดความทุกข์ขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแบ่งภัยในโลกนี้ไว้ 2 อย่างคือ ภัยที่ช่วยเหลือกันได้ และภัยที่ช่วยกันไม่ได้ </p><p>1.ภัยที่พอช่วยเหลือกันได้ ได้แก่ 1.ภัยน้ำท่วม 2.ภัยเกิดจากไฟไหม้ 3.ภัยเกิดจากโจรขโมยและสงคราม ภัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วยังพอช่วยเหลือให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง มากบ้างน้อยบ้าง ตามสถานการณ์</p><p>2.ภัยที่ช่วยกันไม่ได้  ถึงแม้จะเป็น พ่อ แม่ ลูก ที่รักและห่วงใยกันแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยกันได้เลย ได้แก่ 1. ภัยจากความแก่(ชราภัย)  2.ภัยจากความเจ็บไข้(พยาธิภัย) 3. ภัยจากความตาย(มรณะภัย) ภัยเหล่านี้เป็นภัยที่หากเกิดขึ้นแก่ผู้แล้วไม่มีใครที่จะสามารถช่วยแบ่งเบา หรือรับเอาภัยนั้นมาแทนกันได้เลย  พระพุทธองค์ทรงชี้ทางออกไว้ให้ว่าหากผู้ใดเป็นผู้ที่มีอริยมรรคมีองค์ 8 ประกอบอยู่ในจิตของตน ผู้นั้นก็จะสามารถพ้นจากภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจาก ความแก่ ความเจ็บ และความตายในอนาคตได้อย่างแน่นอน โดยอริยมรรคมีองค์ 8 นี้ได้แก่ 1.ศีล คือสัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ,สัมมาอาชีวะ 2.สมาธิ คือสัมมาวายามะ,สัมมาสติ,สัมมาสมาธิ 3.ปัญญา คือ สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสังกัปปะ</p><p>ภัยต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนก่อให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประสบภัยนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในที่นี้จะกล่าวถึงหมวดธรรมที่ทำให้เห็นว่าสุข-ทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นสิ่งใดทำให้เกิด โดยจะกล่าวหมวดธรรม 3 ข้อที่เป็นมิจฉาทิฐิ  ได้แก่</p><p>1.สุข ทุกข์ เกิดจากผู้อื่นทำให้ </p><p>2.สุข ทุกข์ เกิดจาก กรรมเก่า </p><p>3.สุข ทุกข์ เกิดจาก ไม่มีอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย </p><p>หากผู้ใดมีมิจฉาทิฐิทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะเป็นผู้ที่ไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้ละในสิ่งที่ควรละ จะทำให้อกุศลเกิดขึ้นในจิตใจได้ และเมื่อใดก็ตามที่อกุศลเกิด แต่กุศลไม่เกิดในจิตใจ เมื่อนั้นก็จะทำให้เกิดความทุกข์ขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังคหวัตถุ 4 [6738-3d]</title>
			<itunes:title>สังคหวัตถุ 4 [6738-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Sep 2024 21:00:17 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66e9899c4ea065d85045bdd4/media.mp3" length="28135804" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66e9899c4ea065d85045bdd4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66e9899c4ea065d85045bdd4</link>
			<acast:episodeId>66e9899c4ea065d85045bdd4</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZmNykCS+kj2RSJdgGgBUKT26BPnKXKYXGOw1zDfjIJvr+XvdvPIXfEsVhWtHXk7ZSBEFSrulqI39QYrmr3madN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>38</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธรรมะที่ช่วยประสานประโยชน์ให้เกิดความสามัคคี ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นเครื่องช่วยขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้คนอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ให้เกิดความสงเคราะห์กัน เข้าใจกันลงกันได้ สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับสังคม หมวดธรรมที่ว่านี้นั่นก็คือ “สังคหวัตถุ 4” อันประกอบไปด้วย</p><p>1. ทาน คือ การรู้จักให้ รู้จักเสียสละ การเผื่อแผ่ แบ่งปัน ให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์</p><p>2. ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ อ่อนหวาน ไม่พูดหยาบคาย และมีความจริงใจ ไม่โกหกเสแสร้ง ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้เตกร้าว พูดแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์</p><p>3. อัตถจริยา คือ การทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น</p><p>4. สมานัตตตา คือ การวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย หนักแน่น ให้ความเสมอภาคกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธรรมะที่ช่วยประสานประโยชน์ให้เกิดความสามัคคี ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นเครื่องช่วยขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้คนอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ให้เกิดความสงเคราะห์กัน เข้าใจกันลงกันได้ สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับสังคม หมวดธรรมที่ว่านี้นั่นก็คือ “สังคหวัตถุ 4” อันประกอบไปด้วย</p><p>1. ทาน คือ การรู้จักให้ รู้จักเสียสละ การเผื่อแผ่ แบ่งปัน ให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์</p><p>2. ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ อ่อนหวาน ไม่พูดหยาบคาย และมีความจริงใจ ไม่โกหกเสแสร้ง ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้เตกร้าว พูดแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์</p><p>3. อัตถจริยา คือ การทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น</p><p>4. สมานัตตตา คือ การวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย หนักแน่น ให้ความเสมอภาคกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เบญจศีลและเบญจธรรม [6737-3d]</title>
			<itunes:title>เบญจศีลและเบญจธรรม [6737-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Sep 2024 21:00:38 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66e03cead88b0a1697f60f01/media.mp3" length="27516427" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66e03cead88b0a1697f60f01</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66e03cead88b0a1697f60f01</link>
			<acast:episodeId>66e03cead88b0a1697f60f01</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhb4Exka3tK4tTkau3GP99leAFiG3iC8u9obP0zX7eZt16v6eMgo3DtSZ8vnRtfUGDWUA9N8Zg9wA/gZXPkr4OpZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>37</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง หลักคำสอนและวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ สรุปเป็นใจความสำคัญว่าไว้ 3 ขั้น คือ&nbsp;ให้ละเว้นความชั่ว ให้ทำความดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ นี่คือเส้นทางที่จะนำไปสู่ทางหลุดพ้นได้&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้จะกล่าวถึงหลักธรรมที่เป็นขั้นของการชี้แนวทางแห่งโลกุตระ นั่นคือเบญจศีลและเบญจธรรม</p><br><p><strong>เบญจศีลและเบญจธรรม</strong> เป็นธรรมคู่กัน คนที่มีเบญจธรรมจึงจะเป็นผู้มีเบญจศีล ซึ่งหากคนมีศีลและธรรมดังกล่าวแล้ว จะเว้นจากการทำความชั่ว รู้จักควบคุมตนให้ตั้งอยู่ในความดี ไม่เบียดเบียนตนและคนอื่น และประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ&nbsp;</p><br><p><strong>เบญจศีล</strong> คือ ศีล 5 ข้อ เป็นการรักษาเจตนาที่จะควบคุมกายและวาจาให้เป็นปกติ คือ ไม่ทำบาป โดยการละเว้น 5 ประการ คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักขโมย ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ละเว้นจากการพูดปด ละเว้นจากการเสพสุรา</p><br><p><strong>เบญจธรรม</strong> เป็นหลักธรรมที่ควรปฏิบัติ มี 5 ประการ ได้แก่</p><ol><li><strong>เมตตากรุณา</strong> คือ บุคคลใดที่มีเมตตาย่อมไม่ฆ่า หรือเบียดเบียนสัตว์ เมตตากรุณาจึงเป็นจิตที่สามารถเพิ่มพูนพัฒนาได้จากการเว้นจากการฆ่า&nbsp;</li><li><strong>สัมมาอาชีวะ</strong> คือ ประกอบอาชีพที่สุจริต มีรายได้ รู้จักใช้จ่าย และที่สำคัญรู้จักคำว่าพอดี และมีหิริโอตตัปปะ คือ ความละอาย และเกรงกลัวต่อผลของบาป จึงทำให้ไม่ลักขโมยของผู้อื่น</li><li><strong>กามสังวร</strong> คือ ความสำรวมอินทรีย์ ระมัดระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ทำให้ ความใคร่ในกามคุณ คือ การติดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ลดน้อยลง เมื่อความสำรวมเกิดขึ้น จึงทำให้ไม่ประพฤติผิดในกาม</li><li><strong>สัจจะ</strong> คือ การพูดความจริง เป็นสิ่งที่ทำให้ไม่เกิดการมุสาวาท&nbsp;</li><li><strong>สติสัมปชัญญะ</strong> คือ การรู้สึกตัว การไม่ประมาท เพราะรู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว ทำให้ไม่เกลือกกลั้วกับสิ่งที่จะทำให้ชีวิตตกต่ำ เช่น สุราที่เมื่อคนดื่มกินก็ทำให้มึนเมาและขาดสติ&nbsp;</li></ol><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง หลักคำสอนและวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ สรุปเป็นใจความสำคัญว่าไว้ 3 ขั้น คือ&nbsp;ให้ละเว้นความชั่ว ให้ทำความดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ นี่คือเส้นทางที่จะนำไปสู่ทางหลุดพ้นได้&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้จะกล่าวถึงหลักธรรมที่เป็นขั้นของการชี้แนวทางแห่งโลกุตระ นั่นคือเบญจศีลและเบญจธรรม</p><br><p><strong>เบญจศีลและเบญจธรรม</strong> เป็นธรรมคู่กัน คนที่มีเบญจธรรมจึงจะเป็นผู้มีเบญจศีล ซึ่งหากคนมีศีลและธรรมดังกล่าวแล้ว จะเว้นจากการทำความชั่ว รู้จักควบคุมตนให้ตั้งอยู่ในความดี ไม่เบียดเบียนตนและคนอื่น และประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ&nbsp;</p><br><p><strong>เบญจศีล</strong> คือ ศีล 5 ข้อ เป็นการรักษาเจตนาที่จะควบคุมกายและวาจาให้เป็นปกติ คือ ไม่ทำบาป โดยการละเว้น 5 ประการ คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักขโมย ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ละเว้นจากการพูดปด ละเว้นจากการเสพสุรา</p><br><p><strong>เบญจธรรม</strong> เป็นหลักธรรมที่ควรปฏิบัติ มี 5 ประการ ได้แก่</p><ol><li><strong>เมตตากรุณา</strong> คือ บุคคลใดที่มีเมตตาย่อมไม่ฆ่า หรือเบียดเบียนสัตว์ เมตตากรุณาจึงเป็นจิตที่สามารถเพิ่มพูนพัฒนาได้จากการเว้นจากการฆ่า&nbsp;</li><li><strong>สัมมาอาชีวะ</strong> คือ ประกอบอาชีพที่สุจริต มีรายได้ รู้จักใช้จ่าย และที่สำคัญรู้จักคำว่าพอดี และมีหิริโอตตัปปะ คือ ความละอาย และเกรงกลัวต่อผลของบาป จึงทำให้ไม่ลักขโมยของผู้อื่น</li><li><strong>กามสังวร</strong> คือ ความสำรวมอินทรีย์ ระมัดระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ทำให้ ความใคร่ในกามคุณ คือ การติดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ลดน้อยลง เมื่อความสำรวมเกิดขึ้น จึงทำให้ไม่ประพฤติผิดในกาม</li><li><strong>สัจจะ</strong> คือ การพูดความจริง เป็นสิ่งที่ทำให้ไม่เกิดการมุสาวาท&nbsp;</li><li><strong>สติสัมปชัญญะ</strong> คือ การรู้สึกตัว การไม่ประมาท เพราะรู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว ทำให้ไม่เกลือกกลั้วกับสิ่งที่จะทำให้ชีวิตตกต่ำ เช่น สุราที่เมื่อคนดื่มกินก็ทำให้มึนเมาและขาดสติ&nbsp;</li></ol><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กถาวัตถุ 10 ประการ [6736-3d]</title>
			<itunes:title>กถาวัตถุ 10 ประการ [6736-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Sep 2024 21:00:37 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66d70cfae6ce13e59fb93124/media.mp3" length="28267117" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66d70cfae6ce13e59fb93124</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66d70cfae6ce13e59fb93124</link>
			<acast:episodeId>66d70cfae6ce13e59fb93124</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZUxQDa45gvXwagqfaXdJ5nlXJUaqWpZk697vwuJS8pFuZwabzckROPznLDH5ZcgOe0y/uSt4irkx1iAZQwfLBP]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>36</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คำพูดเป็นสิ่งสำคัญ พระพุทธเจ้าท่านจึงทรงบัญญัติไว้ถึง ‘กถาวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ควรพูด นอกเหนือจาก คำพูดที่เว้นขาดจากการพูดโกหก ส่อเสียด หยาบคาย และพูดเพ้อเจ้อ</p><p>และ ‘อักโกสวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ไม่ควรพูด เพราะไม่มีประโยชน์ และทำความเจ็บช้ำน้ำใจแก่ผู้อื่น ได้แก่ ชาติกำเนิด ชื่อ โคตร อาชีพ ศิลปะ (ฝีมือ) โรค รูปพรรณสัณฐาน กิเลส อาบัติ และคำสบประมาทอื่น ๆ</p><p>ส่วน ‘กถาวัตถุ 10’ เรื่องที่สมควรพูด ได้แก่ ถ้อยคำให้เกิดความมักน้อย คือ ไม่โอ้อวด ความสันโดษ เกิดความสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ</p><p>ซึ่งการพูด ‘กถาวัตถุ 10’ ให้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลาได้นั้น นอกจากจะเป็นสัมมาวาจาแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างสัมมาสติ สัมมาวายามะ และสัมมาทิฐิ คือ ความเห็นชอบ ไปตามทางมรรค 8 พร้อมกันอีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คำพูดเป็นสิ่งสำคัญ พระพุทธเจ้าท่านจึงทรงบัญญัติไว้ถึง ‘กถาวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ควรพูด นอกเหนือจาก คำพูดที่เว้นขาดจากการพูดโกหก ส่อเสียด หยาบคาย และพูดเพ้อเจ้อ</p><p>และ ‘อักโกสวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ไม่ควรพูด เพราะไม่มีประโยชน์ และทำความเจ็บช้ำน้ำใจแก่ผู้อื่น ได้แก่ ชาติกำเนิด ชื่อ โคตร อาชีพ ศิลปะ (ฝีมือ) โรค รูปพรรณสัณฐาน กิเลส อาบัติ และคำสบประมาทอื่น ๆ</p><p>ส่วน ‘กถาวัตถุ 10’ เรื่องที่สมควรพูด ได้แก่ ถ้อยคำให้เกิดความมักน้อย คือ ไม่โอ้อวด ความสันโดษ เกิดความสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ</p><p>ซึ่งการพูด ‘กถาวัตถุ 10’ ให้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลาได้นั้น นอกจากจะเป็นสัมมาวาจาแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างสัมมาสติ สัมมาวายามะ และสัมมาทิฐิ คือ ความเห็นชอบ ไปตามทางมรรค 8 พร้อมกันอีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัจจัย 24 ประการ [6735-3d]</title>
			<itunes:title>ปัจจัย 24 ประการ [6735-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Aug 2024 21:00:21 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66cdceb3732876ca2db2d19f/media.mp3" length="28386008" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66cdceb3732876ca2db2d19f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66cdceb3732876ca2db2d19f</link>
			<acast:episodeId>66cdceb3732876ca2db2d19f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaEZ3nb4KGDvJmW0aOi+LjHntdBMqAW19b+Uin95q5M0gRuK4L1NQ32Ge6EY1o5RH3a99PqLOoSz/2D+Y3MmqXO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>35</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คัมภีร์มหาปัฏฐาน เป็น 1 ใน 7 คัมภีร์ที่ใช้สวดในงานศพ ได้แก่ 1.ธัมมสังคณี  2.วิภังคปกรณ์ 3.ธาตุกถา 4. <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ปุคคลบัญญัติ</a>  5. <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8" rel="noopener noreferrer" target="_blank">กถาวัตถุ</a>  6.<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ยมกปกรณ์</a> และ 7.มหาปัฏฐาน โดยบทสวดมหาปัฏฐาน เป็นบทสวดที่กล่าวถึง ปัจจัย 24 ประการที่แสดงความเป็นไปของสภาวธรรมที่เป็นเหตุเป็นผลแก่กัน หรือเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเอื้อ เกื้อหนุน ค้ำจุน เป็นเหตุ หรือเป็นเงื่อนไขให้สิ่งอื่น หรือสภาวธรรมอย่างอื่น เกิดขึ้น คงอยู่ หรือเป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยปัจจัย  24 ประการได้แก่ </p><p>1.เหตุปัจจะโย (ปัจจัยโดยเหตุ)  2.อารัมมะณะปัจจะโย( ปัจจัยโดยเป็นอารมณ์) 3.อธิปะติปัจจะโย (ปัจจัยความเป็นใหญ่)     4.อนันตะระปัจจะโย (ปัจจัยโดยความต่อเนื่อง) 5.สะมะนันตะระปัจจะโย( ปัจจัยเป็นภาวะต่อเนื่องทันที ) 6.สะหะชาตะปัจจะโย( ปัจจัยที่เกิดร่วมกัน) 7.อัญญะมัญญะปัจจะโย (ปัจจัยที่อาศัยซึ่งกันและกัน) 8.นิสสะยะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยเป็นที่อาศัย) อาศัยอะไรจีงจะดีหรือชั่วขึ้นมาได้  9.อุปะนิสสะยะปัจจะโย (ปัจจัยโดยเเป็นเครื่องหนุนให้เกิดอุปนิสัยที่อาศัยอย่างแรงกล้า) 10.ปุเรชาตะปัจจะโย (ปัจจัยที่เกิดก่อน) 11.ปัจฉาชาตะปัจจะโย (ปัจจัยที่เกิดทีหลัง) 12.อาเสวะนะปัจจะโย (ปัจจัยโดยการซ้ำบ่อยหรือทำให้ชิน) 13.กัมมะปัจจะโย (ปัจจัยโดยเป็นกรรมคือเจตจำนง) 14.วิปากาปัจจะโย ( ปัจจัยโดยเป็นวิบาก)  15.อาหาระปัจจะโย (ปัจจัยโดยเป็นอาหาร) คือเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง 16.อินทริยะปัจจะโย (ปัจจัยโดยเป็นเจ้าของการเป็นใหญ่) 17.ฌานะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยเป็นภาวะจิตที่เป็นฌาน) 18.มัคคะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยเป็นมรรค) 19.สัมปะยุตตะปัจจะโย  (ปัจจัยโดยประกอบกัน) เช่นความคิด อารมณ์ 20.วิปปะยุตตะปัจจะโย (ปัจจัยโดยแยกกันแตกต่างกัน) เช่นนามกับรูป  21.อัตถิปัจจะโย ( ปัจจัยโดยความมีอยู่ ) 22.นัตถิปัจจะโย ( ปัจจัยโดยความไม่มีอยู่) 23.วิคะตะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยปราศไปคือสิ้นไป) 24.อะวิคะตะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยไม่ปราศไปคือไม่สิ้นไปยังมีเชื้ออยู่)</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คัมภีร์มหาปัฏฐาน เป็น 1 ใน 7 คัมภีร์ที่ใช้สวดในงานศพ ได้แก่ 1.ธัมมสังคณี  2.วิภังคปกรณ์ 3.ธาตุกถา 4. <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ปุคคลบัญญัติ</a>  5. <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8" rel="noopener noreferrer" target="_blank">กถาวัตถุ</a>  6.<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ยมกปกรณ์</a> และ 7.มหาปัฏฐาน โดยบทสวดมหาปัฏฐาน เป็นบทสวดที่กล่าวถึง ปัจจัย 24 ประการที่แสดงความเป็นไปของสภาวธรรมที่เป็นเหตุเป็นผลแก่กัน หรือเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเอื้อ เกื้อหนุน ค้ำจุน เป็นเหตุ หรือเป็นเงื่อนไขให้สิ่งอื่น หรือสภาวธรรมอย่างอื่น เกิดขึ้น คงอยู่ หรือเป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยปัจจัย  24 ประการได้แก่ </p><p>1.เหตุปัจจะโย (ปัจจัยโดยเหตุ)  2.อารัมมะณะปัจจะโย( ปัจจัยโดยเป็นอารมณ์) 3.อธิปะติปัจจะโย (ปัจจัยความเป็นใหญ่)     4.อนันตะระปัจจะโย (ปัจจัยโดยความต่อเนื่อง) 5.สะมะนันตะระปัจจะโย( ปัจจัยเป็นภาวะต่อเนื่องทันที ) 6.สะหะชาตะปัจจะโย( ปัจจัยที่เกิดร่วมกัน) 7.อัญญะมัญญะปัจจะโย (ปัจจัยที่อาศัยซึ่งกันและกัน) 8.นิสสะยะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยเป็นที่อาศัย) อาศัยอะไรจีงจะดีหรือชั่วขึ้นมาได้  9.อุปะนิสสะยะปัจจะโย (ปัจจัยโดยเเป็นเครื่องหนุนให้เกิดอุปนิสัยที่อาศัยอย่างแรงกล้า) 10.ปุเรชาตะปัจจะโย (ปัจจัยที่เกิดก่อน) 11.ปัจฉาชาตะปัจจะโย (ปัจจัยที่เกิดทีหลัง) 12.อาเสวะนะปัจจะโย (ปัจจัยโดยการซ้ำบ่อยหรือทำให้ชิน) 13.กัมมะปัจจะโย (ปัจจัยโดยเป็นกรรมคือเจตจำนง) 14.วิปากาปัจจะโย ( ปัจจัยโดยเป็นวิบาก)  15.อาหาระปัจจะโย (ปัจจัยโดยเป็นอาหาร) คือเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง 16.อินทริยะปัจจะโย (ปัจจัยโดยเป็นเจ้าของการเป็นใหญ่) 17.ฌานะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยเป็นภาวะจิตที่เป็นฌาน) 18.มัคคะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยเป็นมรรค) 19.สัมปะยุตตะปัจจะโย  (ปัจจัยโดยประกอบกัน) เช่นความคิด อารมณ์ 20.วิปปะยุตตะปัจจะโย (ปัจจัยโดยแยกกันแตกต่างกัน) เช่นนามกับรูป  21.อัตถิปัจจะโย ( ปัจจัยโดยความมีอยู่ ) 22.นัตถิปัจจะโย ( ปัจจัยโดยความไม่มีอยู่) 23.วิคะตะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยปราศไปคือสิ้นไป) 24.อะวิคะตะปัจจะโย ( ปัจจัยโดยไม่ปราศไปคือไม่สิ้นไปยังมีเชื้ออยู่)</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อธิษฐาน4 พละ4 [6734-3d]</title>
			<itunes:title>อธิษฐาน4 พละ4 [6734-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Aug 2024 21:00:20 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66c4afeeb6f1efc262b246be/media.mp3" length="27841584" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66c4afeeb6f1efc262b246be</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66c4afeeb6f1efc262b246be</link>
			<acast:episodeId>66c4afeeb6f1efc262b246be</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZwFh4B0nE5yOrgJiGimZCYrfZ+94fbMtdmb7y7Uer49fbdrgwuwMLjHX0Z7KV3yIwpUO1dDJNsqnpTPePJPxnt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>34</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดความสำเร็จขึ้นได้ ต้องอาศัยความตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้า ในทีฆนิกาย กล่าวถึง ‘<strong>อธิษฐาน</strong>’ ซึ่งไม่ใช่การร้องขอ แต่หมายถึง ธรรม 4 ประการ ที่ควรตั้งมั่นไว้ในใจ ได้แก่ ปัญญา (ใช้พิจารณา) สัจจะ (ทำให้เกิดขึ้นจริง) จาคะ (สละความเคยชินที่ไม่ดีออก) และอุปสมะ (ความสงบ)  ซึ่งสัมพันธ์กับหมวดธรรมในอังคุตรนิกาย ที่กล่าวถึง ‘<strong>พละ 4</strong>’ คือ กำลัง ได้แก่ ปัญญาพละ (ปัญญา) วิริยพละ (ความเพียร) อนวัชชพละ (กรรมที่ไม่มีโทษ) และสังคหพละ (การสงเคราะห์)</p><p>กล่าวคือ ‘<strong>อธิษฐาน 4</strong>’ และ ‘<strong>พละ 4</strong>’ นั้น เริ่มจากปัญญาเหมือนกัน อาทิ เห็นสิ่งที่เป็นกุศล-อกุศล คุณ-โทษ เกิด-ดับ เป็นต้น โดยสามารถตั้ง ‘อธิษฐาน’ เป็นวิริยพละ หรือนำ ‘พละ’ ไปเกื้อหนุนอธิษฐานในการทำสิ่งนั้น ที่เป็นกุศลด้วยกาย วาจา และใจ ให้สำเร็จเป็นจริงขึ้นมาได้ ยิ่งกว่านั้น ผู้ที่มีพละ 4 นี้ จะทำให้ไม่หวั่นไหวต่อภัย 5 ประการในการดำเนินชีวิตอีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดความสำเร็จขึ้นได้ ต้องอาศัยความตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้า ในทีฆนิกาย กล่าวถึง ‘<strong>อธิษฐาน</strong>’ ซึ่งไม่ใช่การร้องขอ แต่หมายถึง ธรรม 4 ประการ ที่ควรตั้งมั่นไว้ในใจ ได้แก่ ปัญญา (ใช้พิจารณา) สัจจะ (ทำให้เกิดขึ้นจริง) จาคะ (สละความเคยชินที่ไม่ดีออก) และอุปสมะ (ความสงบ)  ซึ่งสัมพันธ์กับหมวดธรรมในอังคุตรนิกาย ที่กล่าวถึง ‘<strong>พละ 4</strong>’ คือ กำลัง ได้แก่ ปัญญาพละ (ปัญญา) วิริยพละ (ความเพียร) อนวัชชพละ (กรรมที่ไม่มีโทษ) และสังคหพละ (การสงเคราะห์)</p><p>กล่าวคือ ‘<strong>อธิษฐาน 4</strong>’ และ ‘<strong>พละ 4</strong>’ นั้น เริ่มจากปัญญาเหมือนกัน อาทิ เห็นสิ่งที่เป็นกุศล-อกุศล คุณ-โทษ เกิด-ดับ เป็นต้น โดยสามารถตั้ง ‘อธิษฐาน’ เป็นวิริยพละ หรือนำ ‘พละ’ ไปเกื้อหนุนอธิษฐานในการทำสิ่งนั้น ที่เป็นกุศลด้วยกาย วาจา และใจ ให้สำเร็จเป็นจริงขึ้นมาได้ ยิ่งกว่านั้น ผู้ที่มีพละ 4 นี้ จะทำให้ไม่หวั่นไหวต่อภัย 5 ประการในการดำเนินชีวิตอีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปาฏิปุคคลิกทาน (6733-3d]</title>
			<itunes:title>ปาฏิปุคคลิกทาน (6733-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Aug 2024 21:00:34 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:27</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66bb7084a7f4fbb991fa7a54/media.mp3" length="27628273" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66bb7084a7f4fbb991fa7a54</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66bb7084a7f4fbb991fa7a54</link>
			<acast:episodeId>66bb7084a7f4fbb991fa7a54</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYWFXXI7o6YeY6qC7+E+qQ/pP3cyE5cXIGVNzbwnu5nDR1turG7+NojsrW0Qjl2RUddk1wBW7Le8GpuzYfd/T1n]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>33</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปาฏิปุคคลิกทาน 14 อย่าง คือทานที่ให้จำเพาะบุคคล เรียงตามอานิสงส์ที่ได้จากน้อยไปหามากได้ดังนี้</p><p>- ให้ทานแก่สัตว์เดียรัจฉาน พึงหวังผลทักษิณาได้ ๑๐๐ เท่า</p><p>- ให้ทานแก่ผู้ทุศีล พึงหวังผลทักษิณาได้ ๑,๐๐๐ เท่า</p><br><p>- ให้ทานแก่บุคคลผู้มีศีล พึงหวังผลทักษิณาได้ ๑๐๐,๐๐๐ เท่า</p><p>- ให้ทานแก่บุคคลนอกศาสนาพุทธ ที่ปราศจากความกำหนัดในกาม พึงหวังผลทักษิณาได้ ๑๐๐,๐๐๐โกฏิ เท่า</p><p>- ให้ทานแก่บุคคลที่จะทำโสดาบันให้แจ้ง พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่เป็นโสดาบัน พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่จะทำสกทาคามีให้แจ้ง พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่เป็นสกทาคามี พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่จะทำอนาคามีให้แจ้ง พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่เป็นอนาคามี พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่จะทำอรหันต์ให้แจ้ง พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่เป็นอรหันต์ พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่พระพุทธเจ้าพึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><br><p>ปาฏิปุคคลิกทานนั้น พระพุทธเจ้ากล่าวว่ามีผลไม่มากเท่าทานที่ให้ในหมู่สงฆ์ (<a href="http://www.uttayarndham.org/node/1438" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สังฆทาน</a>)</p><p><a href="http://www.uttayarndham.org/node/1438" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สังฆทาน</a> 7 ที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้คือรูปแบบของการให้ทานดังนี้</p><p>1. ให้ทานในสงฆ์ 2 ฝ่าย (ทั้งฝ่าย<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%8C" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ภิกษุสงฆ์</a>และ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%8C" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ภิกษุณีสงฆ์</a>) มี<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2" rel="noopener noreferrer" target="_blank">พระพุทธเจ้า</a>เป็นประมุข</p><p>2. ให้ทานในสงฆ์ 2 ฝ่าย ในเมื่อพระพุทธเจ้า<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ปรินิพพาน</a>แล้ว</p><p>3. ห้ทานในหมู่ภิกษุสงฆ์</p><p>4. ให้ทานในหมู่ภิกษุณีสงฆ์</p><p>5. ขอให้จัดตัวแทนภิกษุและภิกษุณี แล้วให้ทาน (ให้ทานโดยให้คณะสงฆ์เป็นผู้เลือกพระภิกษุและพระภิกษุณีที่จะรับถวายทานเอง)</p><p>6. ขอให้จัดตัวแทนภิกษุ แล้วให้ทาน</p><p>7. ขอให้จัดตัวแทนภิกษุณี แล้วให้ทาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปาฏิปุคคลิกทาน 14 อย่าง คือทานที่ให้จำเพาะบุคคล เรียงตามอานิสงส์ที่ได้จากน้อยไปหามากได้ดังนี้</p><p>- ให้ทานแก่สัตว์เดียรัจฉาน พึงหวังผลทักษิณาได้ ๑๐๐ เท่า</p><p>- ให้ทานแก่ผู้ทุศีล พึงหวังผลทักษิณาได้ ๑,๐๐๐ เท่า</p><br><p>- ให้ทานแก่บุคคลผู้มีศีล พึงหวังผลทักษิณาได้ ๑๐๐,๐๐๐ เท่า</p><p>- ให้ทานแก่บุคคลนอกศาสนาพุทธ ที่ปราศจากความกำหนัดในกาม พึงหวังผลทักษิณาได้ ๑๐๐,๐๐๐โกฏิ เท่า</p><p>- ให้ทานแก่บุคคลที่จะทำโสดาบันให้แจ้ง พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่เป็นโสดาบัน พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่จะทำสกทาคามีให้แจ้ง พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่เป็นสกทาคามี พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่จะทำอนาคามีให้แจ้ง พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่เป็นอนาคามี พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่จะทำอรหันต์ให้แจ้ง พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่บุคลลที่เป็นอรหันต์ พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า พึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><p>- ให้ทานแก่พระพุทธเจ้าพึงหวังผลทักษิณาได้ นับประมาณไม่ได้</p><br><p>ปาฏิปุคคลิกทานนั้น พระพุทธเจ้ากล่าวว่ามีผลไม่มากเท่าทานที่ให้ในหมู่สงฆ์ (<a href="http://www.uttayarndham.org/node/1438" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สังฆทาน</a>)</p><p><a href="http://www.uttayarndham.org/node/1438" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สังฆทาน</a> 7 ที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้คือรูปแบบของการให้ทานดังนี้</p><p>1. ให้ทานในสงฆ์ 2 ฝ่าย (ทั้งฝ่าย<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%8C" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ภิกษุสงฆ์</a>และ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%8C" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ภิกษุณีสงฆ์</a>) มี<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2" rel="noopener noreferrer" target="_blank">พระพุทธเจ้า</a>เป็นประมุข</p><p>2. ให้ทานในสงฆ์ 2 ฝ่าย ในเมื่อพระพุทธเจ้า<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ปรินิพพาน</a>แล้ว</p><p>3. ห้ทานในหมู่ภิกษุสงฆ์</p><p>4. ให้ทานในหมู่ภิกษุณีสงฆ์</p><p>5. ขอให้จัดตัวแทนภิกษุและภิกษุณี แล้วให้ทาน (ให้ทานโดยให้คณะสงฆ์เป็นผู้เลือกพระภิกษุและพระภิกษุณีที่จะรับถวายทานเอง)</p><p>6. ขอให้จัดตัวแทนภิกษุ แล้วให้ทาน</p><p>7. ขอให้จัดตัวแทนภิกษุณี แล้วให้ทาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>บทสวดแด่ผู้ล่วงลับ [6732-3d]</title>
			<itunes:title>บทสวดแด่ผู้ล่วงลับ [6732-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Aug 2024 21:00:24 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66b2307bec20c36e8ec02af7/media.mp3" length="27435111" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66b2307bec20c36e8ec02af7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66b2307bec20c36e8ec02af7</link>
			<acast:episodeId>66b2307bec20c36e8ec02af7</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhahT9MJU4G5ipgIz4wjx2EJcwiZoSPmPazEPnUSAy2dINhFPmSRaQcLTA1D0tl1f2Y+iCnmr0I8Fnh6vjyQ7hES]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บทสวดที่นิยมสวดในงานทำบุญบำเพ็ญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับนั้น มักจะมีเนื้อหาที่กล่าวให้เห็นถึงความไม่เที่ยง ให้เกิดการปล่อยวาง ให้เห็นถึงความสังเวช ปลงได้ ให้เห็นถึงความละเอียดลงไป ให้เห็นถึงอริยทรัพย์จะมีบทหลักๆที่สวดอยู่ประมาณ 3-4 บท ในที่นี้จะกล่าวถึงบทหลักๆ 4 บท โดยบทสวดทั้ง 4 นี้มีทั้งที่เป็นคาถาและพระสูตร คือ</p><p>ปัพพโตปมคาถา เป็นคาถาที่กล่าวถึงภูเขาหินใหญ่ คาถาบทนี้อุปมาถึงภูเขาหินใหญ่ที่กลิ้งบดขยี้ทุกสิ่งอย่างมาทั้ง 4 ทิศ เราจะทำอย่างไรก็ไม่ได้ เปรียบกับความแก่ความตายที่ครอบงำเราอยู่ไม่เว้นผู้ใดเลย ผู้เป็นบัณฑิตเท่านั้นที่จะรู้ว่าต้องมีพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์เป็นที่พึ่งจึงจะผาสุกอยู่ได้แม้ภัยนี้มาถึง</p><p>อริยธนาคาถา อริยทรัพย์อันประเสริฐเป็นบทสวดที่กล่าวถึงทรัพย์ 5 ประการ ได้แก่ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ถ้าเราตายจากไปจะเอาทรัพย์อะไรติดตัวไปไม่ได้เลย ยกเว้นอริยทรัพย์ทั้ง 5 นี้</p><p>ธัมมนิยามสุตตุง บทแสดงธรรมนิยามเป็นบทที่นำเอาพระสูตรที่มีชื่อว่าธัมมะนิยามะสุตตัง บทสวดที่แสดงถึงความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของสิ่งต่างๆ ของธรรมะต่างๆ ไม่ว่าพระพุทธเจ้าจะมาอุบัติขึ้นหรือไม่ จะมีคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ก็ตาม ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ อนัตตาก็มีอยู่</p><p>ภัทเทกรัตตคาถา ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ เป็นบทสวดที่กล่าวถึงความที่เราไม่ควรคิดถึงอดีต อนาคต แต่ให้อยู่กับปัจจุบันถ้าจะมีชีวิตเหลืออยู่แค่วันเดียวถ้าได้ทำความดีก็ถือว่าคุ้มแล้วในชีวิตนี้</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บทสวดที่นิยมสวดในงานทำบุญบำเพ็ญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับนั้น มักจะมีเนื้อหาที่กล่าวให้เห็นถึงความไม่เที่ยง ให้เกิดการปล่อยวาง ให้เห็นถึงความสังเวช ปลงได้ ให้เห็นถึงความละเอียดลงไป ให้เห็นถึงอริยทรัพย์จะมีบทหลักๆที่สวดอยู่ประมาณ 3-4 บท ในที่นี้จะกล่าวถึงบทหลักๆ 4 บท โดยบทสวดทั้ง 4 นี้มีทั้งที่เป็นคาถาและพระสูตร คือ</p><p>ปัพพโตปมคาถา เป็นคาถาที่กล่าวถึงภูเขาหินใหญ่ คาถาบทนี้อุปมาถึงภูเขาหินใหญ่ที่กลิ้งบดขยี้ทุกสิ่งอย่างมาทั้ง 4 ทิศ เราจะทำอย่างไรก็ไม่ได้ เปรียบกับความแก่ความตายที่ครอบงำเราอยู่ไม่เว้นผู้ใดเลย ผู้เป็นบัณฑิตเท่านั้นที่จะรู้ว่าต้องมีพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์เป็นที่พึ่งจึงจะผาสุกอยู่ได้แม้ภัยนี้มาถึง</p><p>อริยธนาคาถา อริยทรัพย์อันประเสริฐเป็นบทสวดที่กล่าวถึงทรัพย์ 5 ประการ ได้แก่ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ถ้าเราตายจากไปจะเอาทรัพย์อะไรติดตัวไปไม่ได้เลย ยกเว้นอริยทรัพย์ทั้ง 5 นี้</p><p>ธัมมนิยามสุตตุง บทแสดงธรรมนิยามเป็นบทที่นำเอาพระสูตรที่มีชื่อว่าธัมมะนิยามะสุตตัง บทสวดที่แสดงถึงความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของสิ่งต่างๆ ของธรรมะต่างๆ ไม่ว่าพระพุทธเจ้าจะมาอุบัติขึ้นหรือไม่ จะมีคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ก็ตาม ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ อนัตตาก็มีอยู่</p><p>ภัทเทกรัตตคาถา ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ เป็นบทสวดที่กล่าวถึงความที่เราไม่ควรคิดถึงอดีต อนาคต แต่ให้อยู่กับปัจจุบันถ้าจะมีชีวิตเหลืออยู่แค่วันเดียวถ้าได้ทำความดีก็ถือว่าคุ้มแล้วในชีวิตนี้</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุนุปุพพิกถา เรื่องของ เนกขัมมะ การหลีกออกจากกาม [6731-3d]</title>
			<itunes:title>อุนุปุพพิกถา เรื่องของ เนกขัมมะ การหลีกออกจากกาม [6731-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Jul 2024 21:00:42 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66a8f8305edec617c8f84e61/media.mp3" length="28447057" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66a8f8305edec617c8f84e61</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66a8f8305edec617c8f84e61</link>
			<acast:episodeId>66a8f8305edec617c8f84e61</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdha+H1w7GsoMaFi+XTsNjQnXI61hbzLu34nQhz2/VoHvHvQa0UPDnZQznPrFwTFvUYV5N7jMh8cVL8DAUnHxm4LJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>31</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เนกขัมมะ ธรรมข้อสุดท้ายในอนุปุพพิกถาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตามลำดับเพื่อเป็นแนวทางให้ไปถึงโลกุตระได้</p><p>‘เนกขัมมะ’ หมายถึง การหลีกออกจากกาม ได้แก่ ฌานสมาธิในขั้นต่างๆ</p><p>การจะทำให้จิตน้อมไปในทางหลีกออกจากกามได้นั้น ต้องฝึกจิตให้พิจารณาเห็นบ่อยๆ ถึงคุณและโทษของกามว่า มีคุณน้อยแต่โทษมากขนาดไหนเมื่อเทียบกับเนกขัมมะที่มีคุณมากแต่โทษน้อยนิดเดียว</p><p>อย่างไรก็ตาม สมาธิแม้ว่าจะได้บ้างไม่ได้บ้าง การตั้งจิตดำริ ‘คิดที่จะหลีกออกจากกาม’ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องตั้งไว้เสมอ</p><p>“เนกขัมมะ” ทางสายกลาง เป็นหนึ่งในบารมี 10 ทัศ เป็นทางออกทางเดียว เพื่อการดับโทษของกาม เพื่อความสงบสุขจากในภายใน เพื่อความรู้ยิ่งรู้พร้อม ถึงสัมโพธิญาณได้</p><p> </p><p>Timestamp</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'00:30',%20ts_id:'65c167d732fd3',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[00:01] </a> พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ทรงดำริออกจากกาม</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'07:52',%20ts_id:'65c167d732fdd',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[08:58] </a> เนกขัมมะ การหลีกออกจากกาม</p><p>[10:44]  เนกขัมมะ ทางสายกลาง</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'22:10',%20ts_id:'65c167d732fee',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[22:44] </a> ความสุขจากกาม กับ เนกขัมมะ</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'22:10',%20ts_id:'65c167d732fee',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[25:27] </a>ฌาน ๑</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'38:28',%20ts_id:'65c167d733004',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[27:22] </a> ทุกข์ของสมาธิ</p><p>[30:19]  อานิสงค์ของเนขขัมมะ</p><p>[35:05]  โยนิโสมนัสสิการ</p><p>[48:14]  ฌานที่ ๒-๓</p><p>[50:34] ฌาน ๔ </p><p>[52:39] ความดำริ คิดนึกที่จะออกจากกาม </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เนกขัมมะ ธรรมข้อสุดท้ายในอนุปุพพิกถาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตามลำดับเพื่อเป็นแนวทางให้ไปถึงโลกุตระได้</p><p>‘เนกขัมมะ’ หมายถึง การหลีกออกจากกาม ได้แก่ ฌานสมาธิในขั้นต่างๆ</p><p>การจะทำให้จิตน้อมไปในทางหลีกออกจากกามได้นั้น ต้องฝึกจิตให้พิจารณาเห็นบ่อยๆ ถึงคุณและโทษของกามว่า มีคุณน้อยแต่โทษมากขนาดไหนเมื่อเทียบกับเนกขัมมะที่มีคุณมากแต่โทษน้อยนิดเดียว</p><p>อย่างไรก็ตาม สมาธิแม้ว่าจะได้บ้างไม่ได้บ้าง การตั้งจิตดำริ ‘คิดที่จะหลีกออกจากกาม’ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องตั้งไว้เสมอ</p><p>“เนกขัมมะ” ทางสายกลาง เป็นหนึ่งในบารมี 10 ทัศ เป็นทางออกทางเดียว เพื่อการดับโทษของกาม เพื่อความสงบสุขจากในภายใน เพื่อความรู้ยิ่งรู้พร้อม ถึงสัมโพธิญาณได้</p><p> </p><p>Timestamp</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'00:30',%20ts_id:'65c167d732fd3',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[00:01] </a> พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ทรงดำริออกจากกาม</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'07:52',%20ts_id:'65c167d732fdd',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[08:58] </a> เนกขัมมะ การหลีกออกจากกาม</p><p>[10:44]  เนกขัมมะ ทางสายกลาง</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'22:10',%20ts_id:'65c167d732fee',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[22:44] </a> ความสุขจากกาม กับ เนกขัมมะ</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'22:10',%20ts_id:'65c167d732fee',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[25:27] </a>ฌาน ๑</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'38:28',%20ts_id:'65c167d733004',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[27:22] </a> ทุกข์ของสมาธิ</p><p>[30:19]  อานิสงค์ของเนขขัมมะ</p><p>[35:05]  โยนิโสมนัสสิการ</p><p>[48:14]  ฌานที่ ๒-๓</p><p>[50:34] ฌาน ๔ </p><p>[52:39] ความดำริ คิดนึกที่จะออกจากกาม </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กามโภคีบุคคล : บุคคลผู้บริโภคกาม [6730-3d]</title>
			<itunes:title>กามโภคีบุคคล : บุคคลผู้บริโภคกาม [6730-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Jul 2024 21:00:25 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/669fb56dd539da6f09760085/media.mp3" length="27932778" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">669fb56dd539da6f09760085</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/669fb56dd539da6f09760085</link>
			<acast:episodeId>669fb56dd539da6f09760085</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYwb2jDZOnu8rHqtVwCESDCiTuI7pYerOEuyAIYZFv+p8qL64rN7G1emNdPw7PXKmQBulhkTSaar5Me5PcRtq0u]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กามโภคีบุคคล:บุคคลผู้บริโภคกาม เป็นผู้ที่ยังอยู่ในกระแสโลกจะเป็นผู้ที่ถูกบีบคั้นด้วยกามเสมอ ในการกล่าวถึงเรื่องของทางโลกนั้นก็ใช้คำว่ากามมาอธิบายเป็นหลักโดยในที่นี้จะกล่าวถึง กาม 2 อย่าง กาม 5 อย่าง และกามโภคีบุคคล 10 อย่าง</p><p>กาม 2 อย่างได้แก่ 1.กิเลสกาม 2.วัตถุกาม  </p><p>กาม 5 อย่าง คือ กามคุณ 5 ส่วนที่น่าปรารถนาน่าใคร่ มี 5  อย่างคือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ (สัมผัสทางกาย) ที่น่าใคร่ น่าพอใจ</p><p>กามโภคี 10 แบ่งกลุ่มตามการแสวงหา ดังนี้</p><br><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยไม่ชอบธรรม</p><p> 1.ได้ทรัพย์มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์ทำความดี </p><p> 2.ได้ทรัพย์แล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุขแต่ไม่เผื่อแผ่จ่ายแบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี  </p><p> 3. ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งเผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดี  </p><br><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง</p><p> 4.ได้ทรัพย์มาแล้ว ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><p> 5.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขแต่ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><p> 6.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งเผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><br><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรม</p><p>7.ได้ทรัพย์มาแล้ว ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่เผื่อแผ่แบ่งและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><p>8.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุข แต่ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><p>9. ได้ทรัพย์มาแล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์ทำความดี แต่ยังติดยังหมกมุ่น กินใช้ทรัพย์สมบัติโดยไม่รู้เท่าทันเห็นโทษ ไม่มีปัญญาที่จะทำตนให้เป็นอิสระเป็นนายเหนือโภคทรัพย์</p><p>  </p><p> กลุ่มพิเศษ: แสวงหาชอบธรรม และกินใช้อย่างมีสติสัมปชัญญะ มิจิตใจเป็นอิสระ</p><p> 10.ผู้ที่แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม ได้ทรัพย์มาแล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดีไม่ลุ่มหลง ไม่หมกมุ่นมัวเมา กินใช้ทรัพย์สมบัติโดยรู้เท่าทัน เห็นคุณโทษทางดีทางเสียของมัน มีปัญญาทำตนให้เป็นอิสระ เป็นชาวบ้านชนิดที่เลิศ ประเสริฐ สูงสุด  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กามโภคีบุคคล:บุคคลผู้บริโภคกาม เป็นผู้ที่ยังอยู่ในกระแสโลกจะเป็นผู้ที่ถูกบีบคั้นด้วยกามเสมอ ในการกล่าวถึงเรื่องของทางโลกนั้นก็ใช้คำว่ากามมาอธิบายเป็นหลักโดยในที่นี้จะกล่าวถึง กาม 2 อย่าง กาม 5 อย่าง และกามโภคีบุคคล 10 อย่าง</p><p>กาม 2 อย่างได้แก่ 1.กิเลสกาม 2.วัตถุกาม  </p><p>กาม 5 อย่าง คือ กามคุณ 5 ส่วนที่น่าปรารถนาน่าใคร่ มี 5  อย่างคือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ (สัมผัสทางกาย) ที่น่าใคร่ น่าพอใจ</p><p>กามโภคี 10 แบ่งกลุ่มตามการแสวงหา ดังนี้</p><br><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยไม่ชอบธรรม</p><p> 1.ได้ทรัพย์มาแล้วไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์ทำความดี </p><p> 2.ได้ทรัพย์แล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุขแต่ไม่เผื่อแผ่จ่ายแบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี  </p><p> 3. ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งเผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดี  </p><br><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง</p><p> 4.ได้ทรัพย์มาแล้ว ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><p> 5.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขแต่ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><p> 6.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุขทั้งเผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><br><p>กลุ่มที่แสวงหาโดยชอบธรรม</p><p>7.ได้ทรัพย์มาแล้ว ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ไม่เผื่อแผ่แบ่งและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><p>8.ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุข แต่ไม่เผื่อแผ่แบ่งปันและไม่ใช้ทรัพย์นั้นทำความดี </p><p>9. ได้ทรัพย์มาแล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์ทำความดี แต่ยังติดยังหมกมุ่น กินใช้ทรัพย์สมบัติโดยไม่รู้เท่าทันเห็นโทษ ไม่มีปัญญาที่จะทำตนให้เป็นอิสระเป็นนายเหนือโภคทรัพย์</p><p>  </p><p> กลุ่มพิเศษ: แสวงหาชอบธรรม และกินใช้อย่างมีสติสัมปชัญญะ มิจิตใจเป็นอิสระ</p><p> 10.ผู้ที่แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม ได้ทรัพย์มาแล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปันและใช้ทรัพย์นั้นทำความดีไม่ลุ่มหลง ไม่หมกมุ่นมัวเมา กินใช้ทรัพย์สมบัติโดยรู้เท่าทัน เห็นคุณโทษทางดีทางเสียของมัน มีปัญญาทำตนให้เป็นอิสระ เป็นชาวบ้านชนิดที่เลิศ ประเสริฐ สูงสุด  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กามโภคีสุข 4 : สุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมี [6729-3d]</title>
			<itunes:title>กามโภคีสุข 4 : สุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมี [6729-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Jul 2024 21:00:52 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66967aecc853c8f577deb8a2/media.mp3" length="26604800" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66967aecc853c8f577deb8a2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66967aecc853c8f577deb8a2</link>
			<acast:episodeId>66967aecc853c8f577deb8a2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYE5uUEd8tmytRmgQsylxTMoW3twgZn1e6Iw3HVf3pxnFOLqvjCDx/WivraqJQkMuJ7TJC5/tznjXqid1kn2Qjw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>29</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมีหรือความสุขของคฤหัสถ์ 4 ประการ คือ กามโภคีสุข 4 ได้แก่</p><p>1.อัตถิสุข :  ความสุขเกิดจากความมีทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนโภคทรัพย์ที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงความขยันหมั่นเพียรของตน และโดยชอบธรรม</p><p>2.โภคสุข : ความสุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนได้ใช้ทรัพย์ที่ได้มาโดยชอบนั้น เลี้ยงชีพ เลี้ยงผู้ควรเลี้ยง และบำเพ็ญประโยชน์</p><p>3.อนณสุข : ความสุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนเป็นไท ไม่มีหนี้สินติดค้างใคร</p><p>4.อนวัชชสุข : ความสุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนมีความประพฤติสุจริต ไม่บกพร่องเสียหาย ใครๆ ติเตียนไม่ได้ ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ</p><p>บรรดาความสุข 4 อย่างนี้ อนวัชชสุข มีค่ามากที่สุด </p><p>การจะเกิดความสุขประการที่4 คืออนวัชชสุข นั้นมีธรรมอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ธรรมที่ว่าด้วยการค้าขายที่ไม่ควรค้าขาย 5 ประการตามนัยยะที่มาในวนิชชสูตร คือ  1.ค้าอาวุธ 2.ค้าสัตว์เป็น 3.ค้าเนื้อสัตว์ 4.ค้าสุรา 5.ค้ายาพิษ การค้าขาย 5 ประการนี้พระพุทธเจ้าบอกว่า เป็นอกรณียกิจ ไม่ควรทำ</p><p>นอกจากนี้ยังมีธรรมอีกหนึ่งหมวดที่นำมาปฏิบัติแล้วจะส่งเสริมให้เกิดสุขอันชอบธรรมแก่ผู้ครองเรือนได้ คือ </p><p>กุลจิรัฏฐิติธรรม 4 : หลักธรรมที่ทำให้ครอบครัวเจริญมั่งคั่งอยู่ได้นานได้แก่ 1.หาของที่หายไป 2.ซ่อมแซมของที่ชำรุดเสียหาย 3.ประมาณตนในการบริโภค 4.ดำรงชีพด้วยการมีศีลธรรม</p><p> </p><p> </p><p>Time stamp </p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'00:30',%20ts_id:'65c167d732fd3',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[00:56] </a> ปฏิบัติภาวนา อานาปานสติ และแผ่เมตตา</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'07:52',%20ts_id:'65c167d732fdd',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[12:51] </a> คฤหัสถ์ คือ ผู้ครองเรือน</p><p>[13:29]  กามโภคีสุข 4 : สุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมี</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'22:10',%20ts_id:'65c167d732fee',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[15:07] </a> อัตถิสุข : สุขเกิดจากความมีทรัพย์</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'38:28',%20ts_id:'65c167d733004',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[23:31] </a> โภคสุข : สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์</p><p>[29:05]  อนณสุข : สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้</p><p>[33:54]  อนวัชชสุข : สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ</p><p>[41:51]  กุลจิรัฏฐิติธรรม 4 : หลักธรรมที่ทำให้ครอบครัวเจริญมั่งคั่ง</p><p>[49:19]  เปรียบเทียบความสุขของ คฤหัสถ์ กับ นักบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมีหรือความสุขของคฤหัสถ์ 4 ประการ คือ กามโภคีสุข 4 ได้แก่</p><p>1.อัตถิสุข :  ความสุขเกิดจากความมีทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนโภคทรัพย์ที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงความขยันหมั่นเพียรของตน และโดยชอบธรรม</p><p>2.โภคสุข : ความสุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนได้ใช้ทรัพย์ที่ได้มาโดยชอบนั้น เลี้ยงชีพ เลี้ยงผู้ควรเลี้ยง และบำเพ็ญประโยชน์</p><p>3.อนณสุข : ความสุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนเป็นไท ไม่มีหนี้สินติดค้างใคร</p><p>4.อนวัชชสุข : ความสุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนมีความประพฤติสุจริต ไม่บกพร่องเสียหาย ใครๆ ติเตียนไม่ได้ ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ</p><p>บรรดาความสุข 4 อย่างนี้ อนวัชชสุข มีค่ามากที่สุด </p><p>การจะเกิดความสุขประการที่4 คืออนวัชชสุข นั้นมีธรรมอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ธรรมที่ว่าด้วยการค้าขายที่ไม่ควรค้าขาย 5 ประการตามนัยยะที่มาในวนิชชสูตร คือ  1.ค้าอาวุธ 2.ค้าสัตว์เป็น 3.ค้าเนื้อสัตว์ 4.ค้าสุรา 5.ค้ายาพิษ การค้าขาย 5 ประการนี้พระพุทธเจ้าบอกว่า เป็นอกรณียกิจ ไม่ควรทำ</p><p>นอกจากนี้ยังมีธรรมอีกหนึ่งหมวดที่นำมาปฏิบัติแล้วจะส่งเสริมให้เกิดสุขอันชอบธรรมแก่ผู้ครองเรือนได้ คือ </p><p>กุลจิรัฏฐิติธรรม 4 : หลักธรรมที่ทำให้ครอบครัวเจริญมั่งคั่งอยู่ได้นานได้แก่ 1.หาของที่หายไป 2.ซ่อมแซมของที่ชำรุดเสียหาย 3.ประมาณตนในการบริโภค 4.ดำรงชีพด้วยการมีศีลธรรม</p><p> </p><p> </p><p>Time stamp </p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'00:30',%20ts_id:'65c167d732fd3',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[00:56] </a> ปฏิบัติภาวนา อานาปานสติ และแผ่เมตตา</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'07:52',%20ts_id:'65c167d732fdd',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[12:51] </a> คฤหัสถ์ คือ ผู้ครองเรือน</p><p>[13:29]  กามโภคีสุข 4 : สุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมี</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'22:10',%20ts_id:'65c167d732fee',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[15:07] </a> อัตถิสุข : สุขเกิดจากความมีทรัพย์</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'38:28',%20ts_id:'65c167d733004',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[23:31] </a> โภคสุข : สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์</p><p>[29:05]  อนณสุข : สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้</p><p>[33:54]  อนวัชชสุข : สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ</p><p>[41:51]  กุลจิรัฏฐิติธรรม 4 : หลักธรรมที่ทำให้ครอบครัวเจริญมั่งคั่ง</p><p>[49:19]  เปรียบเทียบความสุขของ คฤหัสถ์ กับ นักบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิมุตติสู่นิพพาน  [6728-3d]</title>
			<itunes:title>วิมุตติสู่นิพพาน  [6728-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Jul 2024 21:00:32 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/668d2a312387098e04a8302d/media.mp3" length="25633466" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">668d2a312387098e04a8302d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/668d2a312387098e04a8302d</link>
			<acast:episodeId>668d2a312387098e04a8302d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbyoijfUAVItRycqonM9jt3/ZlO3DkryLN04ELWRNldMTw/Ri9iT+LQ3DjAtdDYFxREJHyWKZdYnvuiq8EXzyJC]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การที่จะนำธรรมะมาปฏิบัติจนเกิดเป็นผลขึ้นทางปัญญาได้นั้น มีขั้นตอน และกระบวนการในการปฏิบัติ โดยได้ยกหัวข้อธรรม “วิมุตติสูตร” มาอธิบายประกอบการปฏิบัติ เพื่อให้เห็นขั้นตอน และกระบวนการในการหยั่งลงสู่อมตธรรม</p><p>ในวิมุตติสูตรนั้นจะประกอบไปด้วยธรรม 5 ข้อ ที่แตกต่างกัน แต่มีลำดับขั้นตอนการปฏิบัติที่จะให้เกิดผลเป็นวิมุตติสู่นิพพานได้เหมือนกัน ธรรม 5 ข้อนั้นได้แก่ 1. การได้ฟังธรรม 2. การอธิบายบอกสอน 3. การสัชฌายะ 4. การใคร่ครวญธรรม 5. การทำสมาธิ</p><p>กระบวนการสู่การหลุดพ้น มีอยู่ 6 ขั้นตอน เริ่มจาก เข้าใจอรรถ เข้าใจธรรม แทงตลอดด้วยดี -&gt; เกิดปราโมทย์ -&gt; เกิดปีติ -&gt; กายสงบระงับ -&gt; เสวยสุข -&gt; จิตย่อมตั้งมั่น (ฌาน) และเมื่อมาถึง 6 ขั้นตอนนี้แล้วก็เข้าสู่วิมุตติ คือ ความพ้นจากผัสสะ พ้นจากกิเลส เกิดความรู้เป็นวิชชา และวิมุตติ มีปัญญาปล่อยวาง สู่นิพพาน</p><br><p>Timestamp</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'00:30',%20ts_id:'65c167d732fd3',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[00.22] </a> ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ จาคานุสสติ สีลานุสสติ เทวตานุสสติ</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'07:52',%20ts_id:'65c167d732fdd',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[12.37] </a> ความสำคัญของสมาธิ</p><p>[14.38]  เหตุ 5 ประการ สู่ความหลุดพ้น</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'22:10',%20ts_id:'65c167d732fee',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[14.45] </a> การได้ฟังธรรมะ</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'38:28',%20ts_id:'65c167d733004',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[17.39] </a> การอธิบาย บอกสอนข้อธรรมะ</p><p>[17.59] การสัชฌายะ</p><p>[19.15] การได้ไตร่ตรองข้อธรรมะ</p><p>[20.01] การทำสมาธิ</p><p>[42.58] วิชา วิมุตติ</p><p>[45.38] นิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การที่จะนำธรรมะมาปฏิบัติจนเกิดเป็นผลขึ้นทางปัญญาได้นั้น มีขั้นตอน และกระบวนการในการปฏิบัติ โดยได้ยกหัวข้อธรรม “วิมุตติสูตร” มาอธิบายประกอบการปฏิบัติ เพื่อให้เห็นขั้นตอน และกระบวนการในการหยั่งลงสู่อมตธรรม</p><p>ในวิมุตติสูตรนั้นจะประกอบไปด้วยธรรม 5 ข้อ ที่แตกต่างกัน แต่มีลำดับขั้นตอนการปฏิบัติที่จะให้เกิดผลเป็นวิมุตติสู่นิพพานได้เหมือนกัน ธรรม 5 ข้อนั้นได้แก่ 1. การได้ฟังธรรม 2. การอธิบายบอกสอน 3. การสัชฌายะ 4. การใคร่ครวญธรรม 5. การทำสมาธิ</p><p>กระบวนการสู่การหลุดพ้น มีอยู่ 6 ขั้นตอน เริ่มจาก เข้าใจอรรถ เข้าใจธรรม แทงตลอดด้วยดี -&gt; เกิดปราโมทย์ -&gt; เกิดปีติ -&gt; กายสงบระงับ -&gt; เสวยสุข -&gt; จิตย่อมตั้งมั่น (ฌาน) และเมื่อมาถึง 6 ขั้นตอนนี้แล้วก็เข้าสู่วิมุตติ คือ ความพ้นจากผัสสะ พ้นจากกิเลส เกิดความรู้เป็นวิชชา และวิมุตติ มีปัญญาปล่อยวาง สู่นิพพาน</p><br><p>Timestamp</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'00:30',%20ts_id:'65c167d732fd3',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[00.22] </a> ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ จาคานุสสติ สีลานุสสติ เทวตานุสสติ</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'07:52',%20ts_id:'65c167d732fdd',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[12.37] </a> ความสำคัญของสมาธิ</p><p>[14.38]  เหตุ 5 ประการ สู่ความหลุดพ้น</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'22:10',%20ts_id:'65c167d732fee',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[14.45] </a> การได้ฟังธรรมะ</p><p><a href="http://javascript:sonaar_ts_shortcode(%7b%20trackid:'0',%20time:'38:28',%20ts_id:'65c167d733004',%20play_icon:''%20%7d)%20;" rel="noopener noreferrer" target="_blank">[17.39] </a> การอธิบาย บอกสอนข้อธรรมะ</p><p>[17.59] การสัชฌายะ</p><p>[19.15] การได้ไตร่ตรองข้อธรรมะ</p><p>[20.01] การทำสมาธิ</p><p>[42.58] วิชา วิมุตติ</p><p>[45.38] นิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเพื่อประโยชน์เบื้องหน้า [6727-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมเพื่อประโยชน์เบื้องหน้า [6727-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Jul 2024 21:00:02 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66841ab04cb273e4614069e9/media.mp3" length="27537093" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66841ab04cb273e4614069e9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66841ab04cb273e4614069e9</link>
			<acast:episodeId>66841ab04cb273e4614069e9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbo3fiG13M7Pg0pEx2V+mhlN8MHZcBYvGz8cvH1JtsTj0SXszL7dY7IzWj6shfhRVqi0d/vUQTEozLK3grfLQcJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>27</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>หมวดธรรม 4 ประการ 2 อย่าง ที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ได้แก่</p><p>สัมปรายิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 คือ ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์เบื้องหน้า</p><p>1.สัทธาสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือความมั่นใจในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์</p><p>2.สีลสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยศีล คือศีล 5 ที่ตั้งขึ้นด้วยเจตนางดเว้น</p><p>3.จาคสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยการเสียสละ คือสละสิ่งของ สละกิเลส</p><p>4.ปัญญาสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยปัญญา คือปัญญาที่เข้าใจในความไม่เที่ยงของสิ่งต่างๆ</p><p>บางครั้งการจะพัฒนาจิตใจให้ก้าวหน้านั้นอาจต้องพบเจออุปสรรค  มีธรรมอีกหมวดหนึ่งที่เรานำมาใช้ร่วมกันแล้วจะสนับสนุนให้ชีวิตเราเจริญ คือ อปัสเสนธรรม 4 คือธรรมดุจเป็นพนักพิง ธรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัย  ได้แก่ </p><p>1.พิจารณาแล้วเสพ ได้แก่ สิ่งของปัจจัย 4</p><p>2.พิจารณาแล้วอดทน อดกลั้น ได้แก่ อนิฏฐารมณ์ต่างๆ มีหนาว ร้อน และทุกขเวทนาเป็นต้น</p><p>3. พิจารณาแล้วเว้นเสีย ได้แก่ สิ่งที่เป็นโทษก่ออันตรายแก่ร่างกาย และ จิตใจ</p><p>4. พิจารณาแล้วบรรเทาเสีย ได้แก่ สิ่งที่เป็นโทษและเกิดขึ้นแล้ว เช่น อกุศลวิตก มีกามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เป็นต้น</p><p>หมวดธรรม 4 ข้อ ของ 2 นัยยะที่ยกมานี้คือธรรมที่จะสนับสนุนเกื้อกูลให้การพัฒนาจิตของเรานั้นก้าวหน้าขึ้นมาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>หมวดธรรม 4 ประการ 2 อย่าง ที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ได้แก่</p><p>สัมปรายิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 คือ ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์เบื้องหน้า</p><p>1.สัทธาสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือความมั่นใจในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์</p><p>2.สีลสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยศีล คือศีล 5 ที่ตั้งขึ้นด้วยเจตนางดเว้น</p><p>3.จาคสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยการเสียสละ คือสละสิ่งของ สละกิเลส</p><p>4.ปัญญาสัมปทา : ความถึงพร้อมด้วยปัญญา คือปัญญาที่เข้าใจในความไม่เที่ยงของสิ่งต่างๆ</p><p>บางครั้งการจะพัฒนาจิตใจให้ก้าวหน้านั้นอาจต้องพบเจออุปสรรค  มีธรรมอีกหมวดหนึ่งที่เรานำมาใช้ร่วมกันแล้วจะสนับสนุนให้ชีวิตเราเจริญ คือ อปัสเสนธรรม 4 คือธรรมดุจเป็นพนักพิง ธรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัย  ได้แก่ </p><p>1.พิจารณาแล้วเสพ ได้แก่ สิ่งของปัจจัย 4</p><p>2.พิจารณาแล้วอดทน อดกลั้น ได้แก่ อนิฏฐารมณ์ต่างๆ มีหนาว ร้อน และทุกขเวทนาเป็นต้น</p><p>3. พิจารณาแล้วเว้นเสีย ได้แก่ สิ่งที่เป็นโทษก่ออันตรายแก่ร่างกาย และ จิตใจ</p><p>4. พิจารณาแล้วบรรเทาเสีย ได้แก่ สิ่งที่เป็นโทษและเกิดขึ้นแล้ว เช่น อกุศลวิตก มีกามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เป็นต้น</p><p>หมวดธรรม 4 ข้อ ของ 2 นัยยะที่ยกมานี้คือธรรมที่จะสนับสนุนเกื้อกูลให้การพัฒนาจิตของเรานั้นก้าวหน้าขึ้นมาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กิจจญาณ : กิจที่ควรทำในอริยสัจ4 [6726-3d]</title>
			<itunes:title>กิจจญาณ : กิจที่ควรทำในอริยสัจ4 [6726-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 21:00:55 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/667ae3a980efbb2b372b0022/media.mp3" length="26451765" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">667ae3a980efbb2b372b0022</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/667ae3a980efbb2b372b0022</link>
			<acast:episodeId>667ae3a980efbb2b372b0022</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZZS+r6JvbvoWo9Vmi+hWkJhnILAPrpVmk8uoSKxS8iBH4Rl91BIlSoGlRRxRnsFgYGp72a6qlmD+UhYiSuy8C/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>26</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ความจริงโดยทั่วๆ ไปที่เป็นข้อเท็จจริง ตามสมมุติของโลกนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขปัจจัยตามบริบทของสังคมหรือเวลา เช่น ข่าว งานวิจัย สิ่งของ เสื้อผ้า ที่สมมุติเรียกตามบริบทของเวลานั้น แต่อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 อย่างนี้ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แสดงถึง สัจธรรมความจริง ที่ไม่เกี่ยวเนื่องด้วยเวลา</p><p>กิจในอริยสัจ 4 (กิจญาณ) คือ หน้าที่ที่ต้องทำต่ออริยสัจ 4 แต่ละข้อ</p><p>1. ทุกข์ คือ ขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) หน้าที่คือ “ปริญญา” ควรรอบรู้ เข้าใจ ยอมรับมัน</p><p>2. สมุทัย คือ ตัณหา หน้าที่คือ “ปหานะ” ควรละ กำจัด ขว้างทิ้ง ไม่ถือเอา</p><p>3. นิโรธ คือ ความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “สัจฉิกิริยา” ควรทำให้แจ้ง</p><p>4. มรรค คือ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “ภาวนา” ควรเจริญ พัฒนา ทำให้มาก</p><p>การแยกแยะสิ่งต่างๆ ตามหลักอริยสัจ 4 คือ เมื่อเราเจอสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเรา ให้เรารู้จักแยกแยะสิ่งนั้นก่อนว่าคืออะไรในอริยสัจ 4 เมื่อแยกแยะแล้วก็ทำกิจให้ถูกต้อง กระบวนการแยกแยะนี้ เมื่อทำให้เกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ จะทำให้เกิดญาณหยั่งรู้หรือญาณทัสสนะ (สัจจญาณ, กิจจญาณ, กตญาณ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ความจริงโดยทั่วๆ ไปที่เป็นข้อเท็จจริง ตามสมมุติของโลกนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขปัจจัยตามบริบทของสังคมหรือเวลา เช่น ข่าว งานวิจัย สิ่งของ เสื้อผ้า ที่สมมุติเรียกตามบริบทของเวลานั้น แต่อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 อย่างนี้ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แสดงถึง สัจธรรมความจริง ที่ไม่เกี่ยวเนื่องด้วยเวลา</p><p>กิจในอริยสัจ 4 (กิจญาณ) คือ หน้าที่ที่ต้องทำต่ออริยสัจ 4 แต่ละข้อ</p><p>1. ทุกข์ คือ ขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) หน้าที่คือ “ปริญญา” ควรรอบรู้ เข้าใจ ยอมรับมัน</p><p>2. สมุทัย คือ ตัณหา หน้าที่คือ “ปหานะ” ควรละ กำจัด ขว้างทิ้ง ไม่ถือเอา</p><p>3. นิโรธ คือ ความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “สัจฉิกิริยา” ควรทำให้แจ้ง</p><p>4. มรรค คือ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “ภาวนา” ควรเจริญ พัฒนา ทำให้มาก</p><p>การแยกแยะสิ่งต่างๆ ตามหลักอริยสัจ 4 คือ เมื่อเราเจอสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเรา ให้เรารู้จักแยกแยะสิ่งนั้นก่อนว่าคืออะไรในอริยสัจ 4 เมื่อแยกแยะแล้วก็ทำกิจให้ถูกต้อง กระบวนการแยกแยะนี้ เมื่อทำให้เกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ จะทำให้เกิดญาณหยั่งรู้หรือญาณทัสสนะ (สัจจญาณ, กิจจญาณ, กตญาณ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเพื่อการพัฒนาตนเอง [6725-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมเพื่อการพัฒนาตนเอง [6725-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Jun 2024 21:00:24 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/667205195d053f5ca371bf3c/media.mp3" length="27210316" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">667205195d053f5ca371bf3c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/667205195d053f5ca371bf3c</link>
			<acast:episodeId>667205195d053f5ca371bf3c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZzW3i21q1nvrgfSXu7p1mblrgopCyLLFvGc0aCwM8t/G9vGckekod6fhAhewY1y4+dSC0OmYMZub0LO84xQts/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>25</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ภาวนา คือ การพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นทุกด้าน  คนเราต้องมีการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า ให้เจริญงอกงาม หมวดธรรมะที่จะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาตนเองที่จะนำมากล่าวในที่นี้ได้แก่</p><p>วุฑฒิธรรม 4  : ธรรมเป็นเครื่องเจริญงอกงามแห่งปัญญา  4 ประการ</p><p>1.สัปปุริสังเสวะ: การคบหาสัตบุรุษ</p><p>2.สัทธัมมัสสวนะ: ฟังสัทธรรม,เอาใจใส่เล่าเรียน</p><p>3.โยนิโสมนสิการ: การทำในใจโดยแยบคาย</p><p>4.ธัมมานุธัมมปฏิบัติ: ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม</p><p>วัฒนมุข 6 ธรรมอันเป็นประตูแห่งประโยชน์ที่จะเปิดออกไปให้ก้าวหน้าสู่ความเจริญงอกงามของชีวิต ที่พระพุทธเจ้าได้เคยกล่าวไว้ในครั้งที่เป็นโพธิสัตว์ ได้แก่ </p><p>1.อาโรคยะ : ความไม่มีโรค</p><p>2.ศีล : ความมีระเบียบวินัย</p><p>3.พุทธานุมัต : ศึกษาแนวทางแบบอย่างจากผู้เป็นบัณฑิต</p><p>4.สุตะ : การใฝ่ฟังศึกษาหาความรู้</p><p>5.ธรรมานุวัติ : การดำเนินชีวิตในทางชอบธรรม</p><p>6.อลีนตา : ความเพียรพยายามไม่ย่อหย่อน</p><p>อธิษฐานธรรม 4  คือ ธรรมเป็นฐานที่มั่นคงของบุคคล เป็นธรรมที่จะทำให้บรรลุผลสำเร็จสูงสุดที่หมายไว้ได้ ได้แก่</p><p>1.ปัญญา : หยั่งรู้ชัดในเหตุผล</p><p>2.สัจจะ : พูดอย่างไรทำอย่างนั้น</p><p>3.จาคะ : การสละความไม่ดีออก</p><p>4.อุปสมะ:  ความสงบ</p><p>ธรรม 3 หมวดนี้เป็นธรรมที่เป็นไปในแนวเดียวกัน ที่เมื่อได้นำไปประพฤติปฏิบัติแล้วก็จะเกิดการพัฒนา ก้าวหน้า และนำไปสู่ความเจริญงอกงามในชีวิตได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ภาวนา คือ การพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นทุกด้าน  คนเราต้องมีการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า ให้เจริญงอกงาม หมวดธรรมะที่จะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาตนเองที่จะนำมากล่าวในที่นี้ได้แก่</p><p>วุฑฒิธรรม 4  : ธรรมเป็นเครื่องเจริญงอกงามแห่งปัญญา  4 ประการ</p><p>1.สัปปุริสังเสวะ: การคบหาสัตบุรุษ</p><p>2.สัทธัมมัสสวนะ: ฟังสัทธรรม,เอาใจใส่เล่าเรียน</p><p>3.โยนิโสมนสิการ: การทำในใจโดยแยบคาย</p><p>4.ธัมมานุธัมมปฏิบัติ: ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม</p><p>วัฒนมุข 6 ธรรมอันเป็นประตูแห่งประโยชน์ที่จะเปิดออกไปให้ก้าวหน้าสู่ความเจริญงอกงามของชีวิต ที่พระพุทธเจ้าได้เคยกล่าวไว้ในครั้งที่เป็นโพธิสัตว์ ได้แก่ </p><p>1.อาโรคยะ : ความไม่มีโรค</p><p>2.ศีล : ความมีระเบียบวินัย</p><p>3.พุทธานุมัต : ศึกษาแนวทางแบบอย่างจากผู้เป็นบัณฑิต</p><p>4.สุตะ : การใฝ่ฟังศึกษาหาความรู้</p><p>5.ธรรมานุวัติ : การดำเนินชีวิตในทางชอบธรรม</p><p>6.อลีนตา : ความเพียรพยายามไม่ย่อหย่อน</p><p>อธิษฐานธรรม 4  คือ ธรรมเป็นฐานที่มั่นคงของบุคคล เป็นธรรมที่จะทำให้บรรลุผลสำเร็จสูงสุดที่หมายไว้ได้ ได้แก่</p><p>1.ปัญญา : หยั่งรู้ชัดในเหตุผล</p><p>2.สัจจะ : พูดอย่างไรทำอย่างนั้น</p><p>3.จาคะ : การสละความไม่ดีออก</p><p>4.อุปสมะ:  ความสงบ</p><p>ธรรม 3 หมวดนี้เป็นธรรมที่เป็นไปในแนวเดียวกัน ที่เมื่อได้นำไปประพฤติปฏิบัติแล้วก็จะเกิดการพัฒนา ก้าวหน้า และนำไปสู่ความเจริญงอกงามในชีวิตได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อปริหานิยธรรม : ธรรมะอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม  [6724-3d]</title>
			<itunes:title>อปริหานิยธรรม : ธรรมะอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม  [6724-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Jun 2024 21:00:47 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6668b70ea033650012b09ff1/media.mp3" length="28160347" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6668b70ea033650012b09ff1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6668b70ea033650012b09ff1</link>
			<acast:episodeId>6668b70ea033650012b09ff1</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdha6LWwq6DroMdWmgyfqRJl3nFGk4bPJ70Xld6prKni76D/o8Edq9xu8pczigHJAXlTiV45Jrmj5hLmp3WEV9pLG]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>24</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อปริหานิยธรรม  คือธรรมะอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม เป็นธรรมที่อาศัยการรักษาเหตุปัจจัยแห่งความไม่เสื่อมและเหตุปัจจัยแห่งความเจริญ โดยแบ่งเป็นหลายนัยยะได้แก่</p><p>นัยยะแรก</p><p>1. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์</p><p>2. พร้อมเพรียงกันประชุม</p><p>3. ศึกษาและไม่ล้มล้างสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้</p><p>4. เคารพภิกษุผู้เป็นสังฆบิดร เป็นสังฆปริณายก</p><p>5. ไม่ลุอำนาจตัณหาคือความอยากที่เกิดขึ้น</p><p>6. ยินดีในเสนาสนะป่า</p><p>7. ตั้งสติระลึกไว้ในใจว่า เพื่อนพรหมจารีทั้งหลายผู้มีศีลงาม ซึ่งยังไม่มา ขอให้มา ที่มาแล้ว ขอให้อยู่ผาสุก</p><p>นัยยะที่ 2 คือคุณธรรมในตนเองจะเจริญขึ้นหรือถอยลงด้วย 7 ประการนี้ คือ ไม่ยินดีการงาน ไม่ยินดีการคุย ไม่ยินดีความหลับ  ไม่ยินดีการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ไม่เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ไม่คบมิตรชั่ว ไม่ถึงความท้อถอยในระหว่างที่บรรลุคุณวิเศษเพียงเล็กน้อย  </p><p>นัยยะที่ 3 อริยะทรัพย์ 7 ประการได้แก่ เป็นผู้มีศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นผู้มีหิริ เป็นผู้มีโอตตัปปะ เป็นพหุสูต ปรารภความเพียร เป็นผู้มีสติ เป็นผู้มีปัญญา</p><p>นัยยะที่ 4 เจริญโพชฌงค์ 7ได้แก่ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์  วิริยสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์  สมาธิสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์</p><p>นัยยะที่ 5 เจริญสัญญา 7 ประการ ได้แก่ อนิจจสัญญา อนัตตสัญญา อสุภสัญญา อาทีนวสัญญา ปหานสัญญา จวิราคสัญญา นิโรธสัญญา</p><p>นัยยะที่ 6 คือเจริญสาราณียธรรม 6 ประการ</p><p>นี่คือนัยยะต่างๆของ อปริหานิยธรรม ถ้าเรามีเหตุเงื่อนไขปัจจัยเหล่านี้แล้ว จะมีแต่ความเจริญฝ่ายเดียว ความเสื่อมจะไม่ปรากฎขึ้นเลย</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อปริหานิยธรรม  คือธรรมะอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม เป็นธรรมที่อาศัยการรักษาเหตุปัจจัยแห่งความไม่เสื่อมและเหตุปัจจัยแห่งความเจริญ โดยแบ่งเป็นหลายนัยยะได้แก่</p><p>นัยยะแรก</p><p>1. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์</p><p>2. พร้อมเพรียงกันประชุม</p><p>3. ศึกษาและไม่ล้มล้างสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้</p><p>4. เคารพภิกษุผู้เป็นสังฆบิดร เป็นสังฆปริณายก</p><p>5. ไม่ลุอำนาจตัณหาคือความอยากที่เกิดขึ้น</p><p>6. ยินดีในเสนาสนะป่า</p><p>7. ตั้งสติระลึกไว้ในใจว่า เพื่อนพรหมจารีทั้งหลายผู้มีศีลงาม ซึ่งยังไม่มา ขอให้มา ที่มาแล้ว ขอให้อยู่ผาสุก</p><p>นัยยะที่ 2 คือคุณธรรมในตนเองจะเจริญขึ้นหรือถอยลงด้วย 7 ประการนี้ คือ ไม่ยินดีการงาน ไม่ยินดีการคุย ไม่ยินดีความหลับ  ไม่ยินดีการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ไม่เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ไม่คบมิตรชั่ว ไม่ถึงความท้อถอยในระหว่างที่บรรลุคุณวิเศษเพียงเล็กน้อย  </p><p>นัยยะที่ 3 อริยะทรัพย์ 7 ประการได้แก่ เป็นผู้มีศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นผู้มีหิริ เป็นผู้มีโอตตัปปะ เป็นพหุสูต ปรารภความเพียร เป็นผู้มีสติ เป็นผู้มีปัญญา</p><p>นัยยะที่ 4 เจริญโพชฌงค์ 7ได้แก่ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์  วิริยสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์  สมาธิสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์</p><p>นัยยะที่ 5 เจริญสัญญา 7 ประการ ได้แก่ อนิจจสัญญา อนัตตสัญญา อสุภสัญญา อาทีนวสัญญา ปหานสัญญา จวิราคสัญญา นิโรธสัญญา</p><p>นัยยะที่ 6 คือเจริญสาราณียธรรม 6 ประการ</p><p>นี่คือนัยยะต่างๆของ อปริหานิยธรรม ถ้าเรามีเหตุเงื่อนไขปัจจัยเหล่านี้แล้ว จะมีแต่ความเจริญฝ่ายเดียว ความเสื่อมจะไม่ปรากฎขึ้นเลย</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สาราณียธรรม  [6723-3d]</title>
			<itunes:title>สาราณียธรรม  [6723-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Jun 2024 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/665f895aaa134f00123e67cd/media.mp3" length="27615759" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">665f895aaa134f00123e67cd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/665f895aaa134f00123e67cd</link>
			<acast:episodeId>665f895aaa134f00123e67cd</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZ7dGi4dyncjy6Eg+ldZka9TMkbplGhvewRTS1o6JqCdlEDlPiKN1gerwX7pfPRuzKJXf5xXtXzyAxyoHhLQfgL]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บทสวด สาราณียะธัมมะสูตตัง  เป็นบทที่กล่าวถึงสาราณียธรรม6 ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นไปเพื่อความระลึกถึงกันและกัน คือธรรมแห่งการสร้างความสามัคคี เป็นบทสวดที่มาจากพระสูตรที่พระภิกษุจะมักสวดกันในวันเข้าพรรษา บทสวดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุไว้ที่เมืองสาวัตถี ณ วัดเชตวัน โดยกล่าวถึงธรรม  6 ประการ ที่เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วจะเป็นธรรมเครื่องก่อให้เกิดอานิสงส์ 7 ประการ คือ  </p><p>1.สาราณียา(ระลึกถึงกัน)</p><p>2.ปิยะกะระณา(เป็นเครื่องกระทำให้เป็นที่รักกัน)</p><p> 3.คะรุกะระณา(เป็นที่เคารพซึ่งกันและกัน) </p><p>4.สังคะหายะ(เป็นไปเพื่อ ความสงเคราะห์ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล)</p><p> 5.อะวิวาทายะ(ไม่วิวาทกัน)</p><p> 6.สามัคคิยา(เกิดความพร้อมเพรียงกัน)</p><p> 7.เอกีภาวายะ(ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน)</p><p>โดยองค์ประกอบของสาราณียธรรม 6 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงคือ</p><p>1.เมตตาทางกายทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>2.เมตตาทางวาจาทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>3.เมตตาทางใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>4.การแบ่งปันลาภที่ได้มาโดยธรรม</p><p>5.มีศีลเสมอกัน ศีลไม่ทะลุไม่ด่างพร้อย </p><p>6.มีทิฏฐิอันประเสริฐ คือรู้เจาะจงในอริยสัจ 4</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บทสวด สาราณียะธัมมะสูตตัง  เป็นบทที่กล่าวถึงสาราณียธรรม6 ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นไปเพื่อความระลึกถึงกันและกัน คือธรรมแห่งการสร้างความสามัคคี เป็นบทสวดที่มาจากพระสูตรที่พระภิกษุจะมักสวดกันในวันเข้าพรรษา บทสวดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุไว้ที่เมืองสาวัตถี ณ วัดเชตวัน โดยกล่าวถึงธรรม  6 ประการ ที่เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วจะเป็นธรรมเครื่องก่อให้เกิดอานิสงส์ 7 ประการ คือ  </p><p>1.สาราณียา(ระลึกถึงกัน)</p><p>2.ปิยะกะระณา(เป็นเครื่องกระทำให้เป็นที่รักกัน)</p><p> 3.คะรุกะระณา(เป็นที่เคารพซึ่งกันและกัน) </p><p>4.สังคะหายะ(เป็นไปเพื่อ ความสงเคราะห์ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล)</p><p> 5.อะวิวาทายะ(ไม่วิวาทกัน)</p><p> 6.สามัคคิยา(เกิดความพร้อมเพรียงกัน)</p><p> 7.เอกีภาวายะ(ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน)</p><p>โดยองค์ประกอบของสาราณียธรรม 6 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงคือ</p><p>1.เมตตาทางกายทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>2.เมตตาทางวาจาทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>3.เมตตาทางใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>4.การแบ่งปันลาภที่ได้มาโดยธรรม</p><p>5.มีศีลเสมอกัน ศีลไม่ทะลุไม่ด่างพร้อย </p><p>6.มีทิฏฐิอันประเสริฐ คือรู้เจาะจงในอริยสัจ 4</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความฉลาดในธาตุ และอายตนะ [6722-3d]</title>
			<itunes:title>ความฉลาดในธาตุ และอายตนะ [6722-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 May 2024 21:00:19 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6655fe35fca2190012ea88c4/media.mp3" length="27408802" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6655fe35fca2190012ea88c4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6655fe35fca2190012ea88c4</link>
			<acast:episodeId>6655fe35fca2190012ea88c4</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZK6EvZJ62lrJVQAoxy1pBFHyghK68SwmyuackQKsvsat08eelHC++HgF6ypsHA4cVKngT/65ZuOZWVlljOw1td]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>22</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การทำอะไรซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่บ่อยๆ จะทำให้เราเกิดความชำนาญในสิ่งนั้น เช่นเดียวกับการพิจารณาใคร่ครวญธรรม ถ้าเราใคร่ครวญทำย้ำๆซ้ำๆ อยู่บ่อยๆ อยู่เรื่อยๆ จะทำให้เกิดปัญญา(ญาณ)รู้ชัดขึ้นมา เป็นผู้ฉลาดรู้แจ้งในธรรมนั้น</p><p>วิธีการพิจารณาใคร่ครวญโดยความเป็นธาตุ คือ ธาตุ 6 โดยพิจารณาเจาะแยกลงไป แยกออกๆจนเหลือหน่วยเล็กที่สุดและพิจารณาประกอบกันเข้ามาแล้วจึงมีหน่วยใหญ่ขึ้น</p><p>วิธีการพิจารณาใคร่ครวญโดยความเป็นอายตนะ คืออายตนะภายใน และภายนอกเชื่อมต่อกันทำให้เกิดความรู้สึกขึ้น โดยพิจารณาจากการที่อาศัยเหตุปัจจัยอื่นปรุงแต่งแล้วจึงเกิดขึ้น มีความไม่เที่ยงเป็นทุกข์</p><p>เมื่อพิจารณาใคร่ครวญอยู่บ่อยๆจะเกิด “กุสลตา”คือ ความฉลาดรู้แจ้งชัดซึ่งธาตุ และอายตนะ จะเป็นผลทำให้คลายกำหนัด และปล่อยวาง</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การทำอะไรซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่บ่อยๆ จะทำให้เราเกิดความชำนาญในสิ่งนั้น เช่นเดียวกับการพิจารณาใคร่ครวญธรรม ถ้าเราใคร่ครวญทำย้ำๆซ้ำๆ อยู่บ่อยๆ อยู่เรื่อยๆ จะทำให้เกิดปัญญา(ญาณ)รู้ชัดขึ้นมา เป็นผู้ฉลาดรู้แจ้งในธรรมนั้น</p><p>วิธีการพิจารณาใคร่ครวญโดยความเป็นธาตุ คือ ธาตุ 6 โดยพิจารณาเจาะแยกลงไป แยกออกๆจนเหลือหน่วยเล็กที่สุดและพิจารณาประกอบกันเข้ามาแล้วจึงมีหน่วยใหญ่ขึ้น</p><p>วิธีการพิจารณาใคร่ครวญโดยความเป็นอายตนะ คืออายตนะภายใน และภายนอกเชื่อมต่อกันทำให้เกิดความรู้สึกขึ้น โดยพิจารณาจากการที่อาศัยเหตุปัจจัยอื่นปรุงแต่งแล้วจึงเกิดขึ้น มีความไม่เที่ยงเป็นทุกข์</p><p>เมื่อพิจารณาใคร่ครวญอยู่บ่อยๆจะเกิด “กุสลตา”คือ ความฉลาดรู้แจ้งชัดซึ่งธาตุ และอายตนะ จะเป็นผลทำให้คลายกำหนัด และปล่อยวาง</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title> ฐานะที่พึงพิจารณาเพื่อการหลุดพ้น [6721-3d]</title>
			<itunes:title> ฐานะที่พึงพิจารณาเพื่อการหลุดพ้น [6721-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 May 2024 21:00:19 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/664cdf9a4f58ea0012df5037/media.mp3" length="27129355" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">664cdf9a4f58ea0012df5037</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/664cdf9a4f58ea0012df5037</link>
			<acast:episodeId>664cdf9a4f58ea0012df5037</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYRYwCXK1ElAM3NVdUev4chUi8FrBlSyOQp5y3AknPoBtnybyUP22i42+GOuOJJTJJQx2/PWgktDSRhT1Hp2Vmd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>21</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปัญญาการรอบรู้ในทุกข์ของผู้ถึงซึ่งพระนิพพานหรือกล่าวอีกนัยยะหนึ่งได้ว่าเป็นปัญญาของพระอรหันต์นั่นเองโดยได้ยก “สัตตัฎฐานสูตร” ว่าด้วย ผู้มีปัญญาฉลาดรอบรู้ขันธ์ 5 ในฐานะ 7 ประการได้แก่</p><p>1. รู้ชัดซึ่ง (รู้ลักษณะ) รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ</p><p>2. รู้ถึงเหตุเกิดขึ้น ของ รูป...ฯ คืออาศัยเหตุเกิด</p><p>3. รู้ถึงความดับ ของ รูป...ฯ คือ เมื่อเหตุดับ-ผลย่อมดับ</p><p>4. วิธีข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ ของ รูป..ฯ คือ มรรค 8</p><p>5. รู้ชัดซึ่งอัสสาทะ (รสอร่อย/ข้อดี) ของ รูป...ฯ คือ สุขที่เกิดขึ้น</p><p>6. รู้ชัดซึ่งอาทีนวะ (โทษ/ข้อเสีย) ของ รูป...ฯ คือ ไม่เที่ยง</p><p>7. รู้ชัดซึ่งนิสสรณะ (อุบายเครื่องสลัดออก) จาก รูป...ฯ คือ ปัญญาเห็นความไม่เที่ยง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปัญญาการรอบรู้ในทุกข์ของผู้ถึงซึ่งพระนิพพานหรือกล่าวอีกนัยยะหนึ่งได้ว่าเป็นปัญญาของพระอรหันต์นั่นเองโดยได้ยก “สัตตัฎฐานสูตร” ว่าด้วย ผู้มีปัญญาฉลาดรอบรู้ขันธ์ 5 ในฐานะ 7 ประการได้แก่</p><p>1. รู้ชัดซึ่ง (รู้ลักษณะ) รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ</p><p>2. รู้ถึงเหตุเกิดขึ้น ของ รูป...ฯ คืออาศัยเหตุเกิด</p><p>3. รู้ถึงความดับ ของ รูป...ฯ คือ เมื่อเหตุดับ-ผลย่อมดับ</p><p>4. วิธีข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ ของ รูป..ฯ คือ มรรค 8</p><p>5. รู้ชัดซึ่งอัสสาทะ (รสอร่อย/ข้อดี) ของ รูป...ฯ คือ สุขที่เกิดขึ้น</p><p>6. รู้ชัดซึ่งอาทีนวะ (โทษ/ข้อเสีย) ของ รูป...ฯ คือ ไม่เที่ยง</p><p>7. รู้ชัดซึ่งนิสสรณะ (อุบายเครื่องสลัดออก) จาก รูป...ฯ คือ ปัญญาเห็นความไม่เที่ยง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นิวรณ์ 5 [6720-3d]</title>
			<itunes:title>นิวรณ์ 5 [6720-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 May 2024 21:00:04 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:42</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/664369851ec45a001281b06d/media.mp3" length="27270625" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">664369851ec45a001281b06d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/664369851ec45a001281b06d</link>
			<acast:episodeId>664369851ec45a001281b06d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZzw0bbJ7Q3Popq8wZXr5aaj9SugYy3eNF3C7cZ0ZibkD0flHVz5vnqz1Zlvi4W0U2F46ptdBcrKDgiZ2cXRbSp]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>20</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“นิวรณ์ 5” ได้แก่ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นกิเลสประเภทหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในช่องทางใจระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นเครื่องขวางกั้น ทำให้จิตขุ่นมัว ไม่เป็นสมาธิ</p><p>การจะระงับนิวรณ์ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การมีสติ” ระลึกรู้ถึงนิวรณ์ที่เกิดขึ้น และการใช้ “กำลังของสติ” ไม่ให้จิตน้อมไปตามความคิดเหล่านั้น นั่นจะทำให้นิวรณ์อ่อนกำลังและดับไป นอกจากนี้ การไม่ตั้งความพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเจริญพรหมวิหาร4 รวมถึงการเจริญโพชฌงค์7 ก็ทำให้นิวรณ์ระงับได้เช่นเดียวกัน</p><p>ทั้งนี้ในการเจริญสมาธิภาวนา เราอาจใช้นิวรณ์เป็นกรอบนิมิตได้ว่า สมาธิช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อจิตสงบ หรือช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อการพิจารณาให้เกิดปัญญาได้อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“นิวรณ์ 5” ได้แก่ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นกิเลสประเภทหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในช่องทางใจระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นเครื่องขวางกั้น ทำให้จิตขุ่นมัว ไม่เป็นสมาธิ</p><p>การจะระงับนิวรณ์ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การมีสติ” ระลึกรู้ถึงนิวรณ์ที่เกิดขึ้น และการใช้ “กำลังของสติ” ไม่ให้จิตน้อมไปตามความคิดเหล่านั้น นั่นจะทำให้นิวรณ์อ่อนกำลังและดับไป นอกจากนี้ การไม่ตั้งความพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเจริญพรหมวิหาร4 รวมถึงการเจริญโพชฌงค์7 ก็ทำให้นิวรณ์ระงับได้เช่นเดียวกัน</p><p>ทั้งนี้ในการเจริญสมาธิภาวนา เราอาจใช้นิวรณ์เป็นกรอบนิมิตได้ว่า สมาธิช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อจิตสงบ หรือช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อการพิจารณาให้เกิดปัญญาได้อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>แก้ปัญหาด้วยสัญญา 7 ประการ [6719-3d]</title>
			<itunes:title>แก้ปัญหาด้วยสัญญา 7 ประการ [6719-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 May 2024 22:58:17 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/663ab209c59e910013687378/media.mp3" length="27469551" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">663ab209c59e910013687378</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/663ab209c59e910013687378</link>
			<acast:episodeId>663ab209c59e910013687378</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdharEOPgowGqbg/QhbJS3wZjBy86Eqls+ClLDNMnrmItVDE4VMPxFBYz6VwVwOH0yLZvHsrZ3Ax5NZGUge42942x]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>19</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ตัณหา ได้ชื่อว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์ และเป็นที่มาของปัญหาต่างๆในชีวิตของคนเรา การมาเจริญภาวนาในสัญญา 7 ประการนี้ คือเมื่อมีการพิจารณาให้มากในสัญญาเหล่านี้ จิตจะไม่หวนกลับกำเริบและมีนิพพานเป็นที่สุด</p><p>ปัญหาของตัณหาและกิเลสแก้โดยสัญญา 7 ประการ ดังนี้</p><p>ยินดีในเพศตรงข้าม(เมถุนธรรม) แก้โดย พิจารณา อสุภสัญญา</p><p>รักตัวกลัวตาย (รักชีวิต) แก้โดยพิจารณา มรณสัญญา</p><p>ติดในรสอาหาร แก้โดย พิจารณา อาหาเรปฏิกูลสัญญา</p><p>ความวิจิตรแห่งโลก แก้โดย พิจารณา สัพพโลเกอนภิรตสัญญา</p><p>ลาภสักการะ และความสรรเสริญ แก้โดย พิจารณา อนิจจสัญญา</p><p>ความเฉื่อยชา เกียจค้าน ท้อถอย ประมาท ไม่ประกอบความเพียร แก้โดย พิจารณา อนิจเจทุกขสัญญา (ความเห็นทุกข์เป็นสิ่งไม่เที่ยงทั้งหลาย)</p><p>ทิฐิ และมานะ แก้โดย พิจารณา ทุกเขอนัตตสัญญา (เห็นความเป็นอนัตตาในความทุกข์นั้น)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ตัณหา ได้ชื่อว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์ และเป็นที่มาของปัญหาต่างๆในชีวิตของคนเรา การมาเจริญภาวนาในสัญญา 7 ประการนี้ คือเมื่อมีการพิจารณาให้มากในสัญญาเหล่านี้ จิตจะไม่หวนกลับกำเริบและมีนิพพานเป็นที่สุด</p><p>ปัญหาของตัณหาและกิเลสแก้โดยสัญญา 7 ประการ ดังนี้</p><p>ยินดีในเพศตรงข้าม(เมถุนธรรม) แก้โดย พิจารณา อสุภสัญญา</p><p>รักตัวกลัวตาย (รักชีวิต) แก้โดยพิจารณา มรณสัญญา</p><p>ติดในรสอาหาร แก้โดย พิจารณา อาหาเรปฏิกูลสัญญา</p><p>ความวิจิตรแห่งโลก แก้โดย พิจารณา สัพพโลเกอนภิรตสัญญา</p><p>ลาภสักการะ และความสรรเสริญ แก้โดย พิจารณา อนิจจสัญญา</p><p>ความเฉื่อยชา เกียจค้าน ท้อถอย ประมาท ไม่ประกอบความเพียร แก้โดย พิจารณา อนิจเจทุกขสัญญา (ความเห็นทุกข์เป็นสิ่งไม่เที่ยงทั้งหลาย)</p><p>ทิฐิ และมานะ แก้โดย พิจารณา ทุกเขอนัตตสัญญา (เห็นความเป็นอนัตตาในความทุกข์นั้น)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>บทสวดธชัคคสูตร [6718-3d]</title>
			<itunes:title>บทสวดธชัคคสูตร [6718-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Apr 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>47:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/66314cac3a18a6001241ba80/media.mp3" length="22730082" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66314cac3a18a6001241ba80</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/66314cac3a18a6001241ba80</link>
			<acast:episodeId>66314cac3a18a6001241ba80</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYrpkaoH75Pasywspw16WhvBR/ge84v1W6Tgd08/xUUeV7+30jYkaOfMzwIH+AWzydoclq25rU8zHNO8nfkPSsj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>18</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>          ธรรม  4 ประการที่เป็นเหตุให้พระสัทธรรมเลอะเลือนจนเสื่อมสูญไป หรือ สัทธรรมปฏิรูป คือ</p><p>1.บทพยัญชนะ อรรถแห่งบทพยัญชนะที่สืบทอดกันมาไม่ดี</p><p>2. ภิกษุเป็นคนว่ายาก</p><p>3.ผู้เป็นพหูสูต ไม่ถ่ายทอดสูตรแก่ทายาท</p><p>4.พระเถระเป็นผู้เดินในทางทราม </p><p>  หากมีการสืบทอดบทพยัญชนะ กันมาอย่างดีคือจำเนื้อหาได้ถูกต้อง ออกเสียงอักขระชัดเจน รู้ความหมายอย่างถูกต้องก็จะทำให้พระสัทธรรมแท้ยังคงอยู่และเจริญขึ้นได้ โดยการกล่าวสวดบทพยัญชนะนี้จะต้องแม่นยำทั้งบท(ตัวหนังสือ) และพยัญชนะ(การออกเสียง) การสวดมนต์นี้จึงเป็นรูปแบบของการรักษาศาสนาอย่างหนึ่ง</p><p>          บทสวดธชัคคสูตร(ธะชัคคะสุตตัง) เป็นบทสวดที่กล่าวถึงวิธีระงับความกลัว โดย พระพุทธเจ้ากล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตนานมาแล้วที่เทวดารบกับอสูรโดยท้าวสักกะได้บอกกับเหล่าเทวดาว่า หากเกิดความกลัวหวาดสะดุ้ง ขนพองสยองเกล้าขึ้น ให้มองไปที่ยอดธงของหัวหน้าเทวดาทั้ง 4 จะทำให้ความกลัวหายไป  แต่พระพุทธเจ้ากล่าวว่าความกลัวของเหล่าเทวดาก็ยังมีอยู่ เหตุเพราะหัวหน้าเทวดาทั้ง 4 ยังมีราคะ โทสะ โมหะอยู่ พระพุทธเจ้าจึงกล่าวต่อภิกษุว่าหากภิกษุไปอยู่ป่า อยู่โคนไม้ อยู่เรือนว่าง หากระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ภัยความกลัว ความสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้าจะไม่มี เหตุเพราะผู้มีกิเลสสิ้นไปแล้ว ก็จะไม่สะดุ้งหวาดกลัวภัยอันตรายใดๆเลย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>          ธรรม  4 ประการที่เป็นเหตุให้พระสัทธรรมเลอะเลือนจนเสื่อมสูญไป หรือ สัทธรรมปฏิรูป คือ</p><p>1.บทพยัญชนะ อรรถแห่งบทพยัญชนะที่สืบทอดกันมาไม่ดี</p><p>2. ภิกษุเป็นคนว่ายาก</p><p>3.ผู้เป็นพหูสูต ไม่ถ่ายทอดสูตรแก่ทายาท</p><p>4.พระเถระเป็นผู้เดินในทางทราม </p><p>  หากมีการสืบทอดบทพยัญชนะ กันมาอย่างดีคือจำเนื้อหาได้ถูกต้อง ออกเสียงอักขระชัดเจน รู้ความหมายอย่างถูกต้องก็จะทำให้พระสัทธรรมแท้ยังคงอยู่และเจริญขึ้นได้ โดยการกล่าวสวดบทพยัญชนะนี้จะต้องแม่นยำทั้งบท(ตัวหนังสือ) และพยัญชนะ(การออกเสียง) การสวดมนต์นี้จึงเป็นรูปแบบของการรักษาศาสนาอย่างหนึ่ง</p><p>          บทสวดธชัคคสูตร(ธะชัคคะสุตตัง) เป็นบทสวดที่กล่าวถึงวิธีระงับความกลัว โดย พระพุทธเจ้ากล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตนานมาแล้วที่เทวดารบกับอสูรโดยท้าวสักกะได้บอกกับเหล่าเทวดาว่า หากเกิดความกลัวหวาดสะดุ้ง ขนพองสยองเกล้าขึ้น ให้มองไปที่ยอดธงของหัวหน้าเทวดาทั้ง 4 จะทำให้ความกลัวหายไป  แต่พระพุทธเจ้ากล่าวว่าความกลัวของเหล่าเทวดาก็ยังมีอยู่ เหตุเพราะหัวหน้าเทวดาทั้ง 4 ยังมีราคะ โทสะ โมหะอยู่ พระพุทธเจ้าจึงกล่าวต่อภิกษุว่าหากภิกษุไปอยู่ป่า อยู่โคนไม้ อยู่เรือนว่าง หากระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ภัยความกลัว ความสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้าจะไม่มี เหตุเพราะผู้มีกิเลสสิ้นไปแล้ว ก็จะไม่สะดุ้งหวาดกลัวภัยอันตรายใดๆเลย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หิริ โอตตัปปะ : ธรรมคุ้มครองโลก [6717-3d]</title>
			<itunes:title>หิริ โอตตัปปะ : ธรรมคุ้มครองโลก [6717-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Apr 2024 21:00:29 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6627ca57cbd30d0012079cc9/media.mp3" length="27510421" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6627ca57cbd30d0012079cc9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6627ca57cbd30d0012079cc9</link>
			<acast:episodeId>6627ca57cbd30d0012079cc9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdha2TFgnkj+QKm7RfrL6o84vDN1sX6LFpYjVU+m5YH5BqdwgO53Y6IL1VEb92rkNV6970/UtBMVOm8Lna+J8B8wh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>17</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“โลกบาล” เป็นหลักคุ้มครองรักษาโลก ที่ช่วยให้มนุษย์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข  อันประกอบด้วยหลักธรรม 2 ประการที่จะมาคู่กันเสมอในจิตใจ ที่จะทำให้บุคคลทำแต่ความดี คือหิริและโอตตัปปะ “หิริ”  แปลว่าความละอายต่อบาป และ  “โอตตัปปะ”  แปลว่าความกลัวต่อบาป</p><p>บุคคลผู้มีหิริและโอตตัปปะ มีสติสัมปชัญญะ มีการสำรวมอินทรีย์  ศีลสมบูรณ์ เป็นเครื่องที่ทำให้เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริงถึงพระนิพพานได้ในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“โลกบาล” เป็นหลักคุ้มครองรักษาโลก ที่ช่วยให้มนุษย์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข  อันประกอบด้วยหลักธรรม 2 ประการที่จะมาคู่กันเสมอในจิตใจ ที่จะทำให้บุคคลทำแต่ความดี คือหิริและโอตตัปปะ “หิริ”  แปลว่าความละอายต่อบาป และ  “โอตตัปปะ”  แปลว่าความกลัวต่อบาป</p><p>บุคคลผู้มีหิริและโอตตัปปะ มีสติสัมปชัญญะ มีการสำรวมอินทรีย์  ศีลสมบูรณ์ เป็นเครื่องที่ทำให้เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริงถึงพระนิพพานได้ในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โอกาสดี 4 ประการเพื่อการบรรลุธรรม [6716-3d]</title>
			<itunes:title>โอกาสดี 4 ประการเพื่อการบรรลุธรรม [6716-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Apr 2024 21:00:51 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/661db8092e0a630016cab512/media.mp3" length="26336374" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">661db8092e0a630016cab512</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/661db8092e0a630016cab512</link>
			<acast:episodeId>661db8092e0a630016cab512</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhavhBjbw5P0/FE5hqLY8/TCRFn9upa5bCffbQ6Dr5gpXE1bqQgBOdxno1YBhurpkJsEXne9yp2W79ktTxx6sJdS]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>16</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ขณะ หรือเวลา หรือโอกาส ใน 4 อย่างนี้ ได้แก่ การที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น การที่ได้เกิดในพื้นที่หรือประเทศที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้า การที่มีสัมมาทิฎฐิ (ความเห็นที่ถูกต้อง) และการที่มีอายตนะ 6 อย่างครบสมบรูณ์ (ไม่พิการ)…โอกาสดีทั้ง 4 ประการ ที่ได้ยากขนาดนี้เกิดขึ้นแล้ว อย่าไปรีรอ อย่าให้ล่วงเลยไปเสีย โอกาสนี้ไม่ได้มีอยู่เรื่อย ๆ ตอนนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่น ครั้งนึงครั้งเดียวคือตอนนี้แหละ ตรงนี้แหละ ช่องที่เราอยู่ในกัปนี้ ที่ยังมีคำสอนพระพุทธเจ้าโคตมอยู่ในตอนนี้ เพราะมันไม่แน่ว่าชาติหน้าที่เราเกิดมาอาจจะไปเบียดเสียดยัดเยียดอยู่ในนรก เกิดเป็นสัตว์ที่เกิดในของโสโครก เป็นสัตว์เดรัจฉาน ไปเกิดเป็นสัตว์ในอรูปพรหม หรือแม้แต่ไปเกิดในประเทศที่ไม่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่… มันไม่แน่ไม่นอนว่าโอกาสหน้าที่จะมาต่อไป มันจะมีหรือไม่ แต่ถ้ามีอยู่ตอนนี้ รีบเลย คือให้เป็นโสดาปัตติผลให้ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ขณะ หรือเวลา หรือโอกาส ใน 4 อย่างนี้ ได้แก่ การที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น การที่ได้เกิดในพื้นที่หรือประเทศที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้า การที่มีสัมมาทิฎฐิ (ความเห็นที่ถูกต้อง) และการที่มีอายตนะ 6 อย่างครบสมบรูณ์ (ไม่พิการ)…โอกาสดีทั้ง 4 ประการ ที่ได้ยากขนาดนี้เกิดขึ้นแล้ว อย่าไปรีรอ อย่าให้ล่วงเลยไปเสีย โอกาสนี้ไม่ได้มีอยู่เรื่อย ๆ ตอนนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่น ครั้งนึงครั้งเดียวคือตอนนี้แหละ ตรงนี้แหละ ช่องที่เราอยู่ในกัปนี้ ที่ยังมีคำสอนพระพุทธเจ้าโคตมอยู่ในตอนนี้ เพราะมันไม่แน่ว่าชาติหน้าที่เราเกิดมาอาจจะไปเบียดเสียดยัดเยียดอยู่ในนรก เกิดเป็นสัตว์ที่เกิดในของโสโครก เป็นสัตว์เดรัจฉาน ไปเกิดเป็นสัตว์ในอรูปพรหม หรือแม้แต่ไปเกิดในประเทศที่ไม่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่… มันไม่แน่ไม่นอนว่าโอกาสหน้าที่จะมาต่อไป มันจะมีหรือไม่ แต่ถ้ามีอยู่ตอนนี้ รีบเลย คือให้เป็นโสดาปัตติผลให้ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มรรค ผล นิพพาน [6715-3d]</title>
			<itunes:title>มรรค ผล นิพพาน [6715-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Apr 2024 21:00:49 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/661541b2dd3b8b001717be14/media.mp3" length="27906691" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">661541b2dd3b8b001717be14</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/661541b2dd3b8b001717be14</link>
			<acast:episodeId>661541b2dd3b8b001717be14</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbuwzkIILB4iFa2I8TPfwc4ioDaylHiARhqAiWmqip0beZDmBxLdsKIqxakuF4suph6TzwbnvVUVFRW/6uoTtrL]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>15</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติตามธรรมที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ ผลที่จะพึงหวังได้ คือความผาสุก ซึ่งจะปรากฏเป็นความเบาบางของกิเลส นำไปสู่การสิ้นสุดของการเวียนว่ายตัดภพชาติให้น้อยลงไปตามลำดับ การเดินตามทางนั้นเป็นมรรค เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางแล้วเรียกว่าผลและมีนิพพานเป็นที่สุดแห่งการประพฤติปฏิบัติ</p><p>พึงเห็นโทษของการเวียนว่ายตายเกิดว่า เป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดี พึงเห็นคุณของพระธรรมคำสอน ว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ และน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติเพื่อที่สุดแห่งพรหมจรรย์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติตามธรรมที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ ผลที่จะพึงหวังได้ คือความผาสุก ซึ่งจะปรากฏเป็นความเบาบางของกิเลส นำไปสู่การสิ้นสุดของการเวียนว่ายตัดภพชาติให้น้อยลงไปตามลำดับ การเดินตามทางนั้นเป็นมรรค เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางแล้วเรียกว่าผลและมีนิพพานเป็นที่สุดแห่งการประพฤติปฏิบัติ</p><p>พึงเห็นโทษของการเวียนว่ายตายเกิดว่า เป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดี พึงเห็นคุณของพระธรรมคำสอน ว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ และน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติเพื่อที่สุดแห่งพรหมจรรย์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีละกิเลส [6714-3d]</title>
			<itunes:title>วิธีละกิเลส [6714-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Apr 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/660c43c537d900001621df39/media.mp3" length="28478543" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">660c43c537d900001621df39</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/660c43c537d900001621df39</link>
			<acast:episodeId>660c43c537d900001621df39</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYFhtrjc6T2wd4/3EnDElGHGcxgBXEyuBsmg994AYxTt7mUSpH36go8AgSbdHR9Qq9oYRI6lYI4o5mrVM9ju2QC]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"กิเลส" เป็นเหตุแห่งทุกข์ต้องละเสีย จึงอ้างอิงในส่วนของอังคุตตรนิการ ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ในหมวด 6 ว่าด้วยวิธีการละกิเลส อาศัยธรรมหมวด 5 เป็นเหตุทำให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสได้ กล่าวคือ การฟังธรรม การเทศน์สอน การทบทวน การคิดใคร่ครวญในธรรม หรือการทำสมาธิ </p><br><p>ธรรม 5 อย่างนี้ เมื่อปฏิบัติให้บ่อยแม้ข้อใดข้อหนึ่งก็จะเกิดความรู้ในอรรถธรรมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความปราโมทย์ ปีติ ทำให้กายระงับ และจิตเป็นสุข มีสติและสมาธิตั้งมั่นเป็นอารมณ์อันเดียว ซึ่งจิตที่มีสติตั้งมั่นนี้เองเป็นเหตุปัจจัยหมวด 6 ว่าด้วยการละกิเลส คือการสำรวม การพิจารณาก่อนเสพสิ่งต่าง ๆ การงดเว้นสิ่งควรงด การอดทน การละเรื่องกาม พยาบาท เบียดเบียน รวมถึงการภาวนาเพื่อให้เกิดโพชฌงค์ด้วย จะเห็นว่าธรรม 2 หมวดนี้ สอดคล้องรับกัน เป็นวิธีปฏิบัติเพื่อให้ถึงความดับทุกข์หรือมรรค 8 นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"กิเลส" เป็นเหตุแห่งทุกข์ต้องละเสีย จึงอ้างอิงในส่วนของอังคุตตรนิการ ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ในหมวด 6 ว่าด้วยวิธีการละกิเลส อาศัยธรรมหมวด 5 เป็นเหตุทำให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสได้ กล่าวคือ การฟังธรรม การเทศน์สอน การทบทวน การคิดใคร่ครวญในธรรม หรือการทำสมาธิ </p><br><p>ธรรม 5 อย่างนี้ เมื่อปฏิบัติให้บ่อยแม้ข้อใดข้อหนึ่งก็จะเกิดความรู้ในอรรถธรรมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความปราโมทย์ ปีติ ทำให้กายระงับ และจิตเป็นสุข มีสติและสมาธิตั้งมั่นเป็นอารมณ์อันเดียว ซึ่งจิตที่มีสติตั้งมั่นนี้เองเป็นเหตุปัจจัยหมวด 6 ว่าด้วยการละกิเลส คือการสำรวม การพิจารณาก่อนเสพสิ่งต่าง ๆ การงดเว้นสิ่งควรงด การอดทน การละเรื่องกาม พยาบาท เบียดเบียน รวมถึงการภาวนาเพื่อให้เกิดโพชฌงค์ด้วย จะเห็นว่าธรรม 2 หมวดนี้ สอดคล้องรับกัน เป็นวิธีปฏิบัติเพื่อให้ถึงความดับทุกข์หรือมรรค 8 นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความมั่นคงและไม่หวั่นไหวแห่งจิต [6713-3d]</title>
			<itunes:title>ความมั่นคงและไม่หวั่นไหวแห่งจิต [6713-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Mar 2024 21:00:48 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6602c6d07044d1001633f40c/media.mp3" length="29053708" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6602c6d07044d1001633f40c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6602c6d07044d1001633f40c</link>
			<acast:episodeId>6602c6d07044d1001633f40c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbXHURhc/K0Kz/MpvvrqCorwRQYgU/IJCQVok+9G1bQUElsBBOqJsvznXoTrcU1vqhB1sJG46yPDsA2qBxTmKgD]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อินทรีย์ 5 และพละ 5 นั้น ต่างมีองค์ประกอบ 5 ประการ คือศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา หากจะเปรียบเทียบ สติ ย่อมเทียบได้กับหัวธนู วิริยะ คู่กับ สมาธิ ช่วยพยุงธนูไว้ ศรัทธา คู่กับ ปัญญา พยุงด้านปลายของธนู หากอินทรีย์หรือพละตัวใดมากไป ธนูนั้นย่อมขาดความสมดุล ไม่สามารถแล่นตรงสู่เป้าหมายได้</p><p>กล่าวได้ว่าอินทรีย์ 5 และพละ5 นั้น เหมือนกันโดยองค์ธรรมเพียงแต่ใช้อธิบายคนละนัยยะ คือความเป็นใหญ่ และความไม่หวั่นไหวเปรียบเสมือนแม่น้ำใหญ่ที่มีเกาะอยู่กึ่งกลาง แบ่งแม่น้ำออกเป็นสองสาย แม่น้ำทั้งสองที่ถูกแบ่งนั้น ย่อมเป็นสายน้ำเดียวกัน และไหลบรรจบกันในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อินทรีย์ 5 และพละ 5 นั้น ต่างมีองค์ประกอบ 5 ประการ คือศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา หากจะเปรียบเทียบ สติ ย่อมเทียบได้กับหัวธนู วิริยะ คู่กับ สมาธิ ช่วยพยุงธนูไว้ ศรัทธา คู่กับ ปัญญา พยุงด้านปลายของธนู หากอินทรีย์หรือพละตัวใดมากไป ธนูนั้นย่อมขาดความสมดุล ไม่สามารถแล่นตรงสู่เป้าหมายได้</p><p>กล่าวได้ว่าอินทรีย์ 5 และพละ5 นั้น เหมือนกันโดยองค์ธรรมเพียงแต่ใช้อธิบายคนละนัยยะ คือความเป็นใหญ่ และความไม่หวั่นไหวเปรียบเสมือนแม่น้ำใหญ่ที่มีเกาะอยู่กึ่งกลาง แบ่งแม่น้ำออกเป็นสองสาย แม่น้ำทั้งสองที่ถูกแบ่งนั้น ย่อมเป็นสายน้ำเดียวกัน และไหลบรรจบกันในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณสมบัติของคนดี [6712-3d]</title>
			<itunes:title>คุณสมบัติของคนดี [6712-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 Mar 2024 21:00:05 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65f99908d324f8001652e734/media.mp3" length="27990582" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65f99908d324f8001652e734</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65f99908d324f8001652e734</link>
			<acast:episodeId>65f99908d324f8001652e734</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZsxRPUTWr/sG6EH+bIjJ+IAAKiEIT7hoyf36Yz1D8G5YOGyK8jlprnXrHkfiHSnKSWvY4nUvSxT2ecNWvctcT6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“สัตบุรุษหรือสัปปบุรุษ” หมายถึง คนดี เป็นผู้ประกอบด้วยสัทธรรม ตามจูฬปุณณมสูตร คือผู้มี “ศรัทธา หิริ โอตัปปะ พหูสุต ความเพียร สติมั่นคง และปัญญา” โดยทั่วไปเราจะพิจารณาว่าใครเป็นคนดี ก็โดยเทียบกับคุณธรรมที่กล่าวนี้ จากมิตรสหายที่บุคคลนั้นคบหา จากความคิด การให้คำปรึกษา วาจา4 การกระทำ ทิฐิความเห็น และทานที่ให้</p><p>นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ “อุบาสกธรรม7” คือคุณสมบัติของชาวพุทธที่ดี และ”กัลยาณมิตรธรรม7” คือคุณสมบัติของมิตรแท้ และ “สัปปุริสธรรม7” ในธัมมัญญสูตร อันเป็นคุณสมบัติของสัตบุรุษ ที่เปรียบดั่งคุณธรรมของพระเจ้าจักรพรรดิ</p><p>คุณธรรมเหล่านี้ ศึกษาเพื่อเป็นบรรทัดฐาน พัฒนาจุดที่ยังมีน้อยอยู่ หรือหากมีคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว ก็รักษาคงไว้เพื่อความดีงาม และความเจริญต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“สัตบุรุษหรือสัปปบุรุษ” หมายถึง คนดี เป็นผู้ประกอบด้วยสัทธรรม ตามจูฬปุณณมสูตร คือผู้มี “ศรัทธา หิริ โอตัปปะ พหูสุต ความเพียร สติมั่นคง และปัญญา” โดยทั่วไปเราจะพิจารณาว่าใครเป็นคนดี ก็โดยเทียบกับคุณธรรมที่กล่าวนี้ จากมิตรสหายที่บุคคลนั้นคบหา จากความคิด การให้คำปรึกษา วาจา4 การกระทำ ทิฐิความเห็น และทานที่ให้</p><p>นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ “อุบาสกธรรม7” คือคุณสมบัติของชาวพุทธที่ดี และ”กัลยาณมิตรธรรม7” คือคุณสมบัติของมิตรแท้ และ “สัปปุริสธรรม7” ในธัมมัญญสูตร อันเป็นคุณสมบัติของสัตบุรุษ ที่เปรียบดั่งคุณธรรมของพระเจ้าจักรพรรดิ</p><p>คุณธรรมเหล่านี้ ศึกษาเพื่อเป็นบรรทัดฐาน พัฒนาจุดที่ยังมีน้อยอยู่ หรือหากมีคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว ก็รักษาคงไว้เพื่อความดีงาม และความเจริญต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต35 # จิตที่ไกลจากกิเลส (6711-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต35 # จิตที่ไกลจากกิเลส (6711-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Mar 2024 21:00:39 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:48</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65f06f8dedbd6100167bb3f9/media.mp3" length="27305316" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65f06f8dedbd6100167bb3f9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65f06f8dedbd6100167bb3f9</link>
			<acast:episodeId>65f06f8dedbd6100167bb3f9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZIlIBcOU9Ix+PiDIZkDvcjPkmQz9ubBjNyEpZ8egZaegfjEuWbrygOugeUFq2dFjW+muc6IPfXVbhxlh07Fch4]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มงคลชีวิต 4 ข้อสุดท้ายนี้เป็นภูมิจิตของผู้ที่ไกลจากกิเลส กล่าวคือ</p><p>จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม  คือ เมื่อถูกโลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์มากระทบก็ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ที่น่าพอใจน่าปรารถนานั้น และเมื่อถูกฝ่ายอนิฏฐารมณ์มากระทบก็ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนานั้น จิตจะเข้าถึงความคงที่อย่างนี้ได้ ต้องประกอบด้วยปัญญาที่เห็นการทำงานของขันธ์ที่เป็นไปตามกฎไตรลักษณ์</p><p>จิตไม่โศก คือจิตที่หลุดจากบ่วงสิเน่หา เพราะความโศกเกิดจากความรัก จะไม่ให้โศกก็อย่าให้มีความรัก  ความรักเปรียบเหมือนยางเหนียวทำให้จิตติดอารมณ์นั้น พอความรักหายไปก็เศร้าโศก จิตพระอรหันต์ท่านไม่มีรักเพราะฉะนั้นจึงไม่โศก</p><p>จิตปราศจากธุลี ธุลี คือความเศร้าหมองของจิตที่เกิดจากเทือกของกิเลส (ราคะ โทสะ โมหะ) จะกำจัดกิเลสได้ด้วย อริยมรรคมีองค์8 จิตหมดธุลี คือจิตที่พ้นแล้วจากกิเลส</p><p>จิตเกษม เป็นจิตที่ถึงแดนเกษมคือแดนที่ปลอดภัยจากกิเลสเครื่องกวนใจ ตัดเครื่องผูกรัด คือกามโยคะ ภวโยคะ  ทิฏฐิโยคะ อวิชชาโยคะ พ้นแล้วจาก ความเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มงคลชีวิต 4 ข้อสุดท้ายนี้เป็นภูมิจิตของผู้ที่ไกลจากกิเลส กล่าวคือ</p><p>จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม  คือ เมื่อถูกโลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์มากระทบก็ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ที่น่าพอใจน่าปรารถนานั้น และเมื่อถูกฝ่ายอนิฏฐารมณ์มากระทบก็ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนานั้น จิตจะเข้าถึงความคงที่อย่างนี้ได้ ต้องประกอบด้วยปัญญาที่เห็นการทำงานของขันธ์ที่เป็นไปตามกฎไตรลักษณ์</p><p>จิตไม่โศก คือจิตที่หลุดจากบ่วงสิเน่หา เพราะความโศกเกิดจากความรัก จะไม่ให้โศกก็อย่าให้มีความรัก  ความรักเปรียบเหมือนยางเหนียวทำให้จิตติดอารมณ์นั้น พอความรักหายไปก็เศร้าโศก จิตพระอรหันต์ท่านไม่มีรักเพราะฉะนั้นจึงไม่โศก</p><p>จิตปราศจากธุลี ธุลี คือความเศร้าหมองของจิตที่เกิดจากเทือกของกิเลส (ราคะ โทสะ โมหะ) จะกำจัดกิเลสได้ด้วย อริยมรรคมีองค์8 จิตหมดธุลี คือจิตที่พ้นแล้วจากกิเลส</p><p>จิตเกษม เป็นจิตที่ถึงแดนเกษมคือแดนที่ปลอดภัยจากกิเลสเครื่องกวนใจ ตัดเครื่องผูกรัด คือกามโยคะ ภวโยคะ  ทิฏฐิโยคะ อวิชชาโยคะ พ้นแล้วจาก ความเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 34 #เห็นอริยสัจและทำให้แจ้งในนิพพาน [6710-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 34 #เห็นอริยสัจและทำให้แจ้งในนิพพาน [6710-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Mar 2024 21:00:33 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65e65804e85e9d001741e1f0/media.mp3" length="27557013" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65e65804e85e9d001741e1f0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65e65804e85e9d001741e1f0</link>
			<acast:episodeId>65e65804e85e9d001741e1f0</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYKGQ0xYsd+VikKpD9TGABWZiImhqAmvutQzIcco4A8jR8p9gWD5qh6bnRRJa/wqF0RgUWhsW/WCKLw+A9sjq2Y]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในทางปฏิบัติเราจำเป็นต้องรู้เรื่องอริยสัจไว้บ้าง เพราะเวลาที่เราไปรับรู้เห็นนิมิตอะไรมา เราอาจจะหลงหรือเข้าใจผิดสำคัญว่าตนมีคุณวิเศษหรือได้บรรลุธรรมแล้ว</p><p>พระพุทธเจ้าได้สละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะออกค้นหาศาสตร์ความจริงที่จะช่วยให้คนพ้นจากทุกข์ ความแก่ ความตาย ซึ่งศาสตร์ที่พระองค์ค้นพบนี้เรียก “อริยสัจ 4”</p><br><p>การเห็นอริยสัจ (ญาณในอริยสัจ 4) ที่แท้จริงนั้นต้องมีปริวัฏฏ์ 3 มีอาการ 12 จึงจะเป็นความพ้นทุกข์ที่แท้จริง คือเป็นจิตที่พ้นจากกิเลสโดยสิ้นเชิง เป็นความแจ้งในนิพพาน</p><p>นิพพานธาตุ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ สอุปาทิเสสนิพพาน คือ ยังมีชีวิตอยู่ อินทรีย์ห้ายังอยู่ เสวยเวทนาอยู่&nbsp;และอนุปาทิเสสนิพพาน คือการดับภพและเวทนาได้สิ้นเชิง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในทางปฏิบัติเราจำเป็นต้องรู้เรื่องอริยสัจไว้บ้าง เพราะเวลาที่เราไปรับรู้เห็นนิมิตอะไรมา เราอาจจะหลงหรือเข้าใจผิดสำคัญว่าตนมีคุณวิเศษหรือได้บรรลุธรรมแล้ว</p><p>พระพุทธเจ้าได้สละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะออกค้นหาศาสตร์ความจริงที่จะช่วยให้คนพ้นจากทุกข์ ความแก่ ความตาย ซึ่งศาสตร์ที่พระองค์ค้นพบนี้เรียก “อริยสัจ 4”</p><br><p>การเห็นอริยสัจ (ญาณในอริยสัจ 4) ที่แท้จริงนั้นต้องมีปริวัฏฏ์ 3 มีอาการ 12 จึงจะเป็นความพ้นทุกข์ที่แท้จริง คือเป็นจิตที่พ้นจากกิเลสโดยสิ้นเชิง เป็นความแจ้งในนิพพาน</p><p>นิพพานธาตุ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ สอุปาทิเสสนิพพาน คือ ยังมีชีวิตอยู่ อินทรีย์ห้ายังอยู่ เสวยเวทนาอยู่&nbsp;และอนุปาทิเสสนิพพาน คือการดับภพและเวทนาได้สิ้นเชิง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต32 # ความเพียรเผากิเลส [6709-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต32 # ความเพียรเผากิเลส [6709-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Feb 2024 21:02:09 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65ddfccb5422320015e40ebd/media.mp3" length="27056099" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65ddfccb5422320015e40ebd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65ddfccb5422320015e40ebd</link>
			<acast:episodeId>65ddfccb5422320015e40ebd</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhb/MsY6raDX5LbPICDgn6GN9dqEdozDLIF8Db68BkM+A9EDjHzFBrw4/NTnpbP8CsbDdwhMLVdanpDBHC24hc9+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในคำสอนของพระพุทธเจ้า การบำเพ็ญตบะ คือการเพียรเผากิเลส เพียรกำจัดกิเลสออกไป จะมุ่งเน้นมาในจิตใจ </p><p>ชนิดของกิเลสนั้นมีทั้งที่เป็นฝ่ายกุศล คือกิเลสอย่างละเอียดทำให้เกิดโมหะเช่นบุญ ทำให้เกิดการยึดถือเมาบุญได้ และฝ่ายอกุศลได้แก่ ราคะ โทสะ  กิเลศทั้งสองนี้ ทำให้เราเวียนไปสูง-ไปต่ำ วนอยู่ในวัฏฏะนี้</p><p>การบำเพ็ญตบะจึงจำเป็นต้องอาศัยความอดทนอย่างยิ่งในการเผากิเลสที่อยู่กับเรามานานให้หลุดลอกออกไป ถ้าเราอดทนไม่ได้ก็คือ “ตบะแตก”การอดทนนั้นต้องประกอบด้วยปัญญา</p><p>วิธีทำตบะ คือข้อปฏิบัติทั้งหมดที่ฝืนความต้องการของกิเลส ได้แก่ สัลเลขธรรม-การขัดเกลากิเลส และธุดงควัตร13-การกำจัดกิเลส ตบะในชีวิตประจำวันทำได้ด้วยการมีสติ สำรวมอินทรีย์ มีหิริโอตตัปปะจะเป็นเหตุให้เกิดอินทรีย์สังวร มีศีล สมาธิ ปัญญา </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในคำสอนของพระพุทธเจ้า การบำเพ็ญตบะ คือการเพียรเผากิเลส เพียรกำจัดกิเลสออกไป จะมุ่งเน้นมาในจิตใจ </p><p>ชนิดของกิเลสนั้นมีทั้งที่เป็นฝ่ายกุศล คือกิเลสอย่างละเอียดทำให้เกิดโมหะเช่นบุญ ทำให้เกิดการยึดถือเมาบุญได้ และฝ่ายอกุศลได้แก่ ราคะ โทสะ  กิเลศทั้งสองนี้ ทำให้เราเวียนไปสูง-ไปต่ำ วนอยู่ในวัฏฏะนี้</p><p>การบำเพ็ญตบะจึงจำเป็นต้องอาศัยความอดทนอย่างยิ่งในการเผากิเลสที่อยู่กับเรามานานให้หลุดลอกออกไป ถ้าเราอดทนไม่ได้ก็คือ “ตบะแตก”การอดทนนั้นต้องประกอบด้วยปัญญา</p><p>วิธีทำตบะ คือข้อปฏิบัติทั้งหมดที่ฝืนความต้องการของกิเลส ได้แก่ สัลเลขธรรม-การขัดเกลากิเลส และธุดงควัตร13-การกำจัดกิเลส ตบะในชีวิตประจำวันทำได้ด้วยการมีสติ สำรวมอินทรีย์ มีหิริโอตตัปปะจะเป็นเหตุให้เกิดอินทรีย์สังวร มีศีล สมาธิ ปัญญา </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต28 # ความอดทน [6708-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต28 # ความอดทน [6708-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Feb 2024 20:00:29 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:16</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65d4c5e18c285e0016a02e52/media.mp3" length="27529605" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65d4c5e18c285e0016a02e52</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65d4c5e18c285e0016a02e52</link>
			<acast:episodeId>65d4c5e18c285e0016a02e52</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbEoxVLx1QNuvv7sSi0abf5GXxyPN7aIKVCf6P702KGjKFdbbHCem/lI6cQIf82mq1W6/sSqhlnx2cZeFtA1M+V]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ขันติ” ความอดทน คือ การรักษาภาวะปกติไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบอย่างไรก็ตาม เช่นเมื่อถูกกระทบให้ลุ่มหลงก็ไม่ลุ่มหลงไปตามหรือถูกกระทบให้ไม่พอใจขยะแขยงก็อดทนอยู่ในภาวะเดิมไว้ได้ </p><p>ความอดทนนั้นจะมีลักษณะของความอดกลั้นไว้ไม่คิดที่จะก่อทุกข์ให้ผู้อื่นและตนเองก็มีความเบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิตย์ด้วย ซึ่งความอดทนไม่เหมือนกับดื้อด้าน หรือเก็บกด เพราะความอดทนนั้นจะประกอบด้วยปัญญา มีความเพียรชำระสิ่งที่เป็นอกุศลออกจากจิตใจของเรา</p><p>ความอดทนแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ 1.จากภายนอกกระทบ เช่นอากาศร้อน หนาว จากทุกขเวทนาในกาย เช่น เจ็บป่วย </p><p>3.อดทนต่อความเจ็บใจ เช่น คำพูดล่วงเกิน 4.อดทนต่ออำนาจของกิเลส ซึ่งหมายเอา 2ข้อหลังนี้มาเป็นอุบายในการฝึกความอดทน ให้ดูคุณธรรมจาก เตมิยชาดก ปุณโณวาทสูตร เวปจิตติสูตร</p><p>เรื่องของความอดทนคือขันตินั้นจะทำให้จิตใจของเรามีความก้าวหน้าขึ้นไป เป็นเหมือนการบ่มให้คุณธรรมดีๆเติบโตได้มากยิ่งขึ้น เป็นคุณธรรมของนักปราชญ์บัณฑิตที่เมื่อรักษาแล้วจะเป็นมงคลในชีวิตเรานั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ขันติ” ความอดทน คือ การรักษาภาวะปกติไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบอย่างไรก็ตาม เช่นเมื่อถูกกระทบให้ลุ่มหลงก็ไม่ลุ่มหลงไปตามหรือถูกกระทบให้ไม่พอใจขยะแขยงก็อดทนอยู่ในภาวะเดิมไว้ได้ </p><p>ความอดทนนั้นจะมีลักษณะของความอดกลั้นไว้ไม่คิดที่จะก่อทุกข์ให้ผู้อื่นและตนเองก็มีความเบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิตย์ด้วย ซึ่งความอดทนไม่เหมือนกับดื้อด้าน หรือเก็บกด เพราะความอดทนนั้นจะประกอบด้วยปัญญา มีความเพียรชำระสิ่งที่เป็นอกุศลออกจากจิตใจของเรา</p><p>ความอดทนแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ 1.จากภายนอกกระทบ เช่นอากาศร้อน หนาว จากทุกขเวทนาในกาย เช่น เจ็บป่วย </p><p>3.อดทนต่อความเจ็บใจ เช่น คำพูดล่วงเกิน 4.อดทนต่ออำนาจของกิเลส ซึ่งหมายเอา 2ข้อหลังนี้มาเป็นอุบายในการฝึกความอดทน ให้ดูคุณธรรมจาก เตมิยชาดก ปุณโณวาทสูตร เวปจิตติสูตร</p><p>เรื่องของความอดทนคือขันตินั้นจะทำให้จิตใจของเรามีความก้าวหน้าขึ้นไป เป็นเหมือนการบ่มให้คุณธรรมดีๆเติบโตได้มากยิ่งขึ้น เป็นคุณธรรมของนักปราชญ์บัณฑิตที่เมื่อรักษาแล้วจะเป็นมงคลในชีวิตเรานั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 20 #การงดเว้นจากบาป [6707-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 20 #การงดเว้นจากบาป [6707-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Feb 2024 21:00:16 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65cb6a8bbf831900164bbf4d/media.mp3" length="85227645" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65cb6a8bbf831900164bbf4d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65cb6a8bbf831900164bbf4d</link>
			<acast:episodeId>65cb6a8bbf831900164bbf4d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZmbH3UKfeT0yjvmFaBFXhXrXYiqxRVP9ei3Kk99YdLcqqS3Sjeib4cHePIpWe381vu24pR5RAkF84/YlAkJlAs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มงคลชีวิตข้อ19 “อารตี วิรตี ปาปา” การงดเว้นจากบาป คำว่า “บาป”ตรงกันข้ามกับ “บุญ” บุญท่านเคยบอกว่าเป็นชื่อของความสุขแสดงว่าบาปนั้นก็จะเป็นชื่อของความทุกข์  แต่ต้องดูให้ลึกซึ้งคือให้ดูถึงภายในจิต บุญหรือบาปนั้นสะสมไว้ภายในจิต ไม่ได้สะสมไว้ในอาการของจิต ดังนั้นบาปคืออกุศลต่างๆที่ทำให้จิตเสีย ทำให้จิตตกต่ำ ทำให้จิตเกิดทุกข์นั่นเอง</p><p>การจะงดเว้นจากบาปได้นั้นต้องอาศัยหลักธรรมคือ “หิริ” ความละอาย รังเกียจบาป และ“โอตตัปปะ”ความกลัวต่อบาป หากมีหิริและโอตตัปปะแล้วก็จะยังผลให้เรางดเว้นจากการทำบาปได้นั่นเอง</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มงคลชีวิตข้อ19 “อารตี วิรตี ปาปา” การงดเว้นจากบาป คำว่า “บาป”ตรงกันข้ามกับ “บุญ” บุญท่านเคยบอกว่าเป็นชื่อของความสุขแสดงว่าบาปนั้นก็จะเป็นชื่อของความทุกข์  แต่ต้องดูให้ลึกซึ้งคือให้ดูถึงภายในจิต บุญหรือบาปนั้นสะสมไว้ภายในจิต ไม่ได้สะสมไว้ในอาการของจิต ดังนั้นบาปคืออกุศลต่างๆที่ทำให้จิตเสีย ทำให้จิตตกต่ำ ทำให้จิตเกิดทุกข์นั่นเอง</p><p>การจะงดเว้นจากบาปได้นั้นต้องอาศัยหลักธรรมคือ “หิริ” ความละอาย รังเกียจบาป และ“โอตตัปปะ”ความกลัวต่อบาป หากมีหิริและโอตตัปปะแล้วก็จะยังผลให้เรางดเว้นจากการทำบาปได้นั่นเอง</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต  15 #ทำงานไม่คั่งค้าง [6706-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต  15 #ทำงานไม่คั่งค้าง [6706-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Feb 2024 21:00:59 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65c12cf6b4dc51001785b431/media.mp3" length="28849860" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65c12cf6b4dc51001785b431</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65c12cf6b4dc51001785b431</link>
			<acast:episodeId>65c12cf6b4dc51001785b431</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYwbGuxA5DhqAW4LsWXkFF/P12fzbPnEnRsco+rVvuf97H2Uy+jiRZ3CIX2nTiA1YThlR8FtYWIBeUf+l5LEJ9P]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“งาน”  คือ อะไรก็ได้ที่เป็นระบบ เป็นขั้นตอน มีวิธีการปฏิบัติ และจะเกิดความเป็นมงคลได้นั้น คุณธรรมในการทำงานให้สำเร็จ คือ อิทธิบาท 4</p><p>การเจริญอิทธิบาท 4  ต้องเข้าใจให้ถูก ต้องมีองค์ประกอบอีก 2 อย่าง คือ “ธรรมเครื่องปรุงแต่ง” หรือเป้าหมาย และประกอบด้วย “สมาธิ” ที่จะมาเชื่อมกับกิจแต่ละอย่างๆ คือ</p><p>“ฉันทะ” ความพอใจความเต็มใจ ที่ทำให้เริ่มลงมือทำ</p><p>“วิริยะ” ความเพียร ความกล้า ความกระตือรือร้น ความมีระเบียบวินัย ทำให้งานสำเร็จได้</p><p>“จิตตะ” ความใส่ใจ ถูกต้อง ตรวจสอบ ทำให้งานมีความต่อเนื่อง</p><p>“วิมังสา” การพินิจพิเคราะห์ แยกแยะพิจารณา เปลี่ยนแปลงให้งานนั้นๆ ดีขึ้น</p><p>ด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ  ตั้งไว้แล้ว จะทำให้การทำการงานนั้น ไม่ย่อหย่อน ไม่เกียจคร้าน ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่สยบในภายใน แต่สำเร็จ “การงานไม่อากูล” ลุล่วงไปได้นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“งาน”  คือ อะไรก็ได้ที่เป็นระบบ เป็นขั้นตอน มีวิธีการปฏิบัติ และจะเกิดความเป็นมงคลได้นั้น คุณธรรมในการทำงานให้สำเร็จ คือ อิทธิบาท 4</p><p>การเจริญอิทธิบาท 4  ต้องเข้าใจให้ถูก ต้องมีองค์ประกอบอีก 2 อย่าง คือ “ธรรมเครื่องปรุงแต่ง” หรือเป้าหมาย และประกอบด้วย “สมาธิ” ที่จะมาเชื่อมกับกิจแต่ละอย่างๆ คือ</p><p>“ฉันทะ” ความพอใจความเต็มใจ ที่ทำให้เริ่มลงมือทำ</p><p>“วิริยะ” ความเพียร ความกล้า ความกระตือรือร้น ความมีระเบียบวินัย ทำให้งานสำเร็จได้</p><p>“จิตตะ” ความใส่ใจ ถูกต้อง ตรวจสอบ ทำให้งานมีความต่อเนื่อง</p><p>“วิมังสา” การพินิจพิเคราะห์ แยกแยะพิจารณา เปลี่ยนแปลงให้งานนั้นๆ ดีขึ้น</p><p>ด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ  ตั้งไว้แล้ว จะทำให้การทำการงานนั้น ไม่ย่อหย่อน ไม่เกียจคร้าน ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่สยบในภายใน แต่สำเร็จ “การงานไม่อากูล” ลุล่วงไปได้นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 7 # “ตั้งตนไว้ชอบ” [6705-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 7 # “ตั้งตนไว้ชอบ” [6705-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Jan 2024 21:00:21 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65b906a17c4d650017da4d24/media.mp3" length="29967900" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65b906a17c4d650017da4d24</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65b906a17c4d650017da4d24</link>
			<acast:episodeId>65b906a17c4d650017da4d24</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaknVqXQZKbkZgB9750uUttsebcHbGGv/Nu3b/X/7aD9Q+Gzb2kyQGHJT9RGuZyWOsVlIdeYsisUCE2HrKIRBA3]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>อตฺตสมฺมาปณิธิ จ หมายถึง ตั้งตนไว้ชอบ ในที่นี้คือ การตั้งจิตเพื่อรักษากายและจิตใจให้อยู่ในทางที่เป็นกุศลธรรมในปัจจุบันซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงชี้ทางที่ปลอดภัยไว้ให้แล้ว คือ อริยมรรคมีองค์8 ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา การตั้งจิตไว้ถูกไม่ว่าจะเจอผัสสะที่น่าพอใจหรือไม่ นั่นจึงเป็นมงคล ท่านยังทรงตรัสให้เรานึกถึงศีล นึกถึงโสตาปัตติยังคะ4 ให้มีปีติสุข อันเกิดจากศรัทธาที่หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ซึ่งจะช่วยให้ชนะอุปสรรคได้เช่นกัน </strong></p><br><p><strong>ทั้งนี้หากตั้งจิตไว้ชอบแล้วก็จะสามารถไปถึงเป้าหมายทั้งชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นสูงสุดได้อย่างแน่นอน</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>อตฺตสมฺมาปณิธิ จ หมายถึง ตั้งตนไว้ชอบ ในที่นี้คือ การตั้งจิตเพื่อรักษากายและจิตใจให้อยู่ในทางที่เป็นกุศลธรรมในปัจจุบันซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงชี้ทางที่ปลอดภัยไว้ให้แล้ว คือ อริยมรรคมีองค์8 ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา การตั้งจิตไว้ถูกไม่ว่าจะเจอผัสสะที่น่าพอใจหรือไม่ นั่นจึงเป็นมงคล ท่านยังทรงตรัสให้เรานึกถึงศีล นึกถึงโสตาปัตติยังคะ4 ให้มีปีติสุข อันเกิดจากศรัทธาที่หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ซึ่งจะช่วยให้ชนะอุปสรรคได้เช่นกัน </strong></p><br><p><strong>ทั้งนี้หากตั้งจิตไว้ชอบแล้วก็จะสามารถไปถึงเป้าหมายทั้งชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นสูงสุดได้อย่างแน่นอน</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ [6704-3d]</title>
			<itunes:title>ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ [6704-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Jan 2024 21:00:18 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65afc6ddd667e00017071e45/media.mp3" length="26763042" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65afc6ddd667e00017071e45</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65afc6ddd667e00017071e45</link>
			<acast:episodeId>65afc6ddd667e00017071e45</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZS3Tp0juW+clEhj4ps2piWZDz12V2dXhqcKAxpdLwqzf8EEemeN2IC/QR3HpMN5PlEAEWUKuUKnjqApGzWiIvl]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธรรมของสัตบุรุษ มีสัทธรรม 3 อย่างคือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ</p><br><p>ปริยัติ คือการศึกษาเล่าเรียนในระบบคำสอนที่เรารวบรวมมาโดยรอบแล้วนั่นคือคำสอนของพระศาสดามีองค์ 9 (นวังคสัตถุศาสน์)ได้แก่ สุตตะ เคยยะ <strong>เวยยากรณะ</strong> <strong>ค</strong>าถา อุทาน <strong>อิติวุตตกะ</strong> <strong>ชาตกะ</strong> <strong>อัพภูติธรรม</strong> <strong>เวทัลละ</strong></p><br><p>ปริยัติแบ่งตามรูปแบบการศึกษาได้ 3 อย่างดังนี้</p><br><p><strong>1.อลคัททูปริยัติ </strong>การศึกษาแบบเป็นงูพิษคือศึกษาธรรมเพื่อลาภสักการะ เพื่อข่มผู้อื่น</p><br><p><strong>2.นิสสรณัตถปริยัติ </strong>การศึกษาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการออกไปจากทุกข์ คือศึกษาเจาะจงลงไปในเรื่องที่จะออกจากทุกข์ได้</p><br><p><strong>3.ภัณฑาคาริกปริยัติ </strong>การศึกษาแบบขุนคลังคือการศึกษาเพื่อที่จะเก็บรักษาองค์ความรู้เหล่านั้นไม่ให้เสื่อมสูญไป</p><br><p><strong>ปฏิบัติ</strong> คือ นำความรู้มาลงมือทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างที่ต้องการ การลงมือทำนั้นต้องไม่ยกตนข่มผู้อื่น การปฏิบัตินั้นมีได้หลายรูปแบบ การปฏิบัติต้องถูกต้องกับสิ่งนั้น ๆ</p><br><p><strong>ปฏิเวธ </strong>คือ การรู้ธรรมเป็นขั้นๆไป รู้ว่าธรรมนี้เป็นอย่างนี้ รู้แทงตลอดในธรรมเป็นขั้นเป็นขั้นขึ้นไป ในส่วนของปฏิเวธนี้ก็จะหมายถึงการบรรลุธรรมขั้นใดขั้นหนึ่งด้วย</p><br><p>ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธนี้ ต้องมาด้วยกันจะมีผลแทงตลอดได้จะต้องลงมือปฏิบัติจะปฏิบัติได้ต้องรู้วิธีการว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้เกิดความข้องความกังวลผลที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นขั้น ๆ ไป หมุนวนไปแบบนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธรรมของสัตบุรุษ มีสัทธรรม 3 อย่างคือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ</p><br><p>ปริยัติ คือการศึกษาเล่าเรียนในระบบคำสอนที่เรารวบรวมมาโดยรอบแล้วนั่นคือคำสอนของพระศาสดามีองค์ 9 (นวังคสัตถุศาสน์)ได้แก่ สุตตะ เคยยะ <strong>เวยยากรณะ</strong> <strong>ค</strong>าถา อุทาน <strong>อิติวุตตกะ</strong> <strong>ชาตกะ</strong> <strong>อัพภูติธรรม</strong> <strong>เวทัลละ</strong></p><br><p>ปริยัติแบ่งตามรูปแบบการศึกษาได้ 3 อย่างดังนี้</p><br><p><strong>1.อลคัททูปริยัติ </strong>การศึกษาแบบเป็นงูพิษคือศึกษาธรรมเพื่อลาภสักการะ เพื่อข่มผู้อื่น</p><br><p><strong>2.นิสสรณัตถปริยัติ </strong>การศึกษาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการออกไปจากทุกข์ คือศึกษาเจาะจงลงไปในเรื่องที่จะออกจากทุกข์ได้</p><br><p><strong>3.ภัณฑาคาริกปริยัติ </strong>การศึกษาแบบขุนคลังคือการศึกษาเพื่อที่จะเก็บรักษาองค์ความรู้เหล่านั้นไม่ให้เสื่อมสูญไป</p><br><p><strong>ปฏิบัติ</strong> คือ นำความรู้มาลงมือทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างที่ต้องการ การลงมือทำนั้นต้องไม่ยกตนข่มผู้อื่น การปฏิบัตินั้นมีได้หลายรูปแบบ การปฏิบัติต้องถูกต้องกับสิ่งนั้น ๆ</p><br><p><strong>ปฏิเวธ </strong>คือ การรู้ธรรมเป็นขั้นๆไป รู้ว่าธรรมนี้เป็นอย่างนี้ รู้แทงตลอดในธรรมเป็นขั้นเป็นขั้นขึ้นไป ในส่วนของปฏิเวธนี้ก็จะหมายถึงการบรรลุธรรมขั้นใดขั้นหนึ่งด้วย</p><br><p>ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธนี้ ต้องมาด้วยกันจะมีผลแทงตลอดได้จะต้องลงมือปฏิบัติจะปฏิบัติได้ต้องรู้วิธีการว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้เกิดความข้องความกังวลผลที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นขั้น ๆ ไป หมุนวนไปแบบนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ตัณหา [6703-3d]</title>
			<itunes:title>ตัณหา [6703-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Jan 2024 21:00:24 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65a56f75b97db900172c641a/media.mp3" length="27588367" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65a56f75b97db900172c641a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65a56f75b97db900172c641a</link>
			<acast:episodeId>65a56f75b97db900172c641a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdharI6BRcp9H0WPnM4JWg66C9mKd6MEtbgkoDZu97qlte0yTV2MWd6q/U5P/2dbqWzYjJzgK8hZ2p2ZHg7ceC6Al]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ตัณหา เป็นเครื่องทำให้มีการเกิดอีก มีความเป็นสภาวะขึ้นมา ประกอบด้วยความกำหนัด ด้วยอำนาจแห่งความเพลิน อันเป็นเครื่องให้เพลินอย่างยิ่งในอารมณ์นั้นๆ เพราะฉะนั้นต้องประกอบด้วยการเกิดอีกให้เป็นสภาวะขึ้นมา เป็นตัวเป็นตนขึ้นมา มีความกำหนัด มีความเพลิน โดยนัยยะนี้ได้แบ่งตัณหาเป็น 3 อย่างดังนี้</p><p>1.กามตัณหา คือความกำหนัดยินดีพอใจและความเพลินในรูปผ่านทางตา เสียงผ่านทางหู กลิ่นผ่านทางจมูก รสผ่านทางลิ้น และโผฏฐัพพะผ่านทางกาย และความอยากได้กามคุณคือสิ่งสนองความต้องการทางประสาททั้งห้า</p><p>2.ภวตัณหา คือ ความอยากในภาวะของตัวตนที่จะได้จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ความอยากมี อยากเป็น  อยากคงอยู่ตลอดไป</p><p>3.วิภวตัณหา คือ ความอยากในความพรากพ้นไปแห่งตัวตนจากความเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งอันไม่ปรารถนา ความไม่อยากเป็น  อยากดับสูญ</p><p>ส่วนตัณหา 108 นั้นมาจากคำว่าตัณหาวิจริตคือความนึกที่แผ่ซ่านด้วยอำนาจของตัณหาคือความเพลินซ่านไปแผ่ไป โดยแผ่ซ่านกระจายไปในขันธ์อันเป็นภายใน 18 อย่าง ขันธ์อันเป็นภายนอกอีก18อย่าง ทั้ง 2 นี้ รวม 36 อย่าง X 3 กาลคือ ปัจจุบัน อดีต และอนาคต จึงเป็นตัณหา 108 นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ตัณหา เป็นเครื่องทำให้มีการเกิดอีก มีความเป็นสภาวะขึ้นมา ประกอบด้วยความกำหนัด ด้วยอำนาจแห่งความเพลิน อันเป็นเครื่องให้เพลินอย่างยิ่งในอารมณ์นั้นๆ เพราะฉะนั้นต้องประกอบด้วยการเกิดอีกให้เป็นสภาวะขึ้นมา เป็นตัวเป็นตนขึ้นมา มีความกำหนัด มีความเพลิน โดยนัยยะนี้ได้แบ่งตัณหาเป็น 3 อย่างดังนี้</p><p>1.กามตัณหา คือความกำหนัดยินดีพอใจและความเพลินในรูปผ่านทางตา เสียงผ่านทางหู กลิ่นผ่านทางจมูก รสผ่านทางลิ้น และโผฏฐัพพะผ่านทางกาย และความอยากได้กามคุณคือสิ่งสนองความต้องการทางประสาททั้งห้า</p><p>2.ภวตัณหา คือ ความอยากในภาวะของตัวตนที่จะได้จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ความอยากมี อยากเป็น  อยากคงอยู่ตลอดไป</p><p>3.วิภวตัณหา คือ ความอยากในความพรากพ้นไปแห่งตัวตนจากความเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งอันไม่ปรารถนา ความไม่อยากเป็น  อยากดับสูญ</p><p>ส่วนตัณหา 108 นั้นมาจากคำว่าตัณหาวิจริตคือความนึกที่แผ่ซ่านด้วยอำนาจของตัณหาคือความเพลินซ่านไปแผ่ไป โดยแผ่ซ่านกระจายไปในขันธ์อันเป็นภายใน 18 อย่าง ขันธ์อันเป็นภายนอกอีก18อย่าง ทั้ง 2 นี้ รวม 36 อย่าง X 3 กาลคือ ปัจจุบัน อดีต และอนาคต จึงเป็นตัณหา 108 นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จรณะ 15 [6702-3d]</title>
			<itunes:title>จรณะ 15 [6702-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Jan 2024 21:00:44 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/659d4cc9e3c1d100167e7c5b/media.mp3" length="26019670" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">659d4cc9e3c1d100167e7c5b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/659d4cc9e3c1d100167e7c5b</link>
			<acast:episodeId>659d4cc9e3c1d100167e7c5b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYQNBfZDJVZpmf80xgGm0Ae/ZQo8uhn12BZztGeCuQq2gEo2750gR41Kf6P43f7CmsmoMvqJCi9O+5Z5vLAsCbZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>จรณะคือข้อปฏิบัติให้ถึงปัญญาข้อปฏิบัติที่ทำวิชชาให้เกิดขึ้นได้  ข้อปฏิบัตินี้มี 15 อย่าง </strong></p><br><p><strong>จรณะมีความหมายเดียวกันกับเสขะปฏิปทาคือข้อปฏิบัติของผู้ที่ยังต้องฝึกต้องปฏิบัติต่อ ข้อปฏิบัติของผู้ที่ยังไม่บรรลุธรรมขั้นสูง บุคคลที่ต้องการบรรลุธรรมจึงต้องปฏิบัติตามเสขะปฏิปทา  ดังนั้นจรณะ15 ก็คือเสขะปฏิปทาที่มีเนื้อหาแจงออกเป็น 15 ประการ ตามนัยยะของเสขะปฏิปทาสูตร ประกอบด้วย 4 หมวดคือ ศีล1, อปัณณกปฏิปทา3,สัปปุริสัทธรรม 7  และฌาน4 ซึ่งแจกแจงได้ดังนี้</strong></p><br><p><strong>1.ศีล ได้แก่ ศีล5 ศีล8 ศีล10 และศีล227</strong></p><br><p><strong>2.อปัณณกปฏิปทา3 คือข้อปฏิบัติให้ถึงความเจริญงอกงามในธรรม ได้แก่ 1.อินทรีสังวร(สำรวมอินทรีย์) 2.โภชเนมัตตันญุตา(รู้จักประมาณในการบริโภค) 3.ชาคริยานุโยค(การประกอบความเพียรอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น)</strong></p><br><p><strong>3.สัปปุริสัทธรรม7 ได้แก่ 1.มีศรัทธา 2.มีหิริ 3.มีโอตตัปปะ 4.เป็นพหูสูต 5.มีความเพียรอันปรารภแล้ว 6.มีสติ7. มีปัญญา</strong></p><br><p><strong>4.ฌาน4 คือการเพ่ง,สมาธิ ได้แก่ 1.ปฐมฌาน(วิตก วิจารณ์ ปีติ สุข เอกัคคตา) 2.ทุติยฌาน(ปีติ สุข เอกัคคตา)  3.ตติยฌาน(สุข เอกัคคตา) 4.จตุตถฌาน(อุเบกขา เอกัคคตา)</strong></p><br><p><strong>จรณะ 15 อย่าง คือข้อปฏิบัติที่เจาะจงลงมาสำหรับบุคคลที่ยังไม่บรรลุธรรม เมื่อนำธรรมนี้ไปประพฤติปฏิบัติก็จะสามารถทำวิชชาให้เกิดขึ้นได้</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>จรณะคือข้อปฏิบัติให้ถึงปัญญาข้อปฏิบัติที่ทำวิชชาให้เกิดขึ้นได้  ข้อปฏิบัตินี้มี 15 อย่าง </strong></p><br><p><strong>จรณะมีความหมายเดียวกันกับเสขะปฏิปทาคือข้อปฏิบัติของผู้ที่ยังต้องฝึกต้องปฏิบัติต่อ ข้อปฏิบัติของผู้ที่ยังไม่บรรลุธรรมขั้นสูง บุคคลที่ต้องการบรรลุธรรมจึงต้องปฏิบัติตามเสขะปฏิปทา  ดังนั้นจรณะ15 ก็คือเสขะปฏิปทาที่มีเนื้อหาแจงออกเป็น 15 ประการ ตามนัยยะของเสขะปฏิปทาสูตร ประกอบด้วย 4 หมวดคือ ศีล1, อปัณณกปฏิปทา3,สัปปุริสัทธรรม 7  และฌาน4 ซึ่งแจกแจงได้ดังนี้</strong></p><br><p><strong>1.ศีล ได้แก่ ศีล5 ศีล8 ศีล10 และศีล227</strong></p><br><p><strong>2.อปัณณกปฏิปทา3 คือข้อปฏิบัติให้ถึงความเจริญงอกงามในธรรม ได้แก่ 1.อินทรีสังวร(สำรวมอินทรีย์) 2.โภชเนมัตตันญุตา(รู้จักประมาณในการบริโภค) 3.ชาคริยานุโยค(การประกอบความเพียรอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น)</strong></p><br><p><strong>3.สัปปุริสัทธรรม7 ได้แก่ 1.มีศรัทธา 2.มีหิริ 3.มีโอตตัปปะ 4.เป็นพหูสูต 5.มีความเพียรอันปรารภแล้ว 6.มีสติ7. มีปัญญา</strong></p><br><p><strong>4.ฌาน4 คือการเพ่ง,สมาธิ ได้แก่ 1.ปฐมฌาน(วิตก วิจารณ์ ปีติ สุข เอกัคคตา) 2.ทุติยฌาน(ปีติ สุข เอกัคคตา)  3.ตติยฌาน(สุข เอกัคคตา) 4.จตุตถฌาน(อุเบกขา เอกัคคตา)</strong></p><br><p><strong>จรณะ 15 อย่าง คือข้อปฏิบัติที่เจาะจงลงมาสำหรับบุคคลที่ยังไม่บรรลุธรรม เมื่อนำธรรมนี้ไปประพฤติปฏิบัติก็จะสามารถทำวิชชาให้เกิดขึ้นได้</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พร 9 ประการ สมปรารถนาด้วยธรรม [6701-3d]</title>
			<itunes:title>พร 9 ประการ สมปรารถนาด้วยธรรม [6701-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Jan 2024 21:00:02 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65941254686e750017cb722c/media.mp3" length="28638719" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65941254686e750017cb722c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65941254686e750017cb722c</link>
			<acast:episodeId>65941254686e750017cb722c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhb1901NTiDusK6OlEoiByGXjbCVeALad9oPN92qZg1SRcHWf6OssZHd4ZfRQiJqR3ctOdJWuDiadGxywt2dW0Mt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ขึ้นชื่อคำว่า “พร” เป็นสิ่งที่ใครๆก็ปรารถนาเพื่อต้องการให้เกิดความสุขความสมหวังในชีวิตทั้งนั้น ในที่นี้ได้รวบรวมพรดีๆ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจากสูตรต่างๆอันได้แก่ จักกวัตติสูตร อิฏฐสูตร และจูฬกัมมวิภังคะสูตร ได้ 9 ประการดังนี้ </p><p>1.มีอายุยืน  2.วรรณะงาม 3.มีความสุข 4.มีโภคะเงินทอง 5.มีสุขภาพแข็งแรงมีโรคน้อย  6.มียศถาบรรดาศักดิ์มีอำนาจใหญ่โต 7.การเกิดในตระกูลสูง 8.มีปัญญามีความฉลาดหลักแหลม 9.ตายแล้วได้เกิดในสวรรค์  ถ้า ใครได้รับพร 9 ข้อนี้ แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่งต้องดีต่อจิตใจแน่ แต่หากเราทำความเข้าใจในความหมายที่ลึกซึ้งลงไปตามนัยยะคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระสูตร พรทั้ง 9 ประการนี้ก็จะดีต่อเรายิ่งขึ้นไปอีก </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ขึ้นชื่อคำว่า “พร” เป็นสิ่งที่ใครๆก็ปรารถนาเพื่อต้องการให้เกิดความสุขความสมหวังในชีวิตทั้งนั้น ในที่นี้ได้รวบรวมพรดีๆ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจากสูตรต่างๆอันได้แก่ จักกวัตติสูตร อิฏฐสูตร และจูฬกัมมวิภังคะสูตร ได้ 9 ประการดังนี้ </p><p>1.มีอายุยืน  2.วรรณะงาม 3.มีความสุข 4.มีโภคะเงินทอง 5.มีสุขภาพแข็งแรงมีโรคน้อย  6.มียศถาบรรดาศักดิ์มีอำนาจใหญ่โต 7.การเกิดในตระกูลสูง 8.มีปัญญามีความฉลาดหลักแหลม 9.ตายแล้วได้เกิดในสวรรค์  ถ้า ใครได้รับพร 9 ข้อนี้ แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่งต้องดีต่อจิตใจแน่ แต่หากเราทำความเข้าใจในความหมายที่ลึกซึ้งลงไปตามนัยยะคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระสูตร พรทั้ง 9 ประการนี้ก็จะดีต่อเรายิ่งขึ้นไปอีก </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีเลือกครูบาอาจารย์ [6652-3d]</title>
			<itunes:title>วิธีเลือกครูบาอาจารย์ [6652-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Dec 2023 21:00:50 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/658a9c3a6584e2001662731a/media.mp3" length="27216710" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">658a9c3a6584e2001662731a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/658a9c3a6584e2001662731a</link>
			<acast:episodeId>658a9c3a6584e2001662731a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZNm7eWH0a9UCHgh8YOqtPM285eC/EcqoDYOmVrQm/U9QQU6mUtZIOqaA3qkwhvzMMhUD2AbOLePsFPBr0w/Yl2]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กัลยาณมิตร หมายถึงบุคคลที่ปรารถนาดีและนำสิ่งดีงามและเป็นกุศลมาสู่เรา กัลยาณมิตรมีหลายแบบได้แก่ </p><p>1.กัลยาณมิตรที่เป็นองค์ความรู้อันได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8  2.เพื่อนที่ดีคือฆราวาสผู้พร้อมด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา 3.พระสงฆ์ครูบาอาจารย์ 4.พระพุทธเจ้า ในครั้งนี้จะกล่าวรายละเอียดถึงกัลยาณมิตรแบบที่3 คือพระสงฆ์ครูอาจารย์ เราจะเลือกเอาพระสงฆ์ครูอาจารย์แบบใดมาเป็นกัลยาณมิตรที่ควรคบหาควรเข้าใกล้ถึงแม้ว่าจะถูกไล่หนีก็ตาม พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงคุณสมบัติของพระสงฆ์ที่ควรเข้าใกล้ไว้ 7 ประการดังนี้ </p><p>1.เป็นผู้มีความน่ารักใคร่พอใจ (ปิโย) คือเป็นลักษณะมีความเมตตา แผ่มาให้เกิดความรักใคร่พอใจ</p><p>2.เป็นที่เคารพ (ครุ) คือเป็นผู้ที่มีความหนักแน่น มีหลักเกณฑ์หลักการ คุ้มครองให้ในทิศทั้งปวง</p><p>3.เป็นผู้ควรสรรเสริญ (ภาวนีโย) คือ เป็นผู้มีความรู้จริง มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอควรเอาเป็นแบบอย่าง</p><p>4.เป็นผู้ฉลาดพูด (วตฺตา) คือรู้จังหวะรู้เวลาที่จะพูดที่จะสอนได้ และเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีได้</p><p>5.เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำ (วจนกฺขโม) คืออดทนที่จะพูดซ้ำๆในเรื่องเดิมๆได้โดยไม่เบื่อหน่าย</p><p>6.เป็นผู้พูดถ้อยคำลึกซึ้งได้ (คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา) คือสามารถแจกแจงคำสอนได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง</p><p>7.เป็นผู้ไม่ชักนำไปในอฐานะ (จฎฺฐาเน นิโยชเย) คือไม่ชักนำไปในทางที่ไม่ดีทางที่เสื่อมเสีย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กัลยาณมิตร หมายถึงบุคคลที่ปรารถนาดีและนำสิ่งดีงามและเป็นกุศลมาสู่เรา กัลยาณมิตรมีหลายแบบได้แก่ </p><p>1.กัลยาณมิตรที่เป็นองค์ความรู้อันได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8  2.เพื่อนที่ดีคือฆราวาสผู้พร้อมด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา 3.พระสงฆ์ครูบาอาจารย์ 4.พระพุทธเจ้า ในครั้งนี้จะกล่าวรายละเอียดถึงกัลยาณมิตรแบบที่3 คือพระสงฆ์ครูอาจารย์ เราจะเลือกเอาพระสงฆ์ครูอาจารย์แบบใดมาเป็นกัลยาณมิตรที่ควรคบหาควรเข้าใกล้ถึงแม้ว่าจะถูกไล่หนีก็ตาม พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงคุณสมบัติของพระสงฆ์ที่ควรเข้าใกล้ไว้ 7 ประการดังนี้ </p><p>1.เป็นผู้มีความน่ารักใคร่พอใจ (ปิโย) คือเป็นลักษณะมีความเมตตา แผ่มาให้เกิดความรักใคร่พอใจ</p><p>2.เป็นที่เคารพ (ครุ) คือเป็นผู้ที่มีความหนักแน่น มีหลักเกณฑ์หลักการ คุ้มครองให้ในทิศทั้งปวง</p><p>3.เป็นผู้ควรสรรเสริญ (ภาวนีโย) คือ เป็นผู้มีความรู้จริง มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอควรเอาเป็นแบบอย่าง</p><p>4.เป็นผู้ฉลาดพูด (วตฺตา) คือรู้จังหวะรู้เวลาที่จะพูดที่จะสอนได้ และเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีได้</p><p>5.เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำ (วจนกฺขโม) คืออดทนที่จะพูดซ้ำๆในเรื่องเดิมๆได้โดยไม่เบื่อหน่าย</p><p>6.เป็นผู้พูดถ้อยคำลึกซึ้งได้ (คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา) คือสามารถแจกแจงคำสอนได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง</p><p>7.เป็นผู้ไม่ชักนำไปในอฐานะ (จฎฺฐาเน นิโยชเย) คือไม่ชักนำไปในทางที่ไม่ดีทางที่เสื่อมเสีย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โพธิปักขิยธรรม 37 องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ [6651-3d]</title>
			<itunes:title>โพธิปักขิยธรรม 37 องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ [6651-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 Dec 2023 21:00:51 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65804c695431560017757e2d/media.mp3" length="26310093" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65804c695431560017757e2d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65804c695431560017757e2d</link>
			<acast:episodeId>65804c695431560017757e2d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhY6i/SijoqRJi2lQWh/VbvUe+nyirexjKChOf1jaJsdEBaDYGm6uDptsfS9qbbzvniOWe3J87myZtH2R3wM8gny]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[โพธิปักขิยธรรมคือองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ มี 7 หมวด 37 ประการได้แก่ สติปัฏฐาน4 สัมมัปปธาน4 อิทธิบาท4 อินทรีย์5 พละ5 โพชฌงค์7 มรรคมีองค์8 องค์ธรรมทั้ง 7 หมวดนี้ คือองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรมเหมือนกัน ในครั้งนี้จะกล่าวให้เห็นความเหมือนและต่างกันขององค์ธรรมเหล่านี้ คู่แรกคือ “อินทรีย์5” กับ “พละ5” เหมือนกันโดยองค์รวม คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา แต่อธิบายคนละนัยยะ คือความเป็นใหญ่และความไม่หวั่นไหว พระพุทธเจ้าได้อุปมาธรรม 2 หมวดนี้ เปรียบเหมือนแม่น้ำสองสายที่แบ่งโดยเกาะกลางแต่ก็เป็นแม่น้ำสายเดียวกันและย่อมจะมาบรรจบกัน “สติปัฏฐาน”คือฐานที่ตั้งให้เกิดการระลึกถึงคือตั้งจิตเกาะติดไว้ให้มั่นที่กาย เวทนา จิต ธรรม ส่วน“สัมมัปปธาน”คือความเพียร เป็นลักษณะของการต้องขูดเกลาต้องพัฒนา กำจัดอกุศลธรรมรักษากุศลธรรมให้มีมากขึ้น สัมมัปปธานก็คือสัมมาวายามะนั่นเอง “อิทธิบาท” คือฐานที่ตั้งแห่งความสำเร็จ ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา “ โพชฌงค์” ได้แก่ สติสัมโพชฌงค์ก็คือสติปัฏฐาน4 พอมีสติแล้วก็จะเห็นตามจริงทำให้เกิดธัมมวิจยะ ให้เกิดวิริยะ เกิดปิติ เกิดความสงบ เกิดสมาธินำสู่อุเบกขาได้ ทางทั้งหลายที่เดินมานี้ท่านเปรียบเหมือนรอยเท้าของสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดคือรอยเท้าช้าง เปรียบธรรมะทั้งหมดที่กล่าวมานี้อยู่ใน “มรรค8”ทั้งหมดเลย มรรค8 คือ ศีล สมาธิ ปัญญานั่นเอง ดังนั้น โพธิปักขิยธรรม จึงเป็นธรรมะที่จะนำพาจิตของเราให้ไปสู่นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[โพธิปักขิยธรรมคือองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ มี 7 หมวด 37 ประการได้แก่ สติปัฏฐาน4 สัมมัปปธาน4 อิทธิบาท4 อินทรีย์5 พละ5 โพชฌงค์7 มรรคมีองค์8 องค์ธรรมทั้ง 7 หมวดนี้ คือองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรมเหมือนกัน ในครั้งนี้จะกล่าวให้เห็นความเหมือนและต่างกันขององค์ธรรมเหล่านี้ คู่แรกคือ “อินทรีย์5” กับ “พละ5” เหมือนกันโดยองค์รวม คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา แต่อธิบายคนละนัยยะ คือความเป็นใหญ่และความไม่หวั่นไหว พระพุทธเจ้าได้อุปมาธรรม 2 หมวดนี้ เปรียบเหมือนแม่น้ำสองสายที่แบ่งโดยเกาะกลางแต่ก็เป็นแม่น้ำสายเดียวกันและย่อมจะมาบรรจบกัน “สติปัฏฐาน”คือฐานที่ตั้งให้เกิดการระลึกถึงคือตั้งจิตเกาะติดไว้ให้มั่นที่กาย เวทนา จิต ธรรม ส่วน“สัมมัปปธาน”คือความเพียร เป็นลักษณะของการต้องขูดเกลาต้องพัฒนา กำจัดอกุศลธรรมรักษากุศลธรรมให้มีมากขึ้น สัมมัปปธานก็คือสัมมาวายามะนั่นเอง “อิทธิบาท” คือฐานที่ตั้งแห่งความสำเร็จ ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา “ โพชฌงค์” ได้แก่ สติสัมโพชฌงค์ก็คือสติปัฏฐาน4 พอมีสติแล้วก็จะเห็นตามจริงทำให้เกิดธัมมวิจยะ ให้เกิดวิริยะ เกิดปิติ เกิดความสงบ เกิดสมาธินำสู่อุเบกขาได้ ทางทั้งหลายที่เดินมานี้ท่านเปรียบเหมือนรอยเท้าของสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดคือรอยเท้าช้าง เปรียบธรรมะทั้งหมดที่กล่าวมานี้อยู่ใน “มรรค8”ทั้งหมดเลย มรรค8 คือ ศีล สมาธิ ปัญญานั่นเอง ดังนั้น โพธิปักขิยธรรม จึงเป็นธรรมะที่จะนำพาจิตของเราให้ไปสู่นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุปมาจิต 9 อย่าง [6650-3d]</title>
			<itunes:title>อุปมาจิต 9 อย่าง [6650-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Dec 2023 21:00:45 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/657867d77a12a80012306bac/media.mp3" length="26453721" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">657867d77a12a80012306bac</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/657867d77a12a80012306bac</link>
			<acast:episodeId>657867d77a12a80012306bac</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZ+0yGtkFdVcTZF7B69v4UIhqY6w7yiXH4qIahjf971LASrXvUGI2ung3l+BxmNA4Zt04R+J2hRUMiJ1r0oX787]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สตินี่แหละจะเป็นตัวช่วยจัดระเบียบจิตใจของเรา สติที่ท่านพระสารีบุตรอธิบายเจาะจงลงไป คือเครื่องมือที่ชื่อว่ากายคตาสติ โดยท่านอุปมาลักษณะของจิตไว้ 9 อย่าง คือ</p><p>1 จิตเสมอด้วยดิน จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับดินไม่ว่าใครจะทิ้งของสะอาดหรือไม่สะอาด ดินก็ยังเป็นดินเสมอ</p><p>2 จิตเสมอด้วยน้ำ จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับน้ำไม่ว่าใครจะทิ้งของสะอาดหรือไม่สะอาด น้ำก็ยังเป็นน้ำเสมอ</p><p>3 จิตเสมอด้วยไฟ จิตที่มีสติตั้งไว้จะเหมือนกับไฟจะไม่อึดอัดเปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจ จะกว้างขวางเสมอกัน</p><p>4 จิตเสมอด้วยลม จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับลมเมื่อมีสิ่งใดมากระทบกับอารมณ์ไม่ว่าดีหรือไม่ดีก็ตาม ย่อมเสมอกันหมด</p><p>5 จิตเปรียบด้วยผ้าเช็ดธุลี จิตที่มีสติตั้งไว้จะเป็นจิตกว้างขวางรับทั้งสิ่งดีและไม่ดีโดยไม่รังเกียจเหมือนผ้าขี้ริ้วที่เช็ดได้ทุกอย่าง</p><p>6 มีจิตเหมือนเด็กจัณฑาล ถ้ามีสติตั้งไว้แล้วก็จะมีจิตเหมือนจิตเด็กจัณฑาลที่นอบน้อม อดทน</p><p>7 มีจิตเหมือนโคเขาขาด จิตที่มีสติตั้งไว้จะเหมือนโคที่เขาขาดจะเจียมตัวและระมัดระวังเสมอ</p><p>8 มีจิตเหมือนคนรักสวยรักงามที่มีซากศพ ซากงู มาแขวนคล้องคอไว้ จิตที่มีสติตั้งไว้จะไม่ยึดถือกายว่าเป็นของเรา</p><p>9 มีจิตเหมือนภาชนะที่ก้นทะลุใส่น้ำมันไว้ต้องคอยประคับประคองไม่ให้น้ำมันล้นออก จิตที่มีสติตั้งไว้จะบริหารกายอย่างระมัดระวัง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สตินี่แหละจะเป็นตัวช่วยจัดระเบียบจิตใจของเรา สติที่ท่านพระสารีบุตรอธิบายเจาะจงลงไป คือเครื่องมือที่ชื่อว่ากายคตาสติ โดยท่านอุปมาลักษณะของจิตไว้ 9 อย่าง คือ</p><p>1 จิตเสมอด้วยดิน จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับดินไม่ว่าใครจะทิ้งของสะอาดหรือไม่สะอาด ดินก็ยังเป็นดินเสมอ</p><p>2 จิตเสมอด้วยน้ำ จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับน้ำไม่ว่าใครจะทิ้งของสะอาดหรือไม่สะอาด น้ำก็ยังเป็นน้ำเสมอ</p><p>3 จิตเสมอด้วยไฟ จิตที่มีสติตั้งไว้จะเหมือนกับไฟจะไม่อึดอัดเปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจ จะกว้างขวางเสมอกัน</p><p>4 จิตเสมอด้วยลม จิตที่มีสติตั้งไว้ก็จะเหมือนกับลมเมื่อมีสิ่งใดมากระทบกับอารมณ์ไม่ว่าดีหรือไม่ดีก็ตาม ย่อมเสมอกันหมด</p><p>5 จิตเปรียบด้วยผ้าเช็ดธุลี จิตที่มีสติตั้งไว้จะเป็นจิตกว้างขวางรับทั้งสิ่งดีและไม่ดีโดยไม่รังเกียจเหมือนผ้าขี้ริ้วที่เช็ดได้ทุกอย่าง</p><p>6 มีจิตเหมือนเด็กจัณฑาล ถ้ามีสติตั้งไว้แล้วก็จะมีจิตเหมือนจิตเด็กจัณฑาลที่นอบน้อม อดทน</p><p>7 มีจิตเหมือนโคเขาขาด จิตที่มีสติตั้งไว้จะเหมือนโคที่เขาขาดจะเจียมตัวและระมัดระวังเสมอ</p><p>8 มีจิตเหมือนคนรักสวยรักงามที่มีซากศพ ซากงู มาแขวนคล้องคอไว้ จิตที่มีสติตั้งไว้จะไม่ยึดถือกายว่าเป็นของเรา</p><p>9 มีจิตเหมือนภาชนะที่ก้นทะลุใส่น้ำมันไว้ต้องคอยประคับประคองไม่ให้น้ำมันล้นออก จิตที่มีสติตั้งไว้จะบริหารกายอย่างระมัดระวัง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ชนะด้วยปัญญา [6649-3d]</title>
			<itunes:title>ชนะด้วยปัญญา [6649-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Dec 2023 21:00:23 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/656f3cb8e0d02700123a2eab/media.mp3" length="27511547" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">656f3cb8e0d02700123a2eab</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/656f3cb8e0d02700123a2eab</link>
			<acast:episodeId>656f3cb8e0d02700123a2eab</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaBytonQUKmz3StV3B1gp4Ak91imR0iYcKjI6SS7rElfH6pt9QFWkMKZsQ7TzmsS9YzppoFYXb1tLGNcywhz+Go]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปัญญาจัดเป็นอันดับสูงสุด จะลับปัญญาให้แหลมคมได้ต้องมีคุณธรรมต่างๆมาประกอบเข้าด้วยกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งคุณธรรมที่ท่านกล่าวถึง คือ เวสารัชชกรณธรรม 5 (คุณธรรมที่จะทำให้เกิดความแกล้วกล้า ความกล้าหาญ ) ได้แก่</p><p>1.ศรัทธา ความเชื่อใจ ความมั่นใจ ความลงใจ ในการตรัสรู้ของพระพุทธ ในคำสอนของพระพุทธเจ้า และในหมู่สงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า</p><p>2.ศีล ความประพฤติถูกต้องดีงาม ไม่ผิดระเบียบวินัย ศีลถือเป็นพื้นฐานสำหรับทุกอย่าง ศีลเป็นความปกติ ที่ต้องปฏิบัติให้เป็นนิสัย</p><p>3.พาหุสัจจะ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก มีทั้งเป็นรูปแบบและไม่เป็นรูปแบบ</p><p>4.วิริยารัมภะ ปรารภความเพียร คือ การที่ได้เริ่มลงมือทำความเพียรพยายามในกิจการนั้นๆ อยู่แล้วอย่างมั่นคงจริงจัง จนเป็นเหตุให้เกิดความชำนาญ </p><p>5.ปัญญา ความรอบรู้ เข้าใจซึ้งในเหตุผล ดี ชั่ว ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ อันเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง</p><p>และปัญญาที่เกิดขึ้นจะก่อให้เกิดผลสะท้อนกลับ ( feedback loop) พิจารณาว่าสิ่งที่เราทำมามันใช่ไหม ถูกไหม เป็นผลสะท้อนกลับให้เราไปปรับ ศรัทธา ศีล ปรับองค์ความรู้ ปรับการลงมือทำ ปรับเป็นวงกลมหมุนไปวนไป เพื่อให้ปัญญาของเราแหลมคมยิ่งขึ้น เห็นตามความเป็นจริง จนถึงที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปัญญาจัดเป็นอันดับสูงสุด จะลับปัญญาให้แหลมคมได้ต้องมีคุณธรรมต่างๆมาประกอบเข้าด้วยกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งคุณธรรมที่ท่านกล่าวถึง คือ เวสารัชชกรณธรรม 5 (คุณธรรมที่จะทำให้เกิดความแกล้วกล้า ความกล้าหาญ ) ได้แก่</p><p>1.ศรัทธา ความเชื่อใจ ความมั่นใจ ความลงใจ ในการตรัสรู้ของพระพุทธ ในคำสอนของพระพุทธเจ้า และในหมู่สงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า</p><p>2.ศีล ความประพฤติถูกต้องดีงาม ไม่ผิดระเบียบวินัย ศีลถือเป็นพื้นฐานสำหรับทุกอย่าง ศีลเป็นความปกติ ที่ต้องปฏิบัติให้เป็นนิสัย</p><p>3.พาหุสัจจะ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก มีทั้งเป็นรูปแบบและไม่เป็นรูปแบบ</p><p>4.วิริยารัมภะ ปรารภความเพียร คือ การที่ได้เริ่มลงมือทำความเพียรพยายามในกิจการนั้นๆ อยู่แล้วอย่างมั่นคงจริงจัง จนเป็นเหตุให้เกิดความชำนาญ </p><p>5.ปัญญา ความรอบรู้ เข้าใจซึ้งในเหตุผล ดี ชั่ว ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ อันเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง</p><p>และปัญญาที่เกิดขึ้นจะก่อให้เกิดผลสะท้อนกลับ ( feedback loop) พิจารณาว่าสิ่งที่เราทำมามันใช่ไหม ถูกไหม เป็นผลสะท้อนกลับให้เราไปปรับ ศรัทธา ศีล ปรับองค์ความรู้ ปรับการลงมือทำ ปรับเป็นวงกลมหมุนไปวนไป เพื่อให้ปัญญาของเราแหลมคมยิ่งขึ้น เห็นตามความเป็นจริง จนถึงที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุก [6648-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุก [6648-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Nov 2023 21:00:30 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6564ae3785f70b001239b341/media.mp3" length="27849521" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6564ae3785f70b001239b341</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6564ae3785f70b001239b341</link>
			<acast:episodeId>6564ae3785f70b001239b341</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbxYyI+Aj6gUDPx/70HC7krF6KNtxDCdvjWefgSkUXG9oDU1oHLnhV1805BLcZSGIzDmfTU/4m84VeUthgJnpVI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกในที่นี้จะกล่าวไว้ ๒ กรณี  </p><p>กรณีที่ ๑ คือผู้ที่อยู่คนเดียวจะอยู่อย่างไรให้ผาสุกอยู่ได้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้เป็น ๒ นัยยะได้แก่นัยยะที่ตรัสไว้กับภิกษุทั้งหลายว่าธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกคือ ฌาน ๑/ ฌาน ๒/ ฌาน๓/ ฌาน๔ /การทำให้แจ้ง</p><p>ซึ่งเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ ส่วนนัยยะที่ ๒ได้ปรารภในคหบดีเจาะจงสำหรับผู้ครองเรือนไว้ คือโสตาปัตติยังคะ ๔ เป็นธรรมะที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติตามแล้วหยั่งลงสู่อมตะธรรมได้ ได้แก่ มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระพุทธเจ้า /มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระธรรม / มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระสงฆ์ / มีศีลสมบูรณ์ โดยทั้ง ๒ นัยยะนี้พระพุทธเจ้าหมายถึงตัวเราเองเท่านั้น</p><br><p>กรณีที่ ๒ คือธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกของผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ คือ ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุข ๕ ประการ ได้แก่ เข้าไปตั้งกายกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง /เข้าไปตั้งวจีกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลังเข้าไปตั้งมโนกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง / เป็นผู้มีศีลที่สมบูรณ์ไม่ทะลุด่างพร้อย เป็นศีลที่เสมอกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง / เป็นผู้มีมีทิฐิอันเป็นอริยะหมายถึงความเห็นที่ประเสริฐให้เสมอกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกในที่นี้จะกล่าวไว้ ๒ กรณี  </p><p>กรณีที่ ๑ คือผู้ที่อยู่คนเดียวจะอยู่อย่างไรให้ผาสุกอยู่ได้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้เป็น ๒ นัยยะได้แก่นัยยะที่ตรัสไว้กับภิกษุทั้งหลายว่าธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกคือ ฌาน ๑/ ฌาน ๒/ ฌาน๓/ ฌาน๔ /การทำให้แจ้ง</p><p>ซึ่งเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ ส่วนนัยยะที่ ๒ได้ปรารภในคหบดีเจาะจงสำหรับผู้ครองเรือนไว้ คือโสตาปัตติยังคะ ๔ เป็นธรรมะที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติตามแล้วหยั่งลงสู่อมตะธรรมได้ ได้แก่ มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระพุทธเจ้า /มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระธรรม / มีศรัทธาอันหยั่งลงมั่นด้วยปัญญาในพระสงฆ์ / มีศีลสมบูรณ์ โดยทั้ง ๒ นัยยะนี้พระพุทธเจ้าหมายถึงตัวเราเองเท่านั้น</p><br><p>กรณีที่ ๒ คือธรรมเครื่องอยู่อย่างผาสุกของผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ คือ ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุข ๕ ประการ ได้แก่ เข้าไปตั้งกายกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง /เข้าไปตั้งวจีกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลังเข้าไปตั้งมโนกรรมอันประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง / เป็นผู้มีศีลที่สมบูรณ์ไม่ทะลุด่างพร้อย เป็นศีลที่เสมอกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง / เป็นผู้มีมีทิฐิอันเป็นอริยะหมายถึงความเห็นที่ประเสริฐให้เสมอกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กรรมดับได้ด้วยทางสายกลาง  [6647-3d]</title>
			<itunes:title>กรรมดับได้ด้วยทางสายกลาง  [6647-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Nov 2023 21:00:35 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/655c973b77a9b500127ba85a/media.mp3" length="27890586" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">655c973b77a9b500127ba85a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/655c973b77a9b500127ba85a</link>
			<acast:episodeId>655c973b77a9b500127ba85a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaC6Iv2MXtAMNFoqiqoYZYoztgDGlCbwKXx8btG6cRepqBJ1wpf9/rzaT4WjuIn14lWNykj33igU4OisZf2EHHN]]></acast:settings>
			<itunes:subtitle>6647-3d</itunes:subtitle>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับสหัมบดีพรหมไว้ที่ใต้ต้นไทรว่า ประตูสู่นิพพานอันเป็นอมตะเราเปิดไว้แล้ว ทางที่ท่านบอกไว้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ‘‘สัตว์เหล่าใดที่จะมาตามทางนี้จงปลงศรัทธาลงไปเถิด’’ ทางสายกลางอันประเสริฐ 8 อย่าง (อริยอัฏฐังคิกมรรค) คือ ไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง ขวาสุด คือ ชุ่มด้วยกามยึดถือยินดีในกามคุณ ซ้ายสุด คือ ไม่เอาอะไรสักอย่างปฏิเสธหมดทุกอย่าง อย่างไรจึงจะเรียกว่ากลางพอดี นั่นคือ มัชฌิมาปฏิปทา ช่องทางนี้แหละ คือ เส้นทางที่จะออกไปได้ รอดไปได้ โดยต้องอาศัยศรัทธาที่มากพอทุ่มลงไป</p><p>พระพุทธเจ้าทรงเรียกทางสายกลางอีกหลายชื่อ ได้แก่ สามัญญะ ใครที่ปฏิบัติแล้วได้ผลเหมือนกัน/พรหมมัญญะ/พรหมะจริยะ การประพฤติพรหมจรรย์/สัมมัตตะ มี สัมมัตตะ 8, สัมมัตตะ 10/กุศลธรรมะ/สัมมาปฏิปทา/สัมมาปฏิปัตติ/สมถะวิปัสสนา/มัชฌิมาปฏิปทา</p><p>มรรค 8 มี 2 ลักษณะ คือ ผู้ที่ยังไม่ถึง ยังไม่บรรลุธรรมต้องปฏิบัติตามมรรค 8 อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้ามฝั่งให้ได้/ผู้ถึงแล้วจะต้องปฏิบัติตามมรรค 8 ต่อไปแต่ทำไปในลักษณะที่ไม่ต้องถึงอะไรแล้ว เพราะว่ากิจที่จะต้องทำด้วยความไม่ประมาทนี้มันหมดแล้ว มันจบแล้ว เพราะฉะนั้นหนทางที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 8 อย่าง คือ อริยอัฏฐังคิกมรรคสามารถที่จะดับกรรมได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับสหัมบดีพรหมไว้ที่ใต้ต้นไทรว่า ประตูสู่นิพพานอันเป็นอมตะเราเปิดไว้แล้ว ทางที่ท่านบอกไว้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ‘‘สัตว์เหล่าใดที่จะมาตามทางนี้จงปลงศรัทธาลงไปเถิด’’ ทางสายกลางอันประเสริฐ 8 อย่าง (อริยอัฏฐังคิกมรรค) คือ ไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง ขวาสุด คือ ชุ่มด้วยกามยึดถือยินดีในกามคุณ ซ้ายสุด คือ ไม่เอาอะไรสักอย่างปฏิเสธหมดทุกอย่าง อย่างไรจึงจะเรียกว่ากลางพอดี นั่นคือ มัชฌิมาปฏิปทา ช่องทางนี้แหละ คือ เส้นทางที่จะออกไปได้ รอดไปได้ โดยต้องอาศัยศรัทธาที่มากพอทุ่มลงไป</p><p>พระพุทธเจ้าทรงเรียกทางสายกลางอีกหลายชื่อ ได้แก่ สามัญญะ ใครที่ปฏิบัติแล้วได้ผลเหมือนกัน/พรหมมัญญะ/พรหมะจริยะ การประพฤติพรหมจรรย์/สัมมัตตะ มี สัมมัตตะ 8, สัมมัตตะ 10/กุศลธรรมะ/สัมมาปฏิปทา/สัมมาปฏิปัตติ/สมถะวิปัสสนา/มัชฌิมาปฏิปทา</p><p>มรรค 8 มี 2 ลักษณะ คือ ผู้ที่ยังไม่ถึง ยังไม่บรรลุธรรมต้องปฏิบัติตามมรรค 8 อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้ามฝั่งให้ได้/ผู้ถึงแล้วจะต้องปฏิบัติตามมรรค 8 ต่อไปแต่ทำไปในลักษณะที่ไม่ต้องถึงอะไรแล้ว เพราะว่ากิจที่จะต้องทำด้วยความไม่ประมาทนี้มันหมดแล้ว มันจบแล้ว เพราะฉะนั้นหนทางที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 8 อย่าง คือ อริยอัฏฐังคิกมรรคสามารถที่จะดับกรรมได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เรื่องของ "กรรม" ตอนที่ 3 (จบ) [6646-3d]]]></title>
			<itunes:title><![CDATA[เรื่องของ "กรรม" ตอนที่ 3 (จบ) [6646-3d]]]></itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Nov 2023 21:00:18 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6553ab3e9fd62a00128652f8/media.mp3" length="27862288" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6553ab3e9fd62a00128652f8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6553ab3e9fd62a00128652f8</link>
			<acast:episodeId>6553ab3e9fd62a00128652f8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdha1kqxbB/cyfHINMwVR5eVn/ovh5UFS5Gp77l5lo0BmvY991xVgl8HktoHPfKA8au18Ash0Ov9LckwN5qeItFdg]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กรรม คือ เจตนาที่มีการปรุงแต่ง (สังขาร) ออกไปทางกาย วาจา ใจ เมื่อมีการปรุงแต่งกระทำออกไปแล้ว ย่อมมีผลหรือมีวิบากของกรรมนั้นอย่างแน่นอน</p><p>&nbsp;</p><p>เรื่องของกรรมเป็น “อจินไตย” คือ เป็นสิ่งที่ไม่ควรคิด เพราะถ้าคิดแล้วอาจจะทำให้เป็นบ้าได้ ในที่นี้หมายถึง เป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยตรรกะสามัญของปุถุชน&nbsp;(ตามนัยยะ อจินติตสูตร) ตราบใดที่เมื่อยังมีการปรุงแต่งกรรมอยู่ การให้ผล (วิบาก) ของกรรมนั้น ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยของกรรมนั้นเสมอ ผลของกรรมจึงมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ</p><p>&nbsp;</p><p>ความคิดที่ว่า “ผลของกรรม เกิดจากรรมเก่าอย่างเดียวเท่านั้น” ความคิดอย่างนี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะผลของกรรมไม่ได้เกิดจากกรรมเก่าอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นจากการปรุงแต่งของสังขารนาม-รูปในปัจจุบัน (ตามนัยยะ&nbsp;8&nbsp;อย่างใน สีวกสูตร)</p><p>&nbsp;</p><p>ประเภทผลของกรรม&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;หมวด แต่ละหมวดแยกเป็น&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ประเภท (รวม&nbsp;16 ประเภท)</p><p>1.แบ่งโดยหน้าที่ คือ กรรมที่ให้ไปเกิด (ยังวิบากให้เกิดขึ้น-มีสภาวะการเกิด) / อุปถัมภ์สนับสนุนให้กรรมนั้นมีพลังมากยิ่งขึ้น / เบียดเบียนกรรมนั้นให้อ่อนกำลังลง / ตัดรอนกรรมนั้นไม่ให้ส่งผล</p><p>2.แบ่งตามลำดับการให้ผล คือ ให้ผลในลำดับแรกก่อน / ให้ผลเวลาใกล้ตาย / กรรมที่กระทำบ่อยๆ สั่งสมไว้ ให้ผลในชาติต่อมา / กรรมที่ผู้กระทำไม่มีเจตนา แต่ย่อมให้ผล (ในห้วงของสังสารวัฏ)</p><p>3.แบ่งตามเวลา คือ ให้ผลรวดเร็วปัจจุบันทันด่วน / ให้ผลในชาติหน้า / ให้ผลในชาติต่อๆ มา /&nbsp;ไม่มีโอกาสให้ผล</p><p>4.แบ่งตามฐานะการให้ผล คือ ให้ผลไปเกิดในอบายภูมิ / สุคติภูมิ / รูปพรหม / อรูปพรหม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กรรม คือ เจตนาที่มีการปรุงแต่ง (สังขาร) ออกไปทางกาย วาจา ใจ เมื่อมีการปรุงแต่งกระทำออกไปแล้ว ย่อมมีผลหรือมีวิบากของกรรมนั้นอย่างแน่นอน</p><p>&nbsp;</p><p>เรื่องของกรรมเป็น “อจินไตย” คือ เป็นสิ่งที่ไม่ควรคิด เพราะถ้าคิดแล้วอาจจะทำให้เป็นบ้าได้ ในที่นี้หมายถึง เป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยตรรกะสามัญของปุถุชน&nbsp;(ตามนัยยะ อจินติตสูตร) ตราบใดที่เมื่อยังมีการปรุงแต่งกรรมอยู่ การให้ผล (วิบาก) ของกรรมนั้น ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยของกรรมนั้นเสมอ ผลของกรรมจึงมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ</p><p>&nbsp;</p><p>ความคิดที่ว่า “ผลของกรรม เกิดจากรรมเก่าอย่างเดียวเท่านั้น” ความคิดอย่างนี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะผลของกรรมไม่ได้เกิดจากกรรมเก่าอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นจากการปรุงแต่งของสังขารนาม-รูปในปัจจุบัน (ตามนัยยะ&nbsp;8&nbsp;อย่างใน สีวกสูตร)</p><p>&nbsp;</p><p>ประเภทผลของกรรม&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;หมวด แต่ละหมวดแยกเป็น&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ประเภท (รวม&nbsp;16 ประเภท)</p><p>1.แบ่งโดยหน้าที่ คือ กรรมที่ให้ไปเกิด (ยังวิบากให้เกิดขึ้น-มีสภาวะการเกิด) / อุปถัมภ์สนับสนุนให้กรรมนั้นมีพลังมากยิ่งขึ้น / เบียดเบียนกรรมนั้นให้อ่อนกำลังลง / ตัดรอนกรรมนั้นไม่ให้ส่งผล</p><p>2.แบ่งตามลำดับการให้ผล คือ ให้ผลในลำดับแรกก่อน / ให้ผลเวลาใกล้ตาย / กรรมที่กระทำบ่อยๆ สั่งสมไว้ ให้ผลในชาติต่อมา / กรรมที่ผู้กระทำไม่มีเจตนา แต่ย่อมให้ผล (ในห้วงของสังสารวัฏ)</p><p>3.แบ่งตามเวลา คือ ให้ผลรวดเร็วปัจจุบันทันด่วน / ให้ผลในชาติหน้า / ให้ผลในชาติต่อๆ มา /&nbsp;ไม่มีโอกาสให้ผล</p><p>4.แบ่งตามฐานะการให้ผล คือ ให้ผลไปเกิดในอบายภูมิ / สุคติภูมิ / รูปพรหม / อรูปพรหม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เรื่องของ “กรรม” (ตอนที่ 2)-กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ [6645-3d]</title>
			<itunes:title>เรื่องของ “กรรม” (ตอนที่ 2)-กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ [6645-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Nov 2023 21:00:34 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/654a92c518fa10001253e6e6/media.mp3" length="27778728" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">654a92c518fa10001253e6e6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/654a92c518fa10001253e6e6</link>
			<acast:episodeId>654a92c518fa10001253e6e6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaK77jFf6GFZiSRDhoet1w+v0d+sT40K5a2SImEG/o7k4UpyL9OY+9WjfGQByRwDmSgWi/2ShMotHquNgs4sJpy]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>45</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>กรรม (กัมมะ)</strong> คือ เจตนาของจิตที่เมื่อมีผัสสะมากระทบแล้วเกิดการปรุงแต่งออกไป ทางกาย (กายกรรม) วาจา (วจีกรรม) และใจ (มโนกรรม) เป็นอกุศลกรรมบ้าง หรือกุศลกรรมบ้าง หรือเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม (อริยมรรคมีองค์ 8)</p><br><p><strong>กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ</strong> - ทำความเข้าใจ<strong>กรรม</strong>ผ่าน “นิพเพธิกสูตร”</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เรากล่าวซึ่ง <strong>“เจตนา ว่าเป็นกรรม”</strong> เพราะว่าบุคคลเจตนาแล้ว ย่อมกระทำซึ่งกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ หมายถึง <strong>เจตนาที่อยู่ในจิต</strong>ที่ประกอบไปด้วย ราคะ โทสะ และโมหะ (กิเลส) จากมากไปจนถึงเบาบาง (อกุศล-กุศล) หรือจนไม่เหลือ จึงพ้นจากกรรม คือ “สิ้นกิเลส สิ้นกรรม” ด้วย อริยมรรคมีองค์ 8</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เหตุเกิดแห่งกรรม</strong> คือ ผัสสะ (อาศัยผัสสะเป็นแดนเกิด)</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ความมีประมาณต่าง ๆ แห่งกรรม</strong> คือ กรรมที่ทำให้ไปเกิดในอบาย, มนุษยโลก, เทวโลก ได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 และกุศลกรรมบถ 10</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วิบาก </strong>คือ ผลแห่งกรรม มีระยะเวลาการให้ผล คือในปัจจุบันทันควัน / ในเวลาต่อมา / ในเวลาต่อ ๆ มา</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ความดับไม่เหลือแห่งกรรม </strong>คือ ความดับแห่งผัสสะ (เมื่อมีผัสสะกระทบแล้วไม่เข้าถึงจิต)</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งกรรม</strong> คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p><strong>การเข้าถึงกระบวนการสิ้นกรรม</strong> คือ ให้เราปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 จนครบจนเต็มรอบ ผลแห่งความสมบูรณ์ในการปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 จะทำให้เราพ้นจากกรรมได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>กรรม (กัมมะ)</strong> คือ เจตนาของจิตที่เมื่อมีผัสสะมากระทบแล้วเกิดการปรุงแต่งออกไป ทางกาย (กายกรรม) วาจา (วจีกรรม) และใจ (มโนกรรม) เป็นอกุศลกรรมบ้าง หรือกุศลกรรมบ้าง หรือเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม (อริยมรรคมีองค์ 8)</p><br><p><strong>กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ</strong> - ทำความเข้าใจ<strong>กรรม</strong>ผ่าน “นิพเพธิกสูตร”</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เรากล่าวซึ่ง <strong>“เจตนา ว่าเป็นกรรม”</strong> เพราะว่าบุคคลเจตนาแล้ว ย่อมกระทำซึ่งกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ หมายถึง <strong>เจตนาที่อยู่ในจิต</strong>ที่ประกอบไปด้วย ราคะ โทสะ และโมหะ (กิเลส) จากมากไปจนถึงเบาบาง (อกุศล-กุศล) หรือจนไม่เหลือ จึงพ้นจากกรรม คือ “สิ้นกิเลส สิ้นกรรม” ด้วย อริยมรรคมีองค์ 8</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เหตุเกิดแห่งกรรม</strong> คือ ผัสสะ (อาศัยผัสสะเป็นแดนเกิด)</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ความมีประมาณต่าง ๆ แห่งกรรม</strong> คือ กรรมที่ทำให้ไปเกิดในอบาย, มนุษยโลก, เทวโลก ได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 และกุศลกรรมบถ 10</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วิบาก </strong>คือ ผลแห่งกรรม มีระยะเวลาการให้ผล คือในปัจจุบันทันควัน / ในเวลาต่อมา / ในเวลาต่อ ๆ มา</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ความดับไม่เหลือแห่งกรรม </strong>คือ ความดับแห่งผัสสะ (เมื่อมีผัสสะกระทบแล้วไม่เข้าถึงจิต)</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งกรรม</strong> คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p><strong>การเข้าถึงกระบวนการสิ้นกรรม</strong> คือ ให้เราปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 จนครบจนเต็มรอบ ผลแห่งความสมบูรณ์ในการปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 จะทำให้เราพ้นจากกรรมได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เรื่องของ “กรรม” (ตอนที่ 1) [6644-3d]</title>
			<itunes:title>เรื่องของ “กรรม” (ตอนที่ 1) [6644-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 31 Oct 2023 21:00:30 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65415cb06143f10012738553/media.mp3" length="27409261" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65415cb06143f10012738553</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65415cb06143f10012738553</link>
			<acast:episodeId>65415cb06143f10012738553</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYWbEI4J+iYmC2uwfRw7hgQsRNcIbXzWKgkxxtPZ8Zv+2SD/YqHNuval5bOTkWUD/pM9RcR+/vS1OHggDyZSwuW]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“กรรม”</strong> คือ การกระทำที่เกิดจากเจตนาของจิตที่ถูกกระตุ้นผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แล้วปรุงแต่งออกไป ทาง 3 ช่องทาง คือ 1. ทางกาย เป็น กายกรรม 2. ทางวาจา เป็น วจีกรรม 3. ทางใจ เป็น มโนกรรม</p><br><p><strong>ทำความเข้าใจเรื่องของ “กรรม” ผ่านพุทธพจน์</strong>ที่ว่า..</p><p><em>“เรามีกรรมเป็นของๆตน เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น”</em> หมายถึง เมื่อมีเหตุแล้ว ย่อมมีผล</p><p><em>“เรามีกรรมเป็นแดนเกิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์”</em> คำว่า “เผ่าพันธ์” หมายถึง ผลของการกระทำนั้น</p><p><em>“เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้”</em> คำว่า “ที่พึ่งอาศัย” หมายถึง ลักษณะที่สะสมอยู่ในจิต หรือ “อาสวะ”</p><p><em>“เป็นกรรมดีก็ตาม เป็นกรรมชั่วก็ตาม”</em> คือ กุศลกรรม หรือ อกุศลกรรม</p><p><em>“เราจักต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น” </em>คือ<em> </em>ได้รับผลของการกระทำนั้น</p><p><em>“เราทั้งหลายพึงพิจารณาเนืองๆอย่างนี้แล”</em> ผลของการพิจารณา คือ เกิดปัญญา และ มีอุเบกขา</p><p>&nbsp;</p><p><strong>กรรม 4 อย่าง</strong></p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมดำ มีวิบากดำ&nbsp;- กรรมชั่ว การปรุงแต่งไปในทางเบียดเบียน ผลคือ เข้าถึงความเป็นสัตว์นรก</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมขาว มีวิบากขาว - กรรมดี ปรุงแต่งไปในทางไม่เบียดเบียน ผลคือ เข้าถึงสวรรค์<u> </u></p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาว - ปรุงแต่งไปในทางเบียดเบียนบ้างไม่เบียดเบียนบ้าง เสวยเวทนาสุขและทุกข์เจือปน เช่น พวกมนุษย์ เทพบางพวก</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p><strong>การทำที่สุดแห่งทุกข์ปรากฏขึ้นได้ เพราะการกระทำ</strong></p><p>กรรมเรากำหนดได้จากการกระทำของเรา อยู่ที่ว่าจะตั้งเจตนาของจิตให้ปรุงแต่งไปในทางไหน ไปในทางสิ้นกรรม คือ ไม่มี ราคะ โทสะ และโมหะประกอบอยู่ในกรรม กรรมจึงอยู่ตรงที่เราเลือก เราจะอยู่เหนือกรรมได้ก็เพราะการกระทำของเราตรงนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“กรรม”</strong> คือ การกระทำที่เกิดจากเจตนาของจิตที่ถูกกระตุ้นผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แล้วปรุงแต่งออกไป ทาง 3 ช่องทาง คือ 1. ทางกาย เป็น กายกรรม 2. ทางวาจา เป็น วจีกรรม 3. ทางใจ เป็น มโนกรรม</p><br><p><strong>ทำความเข้าใจเรื่องของ “กรรม” ผ่านพุทธพจน์</strong>ที่ว่า..</p><p><em>“เรามีกรรมเป็นของๆตน เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น”</em> หมายถึง เมื่อมีเหตุแล้ว ย่อมมีผล</p><p><em>“เรามีกรรมเป็นแดนเกิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์”</em> คำว่า “เผ่าพันธ์” หมายถึง ผลของการกระทำนั้น</p><p><em>“เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้”</em> คำว่า “ที่พึ่งอาศัย” หมายถึง ลักษณะที่สะสมอยู่ในจิต หรือ “อาสวะ”</p><p><em>“เป็นกรรมดีก็ตาม เป็นกรรมชั่วก็ตาม”</em> คือ กุศลกรรม หรือ อกุศลกรรม</p><p><em>“เราจักต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น” </em>คือ<em> </em>ได้รับผลของการกระทำนั้น</p><p><em>“เราทั้งหลายพึงพิจารณาเนืองๆอย่างนี้แล”</em> ผลของการพิจารณา คือ เกิดปัญญา และ มีอุเบกขา</p><p>&nbsp;</p><p><strong>กรรม 4 อย่าง</strong></p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมดำ มีวิบากดำ&nbsp;- กรรมชั่ว การปรุงแต่งไปในทางเบียดเบียน ผลคือ เข้าถึงความเป็นสัตว์นรก</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมขาว มีวิบากขาว - กรรมดี ปรุงแต่งไปในทางไม่เบียดเบียน ผลคือ เข้าถึงสวรรค์<u> </u></p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาว - ปรุงแต่งไปในทางเบียดเบียนบ้างไม่เบียดเบียนบ้าง เสวยเวทนาสุขและทุกข์เจือปน เช่น พวกมนุษย์ เทพบางพวก</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p><strong>การทำที่สุดแห่งทุกข์ปรากฏขึ้นได้ เพราะการกระทำ</strong></p><p>กรรมเรากำหนดได้จากการกระทำของเรา อยู่ที่ว่าจะตั้งเจตนาของจิตให้ปรุงแต่งไปในทางไหน ไปในทางสิ้นกรรม คือ ไม่มี ราคะ โทสะ และโมหะประกอบอยู่ในกรรม กรรมจึงอยู่ตรงที่เราเลือก เราจะอยู่เหนือกรรมได้ก็เพราะการกระทำของเราตรงนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เรื่องธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา [6643-3d]</title>
			<itunes:title>เรื่องธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา [6643-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Oct 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/653827fb8299010011b429ab/media.mp3" length="27738942" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">653827fb8299010011b429ab</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/653827fb8299010011b429ab</link>
			<acast:episodeId>653827fb8299010011b429ab</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbWEFK3P1GwRKDhm7XcHOE2XQPmrHJLmz3vvutoyCk2UTNvcopIT3LVtBiJLj7RqJCyrPYSeRDDQ0oPNnxCcgkY]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>43</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การมาศึกษาปฏิบัติธรรม เปรียบเสมือน ”การจับงูพิษ” ถ้าจับไม่ถูกต้อง ไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะเกิดอันตรายกับตนเองและผู้อื่นได้ แทนที่จะละวางความยึดถือลงแต่กลับยึดถือขึ้นมาแทน</p><br><p>“ธรรม” ที่ดูเหมือนจะเป็น “เรื่องธรรมดา ที่ไม่ธรรมดานี้” หมายถึง เรื่องพื้นฐานแต่มีความสำคัญ จึงต้องหยิบมาทำการศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างละเอียด โดยได้ยกพุทธพจน์ คำอุทาน พระสูตร มาประกอบ พอจะสรุปได้ดังนี้</p><br><p>1. สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นทั้งหมดย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา</p><p>2. สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา พวกเธอทั้งหลายจงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด</p><p>3. ฐานะ 5 ประการ ที่ใครๆ ก็ไม่พึงได้ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่- เจ็บ- ตาย- ความสิ้นไป-ฉิบหายไป ว่า อย่าแก่เลย…ฯ</p><p>4. เราจะมาได้ตามความปรารถนาใน “สิ่งที่มีความแตกดับเป็นธรรมดา” ว่า อย่าเสื่อม อย่าสิ้นไป มันจะไม่ได้</p><p>5. มาพิจารณาอยู่เนืองๆว่าเรามีความแก่ / ความเจ็บ / ความตาย / ความพลัดพราก / กรรมของตน</p><br><p>การมาพิจารณาอยู่เนือง ๆ ให้เห็นตามความเป็นจริงในสังขารทั้งหลาย จะทำให้เราเกิดปัญญา วางความยึดถือด้วยเรื่องพื้นฐาน สูงขึ้นจนถึงระดับโลกุตระได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การมาศึกษาปฏิบัติธรรม เปรียบเสมือน ”การจับงูพิษ” ถ้าจับไม่ถูกต้อง ไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะเกิดอันตรายกับตนเองและผู้อื่นได้ แทนที่จะละวางความยึดถือลงแต่กลับยึดถือขึ้นมาแทน</p><br><p>“ธรรม” ที่ดูเหมือนจะเป็น “เรื่องธรรมดา ที่ไม่ธรรมดานี้” หมายถึง เรื่องพื้นฐานแต่มีความสำคัญ จึงต้องหยิบมาทำการศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างละเอียด โดยได้ยกพุทธพจน์ คำอุทาน พระสูตร มาประกอบ พอจะสรุปได้ดังนี้</p><br><p>1. สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นทั้งหมดย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา</p><p>2. สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา พวกเธอทั้งหลายจงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด</p><p>3. ฐานะ 5 ประการ ที่ใครๆ ก็ไม่พึงได้ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่- เจ็บ- ตาย- ความสิ้นไป-ฉิบหายไป ว่า อย่าแก่เลย…ฯ</p><p>4. เราจะมาได้ตามความปรารถนาใน “สิ่งที่มีความแตกดับเป็นธรรมดา” ว่า อย่าเสื่อม อย่าสิ้นไป มันจะไม่ได้</p><p>5. มาพิจารณาอยู่เนืองๆว่าเรามีความแก่ / ความเจ็บ / ความตาย / ความพลัดพราก / กรรมของตน</p><br><p>การมาพิจารณาอยู่เนือง ๆ ให้เห็นตามความเป็นจริงในสังขารทั้งหลาย จะทำให้เราเกิดปัญญา วางความยึดถือด้วยเรื่องพื้นฐาน สูงขึ้นจนถึงระดับโลกุตระได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>“ขันติ” ความอดทนคือทุกสิ่ง [6642-3d]</title>
			<itunes:title>“ขันติ” ความอดทนคือทุกสิ่ง [6642-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Oct 2023 21:00:52 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/652ef4300dec9b0012f89626/media.mp3" length="26994047" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">652ef4300dec9b0012f89626</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/652ef4300dec9b0012f89626</link>
			<acast:episodeId>652ef4300dec9b0012f89626</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7bO9ClzH7+Q0jIjcH5+THnxwOZPJp7iH/1NOCGxRFJkwaODhyCeIX5v3w+5+nPx7GnovGdcjQGguHOVBULsqfYA=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>42</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปฏิปทาอันยิ่งยวดอย่างหนึ่งใน “ทศบารมี” นั้นก็คือ <strong>“ขันติ”</strong> คือ ความอดทนอดกลั้น เป็นตบะแผดเผากิเลสอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนา หรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม จะสามารถรักษาความเป็นปกติเอาไว้ได้ ผู้ที่ผ่านการฝึกฝนปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมทำคุณธรรม “ขันติ” ให้ปรากฏขึ้นเป็นของแจ่มแจ้งแก่ตนเองได้ด้วย “ปัญญา” และถ้าพิจารณากันให้ดี ๆ จะเห็นว่า คุณธรรมที่ทำให้มีความอดทนนั้น มีอยู่มากมาย จึงอาจกล่าวได้ว่า <strong>“ขันติ” ความอดทนคือทุกสิ่ง</strong></p><br><p><strong>ความอดทนแบ่งตามเหตุที่มากระทบ </strong>ได้แก่อดทนต่อความลำบากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนาทางกาย และทางใจ อดทนต่อกิเลส</p><br><p><strong>เปรียบความอดทนไว้กับทางไปสู่นิพพาน</strong> ถ้าคุณเจอสิ่งกระทบในระหว่างทาง คุณยังจะอดทนรักษามรรคไว้ได้อยู่ไหม? หรือจะเลือกเดินออกนอกมรรคไปไม่ถึงนิพพาน</p><br><p><strong>ขันติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท </strong>คือ</p><ol><li><strong>อธิวาสนขันติ</strong> คือ ยังมีอารมณ์โกรธอยู่ แต่อดกลั้นไว้ได้ ไม่แสดงสิ่งที่เป็นอกุศลทางกาย วาจา ใจ ออกไป</li><li><strong>ตีติกขาขันติ</strong> คือ ปฏิบัติได้เป็นปกติใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพราะผ่านการฝึกฝน ทำซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ อยู่บ่อย ๆ ในขั้น “อธิวาสนขันติ”</li></ol><p><br></p><p><strong>คุณธรรมความอดทน </strong>ตัวอย่างในเรื่องของท่านพระปุณณะ พระสารีบุตร และท้าวสักกะ เป็นคุณธรรมที่แสดงให้เห็นการบ่ม อินทรย์ พละ ศีล สมาธิ ปัญญา พรมหมวิหาร</p><br><p><strong>อานิสงส์ของความอดทน</strong> คือ ย่อมเป็นที่รักของคนเป็นอันมาก เป็นผู้ไม่มากด้วยเวรไม่มากด้วยโทษ เป็นผู้ไม่หลงกระทำกาละตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปฏิปทาอันยิ่งยวดอย่างหนึ่งใน “ทศบารมี” นั้นก็คือ <strong>“ขันติ”</strong> คือ ความอดทนอดกลั้น เป็นตบะแผดเผากิเลสอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนา หรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม จะสามารถรักษาความเป็นปกติเอาไว้ได้ ผู้ที่ผ่านการฝึกฝนปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมทำคุณธรรม “ขันติ” ให้ปรากฏขึ้นเป็นของแจ่มแจ้งแก่ตนเองได้ด้วย “ปัญญา” และถ้าพิจารณากันให้ดี ๆ จะเห็นว่า คุณธรรมที่ทำให้มีความอดทนนั้น มีอยู่มากมาย จึงอาจกล่าวได้ว่า <strong>“ขันติ” ความอดทนคือทุกสิ่ง</strong></p><br><p><strong>ความอดทนแบ่งตามเหตุที่มากระทบ </strong>ได้แก่อดทนต่อความลำบากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนาทางกาย และทางใจ อดทนต่อกิเลส</p><br><p><strong>เปรียบความอดทนไว้กับทางไปสู่นิพพาน</strong> ถ้าคุณเจอสิ่งกระทบในระหว่างทาง คุณยังจะอดทนรักษามรรคไว้ได้อยู่ไหม? หรือจะเลือกเดินออกนอกมรรคไปไม่ถึงนิพพาน</p><br><p><strong>ขันติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท </strong>คือ</p><ol><li><strong>อธิวาสนขันติ</strong> คือ ยังมีอารมณ์โกรธอยู่ แต่อดกลั้นไว้ได้ ไม่แสดงสิ่งที่เป็นอกุศลทางกาย วาจา ใจ ออกไป</li><li><strong>ตีติกขาขันติ</strong> คือ ปฏิบัติได้เป็นปกติใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพราะผ่านการฝึกฝน ทำซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ อยู่บ่อย ๆ ในขั้น “อธิวาสนขันติ”</li></ol><p><br></p><p><strong>คุณธรรมความอดทน </strong>ตัวอย่างในเรื่องของท่านพระปุณณะ พระสารีบุตร และท้าวสักกะ เป็นคุณธรรมที่แสดงให้เห็นการบ่ม อินทรย์ พละ ศีล สมาธิ ปัญญา พรมหมวิหาร</p><br><p><strong>อานิสงส์ของความอดทน</strong> คือ ย่อมเป็นที่รักของคนเป็นอันมาก เป็นผู้ไม่มากด้วยเวรไม่มากด้วยโทษ เป็นผู้ไม่หลงกระทำกาละตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อยู่กับทุกข์ โดยไม่ทุกข์-อนาคตภัย [6641-3d]</title>
			<itunes:title>อยู่กับทุกข์ โดยไม่ทุกข์-อนาคตภัย [6641-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Oct 2023 21:00:42 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65259d2a7bb157001296a168/media.mp3" length="28067509" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65259d2a7bb157001296a168</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65259d2a7bb157001296a168</link>
			<acast:episodeId>65259d2a7bb157001296a168</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7bBkAU8+PyD83bRYOwq0ahF0QZTdCvBook/nSmwhZ83h2J/wFDeynpitzSRzJyUtTkd6BTOrV6RPeMB+KJPLLxs=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>41</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นจากภัยในอนาคต 5 ประการ คือ ความแก่ชรา ความเจ็บไข้ ทุพภิกขภัย-อาหารหายาก ภัยจากโจร-สงคราม และสมัยที่สงฆ์แตกกัน เรายังจะผาสุกอยู่ได้ไหม และสิ่งใดที่เราต้องรีบทำก่อนที่ภัยนั้นจะมาถึง</p><br><p>ท่านพระพุทธเจ้าทรงเตือนไว้ เราควรร้อนใจในการเร่งทำความเพียรตอนนี้ ด้วยการเจริญมรรค 8 เพื่อให้เกิด “ปัญญา” เป็นอันดับสูงสุด ซึ่งจิตจะมีปัญญาได้ ต้องมี ‘สติรักษาจิตให้เป็นสมาธิ’ ไม่ให้ไปเสวยอารมณ์ต่าง ๆ ทั้งสุขหรือทุกข์ และไม่สุขไม่ทุกข์ พิจารณาเห็นเวทนาเป็นของไม่เที่ยง ไม่ควรยึดถือ ตัดความยึดถือ คือ อุปาทาน นั้นด้วยปัญญา “แยกกายแยกจิตออกจากกัน”</p><br><p>อนาคตเมื่อร่างกายเกิดทุกข์ เพราะความชรา เจ็บป่วยบ้าง ยากต่อการอยู่อย่างสงบ เพราะอาหารขาดแคลน หรือสงครามบ้าง หรือเพราะสงฆ์ และคำสอนที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง เราก็จะยังอยู่ผาสุกได้ด้วย “จิตที่มีปัญญา” นี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นจากภัยในอนาคต 5 ประการ คือ ความแก่ชรา ความเจ็บไข้ ทุพภิกขภัย-อาหารหายาก ภัยจากโจร-สงคราม และสมัยที่สงฆ์แตกกัน เรายังจะผาสุกอยู่ได้ไหม และสิ่งใดที่เราต้องรีบทำก่อนที่ภัยนั้นจะมาถึง</p><br><p>ท่านพระพุทธเจ้าทรงเตือนไว้ เราควรร้อนใจในการเร่งทำความเพียรตอนนี้ ด้วยการเจริญมรรค 8 เพื่อให้เกิด “ปัญญา” เป็นอันดับสูงสุด ซึ่งจิตจะมีปัญญาได้ ต้องมี ‘สติรักษาจิตให้เป็นสมาธิ’ ไม่ให้ไปเสวยอารมณ์ต่าง ๆ ทั้งสุขหรือทุกข์ และไม่สุขไม่ทุกข์ พิจารณาเห็นเวทนาเป็นของไม่เที่ยง ไม่ควรยึดถือ ตัดความยึดถือ คือ อุปาทาน นั้นด้วยปัญญา “แยกกายแยกจิตออกจากกัน”</p><br><p>อนาคตเมื่อร่างกายเกิดทุกข์ เพราะความชรา เจ็บป่วยบ้าง ยากต่อการอยู่อย่างสงบ เพราะอาหารขาดแคลน หรือสงครามบ้าง หรือเพราะสงฆ์ และคำสอนที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง เราก็จะยังอยู่ผาสุกได้ด้วย “จิตที่มีปัญญา” นี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธัมมะนคร–นครแห่งธรรม [6640-3d]</title>
			<itunes:title>ธัมมะนคร–นครแห่งธรรม [6640-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Oct 2023 21:00:24 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/651c5d60315af90011106e89/media.mp3" length="26521983" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">651c5d60315af90011106e89</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/651c5d60315af90011106e89</link>
			<acast:episodeId>651c5d60315af90011106e89</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7UzGkr2689mJRFaoDXiDhqbRIELV6F03K8G6eL3ncUL8BElICH7omVUNoNKy+Ul+fdw/TvdvPpz4codFfsXpSO8=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>40</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การนำเอาหัวข้อหลักธรรมะต่างๆ มาอุปมาเชิงเปรียบเทียบกับการสร้าง “นคร” ซึ่งองค์ประกอบของ ธัมมะนคร หรือ นครแห่งธรรม ได้กล่าวบรรยายไว้ 2 นัยยะ คือ นัยยะของท่านพระอุบาลี และ นัยยะของพระพุทธเจ้า</p><br><p><strong>ธัมมะนครตามนัยยะคาถาของ “ท่านพระอุบาลี”</strong> เป็นคาถาเปล่งอุทานหลังจากที่ท่านพระอุบาลีได้บรรลุอรหันต์ โดยใจความของพระคาถาได้กล่าวถึงการได้เข้ามาอยู่ใต้ร่มโพธิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า เปรียบได้กับความเจริญใจเมื่อได้เข้ามาสู่นครแห่งธรรม โดยเปรียบธัมมะนครของพระผู้มีพระภาคเจ้าไว้ดังนี้ว่า :- </p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระองค์ มี “ศีล” เป็น กำแพง</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระญาณ (ปัญญา) = ซุ้มประตู</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศรัทธา = เสาระเนียด</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สังวร (สำรวมระวัง) = นายประตู</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สติปัฏฐาน = ป้อม</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัญญา = ทางสี่แพร่ง</p><p>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อิทธิบาท = ทางสามแพร่ง</p><p>8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธรรมวิถี = ถนนหนทาง</p><p>9.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระวินัย พระสูตร พระอภิธรรม และ นวังคสัตถุศาสน์ = ธรรมสภา (ที่ประชุม)</p><p>10.&nbsp;&nbsp;วิหารธรรม (ฌาน) = ธรรมกุฏิ</p><br><p><strong>ธัมมะนครตามนัยยะ “นคโรปมสูตร” ของพระพุทธเจ้า </strong>เปรียบไว้กับหัวเมืองชายแดนที่สำคัญ ที่จะคอยป้องกันนคร โดยได้อุปมาเปรียบไว้ดังนี้ :- </p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เสาระเนียด = ศรัทธา (หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย)</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คู (ร่องน้ำ) = หิริ (ความละอายต่อบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย)</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เชิงเทินเดินรอบ = โอตตัปปะ (ความสดุ้งกลัวต่อบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย)</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาวุธ = พหูสูต (แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ)</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองกําลัง = ความเพียร (ละอกุศล / เจริญกุศล)</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทหารยาม นายประตู = สติ (สติปัฏฐาน)</p><p>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กําแพง = ปัญญา (เป็นที่สูงสุด)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การนำเอาหัวข้อหลักธรรมะต่างๆ มาอุปมาเชิงเปรียบเทียบกับการสร้าง “นคร” ซึ่งองค์ประกอบของ ธัมมะนคร หรือ นครแห่งธรรม ได้กล่าวบรรยายไว้ 2 นัยยะ คือ นัยยะของท่านพระอุบาลี และ นัยยะของพระพุทธเจ้า</p><br><p><strong>ธัมมะนครตามนัยยะคาถาของ “ท่านพระอุบาลี”</strong> เป็นคาถาเปล่งอุทานหลังจากที่ท่านพระอุบาลีได้บรรลุอรหันต์ โดยใจความของพระคาถาได้กล่าวถึงการได้เข้ามาอยู่ใต้ร่มโพธิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า เปรียบได้กับความเจริญใจเมื่อได้เข้ามาสู่นครแห่งธรรม โดยเปรียบธัมมะนครของพระผู้มีพระภาคเจ้าไว้ดังนี้ว่า :- </p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระองค์ มี “ศีล” เป็น กำแพง</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระญาณ (ปัญญา) = ซุ้มประตู</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศรัทธา = เสาระเนียด</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สังวร (สำรวมระวัง) = นายประตู</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สติปัฏฐาน = ป้อม</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัญญา = ทางสี่แพร่ง</p><p>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อิทธิบาท = ทางสามแพร่ง</p><p>8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธรรมวิถี = ถนนหนทาง</p><p>9.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระวินัย พระสูตร พระอภิธรรม และ นวังคสัตถุศาสน์ = ธรรมสภา (ที่ประชุม)</p><p>10.&nbsp;&nbsp;วิหารธรรม (ฌาน) = ธรรมกุฏิ</p><br><p><strong>ธัมมะนครตามนัยยะ “นคโรปมสูตร” ของพระพุทธเจ้า </strong>เปรียบไว้กับหัวเมืองชายแดนที่สำคัญ ที่จะคอยป้องกันนคร โดยได้อุปมาเปรียบไว้ดังนี้ :- </p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เสาระเนียด = ศรัทธา (หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย)</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คู (ร่องน้ำ) = หิริ (ความละอายต่อบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย)</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เชิงเทินเดินรอบ = โอตตัปปะ (ความสดุ้งกลัวต่อบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย)</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาวุธ = พหูสูต (แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ)</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองกําลัง = ความเพียร (ละอกุศล / เจริญกุศล)</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทหารยาม นายประตู = สติ (สติปัฏฐาน)</p><p>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กําแพง = ปัญญา (เป็นที่สูงสุด)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ว่าด้วยเรื่องของ "ลม" [6639-3d]]]></title>
			<itunes:title><![CDATA[ว่าด้วยเรื่องของ "ลม" [6639-3d]]]></itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Sep 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65133024feb7830010576be6/media.mp3" length="28138564" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65133024feb7830010576be6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65133024feb7830010576be6</link>
			<acast:episodeId>65133024feb7830010576be6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7fqQo05mhOtToIyB7E75L22xUDTzlQjSi2ommD9RkBHNfaZZ/Fv/EGBiXRlR3i2f3vCgsAF5zQFOMCGiR3O7pAU=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>39</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>วาโยธาตุ</strong> หรือที่เราเรียกว่า <strong>“ธาตุลม”</strong> เป็น 1 ใน มหาภูตรูป 4</p><br><p>ธาตุลมประกอบไปด้วย :-</p><p><strong>ลมภายนอก</strong> คือ ธรรมชาติที่พัดไปมาอยู่นอกกาย เช่น ลมร้อน ลมหนาว ลมมีฝุ่น หรือ ลมไม่มีฝุ่น ลมตะวันออก..ฯลฯ</p><p><strong>ลมภายใน</strong> คือ ลมอันแล่นไปตามอวัยวะน้อยใหญ่ในร่างกาย เช่น ลมในกระเพาะ ลมในลำไส้ ลมหายใจเข้า-ออก</p><br><p>ลมภายในแบ่งได้เป็น :-</p><p><strong>ลมปราณ</strong> คือ ลมหายใจเข้า-ออก</p><p>1. ลมหายใจ<strong>ต่อกาย-ทิ้งกาย</strong> หมายถึง ลมทำหน้าที่ในการหล่อเลี้ยงร่างกาย และทำลายร่างกายไปในกระบวนการเดียวกัน (มีการเผาผลาญในกาย)</p><p>2.&nbsp;ลมหายใจ<strong>ต่อจิต</strong> (การมีสติสัมปชัญญะรู้ลมหายใจ) / <strong>ทิ้งจิต</strong> (ปล่อยสติเผลอเพลิน)</p><br><p><strong>ลมปาก</strong> คือ ลมที่ผ่านหลอดเสียง ที่ออกจากกายไปสู่ภายนอก เป็นลักษณะของสัญญาเปลี่ยนแปลงไปตามการปรุงแต่ง (สังขาร) และสื่อออกมาทางลมปาก ได้แก่</p><p>1. <strong>ลมเหม็น</strong> (คูถภาณี) คือ ผู้มีวาจา<strong>ภาษาพูดเหมือนคูถหรืออุจจาระ</strong> เกิดจากจิตที่เป็นอกุศลที่ปรุ่งแต่งออกมาทางวาจา เป็น <strong>“วจีทุจริต”</strong> ได้แก่&nbsp;</p><p>1.1&nbsp;&nbsp;<strong>การพูดเท็จ</strong> พูดปด พูดไม่จริง พูดบิดเบือน ไม่เกิดประโยชน์</p><p>1.2&nbsp;&nbsp;<strong>พูดส่อเสียด</strong> ยุยงให้แตกกัน บาดหมาง พูดใส่ร้าย-ป้ายสี</p><p>1.3&nbsp;&nbsp;<strong>พูดคำหยาบ</strong> ได้แก่ “คำหยาบคาย” คือ พูดทิ่มแทงให้เจ็บใจ แดกดัน เสียดสี เหน็บแนม /<strong> “</strong>คำหยาบโลน” คือ พูดภาษาใต้สะดือ ใช้สรรพนามของสัตว์แทนคน</p><p>1.4&nbsp;&nbsp;<strong>พูดเพ้อเจ้อ </strong>ได้แก่ “พูดพล่าม” คือ คำพูดที่โปรยประโยชน์ทิ้ง ไร้สาระ หาประโยชน์ไม่ได้ (พูดเยอะแต่ไม่เกิดประโยชน์) / “พูดเหลวไหล” คือ คำพูดเลอะเทอะ ไม่มีหลักฐานอ้างอิง หาประโยชน์ไม่ได้ เช่น คำพูดมุกตลก</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p>2.<strong> ลมหอม (</strong>ปุปผภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูด<strong>ภาษาดอกไม้</strong> ได้แก่ พูดคำจริง ไม่พูดเท็จ</p><p>3.&nbsp;<strong>ลมหวาน </strong>(มธุภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูด<strong>ภาษาน้ำผึ้ง </strong>ได้แก่ พูดความจริงไพเราะจับใจ ประกอบไปด้วยพรหมวิหาร เป็นผู้ละเว้นคำหยาบ</p><p>3.1&nbsp;&nbsp;<strong>พูดจริง</strong> ดี มีประโยชน์ รู้กาลที่เหมาะสมแล้วจึงพูด / <u>เว้น</u>คำพูดจริงแต่ไม่มีประโยชน์ ไม่ประกอบด้วยกาล</p><p>3.2&nbsp;&nbsp;<strong>พูดสมานไมตรี</strong> ให้เกิดความสามัคคีกันมากยิ่งขึ้น</p><p>3.3&nbsp;&nbsp;<strong>พูดไพเราะ</strong> เป็นคำพูดที่ “อ่อนหวาน” สุภาพ มีถ้อยคำที่สละสลวย ฟังแล้วลื่นหู / “คำพูดดื่มด่ำดูดดื่ม” มีคติธรรม ฟังแล้วจับใจ</p><p>3.4&nbsp;&nbsp;<strong>พูดมีประโยชน์</strong> มีหลักฐานอ้างอิง เป็นคำจริง ประกอบด้วยกาลเทศะ</p><p>*ลักษณะคำพูดที่หอมหวานนั้นคือ เป็นมงคล เป็นวาจาสุภาษิต ฟังแล้วเกิดความรู้สึกซาบซึ้งเบิกบาน เป็นวาจาที่หาโทษมิได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>วาโยธาตุ</strong> หรือที่เราเรียกว่า <strong>“ธาตุลม”</strong> เป็น 1 ใน มหาภูตรูป 4</p><br><p>ธาตุลมประกอบไปด้วย :-</p><p><strong>ลมภายนอก</strong> คือ ธรรมชาติที่พัดไปมาอยู่นอกกาย เช่น ลมร้อน ลมหนาว ลมมีฝุ่น หรือ ลมไม่มีฝุ่น ลมตะวันออก..ฯลฯ</p><p><strong>ลมภายใน</strong> คือ ลมอันแล่นไปตามอวัยวะน้อยใหญ่ในร่างกาย เช่น ลมในกระเพาะ ลมในลำไส้ ลมหายใจเข้า-ออก</p><br><p>ลมภายในแบ่งได้เป็น :-</p><p><strong>ลมปราณ</strong> คือ ลมหายใจเข้า-ออก</p><p>1. ลมหายใจ<strong>ต่อกาย-ทิ้งกาย</strong> หมายถึง ลมทำหน้าที่ในการหล่อเลี้ยงร่างกาย และทำลายร่างกายไปในกระบวนการเดียวกัน (มีการเผาผลาญในกาย)</p><p>2.&nbsp;ลมหายใจ<strong>ต่อจิต</strong> (การมีสติสัมปชัญญะรู้ลมหายใจ) / <strong>ทิ้งจิต</strong> (ปล่อยสติเผลอเพลิน)</p><br><p><strong>ลมปาก</strong> คือ ลมที่ผ่านหลอดเสียง ที่ออกจากกายไปสู่ภายนอก เป็นลักษณะของสัญญาเปลี่ยนแปลงไปตามการปรุงแต่ง (สังขาร) และสื่อออกมาทางลมปาก ได้แก่</p><p>1. <strong>ลมเหม็น</strong> (คูถภาณี) คือ ผู้มีวาจา<strong>ภาษาพูดเหมือนคูถหรืออุจจาระ</strong> เกิดจากจิตที่เป็นอกุศลที่ปรุ่งแต่งออกมาทางวาจา เป็น <strong>“วจีทุจริต”</strong> ได้แก่&nbsp;</p><p>1.1&nbsp;&nbsp;<strong>การพูดเท็จ</strong> พูดปด พูดไม่จริง พูดบิดเบือน ไม่เกิดประโยชน์</p><p>1.2&nbsp;&nbsp;<strong>พูดส่อเสียด</strong> ยุยงให้แตกกัน บาดหมาง พูดใส่ร้าย-ป้ายสี</p><p>1.3&nbsp;&nbsp;<strong>พูดคำหยาบ</strong> ได้แก่ “คำหยาบคาย” คือ พูดทิ่มแทงให้เจ็บใจ แดกดัน เสียดสี เหน็บแนม /<strong> “</strong>คำหยาบโลน” คือ พูดภาษาใต้สะดือ ใช้สรรพนามของสัตว์แทนคน</p><p>1.4&nbsp;&nbsp;<strong>พูดเพ้อเจ้อ </strong>ได้แก่ “พูดพล่าม” คือ คำพูดที่โปรยประโยชน์ทิ้ง ไร้สาระ หาประโยชน์ไม่ได้ (พูดเยอะแต่ไม่เกิดประโยชน์) / “พูดเหลวไหล” คือ คำพูดเลอะเทอะ ไม่มีหลักฐานอ้างอิง หาประโยชน์ไม่ได้ เช่น คำพูดมุกตลก</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p>2.<strong> ลมหอม (</strong>ปุปผภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูด<strong>ภาษาดอกไม้</strong> ได้แก่ พูดคำจริง ไม่พูดเท็จ</p><p>3.&nbsp;<strong>ลมหวาน </strong>(มธุภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูด<strong>ภาษาน้ำผึ้ง </strong>ได้แก่ พูดความจริงไพเราะจับใจ ประกอบไปด้วยพรหมวิหาร เป็นผู้ละเว้นคำหยาบ</p><p>3.1&nbsp;&nbsp;<strong>พูดจริง</strong> ดี มีประโยชน์ รู้กาลที่เหมาะสมแล้วจึงพูด / <u>เว้น</u>คำพูดจริงแต่ไม่มีประโยชน์ ไม่ประกอบด้วยกาล</p><p>3.2&nbsp;&nbsp;<strong>พูดสมานไมตรี</strong> ให้เกิดความสามัคคีกันมากยิ่งขึ้น</p><p>3.3&nbsp;&nbsp;<strong>พูดไพเราะ</strong> เป็นคำพูดที่ “อ่อนหวาน” สุภาพ มีถ้อยคำที่สละสลวย ฟังแล้วลื่นหู / “คำพูดดื่มด่ำดูดดื่ม” มีคติธรรม ฟังแล้วจับใจ</p><p>3.4&nbsp;&nbsp;<strong>พูดมีประโยชน์</strong> มีหลักฐานอ้างอิง เป็นคำจริง ประกอบด้วยกาลเทศะ</p><p>*ลักษณะคำพูดที่หอมหวานนั้นคือ เป็นมงคล เป็นวาจาสุภาษิต ฟังแล้วเกิดความรู้สึกซาบซึ้งเบิกบาน เป็นวาจาที่หาโทษมิได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กิจญาณ - กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 [6638-3d]</title>
			<itunes:title>กิจญาณ - กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 [6638-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 Sep 2023 21:00:14 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/650a0bde61ae410010310031/media.mp3" length="27920938" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">650a0bde61ae410010310031</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/650a0bde61ae410010310031</link>
			<acast:episodeId>650a0bde61ae410010310031</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7clZqJxXA+IPb2tJmbXmdLKGdFQpNMOIFwOp06LiMI17S3gxsUyffZbBVtcBojsphwpmP197qFyMXn0EAhB+tno=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>38</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ความจริงโดยทั่วๆ ไปที่เป็นข้อเท็จจริง (fact) ตามสมมุติของโลกนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขปัจจัยตามบริบทของสังคมหรือเวลา เช่น ข่าว งานวิจัย สิ่งของ เสื้อผ้า ที่สมมุติเรียกตามบริบทของเวลานั้น แต่อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 อย่างนี้ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แสดงถึง สัจธรรมความจริง (truth) ที่ไม่เกี่ยวเนื่องด้วยเวลา</p><br><p><strong>กิจในอริยสัจ 4 (กิจญาณ)</strong> คือ หน้าที่ที่ต้องทำต่ออริยสัจ 4 แต่ละข้อ</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทุกข์ คือ ขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) หน้าที่คือ “ปริญญา” ควรรอบรู้ เข้าใจ ยอมรับมัน</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สมุทัย คือ ตัณหา หน้าที่คือ “ปหานะ” ควรละ กำจัด กว้างทิ้ง ไม่ถือเอา</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นิโรธ คือ ความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “สัจฉิกิริยา” ควรทำให้แจ้ง</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มรรค คือ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “ภาวนา” ควรเจริญ พัฒนา ทำให้มาก</p><br><p><strong>การแยกแยะสิ่งต่างๆ ตามหลักอริยสัจ 4 </strong>คือ เมื่อเราเจอสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเรา ให้เรารู้จักแยกแยะสิ่งนั้นก่อนว่าคืออะไรในอริยสัจ 4 เมื่อแยกแยะแล้วก็ทำกิจให้ถูกต้อง กระบวนการแยกแยะนี้ เมื่อทำให้เกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ จะทำให้เกิดญาณหยั่งรู้หรือญาณทัสสนะ (สัจญาณ, กิจญาณ, กตญาณ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ความจริงโดยทั่วๆ ไปที่เป็นข้อเท็จจริง (fact) ตามสมมุติของโลกนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขปัจจัยตามบริบทของสังคมหรือเวลา เช่น ข่าว งานวิจัย สิ่งของ เสื้อผ้า ที่สมมุติเรียกตามบริบทของเวลานั้น แต่อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 อย่างนี้ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แสดงถึง สัจธรรมความจริง (truth) ที่ไม่เกี่ยวเนื่องด้วยเวลา</p><br><p><strong>กิจในอริยสัจ 4 (กิจญาณ)</strong> คือ หน้าที่ที่ต้องทำต่ออริยสัจ 4 แต่ละข้อ</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทุกข์ คือ ขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) หน้าที่คือ “ปริญญา” ควรรอบรู้ เข้าใจ ยอมรับมัน</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สมุทัย คือ ตัณหา หน้าที่คือ “ปหานะ” ควรละ กำจัด กว้างทิ้ง ไม่ถือเอา</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นิโรธ คือ ความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “สัจฉิกิริยา” ควรทำให้แจ้ง</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มรรค คือ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “ภาวนา” ควรเจริญ พัฒนา ทำให้มาก</p><br><p><strong>การแยกแยะสิ่งต่างๆ ตามหลักอริยสัจ 4 </strong>คือ เมื่อเราเจอสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเรา ให้เรารู้จักแยกแยะสิ่งนั้นก่อนว่าคืออะไรในอริยสัจ 4 เมื่อแยกแยะแล้วก็ทำกิจให้ถูกต้อง กระบวนการแยกแยะนี้ เมื่อทำให้เกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ จะทำให้เกิดญาณหยั่งรู้หรือญาณทัสสนะ (สัจญาณ, กิจญาณ, กตญาณ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ศรัทธาด้วยปัญญา-อาการวตีสัทธา [6637-3d]</title>
			<itunes:title>ศรัทธาด้วยปัญญา-อาการวตีสัทธา [6637-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Sep 2023 20:59:56 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65009cc48c35840011ea47d3/media.mp3" length="27707528" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65009cc48c35840011ea47d3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/65009cc48c35840011ea47d3</link>
			<acast:episodeId>65009cc48c35840011ea47d3</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7Sh0AKTOFHrq5nfJ4784Y0iSBdeopWJ5/6oMx08DVgbX4aFOOva7OUDJM1u9IPBZPPIJ3ltwhFE7e0p9oVCmD28=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>37</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ศรัทธาที่มีอาการประกอบไปด้วยเหตุผล จะทำให้เกิดการทำจริงแน่วแน่จริงในกุศลธรรมทั้งหลาย คิดใคร่ครวญเห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญา เป็นศรัทธาที่ประด้วยอาการของปัญญา “อาการวตีสัทธา”</p><br><p><strong>ลักษณะของศรัทธาที่ประกอบไปด้วยอาการ “อาการวตีสัทธา”</strong></p><p>1. มี 2 มิติ คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1.1) ระดับสมมุติของโลก - ความจริง/ข้อเท็จจริง (fact / fake) สมมุติว่าจริง สมมุติว่าเท็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1.2) ระดับเหนือสมมุติของโลก - สัจจะความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจ 4)</p><p>*ทั้ง 2 มิตินี้ ต้องปรับให้ตรงกัน อย่าให้มีกิเลส อย่าให้เป็นมิจฉา ให้มีสัมมาทิฐิ / สัมมาสังกัปปะ / สัมมาวาจา</p><p>2. ศรัทธานั้นต้องให้เกิดการลงมือปฏิบัติ ทำจริงแน่วแน่จริง</p><p>3. ศรัทธาที่มีอาการต้องประกอบไปด้วยปัญญาจากการคิดใคร่ครวญโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ในกาลมสูตร 10 และตามหลักของ “อปัณณกธรรม” ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิดจากความเป็นอริยะ คือ ให้<u> ละ</u> วิบัติ 3 ประการ และให้ถึงพร้อมด้วยสัมปทา 3 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ศรัทธาที่มีอาการประกอบไปด้วยเหตุผล จะทำให้เกิดการทำจริงแน่วแน่จริงในกุศลธรรมทั้งหลาย คิดใคร่ครวญเห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญา เป็นศรัทธาที่ประด้วยอาการของปัญญา “อาการวตีสัทธา”</p><br><p><strong>ลักษณะของศรัทธาที่ประกอบไปด้วยอาการ “อาการวตีสัทธา”</strong></p><p>1. มี 2 มิติ คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1.1) ระดับสมมุติของโลก - ความจริง/ข้อเท็จจริง (fact / fake) สมมุติว่าจริง สมมุติว่าเท็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1.2) ระดับเหนือสมมุติของโลก - สัจจะความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจ 4)</p><p>*ทั้ง 2 มิตินี้ ต้องปรับให้ตรงกัน อย่าให้มีกิเลส อย่าให้เป็นมิจฉา ให้มีสัมมาทิฐิ / สัมมาสังกัปปะ / สัมมาวาจา</p><p>2. ศรัทธานั้นต้องให้เกิดการลงมือปฏิบัติ ทำจริงแน่วแน่จริง</p><p>3. ศรัทธาที่มีอาการต้องประกอบไปด้วยปัญญาจากการคิดใคร่ครวญโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ในกาลมสูตร 10 และตามหลักของ “อปัณณกธรรม” ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิดจากความเป็นอริยะ คือ ให้<u> ละ</u> วิบัติ 3 ประการ และให้ถึงพร้อมด้วยสัมปทา 3 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท (ตอนจบ)–ปัญญาจักษุ [6636-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท (ตอนจบ)–ปัญญาจักษุ [6636-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Sep 2023 21:00:32 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64f732b70fd442001124965b/media.mp3" length="27653379" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64f732b70fd442001124965b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64f732b70fd442001124965b</link>
			<acast:episodeId>64f732b70fd442001124965b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZbHipF9o2b4lPsC/2MY5vXTQU89X4YLfrz/YYLnLHAp/sD/q7dIt7DGVS4aMmVLS8C1PH/cZnvoS5ydHtFMG0O]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>36</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สำนวน <strong>“ตาบอดคลำช้าง”</strong> เป็นคำสอนเชิงเปรียบเทียบไว้กับผู้ที่มีความเข้าใจในบางสิ่งบางอย่างที่อาจยังไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อน ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง แล้วอาจทำให้เกิดการพูด วิจารณ์ ทุ่มเถียงกันไปตามความคิดเห็น ความเข้าใจผิดของตน</p><br><p>ส่วนผู้ที่เข้าใจในปฏิจจสมุปบาทนั้น จะไม่มายึดถือในทิฐิของตน จะเข้าใจถึง <strong>ความเป็นเหตุ-เป็นผล</strong> ความที่อาศัยเหตุปัจจัย แล้วจึงเกิดขึ้น ว่า “บุคคลสามารถที่จะเรียนรู้ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ไปตามเหตุและผล<strong> </strong>ผู้ที่มีดวงตาที่มืดบอดมา ก็สามารถพัฒนา ปรับปรุง แก้ไข ทำให้ละเอียด เกิดมีดวงตาที่สว่างเห็นธรรมขึ้นมาได้”</p><br><p><strong>อาการแต่ละคู่ในปฏิจจสมุปบาท</strong>นั้น สามารถเกิดขึ้นและดับลงได้ในแต่ละคู่ และเมื่อจะแสดงอาการให้ครบทั้ง 12 อาการ และ 11 คู่นั้น ก็จะแสดงให้เห็นถึงความที่มันเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์เชื่อมโยงกันจนเป็นทั้งสายเกิดและสายดับปฏิจจสมุปบาท</p><br><p><strong>เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกและวุ่นวาย</strong>อยู่ในขณะนี้ ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น ซึ่งมีเหตุเกิดมาจาก &lt;- ความตระหนี่ &lt;- ความจับอกจับใจ &lt;- ความสยบมัวเมา &lt;- ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ &lt;- ปลงใจรัก &lt;- มีการได้มา &lt;- มีการแสวงหา &lt;- มีตัณหา &lt;- เวทนา *ซึ่งถ้า<strong>จะไม่ให้มีตัณหา ก็ต้องดับที่เวทนา</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สำนวน <strong>“ตาบอดคลำช้าง”</strong> เป็นคำสอนเชิงเปรียบเทียบไว้กับผู้ที่มีความเข้าใจในบางสิ่งบางอย่างที่อาจยังไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อน ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง แล้วอาจทำให้เกิดการพูด วิจารณ์ ทุ่มเถียงกันไปตามความคิดเห็น ความเข้าใจผิดของตน</p><br><p>ส่วนผู้ที่เข้าใจในปฏิจจสมุปบาทนั้น จะไม่มายึดถือในทิฐิของตน จะเข้าใจถึง <strong>ความเป็นเหตุ-เป็นผล</strong> ความที่อาศัยเหตุปัจจัย แล้วจึงเกิดขึ้น ว่า “บุคคลสามารถที่จะเรียนรู้ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ไปตามเหตุและผล<strong> </strong>ผู้ที่มีดวงตาที่มืดบอดมา ก็สามารถพัฒนา ปรับปรุง แก้ไข ทำให้ละเอียด เกิดมีดวงตาที่สว่างเห็นธรรมขึ้นมาได้”</p><br><p><strong>อาการแต่ละคู่ในปฏิจจสมุปบาท</strong>นั้น สามารถเกิดขึ้นและดับลงได้ในแต่ละคู่ และเมื่อจะแสดงอาการให้ครบทั้ง 12 อาการ และ 11 คู่นั้น ก็จะแสดงให้เห็นถึงความที่มันเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์เชื่อมโยงกันจนเป็นทั้งสายเกิดและสายดับปฏิจจสมุปบาท</p><br><p><strong>เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกและวุ่นวาย</strong>อยู่ในขณะนี้ ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น ซึ่งมีเหตุเกิดมาจาก &lt;- ความตระหนี่ &lt;- ความจับอกจับใจ &lt;- ความสยบมัวเมา &lt;- ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ &lt;- ปลงใจรัก &lt;- มีการได้มา &lt;- มีการแสวงหา &lt;- มีตัณหา &lt;- เวทนา *ซึ่งถ้า<strong>จะไม่ให้มีตัณหา ก็ต้องดับที่เวทนา</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท–การเกิด และการดับอาสวะ (ตอนที่ 9) [6635-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท–การเกิด และการดับอาสวะ (ตอนที่ 9) [6635-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Aug 2023 21:00:42 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64ee442cfc643000110fa4d3/media.mp3" length="27855746" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64ee442cfc643000110fa4d3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64ee442cfc643000110fa4d3</link>
			<acast:episodeId>64ee442cfc643000110fa4d3</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYFO4A6vckQZEwgQTPUL3lwR/pI72nNsluQRP3ksvWoqHDMIwM4FSB5OIfVyFNF5Mp42U1VxNmw4ojm9e8qXNit]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>35</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาคทรงได้เคยตรัสกับท่านพระอานนท์ไว้ว่า <strong>“ปฏิจจสมุปบาท เป็นธรรมอันลึกซึ้ง”</strong> ที่มิอาจจะพึงรู้ได้ด้วยการท่องจำ แต่ต้องอาศัยการพิจารณาโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ให้เห็นด้วยปัญญาเท่านั้น... และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำพระองค์เกิดความท้อใจในการที่จะแสดงธรรม</p><p>อย่างไรก็ตาม..เราสามารถปฏิบัติให้มีปัญญาที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่ง ๆ ขึ้นมาได้ด้วยการปฏิบัติตาม “อริยมรรคมีองค์ 8” จะมีนิพพานเป็นที่สุดจบได้</p><br><p><strong>นาฬิกาแห่งปฏิจจสมุปบาท</strong> จิตเปรียบเสมือนเข็มนาฬิกาตรงกลางที่ไปทำหน้าที่เข้าไปรับรู้อาการต่าง ๆ ถ้าเราสามารถกำหนดเห็นภาพนี้ปรากฎขึ้นในใจเราได้ เราก็จะเข้าใจกระบวนการทำงานของจิตกับอาการต่าง ๆ ในปฏิจจสมุปบาทได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น</p><br><p><strong>การเข้าถึงปฏิจจสมุปบาทเพื่อเข้าถึงการดับอาสวะ </strong>หรือการทำอาสวะให้สิ้นไปนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจธรรมชาติของการเกิดทุกข์ และการดับทุกข์เสียก่อน นั่นก็คือ “อริยสัจ 4”&nbsp;เมื่อจิตที่ประกอบด้วยปัญญา (ปฏิบัติตามมรรค 8 เกิดเป็นมรรคสามัคคีขึ้น) เห็นอริยสัจ 4 ด้วยอาการ 12 แล้ว จะยอมรับ และเข้าใจ เกิดความหน่าย คลายกำหนัด ปล่อยวางอุปาทานในขันธ์ 5 ได้ จะทำอาสวะให้สิ้นไปได้ด้วยกระบวนการนี้ ด้วยการทำย้ำ ๆ ทำซ้ำ ๆ (ทำให้เกิดวิมุตติขึ้นมาบ่อยๆ)</p><br><p><strong>ตัวอย่างการเกิดอาสวะ-ดับอาสวะ </strong>เช่น:- กลิ่นเหม็นและหอม, ดูซีรี่ย์หนังละคร, การเมือง ล้วนเกิดจากมีผัสสะเป็นเหตุเป็นปัจจัย จึงมีเวทนาที่เป็นสุข หรือทุกข์ และเกิดตัณหา (อยาก/ไม่อยากได้เวทนานั้น) เพลินไปในสังขาร (การปรุงแต่ง) และวิญญาณ (การรับรู้) ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละคู่อาการของปฏิจจสมุปบาทจนเชื่อมโยงเป็นสาย<strong>เกิดอาสวะ</strong> เพราะอาศัยอวิชชาอาสวะจึงเกิด และกระบวนการ<strong>ดับอาสวะ </strong>คือ เมื่อเกิดเวทนาขึ้นแล้ว เห็นเวทนานั้นด้วยปัญญา ไม่เพลินไปในสังขาร (การปรุงแต่ง) ด้วยการมี “สติ” ในอนุสติ 10 -&gt; สติปัฏฐาน 4 -&gt; โพชฌงค์ 7 อาสวะก็ดับลง <strong>“อาสวะเกิดขึ้นได้ก็ตรงเวทนา จะดับอาสวะได้ก็ตรงที่เวทนา”</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาคทรงได้เคยตรัสกับท่านพระอานนท์ไว้ว่า <strong>“ปฏิจจสมุปบาท เป็นธรรมอันลึกซึ้ง”</strong> ที่มิอาจจะพึงรู้ได้ด้วยการท่องจำ แต่ต้องอาศัยการพิจารณาโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ให้เห็นด้วยปัญญาเท่านั้น... และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำพระองค์เกิดความท้อใจในการที่จะแสดงธรรม</p><p>อย่างไรก็ตาม..เราสามารถปฏิบัติให้มีปัญญาที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่ง ๆ ขึ้นมาได้ด้วยการปฏิบัติตาม “อริยมรรคมีองค์ 8” จะมีนิพพานเป็นที่สุดจบได้</p><br><p><strong>นาฬิกาแห่งปฏิจจสมุปบาท</strong> จิตเปรียบเสมือนเข็มนาฬิกาตรงกลางที่ไปทำหน้าที่เข้าไปรับรู้อาการต่าง ๆ ถ้าเราสามารถกำหนดเห็นภาพนี้ปรากฎขึ้นในใจเราได้ เราก็จะเข้าใจกระบวนการทำงานของจิตกับอาการต่าง ๆ ในปฏิจจสมุปบาทได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น</p><br><p><strong>การเข้าถึงปฏิจจสมุปบาทเพื่อเข้าถึงการดับอาสวะ </strong>หรือการทำอาสวะให้สิ้นไปนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจธรรมชาติของการเกิดทุกข์ และการดับทุกข์เสียก่อน นั่นก็คือ “อริยสัจ 4”&nbsp;เมื่อจิตที่ประกอบด้วยปัญญา (ปฏิบัติตามมรรค 8 เกิดเป็นมรรคสามัคคีขึ้น) เห็นอริยสัจ 4 ด้วยอาการ 12 แล้ว จะยอมรับ และเข้าใจ เกิดความหน่าย คลายกำหนัด ปล่อยวางอุปาทานในขันธ์ 5 ได้ จะทำอาสวะให้สิ้นไปได้ด้วยกระบวนการนี้ ด้วยการทำย้ำ ๆ ทำซ้ำ ๆ (ทำให้เกิดวิมุตติขึ้นมาบ่อยๆ)</p><br><p><strong>ตัวอย่างการเกิดอาสวะ-ดับอาสวะ </strong>เช่น:- กลิ่นเหม็นและหอม, ดูซีรี่ย์หนังละคร, การเมือง ล้วนเกิดจากมีผัสสะเป็นเหตุเป็นปัจจัย จึงมีเวทนาที่เป็นสุข หรือทุกข์ และเกิดตัณหา (อยาก/ไม่อยากได้เวทนานั้น) เพลินไปในสังขาร (การปรุงแต่ง) และวิญญาณ (การรับรู้) ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละคู่อาการของปฏิจจสมุปบาทจนเชื่อมโยงเป็นสาย<strong>เกิดอาสวะ</strong> เพราะอาศัยอวิชชาอาสวะจึงเกิด และกระบวนการ<strong>ดับอาสวะ </strong>คือ เมื่อเกิดเวทนาขึ้นแล้ว เห็นเวทนานั้นด้วยปัญญา ไม่เพลินไปในสังขาร (การปรุงแต่ง) ด้วยการมี “สติ” ในอนุสติ 10 -&gt; สติปัฏฐาน 4 -&gt; โพชฌงค์ 7 อาสวะก็ดับลง <strong>“อาสวะเกิดขึ้นได้ก็ตรงเวทนา จะดับอาสวะได้ก็ตรงที่เวทนา”</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท–ญาณเพื่อความเป็นโสดาบัน (ตอนที่ 8) [6634-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท–ญาณเพื่อความเป็นโสดาบัน (ตอนที่ 8) [6634-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Aug 2023 21:00:29 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64e4fa30056dba0011cd9e7a/media.mp3" length="28110166" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64e4fa30056dba0011cd9e7a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64e4fa30056dba0011cd9e7a</link>
			<acast:episodeId>64e4fa30056dba0011cd9e7a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhb5jxNgQvtaNWSPnu7AZq9NkN5agE59nSdKplJHL2olQKF5gxab5m/NfWlVCcMQ8voq3DCyD35QuoU+cPg3/Klr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>34</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ทุกชีวิตล้วน “รักสุข เกลียดทุกข์” เวทนาจึงเป็นตัวผลักดันให้เกิดการกระทำที่อยาก และไม่อยาก ล้วนมีเหตุเกิดมาจากเวทนาต่าง ๆ <strong>“เพราะอาศัยเวทนาเป็นปัจจัย จึงเกิดตัณหา และเพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ”</strong> ซึ่งในแต่ละคู่ของปฏิจจสมุปบาทนั้น จะดับที่คู่ไหนก่อนก็ได้คู่ปัจจัยอย่างอื่นที่ต่อเนื่องกันเป็นสายก็จะดับตามกัน</p><br><p><strong>“เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ” </strong>ในพระอริยบุคคลที่ยังดำรงธาตุขันธ์อยู่นั้น ยังคงมีเวทนาอยู่เหมือนกัน เพียงแต่มีสติไม่เพลินไปตามเวทนาที่เสวยอยู่นั้น (เพราะเห็นแจ้งด้วยปัญญาในอริยสัจ 4) เมื่อไม่เพลินไปตัณหาจึงไม่เกิดขึ้น สัญญา สังขาร และวิญญาณก็ดับไปตาม</p><br><p><strong>ญาณวัตถุ 44 </strong>คือ การเอาอริยสัจ 4&nbsp;ไปใส่ไว้ในปฏิจจสมุปบาทในแต่ละอาการทั้ง 11 อาการ รวมได้ 44 อย่าง เกิดญาณในธรรม (ธัมมญาณ) และ ญาณในการรู้ตาม (อันวยญาณ) คือ การนำธัมมญาณไปสู่นัยยะอันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน และกับทุกคน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ญาณวัตถุ 77&nbsp;คือ </strong>การนำเอาเหตุเกิดและเหตุดับ 2 ทั้งในอดีต 2 และอนาคต 2 และ ธัมมัฏฐิติญาณ 1 (ความเสื่อม จางคลาย ดับไป) ใส่ไว้ใน 11 คู่ของปฏิจจสมุปบาท รวมได้ 77 อย่าง&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ทุกชีวิตล้วน “รักสุข เกลียดทุกข์” เวทนาจึงเป็นตัวผลักดันให้เกิดการกระทำที่อยาก และไม่อยาก ล้วนมีเหตุเกิดมาจากเวทนาต่าง ๆ <strong>“เพราะอาศัยเวทนาเป็นปัจจัย จึงเกิดตัณหา และเพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ”</strong> ซึ่งในแต่ละคู่ของปฏิจจสมุปบาทนั้น จะดับที่คู่ไหนก่อนก็ได้คู่ปัจจัยอย่างอื่นที่ต่อเนื่องกันเป็นสายก็จะดับตามกัน</p><br><p><strong>“เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ” </strong>ในพระอริยบุคคลที่ยังดำรงธาตุขันธ์อยู่นั้น ยังคงมีเวทนาอยู่เหมือนกัน เพียงแต่มีสติไม่เพลินไปตามเวทนาที่เสวยอยู่นั้น (เพราะเห็นแจ้งด้วยปัญญาในอริยสัจ 4) เมื่อไม่เพลินไปตัณหาจึงไม่เกิดขึ้น สัญญา สังขาร และวิญญาณก็ดับไปตาม</p><br><p><strong>ญาณวัตถุ 44 </strong>คือ การเอาอริยสัจ 4&nbsp;ไปใส่ไว้ในปฏิจจสมุปบาทในแต่ละอาการทั้ง 11 อาการ รวมได้ 44 อย่าง เกิดญาณในธรรม (ธัมมญาณ) และ ญาณในการรู้ตาม (อันวยญาณ) คือ การนำธัมมญาณไปสู่นัยยะอันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน และกับทุกคน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ญาณวัตถุ 77&nbsp;คือ </strong>การนำเอาเหตุเกิดและเหตุดับ 2 ทั้งในอดีต 2 และอนาคต 2 และ ธัมมัฏฐิติญาณ 1 (ความเสื่อม จางคลาย ดับไป) ใส่ไว้ใน 11 คู่ของปฏิจจสมุปบาท รวมได้ 77 อย่าง&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท–ทางพ้นทุกข์มีซ้อนอยู่ในทุกข์ (ตอนที่ 7) [6633-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท–ทางพ้นทุกข์มีซ้อนอยู่ในทุกข์ (ตอนที่ 7) [6633-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Aug 2023 21:00:44 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64dbdb1d6bf6aa0011ccb9f9/media.mp3" length="25268541" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64dbdb1d6bf6aa0011ccb9f9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64dbdb1d6bf6aa0011ccb9f9</link>
			<acast:episodeId>64dbdb1d6bf6aa0011ccb9f9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdha/aA8gib7pgCJUkpBFb1WAqPI9cJ+QuM2L21PsVm/JJWRONqwlWxouTg6ZQTOiPDLoRO+ZvYZbofZl43imAYZV]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>33</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>วิญญาณในปฏิจจสมุปบาท และ ในขันธ์ 5 </strong>ความหมายจะเหมือนกัน แปลว่า การรับรู้ การที่จิตไปทำหน้าที่ในการรับรู้</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วิญญาณในขันธ์ 5 </strong>อยู่ในช่องทางใจ ซึ่งไปทำหน้าที่รับรู้ รูป (อายตนะ) เวทนา สัญญา สังขาร เป็นกองทุกข์ อยู่ในทุกขอริยสัจ</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วิญญาณในปฏิจจสมุปบาท </strong>จะเป็นอาการที่แสดงถึงความเป็นเหตุปัจจัยเอื้อต่อกันเป็นคู่ต่อเนื่องกันไปเป็นสายใน 12 อาการ จัดเป็น “<strong>อริยสัจที่สมบูรณ์”</strong> (คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) เป็นได้ทั้งสายเกิดทุกข์ และสายดับทุกข์</p><br><p><strong>จิตในปฏิจจสมุปบาท</strong></p><p><strong>เปรียบปฏิจจสมุปบาทได้กับหน้าปัดของนาฬิกามี 12 อาการอยู่ในตัวเลขนั้น และ “จิต” ก็เปรียบได้กับเข็มนาฬิกาที่อยู่ตรงกลางวิ่งไปรับรู้ตามอาการต่างๆ </strong></p><br><p><strong>ปลดล็อก 2 ทาง - เหตุของวิชชา</strong></p><p><strong>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โพชฌงค์ 7</strong> ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ (สติ, ธัมมวิจยะ, วิริยะ, ปิติ, ปัสสัทธิ, สมาธิ, อุเบกขา) มีเหตุเกิดมาจาก &lt;- สติปัฏฐาน 4 &lt;- อนุสติ 10 &lt;- สติ</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา</strong> เกิดปัญญา “ภวนามยปัญญา” (ปัญญาที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติ) -&gt; ปราโมทย์ -&gt; ปิติ -&gt; ปัสสัทธิ -&gt; สุข -&gt; สมาธิ -&gt; เห็นตามความเป็นจริง -&gt; นิพพิทา(หน่าย) -&gt; วิราคะ(คลายกำหนัด) -&gt; วิมุตติ(พ้น) -&gt; นิพพาน</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>วิญญาณในปฏิจจสมุปบาท และ ในขันธ์ 5 </strong>ความหมายจะเหมือนกัน แปลว่า การรับรู้ การที่จิตไปทำหน้าที่ในการรับรู้</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วิญญาณในขันธ์ 5 </strong>อยู่ในช่องทางใจ ซึ่งไปทำหน้าที่รับรู้ รูป (อายตนะ) เวทนา สัญญา สังขาร เป็นกองทุกข์ อยู่ในทุกขอริยสัจ</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วิญญาณในปฏิจจสมุปบาท </strong>จะเป็นอาการที่แสดงถึงความเป็นเหตุปัจจัยเอื้อต่อกันเป็นคู่ต่อเนื่องกันไปเป็นสายใน 12 อาการ จัดเป็น “<strong>อริยสัจที่สมบูรณ์”</strong> (คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) เป็นได้ทั้งสายเกิดทุกข์ และสายดับทุกข์</p><br><p><strong>จิตในปฏิจจสมุปบาท</strong></p><p><strong>เปรียบปฏิจจสมุปบาทได้กับหน้าปัดของนาฬิกามี 12 อาการอยู่ในตัวเลขนั้น และ “จิต” ก็เปรียบได้กับเข็มนาฬิกาที่อยู่ตรงกลางวิ่งไปรับรู้ตามอาการต่างๆ </strong></p><br><p><strong>ปลดล็อก 2 ทาง - เหตุของวิชชา</strong></p><p><strong>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โพชฌงค์ 7</strong> ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ (สติ, ธัมมวิจยะ, วิริยะ, ปิติ, ปัสสัทธิ, สมาธิ, อุเบกขา) มีเหตุเกิดมาจาก &lt;- สติปัฏฐาน 4 &lt;- อนุสติ 10 &lt;- สติ</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา</strong> เกิดปัญญา “ภวนามยปัญญา” (ปัญญาที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติ) -&gt; ปราโมทย์ -&gt; ปิติ -&gt; ปัสสัทธิ -&gt; สุข -&gt; สมาธิ -&gt; เห็นตามความเป็นจริง -&gt; นิพพิทา(หน่าย) -&gt; วิราคะ(คลายกำหนัด) -&gt; วิมุตติ(พ้น) -&gt; นิพพาน</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท–เหตุเกิดวิชชา และวิมุตติ (ตอนที่ 6) [6632-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท–เหตุเกิดวิชชา และวิมุตติ (ตอนที่ 6) [6632-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Aug 2023 21:00:30 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64d288ec9ada6200118e9fae/media.mp3" length="28197520" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64d288ec9ada6200118e9fae</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64d288ec9ada6200118e9fae</link>
			<acast:episodeId>64d288ec9ada6200118e9fae</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbMs5NJhCVb3Wr4Sewjs+YayeqSjK+Z+veoAG9QBh+KeOrciopbW44ciEdJGVxRKQCS/YbC/hQvTuuAedO40veP]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาคเจ้าหลังจากตรัสรู้ได้ใหม่ ๆ ทรงคิดใคร่ครวญใน<strong>ปฏิจจสมุปบาท </strong>โดยเริ่มจากทุกข์ว่า “เพราะอะไรหนอมี..ทุกข์จึงมี” ไล่หาเหตุไปเรื่อยๆ จนเจอ “อวิชชา คือ ความไม่รู้” และเมื่อจะบอกสอนต่อก็ได้เรียบเรียงบทพยัญชนะเพื่อให้เกิดความรัดกุมรอบคอบ โดยเริ่มจากสิ่งสำคัญที่สุดคือ “อวิชชา” ไล่ไปเรื่อย ๆ ใน 12 อาการ จะมีลักษณะคล้ายหน้าปัดนาฬิกาที่วนไปเรื่อยๆ อยู่อย่างนั้น (วัฏฏะ)</p><br><p><strong>เหตุเกิดของวิชชา และวิมุตติ</strong></p><p>เมื่อใคร่ครวญมาว่า “เพราะอะไรมี อวิชชาจึงดับ” นั่นก็คือ <strong>วิชชา “</strong>เพราะมีวิชชา อวิชชาจึงดับ” และอะไรเป็นเหตุเกิดวิชชา คำตอบก็คือ <strong>วิมุตติ </strong>และอะไรเป็นเหตุเกิดวิชชา และวิมุตติ นั่นก็คือ<strong> “โพชฌงค์ 7” </strong>องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม</p><br><p><strong>สติปัฏฐาน 4 ทำให้เกิดโพชฌงค์</strong></p><p>กระบวนการเกิดโพชฌงค์แต่ละข้อเริ่มมาจาก <strong>“สติ”</strong> เป็นเงื่อนไขปัจจัยต่อกัน เพราะอาศัย<strong>สติ</strong>จึงเกิด -&gt; <strong>ธัมมวิจยะ </strong>(เฟ้นธรรม) -&gt; <strong>วิริยะ</strong> -&gt; <strong>ปิติ</strong> (อิ่มใจ) -&gt; <strong>ปัสสัทธิ</strong> (สงบระงับ) -&gt; <strong>สมาธิ</strong> -&gt; <strong>อุเบกขา</strong> (วางใจเป็นกลาง เห็นตามเป็นจริง) และเหตุเกิดสติปัฏฐาน 4 ก็คือ อนุสติ 10 เป็นกระแสแห่งการ “เกิดวิชชา-ดับอวิชชา”</p><br><p><strong>ทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา </strong></p><p>ทุกข์มีผล 2 อย่าง คือ จมอยู่กับทุกข์ เพราะมีความหลงไหลเป็นเหตุ หรือ แสวงหาทางออกที่พึ่งภายนอก คือ มีศรัทธาเพื่อให้เกิดการปฏิบัติทำจริงแน่วแน่จริงเป็นกระแสไปจนถึงการดับทุกข์ <strong>“ทุกข์จึงเป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา”</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาคเจ้าหลังจากตรัสรู้ได้ใหม่ ๆ ทรงคิดใคร่ครวญใน<strong>ปฏิจจสมุปบาท </strong>โดยเริ่มจากทุกข์ว่า “เพราะอะไรหนอมี..ทุกข์จึงมี” ไล่หาเหตุไปเรื่อยๆ จนเจอ “อวิชชา คือ ความไม่รู้” และเมื่อจะบอกสอนต่อก็ได้เรียบเรียงบทพยัญชนะเพื่อให้เกิดความรัดกุมรอบคอบ โดยเริ่มจากสิ่งสำคัญที่สุดคือ “อวิชชา” ไล่ไปเรื่อย ๆ ใน 12 อาการ จะมีลักษณะคล้ายหน้าปัดนาฬิกาที่วนไปเรื่อยๆ อยู่อย่างนั้น (วัฏฏะ)</p><br><p><strong>เหตุเกิดของวิชชา และวิมุตติ</strong></p><p>เมื่อใคร่ครวญมาว่า “เพราะอะไรมี อวิชชาจึงดับ” นั่นก็คือ <strong>วิชชา “</strong>เพราะมีวิชชา อวิชชาจึงดับ” และอะไรเป็นเหตุเกิดวิชชา คำตอบก็คือ <strong>วิมุตติ </strong>และอะไรเป็นเหตุเกิดวิชชา และวิมุตติ นั่นก็คือ<strong> “โพชฌงค์ 7” </strong>องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม</p><br><p><strong>สติปัฏฐาน 4 ทำให้เกิดโพชฌงค์</strong></p><p>กระบวนการเกิดโพชฌงค์แต่ละข้อเริ่มมาจาก <strong>“สติ”</strong> เป็นเงื่อนไขปัจจัยต่อกัน เพราะอาศัย<strong>สติ</strong>จึงเกิด -&gt; <strong>ธัมมวิจยะ </strong>(เฟ้นธรรม) -&gt; <strong>วิริยะ</strong> -&gt; <strong>ปิติ</strong> (อิ่มใจ) -&gt; <strong>ปัสสัทธิ</strong> (สงบระงับ) -&gt; <strong>สมาธิ</strong> -&gt; <strong>อุเบกขา</strong> (วางใจเป็นกลาง เห็นตามเป็นจริง) และเหตุเกิดสติปัฏฐาน 4 ก็คือ อนุสติ 10 เป็นกระแสแห่งการ “เกิดวิชชา-ดับอวิชชา”</p><br><p><strong>ทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา </strong></p><p>ทุกข์มีผล 2 อย่าง คือ จมอยู่กับทุกข์ เพราะมีความหลงไหลเป็นเหตุ หรือ แสวงหาทางออกที่พึ่งภายนอก คือ มีศรัทธาเพื่อให้เกิดการปฏิบัติทำจริงแน่วแน่จริงเป็นกระแสไปจนถึงการดับทุกข์ <strong>“ทุกข์จึงเป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา”</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท–สิ่งทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กัน (ตอนที่ 5) [6631-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท–สิ่งทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กัน (ตอนที่ 5) [6631-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Aug 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64c93b95ced45f00102856d7/media.mp3" length="26397160" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64c93b95ced45f00102856d7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64c93b95ced45f00102856d7</link>
			<acast:episodeId>64c93b95ced45f00102856d7</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYqU5LzYdLevKNGRk2KNEnN8Mcjo6FEoLqKRXwo4yjQoeFjjqRYqI1FSgXSXBJoXyXoreqOEma49JENIiIIPy3A]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>31</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“ปฏิจจสมุปบาท” </strong>หรือ<strong> “ปัจจยาการ” </strong>คือ อาการที่สิ่งทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กันหรือความเป็นเหตุเป็นปัจจัยของทุกข์ และการดับทุกข์</p><br><p><strong>ปฏิจจสมุปบาท</strong>นี้ มีองค์ประกอบอยู่ 12 หัวข้อที่เป็นปัจจัยเนื่องอาศัยสืบต่อกันไปเหมือน <strong>“หน้าปัดนาฬิกา” </strong>นับตั้งแต่อวิชชาถึงชรามรณะ (คือ อวิชชา -&gt; สังขาร -&gt; วิญญาณ -&gt; นามรูป -&gt; สฬายตนะ -&gt; ผัสสะ -&gt; เวทนา -&gt; ตัณหา -&gt; อุปาทาน -&gt; ภพ ชาติ -&gt; ชรามรณะ) การแสดงอาจจะเริ่มต้นที่องค์ประกอบข้อหนึ่งข้อใดในระหว่างก่อนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องครบ 12 หัวข้อ</p><br><p><strong>ระบบของปฎิจสมุปบาท</strong></p><p>โดยยกองค์ประกอบหัวข้อ <strong>นามรูป -&gt; วิญญาณ</strong> / <strong>วิญญาณ -&gt; นามรูป </strong>มาทำความเข้าใจในรูปแบบของทฤษฎี Quantum mind เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นอยู่ที่ว่าเราหยิบมุมไหนขึ้นมามอง ยกตัวอย่างเช่น :- <strong>เหรียญ</strong>มี 2 ด้าน (หัว-ก้อย) และ<strong>คนตาบอดคลำช้าง</strong> “เมื่อจิตจดจ่ออยู่ตรงไหน นามรูปก็ปรากฎอยู่ตรงนั้น” อย่างในตัวอย่างที่เห็นได้อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น :- <strong>พ่อแม่และลูก </strong>เพราะมีพ่อแม่จึงมีลูก และ <strong>Demand &amp; Supply</strong> เพราะมีการซื้อจึงมีการขาย</p><br><p>มี<strong>นามรูป </strong>และ<strong>วิญญาณ</strong>จึงมีการการปรุงแต่งเรียกว่า<strong> สังขาร </strong>และเพราะมีความไม่รู้ คือ<strong> อวิชชา </strong>(นามรูป -&gt; วิญญาณ -&gt; สังขาร -&gt; อวิชชา) จึงมีการปรุงแต่งต่อไปเรื่อยๆ การปรากฎแห่งทุกข์เป็นอย่างนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“ปฏิจจสมุปบาท” </strong>หรือ<strong> “ปัจจยาการ” </strong>คือ อาการที่สิ่งทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กันหรือความเป็นเหตุเป็นปัจจัยของทุกข์ และการดับทุกข์</p><br><p><strong>ปฏิจจสมุปบาท</strong>นี้ มีองค์ประกอบอยู่ 12 หัวข้อที่เป็นปัจจัยเนื่องอาศัยสืบต่อกันไปเหมือน <strong>“หน้าปัดนาฬิกา” </strong>นับตั้งแต่อวิชชาถึงชรามรณะ (คือ อวิชชา -&gt; สังขาร -&gt; วิญญาณ -&gt; นามรูป -&gt; สฬายตนะ -&gt; ผัสสะ -&gt; เวทนา -&gt; ตัณหา -&gt; อุปาทาน -&gt; ภพ ชาติ -&gt; ชรามรณะ) การแสดงอาจจะเริ่มต้นที่องค์ประกอบข้อหนึ่งข้อใดในระหว่างก่อนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องครบ 12 หัวข้อ</p><br><p><strong>ระบบของปฎิจสมุปบาท</strong></p><p>โดยยกองค์ประกอบหัวข้อ <strong>นามรูป -&gt; วิญญาณ</strong> / <strong>วิญญาณ -&gt; นามรูป </strong>มาทำความเข้าใจในรูปแบบของทฤษฎี Quantum mind เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นอยู่ที่ว่าเราหยิบมุมไหนขึ้นมามอง ยกตัวอย่างเช่น :- <strong>เหรียญ</strong>มี 2 ด้าน (หัว-ก้อย) และ<strong>คนตาบอดคลำช้าง</strong> “เมื่อจิตจดจ่ออยู่ตรงไหน นามรูปก็ปรากฎอยู่ตรงนั้น” อย่างในตัวอย่างที่เห็นได้อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น :- <strong>พ่อแม่และลูก </strong>เพราะมีพ่อแม่จึงมีลูก และ <strong>Demand &amp; Supply</strong> เพราะมีการซื้อจึงมีการขาย</p><br><p>มี<strong>นามรูป </strong>และ<strong>วิญญาณ</strong>จึงมีการการปรุงแต่งเรียกว่า<strong> สังขาร </strong>และเพราะมีความไม่รู้ คือ<strong> อวิชชา </strong>(นามรูป -&gt; วิญญาณ -&gt; สังขาร -&gt; อวิชชา) จึงมีการปรุงแต่งต่อไปเรื่อยๆ การปรากฎแห่งทุกข์เป็นอย่างนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท–ธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น (ตอนที่ 4) [6630-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท–ธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น (ตอนที่ 4) [6630-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Jul 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64c015161f0c500011c99f46/media.mp3" length="27834488" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64c015161f0c500011c99f46</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64c015161f0c500011c99f46</link>
			<acast:episodeId>64c015161f0c500011c99f46</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZQXYJYr+9Q10THlg5wdDzX49jxZpVZ0USxVNY9eluulyPBsqMeVlyp4aOYB4N0PHBNpf+P4cuRb1oqOsBFBKJj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“ปฏิจจสมุปบาท”</strong> ธรรมอันเป็นธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น คือ</p><p>เป็น<strong> ตถตา</strong> คือ ความเป็นอย่างนั้น,</p><p>เป็น <strong>อวิตถตา</strong> คือ ความไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนั้น,</p><p>เป็น <strong>อนัญญถตา</strong> คือ ความไม่เป็นไปโดยประการอื่น,</p><p>เป็น <strong>อิทัปปัจจยตา</strong> คือ ความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p><strong>อาการของปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ :- </strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>“เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป และเพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ”</strong></p><p><strong>วิญญาณ</strong> คือ การเข้าไปรับรู้การกระทบกันของสฬายตนะ</p><p>เปรียบกับไม้อ้อสองกำเอามาพิงกันเอาไว้ เมื่อหยิบกำหนึ่งออกย่อมตั้งอยู่ไม่ได้, เปรียบกับการตกกระทบของแสงกับวัถตุ ที่เมื่อแสงตกกระทบกับวัตถุย่อมเห็นว่ามีแสงและวัตถุ, เปรียบกับกฏของ Quantum mind คือ สิ่ง ๆ เดียวเป็นได้หลายสภาวะอยู่ที่เราจะสังเกตุมองมุมไหน วิญญาณ คือ ผู้สังเกตุ</p><br><p><strong>“เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ และเพราะสังขารดับ วิญาณจึงดับ”</strong></p><p><strong>สังขาร </strong>คือ การปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจ</p><br><p><strong>“เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร และเพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ”</strong></p><p><strong>อวิชชา </strong>คือ ความไม่รู้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“ปฏิจจสมุปบาท”</strong> ธรรมอันเป็นธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น คือ</p><p>เป็น<strong> ตถตา</strong> คือ ความเป็นอย่างนั้น,</p><p>เป็น <strong>อวิตถตา</strong> คือ ความไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนั้น,</p><p>เป็น <strong>อนัญญถตา</strong> คือ ความไม่เป็นไปโดยประการอื่น,</p><p>เป็น <strong>อิทัปปัจจยตา</strong> คือ ความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p><strong>อาการของปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ :- </strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>“เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป และเพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ”</strong></p><p><strong>วิญญาณ</strong> คือ การเข้าไปรับรู้การกระทบกันของสฬายตนะ</p><p>เปรียบกับไม้อ้อสองกำเอามาพิงกันเอาไว้ เมื่อหยิบกำหนึ่งออกย่อมตั้งอยู่ไม่ได้, เปรียบกับการตกกระทบของแสงกับวัถตุ ที่เมื่อแสงตกกระทบกับวัตถุย่อมเห็นว่ามีแสงและวัตถุ, เปรียบกับกฏของ Quantum mind คือ สิ่ง ๆ เดียวเป็นได้หลายสภาวะอยู่ที่เราจะสังเกตุมองมุมไหน วิญญาณ คือ ผู้สังเกตุ</p><br><p><strong>“เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ และเพราะสังขารดับ วิญาณจึงดับ”</strong></p><p><strong>สังขาร </strong>คือ การปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจ</p><br><p><strong>“เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร และเพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ”</strong></p><p><strong>อวิชชา </strong>คือ ความไม่รู้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท–ธรรมที่อาศัยกัน (ตอนที่ 3) [6629-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท–ธรรมที่อาศัยกัน (ตอนที่ 3) [6629-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Jul 2023 21:00:49 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64b6b30be2dff200116ce2dd/media.mp3" length="27850923" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64b6b30be2dff200116ce2dd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64b6b30be2dff200116ce2dd</link>
			<acast:episodeId>64b6b30be2dff200116ce2dd</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaMdXZ7gcg0DkwZAmsUhX8+15iu/5SrO/0QCGU0ii2Cla0nJzbEHE9eRL0ZxlQBO9h/2jDZhaZT2z/awtqjz2Bv]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>29</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“สรรพสัตว์ล้วนรักสุขเกลียดทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น”</strong> จึงแสวงหาแต่ความสุขและไม่อยากได้ทุกข์ <strong>แท้ที่จริงแล้วสุขนั้นก็ไม่มี</strong> เป็นเพียงแต่ทุกข์ที่เกิดขึ้น และดับลงแค่นั้นเอง เวทนาทั้งหลายจึงรวมลงที่ทุกข์ คือ ความเป็นไตรลักษณ์</p><br><p>การมาพิจารณาคิดใคร่ครวญอาการของ<strong>ปฏิจจสมุปบาทในแต่ละอาการ</strong> แต่ละคู่จนต่อเนื่องสัมพันธ์กันเป็นสาย จะทำให้เรามีความเข้าใจและเห็นถึงความเป็นเหตุ–เป็นผลของธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วจึงเกิดขึ้น จะทำให้เราเกิดปัญญาเป็นวิชชา (ญาณ-ความรู้) ดับอวิชชาได้ (ความไม่รู้ในอริยสัจ 4)</p><br><p><strong>ปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ</strong>:- ได้กล่าวถึง 6 อาการแต่ละคู่ไปกันแล้ว คือ ชรามรณะ-ชาติ-ภพ-อุปาทาน-ตัณหา-เวทนา และจะขอกล่าวถึงอาการที่เหลือ ได้แก่</p><br><p><strong>“เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา และเพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ”</strong></p><p><strong>ผัสสะ</strong> คือ การกระทบกันของอายตนะภายนอกกับอายตนะภายใน</p><p><strong>เวทนา</strong> คือ ความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่ใช่สุข-ไม่ใช่ทุกข์ ทางกายและใจ</p><br><p><strong>“เพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ และเพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ”</strong></p><p><strong>สฬายตนะ </strong>คือ อายตนะภายนอก และอายตนะภายใน</p><br><p><strong>“เพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ และเพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ”</strong></p><p><strong>นามรูป </strong>คือ กายและใจ</p><br><p><strong>“เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป และเพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ”</strong></p><p><strong>วิญญาณ </strong>คือ การเข้าไปรับรู้การกระทบกันของสฬายตนะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“สรรพสัตว์ล้วนรักสุขเกลียดทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น”</strong> จึงแสวงหาแต่ความสุขและไม่อยากได้ทุกข์ <strong>แท้ที่จริงแล้วสุขนั้นก็ไม่มี</strong> เป็นเพียงแต่ทุกข์ที่เกิดขึ้น และดับลงแค่นั้นเอง เวทนาทั้งหลายจึงรวมลงที่ทุกข์ คือ ความเป็นไตรลักษณ์</p><br><p>การมาพิจารณาคิดใคร่ครวญอาการของ<strong>ปฏิจจสมุปบาทในแต่ละอาการ</strong> แต่ละคู่จนต่อเนื่องสัมพันธ์กันเป็นสาย จะทำให้เรามีความเข้าใจและเห็นถึงความเป็นเหตุ–เป็นผลของธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วจึงเกิดขึ้น จะทำให้เราเกิดปัญญาเป็นวิชชา (ญาณ-ความรู้) ดับอวิชชาได้ (ความไม่รู้ในอริยสัจ 4)</p><br><p><strong>ปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ</strong>:- ได้กล่าวถึง 6 อาการแต่ละคู่ไปกันแล้ว คือ ชรามรณะ-ชาติ-ภพ-อุปาทาน-ตัณหา-เวทนา และจะขอกล่าวถึงอาการที่เหลือ ได้แก่</p><br><p><strong>“เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา และเพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ”</strong></p><p><strong>ผัสสะ</strong> คือ การกระทบกันของอายตนะภายนอกกับอายตนะภายใน</p><p><strong>เวทนา</strong> คือ ความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่ใช่สุข-ไม่ใช่ทุกข์ ทางกายและใจ</p><br><p><strong>“เพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ และเพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ”</strong></p><p><strong>สฬายตนะ </strong>คือ อายตนะภายนอก และอายตนะภายใน</p><br><p><strong>“เพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ และเพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ”</strong></p><p><strong>นามรูป </strong>คือ กายและใจ</p><br><p><strong>“เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป และเพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ”</strong></p><p><strong>วิญญาณ </strong>คือ การเข้าไปรับรู้การกระทบกันของสฬายตนะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท-แต่ละอาการ (ตอนที่ 2) [6628-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท-แต่ละอาการ (ตอนที่ 2) [6628-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Jul 2023 21:00:58 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64ad8a717259e20010d166dd/media.mp3" length="27858204" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64ad8a717259e20010d166dd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64ad8a717259e20010d166dd</link>
			<acast:episodeId>64ad8a717259e20010d166dd</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhad1axYu6rPJ/Ksq2FkPLmaUUemlysBRRmN/uQIc0ApynL7gQFduB0FMit2vqLQJloam1bYdHmzZV6x4IKeHSGz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเน้นสอนเรื่องเกี่ยวกับ “ความทุกข์และความดับทุกข์” ดั่งพุทธภาษิตที่ว่า&nbsp;“ภิกษุ ท. ก่อนแต่นี้ก็ดีบัดนี้ก็ดี ตถาคตบัญญัติ (เพื่อการสอน) เฉพาะเรื่องความทุกข์กับความดับแห่งทุกข์เท่านั้น” ปฏิจจสมุปบาท จึงจัดว่าเป็นหัวใจชองศาสนาและเป็นอริยสัจโดยสมบูรณ์เพราะแสดงให้เห็น ”ทุกข์” ด้วยลักษณะเป็นธรรมชาติที่ต่างอาศัยกันและกันแล้วเกิดขึ้นหรือดับลง กล่าวคือ ต่างอาศัยเหตุเกิด และเหตุดับ</p><br><p><strong>ความหมายของปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ :- </strong></p><p><strong>“เพราะมีชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ และเพราะชาติดับ ชรามรณะจึงดับ”</strong></p><p><strong>ชรา </strong>คือ ความแก่ ความมีผมหงอก หนังเหี่ยว ความสิ้นไป ๆ แห่งอายุความแก่รอบแห่งอินทรีย์ในสัตวนิกายทั้งหลาย</p><p><strong>มรณะ</strong> คือ การตาย การแตกแห่งขันธ์ทั้งหลาย</p><p><strong>ชาติ</strong> คือ การเกิด การบังเกิด</p><br><p><strong>“เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ และเพราะภพดับ ชาติจึงดับ”</strong></p><p><strong>ภพ </strong>คือ ความเป็นสภาวะ (time &amp; space) ในกามภพ รูปภพ และอรูปภพ</p><br><p><strong>“เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ และเพราะอุปาทาดับ ภพจึงดับ”</strong></p><p><strong>อุปาทาน </strong>คือ ความยึดมั่นในกาม ในทิฏฐิ ในศีล–วัตร และในวาทะของตน</p><br><p><strong>“เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน และเพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ”</strong></p><p><strong>ตัณหา </strong>คือ ความทะยานอยากในสัมผ้สทั้ง 5 แบ่งเป็น กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา</p><br><p><strong>“เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา และเพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ”</strong></p><p><strong>เวทนา </strong>คือ ความรู้สึกที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ<strong> </strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเน้นสอนเรื่องเกี่ยวกับ “ความทุกข์และความดับทุกข์” ดั่งพุทธภาษิตที่ว่า&nbsp;“ภิกษุ ท. ก่อนแต่นี้ก็ดีบัดนี้ก็ดี ตถาคตบัญญัติ (เพื่อการสอน) เฉพาะเรื่องความทุกข์กับความดับแห่งทุกข์เท่านั้น” ปฏิจจสมุปบาท จึงจัดว่าเป็นหัวใจชองศาสนาและเป็นอริยสัจโดยสมบูรณ์เพราะแสดงให้เห็น ”ทุกข์” ด้วยลักษณะเป็นธรรมชาติที่ต่างอาศัยกันและกันแล้วเกิดขึ้นหรือดับลง กล่าวคือ ต่างอาศัยเหตุเกิด และเหตุดับ</p><br><p><strong>ความหมายของปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ :- </strong></p><p><strong>“เพราะมีชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ และเพราะชาติดับ ชรามรณะจึงดับ”</strong></p><p><strong>ชรา </strong>คือ ความแก่ ความมีผมหงอก หนังเหี่ยว ความสิ้นไป ๆ แห่งอายุความแก่รอบแห่งอินทรีย์ในสัตวนิกายทั้งหลาย</p><p><strong>มรณะ</strong> คือ การตาย การแตกแห่งขันธ์ทั้งหลาย</p><p><strong>ชาติ</strong> คือ การเกิด การบังเกิด</p><br><p><strong>“เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ และเพราะภพดับ ชาติจึงดับ”</strong></p><p><strong>ภพ </strong>คือ ความเป็นสภาวะ (time &amp; space) ในกามภพ รูปภพ และอรูปภพ</p><br><p><strong>“เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ และเพราะอุปาทาดับ ภพจึงดับ”</strong></p><p><strong>อุปาทาน </strong>คือ ความยึดมั่นในกาม ในทิฏฐิ ในศีล–วัตร และในวาทะของตน</p><br><p><strong>“เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน และเพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ”</strong></p><p><strong>ตัณหา </strong>คือ ความทะยานอยากในสัมผ้สทั้ง 5 แบ่งเป็น กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา</p><br><p><strong>“เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา และเพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ”</strong></p><p><strong>เวทนา </strong>คือ ความรู้สึกที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ<strong> </strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท (ตอนที่ 1) [6627-3d]</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท (ตอนที่ 1) [6627-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Jul 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64a4668eca46640010bb171d/media.mp3" length="27424332" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64a4668eca46640010bb171d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64a4668eca46640010bb171d</link>
			<acast:episodeId>64a4668eca46640010bb171d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZNhi+X+35N5y4uAWrvzzL54JDhbmgNxWL7Z08DTZuD1VC21uyfFFl1s0Op51IoCH0U62XgmeAmlA+clQGEjBTj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>27</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ถ้าเรามีความเข้าใจในทุกข์ ว่า ทุกข์นั้นต่างอาศัยเหตุปัจจัยทำให้เกิดมีขึ้น เราก็จะเข้าใจถึงกระบวนการขั้นตอนในการดับทุกข์ได้เช่นกัน ฉะนั้น เราจึงควรรู้แจ้งว่าความทุกข์นั้นเกิดมาแต่เหตุปัจจัยใดบ้าง</p><br><p>การมาพิจารณาใคร่ครวญธรรมในหัวข้อ <strong>“ปฏิจจสมุปบาท”</strong> หรือ <strong>“อิทัปปัจจยตา”</strong> เป็นธรรมที่อาศัยกันแล้วจึงเกิดมีขึ้น คือ <strong>“เมื่อมีสิ่งนี้..สิ่งนี้จึงมี และ เมื่อสิ่งนี้ไม่มี..สิ่งนี้จึงไม่มี”</strong> เป็นธรรมที่แสดงกฏของธรรมชาติถึงความเป็นเหตุเป็นผล และความเนื่องสัมพันธ์กัน เป็นเหตุเป็นผลต่อกันและกันเป็นวงจร เป็นผลให้เกิดความทุกข์ (อนุโลมปฏิจจสมุปบาท) และเหตุที่ทําให้ทุกข์ดับลงไปได้ (ปฏิโลมปฏิจจสมุปบาท)&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ถ้าเรามีความเข้าใจในทุกข์ ว่า ทุกข์นั้นต่างอาศัยเหตุปัจจัยทำให้เกิดมีขึ้น เราก็จะเข้าใจถึงกระบวนการขั้นตอนในการดับทุกข์ได้เช่นกัน ฉะนั้น เราจึงควรรู้แจ้งว่าความทุกข์นั้นเกิดมาแต่เหตุปัจจัยใดบ้าง</p><br><p>การมาพิจารณาใคร่ครวญธรรมในหัวข้อ <strong>“ปฏิจจสมุปบาท”</strong> หรือ <strong>“อิทัปปัจจยตา”</strong> เป็นธรรมที่อาศัยกันแล้วจึงเกิดมีขึ้น คือ <strong>“เมื่อมีสิ่งนี้..สิ่งนี้จึงมี และ เมื่อสิ่งนี้ไม่มี..สิ่งนี้จึงไม่มี”</strong> เป็นธรรมที่แสดงกฏของธรรมชาติถึงความเป็นเหตุเป็นผล และความเนื่องสัมพันธ์กัน เป็นเหตุเป็นผลต่อกันและกันเป็นวงจร เป็นผลให้เกิดความทุกข์ (อนุโลมปฏิจจสมุปบาท) และเหตุที่ทําให้ทุกข์ดับลงไปได้ (ปฏิโลมปฏิจจสมุปบาท)&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความฉลาดในธาตุ และอายตนะ [6626-3d]</title>
			<itunes:title>ความฉลาดในธาตุ และอายตนะ [6626-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Jun 2023 21:00:39 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/649b28c501b7f1001179d3cf/media.mp3" length="28148854" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">649b28c501b7f1001179d3cf</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/649b28c501b7f1001179d3cf</link>
			<acast:episodeId>649b28c501b7f1001179d3cf</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaiLANcyQY2VO8vy5/BGJskXZPH44GaaqliN2c1Pr3ZdoBdOLMJ8czmcvANtBOmW+npnM14ufJkhWLkGkoLw7uI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>26</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การทำอะไรซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่บ่อย จะทำให้เราเกิดความชำนาญในสิ่งนั้น เช่นเดียวกับการพิจารณาใคร่ครวญธรรม ถ้าเราใคร่ครวญทำย้ำๆ ซ้ำๆ อยู่บ่อยๆ อยู่เรื่อยๆ จะทำให้เกิดปัญญา (ญาณ) รู้ชัดขึ้นมา เป็นผู้ฉลาดรู้แจ้งในธรรมนั้น</p><br><p><strong>วิธีการพิจารณใคร่ครวญโดยความเป็นธาตุ </strong>คือ ธาตุ 6 โดยพิจารณาเจาะแยกลงไป แยกออกๆ จนเหลือหน่วยเล็กที่สุด และพิจารณาประกอบกันเข้ามาแล้วจึงมีหน่วยใหญ่ขึ้น</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วิธีการพิจารณใคร่ครวญโดยความเป็นอายตนะ</strong> คือ อายตนะภายใน และภายนอกเชื่อมต่อกันทำให้เกิดความรู้สึกขึ้น โดยพิจารณาจากการที่อาศัยเหตุปัจจัยอื่นปรุงแต่งแล้วจึงเกิดขึ้น มีความไม่เที่ยงเป็นทุกข์</p><br><p>เมื่อพิจารณาใคร่ครวญอยู่บ่อยๆ จะเกิด <strong>“กุสลตา”</strong>&nbsp;คือ ความฉลาดรู้แจ้งชัดซึ่งธาตุ และอายตนะ จะเป็นผลทำให้คลายกำหนัด และปล่อยวาง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การทำอะไรซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่บ่อย จะทำให้เราเกิดความชำนาญในสิ่งนั้น เช่นเดียวกับการพิจารณาใคร่ครวญธรรม ถ้าเราใคร่ครวญทำย้ำๆ ซ้ำๆ อยู่บ่อยๆ อยู่เรื่อยๆ จะทำให้เกิดปัญญา (ญาณ) รู้ชัดขึ้นมา เป็นผู้ฉลาดรู้แจ้งในธรรมนั้น</p><br><p><strong>วิธีการพิจารณใคร่ครวญโดยความเป็นธาตุ </strong>คือ ธาตุ 6 โดยพิจารณาเจาะแยกลงไป แยกออกๆ จนเหลือหน่วยเล็กที่สุด และพิจารณาประกอบกันเข้ามาแล้วจึงมีหน่วยใหญ่ขึ้น</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วิธีการพิจารณใคร่ครวญโดยความเป็นอายตนะ</strong> คือ อายตนะภายใน และภายนอกเชื่อมต่อกันทำให้เกิดความรู้สึกขึ้น โดยพิจารณาจากการที่อาศัยเหตุปัจจัยอื่นปรุงแต่งแล้วจึงเกิดขึ้น มีความไม่เที่ยงเป็นทุกข์</p><br><p>เมื่อพิจารณาใคร่ครวญอยู่บ่อยๆ จะเกิด <strong>“กุสลตา”</strong>&nbsp;คือ ความฉลาดรู้แจ้งชัดซึ่งธาตุ และอายตนะ จะเป็นผลทำให้คลายกำหนัด และปล่อยวาง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฐานะที่พึงพิจารณาเพื่อการหลุดพ้น [6625-3d]</title>
			<itunes:title>ฐานะที่พึงพิจารณาเพื่อการหลุดพ้น [6625-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Jun 2023 20:29:36 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/649209671d11690011d8fd53/media.mp3" length="27127887" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">649209671d11690011d8fd53</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/649209671d11690011d8fd53</link>
			<acast:episodeId>649209671d11690011d8fd53</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZSPxeVAQrcv3MJjx2uGa4VEmrv45DLgCHMM4tUl5AMXRrwd8ctT8xuCq//Pt9lV7fpw8/DTwchODoeOmKJLGF8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>25</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปัญญาการรอบรู้ในทุกข์ของผู้ถึงซึ่งพระนิพพานหรือกล่าวอีกนัยยะหนึ่งได้ว่าเป็นปัญญาของพระอรหันต์นั่นเอง โดยได้ยก<strong> “สัตตัฏฐานสูตร”</strong> ว่าด้วย ผู้มีปัญญาฉลาดรอบรู้ขันธ์ 5 ในฐานะ 7 ประการ ได้แก่ </p><p><strong>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ชัดซึ่ง</strong> (รู้ลักษณะ) รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ </p><p><strong>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ถึงเหตุเกิดขึ้น </strong>ของ รูป...ฯ คือ อาศัยเหตุเกิด</p><p><strong>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ถึงความดับ </strong>ของ รูป...ฯ คือ เมื่อเหตุดับ - ผลย่อมดับ</p><p><strong>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิธี ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ </strong>ของ รูป...ฯ &nbsp;คือ มรรค 8</p><p><strong>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ชัดซึ่งอัสสาทะ (รสอร่อย/ข้อดี) </strong>ของ รูป...ฯ คือ สุขที่เกิดขึ้น</p><p><strong>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ชัดซึ่งอาทีนวะ (โทษ/ข้อเสีย) </strong>ของ รูป...ฯ<strong> </strong>คือ ไม่เที่ยง</p><p><strong>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ชัดซึ่งนิสสรณะ (อุบายเครื่องสลัดออก) </strong>จาก รูป...ฯ คือ ปัญญาเห็นความไม่เที่ยง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปัญญาการรอบรู้ในทุกข์ของผู้ถึงซึ่งพระนิพพานหรือกล่าวอีกนัยยะหนึ่งได้ว่าเป็นปัญญาของพระอรหันต์นั่นเอง โดยได้ยก<strong> “สัตตัฏฐานสูตร”</strong> ว่าด้วย ผู้มีปัญญาฉลาดรอบรู้ขันธ์ 5 ในฐานะ 7 ประการ ได้แก่ </p><p><strong>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ชัดซึ่ง</strong> (รู้ลักษณะ) รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ </p><p><strong>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ถึงเหตุเกิดขึ้น </strong>ของ รูป...ฯ คือ อาศัยเหตุเกิด</p><p><strong>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ถึงความดับ </strong>ของ รูป...ฯ คือ เมื่อเหตุดับ - ผลย่อมดับ</p><p><strong>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิธี ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ </strong>ของ รูป...ฯ &nbsp;คือ มรรค 8</p><p><strong>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ชัดซึ่งอัสสาทะ (รสอร่อย/ข้อดี) </strong>ของ รูป...ฯ คือ สุขที่เกิดขึ้น</p><p><strong>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ชัดซึ่งอาทีนวะ (โทษ/ข้อเสีย) </strong>ของ รูป...ฯ<strong> </strong>คือ ไม่เที่ยง</p><p><strong>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รู้ชัดซึ่งนิสสรณะ (อุบายเครื่องสลัดออก) </strong>จาก รูป...ฯ คือ ปัญญาเห็นความไม่เที่ยง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฐานะที่พึงพิจารณาด้วยกำลังของบัณฑิต [6624-3d]</title>
			<itunes:title>ฐานะที่พึงพิจารณาด้วยกำลังของบัณฑิต [6624-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Jun 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6488b7e2dfb28c00116cd686/media.mp3" length="28576055" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6488b7e2dfb28c00116cd686</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6488b7e2dfb28c00116cd686</link>
			<acast:episodeId>6488b7e2dfb28c00116cd686</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZHoyrR7HHnwrQi6gAAvfxbUTYudKZMVqESvwDALURoLUPZzqJBsdnRGgyTHqJYOGyqAIP9wDQJraQ1+erAAwq0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เมื่อต้องพบเจอสิ่งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ คนพาลย่อมไม่รู้ชัดซึ่งประโยชน์ แต่บัณฑิตจะสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์หรือมีโทษ แล้วกระทำในสิ่งที่ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์นั้น</p><br><p>ได้กล่าวถึง<strong>ฐานสูตร</strong>ต่างๆ กล่าวคือ</p><br><p><strong>ฐานะแห่งความเสื่อมและความเจริญ</strong> 4 ประการ คือ ทำสิ่งที่ไม่น่าพอใจและน่าพอใจเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อโทษหรือประโยชน์</p><br><p><strong>บุคคลมีศรัทธาเลื่อมใส </strong>โดยฐานะ 3 ประการ คือ เป็นผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราศจากความตระหนี่</p><br><p><strong>ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้</strong> 5 ประการ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่, ความเจ็บ, ความตาย, ความสิ้นไป, ความฉิบหายเป็นธรรมดา ว่าอย่าแก่...ฯ&nbsp;เป็นฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้</p><br><p><strong>ฐานะที่ควรพิจารณาเนืองๆ </strong>5 ประการ คือ พิจารณาเนื่องๆว่า เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากจากของรัก เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้ เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใดไว้ ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เมื่อต้องพบเจอสิ่งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ คนพาลย่อมไม่รู้ชัดซึ่งประโยชน์ แต่บัณฑิตจะสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์หรือมีโทษ แล้วกระทำในสิ่งที่ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์นั้น</p><br><p>ได้กล่าวถึง<strong>ฐานสูตร</strong>ต่างๆ กล่าวคือ</p><br><p><strong>ฐานะแห่งความเสื่อมและความเจริญ</strong> 4 ประการ คือ ทำสิ่งที่ไม่น่าพอใจและน่าพอใจเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อโทษหรือประโยชน์</p><br><p><strong>บุคคลมีศรัทธาเลื่อมใส </strong>โดยฐานะ 3 ประการ คือ เป็นผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราศจากความตระหนี่</p><br><p><strong>ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้</strong> 5 ประการ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่, ความเจ็บ, ความตาย, ความสิ้นไป, ความฉิบหายเป็นธรรมดา ว่าอย่าแก่...ฯ&nbsp;เป็นฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้</p><br><p><strong>ฐานะที่ควรพิจารณาเนืองๆ </strong>5 ประการ คือ พิจารณาเนื่องๆว่า เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากจากของรัก เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้ เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใดไว้ ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฐานะที่พึงรู้ได้ [6623-3d]</title>
			<itunes:title>ฐานะที่พึงรู้ได้ [6623-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Jun 2023 21:00:18 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:53</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/647f6206a9bc080011c7f729/media.mp3" length="27347531" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">647f6206a9bc080011c7f729</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/647f6206a9bc080011c7f729</link>
			<acast:episodeId>647f6206a9bc080011c7f729</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZwNnrben/bLqXuH1fZlOv7dg+k70pi/jcgPH3ZpqBvZdY1lFp7FbFVTynHuzenrGhgAj/ORPt8sJ0BOtUDdkGa]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>23</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การที่เราจะรู้จักใครสักคนอย่างดีพอนั้น... ไม่ใช่จากคำบอกเล่าของบุคคลอื่น หรือ จากสิ่งที่เราได้ยินได้เห็นเพียงแค่ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น แต่ต้องอาศัยเวลาในการอยู่ร่วมกันนานพอสมควร รวมถึงการทำไว้ในใจโดยแยบคาย และปัญญา</p><br><p><strong>ฐานสูตร</strong> ว่าด้วยฐานะที่พึงรู้ด้วยฐานะ เราจะรู้ได้ว่าบุคคลนั้นมีศีล สมาธิ และปัญญาจะพิจารณาได้จาก</p><br><p><strong>“ศีล” </strong>พึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน กล่าวคือ เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วจะรู้ถึงความมีศีลเป็นปกติหรือมีศีลด่างพร้อยของบุคคลนั้น</p><br><p><strong>“ความบริสุทธิ์” </strong>พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ กล่าวคือ เมื่อมีการสนทนาพูดคุยตัวต่อตัว สอง-สามคนบ้าง..ฯ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ถ้อยคำพูดคราวหลังก็ไม่ต่างจากพูดคราวก่อน</p><br><p><strong>“กำลัง” </strong>พึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย กล่าวคือ เมื่อประสบกับโลกธรรม 8 แล้ว มีปัญญาเห็นสภาวะทุกข์นั้นตามความเป็นจริง</p><br><p><strong>“ปัญญา” </strong>พึงรู้ได้ด้วยการสนทนา กล่าวคือ เมื่อสนทนากันแล้วรู้ว่า ท่านผู้นี้มีการตระเตรียมปัญหาที่ตนปรารถนาจะรู้ และสามารถที่จะบอก แสดง เปิดเผย จำแนก ทำให้ง่ายซึ่งเนื้อความแห่งธรรมนั้นทั้งโดยย่อหรือโดยพิสดาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การที่เราจะรู้จักใครสักคนอย่างดีพอนั้น... ไม่ใช่จากคำบอกเล่าของบุคคลอื่น หรือ จากสิ่งที่เราได้ยินได้เห็นเพียงแค่ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น แต่ต้องอาศัยเวลาในการอยู่ร่วมกันนานพอสมควร รวมถึงการทำไว้ในใจโดยแยบคาย และปัญญา</p><br><p><strong>ฐานสูตร</strong> ว่าด้วยฐานะที่พึงรู้ด้วยฐานะ เราจะรู้ได้ว่าบุคคลนั้นมีศีล สมาธิ และปัญญาจะพิจารณาได้จาก</p><br><p><strong>“ศีล” </strong>พึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน กล่าวคือ เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วจะรู้ถึงความมีศีลเป็นปกติหรือมีศีลด่างพร้อยของบุคคลนั้น</p><br><p><strong>“ความบริสุทธิ์” </strong>พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ กล่าวคือ เมื่อมีการสนทนาพูดคุยตัวต่อตัว สอง-สามคนบ้าง..ฯ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ถ้อยคำพูดคราวหลังก็ไม่ต่างจากพูดคราวก่อน</p><br><p><strong>“กำลัง” </strong>พึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย กล่าวคือ เมื่อประสบกับโลกธรรม 8 แล้ว มีปัญญาเห็นสภาวะทุกข์นั้นตามความเป็นจริง</p><br><p><strong>“ปัญญา” </strong>พึงรู้ได้ด้วยการสนทนา กล่าวคือ เมื่อสนทนากันแล้วรู้ว่า ท่านผู้นี้มีการตระเตรียมปัญหาที่ตนปรารถนาจะรู้ และสามารถที่จะบอก แสดง เปิดเผย จำแนก ทำให้ง่ายซึ่งเนื้อความแห่งธรรมนั้นทั้งโดยย่อหรือโดยพิสดาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>แก้ปัญหาด้วยสัญญา 7 ประการ [6622-3d]</title>
			<itunes:title>แก้ปัญหาด้วยสัญญา 7 ประการ [6622-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 May 2023 21:00:25 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/647628ef1cec380012d39f40/media.mp3" length="27466602" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">647628ef1cec380012d39f40</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/647628ef1cec380012d39f40</link>
			<acast:episodeId>647628ef1cec380012d39f40</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZNULnfQHJgsyNvrO7+MLdDM6zeGjuhGe+0xco9mK2MofG02mCQKvJVZ7ZsSK70iue2u5LCr8TGftwkqL7mcgNj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>22</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ตัณหา</strong>ได้ชื่อว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์ และเป็นที่มาของปัญหาต่างๆ ในชีวิตของคนเรา การมาเจริญภาวนาในสัญญา 7 ประการนี้ คือ เมื่อมีการพิจารณาให้มากในสัญญาเหล่านี้ จิตจะไม่หวนกลับกำเริบและมีนิพพานเป็นที่สุด</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ปัญหาของตัณหา และกิเลสแก้โดยสัญญา 7 ประการ</strong></p><p>ยินดีในเพศตรงข้าม (เมถุนธรรม)<strong> </strong>แก้โดย พิจารณา <strong>“อสุภสัญญา” </strong></p><p>รักตัว กลัวตาย (รักชีวิต) แก้โดย พิจารณา <strong>“มรณสัญญา”</strong></p><p>ติดใจในรสอาหาร แก้โดย พิจารณา<strong> “อาหาเรปฏิกูลสัญญา”</strong></p><p>ความวิจิตรแห่งโลก แก้โดย พิจารณา<strong> “สัพพโลเกอนภิรตสัญญา”</strong></p><p>ลาภสักการะ และความสรรเสริญ แก้โดย พิจารณา <strong>“ อนิจจสัญญา”</strong></p><p>ความเฉื่อยชา เกียจคร้าน ท้อถอย ประมาท ไม่ประกอบความเพียร แก้โดย พิจารณา <strong>“อนิจเจทุกขสัญญา”</strong> (เห็นความเป็นทุกข์ ในสิ่งที่ไม่เที่ยงทั้งหลาย)</p><p>ทิฐิ และมานะ แก้โดย พิจารณา <strong>“ทุกเขอนัตตสัญญา” </strong>(เห็นความเป็นอนัตตาในความเป็นทุกข์นั้น)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ตัณหา</strong>ได้ชื่อว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์ และเป็นที่มาของปัญหาต่างๆ ในชีวิตของคนเรา การมาเจริญภาวนาในสัญญา 7 ประการนี้ คือ เมื่อมีการพิจารณาให้มากในสัญญาเหล่านี้ จิตจะไม่หวนกลับกำเริบและมีนิพพานเป็นที่สุด</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ปัญหาของตัณหา และกิเลสแก้โดยสัญญา 7 ประการ</strong></p><p>ยินดีในเพศตรงข้าม (เมถุนธรรม)<strong> </strong>แก้โดย พิจารณา <strong>“อสุภสัญญา” </strong></p><p>รักตัว กลัวตาย (รักชีวิต) แก้โดย พิจารณา <strong>“มรณสัญญา”</strong></p><p>ติดใจในรสอาหาร แก้โดย พิจารณา<strong> “อาหาเรปฏิกูลสัญญา”</strong></p><p>ความวิจิตรแห่งโลก แก้โดย พิจารณา<strong> “สัพพโลเกอนภิรตสัญญา”</strong></p><p>ลาภสักการะ และความสรรเสริญ แก้โดย พิจารณา <strong>“ อนิจจสัญญา”</strong></p><p>ความเฉื่อยชา เกียจคร้าน ท้อถอย ประมาท ไม่ประกอบความเพียร แก้โดย พิจารณา <strong>“อนิจเจทุกขสัญญา”</strong> (เห็นความเป็นทุกข์ ในสิ่งที่ไม่เที่ยงทั้งหลาย)</p><p>ทิฐิ และมานะ แก้โดย พิจารณา <strong>“ทุกเขอนัตตสัญญา” </strong>(เห็นความเป็นอนัตตาในความเป็นทุกข์นั้น)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ประสงค์เพื่อให้สมความปรารถนา [6621-3d]</title>
			<itunes:title>ประสงค์เพื่อให้สมความปรารถนา [6621-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 May 2023 21:00:40 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/646cd7c5f0449d0011ec127d/media.mp3" length="27304153" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">646cd7c5f0449d0011ec127d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/646cd7c5f0449d0011ec127d</link>
			<acast:episodeId>646cd7c5f0449d0011ec127d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbmFo0kcAeTX9UPX+R4ATy0OkPWBSb9amUpEWPUe20LonH727/9GjvC/BKGCCXL8DAVfSsg3mWY8SzYohg40M7a]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>21</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ได้นำเอา <strong>ขัตติยสูตร </strong>ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคล</p><p>&nbsp;</p><p><strong>เริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา </strong>ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่น</p><br><p><strong>กษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี</strong> มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกัน</p><p><strong>สตรี </strong>นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุด</p><p><strong>โจร </strong>นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้</p><p><strong>สมณะ </strong>นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุด</p><br><p><strong>ข้อสังเกต </strong>ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ<strong> </strong>มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ได้นำเอา <strong>ขัตติยสูตร </strong>ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคล</p><p>&nbsp;</p><p><strong>เริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา </strong>ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่น</p><br><p><strong>กษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี</strong> มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกัน</p><p><strong>สตรี </strong>นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุด</p><p><strong>โจร </strong>นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้</p><p><strong>สมณะ </strong>นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุด</p><br><p><strong>ข้อสังเกต </strong>ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ<strong> </strong>มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ขันธ์ 5 แบบแจกแจง และการทำงานของขันธ์ (ตอนที่2) [6620-3d]</title>
			<itunes:title>ขันธ์ 5 แบบแจกแจง และการทำงานของขันธ์ (ตอนที่2) [6620-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 May 2023 21:00:36 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6463c49f1061180011e4dca9/media.mp3" length="28404741" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6463c49f1061180011e4dca9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6463c49f1061180011e4dca9</link>
			<acast:episodeId>6463c49f1061180011e4dca9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdha4TIkyU3tbTeUCxbJLJRUkYYLvBLgytdqnfF9lyfpTF9TOS3ujUmUEy3VWSj9kma6HmP/PcdCz5KBbXDJP8e/+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>20</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ขันธ์</strong> แปลว่า หมู่หรือกองของรูปกับนามที่แยกออกได้เป็น 5 กอง ซึ่งเรียกว่า ขันธ์ 5 คือ รูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ จัดอยู่ใน “ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐคือทุกข์ และกิจที่ต้องทำคือ กำหนดรู้ทุกข์</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>การทำงานของขันธ์ 5 แต่ละขันธ์</strong> เป็นการอาศัยกันและกันเกิดขึ้นของนามรูป และวิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีผัสสะ -&gt; ให้เกิดการปรุงแต่ง คือ สังขาร -&gt; สัญญา&nbsp;-&gt; เวทนา -&gt; วิญญาณ และจิตก็เข้าไปยึดถือวิญญาณโดยความเป็นตัวตนและก้าวลงตามต่อไปในขันธ์ต่างๆ เพราะด้วยอำนาจความเพลินแห่งนันทิราคะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ขันธ์</strong> แปลว่า หมู่หรือกองของรูปกับนามที่แยกออกได้เป็น 5 กอง ซึ่งเรียกว่า ขันธ์ 5 คือ รูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ จัดอยู่ใน “ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐคือทุกข์ และกิจที่ต้องทำคือ กำหนดรู้ทุกข์</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>การทำงานของขันธ์ 5 แต่ละขันธ์</strong> เป็นการอาศัยกันและกันเกิดขึ้นของนามรูป และวิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีผัสสะ -&gt; ให้เกิดการปรุงแต่ง คือ สังขาร -&gt; สัญญา&nbsp;-&gt; เวทนา -&gt; วิญญาณ และจิตก็เข้าไปยึดถือวิญญาณโดยความเป็นตัวตนและก้าวลงตามต่อไปในขันธ์ต่างๆ เพราะด้วยอำนาจความเพลินแห่งนันทิราคะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ขันธ์ 5 โดยรวม (ตอนที่ 1) [6619-3d]</title>
			<itunes:title>ขันธ์ 5 โดยรวม (ตอนที่ 1) [6619-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 May 2023 21:00:39 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/645a7541a4d4a300110f4304/media.mp3" length="27801818" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">645a7541a4d4a300110f4304</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/645a7541a4d4a300110f4304</link>
			<acast:episodeId>645a7541a4d4a300110f4304</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbN+UpwLIHnravzC0iXq2HqkqH7hBhG4HMrRVV1J2ZmloAIBzQoTGvxPq+Q0W7BXSBKN1uBRZIz7KGq5lhjX3FT]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>19</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐ คือ “ทุกข์” อุปาทาน (ความยึดถือ) ในขันธ์ 5 เป็นทุกข์ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสุข หรือ ทุกข์ ต่างอาศัยเหตุเกิด ย่อมเป็นทุกข์ เพราะมีความไม่เที่ยง เป็นอนัตตา</p><br><p><strong>ขันธ์ 5 </strong>คือ กองทุกข์ แบ่งออกได้เป็น 5 กอง ได้แก่</p><p><strong>“รูป” </strong>คือ สิ่งที่แตกสลายได้ เปรียบเหมือน<strong>ก้อนฟองน้ำ</strong> ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p><strong>“เวทนา” </strong>คือ ความรู้สึกที่เกิดจากผัสสะ เปรียบเหมือน<strong>ต่อมนํ้า</strong>เกิดขึ้นและแตกกระจายอยู่บนผิวน้ำ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p><strong>“สัญญา” </strong>คือ ความจำได้หมายรู้ เปรียบเหมือน<strong>พยับแดด</strong>ย่อมไหวยิบยับ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p><strong>“สังขาร” </strong>คือ<strong> </strong>การปรุงแต่งให้สำเร็จรูป เปรียบเหมือน<strong>การหาแก่นไม้ในต้นกล้วย</strong> ไม่พบแม้แต่กระพี้ จะพบแก่นได้อย่างไร</p><p><strong>“วิญญาณ” </strong>คือ การรับรู้ เปรียบเหมือน<strong>นักแสดงกล </strong>กลนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า และปรากฏเป็นของหาแก่นสารมิได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐ คือ “ทุกข์” อุปาทาน (ความยึดถือ) ในขันธ์ 5 เป็นทุกข์ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสุข หรือ ทุกข์ ต่างอาศัยเหตุเกิด ย่อมเป็นทุกข์ เพราะมีความไม่เที่ยง เป็นอนัตตา</p><br><p><strong>ขันธ์ 5 </strong>คือ กองทุกข์ แบ่งออกได้เป็น 5 กอง ได้แก่</p><p><strong>“รูป” </strong>คือ สิ่งที่แตกสลายได้ เปรียบเหมือน<strong>ก้อนฟองน้ำ</strong> ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p><strong>“เวทนา” </strong>คือ ความรู้สึกที่เกิดจากผัสสะ เปรียบเหมือน<strong>ต่อมนํ้า</strong>เกิดขึ้นและแตกกระจายอยู่บนผิวน้ำ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p><strong>“สัญญา” </strong>คือ ความจำได้หมายรู้ เปรียบเหมือน<strong>พยับแดด</strong>ย่อมไหวยิบยับ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้</p><p><strong>“สังขาร” </strong>คือ<strong> </strong>การปรุงแต่งให้สำเร็จรูป เปรียบเหมือน<strong>การหาแก่นไม้ในต้นกล้วย</strong> ไม่พบแม้แต่กระพี้ จะพบแก่นได้อย่างไร</p><p><strong>“วิญญาณ” </strong>คือ การรับรู้ เปรียบเหมือน<strong>นักแสดงกล </strong>กลนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า และปรากฏเป็นของหาแก่นสารมิได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิมุตติสู่นิพพาน [6618-3d]</title>
			<itunes:title>วิมุตติสู่นิพพาน [6618-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 May 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/645118393a1fac001102f54b/media.mp3" length="25798797" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">645118393a1fac001102f54b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/645118393a1fac001102f54b</link>
			<acast:episodeId>645118393a1fac001102f54b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYF7p+AcpW+cuZlxaJdiiOue6nEjRSCqfdgpfnJ4EKqJRg8U2hjh7F4DLSGwupq4qYpoEtSHkhn9YI4myhBLWsw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>18</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การที่จะนำธรรมะมาปฏิบัติจนเกิดเป็นผลขึ้นทางปัญญาได้นั้น มีขั้นตอน และกระบวนการในการปฏิบัติ โดยได้ยกหัวข้อธรรม <strong>“<em>วิมุตติสูตร” </em>&nbsp;</strong>มาอธิบายประกอบการปฏิบัติ เพื่อให้เห็นขั้นตอน และกระบวนการในการหยั่งลงสู่อมตธรรม</p><br><p>ใน<strong>วิมุตติสูตร</strong>นั้นจะประกอบไปด้วยธรรม 5 ข้อ ที่แตกต่างกัน แต่มีลำดับขั้นตอนการปฏิบัติที่จะให้เกิดผลเป็นวิมุตติสู่นิพพานได้เหมือนกัน ธรรม 5 ข้อนั้นได้แก่ 1. การได้ฟังธรรม 2. การอธิบายบอกสอน 3. การสัชฌายะ 4. การใคร่ครวญธรรม&nbsp;5. การทำสมาธิ</p><br><p><strong>กระบวนการสู่การหลุดพ้น</strong> มีอยู่ 6 ขั้นตอน เริ่มจาก เข้าใจอรรถ เข้าใจธรรม แทงตลอดด้วยดี -&gt; เกิดปราโมทย์ -&gt; เกิดปีติ -&gt; กายสงบระงับ -&gt; เสวยสุข -&gt; จิตย่อมตั้งมั่น (ฌาน) และเมื่อมาถึง 6 ขั้นตอนนี้แล้วก็เข้าสู่วิมุตติ คือ ความพ้นจากผัสสะ พ้นจากกิเลส เกิดความรู้เป็นวิชชา และวิมุตติ มีปัญญาปล่อยวาง สู่นิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การที่จะนำธรรมะมาปฏิบัติจนเกิดเป็นผลขึ้นทางปัญญาได้นั้น มีขั้นตอน และกระบวนการในการปฏิบัติ โดยได้ยกหัวข้อธรรม <strong>“<em>วิมุตติสูตร” </em>&nbsp;</strong>มาอธิบายประกอบการปฏิบัติ เพื่อให้เห็นขั้นตอน และกระบวนการในการหยั่งลงสู่อมตธรรม</p><br><p>ใน<strong>วิมุตติสูตร</strong>นั้นจะประกอบไปด้วยธรรม 5 ข้อ ที่แตกต่างกัน แต่มีลำดับขั้นตอนการปฏิบัติที่จะให้เกิดผลเป็นวิมุตติสู่นิพพานได้เหมือนกัน ธรรม 5 ข้อนั้นได้แก่ 1. การได้ฟังธรรม 2. การอธิบายบอกสอน 3. การสัชฌายะ 4. การใคร่ครวญธรรม&nbsp;5. การทำสมาธิ</p><br><p><strong>กระบวนการสู่การหลุดพ้น</strong> มีอยู่ 6 ขั้นตอน เริ่มจาก เข้าใจอรรถ เข้าใจธรรม แทงตลอดด้วยดี -&gt; เกิดปราโมทย์ -&gt; เกิดปีติ -&gt; กายสงบระงับ -&gt; เสวยสุข -&gt; จิตย่อมตั้งมั่น (ฌาน) และเมื่อมาถึง 6 ขั้นตอนนี้แล้วก็เข้าสู่วิมุตติ คือ ความพ้นจากผัสสะ พ้นจากกิเลส เกิดความรู้เป็นวิชชา และวิมุตติ มีปัญญาปล่อยวาง สู่นิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คู่ธรรมต่างทิศ [6617-3d]</title>
			<itunes:title>คู่ธรรมต่างทิศ [6617-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Apr 2023 21:00:03 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6447dca791dbd30011391505/media.mp3" length="27041004" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6447dca791dbd30011391505</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6447dca791dbd30011391505</link>
			<acast:episodeId>6447dca791dbd30011391505</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZMWrefudFBZtdR6FQsc0m3mgQxwmAhT5LD+yQmH5CHHMM6+Bhio9xLeV/4ROWOV9dluU9L3lusOLjTJXzg/k0w]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>17</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บางครั้ง..คนเรานั้น ก็มักจะสับสนในธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กัน คล้ายๆ กัน จนแยกไม่ออกว่า “ ผลผลิตของธรรมนั้นจะให้ผลออกมาอย่างไร ”</p><br><p>จึงขอยกธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กันขึ้นมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างในความหมาย และคุณลักษณะของธรรมนั้นๆ อย่างแยบคาย และเพื่อก่อให้เกิดความเห็นที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฎฐิไปสู่พระนิพพานได้</p><br><p>โดยธรรมที่หยิบยกมานี้ เมื่อพิจารณาแล้วจะแบ่งได้เป็น 2 ฝ่าย คือ <strong>ฝ่ายกุศลธรรม</strong> และ <strong>ฝ่ายอกุศลลธรรม </strong>เช่น ฉันทะ / ตัณหา, ความเพียร / ความโลภ, ความเมตตา / ความรัก, ปล่อยวาง / ขี้เกียจ, อุเบกขา / ความเฉยเมย, พูดตรงจริงใจรู้กาล / พูดตรงไม่มีมารยาท, ความเห็นอกเห็นใจ / ความเศร้าเสียใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บางครั้ง..คนเรานั้น ก็มักจะสับสนในธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กัน คล้ายๆ กัน จนแยกไม่ออกว่า “ ผลผลิตของธรรมนั้นจะให้ผลออกมาอย่างไร ”</p><br><p>จึงขอยกธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กันขึ้นมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างในความหมาย และคุณลักษณะของธรรมนั้นๆ อย่างแยบคาย และเพื่อก่อให้เกิดความเห็นที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฎฐิไปสู่พระนิพพานได้</p><br><p>โดยธรรมที่หยิบยกมานี้ เมื่อพิจารณาแล้วจะแบ่งได้เป็น 2 ฝ่าย คือ <strong>ฝ่ายกุศลธรรม</strong> และ <strong>ฝ่ายอกุศลลธรรม </strong>เช่น ฉันทะ / ตัณหา, ความเพียร / ความโลภ, ความเมตตา / ความรัก, ปล่อยวาง / ขี้เกียจ, อุเบกขา / ความเฉยเมย, พูดตรงจริงใจรู้กาล / พูดตรงไม่มีมารยาท, ความเห็นอกเห็นใจ / ความเศร้าเสียใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวใจ-สังคหวัตถุ 4 [6616-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวใจ-สังคหวัตถุ 4 [6616-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Apr 2023 21:00:05 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:10</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/643eb1f4425b310011ae405e/media.mp3" length="28447257" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">643eb1f4425b310011ae405e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/643eb1f4425b310011ae405e</link>
			<acast:episodeId>643eb1f4425b310011ae405e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYktAFqd/OOPWtT/lwnlp0CPbIkiHqPE88JtUNhRjQWFA5t6I2xaIlw3cOtZFOuNToMgPpt3Up+XIqafuMqOqPi]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>16</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธรรมะที่ช่วยประสานประโยชน์ให้เกิดความสามัคคี ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นเครื่องช่วยขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้คนอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ให้เกิดความสงเคราะห์กัน เข้าใจกันลงกันได้ สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับสังคม หมวดธรรมที่ว่านี้นั่นก็คือ <strong>“สังคหวัตถุ 4”</strong> อันประกอบไปด้วย</p><p><strong>1. &nbsp;ทาน</strong> คือ การรู้จักให้ รู้จักเสียสละ การเผื่อแผ่ แบ่งปัน ให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์</p><p><strong>2. &nbsp;ปิยวาจา</strong> คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ อ่อนหวาน ไม่พูดหยาบคาย และมีความจริงใจ ไม่โกหกเสแสร้ง ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้เแตกร้าว พูดแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์</p><p><strong>3. &nbsp;อัตถจริยา</strong> คือ การทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น</p><p><strong>4. &nbsp;สมานัตตตา</strong> คือ การวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย หนักแน่น ให้ความเสมอภาคกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธรรมะที่ช่วยประสานประโยชน์ให้เกิดความสามัคคี ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นเครื่องช่วยขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้คนอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ให้เกิดความสงเคราะห์กัน เข้าใจกันลงกันได้ สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับสังคม หมวดธรรมที่ว่านี้นั่นก็คือ <strong>“สังคหวัตถุ 4”</strong> อันประกอบไปด้วย</p><p><strong>1. &nbsp;ทาน</strong> คือ การรู้จักให้ รู้จักเสียสละ การเผื่อแผ่ แบ่งปัน ให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์</p><p><strong>2. &nbsp;ปิยวาจา</strong> คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ อ่อนหวาน ไม่พูดหยาบคาย และมีความจริงใจ ไม่โกหกเสแสร้ง ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้เแตกร้าว พูดแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์</p><p><strong>3. &nbsp;อัตถจริยา</strong> คือ การทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น</p><p><strong>4. &nbsp;สมานัตตตา</strong> คือ การวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย หนักแน่น ให้ความเสมอภาคกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สติแก้นิวรณ์ [6615-3d]</title>
			<itunes:title>สติแก้นิวรณ์ [6615-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 21:00:16 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64358e4fa3c0bc001143dc40/media.mp3" length="27716470" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64358e4fa3c0bc001143dc40</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64358e4fa3c0bc001143dc40</link>
			<acast:episodeId>64358e4fa3c0bc001143dc40</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhabTt92xL5Sxx86Pbxy2pyW5mMf2DWPPHhrCNNQxrOUkSos6vX4kuHw+CZxiUfA6cL4sRKYCTLEPw9N9zXNIbTg]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>15</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“นิวรณ์ 5” ได้แก่ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นกิเลสประเภทหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในช่องทางใจระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นเครื่องขวางกั้น ทำให้จิตขุ่นมัว ไม่เป็นสมาธิ</p><br><p>การจะระงับนิวรณ์ได้ สิ่งสำคัญที่สุด คือ “การมีสติ” ระลึกรู้ถึงนิวรณ์ที่เกิดขึ้น และการใช้ “กำลังของสติ” ไม่ให้จิตน้อมไปตามความคิดเหล่านั้น นั่นจะทำให้นิวรณ์อ่อนกำลังและดับไป นอกจากนี้ การไม่ตั้งความพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเจริญพรหมวิหาร 4 รวมถึงการเจริญโพชฌงค์ 7 ก็ทำให้นิวรณ์ระงับได้ เช่นเดียวกัน</p><br><p>ทั้งนี้ ในการเจริญสมาธิภาวนา เราอาจใช้นิวรณ์เป็นกรอบนิมิตได้ว่า สมาธิช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อให้จิตสงบ หรือช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อการพิจารณาให้เกิดปัญญา ได้อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“นิวรณ์ 5” ได้แก่ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นกิเลสประเภทหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในช่องทางใจระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นเครื่องขวางกั้น ทำให้จิตขุ่นมัว ไม่เป็นสมาธิ</p><br><p>การจะระงับนิวรณ์ได้ สิ่งสำคัญที่สุด คือ “การมีสติ” ระลึกรู้ถึงนิวรณ์ที่เกิดขึ้น และการใช้ “กำลังของสติ” ไม่ให้จิตน้อมไปตามความคิดเหล่านั้น นั่นจะทำให้นิวรณ์อ่อนกำลังและดับไป นอกจากนี้ การไม่ตั้งความพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเจริญพรหมวิหาร 4 รวมถึงการเจริญโพชฌงค์ 7 ก็ทำให้นิวรณ์ระงับได้ เช่นเดียวกัน</p><br><p>ทั้งนี้ ในการเจริญสมาธิภาวนา เราอาจใช้นิวรณ์เป็นกรอบนิมิตได้ว่า สมาธิช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อให้จิตสงบ หรือช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อการพิจารณาให้เกิดปัญญา ได้อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผัสสะเครื่องสอบอริยมรรค [6614-3d]</title>
			<itunes:title>ผัสสะเครื่องสอบอริยมรรค [6614-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Apr 2023 21:00:50 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/642c4557dcec3a001155b4bd/media.mp3" length="28126719" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">642c4557dcec3a001155b4bd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/642c4557dcec3a001155b4bd</link>
			<acast:episodeId>642c4557dcec3a001155b4bd</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZM3NgomF6DZm2X/nnDd058buswPsl52teICAbN3o3v8e1L2SOUTIzh58NcKnv0+KJiJvNCpPQZYvMWzp2IsNvq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เมื่อเรายังคงมีชีวิต และยังคงอาศัยอยู่บนโลก เราคงหลีกเลี่ยงเรื่องของโลกไม่ได้ กล่าวคือต้องเจอเรื่องราวผัสสะต่างๆ ทั้งสุข และทุกข์เป็นธรรมดา แต่เมื่อเจอผัสสะที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจแล้ว เรามีสติแยกแยะเห็นความไม่เที่ยงในผัสสะต่างๆเหล่านั้นได้หรือไม่ เรายังคงรักษาจิตให้อยู่ในมรรคได้หรือไม่?</p><br><p>ผัสสะจึงเป็นเครื่องทดสอบของนักปฏิบัติที่จะมาเดินตามมรรค&nbsp;ตราบใดที่ยังคงมีสฬายตนะย่อมมีผัสสะเป็นธรรมดา และเมื่อมีผัสสะแล้วก็ย่อมมีเวทนาทั้งสุขและทุกข์ เมื่อมีเวทนาเกิดขึ้นคุณจะหลงเพลินไปกลับเวทนานั้นไหม จะมีอกุศลเกิดขึ้นไหม จะเดินตามมรรคได้หรือไม่</p><br><p>และแน่นอนผัสสะย่อมอาศัยอยู่คู่กับอายตนะนี้ไปตลอดชีวิต และเราก็ย่อมเจอผัสสะไปตลอดชีวิตนี้ด้วยเช่นกัน แต่เราจะอยู่เหนือผัสสะได้ ด้วยการเจริญอริยมรรคมีองค์ 8 ใช้สติ สมาธิ และปัญญาใคร่ครวญเห็นตามความเป็นจริงในผัสสะต่างๆ ทั้งหลายที่อาศัยกายนี้เป็นแดนเกิด จะเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงได้ด้วยปัญญา&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เมื่อเรายังคงมีชีวิต และยังคงอาศัยอยู่บนโลก เราคงหลีกเลี่ยงเรื่องของโลกไม่ได้ กล่าวคือต้องเจอเรื่องราวผัสสะต่างๆ ทั้งสุข และทุกข์เป็นธรรมดา แต่เมื่อเจอผัสสะที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจแล้ว เรามีสติแยกแยะเห็นความไม่เที่ยงในผัสสะต่างๆเหล่านั้นได้หรือไม่ เรายังคงรักษาจิตให้อยู่ในมรรคได้หรือไม่?</p><br><p>ผัสสะจึงเป็นเครื่องทดสอบของนักปฏิบัติที่จะมาเดินตามมรรค&nbsp;ตราบใดที่ยังคงมีสฬายตนะย่อมมีผัสสะเป็นธรรมดา และเมื่อมีผัสสะแล้วก็ย่อมมีเวทนาทั้งสุขและทุกข์ เมื่อมีเวทนาเกิดขึ้นคุณจะหลงเพลินไปกลับเวทนานั้นไหม จะมีอกุศลเกิดขึ้นไหม จะเดินตามมรรคได้หรือไม่</p><br><p>และแน่นอนผัสสะย่อมอาศัยอยู่คู่กับอายตนะนี้ไปตลอดชีวิต และเราก็ย่อมเจอผัสสะไปตลอดชีวิตนี้ด้วยเช่นกัน แต่เราจะอยู่เหนือผัสสะได้ ด้วยการเจริญอริยมรรคมีองค์ 8 ใช้สติ สมาธิ และปัญญาใคร่ครวญเห็นตามความเป็นจริงในผัสสะต่างๆ ทั้งหลายที่อาศัยกายนี้เป็นแดนเกิด จะเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงได้ด้วยปัญญา&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิชชาดับอวิชชา [6613-3d]</title>
			<itunes:title>วิชชาดับอวิชชา [6613-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Mar 2023 21:00:10 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/64230915a18a380011c7762a/media.mp3" length="25047650" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64230915a18a380011c7762a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/64230915a18a380011c7762a</link>
			<acast:episodeId>64230915a18a380011c7762a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZGzgG4EnqY9i3C50vvYLlNkTT9o9oBjjBw2tnvmN2uT1XrzIr2oJqXXSZAbqyPLDhtv020z17UC64P6f6bppPz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ธรรมชาติของมรรค 8<strong> </strong>เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค จะทำให้คลายความยึดถือไปในตัวอยู่แล้ว ความยึดถือ คือ อุปาทานที่มีเหตุมาจากตัณหาที่ถูกอวิชชาปิดบังเอาไว้ <strong>อวิชชา คือ ความไม่รู้ในอริยสัจ 4</strong> เราจะดับอวิชชาได้ ก็ต้องทำวิชชาให้เกิดมี คือ ความรู้แจ้งในอริยสัจ 4 และเส้นทางสู่ความรู้แจ้ง หรือระบบสู่ความดับทุกข์ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประกาศชี้ทางไว้ให้แล้ว นั่นคือ “อริยมรรคมีองค์ 8” คือ เส้นทางให้เราหลุดออกจากอ่างวังวนของวัฏฏะนี้ คือ เส้นทางสู่พระนิพพาน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ธรรมชาติของมรรค 8<strong> </strong>เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค จะทำให้คลายความยึดถือไปในตัวอยู่แล้ว ความยึดถือ คือ อุปาทานที่มีเหตุมาจากตัณหาที่ถูกอวิชชาปิดบังเอาไว้ <strong>อวิชชา คือ ความไม่รู้ในอริยสัจ 4</strong> เราจะดับอวิชชาได้ ก็ต้องทำวิชชาให้เกิดมี คือ ความรู้แจ้งในอริยสัจ 4 และเส้นทางสู่ความรู้แจ้ง หรือระบบสู่ความดับทุกข์ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประกาศชี้ทางไว้ให้แล้ว นั่นคือ “อริยมรรคมีองค์ 8” คือ เส้นทางให้เราหลุดออกจากอ่างวังวนของวัฏฏะนี้ คือ เส้นทางสู่พระนิพพาน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ประตูแห่งอมตะธรรม 11 บาน [6612-3d]</title>
			<itunes:title>ประตูแห่งอมตะธรรม 11 บาน [6612-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Mar 2023 21:00:13 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6419ec49a343ec001113ee14/media.mp3" length="26207831" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6419ec49a343ec001113ee14</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/6419ec49a343ec001113ee14</link>
			<acast:episodeId>6419ec49a343ec001113ee14</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhazNlcqHm/pkW2tmoF12OJIeFFBtfdANBJazfuLLbGXw20mVdjb56otqqa16L+Z+S1PmBHs+0abForpvPkr06bK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระอานนท์แสดงธรรมโปรดทสมคหฤบดี ชาวเมืองอัฏฐกะ โดยมีเนื้อความดังนี้ว่า <strong>“บุคคลเมื่อเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปอยู่ มีจิตที่ยังไม่หลุดพ้น ย่อมหลุดพ้น อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้น ย่อมถึงความสิ้นไป และย่อมบรรลุถึงธรรมที่ปลอดโปร่งจากกิเลสเป็นเครื่องประกอบไว้อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าที่ยังไม่บรรลุ อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ พระองค์นั้น ตรัสไว้“ </strong></p><br><p><strong>ธรรมอันเป็นประตูแห่งอมตะธรรมที่เมื่อเข้าถึงแล้ว อันได้แก่ รูปฌาน 4 อัปปมัญญา 4 และอรูปฌาน 3&nbsp;(แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง) ที่เมื่อพิจารณาอยู่อย่างนี้แล้ว ย่อมรู้ชัดว่า ก็สิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น สิ่งนั้นไม่เที่ยง มีความดับไปเป็นธรรมดา เมื่อตั้งอยู่ในธรรม คือ สมถะและวิปัสสนานั้น ย่อมถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย&nbsp;</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระอานนท์แสดงธรรมโปรดทสมคหฤบดี ชาวเมืองอัฏฐกะ โดยมีเนื้อความดังนี้ว่า <strong>“บุคคลเมื่อเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปอยู่ มีจิตที่ยังไม่หลุดพ้น ย่อมหลุดพ้น อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้น ย่อมถึงความสิ้นไป และย่อมบรรลุถึงธรรมที่ปลอดโปร่งจากกิเลสเป็นเครื่องประกอบไว้อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าที่ยังไม่บรรลุ อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ พระองค์นั้น ตรัสไว้“ </strong></p><br><p><strong>ธรรมอันเป็นประตูแห่งอมตะธรรมที่เมื่อเข้าถึงแล้ว อันได้แก่ รูปฌาน 4 อัปปมัญญา 4 และอรูปฌาน 3&nbsp;(แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง) ที่เมื่อพิจารณาอยู่อย่างนี้แล้ว ย่อมรู้ชัดว่า ก็สิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น สิ่งนั้นไม่เที่ยง มีความดับไปเป็นธรรมดา เมื่อตั้งอยู่ในธรรม คือ สมถะและวิปัสสนานั้น ย่อมถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย&nbsp;</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 36 #สรุปส่งท้ายชุดมงคลชีวิต [6611-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 36 #สรุปส่งท้ายชุดมงคลชีวิต [6611-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 21:00:45 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/640b70d95408520011d859d1/media.mp3" length="27934414" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">640b70d95408520011d859d1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/640b70d95408520011d859d1</link>
			<acast:episodeId>640b70d95408520011d859d1</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhaSzGTJtk5VGiYZQEgNtlKN3WfkkskN3XDYLzfd/zDWY5qjxKoAqfotZ1VzPU/kl7gv/BmFE2spRIuJTXFmAJDK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มนุษย์เรา ล้วนแต่ต้องการสิ่งที่ดีงาม เป็นมงคลแก่ชีวิตของตนทั้งสิ้น แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ามงคลคืออะไร และอะไรที่เป็นมงคล</p><br><p>มงคล 38 ประการนี้ เป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นจนถึงเบื้องปลายสูงสุด เมื่อเราน้อมเอามาปฏิบัติย่อมเป็นมงคลเกิดขึ้นแก่ชีวิตของตน นำมาซึ่งความสุขความเจริญแก่ชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มนุษย์เรา ล้วนแต่ต้องการสิ่งที่ดีงาม เป็นมงคลแก่ชีวิตของตนทั้งสิ้น แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ามงคลคืออะไร และอะไรที่เป็นมงคล</p><br><p>มงคล 38 ประการนี้ เป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นจนถึงเบื้องปลายสูงสุด เมื่อเราน้อมเอามาปฏิบัติย่อมเป็นมงคลเกิดขึ้นแก่ชีวิตของตน นำมาซึ่งความสุขความเจริญแก่ชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 35 #จิตที่ไกลจากกิเลส [6610-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 35 #จิตที่ไกลจากกิเลส [6610-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Mar 2023 21:00:59 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/640754cc1181ac001154a692/media.mp3" length="27358868" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">640754cc1181ac001154a692</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/640754cc1181ac001154a692</link>
			<acast:episodeId>640754cc1181ac001154a692</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZ+wpV7d3iUBBIebIRyeiAB/rEjGFAQhud9JORwZbIzXRH1hiTTA6zjpAqiF4ZG96u/EmsV/knsA8FA1AM4QTRK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นมงคลชีวิตเบื้องสูงที่เดินทางมาถึง 4 ข้อสุดท้าย เป็นภูมิจิตของผู้ที่ไกลจากกิเลส กล่าวคือ</p><br><p><strong>จิตที่ไม่หวั่นไหว</strong>ไปตามโลกธรรม คือ เมื่อถูกโลกธรรมฝ่าย<strong>อิฏฐารมณ์</strong>กระทบก็ไม่<strong>ไหว</strong>ไปตามอารมณ์ที่น่าพึงพอใจน่าปรารถนานั้น และเมื่อถูกฝ่าย<strong>อนิฏฐารมณ์</strong>กระทบก็ไม่<strong>หวั่น</strong>ไปตามอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนานั้น จิตจะเข้าถึงความคงที่อย่างนี้ได้ ต้องประกอบไปด้วยปัญญาที่เห็นการทำงานของขันธ์ที่เป็นไปตามกฏของไตรลักษณ์</p><br><p><strong>จิตไม่โศก </strong>(จิตที่บรรลุนิพพานแล้ว) <strong>“ความโศกเกิดจากความรัก เพราะมีรักจึงมีโศก”</strong> ความรักเปรียบเหมือนยางเหนียวทำให้จิตติดอารมณ์นั้น พอความรักหายไปก็เศร้าโศก จิตของพระอรหันต์ท่านไม่มีรัก เพราะฉะนั้นจิตจึงไม่โศก</p><br><p><strong>จิตหมดธุลี </strong>ธุลี คือ ความเศร้าหมองของจิตที่เกิดจากเทือกของกิเลส (ราคะ โทสะ โมหะ) จะกำจัดกิเลสได้ก็ด้วย <strong>อริยมรรค 8 </strong>จิตหมดธุลี คือ จิตที่พ้นแล้วจากกิเลส</p><br><p><strong>จิตเกษม </strong>เป็นจิตที่ถึงแดนเกษมคือแดนปลอดภัยจากกิเลสเครื่องกวนใจ <strong>ตัดเครื่องผูกรัด</strong> คือ กามโยคะ ภวโยคะ ทิฎฐิโยคะ อวิชชาโยคะ <strong>พ้นแล้วจาก ความเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นมงคลชีวิตเบื้องสูงที่เดินทางมาถึง 4 ข้อสุดท้าย เป็นภูมิจิตของผู้ที่ไกลจากกิเลส กล่าวคือ</p><br><p><strong>จิตที่ไม่หวั่นไหว</strong>ไปตามโลกธรรม คือ เมื่อถูกโลกธรรมฝ่าย<strong>อิฏฐารมณ์</strong>กระทบก็ไม่<strong>ไหว</strong>ไปตามอารมณ์ที่น่าพึงพอใจน่าปรารถนานั้น และเมื่อถูกฝ่าย<strong>อนิฏฐารมณ์</strong>กระทบก็ไม่<strong>หวั่น</strong>ไปตามอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนานั้น จิตจะเข้าถึงความคงที่อย่างนี้ได้ ต้องประกอบไปด้วยปัญญาที่เห็นการทำงานของขันธ์ที่เป็นไปตามกฏของไตรลักษณ์</p><br><p><strong>จิตไม่โศก </strong>(จิตที่บรรลุนิพพานแล้ว) <strong>“ความโศกเกิดจากความรัก เพราะมีรักจึงมีโศก”</strong> ความรักเปรียบเหมือนยางเหนียวทำให้จิตติดอารมณ์นั้น พอความรักหายไปก็เศร้าโศก จิตของพระอรหันต์ท่านไม่มีรัก เพราะฉะนั้นจิตจึงไม่โศก</p><br><p><strong>จิตหมดธุลี </strong>ธุลี คือ ความเศร้าหมองของจิตที่เกิดจากเทือกของกิเลส (ราคะ โทสะ โมหะ) จะกำจัดกิเลสได้ก็ด้วย <strong>อริยมรรค 8 </strong>จิตหมดธุลี คือ จิตที่พ้นแล้วจากกิเลส</p><br><p><strong>จิตเกษม </strong>เป็นจิตที่ถึงแดนเกษมคือแดนปลอดภัยจากกิเลสเครื่องกวนใจ <strong>ตัดเครื่องผูกรัด</strong> คือ กามโยคะ ภวโยคะ ทิฎฐิโยคะ อวิชชาโยคะ <strong>พ้นแล้วจาก ความเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 34 #เห็นอริยสัจและทำให้แจ้งในนิพพาน [6609-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 34 #เห็นอริยสัจและทำให้แจ้งในนิพพาน [6609-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Feb 2023 21:00:16 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63fe20ec311d96001172623a/media.mp3" length="27524999" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63fe20ec311d96001172623a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63fe20ec311d96001172623a</link>
			<acast:episodeId>63fe20ec311d96001172623a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYA43Z6wfcP4z0A8B84UX1J4dPEn/OX9CgWFyMKj9D2iDv9rmeo7oAZkd+YGM3EzR8nmz1zqtdwCiwTB+xfXHzx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในทางปฏิบัติเราจำเป็นจะต้องรู้เรื่อง<strong>อริยสัจ</strong>ไว้บ้าง เพราะเวลาที่เราไปรับรู้หรือเห็นนิมิตอะไรมา เราอาจจะหลงหรือเข้าใจผิดสำคัญว่าตนมีคุณวิเศษหรือได้บรรลุธรรมแล้ว</p><br><p>พระพุทธเจ้าได้สละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะออกค้นหาศาสตร์ความจริงที่จะช่วยให้คนพ้นจากความทุกข์ความแก่และความตาย ซึ่งศาสตร์ที่พระองค์ทรงค้นพบนี้เรียกว่า <strong>“ อริยสัจ 4 ”</strong> </p><br><p><strong>การเห็นอริยสัจ </strong>(ญาณในอริยสัจ 4)<strong> </strong>ที่แท้จริงนั้นต้องเห็นโดยมีปริวัฏฏ์ 3 มีอาการ 12 จึงจะเป็นความพ้นทุกข์ที่แท้จริงคือเป็นจิตที่พ้นจากกิเลสโดยสิ้นเชิง เป็น<strong>ความแจ้งในนิพพาน </strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>นิพพานธาตุ</strong> แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ <strong>สอุปาทิเลสนิพพาน</strong> คือ ยังมีชีวิตอยู่ อินทรีย์ห้ายังคงอยู่ เสวยเวทนาอยู่ และ <strong>อนุปาทิเลสนิพพาน</strong> คือ การดับภพและเวทนาได้สิ้นเชิง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในทางปฏิบัติเราจำเป็นจะต้องรู้เรื่อง<strong>อริยสัจ</strong>ไว้บ้าง เพราะเวลาที่เราไปรับรู้หรือเห็นนิมิตอะไรมา เราอาจจะหลงหรือเข้าใจผิดสำคัญว่าตนมีคุณวิเศษหรือได้บรรลุธรรมแล้ว</p><br><p>พระพุทธเจ้าได้สละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะออกค้นหาศาสตร์ความจริงที่จะช่วยให้คนพ้นจากความทุกข์ความแก่และความตาย ซึ่งศาสตร์ที่พระองค์ทรงค้นพบนี้เรียกว่า <strong>“ อริยสัจ 4 ”</strong> </p><br><p><strong>การเห็นอริยสัจ </strong>(ญาณในอริยสัจ 4)<strong> </strong>ที่แท้จริงนั้นต้องเห็นโดยมีปริวัฏฏ์ 3 มีอาการ 12 จึงจะเป็นความพ้นทุกข์ที่แท้จริงคือเป็นจิตที่พ้นจากกิเลสโดยสิ้นเชิง เป็น<strong>ความแจ้งในนิพพาน </strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>นิพพานธาตุ</strong> แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ <strong>สอุปาทิเลสนิพพาน</strong> คือ ยังมีชีวิตอยู่ อินทรีย์ห้ายังคงอยู่ เสวยเวทนาอยู่ และ <strong>อนุปาทิเลสนิพพาน</strong> คือ การดับภพและเวทนาได้สิ้นเชิง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 33 #การประพฤติพรหมจรรย์ [6608-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 33 #การประพฤติพรหมจรรย์ [6608-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Feb 2023 21:00:23 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63f4eb6d1561a700115fef6c/media.mp3" length="27186631" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63f4eb6d1561a700115fef6c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63f4eb6d1561a700115fef6c</link>
			<acast:episodeId>63f4eb6d1561a700115fef6c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYbPKqYMePKno3swPoyLVjgjrz5hk2IGH2q2D92UKJV8xhX1MybHc0FRzSmKKACccAX+6nGrW6iPgSymhZJKGPH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มงคลข้อนี้ เป็นการเดินทางจากโลกียะไปสู่โลกุตระ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจครั้งยิ่งใหญ่ เปรียบเหมือนท่าอากาศยานต่อแดนระหว่างภาคพื้นดินกับภาคพื้นเวหา</p><br><p>จิตของคนเราแบ่ง<strong>ภูมิชั้นของจิต</strong>ได้เป็น 2 ระดับ 4 ภูมิ คือ <strong>ระดับโลกิยภูมิ</strong> (วนเวียนอยู่ในโลก) ได้แก่ กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และ <strong>ระดับโลกุตรภูมิ</strong> คือ ภูมิจิตของพระอรหันต์</p><br><p>ความสุขจากภูมิ 2 ระดับนี้ก็แตกต่างกัน คือ <strong>ความสุขในภูมิโลกีย์</strong>เป็นสุขระคนด้วยทุกข์เหมือนจะมีสุขแต่ไม่มี เป็น “จิตวิ่งวุ่น” เปรียบได้กับพยับแดด ส่วน<strong>ความสุขโลกุตรภูมิ</strong>เป็นสุขคงที่ ผู้ที่เข้าถึงก็มี “จิตคงที่” เพราะเจอสุขที่เข้าถึงได้</p><br><p>การประพฤติพรหมจรรย์ คือ พยายามกำจัดความรู้สึกทางเพศเป็นการประพฤติตัวอย่างพรหม &nbsp;ใน<strong>ศาสนาอื่น</strong>เพื่อเข้าถึงพรหมโลก ส่วนใน<strong>ทางพุทธ</strong>ไปได้สูงกว่านั้น คือบรรลุถึงโลกุตระ</p><br><p>ข้อวัตรพรหมจรรย์มี 10 อย่าง 4 ชั้น คือ ชั้นต่ำ กลาง สูง และชั้นพรหมจรรย์ (สำเร็จอธิสิกขา 3 ) แต่ละขั้นจะมีการรักษาศีลและการปฏิบัติควบกันไปเป็นระยะๆ และเข้มข้นขึ้นตามชั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มงคลข้อนี้ เป็นการเดินทางจากโลกียะไปสู่โลกุตระ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจครั้งยิ่งใหญ่ เปรียบเหมือนท่าอากาศยานต่อแดนระหว่างภาคพื้นดินกับภาคพื้นเวหา</p><br><p>จิตของคนเราแบ่ง<strong>ภูมิชั้นของจิต</strong>ได้เป็น 2 ระดับ 4 ภูมิ คือ <strong>ระดับโลกิยภูมิ</strong> (วนเวียนอยู่ในโลก) ได้แก่ กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และ <strong>ระดับโลกุตรภูมิ</strong> คือ ภูมิจิตของพระอรหันต์</p><br><p>ความสุขจากภูมิ 2 ระดับนี้ก็แตกต่างกัน คือ <strong>ความสุขในภูมิโลกีย์</strong>เป็นสุขระคนด้วยทุกข์เหมือนจะมีสุขแต่ไม่มี เป็น “จิตวิ่งวุ่น” เปรียบได้กับพยับแดด ส่วน<strong>ความสุขโลกุตรภูมิ</strong>เป็นสุขคงที่ ผู้ที่เข้าถึงก็มี “จิตคงที่” เพราะเจอสุขที่เข้าถึงได้</p><br><p>การประพฤติพรหมจรรย์ คือ พยายามกำจัดความรู้สึกทางเพศเป็นการประพฤติตัวอย่างพรหม &nbsp;ใน<strong>ศาสนาอื่น</strong>เพื่อเข้าถึงพรหมโลก ส่วนใน<strong>ทางพุทธ</strong>ไปได้สูงกว่านั้น คือบรรลุถึงโลกุตระ</p><br><p>ข้อวัตรพรหมจรรย์มี 10 อย่าง 4 ชั้น คือ ชั้นต่ำ กลาง สูง และชั้นพรหมจรรย์ (สำเร็จอธิสิกขา 3 ) แต่ละขั้นจะมีการรักษาศีลและการปฏิบัติควบกันไปเป็นระยะๆ และเข้มข้นขึ้นตามชั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 32 #ความเพียรเผากิเลส [6607-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 32 #ความเพียรเผากิเลส [6607-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Feb 2023 21:00:18 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63eba7c0d524830011cce36a/media.mp3" length="81480219" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63eba7c0d524830011cce36a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63eba7c0d524830011cce36a</link>
			<acast:episodeId>63eba7c0d524830011cce36a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZQN+AmaCTMPZ9zWsi4uFpHZ8gYlol/5pk7n23XtM9KLpoZUQ8j3KDXFqILW9Vefsj8+WU5Q/ayt3xWlMhcTCB1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในพุทธศาสนา การบำเพ็ญตบะ คือ การเพียรเผากิเลส จะมุ่งเน้นมาในจิตใจ ซึ่งศาสนาอื่นนั้น มุ่งเน้นมาในทางกาย</p><br><p>ชนิดของ<strong>กิเลส</strong>นั้น มีทั้งที่เป็น<strong>ฝ่ายกุศล</strong> คือ กิเลสอย่างละเอียด ทำให้เกิดโมหะ เช่น บุญ ทำให้เกิดการยึดถือเมาบุญได้&nbsp;และ<strong>ฝ่ายอกุศล </strong>ราคะ โทสะ โมหะ กิเลสทั้งสองชนิดนี้ ทำให้เราเวียนไปสูง-ไปต่ำ วนอยู่ในวัฏฏะ</p><br><p>การบำเพ็ญตบะ จึงจำเป็นต้อง<strong>อาศัยความอดทนอย่างยิ่งในการเผากิเลส</strong>ที่อยู่กับเรามานานให้หลุดลอกออก ถ้าเราอดทนไม่ได้ก็คือ “ตบะแตก” การอดทนนั้นจึงต้องประกอบไปด้วยปัญญา</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วิธีทำตบะ </strong>คือ<strong> </strong>ข้อปฏิบัติทั้งหมดที่ฝืนความต้องการของกิเลส ได้แก่ <strong>สัลเลขธรรม</strong>-การขัดเกลากิเลส และ<strong>ธุดงควัตร 13</strong>-การกำจัดกิเลส</p><br><p>ตบะในชีวิตประจำวัน ทำได้ด้วยการ “มีสติ” สำรวมอินทรีย์ มีหิริโอตตัปปะจะเป็นเหตุให้เกิดอินทรียสังวร มีศีล สมาธิ และปัญญา&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในพุทธศาสนา การบำเพ็ญตบะ คือ การเพียรเผากิเลส จะมุ่งเน้นมาในจิตใจ ซึ่งศาสนาอื่นนั้น มุ่งเน้นมาในทางกาย</p><br><p>ชนิดของ<strong>กิเลส</strong>นั้น มีทั้งที่เป็น<strong>ฝ่ายกุศล</strong> คือ กิเลสอย่างละเอียด ทำให้เกิดโมหะ เช่น บุญ ทำให้เกิดการยึดถือเมาบุญได้&nbsp;และ<strong>ฝ่ายอกุศล </strong>ราคะ โทสะ โมหะ กิเลสทั้งสองชนิดนี้ ทำให้เราเวียนไปสูง-ไปต่ำ วนอยู่ในวัฏฏะ</p><br><p>การบำเพ็ญตบะ จึงจำเป็นต้อง<strong>อาศัยความอดทนอย่างยิ่งในการเผากิเลส</strong>ที่อยู่กับเรามานานให้หลุดลอกออก ถ้าเราอดทนไม่ได้ก็คือ “ตบะแตก” การอดทนนั้นจึงต้องประกอบไปด้วยปัญญา</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>วิธีทำตบะ </strong>คือ<strong> </strong>ข้อปฏิบัติทั้งหมดที่ฝืนความต้องการของกิเลส ได้แก่ <strong>สัลเลขธรรม</strong>-การขัดเกลากิเลส และ<strong>ธุดงควัตร 13</strong>-การกำจัดกิเลส</p><br><p>ตบะในชีวิตประจำวัน ทำได้ด้วยการ “มีสติ” สำรวมอินทรีย์ มีหิริโอตตัปปะจะเป็นเหตุให้เกิดอินทรียสังวร มีศีล สมาธิ และปัญญา&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 31 #การสนทนาธรรม [6606-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 31 #การสนทนาธรรม [6606-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Feb 2023 21:00:39 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63e26446436c360011207608/media.mp3" length="27937795" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63e26446436c360011207608</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63e26446436c360011207608</link>
			<acast:episodeId>63e26446436c360011207608</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhbXFa9hYzn6LnqihQrVs5s2P9+NMOD9sOlAZFpS1cZi2GHfGnCSTG4w2xtySGUEr+aBXDjXs5JoFrGPLXa3uN+H]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ธรรมสากัจฉา</strong> หรือแปลกันว่า สนทนาพูดคุยธรรมะ จะต้องมีสองฝ่ายผลัดกันฟัง-ผลัดกันพูดให้เหมาะสมกับกาละ “<strong>ผู้พูด”</strong>จะต้องมีสัมมาวาจา เป็นวาจาสุภาษิต “<strong>ผู้ฟัง” </strong>ต้องควบคุมใจให้ฟังเอาธรรมะเข้าสู่ใจ “<strong>การสนทนาธรรมะ” </strong>จึงต้องรู้จังหวะที่จะพูดที่จะฟัง ต้องระมัดระวัง และต้องคอยควบคุมใจไม่ให้กิเลสออกมาตีกัน</p><br><p><strong>วิธีสนทนา</strong>นั้น ใช้หลักอยู่ 3 อย่าง คือ <strong>สนทนาในธรรม</strong> - เรื่องที่สนทนาให้อยู่ในวงธรรมะ ไม่ออกนอกวง <strong>สนทนาด้วยธรรม – </strong>ไม่แสดงกิริยาวาจาให้ผิดธรรมะ มีธรรมะอยู่ในใจ <strong>สนทนาเพื่อธรรม</strong> – เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งผู้ฟัง และผู้พูด ได้ความรู้ในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป</p><br><p>การที่เราจะเข้าถึงธรรมะได้สะดวกนั้น ต้องไม่ติดสมมุติของโลก คือ ใช้หลัก “ธรรมวิจยะ” การเลือกเฟ้นธรรมในการแยกธรรมดี และไม่ดีออกจากกัน เลือกธรรมที่เหมาะสมมาปฏิบัติ และรู้ว่าอะไรเป็นโลกบัญญัติ และอะไรเป็นสัจธรรม จะได้ปล่อยวางบัญญัติโลกได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ธรรมสากัจฉา</strong> หรือแปลกันว่า สนทนาพูดคุยธรรมะ จะต้องมีสองฝ่ายผลัดกันฟัง-ผลัดกันพูดให้เหมาะสมกับกาละ “<strong>ผู้พูด”</strong>จะต้องมีสัมมาวาจา เป็นวาจาสุภาษิต “<strong>ผู้ฟัง” </strong>ต้องควบคุมใจให้ฟังเอาธรรมะเข้าสู่ใจ “<strong>การสนทนาธรรมะ” </strong>จึงต้องรู้จังหวะที่จะพูดที่จะฟัง ต้องระมัดระวัง และต้องคอยควบคุมใจไม่ให้กิเลสออกมาตีกัน</p><br><p><strong>วิธีสนทนา</strong>นั้น ใช้หลักอยู่ 3 อย่าง คือ <strong>สนทนาในธรรม</strong> - เรื่องที่สนทนาให้อยู่ในวงธรรมะ ไม่ออกนอกวง <strong>สนทนาด้วยธรรม – </strong>ไม่แสดงกิริยาวาจาให้ผิดธรรมะ มีธรรมะอยู่ในใจ <strong>สนทนาเพื่อธรรม</strong> – เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งผู้ฟัง และผู้พูด ได้ความรู้ในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป</p><br><p>การที่เราจะเข้าถึงธรรมะได้สะดวกนั้น ต้องไม่ติดสมมุติของโลก คือ ใช้หลัก “ธรรมวิจยะ” การเลือกเฟ้นธรรมในการแยกธรรมดี และไม่ดีออกจากกัน เลือกธรรมที่เหมาะสมมาปฏิบัติ และรู้ว่าอะไรเป็นโลกบัญญัติ และอะไรเป็นสัจธรรม จะได้ปล่อยวางบัญญัติโลกได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 30 #การพบเห็นสมณะ [6605-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 30 #การพบเห็นสมณะ [6605-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 31 Jan 2023 21:00:28 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63d9388aa72e3f0010be2b85/media.mp3" length="27352065" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63d9388aa72e3f0010be2b85</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63d9388aa72e3f0010be2b85</link>
			<acast:episodeId>63d9388aa72e3f0010be2b85</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYAqOoFMEF1wvJoiwjchJzCRnl6XB76oyYvs4ksH2xv9HKGyv67EfXGbMf5EB+ai1wZAH6JIjE5oxMJVWK12BQ7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สมณะ คือ ยอดคนดีทางธรรม เป็นผู้ที่สงบจากการทำบาป (กิเลส)</p><p>การเห็นสมณะจะมีได้ก็ต่อเมื่อเรารู้จักสมณะ ถ้าไม่รู้ ถึงจะเห็นก็เหมือนไม่เห็น อย่างในเรื่องกามนิตที่เที่ยวตามหาพระพุทธเจ้า เมื่อได้พบแต่กลับไม่รู้จักท่าน การเห็นจึงไม่เกิดผล</p><p>สมณะจะมีความ “<strong>สงบตัว” </strong>&nbsp;คือ ไม่แสดงกิริยาร้าย เช่น ทุบตี ทำร้าย ฆ่าฟัน ชิงดีชิงเด่น ไม่ก่อความวุ่นวายไม่ว่าจะเพื่ออะไร,<strong> “สงบปาก” </strong>คือ ไม่เป็นคนปากร้าย ไม่นินทาว่าร้าย ไม่ตีกันด้วยปาก, “<strong>สงบใจ”</strong> คือ ใจสงบจากบาป จิตใจเต็มไปด้วยเมตตาไม่เป็นภัยต่อผู้ใด</p><p>สมณะนั้น ย่อมไม่ทําอันตรายใคร, ไม่เห็นแก่ลาภ, ฝึกตน กิจวัตรของพระ, บําเพ็ญตบะ ละกิเลส</p><p>การเห็นสมณธรรมในสมณบุคคล (เห็นด้วยปัญญา) เป็นทัสสนานุตริยะ (การเห็นอันยอดเยี่ยม) คือ ทำให้เกิดศรัทธา เป็นทางไปสู่พระนิพพาน การเห็นสมณะอย่างถูกต้องแบบนี้จึงจะเป็นมงคล</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สมณะ คือ ยอดคนดีทางธรรม เป็นผู้ที่สงบจากการทำบาป (กิเลส)</p><p>การเห็นสมณะจะมีได้ก็ต่อเมื่อเรารู้จักสมณะ ถ้าไม่รู้ ถึงจะเห็นก็เหมือนไม่เห็น อย่างในเรื่องกามนิตที่เที่ยวตามหาพระพุทธเจ้า เมื่อได้พบแต่กลับไม่รู้จักท่าน การเห็นจึงไม่เกิดผล</p><p>สมณะจะมีความ “<strong>สงบตัว” </strong>&nbsp;คือ ไม่แสดงกิริยาร้าย เช่น ทุบตี ทำร้าย ฆ่าฟัน ชิงดีชิงเด่น ไม่ก่อความวุ่นวายไม่ว่าจะเพื่ออะไร,<strong> “สงบปาก” </strong>คือ ไม่เป็นคนปากร้าย ไม่นินทาว่าร้าย ไม่ตีกันด้วยปาก, “<strong>สงบใจ”</strong> คือ ใจสงบจากบาป จิตใจเต็มไปด้วยเมตตาไม่เป็นภัยต่อผู้ใด</p><p>สมณะนั้น ย่อมไม่ทําอันตรายใคร, ไม่เห็นแก่ลาภ, ฝึกตน กิจวัตรของพระ, บําเพ็ญตบะ ละกิเลส</p><p>การเห็นสมณธรรมในสมณบุคคล (เห็นด้วยปัญญา) เป็นทัสสนานุตริยะ (การเห็นอันยอดเยี่ยม) คือ ทำให้เกิดศรัทธา เป็นทางไปสู่พระนิพพาน การเห็นสมณะอย่างถูกต้องแบบนี้จึงจะเป็นมงคล</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 29 #เป็นผู้ว่าง่าย [6604-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 29 #เป็นผู้ว่าง่าย [6604-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Jan 2023 21:00:51 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63d00ffbd3d4c6001017f47d/media.mp3" length="27251466" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63d00ffbd3d4c6001017f47d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63d00ffbd3d4c6001017f47d</link>
			<acast:episodeId>63d00ffbd3d4c6001017f47d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZlNC4Atq+FX+wg+hKL6vP5JtIDSn78qh6I+HDxj8aknS//j/Eu33I6r/XrpLj7datGZyKFHsM2LK572MoQDP1y]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“โสวจสฺสตา”</strong> ความเป็นผู้ว่าง่าย สอนง่าย บอกง่าย ฟังเหตุผลกัน เหล่านี้เป็นประตูด่านแรกที่มีความสำคัญ ที่จะให้คำสอนอื่นๆ ธรรมะดีๆ เบื้องต้นเข้ามาได้หรือได้ หรือถ้านำมาใช้งานในระดับธรรมะขั้นที่สูงขึ้นไป เช่น ในลักษณะของมงคลที่อยู่ในลำดับท้ายๆ จะเป็นการปรับสภาพเตรียมใจให้พร้อมนำเอาธรรมะเบื้องสูงเข้าสู่จิตใจของเรา</p><br><p>ซึ่งถ้าหัวดื้อแล้วอะไรที่มันจะสอนสั่งอธิบาย มันทำได้ยากไปหมดเลย แต่ก็ไม่ใช่จะทำไม่ได้ เพราะมันจะมีสักเวลาใดเวลาหนึ่งที่เขาจะบอกได้สอนได้ มันเปลี่ยนแปลงกันได้ คือจะมีบางครั้งที่บอกได้ง่าย ถ้าบอกง่ายแล้ว สิ่งดีๆ ความฉลาด มันก็จะเข้าไปภายในได้ ให้เป็นผู้ที่อดทนทำ รับฟังคำตักเตือนด้วยความเคารพหนักแน่น มงคลความเป็นผู้ว่าง่ายนี้จึงต่อจากคุณธรรมที่ชื่อว่า<strong> “ขันติ”</strong> คือ ความอดทนทำตามคำสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสอนที่บางทีมันก็ทำได้ยาก</p><br><p>ลักษณะของคนที่มีคุณสมบัติของความเป็นผู้ว่าง่าย ดูจากภายนอกที่พอจะเห็นได้ คือ 1) รับคําสอนด้วยดี 2) รับทําตามด้วยดี 3) รู้คุณของผู้ให้โอวาท) ซึ่งบอกง่ายหรือสอนง่ายมันก็ต้องมีการพูดคุย เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการใช้เหตุผลในสิ่งที่บอกหรือสอนนั้น และในการที่จะให้เขามาติเตียน บอกกล่าวบอกสอน ก็ต้องมีเงื่อนไข ซึ่งในธรรมวินัยนี้เราเรียกว่า <strong>“การปวารณา” </strong>คือ ออกตัวให้บอกสอนได้</p><br><p>ส่วนวิธีการทําให้เป็นคนว่าง่ายนั้นก็คือ <strong>การเห็นโทษของความว่ายากและเหตุที่ทําให้ว่ายาก 16 อย่าง และการทำในมงคลข้อต่างๆ</strong> ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาทั้ง 27 ข้อ จะทำให้เราเป็นคนว่าง่ายแน่นอน และซึ่งยิ่งถ้าเราเพิ่มสัดส่วนการว่าง่ายในจิตใจของเรา มันก็เป็นการเปิดประตูให้ความฉลาดคือปัญญา ให้คุณธรรมความดีอื่นๆ ต่างๆ เข้ามาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“โสวจสฺสตา”</strong> ความเป็นผู้ว่าง่าย สอนง่าย บอกง่าย ฟังเหตุผลกัน เหล่านี้เป็นประตูด่านแรกที่มีความสำคัญ ที่จะให้คำสอนอื่นๆ ธรรมะดีๆ เบื้องต้นเข้ามาได้หรือได้ หรือถ้านำมาใช้งานในระดับธรรมะขั้นที่สูงขึ้นไป เช่น ในลักษณะของมงคลที่อยู่ในลำดับท้ายๆ จะเป็นการปรับสภาพเตรียมใจให้พร้อมนำเอาธรรมะเบื้องสูงเข้าสู่จิตใจของเรา</p><br><p>ซึ่งถ้าหัวดื้อแล้วอะไรที่มันจะสอนสั่งอธิบาย มันทำได้ยากไปหมดเลย แต่ก็ไม่ใช่จะทำไม่ได้ เพราะมันจะมีสักเวลาใดเวลาหนึ่งที่เขาจะบอกได้สอนได้ มันเปลี่ยนแปลงกันได้ คือจะมีบางครั้งที่บอกได้ง่าย ถ้าบอกง่ายแล้ว สิ่งดีๆ ความฉลาด มันก็จะเข้าไปภายในได้ ให้เป็นผู้ที่อดทนทำ รับฟังคำตักเตือนด้วยความเคารพหนักแน่น มงคลความเป็นผู้ว่าง่ายนี้จึงต่อจากคุณธรรมที่ชื่อว่า<strong> “ขันติ”</strong> คือ ความอดทนทำตามคำสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสอนที่บางทีมันก็ทำได้ยาก</p><br><p>ลักษณะของคนที่มีคุณสมบัติของความเป็นผู้ว่าง่าย ดูจากภายนอกที่พอจะเห็นได้ คือ 1) รับคําสอนด้วยดี 2) รับทําตามด้วยดี 3) รู้คุณของผู้ให้โอวาท) ซึ่งบอกง่ายหรือสอนง่ายมันก็ต้องมีการพูดคุย เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการใช้เหตุผลในสิ่งที่บอกหรือสอนนั้น และในการที่จะให้เขามาติเตียน บอกกล่าวบอกสอน ก็ต้องมีเงื่อนไข ซึ่งในธรรมวินัยนี้เราเรียกว่า <strong>“การปวารณา” </strong>คือ ออกตัวให้บอกสอนได้</p><br><p>ส่วนวิธีการทําให้เป็นคนว่าง่ายนั้นก็คือ <strong>การเห็นโทษของความว่ายากและเหตุที่ทําให้ว่ายาก 16 อย่าง และการทำในมงคลข้อต่างๆ</strong> ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาทั้ง 27 ข้อ จะทำให้เราเป็นคนว่าง่ายแน่นอน และซึ่งยิ่งถ้าเราเพิ่มสัดส่วนการว่าง่ายในจิตใจของเรา มันก็เป็นการเปิดประตูให้ความฉลาดคือปัญญา ให้คุณธรรมความดีอื่นๆ ต่างๆ เข้ามาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 28  #ความอดทน [6603-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 28  #ความอดทน [6603-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Jan 2023 21:00:17 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63c69789d48c45001199ce19/media.mp3" length="27370176" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63c69789d48c45001199ce19</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63c69789d48c45001199ce19</link>
			<acast:episodeId>63c69789d48c45001199ce19</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZLw+5Hp+rjRRT66iHFnMjntBgKsa+7oF8oGATtM2KW48thaF8p0dr6pObkjv6KnXIr/WZWwm2OnXEJOEpaR1L2]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ขันติ</strong> คือ ความอดทนนั้น คือ การรักษาภาวะปกติไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบอย่างไรก็ตาม เช่น เมื่อถูกกระทบให้ลุ่มหลงก็ไม่ลุ่มหลงไปตาม หรือถูกกระทบให้ไม่พอใจขยะแขยง ก็อดทนอยู่ในสภาวะแบบเดิมไว้ได้ </p><br><p>ความอดทนนั้นจะมีลักษณะของความอดกลั้นไว้ไม่คิดที่จะก่อทุกข์ให้ผู้อื่น และตนเองก็มีความเบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิตย์ด้วย ซึ่งความอดทนไม่เหมือนกับดื้อด้าน หรือเก็บกด เพราะความอดทนนั้นจะต้องประกอบด้วยปัญญา มีความเพียรชำระตัดสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมออกไปจากจิตใจของเรา</p><br><p>ประเภทของความอดทนแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ 1. จากภายนอกกระทบ เช่น อากาศร้อน หนาว 2. จากทุกขเวทนาในกาย เช่น เจ็บป่วย 3. อดทนต่อความเจ็บใจ เช่น คำพูดล่วงเกิน 4. อดทนต่ออำนาจของกิเลส *ซึ่งหมายเอา 2 ข้อหลังนี้</p><br><p>อุบายในการฝึกความอดทน ให้ดูคุณธรรมจาก เตมิยชาดก ปุณโณวาทสูตร เวปจิตติสูตร</p><br><p>เรื่องของความอดทน คือ ขันตินั้น จะทำให้จิตใจของเรามีความก้าวหน้าขึ้นไป เป็นเหมือนการบ่มให้คุณธรรมดีๆ เติบโตได้มากยิ่งขึ้น เป็นคุณธรรมของนักปราชญ์บัณฑิตที่เมื่อรักษาแล้วจะเป็นมงคลในชีวิตของเรานั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ขันติ</strong> คือ ความอดทนนั้น คือ การรักษาภาวะปกติไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบอย่างไรก็ตาม เช่น เมื่อถูกกระทบให้ลุ่มหลงก็ไม่ลุ่มหลงไปตาม หรือถูกกระทบให้ไม่พอใจขยะแขยง ก็อดทนอยู่ในสภาวะแบบเดิมไว้ได้ </p><br><p>ความอดทนนั้นจะมีลักษณะของความอดกลั้นไว้ไม่คิดที่จะก่อทุกข์ให้ผู้อื่น และตนเองก็มีความเบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิตย์ด้วย ซึ่งความอดทนไม่เหมือนกับดื้อด้าน หรือเก็บกด เพราะความอดทนนั้นจะต้องประกอบด้วยปัญญา มีความเพียรชำระตัดสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมออกไปจากจิตใจของเรา</p><br><p>ประเภทของความอดทนแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ 1. จากภายนอกกระทบ เช่น อากาศร้อน หนาว 2. จากทุกขเวทนาในกาย เช่น เจ็บป่วย 3. อดทนต่อความเจ็บใจ เช่น คำพูดล่วงเกิน 4. อดทนต่ออำนาจของกิเลส *ซึ่งหมายเอา 2 ข้อหลังนี้</p><br><p>อุบายในการฝึกความอดทน ให้ดูคุณธรรมจาก เตมิยชาดก ปุณโณวาทสูตร เวปจิตติสูตร</p><br><p>เรื่องของความอดทน คือ ขันตินั้น จะทำให้จิตใจของเรามีความก้าวหน้าขึ้นไป เป็นเหมือนการบ่มให้คุณธรรมดีๆ เติบโตได้มากยิ่งขึ้น เป็นคุณธรรมของนักปราชญ์บัณฑิตที่เมื่อรักษาแล้วจะเป็นมงคลในชีวิตของเรานั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 27 #ฟังธรรมตามกาล [6602-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 27 #ฟังธรรมตามกาล [6602-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Jan 2023 21:00:37 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63bd446b15a17f0011f5dbe9/media.mp3" length="26028037" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63bd446b15a17f0011f5dbe9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63bd446b15a17f0011f5dbe9</link>
			<acast:episodeId>63bd446b15a17f0011f5dbe9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhb08XZSHF2MWkvZbPN8uqn0Yv3Mpc1cf1KF0TixefyszfwMQswI9jkHyr9CobvRadbqaQE9foFvOayc5ZYS2JgU]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การฟังอะไรที่ฟังแล้ว ทำให้จิตใจสูงขึ้น ดีขึ้น หมายถึง มีความสงบขึ้น ฟังแล้วทำให้เกิดกุศลธรรมได้เพิ่มขึ้น ดีขึ้น นั่นเป็น การฟังธรรม ซึ่งดูจากประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง กับผู้อื่น และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย เป็นประโยชน์ทั้งในปัจจุบันนี้ และในเวลาต่อๆ ไป</p><p>ฟังธรรมแล้วเข้าใจอรรถะ เข้าใจในธรรมะแล้ว จะบรรลุธรรมเป็นวิมุตติหรือไม่ ก็จะต้องมีปราโมทย์ มีปีติ จิตสงบ มีกายสงบแล้ว มีความสุขในภายใน จิตตั้งมั่น บุคคลที่มีจิตตั้งมั่นมาตามกระบวนการนี้ ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว จิตที่ไม่หลุดพ้นย่อมหลุดพ้น อาสวะที่ยังไม่สิ้นยังละไม่ได้ ย่อมสิ้นไป ย่อมถึงการละได้ ย่อมได้บรรลุธรรมอันเป็นเครื่องเกษมจากโยคะ หมายถึง นิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การฟังอะไรที่ฟังแล้ว ทำให้จิตใจสูงขึ้น ดีขึ้น หมายถึง มีความสงบขึ้น ฟังแล้วทำให้เกิดกุศลธรรมได้เพิ่มขึ้น ดีขึ้น นั่นเป็น การฟังธรรม ซึ่งดูจากประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง กับผู้อื่น และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย เป็นประโยชน์ทั้งในปัจจุบันนี้ และในเวลาต่อๆ ไป</p><p>ฟังธรรมแล้วเข้าใจอรรถะ เข้าใจในธรรมะแล้ว จะบรรลุธรรมเป็นวิมุตติหรือไม่ ก็จะต้องมีปราโมทย์ มีปีติ จิตสงบ มีกายสงบแล้ว มีความสุขในภายใน จิตตั้งมั่น บุคคลที่มีจิตตั้งมั่นมาตามกระบวนการนี้ ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว จิตที่ไม่หลุดพ้นย่อมหลุดพ้น อาสวะที่ยังไม่สิ้นยังละไม่ได้ ย่อมสิ้นไป ย่อมถึงการละได้ ย่อมได้บรรลุธรรมอันเป็นเครื่องเกษมจากโยคะ หมายถึง นิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 26 #ความกตัญญู [6601-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 26 #ความกตัญญู [6601-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Jan 2023 21:00:03 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63b418bb1695af0011d5f889/media.mp3" length="28289751" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63b418bb1695af0011d5f889</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63b418bb1695af0011d5f889</link>
			<acast:episodeId>63b418bb1695af0011d5f889</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhb3JVACQvUdKGfsOvIx7cPEHfNemjFCLI4sv9IexvNo7fOPT2G2W+Ee4FW5m2CuCW3w/XCFvazfxk245Cq2qvQS]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[กตัญญู หมายถึง การรู้คุณ ซึ่งต้องเห็นด้วยปัญญา ส่วนกตเวที หมายถึง การแสดงออก กระทำตอบ แต่ความ<strong>กตัญญู</strong>ในที่นี้ เป็นเรื่องของในภายใน คือ <strong>รู้คุณ เห็นคุณค่า ของธรรมะ</strong>ในหัวข้อต่างๆ ที่ลึกซื้งลงไป <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[กตัญญู หมายถึง การรู้คุณ ซึ่งต้องเห็นด้วยปัญญา ส่วนกตเวที หมายถึง การแสดงออก กระทำตอบ แต่ความ<strong>กตัญญู</strong>ในที่นี้ เป็นเรื่องของในภายใน คือ <strong>รู้คุณ เห็นคุณค่า ของธรรมะ</strong>ในหัวข้อต่างๆ ที่ลึกซื้งลงไป <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 25  #ความสันโดษ [6552-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 25  #ความสันโดษ [6552-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Dec 2022 21:00:21 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63aaedd2fcf9e6001148a0c6/media.mp3" length="27784630" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63aaedd2fcf9e6001148a0c6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63aaedd2fcf9e6001148a0c6</link>
			<acast:episodeId>63aaedd2fcf9e6001148a0c6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZUR7xoMa9cCOcwgiB4SJGyXDIvTzeAuBdEbRC2muNwIBNvq3lsQZuEcv8CvAs15ltyr3Ni8B7u94q41bB82mQA]]></acast:settings>
			<itunes:subtitle>6552-3d</itunes:subtitle>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>"สันโดษ"</strong> มาจากคำว่า "สนฺตุฏฺฐิ" มาจากคำว่า “สนฺโตส” คือ ยินดีในตน หมายความว่า <strong>ยินดีตามมี ยินดีตามได้ </strong>และ<strong>ยินดีตามควร</strong> ส่วนมักน้อย มาจากคำว่า "อปปิจฺ" เป็นคนละส่วนกัน มักน้อยไม่ใช่สันโดษ มักน้อยพูดถึงสิ่งของที่ได้ แต่สันโดษเป็นเรื่องของจิตใจ <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>"สันโดษ"</strong> มาจากคำว่า "สนฺตุฏฺฐิ" มาจากคำว่า “สนฺโตส” คือ ยินดีในตน หมายความว่า <strong>ยินดีตามมี ยินดีตามได้ </strong>และ<strong>ยินดีตามควร</strong> ส่วนมักน้อย มาจากคำว่า "อปปิจฺ" เป็นคนละส่วนกัน มักน้อยไม่ใช่สันโดษ มักน้อยพูดถึงสิ่งของที่ได้ แต่สันโดษเป็นเรื่องของจิตใจ <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 24  #ความอ่อนน้อมถ่อมตน [6551-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 24  #ความอ่อนน้อมถ่อมตน [6551-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Dec 2022 21:00:19 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63a1ae3048642f00106eff28/media.mp3" length="28342750" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63a1ae3048642f00106eff28</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63a1ae3048642f00106eff28</link>
			<acast:episodeId>63a1ae3048642f00106eff28</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYDLN4XE7GiKP57w98JtBK/cYyEuqQ53B4xsHdKfz//QcvfHi5+86ZG5EZlnOxyWylIxuDy8uIoWbsNhUIAgvZd]]></acast:settings>
			<itunes:subtitle>6551-3d</itunes:subtitle>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นการพิจารณาน้อมเข้ามาในตัวเองว่า เรามีความบกพร่องตรงไหน มีข้อไม่ดีตรงไหน เราจึงอ่อนน้อมถ่อมตน เพื่อที่จะสามารถข่มทิฎฐิมานะของตนเองให้ได้ ชาติตระกูล ทรัพย์สมบัติ รูปร่างหน้าตา ความรู้ความสามารถ ยศตำแหน่ง และบริวาร ถ้าเราเห็นความดี หรือหลงใน 6 อย่างนี้ จะทำให้เรามีความยกตนข่มท่าน ไม่อ่อนน้อมถ่อมตนได้ การอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่การลดศักดิ์ศรีของตนเอง แต่เป็นการลดทิฏฐิมานะ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นการพิจารณาน้อมเข้ามาในตัวเองว่า เรามีความบกพร่องตรงไหน มีข้อไม่ดีตรงไหน เราจึงอ่อนน้อมถ่อมตน เพื่อที่จะสามารถข่มทิฎฐิมานะของตนเองให้ได้ ชาติตระกูล ทรัพย์สมบัติ รูปร่างหน้าตา ความรู้ความสามารถ ยศตำแหน่ง และบริวาร ถ้าเราเห็นความดี หรือหลงใน 6 อย่างนี้ จะทำให้เรามีความยกตนข่มท่าน ไม่อ่อนน้อมถ่อมตนได้ การอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่การลดศักดิ์ศรีของตนเอง แต่เป็นการลดทิฏฐิมานะ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 23 #ความเคารพ [6550-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 23 #ความเคารพ [6550-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Dec 2022 21:00:37 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/639878e7ee2492001270ca4f/media.mp3" length="27632039" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">639878e7ee2492001270ca4f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/639878e7ee2492001270ca4f</link>
			<acast:episodeId>639878e7ee2492001270ca4f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhamlaDJJnTcUh9dcZaQlxlsLZNeCljvYMT8451Z+5JBt7fYRxUrGdkPboqM8FU7kxv7BWFU9exkN9/GL2My33A0]]></acast:settings>
			<itunes:subtitle>6550-3d</itunes:subtitle>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>"คารวะ 6"</strong> คือ การมองเห็นคุณค่า และความสำคัญ แล้วปฏิบัติต่อบุคคลนั้น หรือสิ่งนั้นโดยถูกต้อง มี 6 ประการ ได้แก่ ความเคารพในพระศาสดา ความเคารพในพระธรรม ความเคารพในหมู่สงฆ์&nbsp;ความเคารพในสิกขา ความเคารพในความไม่ประมาท และความเคารพในปฏิสันถาร&nbsp;ธรรม 6 อย่างนี้ <strong>ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแห่งภิกษุ </strong>ความไม่เสื่อม ก็คือ ไม่เคลื่อนไปสู่ทางเสื่อม ไปทางที่จะตรงข้ามกับนิพพาน ถ้าคุณเห็นคุณค่าในธรรมะทั้ง 6 ประการนี้ จะมีความเจริญก้าวหน้าในจิตใจ ผ่านพ้นภัยต่างๆ มีนิพพานเป็นที่สุดจบ ไม่เสื่อมจากพระสัทธรรมได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>"คารวะ 6"</strong> คือ การมองเห็นคุณค่า และความสำคัญ แล้วปฏิบัติต่อบุคคลนั้น หรือสิ่งนั้นโดยถูกต้อง มี 6 ประการ ได้แก่ ความเคารพในพระศาสดา ความเคารพในพระธรรม ความเคารพในหมู่สงฆ์&nbsp;ความเคารพในสิกขา ความเคารพในความไม่ประมาท และความเคารพในปฏิสันถาร&nbsp;ธรรม 6 อย่างนี้ <strong>ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแห่งภิกษุ </strong>ความไม่เสื่อม ก็คือ ไม่เคลื่อนไปสู่ทางเสื่อม ไปทางที่จะตรงข้ามกับนิพพาน ถ้าคุณเห็นคุณค่าในธรรมะทั้ง 6 ประการนี้ จะมีความเจริญก้าวหน้าในจิตใจ ผ่านพ้นภัยต่างๆ มีนิพพานเป็นที่สุดจบ ไม่เสื่อมจากพระสัทธรรมได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 21 #เว้นจากการดื่มน้ำเมา [6548-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 21 #เว้นจากการดื่มน้ำเมา [6548-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Dec 2022 13:18:10 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63987b8c4c86730012824dbd/media.mp3" length="27897610" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63987b8c4c86730012824dbd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63987b8c4c86730012824dbd</link>
			<acast:episodeId>63987b8c4c86730012824dbd</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYhn80Xv4vi+U7c8YU2EqSu/t9cxuyzf29xdhA36RHfE7gNkODcPZ484j5Fa9/DM8VTOzo2A31xYOB0yZyG0kpN]]></acast:settings>
			<itunes:subtitle>6548-3d</itunes:subtitle>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[อย่าไปแสวงหาทุกข์จากความสุข โดยการดื่มน้ำเมา ถึงแม้บางทีเราต้องเจอความทุกข์ เพื่อให้ได้สุขในภายภาคหน้า เช่น เราทำความเพียร ต้องรักษาศีล 8 ต้องอดข้าวเย็น บางทีมันก็หิว...อดทนเอา แต่ว่าสุขคืออะไร คุณมีศีล จิตคุณจะสงบได้ต่อไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[อย่าไปแสวงหาทุกข์จากความสุข โดยการดื่มน้ำเมา ถึงแม้บางทีเราต้องเจอความทุกข์ เพื่อให้ได้สุขในภายภาคหน้า เช่น เราทำความเพียร ต้องรักษาศีล 8 ต้องอดข้าวเย็น บางทีมันก็หิว...อดทนเอา แต่ว่าสุขคืออะไร คุณมีศีล จิตคุณจะสงบได้ต่อไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 20 #การงดเว้นจากบาป [6547-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 20 #การงดเว้นจากบาป [6547-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Dec 2022 13:17:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/63987b460e0ac100106fcfff/media.mp3" length="28851602" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63987b460e0ac100106fcfff</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63987b460e0ac100106fcfff</link>
			<acast:episodeId>63987b460e0ac100106fcfff</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhYBp1n6gUuU80vznRlNN5Z+WF2syB5dMQUASG0Eg0ry3kjyNKl3I/DzjQNco0wj9XecCin1qBXhi2acQRDuUY83]]></acast:settings>
			<itunes:subtitle>6547-3d</itunes:subtitle>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>หิริ</strong> ความละอาย รังเกียจต่อบาป และ<strong>โอตตัปปะ</strong> ความกลัวต่อบาป คือ หลักธรรมในการเว้นจากบาป และงดจากบาปที่เราจะลงมือกระทำได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>หิริ</strong> ความละอาย รังเกียจต่อบาป และ<strong>โอตตัปปะ</strong> ความกลัวต่อบาป คือ หลักธรรมในการเว้นจากบาป และงดจากบาปที่เราจะลงมือกระทำได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 22 #การไม่ประมาทในธรรมะ [6549-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 22 #การไม่ประมาทในธรรมะ [6549-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Dec 2022 21:00:21 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>48:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/638fa39a41e41a001066b664/media.mp3" length="23460444" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">638fa39a41e41a001066b664</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/638fa39a41e41a001066b664</link>
			<acast:episodeId>638fa39a41e41a001066b664</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsR9aGr0znQyHB+tyEngk6f8sIMb3d6ndYa7IAekrpdhZtC8AYuzKMqWR6nDeHCWotOwYr1XgzqxCKBozQhvTuhNqL889+KYzFSqXglhqSCbDoC2PjlUTDhEdCBcsOnJZ1]]></acast:settings>
			<itunes:subtitle>6549-3d</itunes:subtitle>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[เมื่อไม่ประมาทในเรื่องเวลา วัย ชีวิต ความไม่มีโรค งาน การศึกษา และการปฏิบัติธรรม เราก็สามารถที่จะเลิก ละ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต และละมิจฉาทิฏฐิได้ สิ่งที่เหลืออยู่นั้น ก็จะทำให้เกิดการปฏิบัติในกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต และสัมมาทิฏฐิ นั่นคือ การไม่ประมาทในธรรมะทั้งหลาย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เมื่อไม่ประมาทในเรื่องเวลา วัย ชีวิต ความไม่มีโรค งาน การศึกษา และการปฏิบัติธรรม เราก็สามารถที่จะเลิก ละ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต และละมิจฉาทิฏฐิได้ สิ่งที่เหลืออยู่นั้น ก็จะทำให้เกิดการปฏิบัติในกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต และสัมมาทิฏฐิ นั่นคือ การไม่ประมาทในธรรมะทั้งหลาย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 19 #การงานไม่มีโทษ [6546-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 19 #การงานไม่มีโทษ [6546-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Nov 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/598e56c6-63ef-490c-b5ac-cc9a7ea8e54a/media.mp3" length="28271339" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">598e56c6-63ef-490c-b5ac-cc9a7ea8e54a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562ddb</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMmglNlukVmzyU5SWPBMeUp]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[การงานไม่มีโทษ หมายถึง ไม่ถูกติเตียน เป็นสิ่งที่จะทำให้เรานั้นเป็นมงคลในชีวิต เพราะว่าการงานที่ถูกติเตียนได้ มันดีไม่เต็มที่ ได้ผลไม่เต็ม การงานบางอย่างทำไปทางกาย วาจา ใจ ไม่ว่างานราษฎร์ งานหลวง งานตนเอง หรืองานส่วนรวม ถ้าทำแล้วมันผิด ผิดในหลักศีล หลักกฎหมาย หลักธรรม และหลักประเพณี มันจะมีโทษแฝงอยู่ มันจะได้ผลไม่เต็มที่<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[การงานไม่มีโทษ หมายถึง ไม่ถูกติเตียน เป็นสิ่งที่จะทำให้เรานั้นเป็นมงคลในชีวิต เพราะว่าการงานที่ถูกติเตียนได้ มันดีไม่เต็มที่ ได้ผลไม่เต็ม การงานบางอย่างทำไปทางกาย วาจา ใจ ไม่ว่างานราษฎร์ งานหลวง งานตนเอง หรืองานส่วนรวม ถ้าทำแล้วมันผิด ผิดในหลักศีล หลักกฎหมาย หลักธรรม และหลักประเพณี มันจะมีโทษแฝงอยู่ มันจะได้ผลไม่เต็มที่<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 18 #การสงเคราะห์ญาติ [6545-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 18 #การสงเคราะห์ญาติ [6545-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Nov 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:05:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/2f1ee9ac-297d-41c8-bee0-6f1207dad728/media.mp3" length="31321040" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2f1ee9ac-297d-41c8-bee0-6f1207dad728</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562ddc</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPPyGzBRWbksbavkFUnwMzO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>45</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[“ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง” ให้มองทุกคนเหมือนเป็นญาติของเรา “มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่มีความรักใคร่กัน” เพราะทุกคนเป็นญาติกันแน่ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ทางโลกก็ทางธรรม ไม่สายโลหิตก็ตามความคุ้นเคย ดังนั้น ‘สังคหวัตถุ 4’ คือ สิ่งที่สามารถสงเคราะห์กัน ช่วยเหลือดูแลกัน จะมีอยู่ 4 ประการ คือ (1) สมานัตตตา การวางตัวให้เหมาะสม (2) ทาน การให้การแบ่งปัน (3) ปิยวาจา การไม่กล่าวคำให้แตกแยก การรักษาวาจา กล่าวคำที่จะให้เขาสบายใจ และ (4) อัตถจริยา การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือกันในความเป็นญาติ รวมทั้งช่วยบริหารจัดการครอบครัวญาติมิตรให้มั่งคั่ง เจริญพรั่งพร้อมกันขึ้นมา ซึ่งเมื่อเราทำกับเพื่อนกับญาติอย่างนี้ ความเป็นมงคลจะเกิดขึ้นแน่นอน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[“ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง” ให้มองทุกคนเหมือนเป็นญาติของเรา “มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่มีความรักใคร่กัน” เพราะทุกคนเป็นญาติกันแน่ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ทางโลกก็ทางธรรม ไม่สายโลหิตก็ตามความคุ้นเคย ดังนั้น ‘สังคหวัตถุ 4’ คือ สิ่งที่สามารถสงเคราะห์กัน ช่วยเหลือดูแลกัน จะมีอยู่ 4 ประการ คือ (1) สมานัตตตา การวางตัวให้เหมาะสม (2) ทาน การให้การแบ่งปัน (3) ปิยวาจา การไม่กล่าวคำให้แตกแยก การรักษาวาจา กล่าวคำที่จะให้เขาสบายใจ และ (4) อัตถจริยา การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือกันในความเป็นญาติ รวมทั้งช่วยบริหารจัดการครอบครัวญาติมิตรให้มั่งคั่ง เจริญพรั่งพร้อมกันขึ้นมา ซึ่งเมื่อเราทำกับเพื่อนกับญาติอย่างนี้ ความเป็นมงคลจะเกิดขึ้นแน่นอน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 17 #ธรรมจริยา [6544-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 17 #ธรรมจริยา [6544-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Nov 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/4a5e30e3-80a4-431b-a0d8-aed7e997312c/media.mp3" length="29625783" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4a5e30e3-80a4-431b-a0d8-aed7e997312c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562ddd</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMG+kqJbQTtMJSldH9aR6Ec]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ธรรมจริยา” เป็นมงคลชีวิตที่เป็นส่วนของสังคมภายนอก ที่ว่าเราจะประพฤติธรรมอย่างไร โดยจำแนกด้วยหมวดธรรมะต่างๆ ประการแรก ธรรมะคืออะไร ประการที่สอง ธรรมะคือกุศลกรรมบท 10 อย่าง คือ การประพฤติธรรมในเรื่องของช่องทางที่กระทำทางกาย วาจา ใจ ประการที่สาม คือ การประพฤติธรรมให้มีหลักความเที่ยงธรรม ความยุติธรรม ต้องไม่ลำเอียงเพราะ “รัก โกรธ หลง กลัว” ประการที่สี่ เรื่องว่าจะเอาอะไรเป็นใหญ่ ธรรมะเป็นใหญ่ “ธัมมาธิปไตย” หรือ “โลกาธิปไตย” หรือตนเองเป็นใหญ่ “อัตตาธิปไตย” คือ การพึ่งตนพึ่งธรรม และประการสุดท้าย คือ จำแนกตามสังฆคุณ 9 ประการ</p><p>เมื่อมีธรรมจริยาแล้ว จะทำให้เป็นมงคลได้ มีความก้าวหน้ามีการพัฒนามีความเจริญ เพราะมีการลงมือปฏิบัติ เกิดการเดินไปตามทางให้ถึงจุดหมาย นั่นจึงเป็นมงคลในชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ธรรมจริยา” เป็นมงคลชีวิตที่เป็นส่วนของสังคมภายนอก ที่ว่าเราจะประพฤติธรรมอย่างไร โดยจำแนกด้วยหมวดธรรมะต่างๆ ประการแรก ธรรมะคืออะไร ประการที่สอง ธรรมะคือกุศลกรรมบท 10 อย่าง คือ การประพฤติธรรมในเรื่องของช่องทางที่กระทำทางกาย วาจา ใจ ประการที่สาม คือ การประพฤติธรรมให้มีหลักความเที่ยงธรรม ความยุติธรรม ต้องไม่ลำเอียงเพราะ “รัก โกรธ หลง กลัว” ประการที่สี่ เรื่องว่าจะเอาอะไรเป็นใหญ่ ธรรมะเป็นใหญ่ “ธัมมาธิปไตย” หรือ “โลกาธิปไตย” หรือตนเองเป็นใหญ่ “อัตตาธิปไตย” คือ การพึ่งตนพึ่งธรรม และประการสุดท้าย คือ จำแนกตามสังฆคุณ 9 ประการ</p><p>เมื่อมีธรรมจริยาแล้ว จะทำให้เป็นมงคลได้ มีความก้าวหน้ามีการพัฒนามีความเจริญ เพราะมีการลงมือปฏิบัติ เกิดการเดินไปตามทางให้ถึงจุดหมาย นั่นจึงเป็นมงคลในชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 16 #การให้ทาน [6543-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 16 #การให้ทาน [6543-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Oct 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/cf723bca-90ef-46a8-8655-6df019e4aea5/media.mp3" length="27930511" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">cf723bca-90ef-46a8-8655-6df019e4aea5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dde</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMmNdlamqg2ENCJQu2GYGU5]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>43</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘ทาน’ มาจากคำว่า “ทานญฺจ หรือ ทานัญจะ” ซึ่งมีทั้งการให้เพื่ออนุเคราะห์หรือสงเคราะห์ และการให้เพื่อบูชาคือทำบุญ “สิ่งที่จะทำจิตของเราไม่ก้าวหน้า แต่เศร้าหมอง หนึ่งในหลายๆ อย่างนั้น คือ ความตระหนี่”</p><p>“ทานที่ให้แล้วมีผล ยัญที่บูชาแล้ว ก็มีผล” ดังนั้น ‘ทาน’ จะมีผลอย่างไร ขึ้นอยู่ที่ของที่ให้ อยู่ที่เจตนาและศรัทธาของผู้ให้ และผู้รับ เปรียบผู้ให้ไว้กับเมล็ดพันธุ์ และผู้รับกับแปลงนา ดั่งคำว่า เนื้อนาบุญ</p><p>และเพราะการกำจัด การให้ การละออกไป เป็นความสามารถของจิตแบบเดียวกันกับการที่เราจะกำจัดกิเลสได้ แบบเดียวกันเพื่อที่จะให้เกิดสมาธิด้วย เกิดปัญญาด้วย ดังนั้น การให้ทานจึงเป็นพื้นฐานของศีล ของสมาธิ และของปัญญาด้วย ไล่เรียงกัน “ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา” มีผลเกี่ยวเนื่องกันเป็นตัวสนับสนุนในมงคลข้อต่อๆ ไป จนถึงนิพพานได้เลย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘ทาน’ มาจากคำว่า “ทานญฺจ หรือ ทานัญจะ” ซึ่งมีทั้งการให้เพื่ออนุเคราะห์หรือสงเคราะห์ และการให้เพื่อบูชาคือทำบุญ “สิ่งที่จะทำจิตของเราไม่ก้าวหน้า แต่เศร้าหมอง หนึ่งในหลายๆ อย่างนั้น คือ ความตระหนี่”</p><p>“ทานที่ให้แล้วมีผล ยัญที่บูชาแล้ว ก็มีผล” ดังนั้น ‘ทาน’ จะมีผลอย่างไร ขึ้นอยู่ที่ของที่ให้ อยู่ที่เจตนาและศรัทธาของผู้ให้ และผู้รับ เปรียบผู้ให้ไว้กับเมล็ดพันธุ์ และผู้รับกับแปลงนา ดั่งคำว่า เนื้อนาบุญ</p><p>และเพราะการกำจัด การให้ การละออกไป เป็นความสามารถของจิตแบบเดียวกันกับการที่เราจะกำจัดกิเลสได้ แบบเดียวกันเพื่อที่จะให้เกิดสมาธิด้วย เกิดปัญญาด้วย ดังนั้น การให้ทานจึงเป็นพื้นฐานของศีล ของสมาธิ และของปัญญาด้วย ไล่เรียงกัน “ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา” มีผลเกี่ยวเนื่องกันเป็นตัวสนับสนุนในมงคลข้อต่อๆ ไป จนถึงนิพพานได้เลย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 15  #ทำงานไม่คั่งค้าง [6542-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 15  #ทำงานไม่คั่งค้าง [6542-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Oct 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/78ae3757-b0c7-42a1-bf80-bf260a367810/media.mp3" length="29045384" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">78ae3757-b0c7-42a1-bf80-bf260a367810</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562ddf</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPl5OhqXMjxqXkzA2w2AiW/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>42</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘งาน’ คือ อะไรก็ได้ที่เป็นระบบ เป็นขั้นตอน มีวิธีการปฏิบัติ และจะเกิดความเป็นมงคลได้นั้น คุณธรรมในการทำงานให้สำเร็จ คือ อิทธิบาท 4</p><p>การเจริญอิทธิบาท 4 ต้องเข้าใจให้ถูก ต้องมีองค์ประกอบอีก 2 อย่าง คือ “ธรรมเครื่องปรุงแต่ง” หรือเป้าหมาย และประกอบด้วย “สมาธิ” ที่จะมาเชื่อมกับกิจแต่ละอย่างๆ คือ</p><p>“ฉันทะ” ความพอใจความเต็มใจ ที่ทำให้เริ่มลงมือทำ</p><p>“วิริยะ” ความเพียร ความกล้า ความกระตือรือร้น ความมีระเบียบวินัย ทำให้งานสำเร็จได้</p><p>“จิตตะ” ความใส่ใจ ถูกต้อง ตรวจสอบ ทำให้งานมีความต่อเนื่อง</p><p>“วิมังสา” การพินิจพิเคราะห์ แยกแยะพิจารณา เปลี่ยนแปลงให้งานนั้นๆ ดีขึ้น</p><p>ด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ ตั้งไว้แล้ว จะทำให้การทำการงานนั้น ไม่ย่อหย่อน ไม่เกียจคร้าน ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่สยบในภายใน แต่สำเร็จ “การงานไม่อากูล” ลุล่วงไปได้นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘งาน’ คือ อะไรก็ได้ที่เป็นระบบ เป็นขั้นตอน มีวิธีการปฏิบัติ และจะเกิดความเป็นมงคลได้นั้น คุณธรรมในการทำงานให้สำเร็จ คือ อิทธิบาท 4</p><p>การเจริญอิทธิบาท 4 ต้องเข้าใจให้ถูก ต้องมีองค์ประกอบอีก 2 อย่าง คือ “ธรรมเครื่องปรุงแต่ง” หรือเป้าหมาย และประกอบด้วย “สมาธิ” ที่จะมาเชื่อมกับกิจแต่ละอย่างๆ คือ</p><p>“ฉันทะ” ความพอใจความเต็มใจ ที่ทำให้เริ่มลงมือทำ</p><p>“วิริยะ” ความเพียร ความกล้า ความกระตือรือร้น ความมีระเบียบวินัย ทำให้งานสำเร็จได้</p><p>“จิตตะ” ความใส่ใจ ถูกต้อง ตรวจสอบ ทำให้งานมีความต่อเนื่อง</p><p>“วิมังสา” การพินิจพิเคราะห์ แยกแยะพิจารณา เปลี่ยนแปลงให้งานนั้นๆ ดีขึ้น</p><p>ด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ ตั้งไว้แล้ว จะทำให้การทำการงานนั้น ไม่ย่อหย่อน ไม่เกียจคร้าน ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่สยบในภายใน แต่สำเร็จ “การงานไม่อากูล” ลุล่วงไปได้นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 14 #สงเคราะห์ภรรยา [6541-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 14 #สงเคราะห์ภรรยา [6541-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Oct 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ba34033b-2293-484b-9ba5-40f57c545eca/media.mp3" length="29096273" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ba34033b-2293-484b-9ba5-40f57c545eca</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de0</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPaqKkcrSGOACxgd3oKAyIh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>41</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ทารสงฺคห” คือ สงเคราะห์ภรรยา ซึ่งธรรมะลักษณะนี้เป็นธรรมที่มาคู่กัน อาศัยกันจึงเกิดขึ้น ‘ภรรยา’ คือ ผู้ควรถูกเลี้ยง ‘สามี’ คือ ผู้มีธรรมเป็นใหญ่ ผู้ที่อุปการะเลี้ยงดู</p><p>ในที่นี้ได้จำแนกลักษณะของคู่ครองไว้ไล่มาตั้งแต่คู่ครองที่ดีได้กุศล 4 ประเภท คือ เปรียบด้วยมารดา น้องสาว สหายและทาสี และอีก 3 ประเภทที่ไม่ได้สงเคราะห์กัน คือ เปรียบด้วยเพชฌฆาต โจร และนาย</p><p>ดังนั้นถ้าจะอยู่ร่วมกันแล้วเป็น ‘มงคล’ คือ โชคดี ทั้งสองฝ่ายต้องมีคุณธรรมต่างๆ สงเคราะห์กัน ทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะ ‘สังคหะ’ คือ “ผูก-ยึด” คน 2 คนไว้กันได้ อันนี้จะเป็นมงคลในเรือน ที่ดีย่ิงกว่าวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังใดๆ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ทารสงฺคห” คือ สงเคราะห์ภรรยา ซึ่งธรรมะลักษณะนี้เป็นธรรมที่มาคู่กัน อาศัยกันจึงเกิดขึ้น ‘ภรรยา’ คือ ผู้ควรถูกเลี้ยง ‘สามี’ คือ ผู้มีธรรมเป็นใหญ่ ผู้ที่อุปการะเลี้ยงดู</p><p>ในที่นี้ได้จำแนกลักษณะของคู่ครองไว้ไล่มาตั้งแต่คู่ครองที่ดีได้กุศล 4 ประเภท คือ เปรียบด้วยมารดา น้องสาว สหายและทาสี และอีก 3 ประเภทที่ไม่ได้สงเคราะห์กัน คือ เปรียบด้วยเพชฌฆาต โจร และนาย</p><p>ดังนั้นถ้าจะอยู่ร่วมกันแล้วเป็น ‘มงคล’ คือ โชคดี ทั้งสองฝ่ายต้องมีคุณธรรมต่างๆ สงเคราะห์กัน ทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะ ‘สังคหะ’ คือ “ผูก-ยึด” คน 2 คนไว้กันได้ อันนี้จะเป็นมงคลในเรือน ที่ดีย่ิงกว่าวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังใดๆ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 13 #สงเคราะห์เลี้ยงดูบุตร [6540-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 13 #สงเคราะห์เลี้ยงดูบุตร [6540-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Oct 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d3e2ffd7-539a-4402-97c6-e5dfd2a950f8/media.mp3" length="29963217" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d3e2ffd7-539a-4402-97c6-e5dfd2a950f8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de1</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IP3Ahe5CzTDyP6oy29/rzEn]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>40</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ปุตฺตสงฺหค” คือ สงเคราะห์บุตร ‘สงเคราะห์’ มาจากภาษาบาลีคำว่า ‘สงฺคห’ หมายถึง การดูแล ส่วน ‘บุตร’ มาจากภาษาบาลีคำว่า ‘ปุตฺต’ หมายถึง บุตรและธิดา ผู้ทำสกุลให้บริสุทธิ์ หรือผู้ยังดวงใจของพ่อแม่ให้เต็มอิ่มขึ้นมา    </p><p>ลูกแบ่งตามสภาวธรรม คือ การให้กำเนิดได้ 3 แบบ คือ ลูกที่ให้กำเนิด ลูกที่นำมาเลี้ยงดู และลูกศิษย์ และแบ่งได้ตามภูมิ คือ อภิชาตบุตร อนุชาตบุตร และอวชาตบุตร ซึ่งการสงเคราะห์บุตรเจาะจงมาในเรื่องการเลี้ยงดูอย่างไรให้ดี</p><p>พ่อแม่ทำความดีแล้ว ก็ต้องเลี้ยงลูกให้ดี ด้วยองค์ประกอบ 2 ส่วน อาหารกาย และอาหารใจ  ที่สำคัญคือ คุณธรรมของพ่อแม่ “ความดีความชั่วต้องรู้จักให้รู้จักป้องกัน” การเลี้ยงดู “อย่าตามใจเกินไปอย่าบังคับเกินไป” “อย่าใช้อารมณ์ อย่าใช้กิเลส แต่ใช้ความดี กันจากความชั่ว ใช้ความดีปลูกฝังความดี” สงเคราะห์ให้เขาตั้งอยู่ในธรรมได้นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ปุตฺตสงฺหค” คือ สงเคราะห์บุตร ‘สงเคราะห์’ มาจากภาษาบาลีคำว่า ‘สงฺคห’ หมายถึง การดูแล ส่วน ‘บุตร’ มาจากภาษาบาลีคำว่า ‘ปุตฺต’ หมายถึง บุตรและธิดา ผู้ทำสกุลให้บริสุทธิ์ หรือผู้ยังดวงใจของพ่อแม่ให้เต็มอิ่มขึ้นมา    </p><p>ลูกแบ่งตามสภาวธรรม คือ การให้กำเนิดได้ 3 แบบ คือ ลูกที่ให้กำเนิด ลูกที่นำมาเลี้ยงดู และลูกศิษย์ และแบ่งได้ตามภูมิ คือ อภิชาตบุตร อนุชาตบุตร และอวชาตบุตร ซึ่งการสงเคราะห์บุตรเจาะจงมาในเรื่องการเลี้ยงดูอย่างไรให้ดี</p><p>พ่อแม่ทำความดีแล้ว ก็ต้องเลี้ยงลูกให้ดี ด้วยองค์ประกอบ 2 ส่วน อาหารกาย และอาหารใจ  ที่สำคัญคือ คุณธรรมของพ่อแม่ “ความดีความชั่วต้องรู้จักให้รู้จักป้องกัน” การเลี้ยงดู “อย่าตามใจเกินไปอย่าบังคับเกินไป” “อย่าใช้อารมณ์ อย่าใช้กิเลส แต่ใช้ความดี กันจากความชั่ว ใช้ความดีปลูกฝังความดี” สงเคราะห์ให้เขาตั้งอยู่ในธรรมได้นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 12# การบำรุงบิดามารดา [6539-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 12# การบำรุงบิดามารดา [6539-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Sep 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/853ea81e-164f-4472-92f4-f89657c8984a/media.mp3" length="28975411" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">853ea81e-164f-4472-92f4-f89657c8984a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INZAhIGL6NUi9eLqOIL8wkJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>39</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>“มาตาปิตุอุปัฏฐานัง”</strong> การบำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดา เป็นมงคลที่เป็นลักษณะของการแสดงออกถึงความดีของเรากับคนใกล้ตัวก่อน นั่นคือ มารดาบิดา ที่เรียกว่า <strong>“อุปัฎฐานัง” </strong>คือ การอุปัฏฐากอุปถัมภ์ บำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดา และกระทำตอบที่เหมาะสมกัน หลักๆ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กตัญญู (รู้คุณ) และกตเวที (การกระทำตอบความดีนั้น) หรือในหน้าที่ต่อทิศทั้ง 6 ซึ่งเวลาที่เราจะรู้คุณก็ต้องรู้ด้วยปัญญา ต้องเข้าใจให้ถึงในจิตใจของเราว่า คนๆ นี้เขามีคุณอย่างไร</p><p>คือถ้าเราเข้าใจแยกแยะระหว่างคำว่า พ่อกับบิดา แม่กับมารดาได้ว่า<strong>การบำรุงเลี้ยงดู</strong>เป็นลักษณะคุณธรรมที่สำคัญของความเป็นมารดาบิดา เข้าใจใน<strong>คุณธรรมของความเป็นมารดาบิดาในความเป็นพรหม</strong> คือ มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาในบุตรธิดา ชนิดที่ไม่มีประมาณ ไม่มีหมด และไม่มีเงื่อนไข เข้าใจ<strong>ในความเป็นความเป็นบูรพาจารย์</strong> คือ อาจารย์คนแรกที่แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย เข้าใจใน<strong>ความเป็นผู้บำรุงเลี้ยง</strong> คือ ให้เลือดหมายถึงน้ำนมให้ดื่มกิน ให้อาหารเลี้ยงดูจนเติบโตขึ้นมาได้ รักษาจากเหลือบยุงลมแดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย และ<strong>เพราะมีคุณธรรมมีคุณสมบัติของความเป็นมารดาบิดา ท่านจึงเป็นอาหุเนยยะบุคคล</strong></p><p>ส่วนความกตเวที คือ การกระทำตอบ <strong>กระทำตอบต่อมารดาบิดาชนิดที่เหมาะสมเสมอกัน ก็คือด้วยการประดิษฐานให้ท่านมีคุณธรรมที่สูงยิ่งขึ้นไป นั่นคือ ให้ท่านมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา</strong> จะเป็นคุณธรรมที่ทำให้ไปเป็นเทวดา เกิดในสุคติได้ ซึ่งในคุณธรรมทั้ง 4 ข้อนี้ มีความหมายที่ลึกซึ้งของการดำรงวงศ์สกุล วงศ์ในที่นี้เราหมายถึงอริยวงศ์ หมายถึงศากยวงศ์ คือ วงศ์ของผู้ที่หนักแน่น หนักแน่นในความดี วงศ์ของผู้ประเสริฐ มีคุณธรรมของผู้ประเสริฐเขาจะมีกัน เพราะฉะนั้นการกระทำตอบที่เหมาะสม คือ นอกจากการบำรุงเลี้ยงดูท่านแล้ว หยั่งให้ท่านตั้งอยู่ในความดี และในการที่จะให้ท่านอยู่ในความดีเราก็ต้องมีความดีด้วยเช่นกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>“มาตาปิตุอุปัฏฐานัง”</strong> การบำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดา เป็นมงคลที่เป็นลักษณะของการแสดงออกถึงความดีของเรากับคนใกล้ตัวก่อน นั่นคือ มารดาบิดา ที่เรียกว่า <strong>“อุปัฎฐานัง” </strong>คือ การอุปัฏฐากอุปถัมภ์ บำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดา และกระทำตอบที่เหมาะสมกัน หลักๆ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กตัญญู (รู้คุณ) และกตเวที (การกระทำตอบความดีนั้น) หรือในหน้าที่ต่อทิศทั้ง 6 ซึ่งเวลาที่เราจะรู้คุณก็ต้องรู้ด้วยปัญญา ต้องเข้าใจให้ถึงในจิตใจของเราว่า คนๆ นี้เขามีคุณอย่างไร</p><p>คือถ้าเราเข้าใจแยกแยะระหว่างคำว่า พ่อกับบิดา แม่กับมารดาได้ว่า<strong>การบำรุงเลี้ยงดู</strong>เป็นลักษณะคุณธรรมที่สำคัญของความเป็นมารดาบิดา เข้าใจใน<strong>คุณธรรมของความเป็นมารดาบิดาในความเป็นพรหม</strong> คือ มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาในบุตรธิดา ชนิดที่ไม่มีประมาณ ไม่มีหมด และไม่มีเงื่อนไข เข้าใจ<strong>ในความเป็นความเป็นบูรพาจารย์</strong> คือ อาจารย์คนแรกที่แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย เข้าใจใน<strong>ความเป็นผู้บำรุงเลี้ยง</strong> คือ ให้เลือดหมายถึงน้ำนมให้ดื่มกิน ให้อาหารเลี้ยงดูจนเติบโตขึ้นมาได้ รักษาจากเหลือบยุงลมแดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย และ<strong>เพราะมีคุณธรรมมีคุณสมบัติของความเป็นมารดาบิดา ท่านจึงเป็นอาหุเนยยะบุคคล</strong></p><p>ส่วนความกตเวที คือ การกระทำตอบ <strong>กระทำตอบต่อมารดาบิดาชนิดที่เหมาะสมเสมอกัน ก็คือด้วยการประดิษฐานให้ท่านมีคุณธรรมที่สูงยิ่งขึ้นไป นั่นคือ ให้ท่านมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา</strong> จะเป็นคุณธรรมที่ทำให้ไปเป็นเทวดา เกิดในสุคติได้ ซึ่งในคุณธรรมทั้ง 4 ข้อนี้ มีความหมายที่ลึกซึ้งของการดำรงวงศ์สกุล วงศ์ในที่นี้เราหมายถึงอริยวงศ์ หมายถึงศากยวงศ์ คือ วงศ์ของผู้ที่หนักแน่น หนักแน่นในความดี วงศ์ของผู้ประเสริฐ มีคุณธรรมของผู้ประเสริฐเขาจะมีกัน เพราะฉะนั้นการกระทำตอบที่เหมาะสม คือ นอกจากการบำรุงเลี้ยงดูท่านแล้ว หยั่งให้ท่านตั้งอยู่ในความดี และในการที่จะให้ท่านอยู่ในความดีเราก็ต้องมีความดีด้วยเช่นกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 11 # มีวาจาสุภาษิต [6538-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 11 # มีวาจาสุภาษิต [6538-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Sep 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1433d400-9d7d-4b34-a152-b6e59913c718/media.mp3" length="29330217" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1433d400-9d7d-4b34-a152-b6e59913c718</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de3</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPQJt41HuSk488rxvyfpBPR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>38</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘วาจา’ มีทั้งที่เป็นสุภาษิต และทุพภาษิต อย่างไรก็ตาม การฝึกให้มี ‘วาจาสุภาษิต’ วาจาที่ไม่มีโทษ จะก่อให้เกิดอานิสงส์ และมงคลแก่ชีวิตของเราได้</p><p>โดยในอังคุตตรนิกาย ‘วาจาสูตร’ นั้นมีองค์ 5 ประการ ได้แก่ พูดถูกกาล พูดคำจริง พูดคำอ่อนหวาน พูดคำประกอบด้วยประโยชน์ และพูดด้วยเมตตาจิต</p><p>‘พูดถูกกาล’ นั้น ต้องพิจารณาถึง เวลา สถานการณ์ และสถานที่ที่จะพูด</p><p>‘พูดคำจริง พูดคำอ่อนหวาน และพูดคำประกอบด้วยประโยชน์’ นั้น เป็นส่วนของคำพูด ซึ่งต้องพิจารณาใคร่ครวญ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากที่พูดไปแล้วด้วย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น</p><p>และ ‘พูดด้วยเมตตาจิต’ นั้น เป็นเจตนาให้ผู้ฟังได้ดี ได้ประโยชน์โดยไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน คือ มีเมตตาจิตเป็นพื้นฐาน ซึ่งยังรวมถึง เจตนาที่จะไม่พูดโกหก ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดยุยงให้แตกกัน และไม่พูดเพ้อเจ้อ อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘วาจา’ มีทั้งที่เป็นสุภาษิต และทุพภาษิต อย่างไรก็ตาม การฝึกให้มี ‘วาจาสุภาษิต’ วาจาที่ไม่มีโทษ จะก่อให้เกิดอานิสงส์ และมงคลแก่ชีวิตของเราได้</p><p>โดยในอังคุตตรนิกาย ‘วาจาสูตร’ นั้นมีองค์ 5 ประการ ได้แก่ พูดถูกกาล พูดคำจริง พูดคำอ่อนหวาน พูดคำประกอบด้วยประโยชน์ และพูดด้วยเมตตาจิต</p><p>‘พูดถูกกาล’ นั้น ต้องพิจารณาถึง เวลา สถานการณ์ และสถานที่ที่จะพูด</p><p>‘พูดคำจริง พูดคำอ่อนหวาน และพูดคำประกอบด้วยประโยชน์’ นั้น เป็นส่วนของคำพูด ซึ่งต้องพิจารณาใคร่ครวญ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากที่พูดไปแล้วด้วย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น</p><p>และ ‘พูดด้วยเมตตาจิต’ นั้น เป็นเจตนาให้ผู้ฟังได้ดี ได้ประโยชน์โดยไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน คือ มีเมตตาจิตเป็นพื้นฐาน ซึ่งยังรวมถึง เจตนาที่จะไม่พูดโกหก ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดยุยงให้แตกกัน และไม่พูดเพ้อเจ้อ อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 10 # มีวินัยดี [6537-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 10 # มีวินัยดี [6537-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Sep 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b311e71b-4471-494a-9214-ec064086b153/media.mp3" length="29127605" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b311e71b-4471-494a-9214-ec064086b153</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de4</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INStT4vGtzx/GW+COlIldyM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>37</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การมีวินัยดี ทางโลก ได้แก่ การปฏิบัติตาม กฎกติกา กฎหมาย เป็นต้น ส่วนทางธรรมนั้น ได้แก่ การตั้งอยู่ในศีลนั่นเอง</p><p>การมีวินัยดี คือ ตั้งอยู่ในศีล นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ตน และส่วนรวมให้เกิดความเลื่อมใส ความผาสุก ยังเป็นอริยทรัพย์ และช่วยให้พระสัทธรรมตั้งมั่นอยู่ได้นานอีกด้วย</p><p>‘วินัย คือ ศีล นำไปดี นำไปแจ้ง นำไปต่าง’ เพราะคนธรรมดา เป็นคนที่ดีได้ หากตั้งอยู่ในศีล พระปลอมหรือพระจริง ก็แจ้งชัดได้ด้วยศีล นักเลงหรือตำรวจ ก็แยกต่างกันได้ด้วยศีล นั่นเอง</p><p># มงคลคาถากลุ่ม 3 ฝึกให้เป็นคนมีประโยชน์ทางกาย คือ ข้อ 7 ศึกษาให้มาก เป็นพหูสูต ข้อ 8 แล้วฝึกฝนจนชำนาญเป็นศิลปอาชีพ และข้อ 9 ทำอาชีพของตนนี้ ให้อยู่ภายใต้วินัยที่ดี คือ ศีล นั่นจะทำให้ชีวิตเราเป็นมงคลได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การมีวินัยดี ทางโลก ได้แก่ การปฏิบัติตาม กฎกติกา กฎหมาย เป็นต้น ส่วนทางธรรมนั้น ได้แก่ การตั้งอยู่ในศีลนั่นเอง</p><p>การมีวินัยดี คือ ตั้งอยู่ในศีล นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ตน และส่วนรวมให้เกิดความเลื่อมใส ความผาสุก ยังเป็นอริยทรัพย์ และช่วยให้พระสัทธรรมตั้งมั่นอยู่ได้นานอีกด้วย</p><p>‘วินัย คือ ศีล นำไปดี นำไปแจ้ง นำไปต่าง’ เพราะคนธรรมดา เป็นคนที่ดีได้ หากตั้งอยู่ในศีล พระปลอมหรือพระจริง ก็แจ้งชัดได้ด้วยศีล นักเลงหรือตำรวจ ก็แยกต่างกันได้ด้วยศีล นั่นเอง</p><p># มงคลคาถากลุ่ม 3 ฝึกให้เป็นคนมีประโยชน์ทางกาย คือ ข้อ 7 ศึกษาให้มาก เป็นพหูสูต ข้อ 8 แล้วฝึกฝนจนชำนาญเป็นศิลปอาชีพ และข้อ 9 ทำอาชีพของตนนี้ ให้อยู่ภายใต้วินัยที่ดี คือ ศีล นั่นจะทำให้ชีวิตเราเป็นมงคลได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 9 # มีศิลปวิทยา [6536-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 9 # มีศิลปวิทยา [6536-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Sep 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:03:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b746dcd6-2f3b-43cb-9b6e-7f42e4d6a4b6/media.mp3" length="30245558" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b746dcd6-2f3b-43cb-9b6e-7f42e4d6a4b6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de5</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMI46Jg6DcYhU7FfQ+z8vqN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>36</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘สิปฺปญฺจ หรือ ศิลปะ’ หมายถึง การมีความชำนาญ หรือทักษะในงานของตน หรือ ‘หัตถโกศล’ คือ ฉลาดลงมือทำด้วยตนเอง</p><p>ความเป็นมงคลในชีวิต คือ การเล่าเรียนวิชาต่าง ๆ (พหูสูต)  แล้วนำไปประกอบเลี้ยงชีพ (ศิลปะ) ให้ประสบความสำเร็จในชีวิต(ผล) ที่ดีได้  ในทางธรรมก็เช่นกัน เราต้องมีทั้งปริยัติ (ศึกษา) ปฎิบัติภาวนา (ฝึกทักษะ) เพื่อให้เกิด ปฎิเวธ (ปัญญา)  ได้นั่นเองนอกจากนี้ ศิลปะยังต่างจากสัมมาอาชีวะในอริยมรรค 8 ที่หมายถึงการดำเนินชีวิตชอบด้วย</p><p>ทั้งนี้ เราต้องอาศัยศรัทธา ความเพียร ความมีอาพาธน้อย การไม่โอ้อวดไม่มีมายา  และปัญญา รวมทั้งบัณฑิต เพื่อชี้ให้เห็นช่องทาง เพื่อพัฒนาศิลปะของเราให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘สิปฺปญฺจ หรือ ศิลปะ’ หมายถึง การมีความชำนาญ หรือทักษะในงานของตน หรือ ‘หัตถโกศล’ คือ ฉลาดลงมือทำด้วยตนเอง</p><p>ความเป็นมงคลในชีวิต คือ การเล่าเรียนวิชาต่าง ๆ (พหูสูต)  แล้วนำไปประกอบเลี้ยงชีพ (ศิลปะ) ให้ประสบความสำเร็จในชีวิต(ผล) ที่ดีได้  ในทางธรรมก็เช่นกัน เราต้องมีทั้งปริยัติ (ศึกษา) ปฎิบัติภาวนา (ฝึกทักษะ) เพื่อให้เกิด ปฎิเวธ (ปัญญา)  ได้นั่นเองนอกจากนี้ ศิลปะยังต่างจากสัมมาอาชีวะในอริยมรรค 8 ที่หมายถึงการดำเนินชีวิตชอบด้วย</p><p>ทั้งนี้ เราต้องอาศัยศรัทธา ความเพียร ความมีอาพาธน้อย การไม่โอ้อวดไม่มีมายา  และปัญญา รวมทั้งบัณฑิต เพื่อชี้ให้เห็นช่องทาง เพื่อพัฒนาศิลปะของเราให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 8 # พหูสูต [6535-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 8 # พหูสูต [6535-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d40c1516-5609-4b19-b2e6-151a4611a6b6/media.mp3" length="29707919" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d40c1516-5609-4b19-b2e6-151a4611a6b6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPS2jE3ttEcuWVygG4lvmQv]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>35</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘พาหุสัจจะ’ หรือ ‘พหูสูต' ได้แก่ ผู้ที่ได้สดับฟังมาก ซึ่งผู้ที่อาศัยการฟังบ่อยๆ แล้วนำข้อมูลนั้น มาพิจารณาใคร่ครวญโดยแยบคาย จะสามารถก่อให้เกิดปัญญาได้ ดังนั้น ‘พหูสูต' จึงมีปรากฎอยู่ในธรรมหลายหมวดมาก</p><p>การเรียนรู้ที่ดี ต้องเรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม คือ นอกจากเพื่อการหาเลี้ยงทางกายแล้ว จิตใจก็ควรตั้งอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา ด้วย</p><p>ทั้งนี้ ท่านพระอานนท์ ผู้เป็นเลิศในด้านพหูสูต ได้กล่าวถึง คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพหูสูตคือ ต้องเป็นผู้ฉลาดในอรรถ ในธรรม ในพยัญชนะ ในนิรุตติ และฉลาดในเบื้องต้นและเบื้องปลาย นั่นเอง</p><p>#มงคลคาถากลุ่มที่ 3 ข้อ 7 พาหุสัจจะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘พาหุสัจจะ’ หรือ ‘พหูสูต' ได้แก่ ผู้ที่ได้สดับฟังมาก ซึ่งผู้ที่อาศัยการฟังบ่อยๆ แล้วนำข้อมูลนั้น มาพิจารณาใคร่ครวญโดยแยบคาย จะสามารถก่อให้เกิดปัญญาได้ ดังนั้น ‘พหูสูต' จึงมีปรากฎอยู่ในธรรมหลายหมวดมาก</p><p>การเรียนรู้ที่ดี ต้องเรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม คือ นอกจากเพื่อการหาเลี้ยงทางกายแล้ว จิตใจก็ควรตั้งอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา ด้วย</p><p>ทั้งนี้ ท่านพระอานนท์ ผู้เป็นเลิศในด้านพหูสูต ได้กล่าวถึง คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพหูสูตคือ ต้องเป็นผู้ฉลาดในอรรถ ในธรรม ในพยัญชนะ ในนิรุตติ และฉลาดในเบื้องต้นและเบื้องปลาย นั่นเอง</p><p>#มงคลคาถากลุ่มที่ 3 ข้อ 7 พาหุสัจจะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 7 # ตั้งตนไว้ชอบ [6534-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 7 # ตั้งตนไว้ชอบ [6534-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:42</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/18c4b94e-d6d2-452e-84dc-16c66d35a307/media.mp3" length="30002636" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">18c4b94e-d6d2-452e-84dc-16c66d35a307</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de7</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INZpcs1yD53KDz1Yv5BG7E8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>34</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘อตฺตสมฺมาปณิธิ จ’ หมายถึง ตั้งตนไว้ชอบ ในที่นี้คือ การตั้งจิต เพื่อรักษากาย และจิตใจ ให้อยู่ในทางที่เป็นกุศลธรรมในปัจจุบัน ซึ่งท่านพระพุทธเจ้าได้ทรงชี้ทางที่ปลอดภัยไว้ให้แล้ว คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง</p><p>การ ‘ตั้งจิตไว้ถูก’ ไม่ว่าจะเจอผัสสะที่น่าพอใจหรือไม่ นั่นจึงเป็นมงคล ท่านยังทรงตรัสให้เรานึกถึงศีล นึกถึงโสตาปัตติยังคะ 4 ให้มีปีติ สุข อันเกิดจากศรัทธาที่หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ซึ่งจะช่วยให้ชนะอุปสรรคได้ เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ที่ ‘ตั้งตนไว้ชอบแล้ว’ จะยังผลให้เกิดแก่ตนเองทั้ง ชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูงสุด ได้แน่นอน</p><p>อนึ่ง การมีวาสนามาก่อนนั้น ทำให้เราได้เกิดเป็นมนุษย์ การอยู่ในปฏิรูปเทศ คือ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีธรรมให้ฟัง และการตั้งตนชอบ เช่น การฟังธรรม แทนฟังเพลง นี่คือ เรามีมงคลข้อ 4-6 แล้วนั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘อตฺตสมฺมาปณิธิ จ’ หมายถึง ตั้งตนไว้ชอบ ในที่นี้คือ การตั้งจิต เพื่อรักษากาย และจิตใจ ให้อยู่ในทางที่เป็นกุศลธรรมในปัจจุบัน ซึ่งท่านพระพุทธเจ้าได้ทรงชี้ทางที่ปลอดภัยไว้ให้แล้ว คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง</p><p>การ ‘ตั้งจิตไว้ถูก’ ไม่ว่าจะเจอผัสสะที่น่าพอใจหรือไม่ นั่นจึงเป็นมงคล ท่านยังทรงตรัสให้เรานึกถึงศีล นึกถึงโสตาปัตติยังคะ 4 ให้มีปีติ สุข อันเกิดจากศรัทธาที่หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ซึ่งจะช่วยให้ชนะอุปสรรคได้ เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ที่ ‘ตั้งตนไว้ชอบแล้ว’ จะยังผลให้เกิดแก่ตนเองทั้ง ชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูงสุด ได้แน่นอน</p><p>อนึ่ง การมีวาสนามาก่อนนั้น ทำให้เราได้เกิดเป็นมนุษย์ การอยู่ในปฏิรูปเทศ คือ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีธรรมให้ฟัง และการตั้งตนชอบ เช่น การฟังธรรม แทนฟังเพลง นี่คือ เรามีมงคลข้อ 4-6 แล้วนั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 6 # มีบุญวาสนา [6533-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 6 # มีบุญวาสนา [6533-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/5d7dd75b-99ea-4951-a0ca-b2e8d01e1c18/media.mp3" length="28430009" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5d7dd75b-99ea-4951-a0ca-b2e8d01e1c18</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOA5nnToEtwG6mAVbOhfROR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>33</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ท่านพระพุทธเจ้าทรงตรัสสอน “ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา” ทำความดีไว้ก่อน  เพราะ ‘บุญ’ เป็นชื่อของความสุข</p><p>บาปที่สะสมไว้ เรียกว่า ‘อาสวะ’ ตรงข้ามกับ บุญที่สะสมไว้ๆ เรียกว่า ‘วาสนา’  ผู้ไม่ประมาทจึงต้องสะสมบุญความดีไว้ให้มาก จนเป็นวาสนา เพื่อผลในปัจจุบัน และต่อๆ ไป เหมือนดอกเบี้ยทบต้น</p><p>ทั้งนี้ ‘การทำดี’ (บุญกิริยาวัตถุ 10) ทำได้หลายทาง โดยกล่าวไว้ 2 นัยยะ นัยยะแรก คือ ทางกาย 3 วาจา 4 และใจ 3  และอีกนัยยะ คือ ทาน ศีล ภาวนา ความอ่อนน้อม การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยแรง และปัญญา การแผ่อุทิศส่วนบุญ การอนุโมทนาบุญ การฟังธรรม การสอนธรรม และการทำความเห็นให้ตรง  นอกจากนี้ ในกัมมวิภังคสูตร ยังอธิบายถึงลักษณะของ อายุ หน้าตา ยศ ฐานะ เป็นต้น ที่เป็นผลของการสะสมบุญวาสนามานั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ท่านพระพุทธเจ้าทรงตรัสสอน “ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา” ทำความดีไว้ก่อน  เพราะ ‘บุญ’ เป็นชื่อของความสุข</p><p>บาปที่สะสมไว้ เรียกว่า ‘อาสวะ’ ตรงข้ามกับ บุญที่สะสมไว้ๆ เรียกว่า ‘วาสนา’  ผู้ไม่ประมาทจึงต้องสะสมบุญความดีไว้ให้มาก จนเป็นวาสนา เพื่อผลในปัจจุบัน และต่อๆ ไป เหมือนดอกเบี้ยทบต้น</p><p>ทั้งนี้ ‘การทำดี’ (บุญกิริยาวัตถุ 10) ทำได้หลายทาง โดยกล่าวไว้ 2 นัยยะ นัยยะแรก คือ ทางกาย 3 วาจา 4 และใจ 3  และอีกนัยยะ คือ ทาน ศีล ภาวนา ความอ่อนน้อม การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยแรง และปัญญา การแผ่อุทิศส่วนบุญ การอนุโมทนาบุญ การฟังธรรม การสอนธรรม และการทำความเห็นให้ตรง  นอกจากนี้ ในกัมมวิภังคสูตร ยังอธิบายถึงลักษณะของ อายุ หน้าตา ยศ ฐานะ เป็นต้น ที่เป็นผลของการสะสมบุญวาสนามานั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 5 # อยู่ถิ่นที่เหมาะสม [6532-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 5 # อยู่ถิ่นที่เหมาะสม [6532-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/91e779c6-7de1-49d1-b196-d54227dc8f5f/media.mp3" length="29037848" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">91e779c6-7de1-49d1-b196-d54227dc8f5f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562de9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INw8kNPbqKzJ9TqITkJ/OPY]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘อยู่ในปฎิรูปเทส’ หมายถึง อยู่ในถิ่นที่มีสิ่งแวดล้อมดี เหมาะสม</p><p>โดยเราสามารถเลือกถิ่นที่อยู่ที่เหมาะสม หรือทำถิ่นที่อยู่นั้นให้เหมาะสมขึ้นมา ให้ร่างกาย และจิตใจของเราเกิดความสบาย จุดประสงค์เพื่อให้สามารถตั้งอยู่ในธรรม และบรรลุธรรมได้นั่นเอง</p><p>ในที่นี้ ท่านจึงให้พิจารณาเรื่อง ‘สัปปายะ 4’ ได้แก่ ที่อยู่ อาหาร บุคคล และธรรมะ รวมทั้ง ‘สัปปายะ 7’ ซึ่งเพิ่มในส่วน ที่โคจร การพูดคุย ดินฟ้าอากาศ และอิริยาบถ รวมถึงเรื่อง ‘อนุตริยะ 6’ ได้แก่  การเห็น การฟัง การได้มีศรัทธา การศึกษา การบำรุง และการตามระลึกในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ด้วย นั่นจึงจะเป็นถิ่นที่อยู่ที่เลิศทีเดียว</p><p>(มงคลฯ กลุ่มที่ 2 ข้อ 4-6  คือ อยู่ในปฏิรูปเทส ทำความดีให้พร้อมไว้ก่อน และตั้งตนไว้ชอบ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘อยู่ในปฎิรูปเทส’ หมายถึง อยู่ในถิ่นที่มีสิ่งแวดล้อมดี เหมาะสม</p><p>โดยเราสามารถเลือกถิ่นที่อยู่ที่เหมาะสม หรือทำถิ่นที่อยู่นั้นให้เหมาะสมขึ้นมา ให้ร่างกาย และจิตใจของเราเกิดความสบาย จุดประสงค์เพื่อให้สามารถตั้งอยู่ในธรรม และบรรลุธรรมได้นั่นเอง</p><p>ในที่นี้ ท่านจึงให้พิจารณาเรื่อง ‘สัปปายะ 4’ ได้แก่ ที่อยู่ อาหาร บุคคล และธรรมะ รวมทั้ง ‘สัปปายะ 7’ ซึ่งเพิ่มในส่วน ที่โคจร การพูดคุย ดินฟ้าอากาศ และอิริยาบถ รวมถึงเรื่อง ‘อนุตริยะ 6’ ได้แก่  การเห็น การฟัง การได้มีศรัทธา การศึกษา การบำรุง และการตามระลึกในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ด้วย นั่นจึงจะเป็นถิ่นที่อยู่ที่เลิศทีเดียว</p><p>(มงคลฯ กลุ่มที่ 2 ข้อ 4-6  คือ อยู่ในปฏิรูปเทส ทำความดีให้พร้อมไว้ก่อน และตั้งตนไว้ชอบ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 4 # สิ่งที่ควรบูชา [6531-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 4 # สิ่งที่ควรบูชา [6531-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/09ddd845-0814-47d1-b861-53cf06b7540b/media.mp3" length="29506130" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">09ddd845-0814-47d1-b861-53cf06b7540b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dea</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOm6h9m2YAPwNQlijt1XVRW]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>31</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘ปูชา จ ปูชนียานํ’ การบูชาสิ่งที่ควรบูชา ในทางพุทธศาสนา ได้แก่ การบูชาในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ</p><p>การบูชาจำแนกได้ 4 รูปแบบ เริ่มจาก การชื่นชอบในการคบหาบัณฑิตนั้น นับเป็นการบูชาอย่างหนึ่ง คือ ‘ปัคคัณหะ’ เมื่อชื่นชอบจึงมีการนำธูปเทียน ของหอม และสิ่งของไป ‘สักการะ’ เป็นอามิสบูชา และเมื่อมี ‘สัมมานะ’ คือ ศรัทธาตั้งมั่น จึงมีการ ‘ปฏิบัติบูชา’ ในที่สุด</p><p>‘การบูชา’ ไม่ใช่ ‘ความงมงาย’ การเตรียมเครื่องบูชานั้น เป็นเหมือนอุปกรณ์ เป็นเหมือนเครื่องนำ ทำให้จิตใจของเรามีความนิ่มนวล เกิดความดีงามขึ้นนั่นเอง  นอกจากนี้ ‘ความกตัญญู’ ก็ต่างจาก ‘การบูชา’ การกระทำตอบจึงควรยึดหลักศีลธรรมเป็นพื้นฐาน</p><p>ทั้งนี้ การบูชายังเกิดอานิสงส์ คือ เป็นการไล่เสนียด ป้องกันการหลงผิด อบรมจิตให้ดีขึ้น และผลในทางปาฎิหาริย์อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘ปูชา จ ปูชนียานํ’ การบูชาสิ่งที่ควรบูชา ในทางพุทธศาสนา ได้แก่ การบูชาในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ</p><p>การบูชาจำแนกได้ 4 รูปแบบ เริ่มจาก การชื่นชอบในการคบหาบัณฑิตนั้น นับเป็นการบูชาอย่างหนึ่ง คือ ‘ปัคคัณหะ’ เมื่อชื่นชอบจึงมีการนำธูปเทียน ของหอม และสิ่งของไป ‘สักการะ’ เป็นอามิสบูชา และเมื่อมี ‘สัมมานะ’ คือ ศรัทธาตั้งมั่น จึงมีการ ‘ปฏิบัติบูชา’ ในที่สุด</p><p>‘การบูชา’ ไม่ใช่ ‘ความงมงาย’ การเตรียมเครื่องบูชานั้น เป็นเหมือนอุปกรณ์ เป็นเหมือนเครื่องนำ ทำให้จิตใจของเรามีความนิ่มนวล เกิดความดีงามขึ้นนั่นเอง  นอกจากนี้ ‘ความกตัญญู’ ก็ต่างจาก ‘การบูชา’ การกระทำตอบจึงควรยึดหลักศีลธรรมเป็นพื้นฐาน</p><p>ทั้งนี้ การบูชายังเกิดอานิสงส์ คือ เป็นการไล่เสนียด ป้องกันการหลงผิด อบรมจิตให้ดีขึ้น และผลในทางปาฎิหาริย์อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 3 # คบบัณฑิต [6530-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 3 # คบบัณฑิต [6530-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Jul 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/77f5c387-54d4-4526-8fef-0fd66a32719b/media.mp3" length="29486016" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">77f5c387-54d4-4526-8fef-0fd66a32719b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562deb</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INEmY2jjT8iJjefBMI7qrtF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การ ‘คบบัณฑิต’ เป็นมงคลชีวิตข้อที่สอง โดย ‘บัณฑิต’ ใน พาลบัณฑิตสูตร มีลักษณะ 3 อย่าง คือ มักคิดความคิดที่ดี มักพูดคำพูดที่ดี มักทำการทำที่ดี หรือ กุศลกรรมบท 10  นั่นเอง</p><p>การ ‘คบบัณฑิต’ นั้น ก็คือ การรับแนวความคิด แนวการปฏิบัติ  รวมถึงการให้การสนับสนุน และทำไปในแนวทางเดียวกัน โดยผู้ที่สามารถแยกแยะ ‘รู้สิ่งที่ผิด–รู้สิ่งที่ถูก’ ได้นั้น ถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติของบัณฑิต สามารถฝึกพัฒนาตนให้ยิ่งขึ้นได้  ทั้งนี้ ผู้ที่ฝึกฝนตนให้ คิด พูด ทำดี ได้เป็นปกตินั้น จึงเป็นบัณฑิต ผู้รู้ประโยชน์ ทั้งในปัจจุบัน ในเวลาต่อมา และที่สุดอีกด้วย</p><p>อนึ่ง มงคลชีวิต 38 ประการ ได้แบ่งออกเป็น 10 คาถา (บทร้อยกรอง) ดังนี้ 1. ดูวงนอก ผู้อื่น (มงคลฯ ข้อที่ 1-3), 2. ดูวงใน สร้างความพร้อมในตน (ข้อ 4-6), 3. ฝึกตนให้มีประโยชน์  (ข้อ 7-10), 4. ทำประโยชน์ต่อครอบครัว  (ข้อ 11-14), 5. ทำประโยชน์ต่อสังคม (ข้อ 15-18), 6. ปรับสภาพจิตใจให้พร้อม (ข้อ 19-21), 7. แสวงหาธรรมเบื้องต้น  (ข้อ 22-26), 8. แสวงหาธรรมเบื้องสูง (ข้อ 27-30), 9. ฝึกทำกิเลสให้สิ้นไป  (ข้อ 31-32), 10. เรื่องของปัญญา (ข้อที่ 33-38)</p><p>ทั้งนี้ คาถากลุ่มแรกคือ ไม่คบคนพาล, คบบัณฑิต และบูชาคนที่ควรบูชา ซึ่งการบูชานั้นมี 4 รูปแบบ เริ่มจากปัคคัณหะ (การยกย่อง)  และอีก 3 แบบ จะกล่าวในตอนต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การ ‘คบบัณฑิต’ เป็นมงคลชีวิตข้อที่สอง โดย ‘บัณฑิต’ ใน พาลบัณฑิตสูตร มีลักษณะ 3 อย่าง คือ มักคิดความคิดที่ดี มักพูดคำพูดที่ดี มักทำการทำที่ดี หรือ กุศลกรรมบท 10  นั่นเอง</p><p>การ ‘คบบัณฑิต’ นั้น ก็คือ การรับแนวความคิด แนวการปฏิบัติ  รวมถึงการให้การสนับสนุน และทำไปในแนวทางเดียวกัน โดยผู้ที่สามารถแยกแยะ ‘รู้สิ่งที่ผิด–รู้สิ่งที่ถูก’ ได้นั้น ถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติของบัณฑิต สามารถฝึกพัฒนาตนให้ยิ่งขึ้นได้  ทั้งนี้ ผู้ที่ฝึกฝนตนให้ คิด พูด ทำดี ได้เป็นปกตินั้น จึงเป็นบัณฑิต ผู้รู้ประโยชน์ ทั้งในปัจจุบัน ในเวลาต่อมา และที่สุดอีกด้วย</p><p>อนึ่ง มงคลชีวิต 38 ประการ ได้แบ่งออกเป็น 10 คาถา (บทร้อยกรอง) ดังนี้ 1. ดูวงนอก ผู้อื่น (มงคลฯ ข้อที่ 1-3), 2. ดูวงใน สร้างความพร้อมในตน (ข้อ 4-6), 3. ฝึกตนให้มีประโยชน์  (ข้อ 7-10), 4. ทำประโยชน์ต่อครอบครัว  (ข้อ 11-14), 5. ทำประโยชน์ต่อสังคม (ข้อ 15-18), 6. ปรับสภาพจิตใจให้พร้อม (ข้อ 19-21), 7. แสวงหาธรรมเบื้องต้น  (ข้อ 22-26), 8. แสวงหาธรรมเบื้องสูง (ข้อ 27-30), 9. ฝึกทำกิเลสให้สิ้นไป  (ข้อ 31-32), 10. เรื่องของปัญญา (ข้อที่ 33-38)</p><p>ทั้งนี้ คาถากลุ่มแรกคือ ไม่คบคนพาล, คบบัณฑิต และบูชาคนที่ควรบูชา ซึ่งการบูชานั้นมี 4 รูปแบบ เริ่มจากปัคคัณหะ (การยกย่อง)  และอีก 3 แบบ จะกล่าวในตอนต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 2 # ไม่คบคนพาล [6529-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 2 # ไม่คบคนพาล [6529-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 Jul 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/505e91c7-2e72-478c-b3ed-fd16bd188414/media.mp3" length="28487894" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">505e91c7-2e72-478c-b3ed-fd16bd188414</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dec</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IO7iz6USbyhJAP8S1GJP+F6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>29</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘ไม่คบคนพาล’ เป็นมงคลข้อแรก ที่ท่านพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ เพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้า เกิดความดีขึ้นในชีวิต</p><p>เพราะความพาลนั้น คล้ายดั่งเชื้อโรค ติดต่อกันได้ การคบคนพาล จึงจะทำให้ความคิด การพูด หรือการกระทำของเราเป็นไปในทางอกุศลได้</p><p>‘คนพาล’ จะมีลักษณะ 5 ประการคือ จะชักนำไปในทางที่ผิด เห็นผิดเป็นชอบ ทำในสิ่งที่ธุระไม่ใช่ พูดดีๆ ด้วยก็โกรธ และไม่รับรู้ระเบียบวินัย  ทั้งนี้ แยกแยะได้ โดยเราพิจารณาจาก กุศลธรรม เป็นที่ตั้ง</p><p>แน่นอนว่า บางครั้งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับคนพาล และจำเป็นต้องอยู่ใกล้กัน แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องคบหาเสวนาด้วย ทั้งนี้ การ ‘เลือกคบบัณฑิต’ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี ซึ่งจะขอกล่าวในตอนต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘ไม่คบคนพาล’ เป็นมงคลข้อแรก ที่ท่านพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ เพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้า เกิดความดีขึ้นในชีวิต</p><p>เพราะความพาลนั้น คล้ายดั่งเชื้อโรค ติดต่อกันได้ การคบคนพาล จึงจะทำให้ความคิด การพูด หรือการกระทำของเราเป็นไปในทางอกุศลได้</p><p>‘คนพาล’ จะมีลักษณะ 5 ประการคือ จะชักนำไปในทางที่ผิด เห็นผิดเป็นชอบ ทำในสิ่งที่ธุระไม่ใช่ พูดดีๆ ด้วยก็โกรธ และไม่รับรู้ระเบียบวินัย  ทั้งนี้ แยกแยะได้ โดยเราพิจารณาจาก กุศลธรรม เป็นที่ตั้ง</p><p>แน่นอนว่า บางครั้งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับคนพาล และจำเป็นต้องอยู่ใกล้กัน แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องคบหาเสวนาด้วย ทั้งนี้ การ ‘เลือกคบบัณฑิต’ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี ซึ่งจะขอกล่าวในตอนต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มงคลชีวิต 1 # การดำเนินชีวิตที่เป็นมงคล [6528-3d]</title>
			<itunes:title>มงคลชีวิต 1 # การดำเนินชีวิตที่เป็นมงคล [6528-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Jul 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/711381ea-6c25-44f5-99bf-52345dd64b4b/media.mp3" length="29925653" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">711381ea-6c25-44f5-99bf-52345dd64b4b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562ded</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INmhS9c3/wsgGbzUKlee3Og]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>‘มงคล’</strong> หมายถึง ธรรมที่จะนำมาซึ่งความเจริญในชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านทรงประกาศไว้ 38 ประการ เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำเอง ทั้งกาย วาจา และใจ ไปตามลำดับ โดยจะจัดทำเป็น‘ซีรีส์มงคลชีวิต’ ไว้ สำหรับพรรษากาลปีนี้</p><p>มงคลข้อแรก คือ <strong>‘การไม่คบคนพาล’</strong> ได้แก่ ผู้ที่มีกำลังความดีน้อย ไม่เกี่ยวกับกำลังกาย หรือกำลังความรู้ โดยใน ‘พาลบัณฑิตสูตร’ กล่าวถึง เครื่องหมายที่เห็นได้ชัด 3 ประการ คือ ความคิด  คำพูด และการกระทำที่มักจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี หรืออกุศลกรรมบท 10 นั่นเอง  ซึ่งก็จะตรงข้ามกับบัณฑิต</p><p>นอกจากนี้ ใน <strong>‘อกิตติชาดก’</strong> ยังอธิบายคนพาลไว้ว่า มีลักษณะ 5 ประการ คือ  คนพาลมักจะชักนำไปในทางที่ผิด, มักทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ, มักจะเห็นผิดเป็นชอบ, ถึงพูดดีให้ก็โกรธ และไม่รับรู้ระเบียบวินัย  ซึ่งจะอธิบายในตอนหน้าต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>‘มงคล’</strong> หมายถึง ธรรมที่จะนำมาซึ่งความเจริญในชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านทรงประกาศไว้ 38 ประการ เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำเอง ทั้งกาย วาจา และใจ ไปตามลำดับ โดยจะจัดทำเป็น‘ซีรีส์มงคลชีวิต’ ไว้ สำหรับพรรษากาลปีนี้</p><p>มงคลข้อแรก คือ <strong>‘การไม่คบคนพาล’</strong> ได้แก่ ผู้ที่มีกำลังความดีน้อย ไม่เกี่ยวกับกำลังกาย หรือกำลังความรู้ โดยใน ‘พาลบัณฑิตสูตร’ กล่าวถึง เครื่องหมายที่เห็นได้ชัด 3 ประการ คือ ความคิด  คำพูด และการกระทำที่มักจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี หรืออกุศลกรรมบท 10 นั่นเอง  ซึ่งก็จะตรงข้ามกับบัณฑิต</p><p>นอกจากนี้ ใน <strong>‘อกิตติชาดก’</strong> ยังอธิบายคนพาลไว้ว่า มีลักษณะ 5 ประการ คือ  คนพาลมักจะชักนำไปในทางที่ผิด, มักทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ, มักจะเห็นผิดเป็นชอบ, ถึงพูดดีให้ก็โกรธ และไม่รับรู้ระเบียบวินัย  ซึ่งจะอธิบายในตอนหน้าต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้า [6527-3d]</title>
			<itunes:title>ลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้า [6527-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Jul 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/2a723cfd-8871-4181-af4d-c92af504e44e/media.mp3" length="28362401" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2a723cfd-8871-4181-af4d-c92af504e44e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dee</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM4ud8DYIXFAK0Cur2Cjrnp]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>27</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘สวากขาตธรรม’ เป็นพระธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ มีลักษณะ 3 ประการคือ 1. เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง 2. ประกอบด้วยเหตุผลพร้อม และ 3. ทำให้เกิดความน่าอัศจรรย์</p><p>โดยแบ่งเป็น พระธรรมและพระวินัย  เป็นการแสดง เทศนาและสัจจะ ที่มีทั้ง สมมติและปรมัตถ์ ควบคู่กัน โดยอาจยกบุคคลหรือสภาวะธรรมขึ้นอธิบาย พร้อมอัตถะ คือ ความหมายตรงหรือที่ซ่อนอยู่  ทั้งนี้ คำสอนมีทั้งปริยัติและปฎิบัติ  สอดคล้องตามกิจในพระศาสนา คือ คันถธุระและวิปัสสนาธุระ นั่นเอง โดยคำสอนทั้งหมดรวมเรียกว่า นวังคสัตถุสาสน์ มี 9 ประเภทด้วยกัน ซึ่งสามารถกล่าวโดยสรุปแก่เหล่าพุทธบริษัท เป็นพุทธโอวาท 3 คือ “ไม่ทำความชั่วทั้งปวง ทำแต่ความดี และทำใจของตนให้สะอาดบริสุทธิ์”</p><p>นอกจากนี้ ท่านพระพุทธเจ้ายังทรงบัญญัติ ลักษณะตัดสินธรรมวินัย 7 และ 8 ประการไว้ด้วย ที่เหมือนกัน คือ เป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด เป็นต้น  ทั้งนี้ ก็เพื่อป้องกันอาสวะ โทษภัย และอกุศลที่จะเกิดในปัจจุบันหรืออนาคต และเพื่อความผาสุก ความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ฯลฯ นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘สวากขาตธรรม’ เป็นพระธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ มีลักษณะ 3 ประการคือ 1. เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง 2. ประกอบด้วยเหตุผลพร้อม และ 3. ทำให้เกิดความน่าอัศจรรย์</p><p>โดยแบ่งเป็น พระธรรมและพระวินัย  เป็นการแสดง เทศนาและสัจจะ ที่มีทั้ง สมมติและปรมัตถ์ ควบคู่กัน โดยอาจยกบุคคลหรือสภาวะธรรมขึ้นอธิบาย พร้อมอัตถะ คือ ความหมายตรงหรือที่ซ่อนอยู่  ทั้งนี้ คำสอนมีทั้งปริยัติและปฎิบัติ  สอดคล้องตามกิจในพระศาสนา คือ คันถธุระและวิปัสสนาธุระ นั่นเอง โดยคำสอนทั้งหมดรวมเรียกว่า นวังคสัตถุสาสน์ มี 9 ประเภทด้วยกัน ซึ่งสามารถกล่าวโดยสรุปแก่เหล่าพุทธบริษัท เป็นพุทธโอวาท 3 คือ “ไม่ทำความชั่วทั้งปวง ทำแต่ความดี และทำใจของตนให้สะอาดบริสุทธิ์”</p><p>นอกจากนี้ ท่านพระพุทธเจ้ายังทรงบัญญัติ ลักษณะตัดสินธรรมวินัย 7 และ 8 ประการไว้ด้วย ที่เหมือนกัน คือ เป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด เป็นต้น  ทั้งนี้ ก็เพื่อป้องกันอาสวะ โทษภัย และอกุศลที่จะเกิดในปัจจุบันหรืออนาคต และเพื่อความผาสุก ความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ฯลฯ นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อธิษฐาน 4 พละ 4 [6526-3d]</title>
			<itunes:title>อธิษฐาน 4 พละ 4 [6526-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Jun 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bf63a08c-96c9-4520-b20d-e65939e317c2/media.mp3" length="27823086" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bf63a08c-96c9-4520-b20d-e65939e317c2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562def</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562def</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOo1QAT9tZlUQvkZwGWrOQ9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>26</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดความสำเร็จขึ้นได้ ต้องอาศัยความตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้า ในทีฆนิกาย กล่าวถึง ‘อธิษฐาน’  ซึ่งไม่ใช่การร้องขอ แต่หมายถึง ธรรม 4 ประการ ที่ควรตั้งมั่นไว้ในใจ ได้แก่ ปัญญา (ใช้พิจารณา) สัจจะ (ทำให้เกิดขึ้นจริง) จาคะ (สละความเคยชินที่ไม่ดีออก) และอุปสมะ (ความสงบ)</p><p>ซึ่งสัมพันธ์กับหมวดธรรมในอังคุตรนิกาย ที่กล่าวถึง ‘พละ 4’ คือ กำลัง ได้แก่ ปัญญาพละ (ปัญญา) วิริยพละ (ความเพียร) อนวัชชพละ (กรรมที่ไม่มีโทษ) และสังคหพละ (การสงเคราะห์)</p><p>กล่าวคือ ‘อธิษฐาน 4’ และ ‘พละ 4’ นั้น เริ่มจากปัญญาเหมือนกัน อาทิ เห็นสิ่งที่เป็นกุศล-อกุศล คุณ-โทษ เกิด-ดับ เป็นต้น  โดยสามารถตั้ง ‘อธิษฐาน’ เป็นวิริยพละ หรือนำ ‘พละ’ ไปเกื้อหนุนอธิษฐานในการทำสิ่งนั้น ที่เป็นกุศลด้วยกาย วาจา และใจ ให้สำเร็จเป็นจริงขึ้นมาได้  ยิ่งกว่านั้น ผู้ที่มีพละ 4 นี้ จะทำให้ไม่หวั่นไหวต่อภัย 5 ประการในการดำเนินชีวิตอีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดความสำเร็จขึ้นได้ ต้องอาศัยความตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้า ในทีฆนิกาย กล่าวถึง ‘อธิษฐาน’  ซึ่งไม่ใช่การร้องขอ แต่หมายถึง ธรรม 4 ประการ ที่ควรตั้งมั่นไว้ในใจ ได้แก่ ปัญญา (ใช้พิจารณา) สัจจะ (ทำให้เกิดขึ้นจริง) จาคะ (สละความเคยชินที่ไม่ดีออก) และอุปสมะ (ความสงบ)</p><p>ซึ่งสัมพันธ์กับหมวดธรรมในอังคุตรนิกาย ที่กล่าวถึง ‘พละ 4’ คือ กำลัง ได้แก่ ปัญญาพละ (ปัญญา) วิริยพละ (ความเพียร) อนวัชชพละ (กรรมที่ไม่มีโทษ) และสังคหพละ (การสงเคราะห์)</p><p>กล่าวคือ ‘อธิษฐาน 4’ และ ‘พละ 4’ นั้น เริ่มจากปัญญาเหมือนกัน อาทิ เห็นสิ่งที่เป็นกุศล-อกุศล คุณ-โทษ เกิด-ดับ เป็นต้น  โดยสามารถตั้ง ‘อธิษฐาน’ เป็นวิริยพละ หรือนำ ‘พละ’ ไปเกื้อหนุนอธิษฐานในการทำสิ่งนั้น ที่เป็นกุศลด้วยกาย วาจา และใจ ให้สำเร็จเป็นจริงขึ้นมาได้  ยิ่งกว่านั้น ผู้ที่มีพละ 4 นี้ จะทำให้ไม่หวั่นไหวต่อภัย 5 ประการในการดำเนินชีวิตอีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ตัณหาสอง [6525-3d]</title>
			<itunes:title>ตัณหาสอง [6525-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Jun 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/a4b6d80b-027f-466d-a118-99837aa380fc/media.mp3" length="28034226" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a4b6d80b-027f-466d-a118-99837aa380fc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df0</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM7J5rI91Itn8ubfv489h67]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>25</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ในสังยุตตนิกายได้อธิบายถึงตัณหา 2 ได้แก่ ตัณหาให้เกิดการแสวงหา และตัณหาให้เกิดอุปาทาน ที่อาศัยเหตุเป็นไป จนเกิดเป็นบาปอกุศลได้</p><p>กล่าวคือ เพราะมีตัณหาจึงทำให้เกิดการแสวงหา และเมื่อหามาได้ จะมีการปลงใจรัก ความกำหนัดพอใจ สยบมัวเมา จับอกจับใจ และจึงเกิดความตระหนี่ หวงกั้นขึ้นโดยเริ่มจากใจ ขยายไปทางกาย วาจา ให้เกิดอกุศลธรรมได้  รวมถึงเกิดอุปาทาน 4 คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพัตตุปาทาน และอัตตวาทุปาทาน  อันก่อให้เกิดภพ เกิดชาติ ฯลฯ เพราะความยึดถือต่อไปด้วย</p><p>อย่างไรก็ตาม ตัณหาทุกอย่างนั้นเกิดจากเวทนา และเวทนานั้นเกิดจากผัสสะ ดังนั้น จึงต้องใช้ ‘สติ’  มีสติรู้แต่ไม่ตามผัสสะ เวทนาก็จะไม่เกิด เมื่อเวทนาไม่เกิด ตัณหาก็เกิดขึ้นไม่ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ในสังยุตตนิกายได้อธิบายถึงตัณหา 2 ได้แก่ ตัณหาให้เกิดการแสวงหา และตัณหาให้เกิดอุปาทาน ที่อาศัยเหตุเป็นไป จนเกิดเป็นบาปอกุศลได้</p><p>กล่าวคือ เพราะมีตัณหาจึงทำให้เกิดการแสวงหา และเมื่อหามาได้ จะมีการปลงใจรัก ความกำหนัดพอใจ สยบมัวเมา จับอกจับใจ และจึงเกิดความตระหนี่ หวงกั้นขึ้นโดยเริ่มจากใจ ขยายไปทางกาย วาจา ให้เกิดอกุศลธรรมได้  รวมถึงเกิดอุปาทาน 4 คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพัตตุปาทาน และอัตตวาทุปาทาน  อันก่อให้เกิดภพ เกิดชาติ ฯลฯ เพราะความยึดถือต่อไปด้วย</p><p>อย่างไรก็ตาม ตัณหาทุกอย่างนั้นเกิดจากเวทนา และเวทนานั้นเกิดจากผัสสะ ดังนั้น จึงต้องใช้ ‘สติ’  มีสติรู้แต่ไม่ตามผัสสะ เวทนาก็จะไม่เกิด เมื่อเวทนาไม่เกิด ตัณหาก็เกิดขึ้นไม่ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กีฬาในฌาณ [6524-3d]</title>
			<itunes:title>กีฬาในฌาณ [6524-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Jun 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/fb0ee86d-a318-425b-9ca3-8426751ea6be/media.mp3" length="28429779" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">fb0ee86d-a318-425b-9ca3-8426751ea6be</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df1</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMHz0PtRmoRqmaYBJlrgfjd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>24</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[การฝึก ‘การทำให้มีกำลังในสมาธิ’ และ ‘การทำจิตให้อยู่ในอำนาจ’ ในอังคุตตรนิกายหมวด 6 และ 7 นั้น มีความสอดคล้องในการปฏิบัติ จึงนำมารวมกันได้ 8 ประการ คือ (1) ฉลาดในสมาธิ หมายถึง ความชำนาญ แตกฉานในองค์ประกอบต่างๆ ของสมาธิที่รวมกันเป็นหนึ่งนั้น (2-4) ฉลาดในการเข้า-ดำรงอยู่-ออกจากสมาธิในแต่ละขั้นๆ ในทุกอิริยาบถ ทั้งนี้ การเข้าสมาธิได้ง่าย ต้องอาศัยความอดทน มีสติไม่ไปตามผัสสะต่างๆ ที่มากระทบ (5) ฉลาดในความเหมาะสมแห่งสมาธิ คือ เจริญสมถะ วิปัสสนา อุเบกขา หรือโพชฌงค์ 7 ตามสถานการณ์ (6) ฉลาดในธรรมเป็นที่โคจร ที่เอื้อต่อสมาธิ เช่น ศีล และศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ (7) ฉลาดในการทำสมาธิโดยติดต่อ คือ เพียรรักษาสมาธิไว้ตลอดเวลา และ (8) ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ คือ ปัญญา นั้นเอง  เหมือนฝึกกีฬาให้มีความชำนาญขึ้นๆ เราก็จะเป็นผู้ถึงความมีกำลังในสมาธิ มีอำนาจเหนือจิตได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[การฝึก ‘การทำให้มีกำลังในสมาธิ’ และ ‘การทำจิตให้อยู่ในอำนาจ’ ในอังคุตตรนิกายหมวด 6 และ 7 นั้น มีความสอดคล้องในการปฏิบัติ จึงนำมารวมกันได้ 8 ประการ คือ (1) ฉลาดในสมาธิ หมายถึง ความชำนาญ แตกฉานในองค์ประกอบต่างๆ ของสมาธิที่รวมกันเป็นหนึ่งนั้น (2-4) ฉลาดในการเข้า-ดำรงอยู่-ออกจากสมาธิในแต่ละขั้นๆ ในทุกอิริยาบถ ทั้งนี้ การเข้าสมาธิได้ง่าย ต้องอาศัยความอดทน มีสติไม่ไปตามผัสสะต่างๆ ที่มากระทบ (5) ฉลาดในความเหมาะสมแห่งสมาธิ คือ เจริญสมถะ วิปัสสนา อุเบกขา หรือโพชฌงค์ 7 ตามสถานการณ์ (6) ฉลาดในธรรมเป็นที่โคจร ที่เอื้อต่อสมาธิ เช่น ศีล และศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ (7) ฉลาดในการทำสมาธิโดยติดต่อ คือ เพียรรักษาสมาธิไว้ตลอดเวลา และ (8) ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ คือ ปัญญา นั้นเอง  เหมือนฝึกกีฬาให้มีความชำนาญขึ้นๆ เราก็จะเป็นผู้ถึงความมีกำลังในสมาธิ มีอำนาจเหนือจิตได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนาคตภัย 5 ประการ [6523-3d]</title>
			<itunes:title>อนาคตภัย 5 ประการ [6523-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Jun 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/a21ca55a-9084-4951-9968-2f579603a15a/media.mp3" length="28011429" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a21ca55a-9084-4951-9968-2f579603a15a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IP+nWN28OqWQQJfT0fKm6+4]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>23</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ภัยในอนาคต 5 ประการ ได้แก่ ความแก่ชรา ความป่วย การเกิดทุพภิกขภัย สงคราม และสมัยที่สงฆ์แตกกัน</p><p>ท่านพระพุทธเจ้าทรงเตือนไว้ เราควรร้อนใจในการเร่งทำความเพียรตอนนี้ ด้วยการเจริญมรรค 8 เพื่อให้เกิด ‘ปัญญา’ เป็นอันดับสูงสุด ซึ่งจิตจะมีปัญญาได้ ต้องมี ‘สติรักษาจิตให้เป็นสมาธิ’ ไม่ให้ไปเสวยอารมณ์ต่างๆ ทั้งสุขหรือทุกข์ และไม่สุขไม่ทุกข์  พิจารณาเห็นเวทนาเป็นของไม่เที่ยง ไม่ควรยึดถือ ตัดความยึดถือ คือ อุปาทาน นั้นด้วยปัญญา ‘แยกกายแยกจิตออกจากกัน’</p><p>อนาคตเมื่อร่างกายเกิดทุกข์ เพราะความชรา เจ็บป่วยบ้าง ยากต่อการอยู่อย่างสงบ เพราะอาหารขาดแคลน หรือสงครามบ้าง หรือเพราะสงฆ์ และคำสอนที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง เราก็จะยังอยู่ผาสุกได้ด้วย ‘จิตที่มีปัญญา’ นี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ภัยในอนาคต 5 ประการ ได้แก่ ความแก่ชรา ความป่วย การเกิดทุพภิกขภัย สงคราม และสมัยที่สงฆ์แตกกัน</p><p>ท่านพระพุทธเจ้าทรงเตือนไว้ เราควรร้อนใจในการเร่งทำความเพียรตอนนี้ ด้วยการเจริญมรรค 8 เพื่อให้เกิด ‘ปัญญา’ เป็นอันดับสูงสุด ซึ่งจิตจะมีปัญญาได้ ต้องมี ‘สติรักษาจิตให้เป็นสมาธิ’ ไม่ให้ไปเสวยอารมณ์ต่างๆ ทั้งสุขหรือทุกข์ และไม่สุขไม่ทุกข์  พิจารณาเห็นเวทนาเป็นของไม่เที่ยง ไม่ควรยึดถือ ตัดความยึดถือ คือ อุปาทาน นั้นด้วยปัญญา ‘แยกกายแยกจิตออกจากกัน’</p><p>อนาคตเมื่อร่างกายเกิดทุกข์ เพราะความชรา เจ็บป่วยบ้าง ยากต่อการอยู่อย่างสงบ เพราะอาหารขาดแคลน หรือสงครามบ้าง หรือเพราะสงฆ์ และคำสอนที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง เราก็จะยังอยู่ผาสุกได้ด้วย ‘จิตที่มีปัญญา’ นี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สิ่งที่ควรเคารพ 6 ประการ [6522-3d]</title>
			<itunes:title>สิ่งที่ควรเคารพ 6 ประการ [6522-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 31 May 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/f537335f-4721-4f10-9a0d-b2dc68ad8170/media.mp3" length="27482109" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f537335f-4721-4f10-9a0d-b2dc68ad8170</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df3</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INK7GczXIPYxE/JkkItko3C]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>22</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คารวะ หมายถึง การทำความเคารพ เพราะตระหนักเห็นถึงคุณค่า และความสำคัญในสิ่งนั้น</p><p>โดยในอังคุตตรนิกายกล่าวถึง ‘คารวตา’ มี 6 ประการ ได้แก่ สัตถุคารวตา ธัมมคารวตา สังฆคารวตา คือ ความเคารพในพระพุทธเจ้า และการตรัสรู้ของพระองค์ ในพระธรรมที่พระองค์ทรงประกาศไว้ด้วยปัญญาอันยิ่ง และในหมู่สงฆ์ผู้ปฏิบัติชอบ นอกจากนี้ ยังมี สิกขาคารวตา อัปปมาทคารวตา และปฏิสันถารคารวตา คือ ความเคารพในการศึกษา ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ให้อยู่ในกรอบของศีล สมาธิ ปัญญา ในความไม่ประมาทด้วยการมีสติ และในปฏิสันถารต่อผู้อื่นด้วยการพูดที่ดี</p><p>‘คารวตา 6’ นี้ เป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจ เพราะการตระหนักรู้ถึงคุณค่า และการปฎิบัติต่อด้วยความเคารพหนักแน่นนั้น เป็นบุญ เป็นปัญญา เป็นการเพิ่มคุณค่า คือ คุณธรรมให้กับตนเอง เป็นการเคารพต่อตนเองด้วย นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คารวะ หมายถึง การทำความเคารพ เพราะตระหนักเห็นถึงคุณค่า และความสำคัญในสิ่งนั้น</p><p>โดยในอังคุตตรนิกายกล่าวถึง ‘คารวตา’ มี 6 ประการ ได้แก่ สัตถุคารวตา ธัมมคารวตา สังฆคารวตา คือ ความเคารพในพระพุทธเจ้า และการตรัสรู้ของพระองค์ ในพระธรรมที่พระองค์ทรงประกาศไว้ด้วยปัญญาอันยิ่ง และในหมู่สงฆ์ผู้ปฏิบัติชอบ นอกจากนี้ ยังมี สิกขาคารวตา อัปปมาทคารวตา และปฏิสันถารคารวตา คือ ความเคารพในการศึกษา ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ให้อยู่ในกรอบของศีล สมาธิ ปัญญา ในความไม่ประมาทด้วยการมีสติ และในปฏิสันถารต่อผู้อื่นด้วยการพูดที่ดี</p><p>‘คารวตา 6’ นี้ เป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจ เพราะการตระหนักรู้ถึงคุณค่า และการปฎิบัติต่อด้วยความเคารพหนักแน่นนั้น เป็นบุญ เป็นปัญญา เป็นการเพิ่มคุณค่า คือ คุณธรรมให้กับตนเอง เป็นการเคารพต่อตนเองด้วย นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่เป็นที่พึ่ง [6521-3d]</title>
			<itunes:title>ธรรมที่เป็นที่พึ่ง [6521-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 May 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/502bce67-d791-414f-8ba4-efaad9354e74/media.mp3" length="27790052" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">502bce67-d791-414f-8ba4-efaad9354e74</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df4</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INDKOQGZFSwLLgg249hiVmJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>21</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘นาถกรณธรรม’ เป็นธรรมหมวด 10 ในอังคุตรนิกาย กล่าวถึง ธรรมที่เป็นที่พึ่ง 10 ประการด้วยกัน</p><p>การที่เราน้อมระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งนั้น ไม่ใช่ด้วยการสวดมนต์ อ้อนวอนเท่านั้น แต่รวมถึงการที่เราต้องประกอบตนให้มีคุณธรรม คือ ‘นาถกรณธรรม’ นี้ เพื่อให้เกิดปัญญาในการชำแรกกิเลสด้วย</p><p>ทั้งนี้ ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีคุณธรรมต่างๆ มาประกอบเช่นกัน เริ่มจากต้องมี ศีล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด การฟังธรรมให้มาก มีกัลยาณมิตร เป็นผู้ว่าง่าย ใส่ใจการงาน ใคร่ในธรรมเพื่อต่อยอดความรู้ ปรารภความเพียร สันโดษ มีสติ และเกิดปัญญา ในการเห็นการเกิด-ดับ  เพื่อละวางความยึดถือ ให้ถึงความสิ้นทุกข์ได้  นี้จึงเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘นาถกรณธรรม’ เป็นธรรมหมวด 10 ในอังคุตรนิกาย กล่าวถึง ธรรมที่เป็นที่พึ่ง 10 ประการด้วยกัน</p><p>การที่เราน้อมระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งนั้น ไม่ใช่ด้วยการสวดมนต์ อ้อนวอนเท่านั้น แต่รวมถึงการที่เราต้องประกอบตนให้มีคุณธรรม คือ ‘นาถกรณธรรม’ นี้ เพื่อให้เกิดปัญญาในการชำแรกกิเลสด้วย</p><p>ทั้งนี้ ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีคุณธรรมต่างๆ มาประกอบเช่นกัน เริ่มจากต้องมี ศีล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด การฟังธรรมให้มาก มีกัลยาณมิตร เป็นผู้ว่าง่าย ใส่ใจการงาน ใคร่ในธรรมเพื่อต่อยอดความรู้ ปรารภความเพียร สันโดษ มีสติ และเกิดปัญญา ในการเห็นการเกิด-ดับ  เพื่อละวางความยึดถือ ให้ถึงความสิ้นทุกข์ได้  นี้จึงเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คำพูดที่ควรกล่าว [6520-3d]</title>
			<itunes:title>คำพูดที่ควรกล่าว [6520-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 May 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/52557055-e8fc-4e53-9a21-4177b01fbc8f/media.mp3" length="28945910" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">52557055-e8fc-4e53-9a21-4177b01fbc8f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562df5</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df5</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMurgrRHrYDt/dre3/q6/Ap]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>20</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คำพูดเป็นสิ่งสำคัญ ท่านพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไว้ถึง ‘กถาวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ควรพูด นอกเหนือจาก คำพูดที่เว้นขาดจากการพูดโกหก ส่อเสียด หยาบคาย และพูดเพ้อเจ้อ</p><p>และ ‘อักโกสวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ไม่ควรพูด เพราะไม่มีประโยชน์ และทำความเจ็บช้ำน้ำใจแก่ผู้อื่น ได้แก่ ชาติกำเนิด ชื่อ โคตร อาชีพ ศิลปะ (ฝีมือ) โรค รูปพรรณสัณฐาน กิเลส อาบัติ และคำสบประมาทอื่น ๆ</p><p>ส่วน ‘กถาวัตถุ 10’ เรื่องที่สมควรพูด ได้แก่ ถ้อยคำให้เกิดความมักน้อย คือ ไม่โอ้อวด ความสันโดษ เกิดความสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ</p><p>ซึ่งการพูด ‘กถาวัตถุ 10’ ให้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลาได้นั้น นอกจากจะเป็นสัมมาวาจาแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างสัมมาสติ สัมมาวายามะ และสัมมาทิฐิ คือ ความเห็นชอบ ไปตามทางมรรค 8 พร้อมกันอีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คำพูดเป็นสิ่งสำคัญ ท่านพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไว้ถึง ‘กถาวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ควรพูด นอกเหนือจาก คำพูดที่เว้นขาดจากการพูดโกหก ส่อเสียด หยาบคาย และพูดเพ้อเจ้อ</p><p>และ ‘อักโกสวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ไม่ควรพูด เพราะไม่มีประโยชน์ และทำความเจ็บช้ำน้ำใจแก่ผู้อื่น ได้แก่ ชาติกำเนิด ชื่อ โคตร อาชีพ ศิลปะ (ฝีมือ) โรค รูปพรรณสัณฐาน กิเลส อาบัติ และคำสบประมาทอื่น ๆ</p><p>ส่วน ‘กถาวัตถุ 10’ เรื่องที่สมควรพูด ได้แก่ ถ้อยคำให้เกิดความมักน้อย คือ ไม่โอ้อวด ความสันโดษ เกิดความสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ</p><p>ซึ่งการพูด ‘กถาวัตถุ 10’ ให้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลาได้นั้น นอกจากจะเป็นสัมมาวาจาแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างสัมมาสติ สัมมาวายามะ และสัมมาทิฐิ คือ ความเห็นชอบ ไปตามทางมรรค 8 พร้อมกันอีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ชนะด้วยปัญญา  [6519-3d]</title>
			<itunes:title>ชนะด้วยปัญญา  [6519-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 May 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b2999c96-c6b6-487c-94fe-13c1d14e39e5/media.mp3" length="28523810" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b2999c96-c6b6-487c-94fe-13c1d14e39e5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMZI02u61Mg9+nXUE+BlXyM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>19</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปัญญาจัดเป็นอันดับสูงสุด จะเกิดขึ้นได้ก็จากคุณธรรมต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน อย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งคุณธรรมที่จะทำความแกล้วกล้า เพื่อให้เกิดปัญญา ท่านกล่าวถึง เวสารัชชกรณธรรม 5 ได้แก่</p><p>1. ศรัทธา ความมั่นใจในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในหลักคำสอน และในหมู่สงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ</p><p>2. ศีล ความเป็นปกติ ในที่นี้รวมถึง การมีวินัยด้วย เช่น การตื่นเช้า การประมาณในการบริโภค เป็นต้น</p><p>3. พาหุสัจจะ การเป็นผู้ศึกษาให้มากทั้งใน และนอกระบบ</p><p>4. วิริยารัมภะ การลงมือทำจริง ด้วยความมีสติแยกแยะ และจิตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ</p><p>5. ปัญญา ความรอบรู้ อันเกิดจากการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง</p><p>และจากปัญญาที่เกิดนี้ ก็จะก่อให้เกิดผลสะท้อนกลับ (feedback loop) นั่นคือ ศรัทธาที่เพิ่มมากขึ้น วนไปอีก สังเกตุ ปรับ พัฒนา  ก็จะทำให้ปัญญาของเราแหลมคมยิ่งขึ้น เห็นตามความเป็นจริงได้ จนถึงที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปัญญาจัดเป็นอันดับสูงสุด จะเกิดขึ้นได้ก็จากคุณธรรมต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน อย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งคุณธรรมที่จะทำความแกล้วกล้า เพื่อให้เกิดปัญญา ท่านกล่าวถึง เวสารัชชกรณธรรม 5 ได้แก่</p><p>1. ศรัทธา ความมั่นใจในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในหลักคำสอน และในหมู่สงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ</p><p>2. ศีล ความเป็นปกติ ในที่นี้รวมถึง การมีวินัยด้วย เช่น การตื่นเช้า การประมาณในการบริโภค เป็นต้น</p><p>3. พาหุสัจจะ การเป็นผู้ศึกษาให้มากทั้งใน และนอกระบบ</p><p>4. วิริยารัมภะ การลงมือทำจริง ด้วยความมีสติแยกแยะ และจิตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ</p><p>5. ปัญญา ความรอบรู้ อันเกิดจากการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง</p><p>และจากปัญญาที่เกิดนี้ ก็จะก่อให้เกิดผลสะท้อนกลับ (feedback loop) นั่นคือ ศรัทธาที่เพิ่มมากขึ้น วนไปอีก สังเกตุ ปรับ พัฒนา  ก็จะทำให้ปัญญาของเราแหลมคมยิ่งขึ้น เห็นตามความเป็นจริงได้ จนถึงที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณสมบัติของคนดี [6518-3d]</title>
			<itunes:title>คุณสมบัติของคนดี [6518-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 May 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/88544ec0-da9a-4abd-875f-f4c8ce79bba8/media.mp3" length="27938883" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">88544ec0-da9a-4abd-875f-f4c8ce79bba8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562df7</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df7</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPLI5rd0dpLIXUpV8ZGkxnl]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>18</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘สัตบุรุษ หรือสัปปบุรุษ’ หมายถึง คนดี เป็นผู้ประกอบด้วยสัทธรรม ตามจูฬปุณณมสูตร คือ ผู้มี ‘ศรัทธา หิริ โอตัปปะ พหูสูต ความเพียร สติมั่นคง และปัญญา’ โดยทั่วไป เราจะพิจารณาว่าใครเป็นคนดี ก็โดยเทียบจากคุณธรรมที่กล่าวนี้ จากมิตรสหายที่บุคคลนั้นคบหา จากความคิด การให้คำปรึกษา วาจา 4 การกระทำ ทิฐิความเห็น และทานที่ให้</p><p>นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ ‘อุบาสกธรรม 7’ คือ คุณสมบัติของชาวพุทธที่ดี และ ‘กัลยาณมิตรธรรม 7’ คือ คุณสมบัติของมิตรแท้ และ ‘สัปปุริสธรรม 7’ ในธัมมัญญูสูตร อันเป็นคุณสมบัติของสัตบุรุษ ที่เปรียบดั่งคุณธรรมของพระเจ้าจักรพรรดิ</p><p>คุณธรรมเหล่านี้ ศึกษาเพื่อเป็นบรรทัดฐาน พัฒนาจุดที่ยังมีน้อยอยู่  หรือหากมีคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว ก็รักษาคงไว้เพื่อความดีงาม และความเจริญต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘สัตบุรุษ หรือสัปปบุรุษ’ หมายถึง คนดี เป็นผู้ประกอบด้วยสัทธรรม ตามจูฬปุณณมสูตร คือ ผู้มี ‘ศรัทธา หิริ โอตัปปะ พหูสูต ความเพียร สติมั่นคง และปัญญา’ โดยทั่วไป เราจะพิจารณาว่าใครเป็นคนดี ก็โดยเทียบจากคุณธรรมที่กล่าวนี้ จากมิตรสหายที่บุคคลนั้นคบหา จากความคิด การให้คำปรึกษา วาจา 4 การกระทำ ทิฐิความเห็น และทานที่ให้</p><p>นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ ‘อุบาสกธรรม 7’ คือ คุณสมบัติของชาวพุทธที่ดี และ ‘กัลยาณมิตรธรรม 7’ คือ คุณสมบัติของมิตรแท้ และ ‘สัปปุริสธรรม 7’ ในธัมมัญญูสูตร อันเป็นคุณสมบัติของสัตบุรุษ ที่เปรียบดั่งคุณธรรมของพระเจ้าจักรพรรดิ</p><p>คุณธรรมเหล่านี้ ศึกษาเพื่อเป็นบรรทัดฐาน พัฒนาจุดที่ยังมีน้อยอยู่  หรือหากมีคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว ก็รักษาคงไว้เพื่อความดีงาม และความเจริญต่อไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อริยบุคคลผู้อยู่ด้วยความประมาท [6517-3d]</title>
			<itunes:title>อริยบุคคลผู้อยู่ด้วยความประมาท [6517-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Apr 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ead533ea-e2fe-43a5-b898-7d70e8aa03d9/media.mp3" length="28236840" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ead533ea-e2fe-43a5-b898-7d70e8aa03d9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN/d191qRfmTMR3+3l+uBET]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>17</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในธรรมวินัยนี้ อริยบุคคล แปลว่า คนประเสริฐ หมายถึง ผู้ที่ประกอบด้วยโสตาปัตติยังคะ 4  ดำเนินไปตามมรรค 8</p><p>อย่างไรก็ตาม ในนันทิยสูตร ท่านพระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า อริยบุคคลผู้ซึ่งพอใจเพียงโสตาปัตติยังคะ 4 เท่านั้น นับว่ายังประมาทอยู่ และกล่าวถึงอริยบุคคลผู้ไม่ประมาทว่า คือ ผู้ที่พยายามทำให้ยิ่งขึ้นไป ด้วยการปวิเวกในเวลากลางวัน หลีกเร้นในเวลากลางคืน จิตสงบเป็นสมาธิ  มีสติปัฎฐาน 4  โพชฌงค์ 7 เป็นต้น เพื่อการตรัสรู้ธรรมที่ยิ่งขึ้นไป จนถึงที่สุดแห่งธรรม</p><p>ทั้งนี้ อริยบุคคลแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่  ธัมมานุสารี  สัทธานุสารี คือ โสดาปัตติมรรค ด้วยความไม่ประมาทแล้วพัฒนาขึ้นเป็น กายสักขี ทิฏฐิปปัตตะ สัทธาวิมุต ก็คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี และพระอนาคามี ในขั้นผล และที่สุดได้แก่ อุภโตภาควิมุต ปัญญาวิมุต ซึ่งก็คือ พระอรหันต์ ตามลำดับ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในธรรมวินัยนี้ อริยบุคคล แปลว่า คนประเสริฐ หมายถึง ผู้ที่ประกอบด้วยโสตาปัตติยังคะ 4  ดำเนินไปตามมรรค 8</p><p>อย่างไรก็ตาม ในนันทิยสูตร ท่านพระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า อริยบุคคลผู้ซึ่งพอใจเพียงโสตาปัตติยังคะ 4 เท่านั้น นับว่ายังประมาทอยู่ และกล่าวถึงอริยบุคคลผู้ไม่ประมาทว่า คือ ผู้ที่พยายามทำให้ยิ่งขึ้นไป ด้วยการปวิเวกในเวลากลางวัน หลีกเร้นในเวลากลางคืน จิตสงบเป็นสมาธิ  มีสติปัฎฐาน 4  โพชฌงค์ 7 เป็นต้น เพื่อการตรัสรู้ธรรมที่ยิ่งขึ้นไป จนถึงที่สุดแห่งธรรม</p><p>ทั้งนี้ อริยบุคคลแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่  ธัมมานุสารี  สัทธานุสารี คือ โสดาปัตติมรรค ด้วยความไม่ประมาทแล้วพัฒนาขึ้นเป็น กายสักขี ทิฏฐิปปัตตะ สัทธาวิมุต ก็คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี และพระอนาคามี ในขั้นผล และที่สุดได้แก่ อุภโตภาควิมุต ปัญญาวิมุต ซึ่งก็คือ พระอรหันต์ ตามลำดับ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ห้ายุคพุทธศาสนา [6516-3d]</title>
			<itunes:title>ห้ายุคพุทธศาสนา [6516-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Apr 2022 02:23:03 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9204eb77-dce2-485f-8ca7-4229ab600988/media.mp3" length="29545845" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9204eb77-dce2-485f-8ca7-4229ab600988</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562df9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMsaNZt/CGMDTOd/QVJQaQt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>16</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวในส่วนของเถรคาถา กล่าวถึงยุคของพุทธศาสนาตามนัยในพระไตรปิฏก โดยอธิบายแบ่งไว้เป็น 5 ยุค ได้แก่ วิมุตติยุค สมาธิยุค ศีลยุค สุตยุค และทานยุค</p><p>เริ่มตั้งแต่วิมุตติยุค คือ สมัยที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ที่ผู้คนสมัยนั้นบรรลุธรรมได้โดยง่าย ต่อมาการเริ่มมีวัดในชุมชน ต่อมาเป็นการปฎิบัติที่เน้นไปในเรื่องของศีล การเกิดสัทธรรมปฎิรูป จนถึงทานยุคที่เน้นการให้ทาน</p><p>อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะอยู่ในยุคสมัยใดก็ตาม ด้วยทิฐิที่ถูกต้อง และด้วยการปฏิบัติ เริ่มจากการให้ทาน การฟังธรรม การรักษาศีล การเจริญสมาธิ และพัฒนาจนเกิดเป็นปัญญา ให้ถึงวิมุตติอันเป็นแก่นของพุทธศาสนา นั่นก็เท่ากับเราได้สร้างยุคต่างๆ  เหล่านี้ให้เจริญขึ้นแล้วในใจของเรานั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวในส่วนของเถรคาถา กล่าวถึงยุคของพุทธศาสนาตามนัยในพระไตรปิฏก โดยอธิบายแบ่งไว้เป็น 5 ยุค ได้แก่ วิมุตติยุค สมาธิยุค ศีลยุค สุตยุค และทานยุค</p><p>เริ่มตั้งแต่วิมุตติยุค คือ สมัยที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ที่ผู้คนสมัยนั้นบรรลุธรรมได้โดยง่าย ต่อมาการเริ่มมีวัดในชุมชน ต่อมาเป็นการปฎิบัติที่เน้นไปในเรื่องของศีล การเกิดสัทธรรมปฎิรูป จนถึงทานยุคที่เน้นการให้ทาน</p><p>อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะอยู่ในยุคสมัยใดก็ตาม ด้วยทิฐิที่ถูกต้อง และด้วยการปฏิบัติ เริ่มจากการให้ทาน การฟังธรรม การรักษาศีล การเจริญสมาธิ และพัฒนาจนเกิดเป็นปัญญา ให้ถึงวิมุตติอันเป็นแก่นของพุทธศาสนา นั่นก็เท่ากับเราได้สร้างยุคต่างๆ  เหล่านี้ให้เจริญขึ้นแล้วในใจของเรานั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สิ่งต้องมี ที่ตั้งอาศัย [6515-3d]</title>
			<itunes:title>สิ่งต้องมี ที่ตั้งอาศัย [6515-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Apr 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/71338940-df6d-4b18-b8a4-a73bb6b52afc/media.mp3" length="28255515" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">71338940-df6d-4b18-b8a4-a73bb6b52afc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dfa</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INJLU5z8J3qTnntZ/LbQffr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>15</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ท่านพระพุทธเจ้าได้ทรงประทานโอกาส หรือแนวทางไว้ เพื่อให้เราสามารถพัฒนาธรรมในจิตใจของเราให้เกิดปัญญาสูงสุดได้  ทั้งนี้ เราต้องเข้าใจในหลักการ 3 ข้อคือ 1.ทุกอย่างมีเหตุมีผลเสมอ  2. ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้  3. พัฒนาสิ่งที่เป็นประโยชน์</p><p>‘ธรรมเป็นสิ่งต้องมีที่ตั้งอาศัย’ กล่าวคือ ศีลมีอินทรีย์สังวร และหิริโอตัปปะเป็นที่ตั้ง และศีลเองก็เป็นที่ตั้งอาศัยของธรรมที่ทำให้สามารถรู้เห็นตามความเป็นจริงได้  นอกจากนี้ ยังกล่าวถึง ‘การปลูกศรัทธา’ เพื่อให้เราตั้งตนอยู่ในธรรม</p><p>และอุปนิสสูตรกล่าวถึง การทำนิพพานให้แจ้งตามหลักปฏิจจสมุปบาท ไปจนถึง ศรัทธานี้มีทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัย และศรัทธาก็เป็นที่ตั้งของธรรมที่จะทำให้ถึงความดับทุกข์ได้เช่นกัน</p><p>เราจะมีศรัทธาในทุกข์ได้นั้น ต้องอาศัย ‘ปัญญา’ นั่นเป็น สัมมาทิฐิ กับสัมมาสังกัปปะ ดังนั้น ยถาภูตญาณทัสสนะ และนิพพิทาญาณ จึงเป็นส่วนของ ‘สมาธิ’ และความปราโมทย์ ปีติ ปัสสัทธิ สุข จึงเป็นส่วนที่เกิดจาก ‘ศีล’  ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือ มรรค 8 นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ท่านพระพุทธเจ้าได้ทรงประทานโอกาส หรือแนวทางไว้ เพื่อให้เราสามารถพัฒนาธรรมในจิตใจของเราให้เกิดปัญญาสูงสุดได้  ทั้งนี้ เราต้องเข้าใจในหลักการ 3 ข้อคือ 1.ทุกอย่างมีเหตุมีผลเสมอ  2. ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้  3. พัฒนาสิ่งที่เป็นประโยชน์</p><p>‘ธรรมเป็นสิ่งต้องมีที่ตั้งอาศัย’ กล่าวคือ ศีลมีอินทรีย์สังวร และหิริโอตัปปะเป็นที่ตั้ง และศีลเองก็เป็นที่ตั้งอาศัยของธรรมที่ทำให้สามารถรู้เห็นตามความเป็นจริงได้  นอกจากนี้ ยังกล่าวถึง ‘การปลูกศรัทธา’ เพื่อให้เราตั้งตนอยู่ในธรรม</p><p>และอุปนิสสูตรกล่าวถึง การทำนิพพานให้แจ้งตามหลักปฏิจจสมุปบาท ไปจนถึง ศรัทธานี้มีทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัย และศรัทธาก็เป็นที่ตั้งของธรรมที่จะทำให้ถึงความดับทุกข์ได้เช่นกัน</p><p>เราจะมีศรัทธาในทุกข์ได้นั้น ต้องอาศัย ‘ปัญญา’ นั่นเป็น สัมมาทิฐิ กับสัมมาสังกัปปะ ดังนั้น ยถาภูตญาณทัสสนะ และนิพพิทาญาณ จึงเป็นส่วนของ ‘สมาธิ’ และความปราโมทย์ ปีติ ปัสสัทธิ สุข จึงเป็นส่วนที่เกิดจาก ‘ศีล’  ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือ มรรค 8 นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นิวรณ์ 5 [6514-3d]</title>
			<itunes:title>นิวรณ์ 5 [6514-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Apr 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1e9b71fd-98b1-4316-bf5e-368b1c649107/media.mp3" length="27793277" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1e9b71fd-98b1-4316-bf5e-368b1c649107</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562dfb</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dfb</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPuAXSe5ZNDzoVs8MttZB9l]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“นิวรณ์ 5” ได้แก่ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นกิเลสประเภทหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในช่องทางใจระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นเครื่องขวางกั้น ทำให้จิตขุ่นมัว ไม่เป็นสมาธิ</p><p>การจะระงับนิวรณ์ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การมีสติ” ระลึกรู้ถึงนิวรณ์ที่เกิดขึ้น  และการใช้ “กำลังของสติ” ไม่ให้จิตน้อมไปตามความคิดเหล่านั้น  นั่นจะทำให้นิวรณ์อ่อนกำลังและดับไป  นอกจากนี้ การไม่ตั้งความพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเจริญพรหมวิหาร 4 รวมถึงการเจริญโพชฌงค์ 7 ก็ทำให้นิวรณ์ระงับได้ เช่นเดียวกัน</p><p>ทั้งนี้ ในการเจริญสมาธิภาวนา เราอาจใช้นิวรณ์เป็นกรอบนิมิตได้ว่า สมาธิช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อให้จิตสงบ หรือช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อการพิจารณาให้เกิดปัญญา ได้อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“นิวรณ์ 5” ได้แก่ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นกิเลสประเภทหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในช่องทางใจระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นเครื่องขวางกั้น ทำให้จิตขุ่นมัว ไม่เป็นสมาธิ</p><p>การจะระงับนิวรณ์ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การมีสติ” ระลึกรู้ถึงนิวรณ์ที่เกิดขึ้น  และการใช้ “กำลังของสติ” ไม่ให้จิตน้อมไปตามความคิดเหล่านั้น  นั่นจะทำให้นิวรณ์อ่อนกำลังและดับไป  นอกจากนี้ การไม่ตั้งความพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเจริญพรหมวิหาร 4 รวมถึงการเจริญโพชฌงค์ 7 ก็ทำให้นิวรณ์ระงับได้ เช่นเดียวกัน</p><p>ทั้งนี้ ในการเจริญสมาธิภาวนา เราอาจใช้นิวรณ์เป็นกรอบนิมิตได้ว่า สมาธิช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อให้จิตสงบ หรือช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อการพิจารณาให้เกิดปัญญา ได้อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีละกิเลส [6513-3d]</title>
			<itunes:title>วิธีละกิเลส [6513-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/3a222ae7-62f1-448b-b448-4c4d57e2016c/media.mp3" length="28488615" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3a222ae7-62f1-448b-b448-4c4d57e2016c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562dfc</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dfc</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOP1QxWhZAyMS8Eg9WrsXyx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“กิเลส” เป็นเหตุแห่งทุกข์ ต้องละเสีย จึงอ้างอิงในส่วนของอังคุตตรนิกาย ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ ในหมวด 6 ว่าด้วย วิธีการละกิเลส อาศัยธรรมหมวด 5 เป็นเหตุทำให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสได้</p><p>กล่าวคือ การฟังธรรม การเทศน์สอน การทบทวน การคิดใคร่ครวญในธรรม หรือการทำสมาธิ ธรรม 5 อย่างนี้ เมื่อปฏิบัติให้บ่อยแม้ข้อใดข้อหนึ่งก็จะเกิดความรู้ในอรรถธรรมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความปราโมทย์ ปีติ ทำให้กายระงับ และจิตเป็นสุข มีสติ และสมาธิตั้งมั่นเป็นอารมณ์อันเดียว ซึ่งจิตที่มีสติตั้งมั่นนี้เองเป็นเหตุปัจจัยแก่ธรรมหมวด 6 ว่าด้วยการละกิเลส คือ การสำรวม การพิจารณาก่อนเสพสิ่งต่างๆ การงดเว้นสิ่งควรงด การอดทน การละเรื่องกามพยาบาทเบียดเบียน รวมถึงการภาวนาเพื่อให้เกิดโพชฌงค์ด้วย</p><p>จะเห็นว่า ธรรม 2 หมวดนี้ สอดคล้องรับกัน เป็นวิธีปฏิบัติเพื่อให้ถึงความดับทุกข์ หรือมรรค 8 นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“กิเลส” เป็นเหตุแห่งทุกข์ ต้องละเสีย จึงอ้างอิงในส่วนของอังคุตตรนิกาย ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ ในหมวด 6 ว่าด้วย วิธีการละกิเลส อาศัยธรรมหมวด 5 เป็นเหตุทำให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสได้</p><p>กล่าวคือ การฟังธรรม การเทศน์สอน การทบทวน การคิดใคร่ครวญในธรรม หรือการทำสมาธิ ธรรม 5 อย่างนี้ เมื่อปฏิบัติให้บ่อยแม้ข้อใดข้อหนึ่งก็จะเกิดความรู้ในอรรถธรรมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความปราโมทย์ ปีติ ทำให้กายระงับ และจิตเป็นสุข มีสติ และสมาธิตั้งมั่นเป็นอารมณ์อันเดียว ซึ่งจิตที่มีสติตั้งมั่นนี้เองเป็นเหตุปัจจัยแก่ธรรมหมวด 6 ว่าด้วยการละกิเลส คือ การสำรวม การพิจารณาก่อนเสพสิ่งต่างๆ การงดเว้นสิ่งควรงด การอดทน การละเรื่องกามพยาบาทเบียดเบียน รวมถึงการภาวนาเพื่อให้เกิดโพชฌงค์ด้วย</p><p>จะเห็นว่า ธรรม 2 หมวดนี้ สอดคล้องรับกัน เป็นวิธีปฏิบัติเพื่อให้ถึงความดับทุกข์ หรือมรรค 8 นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กิเลส  [6512-3d]</title>
			<itunes:title>กิเลส  [6512-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/933ab952-1b41-44f6-b379-1f4a5f4af88b/media.mp3" length="29079866" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">933ab952-1b41-44f6-b379-1f4a5f4af88b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dfd</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IORlW2bwOLJbg+VCCWmBFOu]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กิเลสเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ กิเลสเกิดขึ้นที่จิตเพื่อทำลายจิต ทำให้จิตเศร้าหมอง เป็นสิ่งที่ควรละเสีย</p><p>โดยทั่วไปเราแบ่งกิเลสออกเป็น 3 กอง คือ ราคะ โทสะ โมหะ อย่างไรก็ดี กิเลสสามารถจำแนกย่อย ตามที่ท่านพระพุทธเจ้าได้ทรงแจกแจงไว้ในพระสูตรต่างๆ อาทิ กิเลส 4 และ 10 อย่าง อุปกิเลส 11 และ 16 อย่าง รวมทั้งที่มาของกิเลส 1500 ตัณหา 108 ในอนุฎีกา นอกจากนี้ ยังมี วิปัสสนูปกิเลส อาสวะ อคติ นิวรณ์ มัจฉริยะ มานะ มละ อนุสัยหรือสังโยชน์ ทิฐิ รวมไปถึง ปปัญจธรรม ซึ่งที่กล่าวมานี้ หัวข้อรายละเอียดอาจมีซ้ำกันบ้าง หรือต่างกันบ้าง แต่ทั้งหมดลงรับกัน และเป็นเครื่องเศร้าหมองเหมือนกันทั้งสิ้น ซึ่งการที่เราได้รู้จักกับกิเลสเหล่านี้ จะทำให้เรากว้างขวางขึ้น สามารถแยกแยะกิเลสได้มากขึ้นในการปฏิบัตินั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กิเลสเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ กิเลสเกิดขึ้นที่จิตเพื่อทำลายจิต ทำให้จิตเศร้าหมอง เป็นสิ่งที่ควรละเสีย</p><p>โดยทั่วไปเราแบ่งกิเลสออกเป็น 3 กอง คือ ราคะ โทสะ โมหะ อย่างไรก็ดี กิเลสสามารถจำแนกย่อย ตามที่ท่านพระพุทธเจ้าได้ทรงแจกแจงไว้ในพระสูตรต่างๆ อาทิ กิเลส 4 และ 10 อย่าง อุปกิเลส 11 และ 16 อย่าง รวมทั้งที่มาของกิเลส 1500 ตัณหา 108 ในอนุฎีกา นอกจากนี้ ยังมี วิปัสสนูปกิเลส อาสวะ อคติ นิวรณ์ มัจฉริยะ มานะ มละ อนุสัยหรือสังโยชน์ ทิฐิ รวมไปถึง ปปัญจธรรม ซึ่งที่กล่าวมานี้ หัวข้อรายละเอียดอาจมีซ้ำกันบ้าง หรือต่างกันบ้าง แต่ทั้งหมดลงรับกัน และเป็นเครื่องเศร้าหมองเหมือนกันทั้งสิ้น ซึ่งการที่เราได้รู้จักกับกิเลสเหล่านี้ จะทำให้เรากว้างขวางขึ้น สามารถแยกแยะกิเลสได้มากขึ้นในการปฏิบัตินั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อัปปมัญญา 4 [6511-3d]</title>
			<itunes:title>อัปปมัญญา 4 [6511-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6854a6f9-e923-444e-a3f7-4dba3a18bd42/media.mp3" length="26630529" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6854a6f9-e923-444e-a3f7-4dba3a18bd42</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dfe</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPFwmGQbxDAgcmD5wrm7TRY]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อัปปมัญญา 4 หรือพรหมวิหาร 4 คือ การแผ่จิตอันเต็มไปด้วยกับ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกทิศทางโดยไม่เจาะจง ไม่มีประมาณ</p><p>ที่น่าสนใจ คือ พระพุทธเจ้าท่านทรงแสดง “เมตตาสูตร” โดยการนำพรหมวิหาร 4 มาประกอบเข้ากันกับการเจริญโพชฌงค์ 7 ในการพิจารณาธรรมต่างๆ โดยความเป็นปฏิกูล และไม่เป็นปฏิกูล  อาศัยความวิเวก ความคลายกำหนัด ความดับ และน้อมไปเพื่อการสลัดคืน จนทำให้เกิดผล คือ เจโตวิมุตติตามลำดับขั้น สูงสุดถึงอรูปสัญญาสมาบัติในขั้นอากิญจัญญายตนะได้</p><p>อนึ่ง อรูปฌาณปกติมีพื้นฐานมาจากรูปฌาณ แต่พระสูตรนี้สามารถกำหนดจิตด้วยการเจริญพรหมวิหาร 4  ในที่นี้ คือ “กรุณา” ขึ้นไปร่วมกับ “โพชฌงค์ 7” เพื่อผล คือ เจโตวิมุตติในขั้นอรูปสัญญาสมาบัติได้เช่นกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อัปปมัญญา 4 หรือพรหมวิหาร 4 คือ การแผ่จิตอันเต็มไปด้วยกับ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกทิศทางโดยไม่เจาะจง ไม่มีประมาณ</p><p>ที่น่าสนใจ คือ พระพุทธเจ้าท่านทรงแสดง “เมตตาสูตร” โดยการนำพรหมวิหาร 4 มาประกอบเข้ากันกับการเจริญโพชฌงค์ 7 ในการพิจารณาธรรมต่างๆ โดยความเป็นปฏิกูล และไม่เป็นปฏิกูล  อาศัยความวิเวก ความคลายกำหนัด ความดับ และน้อมไปเพื่อการสลัดคืน จนทำให้เกิดผล คือ เจโตวิมุตติตามลำดับขั้น สูงสุดถึงอรูปสัญญาสมาบัติในขั้นอากิญจัญญายตนะได้</p><p>อนึ่ง อรูปฌาณปกติมีพื้นฐานมาจากรูปฌาณ แต่พระสูตรนี้สามารถกำหนดจิตด้วยการเจริญพรหมวิหาร 4  ในที่นี้ คือ “กรุณา” ขึ้นไปร่วมกับ “โพชฌงค์ 7” เพื่อผล คือ เจโตวิมุตติในขั้นอรูปสัญญาสมาบัติได้เช่นกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โพชฌงค์ 7  [6510-3d]</title>
			<itunes:title>โพชฌงค์ 7  [6510-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/7bf14296-11cb-419e-a5cf-d08c6cbfdb50/media.mp3" length="27447385" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7bf14296-11cb-419e-a5cf-d08c6cbfdb50</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562dff</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562dff</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMHNaSc9LYqYBBIYLtiTOYD]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>โพชฌงค์ 7 องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ หนึ่งในโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ มรดกชิ้นสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงมอบไว้ให้เรา  ที่เมื่อฟังแล้ว นอกจากจะมีอานิสงส์ให้หายจากโรคโดยควรแก่ฐานะแล้ว ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จิตของเราต้องมีเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในอริยสัจ 4 ด้วย โดยเริ่มจาก สติสัมโพชฌงค์ ร้อยเรียงต่อเนื่องไปจนถึงอุเบกขาสัมโพชฌงค์  ทั้งนี้สามารถแยกโพชฌงค์ 7 ออกเป็น 14 ข้อโดยแบ่งตามการพิจารณาได้</p><p>ในการเจริญโพชฌงค์นี้  “สติ” ถือเป็นกำลังสำคัญยิ่ง ซึ่งต้องอาศัยศีลเป็นบาท ดังนั้นนอกจากศีล 5 หรือศีล 8 แล้ว ศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิจะสามารถช่วยหนุนให้สติมีกำลังมากขึ้นได้ ยิ่งกว่านั้นการมี “สติ” รู้สภาวะจิตของตัวเอง จะทำให้สามารถปรับการเจริญโพชฌงค์ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมแยบคายได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>โพชฌงค์ 7 องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ หนึ่งในโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ มรดกชิ้นสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงมอบไว้ให้เรา  ที่เมื่อฟังแล้ว นอกจากจะมีอานิสงส์ให้หายจากโรคโดยควรแก่ฐานะแล้ว ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จิตของเราต้องมีเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในอริยสัจ 4 ด้วย โดยเริ่มจาก สติสัมโพชฌงค์ ร้อยเรียงต่อเนื่องไปจนถึงอุเบกขาสัมโพชฌงค์  ทั้งนี้สามารถแยกโพชฌงค์ 7 ออกเป็น 14 ข้อโดยแบ่งตามการพิจารณาได้</p><p>ในการเจริญโพชฌงค์นี้  “สติ” ถือเป็นกำลังสำคัญยิ่ง ซึ่งต้องอาศัยศีลเป็นบาท ดังนั้นนอกจากศีล 5 หรือศีล 8 แล้ว ศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิจะสามารถช่วยหนุนให้สติมีกำลังมากขึ้นได้ ยิ่งกว่านั้นการมี “สติ” รู้สภาวะจิตของตัวเอง จะทำให้สามารถปรับการเจริญโพชฌงค์ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมแยบคายได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วัคซีน คือ มรรค 8 [6509-3d]</title>
			<itunes:title>วัคซีน คือ มรรค 8 [6509-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:11</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/7894d47d-6849-435e-8836-998c42d9453c/media.mp3" length="27425992" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7894d47d-6849-435e-8836-998c42d9453c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e00</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOXDhc74PNvK4OPmctTOGah]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เชื้อไวรัสสามารถแทรกซึมผ่านเซลล์เข้ามาในร่างกายของเราทำให้ป่วยได้  กิเลสก็เหมือนไวรัสสามารถแทรกซึมเข้าจิตของเราผ่านผัสสะทางตาหูจมูกลิ้นกายใจทำให้จิตเราป่วยเศร้าหมองได้</p><p>ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราก็เปรียบเหมือนความดี ซึ่งมีอยู่ในทุกคนอยู่แล้วเพียงแต่มีมากน้อยไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการคิดค้นวัคซีนเพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงดีขึ้น  เช่นเดียวกันจิตใจจะแข็งแรงผ่องใสจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองได้ พระพุทธเจ้าก็ได้ทรงคิดค้นวัคซีนที่ผ่านการทดลองด้วยพระองค์เองแล้วขึ้นมา วัคซีนนี้มีชื่อว่า “มรรค 8”</p><p>มารับวัคซีนชนิดนี้กันเพื่อที่เราจะได้มีภูมิคุ้มกัน รักษาจิตของเราไว้ให้ดีได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เชื้อไวรัสสามารถแทรกซึมผ่านเซลล์เข้ามาในร่างกายของเราทำให้ป่วยได้  กิเลสก็เหมือนไวรัสสามารถแทรกซึมเข้าจิตของเราผ่านผัสสะทางตาหูจมูกลิ้นกายใจทำให้จิตเราป่วยเศร้าหมองได้</p><p>ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราก็เปรียบเหมือนความดี ซึ่งมีอยู่ในทุกคนอยู่แล้วเพียงแต่มีมากน้อยไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการคิดค้นวัคซีนเพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงดีขึ้น  เช่นเดียวกันจิตใจจะแข็งแรงผ่องใสจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองได้ พระพุทธเจ้าก็ได้ทรงคิดค้นวัคซีนที่ผ่านการทดลองด้วยพระองค์เองแล้วขึ้นมา วัคซีนนี้มีชื่อว่า “มรรค 8”</p><p>มารับวัคซีนชนิดนี้กันเพื่อที่เราจะได้มีภูมิคุ้มกัน รักษาจิตของเราไว้ให้ดีได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนุปุพพิกถา เรื่องการหลีกออกจากกาม [6508-3d]</title>
			<itunes:title>อนุปุพพิกถา เรื่องการหลีกออกจากกาม [6508-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Feb 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/683b899f-4111-4dd0-be00-207703520904/media.mp3" length="29408025" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">683b899f-4111-4dd0-be00-207703520904</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e01</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOdZj5PMKSIC3p55S8ynD5W]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เนกขัมมะ ธรรมข้อสุดท้ายในอนุปุพพิกถาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตามลำดับเพื่อเป็นแนวทางให้ไปถึงโลกุตระได้</p><p>‘เนกขัมมะ’ หมายถึง การหลีกออกจากกาม ได้แก่ ฌานสมาธิในขั้นต่างๆ</p><p>การจะทำให้จิตน้อมไปในทางหลีกออกจากกามได้นั้น ต้องฝึกจิตให้พิจารณาเห็นบ่อยๆ ถึงคุณและโทษของกามว่า มีคุณน้อยแต่โทษมากขนาดไหนเมื่อเทียบกับเนกขัมมะที่มีคุณมากแต่โทษน้อยนิดเดียว</p><p>อย่างไรก็ตาม สมาธิแม้ว่าจะได้บ้างไม่ได้บ้าง การตั้งจิตดำริ ‘คิดที่จะหลีกออกจากกาม’ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องตั้งไว้เสมอ</p><p>“เนกขัมมะ” ทางสายกลาง เป็นหนึ่งในบารมี 10 ทัศ เป็นทางออกทางเดียว เพื่อการดับโทษของกาม เพื่อความสงบสุขจากในภายใน เพื่อความรู้ยิ่งรู้พร้อม ถึงสัมโพธิญาณได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เนกขัมมะ ธรรมข้อสุดท้ายในอนุปุพพิกถาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตามลำดับเพื่อเป็นแนวทางให้ไปถึงโลกุตระได้</p><p>‘เนกขัมมะ’ หมายถึง การหลีกออกจากกาม ได้แก่ ฌานสมาธิในขั้นต่างๆ</p><p>การจะทำให้จิตน้อมไปในทางหลีกออกจากกามได้นั้น ต้องฝึกจิตให้พิจารณาเห็นบ่อยๆ ถึงคุณและโทษของกามว่า มีคุณน้อยแต่โทษมากขนาดไหนเมื่อเทียบกับเนกขัมมะที่มีคุณมากแต่โทษน้อยนิดเดียว</p><p>อย่างไรก็ตาม สมาธิแม้ว่าจะได้บ้างไม่ได้บ้าง การตั้งจิตดำริ ‘คิดที่จะหลีกออกจากกาม’ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องตั้งไว้เสมอ</p><p>“เนกขัมมะ” ทางสายกลาง เป็นหนึ่งในบารมี 10 ทัศ เป็นทางออกทางเดียว เพื่อการดับโทษของกาม เพื่อความสงบสุขจากในภายใน เพื่อความรู้ยิ่งรู้พร้อม ถึงสัมโพธิญาณได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนุปุพพิกถา เรื่องโทษของกาม [6507-3d]</title>
			<itunes:title>อนุปุพพิกถา เรื่องโทษของกาม [6507-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Feb 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:53</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6ce385f1-c40f-41be-8e6e-5ce2cd8f220f/media.mp3" length="29022261" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6ce385f1-c40f-41be-8e6e-5ce2cd8f220f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e02</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPHrKEIR9DqgTGK05To+tmJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“กาม” คือ ความกำหนัดยินดีพอใจที่เกิดขึ้นอยู่ในจิตใจของเรา วัตถุภายนอกที่วิจิตรพิสดารเลิศหรูดูดี นั่นไม่ใช่กาม นั่นเรียกว่ากามวัตถุ แต่ความเพลินความพอใจความยินดีในกามวัตถุนั้นเรียกว่ากาม เราจะเห็นคุณของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ต้องเห็นโทษของมันด้วย เห็นทั้งข้อดีข้อเสีย แบบนี้จึงจะมีความรอบคอบมีความรัดกุม มีไหวพริบ มีปฏิภาณ มีปัญญา มีโยนิโสมนสิการ อะไรที่จะดีโดยส่วนเดียวไม่มี จะรู้ว่า “โทษของกาม” หนึ่งในอนุปุพพิกถา คือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าแสดงไปตามลำดับเป็นอย่างไร มีโทษอย่างไร กามที่มันยึดโยงเราทุกทางเป็นอย่างไร</p><p>“..กามเปรียบกับเขียงสับเนื้อ เปรียบกับท่อนกระดูก เปรียบชิ้นเนื้อที่นกคาบไป เปรียบกับคบเพลิงหญ้า เปรียบกับหลุมถ่านเพลิง เปรียบด้วยของในความฝัน เปรียบเหมือนของยืมเขามา เปรียบกับผลไม้บนต้น เปรียบกับรูรั่วของเรือ เปรียบด้วยคลื่น..”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“กาม” คือ ความกำหนัดยินดีพอใจที่เกิดขึ้นอยู่ในจิตใจของเรา วัตถุภายนอกที่วิจิตรพิสดารเลิศหรูดูดี นั่นไม่ใช่กาม นั่นเรียกว่ากามวัตถุ แต่ความเพลินความพอใจความยินดีในกามวัตถุนั้นเรียกว่ากาม เราจะเห็นคุณของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ต้องเห็นโทษของมันด้วย เห็นทั้งข้อดีข้อเสีย แบบนี้จึงจะมีความรอบคอบมีความรัดกุม มีไหวพริบ มีปฏิภาณ มีปัญญา มีโยนิโสมนสิการ อะไรที่จะดีโดยส่วนเดียวไม่มี จะรู้ว่า “โทษของกาม” หนึ่งในอนุปุพพิกถา คือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าแสดงไปตามลำดับเป็นอย่างไร มีโทษอย่างไร กามที่มันยึดโยงเราทุกทางเป็นอย่างไร</p><p>“..กามเปรียบกับเขียงสับเนื้อ เปรียบกับท่อนกระดูก เปรียบชิ้นเนื้อที่นกคาบไป เปรียบกับคบเพลิงหญ้า เปรียบกับหลุมถ่านเพลิง เปรียบด้วยของในความฝัน เปรียบเหมือนของยืมเขามา เปรียบกับผลไม้บนต้น เปรียบกับรูรั่วของเรือ เปรียบด้วยคลื่น..”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนุปุพพิกถา เรื่องของสวรรค์ [6506-3d]</title>
			<itunes:title>อนุปุพพิกถา เรื่องของสวรรค์ [6506-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Feb 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/2816653e-9d47-428e-98f8-d8915f4bc5d0/media.mp3" length="26749652" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2816653e-9d47-428e-98f8-d8915f4bc5d0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e03</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM5p6KPyL5gbShEJ8Gv0+hV]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สัคคกถา ธรรมข้อที่สามในห้าข้อของอนุปุพพิกถา เป็นเรื่องของสวรรค์   ที่หากมนุษย์ตายแล้วได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ จะมีความสุขมากเพียงไร ด้วยการเปรียบเทียบความสุขของมนุษย์ที่แม้เป็นถึงพระเจ้าจักรพรรดิ กับความสุขของเทวดาบนสวรรค์ก็เหมือนแค่หินก้อนเท่าฝ่ามือกับภูเขาหิมาลัย </p><p>การเป็นเทวดาทำได้ไม่ยาก ด้วยการสร้างเหตุปัจจัยไว้ตั้งแต่อยู่บนมนุษย์โลกนี้  ทั้งทางกายโดยการให้ทาน การรักษาศีล มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน  และทางจิตใจโดยการเจริญเทวตานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณธรรมของเทวดาอันประกอบไปด้วย ศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ ปัญญา  เช่น การมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าของมัฏฐกุณฑลีบุตรก่อนตาย  การมีศีล  การได้ฟังธรรม การให้ทาน และการมีปัญญาเห็นการเกิดขึ้นการดับไป   คุณธรรม 5 ข้อนี้จะเป็นเหตุให้ได้เป็นเทวดาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สัคคกถา ธรรมข้อที่สามในห้าข้อของอนุปุพพิกถา เป็นเรื่องของสวรรค์   ที่หากมนุษย์ตายแล้วได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ จะมีความสุขมากเพียงไร ด้วยการเปรียบเทียบความสุขของมนุษย์ที่แม้เป็นถึงพระเจ้าจักรพรรดิ กับความสุขของเทวดาบนสวรรค์ก็เหมือนแค่หินก้อนเท่าฝ่ามือกับภูเขาหิมาลัย </p><p>การเป็นเทวดาทำได้ไม่ยาก ด้วยการสร้างเหตุปัจจัยไว้ตั้งแต่อยู่บนมนุษย์โลกนี้  ทั้งทางกายโดยการให้ทาน การรักษาศีล มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน  และทางจิตใจโดยการเจริญเทวตานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณธรรมของเทวดาอันประกอบไปด้วย ศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ ปัญญา  เช่น การมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าของมัฏฐกุณฑลีบุตรก่อนตาย  การมีศีล  การได้ฟังธรรม การให้ทาน และการมีปัญญาเห็นการเกิดขึ้นการดับไป   คุณธรรม 5 ข้อนี้จะเป็นเหตุให้ได้เป็นเทวดาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนุปุพพิกถา เรื่องของศีล [6505-3d]</title>
			<itunes:title>อนุปุพพิกถา เรื่องของศีล [6505-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Feb 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b22703b1-169c-4934-8dd3-4d9375b0ee8c/media.mp3" length="28381557" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b22703b1-169c-4934-8dd3-4d9375b0ee8c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e04</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN+qbeQkfRLad7Saeut2ZMe]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สีลกถา เป็นข้อสองในห้าข้อของอนุปุพพิกถาที่ท่านพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตามลำดับเป็นแนวทางให้ไปถึงโลกุตระ</p><p>‘ศีล’ เป็นพื้นฐานของคุณธรรมทุกอย่าง</p><p>‘ศีล’ หมายถึง ความเป็นปกติของมนุษย์ในการดำเนินชีวิต และเป็นหนึ่งในอนุสติ 10 เรียกว่า ‘สีลานุสติ’  คือ การตามระลึกถึงศีล ทำให้มีความไม่ร้อนใจ เมื่อไม่ร้อนใจ จิตจะมีความสบาย เกิดความสงบระงับ เป็นสมาธิ และเกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริงได้ ซึ่งอานิสงส์ในการรักษาศีล 5 นั้น ให้ผลตั้งแต่ปัจจุบัน แม้ตายแล้วก็มีผลไปสุคติโลกสวรรค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สีลกถา เป็นข้อสองในห้าข้อของอนุปุพพิกถาที่ท่านพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตามลำดับเป็นแนวทางให้ไปถึงโลกุตระ</p><p>‘ศีล’ เป็นพื้นฐานของคุณธรรมทุกอย่าง</p><p>‘ศีล’ หมายถึง ความเป็นปกติของมนุษย์ในการดำเนินชีวิต และเป็นหนึ่งในอนุสติ 10 เรียกว่า ‘สีลานุสติ’  คือ การตามระลึกถึงศีล ทำให้มีความไม่ร้อนใจ เมื่อไม่ร้อนใจ จิตจะมีความสบาย เกิดความสงบระงับ เป็นสมาธิ และเกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริงได้ ซึ่งอานิสงส์ในการรักษาศีล 5 นั้น ให้ผลตั้งแต่ปัจจุบัน แม้ตายแล้วก็มีผลไปสุคติโลกสวรรค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนุปุพพิกถา เรื่องของทาน [6504-3d]</title>
			<itunes:title>อนุปุพพิกถา เรื่องของทาน [6504-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Jan 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/0210b947-49a3-4207-9038-8476ea20e5dc/media.mp3" length="27919183" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0210b947-49a3-4207-9038-8476ea20e5dc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e05</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INw/F3H/KSfZimLqBck3gNF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ทานกถา เป็นหนึ่งในห้าข้อของอนุปุพพิกถาที่ท่านพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ตามลำดับเป็นแนวทางให้ไปถึงโลกุตระ</p><p>ทาน หมายถึง การให้หรือการสละออก ซึ่งตรงกันข้ามกับการตระหนี่หรือการหวงกั้น</p><p>ทาน ยิ่งให้ยิ่งได้  เพราะการให้ทาน ทำให้ได้ละความตระหนี่  ทำให้ได้บุญ ทำให้ได้ความเบาสบายขึ้นในจิตใจ เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา</p><p>ทาน และอานิสงส์ของทานมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขปัจจัยปรุงแต่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผู้รับ ผู้ให้ ของที่ให้ หรือแม้แต่เรื่องของเวลาในการให้</p><p>นอกจากนี้ยังมีทานที่ยิ่งไปกว่านั้นอีก  นั่นคือ การสละราคะ โทสะ โมหะ ออกเป็นทาน โดยที่ไม่ต้องมีผู้รับ เป็นทานที่เมื่อสละออกแล้ว มีผลไปถึงโลกุตระได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ทานกถา เป็นหนึ่งในห้าข้อของอนุปุพพิกถาที่ท่านพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ตามลำดับเป็นแนวทางให้ไปถึงโลกุตระ</p><p>ทาน หมายถึง การให้หรือการสละออก ซึ่งตรงกันข้ามกับการตระหนี่หรือการหวงกั้น</p><p>ทาน ยิ่งให้ยิ่งได้  เพราะการให้ทาน ทำให้ได้ละความตระหนี่  ทำให้ได้บุญ ทำให้ได้ความเบาสบายขึ้นในจิตใจ เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา</p><p>ทาน และอานิสงส์ของทานมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขปัจจัยปรุงแต่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผู้รับ ผู้ให้ ของที่ให้ หรือแม้แต่เรื่องของเวลาในการให้</p><p>นอกจากนี้ยังมีทานที่ยิ่งไปกว่านั้นอีก  นั่นคือ การสละราคะ โทสะ โมหะ ออกเป็นทาน โดยที่ไม่ต้องมีผู้รับ เป็นทานที่เมื่อสละออกแล้ว มีผลไปถึงโลกุตระได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โอกาสดี 4 ประการ เพื่อการบรรลุธรรม [6503-3d]</title>
			<itunes:title>โอกาสดี 4 ประการ เพื่อการบรรลุธรรม [6503-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Jan 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b77ae5df-fe85-411f-9fb7-d5cdfeae98d0/media.mp3" length="28662039" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b77ae5df-fe85-411f-9fb7-d5cdfeae98d0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e06</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e06</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INxmepQ3WoagpHp/iS9Nsew]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ขณะ หรือเวลา หรือโอกาสใน 4 อย่างนี้ ได้แก่ การที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น การที่ได้เกิดในพื้นที่หรือประเทศที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้า การที่มีสัมมาทิฎฐิ (ความเห็นที่ถูกต้อง) และการที่มีอายตนะ 6 อย่างครบสมบรูณ์ (ไม่พิการ)...โอกาสดี 4 ประการ ที่ได้ยากขนาดนี้ เกิดขึ้นแล้ว อย่าไปรีรอ อย่าให้ล่วงเลยไปเสีย โอกาสนี้ไม่ได้มีอยู่เรื่อย ๆ ตอนนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่น ครั้งนึงครั้งเดียว คือ ตอนนี้แหละ ตรงนี้แหละ ช่องที่เราอยู่ในกัปนี้ ที่ยังมีคำสอนพระพุทธเจ้าโคตมอยู่ในตอนนี้ เพราะมันไม่แน่ว่าชาติหน้าที่เราเกิดมาอาจจะไปเบียดเสียดยัดเยียดอยู่ในนรก เกิดเป็นสัตว์ที่เกิดในของโสโครก เป็นสัตว์เดรัจฉาน ไปเกิดเป็นสัตว์ในอรูปพรหม หรือแม้แต่ไปเกิดในประเทศที่ไม่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่... มันไม่แน่ไม่นอนว่าโอกาสหน้าที่จะมาต่อไป มันจะมีหรือไม่ แต่ถ้ามีอยู่ตอนนี้ รีบเลย คือ ให้เป็นโสดาปัตติผลให้ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ขณะ หรือเวลา หรือโอกาสใน 4 อย่างนี้ ได้แก่ การที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น การที่ได้เกิดในพื้นที่หรือประเทศที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้า การที่มีสัมมาทิฎฐิ (ความเห็นที่ถูกต้อง) และการที่มีอายตนะ 6 อย่างครบสมบรูณ์ (ไม่พิการ)...โอกาสดี 4 ประการ ที่ได้ยากขนาดนี้ เกิดขึ้นแล้ว อย่าไปรีรอ อย่าให้ล่วงเลยไปเสีย โอกาสนี้ไม่ได้มีอยู่เรื่อย ๆ ตอนนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่น ครั้งนึงครั้งเดียว คือ ตอนนี้แหละ ตรงนี้แหละ ช่องที่เราอยู่ในกัปนี้ ที่ยังมีคำสอนพระพุทธเจ้าโคตมอยู่ในตอนนี้ เพราะมันไม่แน่ว่าชาติหน้าที่เราเกิดมาอาจจะไปเบียดเสียดยัดเยียดอยู่ในนรก เกิดเป็นสัตว์ที่เกิดในของโสโครก เป็นสัตว์เดรัจฉาน ไปเกิดเป็นสัตว์ในอรูปพรหม หรือแม้แต่ไปเกิดในประเทศที่ไม่มีคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่... มันไม่แน่ไม่นอนว่าโอกาสหน้าที่จะมาต่อไป มันจะมีหรือไม่ แต่ถ้ามีอยู่ตอนนี้ รีบเลย คือ ให้เป็นโสดาปัตติผลให้ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เส้นทางที่ปลอดภัย [6502-3d]</title>
			<itunes:title>เส้นทางที่ปลอดภัย [6502-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Jan 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/65be16e4-ee3e-4a88-bc0a-debaefc8abff/media.mp3" length="25500512" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65be16e4-ee3e-4a88-bc0a-debaefc8abff</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e07</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOAsn71sDhxhuWbNbg4ueuh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"เรานั้นแห้ง (ร้อน) แล้วผู้เดียว เปียกแล้วผู้เดียว อยู่ในป่าน่าพึงกลัวแต่ผู้เดียว เป็นผู้มีกายอันเปลือยเปล่า ไม่ผิงไฟ เป็นมุนีขวนขวายแสวงหาความบริสุทธิ์" ดังนี้ พระพุทธเจ้าตรัสเล่าแก่พระสารีบุตร ใน มหาสีหนาทสูตร สีหนาทวรรค มู.ม. ๑๒/๑๕๕/๑๗๗, ที่วนสัณฑ์ ใกล้เมืองเวสาลี</p><p>พระพุทธเจ้าตอนเป็นโพธิสัตว์ ท่านก็ต่อสู้ ฝ่าฟัน อดทน ตั้งเป้าหมายไว้ถูกแล้ว คือ แสวงหานิพพาน ต่อสู้เอาอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ นี้คือสูงสุดแล้ว เพราะไม่ได้แสวงหาความทุกข์มาทับถมตัวเอง แต่ว่าถ้าไปผิดทาง เป็นไปเพื่อมิจฉามรรคแล้ว ก็จะเป็นไปดังที่พระองค์ทรงตรัสแก่พระสารีบุตรข้างต้น เพราะว่าการทำทุกรกิริยา นี้เป็นมิจฉามรรค ตั้งเป้าหมายไว้ถูกอยู่ก็จริง แต่เพราะไปผิดทาง มันก็จึงตันตึ๊ก ไปต่อไม่ได้ เป็นความทุกข์ความโศก ความเร้าร้อน  จึงได้แก้ไขตนเอง เปลี่ยนแปลงจากเรื่องของมิจฉามรรคมาปฏิบัติตามทางสายกลาง คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติตามถูกทางแล้ว นี่แหละ สร้างทางใหม่ขึ้นมา ซึ่งก็คือทางเดิมที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายท่านได้ดำเนินเอาไว้แล้ว ปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้นมา เป็นทางที่เกษม ที่ปลอดภัย ที่โล่งได้ บอกประกาศมาจนถึงทุกวันนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"เรานั้นแห้ง (ร้อน) แล้วผู้เดียว เปียกแล้วผู้เดียว อยู่ในป่าน่าพึงกลัวแต่ผู้เดียว เป็นผู้มีกายอันเปลือยเปล่า ไม่ผิงไฟ เป็นมุนีขวนขวายแสวงหาความบริสุทธิ์" ดังนี้ พระพุทธเจ้าตรัสเล่าแก่พระสารีบุตร ใน มหาสีหนาทสูตร สีหนาทวรรค มู.ม. ๑๒/๑๕๕/๑๗๗, ที่วนสัณฑ์ ใกล้เมืองเวสาลี</p><p>พระพุทธเจ้าตอนเป็นโพธิสัตว์ ท่านก็ต่อสู้ ฝ่าฟัน อดทน ตั้งเป้าหมายไว้ถูกแล้ว คือ แสวงหานิพพาน ต่อสู้เอาอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ นี้คือสูงสุดแล้ว เพราะไม่ได้แสวงหาความทุกข์มาทับถมตัวเอง แต่ว่าถ้าไปผิดทาง เป็นไปเพื่อมิจฉามรรคแล้ว ก็จะเป็นไปดังที่พระองค์ทรงตรัสแก่พระสารีบุตรข้างต้น เพราะว่าการทำทุกรกิริยา นี้เป็นมิจฉามรรค ตั้งเป้าหมายไว้ถูกอยู่ก็จริง แต่เพราะไปผิดทาง มันก็จึงตันตึ๊ก ไปต่อไม่ได้ เป็นความทุกข์ความโศก ความเร้าร้อน  จึงได้แก้ไขตนเอง เปลี่ยนแปลงจากเรื่องของมิจฉามรรคมาปฏิบัติตามทางสายกลาง คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติตามถูกทางแล้ว นี่แหละ สร้างทางใหม่ขึ้นมา ซึ่งก็คือทางเดิมที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายท่านได้ดำเนินเอาไว้แล้ว ปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้นมา เป็นทางที่เกษม ที่ปลอดภัย ที่โล่งได้ บอกประกาศมาจนถึงทุกวันนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญาเป็นอันดับสูงสุด [6501-3d]</title>
			<itunes:title>ปัญญาเป็นอันดับสูงสุด [6501-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Jan 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/88af2ef6-718c-4e1f-b705-051f9cdfabd6/media.mp3" length="29944319" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">88af2ef6-718c-4e1f-b705-051f9cdfabd6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e08</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INrZsEykuPUa1EXSJtLnSk1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปัญญา 3 (ความรอบรู้ รู้ทั่ว เข้าใจ รู้ซึ้ง)</p><p>1. จินตามยปัญญา (ปัญญาเกิดแต่การคิดการพิจารณาหาเหตุผล)</p><p>2. สุตมยปัญญา (ปัญญาเกิดแต่การสดับการเล่าเรียน)</p><p>3. ภาวนามยปัญญา (ปัญญาเกิดแต่การฝึกอบรมลงมือปฏิบัติ)</p><p>- พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)</p><p>"ภาวนามยปัญญา" ปัญญาที่เกิดจากการภาวนา "ภาวนา" หมายถึง การพัฒนา "ภาวนามยปัญญา เป็นปัญญาที่จะทำให้เกิดการพัฒนาต่อ ๆ ไป ต่อ ๆ ไป จะมีความลึกซึ้งลงไป ลึกซึ้งลงไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ...</p><p>"เอามาทำดู คิดอยู่ใช่เปล่า? แล้วเอามาทำดู ไม่ใช่คิด ๆ แล้ว คิด ๆ แล้ว แต่ลงมือทำจริง ๆ"</p><p>"ปัญญาชำแรกกิเลส ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้เข้าถึงจิตใจว่า จะเข้าสู่จิตใจได้ ให้เกิดภาวนามยปัญญา คือ ต้องทำการภาวนา ทำการพัฒนาจิต โดยการใคร่ครวญพิจารณา คิดใช่เปล่า? แล้วด้วยจิตที่เป็นสมาธิ มันจะเปลี่ยนจากแค่สิ่งที่เราได้ฟังเป็นปัญญา มาคิดนึกเพ่งลงไป  เอาใจจดใจจ่อลงไป คือ "สมาธิ""</p><p>"แล้วเกิดเป็นญาณ คือ ความรู้ คือ แสงสว่าง "ภาวนามยปัญญา" มันอยู่ตรงนี้"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปัญญา 3 (ความรอบรู้ รู้ทั่ว เข้าใจ รู้ซึ้ง)</p><p>1. จินตามยปัญญา (ปัญญาเกิดแต่การคิดการพิจารณาหาเหตุผล)</p><p>2. สุตมยปัญญา (ปัญญาเกิดแต่การสดับการเล่าเรียน)</p><p>3. ภาวนามยปัญญา (ปัญญาเกิดแต่การฝึกอบรมลงมือปฏิบัติ)</p><p>- พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)</p><p>"ภาวนามยปัญญา" ปัญญาที่เกิดจากการภาวนา "ภาวนา" หมายถึง การพัฒนา "ภาวนามยปัญญา เป็นปัญญาที่จะทำให้เกิดการพัฒนาต่อ ๆ ไป ต่อ ๆ ไป จะมีความลึกซึ้งลงไป ลึกซึ้งลงไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ...</p><p>"เอามาทำดู คิดอยู่ใช่เปล่า? แล้วเอามาทำดู ไม่ใช่คิด ๆ แล้ว คิด ๆ แล้ว แต่ลงมือทำจริง ๆ"</p><p>"ปัญญาชำแรกกิเลส ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้เข้าถึงจิตใจว่า จะเข้าสู่จิตใจได้ ให้เกิดภาวนามยปัญญา คือ ต้องทำการภาวนา ทำการพัฒนาจิต โดยการใคร่ครวญพิจารณา คิดใช่เปล่า? แล้วด้วยจิตที่เป็นสมาธิ มันจะเปลี่ยนจากแค่สิ่งที่เราได้ฟังเป็นปัญญา มาคิดนึกเพ่งลงไป  เอาใจจดใจจ่อลงไป คือ "สมาธิ""</p><p>"แล้วเกิดเป็นญาณ คือ ความรู้ คือ แสงสว่าง "ภาวนามยปัญญา" มันอยู่ตรงนี้"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อปัณณกปฏิปทา ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด 3 อย่าง [6452-3d]</title>
			<itunes:title>อปัณณกปฏิปทา ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด 3 อย่าง [6452-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Dec 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/a5e11ebd-ea29-48b8-bd46-23ba31b903a7/media.mp3" length="28260285" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a5e11ebd-ea29-48b8-bd46-23ba31b903a7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e09</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IP5b8y+prrM/qXYxtbZmOzR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[อปัณณกปฏิปทา ธรรม 3 อย่างที่ใช้เวลาไหนก็ได้ทั้งนั้น ธรรมที่ผู้ปฏิบัติแล้วจะไม่ผิด ปรารภทำอยู่เรื่อย ๆ แล้ว จะเป็นไปเพื่อความสิ้นอาสวะทั้งหลาย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[อปัณณกปฏิปทา ธรรม 3 อย่างที่ใช้เวลาไหนก็ได้ทั้งนั้น ธรรมที่ผู้ปฏิบัติแล้วจะไม่ผิด ปรารภทำอยู่เรื่อย ๆ แล้ว จะเป็นไปเพื่อความสิ้นอาสวะทั้งหลาย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความหมายของสัมปชัญญะ [6451-3d]</title>
			<itunes:title>ความหมายของสัมปชัญญะ [6451-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Dec 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/938ab0a5-8d9a-4cc5-bc5c-726d68879d29/media.mp3" length="28783048" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">938ab0a5-8d9a-4cc5-bc5c-726d68879d29</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e0a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPbxcYn/UtO/rs8tlqq2Qff]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ “พวกเธอทั้งหลายจงเป็นผู้มีสติอยู่อย่างมีสัมปชัญญะเถิด” ทั้ง ‘สติ’ และ ‘สัมปชัญญะ’ เป็นธรรมะ 2 อย่าง อันเป็นอุปการะแก่โลกมาก แต่มีความหมายที่แตกต่างกัน รวมถึง ‘ปัญญา’ ด้วย เพราะมักจะนำมาพูดด้วยกันอยู่เสมอ แล้วทั้งหมดนี้มีความแตกต่าง และเกี่ยวข้องกันอย่างไร และเราควรน้อมนำมาฝึกปฏิบัติอย่างไร เพื่อให้มีความก้าวหน้าในธรรมวินัยนี้ โปรดมาศึกษาได้จาก episode นี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ “พวกเธอทั้งหลายจงเป็นผู้มีสติอยู่อย่างมีสัมปชัญญะเถิด” ทั้ง ‘สติ’ และ ‘สัมปชัญญะ’ เป็นธรรมะ 2 อย่าง อันเป็นอุปการะแก่โลกมาก แต่มีความหมายที่แตกต่างกัน รวมถึง ‘ปัญญา’ ด้วย เพราะมักจะนำมาพูดด้วยกันอยู่เสมอ แล้วทั้งหมดนี้มีความแตกต่าง และเกี่ยวข้องกันอย่างไร และเราควรน้อมนำมาฝึกปฏิบัติอย่างไร เพื่อให้มีความก้าวหน้าในธรรมวินัยนี้ โปรดมาศึกษาได้จาก episode นี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุเบกขา 10 [6450-3d]</title>
			<itunes:title>อุเบกขา 10 [6450-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Dec 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/634fe0e5-2588-4cc6-bb18-1d63ea89453b/media.mp3" length="28787986" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">634fe0e5-2588-4cc6-bb18-1d63ea89453b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm/episode/6450-3d</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e0b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0ION+3OEPBnxkOsX0Fynwh0G]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>❝ อุเบกขา 10 ❞ หมายถึง ความวางเฉยแบบวางใจเป็นกลาง ๆ โดยไม่เอนเอียงเข้าข้างเพราะชอบ เพราะชัง เพราะหลง และเพราะกลัว เช่น ไม่เสียใจเมื่อคนที่ตนรักถึงความวิบัติ หรือไม่ดีใจเมื่อศัตรูถึงความวิบัติ มิใช่วางเฉยแบบไม่แยแส หรือไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆ ที่สามารถช่วยเหลือได้ เป็นต้น</p><p>ลักษณะของผู้มีอุเบกขา คือ เป็นคนหนักแน่นมีสติอยู่เสมอ ไม่ดีใจ ไม่เสียใจจนเกินเหตุ เป็นคนยุติธรรม ยึดหลักความเป็นผู้ใหญ่ รักษาความเป็นกลางไว้ได้มั่นคง ไม่เอนเอียงเข้าข้าง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยเหตุผล ถูกต้องคลองธรรม และเป็นผู้วางเฉยได้ เมื่อไม่อาจประพฤติเมตตา กรุณา หรือมุทิตาได้</p><p>อุเบกขา 10 ประเภท ได้แก่...</p><p>1) <strong>อุเบกขาในพรหมวิหาร 4</strong> เป็นผู้วางเฉยได้เมื่อไม่อาจประพฤติเมตตา กรุณา หรือมุทิตาได้ พิจารณาปลงใจลงไปในกรรมว่า <em>"สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน ทำดี จักได้ดี ทำชั่ว จักได้ชั่ว แต่ละสัตว์บุคคล ทั้งตนเอง แต่ละคน ย่อมต้องเป็นไปตามกรรมของตน ตามที่ตนได้กระทำไว้"</em></p><p>และยิ่งขึ้นไปกว่านั้น  ก็พิจารณาโดยถึงปรมัติ คือ โดยเนื้อความที่ละเอียด ลุ่มลึก ว่า <em>"ที่เรียกว่า สัตว์บุคคล ตัวตน เราเขา นั้น เป็นสมมุติบัญญัติ และโดยปรมัติแล้ว ไม่มีสัตว์บุคคล ตัวตนเราเขา เมื่อพิจารณาดังนี้ จะทำให้จิตใจปล่อยวางความยึดถือในสัตว์ หรือโดยความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขาได้"</em></p><p>2) <strong>อุเบกขาในอายตนะ 6</strong>  คือ การวางเฉยในอายตนะทั้ง 6</p><p>3) <strong>อุเบกขาในความเพียร</strong> คือ ทางสายกลางในการทำความเพียร ไม่หย่อนเกินไป ไม่ตึงเกินไป</p><p>4) <strong>อุเบกขาในโพชฌงค์  </strong>❝โพชฌงค์ 7 ❞ เป็นองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม อุเบกขาในโพชฌงค์ จึงหมายถึง จิตมีอุเบกขา เป็นองค์ประกอบในการที่เราจะรู้ธรรมะ เห็นธรรมะ ให้เกิดการปล่อยวาง ละกิเลส ตัณหา อวิชชาได้ ให้ออกไปจากจิตใจได้ อุเบกขาตัวนี้จึงเป็นผลกันมาของโพชฌงค์ทั้ง 7</p><p>5) <strong>อุเบกขาในฌาน</strong> อุเบกขา ตั้งแต่ฌาน 3 ขึ้นไป <em>"เธอมีความคิดดังนี้ว่า มิฉะนั้น เราพึงมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขามีสติอยู่เป็นสุข"</em></p><p><em>"เธอยังไม่ยินดีเพียงตติยฌานที่ได้บรรลุ ฯลฯ เธอเสพโดยมาก เจริญ กระทำให้มากซึ่งนิมิตนั้น อธิษฐานนิมิตนั้นให้มั่นด้วยดี เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้นเราพึงบรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัส โทมนัส ก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่"</em>  #พระพุทธพจน์</p><p>6) <strong>อุเบกขาในเวทนา</strong> เวลาเราวางความสุข ความทุกข์ อทุกขมสุข (ความไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุข) แล้ว ก็จะเหลืออุเบกขาในเวทนา อุเบกขาในเวทนา จึงเป็นเวทนาอย่างหนึ่ง ที่ว่ามันละเอียดลงไปกว่าอทุกขมสุข</p><p>7) <strong>อุเบกขาในสังขาร</strong> คือ การไม่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5  (สังขาร ในที่นี้หมายถึง ขันธ์ 5) ต้องเห็นขันธ์ 5 โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา</p><p>ความวางเฉยเกิดขึ้นแน่นอน เพราะจิตเราจะไม่เข้าไปยึดถือสิ่งนั้น โดยความเป็นตัวตน เราก็จะไม่ยินดี ยินร้าย สะดุ้ง สะเทือนไปตามการเปลี่ยนแปลงของขันธ์ 5 นั้น อุเบกขามันจึงแทรกอยู่ในวิปัสสนาแทรกอยู่ในสังขารนี้ด้วย  หมายความว่า คุณทำวิปัสสนาแล้ว อุเบกขานั้น จึงเป็นสิ่งที่หวังได้ วางเฉยได้ในสังขาร</p><p>8) <strong>อุเบกขาในวิปัสสนา</strong>  "วิปัสสนา" แปลว่า เห็นตามความเป็นจริง เห็นตามความเป็นจริงโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา</p><p>9) <strong>อุเบกขาในเจตสิก</strong> <strong>หรือ อุเบกขาที่ยังธรรมทั้งหลายที่เกิดพร้อมกันให้เป็นไปเสมอกัน</strong> ไม่ว่าจะเรื่องพรหมวิหาร 4 อายตนะ ความเพียร โพชฌงค์ ฌาน เวทนา สังขาร และวิปัสสนา  เพราะมันอยู่ในจิต องค์ประกอบของจิตตรงนี้ ก็คือ "เจตสิก" เป็นอุเบกขาในเจตสิก จึงเป็นเหตุให้อุเบกขานั้น ไปอยู่ในทุกที่ทุกอย่างทุกส่วนได้</p><p>10) <strong>อุเบกขาในสติบริสุทธิ์</strong> อุเบกขาบริสุทธิ์จากข้าศึก อุเบกขาปราศจากข้าศึก อุเบกขาที่มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา คำนี้อยู่ในหัวข้อของฌานที่ 3</p><p>❝ มีอุเบกขา เป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ ❞</p><p>#พระพุทธพจน์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>❝ อุเบกขา 10 ❞ หมายถึง ความวางเฉยแบบวางใจเป็นกลาง ๆ โดยไม่เอนเอียงเข้าข้างเพราะชอบ เพราะชัง เพราะหลง และเพราะกลัว เช่น ไม่เสียใจเมื่อคนที่ตนรักถึงความวิบัติ หรือไม่ดีใจเมื่อศัตรูถึงความวิบัติ มิใช่วางเฉยแบบไม่แยแส หรือไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆ ที่สามารถช่วยเหลือได้ เป็นต้น</p><p>ลักษณะของผู้มีอุเบกขา คือ เป็นคนหนักแน่นมีสติอยู่เสมอ ไม่ดีใจ ไม่เสียใจจนเกินเหตุ เป็นคนยุติธรรม ยึดหลักความเป็นผู้ใหญ่ รักษาความเป็นกลางไว้ได้มั่นคง ไม่เอนเอียงเข้าข้าง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยเหตุผล ถูกต้องคลองธรรม และเป็นผู้วางเฉยได้ เมื่อไม่อาจประพฤติเมตตา กรุณา หรือมุทิตาได้</p><p>อุเบกขา 10 ประเภท ได้แก่...</p><p>1) <strong>อุเบกขาในพรหมวิหาร 4</strong> เป็นผู้วางเฉยได้เมื่อไม่อาจประพฤติเมตตา กรุณา หรือมุทิตาได้ พิจารณาปลงใจลงไปในกรรมว่า <em>"สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน ทำดี จักได้ดี ทำชั่ว จักได้ชั่ว แต่ละสัตว์บุคคล ทั้งตนเอง แต่ละคน ย่อมต้องเป็นไปตามกรรมของตน ตามที่ตนได้กระทำไว้"</em></p><p>และยิ่งขึ้นไปกว่านั้น  ก็พิจารณาโดยถึงปรมัติ คือ โดยเนื้อความที่ละเอียด ลุ่มลึก ว่า <em>"ที่เรียกว่า สัตว์บุคคล ตัวตน เราเขา นั้น เป็นสมมุติบัญญัติ และโดยปรมัติแล้ว ไม่มีสัตว์บุคคล ตัวตนเราเขา เมื่อพิจารณาดังนี้ จะทำให้จิตใจปล่อยวางความยึดถือในสัตว์ หรือโดยความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขาได้"</em></p><p>2) <strong>อุเบกขาในอายตนะ 6</strong>  คือ การวางเฉยในอายตนะทั้ง 6</p><p>3) <strong>อุเบกขาในความเพียร</strong> คือ ทางสายกลางในการทำความเพียร ไม่หย่อนเกินไป ไม่ตึงเกินไป</p><p>4) <strong>อุเบกขาในโพชฌงค์  </strong>❝โพชฌงค์ 7 ❞ เป็นองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม อุเบกขาในโพชฌงค์ จึงหมายถึง จิตมีอุเบกขา เป็นองค์ประกอบในการที่เราจะรู้ธรรมะ เห็นธรรมะ ให้เกิดการปล่อยวาง ละกิเลส ตัณหา อวิชชาได้ ให้ออกไปจากจิตใจได้ อุเบกขาตัวนี้จึงเป็นผลกันมาของโพชฌงค์ทั้ง 7</p><p>5) <strong>อุเบกขาในฌาน</strong> อุเบกขา ตั้งแต่ฌาน 3 ขึ้นไป <em>"เธอมีความคิดดังนี้ว่า มิฉะนั้น เราพึงมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขามีสติอยู่เป็นสุข"</em></p><p><em>"เธอยังไม่ยินดีเพียงตติยฌานที่ได้บรรลุ ฯลฯ เธอเสพโดยมาก เจริญ กระทำให้มากซึ่งนิมิตนั้น อธิษฐานนิมิตนั้นให้มั่นด้วยดี เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้นเราพึงบรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัส โทมนัส ก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่"</em>  #พระพุทธพจน์</p><p>6) <strong>อุเบกขาในเวทนา</strong> เวลาเราวางความสุข ความทุกข์ อทุกขมสุข (ความไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุข) แล้ว ก็จะเหลืออุเบกขาในเวทนา อุเบกขาในเวทนา จึงเป็นเวทนาอย่างหนึ่ง ที่ว่ามันละเอียดลงไปกว่าอทุกขมสุข</p><p>7) <strong>อุเบกขาในสังขาร</strong> คือ การไม่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5  (สังขาร ในที่นี้หมายถึง ขันธ์ 5) ต้องเห็นขันธ์ 5 โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา</p><p>ความวางเฉยเกิดขึ้นแน่นอน เพราะจิตเราจะไม่เข้าไปยึดถือสิ่งนั้น โดยความเป็นตัวตน เราก็จะไม่ยินดี ยินร้าย สะดุ้ง สะเทือนไปตามการเปลี่ยนแปลงของขันธ์ 5 นั้น อุเบกขามันจึงแทรกอยู่ในวิปัสสนาแทรกอยู่ในสังขารนี้ด้วย  หมายความว่า คุณทำวิปัสสนาแล้ว อุเบกขานั้น จึงเป็นสิ่งที่หวังได้ วางเฉยได้ในสังขาร</p><p>8) <strong>อุเบกขาในวิปัสสนา</strong>  "วิปัสสนา" แปลว่า เห็นตามความเป็นจริง เห็นตามความเป็นจริงโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา</p><p>9) <strong>อุเบกขาในเจตสิก</strong> <strong>หรือ อุเบกขาที่ยังธรรมทั้งหลายที่เกิดพร้อมกันให้เป็นไปเสมอกัน</strong> ไม่ว่าจะเรื่องพรหมวิหาร 4 อายตนะ ความเพียร โพชฌงค์ ฌาน เวทนา สังขาร และวิปัสสนา  เพราะมันอยู่ในจิต องค์ประกอบของจิตตรงนี้ ก็คือ "เจตสิก" เป็นอุเบกขาในเจตสิก จึงเป็นเหตุให้อุเบกขานั้น ไปอยู่ในทุกที่ทุกอย่างทุกส่วนได้</p><p>10) <strong>อุเบกขาในสติบริสุทธิ์</strong> อุเบกขาบริสุทธิ์จากข้าศึก อุเบกขาปราศจากข้าศึก อุเบกขาที่มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา คำนี้อยู่ในหัวข้อของฌานที่ 3</p><p>❝ มีอุเบกขา เป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ ❞</p><p>#พระพุทธพจน์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ศรัทธาแก้ทุกข์ [6449-3d]</title>
			<itunes:title>ศรัทธาแก้ทุกข์ [6449-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Dec 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/3d814cad-914c-42e8-838c-f08470fdee02/media.mp3" length="28813164" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3d814cad-914c-42e8-838c-f08470fdee02</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e0c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INmZujeulHKO3Jp0V/XIEGj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘ทุกข์’ เป็นธรรมที่เข้าไปตั้งอาศัยของ ‘ศรัทธา’ โดย ‘ศรัทธา’ นี้ หมายถึง ความเชื่อ ความมั่นใจ ความลงใจ ความเลื่อมใส อันประกอบไปด้วยปัญญาและความเพียร ถ้าไม่มีปัญญามาหนุน ก็จะกลายเป็นความงมงาย ศรัทธาแล้วลงมือทำจริง แน่วแน่จริง  มันก็จะมีจุดเชื่อม ตรงจุดเชื่อมนั้นคือ ‘กำลังใจ’ </p><p>เราสามารถตั้ง ‘ศรัทธา’ ไว้ในทุกอย่างที่เราทำ ถ้าเราเชื่อว่า ‘เราทำได้’ กำลังจิตของเราก็จะไปทางนั้น ‘ศรัทธา’ จะต้องประกอบกัน 3 อย่าง คือ มั่นใจในผู้ที่ทำสำเร็จมาแล้ว (พุทโธ),  มั่นใจในกระบวนการวิธี (ธัมโม), และมั่นใจว่าตัวเราต้องทำสำเร็จได้ (สังโฆ) </p><p>‘ศรัทธา’ มีโทษด้วย ถ้าเราวางไว้ผิด เปรียบเหมือนติดกระดุมเม็ดแรก ถ้าติดผิดมันก็จะผิดตามไปหมด เราจึงควรตั้งไว้ในคุณธรรม จะสามารถเป็นตัวจุดประกายให้ผู้อื่นได้ด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘ทุกข์’ เป็นธรรมที่เข้าไปตั้งอาศัยของ ‘ศรัทธา’ โดย ‘ศรัทธา’ นี้ หมายถึง ความเชื่อ ความมั่นใจ ความลงใจ ความเลื่อมใส อันประกอบไปด้วยปัญญาและความเพียร ถ้าไม่มีปัญญามาหนุน ก็จะกลายเป็นความงมงาย ศรัทธาแล้วลงมือทำจริง แน่วแน่จริง  มันก็จะมีจุดเชื่อม ตรงจุดเชื่อมนั้นคือ ‘กำลังใจ’ </p><p>เราสามารถตั้ง ‘ศรัทธา’ ไว้ในทุกอย่างที่เราทำ ถ้าเราเชื่อว่า ‘เราทำได้’ กำลังจิตของเราก็จะไปทางนั้น ‘ศรัทธา’ จะต้องประกอบกัน 3 อย่าง คือ มั่นใจในผู้ที่ทำสำเร็จมาแล้ว (พุทโธ),  มั่นใจในกระบวนการวิธี (ธัมโม), และมั่นใจว่าตัวเราต้องทำสำเร็จได้ (สังโฆ) </p><p>‘ศรัทธา’ มีโทษด้วย ถ้าเราวางไว้ผิด เปรียบเหมือนติดกระดุมเม็ดแรก ถ้าติดผิดมันก็จะผิดตามไปหมด เราจึงควรตั้งไว้ในคุณธรรม จะสามารถเป็นตัวจุดประกายให้ผู้อื่นได้ด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทางสายกลางดับกรรมได้ [6448-3d]</title>
			<itunes:title>ทางสายกลางดับกรรมได้ [6448-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Nov 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1d954b7c-2c76-4037-be94-c5584848d989/media.mp3" length="27832403" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1d954b7c-2c76-4037-be94-c5584848d989</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e0d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPag8RWl7Syc02XCYjp+UVM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงค้นพบช่องทางรอด อันเป็นทางสายกลาง คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ผู้ที่จะรอดช่องนี้ได้จะต้องอาศัย 'ศรัทธา' ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้กับท่านสหัมบดีพรหม ณ ใต้ต้นไทรอันเป็นที่พักร้อนของเด็กเลี้ยงแพะ… “ประตูสู่นิพพานอันเป็นอมตะ เราเปิดไว้แล้ว สัตว์เหล่าใดที่จะมาตามทางนี้ สัตว์เหล่านั้นจงปลงศรัทธาลงไปเถิด”</p><p>หนทางอันประเสริฐนี้ยังมีอยู่ เป็นช่องทางที่ไม่ติดตัน ไม่วนไปในสังสารวัฏ ที่เมื่อผู้ไม่ประมาทปฏิบัติตามแล้ว ก็จะได้รับผลเหมือนกันหมด ทำให้คลายความยึดถือทั้งหมดได้ กรรมดับไปได้ ไปสู่ทางอันเกษม ถึงความดับเย็น คือ พระนิพพานได้แน่นอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงค้นพบช่องทางรอด อันเป็นทางสายกลาง คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ผู้ที่จะรอดช่องนี้ได้จะต้องอาศัย 'ศรัทธา' ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้กับท่านสหัมบดีพรหม ณ ใต้ต้นไทรอันเป็นที่พักร้อนของเด็กเลี้ยงแพะ… “ประตูสู่นิพพานอันเป็นอมตะ เราเปิดไว้แล้ว สัตว์เหล่าใดที่จะมาตามทางนี้ สัตว์เหล่านั้นจงปลงศรัทธาลงไปเถิด”</p><p>หนทางอันประเสริฐนี้ยังมีอยู่ เป็นช่องทางที่ไม่ติดตัน ไม่วนไปในสังสารวัฏ ที่เมื่อผู้ไม่ประมาทปฏิบัติตามแล้ว ก็จะได้รับผลเหมือนกันหมด ทำให้คลายความยึดถือทั้งหมดได้ กรรมดับไปได้ ไปสู่ทางอันเกษม ถึงความดับเย็น คือ พระนิพพานได้แน่นอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หิริ โอตตัปปะ : ธรรมคุ้มครองโลก [6447-3d]</title>
			<itunes:title>หิริ โอตตัปปะ : ธรรมคุ้มครองโลก [6447-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Nov 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/e09029f1-d5ea-42b8-9eba-4360346e8629/media.mp3" length="27392886" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e09029f1-d5ea-42b8-9eba-4360346e8629</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e0e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOktSxJmwVLkdgxq+N4f0Z5]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘โลกบาล’ เป็นหลักธรรมคุ้มครองรักษาโลก ที่ช่วยให้มนุษย์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข อันประกอบด้วยหลักธรรม 2 ประการที่จะมาคู่กันเสมอในจิตใจ ที่จะทำให้บุคคลทำแต่ความดี คือ หิริและโอตตัปปะ ‘หิริ’ แปลว่าความละอายต่อบาป และ ‘โอตตัปปะ’ แปลว่าความกลัวต่อบาป</p><p>บุคคลผู้มีหิริและโอตตัปปะ มีสติสัมปชัญญะ มีการสำรวมอินทรีย์  ศีลจึงสมบูรณ์ เป็นเครื่องที่ทำให้เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง ถึงพระนิพพานได้ในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘โลกบาล’ เป็นหลักธรรมคุ้มครองรักษาโลก ที่ช่วยให้มนุษย์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข อันประกอบด้วยหลักธรรม 2 ประการที่จะมาคู่กันเสมอในจิตใจ ที่จะทำให้บุคคลทำแต่ความดี คือ หิริและโอตตัปปะ ‘หิริ’ แปลว่าความละอายต่อบาป และ ‘โอตตัปปะ’ แปลว่าความกลัวต่อบาป</p><p>บุคคลผู้มีหิริและโอตตัปปะ มีสติสัมปชัญญะ มีการสำรวมอินทรีย์  ศีลจึงสมบูรณ์ เป็นเครื่องที่ทำให้เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง ถึงพระนิพพานได้ในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>บททดสอบคือผัสสะ [6446-3d]</title>
			<itunes:title>บททดสอบคือผัสสะ [6446-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Nov 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/920bb3b2-8a26-45d1-b2e5-887108ec341f/media.mp3" length="29066256" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">920bb3b2-8a26-45d1-b2e5-887108ec341f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e0f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOPMIF17UVDhUHO4RuOEFNX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนที่มีจิตน้อมมา เดินมาตามแนวทางของมรรคแล้ว ตัดสินใจแล้วว่า ‘ชีวิตนี้ฉันจะอยู่ในมรรคแปดนี้ให้ได้’ มันจะต้องมีเครื่องมาทดสอบ มาตรวจสอบจิตใจของเรา ในการเดินทางของเรานั้น มันยังอยู่ในกรอบขอบของมรรคแปดได้หรือไม่</p><p>เครื่องทดสอบนี้จะมาในรูปของ ‘ผัสสะ’ ที่มีมากระทบอยู่ตลอดเวลา เพราะธรรมชาติของจิตมันจะไปตามผัสสะทั้งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ ซึ่งผู้ปฏิบัติต้องหมั่นคอยตรวจสอบ คอยปรับให้ตรงทาง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนที่มีจิตน้อมมา เดินมาตามแนวทางของมรรคแล้ว ตัดสินใจแล้วว่า ‘ชีวิตนี้ฉันจะอยู่ในมรรคแปดนี้ให้ได้’ มันจะต้องมีเครื่องมาทดสอบ มาตรวจสอบจิตใจของเรา ในการเดินทางของเรานั้น มันยังอยู่ในกรอบขอบของมรรคแปดได้หรือไม่</p><p>เครื่องทดสอบนี้จะมาในรูปของ ‘ผัสสะ’ ที่มีมากระทบอยู่ตลอดเวลา เพราะธรรมชาติของจิตมันจะไปตามผัสสะทั้งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ ซึ่งผู้ปฏิบัติต้องหมั่นคอยตรวจสอบ คอยปรับให้ตรงทาง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ราชวสดีธรรม [6445-3d]</title>
			<itunes:title>ราชวสดีธรรม [6445-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Nov 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bf0a0997-8753-4495-9652-97e874d187cf/media.mp3" length="27161109" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bf0a0997-8753-4495-9652-97e874d187cf</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e10</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INMUBYDfYs7a/7r9Md0vpdw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>45</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ในวาระที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญสัจจบารมี ท่านได้ทรงแสดงธรรมไว้ เพื่อเป็นวิธีการรักษาตนที่จะไม่ประมาท เป็นหมวดธรรมที่มีความสำคัญมาก สามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ในการรับราชการ หรือในการทำงานที่มีหัวหน้าที่สามารถให้ทั้งคุณและโทษแก่เราได้ ท่านได้ทรงสอนไว้ใน ‘ราชวสดีธรรม’ ซึ่งขยายความจากพระพุทธพจน์ที่แยกออกเป็นคาถาได้ 49 ข้อ รายละเอียดโปรดติดตามได้ใน episode นี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ในวาระที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญสัจจบารมี ท่านได้ทรงแสดงธรรมไว้ เพื่อเป็นวิธีการรักษาตนที่จะไม่ประมาท เป็นหมวดธรรมที่มีความสำคัญมาก สามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ในการรับราชการ หรือในการทำงานที่มีหัวหน้าที่สามารถให้ทั้งคุณและโทษแก่เราได้ ท่านได้ทรงสอนไว้ใน ‘ราชวสดีธรรม’ ซึ่งขยายความจากพระพุทธพจน์ที่แยกออกเป็นคาถาได้ 49 ข้อ รายละเอียดโปรดติดตามได้ใน episode นี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความหมาย และการทำงานของขันธ์ 5 [6444-3d]</title>
			<itunes:title>ความหมาย และการทำงานของขันธ์ 5 [6444-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Nov 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/f3601554-d1e6-4f60-a576-1d9d506282be/media.mp3" length="27721805" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f3601554-d1e6-4f60-a576-1d9d506282be</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e11</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOJsf6uKGxaYyGo9VAtYVbF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงแบ่งสิ่งที่เหมือนกันคล้ายกัน มาจับกองรวมเข้าด้วยกัน เพื่อทำความเข้าใจให้ถูก ปัญญาจึงจะเกิด ท่านแบ่งไว้เป็น 5 กอง กอง คือ ขันธ์ เรียกว่า ‘ขันธ์ 5’ คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ และสังขารขันธ์ ซึ่งขันธ์ทั้ง 5 นี้เป็นที่ตั้งแห่งความยึดถือได้ คือ อุปาทาน</p><p>การทำงานของขันธ์ทั้ง 5 เมื่อมีการกระทบกันทางช่องทางอายตนะภายในและภายนอก มีวิญญาณรับรู้ 3 อย่างนี้เรียกว่า ‘ผัสสะ’ ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในช่องทางใจ ใจจึงต้องมีสติรักษาไว้ เพราะจิตอยู่ในช่องทางใจ จิตจึงไม่ปรุงแต่งไปในทางอกุศล</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงแบ่งสิ่งที่เหมือนกันคล้ายกัน มาจับกองรวมเข้าด้วยกัน เพื่อทำความเข้าใจให้ถูก ปัญญาจึงจะเกิด ท่านแบ่งไว้เป็น 5 กอง กอง คือ ขันธ์ เรียกว่า ‘ขันธ์ 5’ คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ และสังขารขันธ์ ซึ่งขันธ์ทั้ง 5 นี้เป็นที่ตั้งแห่งความยึดถือได้ คือ อุปาทาน</p><p>การทำงานของขันธ์ทั้ง 5 เมื่อมีการกระทบกันทางช่องทางอายตนะภายในและภายนอก มีวิญญาณรับรู้ 3 อย่างนี้เรียกว่า ‘ผัสสะ’ ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในช่องทางใจ ใจจึงต้องมีสติรักษาไว้ เพราะจิตอยู่ในช่องทางใจ จิตจึงไม่ปรุงแต่งไปในทางอกุศล</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สาธุนรธรรม (ธรรมะของคนดี) [6443-3d]</title>
			<itunes:title>สาธุนรธรรม (ธรรมะของคนดี) [6443-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Oct 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/490d73ea-ecbe-4aa9-99fb-87278de26c3f/media.mp3" length="28247851" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">490d73ea-ecbe-4aa9-99fb-87278de26c3f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e12</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e12</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPki/nhOHr8p9FDVwrcMnRB]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>43</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[การจะปรับเปลี่ยนคนไม่ดีให้เป็นคนดีได้ ต้องใช้ความดีเท่านั้น พระโพธิสัตว์ได้กล่าวคาถาที่เป็นธรรมะของคนดี 4 ข้อ จงเดินไปตามทางที่ท่านเดินไปแล้ว จงอย่าเผาฝ่ามืออันชุ่ม อย่าประทุษร้ายในหมู่มิตร ไม่ว่าในกาลไหน ๆ และอย่าตกอยู่ในอำนาจของอิสตรีที่ดูหมิ่นชาย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[การจะปรับเปลี่ยนคนไม่ดีให้เป็นคนดีได้ ต้องใช้ความดีเท่านั้น พระโพธิสัตว์ได้กล่าวคาถาที่เป็นธรรมะของคนดี 4 ข้อ จงเดินไปตามทางที่ท่านเดินไปแล้ว จงอย่าเผาฝ่ามืออันชุ่ม อย่าประทุษร้ายในหมู่มิตร ไม่ว่าในกาลไหน ๆ และอย่าตกอยู่ในอำนาจของอิสตรีที่ดูหมิ่นชาย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คาถา 5 บาท หนทางแห่งความสุข</title>
			<itunes:title>คาถา 5 บาท หนทางแห่งความสุข</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 Oct 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:02</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/86eb40a8-d880-4d42-9e05-adc600c91b2f/media.mp3" length="27891510" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">86eb40a8-d880-4d42-9e05-adc600c91b2f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e13</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMPZyzF1M06hZKFcztGF/Xt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คาถาอันเป็นทางไปสู่ความประเสริฐ คือ ลาภทั้งหลายมีความไม่มีโรคเป็นอย่างยิ่ง ทรัพย์มีความสันโดษเป็นอย่างยิ่ง ญาติมีความคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม   </p><p>ทุกเส้นทางที่เราเดินไป ถ้ามีองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง อยู่ในจิตใจของเราแล้ว การเดินทางนั้นปลอดภัยแน่นอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คาถาอันเป็นทางไปสู่ความประเสริฐ คือ ลาภทั้งหลายมีความไม่มีโรคเป็นอย่างยิ่ง ทรัพย์มีความสันโดษเป็นอย่างยิ่ง ญาติมีความคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม   </p><p>ทุกเส้นทางที่เราเดินไป ถ้ามีองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง อยู่ในจิตใจของเราแล้ว การเดินทางนั้นปลอดภัยแน่นอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญา 3 ระดับ</title>
			<itunes:title>ปัญญา 3 ระดับ</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Oct 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>48:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/5ba04d00-9972-49db-8f81-adbf00d5e4e5/media.mp3" length="23420632" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5ba04d00-9972-49db-8f81-adbf00d5e4e5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e14</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM9N3MphmRcHnbSbNWBZjgO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในการฟังธรรม เราสามารถน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติตามได้จริง ๆ หรือเปล่า นั่นคือ แสดงถึงปัญญาที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ปัญญาของบุคคลมี 3 ระดับ ซึ่งสามารถพัฒนาได้ จากปัญญาที่มีลักษณะเหมือนหม้อคว่ำ คือ จำอะไรไม่ได้เลย มาเป็นลักษณะเหมือนตัก คือ จำได้เฉพาะเวลาที่นั่งฟังอยู่ พัฒนาจนมีปัญญากว้างขวาง มีลักษณะเหมือนหม้อหงาย คือ นำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน </p><p>อย่าให้ธรรมะอยู่แค่เฉพาะในวัด ที่พระ ในตำราคัมภีร์ หรือในซีดีเท่านั้น ที่สำคัญคือ เราได้พัฒนาปัญญาจนกระทั่งน้อมนำธรรมะที่มีองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง มาทำได้ในชีวิตของเราทุก ๆ ขณะ มีสติระลึกได้ ไม่ตามกระแสที่พัดไปของกิเลส และตัณหา จึงจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ในธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในการฟังธรรม เราสามารถน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติตามได้จริง ๆ หรือเปล่า นั่นคือ แสดงถึงปัญญาที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ปัญญาของบุคคลมี 3 ระดับ ซึ่งสามารถพัฒนาได้ จากปัญญาที่มีลักษณะเหมือนหม้อคว่ำ คือ จำอะไรไม่ได้เลย มาเป็นลักษณะเหมือนตัก คือ จำได้เฉพาะเวลาที่นั่งฟังอยู่ พัฒนาจนมีปัญญากว้างขวาง มีลักษณะเหมือนหม้อหงาย คือ นำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน </p><p>อย่าให้ธรรมะอยู่แค่เฉพาะในวัด ที่พระ ในตำราคัมภีร์ หรือในซีดีเท่านั้น ที่สำคัญคือ เราได้พัฒนาปัญญาจนกระทั่งน้อมนำธรรมะที่มีองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง มาทำได้ในชีวิตของเราทุก ๆ ขณะ มีสติระลึกได้ ไม่ตามกระแสที่พัดไปของกิเลส และตัณหา จึงจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ในธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กสิณ</title>
			<itunes:title>กสิณ</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Oct 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/4be24f1a-c0d0-40ce-948f-adb800c97ce1/media.mp3" length="28806757" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4be24f1a-c0d0-40ce-948f-adb800c97ce1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e15</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMTQyUDgc1CJp76XuHgnZ1Z]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กสิณทั้ง 10 อย่างเป็นมรรค เป็นการฝึกสมาธิแบบหนึ่ง โดยการเห็นสิ่งนั้นแล้วจ้องดู เพ่งดู จะลืมตาหรือหลับตาก็ตาม แล้วทำให้รวมเข้ากันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหมด ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงประกาศสอนไว้ เพื่อใช้เป็นทางไปสู่พระนิพพาน โดยการฝึกนี้ควรต้องอยู่ในชีวิตประจำวันของเราด้วย </p><p>ข้อควรระวัง ในการฝึกกสิณนั้น อย่าให้มีความอยากได้ฤทธิ์ เพราะจะไปติดกับดักหลุมพรางของกิเลส และอาจทำให้เกิดความวิปลาสได้ เราเพียงใช้เป็นทางผ่านเท่านั้น อย่าไปยึดถือผิดจุด เพราะแม้ยึดถือในสิ่งที่ดี ก็ยังเป็นโทษ แต่ให้ใช้เป็นสรณะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กสิณทั้ง 10 อย่างเป็นมรรค เป็นการฝึกสมาธิแบบหนึ่ง โดยการเห็นสิ่งนั้นแล้วจ้องดู เพ่งดู จะลืมตาหรือหลับตาก็ตาม แล้วทำให้รวมเข้ากันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหมด ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงประกาศสอนไว้ เพื่อใช้เป็นทางไปสู่พระนิพพาน โดยการฝึกนี้ควรต้องอยู่ในชีวิตประจำวันของเราด้วย </p><p>ข้อควรระวัง ในการฝึกกสิณนั้น อย่าให้มีความอยากได้ฤทธิ์ เพราะจะไปติดกับดักหลุมพรางของกิเลส และอาจทำให้เกิดความวิปลาสได้ เราเพียงใช้เป็นทางผ่านเท่านั้น อย่าไปยึดถือผิดจุด เพราะแม้ยึดถือในสิ่งที่ดี ก็ยังเป็นโทษ แต่ให้ใช้เป็นสรณะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สมาธิ 9 ระดับ</title>
			<itunes:title>สมาธิ 9 ระดับ</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Sep 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9dbf60be-e581-44f6-a0fa-adb100d907e7/media.mp3" length="28588267" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9dbf60be-e581-44f6-a0fa-adb100d907e7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e16</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPfFeZRkRyEQkiM0NGLlQXU]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ตามลำดับ คือ อนุปุพพวิหาร 9 ประการ การเข้าออกสมาธิอันมีความสืบเนื่องต่อกันขึ้นไปโดยลำดับ ดังนี้ 1) ปฐมฌาน 2) ทุติยฌาน 3) ตติยฌาน 4) จตุตถฌาน 5) อากาสานัญจายตนะ 6) วิญญาณัญจายตนะ 7) อากิญจัญญายตนะ  8) เนวสัญญานาสัญญายตนะ และ 9) สัญญาเวทยิตนิโรธ นี้คือ วิหารธรรม อันเป็นเครื่องอยู่ของจิต 9 ระดับ </p><p>บุคคลผู้เฉลียวฉลาดรอบรู้ในสมาธิ มีความเฉียบแหลมในการสงัดจากอกุศลธรรม ทำให้เจริญ ทำให้มาก รอบรู้ซึ่งนิมิตแห่งสมาธิ เปรียบได้กับแม่โคผู้ชาญฉลาดที่เที่ยวไปตามภูเขา ย่อมรู้จักเขต ย่อมฉลาดที่จะเที่ยวไปบนภูเขาที่ขรุขระ และรอบรู้ในการเดิน การยันเท้าบนภูเขานั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ตามลำดับ คือ อนุปุพพวิหาร 9 ประการ การเข้าออกสมาธิอันมีความสืบเนื่องต่อกันขึ้นไปโดยลำดับ ดังนี้ 1) ปฐมฌาน 2) ทุติยฌาน 3) ตติยฌาน 4) จตุตถฌาน 5) อากาสานัญจายตนะ 6) วิญญาณัญจายตนะ 7) อากิญจัญญายตนะ  8) เนวสัญญานาสัญญายตนะ และ 9) สัญญาเวทยิตนิโรธ นี้คือ วิหารธรรม อันเป็นเครื่องอยู่ของจิต 9 ระดับ </p><p>บุคคลผู้เฉลียวฉลาดรอบรู้ในสมาธิ มีความเฉียบแหลมในการสงัดจากอกุศลธรรม ทำให้เจริญ ทำให้มาก รอบรู้ซึ่งนิมิตแห่งสมาธิ เปรียบได้กับแม่โคผู้ชาญฉลาดที่เที่ยวไปตามภูเขา ย่อมรู้จักเขต ย่อมฉลาดที่จะเที่ยวไปบนภูเขาที่ขรุขระ และรอบรู้ในการเดิน การยันเท้าบนภูเขานั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความมั่นคงและไม่หวั่นไหวแห่งจิต [6438-4s]</title>
			<itunes:title>ความมั่นคงและไม่หวั่นไหวแห่งจิต [6438-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Sep 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bf0e8af5-121f-4b33-98be-adaa00b1ffd6/media.mp3" length="28765992" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bf0e8af5-121f-4b33-98be-adaa00b1ffd6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e17</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e17</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMQfBVRs7T2YXjai4NuZ7Kw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>38</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อินทรีย์ 5 และพละ 5 นั้น ต่างมีองค์ประกอบ 5 ประการ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา หากจะเปรียบเทียบ สติ ย่อมเทียบได้กับ หัวธนู วิริยะ คู่กับ สมาธิ ช่วยพยุงธนูไว้ ศรัทธา คู่กับ ปัญญา พยุงด้านปลายของธนู หากอินทรีย์หรือพละตัวใดมากไป ธนูนั้นย่อมขาดความสมดุล ไม่สามารถแล่นตรงสู่เป้าหมายได้ </p><p>กล่าวได้ว่า อินทรีย์ 5 และพละ 5 นั้น เหมือนกันโดยองค์ธรรมเพียงแต่ใช้อธิบายคนละนัยยะ คือ ความเป็นใหญ่ และความไม่หวั่นไหว เปรียบเสมือนแม่น้ำใหญ่ที่มีเกาะอยู่กึ่งกลาง แบ่งแม่น้ำออกเป็นสองสาย แม่น้ำทั้งสองที่ถูกแบ่งนั้น ย่อมเป็นสายน้ำเดียวกัน และไหลบรรจบกันในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อินทรีย์ 5 และพละ 5 นั้น ต่างมีองค์ประกอบ 5 ประการ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา หากจะเปรียบเทียบ สติ ย่อมเทียบได้กับ หัวธนู วิริยะ คู่กับ สมาธิ ช่วยพยุงธนูไว้ ศรัทธา คู่กับ ปัญญา พยุงด้านปลายของธนู หากอินทรีย์หรือพละตัวใดมากไป ธนูนั้นย่อมขาดความสมดุล ไม่สามารถแล่นตรงสู่เป้าหมายได้ </p><p>กล่าวได้ว่า อินทรีย์ 5 และพละ 5 นั้น เหมือนกันโดยองค์ธรรมเพียงแต่ใช้อธิบายคนละนัยยะ คือ ความเป็นใหญ่ และความไม่หวั่นไหว เปรียบเสมือนแม่น้ำใหญ่ที่มีเกาะอยู่กึ่งกลาง แบ่งแม่น้ำออกเป็นสองสาย แม่น้ำทั้งสองที่ถูกแบ่งนั้น ย่อมเป็นสายน้ำเดียวกัน และไหลบรรจบกันในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มรรค ผล นิพพาน</title>
			<itunes:title>มรรค ผล นิพพาน</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Sep 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:27</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d97256d8-b327-47ca-acba-ada300bb4d24/media.mp3" length="30016328" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d97256d8-b327-47ca-acba-ada300bb4d24</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e18</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPKfst4SP8v8dhd94pI+A4X]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติตามธรรมที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ ผลที่จะพึงหวังได้ คือ ความผาสุก ซึ่งจะปรากฏเป็นความเบาบางของกิเลส นำไปสู่การสิ้นสุดของการเวียนว่ายตัดภพชาติให้น้อยลงไปตามลำดับ การเดินตามทางนั้นเป็น มรรค เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เรียกว่า ผล และมีพระนิพพานเป็นที่สุดแห่งการประพฤติปฏิบัติ  </p><p>พึงเห็นโทษของการเวียนว่ายตายเกิดว่า เป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดี พึงเห็นคุณของพระธรรมคำสอน ว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ และน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติเพื่อที่สุดแห่งพรหมจรรย์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติตามธรรมที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ ผลที่จะพึงหวังได้ คือ ความผาสุก ซึ่งจะปรากฏเป็นความเบาบางของกิเลส นำไปสู่การสิ้นสุดของการเวียนว่ายตัดภพชาติให้น้อยลงไปตามลำดับ การเดินตามทางนั้นเป็น มรรค เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เรียกว่า ผล และมีพระนิพพานเป็นที่สุดแห่งการประพฤติปฏิบัติ  </p><p>พึงเห็นโทษของการเวียนว่ายตายเกิดว่า เป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดี พึงเห็นคุณของพระธรรมคำสอน ว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ และน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติเพื่อที่สุดแห่งพรหมจรรย์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผู้ไพบูลย์ในธรรม</title>
			<itunes:title>ผู้ไพบูลย์ในธรรม</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Sep 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d473de94-644e-4809-b899-ad9c00a77f09/media.mp3" length="28157740" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d473de94-644e-4809-b899-ad9c00a77f09</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e19</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPshaXrfwiG2K0C0zJOTaKe]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[คุณสมบัติที่จะทำให้เป็นผู้ไพบูลย์ในความดีทั้งปวง 6 ประการ เป็นผู้มากด้วยปัญญา มีความเพียรประกอบการงาน มีปีติปราโมทย์อยู่เสมอ เป็นผู้มากด้วยความไม่สันโดษในกุศลธรรมทั้งหลาย และมีความเพียรพยายามทำกิจให้ลุล่วง ก้าวสู่คุณความดีที่สูงยิ่งขึ้นไป คุณสมบัติทั้ง 6 ประการ ครอบคลุมหลักในการดำเนินชีวิต ให้เป็นผู้เจริญทั้งทางโลก และทางธรรม สมควรที่บุคคลพึงปฏิบัติตาม เพื่อความเจริญ และเป็นสุข<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[คุณสมบัติที่จะทำให้เป็นผู้ไพบูลย์ในความดีทั้งปวง 6 ประการ เป็นผู้มากด้วยปัญญา มีความเพียรประกอบการงาน มีปีติปราโมทย์อยู่เสมอ เป็นผู้มากด้วยความไม่สันโดษในกุศลธรรมทั้งหลาย และมีความเพียรพยายามทำกิจให้ลุล่วง ก้าวสู่คุณความดีที่สูงยิ่งขึ้นไป คุณสมบัติทั้ง 6 ประการ ครอบคลุมหลักในการดำเนินชีวิต ให้เป็นผู้เจริญทั้งทางโลก และทางธรรม สมควรที่บุคคลพึงปฏิบัติตาม เพื่อความเจริญ และเป็นสุข<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อสัตบุรุษ</title>
			<itunes:title>อสัตบุรุษ</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 31 Aug 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/236bff8b-dfc1-41e0-a32c-ad9500d4bf4c/media.mp3" length="27179499" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">236bff8b-dfc1-41e0-a32c-ad9500d4bf4c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e1a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IODKUA+/HTGm1DcXCsbAwhi]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[อสัตบุรุษยกตนข่มท่าน เพราะสกุล เพราะยศ เพื่อแลกกับลาภเล็กน้อย แม้ถูกใครถามถึงความไม่ดีของตนก็ปกปิดไม่เปิดเผยให้ปรากฏ เมื่อถูกใครถามถึงความไม่ดีของตน ก็นำเอาปัญหาไปทำให้ไขว้เขวแล้วกล่าวความไม่ดีของตนอย่างไม่เต็มที่ นี่คือ หนึ่งในวิสัยแห่ง “อสัตบุรุษ”<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[อสัตบุรุษยกตนข่มท่าน เพราะสกุล เพราะยศ เพื่อแลกกับลาภเล็กน้อย แม้ถูกใครถามถึงความไม่ดีของตนก็ปกปิดไม่เปิดเผยให้ปรากฏ เมื่อถูกใครถามถึงความไม่ดีของตน ก็นำเอาปัญหาไปทำให้ไขว้เขวแล้วกล่าวความไม่ดีของตนอย่างไม่เต็มที่ นี่คือ หนึ่งในวิสัยแห่ง “อสัตบุรุษ”<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิสุทธิ 7</title>
			<itunes:title>วิสุทธิ 7</itunes:title>
			<pubDate>Mon, 23 Aug 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/e6d467c2-e06b-4327-80b1-ec1a8db080aa/media.mp3" length="26674959" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e6d467c2-e06b-4327-80b1-ec1a8db080aa</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e1b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IME6KjTNzVhsoQX397Oo6UB]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ธรรมอันวิสุทธิ 7 ประการ เป็นปัจจัยส่งต่อ ๆ กัน ยิ่ง ๆ ขึ้นไปเพื่อบรรลุนิพพาน เปรียบประดุจรถ 7 ผลัดส่งต่อกันเพื่อให้บุคคลถึงที่หมายโดยสวัสดี เกิดเป็นความสะอาดหมดจด บริสุทธิ์ และปราศจากกิเลส อันเป็นไปในทางกาย จิต และปัญญา<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ธรรมอันวิสุทธิ 7 ประการ เป็นปัจจัยส่งต่อ ๆ กัน ยิ่ง ๆ ขึ้นไปเพื่อบรรลุนิพพาน เปรียบประดุจรถ 7 ผลัดส่งต่อกันเพื่อให้บุคคลถึงที่หมายโดยสวัสดี เกิดเป็นความสะอาดหมดจด บริสุทธิ์ และปราศจากกิเลส อันเป็นไปในทางกาย จิต และปัญญา<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมัปปทาน 4 6433-3d</title>
			<itunes:title>สัมมัปปทาน 4 6433-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Aug 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/c13c983e-720e-42aa-a457-ad8700e6a83b/media.mp3" length="26856920" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c13c983e-720e-42aa-a457-ad8700e6a83b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e1c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMgc6Mfq0hfFXtn4+YKOYIM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[มรรควิธีที่เปรียบเสมือนเรือเพื่อข้ามจากฝั่งแห่งทุกข์สู่ความดับสนิทไม่เหลือแห่งกองทุกข์ คือ ความเพียรชอบ ที่พึงตั้งขึ้นไว้เบื้องหน้า อันได้แก่ เพียรระวังบาปอกุศลมิให้เกิดขึ้น เพียรละบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว เพียรทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และเพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์ จงเพียรรักษาความดีให้ถึงพร้อมบริบูรณ์เพื่อความดับไม่เหลือแห่งกองทุกข์นี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มรรควิธีที่เปรียบเสมือนเรือเพื่อข้ามจากฝั่งแห่งทุกข์สู่ความดับสนิทไม่เหลือแห่งกองทุกข์ คือ ความเพียรชอบ ที่พึงตั้งขึ้นไว้เบื้องหน้า อันได้แก่ เพียรระวังบาปอกุศลมิให้เกิดขึ้น เพียรละบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว เพียรทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และเพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์ จงเพียรรักษาความดีให้ถึงพร้อมบริบูรณ์เพื่อความดับไม่เหลือแห่งกองทุกข์นี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เวทนากับทางไปแห่งจิต 36 ทาง [6432-3d]</title>
			<itunes:title>เวทนากับทางไปแห่งจิต 36 ทาง [6432-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Aug 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/de99beeb-20f9-40fd-98a8-ad8000bac415/media.mp3" length="27275768" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">de99beeb-20f9-40fd-98a8-ad8000bac415</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e1d</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e1d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN5BMxXuIwAnqoZ6gNTKw4R]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ความโสมนัส โทมนัส และอุเบกขา อันเนื่องด้วยเหย้าเรือน เป็นเหตุให้บุคคลยังคงเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร เมื่อบุคคลรู้แจ้งถึงความเป็นของไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความจางคลาย และความดับไม่เหลือ เห็นอยู่ด้วยปัญญาอันชอบตรงตามที่เป็นจริงอย่างนี้ ย่อมหลุดพ้นจากบ่วงแห่งทุกข์นี้ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ความโสมนัส โทมนัส และอุเบกขา อันเนื่องด้วยเหย้าเรือน เป็นเหตุให้บุคคลยังคงเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร เมื่อบุคคลรู้แจ้งถึงความเป็นของไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความจางคลาย และความดับไม่เหลือ เห็นอยู่ด้วยปัญญาอันชอบตรงตามที่เป็นจริงอย่างนี้ ย่อมหลุดพ้นจากบ่วงแห่งทุกข์นี้ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ประตู 11 บาน สู่นิพพาน 6431-3d</title>
			<itunes:title>ประตู 11 บาน สู่นิพพาน 6431-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Aug 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/71d32a00-c644-4d79-9c53-ad7900bbf1db/media.mp3" length="26611879" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">71d32a00-c644-4d79-9c53-ad7900bbf1db</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e1e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOZR6sXBKLfaod5IBadt8/J]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[บุคคลผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีจิตที่ยังไม่หลุดพ้น ย่อมหลุดพ้น อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้น ย่อมถึงความสิ้นไป และย่อมบรรลุถึงธรรมที่ปลอดโปร่งจากกิเลสเป็นเครื่องประกอบไว้ อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ธรรมอันเป็นประตูแห่งอมตะธรรมนั้น คือ เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น สิ่งนั้นไม่เที่ยง มีความดับไปเป็นธรรมดา<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[บุคคลผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีจิตที่ยังไม่หลุดพ้น ย่อมหลุดพ้น อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้น ย่อมถึงความสิ้นไป และย่อมบรรลุถึงธรรมที่ปลอดโปร่งจากกิเลสเป็นเครื่องประกอบไว้ อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ธรรมอันเป็นประตูแห่งอมตะธรรมนั้น คือ เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น สิ่งนั้นไม่เที่ยง มีความดับไปเป็นธรรมดา<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีละความอาฆาต [6430-3d]</title>
			<itunes:title>วิธีละความอาฆาต [6430-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/c2ac85e2-d6fa-43e0-b17a-ad7200a9eb23/media.mp3" length="26611527" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c2ac85e2-d6fa-43e0-b17a-ad7200a9eb23</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e1f</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e1f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM3gon10qIj9b1Ir42a7G++]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[จิตที่สะสมอารมณ์โกรธ อาฆาต พยาบาท ขุ่นแค้น  จนเกิดเป็นสนิมเกาะใจ หาความสุขไม่ได้ด้วยแรงของพยาบาท อาฆาต ด้วยภัยของความอาฆาตนี้ พระสารีบุตรได้กล่าวถึงวิธีการระงับความอาฆาต ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในจิต ดังนี้ แม้ความอาฆาตพึงเกิดขึ้นในบุคคลใด พึงเจริญกรุณาในบุคคลนั้น เปรียบดังเหมือนสงสารคนป่วยไม่สบาย พึงเข้าไปตั้งความกรุณา ความเอ็นดู ความอนุเคราะห์ ในบุคคลนั้นเสีย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[จิตที่สะสมอารมณ์โกรธ อาฆาต พยาบาท ขุ่นแค้น  จนเกิดเป็นสนิมเกาะใจ หาความสุขไม่ได้ด้วยแรงของพยาบาท อาฆาต ด้วยภัยของความอาฆาตนี้ พระสารีบุตรได้กล่าวถึงวิธีการระงับความอาฆาต ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในจิต ดังนี้ แม้ความอาฆาตพึงเกิดขึ้นในบุคคลใด พึงเจริญกรุณาในบุคคลนั้น เปรียบดังเหมือนสงสารคนป่วยไม่สบาย พึงเข้าไปตั้งความกรุณา ความเอ็นดู ความอนุเคราะห์ ในบุคคลนั้นเสีย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่ควรทำให้บังเกิด 6429-3d</title>
			<itunes:title>ธรรมที่ควรทำให้บังเกิด 6429-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Jul 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/df686a07-d20d-4c3d-ad5d-ad6b00ade69f/media.mp3" length="27948406" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">df686a07-d20d-4c3d-ad5d-ad6b00ade69f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e20</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INotiWua6xK3jGx4rglfmU6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[การกำหนดรู้ที่เกิดจากอำนาจแห่งสมาธิ ย่อมทำให้เกิดการรู้แจ้งกระจ่างชัดเจน มีจิตตั้งมั่นเป็นกลาง เช่น เมื่อบุคคลเห็นรูปด้วยตา ฟังเสียงด้วยหู ดมกลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจแต่เป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ นั่นคือ ธรรมที่ควรทำให้บังเกิด<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[การกำหนดรู้ที่เกิดจากอำนาจแห่งสมาธิ ย่อมทำให้เกิดการรู้แจ้งกระจ่างชัดเจน มีจิตตั้งมั่นเป็นกลาง เช่น เมื่อบุคคลเห็นรูปด้วยตา ฟังเสียงด้วยหู ดมกลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจแต่เป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ นั่นคือ ธรรมที่ควรทำให้บังเกิด<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สติปัฏฐาน 4 [6428-3d]</title>
			<itunes:title>สติปัฏฐาน 4 [6428-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Jul 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/2b1e61b7-484f-41dd-9399-ad6400c4e762/media.mp3" length="28254923" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2b1e61b7-484f-41dd-9399-ad6400c4e762</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e21</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e21</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INNa1NIpl4x4rThR8XIcoOw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ความระลึกรู้ ความตระหนักรู้ นั้นคือ สติ อันเป็นประธานในการกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นตามความเป็นจริง การเจริญสติให้มั่นคงเป็นหนทางสายเอกอันเป็นไปเพื่อการดับทุกข์ เพื่อความบริสุทธิ์ เพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง เพื่อทำบุคคลผู้เจริญให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน หนทางนี้ คือ  “สติปัฏฐาน 4”<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ความระลึกรู้ ความตระหนักรู้ นั้นคือ สติ อันเป็นประธานในการกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นตามความเป็นจริง การเจริญสติให้มั่นคงเป็นหนทางสายเอกอันเป็นไปเพื่อการดับทุกข์ เพื่อความบริสุทธิ์ เพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง เพื่อทำบุคคลผู้เจริญให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน หนทางนี้ คือ  “สติปัฏฐาน 4”<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฤทธิ์ 6427-3d</title>
			<itunes:title>ฤทธิ์ 6427-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Jul 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/196d84f3-c6c1-42c9-91a4-ad5d00b9691e/media.mp3" length="26796403" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">196d84f3-c6c1-42c9-91a4-ad5d00b9691e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e22</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INxvK9chW9QLkvG01DRtnE6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>จิตที่เป็นสมาธิบริสุทธิ์ปราศจากกิเลส ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่ออิทธิวิธี คือ “ฤทธิ์”</p><p>ฤทธิ์ทั้งปวง จักมีขึ้นได้ด้วยความเพียรพยายาม ขวนขวายทั้งสิ้น ฤทธิ์ทั้งปวงล้วนเกิดจาก ศีล สมาธิ ปัญญา อันบริบูรณ์ เปรียบเหมือนช่างหม้อผู้ฉลาด เมื่อนวดดินดีแล้ว ต้องการภาชนะชนิดใด ๆ พึงทำภาชนะชนิดนั้น ๆ ให้สำเร็จได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>จิตที่เป็นสมาธิบริสุทธิ์ปราศจากกิเลส ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่ออิทธิวิธี คือ “ฤทธิ์”</p><p>ฤทธิ์ทั้งปวง จักมีขึ้นได้ด้วยความเพียรพยายาม ขวนขวายทั้งสิ้น ฤทธิ์ทั้งปวงล้วนเกิดจาก ศีล สมาธิ ปัญญา อันบริบูรณ์ เปรียบเหมือนช่างหม้อผู้ฉลาด เมื่อนวดดินดีแล้ว ต้องการภาชนะชนิดใด ๆ พึงทำภาชนะชนิดนั้น ๆ ให้สำเร็จได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วัฏฏะ 3 6426-3d</title>
			<itunes:title>วัฏฏะ 3 6426-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:53</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/88935ed8-5f51-4465-b7cb-ad5600cfa749/media.mp3" length="28779974" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">88935ed8-5f51-4465-b7cb-ad5600cfa749</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e23</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPaCxzJZ+Pk8FhNJ3hzFiKz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e23.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บุคคลใดถูกกิเลสครอบงำแล้วให้กระทำกรรม เมื่อกระทำกรรมแล้วย่อมได้รับผลของกรรม เมื่อได้รับผลของกรรมแล้ว กิเลสเกิดขึ้นอีก แล้วกระทำกรรมอีก ย่อมเสวยผลของกรรมนั้น หมุนวนเวียนสืบเนื่องด้วยอำนาจของกิเลส กรรม และวิบาก </p><p>"บุคคลนั้นย่อมได้ชื่อว่า เป็นผู้หมุนวนเวียนเกิดเวียนตายอยู่ใน วัฏฏะ 3"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บุคคลใดถูกกิเลสครอบงำแล้วให้กระทำกรรม เมื่อกระทำกรรมแล้วย่อมได้รับผลของกรรม เมื่อได้รับผลของกรรมแล้ว กิเลสเกิดขึ้นอีก แล้วกระทำกรรมอีก ย่อมเสวยผลของกรรมนั้น หมุนวนเวียนสืบเนื่องด้วยอำนาจของกิเลส กรรม และวิบาก </p><p>"บุคคลนั้นย่อมได้ชื่อว่า เป็นผู้หมุนวนเวียนเกิดเวียนตายอยู่ใน วัฏฏะ 3"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ 6425-3d</title>
			<itunes:title>คุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ 6425-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>36:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/50cc3023-58dd-4eaf-a5a8-ad4f00a782c9/media.mp3" length="28719899" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">50cc3023-58dd-4eaf-a5a8-ad4f00a782c9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e24</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPJBQ3YDHLFUSkkoLk++7JN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e24.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ธัมม์ทั้ง 5 ประการ คือ โจทก์โดยกาลควร ด้วยเรื่องจริง ด้วยคำอ่อนหวาน ด้วยเรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ และด้วยเมตตาจิต บุคคลผู้โจทก์พึงตั้งตนอยู่ในธัมม์นั้น แม้บุคคลผู้ถูกโจทก์พึงตั้งตนอยู่ในธัมม์ 2 ประการ คือ ความจริง และความไม่โกรธ</p><p>การสำรวมวาจาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง บุคคลพึงกล่าววาจาที่ไม่เป็นเหตุยังตนให้เดือดร้อน และไม่เป็นเหตุเบียดเบียนผู้อื่น วาจานั้นแล  เป็นสุภาษิต    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ธัมม์ทั้ง 5 ประการ คือ โจทก์โดยกาลควร ด้วยเรื่องจริง ด้วยคำอ่อนหวาน ด้วยเรื่องที่ประกอบด้วยประโยชน์ และด้วยเมตตาจิต บุคคลผู้โจทก์พึงตั้งตนอยู่ในธัมม์นั้น แม้บุคคลผู้ถูกโจทก์พึงตั้งตนอยู่ในธัมม์ 2 ประการ คือ ความจริง และความไม่โกรธ</p><p>การสำรวมวาจาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง บุคคลพึงกล่าววาจาที่ไม่เป็นเหตุยังตนให้เดือดร้อน และไม่เป็นเหตุเบียดเบียนผู้อื่น วาจานั้นแล  เป็นสุภาษิต    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังโยชน์ 6424-3d</title>
			<itunes:title>สังโยชน์ 6424-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6f7a7a66-b6a1-4a61-94b5-ad4800a6024d/media.mp3" length="26603931" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6f7a7a66-b6a1-4a61-94b5-ad4800a6024d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e25</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM349XD2n1ICT4tFQbw0J7i]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e25.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กิเลสกามที่ผูกมัดใจบุคคลไว้กับทุกข์ อันเป็นเครื่องร้อยรัดจองจำจิตใจให้จมอยู่ในวัฏฏะ นั้นคือ สังโยชน์ เครื่องรึงรัดจิตเปรียบประดุจดั่งเกลียวเชือกผูกรัดจองจำลูกวัวไว้กับหลัก</p><p>บุคคลผู้เห็นภัยแห่งเครื่องร้อยรัดนี้ ย่อมอบรมตนให้เจริญในสติปัฏฐาน และดำรงตนในอริยมรรคมีองค์แปด พึงเห็นว่าความพึงพอใจเกิดจากเหตุปัจจัยมาปรุงแต่ง สิ่งใดปรุงแต่ง สิ่งนั้นไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นทนอยู่ไม่ได้ สิ่งใดทนอยู่ไม่ได้ สิ่งนั้นไม่มีแก่นถาวรให้ยึดถือพึงพอใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กิเลสกามที่ผูกมัดใจบุคคลไว้กับทุกข์ อันเป็นเครื่องร้อยรัดจองจำจิตใจให้จมอยู่ในวัฏฏะ นั้นคือ สังโยชน์ เครื่องรึงรัดจิตเปรียบประดุจดั่งเกลียวเชือกผูกรัดจองจำลูกวัวไว้กับหลัก</p><p>บุคคลผู้เห็นภัยแห่งเครื่องร้อยรัดนี้ ย่อมอบรมตนให้เจริญในสติปัฏฐาน และดำรงตนในอริยมรรคมีองค์แปด พึงเห็นว่าความพึงพอใจเกิดจากเหตุปัจจัยมาปรุงแต่ง สิ่งใดปรุงแต่ง สิ่งนั้นไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นทนอยู่ไม่ได้ สิ่งใดทนอยู่ไม่ได้ สิ่งนั้นไม่มีแก่นถาวรให้ยึดถือพึงพอใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่มีอุปการะมาก 6423-3d</title>
			<itunes:title>ธรรมที่มีอุปการะมาก 6423-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/5fffd2d9-8fc8-459a-a2e7-ad4100a3bd44/media.mp3" length="28383885" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5fffd2d9-8fc8-459a-a2e7-ad4100a3bd44</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e26</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPNiIi351G1JO9q0lQVfwcP]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e26.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>องค์ธรรมอันเกื้อกูลบุคคลให้ดำรงตนอย่างถูกต้องดีงาม ทั้งในด้านกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม มีกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต เป็นธรรมอันมีคุณสมบัติพร้อมแห่งการเอื้อเฟื้อประโยชน์สุขแก่บุคคล</p><p>เปรียบดั่งบิดามารดาผู้อนุเคราะห์บุตร ให้ตั้งตนอยู่ในความดีงาม ธรรมทั้ง 55 ข้อนี้ เป็นองค์ธรรมที่มีอุปการะมาก เกื้อกูลการกระทำความดีให้มั่นคง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>องค์ธรรมอันเกื้อกูลบุคคลให้ดำรงตนอย่างถูกต้องดีงาม ทั้งในด้านกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม มีกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต เป็นธรรมอันมีคุณสมบัติพร้อมแห่งการเอื้อเฟื้อประโยชน์สุขแก่บุคคล</p><p>เปรียบดั่งบิดามารดาผู้อนุเคราะห์บุตร ให้ตั้งตนอยู่ในความดีงาม ธรรมทั้ง 55 ข้อนี้ เป็นองค์ธรรมที่มีอุปการะมาก เกื้อกูลการกระทำความดีให้มั่นคง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อิทธิบาท 4 6422-3d</title>
			<itunes:title>อิทธิบาท 4 6422-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>29:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d1fe2bc7-b3dd-4975-96b9-ad3a00a6bed8/media.mp3" length="27940165" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d1fe2bc7-b3dd-4975-96b9-ad3a00a6bed8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e27</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IODC8wE0b6qbng052UnGPDJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e27.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การที่บุคคลจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในการงานได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยหลักธรรมเพื่อเป็นรากฐานนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จ</p><p>หลักธรรมนั่นคือ อิทธิบาท 4 อันเป็นไปเพื่อการเสริมสร้างความมุ่งมั่น โดยอาศัยสิ่งเร้าจากภายในจิตใจของตนเอง คือ การพอใจในสิ่งที่ทำ มีความขยันหมั่นเพียร มีจิตใจจดจ่อ และมีการไตร่ตรองในงานที่ทำ เป็นองค์ธรรมสำคัญที่ควรปลูกฝังให้เกิดขึ้นภายในจิตใจ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การที่บุคคลจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในการงานได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยหลักธรรมเพื่อเป็นรากฐานนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จ</p><p>หลักธรรมนั่นคือ อิทธิบาท 4 อันเป็นไปเพื่อการเสริมสร้างความมุ่งมั่น โดยอาศัยสิ่งเร้าจากภายในจิตใจของตนเอง คือ การพอใจในสิ่งที่ทำ มีความขยันหมั่นเพียร มีจิตใจจดจ่อ และมีการไตร่ตรองในงานที่ทำ เป็นองค์ธรรมสำคัญที่ควรปลูกฝังให้เกิดขึ้นภายในจิตใจ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมของผู้อยู่ประจำวัด 6421-3d</title>
			<itunes:title>ธรรมของผู้อยู่ประจำวัด 6421-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 May 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>29:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1a74dfca-ed8b-4ec1-9bc5-ad3300c772f9/media.mp3" length="27200095" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1a74dfca-ed8b-4ec1-9bc5-ad3300c772f9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e28</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INBVfAcRbPzJdb8KEZ4hrJ2]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e28.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ข้อปฏิบัติของการอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความสงบ สุภาพและเคารพนอบน้อม คือ ศีลและวัตร 14 เป็นต้น อันเป็นไปเพื่อธํารงความสงบเรียบร้อยในการอยู่ร่วมกัน</p><p>ผู้ที่ดำรงตนใน ศีล และข้อปฏิบัติทั้ง 22 ข้อนี้ ย่อมเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสศรัทธา บุคคลผู้ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ข้อปฏิบัติของการอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความสงบ สุภาพและเคารพนอบน้อม คือ ศีลและวัตร 14 เป็นต้น อันเป็นไปเพื่อธํารงความสงบเรียบร้อยในการอยู่ร่วมกัน</p><p>ผู้ที่ดำรงตนใน ศีล และข้อปฏิบัติทั้ง 22 ข้อนี้ ย่อมเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสศรัทธา บุคคลผู้ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ข้อสอบของอริยบุคคล [6420-3d]</title>
			<itunes:title>ข้อสอบของอริยบุคคล [6420-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 May 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/31565c4f-205c-4140-b953-ad2c00c3d980/media.mp3" length="29597641" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">31565c4f-205c-4140-b953-ad2c00c3d980</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e29</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e29</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM6/S5ARLiZhM+kz/bHU+8a]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>20</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e29.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บุคคลผู้ดำเนินตามทางแห่งมรรค 8 จนสามารถมองเห็นฝั่งแห่งนิพพานอยู่เบื้องหน้า มีจุดหมายแห่งการบรรลุอย่างแน่แท้ เรียกว่า อริยบุคคล ผู้บรรลุธรรมวิเศษ แบ่งตามประเภทบุคคลมี 4 ประเภท คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ </p><p>อริยบุคคลผู้ไกลจากข้าศึก ย่อมเห็นว่าสังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง เมื่อทราบเนื้อความนี้ตามความเป็นจริงแล้ว ย่อมทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน เพราะนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บุคคลผู้ดำเนินตามทางแห่งมรรค 8 จนสามารถมองเห็นฝั่งแห่งนิพพานอยู่เบื้องหน้า มีจุดหมายแห่งการบรรลุอย่างแน่แท้ เรียกว่า อริยบุคคล ผู้บรรลุธรรมวิเศษ แบ่งตามประเภทบุคคลมี 4 ประเภท คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ </p><p>อริยบุคคลผู้ไกลจากข้าศึก ย่อมเห็นว่าสังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง เมื่อทราบเนื้อความนี้ตามความเป็นจริงแล้ว ย่อมทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน เพราะนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิญญาณฐิติ และจิต 6419-3d</title>
			<itunes:title>วิญญาณฐิติ และจิต 6419-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 May 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/522677a8-e245-4d6e-abb8-ad2500b64206/media.mp3" length="27701004" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">522677a8-e245-4d6e-abb8-ad2500b64206</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e2a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM6w1SGB4nU4WrwBrnQSpHZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e2a.jpg"/>
			<description><![CDATA[ความหลากหลายและแตกต่างของสัตว์โลกที่มีภพภูมิต่างกัน ทั้งกายต่างกัน เหมือนกัน หรือสัญญาต่างกัน เหมือนกัน ไม่ว่าจะเกิดในภพใดก็ตาม ก็ยังไม่สามารถพ้นไปจากทุกข์ได้ ตราบใดที่ยังมีกิเลส ย่อมมีที่ตั้งของปฏิสนธิ ที่เป็น วิญญาณฐิติ การอบรมเจริญปัญญา สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูกไปตามลำดับ ความไม่ประมาทในการเจริญกุศล คือ การดับแห่งเหตุของกิเลสทั้งปวง เรามักจะคุ้นเคยหรือได้ยินได้ฟังบ่อยครั้งกับคำว่า "จิตวิญญาณ" จึงควรทำความเข้าใจเพื่อให้จิตไปเกิดในภูมิที่ต้องการ สืบเนื่องจากการเป็นกระแสต่อ ๆ กันไปในความยึดถือสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเป็นตัวตน วิญญาณก้าวลงไปยึดถือ เพราะมีตัณหาเป็นเหตุ "วิญญาณฐิติ" หรือฐานที่ตั้งแห่งวิญญาณ ถูกเข้าไปยึดถือโดยวิญญาณจนกลายเป็นจิตขึ้นมา ให้เห็นด้วยปัญญาว่าตัวตนไม่ใช่ตัวตน ไม่มีสาระแก่นสาร ไม่มีค่าที่จะยึดถือเอาไว้ เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และปล่อยวางได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ความหลากหลายและแตกต่างของสัตว์โลกที่มีภพภูมิต่างกัน ทั้งกายต่างกัน เหมือนกัน หรือสัญญาต่างกัน เหมือนกัน ไม่ว่าจะเกิดในภพใดก็ตาม ก็ยังไม่สามารถพ้นไปจากทุกข์ได้ ตราบใดที่ยังมีกิเลส ย่อมมีที่ตั้งของปฏิสนธิ ที่เป็น วิญญาณฐิติ การอบรมเจริญปัญญา สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูกไปตามลำดับ ความไม่ประมาทในการเจริญกุศล คือ การดับแห่งเหตุของกิเลสทั้งปวง เรามักจะคุ้นเคยหรือได้ยินได้ฟังบ่อยครั้งกับคำว่า "จิตวิญญาณ" จึงควรทำความเข้าใจเพื่อให้จิตไปเกิดในภูมิที่ต้องการ สืบเนื่องจากการเป็นกระแสต่อ ๆ กันไปในความยึดถือสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเป็นตัวตน วิญญาณก้าวลงไปยึดถือ เพราะมีตัณหาเป็นเหตุ "วิญญาณฐิติ" หรือฐานที่ตั้งแห่งวิญญาณ ถูกเข้าไปยึดถือโดยวิญญาณจนกลายเป็นจิตขึ้นมา ให้เห็นด้วยปัญญาว่าตัวตนไม่ใช่ตัวตน ไม่มีสาระแก่นสาร ไม่มีค่าที่จะยึดถือเอาไว้ เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และปล่อยวางได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กัลยาณมิตร เป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ 6418-3d</title>
			<itunes:title>กัลยาณมิตร เป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ 6418-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 May 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>19:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bbc2538f-9d45-4238-8ae1-ad1e008d4090/media.mp3" length="28574852" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bbc2538f-9d45-4238-8ae1-ad1e008d4090</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e2b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOQpTshg6UJpg0sXRVlNdv9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e2b.jpg"/>
			<description><![CDATA[มิตรในชีวิตของทุกคน หากพูดถึงในรูปแบบของบุคคลก็อาจจะเป็นได้ทั้งบรรพชิต และฆราวาส ย่อมมีหลากหลายประเภท แต่เราควรให้ความสำคัญกับมิตรแท้ หรือ "กัลยาณมิตร" ที่ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา และคุณธรรมความดี เป็นผู้ห่างไกลจากสิ่งอันเป็นข้าศึกในการพัฒนาศักยภาพชีวิต และตั้งตนอยู่อย่างเหมาะสมแห่งการเคารพ รวมถึงการแนะประโยชน์ให้แก่บุคคลรอบข้าง จนเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาไปสู่ประโยชน์และความสุขในระดับที่สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มิตรในชีวิตของทุกคน หากพูดถึงในรูปแบบของบุคคลก็อาจจะเป็นได้ทั้งบรรพชิต และฆราวาส ย่อมมีหลากหลายประเภท แต่เราควรให้ความสำคัญกับมิตรแท้ หรือ "กัลยาณมิตร" ที่ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา และคุณธรรมความดี เป็นผู้ห่างไกลจากสิ่งอันเป็นข้าศึกในการพัฒนาศักยภาพชีวิต และตั้งตนอยู่อย่างเหมาะสมแห่งการเคารพ รวมถึงการแนะประโยชน์ให้แก่บุคคลรอบข้าง จนเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาไปสู่ประโยชน์และความสุขในระดับที่สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วัดความก้าวหน้าทางธรรม [6417-3d]</title>
			<itunes:title>วัดความก้าวหน้าทางธรรม [6417-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Apr 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/3f614e00-33b5-4ad6-89c9-ad1700c4d1d9/media.mp3" length="27721686" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3f614e00-33b5-4ad6-89c9-ad1700c4d1d9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e2c</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e2c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOU4MfQ7Asi+JSKlCYYCOrY]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>17</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e2c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาคทรงจำแนกกามโภคีบุคคลออกเป็น 10 ประเภท คือ หาทรัพย์มาได้โดยชอบบ้าง โดยทางมิชอบบ้าง แจกจ่ายบ้าง ไม่แจกจ่ายบ้าง ทำบุญบ้าง ไม่ทำบุญบ้าง มัวเมาในทรัพย์นั้นบ้าง ไม่มัวเมาบ้าง ฯลฯ</p><p>ทรงแสดงหลักเกณฑ์เพื่อพิจารณาตัดสินคุณสมบัติของกามโภคีบุคคล ว่า กามโภคีบุคคลเช่นไรควรติเตียน กามโภคีบุคคลเช่นไรควรสรรเสริญ ดังผู้มีปัญญาบริโภคโภคะเหล่านั้น โดยรู้เท่าทันเห็นโทษ ทำตนให้เป็นอิสระหลุดพ้น เป็นนายเหนือโภคทรัพย์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาคทรงจำแนกกามโภคีบุคคลออกเป็น 10 ประเภท คือ หาทรัพย์มาได้โดยชอบบ้าง โดยทางมิชอบบ้าง แจกจ่ายบ้าง ไม่แจกจ่ายบ้าง ทำบุญบ้าง ไม่ทำบุญบ้าง มัวเมาในทรัพย์นั้นบ้าง ไม่มัวเมาบ้าง ฯลฯ</p><p>ทรงแสดงหลักเกณฑ์เพื่อพิจารณาตัดสินคุณสมบัติของกามโภคีบุคคล ว่า กามโภคีบุคคลเช่นไรควรติเตียน กามโภคีบุคคลเช่นไรควรสรรเสริญ ดังผู้มีปัญญาบริโภคโภคะเหล่านั้น โดยรู้เท่าทันเห็นโทษ ทำตนให้เป็นอิสระหลุดพ้น เป็นนายเหนือโภคทรัพย์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การแลกที่คุ้มค่า 6416-3d</title>
			<itunes:title>การแลกที่คุ้มค่า 6416-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Apr 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b8f246b0-655e-4fba-91e2-ad1000c57d6c/media.mp3" length="28188025" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b8f246b0-655e-4fba-91e2-ad1000c57d6c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e2d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM8OrmoDxmgFGXE1fUcSGmd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e2d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>หากทุกคนสามารถตั้งความปรารถนาในเรื่องของญาติพี่น้อง โภคทรัพย์ โรคภัยไข้เจ็บ การรักษาศีล และการมีทิฏฐิ ความเข้าใจที่ถูกต้องได้ ย่อมต้องการเลือกให้เป็นไปในทางความถึงพร้อม หรือ "สมบัติ" (สัมปทา) และย่อมไม่ต้องการความเสื่อม ความไม่ดี หรือ "วิบัติ"</p><p>ทั้งสมบัติ 5 หรือ วิบัติ 5 นั้นไม่ได้เกิดจากการอ้อนวอนขอร้อง แต่เป็นทางแยกที่เราต้องสร้างเหตุสร้างปัจจัยเพื่อเดินไปตามปากทางแห่งความเจริญหรือความเสื่อมก็ได้ เพราะทั้ง 2 ทางย่อมมีโทษหรืออานิสงส์เกิดขึ้นแน่นอน ทั้งนี้หากเราดำเนินตามทางของอริยมรรคมีองค์แปด ย่อมไปถึงเป้าหมาย นั่นคือ เข้าถึงซึ่งพระนิพพานได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>หากทุกคนสามารถตั้งความปรารถนาในเรื่องของญาติพี่น้อง โภคทรัพย์ โรคภัยไข้เจ็บ การรักษาศีล และการมีทิฏฐิ ความเข้าใจที่ถูกต้องได้ ย่อมต้องการเลือกให้เป็นไปในทางความถึงพร้อม หรือ "สมบัติ" (สัมปทา) และย่อมไม่ต้องการความเสื่อม ความไม่ดี หรือ "วิบัติ"</p><p>ทั้งสมบัติ 5 หรือ วิบัติ 5 นั้นไม่ได้เกิดจากการอ้อนวอนขอร้อง แต่เป็นทางแยกที่เราต้องสร้างเหตุสร้างปัจจัยเพื่อเดินไปตามปากทางแห่งความเจริญหรือความเสื่อมก็ได้ เพราะทั้ง 2 ทางย่อมมีโทษหรืออานิสงส์เกิดขึ้นแน่นอน ทั้งนี้หากเราดำเนินตามทางของอริยมรรคมีองค์แปด ย่อมไปถึงเป้าหมาย นั่นคือ เข้าถึงซึ่งพระนิพพานได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จักรวรรดิวัตร 12 6415-3d</title>
			<itunes:title>จักรวรรดิวัตร 12 6415-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Apr 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>11:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/e9cc1235-d0ce-4d5d-ad1f-ad06008f6842/media.mp3" length="27728152" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e9cc1235-d0ce-4d5d-ad1f-ad06008f6842</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e2e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN0ag1/X2GUoYTJMEEr55sl]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e2e.jpg"/>
			<description><![CDATA[จักรวรรดิวัตร 12 คือ ธรรมอันเป็นพระราชจริยานุวัตร สำหรับพระมหาจักรพรรดิ และพระราชาเอกในโลก ที่ใช้สำหรับดำเนินกุศโลบาย และนโยบายทางการเมือง การปกครอง โดยทรงถือ และอาศัยธรรมข้อนี้ร่วมกันกับทศพิธราชธรรม และสังคหวัตถุ 4 เป็นธงชัย มีธรรมเป็นยอดธง มีธรรมเป็นใหญ่ จัดการรักษาป้องกัน และคุ้มครองอันเป็นธรรม <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[จักรวรรดิวัตร 12 คือ ธรรมอันเป็นพระราชจริยานุวัตร สำหรับพระมหาจักรพรรดิ และพระราชาเอกในโลก ที่ใช้สำหรับดำเนินกุศโลบาย และนโยบายทางการเมือง การปกครอง โดยทรงถือ และอาศัยธรรมข้อนี้ร่วมกันกับทศพิธราชธรรม และสังคหวัตถุ 4 เป็นธงชัย มีธรรมเป็นยอดธง มีธรรมเป็นใหญ่ จัดการรักษาป้องกัน และคุ้มครองอันเป็นธรรม <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความรู้ยิ่งอันยอดเยี่ยมซึ่งหาที่เปรียบมิได้</title>
			<itunes:title>ความรู้ยิ่งอันยอดเยี่ยมซึ่งหาที่เปรียบมิได้</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Apr 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/235d9f38-57ba-4380-af52-ad0200243c2a/media.mp3" length="28385623" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">235d9f38-57ba-4380-af52-ad0200243c2a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e2f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN/fnszByR6r7ac0fyFqJA9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e2f.jpg"/>
			<description><![CDATA[ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของที่เชิญคนเข้ามาพิสูจน์ สามารถรู้เห็นได้เฉพาะตน เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตน เมื่อทำแล้วปฏิบัติแล้ว ทำให้เกิดความดีขึ้น รู้สึกได้ถึงความพอ รู้สึกได้ถึงความอิ่ม และรู้สึกได้ถึงความเต็ม จึงถือว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแบบฉบับได้เป็นอย่างดี ซึ่งประกอบไปด้วยความรู้ยิ่งที่ยอดเยี่ยม สูงสุด ไม่มีอีก ไม่มีเหลือ และไม่มีอะไรเกินไปจากนี้ <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของที่เชิญคนเข้ามาพิสูจน์ สามารถรู้เห็นได้เฉพาะตน เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตน เมื่อทำแล้วปฏิบัติแล้ว ทำให้เกิดความดีขึ้น รู้สึกได้ถึงความพอ รู้สึกได้ถึงความอิ่ม และรู้สึกได้ถึงความเต็ม จึงถือว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแบบฉบับได้เป็นอย่างดี ซึ่งประกอบไปด้วยความรู้ยิ่งที่ยอดเยี่ยม สูงสุด ไม่มีอีก ไม่มีเหลือ และไม่มีอะไรเกินไปจากนี้ <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พร 9 ประการ สมปรารถนาด้วยธรรม [6413-3d]</title>
			<itunes:title>พร 9 ประการ สมปรารถนาด้วยธรรม [6413-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/a872030b-177e-406b-b830-acfb00d0545a/media.mp3" length="28458493" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a872030b-177e-406b-b830-acfb00d0545a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e30</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e30</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPNSe0YjSwY1ogF+utlSxqc]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e30.jpg"/>
			<description><![CDATA[ขึ้นชื่อคำว่า "พร" เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ปรารถนา เพื่อต้องการให้เกิดความสุข ความสมหวังด้วยประการทั้งปวงในชีวิต ดังนั้น เราจึงควรทำความเข้าใจในความหมายที่ลึกซึ้งของพรทั้งหมด 9 ประการ ซึ่งได้รวบรวมมาตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระสูตรต่าง ๆ อันได้แก่ จักกวัตติสูตร จูฬกัมมวิภังคะสูตร และอิฏฐสูตร<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ขึ้นชื่อคำว่า "พร" เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ปรารถนา เพื่อต้องการให้เกิดความสุข ความสมหวังด้วยประการทั้งปวงในชีวิต ดังนั้น เราจึงควรทำความเข้าใจในความหมายที่ลึกซึ้งของพรทั้งหมด 9 ประการ ซึ่งได้รวบรวมมาตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระสูตรต่าง ๆ อันได้แก่ จักกวัตติสูตร จูฬกัมมวิภังคะสูตร และอิฏฐสูตร<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>บารมี 10 ปฏิปทาอันประเสริฐ 6412-3d</title>
			<itunes:title>บารมี 10 ปฏิปทาอันประเสริฐ 6412-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1909d62a-3bb2-42be-a7fc-acf400cc0b06/media.mp3" length="28456285" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1909d62a-3bb2-42be-a7fc-acf400cc0b06</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e31</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPqK3aXEo8C8124LRSIFxDx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e31.jpg"/>
			<description><![CDATA[ความดีที่บำเพ็ญไว้ หรือข้อปฏิบัติที่สามารถตรวจสอบดูด้วยจิตใจตนเอง ซึ่งเมื่อทำให้เต็มแล้วจะทำให้บรรลุถึงพระนิพพานได้ เรียกว่า "บารมี" มีทั้งหมด 10 ประการด้วยกัน และยังแบ่งเป็นขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูงสุดด้วย โดยในแต่ละข้อจะเกี่ยวเนื่อง สอดรับกัน ในแง่มุมของศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งจะมีมรรคแปดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บารมีเต็มได้ และมากเพียงพอที่จะทำให้บรรลุธรรมเป็นอริยบุคคลในขั้นต่าง ๆ ด้วย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ความดีที่บำเพ็ญไว้ หรือข้อปฏิบัติที่สามารถตรวจสอบดูด้วยจิตใจตนเอง ซึ่งเมื่อทำให้เต็มแล้วจะทำให้บรรลุถึงพระนิพพานได้ เรียกว่า "บารมี" มีทั้งหมด 10 ประการด้วยกัน และยังแบ่งเป็นขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูงสุดด้วย โดยในแต่ละข้อจะเกี่ยวเนื่อง สอดรับกัน ในแง่มุมของศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งจะมีมรรคแปดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บารมีเต็มได้ และมากเพียงพอที่จะทำให้บรรลุธรรมเป็นอริยบุคคลในขั้นต่าง ๆ ด้วย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ซึมเศร้าจิตเฉา เพราะพ่ายนิวรณ์ 5 6411-3d</title>
			<itunes:title>ซึมเศร้าจิตเฉา เพราะพ่ายนิวรณ์ 5 6411-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/88cad652-adc7-4e8a-bdc5-aced00e27b10/media.mp3" length="29188297" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">88cad652-adc7-4e8a-bdc5-aced00e27b10</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e32</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INdzIRMNljTW3ckMHhhi8KC]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e32.jpg"/>
			<description><![CDATA[โรคซึมเศร้า และโรคเครียด เป็นอาการทางจิตซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ โดยที่มีสาเหตุหลักมาจากนิวรณ์ห้าเป็นเงื่อนไขนั่นเอง อย่างไรก็ตาม เราสามารถเอาชนะโรคเหล่านี้ได้ด้วยการเจริญพละ 5 และอิทธิบาทสี่<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[โรคซึมเศร้า และโรคเครียด เป็นอาการทางจิตซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ โดยที่มีสาเหตุหลักมาจากนิวรณ์ห้าเป็นเงื่อนไขนั่นเอง อย่างไรก็ตาม เราสามารถเอาชนะโรคเหล่านี้ได้ด้วยการเจริญพละ 5 และอิทธิบาทสี่<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ปฏิจจสมุปบาทสายดับ "นิรุชฌติ" 6410-3d]]></title>
			<itunes:title><![CDATA[ปฏิจจสมุปบาทสายดับ "นิรุชฌติ" 6410-3d]]></itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/aa6ca885-94a3-4656-869b-ace600cb6b37/media.mp3" length="28671692" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">aa6ca885-94a3-4656-869b-ace600cb6b37</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e33</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPCgn39wjpQIV2GJ29FH0iU]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e33.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ทุกข์เท่านั้นที่เกิด และทุกข์เท่านั้นที่ดับ นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรเกิด ไม่มีอะไรดับ"</p><p>ปฏิจจสมุปบาทสายดับ "นิรุชฌติ" คือ ธรรมในการอธิบายความเสื่อม และความสลาย เหตุเพราะความเสื่อมและความสลายนั้น ตนกระทำเองก็ไม่ใช่ ผู้อื่นกระทำให้เสื่อมสลายก็หาไม่  ทั้งตนกระทำเองทั้งผู้อื่นกระทำให้ก็ไม่ใช่ เกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้กระทำเอง  ผู้อื่นไม่ได้กระทำให้ก็ไม่ใช่</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ทุกข์เท่านั้นที่เกิด และทุกข์เท่านั้นที่ดับ นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรเกิด ไม่มีอะไรดับ"</p><p>ปฏิจจสมุปบาทสายดับ "นิรุชฌติ" คือ ธรรมในการอธิบายความเสื่อม และความสลาย เหตุเพราะความเสื่อมและความสลายนั้น ตนกระทำเองก็ไม่ใช่ ผู้อื่นกระทำให้เสื่อมสลายก็หาไม่  ทั้งตนกระทำเองทั้งผู้อื่นกระทำให้ก็ไม่ใช่ เกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้กระทำเอง  ผู้อื่นไม่ได้กระทำให้ก็ไม่ใช่</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ปฏิจจสมุปบาทสายเกิด "อุปปัชชติ" [6409-3d]]]></title>
			<itunes:title><![CDATA[ปฏิจจสมุปบาทสายเกิด "อุปปัชชติ" [6409-3d]]]></itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9c859418-7325-4bd6-a54d-acdf00dccc21/media.mp3" length="27898693" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9c859418-7325-4bd6-a54d-acdf00dccc21</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e34</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e34</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM/v9/3sucfFCLthA13vo4I]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e34.jpg"/>
			<description><![CDATA[ความทุกข์ที่รุนแรงที่สุดในชีวิตคนหนึ่ง ๆ ก็คือ ความตาย นั่นเอง ดังนั้นเราจะสามารถรับมือกับความตายได้ก็ด้วยการทำให้การเกิดสิ้นไป รายละเอียด และวิธีการสามารถศึกษาได้จากธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าต้องอาศัยการใคร่ครวญโดยแยบคายเป็นอย่างดี จึงจะกลั่นกรองออกมาเป็นธรรมะได้ ถือเป็นสัจจะความจริงสำหรับทุกกรณี ทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ เป็นอกาลิโก และทนต่อการเพ่งพิสูจน์ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ความทุกข์ที่รุนแรงที่สุดในชีวิตคนหนึ่ง ๆ ก็คือ ความตาย นั่นเอง ดังนั้นเราจะสามารถรับมือกับความตายได้ก็ด้วยการทำให้การเกิดสิ้นไป รายละเอียด และวิธีการสามารถศึกษาได้จากธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าต้องอาศัยการใคร่ครวญโดยแยบคายเป็นอย่างดี จึงจะกลั่นกรองออกมาเป็นธรรมะได้ ถือเป็นสัจจะความจริงสำหรับทุกกรณี ทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ เป็นอกาลิโก และทนต่อการเพ่งพิสูจน์ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พละ หลักธรรมปรับสมดุลจิต 6408-3d</title>
			<itunes:title>พละ หลักธรรมปรับสมดุลจิต 6408-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Feb 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/311fa790-b70d-469b-b3a9-acd800db85ed/media.mp3" length="27848004" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">311fa790-b70d-469b-b3a9-acd800db85ed</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e35</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMcVPGZUL9L7hXyBmFKELYQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e35.jpg"/>
			<description><![CDATA[พละ มรรคาแห่งธรรม ธรรมอันเป็นกำลังในการปฏิบัติเพื่อประหารอกุศล พลังอันเป็นหลักมั่นคงในจิตแห่งการเจริญปัญญา เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้พร้อม เพื่อนิพพาน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พละ มรรคาแห่งธรรม ธรรมอันเป็นกำลังในการปฏิบัติเพื่อประหารอกุศล พลังอันเป็นหลักมั่นคงในจิตแห่งการเจริญปัญญา เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้พร้อม เพื่อนิพพาน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ศรัทธา 4 วิจิกิจฉา 8 การละอีก 6 6407-3d</title>
			<itunes:title>ศรัทธา 4 วิจิกิจฉา 8 การละอีก 6 6407-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Feb 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/500a1906-230c-46ed-97af-acd100d0b0ed/media.mp3" length="29758720" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">500a1906-230c-46ed-97af-acd100d0b0ed</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e36</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOI9ubjuEVfXkowcdDKStLX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e36.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การเพิ่มกำลังของปัญญาเพื่อต่อสู้กับกิเลสได้นั้น ก็ด้วยการปลูกศรัทธาให้เจริญงอกงาม ซึ่งประกอบด้วยศรัทธา 4 ประเภท</p><p>ในขณะเดียวกันก็จะมีศัตรูที่จะมาขวางทางของศรัทธาเพื่อไม่ให้เกิดความมั่นใจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก็คือ วิจิกิจฉา 8 อย่างนั่นเอง</p><p>ทั้งนี้จะสามารถกำจัดวิจิกิจฉาทั้งหมดออกไปจากจิตได้ก็ต้องอาศัยธรรมสำหรับการละวิจิกิจฉาทั้ง 6 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การเพิ่มกำลังของปัญญาเพื่อต่อสู้กับกิเลสได้นั้น ก็ด้วยการปลูกศรัทธาให้เจริญงอกงาม ซึ่งประกอบด้วยศรัทธา 4 ประเภท</p><p>ในขณะเดียวกันก็จะมีศัตรูที่จะมาขวางทางของศรัทธาเพื่อไม่ให้เกิดความมั่นใจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก็คือ วิจิกิจฉา 8 อย่างนั่นเอง</p><p>ทั้งนี้จะสามารถกำจัดวิจิกิจฉาทั้งหมดออกไปจากจิตได้ก็ต้องอาศัยธรรมสำหรับการละวิจิกิจฉาทั้ง 6 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เสนามาร 10 ประการ [6406-3d]</title>
			<itunes:title>เสนามาร 10 ประการ [6406-3d]</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:03:48</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d4127ea4-766d-410b-aeb4-acca00d30c76/media.mp3" length="30656089" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d4127ea4-766d-410b-aeb4-acca00d30c76</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a697a9ff10010562e37</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e37</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INx0QnyYIb/uZJTVE/zwvmo]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e37.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>บุคคลจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏ เพราะความอยากนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่ในทางตรงกันข้าม เหตุที่ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏมาแสนนานก็เพราะความอยาก</p><p>ยุทธวิธีชนะเสนามารทั้ง 10 ประการ จึงต้องอาศัยความกล้าหาญ ความเพียร ถึงจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏ และพบความสุขอันเกษม นั้นคือ “นิพพาน”</p><p>"นี้เสนามารของท่าน (เป็นมารไม่ปล่อยท่านให้พ้นอำนาจไป) เป็นผู้ประหาร ท่านผู้มีธรรมดัม (มืด) คนไม่กล้า ย่อมไม่ชนะเสนานั้นได้คนกล้าย่อมชนะได้ ครั้นชนะแล้วย่อมได้ความสุข ดังนี้"</p><p>- ขุททก. จูฬ. ๓๐ / ๒๘๙ / ๑๑๑.</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>บุคคลจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏ เพราะความอยากนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่ในทางตรงกันข้าม เหตุที่ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏมาแสนนานก็เพราะความอยาก</p><p>ยุทธวิธีชนะเสนามารทั้ง 10 ประการ จึงต้องอาศัยความกล้าหาญ ความเพียร ถึงจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏ และพบความสุขอันเกษม นั้นคือ “นิพพาน”</p><p>"นี้เสนามารของท่าน (เป็นมารไม่ปล่อยท่านให้พ้นอำนาจไป) เป็นผู้ประหาร ท่านผู้มีธรรมดัม (มืด) คนไม่กล้า ย่อมไม่ชนะเสนานั้นได้คนกล้าย่อมชนะได้ ครั้นชนะแล้วย่อมได้ความสุข ดังนี้"</p><p>- ขุททก. จูฬ. ๓๐ / ๒๘๙ / ๑๑๑.</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีดับอวิชชา 6405-3d</title>
			<itunes:title>วิธีดับอวิชชา 6405-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Feb 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/96e26fb9-0678-43b9-bdbc-acbc00d27077/media.mp3" length="24990151" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">96e26fb9-0678-43b9-bdbc-acbc00d27077</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e38</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INANW7PgzXoKsR1qQaWF/pw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e38.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เหตุอันบุคคลยังวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ เพราะถูกหุ้มห่อไว้ด้วยอวิชชา เป็นสภาพธรรมที่ไม่รู้ตามความจริง คือ ความไม่รู้ในอริยสัจ 4 เมื่อไม่รู้ตามความจริง จิตก็มืดมน </p><p>หนทางดับอวิชชา นั้นมีอยู่ ติดตามรับฟังได้ในใต้ร่มโพธิบท ตอน “วิธีดับอวิชชา”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เหตุอันบุคคลยังวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ เพราะถูกหุ้มห่อไว้ด้วยอวิชชา เป็นสภาพธรรมที่ไม่รู้ตามความจริง คือ ความไม่รู้ในอริยสัจ 4 เมื่อไม่รู้ตามความจริง จิตก็มืดมน </p><p>หนทางดับอวิชชา นั้นมีอยู่ ติดตามรับฟังได้ในใต้ร่มโพธิบท ตอน “วิธีดับอวิชชา”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ที่ต้องทำให้เจริญ</title>
			<itunes:title>ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ที่ต้องทำให้เจริญ</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Jan 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/840bb368-5b1d-4095-91e9-acbc00ce0fd3/media.mp3" length="29283924" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">840bb368-5b1d-4095-91e9-acbc00ce0fd3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e39</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMOD2dMll8vEsbWw+TNU7vn]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e39.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อริยมรรค มีองค์ 8 ย่อลงมา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นมรดกธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบไว้ให้ </p><p>บุคคลใดดำเนินตามทางแห่ง “ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ”  ปฏิบัติให้มาก ทำให้เจริญ ย่อมดับกองทุกข์ได้สนิท </p><p>เข้าใจหนทางแห่งการดำเนิน และการปฏิบัติ เพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์ให้แจ้ง ได้ในใต้ร่มโพธิบทตอนนี้ ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ของเรื่อง อริยสัจ ทั้ง 4 ตอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อริยมรรค มีองค์ 8 ย่อลงมา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นมรดกธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบไว้ให้ </p><p>บุคคลใดดำเนินตามทางแห่ง “ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ”  ปฏิบัติให้มาก ทำให้เจริญ ย่อมดับกองทุกข์ได้สนิท </p><p>เข้าใจหนทางแห่งการดำเนิน และการปฏิบัติ เพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์ให้แจ้ง ได้ในใต้ร่มโพธิบทตอนนี้ ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ของเรื่อง อริยสัจ ทั้ง 4 ตอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทุกขนิโรธอริยสัจ ที่ต้องทำให้แจ้ง 6403-3d</title>
			<itunes:title>ทุกขนิโรธอริยสัจ ที่ต้องทำให้แจ้ง 6403-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 Jan 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/42339a01-dc87-4c20-a1a9-acb500cdb0f5/media.mp3" length="26220297" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">42339a01-dc87-4c20-a1a9-acb500cdb0f5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e3a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INqhOHWvdET/lUCNbggUJZp]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e3a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สิ่งใดมีเงื่อนไขปัจจัย เกิดขึ้น มีอยู่ ดำรงอยู่ ความดับของเงื่อนไขปัจจัยนั้น ย่อมต้องมี ทุกข์จะดับได้เพราะเหตุแห่งทุกข์นั้นดับลง</p><p>ความจางคลาย ความหลุดออกไปแห่งตัณหา คือ ความดับไม่เหลือแห่งกองทุกข์ นั้นคือ ทุกขนิโรธอริยสัจ</p><p>เข้าใจความดับไม่เหลือของทุกข์อย่างแจ่มแจ้งได้ในใต้ร่มโพธิบทตอนนี้ ซึ่งเป็นตอนที่ 3/4 ของเรื่อง “อริยสัจ”       </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สิ่งใดมีเงื่อนไขปัจจัย เกิดขึ้น มีอยู่ ดำรงอยู่ ความดับของเงื่อนไขปัจจัยนั้น ย่อมต้องมี ทุกข์จะดับได้เพราะเหตุแห่งทุกข์นั้นดับลง</p><p>ความจางคลาย ความหลุดออกไปแห่งตัณหา คือ ความดับไม่เหลือแห่งกองทุกข์ นั้นคือ ทุกขนิโรธอริยสัจ</p><p>เข้าใจความดับไม่เหลือของทุกข์อย่างแจ่มแจ้งได้ในใต้ร่มโพธิบทตอนนี้ ซึ่งเป็นตอนที่ 3/4 ของเรื่อง “อริยสัจ”       </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทุกขสมุทัยอริยสัจ ที่ต้องละ 6402-3d</title>
			<itunes:title>ทุกขสมุทัยอริยสัจ ที่ต้องละ 6402-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Jan 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6a06f0c5-adda-4a3d-a35d-acae00d5e5bf/media.mp3" length="25192666" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6a06f0c5-adda-4a3d-a35d-acae00d5e5bf</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e3b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INA1TKfIwYrxkDnjJofQzPm]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e3b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ใต้ร่มโพธิบทในวันนี้ยังคงอยู่ในหัวข้อเรื่อง "อริยสัจ" และในวันนี้เป็นเรื่องของ "ทุกขสมุทัยอริยสัจ" เหตุอันเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์</p><p>เหตุเกิดของความทุกข์ คือ ตัณหา ลักษณะของตัณหา คือ 1. ทำให้มีการเกิดอีก  2. ประกอบด้วยความกำหนัด  3. เพลินในอารมณ์ </p><p>พระพุทธองค์ท่านทรงแจกแจงไว้ ดังนี้ ตัณหาในกาม ตัณหาในความมีความเป็น ตัณหาในความไม่มีไม่เป็น</p><p>ประกอบไปด้วย 3 อย่างนี้ คือ “ ทุกขสมุทัย”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ใต้ร่มโพธิบทในวันนี้ยังคงอยู่ในหัวข้อเรื่อง "อริยสัจ" และในวันนี้เป็นเรื่องของ "ทุกขสมุทัยอริยสัจ" เหตุอันเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์</p><p>เหตุเกิดของความทุกข์ คือ ตัณหา ลักษณะของตัณหา คือ 1. ทำให้มีการเกิดอีก  2. ประกอบด้วยความกำหนัด  3. เพลินในอารมณ์ </p><p>พระพุทธองค์ท่านทรงแจกแจงไว้ ดังนี้ ตัณหาในกาม ตัณหาในความมีความเป็น ตัณหาในความไม่มีไม่เป็น</p><p>ประกอบไปด้วย 3 อย่างนี้ คือ “ ทุกขสมุทัย”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทุกขอริยสัจ ที่ต้องกำหนดรู้ 6401-3d</title>
			<itunes:title>ทุกขอริยสัจ ที่ต้องกำหนดรู้ 6401-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Jan 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:48</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1b3f1270-b9c9-427f-b37c-aca50145093c/media.mp3" length="27296505" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1b3f1270-b9c9-427f-b37c-aca50145093c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e3c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INt+OAruJMWq0bW1fxipeRr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e3c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ใต้ร่มโพธิบทในวันนี้เป็นตอนแรกของ "อริยสัจ องค์ความรู้แห่งปัญญา" </p><p>เริ่มด้วย ทุกข์ ต้องกำหนดรู้  ทุกข์ ต้องรอบรู้ และทุกข์ ต้องเข้าใจ นั้นคือ "ทุกขอริยสัจ ที่ต้องปริญญายะ"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ใต้ร่มโพธิบทในวันนี้เป็นตอนแรกของ "อริยสัจ องค์ความรู้แห่งปัญญา" </p><p>เริ่มด้วย ทุกข์ ต้องกำหนดรู้  ทุกข์ ต้องรอบรู้ และทุกข์ ต้องเข้าใจ นั้นคือ "ทุกขอริยสัจ ที่ต้องปริญญายะ"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการพัฒนา 6353-3d</title>
			<itunes:title>เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการพัฒนา 6353-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:05</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/666a9c7d-5083-4e11-8e14-ac9700e833de/media.mp3" length="27916641" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">666a9c7d-5083-4e11-8e14-ac9700e833de</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e3d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOha3CzdXfNmjBgMbOM7IwK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e3d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“บันทึกแห่งชีวิต”</p><p>ทบทวนชีวิตตลอดปีเก่าที่ผ่านไป เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการพัฒนา บนรากฐานแห่งธรรม “สัมมัปปธาน 4"</p><p>พิจารณา ทบทวน และพัฒนาชีวิตบนรากฐานแห่งธรรมเป็นอย่างไร ติดตามฟังได้จากใต้ร่มโพธิบท ตอน เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการพัฒนา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“บันทึกแห่งชีวิต”</p><p>ทบทวนชีวิตตลอดปีเก่าที่ผ่านไป เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการพัฒนา บนรากฐานแห่งธรรม “สัมมัปปธาน 4"</p><p>พิจารณา ทบทวน และพัฒนาชีวิตบนรากฐานแห่งธรรมเป็นอย่างไร ติดตามฟังได้จากใต้ร่มโพธิบท ตอน เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการพัฒนา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รื่นเริงทางโลก เบิกบานทางธรรม ด้วยศีล 7 บริษัท 3</title>
			<itunes:title>รื่นเริงทางโลก เบิกบานทางธรรม ด้วยศีล 7 บริษัท 3</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/4ef59594-bfe3-4102-8381-ac9700e79163/media.mp3" length="27895295" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4ef59594-bfe3-4102-8381-ac9700e79163</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e3e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMIJK9+m+XouhFwbEDySsAi]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e3e.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>…เมื่อไม่ชอบสิ่งใด อย่าทำสิ่งนั้นกับผู้อื่น… </p><p>ความเป็นปกติ 7 อย่าง คืออะไร ?วาจาสำคัญอย่างไรในยุคปัจจุบัน ?อะไรคือเหตุแห่งความสามัคคีหรือแตกแยก ?หาคำตอบได้ที่ใต้ร่มโพธิบท ตอน รื่นเริงทางโลก เบิกบานทางธรรม ด้วยศีล 7 บริษัท 3</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>…เมื่อไม่ชอบสิ่งใด อย่าทำสิ่งนั้นกับผู้อื่น… </p><p>ความเป็นปกติ 7 อย่าง คืออะไร ?วาจาสำคัญอย่างไรในยุคปัจจุบัน ?อะไรคือเหตุแห่งความสามัคคีหรือแตกแยก ?หาคำตอบได้ที่ใต้ร่มโพธิบท ตอน รื่นเริงทางโลก เบิกบานทางธรรม ด้วยศีล 7 บริษัท 3</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ดำรงจิตไม่แปรปรวน ด้วยวาจา 5 อุปมา 6 6351-3d</title>
			<itunes:title>ดำรงจิตไม่แปรปรวน ด้วยวาจา 5 อุปมา 6 6351-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/cde29b21-7a58-4154-8468-ac9200ec0f2b/media.mp3" length="28015954" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">cde29b21-7a58-4154-8468-ac9200ec0f2b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e3f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IO0LKQewAzoqEerRZCfVu7i]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e3f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“เวลาที่เรามีผัสสะอันไม่น่าพอใจมากระทบแล้ว เราจะทำความสงบเสงี่ยม อ่อนน้อม เยือกเย็น อยู่ได้ไหม?”</p><p>ในเวลาที่ชีวิตต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เราไม่พอใจจากปัจจัยภายนอก จากบุคคลอื่น ทั้งถูกนินทา ด่าทอ ว่าร้าย จนเกิดความทุกข์ในใจ เราจะทำอย่างไร?</p><p>หัวข้อในวันนี้จึงเป็นเรื่องของวาจา  5  อย่าง และอุปมาอีก 6 อย่าง ที่เมื่อเราทำความเข้าใจแล้ว เราจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ คือ เมื่อเจออุปสรรคที่ไม่น่าพอใจแล้ว เรายังสามารถที่จะทำจิตใจให้มั่นคงเข้มแข็งและสบายใจอยู่ได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“เวลาที่เรามีผัสสะอันไม่น่าพอใจมากระทบแล้ว เราจะทำความสงบเสงี่ยม อ่อนน้อม เยือกเย็น อยู่ได้ไหม?”</p><p>ในเวลาที่ชีวิตต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เราไม่พอใจจากปัจจัยภายนอก จากบุคคลอื่น ทั้งถูกนินทา ด่าทอ ว่าร้าย จนเกิดความทุกข์ในใจ เราจะทำอย่างไร?</p><p>หัวข้อในวันนี้จึงเป็นเรื่องของวาจา  5  อย่าง และอุปมาอีก 6 อย่าง ที่เมื่อเราทำความเข้าใจแล้ว เราจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ คือ เมื่อเจออุปสรรคที่ไม่น่าพอใจแล้ว เรายังสามารถที่จะทำจิตใจให้มั่นคงเข้มแข็งและสบายใจอยู่ได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พัฒนาศักยภาพ ยกระดับสู่บุรุษอาชาไนย 6350-3d</title>
			<itunes:title>พัฒนาศักยภาพ ยกระดับสู่บุรุษอาชาไนย 6350-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:11</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/706d0577-fb84-4948-ab5d-ac8b0152a09a/media.mp3" length="27960731" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">706d0577-fb84-4948-ab5d-ac8b0152a09a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e40</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPyVJIHY8eINGzQXtzI22DX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e40.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อาชาไนยขั้นกว่า ด้วยการฝึก 6349-3d</title>
			<itunes:title>อาชาไนยขั้นกว่า ด้วยการฝึก 6349-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ef74c92a-a02a-4d36-ae21-ac8400c6d6b9/media.mp3" length="27984564" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ef74c92a-a02a-4d36-ae21-ac8400c6d6b9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e41</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMa20aaKwg++oPL0LYQU2IG]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e41.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>Sense of Urgency หรือความสลดสังเวช ความสะดุ้ง ความกลัว เป็นเหตุปัจจัยให้บุคคลอาชาไนยหรืออริยบุคคลได้ปฏิบัติธรรมด้วยความพากความเพียรตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด จนกระทั่งสำเร็จเกิดเป็นอรหัตผลขึ้นได้ เปรียบได้กับม้าอาชาไนยที่ถูกฝึกดีแล้ว ยังสามารถฝึกให้ได้เร็วหรือช้าเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งของผู้ฝึกได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ</p><p>หากยังไม่สามารถบรรลุธรรมขั้นอรหัตผล ก็ยังคงเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้ ด้วยการตั้งความเพียรโดยแยบคาย สมดุล และมีตนส่งไปในแนวธรรมะกล่าวคือ ไม่มากเกินไปจนขึงเครียด ฟุ้งซ่าน หรือไม่น้อยเกินไปจนกลายเป็นความเกียจคร้าน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>Sense of Urgency หรือความสลดสังเวช ความสะดุ้ง ความกลัว เป็นเหตุปัจจัยให้บุคคลอาชาไนยหรืออริยบุคคลได้ปฏิบัติธรรมด้วยความพากความเพียรตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด จนกระทั่งสำเร็จเกิดเป็นอรหัตผลขึ้นได้ เปรียบได้กับม้าอาชาไนยที่ถูกฝึกดีแล้ว ยังสามารถฝึกให้ได้เร็วหรือช้าเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งของผู้ฝึกได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ</p><p>หากยังไม่สามารถบรรลุธรรมขั้นอรหัตผล ก็ยังคงเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้ ด้วยการตั้งความเพียรโดยแยบคาย สมดุล และมีตนส่งไปในแนวธรรมะกล่าวคือ ไม่มากเกินไปจนขึงเครียด ฟุ้งซ่าน หรือไม่น้อยเกินไปจนกลายเป็นความเกียจคร้าน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เนกขัมมะ การหลีกออกจากกาม 6348-3d</title>
			<itunes:title>เนกขัมมะ การหลีกออกจากกาม 6348-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Nov 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9a331fbd-cbde-4bcc-9988-ac7b00b5dd9b/media.mp3" length="29161272" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9a331fbd-cbde-4bcc-9988-ac7b00b5dd9b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e42</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INx1XJJAtBpSHdBCm4c7Osj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e42.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เนกขัมมะ หนึ่งในอนุปุพพิกถา คือ ทางสายกลาง คือ ฌานสมาธิในขั้นต่าง ๆ ประเด็นคือ การดำริคิดนึกจะหลีกออกจากกามหรือเนกขัมมะสังกัปปะ กับการหลีกออกจากกามหรือเนกขัมมะ ไม่เหมือนกันทีเดียว แค่ตั้งจิตไว้ว่าจะต้องทำสมาธิบ้าง ได้มากบ้างน้อยบ้างฟุ้งซ่านบ้าง ยังไม่ได้สมาธิเต็มที่ แค่อยากจะทำนี่ดีมากแล้ว </p><p>..รู้อยู่ว่าเนกขัมมะเป็นทางไปสู่ความสำเร็จ รู้อยู่ว่ามรรคแปดทำให้ไปสู่นิพพานพ้นจากความทุกข์ได้ แต่จิตทำไมไม่แล่นไป ฝึกสิ ทำให้มาก คือ ใคร่ครวญโดยแยบคาย ให้เห็นโทษของกามมีมาก แต่โทษของเนกขัมมะมีน้อย ประโยชน์ของมันมากจริง ๆ ทั้งเป็นความสงบระงับเย็น ความที่จะดับโทษของกามได้ และยังเป็นไปเพื่อสัมโพธิ                               </p><p>..มาตามทางให้ถูกใช้ปัญญาเป็นยาใส่ไปในจิตใจของเรา ร่างกายมีแต่จะเสื่อม คิดจะพึ่งหมอพึ่งยา ร่างกายมันมีวันหมดอายุ แล้วคุณจะพึ่งอะไร การหลีกออกจากกาม หรือเนกขัมมะเท่านั้นจะเป็นทางออกเป็นที่พึ่งเดียวของเรา..</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เนกขัมมะ หนึ่งในอนุปุพพิกถา คือ ทางสายกลาง คือ ฌานสมาธิในขั้นต่าง ๆ ประเด็นคือ การดำริคิดนึกจะหลีกออกจากกามหรือเนกขัมมะสังกัปปะ กับการหลีกออกจากกามหรือเนกขัมมะ ไม่เหมือนกันทีเดียว แค่ตั้งจิตไว้ว่าจะต้องทำสมาธิบ้าง ได้มากบ้างน้อยบ้างฟุ้งซ่านบ้าง ยังไม่ได้สมาธิเต็มที่ แค่อยากจะทำนี่ดีมากแล้ว </p><p>..รู้อยู่ว่าเนกขัมมะเป็นทางไปสู่ความสำเร็จ รู้อยู่ว่ามรรคแปดทำให้ไปสู่นิพพานพ้นจากความทุกข์ได้ แต่จิตทำไมไม่แล่นไป ฝึกสิ ทำให้มาก คือ ใคร่ครวญโดยแยบคาย ให้เห็นโทษของกามมีมาก แต่โทษของเนกขัมมะมีน้อย ประโยชน์ของมันมากจริง ๆ ทั้งเป็นความสงบระงับเย็น ความที่จะดับโทษของกามได้ และยังเป็นไปเพื่อสัมโพธิ                               </p><p>..มาตามทางให้ถูกใช้ปัญญาเป็นยาใส่ไปในจิตใจของเรา ร่างกายมีแต่จะเสื่อม คิดจะพึ่งหมอพึ่งยา ร่างกายมันมีวันหมดอายุ แล้วคุณจะพึ่งอะไร การหลีกออกจากกาม หรือเนกขัมมะเท่านั้นจะเป็นทางออกเป็นที่พึ่งเดียวของเรา..</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กามาทีนวกถา โทษของกาม 6347-3d</title>
			<itunes:title>กามาทีนวกถา โทษของกาม 6347-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Nov 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:53</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/26cd9e54-1304-4e4f-a601-ac7600d32592/media.mp3" length="28776493" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">26cd9e54-1304-4e4f-a601-ac7600d32592</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e43</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOMYUlz39xcZj6I3kobnvYo]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e43.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“กาม” คือ ความกำหนัดยินดีพอใจที่เกิดขึ้นอยู่ในจิตใจของเรา วัตถุภายนอกที่วิจิตรพิสดารเลิศหรูดูดี นั่นไม่ใช่กาม นั่นเรียกว่ากามวัตถุ แต่ความเพลิดความพอใจความยินดีในกามวัตถุนั้นเรียกว่ากาม เราจะเห็นคุณของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ต้องเห็นโทษของมันด้วย เห็นทั้งข้อดีข้อเสีย แบบนี้จึงจะมีความรอบคอบมีความรัดกุม มีไหวพริบ มีปฏิภาณ มีปัญญา มีโยนิโสมนสิการ อะไรที่จะดีโดยส่วนเดียวไม่มี จะรู้ว่า “โทษของกาม” หนึ่งในอนุปุพพิกถา คือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าแสดงไปตามลำดับเป็นอย่างไร มีโทษอย่างไร กามที่มันยึดโยงเราทุกทางเป็นอย่างไร ติดตามฟังได้ในเอพิโสดนี้</p><p>“..กามเปรียบกับเขียงสับเนื้อ เปรียบกับท่อนกระดูก เปรียบชิ้นเนื้อที่นกคาบไป เปรียบกับคบเพลิงหญ้า เปรียบกับหลุมถ่านเพลิง เปรียบด้วยของในความฝัน เปรียบเหมือนของยืมเขามา เปรียบกับผลไม้บนต้น เปรียบกับรูรั่วของเรือ เปรียบด้วยคลื่น..”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“กาม” คือ ความกำหนัดยินดีพอใจที่เกิดขึ้นอยู่ในจิตใจของเรา วัตถุภายนอกที่วิจิตรพิสดารเลิศหรูดูดี นั่นไม่ใช่กาม นั่นเรียกว่ากามวัตถุ แต่ความเพลิดความพอใจความยินดีในกามวัตถุนั้นเรียกว่ากาม เราจะเห็นคุณของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ต้องเห็นโทษของมันด้วย เห็นทั้งข้อดีข้อเสีย แบบนี้จึงจะมีความรอบคอบมีความรัดกุม มีไหวพริบ มีปฏิภาณ มีปัญญา มีโยนิโสมนสิการ อะไรที่จะดีโดยส่วนเดียวไม่มี จะรู้ว่า “โทษของกาม” หนึ่งในอนุปุพพิกถา คือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าแสดงไปตามลำดับเป็นอย่างไร มีโทษอย่างไร กามที่มันยึดโยงเราทุกทางเป็นอย่างไร ติดตามฟังได้ในเอพิโสดนี้</p><p>“..กามเปรียบกับเขียงสับเนื้อ เปรียบกับท่อนกระดูก เปรียบชิ้นเนื้อที่นกคาบไป เปรียบกับคบเพลิงหญ้า เปรียบกับหลุมถ่านเพลิง เปรียบด้วยของในความฝัน เปรียบเหมือนของยืมเขามา เปรียบกับผลไม้บนต้น เปรียบกับรูรั่วของเรือ เปรียบด้วยคลื่น..”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัคคกถา เรื่องของสวรรค์ 6346-3d</title>
			<itunes:title>สัคคกถา เรื่องของสวรรค์ 6346-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Nov 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b4a98154-943e-45f2-97be-ac6500d646be/media.mp3" length="26608718" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b4a98154-943e-45f2-97be-ac6500d646be</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e44</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPagrttMTRMDuzet/uZoYU9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e44.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เรื่องสวรรค์ หนึ่งในอนุปุพพิกถา ธรรมที่แสดงไปตามลำดับ ที่ที่มีความสุขมากกว่าโลกมนุษย์มาก ๆ ที่เมื่อได้ฟังเอพิโสดนี้แล้ว จะมีความเข้าใจว่า สวรรค์เป็นแบบนี้ เหตุปัจจัยที่จะทำให้ไปเป็นเทวดาเป็นแบบนี้ ไม่ได้ยาก! ให้ทาน รักษาศีล เจริญเทวตานุสสติ ทำจิตให้เลื่อมใส และการทำบุญในเนื้อนาบุญ ทำน้อยได้มากยิ่งทำมากยิ่งได้มากขึ้นไปอีก </p><p>ที่สำคัญความเป็นเทวดา สามารถเป็นได้ตั้งแต่เป็นมนุษย์โลกนี้ ด้วยคุณธรรม มีศีล มีจาคะ มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ก็เป็นเทวดาเดินดิน อยู่บนพื้นดิน มีความสุขเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ต่อให้เทวดาและภพหน้าไม่มีจริง หรือถ้าเทวดาและภพหน้ามีจริง ความสุขของเทวดาบนสวรรค์นั้น ก็เทียบไม่ได้เพียงส่วนเสี้ยวของภูเขาหิมาลัยกับหินก้อนเท่าฝ่ามือที่เป็นความสุขของพระเจ้าจักรพรรดิ ฟังแล้วให้มีความมั่นใจว่า ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า มีสวรรค์เป็นที่ไปและที่สูงกว่านั้นยังมีอีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เรื่องสวรรค์ หนึ่งในอนุปุพพิกถา ธรรมที่แสดงไปตามลำดับ ที่ที่มีความสุขมากกว่าโลกมนุษย์มาก ๆ ที่เมื่อได้ฟังเอพิโสดนี้แล้ว จะมีความเข้าใจว่า สวรรค์เป็นแบบนี้ เหตุปัจจัยที่จะทำให้ไปเป็นเทวดาเป็นแบบนี้ ไม่ได้ยาก! ให้ทาน รักษาศีล เจริญเทวตานุสสติ ทำจิตให้เลื่อมใส และการทำบุญในเนื้อนาบุญ ทำน้อยได้มากยิ่งทำมากยิ่งได้มากขึ้นไปอีก </p><p>ที่สำคัญความเป็นเทวดา สามารถเป็นได้ตั้งแต่เป็นมนุษย์โลกนี้ ด้วยคุณธรรม มีศีล มีจาคะ มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ก็เป็นเทวดาเดินดิน อยู่บนพื้นดิน มีความสุขเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ต่อให้เทวดาและภพหน้าไม่มีจริง หรือถ้าเทวดาและภพหน้ามีจริง ความสุขของเทวดาบนสวรรค์นั้น ก็เทียบไม่ได้เพียงส่วนเสี้ยวของภูเขาหิมาลัยกับหินก้อนเท่าฝ่ามือที่เป็นความสุขของพระเจ้าจักรพรรดิ ฟังแล้วให้มีความมั่นใจว่า ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า มีสวรรค์เป็นที่ไปและที่สูงกว่านั้นยังมีอีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทานกถา เรื่องของทาน 6345-3d</title>
			<itunes:title>ทานกถา เรื่องของทาน 6345-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Nov 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bad39fe7-80ca-4b93-914f-ac6500d5f38c/media.mp3" length="27880644" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bad39fe7-80ca-4b93-914f-ac6500d5f38c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e45</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMtGHYMeMSK7ExpNRLdiElV]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e45.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>‘ทาน’ คือ การให้ หนึ่งในอนุปุพพิกถา คือธรรมะที่แสดงไปตามลำดับ เพื่อชี้แนวแห่งโลกุตระ</p><p>‘ทาน’ ที่เมื่อสละออก ซึ่งสิ่งของภายนอก ความตระหนี่อยู่ตรงไหน ละที่ตรงนั้น ความตระหนี่ความหวงกั้นหายไปเกิดบุญทันที</p><p>‘ทาน’ ยิ่งให้ยิ่งได้ การได้ คือ ลาภะ ให้ ‘ทาน’ คือ ละความตระหนี่ จิตจึงเบา ความเบา คือ ผล ผล คือ การได้ลาภะคือบุญ ผล คือ ความสุข บุญคือชื่อของความสุข </p><p>‘ทาน’ ให้โดยไม่กระทบตนไม่กระทบคนอื่น มีจิตอนุเคราะห์ให้ทาน ให้ทานอันควร ให้โดยเคารพ ให้โดยศรัทธา นี่จึงเป็นลักษณะของสัตบุรุษที่ให้ทาน </p><p>‘ทาน’ คือ การให้เพื่อหวังบุญ ให้อย่างไรจึงมีอานิสงส์มาก ไม่เศร้าหมอง และการให้ทานอย่างไรที่เหนือกว่าสิ่งของทั้งปวง เป็นการให้ทานขั้นสูงสุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>‘ทาน’ คือ การให้ หนึ่งในอนุปุพพิกถา คือธรรมะที่แสดงไปตามลำดับ เพื่อชี้แนวแห่งโลกุตระ</p><p>‘ทาน’ ที่เมื่อสละออก ซึ่งสิ่งของภายนอก ความตระหนี่อยู่ตรงไหน ละที่ตรงนั้น ความตระหนี่ความหวงกั้นหายไปเกิดบุญทันที</p><p>‘ทาน’ ยิ่งให้ยิ่งได้ การได้ คือ ลาภะ ให้ ‘ทาน’ คือ ละความตระหนี่ จิตจึงเบา ความเบา คือ ผล ผล คือ การได้ลาภะคือบุญ ผล คือ ความสุข บุญคือชื่อของความสุข </p><p>‘ทาน’ ให้โดยไม่กระทบตนไม่กระทบคนอื่น มีจิตอนุเคราะห์ให้ทาน ให้ทานอันควร ให้โดยเคารพ ให้โดยศรัทธา นี่จึงเป็นลักษณะของสัตบุรุษที่ให้ทาน </p><p>‘ทาน’ คือ การให้เพื่อหวังบุญ ให้อย่างไรจึงมีอานิสงส์มาก ไม่เศร้าหมอง และการให้ทานอย่างไรที่เหนือกว่าสิ่งของทั้งปวง เป็นการให้ทานขั้นสูงสุด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิชชา จรณะ และทางเสื่อม 4 ประการ 6344-3d</title>
			<itunes:title>วิชชา จรณะ และทางเสื่อม 4 ประการ 6344-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Oct 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/929e707a-af7c-4c37-b9f4-ac5a00cad8b0/media.mp3" length="28608423" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">929e707a-af7c-4c37-b9f4-ac5a00cad8b0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e46</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOULMmkVMzJaHRoZby0SuG6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e46.jpg"/>
			<description><![CDATA[ในวันนี้จะได้นำเอาเรื่อง จรณะ 15 วิชชา 8 และทางเสื่อม 4 อย่าง ที่เราคุ้นเคยจากบางส่วนของบทสวดมนต์ที่ว่า "วิชชา จรณะ สัมปันโน…" คือ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ประโยคนี้มีความสำคัญต่อกันเพื่อนำไปสู่ความเจริญได้อย่างไร แล้วทางเสื่อมทั้ง 4 อย่างของวิชชาและจรณะเป็นอย่างไร ติดตามรับฟังได้ในใต้ร่มโพธิ์ตอนนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ในวันนี้จะได้นำเอาเรื่อง จรณะ 15 วิชชา 8 และทางเสื่อม 4 อย่าง ที่เราคุ้นเคยจากบางส่วนของบทสวดมนต์ที่ว่า "วิชชา จรณะ สัมปันโน…" คือ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ประโยคนี้มีความสำคัญต่อกันเพื่อนำไปสู่ความเจริญได้อย่างไร แล้วทางเสื่อมทั้ง 4 อย่างของวิชชาและจรณะเป็นอย่างไร ติดตามรับฟังได้ในใต้ร่มโพธิ์ตอนนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความสันโดษ 6343-3d</title>
			<itunes:title>ความสันโดษ 6343-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Oct 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/34ae8e23-4c92-4247-adc3-ac5a00ca5d63/media.mp3" length="28096105" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">34ae8e23-4c92-4247-adc3-ac5a00ca5d63</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e47</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN8j1LwyuWNby21TzyV+68I]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e47.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรืออกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมไปเหมือนความเป็นผู้สันโดษ" - อํ. เอก-ทุ-ติ  ๒๐/๑๒/๖๖.</p><p>หัวข้อแม่บทในวันนี้เป็นเรื่องของ "ความสันโดษ" ซึ่งเป็นธรรมะที่อยู่ในหัวข้อปฏิบัติ ที่เป็นทางกาย ทางวาจา ไม่ใช่ศีลแต่ว่าเหนือกว่าศีลขึ้นมานิดนึง เราจะมาเจาะจงลึกลงไปในหัวข้อและความหมายโดยละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจ จนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้ได้มากขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรืออกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมไปเหมือนความเป็นผู้สันโดษ" - อํ. เอก-ทุ-ติ  ๒๐/๑๒/๖๖.</p><p>หัวข้อแม่บทในวันนี้เป็นเรื่องของ "ความสันโดษ" ซึ่งเป็นธรรมะที่อยู่ในหัวข้อปฏิบัติ ที่เป็นทางกาย ทางวาจา ไม่ใช่ศีลแต่ว่าเหนือกว่าศีลขึ้นมานิดนึง เราจะมาเจาะจงลึกลงไปในหัวข้อและความหมายโดยละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจ จนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้ได้มากขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความหมายของสัมปชัญญะ 6342-3d</title>
			<itunes:title>ความหมายของสัมปชัญญะ 6342-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Oct 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/e024cc81-61bd-4e4b-b68d-ac4c00d40d89/media.mp3" length="28728240" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e024cc81-61bd-4e4b-b68d-ac4c00d40d89</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e48</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPcZpKHN2bhZxPFaajhiRZs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e48.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุ พึงเป็นผู้มีสติอยู่ อย่างมีสัมปชัญญะ"</p><p>ข้อความคำสอนนี้มีความหมายว่าอย่างไร? ในวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจในความหมายของคำว่า "สัมปชัญญะ" ทั้งจะยังได้ทำความเข้าใจความเกี่ยวข้องกันของ สติ สัมปชัญญะ ปัญญา และฐานที่ตั้งแห่งความมีสัมปชัญญะ  19 ฐาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุ พึงเป็นผู้มีสติอยู่ อย่างมีสัมปชัญญะ"</p><p>ข้อความคำสอนนี้มีความหมายว่าอย่างไร? ในวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจในความหมายของคำว่า "สัมปชัญญะ" ทั้งจะยังได้ทำความเข้าใจความเกี่ยวข้องกันของ สติ สัมปชัญญะ ปัญญา และฐานที่ตั้งแห่งความมีสัมปชัญญะ  19 ฐาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ตรรกะวิบัติ 6341-3d</title>
			<itunes:title>ตรรกะวิบัติ 6341-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Oct 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/2df26bcb-7685-461c-bbab-ac4c00d4a97f/media.mp3" length="27848068" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2df26bcb-7685-461c-bbab-ac4c00d4a97f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e49</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPAqVEk85yuYRqkibRqBiV0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e49.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ที่นี่คนมาเยอะ ต้องศักดิ์สิทธ์แน่ ๆ"</p><p>"ฉันไปทำบุญ (ไหว้พระ) ที่นี่มา เลยกลับมา ถูกหวย ขายของดี เป็นเทนำ้ เทท่าเลย"</p><p>"คนนี้จำพระสูตรได้มาก ต้องบรรลุธรรมแน่ ๆ เลย"</p><p>"พระองค์นี้เป็นพระเถระแล้ว ต้องบรรุลุธรรมขั้นสูงแน่ ๆ เลย"</p><p>"พระองค์นี้ยังหนุ่มอยู่เลย คงยังไม่บรรลุธรรมอะไร"</p><p>การให้เหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้เป็นข้อสรุปที่ถูกต้องหรือบกพร่องกันแน่ แล้วที่ว่าถูกต้องจริง ๆ จะเป็นไปในลักษณะไหน เรามาค้นหากันในใต้ร่มโพธิ์ตอนนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ที่นี่คนมาเยอะ ต้องศักดิ์สิทธ์แน่ ๆ"</p><p>"ฉันไปทำบุญ (ไหว้พระ) ที่นี่มา เลยกลับมา ถูกหวย ขายของดี เป็นเทนำ้ เทท่าเลย"</p><p>"คนนี้จำพระสูตรได้มาก ต้องบรรลุธรรมแน่ ๆ เลย"</p><p>"พระองค์นี้เป็นพระเถระแล้ว ต้องบรรุลุธรรมขั้นสูงแน่ ๆ เลย"</p><p>"พระองค์นี้ยังหนุ่มอยู่เลย คงยังไม่บรรลุธรรมอะไร"</p><p>การให้เหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้เป็นข้อสรุปที่ถูกต้องหรือบกพร่องกันแน่ แล้วที่ว่าถูกต้องจริง ๆ จะเป็นไปในลักษณะไหน เรามาค้นหากันในใต้ร่มโพธิ์ตอนนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ประตูสู่ความเสื่อมและความเจริญ 6340-3d</title>
			<itunes:title>ประตูสู่ความเสื่อมและความเจริญ 6340-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/03ee7a03-d84f-4a03-bcd6-ac3e00c2bf00/media.mp3" length="27808105" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">03ee7a03-d84f-4a03-bcd6-ac3e00c2bf00</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e4a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM2+GEkSdqtB9O6alApUSWA]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e4a.jpg"/>
			<description><![CDATA[หัวข้อที่ยกขึ้นในวันนี้ก็คือ ปากทางแห่งความเสื่อม และปากทางแห่งความเจริญ  คือ ทางที่มันจะไปดีหรือไม่ดี สู่ความเจริญหรือความเสื่อม ทางนั้นก็ต้องผ่านประตู ทางเป็นมรรค ส่วนประตูก็ คือ มุขนั่นเอง เราจะเลือกไปทางไหน ช่องทางแห่งความเสื่อมเราเรียกว่า อบายมุข ที่ถ้าเราไปไม่ดีไม่ว่าจะเป็นอบายมุข 4 หรืออบายมุข 6 มันก็คือ มิจฉามรรค มีที่หมายคือ อบาย 4  แต่ถ้ามาตามทางไม่ว่าจะเป็นวัฒนมุข วุฒิธรรม 4 เหล่านี้อยู่ในมรรค 8 เป็นสัมมามรรค ที่ให้เกิดความเจริญความดีขึ้น ไปสู่ภูมิมนุษย์ เทวดา พรหม หรือว่าจบที่นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[หัวข้อที่ยกขึ้นในวันนี้ก็คือ ปากทางแห่งความเสื่อม และปากทางแห่งความเจริญ  คือ ทางที่มันจะไปดีหรือไม่ดี สู่ความเจริญหรือความเสื่อม ทางนั้นก็ต้องผ่านประตู ทางเป็นมรรค ส่วนประตูก็ คือ มุขนั่นเอง เราจะเลือกไปทางไหน ช่องทางแห่งความเสื่อมเราเรียกว่า อบายมุข ที่ถ้าเราไปไม่ดีไม่ว่าจะเป็นอบายมุข 4 หรืออบายมุข 6 มันก็คือ มิจฉามรรค มีที่หมายคือ อบาย 4  แต่ถ้ามาตามทางไม่ว่าจะเป็นวัฒนมุข วุฒิธรรม 4 เหล่านี้อยู่ในมรรค 8 เป็นสัมมามรรค ที่ให้เกิดความเจริญความดีขึ้น ไปสู่ภูมิมนุษย์ เทวดา พรหม หรือว่าจบที่นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โครงสร้างของสมาธิทั้ง 9 ขั้น 6339-3d</title>
			<itunes:title>โครงสร้างของสมาธิทั้ง 9 ขั้น 6339-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/f5f505c5-f22d-4f95-a4bd-ac3200d7a53f/media.mp3" length="28583944" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f5f505c5-f22d-4f95-a4bd-ac3200d7a53f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e4b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN6rTtdqDUpbFVbauVYJ5pQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e4b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เราจะได้มาทำความเข้าใจในองค์ประกอบต่าง ๆ ของสมาธิ แจกแจงพิจารณาทั้งเหตุปัจจัย เงื่อนไข และลักษณะของสมาธิในแต่ละรูปแบบ เจาะลึกลงไปให้เห็นรายละเอียดข้างในแต่ละส่วน ๆ ของสมาธิทั้งหมด 9 ขั้น คือ อนุปุพพวิหาร 9 อันว่าด้วยการเข้าออกสมาธิทั้ง 9 ขั้นที่ประณีตไล่ต่อกันขึ้นไปโดยลำดับ ได้แก่</p><p>1) ปฐมฌาน 2) ทุติยฌาน 3) ตติยฌาน 4) จตุตถฌาน 5) อากาสานัญจายตนะ 6) วิญญาณัญจายตนะ 7) อากิญจัญญายตนะ 8) เนวสัญญานาสัญญายตนะ และ 9) สัญญาเวทยิตนิโรธ เหล่านี้คือ วิหารธรรม เป็นเครื่องอยู่ของจิต 9 ลำดับ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เราจะได้มาทำความเข้าใจในองค์ประกอบต่าง ๆ ของสมาธิ แจกแจงพิจารณาทั้งเหตุปัจจัย เงื่อนไข และลักษณะของสมาธิในแต่ละรูปแบบ เจาะลึกลงไปให้เห็นรายละเอียดข้างในแต่ละส่วน ๆ ของสมาธิทั้งหมด 9 ขั้น คือ อนุปุพพวิหาร 9 อันว่าด้วยการเข้าออกสมาธิทั้ง 9 ขั้นที่ประณีตไล่ต่อกันขึ้นไปโดยลำดับ ได้แก่</p><p>1) ปฐมฌาน 2) ทุติยฌาน 3) ตติยฌาน 4) จตุตถฌาน 5) อากาสานัญจายตนะ 6) วิญญาณัญจายตนะ 7) อากิญจัญญายตนะ 8) เนวสัญญานาสัญญายตนะ และ 9) สัญญาเวทยิตนิโรธ เหล่านี้คือ วิหารธรรม เป็นเครื่องอยู่ของจิต 9 ลำดับ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุของการถามและลักษณะของการตอบปัญหา 6338-3d</title>
			<itunes:title>เหตุของการถามและลักษณะของการตอบปัญหา 6338-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/a0f4822e-121a-4da6-a2a1-ac3200d6a499/media.mp3" length="27224424" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a0f4822e-121a-4da6-a2a1-ac3200d6a499</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e4c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOqtp1UtE6puYNeOcVa6o0Z]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e4c.jpg"/>
			<description><![CDATA[ใต้ร่มโพธิ์บทในวันนี้ เป็นหัวข้อธรรมะที่เกี่ยวกับเรื่องเหตุของการถามปัญหาทั้ง ๕ ข้อ และลักษณะการตอบปัญหา ๔ อย่าง รวมไปถึงธรรมะในหมวดอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้เราได้ศึกษาให้เข้าใจในการถามปัญหาและวิธีการตอบคำถามต่าง ๆ ตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าและพระอริยสาวกท่านได้นำมาใช้งานในวาระที่เหมาะสมต่าง ๆ กันไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ใต้ร่มโพธิ์บทในวันนี้ เป็นหัวข้อธรรมะที่เกี่ยวกับเรื่องเหตุของการถามปัญหาทั้ง ๕ ข้อ และลักษณะการตอบปัญหา ๔ อย่าง รวมไปถึงธรรมะในหมวดอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้เราได้ศึกษาให้เข้าใจในการถามปัญหาและวิธีการตอบคำถามต่าง ๆ ตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าและพระอริยสาวกท่านได้นำมาใช้งานในวาระที่เหมาะสมต่าง ๆ กันไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>แง่ต่างแห่งปปัญจสัญญา 6337-3d</title>
			<itunes:title>แง่ต่างแห่งปปัญจสัญญา 6337-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1c191865-8e62-43a8-a693-ac2600d6bd9c/media.mp3" length="26968187" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1c191865-8e62-43a8-a693-ac2600d6bd9c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e4d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IODqh0eFQHM0dYvsd40KFEi]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e4d.jpg"/>
			<description><![CDATA[ใต้ร่มโพธิ์บทในวันนี้ เราจะได้มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง "แง่ต่างแห่งกิเลสเครื่องเนิ่นช้า" คือ ปปัญจสัญญาสังขา ซึ่งเนื้อหาหลักมาจากคำถามของท่านท้าวสักกะเทวราชในเรื่อง สักกะปัญหะสูตร (ปฏิจจสมุปบาทแห่งการดับปปัญจสัญญาสังขา) เพื่อที่จะได้ทำให้แจ้งซึงวิธีดับปปัญจสัญญาสังขานี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ใต้ร่มโพธิ์บทในวันนี้ เราจะได้มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง "แง่ต่างแห่งกิเลสเครื่องเนิ่นช้า" คือ ปปัญจสัญญาสังขา ซึ่งเนื้อหาหลักมาจากคำถามของท่านท้าวสักกะเทวราชในเรื่อง สักกะปัญหะสูตร (ปฏิจจสมุปบาทแห่งการดับปปัญจสัญญาสังขา) เพื่อที่จะได้ทำให้แจ้งซึงวิธีดับปปัญจสัญญาสังขานี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โลกหมุนตามโลกธรรม 6336-3d</title>
			<itunes:title>โลกหมุนตามโลกธรรม 6336-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d02a5fac-5b90-4a09-b38d-ac2600d63ea6/media.mp3" length="27712418" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d02a5fac-5b90-4a09-b38d-ac2600d63ea6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e4e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPdnbguvmmGc9rsHuiDHsyq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e4e.jpg"/>
			<description><![CDATA[ใต้ร่มโพธิบทในตอนนี้เป็นเรื่องของโลกธรรมทั้ง 8 ประการ ที่เมื่อเกิดขึ้นกับเราแล้ว จะมีวิธีการอย่างไรที่จะไม่ประมาทเมื่อมีลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข ทำอย่างไรที่จิตใจจะไม่ถูกครอบงำเมื่อเกิดความเสื่อมจากลาภ ยศ สรรเสริญ ถูกนินทาและมีทุกข์ ทำอย่างไรจึงจะ "ไม่หมุนไปตามกระแสของโลก…อยู่ในโลกก็ไม่ติดในโลก" ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ใต้ร่มโพธิบทในตอนนี้เป็นเรื่องของโลกธรรมทั้ง 8 ประการ ที่เมื่อเกิดขึ้นกับเราแล้ว จะมีวิธีการอย่างไรที่จะไม่ประมาทเมื่อมีลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข ทำอย่างไรที่จิตใจจะไม่ถูกครอบงำเมื่อเกิดความเสื่อมจากลาภ ยศ สรรเสริญ ถูกนินทาและมีทุกข์ ทำอย่างไรจึงจะ "ไม่หมุนไปตามกระแสของโลก…อยู่ในโลกก็ไม่ติดในโลก" ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมะของพ่อค้าแม่ขาย 6335-3d</title>
			<itunes:title>ธรรมะของพ่อค้าแม่ขาย 6335-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Aug 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9b14245c-00a1-43a9-9cb3-ac1b00e1a9a9/media.mp3" length="27792259" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9b14245c-00a1-43a9-9cb3-ac1b00e1a9a9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e4f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INCQw12ZAmtWmdJsSzjRzA/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e4f.jpg"/>
			<description><![CDATA[ธรรมะในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อค้าแม่ค้าและคนทำธุรกิจต่าง ๆ ถึงวิธีการที่ว่าทำอย่างไรจึงจะทำการค้าให้มีกำไร? ทำอย่างไรถึงจะไม่ขาดทุน? คุณสมบัติของคนที่จะทำการค้าให้ได้กำไรต้องทำอย่างไร? สิ่งใดควรค้าขาย สิ่งใดไม่ควรค้าขาย? เราจะมาทำความเข้าใจทั้งหมดได้ในตอนนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ธรรมะในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อค้าแม่ค้าและคนทำธุรกิจต่าง ๆ ถึงวิธีการที่ว่าทำอย่างไรจึงจะทำการค้าให้มีกำไร? ทำอย่างไรถึงจะไม่ขาดทุน? คุณสมบัติของคนที่จะทำการค้าให้ได้กำไรต้องทำอย่างไร? สิ่งใดควรค้าขาย สิ่งใดไม่ควรค้าขาย? เราจะมาทำความเข้าใจทั้งหมดได้ในตอนนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รถ 7 ผลัดเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน 6334-3d</title>
			<itunes:title>รถ 7 ผลัดเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน 6334-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Aug 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/04d741e0-646a-402d-a7a6-ac1b00e43581/media.mp3" length="27360556" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">04d741e0-646a-402d-a7a6-ac1b00e43581</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e50</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INEbbwYKwd216az8xWUCsD9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e50.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในตอนนี้จะได้นำเสนอเรื่องราวซึ่งเป็นอุปมาอุปมัยเปรียบเทียบด้วยรถ 7 ผลัด ที่ท่านพระปุณณมันตานีบุตรได้กล่าวเป็นคำถามและคำตอบไว้กับท่านพระสารีบุตร</p><p>โดยในความเป็นไปอันแท้จริงแล้ว ข้อความถามทั้งหมดเป็นหัวข้อที่ท่านพระสารีบุตรได้กำหนดขึ้นเพื่อให้ท่านพระปุณณมันตานีบุตรได้ตอบ โดยไล่เรียงไปตามความบริสุทธิ์ 7 ขั้น ขอเชิญรับฟัง "ความบริสุทธิ์หมดจด 7 อย่าง หรือ วิสุทธิ 7" ได้ในตอนนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในตอนนี้จะได้นำเสนอเรื่องราวซึ่งเป็นอุปมาอุปมัยเปรียบเทียบด้วยรถ 7 ผลัด ที่ท่านพระปุณณมันตานีบุตรได้กล่าวเป็นคำถามและคำตอบไว้กับท่านพระสารีบุตร</p><p>โดยในความเป็นไปอันแท้จริงแล้ว ข้อความถามทั้งหมดเป็นหัวข้อที่ท่านพระสารีบุตรได้กำหนดขึ้นเพื่อให้ท่านพระปุณณมันตานีบุตรได้ตอบ โดยไล่เรียงไปตามความบริสุทธิ์ 7 ขั้น ขอเชิญรับฟัง "ความบริสุทธิ์หมดจด 7 อย่าง หรือ วิสุทธิ 7" ได้ในตอนนี้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญาของบุคคล 3 ระดับ 6333-3d</title>
			<itunes:title>ปัญญาของบุคคล 3 ระดับ 6333-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Aug 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>48:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/0d92e831-c6bc-489f-950b-ac0d00d2a52a/media.mp3" length="23416453" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0d92e831-c6bc-489f-950b-ac0d00d2a52a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e51</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INnH8xK++s1t//pGovpgepq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e51.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเรื่องปัญญาของบุคคล 3 ระดับนี้ เป็นเรื่องของการฟังธรรมคือ ฟังธรรมแล้ว จำได้ไหม? แนวทางที่มีองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง เป็นยังไง? จำได้แล้ว เอาไปทำได้ไหม? นี่คือสิ่งที่สำคัญ</p><p>สิ่งสำคัญที่จะพัฒนาปัญญา จากลักษณะเป็นหม้อคว่ำ คือ จำอะไรไม่ได้เลย มาเป็นหม้อหงายได้ นั่นคือให้มีการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เอาไปให้ได้ อย่าให้อยู่เฉพาะกับพระ อยู่กับตำรา หรือ ว่าอยู่กับรายการวิทยุนี้ เอาไปให้ได้ เอาไปพัฒนาใช้ให้ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเรื่องปัญญาของบุคคล 3 ระดับนี้ เป็นเรื่องของการฟังธรรมคือ ฟังธรรมแล้ว จำได้ไหม? แนวทางที่มีองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง เป็นยังไง? จำได้แล้ว เอาไปทำได้ไหม? นี่คือสิ่งที่สำคัญ</p><p>สิ่งสำคัญที่จะพัฒนาปัญญา จากลักษณะเป็นหม้อคว่ำ คือ จำอะไรไม่ได้เลย มาเป็นหม้อหงายได้ นั่นคือให้มีการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เอาไปให้ได้ อย่าให้อยู่เฉพาะกับพระ อยู่กับตำรา หรือ ว่าอยู่กับรายการวิทยุนี้ เอาไปให้ได้ เอาไปพัฒนาใช้ให้ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุปัจจัยที่ทำให้เป็นคนว่ายาก 6332-3d</title>
			<itunes:title>เหตุปัจจัยที่ทำให้เป็นคนว่ายาก 6332-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Aug 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/a2152a5a-d3e3-414a-accb-ac0d00d0f921/media.mp3" length="28472198" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a2152a5a-d3e3-414a-accb-ac0d00d0f921</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e52</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOhPSSQJqZD6LSJUEtbVTJK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e52.jpg"/>
			<description><![CDATA[ในวันนี้จะยกหัวข้อที่เรียกว่า "เหตุปัจจัยที่ถ้าละได้แล้ว ก็จะทำให้เป็นคนว่าง่าย" คนเราจะเป็นคนบอกยาก หรือบอกง่าย สามารถดูได้จากคุณธรรม 16 อย่างต่อไปนี้ ที่เมื่อรับฟังแล้ว เราควรที่จะนำมาใคร่ครวญ มาอบรมในจิตใจอยู่เสมอว่าเรามีไหม ถ้าหากว่ามี แล้วเราจะละออกได้อย่างไร<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ในวันนี้จะยกหัวข้อที่เรียกว่า "เหตุปัจจัยที่ถ้าละได้แล้ว ก็จะทำให้เป็นคนว่าง่าย" คนเราจะเป็นคนบอกยาก หรือบอกง่าย สามารถดูได้จากคุณธรรม 16 อย่างต่อไปนี้ ที่เมื่อรับฟังแล้ว เราควรที่จะนำมาใคร่ครวญ มาอบรมในจิตใจอยู่เสมอว่าเรามีไหม ถ้าหากว่ามี แล้วเราจะละออกได้อย่างไร<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ไม่ต้องเชื่อตามผู้อื่นในคำสอนของศาสดาตน</title>
			<itunes:title>ไม่ต้องเชื่อตามผู้อื่นในคำสอนของศาสดาตน</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Jul 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>16:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/df45e308-6789-40f9-8d53-ac0600d441ed/media.mp3" length="29820877" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">df45e308-6789-40f9-8d53-ac0600d441ed</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e53</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INQgd3nKjwjP0/LTR2Mm9gZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e53.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>…ให้เรามี "ศรัทธา" ในระดับที่ไม่ต้องเชื่อตามคำสอนนั้นแล้ว… </p><p>จิตใจเมื่อมีศรัทธาก็จะเกิดความเพียร คือ ความกล้าที่จะทำจริงแน่วแน่จริง ศีลก็จะค่อยๆ สมบูรณ์บริบูรณ์ขึ้นมาได้ สิ่งที่จะตามมา คือ ความไม่ร้อนใจความสบายใจ สมาธิจะเกิดขึ้นพอประมาณ คลายความเคลือบแคลงเห็นแย้งลงได้ ถ้าเรายังต้องอาศัยผู้อื่นให้เกิดความเชื่อ คือศรัทธาในมรรคแปด คือ เรายังมีวิจิกิจฉาอยู่ แต่ถ้าด้วยศีลเต็ม มีสมาธิพอประมาณ มีปัญญาพอประมาณ เราจะงัดเจ้าวิจิกิจฉา คือความเคลือบแคลงสงสัยออกไปได้ เราจะเกิดความมั่นใจในลักษณะที่ไม่ต้องเชื่อตามผู้อื่นได้ </p><p>ศรัทธาที่ไม่งมงาย ไม่ต้องอาศัยอ้างกันตามปิฎก ไม่ต้องอาศัยคำเล่าลือทำตามๆ กันมา หรือฟังดูน่าเชื่อถือ แต่เป็นศรัทธาที่มีตนเป็นเครื่องยืนยันเป็น "สันทิฏฐิโก" โดยไม่ต้องอาศัยผู้อื่นหรือสิ่งใด แต่อาศัยการปฏิบัติ อาศัยตัวเราเอง </p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>…ให้เรามี "ศรัทธา" ในระดับที่ไม่ต้องเชื่อตามคำสอนนั้นแล้ว… </p><p>จิตใจเมื่อมีศรัทธาก็จะเกิดความเพียร คือ ความกล้าที่จะทำจริงแน่วแน่จริง ศีลก็จะค่อยๆ สมบูรณ์บริบูรณ์ขึ้นมาได้ สิ่งที่จะตามมา คือ ความไม่ร้อนใจความสบายใจ สมาธิจะเกิดขึ้นพอประมาณ คลายความเคลือบแคลงเห็นแย้งลงได้ ถ้าเรายังต้องอาศัยผู้อื่นให้เกิดความเชื่อ คือศรัทธาในมรรคแปด คือ เรายังมีวิจิกิจฉาอยู่ แต่ถ้าด้วยศีลเต็ม มีสมาธิพอประมาณ มีปัญญาพอประมาณ เราจะงัดเจ้าวิจิกิจฉา คือความเคลือบแคลงสงสัยออกไปได้ เราจะเกิดความมั่นใจในลักษณะที่ไม่ต้องเชื่อตามผู้อื่นได้ </p><p>ศรัทธาที่ไม่งมงาย ไม่ต้องอาศัยอ้างกันตามปิฎก ไม่ต้องอาศัยคำเล่าลือทำตามๆ กันมา หรือฟังดูน่าเชื่อถือ แต่เป็นศรัทธาที่มีตนเป็นเครื่องยืนยันเป็น "สันทิฏฐิโก" โดยไม่ต้องอาศัยผู้อื่นหรือสิ่งใด แต่อาศัยการปฏิบัติ อาศัยตัวเราเอง </p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สีลาอนุปุพพิคาถา 6330-3d</title>
			<itunes:title>สีลาอนุปุพพิคาถา 6330-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Jul 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/7f851513-29c5-491a-bdcb-abff00dc9562/media.mp3" length="28808612" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7f851513-29c5-491a-bdcb-abff00dc9562</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e54</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IP0PgeaZYI8K4GZ+Vo9OI1w]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e54.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>หมวดธรรมที่เป็นเหมือนบันไดอันจะนำให้ขึ้นไปสู่โลกุตตระ คือ เรื่องที่กล่าวถึงตามลำดับเพื่อให้เกิดความลึกซื้ง ลุ่มลึกยิ่ง ๆ ขึ้นไป เป็นส่วนที่ชี้แนวทางที่จะไปสู่ปรมัตถ์ ส่วนที่เป็นระดับเหนือโลก โดยมักจะแสดงไว้กับบุคคลที่เป็นคฤหัสถ์หรือว่าผู้ครองเรือน ผู้ที่ยังเกี่ยวเนื่องด้วยเหย้าเรือน ธรรมะส่วนนี้เราเรียกว่า "อนุปุพพิกถา" โดยไว้เป็น 5 หัวข้อด้วยกัน</p><p>"ดูก่อนยสะ ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง เธอจงมาที่นี่ แล้วนั่งลง เราจะแสดงธรรมให้ฟัง"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>หมวดธรรมที่เป็นเหมือนบันไดอันจะนำให้ขึ้นไปสู่โลกุตตระ คือ เรื่องที่กล่าวถึงตามลำดับเพื่อให้เกิดความลึกซื้ง ลุ่มลึกยิ่ง ๆ ขึ้นไป เป็นส่วนที่ชี้แนวทางที่จะไปสู่ปรมัตถ์ ส่วนที่เป็นระดับเหนือโลก โดยมักจะแสดงไว้กับบุคคลที่เป็นคฤหัสถ์หรือว่าผู้ครองเรือน ผู้ที่ยังเกี่ยวเนื่องด้วยเหย้าเรือน ธรรมะส่วนนี้เราเรียกว่า "อนุปุพพิกถา" โดยไว้เป็น 5 หัวข้อด้วยกัน</p><p>"ดูก่อนยสะ ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง เธอจงมาที่นี่ แล้วนั่งลง เราจะแสดงธรรมให้ฟัง"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>10 ข้อสอบทาน เพื่อการพัฒนาตนเอง 6329-3d</title>
			<itunes:title>10 ข้อสอบทาน เพื่อการพัฒนาตนเอง 6329-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Jul 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/94eb3eb9-1590-41b6-9ab1-abf800cb0aa4/media.mp3" length="29434795" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">94eb3eb9-1590-41b6-9ab1-abf800cb0aa4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e55</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOX1re9OAnO+JwlS4049sK8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e55.jpg"/>
			<description><![CDATA[การศึกษาเล่าเรียนเหมือนการไปจับงูพิษ ถ้าจับไม่ถูก ไม่ดี มันฉก กัด ได้ ถ้าเราไม่ทำสมาธิให้ดีก่อน การเรียนไป เข้าใจไป รู้ไป บางทีอวิชชามันเพิ่มขึ้น เรียนรู้มากขึ้น แต่โง่ลง เพราะมีกิเลสมากขึ้น วิธีป้องกันไม่ให้กิเลสมากขึ้น ในการศึกษาเล่าเรียนไม่ให้เผลอเพลินไป คือ การที่เราต้องรู้จักตรวจสอบตัวของเราเอง ทั้งที่เป็นคฤหัสถ์และนักบวชด้วย ซึ่งสามารถใช้วิธี และขบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ ในการพิจารณาตนเองเป็นต้นเป็นปฐม แล้วจึงค่อยขยายต่อไป ในการที่จะไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่ใช่รูปแบบของการนั่งสมาธิภาวนา แต่เป็นการพัฒนาตนเองอยู่ในทุกรูปแบบเพื่อให้มี ศีล สมาธิ ปัญญาเพิ่มขึ้น จึงต้องคอยตรวจสอบ ใคร่ครวญ ตัวเองอยู่เสมอไตร่ตรองทุกวัน เช้าเย็น จะสามารถทำให้เรา พัฒนาตัวเองเป็นวิมังสา เป็นผู้มีความก้าวหน้าในธรรมวินัยนี้ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ดีมากแน่นอน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[การศึกษาเล่าเรียนเหมือนการไปจับงูพิษ ถ้าจับไม่ถูก ไม่ดี มันฉก กัด ได้ ถ้าเราไม่ทำสมาธิให้ดีก่อน การเรียนไป เข้าใจไป รู้ไป บางทีอวิชชามันเพิ่มขึ้น เรียนรู้มากขึ้น แต่โง่ลง เพราะมีกิเลสมากขึ้น วิธีป้องกันไม่ให้กิเลสมากขึ้น ในการศึกษาเล่าเรียนไม่ให้เผลอเพลินไป คือ การที่เราต้องรู้จักตรวจสอบตัวของเราเอง ทั้งที่เป็นคฤหัสถ์และนักบวชด้วย ซึ่งสามารถใช้วิธี และขบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ ในการพิจารณาตนเองเป็นต้นเป็นปฐม แล้วจึงค่อยขยายต่อไป ในการที่จะไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่ใช่รูปแบบของการนั่งสมาธิภาวนา แต่เป็นการพัฒนาตนเองอยู่ในทุกรูปแบบเพื่อให้มี ศีล สมาธิ ปัญญาเพิ่มขึ้น จึงต้องคอยตรวจสอบ ใคร่ครวญ ตัวเองอยู่เสมอไตร่ตรองทุกวัน เช้าเย็น จะสามารถทำให้เรา พัฒนาตัวเองเป็นวิมังสา เป็นผู้มีความก้าวหน้าในธรรมวินัยนี้ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ดีมากแน่นอน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภัย 4 อย่าง ของภิกษุผู้บวชใหม่ 6328-3d</title>
			<itunes:title>ภัย 4 อย่าง ของภิกษุผู้บวชใหม่ 6328-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Jul 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>27:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d1f981fd-2cdd-4d17-a621-abf00122beeb/media.mp3" length="28504368" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d1f981fd-2cdd-4d17-a621-abf00122beeb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e56</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMVibYnT8c/g7dR3Y0H8tN3]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e56.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ปรารภในเรื่องของโคปกเทพบุตร ที่ได้ตักเตือนพวกคนธรรพ์ 3 ตน ให้กลับมีสติ ระลึกถึงคุณของเนขัมมะได้ จึงจากไม่ดี กลับเป็นดี จากเทวดาชั้นต่ำสุด พลันไปเกิดในพรหมชั้นสูง ประเด็นในที่นี้ ก็คือ อะไรที่จะทำให้ตกไปในทางต่ำได้ </p><p>พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน "จาตุมสูตร" กล่าวถึง ภัย 4 อย่าง ของภิกษุผู้บวชใหม่ในธรรมวินัยนี้ อันเป็นเหตุให้ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้ไม่ยั่งยืน ต้องลาสิกขาไป เปรียบเทียบกับสิ่งที่คนลงไปในน้ำพึงประสบ คือ อูมิภัย (ภัยจากคลื่น) กุมภีลภัย (ภัยจากจระเข้) อาวัฏฏภัย (ภัยจากน้ำวน) และสุสุกาภัย (ภัยจากปลาร้าย)</p><p>เพราะมี "สติ" ไม่เผลอเพลิน เมื่อเจออุปสรรคคือภัยเหล่านี้ขัดอยู่ขวางอยู่ ก็ให้เราตั้งต้นใหม่ ทำใหม่ เดินตามมรรคใหม่อีก ถ้ามีผัสสะอยู่จุดไหน นั่นเป็นจุดที่เราเริ่มใหม่ได้ เป็นจุดที่จะให้เราเดินตามมรรคได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยู่ในเพศบรรพชิต หรือในความเป็นคฤหัสถ์ จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ก็สามารถทำความดีความงามให้เจริญขึ้นได้ ทำความสิ้นทุกข์ให้เกิดขึ้นได้แน่นอน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E38 ,  #ภัยจากคลื่นและจระเข้   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ปรารภในเรื่องของโคปกเทพบุตร ที่ได้ตักเตือนพวกคนธรรพ์ 3 ตน ให้กลับมีสติ ระลึกถึงคุณของเนขัมมะได้ จึงจากไม่ดี กลับเป็นดี จากเทวดาชั้นต่ำสุด พลันไปเกิดในพรหมชั้นสูง ประเด็นในที่นี้ ก็คือ อะไรที่จะทำให้ตกไปในทางต่ำได้ </p><p>พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน "จาตุมสูตร" กล่าวถึง ภัย 4 อย่าง ของภิกษุผู้บวชใหม่ในธรรมวินัยนี้ อันเป็นเหตุให้ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้ไม่ยั่งยืน ต้องลาสิกขาไป เปรียบเทียบกับสิ่งที่คนลงไปในน้ำพึงประสบ คือ อูมิภัย (ภัยจากคลื่น) กุมภีลภัย (ภัยจากจระเข้) อาวัฏฏภัย (ภัยจากน้ำวน) และสุสุกาภัย (ภัยจากปลาร้าย)</p><p>เพราะมี "สติ" ไม่เผลอเพลิน เมื่อเจออุปสรรคคือภัยเหล่านี้ขัดอยู่ขวางอยู่ ก็ให้เราตั้งต้นใหม่ ทำใหม่ เดินตามมรรคใหม่อีก ถ้ามีผัสสะอยู่จุดไหน นั่นเป็นจุดที่เราเริ่มใหม่ได้ เป็นจุดที่จะให้เราเดินตามมรรคได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยู่ในเพศบรรพชิต หรือในความเป็นคฤหัสถ์ จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ก็สามารถทำความดีความงามให้เจริญขึ้นได้ ทำความสิ้นทุกข์ให้เกิดขึ้นได้แน่นอน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E38 ,  #ภัยจากคลื่นและจระเข้   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทางสายกลางดับกรรมได้ 6327-3d</title>
			<itunes:title>ทางสายกลางดับกรรมได้ 6327-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Jun 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/22bbf133-d00f-423d-8022-abdf00513d66/media.mp3" length="27928736" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">22bbf133-d00f-423d-8022-abdf00513d66</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e57</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM/UKAqXv/Bxhu4meJrcCJd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e57.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ที่ใต้ต้นไทรอันเป็นที่พักร้อนของเด็กเลี้ยงแพะ บอกกับสหัมบดีพรหมว่า "ประตูสู่นิพพานอันเป็นอมตะ เราเปิดไว้แล้ว คือ อริยมรรคมีองค์ 8 เป็นมัชฌิมาปฏิปทา เป็นทางสายกลาง สัตว์เหล่าใดที่จะมาตามทางนี้ สัตว์เหล่านั้นจงปลงศรัทธาลงไปเถิด"</p><p>ทางนี้ เป็นช่องทางที่จะให้รอดไม่ติดตัน ที่ใครก็ตามเมื่อปฏิบัติแล้ว ถ้าทำถูก จะได้ผลเหมือนกันแน่นอน เป็นทางที่จะพาไปสู่ความประเสริฐชนิดที่เมื่อไปถึงแล้ว ไม่มีอะไรยิ่งไปกว่า เป็นข้อปฏิบัติที่เมื่อทำให้มาก เจริญให้มากแล้ว เราจะไม่ได้ยึดถือในสิ่งนั้น ทำให้คลายความยึดถือทั้งหมดได้ นี้เป็น ลักษณะของความดับความเย็น คือ นิพพาน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E23 , ใต้ร่มโพธิบท S08E20 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ที่ใต้ต้นไทรอันเป็นที่พักร้อนของเด็กเลี้ยงแพะ บอกกับสหัมบดีพรหมว่า "ประตูสู่นิพพานอันเป็นอมตะ เราเปิดไว้แล้ว คือ อริยมรรคมีองค์ 8 เป็นมัชฌิมาปฏิปทา เป็นทางสายกลาง สัตว์เหล่าใดที่จะมาตามทางนี้ สัตว์เหล่านั้นจงปลงศรัทธาลงไปเถิด"</p><p>ทางนี้ เป็นช่องทางที่จะให้รอดไม่ติดตัน ที่ใครก็ตามเมื่อปฏิบัติแล้ว ถ้าทำถูก จะได้ผลเหมือนกันแน่นอน เป็นทางที่จะพาไปสู่ความประเสริฐชนิดที่เมื่อไปถึงแล้ว ไม่มีอะไรยิ่งไปกว่า เป็นข้อปฏิบัติที่เมื่อทำให้มาก เจริญให้มากแล้ว เราจะไม่ได้ยึดถือในสิ่งนั้น ทำให้คลายความยึดถือทั้งหมดได้ นี้เป็น ลักษณะของความดับความเย็น คือ นิพพาน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E23 , ใต้ร่มโพธิบท S08E20 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมาสังกัปปะ 6326-3d</title>
			<itunes:title>สัมมาสังกัปปะ 6326-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Jun 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/e8dc3b3b-3932-473e-82e2-abcf0149a367/media.mp3" length="28344509" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e8dc3b3b-3932-473e-82e2-abcf0149a367</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e58</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM+6YXbRInplJWyg1ws+eqU]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e58.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>จุดประสงค์ในการประกาศศาสนาของพระพุทธเจ้า ก็เพื่อให้เราพ้นจากความทุกข์ เพราะกิเลสมันทำให้เราทุกข์ สัมมา คือ การปลดแอกจิตใจของเราจากกิเลส เพราะถ้าจิตใจยังถูกล็อคอยู่ จิตใจจะไม่มีใจเป็นของตนเอง แต่ตกเป็นทาสของกิเลส อริยมรรคมีองค์ 8 จึงเป็นทางให้ถึงความดับไม่เหลือของกิเลส ในเอพิโสดนี้ เป็นสัมมาข้อสุดท้ายในซีรีส์ของ "อริยมรรคมีองค์ 8" ซึ่งเป็นส่วนของปัญญา  </p><p>"สัมมาสังกัปปะ" ความดำริชอบ เป็นเรื่องของปัญญาในทางหลีกออกจากกาม ไม่พยาบาท และ ไม่เบียดเบียน ที่ต้องมีสัมมาทิฏฐิเป็นองค์นำหน้า และสามารถเชื่อมโยงไปกับขันธ์ 5 คือ สัญญา เพราะสัญญาเป็นสมุฏฐานของสังกัปปะ เป็นสิ่งที่เป็นองค์ประกอบกันมา เพราะความคิดนึก วิตก วิจารเป็น สัญญา เป็นกองทุกข์ เป็นกองของสิ่งที่ทำให้เกิดความยึดถือ แต่สัญญาใดที่เป็นไปเพื่อคลายความยึดถือได้ จึงแยกส่วนนี้ออกตั้งชื่อใหม่ว่า สัมมาสังกัปปะ </p><p>ดังนั้น สัญญาแบบเดียวกัน แต่การปรุงแต่งในจิตใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน อาจออกมาเป็น สัมมา หรือ เป็นมิจฉาก็ได้ ซึ่งสามารถดูรู้จากพฤติกรรมภายนอกได้ ดังนั้น สัญญาในส่วนที่เป็นทุกข์ จึงต้องทำความเข้าใจ และสัญญาในส่วนที่เป็นมรรคต้องทำให้มาก เจริญให้มาก เราสามารถที่จะเจริญธรรม ทำความรอบคอบ ทำความกว้างขวางในจิตใจ เป็นคนใจดี มีความผาสุกอยู่ได้ อริยมรรคมีองค์ 8 นี้ ช่วยเราได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  เข้าใจทำ (ธรรม) S07E42 , S07E28 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>จุดประสงค์ในการประกาศศาสนาของพระพุทธเจ้า ก็เพื่อให้เราพ้นจากความทุกข์ เพราะกิเลสมันทำให้เราทุกข์ สัมมา คือ การปลดแอกจิตใจของเราจากกิเลส เพราะถ้าจิตใจยังถูกล็อคอยู่ จิตใจจะไม่มีใจเป็นของตนเอง แต่ตกเป็นทาสของกิเลส อริยมรรคมีองค์ 8 จึงเป็นทางให้ถึงความดับไม่เหลือของกิเลส ในเอพิโสดนี้ เป็นสัมมาข้อสุดท้ายในซีรีส์ของ "อริยมรรคมีองค์ 8" ซึ่งเป็นส่วนของปัญญา  </p><p>"สัมมาสังกัปปะ" ความดำริชอบ เป็นเรื่องของปัญญาในทางหลีกออกจากกาม ไม่พยาบาท และ ไม่เบียดเบียน ที่ต้องมีสัมมาทิฏฐิเป็นองค์นำหน้า และสามารถเชื่อมโยงไปกับขันธ์ 5 คือ สัญญา เพราะสัญญาเป็นสมุฏฐานของสังกัปปะ เป็นสิ่งที่เป็นองค์ประกอบกันมา เพราะความคิดนึก วิตก วิจารเป็น สัญญา เป็นกองทุกข์ เป็นกองของสิ่งที่ทำให้เกิดความยึดถือ แต่สัญญาใดที่เป็นไปเพื่อคลายความยึดถือได้ จึงแยกส่วนนี้ออกตั้งชื่อใหม่ว่า สัมมาสังกัปปะ </p><p>ดังนั้น สัญญาแบบเดียวกัน แต่การปรุงแต่งในจิตใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน อาจออกมาเป็น สัมมา หรือ เป็นมิจฉาก็ได้ ซึ่งสามารถดูรู้จากพฤติกรรมภายนอกได้ ดังนั้น สัญญาในส่วนที่เป็นทุกข์ จึงต้องทำความเข้าใจ และสัญญาในส่วนที่เป็นมรรคต้องทำให้มาก เจริญให้มาก เราสามารถที่จะเจริญธรรม ทำความรอบคอบ ทำความกว้างขวางในจิตใจ เป็นคนใจดี มีความผาสุกอยู่ได้ อริยมรรคมีองค์ 8 นี้ ช่วยเราได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  เข้าใจทำ (ธรรม) S07E42 , S07E28 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมาทิฏฐิ 6325-3d</title>
			<itunes:title>สัมมาทิฏฐิ 6325-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Jun 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>12:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/7a53959b-b32c-417e-80a3-abcb00e2605c/media.mp3" length="28928347" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7a53959b-b32c-417e-80a3-abcb00e2605c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e59</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN9CxSNLtHfZ+Zd6SQQbhQy]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e59.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เปรียบ สัมมาทิฏฐิ เป็นเหมือนรุ่งอรุณของกุศลธรรมทั้งหลาย ที่เมื่อมีสัมมาทิฏฐิแล้ว สัมมาองค์อื่น ๆ ก็จะตามมา และยังเป็นรุ่งอรุณของอริยสัจ 4 คือ ปัญญาความรู้ชัดตามความเป็นจริงที่ต้องมี 3 รอบ ในสัจจะ 4 ประการ</p><p>"สัมมาทิฏฐิ" แปลว่า ความเห็นชอบ หรือ ความเห็นถูก ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า ฝ่ายหนึ่งถูก แล้วอีกฝ่ายผิด แต่เป็นทิฏฐิที่จะทำให้กิเลสลดลงไปได้ แจกแจงแยกไว้ 2 อย่าง คือ ส่วนที่มีอาสวะ ยังเป็นส่วนแห่งบุญ มีอุปธิเป็นวิบาก ซึ่งจะทำให้ยังพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดไม่ได้ และ ส่วนที่ไม่มีอาสวะเป็นชั้นโลกุตตระ ขึ้นสู่ระดับเหนือโลก เป็นอริยะ ต้องอาศัยปัญญา อาศัยญาณของคน ๆ นั้น ซึ่งเป็นการปฏิบัติทางจิต ที่ต้องอาศัยสัญญาคือความจำ เพราะสัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง</p><p>ปัญญาสัมมาทิฏฐิ จะสร้างขึ้น พัฒนาขึ้น นำเข้าสู่จิตใจของเราได้ ต้องอาศัยเหตุปัจจัยคือ การมีเพื่อนดี มีการฟังพระสัทธรรม มีการทำในใจโดยแยบคาย มีการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม หรือในบางครั้งความกลัวก็ทำให้เกิดสัมมาทิฏฐิขึ้นได้ สัมมาทิฏฐิจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ</p><p>"…ถึงมีระดับสัมมาทิฏฐิที่แตกต่างกัน แต่ในความที่มีแล้ว สามารถพัฒนาเป็นสัมมาทิฏฐิที่มากขึ้นได้ ด้วยความที่สัมมาทิฏฐิก็เป็นตัวนำสัมมาทิฏฐิเอง สัมมาทิฏฐิน้อย ๆ เปรียบเหมือนมีไฟกองน้อย ที่คนฉลาดเท่านั้น จะสามารถเปลี่ยนให้เป็นไฟกองใหญ่ได้"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E28 , ใต้ร่มโพธิบท S08E17 , คลังพระสูตร S08E50 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S06E06 , #สัมมาทิฏฐิ (ตอนที่ 2): รุ่งอรุณแห่งกุศลธรรม , #ทำสัญญาให้เป็นญาณ     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เปรียบ สัมมาทิฏฐิ เป็นเหมือนรุ่งอรุณของกุศลธรรมทั้งหลาย ที่เมื่อมีสัมมาทิฏฐิแล้ว สัมมาองค์อื่น ๆ ก็จะตามมา และยังเป็นรุ่งอรุณของอริยสัจ 4 คือ ปัญญาความรู้ชัดตามความเป็นจริงที่ต้องมี 3 รอบ ในสัจจะ 4 ประการ</p><p>"สัมมาทิฏฐิ" แปลว่า ความเห็นชอบ หรือ ความเห็นถูก ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า ฝ่ายหนึ่งถูก แล้วอีกฝ่ายผิด แต่เป็นทิฏฐิที่จะทำให้กิเลสลดลงไปได้ แจกแจงแยกไว้ 2 อย่าง คือ ส่วนที่มีอาสวะ ยังเป็นส่วนแห่งบุญ มีอุปธิเป็นวิบาก ซึ่งจะทำให้ยังพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดไม่ได้ และ ส่วนที่ไม่มีอาสวะเป็นชั้นโลกุตตระ ขึ้นสู่ระดับเหนือโลก เป็นอริยะ ต้องอาศัยปัญญา อาศัยญาณของคน ๆ นั้น ซึ่งเป็นการปฏิบัติทางจิต ที่ต้องอาศัยสัญญาคือความจำ เพราะสัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง</p><p>ปัญญาสัมมาทิฏฐิ จะสร้างขึ้น พัฒนาขึ้น นำเข้าสู่จิตใจของเราได้ ต้องอาศัยเหตุปัจจัยคือ การมีเพื่อนดี มีการฟังพระสัทธรรม มีการทำในใจโดยแยบคาย มีการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม หรือในบางครั้งความกลัวก็ทำให้เกิดสัมมาทิฏฐิขึ้นได้ สัมมาทิฏฐิจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ</p><p>"…ถึงมีระดับสัมมาทิฏฐิที่แตกต่างกัน แต่ในความที่มีแล้ว สามารถพัฒนาเป็นสัมมาทิฏฐิที่มากขึ้นได้ ด้วยความที่สัมมาทิฏฐิก็เป็นตัวนำสัมมาทิฏฐิเอง สัมมาทิฏฐิน้อย ๆ เปรียบเหมือนมีไฟกองน้อย ที่คนฉลาดเท่านั้น จะสามารถเปลี่ยนให้เป็นไฟกองใหญ่ได้"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E28 , ใต้ร่มโพธิบท S08E17 , คลังพระสูตร S08E50 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S06E06 , #สัมมาทิฏฐิ (ตอนที่ 2): รุ่งอรุณแห่งกุศลธรรม , #ทำสัญญาให้เป็นญาณ     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หมวดธรรม 4 ข้อ ที่ควรระลึกถึง 6324-3d</title>
			<itunes:title>หมวดธรรม 4 ข้อ ที่ควรระลึกถึง 6324-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Jun 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/dc56496c-913c-455c-9b0e-abc5000a1077/media.mp3" length="27584739" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">dc56496c-913c-455c-9b0e-abc5000a1077</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e5a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INMaV04L+Tkaccd/xuyP7X0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e5a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>หมวดธรรมที่มี 4 ข้อต่อไปนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ใน มหาปรินิพพานสูตร และได้มีเก็บรวบรวมไว้ใน อังคุตตรนิกาย หมวดจตุกกนิบาต (ว่าด้วยหมวดธรรม 4 ข้อ) ในเอพิโสดนี้ จึงได้นำมาอธิบายขยายความให้ได้เข้าใจกันยิ่งขึ้น</p><p>มหาปเทส 4 เป็นวิธีการอ้างอิงในคำสอนของพระพุทธเจ้า ก่อนที่จะรับรอง ชื่นชม หรือ คัดค้าน เมื่อมีบุคคลหรือกลุ่มคนใดกล่าวว่า "นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของพระศาสดา"</p><p>สังเวชนียสถาน 4  พระพุทธองค์ตรัสไว้ขณะประทับสีหไสยาสน์ระหว่างต้นสาละคู่ ทรงกำหนดตั้งจิตไว้ว่า จะไม่ลุกขึ้นอีก และตรัสถึงสถานที่ที่ถ้าเมื่อใครก็ตาม มีศรัทธา ควรมาดูมาเห็น ให้เกิดความสังเวช แล้วทำให้เกิดจิตเลื่อมใส มีความปลื้มใจ เกิดความร้อนใจที่จะกระทำความดีมาตามทางมรรค 8 ให้ได้ และเมื่อตายไปก็จะเกิดในสุคติโลกสวรรค์</p><p>ถูปารหบุคคล 4 คือ บุคคลที่ควรสร้างสถูปถวาย ซึ่งถ้ามีจิตเลื่อมใสสักการะในบุคคลเหล่านั้นแล้ว จะสามารถทำจิตให้ตั้งอยู่ในกุศลธรรมได้ เมื่อตายไปจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ โดยมีการอธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าจะให้เกิดผลแบบนี้ ควรจะบูชาบุคคลประเภทไหนได้อีก และอย่างไรจึงจะหลุดพ้นได้</p><p>ดังนั้น การศึกษาในธรรมวินัยนี้ จึงมีรายละเอียดหลายอย่างที่พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้มีความรอบคอบ ทั้งในบทพยัญชนะ ทั้งโดยอรรถะ ที่เมื่อเรามาศึกษาทำความเข้าใจจะต้องพิจารณาใคร่ครวญให้ละเอียด รอบคอบ ไม่หล่ะหลวม ก็จะสามารถทำความลึกซึ้งในร่มโพธิบท คำสอนของพระพุทธเจ้าได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>หมวดธรรมที่มี 4 ข้อต่อไปนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ใน มหาปรินิพพานสูตร และได้มีเก็บรวบรวมไว้ใน อังคุตตรนิกาย หมวดจตุกกนิบาต (ว่าด้วยหมวดธรรม 4 ข้อ) ในเอพิโสดนี้ จึงได้นำมาอธิบายขยายความให้ได้เข้าใจกันยิ่งขึ้น</p><p>มหาปเทส 4 เป็นวิธีการอ้างอิงในคำสอนของพระพุทธเจ้า ก่อนที่จะรับรอง ชื่นชม หรือ คัดค้าน เมื่อมีบุคคลหรือกลุ่มคนใดกล่าวว่า "นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของพระศาสดา"</p><p>สังเวชนียสถาน 4  พระพุทธองค์ตรัสไว้ขณะประทับสีหไสยาสน์ระหว่างต้นสาละคู่ ทรงกำหนดตั้งจิตไว้ว่า จะไม่ลุกขึ้นอีก และตรัสถึงสถานที่ที่ถ้าเมื่อใครก็ตาม มีศรัทธา ควรมาดูมาเห็น ให้เกิดความสังเวช แล้วทำให้เกิดจิตเลื่อมใส มีความปลื้มใจ เกิดความร้อนใจที่จะกระทำความดีมาตามทางมรรค 8 ให้ได้ และเมื่อตายไปก็จะเกิดในสุคติโลกสวรรค์</p><p>ถูปารหบุคคล 4 คือ บุคคลที่ควรสร้างสถูปถวาย ซึ่งถ้ามีจิตเลื่อมใสสักการะในบุคคลเหล่านั้นแล้ว จะสามารถทำจิตให้ตั้งอยู่ในกุศลธรรมได้ เมื่อตายไปจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ โดยมีการอธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าจะให้เกิดผลแบบนี้ ควรจะบูชาบุคคลประเภทไหนได้อีก และอย่างไรจึงจะหลุดพ้นได้</p><p>ดังนั้น การศึกษาในธรรมวินัยนี้ จึงมีรายละเอียดหลายอย่างที่พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้มีความรอบคอบ ทั้งในบทพยัญชนะ ทั้งโดยอรรถะ ที่เมื่อเรามาศึกษาทำความเข้าใจจะต้องพิจารณาใคร่ครวญให้ละเอียด รอบคอบ ไม่หล่ะหลวม ก็จะสามารถทำความลึกซึ้งในร่มโพธิบท คำสอนของพระพุทธเจ้าได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุปัทวะ 3 ประการ 6323-3d</title>
			<itunes:title>อุปัทวะ 3 ประการ 6323-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Jun 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>48:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/aa7766d3-1114-440d-924c-abc20159f391/media.mp3" length="23304529" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">aa7766d3-1114-440d-924c-abc20159f391</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e5b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INDteicmclsUh+0R+0XUbBv]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e5b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>จากข้อความบางตอนที่มาใน มหาสุญญตสูตร ได้กล่าวถึง "อุปัทวะ" ซึ่งหมายถึง ภัยอันตราย เครื่องข้องที่จะมาขัดขวางให้ความดีของเราลดน้อยลงไปหรือเสื่อมไป มีด้วยกัน 3 ประการ แต่ข้อที่เป็นอันตราย เป็นทุกข์ เผ็ดร้อนอย่างยิ่งกว่า นั่นก็คือ อุปัทวะของผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งถ้าเมื่อมันเสื่อมหรือกลับกำเริบแล้ว เปรียบเทียบไว้กับคนที่ขึ้นหลังช้างหรือเรือนยอดแล้วหากตกลงมา จะเป็นอันตรายมาก</p><p>ดังนั้น ภัยอันตรายที่เมื่อขึ้นไปสู่ที่สูงแล้ว เราอย่าพลาด ถึงแม้ว่าเรื่องปัญญา เรื่องสมาธิ อาจจะยังได้ไม่เต็มที่ แต่ในเรื่องศีลนั้นทำให้มันได้เต็มที่ แม้ตกลงมาก็ยังไม่ถึงพื้น ศีล สมาธิ ปัญญา จึงต้องทำให้ละเอียดยิ่ง ๆ ขึ้นไป การปฏิบัติมาตามทางของเราจะก้าวหน้าขึ้นไปจนถึงปัญญาชั้นโลกุตตระ ที่เมื่อกำจัดอาสวะกิเลสได้แล้ว มันจะไม่กลับกำเริบอีก เป็นนิพพาน คือ ความเย็น ความสงบ นี้จึงกล่าวว่า  “ นิพพานัง ปรมัง สุขัง นิพพานัง ปรมัง สุญญัง” คือ สูญจากกิเลส และ สุขจากความไม่มีกิเลส ไม่กลับกำเริบให้เป็นอุปัทวะอันตรายขึ้นมาได้อีก</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E14 , #จงเป็นผู้เรียกร้องพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร , #ความเสื่อม 12 อย่าง     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>จากข้อความบางตอนที่มาใน มหาสุญญตสูตร ได้กล่าวถึง "อุปัทวะ" ซึ่งหมายถึง ภัยอันตราย เครื่องข้องที่จะมาขัดขวางให้ความดีของเราลดน้อยลงไปหรือเสื่อมไป มีด้วยกัน 3 ประการ แต่ข้อที่เป็นอันตราย เป็นทุกข์ เผ็ดร้อนอย่างยิ่งกว่า นั่นก็คือ อุปัทวะของผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งถ้าเมื่อมันเสื่อมหรือกลับกำเริบแล้ว เปรียบเทียบไว้กับคนที่ขึ้นหลังช้างหรือเรือนยอดแล้วหากตกลงมา จะเป็นอันตรายมาก</p><p>ดังนั้น ภัยอันตรายที่เมื่อขึ้นไปสู่ที่สูงแล้ว เราอย่าพลาด ถึงแม้ว่าเรื่องปัญญา เรื่องสมาธิ อาจจะยังได้ไม่เต็มที่ แต่ในเรื่องศีลนั้นทำให้มันได้เต็มที่ แม้ตกลงมาก็ยังไม่ถึงพื้น ศีล สมาธิ ปัญญา จึงต้องทำให้ละเอียดยิ่ง ๆ ขึ้นไป การปฏิบัติมาตามทางของเราจะก้าวหน้าขึ้นไปจนถึงปัญญาชั้นโลกุตตระ ที่เมื่อกำจัดอาสวะกิเลสได้แล้ว มันจะไม่กลับกำเริบอีก เป็นนิพพาน คือ ความเย็น ความสงบ นี้จึงกล่าวว่า  “ นิพพานัง ปรมัง สุขัง นิพพานัง ปรมัง สุญญัง” คือ สูญจากกิเลส และ สุขจากความไม่มีกิเลส ไม่กลับกำเริบให้เป็นอุปัทวะอันตรายขึ้นมาได้อีก</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E14 , #จงเป็นผู้เรียกร้องพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร , #ความเสื่อม 12 อย่าง     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปะฏิสังขาโย การพิจารณาปัจจัย 4 6322-3d</title>
			<itunes:title>ปะฏิสังขาโย การพิจารณาปัจจัย 4 6322-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 May 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1effbfa2-efa6-493f-aedd-abbb01020714/media.mp3" length="27848566" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1effbfa2-efa6-493f-aedd-abbb01020714</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e5c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMgoirJi7F3eTG4CpnI6D0v]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e5c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะวิธี" หรือ "ปะฏิสังขาโย" ว่าด้วย การพิจารณาปัจจัย 4 เป็นบทสวดที่ พระภิกษุสงฆ์รวมถึงนักปฏิบัติ จะต้องใคร่ครวญอยู่เป็นประจำ ด้วยการพิจารณาโดยแยบคายในเรื่องของปัจจัย 4 ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ก่อนบริโภค อยู่ในส่วนทำวัตรเช้า หลังบริโภค อยู่ในส่วนทำวัตรเย็น ทั้งก่อนและหลังจะมีเนื้อหาเหมือนกัน</p><p>ในที่นี้แนะนำให้เพิ่มการพิจารณาในระหว่างบริโภคนั้นด้วย จะเป็นการดีมากยิ่งขึ้น ช่วยให้เราบริโภคปัจจัย 4 ด้วยความระมัดระวัง ไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง แต่จะพิจารณาโดยแยบคายอยู่บนทางสายกลางไปตามความเหมาะสม ตามกาละเทศะ ไม่ได้เป็นไปเพื่อการยึดถือ แต่เป็นไปเพื่อการอนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์ จึงต้องมีการพิจารณาทั้งก่อน ระหว่าง และหลังบริโภค จะช่วยฝึกจิตของเราให้มีภูมิต้านทาน มีสติสัมปชัญญะ ไม่เพลิดเพลินลุ่มหลงไปในสิ่งเหล่านี้ ให้เราอยู่เหนือการควบคุมของสิ่งเหล่านี้ได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S07E51</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะวิธี" หรือ "ปะฏิสังขาโย" ว่าด้วย การพิจารณาปัจจัย 4 เป็นบทสวดที่ พระภิกษุสงฆ์รวมถึงนักปฏิบัติ จะต้องใคร่ครวญอยู่เป็นประจำ ด้วยการพิจารณาโดยแยบคายในเรื่องของปัจจัย 4 ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ก่อนบริโภค อยู่ในส่วนทำวัตรเช้า หลังบริโภค อยู่ในส่วนทำวัตรเย็น ทั้งก่อนและหลังจะมีเนื้อหาเหมือนกัน</p><p>ในที่นี้แนะนำให้เพิ่มการพิจารณาในระหว่างบริโภคนั้นด้วย จะเป็นการดีมากยิ่งขึ้น ช่วยให้เราบริโภคปัจจัย 4 ด้วยความระมัดระวัง ไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง แต่จะพิจารณาโดยแยบคายอยู่บนทางสายกลางไปตามความเหมาะสม ตามกาละเทศะ ไม่ได้เป็นไปเพื่อการยึดถือ แต่เป็นไปเพื่อการอนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์ จึงต้องมีการพิจารณาทั้งก่อน ระหว่าง และหลังบริโภค จะช่วยฝึกจิตของเราให้มีภูมิต้านทาน มีสติสัมปชัญญะ ไม่เพลิดเพลินลุ่มหลงไปในสิ่งเหล่านี้ ให้เราอยู่เหนือการควบคุมของสิ่งเหล่านี้ได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S07E51</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมาสมาธิ 6321-3d</title>
			<itunes:title>สัมมาสมาธิ 6321-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 May 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/e222fc5c-b58d-4193-a3a3-abb700e09cce/media.mp3" length="27689490" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e222fc5c-b58d-4193-a3a3-abb700e09cce</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e5d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOvK+FSPl/ozDRZLpVRNpzg]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e5d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>หัวข้อแม่บทที่ยกมาทำความเข้าใจกันต่อในเอพิโสดนี้ คือเรื่อง “สัมมาสมาธิ” เป็นหัวข้อสุดท้ายในส่วนของสมาธิ ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรีส์ของ "อริยมรรคมีองค์ 8" องค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง ที่เมื่อรวมกันแล้ว จะเป็นทางที่ไปสู่ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อม และนิพพานได้</p><p>“สัมมาสมาธิ” หรือ ความตั้งใจมั่นชอบ ตามนัยของพุทธพจน์หมายถึง สมาธิในฌาณที่ 1 - 4 หรือในบางบริบทก็หมายรวมทั้งสมถะและวิปัสสนา และองค์ประกอบต้องเป็น สัมมา ที่เป็นไปเพื่อการละกิเลสได้ </p><p>"สมาธิ"คือ สภาวะจิตที่มีการรวมลงเข้าเป็นอารมณ์อันเดียว ที่สามารถทำได้ในทุกอิริยาบถ แต่มักจะมีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำสมาธิ โดยยึดติดในเรื่องของรูปแบบ ที่ต้องนั่งนิ่ง ๆ ต้องสงบ เป็นเหมือนทะเลไม่มีคลื่น ไม่มีความคิดนึก จึงต้องมาศึกษาทำความเข้าใจกันให้ถูกก่อน ให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะถ้าเข้าใจไม่ถูก จะมีความกังวล หรือมีอุปสรรคอย่างอื่น ๆ มาขวางกั้นไม่ให้จิตของเรารวมลงเป็นสมาธิได้ เพราะสมาธิทำให้จิตสงบระงับจากกาม จากอกุศลธรรม จึงจะไม่ได้ด้วยการข่มขี่ บังคับ การห้าม การปรุงแต่ง แต่ขึ้นอยู่ที่การสร้างเหตุปัจจัยด้วยศีล สติ และความเพียร </p><p>สัมมาสมาธิ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เพราะมีหลาย ๆ อย่าง รวมกันเข้ากันอยู่ในนี้ จึงต้องอาศัยการฝึกจนเกิดเป็นทักษะ เพราะสมาธิที่มีกำลังจะทำให้เกิดปัญญา เกิดความรู้คือ ญาณ คือ วิชชา เกิดความพ้น คือ วิมุตติ ได้ และ จุดที่ต้องฝึกก็คือ "สติ" เป็นตัวฝึกให้สมาธิละเอียดลึกซึ้งขึ้น เพราะบุคคลที่เจริญสัมมาสติแล้ว จะทำสัมมาสมาธิให้เกิดขึ้นได้นั้นเป็นฐานะที่มีได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>หัวข้อแม่บทที่ยกมาทำความเข้าใจกันต่อในเอพิโสดนี้ คือเรื่อง “สัมมาสมาธิ” เป็นหัวข้อสุดท้ายในส่วนของสมาธิ ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรีส์ของ "อริยมรรคมีองค์ 8" องค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง ที่เมื่อรวมกันแล้ว จะเป็นทางที่ไปสู่ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อม และนิพพานได้</p><p>“สัมมาสมาธิ” หรือ ความตั้งใจมั่นชอบ ตามนัยของพุทธพจน์หมายถึง สมาธิในฌาณที่ 1 - 4 หรือในบางบริบทก็หมายรวมทั้งสมถะและวิปัสสนา และองค์ประกอบต้องเป็น สัมมา ที่เป็นไปเพื่อการละกิเลสได้ </p><p>"สมาธิ"คือ สภาวะจิตที่มีการรวมลงเข้าเป็นอารมณ์อันเดียว ที่สามารถทำได้ในทุกอิริยาบถ แต่มักจะมีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำสมาธิ โดยยึดติดในเรื่องของรูปแบบ ที่ต้องนั่งนิ่ง ๆ ต้องสงบ เป็นเหมือนทะเลไม่มีคลื่น ไม่มีความคิดนึก จึงต้องมาศึกษาทำความเข้าใจกันให้ถูกก่อน ให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะถ้าเข้าใจไม่ถูก จะมีความกังวล หรือมีอุปสรรคอย่างอื่น ๆ มาขวางกั้นไม่ให้จิตของเรารวมลงเป็นสมาธิได้ เพราะสมาธิทำให้จิตสงบระงับจากกาม จากอกุศลธรรม จึงจะไม่ได้ด้วยการข่มขี่ บังคับ การห้าม การปรุงแต่ง แต่ขึ้นอยู่ที่การสร้างเหตุปัจจัยด้วยศีล สติ และความเพียร </p><p>สัมมาสมาธิ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เพราะมีหลาย ๆ อย่าง รวมกันเข้ากันอยู่ในนี้ จึงต้องอาศัยการฝึกจนเกิดเป็นทักษะ เพราะสมาธิที่มีกำลังจะทำให้เกิดปัญญา เกิดความรู้คือ ญาณ คือ วิชชา เกิดความพ้น คือ วิมุตติ ได้ และ จุดที่ต้องฝึกก็คือ "สติ" เป็นตัวฝึกให้สมาธิละเอียดลึกซึ้งขึ้น เพราะบุคคลที่เจริญสัมมาสติแล้ว จะทำสัมมาสมาธิให้เกิดขึ้นได้นั้นเป็นฐานะที่มีได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมาสติ 6320-3d</title>
			<itunes:title>สัมมาสติ 6320-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 May 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/180c390a-a5be-4fe5-af9e-abb100726273/media.mp3" length="29520475" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">180c390a-a5be-4fe5-af9e-abb100726273</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e5e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INSJwkbreX2nsL28XDwADze]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e5e.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ มาทำความเข้าใจกันต่อในหัวข้อของ “สัมมาสติ”  ที่เป็นสิ่งสำคัญในการทำความเพียรทางจิต เป็นส่วนเริ่มแรกของสมาธิ เพราะสัมมาสติจะทำให้เกิดสัมมาสมาธิได้ </p><p>ใน “มหาสติปัฏฐานสูตร” พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับชาวกุรุถึงการพิจารณาเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนา เห็นจิตในจิต และเห็นธรรมในธรรม ซึ่งเป็นฐานธรรมชาติที่เป็นเหตุให้เกิดสติ โดยมีข้อความในส่วนที่สำคัญ ที่พระพุทธองค์ได้ทรงเน้นย้ำ กล่าวซ้ำ ๆ กันอยู่ในแต่ละข้อ ๆ คือ  “…มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ ถอนความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้”</p><p>ดังนั้น “สัมมาสติ” ตามนัยของพระพุทธเจ้า จึงหมายถึง ความระลึกได้ ที่เมื่อเราระลึกให้มันถูก จะมีลักษณะที่ทำให้กิเลสมันลดลง เป็นไปเพื่อปัญญาในการถอนความพอใจและความไม่พอใจในอารมณ์ต่าง ๆ ออกได้ ซึ่งจะตรงข้ามกับความเพลิน ที่จะทำให้จิตคล้อยตามไปในอารมณ์ที่มากับผัสสะทั้งหลาย เกิดเป็นความพอใจหรือไม่พอใจขึ้น ความเพลินนั้น คือ อุปาทาน</p><p>พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบเทียบไว้ว่า “…จิตของเรา เป็นเชือก สติของเราเป็นผาลและปฏัก”  ซึ่ง ผาล เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการทำนา เพราะเป็นส่วนที่จะเปิดหน้าดินออก เป็นจุดที่เหล็กสัมผัสกับดิน เพื่อคุ้ยดินให้แยกออกจากกัน “สติ” จึงเป็นตัวที่แยกแยะความดีความไม่ดี แยกสิ่งที่มันเหนียวติดกันอยู่ให้เคลื่อนออกจากกัน จุดที่แยกออกแล้วนั้น มันจึงเป็นความพ้นจากกัน “สติจึงมีความพ้นคือวิมุตติเป็นที่แล่นไปสู่” เราจึงต้องฝึกสติให้มีกำลังมาก ๆ ให้ทำอยู่เป็นประจำ จนเกิดเป็นทักษะ ให้เจริญสติอยู่ได้ตลอดในขณะดำเนินชีวิตประจำวัน สติที่มีกำลังจะพาไปสู่ความพ้นได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E07 , S07E43 , ใต้ร่มโพธิบท S08E30 , S08E22 , S08E21 , S08E20 , คลังพระสูตร S09E07 , #อนุสติสิบคือสติปัฏฐานสี่  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ มาทำความเข้าใจกันต่อในหัวข้อของ “สัมมาสติ”  ที่เป็นสิ่งสำคัญในการทำความเพียรทางจิต เป็นส่วนเริ่มแรกของสมาธิ เพราะสัมมาสติจะทำให้เกิดสัมมาสมาธิได้ </p><p>ใน “มหาสติปัฏฐานสูตร” พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับชาวกุรุถึงการพิจารณาเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนา เห็นจิตในจิต และเห็นธรรมในธรรม ซึ่งเป็นฐานธรรมชาติที่เป็นเหตุให้เกิดสติ โดยมีข้อความในส่วนที่สำคัญ ที่พระพุทธองค์ได้ทรงเน้นย้ำ กล่าวซ้ำ ๆ กันอยู่ในแต่ละข้อ ๆ คือ  “…มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ ถอนความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้”</p><p>ดังนั้น “สัมมาสติ” ตามนัยของพระพุทธเจ้า จึงหมายถึง ความระลึกได้ ที่เมื่อเราระลึกให้มันถูก จะมีลักษณะที่ทำให้กิเลสมันลดลง เป็นไปเพื่อปัญญาในการถอนความพอใจและความไม่พอใจในอารมณ์ต่าง ๆ ออกได้ ซึ่งจะตรงข้ามกับความเพลิน ที่จะทำให้จิตคล้อยตามไปในอารมณ์ที่มากับผัสสะทั้งหลาย เกิดเป็นความพอใจหรือไม่พอใจขึ้น ความเพลินนั้น คือ อุปาทาน</p><p>พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบเทียบไว้ว่า “…จิตของเรา เป็นเชือก สติของเราเป็นผาลและปฏัก”  ซึ่ง ผาล เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการทำนา เพราะเป็นส่วนที่จะเปิดหน้าดินออก เป็นจุดที่เหล็กสัมผัสกับดิน เพื่อคุ้ยดินให้แยกออกจากกัน “สติ” จึงเป็นตัวที่แยกแยะความดีความไม่ดี แยกสิ่งที่มันเหนียวติดกันอยู่ให้เคลื่อนออกจากกัน จุดที่แยกออกแล้วนั้น มันจึงเป็นความพ้นจากกัน “สติจึงมีความพ้นคือวิมุตติเป็นที่แล่นไปสู่” เราจึงต้องฝึกสติให้มีกำลังมาก ๆ ให้ทำอยู่เป็นประจำ จนเกิดเป็นทักษะ ให้เจริญสติอยู่ได้ตลอดในขณะดำเนินชีวิตประจำวัน สติที่มีกำลังจะพาไปสู่ความพ้นได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E07 , S07E43 , ใต้ร่มโพธิบท S08E30 , S08E22 , S08E21 , S08E20 , คลังพระสูตร S09E07 , #อนุสติสิบคือสติปัฏฐานสี่  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมาวายามะ 6319-3d</title>
			<itunes:title>สัมมาวายามะ 6319-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 May 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/40f4e954-7ae3-45db-bac8-abae008a15df/media.mp3" length="29121185" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">40f4e954-7ae3-45db-bac8-abae008a15df</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e5f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMMPhdsB6aoadOitwSAfRrs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e5f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เป็นซีรีส์หัวข้อแม่บทที่จะอธิบายในเรื่องของ “อริยมรรคมีองค์ 8” ที่ต่อมาจากส่วนของศีล ซึ่งในส่วนนี้เป็นการกระทำความเพียรทางจิต โดยมี สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ สังเคราะห์รวมกันเป็นส่วนของสมาธิ จึงเริ่มกันที่มาทำความเข้าใจในหัวข้อของ “สัมมาวายามะ”</p><p>“…ย่อมทำความพอใจให้เกิดขึ้น ย่อมพยายามปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตไว้เพื่อจะยังอกุศลธรรมอันเป็นบาปที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น” จากพุทธพจน์นี้ มีส่วนที่เหมือนกับในความหมายของ “สัมมาวายามะ” ที่มีสาระสำคัญอยู่ที่การทำให้กุศลธรรมที่มีอยู่แล้วให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น กุศลธรรมที่ยังไม่มีก็ทำให้มีให้เกิดขึ้นใหม่ การทำให้อกุศลธรรมที่มีอยู่แล้วลดลงไป อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ก็ไม่ทำให้เกิดขึ้น</p><p>โดยมีลักษณะการริเริ่มที่มี “ฉันทะ” คือ ความพอใจ เป็นเหตุที่จะพัฒนาปรับปรุงด้วยความเพียรพยายามในทางที่จะทำให้กุศลธรรมเพิ่มขึ้น อกุศลธรรมลดลง แต่ทั้งนี้ต้องประคับประคองไม่ให้ความเพียรนั้นมีมากหรือน้อยเกินไป โดยอาศัยสติ สมาธิ และศรัทธา ที่ต้องคอยปรับให้เสมอ ๆ กัน และสิ่งที่ต้องมีให้มาก ๆ คือ กำลังใจ การทำจริงแน่วแน่จริง การมีความมั่นใจ กล้าที่จะตัดสินใจทำ</p><p>การทำความเพียร จึงเป็นการทำให้กิเลสลดลง พอกิเลสมันจะตาย บางทีมันก็ไม่ยอม มันดีดกลับขึ้นมา เราต้องรู้จักที่จะผ่อนจะตึง ปรับให้มันได้ จึงมีคำว่า “ประคองจิต ตั้งจิตไว้” ให้ตรวจสอบสังเกตสภาวะในจิตใจของเราอยู่เสมอ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงเป็นตัวอย่างของการปรารภความเพียรอยู่ตลอด ให้เราตั้งความเพียรไว้ในวันนี้และเดี๋ยวนี้ว่า “จะไม่ถอยหลัง ไม่เลิก จนกว่าจะสำเร็จ”</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E30 , ตามใจท่าน S10E30 , S10E28 , คลังพระสูตร S08E64 , #ความเพียรสี่สถาน  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เป็นซีรีส์หัวข้อแม่บทที่จะอธิบายในเรื่องของ “อริยมรรคมีองค์ 8” ที่ต่อมาจากส่วนของศีล ซึ่งในส่วนนี้เป็นการกระทำความเพียรทางจิต โดยมี สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ สังเคราะห์รวมกันเป็นส่วนของสมาธิ จึงเริ่มกันที่มาทำความเข้าใจในหัวข้อของ “สัมมาวายามะ”</p><p>“…ย่อมทำความพอใจให้เกิดขึ้น ย่อมพยายามปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตไว้เพื่อจะยังอกุศลธรรมอันเป็นบาปที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น” จากพุทธพจน์นี้ มีส่วนที่เหมือนกับในความหมายของ “สัมมาวายามะ” ที่มีสาระสำคัญอยู่ที่การทำให้กุศลธรรมที่มีอยู่แล้วให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น กุศลธรรมที่ยังไม่มีก็ทำให้มีให้เกิดขึ้นใหม่ การทำให้อกุศลธรรมที่มีอยู่แล้วลดลงไป อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ก็ไม่ทำให้เกิดขึ้น</p><p>โดยมีลักษณะการริเริ่มที่มี “ฉันทะ” คือ ความพอใจ เป็นเหตุที่จะพัฒนาปรับปรุงด้วยความเพียรพยายามในทางที่จะทำให้กุศลธรรมเพิ่มขึ้น อกุศลธรรมลดลง แต่ทั้งนี้ต้องประคับประคองไม่ให้ความเพียรนั้นมีมากหรือน้อยเกินไป โดยอาศัยสติ สมาธิ และศรัทธา ที่ต้องคอยปรับให้เสมอ ๆ กัน และสิ่งที่ต้องมีให้มาก ๆ คือ กำลังใจ การทำจริงแน่วแน่จริง การมีความมั่นใจ กล้าที่จะตัดสินใจทำ</p><p>การทำความเพียร จึงเป็นการทำให้กิเลสลดลง พอกิเลสมันจะตาย บางทีมันก็ไม่ยอม มันดีดกลับขึ้นมา เราต้องรู้จักที่จะผ่อนจะตึง ปรับให้มันได้ จึงมีคำว่า “ประคองจิต ตั้งจิตไว้” ให้ตรวจสอบสังเกตสภาวะในจิตใจของเราอยู่เสมอ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงเป็นตัวอย่างของการปรารภความเพียรอยู่ตลอด ให้เราตั้งความเพียรไว้ในวันนี้และเดี๋ยวนี้ว่า “จะไม่ถอยหลัง ไม่เลิก จนกว่าจะสำเร็จ”</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E30 , ตามใจท่าน S10E30 , S10E28 , คลังพระสูตร S08E64 , #ความเพียรสี่สถาน  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความแตกต่างระหว่างปุถุชนกับอริยบุคคล 6318-3d</title>
			<itunes:title>ความแตกต่างระหว่างปุถุชนกับอริยบุคคล 6318-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Apr 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/0ab58e54-f40d-464a-89ba-aba900857d2e/media.mp3" length="28784978" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0ab58e54-f40d-464a-89ba-aba900857d2e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e60</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IP+p9NVIStbHmJtUjB2UAT8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e60.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เมื่อฟังธรรมแล้ว เรารู้ว่า "เราไม่รู้อะไร" ยังดีกว่าที่ว่า เราไม่รู้ว่า "เราไม่รู้อะไร" ตรงจุดนี้จึงจะมาทำความเข้าใจกันไปในทีละประเด็น เพื่อให้ความไม่รู้เริ่มหายไป และเริ่มมีความรู้ในสิ่งที่ไม่รู้นั้น </p><p>ในเอพิโสดนี้ จึงได้ยกหัวข้อที่มาใน "สัลลัตถสูตร"ว่าด้วยเวทนาเปรียบด้วยลูกศร ขึ้นมาอธิบาย พระพุทธเจ้าทรงอุปมาเปรียบเทียบไว้กับคนที่ถูกยิงด้วยลูกศร แล้วมีเวทนาเกิดขึ้น เปรียบเทียบระหว่าง อริยบุคคลผู้มีการสดับ ที่เมื่อมีเวทนาเกิดขึ้นแล้ว ก็แค่ทางกายเท่านั้น จะไม่เกิดเวทนาทางจิต เหมือนถูกยิงด้วยลูกศรเพียงดอกเดียว แต่สำหรับ ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ นั้น เมื่อมีเวทนาเกิดขึ้นทางกายแล้ว ก็จะมีเวทนาเกิดขึ้นทางจิตด้วย เหมือนถูกยิงด้วยลูกศร 2 ดอก</p><p>ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจในที่นี้ก็คือ เวทนาทางกายเข้ามาทางใจได้อย่างไรมีธรรมะใดที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เวทนาซึมซาบเข้าสู่จิตได้ และกรณีเมื่อมีอนุสัยตามนอนเนื่องอยู่ในจิตแล้ว จะมีอุบายนำออกใด ที่จะทำให้อนุสัยซึ่งเป็นกิเลสอย่างละเอียดหลุดลอกออกไปจากจิตใจของเราได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E22 ,ใต้ร่มโพธิบท S07E62 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เมื่อฟังธรรมแล้ว เรารู้ว่า "เราไม่รู้อะไร" ยังดีกว่าที่ว่า เราไม่รู้ว่า "เราไม่รู้อะไร" ตรงจุดนี้จึงจะมาทำความเข้าใจกันไปในทีละประเด็น เพื่อให้ความไม่รู้เริ่มหายไป และเริ่มมีความรู้ในสิ่งที่ไม่รู้นั้น </p><p>ในเอพิโสดนี้ จึงได้ยกหัวข้อที่มาใน "สัลลัตถสูตร"ว่าด้วยเวทนาเปรียบด้วยลูกศร ขึ้นมาอธิบาย พระพุทธเจ้าทรงอุปมาเปรียบเทียบไว้กับคนที่ถูกยิงด้วยลูกศร แล้วมีเวทนาเกิดขึ้น เปรียบเทียบระหว่าง อริยบุคคลผู้มีการสดับ ที่เมื่อมีเวทนาเกิดขึ้นแล้ว ก็แค่ทางกายเท่านั้น จะไม่เกิดเวทนาทางจิต เหมือนถูกยิงด้วยลูกศรเพียงดอกเดียว แต่สำหรับ ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ นั้น เมื่อมีเวทนาเกิดขึ้นทางกายแล้ว ก็จะมีเวทนาเกิดขึ้นทางจิตด้วย เหมือนถูกยิงด้วยลูกศร 2 ดอก</p><p>ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจในที่นี้ก็คือ เวทนาทางกายเข้ามาทางใจได้อย่างไรมีธรรมะใดที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เวทนาซึมซาบเข้าสู่จิตได้ และกรณีเมื่อมีอนุสัยตามนอนเนื่องอยู่ในจิตแล้ว จะมีอุบายนำออกใด ที่จะทำให้อนุสัยซึ่งเป็นกิเลสอย่างละเอียดหลุดลอกออกไปจากจิตใจของเราได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E22 ,ใต้ร่มโพธิบท S07E62 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การเพ่งอย่างบุคคลอาชาไนย 6317-3d</title>
			<itunes:title>การเพ่งอย่างบุคคลอาชาไนย 6317-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Apr 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bff29dbe-5d9c-4d11-a315-aba400f33ad6/media.mp3" length="27616819" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bff29dbe-5d9c-4d11-a315-aba400f33ad6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e61</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMBrxSHA03jFT206lF0WhKi]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e61.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ใน "สันธสูตร" พระพุทธเจ้าตรัสสอนแก่ภิกษุชื่อ สันธะ กล่าวถึงเรื่องการเพ่งที่แตกต่างระหว่างม้าอาชาไนย กับม้ากระจอก ที่แม้อยู่ที่เดียวกัน แต่ก็มีการเพ่งที่ต่างกัน โดยม้าอาชาไนยจะเล็งเห็นถึงผลของการเป็นม้าชั้นยอด เพ่งมาที่สามัญญผล ส่วนม้ากระจอก จะมุ่งไปแต่ในทางกาม มุ่งไปในเรื่องปากท้อง เรื่องความเป็นอยู่ ซึ่งถ้าเมื่อจิตใจนั้นปรารถนาที่ผลไปคนละแบบ ก็ทำให้เพ่งไปคนละที่ คนละจุด การกระทำและผล ที่แสดงออกมาจึงแตกต่างกัน</p><p>เปรียบเทียบไว้กับคนที่มีสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม  อย่างสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบัน จะเป็นจุดที่มาทดสอบว่า เรานั้นได้เอาจิตไปจดจ่อ เพ่ง ไว้ที่ไหน ซึ่งถ้าเราเพ่งมาถูกจุด ไม่ได้ไปในทางกามที่จะเป็นเหตุให้ผิดศีลได้ แต่เห็นความสำคัญในสามัญผล คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่ทำให้เราเป็นบุคคลอาชาไนยได้ ทำความเพียร เห็นตามที่เป็นจริง นี้คือ ปรมัตถ์สัจจะ และ ทำจิตให้หลุดพ้นได้ </p><p> แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E48 , #ฝึกปฏิบัติด้วยลักษณะม้าอาชาไนย 10 ประการ   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ใน "สันธสูตร" พระพุทธเจ้าตรัสสอนแก่ภิกษุชื่อ สันธะ กล่าวถึงเรื่องการเพ่งที่แตกต่างระหว่างม้าอาชาไนย กับม้ากระจอก ที่แม้อยู่ที่เดียวกัน แต่ก็มีการเพ่งที่ต่างกัน โดยม้าอาชาไนยจะเล็งเห็นถึงผลของการเป็นม้าชั้นยอด เพ่งมาที่สามัญญผล ส่วนม้ากระจอก จะมุ่งไปแต่ในทางกาม มุ่งไปในเรื่องปากท้อง เรื่องความเป็นอยู่ ซึ่งถ้าเมื่อจิตใจนั้นปรารถนาที่ผลไปคนละแบบ ก็ทำให้เพ่งไปคนละที่ คนละจุด การกระทำและผล ที่แสดงออกมาจึงแตกต่างกัน</p><p>เปรียบเทียบไว้กับคนที่มีสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม  อย่างสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบัน จะเป็นจุดที่มาทดสอบว่า เรานั้นได้เอาจิตไปจดจ่อ เพ่ง ไว้ที่ไหน ซึ่งถ้าเราเพ่งมาถูกจุด ไม่ได้ไปในทางกามที่จะเป็นเหตุให้ผิดศีลได้ แต่เห็นความสำคัญในสามัญผล คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่ทำให้เราเป็นบุคคลอาชาไนยได้ ทำความเพียร เห็นตามที่เป็นจริง นี้คือ ปรมัตถ์สัจจะ และ ทำจิตให้หลุดพ้นได้ </p><p> แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E48 , #ฝึกปฏิบัติด้วยลักษณะม้าอาชาไนย 10 ประการ   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภัยอนาคต 5 ประการ 6316-3d</title>
			<itunes:title>ภัยอนาคต 5 ประการ 6316-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Apr 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:42</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bf7d6689-d820-473f-9919-ab9d00c7a71e/media.mp3" length="29168562" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bf7d6689-d820-473f-9919-ab9d00c7a71e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e62</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IP7Gwne9ycMeeC7JEDLYFdX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e62.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ภัยในอนาคต 5 ประการ เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนไว้แล้ว เป็นเรื่องที่เราต้องระวัง ต้องมีการเตรียมการว่า เราจะทำอย่างไร เราจะสะสมอะไร เพื่อจะเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้แม้เมื่อภัยนั้นมาถึง</p><p>ไม่ใช่แค่การมองที่ผิวเผินในเรื่องของเงินทอง ปัจจัย 4 หรือสุขภาพร่างกาย แต่ให้เป็นเรื่องของสติสัมปชัญญะ ปัญญา และ สภาวะจิตใจ ที่ถ้ามีการฝึกหัดสิ่งเหล่านี้มาอย่างดี มีความมั่นคงในจิตใจมากแล้ว มีศีล สมาธิ ปัญญาดีแล้ว หากมีสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น เราจะมีเครื่องอยู่และเป็นผู้ที่ยังผาสุกอยู่ได้แน่นอน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E25 , เข้าใจทำ (ธรรม) S08E27 , #เข้าใจและยอมรับทุกข์ เพื่อเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้ , #ผาสุกได้เมื่อ 5 ภัยมา   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ภัยในอนาคต 5 ประการ เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนไว้แล้ว เป็นเรื่องที่เราต้องระวัง ต้องมีการเตรียมการว่า เราจะทำอย่างไร เราจะสะสมอะไร เพื่อจะเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้แม้เมื่อภัยนั้นมาถึง</p><p>ไม่ใช่แค่การมองที่ผิวเผินในเรื่องของเงินทอง ปัจจัย 4 หรือสุขภาพร่างกาย แต่ให้เป็นเรื่องของสติสัมปชัญญะ ปัญญา และ สภาวะจิตใจ ที่ถ้ามีการฝึกหัดสิ่งเหล่านี้มาอย่างดี มีความมั่นคงในจิตใจมากแล้ว มีศีล สมาธิ ปัญญาดีแล้ว หากมีสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น เราจะมีเครื่องอยู่และเป็นผู้ที่ยังผาสุกอยู่ได้แน่นอน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E25 , เข้าใจทำ (ธรรม) S08E27 , #เข้าใจและยอมรับทุกข์ เพื่อเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้ , #ผาสุกได้เมื่อ 5 ภัยมา   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วัคซีนคือมรรค 8 6315-3d</title>
			<itunes:title>วัคซีนคือมรรค 8 6315-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Apr 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/2835c52f-3481-46f3-998f-ab9600f094bd/media.mp3" length="27657793" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2835c52f-3481-46f3-998f-ab9600f094bd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e63</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOufaZQ9IDkO2N/BbDBi6Qe]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e63.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“วัคซีน” ที่จะมาเป็นยาป้องกันหรือยารักษาก็ตาม ที่ใส่เป็นยารักษาเมื่อคุณติดเชื้อแล้วหรือฉีดวัคซีนก่อนเพื่อช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) ให้ร่างกาย ยาพวกนี้จึงมีลักษณะพฤติกรรมการทำงานเหมือน มรรค 8 เป็นทางที่ประกอบด้วยองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง</p><p>“มรรค 8” เป็นยาที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้จิต ป้องกันจิตไม่ให้เศร้าหมองจากกิเลส ตัณหา อวิชชา สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยสติ สมาธิ ด้วยความดีที่ได้กระทำสักอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีอยู่ในตัวของเรา ซึ่งจิตใจของทุกคนนั้นมีความดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรกมาจนถึงพรหม จิตก็มีธรรมชาติเป็นความประภัสสรอยู่แล้ว แต่มันเศร้าหมองเพราะกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมา ทำให้มันเศร้าหมองไป</p><p>จะทำอย่างไรให้เกิดความผ่องใสดีงามขึ้นมาได้ ก็ต้องรู้จักเอามรรค 8 ที่ผ่านการศึกษาทดลองและวิจัยโดยพระพุทธเจ้า ให้มาเป็นวัคซีน มาเป็นยารักษา ที่จะต้องใช้ให้ถูกจึงจะได้ผล ดังนั้นธรรมะที่เราอ่านเราทำ ไม่ใช่แค่จำได้เท่านั้น แต่ต้องรู้จักทำให้ธรรมคำสอนนั้นเข้าสู่จิตใจ เราจึงต้องตั้ง “สติ” เอาไว้ให้ดีอยู่ทุกเมื่อ จะรักษาคุ้มกันจิตใจของเราได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E22 , ใต้ร่มโพธิบท S08E25 , #มรรคแปด ยาดีที่อยู่ในใจ , #มรรค 8 ทำให้จิตเข้าถึงธรรมะ โดยพระครูสิทธิปภากร      </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“วัคซีน” ที่จะมาเป็นยาป้องกันหรือยารักษาก็ตาม ที่ใส่เป็นยารักษาเมื่อคุณติดเชื้อแล้วหรือฉีดวัคซีนก่อนเพื่อช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) ให้ร่างกาย ยาพวกนี้จึงมีลักษณะพฤติกรรมการทำงานเหมือน มรรค 8 เป็นทางที่ประกอบด้วยองค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง</p><p>“มรรค 8” เป็นยาที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้จิต ป้องกันจิตไม่ให้เศร้าหมองจากกิเลส ตัณหา อวิชชา สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยสติ สมาธิ ด้วยความดีที่ได้กระทำสักอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีอยู่ในตัวของเรา ซึ่งจิตใจของทุกคนนั้นมีความดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรกมาจนถึงพรหม จิตก็มีธรรมชาติเป็นความประภัสสรอยู่แล้ว แต่มันเศร้าหมองเพราะกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมา ทำให้มันเศร้าหมองไป</p><p>จะทำอย่างไรให้เกิดความผ่องใสดีงามขึ้นมาได้ ก็ต้องรู้จักเอามรรค 8 ที่ผ่านการศึกษาทดลองและวิจัยโดยพระพุทธเจ้า ให้มาเป็นวัคซีน มาเป็นยารักษา ที่จะต้องใช้ให้ถูกจึงจะได้ผล ดังนั้นธรรมะที่เราอ่านเราทำ ไม่ใช่แค่จำได้เท่านั้น แต่ต้องรู้จักทำให้ธรรมคำสอนนั้นเข้าสู่จิตใจ เราจึงต้องตั้ง “สติ” เอาไว้ให้ดีอยู่ทุกเมื่อ จะรักษาคุ้มกันจิตใจของเราได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E22 , ใต้ร่มโพธิบท S08E25 , #มรรคแปด ยาดีที่อยู่ในใจ , #มรรค 8 ทำให้จิตเข้าถึงธรรมะ โดยพระครูสิทธิปภากร      </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กิเลสคือไวรัส 6314-3d</title>
			<itunes:title>กิเลสคือไวรัส 6314-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 31 Mar 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d56b2c3b-8e4a-4ace-9ef3-ab8f00d64aea/media.mp3" length="28577222" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d56b2c3b-8e4a-4ace-9ef3-ab8f00d64aea</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e64</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INU9wQeLpML4BfK2i2z/yuZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e64.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นี้ ที่เมื่อเรามาศึกษาเรียนรู้ดูลักษณะพฤติกรรมและระบบการทำงานของไวรัสนี้แล้ว จะพบว่ามันเหมือนกันกับกิเลส</p><p>เราสามารถเรียนรู้จากเรื่องนี้ได้หลายอย่าง เปรียบเทียบกับจิตใจของเราที่ถูกกิเลส มันห่อหุ้ม ครอบงำ ตกเป็นทาสของมันมาช้านานแล้ว ทำให้เราไม่เป็นตัวของเราเอง แต่เป็นกิเลสที่เข้าครอบงำกลุ้มรุมจิตของเราอยู่ จะกำจัดกิเลสออกได้ ก็ด้วยการปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 ที่เปรียบเหมือนยารักษาหรือวัคซีน ที่จะสามารถทำจิตใจและกายของเราให้ดีได้ งามได้ และทำความรู้คือวิชชาของเรานั้น ให้เจริญงอกงามเพิ่มขึ้นได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E25 , S02E22 , เข้าใจทำ (ธรรม) S08E25 , ใต้ร่มโพธิบท S07E02 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นี้ ที่เมื่อเรามาศึกษาเรียนรู้ดูลักษณะพฤติกรรมและระบบการทำงานของไวรัสนี้แล้ว จะพบว่ามันเหมือนกันกับกิเลส</p><p>เราสามารถเรียนรู้จากเรื่องนี้ได้หลายอย่าง เปรียบเทียบกับจิตใจของเราที่ถูกกิเลส มันห่อหุ้ม ครอบงำ ตกเป็นทาสของมันมาช้านานแล้ว ทำให้เราไม่เป็นตัวของเราเอง แต่เป็นกิเลสที่เข้าครอบงำกลุ้มรุมจิตของเราอยู่ จะกำจัดกิเลสออกได้ ก็ด้วยการปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 ที่เปรียบเหมือนยารักษาหรือวัคซีน ที่จะสามารถทำจิตใจและกายของเราให้ดีได้ งามได้ และทำความรู้คือวิชชาของเรานั้น ให้เจริญงอกงามเพิ่มขึ้นได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E25 , S02E22 , เข้าใจทำ (ธรรม) S08E25 , ใต้ร่มโพธิบท S07E02 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สักกายทิฏฐิ 6313-3d</title>
			<itunes:title>สักกายทิฏฐิ 6313-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Mar 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/8f893a98-5336-42f1-a871-ab88010591dd/media.mp3" length="27904704" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8f893a98-5336-42f1-a871-ab88010591dd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e65</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPornm/vAFvaa6jWoeY+aeI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e65.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“สักกายทิฏฐิ” เป็นเครื่องร้อยรัด เป็นความเห็นที่ว่า นี้เป็นตัวเราของเราในขันธ์ทั้ง 5 เป็นทิฏฐิความเห็นที่ไม่ถูกต้อง เทคนิคในการทำความเข้าใจเรื่องสักกายทิฏฐิ พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่าง โดยยกอุปมาอุปไมย และธรรมะในข้ออื่น ๆ มาเชื่อมโยงต่อกันให้เห็นภาพ ถึงสิ่งตรงข้ามกับสักกายทิฏฐิ ก็คือ "สัมมาทิฏฐิ" ที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับอริยสัจสี่ ซึ่งลักษณะของสักกายทิฏฐินั้น จะทำให้เกิดสุดโต่ง 2 ข้าง แต่สัมมาทิฏฐิคือทางสายกลาง เป็นโสตาปัตติยังคะ 4</p><p>ในเรื่องของสัมมาทิฏฐิ เราต้องเข้าใจว่า ขันธ์ทั้ง 5 เป็นกองทุกข์ เราจะกำจัดสักกายทิฏฐินี้ได้ ต้องเข้าใจขันธ์ทั้ง 5 ว่าเป็นตัวทุกข์ เราจะกำจัดสักกายทิฏฐินี้ได้ ต้องเข้าใจว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ นั้นเป็นทุกข์ ทุกข์อย่างไร?</p><p>ทุกข์ก็คือการที่มันทนอยู่ได้ยาก ความที่มันทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ตลอดกาลช้านาน ความที่มันจะเป็นเหมือนอยู่อย่างเดิมอย่างนี้ไม่ได้ โดยที่ถ้าความเป็นเหตุปัจจัยมันเปลี่ยนแปลงไป นั่นแหละคือความทุกข์  หากเข้าใจในข้อนี้ได้ คุณจะละสักกายทิฏฐิได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: .ใต้ร่มโพธิบท S08E20 , ตามใจท่าน S09E24 ,  #ตอบคำถาม-ความต่างระหว่าง สักกายทิฏฐิ กับ มานะ , #สักกายทิฏฐิ    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“สักกายทิฏฐิ” เป็นเครื่องร้อยรัด เป็นความเห็นที่ว่า นี้เป็นตัวเราของเราในขันธ์ทั้ง 5 เป็นทิฏฐิความเห็นที่ไม่ถูกต้อง เทคนิคในการทำความเข้าใจเรื่องสักกายทิฏฐิ พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่าง โดยยกอุปมาอุปไมย และธรรมะในข้ออื่น ๆ มาเชื่อมโยงต่อกันให้เห็นภาพ ถึงสิ่งตรงข้ามกับสักกายทิฏฐิ ก็คือ "สัมมาทิฏฐิ" ที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับอริยสัจสี่ ซึ่งลักษณะของสักกายทิฏฐินั้น จะทำให้เกิดสุดโต่ง 2 ข้าง แต่สัมมาทิฏฐิคือทางสายกลาง เป็นโสตาปัตติยังคะ 4</p><p>ในเรื่องของสัมมาทิฏฐิ เราต้องเข้าใจว่า ขันธ์ทั้ง 5 เป็นกองทุกข์ เราจะกำจัดสักกายทิฏฐินี้ได้ ต้องเข้าใจขันธ์ทั้ง 5 ว่าเป็นตัวทุกข์ เราจะกำจัดสักกายทิฏฐินี้ได้ ต้องเข้าใจว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ นั้นเป็นทุกข์ ทุกข์อย่างไร?</p><p>ทุกข์ก็คือการที่มันทนอยู่ได้ยาก ความที่มันทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ตลอดกาลช้านาน ความที่มันจะเป็นเหมือนอยู่อย่างเดิมอย่างนี้ไม่ได้ โดยที่ถ้าความเป็นเหตุปัจจัยมันเปลี่ยนแปลงไป นั่นแหละคือความทุกข์  หากเข้าใจในข้อนี้ได้ คุณจะละสักกายทิฏฐิได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: .ใต้ร่มโพธิบท S08E20 , ตามใจท่าน S09E24 ,  #ตอบคำถาม-ความต่างระหว่าง สักกายทิฏฐิ กับ มานะ , #สักกายทิฏฐิ    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมาอาชีวะ 6312-3d</title>
			<itunes:title>สัมมาอาชีวะ 6312-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Mar 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/7b179fdf-5376-4b16-b022-ab81006c4b48/media.mp3" length="27993723" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7b179fdf-5376-4b16-b022-ab81006c4b48</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e66</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOkU8H3dR3FOv8LzYQtGaQN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e66.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“สัมมาอาชีวะ” คือ การดำเนินชีวิตของเราให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่มาในซีรีส์ "อริยมรรคมีองค์ 8" ในส่วนของศีล โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ยังเกี่ยวเนื่องด้วยโลก เป็นของหนัก ยังเนื่องด้วยบุญหรือบาป และ ส่วนที่เหนือโลก ซึ่งเป็นลักษณะที่เหนือบุญ เหนือบาป </p><p>ทั้งสองส่วนนี้ต่างกันอย่างไร?  ขึ้นกับการตั้งเป้าหมายว่าต้องการอย่างไร ซึ่งถ้าเมื่อยังอยู่ในโลก แล้วเรามีสัมมาอาชีวะ ก็จะทำให้การดำเนินชีวิตเรานั้นมีความสุขอยู่ได้ แต่ถ้าเป้าหมายของเราคือการมุ่งสู่นิพพาน สัมมาอาชีวะนี้จะต้องปฏิบัติไปพร้อมกับสัมมามรรคในข้ออื่น ๆ การพลิกนิดเดียวจะทำให้สัมมาอาชีวะของเราไปสู่ระดับเหนือโลกได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E43 , #สัมมาอาชีวะ , #คำพุทธ-สิงคาลกสูตร , #การดำเนินชีวิตให้ไม่มีช่องโหว่ , #ธรรมบท-ชัมพุกาชีวก , #การแบ่งจ่ายทรัพย์ , ใต้ร่มโพธิบท S08E22 , S08E21 , S08E20     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“สัมมาอาชีวะ” คือ การดำเนินชีวิตของเราให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่มาในซีรีส์ "อริยมรรคมีองค์ 8" ในส่วนของศีล โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ยังเกี่ยวเนื่องด้วยโลก เป็นของหนัก ยังเนื่องด้วยบุญหรือบาป และ ส่วนที่เหนือโลก ซึ่งเป็นลักษณะที่เหนือบุญ เหนือบาป </p><p>ทั้งสองส่วนนี้ต่างกันอย่างไร?  ขึ้นกับการตั้งเป้าหมายว่าต้องการอย่างไร ซึ่งถ้าเมื่อยังอยู่ในโลก แล้วเรามีสัมมาอาชีวะ ก็จะทำให้การดำเนินชีวิตเรานั้นมีความสุขอยู่ได้ แต่ถ้าเป้าหมายของเราคือการมุ่งสู่นิพพาน สัมมาอาชีวะนี้จะต้องปฏิบัติไปพร้อมกับสัมมามรรคในข้ออื่น ๆ การพลิกนิดเดียวจะทำให้สัมมาอาชีวะของเราไปสู่ระดับเหนือโลกได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E43 , #สัมมาอาชีวะ , #คำพุทธ-สิงคาลกสูตร , #การดำเนินชีวิตให้ไม่มีช่องโหว่ , #ธรรมบท-ชัมพุกาชีวก , #การแบ่งจ่ายทรัพย์ , ใต้ร่มโพธิบท S08E22 , S08E21 , S08E20     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมากัมมันตะ 6311-3d</title>
			<itunes:title>สัมมากัมมันตะ 6311-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Mar 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/95be688d-a95a-4c5e-8fe3-ab7a011f470a/media.mp3" length="27384800" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">95be688d-a95a-4c5e-8fe3-ab7a011f470a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e67</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPxlCdGKgBSrGT8eDyfBGuL]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e67.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ยังอยู่ในซีรีส์หัวข้อแม่บทที่อธิบายในเรื่องของ "อริยมรรคมีองค์ 8" ที่ได้สงเคราะห์แจกแจงจัดตามหมวดหมู่ 3 อย่าง คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ในที่นี้จึงนำหัวข้อของ "สัมมากัมมันตะ" อันเป็นเรื่องของศีล ขึ้นที่ต่อมาจากสัมมาวาจา</p><p>"กัมมันตะ" แปลว่า การกระทำทางกาย ซึ่งเป็นการกระทำแบบไหนที่จะทำให้เกิดการสลัดแอก สลัดเครื่องร้อยรัด กำจัดความยึดถือจากจิตใจของเราลงไปได้</p><p>แนวทางคือการตั้งเจตนา 3 อย่าง คือ เจตนาไม่ฆ่า เจตนาไม่ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ และเจตนาเว้นจากการประพฤติผิดในกามและการผิดจารีต โดยได้เปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่างของ สัมมากัมมันตะ และ มิจฉากัมมันตะ อธิบายในรายละเอียดของความหมายในแต่ละอย่าง ๆ พร้อมทั้งอานิสงส์/ผลที่ได้รับ และกรณีตัวอย่าง</p><p>"ลองใคร่ครวญพิจารณาดูให้ดี สมมุติว่าเราไม่ได้มีเจตนาที่จะทำ เช่น ขับรถชนสุนัขตาย แล้วมันจะผิดศีล ผิดสัมมากัมมันตะหรือไม่? ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณตั้งใจที่จะเว้นไว้ตั้งแต่แรก หรือไม่? เพราะการที่มีเจตนาที่จะเว้นอยู่ตลอด ๆ จนเป็นปกตินั้น มันก็ไม่ผิดศีล 5 อยู่แล้ว ตรงนี้สำคัญ คุณต้องระลึกถึงเจตนาตรงนี้ให้ได้</p><p>และใน สัมมากัมมันตะ จะต้องมี สัมมาทิฏฐิมาแทรกอยู่ด้วยแล้วเลย ถ้าลืมระลึกนึกถึงไป ก็เผลอสติ แต่ถ้าระลึกนึกถึงได้ ก็มีสัมมาสติแทรกมาอยู่ด้วยกับในสัมมากัมมันตะนี้ด้วยแล้วเลย"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S08E21 , S08E20 , เข้าใจทำ (ธรรม) S07E28    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ยังอยู่ในซีรีส์หัวข้อแม่บทที่อธิบายในเรื่องของ "อริยมรรคมีองค์ 8" ที่ได้สงเคราะห์แจกแจงจัดตามหมวดหมู่ 3 อย่าง คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ในที่นี้จึงนำหัวข้อของ "สัมมากัมมันตะ" อันเป็นเรื่องของศีล ขึ้นที่ต่อมาจากสัมมาวาจา</p><p>"กัมมันตะ" แปลว่า การกระทำทางกาย ซึ่งเป็นการกระทำแบบไหนที่จะทำให้เกิดการสลัดแอก สลัดเครื่องร้อยรัด กำจัดความยึดถือจากจิตใจของเราลงไปได้</p><p>แนวทางคือการตั้งเจตนา 3 อย่าง คือ เจตนาไม่ฆ่า เจตนาไม่ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ และเจตนาเว้นจากการประพฤติผิดในกามและการผิดจารีต โดยได้เปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่างของ สัมมากัมมันตะ และ มิจฉากัมมันตะ อธิบายในรายละเอียดของความหมายในแต่ละอย่าง ๆ พร้อมทั้งอานิสงส์/ผลที่ได้รับ และกรณีตัวอย่าง</p><p>"ลองใคร่ครวญพิจารณาดูให้ดี สมมุติว่าเราไม่ได้มีเจตนาที่จะทำ เช่น ขับรถชนสุนัขตาย แล้วมันจะผิดศีล ผิดสัมมากัมมันตะหรือไม่? ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณตั้งใจที่จะเว้นไว้ตั้งแต่แรก หรือไม่? เพราะการที่มีเจตนาที่จะเว้นอยู่ตลอด ๆ จนเป็นปกตินั้น มันก็ไม่ผิดศีล 5 อยู่แล้ว ตรงนี้สำคัญ คุณต้องระลึกถึงเจตนาตรงนี้ให้ได้</p><p>และใน สัมมากัมมันตะ จะต้องมี สัมมาทิฏฐิมาแทรกอยู่ด้วยแล้วเลย ถ้าลืมระลึกนึกถึงไป ก็เผลอสติ แต่ถ้าระลึกนึกถึงได้ ก็มีสัมมาสติแทรกมาอยู่ด้วยกับในสัมมากัมมันตะนี้ด้วยแล้วเลย"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S08E21 , S08E20 , เข้าใจทำ (ธรรม) S07E28    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมาวาจา 6310-3d</title>
			<itunes:title>สัมมาวาจา 6310-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Mar 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/e7b580b6-a20b-4c7f-a89c-ab7300e6876e/media.mp3" length="28816469" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e7b580b6-a20b-4c7f-a89c-ab7300e6876e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e68</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INvjHmw7mkYm0YMcrQtfFno]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e68.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เป็นซีรีส์หัวข้อแม่บทที่จะอธิบายในเรื่องของ "อริยมรรคมีองค์ 8" ที่เป็นส่วนหนึ่งของอริยสัจ 4 โดยในที่นี้ได้สงเคราะห์แจกแจงจัดตามหมวดหมู่ 3 อย่าง คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เบื้องต้นจึงนำเอาหัวข้อของ "สัมมาวาจา" ซึ่งเป็นเรื่องของศีลขึ้นมาก่อน เน้นเจาะลงไปในเรื่องของการนำไปใช้งาน และกรณีตัวอย่าง (Case study) ว่าในแต่ละกรณี ๆ นั้น เราจะมีวิธีการปฏิบัติในเรื่องของสัมมาวาจาอย่างไร จึงจะรู้ว่า ผิด หลุด ออกจากมรรคไปแล้ว หรือ ถ้าผิดไปแล้ว จะแก้มาให้ตรงทางได้อย่างไร</p><p>หลักสำคัญ คือเจตนาในการที่จะให้เกิดความดีขึ้น เจตนาในการที่จะให้กิเลสในใจของเราลดลง เมื่อถ้าพูดไปแล้วเกิดพลิกผันเป็นอย่างอื่น เกิดมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ก็ให้อดทนเอา เพราะบางทีคนฟังด้วยกิเลส ก็รักษาจิตใจตัวเองไม่ได้ ให้เอาหลักเกณฑ์ในข้อสัมมาวาจานี้ เป็นหลักในแนวทางปฏิบัติของเรา</p><p>ลักษณะของสัมมาวาจา -สี.ที. ๙/๘๓/๑๐๓.(อมุสาวาท) คือเธอนั้น ละมุสาวาท เว้นขาดจากมุสาวาท พูดแต่ความจริง รักษาความสัตย์ มั่งคงในคำพูด มีคำพูดควรเชื่อถือได้ ไม่แกล้งกล่าววาจาให้ผิดต่อโลก.(อปิสุณวาท) คือเธอนั้น ละคำส่อเสียด เว้นขาดจากคำส่อเสียด ได้ฟังจากฝ่ายนี้แล้ว ไม่เก็บไปบอกแก่ฝ่ายโน้น เพื่อแตกจากฝ่ายนี้ ; หรือได้ฟังฝ่ายโน้นแล้ว ไม่เก็บมาบอกฝ่ายนี้ เพื่อแตกจากฝ่ายโน้น ; แต่จะสมานคนที่แตกกันแล้วให้กลับพร้อมเพรียงกัน อุดหนุนคนที่พร้อมเพรียงกันอยู่ให้พร้อมเพรียงกันยิ่งขึ้น; เป็นคนชอบในการพร้อมเพรียง เป็นคนยินดีในการพร้อมเพรียง เป็นคนพอใจในการพร้อมเพรียง กล่าวแต่วาจาที่ทำให้เกิดพร้อมเพียงกัน.(อผรุสวาท) คือเธอนั้น ละการกล่าวคำหยาบเสีย เว้นขาดจากการกล่าวคำหยาบ กล่าวแต่วาจาที่ไม่มีโทษ เสนาะโสต ให้เกิดความรัก เป็นคำฟูใจ เป็นคำสุภาพที่ชาวเมืองเขาพูดกัน เป็นที่ใคร่ที่พอใจของมหาชน กล่าวแต่วาจาเช่นนั้นอยู่.(อสัมผัปปลาวาท) คือเธอนั้น ละคำพูดเพ้อเจ้อ เว้นขาดจากคำพูดเพ้อเจ้อกล่าวแต่ในเวลาอันสมควร กล่าวแต่คำจริง เป็นประโยชน์ เป็นธรรม เป็นวินัย กล่าวแต่วาจามีที่ตั้ง มีหลักฐานที่อ้างอิง มีเวลาจบ ประกอบด้วยประโยชน์ สมควรแก่เวลา.</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S01E03 ,เข้าใจทำ (ธรรม) S07E28 , คลังพระสูตร  S08E20 , S08E16 , ตามใจท่าน S10E02 ,  #วาจาที่ควรกล่าว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เป็นซีรีส์หัวข้อแม่บทที่จะอธิบายในเรื่องของ "อริยมรรคมีองค์ 8" ที่เป็นส่วนหนึ่งของอริยสัจ 4 โดยในที่นี้ได้สงเคราะห์แจกแจงจัดตามหมวดหมู่ 3 อย่าง คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เบื้องต้นจึงนำเอาหัวข้อของ "สัมมาวาจา" ซึ่งเป็นเรื่องของศีลขึ้นมาก่อน เน้นเจาะลงไปในเรื่องของการนำไปใช้งาน และกรณีตัวอย่าง (Case study) ว่าในแต่ละกรณี ๆ นั้น เราจะมีวิธีการปฏิบัติในเรื่องของสัมมาวาจาอย่างไร จึงจะรู้ว่า ผิด หลุด ออกจากมรรคไปแล้ว หรือ ถ้าผิดไปแล้ว จะแก้มาให้ตรงทางได้อย่างไร</p><p>หลักสำคัญ คือเจตนาในการที่จะให้เกิดความดีขึ้น เจตนาในการที่จะให้กิเลสในใจของเราลดลง เมื่อถ้าพูดไปแล้วเกิดพลิกผันเป็นอย่างอื่น เกิดมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ก็ให้อดทนเอา เพราะบางทีคนฟังด้วยกิเลส ก็รักษาจิตใจตัวเองไม่ได้ ให้เอาหลักเกณฑ์ในข้อสัมมาวาจานี้ เป็นหลักในแนวทางปฏิบัติของเรา</p><p>ลักษณะของสัมมาวาจา -สี.ที. ๙/๘๓/๑๐๓.(อมุสาวาท) คือเธอนั้น ละมุสาวาท เว้นขาดจากมุสาวาท พูดแต่ความจริง รักษาความสัตย์ มั่งคงในคำพูด มีคำพูดควรเชื่อถือได้ ไม่แกล้งกล่าววาจาให้ผิดต่อโลก.(อปิสุณวาท) คือเธอนั้น ละคำส่อเสียด เว้นขาดจากคำส่อเสียด ได้ฟังจากฝ่ายนี้แล้ว ไม่เก็บไปบอกแก่ฝ่ายโน้น เพื่อแตกจากฝ่ายนี้ ; หรือได้ฟังฝ่ายโน้นแล้ว ไม่เก็บมาบอกฝ่ายนี้ เพื่อแตกจากฝ่ายโน้น ; แต่จะสมานคนที่แตกกันแล้วให้กลับพร้อมเพรียงกัน อุดหนุนคนที่พร้อมเพรียงกันอยู่ให้พร้อมเพรียงกันยิ่งขึ้น; เป็นคนชอบในการพร้อมเพรียง เป็นคนยินดีในการพร้อมเพรียง เป็นคนพอใจในการพร้อมเพรียง กล่าวแต่วาจาที่ทำให้เกิดพร้อมเพียงกัน.(อผรุสวาท) คือเธอนั้น ละการกล่าวคำหยาบเสีย เว้นขาดจากการกล่าวคำหยาบ กล่าวแต่วาจาที่ไม่มีโทษ เสนาะโสต ให้เกิดความรัก เป็นคำฟูใจ เป็นคำสุภาพที่ชาวเมืองเขาพูดกัน เป็นที่ใคร่ที่พอใจของมหาชน กล่าวแต่วาจาเช่นนั้นอยู่.(อสัมผัปปลาวาท) คือเธอนั้น ละคำพูดเพ้อเจ้อ เว้นขาดจากคำพูดเพ้อเจ้อกล่าวแต่ในเวลาอันสมควร กล่าวแต่คำจริง เป็นประโยชน์ เป็นธรรม เป็นวินัย กล่าวแต่วาจามีที่ตั้ง มีหลักฐานที่อ้างอิง มีเวลาจบ ประกอบด้วยประโยชน์ สมควรแก่เวลา.</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S01E03 ,เข้าใจทำ (ธรรม) S07E28 , คลังพระสูตร  S08E20 , S08E16 , ตามใจท่าน S10E02 ,  #วาจาที่ควรกล่าว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อริยอัฏฐังคิกมรรค 6309-3d</title>
			<itunes:title>อริยอัฏฐังคิกมรรค 6309-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Feb 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9492ba46-7594-48bc-a38f-ab6c0023a2da/media.mp3" length="29387664" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9492ba46-7594-48bc-a38f-ab6c0023a2da</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e69</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IP1vnLyi2UZ9IGVn6jbcqn1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e69.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในการปฏิบัตินั้น จะทำให้จิตใจของเรามีความนุ่มนวลอ่อนเหมาะ สามารถที่จะนำธรรมเข้าสู่ใจได้ ธรรมทั้งหมดที่มารวมเข้าสู่จิตใจ พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้กับ เรือนรับรองแขกที่มีประตูอยู่ทั้ง 4 ทิศ โดยแขกที่มาจากทั้ง 4 ทิศ จะมารวมอยู่ในนี้ทั้งหมด ตรงกลางของห้องรับแขกนั้นเปรียบได้กับนิพพาน ซึ่งประตูทั้ง 4 นั้น มีการทำหน้าที่แตกต่างกัน และทางที่จะเดินมาที่ประตู ต้องประกอบด้วยองค์ 8 ประการ จึงจะเข้ามาถึงส่วนตรงกลางของห้องรับแขกได้</p><p>แต่ที่สำคัญ ต้องทำหน้าที่ให้ถูกต้องตามแต่ละข้อในแต่ละส่วน ของอริยสัจ 4 คือ ตัณหาต้องละ, ขันธ์ 5 ต้องรับมันได้ เข้าใจมันได้, นิโรธ วิชชา วิมุตติ ต้องทำให้แจ้ง และ สมถวิปัสสนา ต้องพัฒนาทำให้มากเจริญทำให้มาก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในการปฏิบัตินั้น จะทำให้จิตใจของเรามีความนุ่มนวลอ่อนเหมาะ สามารถที่จะนำธรรมเข้าสู่ใจได้ ธรรมทั้งหมดที่มารวมเข้าสู่จิตใจ พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้กับ เรือนรับรองแขกที่มีประตูอยู่ทั้ง 4 ทิศ โดยแขกที่มาจากทั้ง 4 ทิศ จะมารวมอยู่ในนี้ทั้งหมด ตรงกลางของห้องรับแขกนั้นเปรียบได้กับนิพพาน ซึ่งประตูทั้ง 4 นั้น มีการทำหน้าที่แตกต่างกัน และทางที่จะเดินมาที่ประตู ต้องประกอบด้วยองค์ 8 ประการ จึงจะเข้ามาถึงส่วนตรงกลางของห้องรับแขกได้</p><p>แต่ที่สำคัญ ต้องทำหน้าที่ให้ถูกต้องตามแต่ละข้อในแต่ละส่วน ของอริยสัจ 4 คือ ตัณหาต้องละ, ขันธ์ 5 ต้องรับมันได้ เข้าใจมันได้, นิโรธ วิชชา วิมุตติ ต้องทำให้แจ้ง และ สมถวิปัสสนา ต้องพัฒนาทำให้มากเจริญทำให้มาก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิบัติ และ สมบัติ/สัมปทา 6308-3d</title>
			<itunes:title>วิบัติ และ สมบัติ/สัมปทา 6308-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Feb 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/69d36461-5479-4b93-8ba0-ab6500f45b8f/media.mp3" length="28656843" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69d36461-5479-4b93-8ba0-ab6500f45b8f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e6a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INjhxnlxZlHEKHklfryXoQ8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e6a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>วิบัติ เป็นคำทั่ว ๆ ไป ประกอบกับสิ่งไหน หมายความว่า สิ่งนั้นเสื่อมเสียไป ไม่ถูกต้อง ผิดเพี้ยน ผิดพลาด ไม่ดี ในเอพิโสดนี้ได้กล่าวถึงด้วยกัน 15 อย่าง ซึ่งความเกี่ยวข้องกันของความวิบัติทั้งหมด มันคืบคลานเกี่ยวเนื่องกันไปได้ และในทางตรงข้าม เมื่อกล่าวถึงวิบัติ ก็ต้องมีสมบัติ มีสัมปทา คือ ความเพียบพร้อม ความสมบูรณ์ องค์ประกอบที่ดีงามต่างๆ มาเปรียบเทียบให้เห็นส่วนต่างด้วย</p><p>อย่างไรก็ดี ทั้งสมบัติและวิบัติก็ไม่เที่ยง เพราะคนที่ไม่ดีใช่ว่าเขาจะชั่วช้าไปตลอดกาล หรือเพราะเมื่อก่อนเราไม่ดี ตอนนี้เราดีขึ้นมาได้ เปลี่ยนแปลงได้ จุดตรงนี้ที่มันขึ้น ๆ ลง ๆ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เพราะเหตุปัจจัยดีมันก็ดี เหตุปัจจัยไม่ดีมันก็ไม่ดี</p><p>เราจะพ้นได้ ทำจิตของเราให้เหนือจากวิบัติ เหนือจากสมบัติ สิ่งที่จะนำมาเป็นเครื่องตรวจเช็ค และความเปลี่ยนแปลงแก้ไขความวิบัติเหล่านี้ได้ คือ มรรค 8  อันเป็นสมบัติ เป็นสัมปทา คือ ความเพียบพร้อม ความสมบูรณ์ เป็นองค์ประกอบที่ดีงามต่าง ๆ เป็นจุดพลิกผลัน ที่เมื่อความประกอบกันที่พอเหมาะ พอสม ณ จุดนั้นพอดี ในที่นี้พูดถึงการเห็นเทวฑูตทั้ง 4 อย่าง สนับสนุนให้เกิดความหลุดพ้น เป็นการประกอบกันให้มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง  ทำให้จิตใจปล่อยวางได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>วิบัติ เป็นคำทั่ว ๆ ไป ประกอบกับสิ่งไหน หมายความว่า สิ่งนั้นเสื่อมเสียไป ไม่ถูกต้อง ผิดเพี้ยน ผิดพลาด ไม่ดี ในเอพิโสดนี้ได้กล่าวถึงด้วยกัน 15 อย่าง ซึ่งความเกี่ยวข้องกันของความวิบัติทั้งหมด มันคืบคลานเกี่ยวเนื่องกันไปได้ และในทางตรงข้าม เมื่อกล่าวถึงวิบัติ ก็ต้องมีสมบัติ มีสัมปทา คือ ความเพียบพร้อม ความสมบูรณ์ องค์ประกอบที่ดีงามต่างๆ มาเปรียบเทียบให้เห็นส่วนต่างด้วย</p><p>อย่างไรก็ดี ทั้งสมบัติและวิบัติก็ไม่เที่ยง เพราะคนที่ไม่ดีใช่ว่าเขาจะชั่วช้าไปตลอดกาล หรือเพราะเมื่อก่อนเราไม่ดี ตอนนี้เราดีขึ้นมาได้ เปลี่ยนแปลงได้ จุดตรงนี้ที่มันขึ้น ๆ ลง ๆ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เพราะเหตุปัจจัยดีมันก็ดี เหตุปัจจัยไม่ดีมันก็ไม่ดี</p><p>เราจะพ้นได้ ทำจิตของเราให้เหนือจากวิบัติ เหนือจากสมบัติ สิ่งที่จะนำมาเป็นเครื่องตรวจเช็ค และความเปลี่ยนแปลงแก้ไขความวิบัติเหล่านี้ได้ คือ มรรค 8  อันเป็นสมบัติ เป็นสัมปทา คือ ความเพียบพร้อม ความสมบูรณ์ เป็นองค์ประกอบที่ดีงามต่าง ๆ เป็นจุดพลิกผลัน ที่เมื่อความประกอบกันที่พอเหมาะ พอสม ณ จุดนั้นพอดี ในที่นี้พูดถึงการเห็นเทวฑูตทั้ง 4 อย่าง สนับสนุนให้เกิดความหลุดพ้น เป็นการประกอบกันให้มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง  ทำให้จิตใจปล่อยวางได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณสมบัติคนเลี้ยงโค 11 อย่าง 6307-3d</title>
			<itunes:title>คุณสมบัติคนเลี้ยงโค 11 อย่าง 6307-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/651e317e-89eb-4f61-a4bb-ab59015a2eba/media.mp3" length="27994202" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">651e317e-89eb-4f61-a4bb-ab59015a2eba</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e6b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPiZSo05s5YgFyz725OHGAv]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e6b.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบระหว่างการเลี้ยงโค กับ ลักษณะของพุทธบริษัทในธรรมวินัยนี้ ที่คนเลี้ยงโคจะสามารถเลี้ยงโคให้มีกำไรงอกงาม มีความเจริญในอาชีพการงานของเขา จะต้องมีคุณสมบัติ 11 อย่าง ไม่ต่างจากพุทธบริษัทที่จะต้องมีคุณสมบัติ 11 อย่าง โดยเหมาะสมเช่นกัน จึงจะมีความเจริญงอกงามไพบูลย์ในธรรมวินัยนี้ได้ ซึ่งรายละเอียดในแต่ละข้อจะเป็นอย่างไรนั้น รับฟังได้ในเอพิโสดนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบระหว่างการเลี้ยงโค กับ ลักษณะของพุทธบริษัทในธรรมวินัยนี้ ที่คนเลี้ยงโคจะสามารถเลี้ยงโคให้มีกำไรงอกงาม มีความเจริญในอาชีพการงานของเขา จะต้องมีคุณสมบัติ 11 อย่าง ไม่ต่างจากพุทธบริษัทที่จะต้องมีคุณสมบัติ 11 อย่าง โดยเหมาะสมเช่นกัน จึงจะมีความเจริญงอกงามไพบูลย์ในธรรมวินัยนี้ได้ ซึ่งรายละเอียดในแต่ละข้อจะเป็นอย่างไรนั้น รับฟังได้ในเอพิโสดนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัญญามาก่อนญาณ 6306-3d</title>
			<itunes:title>สัญญามาก่อนญาณ 6306-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Feb 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/a80624e7-b86f-4483-99f7-ab5700fbb8b4/media.mp3" length="29233706" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a80624e7-b86f-4483-99f7-ab5700fbb8b4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e6c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPqU4AqO8v0yjdIxC1a++RM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e6c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้กับโปฏฐปาทะปริพาชกว่า “สัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลังฯ” ถ้าเข้าใจใน 2 ส่วนนี้ ก็จะเป็นประโยชน์ในการงาน ในอาชีพของเราได้  แต่ไม่ว่าจะเป็น ฌาน (สัญญา) หรือ ญาณ (ปัญญา) มันเสื่อมได้ เปลี่ยนแปลงได้ มีความไม่เที่ยง ญาณที่เป็นโลกียะไม่เที่ยง ญาณที่เป็นโลกุตระก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน</p><p>ในเมื่อมันไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงได้ ข้อดีที่มันแตกต่างกัน ก็คือ ญาณปัญญาที่เป็นโลกียะ ยังต้องทำให้เราวนไปเวียนมาอยู่ ยังเนื่องด้วยกับอาสวะ เป็นของโลก เป็นของหนัก แต่ถ้าเป็น ญาณปัญญาทางด้านโลกุตระ สามารถเปิดช่องให้เราพ้นได้ ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก เกิดการหลุดพ้นชนิดที่ไม่กลับกำเริบได้อีก</p><p>การทำความเข้าใจในอริยสัจสี่ให้ถูกต้อง จะทำให้ สัญญาเปลี่ยนเป็นญาณใน 3 อย่าง หรือเป็นความรู้ที่ถูกต้องอย่างนี้ว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นอย่างนี้ ๆ กิจที่ควรทำในแต่ละอย่าง เป็นอย่างนี้ ๆ และมีความรู้ว่า เราได้ทำให้เกิดขึ้นแล้ว ทำให้แจ่มแจ้งแล้ว หลุดพ้นแล้ว ซึ่งปัญญาญาณอันรู้เห็นตามเป็นจริงของเราในอริยสัจ 4 โดยมีรอบ 3 มีอาการ 12 อย่างนี้</p><p>ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ ๙  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑</p><p>[๒๘๘] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง หรือว่าญาณเกิดก่อน สัญญาเกิดทีหลัง หรือทั้งสัญญาและญาณเกิดไม่ก่อนไม่หลังกัน.</p><p>ดูกรโปฏฐปาทะ สัญญาแลเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง เพราะสัญญาเกิดขึ้น ญาณจึงเกิดขึ้น เธอย่อมรู้อย่างนี้ว่า ญาณเกิดขึ้นแก่เราเพราะสัญญานี้เป็นปัจจัย ดูกรโปฏฐปาทะ เธอพึงทราบ ความข้อนี้โดยบรรยายนี้ว่า สัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง เพราะสัญญาเกิดขึ้น ญาณจึง เกิดขึ้น.</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E59 , S07E55 , S07E36 , S07E34,  ใต้ร่มโพธิบท S08E04 , S07E56 , S07E05 , #อะไรคือ รอบ 3 อาการ 12</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้กับโปฏฐปาทะปริพาชกว่า “สัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลังฯ” ถ้าเข้าใจใน 2 ส่วนนี้ ก็จะเป็นประโยชน์ในการงาน ในอาชีพของเราได้  แต่ไม่ว่าจะเป็น ฌาน (สัญญา) หรือ ญาณ (ปัญญา) มันเสื่อมได้ เปลี่ยนแปลงได้ มีความไม่เที่ยง ญาณที่เป็นโลกียะไม่เที่ยง ญาณที่เป็นโลกุตระก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน</p><p>ในเมื่อมันไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงได้ ข้อดีที่มันแตกต่างกัน ก็คือ ญาณปัญญาที่เป็นโลกียะ ยังต้องทำให้เราวนไปเวียนมาอยู่ ยังเนื่องด้วยกับอาสวะ เป็นของโลก เป็นของหนัก แต่ถ้าเป็น ญาณปัญญาทางด้านโลกุตระ สามารถเปิดช่องให้เราพ้นได้ ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก เกิดการหลุดพ้นชนิดที่ไม่กลับกำเริบได้อีก</p><p>การทำความเข้าใจในอริยสัจสี่ให้ถูกต้อง จะทำให้ สัญญาเปลี่ยนเป็นญาณใน 3 อย่าง หรือเป็นความรู้ที่ถูกต้องอย่างนี้ว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นอย่างนี้ ๆ กิจที่ควรทำในแต่ละอย่าง เป็นอย่างนี้ ๆ และมีความรู้ว่า เราได้ทำให้เกิดขึ้นแล้ว ทำให้แจ่มแจ้งแล้ว หลุดพ้นแล้ว ซึ่งปัญญาญาณอันรู้เห็นตามเป็นจริงของเราในอริยสัจ 4 โดยมีรอบ 3 มีอาการ 12 อย่างนี้</p><p>ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ ๙  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑</p><p>[๒๘๘] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง หรือว่าญาณเกิดก่อน สัญญาเกิดทีหลัง หรือทั้งสัญญาและญาณเกิดไม่ก่อนไม่หลังกัน.</p><p>ดูกรโปฏฐปาทะ สัญญาแลเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง เพราะสัญญาเกิดขึ้น ญาณจึงเกิดขึ้น เธอย่อมรู้อย่างนี้ว่า ญาณเกิดขึ้นแก่เราเพราะสัญญานี้เป็นปัจจัย ดูกรโปฏฐปาทะ เธอพึงทราบ ความข้อนี้โดยบรรยายนี้ว่า สัญญาเกิดก่อน ญาณเกิดทีหลัง เพราะสัญญาเกิดขึ้น ญาณจึง เกิดขึ้น.</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E59 , S07E55 , S07E36 , S07E34,  ใต้ร่มโพธิบท S08E04 , S07E56 , S07E05 , #อะไรคือ รอบ 3 อาการ 12</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วาจาสะใภ้ใหม่ 6305-3d</title>
			<itunes:title>วาจาสะใภ้ใหม่ 6305-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 Jan 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/be5600b4-4e28-48aa-897e-ab4c010a69d1/media.mp3" length="26656159" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">be5600b4-4e28-48aa-897e-ab4c010a69d1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e6d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPFaZI3DLG2DrYBGbYgrRvT]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e6d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>หัวข้อธรรมที่ยกมานี้ว่าด้วย การใช้วาจา การใช้คำพูด ในลักษณะที่จะทำให้ความดีเกิดขึ้นได้ มีอยู่ 4 ลักษณะ โดยแบ่งตามลักษณะและลีลาการพูดออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนคนดีและคนไม่ดี และได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบไว้กับ วาจาสะใภ้ใหม่ ที่จะมีความเกรงใจในคนที่มาอยู่ก่อน จะพูดอะไรก็ระมัดระวังคำพูด เป็นลักษณะคำพูดที่เขาจะเกรงใจกัน ด้วยการมีหิริโอตัปปะ ที่จะเป็นหนทางไปสู่นิพพานได้</p><p>และในตอนท้ายได้เพิ่มเติมในเรื่องของ การติ/ชม พระพุทธเจ้าตรัสบอกไว้ในเรื่องของ การติ/ชม ที่ควรจะเป็น คือ ต้องควรติเตียนและสรรเสิรญตามความเป็นจริง ตามกาลอันควร รู้กาละที่เหมาะสมด้วย</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S01E03 , ตามใจท่าน S10E02  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>หัวข้อธรรมที่ยกมานี้ว่าด้วย การใช้วาจา การใช้คำพูด ในลักษณะที่จะทำให้ความดีเกิดขึ้นได้ มีอยู่ 4 ลักษณะ โดยแบ่งตามลักษณะและลีลาการพูดออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนคนดีและคนไม่ดี และได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบไว้กับ วาจาสะใภ้ใหม่ ที่จะมีความเกรงใจในคนที่มาอยู่ก่อน จะพูดอะไรก็ระมัดระวังคำพูด เป็นลักษณะคำพูดที่เขาจะเกรงใจกัน ด้วยการมีหิริโอตัปปะ ที่จะเป็นหนทางไปสู่นิพพานได้</p><p>และในตอนท้ายได้เพิ่มเติมในเรื่องของ การติ/ชม พระพุทธเจ้าตรัสบอกไว้ในเรื่องของ การติ/ชม ที่ควรจะเป็น คือ ต้องควรติเตียนและสรรเสิรญตามความเป็นจริง ตามกาลอันควร รู้กาละที่เหมาะสมด้วย</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S01E03 , ตามใจท่าน S10E02  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ตาลบุตร นักแสดง 6304-3d</title>
			<itunes:title>ตาลบุตร นักแสดง 6304-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 Jan 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:09:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/0900a983-758c-4b77-a494-ab4900f98535/media.mp3" length="33224307" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0900a983-758c-4b77-a494-ab4900f98535</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e6e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INt+pWN3JngrZ8m+YGwF4SN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e6e.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>นี้เป็นเรื่องราวที่มาใน ตาลปุตตสูตร ว่าด้วยปัญหาของนักเต้นรำชื่อว่าตาลบุตร ได้ไปเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้าและทูลถามปัญหาเกี่ยวกับทิฏฐิที่เชื่อกันว่า บุคคลผู้ที่สร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นนักเต้นรำ นักแสดง เป็นต้น เมื่อตายไปจะเข้าถึงการได้เป็นสหายแห่งเทวดาผู้ร่าเริง เป็นจริงหรือไม่</p><p>ประเด็นสำคัญในที่นี้ คือ เมื่อนายตาลบุตร ได้เห็นแล้วว่าตนมีความเห็นผิดมาตลอด เป็นดั่งเช่น บุรุษตามืดบอด ผู้ถูกลวงด้วยผ้าเนื้อเลวเปื้อนเขม่า ก็ขอออกบวช และในระหว่างที่บวชนั้น พระตาลปุตตะ ได้มากระทำในใจโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) จากจิตใจที่ร้องเล่นเต้นรำมาตลอด มีเรื่องเล่าเรื่องราวต่าง ๆ (fiction) ในหัวอยู่ตลอด จะให้มานั่งสมาธิ ก็ทำได้ยาก มันไม่สงบ มันวุ่นวายฟุ้งซ่าน คิดถึงแต่ละครตัวนั้นตัวนี้ เรื่องราวนั้นเรื่องราวนี้ หรือแม้ใครก็ตามที่เป็นอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องธุรกิจใด ๆ ที่ต้องมีการคิดอ่านอยู่ตลอดเวลา เป็นเหมือนเราคุยอยู่กับตัวเอง มีเพื่อนสองตลอดเวลา</p><p>เมื่อพระตาลปุตตะใคร่ครวญพิจารณาจนมาถึงจุดที่ว่า คุยกบจิตของตัวเองรู้เรื่อง ซึ่งได้กล่าวไว้ใน "ตาลปุฏเถรคาถา" ถึง วิธีการทำในใจของท่านจากจิตที่มันไม่สงบ คิดมาก ฟุ้งซ่านวุ่นวาย ได้มีการไตร่ตรองใคร่ครวญอย่างไรจึงสามารถบรรลุธรรม มาทำความเข้าใจกันได้ในเอพิโสดนี้</p><p>ตาลปุตตสูตร</p><p>[๕๙๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรนายคามณี เราห้ามท่านไม่ได้แล้วว่า อย่าเลยนายคามณี ขอพักข้อนี้เสียเถิด ท่านอย่าถามข้อนี้กะเราเลย แต่เราจักพยากรณ์ให้ท่าน ดูกรนายคามณี เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากราคะอันกิเลสเครื่องผูกคือราคะผูกไว้ นักเต้นรำรวบรวมเข้าไว้ซึ่งธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ แก่สัตว์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากโทสะ อันกิเลสเครื่องผูกคือโทสะผูกไว้ นักเต้นรำรวบรวมเข้าไว้ซึ่งธรรมเป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ แก่สัตว์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากโมหะ อันกิเลสเครื่องผูกคือโมหะผูกไว้ นักเต้นรำย่อมรวบรวมไว้ซึ่งธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ แก่สัตว์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น นักเต้นรำนั้น ตนเองก็มัวเมาประมาท ตั้งอยู่ในความประมาท เมื่อแตกกายตายไป ย่อมบังเกิดในนรกชื่อปหาสะ</p><p>อนึ่ง ถ้าเขามีความเห็นอย่างนี้ว่า นักเต้นรำคนใดทำให้คนหัวเราะ รื่นเริง ด้วยคำจริงบ้าง คำเท็จบ้าง ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ ผู้นั้นเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชื่อปหาสะ ความเห็นของเขานั้นเป็นความเห็นผิด ดูกรนายคามณี ก็เราย่อมกล่าวคติสองอย่างคือ นรกหรือกำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง ของบุคคลผู้มีความเห็นผิด ฯ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E52 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S03E07 , S03E06   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>นี้เป็นเรื่องราวที่มาใน ตาลปุตตสูตร ว่าด้วยปัญหาของนักเต้นรำชื่อว่าตาลบุตร ได้ไปเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้าและทูลถามปัญหาเกี่ยวกับทิฏฐิที่เชื่อกันว่า บุคคลผู้ที่สร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นนักเต้นรำ นักแสดง เป็นต้น เมื่อตายไปจะเข้าถึงการได้เป็นสหายแห่งเทวดาผู้ร่าเริง เป็นจริงหรือไม่</p><p>ประเด็นสำคัญในที่นี้ คือ เมื่อนายตาลบุตร ได้เห็นแล้วว่าตนมีความเห็นผิดมาตลอด เป็นดั่งเช่น บุรุษตามืดบอด ผู้ถูกลวงด้วยผ้าเนื้อเลวเปื้อนเขม่า ก็ขอออกบวช และในระหว่างที่บวชนั้น พระตาลปุตตะ ได้มากระทำในใจโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) จากจิตใจที่ร้องเล่นเต้นรำมาตลอด มีเรื่องเล่าเรื่องราวต่าง ๆ (fiction) ในหัวอยู่ตลอด จะให้มานั่งสมาธิ ก็ทำได้ยาก มันไม่สงบ มันวุ่นวายฟุ้งซ่าน คิดถึงแต่ละครตัวนั้นตัวนี้ เรื่องราวนั้นเรื่องราวนี้ หรือแม้ใครก็ตามที่เป็นอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องธุรกิจใด ๆ ที่ต้องมีการคิดอ่านอยู่ตลอดเวลา เป็นเหมือนเราคุยอยู่กับตัวเอง มีเพื่อนสองตลอดเวลา</p><p>เมื่อพระตาลปุตตะใคร่ครวญพิจารณาจนมาถึงจุดที่ว่า คุยกบจิตของตัวเองรู้เรื่อง ซึ่งได้กล่าวไว้ใน "ตาลปุฏเถรคาถา" ถึง วิธีการทำในใจของท่านจากจิตที่มันไม่สงบ คิดมาก ฟุ้งซ่านวุ่นวาย ได้มีการไตร่ตรองใคร่ครวญอย่างไรจึงสามารถบรรลุธรรม มาทำความเข้าใจกันได้ในเอพิโสดนี้</p><p>ตาลปุตตสูตร</p><p>[๕๙๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรนายคามณี เราห้ามท่านไม่ได้แล้วว่า อย่าเลยนายคามณี ขอพักข้อนี้เสียเถิด ท่านอย่าถามข้อนี้กะเราเลย แต่เราจักพยากรณ์ให้ท่าน ดูกรนายคามณี เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากราคะอันกิเลสเครื่องผูกคือราคะผูกไว้ นักเต้นรำรวบรวมเข้าไว้ซึ่งธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ แก่สัตว์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากโทสะ อันกิเลสเครื่องผูกคือโทสะผูกไว้ นักเต้นรำรวบรวมเข้าไว้ซึ่งธรรมเป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ แก่สัตว์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากโมหะ อันกิเลสเครื่องผูกคือโมหะผูกไว้ นักเต้นรำย่อมรวบรวมไว้ซึ่งธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ แก่สัตว์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น นักเต้นรำนั้น ตนเองก็มัวเมาประมาท ตั้งอยู่ในความประมาท เมื่อแตกกายตายไป ย่อมบังเกิดในนรกชื่อปหาสะ</p><p>อนึ่ง ถ้าเขามีความเห็นอย่างนี้ว่า นักเต้นรำคนใดทำให้คนหัวเราะ รื่นเริง ด้วยคำจริงบ้าง คำเท็จบ้าง ในท่ามกลางสถานเต้นรำ ในท่ามกลางสถานมหรสพ ผู้นั้นเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชื่อปหาสะ ความเห็นของเขานั้นเป็นความเห็นผิด ดูกรนายคามณี ก็เราย่อมกล่าวคติสองอย่างคือ นรกหรือกำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง ของบุคคลผู้มีความเห็นผิด ฯ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E52 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S03E07 , S03E06   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเป็นพหูสูต 6303-3d</title>
			<itunes:title>ความเป็นพหูสูต 6303-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 Jan 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/48a61f54-124a-4291-9d93-ab42001deb81/media.mp3" length="28833001" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">48a61f54-124a-4291-9d93-ab42001deb81</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e6f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOdMmznIoZZMsJyZvNwYKhN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e6f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เมื่อใดที่กล่าวถึงคำว่า "พหูสูต" จะต้องมีกลุ่มคำเหล่านี้ต่อพ่วง เกี่ยวพันมาด้วยกัน (Associate) ซึ่งที่เราได้ยินเป็นประจำ ก็คือ เป็นผู้สดับฟังมามาก, ทรงจำไว้ได้, ท่องได้คล่องปาก, ขึ้นใจ และแทงตลอดด้วยดีด้วยความเห็น (ทิฏฐิ) ซึ่งธรรมอันงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เป็นการประกาศพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ</p><p>ด้วยคุณสมบัติ 5 อย่างนี้ ที่เมื่อมาประกอบกันแล้ว จะทำให้ความเป็นพหูสูตเกิดขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ จะมากหรือน้อยไม่เท่ากัน อันนี้เป็นธรรมดา แต่อย่างน้อยที่สุดต้องมี "การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม"  คือ การที่เรานำเอามาปฏิบัติ แล้วทำให้ถึงที่สุด ทำให้เกิดขึ้นในใจ จิตใจที่มีสัมมาทิฏฐิ มีกิเลสลดลง ถือว่าเราเป็นพหูสูตแล้ว เป็นในระดับที่จะทำให้ความดีนั้นสืบต่อไปได้ ให้ความดีนั้นไม่มาสุดจบลงที่ตัวเรา จึงเรียกได้ว่าเป็น พหูสูตผู้ทรงธรรม</p><p>[231] พหูสูตมีองค์ 5 (คุณสมบัติที่ทำให้ควรได้รับชื่อว่าเป็นพหูสูต คือ ผู้ได้เรียนรู้มาก หรือคงแก่เรียน)พหุสสุตา ฟังมาก คือ ได้เล่าเรียนสดับฟังไว้มากธตา จำได้ คือ จับหลักหรือสาระได้ ทรงจำความไว้แม่นยำวจสา ปริจิตา คล่องปาก คือ ท่องบ่นหรือใช้พูดอยู่เสมอจนแคล่วคล่อง จัดเจนมนสานุเปกขิตา เพ่งขึ้นใจ คือ ใส่ใจนึกคิดพิจารณาจนเจนใจ นึกถึงครั้งใด ก็ปรากฏเนื้อความสว่างชัดทิฏฐิยา สุปฏิวิทธา ขบได้ด้วยทฤษฎี หรือ แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ คือ ความเข้าใจลึกซึ้ง มองเห็นประจักษ์แจ้งด้วยปัญญา ทั้งในแง่ความหมายและเหตุผล</p><p>องฺ.ปญฺจก. 22/87/129</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S07E18 , ตามใจท่าน S10E02 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เมื่อใดที่กล่าวถึงคำว่า "พหูสูต" จะต้องมีกลุ่มคำเหล่านี้ต่อพ่วง เกี่ยวพันมาด้วยกัน (Associate) ซึ่งที่เราได้ยินเป็นประจำ ก็คือ เป็นผู้สดับฟังมามาก, ทรงจำไว้ได้, ท่องได้คล่องปาก, ขึ้นใจ และแทงตลอดด้วยดีด้วยความเห็น (ทิฏฐิ) ซึ่งธรรมอันงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เป็นการประกาศพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ</p><p>ด้วยคุณสมบัติ 5 อย่างนี้ ที่เมื่อมาประกอบกันแล้ว จะทำให้ความเป็นพหูสูตเกิดขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ จะมากหรือน้อยไม่เท่ากัน อันนี้เป็นธรรมดา แต่อย่างน้อยที่สุดต้องมี "การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม"  คือ การที่เรานำเอามาปฏิบัติ แล้วทำให้ถึงที่สุด ทำให้เกิดขึ้นในใจ จิตใจที่มีสัมมาทิฏฐิ มีกิเลสลดลง ถือว่าเราเป็นพหูสูตแล้ว เป็นในระดับที่จะทำให้ความดีนั้นสืบต่อไปได้ ให้ความดีนั้นไม่มาสุดจบลงที่ตัวเรา จึงเรียกได้ว่าเป็น พหูสูตผู้ทรงธรรม</p><p>[231] พหูสูตมีองค์ 5 (คุณสมบัติที่ทำให้ควรได้รับชื่อว่าเป็นพหูสูต คือ ผู้ได้เรียนรู้มาก หรือคงแก่เรียน)พหุสสุตา ฟังมาก คือ ได้เล่าเรียนสดับฟังไว้มากธตา จำได้ คือ จับหลักหรือสาระได้ ทรงจำความไว้แม่นยำวจสา ปริจิตา คล่องปาก คือ ท่องบ่นหรือใช้พูดอยู่เสมอจนแคล่วคล่อง จัดเจนมนสานุเปกขิตา เพ่งขึ้นใจ คือ ใส่ใจนึกคิดพิจารณาจนเจนใจ นึกถึงครั้งใด ก็ปรากฏเนื้อความสว่างชัดทิฏฐิยา สุปฏิวิทธา ขบได้ด้วยทฤษฎี หรือ แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ คือ ความเข้าใจลึกซึ้ง มองเห็นประจักษ์แจ้งด้วยปัญญา ทั้งในแง่ความหมายและเหตุผล</p><p>องฺ.ปญฺจก. 22/87/129</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S07E18 , ตามใจท่าน S10E02 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เถรธรรม 10 ประการ 6302-3d</title>
			<itunes:title>เถรธรรม 10 ประการ 6302-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 07 Jan 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/dabf729a-3dbc-4ca3-a84f-ab3600bcd122/media.mp3" length="26759928" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">dabf729a-3dbc-4ca3-a84f-ab3600bcd122</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e70</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IO8VCJkH/DQwN/+Czj4y8JY]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e70.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คุณธรรมอะไรที่ทำให้บุคคลเป็นเถระ  พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน "เถรสูตร" กล่าวถึงเรื่องของ เถรธรรม 10 ประการ ที่ทำให้เป็นเถระ คือ เป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้แก่ เป็นผู้รู้เรื่องราวต่าง ๆ มีประสบการณ์  ขอเน้นมาตรงจุดที่ว่า เป็นผู้ใหญ่แล้วก็มีประสบการณ์ ประสบการณ์ในที่นี้ ก็คือ ความรู้ นั่นเอง ความรู้ในที่นี้ ก็คือ ปัญญามี 10 อย่าง ซึ่งในคุณธรรมทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ใช้เฉพาะของพระภิกษุเท่านั้น ยังสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ ข้อไหนที่เราพัฒนาได้ทำได้ อันนี้จะทำให้ชีวิตของเรานั้นมีความสุข อยู่สำราญ ในทุกสถาน ในทุกที่</p><p>[๙๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ จะอยู่ในทิศใด ๆ ย่อมอยู่สำราญโดยแท้ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุเป็นเถระรัตตัญญู บวชมานาน ๑ เป็นผู้มีศีลสมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ๑ เป็นพหูสูต ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ เป็นผู้ได้สดับมามาก ทรงไว้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ ซึ่งธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้น เชิง ๑ จำปาติโมกข์ทั้งสองด้วยดีโดยพิสดาร จำแนกด้วยดี ให้เป็นไปได้ด้วยดี วินิจฉัยได้แล้วโดยสูตรโดยอนุพยัญชนะ ๑ เป็นผู้ฉลาดในการระงับอธิกรณ์ที่เกิดขึ้น ๑ เป็นผู้ใคร่ธรรม รักการฟังธรรมการแสดงธรรม มีความปราโมทย์ยิ่งใน ธรรมอันยิ่งในวินัยอันยิ่ง ๑ เป็นผู้สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และ คิลานปัจจัยเภสัชบริขารตามมีตามได้ ๑ เป็นผู้ประกอบด้วยอาการอันน่าเลื่อมใส ในการก้าวไปและถอยกลับ แม้นั่งในละแวกบ้านก็สำรวมแล้วด้วยดี ๑ เป็นผู้ได้ตามปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ซึ่งฌาน ๔ อันมีในจิตยิ่ง เป็นเครื่อง อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ๑ ย่อมทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะ มิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเอง ในปัจจุบัน เข้าถึง อยู่ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการนี้แล จะอยู่ ในทิศใดๆ ย่อมอยู่สำราญโดยแท้ ฯ…เถรสูตร </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คุณธรรมอะไรที่ทำให้บุคคลเป็นเถระ  พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน "เถรสูตร" กล่าวถึงเรื่องของ เถรธรรม 10 ประการ ที่ทำให้เป็นเถระ คือ เป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้แก่ เป็นผู้รู้เรื่องราวต่าง ๆ มีประสบการณ์  ขอเน้นมาตรงจุดที่ว่า เป็นผู้ใหญ่แล้วก็มีประสบการณ์ ประสบการณ์ในที่นี้ ก็คือ ความรู้ นั่นเอง ความรู้ในที่นี้ ก็คือ ปัญญามี 10 อย่าง ซึ่งในคุณธรรมทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ใช้เฉพาะของพระภิกษุเท่านั้น ยังสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ ข้อไหนที่เราพัฒนาได้ทำได้ อันนี้จะทำให้ชีวิตของเรานั้นมีความสุข อยู่สำราญ ในทุกสถาน ในทุกที่</p><p>[๙๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ จะอยู่ในทิศใด ๆ ย่อมอยู่สำราญโดยแท้ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุเป็นเถระรัตตัญญู บวชมานาน ๑ เป็นผู้มีศีลสมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ๑ เป็นพหูสูต ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ เป็นผู้ได้สดับมามาก ทรงไว้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ ซึ่งธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้น เชิง ๑ จำปาติโมกข์ทั้งสองด้วยดีโดยพิสดาร จำแนกด้วยดี ให้เป็นไปได้ด้วยดี วินิจฉัยได้แล้วโดยสูตรโดยอนุพยัญชนะ ๑ เป็นผู้ฉลาดในการระงับอธิกรณ์ที่เกิดขึ้น ๑ เป็นผู้ใคร่ธรรม รักการฟังธรรมการแสดงธรรม มีความปราโมทย์ยิ่งใน ธรรมอันยิ่งในวินัยอันยิ่ง ๑ เป็นผู้สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และ คิลานปัจจัยเภสัชบริขารตามมีตามได้ ๑ เป็นผู้ประกอบด้วยอาการอันน่าเลื่อมใส ในการก้าวไปและถอยกลับ แม้นั่งในละแวกบ้านก็สำรวมแล้วด้วยดี ๑ เป็นผู้ได้ตามปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ซึ่งฌาน ๔ อันมีในจิตยิ่ง เป็นเครื่อง อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ๑ ย่อมทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะ มิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเอง ในปัจจุบัน เข้าถึง อยู่ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการนี้แล จะอยู่ ในทิศใดๆ ย่อมอยู่สำราญโดยแท้ ฯ…เถรสูตร </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ราชสังคหวัตถุ 5 6301-3d</title>
			<itunes:title>ราชสังคหวัตถุ 5 6301-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 31 Dec 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>45:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6a0c4bfd-7ee4-4e70-90b1-ab310133294e/media.mp3" length="22049301" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6a0c4bfd-7ee4-4e70-90b1-ab310133294e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e71</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPP3wsuivsHbxMDDX26HIJC]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e71.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องในช่วงคลังพระสูตรจาก 2 เอพิโสดที่ผ่านมา ได้นำเสนอ "กูฏทันตสูตร" ปรารภเรื่องที่กูฏทันตพราหมณ์ได้ทูลถามพระพุทธเจ้าถึงการบูชายัญที่เหนือกว่า สูงกว่าด้วยผลด้วยอานิสงส์ และน้อยกว่าในเรื่องของการตระเตรียมการริเริ่ม ในเอพิโสดนี้จึงยก "อุชชยสูตร" ว่าด้วยปัญหาของอุชชยพราหมณ์ขึ้นมาประกอบเพื่อให้ได้เห็นภาพรวมทั้งหมดของยัญที่ละเอียดลงไป</p><p>โดยใน "อุชชยสูตร" ได้กล่าวถึงการบูชามหายัญ 5 ตามหลักของพวกพราหมณ์ ซึ่งในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า เปรียบเทียบกับใน "กูฏทันตสูตร" ที่ได้กล่าวถึงการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช โดยมีพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้ถวายคำแนะนั้น เป็นการบูชาที่ไม่เนื่องด้วยศาสตราและอาชญา ไม่มีการเบียดเบียนชีวิต ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วจะเห็นได้ในข้อที่ว่าอัสสเมธะ การฆ่าม้าบูชายัญ เปรียบเทียบได้กับ ความฉลาดในการบำรุงเรื่องพืชพันธุ์ธัญญาหาร ส่งเสริมการเกษตรและกสิกรรมปุริสเมธะ การฆ่าคนบูชายัญ เปรียบเทียบได้กับ ความฉลาดในการบำรุงคน ส่งเสริมคนดีที่มีความรู้ความสามารถให้รู้จักทำงานทำหน้าที่ของตน ๆ สัมมาปาสะ เป็นชื่อของยัญทั้งหมดที่เขาทำแท่นบูชาโยนบ่วงให้หล่นลงไปฯ เปรียบเทียบได้กับ ความฉลาดในการดูแลสุขทุกข์ของประชาชนโดยการส่งเสริมอาชีพให้มีอยู่มีกิน วาชเปยยะ เป็นชื่อของยัญที่เป็นการดื่มเครื่องดื่มพิเศษ อาจจะเป็นเลือดหรือสุรา เพื่อพลัง เพื่อชัยชนะ เปรียบเทียบได้กับ การพูดจาด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนหวาน สุภาพนุ่มนวล รู้จักพูดรู้จักชี้แจงแนะนำด้วยถ้อยคำที่เหมาะสม เชื่อถือได้ มีประโยน์ในทางที่จะก่อให้เกิดความสามัคคีนิรัคคฬะ เป็นชื่อของยัญชนิดที่ไม่มีขีดคั่น ฆ่าได้ทุกอย่าง เปรียบเทียบได้กับ การบริหารบ้านเมืองไม่ให้มีเสี้ยนหนามหลักตอ ไม่ให้มีโจรขโมยที่จะมาปล้นบ้านปล้นเรือน ประชาชนมีชีวิตที่เป็นสุขอย่างดี</p><p>ซึ่งการที่พระเจ้ามหาวิชิตราชจะปกครองบ้านเมืองให้มีความสุข ดำเนินไปได้ด้วยดี สอดแทรกการบูชาต่าง ๆ เหล่านี้นั้น จึงประกอบด้วยหลักธรรมที่เรียกว่า "ราชสังคหวัตถุ 5" </p><p>และในปีใหม่นี้ ขอให้คิดใคร่ครวญในวิธีการดำเนินชีวิตของเราในปีนี้ให้ดี ทำอย่างไรจึงจะมีผลมีอานิสงส์มากขึ้นไปได้ด้วยการตระเตรียมการริเริ่มที่น้อยลง</p><p>“พราหมณ์ เราไม่ได้สรรเสริญยัญไปเสียทุกอย่าง และเราก็ไม่ได้ติเตียนยัญไปเสียทั้งหมด เราไม่สรรเสริญยัญที่มีกิริยาคือ ยัญที่มีการฆ่า โค ๑ ยัญที่มีการฆ่าแพะ แกะ ๑ ยัญที่มีการฆ่าไก่ สุกร ๑ ยัญที่ทำให้สัตว์ต่าง ๆ ได้รับความเดือดร้อน ๑ ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะพระอรหันต์หรือท่านผู้บรรลุอรหัตตมรรคย่อมไม่เกี่ยวข้องกับยัญที่มีกิริยาอย่างนั้น</p><p>พราหมณ์ แต่เราสรรเสริญยัญที่ไม่มีกิริยา คือ นิจทาน และอนุกูลยัญ คือ ยัญที่ไม่มีการฆ่าโค ๑ ยัญที่ไม่มีการฆ่าแพะ แกะ ๑ ยัญที่ไม่มีการฆ่าไก่ สุกร ๑ ยัญที่ไม่ทำให้สัตว์ต่าง ๆ ได้รับความเดือดร้อน ๑ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะพระอรหันต์หรือท่านผู้บรรลุอรหัตตมรรคย่อมเกี่ยวข้องกับยัญที่ไม่มีกิริยาอย่างนี้”</p><p>มหายัญที่มีกิริยามากเหล่านั้น คือ อัสวเมธ บุรุษเมธ สัมมาปาสะ วาชเปยยะ นิรัคคละ ไม่มีผลมาก พระอริยะผู้ปฏิบัติชอบ แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ ย่อมไม่เกี่ยวข้องกับยัญ ที่มีการฆ่าแพะ แกะ โค และสัตว์ต่าง ๆ แต่พระอริยะผู้ปฏิบัติชอบ แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ ย่อมเกี่ยวข้องกับยัญที่ไม่มีกิริยา เอื้ออำนวยประโยชน์ ประชาชนบูชาทุกเมื่อ และไม่มีการฆ่าแพะ แกะ โค และสัตว์ต่าง ๆ</p><p>นักปราชญ์พึงบูชายัญนี้ที่มีผลมาก เพราะเมื่อบูชายัญอย่างนี้ ย่อมมีแต่ความดี ไม่มีความชั่ว ยัญย่อมแพร่หลาย และเทวดาก็เลื่อมใส…อุชชยสูตร ว่าด้วยปัญหาของอุชชยพราหมณ์</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร E09S10 , E09S11</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สืบเนื่องในช่วงคลังพระสูตรจาก 2 เอพิโสดที่ผ่านมา ได้นำเสนอ "กูฏทันตสูตร" ปรารภเรื่องที่กูฏทันตพราหมณ์ได้ทูลถามพระพุทธเจ้าถึงการบูชายัญที่เหนือกว่า สูงกว่าด้วยผลด้วยอานิสงส์ และน้อยกว่าในเรื่องของการตระเตรียมการริเริ่ม ในเอพิโสดนี้จึงยก "อุชชยสูตร" ว่าด้วยปัญหาของอุชชยพราหมณ์ขึ้นมาประกอบเพื่อให้ได้เห็นภาพรวมทั้งหมดของยัญที่ละเอียดลงไป</p><p>โดยใน "อุชชยสูตร" ได้กล่าวถึงการบูชามหายัญ 5 ตามหลักของพวกพราหมณ์ ซึ่งในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า เปรียบเทียบกับใน "กูฏทันตสูตร" ที่ได้กล่าวถึงการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช โดยมีพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้ถวายคำแนะนั้น เป็นการบูชาที่ไม่เนื่องด้วยศาสตราและอาชญา ไม่มีการเบียดเบียนชีวิต ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วจะเห็นได้ในข้อที่ว่าอัสสเมธะ การฆ่าม้าบูชายัญ เปรียบเทียบได้กับ ความฉลาดในการบำรุงเรื่องพืชพันธุ์ธัญญาหาร ส่งเสริมการเกษตรและกสิกรรมปุริสเมธะ การฆ่าคนบูชายัญ เปรียบเทียบได้กับ ความฉลาดในการบำรุงคน ส่งเสริมคนดีที่มีความรู้ความสามารถให้รู้จักทำงานทำหน้าที่ของตน ๆ สัมมาปาสะ เป็นชื่อของยัญทั้งหมดที่เขาทำแท่นบูชาโยนบ่วงให้หล่นลงไปฯ เปรียบเทียบได้กับ ความฉลาดในการดูแลสุขทุกข์ของประชาชนโดยการส่งเสริมอาชีพให้มีอยู่มีกิน วาชเปยยะ เป็นชื่อของยัญที่เป็นการดื่มเครื่องดื่มพิเศษ อาจจะเป็นเลือดหรือสุรา เพื่อพลัง เพื่อชัยชนะ เปรียบเทียบได้กับ การพูดจาด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนหวาน สุภาพนุ่มนวล รู้จักพูดรู้จักชี้แจงแนะนำด้วยถ้อยคำที่เหมาะสม เชื่อถือได้ มีประโยน์ในทางที่จะก่อให้เกิดความสามัคคีนิรัคคฬะ เป็นชื่อของยัญชนิดที่ไม่มีขีดคั่น ฆ่าได้ทุกอย่าง เปรียบเทียบได้กับ การบริหารบ้านเมืองไม่ให้มีเสี้ยนหนามหลักตอ ไม่ให้มีโจรขโมยที่จะมาปล้นบ้านปล้นเรือน ประชาชนมีชีวิตที่เป็นสุขอย่างดี</p><p>ซึ่งการที่พระเจ้ามหาวิชิตราชจะปกครองบ้านเมืองให้มีความสุข ดำเนินไปได้ด้วยดี สอดแทรกการบูชาต่าง ๆ เหล่านี้นั้น จึงประกอบด้วยหลักธรรมที่เรียกว่า "ราชสังคหวัตถุ 5" </p><p>และในปีใหม่นี้ ขอให้คิดใคร่ครวญในวิธีการดำเนินชีวิตของเราในปีนี้ให้ดี ทำอย่างไรจึงจะมีผลมีอานิสงส์มากขึ้นไปได้ด้วยการตระเตรียมการริเริ่มที่น้อยลง</p><p>“พราหมณ์ เราไม่ได้สรรเสริญยัญไปเสียทุกอย่าง และเราก็ไม่ได้ติเตียนยัญไปเสียทั้งหมด เราไม่สรรเสริญยัญที่มีกิริยาคือ ยัญที่มีการฆ่า โค ๑ ยัญที่มีการฆ่าแพะ แกะ ๑ ยัญที่มีการฆ่าไก่ สุกร ๑ ยัญที่ทำให้สัตว์ต่าง ๆ ได้รับความเดือดร้อน ๑ ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะพระอรหันต์หรือท่านผู้บรรลุอรหัตตมรรคย่อมไม่เกี่ยวข้องกับยัญที่มีกิริยาอย่างนั้น</p><p>พราหมณ์ แต่เราสรรเสริญยัญที่ไม่มีกิริยา คือ นิจทาน และอนุกูลยัญ คือ ยัญที่ไม่มีการฆ่าโค ๑ ยัญที่ไม่มีการฆ่าแพะ แกะ ๑ ยัญที่ไม่มีการฆ่าไก่ สุกร ๑ ยัญที่ไม่ทำให้สัตว์ต่าง ๆ ได้รับความเดือดร้อน ๑ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะพระอรหันต์หรือท่านผู้บรรลุอรหัตตมรรคย่อมเกี่ยวข้องกับยัญที่ไม่มีกิริยาอย่างนี้”</p><p>มหายัญที่มีกิริยามากเหล่านั้น คือ อัสวเมธ บุรุษเมธ สัมมาปาสะ วาชเปยยะ นิรัคคละ ไม่มีผลมาก พระอริยะผู้ปฏิบัติชอบ แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ ย่อมไม่เกี่ยวข้องกับยัญ ที่มีการฆ่าแพะ แกะ โค และสัตว์ต่าง ๆ แต่พระอริยะผู้ปฏิบัติชอบ แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ ย่อมเกี่ยวข้องกับยัญที่ไม่มีกิริยา เอื้ออำนวยประโยชน์ ประชาชนบูชาทุกเมื่อ และไม่มีการฆ่าแพะ แกะ โค และสัตว์ต่าง ๆ</p><p>นักปราชญ์พึงบูชายัญนี้ที่มีผลมาก เพราะเมื่อบูชายัญอย่างนี้ ย่อมมีแต่ความดี ไม่มีความชั่ว ยัญย่อมแพร่หลาย และเทวดาก็เลื่อมใส…อุชชยสูตร ว่าด้วยปัญหาของอุชชยพราหมณ์</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร E09S10 , E09S11</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนุตตริยะ 6 6252-3d</title>
			<itunes:title>อนุตตริยะ 6 6252-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Dec 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:06:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/4a75c033-181a-4e45-967b-ab2d00e69cd1/media.mp3" length="31921538" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4a75c033-181a-4e45-967b-ab2d00e69cd1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e72</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPA5W6f9h21xUkx4kPoTX8+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e72.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน "อนุตตริยสูตร" เปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่างให้เห็นถึงว่า สิ่งทั่วไป ๆ ที่ชาวโลกชาวบ้านเขามักจะเข้าใจว่า เป็นการได้ เป็นการเห็น เป็นการฟัง เป็นการบำรุง และเป็นการระลึกถึง เป็นการศึกษา ที่จะคิดว่ามันจะดี ก็ยังไม่เป็นไปเพื่อสัมโพธิ ความรู้ยิ่ง หรือนิพพาน ยังไม่กล่าวว่า ยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่การได้ยิน ได้เห็นอะไร การศึกษาเรื่องอะไร ระลึกถึงสิ่งไหน แล้วมันไม่เป็นด้วยสาธารณะกับของคนอื่น เป็นของเฉพาะตน เป็นไปเพื่อปัญญา เป็นไปเพื่อนิพพาน อันนั้นสุดยอดกว่า ถ้าเราไม่เห็นไม่เข้าใจแสดงว่า ความรัก ความศรัทธาตั้งมั่น ยังไม่เต็มที่ ให้ฝึกให้มีความรัก ความศรัทธาตั้งมั่น ในพระพุทธเจ้าและในคำสอน เราจะเห็น จะเข้าใจในข้อนี้ได้</p><p>อนุตตริยสูตร ว่าด้วยสิ่งยอดเยี่ยม  6 อย่างทัสสนานุตริยะ - การเห็นอันเยี่ยม ได้แก่ การเห็นพระตถาคต และตถาคตสาวกรวมถึงสิ่งทั้งหลายที่จะให้เกิดความเจริญงอกงามแห่งจิตใจสวนานุตตริยะ -  การฟังอันเยี่ยม ได้แก่ การสดับธรรมของพระตถาคต และ ตถาคตสาวกลาภานุตตริยะ -  การได้อันเยี่ยม ได้แก่ การได้ศรัทธาในพระตถาคตและตถาคตสาวก หรือการได้อริยทรัพย์สิกขานุตตริยะ -  การศึกษาอันเยี่ยม ได้แก่ การฝึกอบรมในอธิศีล อธิจิต และอธิปัญญา ปาริจริยานุตตริยะ -  การบำเรออันเยี่ยม ได้แก่ การบำรุงรับใช้พระตถาคตและตถาคตสาวกอนุสสตานุตตริยะ -  การระลึกอันเยี่ยม ได้แก่ การระลึกถึงพระตถาคต และตถาคตสาวก</p><p>โดยสรุปคือ การเห็น การฟัง การได้ การศึกษา การช่วยรับใช้ และการรำลึกที่จะเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ ล่วงพ้นโสกะปริเทวะ ดับสูญทุกข์โทมนัส เพื่อการบรรลุญายธรรม ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน</p><p>#1952-2m0811</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน "อนุตตริยสูตร" เปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่างให้เห็นถึงว่า สิ่งทั่วไป ๆ ที่ชาวโลกชาวบ้านเขามักจะเข้าใจว่า เป็นการได้ เป็นการเห็น เป็นการฟัง เป็นการบำรุง และเป็นการระลึกถึง เป็นการศึกษา ที่จะคิดว่ามันจะดี ก็ยังไม่เป็นไปเพื่อสัมโพธิ ความรู้ยิ่ง หรือนิพพาน ยังไม่กล่าวว่า ยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่การได้ยิน ได้เห็นอะไร การศึกษาเรื่องอะไร ระลึกถึงสิ่งไหน แล้วมันไม่เป็นด้วยสาธารณะกับของคนอื่น เป็นของเฉพาะตน เป็นไปเพื่อปัญญา เป็นไปเพื่อนิพพาน อันนั้นสุดยอดกว่า ถ้าเราไม่เห็นไม่เข้าใจแสดงว่า ความรัก ความศรัทธาตั้งมั่น ยังไม่เต็มที่ ให้ฝึกให้มีความรัก ความศรัทธาตั้งมั่น ในพระพุทธเจ้าและในคำสอน เราจะเห็น จะเข้าใจในข้อนี้ได้</p><p>อนุตตริยสูตร ว่าด้วยสิ่งยอดเยี่ยม  6 อย่างทัสสนานุตริยะ - การเห็นอันเยี่ยม ได้แก่ การเห็นพระตถาคต และตถาคตสาวกรวมถึงสิ่งทั้งหลายที่จะให้เกิดความเจริญงอกงามแห่งจิตใจสวนานุตตริยะ -  การฟังอันเยี่ยม ได้แก่ การสดับธรรมของพระตถาคต และ ตถาคตสาวกลาภานุตตริยะ -  การได้อันเยี่ยม ได้แก่ การได้ศรัทธาในพระตถาคตและตถาคตสาวก หรือการได้อริยทรัพย์สิกขานุตตริยะ -  การศึกษาอันเยี่ยม ได้แก่ การฝึกอบรมในอธิศีล อธิจิต และอธิปัญญา ปาริจริยานุตตริยะ -  การบำเรออันเยี่ยม ได้แก่ การบำรุงรับใช้พระตถาคตและตถาคตสาวกอนุสสตานุตตริยะ -  การระลึกอันเยี่ยม ได้แก่ การระลึกถึงพระตถาคต และตถาคตสาวก</p><p>โดยสรุปคือ การเห็น การฟัง การได้ การศึกษา การช่วยรับใช้ และการรำลึกที่จะเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ ล่วงพ้นโสกะปริเทวะ ดับสูญทุกข์โทมนัส เพื่อการบรรลุญายธรรม ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน</p><p>#1952-2m0811</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การปฏิบัติเพื่อความสมดุลแห่งสมถะและวิปัสสนา 6251-3d</title>
			<itunes:title>การปฏิบัติเพื่อความสมดุลแห่งสมถะและวิปัสสนา 6251-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Dec 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>13:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ccb78f09-2baa-4dbb-9c2b-ab2600de3416/media.mp3" length="31772099" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ccb78f09-2baa-4dbb-9c2b-ab2600de3416</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e73</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INyoGXmaqWDgmjKpdhzfwwQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e73.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>7 คำถามที่ควรตั้งเป็นคำถาม เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงจุดตรงประเด็น มาในพระสูตรว่าด้วย "การปฏิบัติเพื่อความสมดุลแห่งสมถะและวิปัสสนา"  </p><p>ทั้งนี้ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ให้เราขยายผลออกไป ไตร่ตรองใคร่ครวญดูตัวเราว่า ในชีวิตประจำวันของเรานั้น การตั้งคำถามให้กับตัวเราเองนี้ มันถูกหรือไม่? เช่นว่า เราเจอเรื่องไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ยกตัวอ่างง่าย ๆ เราไปซื้อก๋วยเตี๋ยวแล้วเจอแมลงสาบอยู่ในนั้น หรือมีคนมาขับรถปาดหน้า เกือบชนกัน ทั้ง ๆ ที่ก็ขับมาดี ๆ  ถ้าเราตั้งคำถามว่า ร้านนี้ทำไมมันทำห่วยขนาดนี้ ซึ่งเป็นคำถามที่ผิดตั้งแต่แรก คำตอบที่ออกมาก็จะผิดพลาด คลาดเคลื่อนไปหมด </p><p>เพราะฉะนั้นการที่เราจะเพ่งจิตของเราไปให้มันถูกที่ถูกทางนั้น เราต้องจดจ่อไปในคำถามให้ถูก เวลามีสถานการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น คำถามที่ควรตั้งขึ้นก็คือ ฉันจะรักษาจิตของฉันในกรณีนี้ได้อย่างไร? ก็จะเริ่มมีคำตอบว่า คุณต้องตั้งสติขึ้น ใจเย็น ให้มีเมตตา มีการให้อภัย พอมีคนขับรถปาดหน้า โอ้ว! นี่เป็นโอกาสที่ฉันจะได้ให้แล้ว มีการให้ทานด้วยการให้ทาง  แล้วถามว่าเราจะมีคำตอบแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก็อยู่ที่ว่าการตั้งคำถามกับเหตุการณ์แบบนี้ สถานการณ์แบบนี้ เราจะสร้างกุศลธรรมขึ้นได้อย่างไร? คำถามจึงเป็นสื่งที่สำคัญมาก เราควรฝึกตั้งคำถามที่ถูกกับตัวเองใหม่ เหมือนเช่นตัวอย่างในพระสูตรเรื่องราวสมถะและวิปัสสนา </p><p>การปฏิบัติเพื่อความสมดุลย์แห่งสมถะและวิปัสสนา  </p><p>ภิกษุ ท. ! ในบรรดาสี่จำพวกนั้น  </p><p>1) บุคคลผู้ได้เจโตสมถะในภายใน แต่ไม่ได้อธิปัญญาธัมมวิปัสสนา นั้น บุคคลนั้น พึงเข้าไปหาบุคคล ผู้ได้อธิปัญญา ธัมมวิปัสสนา แล้วถามว่า  ท่านผู้มีอายุ ! เราควรเห็นสังขารกันอย่างไร?  ควรพิจารณากันอย่างไร?  ควรเห็นแจ้งสังขารกันอย่างไร?  </p><p>ดังนี้. ผู้ถูกถามนั้น จะพยากรณ์ตามที่ตนเห็นแล้ว แจ่มแจ้งแล้วอย่างไร แก่บุคคลนั้นว่า “ท่านผู้มีอายุ ! สังขารควร เห็นกันอย่างนี้ ๆ, สังขารควรพิจารณากันอย่างนี้ ๆ, สังขารควรเห็นแจ้งกันอย่างนี้ๆ” ดังนี้. สมัยต่อมา บุคคลนั้นก็จะเป็นผู้ได้ทั้ง เจโตสมถะในภายใน และอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา.  </p><p>2) ภิกษุ ท.! บุคคลผู้ได้อธิปัญญาธัมมวิปัสสนา แต่ไม่ได้เจโตสมถะในภายใน นั้น บุคคลนั้น พึงเข้าไปหาบุคคลผู้ได้เจโต สมถะในภายใน แล้วท่านถามว่า  ท่านผู้มีอายุ ! จิต เป็นสิ่งที่ควรดำรงไว้ (สณฺฐเปตพพฺ) อย่างไร?  ควรถูกชักนำไป (สนฺนิยาเทตพฺพ) อย่างไร?  ควรทำให้เป็นจิตมีอารมณ์เดียว (เอกทิกตฺตพฺพ) อย่างไร?  ควรทำให้ตั้งมั่น (สมาทหาตพฺพ) อย่างไร?  </p><p>ผู้ถูกถามนั้น จะพยากรณ์ ตามที่ตนเห็นแล้ว แจ่ม แจ้งแล้วอย่างไร แก่บุคคลนั้นว่า “ท่านผู้มีอายุ ! จิต เป็นสิ่งที่ควรดำรงไว้ ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ, ควรถูกชักนำไป ด้วยอาการอย่าง นี้ ๆ, ควรทำให้เป็นจิตมีอารมณ์เดียว ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ, ควรทำให้ตั้งมั่น ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ” ดังนี้. สมัยต่อมา บุคคลนั้น ก็จะเป็นผู้ได้ทั้งอธิปัญญาธัมมวิปัสสนาและเจโตสมถะในภายใน.  </p><p>3) ภิกษุ ท. ! บุคคลผู้ไม่ได้ทั้งเจโตสมถะในภายใน และอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา นั้น บุคคลนั้น พึงเข้าไปหาผู้ได้ทั้งเจโต สมถะในภายในและอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา แล้วถามว่า “ท่านผู้มีอายุ ! จิตเป็นสิ่งที่ควรดำรงไว้อย่างไร? ควรถูกชักนำไป อย่างไร? ควรทำให้เป็นจิตมีอารมณ์เดียวอย่างไร? ควรทำให้ตั้งมั่นอย่างไร? สังขารเป็นสิ่งที่ควรเห็น อย่างไร?ควรพิจารณา อย่างไร? ควรเห็นแจ้งอย่างไร?” ดังนี้. ผู้ถูกถามนั้นจะพยากรณ์ ตามที่ตน เห็นแล้วแจ่มแจ้งแล้วอย่างไร? แก่บุคคลนั้น ว่า “ท่านผู้มีอายุ ! จิตเป็นสิ่งที่ควรดำรงไว้ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ, ควรถูกชักนำไป ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ, ควรทำให้เป็นจิตมีอารมณ์ เดียว ด้วยอาการอย่างนี้ๆ, ควรทำให้ตั้งมั่น ด้วยอาการ อย่างนี้ ๆ; สังขารเป็นสิ่งที่ควรเห็นกันอย่างนี้ ๆ, ควรพิจารณากันอย่างนี้ ๆ, ควรเห็นแจ้งกันอย่างนี้ ๆ” ดังนี้. สมัยต่อมา บุคคลนั้น ก็จะเป็นผู้ได้ ทั้งเจโตสมถะในภายในและอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา.  </p><p>4)ภิกษุ ท. ! บุคคลผู้ได้ทั้งเจโตสมถะในภายใน และอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา นั้น บุคคลนั้น พึงดำรงตนไว้ในธรรมทั้งสอง นั้น แล้วประกอบความเพียร เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ ทั้งหลาย ให้ยิ่งขึ้นไป. ภิกษุ ท. ! บุคคล 4 จำพวกเหล่านี้มีอยู่ หาได้อยู่ ในโลก.  </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S62 , #เหตุของปัญญาเริ่มด้วยคำถาม , #เพ่งอย่างยุติธรรม (เพ่งให้ถูกที่)   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>7 คำถามที่ควรตั้งเป็นคำถาม เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงจุดตรงประเด็น มาในพระสูตรว่าด้วย "การปฏิบัติเพื่อความสมดุลแห่งสมถะและวิปัสสนา"  </p><p>ทั้งนี้ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ให้เราขยายผลออกไป ไตร่ตรองใคร่ครวญดูตัวเราว่า ในชีวิตประจำวันของเรานั้น การตั้งคำถามให้กับตัวเราเองนี้ มันถูกหรือไม่? เช่นว่า เราเจอเรื่องไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ยกตัวอ่างง่าย ๆ เราไปซื้อก๋วยเตี๋ยวแล้วเจอแมลงสาบอยู่ในนั้น หรือมีคนมาขับรถปาดหน้า เกือบชนกัน ทั้ง ๆ ที่ก็ขับมาดี ๆ  ถ้าเราตั้งคำถามว่า ร้านนี้ทำไมมันทำห่วยขนาดนี้ ซึ่งเป็นคำถามที่ผิดตั้งแต่แรก คำตอบที่ออกมาก็จะผิดพลาด คลาดเคลื่อนไปหมด </p><p>เพราะฉะนั้นการที่เราจะเพ่งจิตของเราไปให้มันถูกที่ถูกทางนั้น เราต้องจดจ่อไปในคำถามให้ถูก เวลามีสถานการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น คำถามที่ควรตั้งขึ้นก็คือ ฉันจะรักษาจิตของฉันในกรณีนี้ได้อย่างไร? ก็จะเริ่มมีคำตอบว่า คุณต้องตั้งสติขึ้น ใจเย็น ให้มีเมตตา มีการให้อภัย พอมีคนขับรถปาดหน้า โอ้ว! นี่เป็นโอกาสที่ฉันจะได้ให้แล้ว มีการให้ทานด้วยการให้ทาง  แล้วถามว่าเราจะมีคำตอบแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก็อยู่ที่ว่าการตั้งคำถามกับเหตุการณ์แบบนี้ สถานการณ์แบบนี้ เราจะสร้างกุศลธรรมขึ้นได้อย่างไร? คำถามจึงเป็นสื่งที่สำคัญมาก เราควรฝึกตั้งคำถามที่ถูกกับตัวเองใหม่ เหมือนเช่นตัวอย่างในพระสูตรเรื่องราวสมถะและวิปัสสนา </p><p>การปฏิบัติเพื่อความสมดุลย์แห่งสมถะและวิปัสสนา  </p><p>ภิกษุ ท. ! ในบรรดาสี่จำพวกนั้น  </p><p>1) บุคคลผู้ได้เจโตสมถะในภายใน แต่ไม่ได้อธิปัญญาธัมมวิปัสสนา นั้น บุคคลนั้น พึงเข้าไปหาบุคคล ผู้ได้อธิปัญญา ธัมมวิปัสสนา แล้วถามว่า  ท่านผู้มีอายุ ! เราควรเห็นสังขารกันอย่างไร?  ควรพิจารณากันอย่างไร?  ควรเห็นแจ้งสังขารกันอย่างไร?  </p><p>ดังนี้. ผู้ถูกถามนั้น จะพยากรณ์ตามที่ตนเห็นแล้ว แจ่มแจ้งแล้วอย่างไร แก่บุคคลนั้นว่า “ท่านผู้มีอายุ ! สังขารควร เห็นกันอย่างนี้ ๆ, สังขารควรพิจารณากันอย่างนี้ ๆ, สังขารควรเห็นแจ้งกันอย่างนี้ๆ” ดังนี้. สมัยต่อมา บุคคลนั้นก็จะเป็นผู้ได้ทั้ง เจโตสมถะในภายใน และอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา.  </p><p>2) ภิกษุ ท.! บุคคลผู้ได้อธิปัญญาธัมมวิปัสสนา แต่ไม่ได้เจโตสมถะในภายใน นั้น บุคคลนั้น พึงเข้าไปหาบุคคลผู้ได้เจโต สมถะในภายใน แล้วท่านถามว่า  ท่านผู้มีอายุ ! จิต เป็นสิ่งที่ควรดำรงไว้ (สณฺฐเปตพพฺ) อย่างไร?  ควรถูกชักนำไป (สนฺนิยาเทตพฺพ) อย่างไร?  ควรทำให้เป็นจิตมีอารมณ์เดียว (เอกทิกตฺตพฺพ) อย่างไร?  ควรทำให้ตั้งมั่น (สมาทหาตพฺพ) อย่างไร?  </p><p>ผู้ถูกถามนั้น จะพยากรณ์ ตามที่ตนเห็นแล้ว แจ่ม แจ้งแล้วอย่างไร แก่บุคคลนั้นว่า “ท่านผู้มีอายุ ! จิต เป็นสิ่งที่ควรดำรงไว้ ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ, ควรถูกชักนำไป ด้วยอาการอย่าง นี้ ๆ, ควรทำให้เป็นจิตมีอารมณ์เดียว ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ, ควรทำให้ตั้งมั่น ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ” ดังนี้. สมัยต่อมา บุคคลนั้น ก็จะเป็นผู้ได้ทั้งอธิปัญญาธัมมวิปัสสนาและเจโตสมถะในภายใน.  </p><p>3) ภิกษุ ท. ! บุคคลผู้ไม่ได้ทั้งเจโตสมถะในภายใน และอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา นั้น บุคคลนั้น พึงเข้าไปหาผู้ได้ทั้งเจโต สมถะในภายในและอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา แล้วถามว่า “ท่านผู้มีอายุ ! จิตเป็นสิ่งที่ควรดำรงไว้อย่างไร? ควรถูกชักนำไป อย่างไร? ควรทำให้เป็นจิตมีอารมณ์เดียวอย่างไร? ควรทำให้ตั้งมั่นอย่างไร? สังขารเป็นสิ่งที่ควรเห็น อย่างไร?ควรพิจารณา อย่างไร? ควรเห็นแจ้งอย่างไร?” ดังนี้. ผู้ถูกถามนั้นจะพยากรณ์ ตามที่ตน เห็นแล้วแจ่มแจ้งแล้วอย่างไร? แก่บุคคลนั้น ว่า “ท่านผู้มีอายุ ! จิตเป็นสิ่งที่ควรดำรงไว้ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ, ควรถูกชักนำไป ด้วยอาการอย่างนี้ ๆ, ควรทำให้เป็นจิตมีอารมณ์ เดียว ด้วยอาการอย่างนี้ๆ, ควรทำให้ตั้งมั่น ด้วยอาการ อย่างนี้ ๆ; สังขารเป็นสิ่งที่ควรเห็นกันอย่างนี้ ๆ, ควรพิจารณากันอย่างนี้ ๆ, ควรเห็นแจ้งกันอย่างนี้ ๆ” ดังนี้. สมัยต่อมา บุคคลนั้น ก็จะเป็นผู้ได้ ทั้งเจโตสมถะในภายในและอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา.  </p><p>4)ภิกษุ ท. ! บุคคลผู้ได้ทั้งเจโตสมถะในภายใน และอธิปัญญาธัมมวิปัสสนา นั้น บุคคลนั้น พึงดำรงตนไว้ในธรรมทั้งสอง นั้น แล้วประกอบความเพียร เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ ทั้งหลาย ให้ยิ่งขึ้นไป. ภิกษุ ท. ! บุคคล 4 จำพวกเหล่านี้มีอยู่ หาได้อยู่ ในโลก.  </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S62 , #เหตุของปัญญาเริ่มด้วยคำถาม , #เพ่งอย่างยุติธรรม (เพ่งให้ถูกที่)   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>3 ยอดธง | ธชัคคสูตร 6250-3d</title>
			<itunes:title>3 ยอดธง | ธชัคคสูตร 6250-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Dec 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/c4c1caf3-3425-4bed-9221-ab1b00d7f93f/media.mp3" length="29104245" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c4c1caf3-3425-4bed-9221-ab1b00d7f93f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e74</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOzqHO3k8sPkKMv3E/5fa7O]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e74.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>3 ยอดธง | ความมหัศจรรย์ของแก้ว 3 ประการ (พระรัตนตรัย) คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ นั้นมีมากมาย ด้วยความที่เป็นเหตุเป็นผล และได้ผลตามเหตุที่ทำอย่างถึงที่สุดนั้นจริง ๆ ในเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา ที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นในจิตใจของเรา ทำให้กิเลสมันลดลง ๆ กำจัดความกลัว ความสะดุ้งหวาดเสียว และความขนพองสยองเกล้าได้ นี่แหละคือ ความมหัศจรรย์ อันเป็นความน่าทึ่งในธรรมวินัยนี้</p><p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "ธชัคคสูตร" (คำว่า ธชัคคะ แปลว่า ยอดธง ) ปรารภสงครามระหว่างเทวดากับอสูร โดยเมื่อเหล่าเทวดาทั้งหลายเกิดความกลัว ความสะดุ้งหวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้าเกิดขึ้นในการรบ ให้พึงแลดูยอดธงของท้าวสักกะจอมเทวดา หรือของเทวราชที่รองลงมา ความกลัวความสะดุ้งหวาดเสียวนั้นก็จะหายไปได้</p><p>ส่วนพระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า เมื่อเข้าไปอยู่ในป่าแล้วเกิดความกลัวขึ้น ก็ให้ระลึกถึงพระองค์ หรือระลึกถึงพระธรรม หรือระลึกถึงพระสงฆ์ ให้เจริญพุทธานุสสติ ธรรมานุสสติ สังฆานุสสติ ก็จะทำให้ความกลัวต่าง ๆ ความสะดุ้งหวาดเสียว หายไปได้   </p><p>ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี พึงระลึกถึงพระสัมพุทธเจ้าเถิด ความกลัวไม่พึงมีแก่เธอทั้งหลาย ถ้าว่าเธอทั้งหลายไม่พึงระลึกถึง พระพุทธเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน ทีนั้น เธอทั้งหลายพึงระลึกถึงพระธรรมอันนำออกจากทุกข์ อัน พระพุทธเจ้าทรงแสดงดีแล้ว ถ้าเธอทั้งหลายไม่พึงระลึกถึง พระธรรมอันนำออกจากทุกข์ อันพระพุทธเจ้าทรงแสดงดีแล้ว ทีนั้น เธอทั้งหลายพึงระลึกถึงพระสงฆ์ผู้เป็นบุญเขต ไม่มีบุญ เขตอื่นยิ่งไปกว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเธอทั้งหลายระลึกถึง พระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์อยู่ ความกลัวก็ดี ความหวาดสะดุ้งก็ดี ความขนพองสยองเกล้าก็ดี จักไม่มีเลย ฯ …ธชัคคสูตรที่ ๓</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E01 , S07E54 , S07E46</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>3 ยอดธง | ความมหัศจรรย์ของแก้ว 3 ประการ (พระรัตนตรัย) คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ นั้นมีมากมาย ด้วยความที่เป็นเหตุเป็นผล และได้ผลตามเหตุที่ทำอย่างถึงที่สุดนั้นจริง ๆ ในเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา ที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นในจิตใจของเรา ทำให้กิเลสมันลดลง ๆ กำจัดความกลัว ความสะดุ้งหวาดเสียว และความขนพองสยองเกล้าได้ นี่แหละคือ ความมหัศจรรย์ อันเป็นความน่าทึ่งในธรรมวินัยนี้</p><p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "ธชัคคสูตร" (คำว่า ธชัคคะ แปลว่า ยอดธง ) ปรารภสงครามระหว่างเทวดากับอสูร โดยเมื่อเหล่าเทวดาทั้งหลายเกิดความกลัว ความสะดุ้งหวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้าเกิดขึ้นในการรบ ให้พึงแลดูยอดธงของท้าวสักกะจอมเทวดา หรือของเทวราชที่รองลงมา ความกลัวความสะดุ้งหวาดเสียวนั้นก็จะหายไปได้</p><p>ส่วนพระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า เมื่อเข้าไปอยู่ในป่าแล้วเกิดความกลัวขึ้น ก็ให้ระลึกถึงพระองค์ หรือระลึกถึงพระธรรม หรือระลึกถึงพระสงฆ์ ให้เจริญพุทธานุสสติ ธรรมานุสสติ สังฆานุสสติ ก็จะทำให้ความกลัวต่าง ๆ ความสะดุ้งหวาดเสียว หายไปได้   </p><p>ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี พึงระลึกถึงพระสัมพุทธเจ้าเถิด ความกลัวไม่พึงมีแก่เธอทั้งหลาย ถ้าว่าเธอทั้งหลายไม่พึงระลึกถึง พระพุทธเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน ทีนั้น เธอทั้งหลายพึงระลึกถึงพระธรรมอันนำออกจากทุกข์ อัน พระพุทธเจ้าทรงแสดงดีแล้ว ถ้าเธอทั้งหลายไม่พึงระลึกถึง พระธรรมอันนำออกจากทุกข์ อันพระพุทธเจ้าทรงแสดงดีแล้ว ทีนั้น เธอทั้งหลายพึงระลึกถึงพระสงฆ์ผู้เป็นบุญเขต ไม่มีบุญ เขตอื่นยิ่งไปกว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเธอทั้งหลายระลึกถึง พระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์อยู่ ความกลัวก็ดี ความหวาดสะดุ้งก็ดี ความขนพองสยองเกล้าก็ดี จักไม่มีเลย ฯ …ธชัคคสูตรที่ ๓</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E01 , S07E54 , S07E46</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเพียรที่เป็นทางสายกลาง 6249-3d</title>
			<itunes:title>ความเพียรที่เป็นทางสายกลาง 6249-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Dec 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d7cd346c-4158-4ccf-8769-ab18011535eb/media.mp3" length="30224250" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d7cd346c-4158-4ccf-8769-ab18011535eb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e75</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMDNKqjeROP5nd+84wbjk6y]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e75.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>หัวข้อในเอพิโสดนี้ คือ เหตุใดบางคนจึงสามารถมีความอดทนหนักแน่นเข้มแข็ง ปรารภความเพียรได้อย่างไม่ย่อหย่อน ส่วนอีกคนหนึ่งก็ขี้เกียจไม่เอาอะไร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ถึง ที่ตั้งแห่งความเกียจคร้าน (กุสีตวัตถุสูตร) และ ที่ตั้งแห่งการปรารภความเพียร (อารัพภวัตถุสูตร) เปรียบเทียบในวาระเดียวกัน มี 8 ข้อ แต่ให้เกิดผลคนละอย่าง แตกต่างกันคนละขั้ว และ การปรารภความเพียรจะต้องมีจิตตั้งไว้จดจ่อกับมรรค 8</p><p>เหตุของการตั้งความเพียรได้ เพราะมีการเพ่งจิตไว้ถูกต้องยกตัวอย่างเปรียบเทียบไว้กับ นกมูลไถ ช้างฉัททันต์ และ ม้าอาชาไนย </p><p>คนเราเปลี่ยนแปลงได้ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม "เปลี่ยนแปลงได้" หมายความว่า มันเป็นเรื่องราวมาอยู่แล้ว มันเป็นการตั้งจิตมาอยู่แล้ว เราก็เปลี่ยนแปลงตั้งจิตใหม่ จากการที่จะเพ่งไว้อยู่กับความสบายอยู่กับความลำบาก อยู่กับเรื่องราวสิ่งต่าง ๆ ไม่เอาเรามาเพ่งจิตตั้งไว้อยู่กับมรรค 8 จิตของเราตั้งอยู่กับมรรค 8 คือ มีสามัญญผลตั้งอยู่กับผลที่เป็นสามัญญลักษณะที่มันจะเกิดขึ้นตามกระบวนการของมรรค จิตเราจะมีกำลังขึ้นมาทันที</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S58 ,  E07S64 , E07S63 , คลังพระสูตร E09S07 , ตามใจท่าน E09S55   </p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>หัวข้อในเอพิโสดนี้ คือ เหตุใดบางคนจึงสามารถมีความอดทนหนักแน่นเข้มแข็ง ปรารภความเพียรได้อย่างไม่ย่อหย่อน ส่วนอีกคนหนึ่งก็ขี้เกียจไม่เอาอะไร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ถึง ที่ตั้งแห่งความเกียจคร้าน (กุสีตวัตถุสูตร) และ ที่ตั้งแห่งการปรารภความเพียร (อารัพภวัตถุสูตร) เปรียบเทียบในวาระเดียวกัน มี 8 ข้อ แต่ให้เกิดผลคนละอย่าง แตกต่างกันคนละขั้ว และ การปรารภความเพียรจะต้องมีจิตตั้งไว้จดจ่อกับมรรค 8</p><p>เหตุของการตั้งความเพียรได้ เพราะมีการเพ่งจิตไว้ถูกต้องยกตัวอย่างเปรียบเทียบไว้กับ นกมูลไถ ช้างฉัททันต์ และ ม้าอาชาไนย </p><p>คนเราเปลี่ยนแปลงได้ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม "เปลี่ยนแปลงได้" หมายความว่า มันเป็นเรื่องราวมาอยู่แล้ว มันเป็นการตั้งจิตมาอยู่แล้ว เราก็เปลี่ยนแปลงตั้งจิตใหม่ จากการที่จะเพ่งไว้อยู่กับความสบายอยู่กับความลำบาก อยู่กับเรื่องราวสิ่งต่าง ๆ ไม่เอาเรามาเพ่งจิตตั้งไว้อยู่กับมรรค 8 จิตของเราตั้งอยู่กับมรรค 8 คือ มีสามัญญผลตั้งอยู่กับผลที่เป็นสามัญญลักษณะที่มันจะเกิดขึ้นตามกระบวนการของมรรค จิตเราจะมีกำลังขึ้นมาทันที</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S58 ,  E07S64 , E07S63 , คลังพระสูตร E09S07 , ตามใจท่าน E09S55   </p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มาตรฐานการอ้อนวอนด้วยศรัทธาโดยชอบ 6248-3d</title>
			<itunes:title>มาตรฐานการอ้อนวอนด้วยศรัทธาโดยชอบ 6248-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Nov 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6b30f6e7-2b51-4fc5-bc2c-ab11012e64d6/media.mp3" length="27136644" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6b30f6e7-2b51-4fc5-bc2c-ab11012e64d6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e76</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPp2E7oHo19We9qyG/VS7fo]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e76.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ตราชู”  ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสเปรียบเทียบไว้เป็นมาตรฐานสำหรับการปฏิบัติในธรรมวินัยนี้ ได้กล่าวเปรียบเทียบ การที่เราจะมีแบบอย่างที่เป็นเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) มีการประมาณที่คาดคะเนได้ว่า การปฏิบัติของเราที่จะทำให้มันดี ทำให้มันชอบ ทำให้มันเลิศ ทำให้มันสูง ทำให้มันตรงเยี่ยมนั้น จะเอาที่ตรงระดับไหน</p><p>จึงยกพระสูตรว่าด้วยความปรารถนา ที่มาใน จตุกนิบาติ ข้อที่ 176 โดยกล่าวถึงการตั้งความปรารถนาโดยยกในเรื่องของสงฆ์คือหมู่ผู้ฟังคำสอน ทั้ง 4 จำพวก อย่างละคู่ รวม 8 บุคคล ได้แก่ พระสารีบุตร-พระมหาโมคคัลลานะ, เขมาภิกษุณี-อุบลวรรณาภิกษุณี, จิตตคหบดี-หัตถกอุบาสก,นางอุตตรา นางขุชชุตรา มาให้ได้ศึกษากันโดยอธิบายแต่ละคนไล่ขึ้นแบบปฏิโลม ซึ่งเมื่อเราได้ตั้งความปรารถนา มีการอ้อนวอนให้ได้ตามความปรารถนานั้น ก็จะต้องมีแบบอย่างเอามาเป็นเกณฑ์มาตรฐาน เอามาไว้เป็นตราชู  เอามาใช้เป็นคู่เปรียบในการปฏิบัติของเราให้มันดี เป็น “สุปฏิปันโน” ปฏิบัติให้มันชอบ เป็น “อุชุปฏิปันโน” ปฏิบัติให้มันถูกทาง เป็น “ญายปฏิปันโน” และปฏิบัติให้มันสมควร เป็น “สามีจิปฏิปันโน” </p><p>และขอฝากไว้ในเรื่องของ "มาตรฐานของการอ้อนวอน" ที่เราจะพัฒนาปรับปรุงตัวเราให้เป็นแบบไหน เวลาที่อธิษฐานขอพร ก็ขอให้เรามีสติปัญญา มีศีล มีสมาธิ มีวิมุตติ มีวิมุตติญาณทัศนะ ให้เป็นไปอย่างในระดับของเหล่าอริยสาวกที่มีความเลิศในหมวดหมู่นั้น ๆ ให้ตั้งความปรารถนาไว้ ให้ตั้งจิตเอาไว้ ขอพรเอาไว้ มันจะเป็นการดี</p><p>[๑๗๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีศรัทธาเมื่อปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะเถิด ดูกร ภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรและโมคคัลลานะนี้เป็นตราชู เป็นประมาณแห่งภิกษุ ทั้งหลายผู้สาวกของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีผู้มีศรัทธา เมื่อปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นพระเขมาภิกษุณี และพระอุบลวรรณาภิกษุณี เถิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย เขมาภิกษุณีและอุบลวรรณาภิกษุณีนี้เป็นตราชู เป็น ประมาณแห่งภิกษุณีทั้งหลายผู้สาวิกาของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสกผู้มีศรัทธา เมื่อปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นจิตตคฤหบดีและ หัตถกอุบาสกชาวเมืองอาฬวีเถิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตตคฤหบดีและหัตถกอุบาสก ชาวเมืองอาฬวีนี้เป็นตราชู เป็นประมาณแห่งอุบาสกทั้งหลายผู้เป็นสาวกของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสิกาผู้มีศรัทธาเมื่อปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นนางขุชชุตราอุบาสิกา และนางเวฬุกัณฏกีนันทมารดาเถิด ดูกร ภิกษุทั้งหลาย นางขุชชุตราอุบาสิกา และนางเวฬุกัณฏกีนันทมารดานี้เป็นตราชู เป็นประมาณของอุบาสิกาทั้งหลายผู้สาวิกาของเรา ฯ…สัญเจตนิยวรรคที่ ๓ จตุกกนิบาต</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก E02S09 ,  E02S08 , E02S04 , E02S03 , E01S34 , E01S10 , E01S09 , คลังพระสูตร E09S01  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ตราชู”  ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสเปรียบเทียบไว้เป็นมาตรฐานสำหรับการปฏิบัติในธรรมวินัยนี้ ได้กล่าวเปรียบเทียบ การที่เราจะมีแบบอย่างที่เป็นเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) มีการประมาณที่คาดคะเนได้ว่า การปฏิบัติของเราที่จะทำให้มันดี ทำให้มันชอบ ทำให้มันเลิศ ทำให้มันสูง ทำให้มันตรงเยี่ยมนั้น จะเอาที่ตรงระดับไหน</p><p>จึงยกพระสูตรว่าด้วยความปรารถนา ที่มาใน จตุกนิบาติ ข้อที่ 176 โดยกล่าวถึงการตั้งความปรารถนาโดยยกในเรื่องของสงฆ์คือหมู่ผู้ฟังคำสอน ทั้ง 4 จำพวก อย่างละคู่ รวม 8 บุคคล ได้แก่ พระสารีบุตร-พระมหาโมคคัลลานะ, เขมาภิกษุณี-อุบลวรรณาภิกษุณี, จิตตคหบดี-หัตถกอุบาสก,นางอุตตรา นางขุชชุตรา มาให้ได้ศึกษากันโดยอธิบายแต่ละคนไล่ขึ้นแบบปฏิโลม ซึ่งเมื่อเราได้ตั้งความปรารถนา มีการอ้อนวอนให้ได้ตามความปรารถนานั้น ก็จะต้องมีแบบอย่างเอามาเป็นเกณฑ์มาตรฐาน เอามาไว้เป็นตราชู  เอามาใช้เป็นคู่เปรียบในการปฏิบัติของเราให้มันดี เป็น “สุปฏิปันโน” ปฏิบัติให้มันชอบ เป็น “อุชุปฏิปันโน” ปฏิบัติให้มันถูกทาง เป็น “ญายปฏิปันโน” และปฏิบัติให้มันสมควร เป็น “สามีจิปฏิปันโน” </p><p>และขอฝากไว้ในเรื่องของ "มาตรฐานของการอ้อนวอน" ที่เราจะพัฒนาปรับปรุงตัวเราให้เป็นแบบไหน เวลาที่อธิษฐานขอพร ก็ขอให้เรามีสติปัญญา มีศีล มีสมาธิ มีวิมุตติ มีวิมุตติญาณทัศนะ ให้เป็นไปอย่างในระดับของเหล่าอริยสาวกที่มีความเลิศในหมวดหมู่นั้น ๆ ให้ตั้งความปรารถนาไว้ ให้ตั้งจิตเอาไว้ ขอพรเอาไว้ มันจะเป็นการดี</p><p>[๑๗๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีศรัทธาเมื่อปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะเถิด ดูกร ภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรและโมคคัลลานะนี้เป็นตราชู เป็นประมาณแห่งภิกษุ ทั้งหลายผู้สาวกของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีผู้มีศรัทธา เมื่อปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นพระเขมาภิกษุณี และพระอุบลวรรณาภิกษุณี เถิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย เขมาภิกษุณีและอุบลวรรณาภิกษุณีนี้เป็นตราชู เป็น ประมาณแห่งภิกษุณีทั้งหลายผู้สาวิกาของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสกผู้มีศรัทธา เมื่อปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นจิตตคฤหบดีและ หัตถกอุบาสกชาวเมืองอาฬวีเถิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตตคฤหบดีและหัตถกอุบาสก ชาวเมืองอาฬวีนี้เป็นตราชู เป็นประมาณแห่งอุบาสกทั้งหลายผู้เป็นสาวกของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสิกาผู้มีศรัทธาเมื่อปรารถนาโดยชอบ พึงปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราจงเป็นเช่นนางขุชชุตราอุบาสิกา และนางเวฬุกัณฏกีนันทมารดาเถิด ดูกร ภิกษุทั้งหลาย นางขุชชุตราอุบาสิกา และนางเวฬุกัณฏกีนันทมารดานี้เป็นตราชู เป็นประมาณของอุบาสิกาทั้งหลายผู้สาวิกาของเรา ฯ…สัญเจตนิยวรรคที่ ๓ จตุกกนิบาต</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก E02S09 ,  E02S08 , E02S04 , E02S03 , E01S34 , E01S10 , E01S09 , คลังพระสูตร E09S01  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีข่มขี่ ถ้อยคำอันเป็นข้าศึก ให้ราบคาบไปโดยธรรม (ทิฏฐิสูตร)</title>
			<itunes:title>วิธีข่มขี่ ถ้อยคำอันเป็นข้าศึก ให้ราบคาบไปโดยธรรม (ทิฏฐิสูตร)</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 19 Nov 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>16:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9cef2393-1d1d-47c8-8a7f-ab0a00ffefc0/media.mp3" length="30980251" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9cef2393-1d1d-47c8-8a7f-ab0a00ffefc0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e77</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOiU05D7rhZrvYei/P6xs+d]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e77.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระธรรมอันพระพุทธเจ้าทรงที่บอกสอนไว้ดีแล้ว ด้วยความรู้ยิ่ง มีเหตุผล และน่าอัศจรรรย์ ทิ้งไว้เป็นมรดกให้เรารักษาปฏิบัติทำให้ดี ซึ่งนั่นจะเป็นความรุ่งเรือง เป็นความดีงาม เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่ใช่แค่แก่มนุษย์เท่านั้น แต่ยังแก่เทวดาทั้งหลายด้วย ไม่ใช่แก่กลุ่มเดียวนี้เท่านั้น แต่ยังกับกลุ่มอื่น ๆ ทั้งหลายด้วย ดังนั้นเราในฐานะพุทธบริษัทผู้เป็นธรรมทายาท จึงมีหน้าที่ช่วยกันดูแลรักษาธรรมวินัยให้ถูกต้องสืบต่อไป </p><p>โดยในเอพิโสดนี้ จึงได้ยกหัวข้อในเรื่อง "การข่มขี่ปรัปวาทโดยธรรม" จาก ทิฏฐิสูตร [๙๓] ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ปรารภท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีกล่าวข่มขี่ถ้อยคำอันเป็นข้าศึกให้ราบคาบไปโดยธรรม พร้อมแสดงธรรมที่มีความน่าอัศจรรย์แก่เหล่าอัญญเดียรถีย์ปริพาชกในเรื่องของทิฐิได้ และอย่างไรที่เรียกว่า วิธีข่มขี่ถ้อยคำอันเป็นข้าศึกให้ราบคาบไปโดยธรรม </p><p>"ภิกษุใดแลเป็นผู้มีธรรมอันไม่หวั่นไหวในธรรมวินัยตลอดกาลนาน ภิกษุ แม้นั้นพึงข่มขี่อัญญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้น ให้เป็นการข่มขี่ด้วยดีโดยชอบธรรมอย่างนี้ เหมือนท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดีข่มขี่แล้ว ฉะนั้น"…ทิฏฐิสูตร [๙๓] </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E21 , คลังพระสูตร S08E32 , #อาการที่แสดงธรรม 3 อย่าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระธรรมอันพระพุทธเจ้าทรงที่บอกสอนไว้ดีแล้ว ด้วยความรู้ยิ่ง มีเหตุผล และน่าอัศจรรรย์ ทิ้งไว้เป็นมรดกให้เรารักษาปฏิบัติทำให้ดี ซึ่งนั่นจะเป็นความรุ่งเรือง เป็นความดีงาม เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่ใช่แค่แก่มนุษย์เท่านั้น แต่ยังแก่เทวดาทั้งหลายด้วย ไม่ใช่แก่กลุ่มเดียวนี้เท่านั้น แต่ยังกับกลุ่มอื่น ๆ ทั้งหลายด้วย ดังนั้นเราในฐานะพุทธบริษัทผู้เป็นธรรมทายาท จึงมีหน้าที่ช่วยกันดูแลรักษาธรรมวินัยให้ถูกต้องสืบต่อไป </p><p>โดยในเอพิโสดนี้ จึงได้ยกหัวข้อในเรื่อง "การข่มขี่ปรัปวาทโดยธรรม" จาก ทิฏฐิสูตร [๙๓] ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ปรารภท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีกล่าวข่มขี่ถ้อยคำอันเป็นข้าศึกให้ราบคาบไปโดยธรรม พร้อมแสดงธรรมที่มีความน่าอัศจรรย์แก่เหล่าอัญญเดียรถีย์ปริพาชกในเรื่องของทิฐิได้ และอย่างไรที่เรียกว่า วิธีข่มขี่ถ้อยคำอันเป็นข้าศึกให้ราบคาบไปโดยธรรม </p><p>"ภิกษุใดแลเป็นผู้มีธรรมอันไม่หวั่นไหวในธรรมวินัยตลอดกาลนาน ภิกษุ แม้นั้นพึงข่มขี่อัญญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้น ให้เป็นการข่มขี่ด้วยดีโดยชอบธรรมอย่างนี้ เหมือนท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดีข่มขี่แล้ว ฉะนั้น"…ทิฏฐิสูตร [๙๓] </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E21 , คลังพระสูตร S08E32 , #อาการที่แสดงธรรม 3 อย่าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อสุภะ 10 6246-3d</title>
			<itunes:title>อสุภะ 10 6246-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 12 Nov 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/78e427ed-988d-469c-abf4-ab03012e5917/media.mp3" length="27977477" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">78e427ed-988d-469c-abf4-ab03012e5917</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e78</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INt1zy82MpCCYWQ7ZD72Ufe]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e78.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ได้ยกวิธีการพิจารณาอสุภะ ด้วยอาการ 11 อย่างขึ้นมาอธิบาย โดยพิจารณาเจาะจงลงมาที่หัวข้อ "ซากศพในสภาพต่าง ๆ"  นั่นคือ อสุภะ 10 ซึ่งแต่ละอย่างนั้นมีรายละเอียดที่จะให้เกิดความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความคลายกำหนัดในผู้มีราคจริตในแบบต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงให้พิจารณามาในหัวข้อเหล่านี้ว่า มันคืออะไร และเหมาะกับผู้มีความกำหนัดยินดีในประเภทไหน</p><p>วิธีพิจารณานั้น เราสามารถนึกเป็นภาพขึ้นในใจก็ได้ โดยค้นหาดูภาพประกอบได้จากหนังสือ ยูทูป หรือจากในอินเตอร์เน็ต ที่เมื่อเราเห็นดูได้ นี้จึงเป็นองค์แห่งกรรมฐานในการที่จะตั้งไว้ พิจารณาให้มันถูกจุดถูกที่ ให้มันเป็นสัปปายะ จะทำให้มีการปล่อยวางได้เร็ว ทำให้จิตของเราสามารถเห็นด้วยปัญญาที่จะคลายความกำหนัดยินดีในกาย ปล่อยวางกายนี้ได้  </p><p> "ก็อสุภะนี้แม้ทั้ง ๑๐ อย่าง โดยลักษณะก็มีอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยว่า อสุภะแม้ ๑๐ อย่างนี้มีความเป็นของปฏิกูลโดยเป็นของไม่สะอาดมีกลิ่นเหม็น น่ารังเกียจเท่านั้นเป็นลักษณะ โดยลักษณะนี้ อสุภะนี้นั้นจึงไม่ปรากฏในสรีระที่ตายแล้วอย่างเดียว ย่อมปรากฏแม้ในร่างกายที่ยังมีชีวิตอยู่ เหมือนพระมหาติสสเถระผู้อยู่ในวิหารเจติยบรรพตเกาะสีหลผู้เห็นกระดูกฟัน และเหมือนปรากฏแก่สามเณรอุปัฏฐาก พระสังฆรักขิตเถระซึ่งแลดูพระราชาผู้ประทับเหนือคอช้าง ฉะนั้น เพราะว่าร่างกายที่ตายแล้วเป็นอสุภะฉันใด แม้สรีระที่กำลังเป็นอยู่ก็เป็นอสุภะฉันนั้นนั่นแหละ แต่ว่าในร่างกายที่ยังเป็นอยู่นี้ ลักษณะแห่งอสุภะย่อมไม่ปรากฏ เพราะเครื่องประดับจรมาปิดบังไว้ ฉะนี้แล."…อสุภกถา อรรถกถา ธรรมสังคณีปกรณ์ จิตตุปปาทกัณฑ์ กุศลธรรม รูปาวจรกุศล อสุภฌาน ๑๐</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E38 , นิทานพรรณนา S01E24  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ได้ยกวิธีการพิจารณาอสุภะ ด้วยอาการ 11 อย่างขึ้นมาอธิบาย โดยพิจารณาเจาะจงลงมาที่หัวข้อ "ซากศพในสภาพต่าง ๆ"  นั่นคือ อสุภะ 10 ซึ่งแต่ละอย่างนั้นมีรายละเอียดที่จะให้เกิดความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความคลายกำหนัดในผู้มีราคจริตในแบบต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงให้พิจารณามาในหัวข้อเหล่านี้ว่า มันคืออะไร และเหมาะกับผู้มีความกำหนัดยินดีในประเภทไหน</p><p>วิธีพิจารณานั้น เราสามารถนึกเป็นภาพขึ้นในใจก็ได้ โดยค้นหาดูภาพประกอบได้จากหนังสือ ยูทูป หรือจากในอินเตอร์เน็ต ที่เมื่อเราเห็นดูได้ นี้จึงเป็นองค์แห่งกรรมฐานในการที่จะตั้งไว้ พิจารณาให้มันถูกจุดถูกที่ ให้มันเป็นสัปปายะ จะทำให้มีการปล่อยวางได้เร็ว ทำให้จิตของเราสามารถเห็นด้วยปัญญาที่จะคลายความกำหนัดยินดีในกาย ปล่อยวางกายนี้ได้  </p><p> "ก็อสุภะนี้แม้ทั้ง ๑๐ อย่าง โดยลักษณะก็มีอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยว่า อสุภะแม้ ๑๐ อย่างนี้มีความเป็นของปฏิกูลโดยเป็นของไม่สะอาดมีกลิ่นเหม็น น่ารังเกียจเท่านั้นเป็นลักษณะ โดยลักษณะนี้ อสุภะนี้นั้นจึงไม่ปรากฏในสรีระที่ตายแล้วอย่างเดียว ย่อมปรากฏแม้ในร่างกายที่ยังมีชีวิตอยู่ เหมือนพระมหาติสสเถระผู้อยู่ในวิหารเจติยบรรพตเกาะสีหลผู้เห็นกระดูกฟัน และเหมือนปรากฏแก่สามเณรอุปัฏฐาก พระสังฆรักขิตเถระซึ่งแลดูพระราชาผู้ประทับเหนือคอช้าง ฉะนั้น เพราะว่าร่างกายที่ตายแล้วเป็นอสุภะฉันใด แม้สรีระที่กำลังเป็นอยู่ก็เป็นอสุภะฉันนั้นนั่นแหละ แต่ว่าในร่างกายที่ยังเป็นอยู่นี้ ลักษณะแห่งอสุภะย่อมไม่ปรากฏ เพราะเครื่องประดับจรมาปิดบังไว้ ฉะนี้แล."…อสุภกถา อรรถกถา ธรรมสังคณีปกรณ์ จิตตุปปาทกัณฑ์ กุศลธรรม รูปาวจรกุศล อสุภฌาน ๑๐</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E38 , นิทานพรรณนา S01E24  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความจริงในขันธ์ 5 คือ ไม่เที่ยง อนัตตา 6245-3d</title>
			<itunes:title>ความจริงในขันธ์ 5 คือ ไม่เที่ยง อนัตตา 6245-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Nov 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/26f7564c-636b-47bf-9f7c-aaf800c20299/media.mp3" length="29552569" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">26f7564c-636b-47bf-9f7c-aaf800c20299</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e79</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMzv8gwNPuVheNJ6IGP+mwP]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e79.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นเนื้อหาที่ต่อจากเอพิโสดที่แล้วในเรื่องของขันธ์ 5 ซึ่งประเด็นที่เชื่อมต่อกันมาก็คือ ขันธ์ 5 ที่เราเข้าใจแล้วว่า ต้องทำความกำหนดรู้ ทำความเข้าใจ ยกตัวอย่างการเรียนภาษา เราก็ไม่รู้ในภาษานั้น ๆ เราก็ฝึกเรียน ตอนแรกมันไม่รู้ สัญญามันจึงต้องเรียนรู้เอา การเรียนรู้ก็คือ สัญญาแบบหนึ่งปรุงแต่งเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จรูปไปเป็นสัญญาอีกแบบหนึ่งขึ้นมา การปรุงแต่งนั้นคือ สังขาร ดังนั้นสังขารก็คือการเรียนรู้ นั่นแหละ การฝึกทักษะความรู้ การท่องจำศัพท์ต่าง ๆ เกิดเป็นสัญญาใหม่ ซึ่งเมื่อทำให้มีสังขารมีสัญญา ๆ ขึ้นมา ทำให้เกิดขึ้นบ่อยๆ โดยเอาสมาธิเชื่อมเข้าไป สัญญาสังขารนั้นมันจะเป็นจะเกิดเป็นญาณ เป็นความรู้เกิดขึ้นมา เราจะสามารถโต้ตอบภาษานั้น ๆ ได้โดยอัตโนมัติ ญาณจึงเกิดขึ้นได้ในทุกระดับ รวมถึงทักษะศิลปวิชาชีพต่าง ๆ จะสามารถแทงตลอดในเรื่องนั้น ๆ ได้ฉับพลันทันที เปรียบไว้เหมือนกับนักเลงรถ ชี้ไปตรงไหนมีเหตุเกิดขึ้นอย่างไรเขาจะรู้ส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถทั้งหมด โดยไม่ต้องเตรียมการไว้ก่อน เพราะนั่นคือญาณของเขา ที่เกิดจากฝึกทำ พูด คิด อยู่เป็นประจำ </p><p>สัญญาจึงเกิดก่อน ญาณจึงเกิดตามมา ในที่นี้เราศึกษาเรื่องของขันธ์ 5 ก็เพื่อจะให้เกิดญาณในขันธ์ ทั้ง 5 เป็นความรู้อย่างนี้ว่า มันเป็นของไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา มีความแปรปรวนไปเป็นอย่างอื่น เป็นธรรมดา เป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารอะไรไม่ได้ เห็นสัจจะความจริงอย่างนี้ ซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ บ่อย ๆ มีสังขารการปรุงแต่งเข้าไป (มรรค 8) จะเกิดความรู้ที่เป็นญาณอย่างนี้ ซึ่งเราต้องทำให้มันได้ พอเมื่อถึงเวลาจริงมันจะทำให้พ้นทุกข์ได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlist : เข้าใจทำ (ธรรม) S07E55 , ใต้ร่มโพธิบท S08E03 , ทำสัญญาให้เป็นญาณ ,  ไม่ยึดถือแต่ใช้เป็นที่พึ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นเนื้อหาที่ต่อจากเอพิโสดที่แล้วในเรื่องของขันธ์ 5 ซึ่งประเด็นที่เชื่อมต่อกันมาก็คือ ขันธ์ 5 ที่เราเข้าใจแล้วว่า ต้องทำความกำหนดรู้ ทำความเข้าใจ ยกตัวอย่างการเรียนภาษา เราก็ไม่รู้ในภาษานั้น ๆ เราก็ฝึกเรียน ตอนแรกมันไม่รู้ สัญญามันจึงต้องเรียนรู้เอา การเรียนรู้ก็คือ สัญญาแบบหนึ่งปรุงแต่งเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จรูปไปเป็นสัญญาอีกแบบหนึ่งขึ้นมา การปรุงแต่งนั้นคือ สังขาร ดังนั้นสังขารก็คือการเรียนรู้ นั่นแหละ การฝึกทักษะความรู้ การท่องจำศัพท์ต่าง ๆ เกิดเป็นสัญญาใหม่ ซึ่งเมื่อทำให้มีสังขารมีสัญญา ๆ ขึ้นมา ทำให้เกิดขึ้นบ่อยๆ โดยเอาสมาธิเชื่อมเข้าไป สัญญาสังขารนั้นมันจะเป็นจะเกิดเป็นญาณ เป็นความรู้เกิดขึ้นมา เราจะสามารถโต้ตอบภาษานั้น ๆ ได้โดยอัตโนมัติ ญาณจึงเกิดขึ้นได้ในทุกระดับ รวมถึงทักษะศิลปวิชาชีพต่าง ๆ จะสามารถแทงตลอดในเรื่องนั้น ๆ ได้ฉับพลันทันที เปรียบไว้เหมือนกับนักเลงรถ ชี้ไปตรงไหนมีเหตุเกิดขึ้นอย่างไรเขาจะรู้ส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถทั้งหมด โดยไม่ต้องเตรียมการไว้ก่อน เพราะนั่นคือญาณของเขา ที่เกิดจากฝึกทำ พูด คิด อยู่เป็นประจำ </p><p>สัญญาจึงเกิดก่อน ญาณจึงเกิดตามมา ในที่นี้เราศึกษาเรื่องของขันธ์ 5 ก็เพื่อจะให้เกิดญาณในขันธ์ ทั้ง 5 เป็นความรู้อย่างนี้ว่า มันเป็นของไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา มีความแปรปรวนไปเป็นอย่างอื่น เป็นธรรมดา เป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารอะไรไม่ได้ เห็นสัจจะความจริงอย่างนี้ ซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ บ่อย ๆ มีสังขารการปรุงแต่งเข้าไป (มรรค 8) จะเกิดความรู้ที่เป็นญาณอย่างนี้ ซึ่งเราต้องทำให้มันได้ พอเมื่อถึงเวลาจริงมันจะทำให้พ้นทุกข์ได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlist : เข้าใจทำ (ธรรม) S07E55 , ใต้ร่มโพธิบท S08E03 , ทำสัญญาให้เป็นญาณ ,  ไม่ยึดถือแต่ใช้เป็นที่พึ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความหมายและการทำงานของขันธ์ 5 6244-3d</title>
			<itunes:title>ความหมายและการทำงานของขันธ์ 5 6244-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/466da7bf-dbf3-4f23-b887-aaf500de1e4a/media.mp3" length="27856520" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">466da7bf-dbf3-4f23-b887-aaf500de1e4a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e7a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INtHQO+tgnrovu4puTdiH0l]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e7a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในช่องทางใจของเรา เวลามีอะไรมากระทบ ถ้ามีสติรักษาไว้ ไม่ให้เกิดความระคายเคืองขึ้นที่จิต มันก็จะไม่ปรุงแต่งอะไรไปในทางอกุศล หรือถ้าเป็นไปในทางความชอบ กระเป๋าใบนี้ รองเท้าคู่นี้ ชอบมากเลย อันนี้เป็นสัญญา เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าชอบแล้วไม่มีสติ จิตมันก็จะเผลอเพลิน ลุ่มหลง ปรุงแต่งไป ควักเงินซื้อเลย กระเป๋าใบละสามสี่แสน ใครว่าแพง คนอื่นเขาหิ้วใบละล้าน ไม่แพงหรอก คิดนึกปรุงแต่งไป</p><p>การคิดนึกปรุงแต่งเป็นมโนสังขาร การหยิบเงินยื่นออกไปเป็นกายสังขาร จิตนี้ก็ไม่ได้รับการรักษา (จิตนี้อยู่ในช่องทางคือใจ, ขันธ์ 5 ​ไม่ใช่จิต) จิตไปยึดถือขันธ์ 5 โดยความเป็นตัวตน เข้าไปยึดถือเวทนา ดีมาก ชอบมาก เป็นของฉัน มีในฉัน ฉันเป็นสิ่งนี้ สิ่งนี้มีในฉัน ฉันมีในสิ่งนี้ เป็นไปแบบนี้ รูปด้วย ข้าวของสิ่งต่าง ๆ ด้วย ปรุงแต่งไปแบบนี้</p><p>นี้คือเบื้องต้นในการทำงานของขันธ์ 5 ที่มีลักษณะอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร แม้แต่นอนหลับอยู่หรือนอนไม่หลับ ขันธ์ 5​ ก็ยังมีอยู่ ทำงานแบบนี้อยู่ตลอด เราจะเข้าใจมันไหม? ถ้าเราเข้าใจมัน เข้าใจการทำงานของมันได้ นี้จะเป็นปัญญาทำให้เรามีความฉลาดได้</p><p>และในตอนหน้าจะได้มาเพิ่มเติมส่วนประเด็นที่ต้องทำในเรื่องของขันธ์ 5  ว่าจะได้ประโยชน์อย่างไรจากการศึกษานี้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E03 , S07E55 , S07E34 , ใต้ร่มโพธิบท S07E56        </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในช่องทางใจของเรา เวลามีอะไรมากระทบ ถ้ามีสติรักษาไว้ ไม่ให้เกิดความระคายเคืองขึ้นที่จิต มันก็จะไม่ปรุงแต่งอะไรไปในทางอกุศล หรือถ้าเป็นไปในทางความชอบ กระเป๋าใบนี้ รองเท้าคู่นี้ ชอบมากเลย อันนี้เป็นสัญญา เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าชอบแล้วไม่มีสติ จิตมันก็จะเผลอเพลิน ลุ่มหลง ปรุงแต่งไป ควักเงินซื้อเลย กระเป๋าใบละสามสี่แสน ใครว่าแพง คนอื่นเขาหิ้วใบละล้าน ไม่แพงหรอก คิดนึกปรุงแต่งไป</p><p>การคิดนึกปรุงแต่งเป็นมโนสังขาร การหยิบเงินยื่นออกไปเป็นกายสังขาร จิตนี้ก็ไม่ได้รับการรักษา (จิตนี้อยู่ในช่องทางคือใจ, ขันธ์ 5 ​ไม่ใช่จิต) จิตไปยึดถือขันธ์ 5 โดยความเป็นตัวตน เข้าไปยึดถือเวทนา ดีมาก ชอบมาก เป็นของฉัน มีในฉัน ฉันเป็นสิ่งนี้ สิ่งนี้มีในฉัน ฉันมีในสิ่งนี้ เป็นไปแบบนี้ รูปด้วย ข้าวของสิ่งต่าง ๆ ด้วย ปรุงแต่งไปแบบนี้</p><p>นี้คือเบื้องต้นในการทำงานของขันธ์ 5 ที่มีลักษณะอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร แม้แต่นอนหลับอยู่หรือนอนไม่หลับ ขันธ์ 5​ ก็ยังมีอยู่ ทำงานแบบนี้อยู่ตลอด เราจะเข้าใจมันไหม? ถ้าเราเข้าใจมัน เข้าใจการทำงานของมันได้ นี้จะเป็นปัญญาทำให้เรามีความฉลาดได้</p><p>และในตอนหน้าจะได้มาเพิ่มเติมส่วนประเด็นที่ต้องทำในเรื่องของขันธ์ 5  ว่าจะได้ประโยชน์อย่างไรจากการศึกษานี้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E03 , S07E55 , S07E34 , ใต้ร่มโพธิบท S07E56        </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความพรั่งพร้อมสูงสุดแห่งสงฆ์ 6243-3d</title>
			<itunes:title>ความพรั่งพร้อมสูงสุดแห่งสงฆ์ 6243-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 22 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>48:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/0cddb5b8-e81d-4b3f-8acf-aaee00fc3d77/media.mp3" length="23312438" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0cddb5b8-e81d-4b3f-8acf-aaee00fc3d77</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e7b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IORKN3MDe7gHHYA28VW61YH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e7b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากคลังพระสูตรที่ได้ยก "ทักขิณาวิภังคสูตร" ขึ้นมา กล่าวถึงทักษิณาปาฏิปุคคลิก 14 ไว้  และในงานบุญกฐินที่ผ่านมา จึงยกหัวข้อธรรมในเรื่องของ "จุดสูงสุดของความพรั่งพร้อมแห่งสงฆ์" ขึ้นมาทำความเข้าใจในรายละเอียดกัน</p><p>"กฐิน" เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผ้า เกี่ยวกับสงฆ์คือหมู่ที่มีความบริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งสองฝ่าย ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่ายอดเงินคุณจะได้เท่าไหร่ ไม่ได้อยู่ที่ว่าคนมาร่วมงานจะมีมากไหม มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์หรือไม่ แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขคือ ความบริสุทธิ์ของทั้งของฝ่ายนักบวชและฝ่ายคฤหัสถ์รวบรวมกันมาแล้ว โดยฝ่ายผู้ให้มีศรัทธาไม่มีความตระหนี่ มีมากก็ให้มาก ให้ด้วยความพอใจไม่หวงแหนทรัพย์ที่มีอยู่ บางคนทุ่มสุดตัวเลยด้วยซ้ำ มีหลัก ๆ นั่นคือผ้า สิ่งอื่น ๆ นั้นก็เป็นองค์ประกอบ ตามมาเป็นความงดงามในการงานแบบนี้ ถ้ามีโอกาสเจอหมู่ที่มีความพรั่งพร้อมแบบนี้ทั้งเหล่านักบวชและฝ่ายคฤหัสถ์ เราจะบูชาด้วยอะไร?</p><p>"หมู่" นี้ก็หมายถึงตัวเราด้วย ถ้าเราบูชาด้วยความตระหนี่ หมู่นั้นก็มีความบริสุทธิ์น้อยลง แต่ถ้าเราบูชาด้วยศรัทธา อันนี้ก็ดีขึ้นมา มีศรัทธาแล้วมีศีลหรือไม่ มีศีลแล้วก็ดีขึ้นไปอีก มีศีลแล้วคุณรู้จักข้อธรรมในการที่จะแบ่งจ่ายทรัพย์หรือไม่ ถ้ารู้จักการแบ่งจ่ายทรัพย์ที่ดีให้ของที่มีอยู่ไม่ซ่อนของของตน ไม่มีความตระหนี่รู้จักการแบ่งจ่ายทรัพย์ อันนี้ก็ดีขึ้นไปอีก ดีกว่านั้นก็ยังมีอีกอยู่ที่ว่าเราจะบูชาด้วยคุณธรรม ด้วยข้าวของสิ่งของอย่างใด ๆ ก็เพิ่มเติมเข้าไป ให้เราตั้งศรัทธาไว้ถ้าเผื่อว่าเรามีความตระหนี่คิดว่าฉันไม่มีฉันทำแค่นี้ อันนี้คุณจะพลาดโอกาสแต่ถ้าเราตั้งศรัทธาไว้อย่างดี ไล่ไปตามลำดับมีการสละความตระหนี่ บูชาความพรั่งพร้อมสูงสุดแห่งสงฆ์ด้วยสิ่งที่เป็นสูงสุดของเราอันนี้มันจะเป็นความดีงามมาก</p><p>"พระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ตรัสทานใดว่าอย่างยิ่ง ยอดเยี่ยม พระผู้มีพระภาคได้ทรงสรรเสริญการแจกจ่ายทานใดว่าอย่างยิ่ง ยอดเยี่ยม วิญญูชนผู้มีจิตเลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอริยสงฆ์ผู้เป็นเขตอันเลิศ รู้ชัดอยู่ซึ่งทานและการแจกจ่ายทานนั้น ๆ ใครจะไม่พึงบูชา (ให้ทาน) ในกาลอันควรเล่า ประโยชน์อย่างยิ่งนั้นของผู้แสดงและผู้ฟังทั้ง ๒ ผู้มีจิตเลื่อมใสในคำสั่งสอนของพระสุคต ย่อมหมดจดประโยชน์อย่างยิ่งนั้น ของผู้ไม่ประมาทแล้วในคำสั่งสอนของพระสุคต ย่อมหมดจด ฯ"…ทานสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:คลังพระสูตร S09E01 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากคลังพระสูตรที่ได้ยก "ทักขิณาวิภังคสูตร" ขึ้นมา กล่าวถึงทักษิณาปาฏิปุคคลิก 14 ไว้  และในงานบุญกฐินที่ผ่านมา จึงยกหัวข้อธรรมในเรื่องของ "จุดสูงสุดของความพรั่งพร้อมแห่งสงฆ์" ขึ้นมาทำความเข้าใจในรายละเอียดกัน</p><p>"กฐิน" เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผ้า เกี่ยวกับสงฆ์คือหมู่ที่มีความบริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งสองฝ่าย ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่ายอดเงินคุณจะได้เท่าไหร่ ไม่ได้อยู่ที่ว่าคนมาร่วมงานจะมีมากไหม มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์หรือไม่ แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขคือ ความบริสุทธิ์ของทั้งของฝ่ายนักบวชและฝ่ายคฤหัสถ์รวบรวมกันมาแล้ว โดยฝ่ายผู้ให้มีศรัทธาไม่มีความตระหนี่ มีมากก็ให้มาก ให้ด้วยความพอใจไม่หวงแหนทรัพย์ที่มีอยู่ บางคนทุ่มสุดตัวเลยด้วยซ้ำ มีหลัก ๆ นั่นคือผ้า สิ่งอื่น ๆ นั้นก็เป็นองค์ประกอบ ตามมาเป็นความงดงามในการงานแบบนี้ ถ้ามีโอกาสเจอหมู่ที่มีความพรั่งพร้อมแบบนี้ทั้งเหล่านักบวชและฝ่ายคฤหัสถ์ เราจะบูชาด้วยอะไร?</p><p>"หมู่" นี้ก็หมายถึงตัวเราด้วย ถ้าเราบูชาด้วยความตระหนี่ หมู่นั้นก็มีความบริสุทธิ์น้อยลง แต่ถ้าเราบูชาด้วยศรัทธา อันนี้ก็ดีขึ้นมา มีศรัทธาแล้วมีศีลหรือไม่ มีศีลแล้วก็ดีขึ้นไปอีก มีศีลแล้วคุณรู้จักข้อธรรมในการที่จะแบ่งจ่ายทรัพย์หรือไม่ ถ้ารู้จักการแบ่งจ่ายทรัพย์ที่ดีให้ของที่มีอยู่ไม่ซ่อนของของตน ไม่มีความตระหนี่รู้จักการแบ่งจ่ายทรัพย์ อันนี้ก็ดีขึ้นไปอีก ดีกว่านั้นก็ยังมีอีกอยู่ที่ว่าเราจะบูชาด้วยคุณธรรม ด้วยข้าวของสิ่งของอย่างใด ๆ ก็เพิ่มเติมเข้าไป ให้เราตั้งศรัทธาไว้ถ้าเผื่อว่าเรามีความตระหนี่คิดว่าฉันไม่มีฉันทำแค่นี้ อันนี้คุณจะพลาดโอกาสแต่ถ้าเราตั้งศรัทธาไว้อย่างดี ไล่ไปตามลำดับมีการสละความตระหนี่ บูชาความพรั่งพร้อมสูงสุดแห่งสงฆ์ด้วยสิ่งที่เป็นสูงสุดของเราอันนี้มันจะเป็นความดีงามมาก</p><p>"พระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ตรัสทานใดว่าอย่างยิ่ง ยอดเยี่ยม พระผู้มีพระภาคได้ทรงสรรเสริญการแจกจ่ายทานใดว่าอย่างยิ่ง ยอดเยี่ยม วิญญูชนผู้มีจิตเลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอริยสงฆ์ผู้เป็นเขตอันเลิศ รู้ชัดอยู่ซึ่งทานและการแจกจ่ายทานนั้น ๆ ใครจะไม่พึงบูชา (ให้ทาน) ในกาลอันควรเล่า ประโยชน์อย่างยิ่งนั้นของผู้แสดงและผู้ฟังทั้ง ๒ ผู้มีจิตเลื่อมใสในคำสั่งสอนของพระสุคต ย่อมหมดจดประโยชน์อย่างยิ่งนั้น ของผู้ไม่ประมาทแล้วในคำสั่งสอนของพระสุคต ย่อมหมดจด ฯ"…ทานสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:คลังพระสูตร S09E01 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อาทิยสูตร 6242-3d</title>
			<itunes:title>อาทิยสูตร 6242-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 15 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bbc7c4ab-bd6d-4f51-84a3-aae7010450ae/media.mp3" length="27872286" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bbc7c4ab-bd6d-4f51-84a3-aae7010450ae</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e7c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM1DCBuZ7SpVJJg9XCy6alU]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e7c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "อาทิยสูตร" ว่าด้วยหลักการใช้โภคทรัพย์ให้เป็นประโยชน์ 5 ข้อ ดังนี้  </p><p>"ดูกรคฤหบดี ประโยชน์ที่จะพึงถือเอาแต่โภคทรัพย์ ๕ ประการนี้แล ถ้า เมื่ออริยสาวกนั้นถือเอาประโยชน์แต่โภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ โภคทรัพย์หมดสิ้นไป อริยสาวกนั้นย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า เราได้ถือเอาประโยชน์แต่โภคทรัพย์นั้นแล้ว และโภคทรัพย์ของเราก็หมดสิ้นไป ด้วยเหตุนี้ อริยสาวกนั้น ย่อมไม่มีความ เดือดร้อน ถ้าเมื่ออริยสาวกนั้นถือเอาประโยชน์แต่โภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ โภคทรัพย์เจริญขึ้น อริยสาวกนั้นย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า เราถือเอาประโยชน์ แต่โภคทรัพย์นี้แล้ว และโภคทรัพย์ของเราก็เจริญขึ้น อริยสาวกนั้นย่อมไม่มี ความเดือดร้อน อริยสาวกย่อมไม่มีความเดือดร้อนด้วยเหตุทั้ง ๒ ประการ ฉะนี้แล ฯ</p><p>นรชนเมื่อคำนึงถึงเหตุนี้ว่า เราได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงตน แล้ว ได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงคนที่ควรเลี้ยงแล้ว ได้ผ่านพ้น ภัยที่เกิดขึ้นแล้ว ได้ให้ทักษิณาอันมีผลสูงเลิศแล้ว ได้ทำ พลี ๕ ประการแล้ว และได้บำรุงท่านผู้มีศีล สำรวมอินทรีย์ ประพฤติพรหมจรรย์แล้วบัณฑิตผู้อยู่ครองเรือน พึงปรารถนาโภคทรัพย์เพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นเราก็ได้บรรลุแล้ว เราได้ทำสิ่งที่ไม่ต้องเดือดร้อนแล้ว ดังนี้ชื่อว่าเป็นผู้ดำรงอยู่ในธรรมของพระอริยะ บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญ เขาในโลกนี้ เมื่อเขาละจากโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงใจใน สวรรค์ ฯ"</p><p>บุคคลจะคิดว่า ฉันต้องเหลือไว้บ้างเหลือเก็บไว้แต่ถ้าหมดแล้วแล้วใช้ให้ถูกหน้าที่ หมดนั้น ยิ่งทำให้สบายใจ เหลือไว้ตระหนี่ไว้คิดว่ามันจะไม่พอ ความไม่พอที่คุณมี ความตระหนี่นี้จะทำให้ทุกข์ใจ</p><p>แต่ถ้าหมดไปในหน้าที่ 5 อย่างนี้ คือ เลี้ยงตน บิดามารดา บุตร ภรรยา และทาสกรรมกรให้เป็นสุข, เลี้ยงมิตรสหายให้เป็นสุข, ป้องกันอันตรายที่เกิดแต่ไฟ น้ำ พระราชา โจร หรือทายาทผู้ไม่เป็นที่รัก, ทำพลีกรรม 5 อย่าง (ญาติพลี:บำรุงญาติ, อติถิพลี:ต้อนรับแขก, ปุพพเปตพลี:บำรุงญาติผู้ตายไปแล้วคือทำบุญอุทิศ กุศลให้, ราชพลี:บำรุงราชการ คือบริจาคทรัพย์ช่วยชาติ และเทวตาพลี:บำรุงเทวดา คือทำบุญอุทิศให้เทวดา) และบำเพ็ญทักษิณา (ให้ทานแก่ผู้ที่เป็นทักขิเณยยบุคคล)  การใช้ทรัพย์หมดไปแบบนี้ทำให้เกิดความสบายใจด้วยซ้ำ</p><p>และในกระบวนการนี้มันก็ทำให้มีทรัพย์เพิ่มพูนมาได้ เพราะอะไร? ทรงเปรียบไว้เหมือนสระโบกขรณี ที่ว่ามีระบบนิเวศน์ มีดอกบัว มีท่าน้ำขึ้นลง มีคนมาใช้ มีคนดูแล ก็เกิดประโยชน์ขึ้นมา ที่ตัวสระเองก็มีระบบนิเวศน์วนไป คนอื่นมาใช้งานก็ได้ประโยชน์ จากการใช้งานความเพิ่มพูนความดีก็มีมากขึ้นเป็นบุญด้วย บุญสร้างบุญ  บุญต่อบุญ ก็เป็นบุญขึ้นมา ไม่มีความร้อนใจทั้งสองอย่าง เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอธรรมเลย อบายมุขไม่มี เล่นหวยไม่มี เล่นเบอร์ไม่มี น้ำเมา ยาเสพติด นักเลง เจ้าชู้ไม่มีเลย พอไม่มีแล้ว "หมด" สบายใจกว่า สบายใจกว่ามีมาก ๆ แล้วไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขนั้นยิ่งจะมีความทุกข์ใจ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.59, สมการชีวิต Ep.26, ใต้ร่มโพธิบท Ep.53 , Ep.67, ตามใจท่าน Ep.09</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "อาทิยสูตร" ว่าด้วยหลักการใช้โภคทรัพย์ให้เป็นประโยชน์ 5 ข้อ ดังนี้  </p><p>"ดูกรคฤหบดี ประโยชน์ที่จะพึงถือเอาแต่โภคทรัพย์ ๕ ประการนี้แล ถ้า เมื่ออริยสาวกนั้นถือเอาประโยชน์แต่โภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ โภคทรัพย์หมดสิ้นไป อริยสาวกนั้นย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า เราได้ถือเอาประโยชน์แต่โภคทรัพย์นั้นแล้ว และโภคทรัพย์ของเราก็หมดสิ้นไป ด้วยเหตุนี้ อริยสาวกนั้น ย่อมไม่มีความ เดือดร้อน ถ้าเมื่ออริยสาวกนั้นถือเอาประโยชน์แต่โภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ โภคทรัพย์เจริญขึ้น อริยสาวกนั้นย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า เราถือเอาประโยชน์ แต่โภคทรัพย์นี้แล้ว และโภคทรัพย์ของเราก็เจริญขึ้น อริยสาวกนั้นย่อมไม่มี ความเดือดร้อน อริยสาวกย่อมไม่มีความเดือดร้อนด้วยเหตุทั้ง ๒ ประการ ฉะนี้แล ฯ</p><p>นรชนเมื่อคำนึงถึงเหตุนี้ว่า เราได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงตน แล้ว ได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงคนที่ควรเลี้ยงแล้ว ได้ผ่านพ้น ภัยที่เกิดขึ้นแล้ว ได้ให้ทักษิณาอันมีผลสูงเลิศแล้ว ได้ทำ พลี ๕ ประการแล้ว และได้บำรุงท่านผู้มีศีล สำรวมอินทรีย์ ประพฤติพรหมจรรย์แล้วบัณฑิตผู้อยู่ครองเรือน พึงปรารถนาโภคทรัพย์เพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นเราก็ได้บรรลุแล้ว เราได้ทำสิ่งที่ไม่ต้องเดือดร้อนแล้ว ดังนี้ชื่อว่าเป็นผู้ดำรงอยู่ในธรรมของพระอริยะ บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญ เขาในโลกนี้ เมื่อเขาละจากโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงใจใน สวรรค์ ฯ"</p><p>บุคคลจะคิดว่า ฉันต้องเหลือไว้บ้างเหลือเก็บไว้แต่ถ้าหมดแล้วแล้วใช้ให้ถูกหน้าที่ หมดนั้น ยิ่งทำให้สบายใจ เหลือไว้ตระหนี่ไว้คิดว่ามันจะไม่พอ ความไม่พอที่คุณมี ความตระหนี่นี้จะทำให้ทุกข์ใจ</p><p>แต่ถ้าหมดไปในหน้าที่ 5 อย่างนี้ คือ เลี้ยงตน บิดามารดา บุตร ภรรยา และทาสกรรมกรให้เป็นสุข, เลี้ยงมิตรสหายให้เป็นสุข, ป้องกันอันตรายที่เกิดแต่ไฟ น้ำ พระราชา โจร หรือทายาทผู้ไม่เป็นที่รัก, ทำพลีกรรม 5 อย่าง (ญาติพลี:บำรุงญาติ, อติถิพลี:ต้อนรับแขก, ปุพพเปตพลี:บำรุงญาติผู้ตายไปแล้วคือทำบุญอุทิศ กุศลให้, ราชพลี:บำรุงราชการ คือบริจาคทรัพย์ช่วยชาติ และเทวตาพลี:บำรุงเทวดา คือทำบุญอุทิศให้เทวดา) และบำเพ็ญทักษิณา (ให้ทานแก่ผู้ที่เป็นทักขิเณยยบุคคล)  การใช้ทรัพย์หมดไปแบบนี้ทำให้เกิดความสบายใจด้วยซ้ำ</p><p>และในกระบวนการนี้มันก็ทำให้มีทรัพย์เพิ่มพูนมาได้ เพราะอะไร? ทรงเปรียบไว้เหมือนสระโบกขรณี ที่ว่ามีระบบนิเวศน์ มีดอกบัว มีท่าน้ำขึ้นลง มีคนมาใช้ มีคนดูแล ก็เกิดประโยชน์ขึ้นมา ที่ตัวสระเองก็มีระบบนิเวศน์วนไป คนอื่นมาใช้งานก็ได้ประโยชน์ จากการใช้งานความเพิ่มพูนความดีก็มีมากขึ้นเป็นบุญด้วย บุญสร้างบุญ  บุญต่อบุญ ก็เป็นบุญขึ้นมา ไม่มีความร้อนใจทั้งสองอย่าง เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอธรรมเลย อบายมุขไม่มี เล่นหวยไม่มี เล่นเบอร์ไม่มี น้ำเมา ยาเสพติด นักเลง เจ้าชู้ไม่มีเลย พอไม่มีแล้ว "หมด" สบายใจกว่า สบายใจกว่ามีมาก ๆ แล้วไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขนั้นยิ่งจะมีความทุกข์ใจ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.59, สมการชีวิต Ep.26, ใต้ร่มโพธิบท Ep.53 , Ep.67, ตามใจท่าน Ep.09</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กามโภคีบุคคล 10 6241-3d</title>
			<itunes:title>กามโภคีบุคคล 10 6241-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d5720887-80ee-4742-b38b-aae000c27a5f/media.mp3" length="25728287" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d5720887-80ee-4742-b38b-aae000c27a5f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e7d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPx9KvR7VtjjlnpGAbnP0TJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e7d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแบ่งบุคคลออกเป็น 10 ประเภท ตรัสไว้ใน "กามโภคีสูตร" ว่าด้วยผู้ที่ยังบริโภคกามอยู่ ปรารภอนาถบิณฑิกเศรษฐีที่มาวัดทุกวัน แต่ไม่ถามอะไร ด้วยอัธยาศรัยของพระพุทธองค์จึงทรงเมตตาตรัสแสดงธรรมแก่เศรษฐีให้ได้ฟัง โดยแจกแจงตามเกณฑ์ 4 อย่าง คือในการหา, การใช้, การสละ และความกำหนัด</p><p>สำหรับผู้ที่ยังยินดีในการบริโภคกาม นั้นหมายถึง ยังมีความยินดีพอใจในวัตถุกามอยู่ ความพอใจนั้นคือ "กิเลสกาม" เป็นกิเลสกามชนิดที่ยังต้องไปแสวงหาวัตถุกามอยู่ ถ้ากิเลสกามที่อยู่ในใจมันมากจะเป็นไปโดยการแสวงหาที่ไม่ชอบธรรม แต่ในทางกลับกันถ้ากิเลสกามมีน้อยมาก ก็จะเป็นไปเพื่อการหลีกออกจากาม</p><p>ประเด็นในที่นี้คือ เราจะประคองตนอย่างไรให้มีความเลิศ ให้มีความดี ให้เป็นอยู่ตามธรรมตามวินัย เป็นบุคคลประเภที่ 10 ที่หาทรัพย์มาโดยความชอบธรรม มีการใช้จ่ายทำตนให้มีความสุขอิ่มหนำ มีการแบ่งโภคทรัพย์บำเพ็ญบุญ และไม่กำหนัด ไม่ลุ่มหลงมั่วเมา มีปัญญาเห็นโทษ มีกำลังจิตกำลังใจในการที่จะสละออกในโทษของกามทั้งหลาย เรียกว่าเป็น "ผู้บริโภคกามชั้นเลิศ" ได้</p><p>"ดูกรคฤหบดี กามโภคีบุคคล ๑๐ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก บรรดากามโภคีบุคคล ๑๐ จำพวกนี้ กามโภคีบุคคลผู้แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยไม่ทารุณ ครั้นแสวงหาได้แล้ว ย่อมเลี้ยงตนให้เป็นสุข ให้อิ่มหนำ แจกจ่าย กระทำบุญ และเป็นผู้ไม่กำหนัด ไม่หมกมุ่น ไม่จดจ่อ เห็นโทษ มีปัญญา เป็นเครื่องสลัดออก บริโภคโภคทรัพย์นั้น นี้เป็นผู้เลิศ ประเสริฐ เป็นใหญ่ สูงสุด ดีกว่ากามโภคีบุคคล ๑๐ จำพวกนี้</p><p>ดูกรคฤหบดี นมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด เนยข้นเกิดจากนมส้ม เนยใสเกิดจากเนยข้น หัวเนยใส เกิดจากเนยใส หัวเนยใสโลกกล่าวว่า เลิศกว่านมสดเป็นต้นเหล่านั้น ฉันใด กามโภคีบุคคลผู้แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยไม่ทารุณ ครั้นแสวงหา ได้แล้ว ย่อมเลี้ยงตนให้เป็นสุข ให้อิ่มหนำ แจกจ่าย กระทำบุญ และเป็น ผู้ไม่กำหนัด ไม่หมกมุ่น ไม่จดจ่อ เห็นโทษ มีปัญญาเป็นเครื่องสลัดออก บริโภค โภคทรัพย์นั้น นี้เป็นผู้เลิศ ประเสริฐ เป็นใหญ่สูงสุด ดีกว่ากามโภคี บุคคล ๑๐ จำพวกนี้ ฉันนั้น ฯ"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  ชุดเพชรในพระไตรปิฎก Ep.40, นิทานพรรณา Ep.44 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแบ่งบุคคลออกเป็น 10 ประเภท ตรัสไว้ใน "กามโภคีสูตร" ว่าด้วยผู้ที่ยังบริโภคกามอยู่ ปรารภอนาถบิณฑิกเศรษฐีที่มาวัดทุกวัน แต่ไม่ถามอะไร ด้วยอัธยาศรัยของพระพุทธองค์จึงทรงเมตตาตรัสแสดงธรรมแก่เศรษฐีให้ได้ฟัง โดยแจกแจงตามเกณฑ์ 4 อย่าง คือในการหา, การใช้, การสละ และความกำหนัด</p><p>สำหรับผู้ที่ยังยินดีในการบริโภคกาม นั้นหมายถึง ยังมีความยินดีพอใจในวัตถุกามอยู่ ความพอใจนั้นคือ "กิเลสกาม" เป็นกิเลสกามชนิดที่ยังต้องไปแสวงหาวัตถุกามอยู่ ถ้ากิเลสกามที่อยู่ในใจมันมากจะเป็นไปโดยการแสวงหาที่ไม่ชอบธรรม แต่ในทางกลับกันถ้ากิเลสกามมีน้อยมาก ก็จะเป็นไปเพื่อการหลีกออกจากาม</p><p>ประเด็นในที่นี้คือ เราจะประคองตนอย่างไรให้มีความเลิศ ให้มีความดี ให้เป็นอยู่ตามธรรมตามวินัย เป็นบุคคลประเภที่ 10 ที่หาทรัพย์มาโดยความชอบธรรม มีการใช้จ่ายทำตนให้มีความสุขอิ่มหนำ มีการแบ่งโภคทรัพย์บำเพ็ญบุญ และไม่กำหนัด ไม่ลุ่มหลงมั่วเมา มีปัญญาเห็นโทษ มีกำลังจิตกำลังใจในการที่จะสละออกในโทษของกามทั้งหลาย เรียกว่าเป็น "ผู้บริโภคกามชั้นเลิศ" ได้</p><p>"ดูกรคฤหบดี กามโภคีบุคคล ๑๐ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก บรรดากามโภคีบุคคล ๑๐ จำพวกนี้ กามโภคีบุคคลผู้แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยไม่ทารุณ ครั้นแสวงหาได้แล้ว ย่อมเลี้ยงตนให้เป็นสุข ให้อิ่มหนำ แจกจ่าย กระทำบุญ และเป็นผู้ไม่กำหนัด ไม่หมกมุ่น ไม่จดจ่อ เห็นโทษ มีปัญญา เป็นเครื่องสลัดออก บริโภคโภคทรัพย์นั้น นี้เป็นผู้เลิศ ประเสริฐ เป็นใหญ่ สูงสุด ดีกว่ากามโภคีบุคคล ๑๐ จำพวกนี้</p><p>ดูกรคฤหบดี นมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด เนยข้นเกิดจากนมส้ม เนยใสเกิดจากเนยข้น หัวเนยใส เกิดจากเนยใส หัวเนยใสโลกกล่าวว่า เลิศกว่านมสดเป็นต้นเหล่านั้น ฉันใด กามโภคีบุคคลผู้แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม โดยไม่ทารุณ ครั้นแสวงหา ได้แล้ว ย่อมเลี้ยงตนให้เป็นสุข ให้อิ่มหนำ แจกจ่าย กระทำบุญ และเป็น ผู้ไม่กำหนัด ไม่หมกมุ่น ไม่จดจ่อ เห็นโทษ มีปัญญาเป็นเครื่องสลัดออก บริโภค โภคทรัพย์นั้น นี้เป็นผู้เลิศ ประเสริฐ เป็นใหญ่สูงสุด ดีกว่ากามโภคี บุคคล ๑๐ จำพวกนี้ ฉันนั้น ฯ"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  ชุดเพชรในพระไตรปิฎก Ep.40, นิทานพรรณา Ep.44 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญา ราตรีเดียว 6240-3d</title>
			<itunes:title>ปัญญา ราตรีเดียว 6240-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9d2fda6c-1308-41cb-bfd4-aad9002355c5/media.mp3" length="26785434" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9d2fda6c-1308-41cb-bfd4-aad9002355c5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e7e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMlNtL+cHo0OZU2ZetUDi2q]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e7e.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ปัญญาสัมปทา" หมายถึง การเห็นความเกิดขึ้นความดับไป อันเป็นปัญญาเครื่องชำแลกกิเลส ทำจิตให้ปราศจากนิวรณ์ เห็นตามความเป็นจริง จิตใจที่เป็นแบบนี้มีความสงบแน่นอน จึงกล่าวถึงบุคคลประเภทนี้ว่าแม้อยู่แค่เพียงวันเดียว คืนเดียว ยังมีค่ามากกว่าผู้ที่อยู่ตั้งร้อยปี แต่เป็นผู้ที่เผลอเพลินไปในอดีตบ้าง อนาคตบ้าง อย่างนี้สู้คนที่ไม่เผลอเพลินไปในอดีต อนาคต ปัจจุบัน มีการเตรียมการ มีความไม่ประมาท ความเป็นอยู่วันเดียวคืนเดียวของเขา ด้วยสติปัญญา ด้วยความเพียร แบบนี้ดีกว่ามาก </p><p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "ภัทเทกรัตตสูตร" ถึงความเป็นผู้ที่มีปกติประกอบอยู่ด้วยความเพียร ด้วยสติสัมปชัญญะ เป็นผู้ที่เสนาแห่งมัจจุมารทำอะไรไม่ได้ ทรงเรียกผู้ที่เป็นแบบนี้ว่า "ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ"</p><p>เวลาที่เรามาทำการใคร่ครวญพิจารณาเรื่องธรรมนี้ ต้องทำด้วยจิตที่เป็นสมาธิ เจาะลงไปทีละคำ ทีละตัวอักษรไล่เรียงไป ความรู้ของเราจะมีความกว้างขวางมีความเจริญขึ้นมา ในเรื่องราวตรงนี้ เป็นหัวข้อให้เราใคร่ครวญคิดนึกแล้วทำความเข้าใจ กิเลสเราจะลด สติปัญญาเราจะเพิ่ม ความเป็นอยู่แบบนี้แม้วันเดียวคืนเดียวไม่เสียเปล่า</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.65 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ปัญญาสัมปทา" หมายถึง การเห็นความเกิดขึ้นความดับไป อันเป็นปัญญาเครื่องชำแลกกิเลส ทำจิตให้ปราศจากนิวรณ์ เห็นตามความเป็นจริง จิตใจที่เป็นแบบนี้มีความสงบแน่นอน จึงกล่าวถึงบุคคลประเภทนี้ว่าแม้อยู่แค่เพียงวันเดียว คืนเดียว ยังมีค่ามากกว่าผู้ที่อยู่ตั้งร้อยปี แต่เป็นผู้ที่เผลอเพลินไปในอดีตบ้าง อนาคตบ้าง อย่างนี้สู้คนที่ไม่เผลอเพลินไปในอดีต อนาคต ปัจจุบัน มีการเตรียมการ มีความไม่ประมาท ความเป็นอยู่วันเดียวคืนเดียวของเขา ด้วยสติปัญญา ด้วยความเพียร แบบนี้ดีกว่ามาก </p><p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "ภัทเทกรัตตสูตร" ถึงความเป็นผู้ที่มีปกติประกอบอยู่ด้วยความเพียร ด้วยสติสัมปชัญญะ เป็นผู้ที่เสนาแห่งมัจจุมารทำอะไรไม่ได้ ทรงเรียกผู้ที่เป็นแบบนี้ว่า "ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ"</p><p>เวลาที่เรามาทำการใคร่ครวญพิจารณาเรื่องธรรมนี้ ต้องทำด้วยจิตที่เป็นสมาธิ เจาะลงไปทีละคำ ทีละตัวอักษรไล่เรียงไป ความรู้ของเราจะมีความกว้างขวางมีความเจริญขึ้นมา ในเรื่องราวตรงนี้ เป็นหัวข้อให้เราใคร่ครวญคิดนึกแล้วทำความเข้าใจ กิเลสเราจะลด สติปัญญาเราจะเพิ่ม ความเป็นอยู่แบบนี้แม้วันเดียวคืนเดียวไม่เสียเปล่า</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.65 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นิธิกัณฑสูตร ว่าด้วยการฝังขุมทรัพย์ 6239-3d</title>
			<itunes:title>นิธิกัณฑสูตร ว่าด้วยการฝังขุมทรัพย์ 6239-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 24 Sep 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>45:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/71147b4a-0d79-4841-891b-aad200ffc802/media.mp3" length="32288299" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">71147b4a-0d79-4841-891b-aad200ffc802</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e7f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN4lblTep82kLtNsSO95//y]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e7f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสพระคาถา 16 บทว่าด้วยเรื่องของทรัพย์สมบัติ (นิธิ)  แก่กุฎุมพีคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี ซึ่งเป็นผู้มีทรัพย์มากและมีศรัทธามากด้วย เพื่อแสดงถึงขุมทรัพย์ที่แท้จริง และเพื่ออนุโมทนาวิธีการฝังขุมทรัพย์ของกุฎุมพีผู้นั้น    </p><p>การฝังทรัพย์สมบัติ การออมทรัพย์ การออมบุญ คืออย่างเดียวกัน เราจึงต้องรู้จักแยกแยะทรัพย์ออกเป็นทั้งหมด 4 อย่าง แบ่งเป็น 2 ส่วน คือถาวรนิธิ  ขุมทรัพย์อันถาวร   เคลื่อนที่ด้วยตนเองไม่ได้      เช่น    ที่ดิน เรือกสวนไร่นา เงินทองชังคมนิธิ   ขุมทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ด้วยตนเอง  เช่น  ทาสหญิง ทาสชาย ช้าง โค  ม้าลา  แพะ    แกะ   ไก่    สุกร เป็นต้น   อังคสมนิธิ  ขุมทรัพย์ที่ติดตัว  คือ วิชาความรู้ อันเป็นบ่อเกิดแห่งศิลปะประการต่าง ๆ   อนุคามิกนิธิ ขุมทรัพย์ที่ติดตามตนไปได้  ในที่นี้กล่าวคือ บุญที่สำเร็จได้ด้วยทาน ศีล สัญญมะ (ความสำรวม) และ ทมะ (การรู้จักข่มจิตข่มใจตนเอง คือ การฝึกตน) ทรัพย์ที่เป็นข้าวของทรัพย์สินเงินทอง ส่วนนี้เปลี่ยนแปลงได้ ไม่สำเร็จตามที่หวังก็มีส่วนที่สำเร็จตามที่หวังได้คือ ส่วนที่จะต้องมีการรักษาไว้อย่างดี นั่นคือบุญ ไม่ใช่แค่เงินทองทรัพย์สินภายนอกเท่านั้น ยังรวมถึงเรื่องรูป ยังรวมถึงเรื่องยศ ยังรวมถึงความที่เป็นเทวดา ต่อไปจนถึงความเป็นอริยบุคคล เป็นคนประเสิรฐ ให้เกิดเป็นสมบัติ คือ นิพพาน ขึ้นได้</p><p>๘. นิธิกัณฑสูตร ว่าด้วยการฝังขุมทรัพย์  </p><p>พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่กุฎุมพีคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี ดังนี้</p><p>[๑] คนเราฝังขุมทรัพย์ไว้ในที่ลึกจดถึงน้ำก็ด้วยคิดว่า เมื่อเกิดกิจที่จำเป็นขึ้น ขุมทรัพย์นี้จะเป็นประโยชน์แก่เรา</p><p>[๒] คนเราฝังขุมทรัพย์ไว้ในโลก ก็เพื่อจุดประสงค์นี้ คือ เพื่อให้พ้นจากราชภัยที่คอยคุกคาม เพื่อให้พ้นจากโจรภัยที่คอยเบียดเบียน เพื่อเก็บไว้ใช้หนี้ก็มี เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามเกิดทุพภิกขภัย หรือเพื่อใช้ในเวลามีภัยอันตรายต่าง ๆ</p><p>[๓] ขุมทรัพย์ที่เขาฝังไว้อย่างดีในที่ลึกจดน้ำถึงเพียงนั้น จะสำเร็จประโยชน์แก่เขาไปทั้งหมด ตลอดเวลาก็หาไม่</p><p>[๔] เพราะบางทีขุมทรัพย์ก็เคลื่อนที่ไปก็มี บางทีเขาลืมที่ฝังไว้ก็มี บางทีพวกนาคเคลื่อนย้ายก็มี บางทีพวกยักษ์นำขุมทรัพย์นั้นไปก็มี</p><p>[๕] หรือบางทีเมื่อเขาไม่เห็น ทายาทผู้ไม่เป็นที่รักขโมยขุดเอาไปก็มี เมื่อเขาสิ้นบุญ ขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ทั้งหมดนั้นก็พินาศหายไป</p><p>[๖] ขุมทรัพย์ ที่ผู้ใดจะเป็นสตรีก็ตาม เป็นบุรุษก็ตาม ฝังไว้ดีแล้ว ด้วยทาน ศีล สัญญมะ และทมะ</p><p>[๗] ในพระเจดีย์ พระสงฆ์ บุคคล แขกที่มาหา ในมารดา บิดา หรือพี่ชาย</p><p>[๘] ขุมทรัพย์นี้ชื่อว่าฝังไว้ดีแล้ว คนอื่นขนเอาไปไม่ได้ จะติดตามคนฝังตลอดไป บรรดาทรัพย์สมบัติที่เขาจำต้องละไป เขาพาไปได้เฉพาะขุมทรัพย์นี้เท่านั้น</p><p>[๙] ขุมทรัพย์นี้ไม่ทั่วไปแก่คนเหล่าอื่น ทั้งโจรก็ลักเอาไปไม่ได้ ผู้มีปัญญาควรทำแต่บุญที่จะเป็นขุมทรัพย์ติดตามตนตลอดไป</p><p>[๑๐] ขุมทรัพย์นี้ให้ผลอันน่าปรารถนาทุกประการ แก่เทวดา และมนุษย์ คือเทวดาและมนุษย์ปรารถนาผลใดๆ ผลนั้นๆ ทุกอย่าง จะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๑] ความมีผิวพรรณงดงาม ความมีเสียงไพเราะ ความมีทรวดทรงสมส่วน ความมีรูปสวย ความเป็นใหญ่ ความมีบริวาร ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๒] ความเป็นพระราชาในประเทศ ความเป็นอิสระ ความสุขของความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิอันน่าพอใจ และแม้ความเป็นเทวราชของเทวดาในหมู่เทพ ทั้งหมดก็จะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๓] สมบัติของมนุษย์ก็ดี ความยินดีในเทวโลกก็ดี สมบัติคือนิพพานก็ดี ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๔] บุคคลอาศัยมิตตสัมปทา ประกอบความเพียรโดยแยบคาย ก็จะเป็นผู้ชำนาญในวิชชาและวิมุตติ ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๕] ปฏิสัมภิทา ๓, วิโมกข์ ๔, สาวกบารมี ๕, ปัจเจกโพธิ ๖, และพุทธภูมิ ๗, ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๖] บุญสัมปทานี้มีประโยชน์มากอย่างนี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้เป็นปราชญ์ จึงสรรเสริญภาวะแห่งบุญที่ทำไว้แล้ว</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต Ep.26 , คลังพระสูตร Ep.58</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสพระคาถา 16 บทว่าด้วยเรื่องของทรัพย์สมบัติ (นิธิ)  แก่กุฎุมพีคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี ซึ่งเป็นผู้มีทรัพย์มากและมีศรัทธามากด้วย เพื่อแสดงถึงขุมทรัพย์ที่แท้จริง และเพื่ออนุโมทนาวิธีการฝังขุมทรัพย์ของกุฎุมพีผู้นั้น    </p><p>การฝังทรัพย์สมบัติ การออมทรัพย์ การออมบุญ คืออย่างเดียวกัน เราจึงต้องรู้จักแยกแยะทรัพย์ออกเป็นทั้งหมด 4 อย่าง แบ่งเป็น 2 ส่วน คือถาวรนิธิ  ขุมทรัพย์อันถาวร   เคลื่อนที่ด้วยตนเองไม่ได้      เช่น    ที่ดิน เรือกสวนไร่นา เงินทองชังคมนิธิ   ขุมทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ด้วยตนเอง  เช่น  ทาสหญิง ทาสชาย ช้าง โค  ม้าลา  แพะ    แกะ   ไก่    สุกร เป็นต้น   อังคสมนิธิ  ขุมทรัพย์ที่ติดตัว  คือ วิชาความรู้ อันเป็นบ่อเกิดแห่งศิลปะประการต่าง ๆ   อนุคามิกนิธิ ขุมทรัพย์ที่ติดตามตนไปได้  ในที่นี้กล่าวคือ บุญที่สำเร็จได้ด้วยทาน ศีล สัญญมะ (ความสำรวม) และ ทมะ (การรู้จักข่มจิตข่มใจตนเอง คือ การฝึกตน) ทรัพย์ที่เป็นข้าวของทรัพย์สินเงินทอง ส่วนนี้เปลี่ยนแปลงได้ ไม่สำเร็จตามที่หวังก็มีส่วนที่สำเร็จตามที่หวังได้คือ ส่วนที่จะต้องมีการรักษาไว้อย่างดี นั่นคือบุญ ไม่ใช่แค่เงินทองทรัพย์สินภายนอกเท่านั้น ยังรวมถึงเรื่องรูป ยังรวมถึงเรื่องยศ ยังรวมถึงความที่เป็นเทวดา ต่อไปจนถึงความเป็นอริยบุคคล เป็นคนประเสิรฐ ให้เกิดเป็นสมบัติ คือ นิพพาน ขึ้นได้</p><p>๘. นิธิกัณฑสูตร ว่าด้วยการฝังขุมทรัพย์  </p><p>พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่กุฎุมพีคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี ดังนี้</p><p>[๑] คนเราฝังขุมทรัพย์ไว้ในที่ลึกจดถึงน้ำก็ด้วยคิดว่า เมื่อเกิดกิจที่จำเป็นขึ้น ขุมทรัพย์นี้จะเป็นประโยชน์แก่เรา</p><p>[๒] คนเราฝังขุมทรัพย์ไว้ในโลก ก็เพื่อจุดประสงค์นี้ คือ เพื่อให้พ้นจากราชภัยที่คอยคุกคาม เพื่อให้พ้นจากโจรภัยที่คอยเบียดเบียน เพื่อเก็บไว้ใช้หนี้ก็มี เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามเกิดทุพภิกขภัย หรือเพื่อใช้ในเวลามีภัยอันตรายต่าง ๆ</p><p>[๓] ขุมทรัพย์ที่เขาฝังไว้อย่างดีในที่ลึกจดน้ำถึงเพียงนั้น จะสำเร็จประโยชน์แก่เขาไปทั้งหมด ตลอดเวลาก็หาไม่</p><p>[๔] เพราะบางทีขุมทรัพย์ก็เคลื่อนที่ไปก็มี บางทีเขาลืมที่ฝังไว้ก็มี บางทีพวกนาคเคลื่อนย้ายก็มี บางทีพวกยักษ์นำขุมทรัพย์นั้นไปก็มี</p><p>[๕] หรือบางทีเมื่อเขาไม่เห็น ทายาทผู้ไม่เป็นที่รักขโมยขุดเอาไปก็มี เมื่อเขาสิ้นบุญ ขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ทั้งหมดนั้นก็พินาศหายไป</p><p>[๖] ขุมทรัพย์ ที่ผู้ใดจะเป็นสตรีก็ตาม เป็นบุรุษก็ตาม ฝังไว้ดีแล้ว ด้วยทาน ศีล สัญญมะ และทมะ</p><p>[๗] ในพระเจดีย์ พระสงฆ์ บุคคล แขกที่มาหา ในมารดา บิดา หรือพี่ชาย</p><p>[๘] ขุมทรัพย์นี้ชื่อว่าฝังไว้ดีแล้ว คนอื่นขนเอาไปไม่ได้ จะติดตามคนฝังตลอดไป บรรดาทรัพย์สมบัติที่เขาจำต้องละไป เขาพาไปได้เฉพาะขุมทรัพย์นี้เท่านั้น</p><p>[๙] ขุมทรัพย์นี้ไม่ทั่วไปแก่คนเหล่าอื่น ทั้งโจรก็ลักเอาไปไม่ได้ ผู้มีปัญญาควรทำแต่บุญที่จะเป็นขุมทรัพย์ติดตามตนตลอดไป</p><p>[๑๐] ขุมทรัพย์นี้ให้ผลอันน่าปรารถนาทุกประการ แก่เทวดา และมนุษย์ คือเทวดาและมนุษย์ปรารถนาผลใดๆ ผลนั้นๆ ทุกอย่าง จะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๑] ความมีผิวพรรณงดงาม ความมีเสียงไพเราะ ความมีทรวดทรงสมส่วน ความมีรูปสวย ความเป็นใหญ่ ความมีบริวาร ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๒] ความเป็นพระราชาในประเทศ ความเป็นอิสระ ความสุขของความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิอันน่าพอใจ และแม้ความเป็นเทวราชของเทวดาในหมู่เทพ ทั้งหมดก็จะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๓] สมบัติของมนุษย์ก็ดี ความยินดีในเทวโลกก็ดี สมบัติคือนิพพานก็ดี ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๔] บุคคลอาศัยมิตตสัมปทา ประกอบความเพียรโดยแยบคาย ก็จะเป็นผู้ชำนาญในวิชชาและวิมุตติ ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๕] ปฏิสัมภิทา ๓, วิโมกข์ ๔, สาวกบารมี ๕, ปัจเจกโพธิ ๖, และพุทธภูมิ ๗, ทั้งหมดจะได้ด้วยขุมทรัพย์นี้</p><p>[๑๖] บุญสัมปทานี้มีประโยชน์มากอย่างนี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้เป็นปราชญ์ จึงสรรเสริญภาวะแห่งบุญที่ทำไว้แล้ว</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต Ep.26 , คลังพระสูตร Ep.58</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อย่าเป็นพาลหาโทษใส่ตน แต่เป็นผู้คุ้มครองตนด้วยปัญญา</title>
			<itunes:title>อย่าเป็นพาลหาโทษใส่ตน แต่เป็นผู้คุ้มครองตนด้วยปัญญา</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 17 Sep 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>13:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/4cc3cf07-5fab-4616-b532-aacb010d5717/media.mp3" length="28780382" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4cc3cf07-5fab-4616-b532-aacb010d5717</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e80</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMwEVI+s4cv9+XmxkIYnoT6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e80.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "ขตสูตร" เปรียบเทียบในสองนัยยะ ถึงคุณสมบัติและการประกอบด้วยธรรมของบุคคล 2 กลุ่มไว้ในเรื่องของการสรรเสริญ การติเตียน และความเลื่อมใส และว่าด้วยเรื่องการประพฤติปฏิบัติต่อบุคคล 4 ซึ่งเป็นผู้มีอุปการะต่อเรา </p><p>โดยกลุ่มหนึ่งเป็นคนพาล ไม่ฉลาดเฉียบแหลม ไม่รู้จักคุ้มครองรักษาตน หาโทษใส่ตัว มีบาปกรรม ถูกเขาติเติยนได้ จึงเป็นบุคคลผู้หาโทษ และประสบสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก </p><p>ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นบัณฑิต ฉลาดเฉียบแหลม รู้จักคุ้มครองรักษาตน สร้างบุญ ทำประโยชน์ ทำสิ่งที่ไม่เกิดโทษแก่ตน จึงเป็นบุคคลผู้หาโทษมิได้ และประสบสิ่งที่เป็นบุญเป็นอันมาก  </p><p>ให้รู้จักสรรเสริญ รู้จักเสื่อมใส รู้จักที่จะเข้าไปปรนนิบัติดูแลถ้าเป็นมารดาบิดา รู้จักฟังคำสอน ปฏิบัติตามคำสอน ถวายอามิสทาน อุปัฏฐากอุปถัมภ์ในเหล่าสาวกของพระพุทธเจ้า หรือในพระพุทธเจ้าก็ตาม แค่ว่าเรายกประคองอัญชลี (ยกมือขึ้นไหว้) ก็ชื่อว่าในเรือนนั้นมี อัญชลีกรณียบุคคล ให้ทานด้วยก็ชื่อว่า ทักขิเณยบุคคล </p><p>ขตสูตรที่ 1 กล่าวถึง บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ เป็นคนพาล ไม่เฉียบแหลม ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนที่ปราศจากคุณสมบัติ ย่อมเป็นผู้ประกอบไปด้วยโทษ นักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก คือ  ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว กล่าวสรรเสริญคุณของผู้ไม่ควรสรรเสริญ  ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว กล่าวติเตียนผู้ที่ควรสรรเสริญไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว ยังความเลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส  ไม่ใคร่ครวญสืบสวน ให้รอบคอบแล้ว ยังความไม่เลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ควรเลื่อมใส   </p><p>ในทางกลับกัน เมื่อบุคคลใคร่ครวญสืบสวนรอบคอบแล้วประกอบด้วยธรรม 4 ประการ เป็นบัณฑิตเฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนให้ประกอบไปด้วยคุณสมบัติ เป็นผู้หาโทษมิได้ ทั้งนักปราชญ์ไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก    </p><p>"ผู้ใด ย่อมสรรเสริญผู้ที่ควรนินทา หรือย่อมนินทาผู้ที่ควรสรรเสริญ ผู้นั้นชื่อว่าย่อมค้นหาโทษด้วยปาก ย่อมไม่ได้ประสบสุขเพราะโทษนั้น ความพ่ายแพ้การพนันด้วยทรัพย์ทั้งหมด พร้อมด้วยตน มีโทษน้อย การที่ยังใจให้ประทุษร้ายในท่านผู้ดำเนินไปดีแล้วนี้แหละ เป็นโทษใหญ่กว่า (โทษการพนัน) ผู้ที่ตั้งวาจา และใจอันเป็นบาปไว้ติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรกสิ้นแสนสามสิบหกนิรัพพุททะ และห้าอัพพุททะ ฯ"…ขตสูตรที่ ๑    </p><p>ขตสูตรที่ 2 กล่าวถึงบุคคลผู้ปฏิบัติชอบในบุคคล 4 เหล่านี้ คือ มารดา, บิดา, พระพุทธเจ้า และสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นบัณฑิตฉลาด เป็นสัตบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้เสื่อมเสีย เป็นผู้ไม่มีโทษ ทั้งนักปราชญ์ก็สรรเสริญ และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก </p><p>ในทางกลับกัน หากบุคคลปฏิบัติผิดในบุคคลเหล่านี้ เป็นคนพาล ไม่ฉลาด ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ปราศจากคุณสมบัติ เป็นผู้ประกอบด้วยโทษ ทั้งนักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก </p><p>"นรชนใด ปฏิบัติผิดในมารดา บิดา พระตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือในสาวกของพระตถาคต นรชนเช่นนั้น ย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก บัณฑิตทั้งหลายย่อมติเตียนนรชนนั้น ในโลกนี้ทีเดียว เพราะเหตุที่ไม่ประพฤติธรรม ในมารดาบิดา และเขาละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมไปสู่อบาย ส่วนนรชนใดปฏิบัติชอบในมารดาบิดา ในพระตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือในสาวกของพระตถาคต นรชนเช่นนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมาก บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญนรชนนั้นในโลกนี้ทีเดียว เพราะเหตุที่ประพฤติธรรมในมารดาบิดา และเขาละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิง ในสวรรค์ ฯ"…ขตสูตรที่ ๒  </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต Ep.25</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "ขตสูตร" เปรียบเทียบในสองนัยยะ ถึงคุณสมบัติและการประกอบด้วยธรรมของบุคคล 2 กลุ่มไว้ในเรื่องของการสรรเสริญ การติเตียน และความเลื่อมใส และว่าด้วยเรื่องการประพฤติปฏิบัติต่อบุคคล 4 ซึ่งเป็นผู้มีอุปการะต่อเรา </p><p>โดยกลุ่มหนึ่งเป็นคนพาล ไม่ฉลาดเฉียบแหลม ไม่รู้จักคุ้มครองรักษาตน หาโทษใส่ตัว มีบาปกรรม ถูกเขาติเติยนได้ จึงเป็นบุคคลผู้หาโทษ และประสบสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก </p><p>ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นบัณฑิต ฉลาดเฉียบแหลม รู้จักคุ้มครองรักษาตน สร้างบุญ ทำประโยชน์ ทำสิ่งที่ไม่เกิดโทษแก่ตน จึงเป็นบุคคลผู้หาโทษมิได้ และประสบสิ่งที่เป็นบุญเป็นอันมาก  </p><p>ให้รู้จักสรรเสริญ รู้จักเสื่อมใส รู้จักที่จะเข้าไปปรนนิบัติดูแลถ้าเป็นมารดาบิดา รู้จักฟังคำสอน ปฏิบัติตามคำสอน ถวายอามิสทาน อุปัฏฐากอุปถัมภ์ในเหล่าสาวกของพระพุทธเจ้า หรือในพระพุทธเจ้าก็ตาม แค่ว่าเรายกประคองอัญชลี (ยกมือขึ้นไหว้) ก็ชื่อว่าในเรือนนั้นมี อัญชลีกรณียบุคคล ให้ทานด้วยก็ชื่อว่า ทักขิเณยบุคคล </p><p>ขตสูตรที่ 1 กล่าวถึง บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ เป็นคนพาล ไม่เฉียบแหลม ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนที่ปราศจากคุณสมบัติ ย่อมเป็นผู้ประกอบไปด้วยโทษ นักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก คือ  ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว กล่าวสรรเสริญคุณของผู้ไม่ควรสรรเสริญ  ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว กล่าวติเตียนผู้ที่ควรสรรเสริญไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว ยังความเลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส  ไม่ใคร่ครวญสืบสวน ให้รอบคอบแล้ว ยังความไม่เลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ควรเลื่อมใส   </p><p>ในทางกลับกัน เมื่อบุคคลใคร่ครวญสืบสวนรอบคอบแล้วประกอบด้วยธรรม 4 ประการ เป็นบัณฑิตเฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนให้ประกอบไปด้วยคุณสมบัติ เป็นผู้หาโทษมิได้ ทั้งนักปราชญ์ไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก    </p><p>"ผู้ใด ย่อมสรรเสริญผู้ที่ควรนินทา หรือย่อมนินทาผู้ที่ควรสรรเสริญ ผู้นั้นชื่อว่าย่อมค้นหาโทษด้วยปาก ย่อมไม่ได้ประสบสุขเพราะโทษนั้น ความพ่ายแพ้การพนันด้วยทรัพย์ทั้งหมด พร้อมด้วยตน มีโทษน้อย การที่ยังใจให้ประทุษร้ายในท่านผู้ดำเนินไปดีแล้วนี้แหละ เป็นโทษใหญ่กว่า (โทษการพนัน) ผู้ที่ตั้งวาจา และใจอันเป็นบาปไว้ติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรกสิ้นแสนสามสิบหกนิรัพพุททะ และห้าอัพพุททะ ฯ"…ขตสูตรที่ ๑    </p><p>ขตสูตรที่ 2 กล่าวถึงบุคคลผู้ปฏิบัติชอบในบุคคล 4 เหล่านี้ คือ มารดา, บิดา, พระพุทธเจ้า และสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นบัณฑิตฉลาด เป็นสัตบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้เสื่อมเสีย เป็นผู้ไม่มีโทษ ทั้งนักปราชญ์ก็สรรเสริญ และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก </p><p>ในทางกลับกัน หากบุคคลปฏิบัติผิดในบุคคลเหล่านี้ เป็นคนพาล ไม่ฉลาด ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ปราศจากคุณสมบัติ เป็นผู้ประกอบด้วยโทษ ทั้งนักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก </p><p>"นรชนใด ปฏิบัติผิดในมารดา บิดา พระตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือในสาวกของพระตถาคต นรชนเช่นนั้น ย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก บัณฑิตทั้งหลายย่อมติเตียนนรชนนั้น ในโลกนี้ทีเดียว เพราะเหตุที่ไม่ประพฤติธรรม ในมารดาบิดา และเขาละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมไปสู่อบาย ส่วนนรชนใดปฏิบัติชอบในมารดาบิดา ในพระตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือในสาวกของพระตถาคต นรชนเช่นนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมาก บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญนรชนนั้นในโลกนี้ทีเดียว เพราะเหตุที่ประพฤติธรรมในมารดาบิดา และเขาละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิง ในสวรรค์ ฯ"…ขตสูตรที่ ๒  </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต Ep.25</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สมาธิและสังขาร 6237-3d</title>
			<itunes:title>สมาธิและสังขาร 6237-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 10 Sep 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>43:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ec1840c8-39a0-4ebc-8046-aac400dc583b/media.mp3" length="27584545" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ec1840c8-39a0-4ebc-8046-aac400dc583b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e81</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOg6Ib8hnRxqcwbweu4bOCQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e81.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากช่วงขุดเพชรในพระไตรปิฏกได้กล่าวถึงการสนทนาธรรมระหว่างวิสาขอุบาสกและพระธรรมทินนาเถรี ใน จูฬเวทัลลสูตร ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าและการออกจากสมาธิของเหล่านักปฏิบัติทั้งหลายที่ควรจะต้องมาทำความเข้าใจในจุดนี้ เจาะลงไปในเรื่องของ สมาธิและสังขาร</p><p>พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้ในที่อื่น ๆ เปรียบไว้เหมือนกับน้ำที่ไหลมาจากภูเขาที่มีร่องขอบกั้นเป็นแนวตามธรรมชาติ ทำให้น้ำที่ไหลลงมานั้นแรงและเร็ว แต่ถ้าว่าไม่มีขอบคันกั้นเอาไว้ มันก็จะไหลแตกกระจายไป ไม่แรงไม่เร็วไหลรั่วไปในทุกทิศทุกทาง เหมือนเวลาที่เราเสียบสายยางจับต่อกับก็อกน้ำ เพื่อที่จะล้างรถบ้าง รดน้ำต้นไม้บ้าง ถ้ามีรูรั่วอยู่ที่ปลายสายยางน้ำนั้น น้ำก็จะไม่แรง แต่ถ้าเราอุดรูรั่วทั้งหมดมันจะดี เช่นเดียวกันจิตของเรามันรั่วไหลไปตามตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจได้</p><p>จิตรั่วออกไปทางช่องทางใจได้ รั่วออกไปทางธรรมารมณ์ ไหลไปตามความคิดนึกเป็นวจีสังขารบ้าง เป็นจิตสังขารบ้าง เราจึงต้องมีการปิดกั้น ซึ่งลักษณะการปิดกั้นได้นั่นเป็นเพราะ "สติ"  สติจึงเป็นเหตุเกิด  เป็นนิมิตร เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า "บุคคลที่มีสัมมาสติแล้วจะสามารถทำสัมมาสมาธิให้เกิดขึ้นนั้น เป็นฐานะที่มีได้ เป็นได้"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก Ep.36 , คลังพระสูตร Ep.61  นิทานพรรณนา Ep.40 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากช่วงขุดเพชรในพระไตรปิฏกได้กล่าวถึงการสนทนาธรรมระหว่างวิสาขอุบาสกและพระธรรมทินนาเถรี ใน จูฬเวทัลลสูตร ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าและการออกจากสมาธิของเหล่านักปฏิบัติทั้งหลายที่ควรจะต้องมาทำความเข้าใจในจุดนี้ เจาะลงไปในเรื่องของ สมาธิและสังขาร</p><p>พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้ในที่อื่น ๆ เปรียบไว้เหมือนกับน้ำที่ไหลมาจากภูเขาที่มีร่องขอบกั้นเป็นแนวตามธรรมชาติ ทำให้น้ำที่ไหลลงมานั้นแรงและเร็ว แต่ถ้าว่าไม่มีขอบคันกั้นเอาไว้ มันก็จะไหลแตกกระจายไป ไม่แรงไม่เร็วไหลรั่วไปในทุกทิศทุกทาง เหมือนเวลาที่เราเสียบสายยางจับต่อกับก็อกน้ำ เพื่อที่จะล้างรถบ้าง รดน้ำต้นไม้บ้าง ถ้ามีรูรั่วอยู่ที่ปลายสายยางน้ำนั้น น้ำก็จะไม่แรง แต่ถ้าเราอุดรูรั่วทั้งหมดมันจะดี เช่นเดียวกันจิตของเรามันรั่วไหลไปตามตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจได้</p><p>จิตรั่วออกไปทางช่องทางใจได้ รั่วออกไปทางธรรมารมณ์ ไหลไปตามความคิดนึกเป็นวจีสังขารบ้าง เป็นจิตสังขารบ้าง เราจึงต้องมีการปิดกั้น ซึ่งลักษณะการปิดกั้นได้นั่นเป็นเพราะ "สติ"  สติจึงเป็นเหตุเกิด  เป็นนิมิตร เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อน พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า "บุคคลที่มีสัมมาสติแล้วจะสามารถทำสัมมาสมาธิให้เกิดขึ้นนั้น เป็นฐานะที่มีได้ เป็นได้"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก Ep.36 , คลังพระสูตร Ep.61  นิทานพรรณนา Ep.40 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมะ 4 อย่างที่ควรตั้งไว้ในใจ 6236-3d</title>
			<itunes:title>ธรรมะ 4 อย่างที่ควรตั้งไว้ในใจ 6236-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 03 Sep 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/46374cae-5eb9-4194-b488-aabd00dbff8a/media.mp3" length="27168057" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">46374cae-5eb9-4194-b488-aabd00dbff8a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e82</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPApmITDHsh5UpQ+2JNTDXu]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e82.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"…คนเรานี้มีธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ๔ นั้น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว คือ มีปัญญาเป็นธรรมควรตั้งไว้ในใจ มีสัจจะเป็นธรรมควรตั้งไว้ในใจ มีจาคะเป็นธรรมควรตั้งไว้ในใจ มีอุปสมะ (ความเข้าไปสงบราคะ โทสะ โมหะ เป็นความสงบอันประเสริฐอย่างยิ่ง) เป็นธรรมควรตั้งไว้ในใจ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า คนเรานี้มีธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ๔ นั้น เราอาศัยธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ดังนี้ กล่าวแล้ว ฯ ก็ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ไม่พึงประมาทปัญญา พึงตามรักษาสัจจะ พึงเพิ่มพูนจาคะ พึงศึกษาสันติเท่านั้น นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว . . .ธาตุวิภังคสูตร"</p><p>พระพุทธเจ้าแสดงธรรมไว้กับพระเจ้าปุกกสาติในหัวข้อ "ธรรมะที่ควรตั้งไว้ในใจ  4 ข้อ" ได้แก่ปัญญา อธิบายถึงความไม่ประมาทปัญญาในธาตุทั้ง 6 อย่าง รู้ชัดใน ธาตุทั้ง 6 อย่างนี้ว่า "นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา"สัจจะ คือความจริงอันประเสริฐ คือเรื่องของนิพพาน จึงเป็นสิ่งที่ต้องตามรักษา ทำให้แจ้งทำให้ถึงขึ้นมา รักษาได้โดยไม่ประมาทปัญญา จาคะ  ทิ้งความยึดถือคือสละกิเลสออกแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ต้องเพิ่มพูนทำให้มาก เราสละกิเลสออกได้มากเท่าไหร่ นั่นคือปัญญาของเราที่มี เราจะเข้าถึงสัจจะได้มากขึ้นเท่านั้น อุปสมะ คือ จิตที่จาคะราคะ โทสะ โมหะหมดเลย นั่นคือความสงบราบคาบจากราคะ โทสะ โมหะ เป็นสุดยอดสันติ ที่กล่าวว่า สันติเป็นธรรมที่พึงศึกษา สันติก็คืออุปสมะ นั่นเอง</p><p> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สวยงามดีมาก ๆ  เพราะว่าพอแจกแจงออกมาแล้วปรากฏว่า มันเป็นเรื่องอย่างเดียวกัน ปัญญา สัจจะ จาคะ อุปสมะ เป็นธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ไม่พึงประมาทปัญญา พึงตามรักษาสัจจะ พึงเพิ่มพูนจาคะ และพึงศึกษาสันติ อธิบายไปอธิบายมา มันมาจบลงรวมที่จุดเดียวกัน นั่นคือ สันติคือความที่ไม่มีกิเลส, จาคะคือการที่กำจัดกิเลสออก, สัจจะคือนิพพาน และปัญญาคือการเข้าใจตามความเป็นจริง ทั้งหมดเพื่อให้ถึงนิพพานเหมือนกัน</p><p>เป็นเรื่องราวที่เมื่อฟังแล้วต้องระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าว่า ท่านนั้นมีปัญญามากมายเหลือเกิน พอคนที่ฟังเรื่องนี้แจกแจงเรื่องนี้แล้ว จะอยู่ไม่ได้แล้ว กิเลสมันต้องตาย และถ้ามีความเข้าใจถึงระดับนี้แน่นอนว่าไม่ทำให้พระพุทธเจ้าทรงลำบากด้วยเหตุแห่งธรรม แต่เป็นผู้ที่มีความเข้าใจที่ถูกต้องมาในทางที่ถูกต้องแล้ว สามารถที่จะตั้งธรรมทั้ง 4 ข้อนี้ ไว้ในใจได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการแน่นอน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.58  , เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.61 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"…คนเรานี้มีธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ๔ นั้น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว คือ มีปัญญาเป็นธรรมควรตั้งไว้ในใจ มีสัจจะเป็นธรรมควรตั้งไว้ในใจ มีจาคะเป็นธรรมควรตั้งไว้ในใจ มีอุปสมะ (ความเข้าไปสงบราคะ โทสะ โมหะ เป็นความสงบอันประเสริฐอย่างยิ่ง) เป็นธรรมควรตั้งไว้ในใจ ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า คนเรานี้มีธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ๔ นั้น เราอาศัยธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ดังนี้ กล่าวแล้ว ฯ ก็ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ไม่พึงประมาทปัญญา พึงตามรักษาสัจจะ พึงเพิ่มพูนจาคะ พึงศึกษาสันติเท่านั้น นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว . . .ธาตุวิภังคสูตร"</p><p>พระพุทธเจ้าแสดงธรรมไว้กับพระเจ้าปุกกสาติในหัวข้อ "ธรรมะที่ควรตั้งไว้ในใจ  4 ข้อ" ได้แก่ปัญญา อธิบายถึงความไม่ประมาทปัญญาในธาตุทั้ง 6 อย่าง รู้ชัดใน ธาตุทั้ง 6 อย่างนี้ว่า "นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา"สัจจะ คือความจริงอันประเสริฐ คือเรื่องของนิพพาน จึงเป็นสิ่งที่ต้องตามรักษา ทำให้แจ้งทำให้ถึงขึ้นมา รักษาได้โดยไม่ประมาทปัญญา จาคะ  ทิ้งความยึดถือคือสละกิเลสออกแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ต้องเพิ่มพูนทำให้มาก เราสละกิเลสออกได้มากเท่าไหร่ นั่นคือปัญญาของเราที่มี เราจะเข้าถึงสัจจะได้มากขึ้นเท่านั้น อุปสมะ คือ จิตที่จาคะราคะ โทสะ โมหะหมดเลย นั่นคือความสงบราบคาบจากราคะ โทสะ โมหะ เป็นสุดยอดสันติ ที่กล่าวว่า สันติเป็นธรรมที่พึงศึกษา สันติก็คืออุปสมะ นั่นเอง</p><p> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สวยงามดีมาก ๆ  เพราะว่าพอแจกแจงออกมาแล้วปรากฏว่า มันเป็นเรื่องอย่างเดียวกัน ปัญญา สัจจะ จาคะ อุปสมะ เป็นธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ไม่พึงประมาทปัญญา พึงตามรักษาสัจจะ พึงเพิ่มพูนจาคะ และพึงศึกษาสันติ อธิบายไปอธิบายมา มันมาจบลงรวมที่จุดเดียวกัน นั่นคือ สันติคือความที่ไม่มีกิเลส, จาคะคือการที่กำจัดกิเลสออก, สัจจะคือนิพพาน และปัญญาคือการเข้าใจตามความเป็นจริง ทั้งหมดเพื่อให้ถึงนิพพานเหมือนกัน</p><p>เป็นเรื่องราวที่เมื่อฟังแล้วต้องระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าว่า ท่านนั้นมีปัญญามากมายเหลือเกิน พอคนที่ฟังเรื่องนี้แจกแจงเรื่องนี้แล้ว จะอยู่ไม่ได้แล้ว กิเลสมันต้องตาย และถ้ามีความเข้าใจถึงระดับนี้แน่นอนว่าไม่ทำให้พระพุทธเจ้าทรงลำบากด้วยเหตุแห่งธรรม แต่เป็นผู้ที่มีความเข้าใจที่ถูกต้องมาในทางที่ถูกต้องแล้ว สามารถที่จะตั้งธรรมทั้ง 4 ข้อนี้ ไว้ในใจได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการแน่นอน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.58  , เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.61 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>บททดสอบ คือ ผัสสะ 6235-3d</title>
			<itunes:title>บททดสอบ คือ ผัสสะ 6235-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 27 Aug 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ac377b2c-4f02-4a12-b2ec-aab600f4ecd8/media.mp3" length="28992303" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ac377b2c-4f02-4a12-b2ec-aab600f4ecd8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e83</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOkvr8gkIlECR/ebN4dIR0w]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e83.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เมื่อมีเรื่องราวหรือผัสสะอะไรต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลก มีผัสสะที่น่าพอใจบ้าง ไม่น่าพอใจบ้าง ที่เป็นความสุขบ้าง ความทุกข์บ้างแล้ว เราเจอะเจอแล้วทรงจิตของเราให้อยู่ในมรรคให้ดี อันนี้เป็นธรรมดา เป็นข้อสอบที่ผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนที่ได้ตัดสินใจแล้วว่า ชีวิตนี้ ฉันจะอยู่ในทาง ฉันจะอยู่ในมรรคนี้ต้องเจอแน่นอน…เพราะบททดสอบมีอยู่ต่อเนื่อง ผัสสะมีมากระทบอยู่ตลอดเวลา เราจึงต้องฝึกแล้ว ฝึกอีก</p><p>พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้ว่า "ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จะประดับดอกไม้ หอมหวาน ยวนจิตไซร้ ไป่มี" ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า "ขึ้นชื่อว่าความสุข ความสำเร็จแล้ว ใคร ๆ จะบรรลุได้โดยง่าย ๆ คือ ได้มาโดยสบาย ๆ เป็นไม่มี ความสุขความสำเร็จ เป็นสิ่งที่ใคร ๆ บรรลุได้ด้วยความพยายาม ได้ด้วยความลำบาก ด้วยความยาก"</p><p>และถ้าเมื่อเราเจอเรื่องราวที่เป็นความสุขบ้าง ความทุกข์บ้างแล้ว สิ่งที่จะรักษาให้เราอยู่ตามทางได้ นั่นคือ มรรค 8 เราจะมีกำลังใจปฏิบัติตามมรรค 8 ได้ เราต้องมีความมั่นใจ มีศรัทธาใน พุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นกำลังใจที่จะให้เราปฏิบัติมาตามทางนี้ได้</p><p>*ได้ยกเรื่องราว 2 เรื่องขึ้นมาประกอบ ในเรื่องของแม่เรือนชื่อเวเทหิกา และ นายสุปปพุทธะผู้เป็นโรคเรื้อน</p><p>"…ถ้าเรายังไม่ได้เจอผัสสะเรื่องราวอะไรบางทีมันก็ธรรมดา ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้น เป็นคนสงบเสงี่ยมจัด เป็นคนเจียมตัวจัด เป็นคนเยือกเย็นจัด ได้ก็เพียงชั่วเวลาที่ยังไม่ได้กระทบถ้อยคำอันไม่เป็นที่พอใจเท่านั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดเธอกระทบถอยคำอันไม่เป็นที่พอใจเข้าก็ยังเป็นคนสงบเสงี่ยม เจียมตัว เยือกเย็นอยู่ได้ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้นแหละควรทราบว่า เธอเป็นคนสงบเสงี่ยม เป็นคนเจียมตัว เป็นคนเยือกเย็นจริง"…กกจูปมสูตร อุปมาว่าด้วยเลื่อย  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เมื่อมีเรื่องราวหรือผัสสะอะไรต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลก มีผัสสะที่น่าพอใจบ้าง ไม่น่าพอใจบ้าง ที่เป็นความสุขบ้าง ความทุกข์บ้างแล้ว เราเจอะเจอแล้วทรงจิตของเราให้อยู่ในมรรคให้ดี อันนี้เป็นธรรมดา เป็นข้อสอบที่ผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนที่ได้ตัดสินใจแล้วว่า ชีวิตนี้ ฉันจะอยู่ในทาง ฉันจะอยู่ในมรรคนี้ต้องเจอแน่นอน…เพราะบททดสอบมีอยู่ต่อเนื่อง ผัสสะมีมากระทบอยู่ตลอดเวลา เราจึงต้องฝึกแล้ว ฝึกอีก</p><p>พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้ว่า "ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จะประดับดอกไม้ หอมหวาน ยวนจิตไซร้ ไป่มี" ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า "ขึ้นชื่อว่าความสุข ความสำเร็จแล้ว ใคร ๆ จะบรรลุได้โดยง่าย ๆ คือ ได้มาโดยสบาย ๆ เป็นไม่มี ความสุขความสำเร็จ เป็นสิ่งที่ใคร ๆ บรรลุได้ด้วยความพยายาม ได้ด้วยความลำบาก ด้วยความยาก"</p><p>และถ้าเมื่อเราเจอเรื่องราวที่เป็นความสุขบ้าง ความทุกข์บ้างแล้ว สิ่งที่จะรักษาให้เราอยู่ตามทางได้ นั่นคือ มรรค 8 เราจะมีกำลังใจปฏิบัติตามมรรค 8 ได้ เราต้องมีความมั่นใจ มีศรัทธาใน พุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นกำลังใจที่จะให้เราปฏิบัติมาตามทางนี้ได้</p><p>*ได้ยกเรื่องราว 2 เรื่องขึ้นมาประกอบ ในเรื่องของแม่เรือนชื่อเวเทหิกา และ นายสุปปพุทธะผู้เป็นโรคเรื้อน</p><p>"…ถ้าเรายังไม่ได้เจอผัสสะเรื่องราวอะไรบางทีมันก็ธรรมดา ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้น เป็นคนสงบเสงี่ยมจัด เป็นคนเจียมตัวจัด เป็นคนเยือกเย็นจัด ได้ก็เพียงชั่วเวลาที่ยังไม่ได้กระทบถ้อยคำอันไม่เป็นที่พอใจเท่านั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดเธอกระทบถอยคำอันไม่เป็นที่พอใจเข้าก็ยังเป็นคนสงบเสงี่ยม เจียมตัว เยือกเย็นอยู่ได้ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้นแหละควรทราบว่า เธอเป็นคนสงบเสงี่ยม เป็นคนเจียมตัว เป็นคนเยือกเย็นจริง"…กกจูปมสูตร อุปมาว่าด้วยเลื่อย  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รักษาตนเอง รักษาผู้อื่นด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4</title>
			<itunes:title>รักษาตนเอง รักษาผู้อื่นด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 20 Aug 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/3e80a57b-c233-4eda-bdca-aaaf00d21356/media.mp3" length="27940402" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3e80a57b-c233-4eda-bdca-aaaf00d21356</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e84</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPk8MICf/TAJXq2mdxOZVEq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e84.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"เธอพึงปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยคิดว่า เราจักรักษาตน พึงปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยคิดว่า เราจักรักษาผู้อื่น บุคคลผู้รักษาตน ย่อมชื่อว่ารักษาผู้อื่น บุคคลผู้รักษาผู้อื่น ย่อมชื่อว่ารักษาตน"…เสทกสูตรที่ ๑ </p><p>บุคคลผู้รักษาตน ย่อมชื่อว่ารักษาผู้อื่น เป็นอย่างไร? รักษาผู้อื่นด้วยการซ่องเสพ ด้วยการเจริญ ด้วยการกระทำให้มาก  </p><p>บุคคลผู้รักษาผู้อื่น ย่อมชื่อว่ารักษาตน เป็นอย่างไร? รักษาตนด้วยความอดทน ด้วยความไม่เบียดเบียน ด้วยความมีจิตประกอบด้วยเมตตา ด้วยความเอ็นดู  </p><p>คนที่ปฏิบัติธรรมนั้นไม่ใช่ว่า ชีวิตจะราบรื่นไม่มีอุปสรรคอะไรเลย ผัสสะที่ไม่น่าพอใจ มันก็มีเป็นธรรมดา แต่พอมีแล้วเราจะรักษาสติของเราได้หรือไม่ ถ้าเรารักษาสติไม่ได้ มันจะเหมือนถูกยิงด้วยลูกศร 2 ดอก ถูกกายด้วย ถูกใจด้วย แต่ถ้ารักษาสติอยู่ได้ ก็เหมือนถูกยิงด้วยลูกศรดอกเดียว คือทางกาย ไม่ถูกยิงในทางใจ  </p><p>การที่เรารักษาตนเอง จะมีผลเป็นการรักษาผู้อื่น หรือ จะเอาผู้อื่นเป็นหลัก ก็จะมีผลเป็นการรักษาตนเองด้วย ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังทั้ง 2 ฝ่ายให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 ด้าน เปรียบเหมือนนักแสดงกายกรรม ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตของเราแล้ว จะสามารถรักษาทั้ง 2 ฝ่ายได้ จะต้องเจริญสติปัฏฐานทั้ง 4 </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ตามใจท่าน Ep.37  ,</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"เธอพึงปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยคิดว่า เราจักรักษาตน พึงปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยคิดว่า เราจักรักษาผู้อื่น บุคคลผู้รักษาตน ย่อมชื่อว่ารักษาผู้อื่น บุคคลผู้รักษาผู้อื่น ย่อมชื่อว่ารักษาตน"…เสทกสูตรที่ ๑ </p><p>บุคคลผู้รักษาตน ย่อมชื่อว่ารักษาผู้อื่น เป็นอย่างไร? รักษาผู้อื่นด้วยการซ่องเสพ ด้วยการเจริญ ด้วยการกระทำให้มาก  </p><p>บุคคลผู้รักษาผู้อื่น ย่อมชื่อว่ารักษาตน เป็นอย่างไร? รักษาตนด้วยความอดทน ด้วยความไม่เบียดเบียน ด้วยความมีจิตประกอบด้วยเมตตา ด้วยความเอ็นดู  </p><p>คนที่ปฏิบัติธรรมนั้นไม่ใช่ว่า ชีวิตจะราบรื่นไม่มีอุปสรรคอะไรเลย ผัสสะที่ไม่น่าพอใจ มันก็มีเป็นธรรมดา แต่พอมีแล้วเราจะรักษาสติของเราได้หรือไม่ ถ้าเรารักษาสติไม่ได้ มันจะเหมือนถูกยิงด้วยลูกศร 2 ดอก ถูกกายด้วย ถูกใจด้วย แต่ถ้ารักษาสติอยู่ได้ ก็เหมือนถูกยิงด้วยลูกศรดอกเดียว คือทางกาย ไม่ถูกยิงในทางใจ  </p><p>การที่เรารักษาตนเอง จะมีผลเป็นการรักษาผู้อื่น หรือ จะเอาผู้อื่นเป็นหลัก ก็จะมีผลเป็นการรักษาตนเองด้วย ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังทั้ง 2 ฝ่ายให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 ด้าน เปรียบเหมือนนักแสดงกายกรรม ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตของเราแล้ว จะสามารถรักษาทั้ง 2 ฝ่ายได้ จะต้องเจริญสติปัฏฐานทั้ง 4 </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ตามใจท่าน Ep.37  ,</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พึงศึกษาให้ดีในยุคที่สัทธรรมปฏิรูปเกิดมีแล้ว</title>
			<itunes:title>พึงศึกษาให้ดีในยุคที่สัทธรรมปฏิรูปเกิดมีแล้ว</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 13 Aug 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>15:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/c6f2175e-d21c-4448-a696-aaa70161bb48/media.mp3" length="28204080" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c6f2175e-d21c-4448-a696-aaa70161bb48</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e85</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMD/Qo8QSP9ShABo6DcEoF5]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e85.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"…ทองคำปลอมยังไม่เกิดขึ้นในโลกตราบใด ตราบนั้นทองคำแท้ก็ยังไม่หายไป และเมื่อใดทองคำปลอมเกิดขึ้นในโลก เมื่อนั้นทองคำแท้จึงหายไปฉันใด สัทธรรมปฏิรูปยังไม่เกิดขึ้นในโลกตราบใด ตราบนั้นสัทธรรมก็ยังไม่เสื่อมสูญไป แต่เมื่อใดสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้นในโลก เมื่อนั้นสัทธรรมย่อมเสื่อมสูญไป ฉันนั้นเหมือนกัน. </p><p>ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ทำสัทธรรมให้เสื่อมสูญไปไม่ได้ อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) วาโยธาตุ(ธาตุลม) ก็ทำสัทธรรมให้เสื่อมสูญไปไม่ได้ ที่แท้โมฆบุรุษในโลกนี้ ต่างหากเกิดขึ้นมาย่อมทำให้สัทธรรมเสื่อมสูญไป เปรียบเหมือนเรือจะอับปางก็เพราะ ต้นหนเท่านั้น สัทธรรมย่อมไม่เสื่อมสูญไป ด้วยประการฉะนี้."…สัทธัมมัปปฏิรูปกสูตร ว่าด้วยสัทธรรมปฏิรูป </p><p>เราจึงต้องทำการศึกษา เล่าเรียน ทำความเข้าใจอย่างดีในบทพยัญชนะที่มันปฏิรูปไปแล้วเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ที่มันปรุงแต่งไปแล้ว…แม้ในสิ่งที่ปฏิรูปมาแล้วนั้น ถ้าเราใส่ใจทำความศึกษาให้ดีลึกลงไปในรายละเอียดทั้งส่วนที่เป็นหัวข้อและตัวแม่บท เราจะสามารถแยกแยะของปลอม แยกแยะของจริงได้ โดยไล่มาตั้งแต่เรื่องของคำสอน ไปจนถึงเรื่องของการปฏิบัติ ไปจนถึงเรื่องของผลที่เกิดขึ้น มันมีปลอมมาในทุกระดับ ของปลอมอยู่ตรงไหน ปฏิรูปอยู่ตรงไหน ของจริงคือความถูกต้องก็อยู่ตรงนั้นได้เหมือนกัน เราจะรู้ถึงของจริงโดยการผ่านทางของปลอมนี้ได้เหมือนกัน </p><p>ถ้าเราปฏิบัติให้มันชอบตามสิกขาบทที่พระพุทธองค์ได้ทรงกำหนดไว้ มีความเคารพยำเกรงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในสิกขาบท ในสมาธิ สิ่งนี้จะทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ได้ ให้เรามาช่วยกันรักษาศาสนานี้ที่พระพุทธเจ้าได้ทิ้งเป็นมรดกไว้ให้ จากการแลกมาด้วยเลือดด้วยเนื้อของพระองค์เอง </p><p>"เราจะพบของจริงได้ก็อยู่ในของปลอมนี่แหละ กายของเราที่มันว่าสวยว่างาม ดูจริง ๆ มันสวยงามหรือไม่ ของจริงเราเห็นได้อยู่ในของปลอมนี้ สัทธรรมปฏิรูปเราดูดี ๆ ให้มันเห็นได้ เราจะเห็นสัทธรรมที่แท้จริงได้นั่นเอง" </p><p>สมจิตตวรรคที่ ๔ </p><p>[๒๘๖] …ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่อนุโลมอรรถและธรรม โดยสูตรซึ่งตนเรียนไว้ดี ด้วยพยัญชนะปฏิรูปนั้น ชื่อว่าปฏิบัติแล้วเพื่อประโยชน์ของชนมาก เพื่อความสุขของชนมาก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุพวกนั้นยังประสพบุญเป็นอันมาก ทั้งชื่อว่าดำรงสัทธรรมนี้ไว้อีกด้วย ฯ </p><p>  </p><p>สุคตวินยสูตร ว่าด้วยพระสุคตและวินัยของพระสุคต </p><p>[๑๖๐] …ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความตั้งมั่น เพื่อความไม่ฟั่นเฟือน เพื่อความไม่เสื่อมสูญแห่งพระสัทธรรม คือภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเล่าเรียนพระสูตรอันเรียนกันมาดี ด้วยบทและพยัญชนะอันตั้งไว้ดี แม้อรรถแห่งบทและพยัญชนะที่ตั้งไว้ดี ย่อมมีนัยดีไปด้วยภิกษุเป็นผู้ว่าง่าย ประกอบด้วยธรรมอันทำให้เป็นผู้ว่าง่าย เป็นผู้อดทน รับคำพร่ำสอนโดยเคารพภิกษุเหล่าใดเป็นพหูสูต เล่าเรียนนิกาย ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา ภิกษุเหล่านั้นบอกพระสูตรแก่ผู้อื่นโดยเคารพ เมื่อภิกษุเหล่านั้นมรณภาพลง พระสูตรย่อมไม่ขาดมูลเดิม ยังมีที่พึ่งอาศัยภิกษุทั้งหลายผู้เป็นพระเถระ เป็นผู้ไม่มักมากไม่ประพฤติย่อหย่อน ทอดธุระในการก้าวลง เป็นหัวหน้าในวิเวก ปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง หมู่ชนผู้เกิดมาภายหลังย่อมดำเนินตามอย่างภิกษุเหล่านั้น แม้หมู่ชนผู้เกิดมาภายหลังเหล่านั้น ก็เป็นผู้ไม่มักมาก ไม่ประพฤติย่อมหย่อนทอดธุระในการก้าวลง เป็นหัวหน้าในวิเวก ปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"…ทองคำปลอมยังไม่เกิดขึ้นในโลกตราบใด ตราบนั้นทองคำแท้ก็ยังไม่หายไป และเมื่อใดทองคำปลอมเกิดขึ้นในโลก เมื่อนั้นทองคำแท้จึงหายไปฉันใด สัทธรรมปฏิรูปยังไม่เกิดขึ้นในโลกตราบใด ตราบนั้นสัทธรรมก็ยังไม่เสื่อมสูญไป แต่เมื่อใดสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้นในโลก เมื่อนั้นสัทธรรมย่อมเสื่อมสูญไป ฉันนั้นเหมือนกัน. </p><p>ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ทำสัทธรรมให้เสื่อมสูญไปไม่ได้ อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) วาโยธาตุ(ธาตุลม) ก็ทำสัทธรรมให้เสื่อมสูญไปไม่ได้ ที่แท้โมฆบุรุษในโลกนี้ ต่างหากเกิดขึ้นมาย่อมทำให้สัทธรรมเสื่อมสูญไป เปรียบเหมือนเรือจะอับปางก็เพราะ ต้นหนเท่านั้น สัทธรรมย่อมไม่เสื่อมสูญไป ด้วยประการฉะนี้."…สัทธัมมัปปฏิรูปกสูตร ว่าด้วยสัทธรรมปฏิรูป </p><p>เราจึงต้องทำการศึกษา เล่าเรียน ทำความเข้าใจอย่างดีในบทพยัญชนะที่มันปฏิรูปไปแล้วเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ที่มันปรุงแต่งไปแล้ว…แม้ในสิ่งที่ปฏิรูปมาแล้วนั้น ถ้าเราใส่ใจทำความศึกษาให้ดีลึกลงไปในรายละเอียดทั้งส่วนที่เป็นหัวข้อและตัวแม่บท เราจะสามารถแยกแยะของปลอม แยกแยะของจริงได้ โดยไล่มาตั้งแต่เรื่องของคำสอน ไปจนถึงเรื่องของการปฏิบัติ ไปจนถึงเรื่องของผลที่เกิดขึ้น มันมีปลอมมาในทุกระดับ ของปลอมอยู่ตรงไหน ปฏิรูปอยู่ตรงไหน ของจริงคือความถูกต้องก็อยู่ตรงนั้นได้เหมือนกัน เราจะรู้ถึงของจริงโดยการผ่านทางของปลอมนี้ได้เหมือนกัน </p><p>ถ้าเราปฏิบัติให้มันชอบตามสิกขาบทที่พระพุทธองค์ได้ทรงกำหนดไว้ มีความเคารพยำเกรงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในสิกขาบท ในสมาธิ สิ่งนี้จะทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ได้ ให้เรามาช่วยกันรักษาศาสนานี้ที่พระพุทธเจ้าได้ทิ้งเป็นมรดกไว้ให้ จากการแลกมาด้วยเลือดด้วยเนื้อของพระองค์เอง </p><p>"เราจะพบของจริงได้ก็อยู่ในของปลอมนี่แหละ กายของเราที่มันว่าสวยว่างาม ดูจริง ๆ มันสวยงามหรือไม่ ของจริงเราเห็นได้อยู่ในของปลอมนี้ สัทธรรมปฏิรูปเราดูดี ๆ ให้มันเห็นได้ เราจะเห็นสัทธรรมที่แท้จริงได้นั่นเอง" </p><p>สมจิตตวรรคที่ ๔ </p><p>[๒๘๖] …ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่อนุโลมอรรถและธรรม โดยสูตรซึ่งตนเรียนไว้ดี ด้วยพยัญชนะปฏิรูปนั้น ชื่อว่าปฏิบัติแล้วเพื่อประโยชน์ของชนมาก เพื่อความสุขของชนมาก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุพวกนั้นยังประสพบุญเป็นอันมาก ทั้งชื่อว่าดำรงสัทธรรมนี้ไว้อีกด้วย ฯ </p><p>  </p><p>สุคตวินยสูตร ว่าด้วยพระสุคตและวินัยของพระสุคต </p><p>[๑๖๐] …ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความตั้งมั่น เพื่อความไม่ฟั่นเฟือน เพื่อความไม่เสื่อมสูญแห่งพระสัทธรรม คือภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเล่าเรียนพระสูตรอันเรียนกันมาดี ด้วยบทและพยัญชนะอันตั้งไว้ดี แม้อรรถแห่งบทและพยัญชนะที่ตั้งไว้ดี ย่อมมีนัยดีไปด้วยภิกษุเป็นผู้ว่าง่าย ประกอบด้วยธรรมอันทำให้เป็นผู้ว่าง่าย เป็นผู้อดทน รับคำพร่ำสอนโดยเคารพภิกษุเหล่าใดเป็นพหูสูต เล่าเรียนนิกาย ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา ภิกษุเหล่านั้นบอกพระสูตรแก่ผู้อื่นโดยเคารพ เมื่อภิกษุเหล่านั้นมรณภาพลง พระสูตรย่อมไม่ขาดมูลเดิม ยังมีที่พึ่งอาศัยภิกษุทั้งหลายผู้เป็นพระเถระ เป็นผู้ไม่มักมากไม่ประพฤติย่อหย่อน ทอดธุระในการก้าวลง เป็นหัวหน้าในวิเวก ปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง หมู่ชนผู้เกิดมาภายหลังย่อมดำเนินตามอย่างภิกษุเหล่านั้น แม้หมู่ชนผู้เกิดมาภายหลังเหล่านั้น ก็เป็นผู้ไม่มักมาก ไม่ประพฤติย่อมหย่อนทอดธุระในการก้าวลง เป็นหัวหน้าในวิเวก ปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ยังไม่ทำให้แจ้ง </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธลีลาในการสอน 6232-3d</title>
			<itunes:title>พุทธลีลาในการสอน 6232-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 06 Aug 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1233bee3-2083-400b-8bcb-aaa100f90e5a/media.mp3" length="28080117" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1233bee3-2083-400b-8bcb-aaa100f90e5a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e86</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMQLXP7eoVIKk3JlGSRgQdr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e86.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อ้างอิงมาใน อัมพัฏฐสูตร และ ปราภวสูตร จะเห็นถึง พุทธลีลาในการสอนของพระพุทธเจ้าในแต่ละครั้ง ที่มีลักษณะเทศนาวิธี 4  คือ 1) สันทัสสนา ชี้แจงให้เห็นชัด 2) สมาทปนา ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ 3) สมุตเตชนา เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า และ 4) สัมปหังสนา ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริง </p><p>รูปแบบการสอน 4 คือ 1) แบบสนทนา  2) แบบบรรยาย 3) แบบตอบปัญหา และ 4) แบบวางเป็นข้อบังคับ และในรูปแบบการตอบปัญหานั้น ท่านได้แบ่งวิธีการตอบไว้ 4อย่างด้วยกัน คือ ตอบตรงไปตรงมา ตายตัว, มีการย้อนถามแล้วจึงตอบ, มีการเพิ่มเติมในคำตอบ และนิ่งไม่ตอบเลย นอกจากนี้ยังมีกลวิธีและอุบายประกอบการสั่งสอนอื่น ๆ อีก ที่จะเห็นได้จากเนื้อหาในพระไตรปิฏก</p><p>สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้กับพระอานนท์ว่า "การแสดงธรรมให้คนอื่นฟัง มิใช่สิ่งที่กระทำโดยง่าย" ผู้แสดงธรรม หรือที่เรียกว่า"ธรรมกถึก" พึงตั้งธรรม 5 ประการ เหล่านี้ไว้ในใจ ได้แก่ กล่าวความไปตามลำดับ, ชี้แจงยกเหตุผลมาแสดงให้เข้าใจ, แสดงธรรมด้วยอาศัยเมตตา, ไม่แสดงธรรมด้วยเห็นแก่อามิส และแสดงธรรมไม่กระทบตนและผู้อื่น </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรใน พระไตรปิฏก Ep.15  , ใต้ร่มโพธิบท Ep.49  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อ้างอิงมาใน อัมพัฏฐสูตร และ ปราภวสูตร จะเห็นถึง พุทธลีลาในการสอนของพระพุทธเจ้าในแต่ละครั้ง ที่มีลักษณะเทศนาวิธี 4  คือ 1) สันทัสสนา ชี้แจงให้เห็นชัด 2) สมาทปนา ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ 3) สมุตเตชนา เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า และ 4) สัมปหังสนา ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริง </p><p>รูปแบบการสอน 4 คือ 1) แบบสนทนา  2) แบบบรรยาย 3) แบบตอบปัญหา และ 4) แบบวางเป็นข้อบังคับ และในรูปแบบการตอบปัญหานั้น ท่านได้แบ่งวิธีการตอบไว้ 4อย่างด้วยกัน คือ ตอบตรงไปตรงมา ตายตัว, มีการย้อนถามแล้วจึงตอบ, มีการเพิ่มเติมในคำตอบ และนิ่งไม่ตอบเลย นอกจากนี้ยังมีกลวิธีและอุบายประกอบการสั่งสอนอื่น ๆ อีก ที่จะเห็นได้จากเนื้อหาในพระไตรปิฏก</p><p>สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้กับพระอานนท์ว่า "การแสดงธรรมให้คนอื่นฟัง มิใช่สิ่งที่กระทำโดยง่าย" ผู้แสดงธรรม หรือที่เรียกว่า"ธรรมกถึก" พึงตั้งธรรม 5 ประการ เหล่านี้ไว้ในใจ ได้แก่ กล่าวความไปตามลำดับ, ชี้แจงยกเหตุผลมาแสดงให้เข้าใจ, แสดงธรรมด้วยอาศัยเมตตา, ไม่แสดงธรรมด้วยเห็นแก่อามิส และแสดงธรรมไม่กระทบตนและผู้อื่น </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรใน พระไตรปิฏก Ep.15  , ใต้ร่มโพธิบท Ep.49  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อาการเกิดดับแห่งอาหาร 4 อย่าง 6231-3d</title>
			<itunes:title>อาการเกิดดับแห่งอาหาร 4 อย่าง 6231-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/cd9c30ec-f9d4-403e-aacf-aa9900c6ad94/media.mp3" length="27904250" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">cd9c30ec-f9d4-403e-aacf-aa9900c6ad94</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e87</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN7RgeEzdvsrOeqJXFmJ0Zt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e87.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติคำว่า "อาหาร" ไว้ 4 อย่าง คือ ส่วนที่เป็นรูปอาศัย กพฬีการาหาร (คำข้าว), ส่วนที่เป็นนามอาศัย ผัสสะ มโนสัญเจตนา และวิญญาณ ซึ่งเป็นตัวอนุเคราะห์ให้ภูตสัตว์ทั้งหลายดำรงอยู่ตั้งได้อยู่ในภพนั้น ๆ</p><p>ได้อธิบายถึง "อาหาร 4" ในแต่ละหัวข้อโดยรายละเอียดไว้ ซึ่งการดำรงอยู่มีอยู่ของชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถมีอยู่ตั้งอยู่ได้ มีการต่อเนื่อง ๆ ไหลสืบทอดกันมา ก็เพราะว่ามีอาหารต่าง ๆ เหล่านี้ </p><p>"เปรียบเหมือนช่างย้อม หรือช่างเขียน, เมื่อมีน้ำย้อมคือครั่ง ขมิ้น คราม หรือสีแดงอ่อน ก็จะพึงเขียนรูปสตรี หรือรูปบุรุษ ลงที่แผ่นกระดาษ หรือฝาผนัง หรือผืนผ้า ซึ่งเกลี้ยงเกลา ได้ครบทุกส่วน,</p><p>อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้น คือ ถ้ามีราคะ มีนันทิ มีตัณหา ในกพฬการาหารไซร้, วิญญาณ ก็เป็นสิ่งที่ตั้งอยู่ได้ เจริญ งอกงามอยู่ได้ ในกพฬีการาหารนั้น.วิญญาณที่ตั้งอยู่ได้ เจริญงอกงามอยู่ได้ มีอยู่ ในที่ใด, การหยั่งลงแห่งนามรูป ก็มีอยู่ในที่นั้นการหยั่งลงแห่งนามรูป มีอยู่ ในที่ใด, ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลาย ก็มีอยู่ในที่นั้น.ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลาย มีอยู่ ในที่ใด, การบังเกิดในภพใหม่ต่อไป ก็มีอยู่ในที่นั้น. การบังเกิดในภพใหม่ต่อไป มีอยู่ ในที่ใด, ชาติชรามรณะต่อไป ก็มีอยู่ในที่นั้น. ชาติชรามรณะต่อไป มีอยู่ ในที่ใด,</p><p>ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เราเรียกที่นั้นว่า "เป็นที่มีโศก มีธุลี มีความคับแค้น" ดังนี้. " …ปุตตมังสสูตร ว่าด้วย อาหาร  ๔  อย่าง</p><p>และไม่ว่าจะมีอาหารเพียงอันใดอันหนึ่งใน 4 อย่างนี้  ก็สามารถที่จะให้เกิดมีการปรุงแต่ง มีสังสารวัฏ มีความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ต่อไปได้ เพราะมันสร้างต่อเติมกันมาจากจุดนี้ จุดที่มีอาหาร มีความเพลิน มีความอยาก ทำให้อาหารนั้นมันไม่หมดสิ้นไป หามามีต่อ อะไรที่มันตั้งต่อจากนั้น วิญญาณมันก็ตั้งต่อกันไปได้ แทรกซึมลงไปตรงผัสสะด้วย มโนสัญเจตนาด้วย และวิญญาณด้วย  ทำให้เป็นอาหาร ทำให้เป็นวิิญญาณาหารต่อไปและต่อไป  โดยที่มันมีการเกี่ยวข้องกันทั้งหมดนี้ก็ด้วยความที่ต้องอาศัยตัณหา</p><p>ถ้ามีการตริตรึกนึกน้อมไปทางไหน จิตเราจะคล้อยไป ด้วยอาการอย่างนั้น ๆ จิตไปทางไหน ก็เหมือนกับเราให้วิญญาณาหารในสิ่งนั้น ๆ มันจะมีกำลังมาก เราจะตัดกำลังของอวิชชา ตัดกำลังของการปรุงแต่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ต้องตัดที่อาหารของมัน ตัดตรงรอยต่อ ตัดตรงรอยเชื่อม ซึ่งจุดที่เชื่อมมันไว้ นี้คือตัณหา </p><p>เราจะตัดราคะ นันทิ ตัณหาในอาหารทั้ง 4 นี้ได้ จะต้องมี ความแม่นคือต้องมีสติตั้งเอาไว้ จดจ่อลงไป, มีความคมคือปัญญา พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง และจะต้องมีกำลังคือมีสมาธิเป็นสมถะให้จิตเป็นอารมณ์อันเดียว …มีสติจดจ่อลงไปกับด้วยธรรมะ ใคร่ครวญมาให้เกิดปัญญาคมๆ เพื่อกำหนดรู้ ว่า </p><p>ว่าด้วยลักษณะอาหารสี่ โดยอุปมา</p><p>กพฬีการาหาร /ราคะ (ความกำหนัดยินดี) พึงเห็นด้วยอุปมาเปรียบเหมือน สองสามีภรรยากินเนื้อบุตร </p><p>ผัสสาหาร /เวทนาทั้งสาม พึงเห็นด้วยอุปมาเปรียบเหมือน แม่โคนมที่ปราศจากหนังห่อหุ้ม</p><p>มโนสัญเจตนาหาร /ตัณหาทั้งสาม พึงเห็นด้วยอุปมาเปรียบเหมือน หลุมถ่านเพลิงที่ร้อนแดง</p><p>วิิญญาณาหาร /นามรูป พึงเห็นด้วยอุปมาเปรียบเหมือน นักโทษถูกประหารที่ถูกแทงด้วยหอก 300 เล่ม</p><p>"รู้ด้วยปัญญา เห็นตามความเป็นจริงด้วยกำลังคือสมาธิ เราจะสามารถคลายความกำหนัด คลายความรักใคร่ยินดีพอใจ ละซึ่งตัณหาในวิญญาณคืออาหารนั้นได้"</p><p>และช่วงคลังพระสูตรในสัปดาห์เดียวกันนี้ จะได้ยก ปุตตมังสสูตร และ อัตถิราคสูตร ขึ้นมานำมาให้ได้ฟังเนื้อหาเต็ม ๆ กัน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.58   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติคำว่า "อาหาร" ไว้ 4 อย่าง คือ ส่วนที่เป็นรูปอาศัย กพฬีการาหาร (คำข้าว), ส่วนที่เป็นนามอาศัย ผัสสะ มโนสัญเจตนา และวิญญาณ ซึ่งเป็นตัวอนุเคราะห์ให้ภูตสัตว์ทั้งหลายดำรงอยู่ตั้งได้อยู่ในภพนั้น ๆ</p><p>ได้อธิบายถึง "อาหาร 4" ในแต่ละหัวข้อโดยรายละเอียดไว้ ซึ่งการดำรงอยู่มีอยู่ของชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถมีอยู่ตั้งอยู่ได้ มีการต่อเนื่อง ๆ ไหลสืบทอดกันมา ก็เพราะว่ามีอาหารต่าง ๆ เหล่านี้ </p><p>"เปรียบเหมือนช่างย้อม หรือช่างเขียน, เมื่อมีน้ำย้อมคือครั่ง ขมิ้น คราม หรือสีแดงอ่อน ก็จะพึงเขียนรูปสตรี หรือรูปบุรุษ ลงที่แผ่นกระดาษ หรือฝาผนัง หรือผืนผ้า ซึ่งเกลี้ยงเกลา ได้ครบทุกส่วน,</p><p>อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้น คือ ถ้ามีราคะ มีนันทิ มีตัณหา ในกพฬการาหารไซร้, วิญญาณ ก็เป็นสิ่งที่ตั้งอยู่ได้ เจริญ งอกงามอยู่ได้ ในกพฬีการาหารนั้น.วิญญาณที่ตั้งอยู่ได้ เจริญงอกงามอยู่ได้ มีอยู่ ในที่ใด, การหยั่งลงแห่งนามรูป ก็มีอยู่ในที่นั้นการหยั่งลงแห่งนามรูป มีอยู่ ในที่ใด, ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลาย ก็มีอยู่ในที่นั้น.ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลาย มีอยู่ ในที่ใด, การบังเกิดในภพใหม่ต่อไป ก็มีอยู่ในที่นั้น. การบังเกิดในภพใหม่ต่อไป มีอยู่ ในที่ใด, ชาติชรามรณะต่อไป ก็มีอยู่ในที่นั้น. ชาติชรามรณะต่อไป มีอยู่ ในที่ใด,</p><p>ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เราเรียกที่นั้นว่า "เป็นที่มีโศก มีธุลี มีความคับแค้น" ดังนี้. " …ปุตตมังสสูตร ว่าด้วย อาหาร  ๔  อย่าง</p><p>และไม่ว่าจะมีอาหารเพียงอันใดอันหนึ่งใน 4 อย่างนี้  ก็สามารถที่จะให้เกิดมีการปรุงแต่ง มีสังสารวัฏ มีความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ต่อไปได้ เพราะมันสร้างต่อเติมกันมาจากจุดนี้ จุดที่มีอาหาร มีความเพลิน มีความอยาก ทำให้อาหารนั้นมันไม่หมดสิ้นไป หามามีต่อ อะไรที่มันตั้งต่อจากนั้น วิญญาณมันก็ตั้งต่อกันไปได้ แทรกซึมลงไปตรงผัสสะด้วย มโนสัญเจตนาด้วย และวิญญาณด้วย  ทำให้เป็นอาหาร ทำให้เป็นวิิญญาณาหารต่อไปและต่อไป  โดยที่มันมีการเกี่ยวข้องกันทั้งหมดนี้ก็ด้วยความที่ต้องอาศัยตัณหา</p><p>ถ้ามีการตริตรึกนึกน้อมไปทางไหน จิตเราจะคล้อยไป ด้วยอาการอย่างนั้น ๆ จิตไปทางไหน ก็เหมือนกับเราให้วิญญาณาหารในสิ่งนั้น ๆ มันจะมีกำลังมาก เราจะตัดกำลังของอวิชชา ตัดกำลังของการปรุงแต่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ต้องตัดที่อาหารของมัน ตัดตรงรอยต่อ ตัดตรงรอยเชื่อม ซึ่งจุดที่เชื่อมมันไว้ นี้คือตัณหา </p><p>เราจะตัดราคะ นันทิ ตัณหาในอาหารทั้ง 4 นี้ได้ จะต้องมี ความแม่นคือต้องมีสติตั้งเอาไว้ จดจ่อลงไป, มีความคมคือปัญญา พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง และจะต้องมีกำลังคือมีสมาธิเป็นสมถะให้จิตเป็นอารมณ์อันเดียว …มีสติจดจ่อลงไปกับด้วยธรรมะ ใคร่ครวญมาให้เกิดปัญญาคมๆ เพื่อกำหนดรู้ ว่า </p><p>ว่าด้วยลักษณะอาหารสี่ โดยอุปมา</p><p>กพฬีการาหาร /ราคะ (ความกำหนัดยินดี) พึงเห็นด้วยอุปมาเปรียบเหมือน สองสามีภรรยากินเนื้อบุตร </p><p>ผัสสาหาร /เวทนาทั้งสาม พึงเห็นด้วยอุปมาเปรียบเหมือน แม่โคนมที่ปราศจากหนังห่อหุ้ม</p><p>มโนสัญเจตนาหาร /ตัณหาทั้งสาม พึงเห็นด้วยอุปมาเปรียบเหมือน หลุมถ่านเพลิงที่ร้อนแดง</p><p>วิิญญาณาหาร /นามรูป พึงเห็นด้วยอุปมาเปรียบเหมือน นักโทษถูกประหารที่ถูกแทงด้วยหอก 300 เล่ม</p><p>"รู้ด้วยปัญญา เห็นตามความเป็นจริงด้วยกำลังคือสมาธิ เราจะสามารถคลายความกำหนัด คลายความรักใคร่ยินดีพอใจ ละซึ่งตัณหาในวิญญาณคืออาหารนั้นได้"</p><p>และช่วงคลังพระสูตรในสัปดาห์เดียวกันนี้ จะได้ยก ปุตตมังสสูตร และ อัตถิราคสูตร ขึ้นมานำมาให้ได้ฟังเนื้อหาเต็ม ๆ กัน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.58   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุแห่งการเกิดของชีวิต 6230-3d</title>
			<itunes:title>เหตุแห่งการเกิดของชีวิต 6230-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/050c896b-c1a5-4b0a-ad25-aa91000f7938/media.mp3" length="26408736" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">050c896b-c1a5-4b0a-ad25-aa91000f7938</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e88</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IP9cfgSLwb2cMM8oycj7G43]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e88.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"อินทรีย์คือชีวิต เป็นสิ่งที่มีการรับรู้ได้ และมีใจเป็นที่แล่นไปสู่"</p><p>ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกับพระมหาโกฏฐิตะไว้ใน มหาเวทัลลสูตร…"เปรียบเหมือนประทีปน้ำมันกำลังติดไฟอยู่ แสงสว่างอาศัยเปลว ปรากฏอยู่ เปลวก็อาศัยแสงสว่างปรากฏอยู่ฉันใด อายุอาศัยไออุ่นตั้งอยู่ ไออุ่นก็อาศัยอายุตั้งอยู่ ฉันนั้นเหมือนกัน" กล่าวคือ เปลวไฟจะเกิดขึ้นอยู่ได้ ต้องมีเหตุปัจจัย คือ ความร้อน ออกซิเจน และเชื้อเพลิง ซึ่งต้องมีในปริมาณพอเหมาะพอสมจึงเกิดขึ้นได้ เป็นปฏิกิริยาห่วงโซ่ (Exothermic Chain Reaction) ถ้าความร้อนที่ผลิตจากเปลวไฟไม่มากพอ เปลวไฟนั้นจะอ่อนลงและดับไป    </p><p>ใน ปายาสิราชัญญสูตร พระกุมารกัสสปะได้ปรับแก้ทิฏฐิของพระเจ้าปายาสิในเรื่อง "แม้เพราะเหตุนี้ โลกอื่นไม่มี โอปปาติกสัตว์ไม่มี ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและทำชั่วไม่มี" โดยยก อุปมาด้วยก้อนเหล็กร้อน ขึ้นมาอธิบาย…"เมื่อร่างกายนี้ยังมีอายุ มีไออุ่นและมีวิญญาณจะมีน้ำหนักเบากว่า อ่อนนุ่มกว่า และปรับตัวได้ง่ายกว่า แต่เมื่อร่างกายนี้ไม่มีอายุไม่มีไออุ่นและไม่มีวิญญาณ จะมีน้ำหนักมากกว่า แข็งกระด้างกว่า และปรับตัวได้ยากกว่า" กล่าวคือ ของที่ร้อนจะมีน้ำหนักเบากว่าของที่เย็น</p><p>และยก อุปมาด้วยการเป่าสังข์ ขึ้นมาอธิบายด้วย…"…เมื่อสังข์นี้มีคน มีความพยายาม และมีลมจึงส่งเสียงได้ แต่เมื่อสังข์นี้ไม่มีคน ไม่มีความพยายาม และไม่มีลม ก็ส่งเสียงไม่ได้" กล่าวคือ จะต้องมีคน มีสังข์ มีความพยายามที่ถูกต้อง จึงจะมีเสียงสังข์เกิดขึ้นได้</p><p>การที่มีตัวคนชื่อนั้นชื่อนี้เกิดขึ้นมาได้ เพราะอาศัยไออุ่นคือกรรมเก่า อาศัยการประกอบกันของธาตุ 4 รวมกันเป็นชีวิตอินทรีย์ขึ้นมา และอาศัยวิญญาณมันจึงตั้งอยู่ได้ สิ่งที่เป็นเหตุให้เราสร้างกรรม เป็นตัวสืบเนื่องไป เป็นตัวเชื่อมต่อ  ๆ ไปเป็นปฏิกิริยาห่วงโซ่ ต่อไปและต่อไป  นั่นคือ ตัณหาที่มันสร้างราคะ โทสะ โมหะขึ้นมาเป็นเหตุของกรรม อาสวะมันจึงเกิดขึ้น เมื่ออาสวะเกิดขึ้นเป็นเหตุของอวิชชา ทำให้ความรู้สึกว่าเป็นตัวตนของเราในขันธ์ 5 สังขารการปรุงแต่งมันจึงแทรกซึมเข้าไปต่อไปและต่อไป มีกรรมคือเจตนา มีกรรมคือสังขารการปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจต่อไปและต่อไปตามการกระทำที่ขึ้นอยู่กับราคะ โทสะ โมหะ  ด้วยอาศัยเหตุปัจจัยนี้จึงมีกรรม จึงมีการปรุงแต่งรวบรวมเอาธาตุ 4 ขึ้นมาเป็นแบบนี้ มีอายตนะใหม่ มีการเกิดใหม่…ถ้ายังมีเหตุแห่งการเกิดอีก มีปรุงแต่งต่อไปอีก มีกรรมต่อไปอีก ก็เกิดใหม่อีกต่อไปและต่อไป ไฟคือชีวิตอินทรีย์นี้ไม่เคยดับเลย หมดชาตินี้แล้ว ก็มีชาติต่อไปและต่อไป </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.53, Ep.48, ใต้ร่มโพธิบท Ep.57 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"อินทรีย์คือชีวิต เป็นสิ่งที่มีการรับรู้ได้ และมีใจเป็นที่แล่นไปสู่"</p><p>ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกับพระมหาโกฏฐิตะไว้ใน มหาเวทัลลสูตร…"เปรียบเหมือนประทีปน้ำมันกำลังติดไฟอยู่ แสงสว่างอาศัยเปลว ปรากฏอยู่ เปลวก็อาศัยแสงสว่างปรากฏอยู่ฉันใด อายุอาศัยไออุ่นตั้งอยู่ ไออุ่นก็อาศัยอายุตั้งอยู่ ฉันนั้นเหมือนกัน" กล่าวคือ เปลวไฟจะเกิดขึ้นอยู่ได้ ต้องมีเหตุปัจจัย คือ ความร้อน ออกซิเจน และเชื้อเพลิง ซึ่งต้องมีในปริมาณพอเหมาะพอสมจึงเกิดขึ้นได้ เป็นปฏิกิริยาห่วงโซ่ (Exothermic Chain Reaction) ถ้าความร้อนที่ผลิตจากเปลวไฟไม่มากพอ เปลวไฟนั้นจะอ่อนลงและดับไป    </p><p>ใน ปายาสิราชัญญสูตร พระกุมารกัสสปะได้ปรับแก้ทิฏฐิของพระเจ้าปายาสิในเรื่อง "แม้เพราะเหตุนี้ โลกอื่นไม่มี โอปปาติกสัตว์ไม่มี ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและทำชั่วไม่มี" โดยยก อุปมาด้วยก้อนเหล็กร้อน ขึ้นมาอธิบาย…"เมื่อร่างกายนี้ยังมีอายุ มีไออุ่นและมีวิญญาณจะมีน้ำหนักเบากว่า อ่อนนุ่มกว่า และปรับตัวได้ง่ายกว่า แต่เมื่อร่างกายนี้ไม่มีอายุไม่มีไออุ่นและไม่มีวิญญาณ จะมีน้ำหนักมากกว่า แข็งกระด้างกว่า และปรับตัวได้ยากกว่า" กล่าวคือ ของที่ร้อนจะมีน้ำหนักเบากว่าของที่เย็น</p><p>และยก อุปมาด้วยการเป่าสังข์ ขึ้นมาอธิบายด้วย…"…เมื่อสังข์นี้มีคน มีความพยายาม และมีลมจึงส่งเสียงได้ แต่เมื่อสังข์นี้ไม่มีคน ไม่มีความพยายาม และไม่มีลม ก็ส่งเสียงไม่ได้" กล่าวคือ จะต้องมีคน มีสังข์ มีความพยายามที่ถูกต้อง จึงจะมีเสียงสังข์เกิดขึ้นได้</p><p>การที่มีตัวคนชื่อนั้นชื่อนี้เกิดขึ้นมาได้ เพราะอาศัยไออุ่นคือกรรมเก่า อาศัยการประกอบกันของธาตุ 4 รวมกันเป็นชีวิตอินทรีย์ขึ้นมา และอาศัยวิญญาณมันจึงตั้งอยู่ได้ สิ่งที่เป็นเหตุให้เราสร้างกรรม เป็นตัวสืบเนื่องไป เป็นตัวเชื่อมต่อ  ๆ ไปเป็นปฏิกิริยาห่วงโซ่ ต่อไปและต่อไป  นั่นคือ ตัณหาที่มันสร้างราคะ โทสะ โมหะขึ้นมาเป็นเหตุของกรรม อาสวะมันจึงเกิดขึ้น เมื่ออาสวะเกิดขึ้นเป็นเหตุของอวิชชา ทำให้ความรู้สึกว่าเป็นตัวตนของเราในขันธ์ 5 สังขารการปรุงแต่งมันจึงแทรกซึมเข้าไปต่อไปและต่อไป มีกรรมคือเจตนา มีกรรมคือสังขารการปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจต่อไปและต่อไปตามการกระทำที่ขึ้นอยู่กับราคะ โทสะ โมหะ  ด้วยอาศัยเหตุปัจจัยนี้จึงมีกรรม จึงมีการปรุงแต่งรวบรวมเอาธาตุ 4 ขึ้นมาเป็นแบบนี้ มีอายตนะใหม่ มีการเกิดใหม่…ถ้ายังมีเหตุแห่งการเกิดอีก มีปรุงแต่งต่อไปอีก มีกรรมต่อไปอีก ก็เกิดใหม่อีกต่อไปและต่อไป ไฟคือชีวิตอินทรีย์นี้ไม่เคยดับเลย หมดชาตินี้แล้ว ก็มีชาติต่อไปและต่อไป </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.53, Ep.48, ใต้ร่มโพธิบท Ep.57 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สฬายตนะ ช่องทางของการรับรู้ 6229-3d</title>
			<itunes:title>สฬายตนะ ช่องทางของการรับรู้ 6229-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1c722e32-4971-4b30-a160-aa8b0041b797/media.mp3" length="27550585" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1c722e32-4971-4b30-a160-aa8b0041b797</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e89</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMaTf/r7vOhg3ns9aS/jE8W]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e89.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เจาะลึกลงมาจากเรื่องของขันธ์ 5 สามารถอธิบายแจกแจงเห็นได้ชัดเจนลงมาอีกในเรื่องของ "สฬายตนะ" คือ อายตนะภายในและภายนอกทั้ง 6  โดยแยกรูป แยกสังขาร (การปรุงแต่ง) อธิบายในลักษณะที่เป็นช่องทางของการรับรู้ โดยได้อธิบายแต่ละอายตนะโดยรายละเอียด</p><p>เวลาที่เราอธิบายอายตนะอันใดอันหนึ่ง ก็ต้องมีทั้งภายนอกและภายใน พอมีช่องทางที่มันกระทบถูกต้องแล้วก็จะเกิดการรับรู้เกิดขึ้นในช่องทางใจ (มโน) การรับรู้นั่นเรียกว่า “วิญญาณ”…อินทรีย์จึงมีใจเป็นที่แล่นไปสู่</p><p>“ใจ” ตรงนี้จึงเป็นที่รวบลงของสิ่งต่าง ๆ เริ่มเป็นนามธรรมเกิดขึ้น มีผัสสะเกิดขึ้นต่อกันและต่อกันไป มีการรับรู้ทางใจ (มโนวิญญาณ) เกิดเป็น “เวทนา” (ความรู้สึกเป็นทุกข์, เป็นสุข, อทุกขมสุข)</p><p>แยกแยะช่องทางการรับรู้ได้ 18 อย่าง ซึ่งในแต่ละอย่าง ๆ ท่านพระสารีบุตรกล่าวไว้กับท่านพระมหาโกฏฐิตะ ใน โกฏฐิกสูตร ว่า เหล่านี้เป็นของที่เกาะเกี่ยวเนื่องกันอยู่ แต่ไม่ใช่ของอย่างเดียวกัน…ความคิดที่เป็นวิตกวิจารในเรื่องต่าง ๆ ความรู้สึกสุข ความรู้สึกทุกข์ คิดนึกปรุงแต่งนั่นนี่ กับ ใจ มันเป็นคนละอย่างกัน และยังเป็นคนละอย่างกันกับการรับรู้ด้วย</p><p>สิ่งที่จะทำให้เราพ้นทุกข์ไม่ได้ก็คือ การที่เราเห็นว่ามันเป็นเครื่องเกาะเกี่ยวของกันและกันอยู่ ก็เพราะความรักใคร่พอใจที่อาศัยอะไรเกิดขึ้น มันก็เกาะเกี่ยวกันเลยตรงนั้น ถ้าเรายังเห็นว่ามันแยกจากกันไม่ได้ ความคิดนี้ ไม่ถูกต้อง เป็นมิจฉาทิฏฐิ…แต่ถ้าตัดความรักใคร่พอใจออกไปได้ มันจะไม่ไปต่อ มันแยกจากกัน มันสืบเนื่องต่อกันไปไม่ได้ ความสิ้นทุกข์โดยชอบจึงปรากฎขึ้นได้ เพราะอาศัยเหตุปัจจัยคือการประพฤติการปฏิบัติที่สมควรแก่ธรรม</p><p>“…เหมือนโคดำและโคขาวที่ถูกผูกอยู่ด้วยเชือกเส้นเดียวกัน แต่เป็นคนละตัวกัน ตัดเชือกแล้วตัวหนึ่งก็ไปทางหนึ่ง มันก็แยกกันไป…ใจ และ ธรรมารมณ์ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ความคิดนึกก็อย่างหนึ่ง ช่องทางก็อย่างหนึ่ง ผู้ที่เข้าไปรับรู้ คือ วิญญาณ นั่นก็อย่างหนึ่งแน่นอน มันเป็นคนละอย่างกัน แต่เหมือนดูเป็นอย่างเดียวกัน ด้วยเราแยกแยะได้ไม่ชัดเจนเพราะความรักใคร่พอใจคือตัณหา ที่มีรากคืออวิชชามาปกปิดบังเอาไว้ เราจะคลี่แจงแจกให้เกิดความผ่องใสได้ เริ่มต้นจากการปฏิบัติสมาธิ ฟังใคร่ครวญธรรมเป็นอย่างดี ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างดีได้”</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท  Ep.56 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เจาะลึกลงมาจากเรื่องของขันธ์ 5 สามารถอธิบายแจกแจงเห็นได้ชัดเจนลงมาอีกในเรื่องของ "สฬายตนะ" คือ อายตนะภายในและภายนอกทั้ง 6  โดยแยกรูป แยกสังขาร (การปรุงแต่ง) อธิบายในลักษณะที่เป็นช่องทางของการรับรู้ โดยได้อธิบายแต่ละอายตนะโดยรายละเอียด</p><p>เวลาที่เราอธิบายอายตนะอันใดอันหนึ่ง ก็ต้องมีทั้งภายนอกและภายใน พอมีช่องทางที่มันกระทบถูกต้องแล้วก็จะเกิดการรับรู้เกิดขึ้นในช่องทางใจ (มโน) การรับรู้นั่นเรียกว่า “วิญญาณ”…อินทรีย์จึงมีใจเป็นที่แล่นไปสู่</p><p>“ใจ” ตรงนี้จึงเป็นที่รวบลงของสิ่งต่าง ๆ เริ่มเป็นนามธรรมเกิดขึ้น มีผัสสะเกิดขึ้นต่อกันและต่อกันไป มีการรับรู้ทางใจ (มโนวิญญาณ) เกิดเป็น “เวทนา” (ความรู้สึกเป็นทุกข์, เป็นสุข, อทุกขมสุข)</p><p>แยกแยะช่องทางการรับรู้ได้ 18 อย่าง ซึ่งในแต่ละอย่าง ๆ ท่านพระสารีบุตรกล่าวไว้กับท่านพระมหาโกฏฐิตะ ใน โกฏฐิกสูตร ว่า เหล่านี้เป็นของที่เกาะเกี่ยวเนื่องกันอยู่ แต่ไม่ใช่ของอย่างเดียวกัน…ความคิดที่เป็นวิตกวิจารในเรื่องต่าง ๆ ความรู้สึกสุข ความรู้สึกทุกข์ คิดนึกปรุงแต่งนั่นนี่ กับ ใจ มันเป็นคนละอย่างกัน และยังเป็นคนละอย่างกันกับการรับรู้ด้วย</p><p>สิ่งที่จะทำให้เราพ้นทุกข์ไม่ได้ก็คือ การที่เราเห็นว่ามันเป็นเครื่องเกาะเกี่ยวของกันและกันอยู่ ก็เพราะความรักใคร่พอใจที่อาศัยอะไรเกิดขึ้น มันก็เกาะเกี่ยวกันเลยตรงนั้น ถ้าเรายังเห็นว่ามันแยกจากกันไม่ได้ ความคิดนี้ ไม่ถูกต้อง เป็นมิจฉาทิฏฐิ…แต่ถ้าตัดความรักใคร่พอใจออกไปได้ มันจะไม่ไปต่อ มันแยกจากกัน มันสืบเนื่องต่อกันไปไม่ได้ ความสิ้นทุกข์โดยชอบจึงปรากฎขึ้นได้ เพราะอาศัยเหตุปัจจัยคือการประพฤติการปฏิบัติที่สมควรแก่ธรรม</p><p>“…เหมือนโคดำและโคขาวที่ถูกผูกอยู่ด้วยเชือกเส้นเดียวกัน แต่เป็นคนละตัวกัน ตัดเชือกแล้วตัวหนึ่งก็ไปทางหนึ่ง มันก็แยกกันไป…ใจ และ ธรรมารมณ์ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ความคิดนึกก็อย่างหนึ่ง ช่องทางก็อย่างหนึ่ง ผู้ที่เข้าไปรับรู้ คือ วิญญาณ นั่นก็อย่างหนึ่งแน่นอน มันเป็นคนละอย่างกัน แต่เหมือนดูเป็นอย่างเดียวกัน ด้วยเราแยกแยะได้ไม่ชัดเจนเพราะความรักใคร่พอใจคือตัณหา ที่มีรากคืออวิชชามาปกปิดบังเอาไว้ เราจะคลี่แจงแจกให้เกิดความผ่องใสได้ เริ่มต้นจากการปฏิบัติสมาธิ ฟังใคร่ครวญธรรมเป็นอย่างดี ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างดีได้”</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท  Ep.56 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เข้าใจขันธ์ 5 ได้ ต้องหมั่นเจริญมรรค 6228-3d</title>
			<itunes:title>เข้าใจขันธ์ 5 ได้ ต้องหมั่นเจริญมรรค 6228-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 09 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/4d4142a9-cb3b-4167-af69-aa8500ff6518/media.mp3" length="27776887" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4d4142a9-cb3b-4167-af69-aa8500ff6518</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e8a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMgFQXzRHquVgXo0JBmNpvP]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e8a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สีลวันตสูตร/สีลสูตรว่าด้วยธรรมที่ควรใส่ใจโดยแยบคาย เป็นเรื่องราวของท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิตะ สนทนาปรารภเรื่องภิกษุผู้มีศีลควรกระทำธรรมเหล่าไหนไว้ในใจโดยแยบคาย? </p><p>คนที่มีศีลเป็นพื้นฐาน หมั่นฟังธรรมอยู่เป็นประจำแล้ว ควรจะมนสิการโดยแยบคายในอุปาทานขันธ์ 5  โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน พิจารณาลงไปจนเห็นชัดว่า ไม่มีอะไรเป็นสาระควรค่าแก่การยึดถือ</p><p>การแยกแยะแจกแจงถึงความเป็นอริยบุคคล 4 ประเภทนี้…ทำให้ละเอียดแยบคายลึกซึ้งลงไปเป็นขั้นตอน ๆ เหมือนนายขมังธนูที่คอยฝึกซ้อม ซ้อมแล้วซ้อมอีก ยิงท่าเดิม ลูกศรแบบเดิม แต่ความชำนาญมันมีมากขึ้น โดยดูจากความทุกข์ที่ลดลงไปทุกขั้นตอนของการปฏิบัตินั่นเอง ดูจากจิตของเราที่มีความนุ่มลงสงบลงนั่นเอง ดูตรงนี้ จะสามารถทำให้มีความก้าวหน้าในทางปฏิบัติได้…มรรคแปดต้องทำให้มาก หมั่นเจริญให้มาก มีการพิจารณาอยู่อย่างนี้ เราปฏิบัติตามมรรค 8 จะเข้าใจขันธ์ 5 ได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.37</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สีลวันตสูตร/สีลสูตรว่าด้วยธรรมที่ควรใส่ใจโดยแยบคาย เป็นเรื่องราวของท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิตะ สนทนาปรารภเรื่องภิกษุผู้มีศีลควรกระทำธรรมเหล่าไหนไว้ในใจโดยแยบคาย? </p><p>คนที่มีศีลเป็นพื้นฐาน หมั่นฟังธรรมอยู่เป็นประจำแล้ว ควรจะมนสิการโดยแยบคายในอุปาทานขันธ์ 5  โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน พิจารณาลงไปจนเห็นชัดว่า ไม่มีอะไรเป็นสาระควรค่าแก่การยึดถือ</p><p>การแยกแยะแจกแจงถึงความเป็นอริยบุคคล 4 ประเภทนี้…ทำให้ละเอียดแยบคายลึกซึ้งลงไปเป็นขั้นตอน ๆ เหมือนนายขมังธนูที่คอยฝึกซ้อม ซ้อมแล้วซ้อมอีก ยิงท่าเดิม ลูกศรแบบเดิม แต่ความชำนาญมันมีมากขึ้น โดยดูจากความทุกข์ที่ลดลงไปทุกขั้นตอนของการปฏิบัตินั่นเอง ดูจากจิตของเราที่มีความนุ่มลงสงบลงนั่นเอง ดูตรงนี้ จะสามารถทำให้มีความก้าวหน้าในทางปฏิบัติได้…มรรคแปดต้องทำให้มาก หมั่นเจริญให้มาก มีการพิจารณาอยู่อย่างนี้ เราปฏิบัติตามมรรค 8 จะเข้าใจขันธ์ 5 ได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.37</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทานและผลของกรรมเก่า 6227-3d</title>
			<itunes:title>ทานและผลของกรรมเก่า 6227-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 02 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>30:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/dd9b106f-d29b-454c-b631-aa7e0127f9fb/media.mp3" length="28406873" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">dd9b106f-d29b-454c-b631-aa7e0127f9fb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e8b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INeimhMPCPC/8AY+KvgcQJP]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e8b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ทาน" เป็นหัวข้อธรรมะแรกที่มาในอนุปุพพิกถาที่แสดงไปตามลำดับ เรื่องของทานจึงมีความสำคัญ</p><p>จึงยกตัวอย่างเรื่องราวที่มาใน ปฐมาปุตตกสูตรที่ ๙ และ ทุติยาปุตตกสูตรที่ ๑๐ ปรารภเรื่องกรรมและผลแห่งกรรมของเศรษฐี 2 คนที่ไม่มีบุตร เพื่อทำความเข้าใจบุญกุศลในเรื่องของทาน (จาคานุสสติ) ให้มีความกว้างขวางในการปฏิบัติที่จะเป็นส่วนประกอบของทางที่จะให้ไปสู่นิพพานได้เต็มขึ้นมา</p><p>"ข้าวเปลือก ทรัพย์ เงินทอง หรือข้าวของ ที่หวงแหนอย่าง ใดอย่างหนึ่งมีอยู่ ทาส กรรมกร คนใช้ และผู้อาศัยของ เขา พึงพาเอาไปไม่ได้ทั้งหมด จะต้องถึงซึ่งการละทิ้งไว้ ทั้งหมด ฯ ก็บุคคลทำกรรมใด ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ กรรม นั้นแหละ เป็นของ ๆ เขา และเขาย่อมพาเอากรรมนั้นไป อนึ่งกรรมนั้นย่อมติดตามเขาไป เหมือนเงาติดตามตน ฉะนั้น เพราะฉะนั้น บุคคลควรทำกรรมดี สั่งสมไว้สำหรับภพหน้า บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า ฯ"…ทุติยาปุตตกสูตรที่ ๑๐</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.53 , นิทานพรรณนา Ep.30     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ทาน" เป็นหัวข้อธรรมะแรกที่มาในอนุปุพพิกถาที่แสดงไปตามลำดับ เรื่องของทานจึงมีความสำคัญ</p><p>จึงยกตัวอย่างเรื่องราวที่มาใน ปฐมาปุตตกสูตรที่ ๙ และ ทุติยาปุตตกสูตรที่ ๑๐ ปรารภเรื่องกรรมและผลแห่งกรรมของเศรษฐี 2 คนที่ไม่มีบุตร เพื่อทำความเข้าใจบุญกุศลในเรื่องของทาน (จาคานุสสติ) ให้มีความกว้างขวางในการปฏิบัติที่จะเป็นส่วนประกอบของทางที่จะให้ไปสู่นิพพานได้เต็มขึ้นมา</p><p>"ข้าวเปลือก ทรัพย์ เงินทอง หรือข้าวของ ที่หวงแหนอย่าง ใดอย่างหนึ่งมีอยู่ ทาส กรรมกร คนใช้ และผู้อาศัยของ เขา พึงพาเอาไปไม่ได้ทั้งหมด จะต้องถึงซึ่งการละทิ้งไว้ ทั้งหมด ฯ ก็บุคคลทำกรรมใด ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ กรรม นั้นแหละ เป็นของ ๆ เขา และเขาย่อมพาเอากรรมนั้นไป อนึ่งกรรมนั้นย่อมติดตามเขาไป เหมือนเงาติดตามตน ฉะนั้น เพราะฉะนั้น บุคคลควรทำกรรมดี สั่งสมไว้สำหรับภพหน้า บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า ฯ"…ทุติยาปุตตกสูตรที่ ๑๐</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.53 , นิทานพรรณนา Ep.30     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พรหมวิหาร 4 ประกอบพร้อมโพชฌงค์ 7 6226-3d</title>
			<itunes:title>พรหมวิหาร 4 ประกอบพร้อมโพชฌงค์ 7 6226-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 25 Jun 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>29:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b8362a38-48c0-47f4-8d4e-aa7600bb5072/media.mp3" length="26688189" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b8362a38-48c0-47f4-8d4e-aa7600bb5072</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e8c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INConT/rAa0DYey2SF54lPx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e8c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อัปปมัญญา 4 (พรหมวิหาร 4: คุณธรรมที่จะทำให้ไปอยู่กับพรหม) คือ การตั้งจิตไว้ด้วยกับเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา แผ่ออกไปอย่างกว้างขวางใหญ่หลวง ไม่มีประมาณ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท แผ่ให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลายทั่วทุกทิศทุกทางโดยไม่ระบุเจาะจง ไม่มียกเว้น  </p><p>สิ่งที่น่าสนใจในที่นี้ก็คือ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน เมตตาสูตร ว่าด้วยเรื่องของ อัปปมัญญา 4 ในขั้นที่สูงขึ้นไปจนถึงเจโตวิมุติ (การหลุดพ้นแห่งจิต) โดยการนำเอาเรื่องพรหมวิหาร 4 มารวมกันไว้กับโพชฌงค์ทั้ง 7 นี้คือความสวยงามในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สามารถนำเอาธรรมะมาเชื่อมโยงต่อเนื่องกันไปในหมวดธรรมะอื่น ๆ ได้อย่างยิ่ง ๆ ขึ้นไป</p><p>อธิบายพระสูตรในรายละเอียด: วิธีเจริญพรหมวิหาร 4 ประกอบพร้อมโพชฌงค์ 7, ทำความชำนาญในการเห็นเป็นสิ่งที่ปฏิกูลและไม่ปฏิกูลในสิ่งต่าง ๆ,  ที่สุดจบในแต่ละขั้น ๆ </p><p>เมื่อนำธรรมะ 2 หมวดข้างต้น มาประกอบพร้อมการเห็นสิ่งที่ปฏิกูลและไม่ปฏิกูลในสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยกายวิเวก จิตตวิเวก อาศัยวิราคะ (ความคลายกำหนัด) อาศัยนิโรธ สังเกตเห็นความดับไปต่าง ๆ ที่อยู่ในจิต และน้อมไปเพื่อการสลัดคืน ไม่ก้าวลงไปในสิ่งอื่น ๆ อีก เมื่อทำให้ชำนาญอินทรีย์มีความแก่กล้า จะมีสุภวิโมกข์ และอรูปสัญญา 3 ขั้น เป็นที่สุดจบ เกิดการหลุดพ้นเป็นขั้น ๆ ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อัปปมัญญา 4 (พรหมวิหาร 4: คุณธรรมที่จะทำให้ไปอยู่กับพรหม) คือ การตั้งจิตไว้ด้วยกับเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา แผ่ออกไปอย่างกว้างขวางใหญ่หลวง ไม่มีประมาณ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท แผ่ให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลายทั่วทุกทิศทุกทางโดยไม่ระบุเจาะจง ไม่มียกเว้น  </p><p>สิ่งที่น่าสนใจในที่นี้ก็คือ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน เมตตาสูตร ว่าด้วยเรื่องของ อัปปมัญญา 4 ในขั้นที่สูงขึ้นไปจนถึงเจโตวิมุติ (การหลุดพ้นแห่งจิต) โดยการนำเอาเรื่องพรหมวิหาร 4 มารวมกันไว้กับโพชฌงค์ทั้ง 7 นี้คือความสวยงามในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สามารถนำเอาธรรมะมาเชื่อมโยงต่อเนื่องกันไปในหมวดธรรมะอื่น ๆ ได้อย่างยิ่ง ๆ ขึ้นไป</p><p>อธิบายพระสูตรในรายละเอียด: วิธีเจริญพรหมวิหาร 4 ประกอบพร้อมโพชฌงค์ 7, ทำความชำนาญในการเห็นเป็นสิ่งที่ปฏิกูลและไม่ปฏิกูลในสิ่งต่าง ๆ,  ที่สุดจบในแต่ละขั้น ๆ </p><p>เมื่อนำธรรมะ 2 หมวดข้างต้น มาประกอบพร้อมการเห็นสิ่งที่ปฏิกูลและไม่ปฏิกูลในสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยกายวิเวก จิตตวิเวก อาศัยวิราคะ (ความคลายกำหนัด) อาศัยนิโรธ สังเกตเห็นความดับไปต่าง ๆ ที่อยู่ในจิต และน้อมไปเพื่อการสลัดคืน ไม่ก้าวลงไปในสิ่งอื่น ๆ อีก เมื่อทำให้ชำนาญอินทรีย์มีความแก่กล้า จะมีสุภวิโมกข์ และอรูปสัญญา 3 ขั้น เป็นที่สุดจบ เกิดการหลุดพ้นเป็นขั้น ๆ ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทานกับการบรรลุธรรม 6225-3d</title>
			<itunes:title>ทานกับการบรรลุธรรม 6225-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 18 Jun 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/eded727c-e615-49cc-a45c-aa7000e89fff/media.mp3" length="26408943" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">eded727c-e615-49cc-a45c-aa7000e89fff</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e8d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMYbBZ4MVkKwhbhRfZrkq6j]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e8d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"บุคคลเหล่าใดมีใจผ่องใส ย่อมให้ข้าวด้วยศรัทธา บุคคลเหล่านั้นย่อมได้ข้าวนั้นเอง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า เพราะเหตุนั้นพึงเปลื้องความตระหนี่เสีย แล้วให้ทาน บุญเท่านั้น เป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า"…จากเสรีสูตร</p><p>พระพุทธเจ้าได้ทรงจำแนกแจกแจง ในเรื่องของ "ทาน" ไว้อย่างละเอียดในแง่มุมต่าง ๆ  โดยยกหัวข้อในเรื่องของลักษณะรูปแบบของการให้ว่า ทานคือการให้ จาคะคือการสละออก เป็นสิ่งที่ควรทำ, การแบ่งจ่ายทรัพย์ในหน้าที่ให้ถูกต้อง, การตั้งเจตนาใน 3 กาล คือ ก่อน ระหว่าง และหลังการให้, วัตถุทานที่เหมาะสม, ลักษณะการให้ทานใน 2 นัยยะของสัตบุรุษและอสัตบุรุษ ให้อย่างไรถึงมีผลมีอานิสงส์มาก, ลำดับของอานิสงส์ในการให้ทาน (มีผลมาก-น้อย) ตามผู้ที่ควรรับ, ความบริสุทธิ์แห่งทานของทั้งผู้ให้และผู้รับ, อานิสงส์ของการให้ทาน โดยรายละเอียด และเพื่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งในโลกนี้ โลกหน้า และประโยชน์อย่างยิ่งคือ เรื่องของมรรคผลนิพพาน นั่นเอง</p><p>"ผู้ขอบ่อย ๆ ย่อมเป็นที่รังเกียจของผู้อื่นฉันใด ผู้ให้ก็ย่อมเป็นที่รักของผู้อื่นฉันนั้น ด้วยเหตุนี้ การให้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ ทำแล้วให้เกิดความดีขึ้นมาได้ ให้เกิดจิตใจที่ตั้งไว้ในกุศลธรรมขึ้นมาได้…เป็นธรรมเครื่องปรุงแต่งจิต สามารถบรรลุธรรมด้วยอำนาจของบุญที่เกิดจากการให้ทาน"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.49</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"บุคคลเหล่าใดมีใจผ่องใส ย่อมให้ข้าวด้วยศรัทธา บุคคลเหล่านั้นย่อมได้ข้าวนั้นเอง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า เพราะเหตุนั้นพึงเปลื้องความตระหนี่เสีย แล้วให้ทาน บุญเท่านั้น เป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า"…จากเสรีสูตร</p><p>พระพุทธเจ้าได้ทรงจำแนกแจกแจง ในเรื่องของ "ทาน" ไว้อย่างละเอียดในแง่มุมต่าง ๆ  โดยยกหัวข้อในเรื่องของลักษณะรูปแบบของการให้ว่า ทานคือการให้ จาคะคือการสละออก เป็นสิ่งที่ควรทำ, การแบ่งจ่ายทรัพย์ในหน้าที่ให้ถูกต้อง, การตั้งเจตนาใน 3 กาล คือ ก่อน ระหว่าง และหลังการให้, วัตถุทานที่เหมาะสม, ลักษณะการให้ทานใน 2 นัยยะของสัตบุรุษและอสัตบุรุษ ให้อย่างไรถึงมีผลมีอานิสงส์มาก, ลำดับของอานิสงส์ในการให้ทาน (มีผลมาก-น้อย) ตามผู้ที่ควรรับ, ความบริสุทธิ์แห่งทานของทั้งผู้ให้และผู้รับ, อานิสงส์ของการให้ทาน โดยรายละเอียด และเพื่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งในโลกนี้ โลกหน้า และประโยชน์อย่างยิ่งคือ เรื่องของมรรคผลนิพพาน นั่นเอง</p><p>"ผู้ขอบ่อย ๆ ย่อมเป็นที่รังเกียจของผู้อื่นฉันใด ผู้ให้ก็ย่อมเป็นที่รักของผู้อื่นฉันนั้น ด้วยเหตุนี้ การให้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ ทำแล้วให้เกิดความดีขึ้นมาได้ ให้เกิดจิตใจที่ตั้งไว้ในกุศลธรรมขึ้นมาได้…เป็นธรรมเครื่องปรุงแต่งจิต สามารถบรรลุธรรมด้วยอำนาจของบุญที่เกิดจากการให้ทาน"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.49</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุปมาด้วยบัว 4 เหล่า และ บัว 3 เหล่า 6224-3d</title>
			<itunes:title>อุปมาด้วยบัว 4 เหล่า และ บัว 3 เหล่า 6224-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 11 Jun 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/fec0da7a-1b42-46e0-9457-aa5c00cf7b76/media.mp3" length="27322644" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">fec0da7a-1b42-46e0-9457-aa5c00cf7b76</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e8e</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMdim4zIWQgoiaAToiFcLJA]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e8e.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ยกหัวข้อว่าด้วยเรื่องของ บุคคล 4 จำพวก ขึ้นมา โดยสืบค้นกลับไปที่ตัวแม่บท หัวข้อนี้มีมาใน อุคฆฏิตัญญูสูตร พระพุทธเจ้าทรงตรัสแบ่งบุคคลออกเป็น 4 จำพวก คือ 1) อุคฆฏิตัญญู ผู้ที่รู้เข้าใจได้ฉับพลัน เพียงแค่ยกหัวข้อขึ้นเท่านั้น  2) วิปจิตัญญู ผู้ที่รู้เข้าใจก็ต่อเมื่อขยายความโดยในรายละเอียด  3) เนยยะ ผู้ที่พอแนะนำต่อไปตามลำดับได้ และ 4) ปทปรมะ ผู้ที่รู้ได้เพียงแต่ตัวบท (พยัญชนะ) คือ ถ้อยคำเท่านั้นเอง ไม่อาจจะเข้าใจความหมายในรายละเอียดได้</p><p>โดยนัยยะเกี่ยวกับ บัว 4 เหล่า มีปรากฏในพระวินัยปิฎกตอนต้น ในส่วนของพุทธประวัติย่อ ๆ โดยนำเอาบุคคล 4 จำพวกข้างต้นมาเปรียบเทียบกับดอกบัว 4 เหล่าไว้ตรงนี้โดยลำดับว่าเป็นดอกบัวพ้นน้ำแล้ว, เป็นดอกบัวที่โคนดอกเสมอด้วยพื้นน้ำ, เป็นดอกบัวที่ยังอยู่ใต้น้ำ แต่ใกล้ที่จะโผล่พ้นน้ำแล้ว และสุดท้ายเป็นดอกบัวยังจมน้ำลึกอยู่ เป็นอาหารของเต่าปลาได้</p><p>และมีในพระบาลีที่เป็นพุทธประวัติเช่นกัน ซึ่งที่ครบถ้วนจะอยู่ใน โพธิราชกุมารสูตร ในคราวที่ตรัสรู้ใหม่ ๆ พระพุทธเจ้าทรงมีจิตน้อมไปในทางขวนขวายน้อยไม่น้อมไปเพื่อการแสดงธรรม เดือนร้อนถึงท้าวสหัมบหดีพรหมได้มาทูลอาราธนาขอไว้ จึงได้เห็นแก่สัตว์ทั้งหลายผู้มีกิเลสดุจธุลีในดวงตาน้อยบ้าง มากบ้าง ผู้มีอินทรีย์แก่กล้าบ้าง อ่อนบ้าง มีอาการดีบ้าง เลวบ้าง จะพึงสอนให้รู้ได้ง่ายบ้าง ยากบ้าง บางพวกมีปกติเห็นโทษในปรโลกโดยเป็นภัยอยู่ก็มี โดยอุปมาอุปไมยว่าด้วย ดอกบัว 3 เหล่า อยู่ในสระน้ำ มีดอกบัวบางเหล่าที่ 1) เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ ยังไม่พ้นน้ำ จมอยู่ในน้ำ 2) เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ อยู่เสมอน้ำ 3) เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ ขึ้นพ้นน้ำ อันน้ำไม่ถูกต้องแล้ว พระพุทธองค์ทรงเห็นบุคคลมีความแตกต่างกันเช่นนี้</p><p>ในส่วนเพิ่มเติม ได้นำเรื่องของ นักพูด 4 จำพวก มาใน วาทีสูตร ได้แก่ 1) นักพูดที่จำนนต่ออรรถะ แต่ไม่จนต่อพยัญชนะ 2) นักพูดที่จำนนต่อพยัญชนะ แต่ไม่จนต่ออรรถะ 3) นักพูดที่จำนนทั้งต่ออรรถะและต่อพยัญชนะ 4) นักพูดที่ไม่จำนนทั้งต่ออรรถะและต่อพยัญชนะ…ในบรรดานักพูดซึ่งประกอบด้วยปฏิสัมภิทา 4 แล้ว จะเป็นไปไม่ได้เลยที่พึงจำนนทั้งต่ออรรถะและต่อพยัญชนะ</p><p>สรุป ผู้ที่มาศึกษาคำสอนจะต้องรู้ที่มาที่ไป นำมาเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่างได้ ดังนั้นในการศึกษาวิเคราะห์จึงต้องจำแนกแจกแจงทั้งอรรถะและพยัญชนะด้วย จะทำให้ความรู้ของเรามีความกว้างขวางออกไป ประเด็นในที่นี้จะเห็นว่า คนเราไม่เท่ากัน ถึงแม้จะพยายามที่จะให้บุคคลมีสิทธิเท่าเทียมกันด้วยเหตุอย่างไร ๆ ก็ตาม คนก็ไม่เท่ากัน เพราะด้วยเหตุปัจจัยที่มีมามันแตกต่างกัน จะให้มาเท่ากัน นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นได้ ถ้าเราจะแสวงหาความยุติธรรมไม่ว่าในบุคคลประเภทไหนก็ตาม มันก็จะมีความที่ต่างกันเหมือนกันอยู่ ความที่จะให้จบแล้วให้เหมือนกันไปหมด มันไม่มี มันจะมีส่วนที่เป็นความทุกข์ มีส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่เหมือนกันแน่นอน แต่จุดที่จะให้เหมือนกันได้ เข้ากันได้โดยสนิท ไม่ได้มีความแตกต่างกันเลย คือ ที่ที่จะมีความดับ ที่ที่มีความเย็น ปฏิบัติตามมรรค 8 แล้วจะจบลงที่นิพพานได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ยกหัวข้อว่าด้วยเรื่องของ บุคคล 4 จำพวก ขึ้นมา โดยสืบค้นกลับไปที่ตัวแม่บท หัวข้อนี้มีมาใน อุคฆฏิตัญญูสูตร พระพุทธเจ้าทรงตรัสแบ่งบุคคลออกเป็น 4 จำพวก คือ 1) อุคฆฏิตัญญู ผู้ที่รู้เข้าใจได้ฉับพลัน เพียงแค่ยกหัวข้อขึ้นเท่านั้น  2) วิปจิตัญญู ผู้ที่รู้เข้าใจก็ต่อเมื่อขยายความโดยในรายละเอียด  3) เนยยะ ผู้ที่พอแนะนำต่อไปตามลำดับได้ และ 4) ปทปรมะ ผู้ที่รู้ได้เพียงแต่ตัวบท (พยัญชนะ) คือ ถ้อยคำเท่านั้นเอง ไม่อาจจะเข้าใจความหมายในรายละเอียดได้</p><p>โดยนัยยะเกี่ยวกับ บัว 4 เหล่า มีปรากฏในพระวินัยปิฎกตอนต้น ในส่วนของพุทธประวัติย่อ ๆ โดยนำเอาบุคคล 4 จำพวกข้างต้นมาเปรียบเทียบกับดอกบัว 4 เหล่าไว้ตรงนี้โดยลำดับว่าเป็นดอกบัวพ้นน้ำแล้ว, เป็นดอกบัวที่โคนดอกเสมอด้วยพื้นน้ำ, เป็นดอกบัวที่ยังอยู่ใต้น้ำ แต่ใกล้ที่จะโผล่พ้นน้ำแล้ว และสุดท้ายเป็นดอกบัวยังจมน้ำลึกอยู่ เป็นอาหารของเต่าปลาได้</p><p>และมีในพระบาลีที่เป็นพุทธประวัติเช่นกัน ซึ่งที่ครบถ้วนจะอยู่ใน โพธิราชกุมารสูตร ในคราวที่ตรัสรู้ใหม่ ๆ พระพุทธเจ้าทรงมีจิตน้อมไปในทางขวนขวายน้อยไม่น้อมไปเพื่อการแสดงธรรม เดือนร้อนถึงท้าวสหัมบหดีพรหมได้มาทูลอาราธนาขอไว้ จึงได้เห็นแก่สัตว์ทั้งหลายผู้มีกิเลสดุจธุลีในดวงตาน้อยบ้าง มากบ้าง ผู้มีอินทรีย์แก่กล้าบ้าง อ่อนบ้าง มีอาการดีบ้าง เลวบ้าง จะพึงสอนให้รู้ได้ง่ายบ้าง ยากบ้าง บางพวกมีปกติเห็นโทษในปรโลกโดยเป็นภัยอยู่ก็มี โดยอุปมาอุปไมยว่าด้วย ดอกบัว 3 เหล่า อยู่ในสระน้ำ มีดอกบัวบางเหล่าที่ 1) เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ ยังไม่พ้นน้ำ จมอยู่ในน้ำ 2) เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ อยู่เสมอน้ำ 3) เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ ขึ้นพ้นน้ำ อันน้ำไม่ถูกต้องแล้ว พระพุทธองค์ทรงเห็นบุคคลมีความแตกต่างกันเช่นนี้</p><p>ในส่วนเพิ่มเติม ได้นำเรื่องของ นักพูด 4 จำพวก มาใน วาทีสูตร ได้แก่ 1) นักพูดที่จำนนต่ออรรถะ แต่ไม่จนต่อพยัญชนะ 2) นักพูดที่จำนนต่อพยัญชนะ แต่ไม่จนต่ออรรถะ 3) นักพูดที่จำนนทั้งต่ออรรถะและต่อพยัญชนะ 4) นักพูดที่ไม่จำนนทั้งต่ออรรถะและต่อพยัญชนะ…ในบรรดานักพูดซึ่งประกอบด้วยปฏิสัมภิทา 4 แล้ว จะเป็นไปไม่ได้เลยที่พึงจำนนทั้งต่ออรรถะและต่อพยัญชนะ</p><p>สรุป ผู้ที่มาศึกษาคำสอนจะต้องรู้ที่มาที่ไป นำมาเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่างได้ ดังนั้นในการศึกษาวิเคราะห์จึงต้องจำแนกแจกแจงทั้งอรรถะและพยัญชนะด้วย จะทำให้ความรู้ของเรามีความกว้างขวางออกไป ประเด็นในที่นี้จะเห็นว่า คนเราไม่เท่ากัน ถึงแม้จะพยายามที่จะให้บุคคลมีสิทธิเท่าเทียมกันด้วยเหตุอย่างไร ๆ ก็ตาม คนก็ไม่เท่ากัน เพราะด้วยเหตุปัจจัยที่มีมามันแตกต่างกัน จะให้มาเท่ากัน นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นได้ ถ้าเราจะแสวงหาความยุติธรรมไม่ว่าในบุคคลประเภทไหนก็ตาม มันก็จะมีความที่ต่างกันเหมือนกันอยู่ ความที่จะให้จบแล้วให้เหมือนกันไปหมด มันไม่มี มันจะมีส่วนที่เป็นความทุกข์ มีส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่เหมือนกันแน่นอน แต่จุดที่จะให้เหมือนกันได้ เข้ากันได้โดยสนิท ไม่ได้มีความแตกต่างกันเลย คือ ที่ที่จะมีความดับ ที่ที่มีความเย็น ปฏิบัติตามมรรค 8 แล้วจะจบลงที่นิพพานได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การละอาสวะกิเลส 6223-3d</title>
			<itunes:title>การละอาสวะกิเลส 6223-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 04 Jun 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/90470499-47b0-4a11-ad17-aa59008a22b7/media.mp3" length="28950385" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">90470499-47b0-4a11-ad17-aa59008a22b7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e8f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPiN0GubcRfvzOU6bs5GShV]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e8f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ถ้าเมื่อวันหนึ่งที่เรามีลาภ มียศ มีตำแหน่ง มีเงินทอง มีประสบการณ์ เก่งขึ้น มีลูกน้อง มีคนนับหน้าถือตา แล้วเราจะยังคงความดีอยู่ได้หรือไม่…เพราะจิตใจสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ตอนแรกรักษาได้ แต่พอเวลาผ่านไป คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุปัจจัย เปลี่ยนเป็นดีขึ้นได้ เปลี่ยนเป็นเลวลงได้ </p><p>ธรรม 6 อย่างต่อไปนี้ จะเป็นเครื่องป้องกันรักษาไม่ให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนไม่ดีเมื่อมีอาสวัฏฐานิยธรรมเกิดขึ้น  โดยต้องพึงละกิเลสเครื่องเศร้าหมองจิตด้วยการสำรวมสังวรในอินทรีย์ทั้ง 6, การพิจารณาแล้วจึงบริโภค (เสพ), การอดทน อดกลั้น, การงดเว้น, การบรรเทา (ละ) และการภาวนา</p><p>บุคคลที่ตามประกอบในธรรม 6 ข้อนี้ จะเป็นผู้ที่น่านับถือบูชาอย่างยิ่ง เป็นบุคคลที่ควรยกย่อง เป็นบุคคลตัวอย่าง เป็นปูชนียบุคคล เพราะกิเลสไม่เกิดขึ้นในใจของเขา ทั้งยังสามารถรักษาความดี รักษาอุดมการณ์ รักษาความบริสุทธิ์ในจิตใจอยู่ได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท - อาสวัฏฐานิยธรรม ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ถ้าเมื่อวันหนึ่งที่เรามีลาภ มียศ มีตำแหน่ง มีเงินทอง มีประสบการณ์ เก่งขึ้น มีลูกน้อง มีคนนับหน้าถือตา แล้วเราจะยังคงความดีอยู่ได้หรือไม่…เพราะจิตใจสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ตอนแรกรักษาได้ แต่พอเวลาผ่านไป คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุปัจจัย เปลี่ยนเป็นดีขึ้นได้ เปลี่ยนเป็นเลวลงได้ </p><p>ธรรม 6 อย่างต่อไปนี้ จะเป็นเครื่องป้องกันรักษาไม่ให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนไม่ดีเมื่อมีอาสวัฏฐานิยธรรมเกิดขึ้น  โดยต้องพึงละกิเลสเครื่องเศร้าหมองจิตด้วยการสำรวมสังวรในอินทรีย์ทั้ง 6, การพิจารณาแล้วจึงบริโภค (เสพ), การอดทน อดกลั้น, การงดเว้น, การบรรเทา (ละ) และการภาวนา</p><p>บุคคลที่ตามประกอบในธรรม 6 ข้อนี้ จะเป็นผู้ที่น่านับถือบูชาอย่างยิ่ง เป็นบุคคลที่ควรยกย่อง เป็นบุคคลตัวอย่าง เป็นปูชนียบุคคล เพราะกิเลสไม่เกิดขึ้นในใจของเขา ทั้งยังสามารถรักษาความดี รักษาอุดมการณ์ รักษาความบริสุทธิ์ในจิตใจอยู่ได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท - อาสวัฏฐานิยธรรม ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อาสวัฏฐานิยธรรม ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะ</title>
			<itunes:title>อาสวัฏฐานิยธรรม ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะ</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 28 May 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/af79d413-ea84-4dde-94a7-aa590080336c/media.mp3" length="30885356" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">af79d413-ea84-4dde-94a7-aa590080336c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e90</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INlO7xnYKwHOwLYZW+cvPoe]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e90.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พอมีคำสอนมากขึ้น คนศึกษากันมากขึ้น ๆ แล้ว ก็มีอาสวะมากขึ้น พอมีอาสวะมากขึ้นแล้ว ก็ต้องมีการบัญญัติพระวินัยขึ้นมาแก้ พอมีสิกขาวินัยมากขึ้น คนก็ศึกษามากขึ้น พอศึกษามากขึ้น อาสวัฏฐานิยธรรม คือ ธรรมที่จะทำให้อาสวะเกิดขึ้นได้ ทำให้มีข้อที่ไม่ดีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น เมื่อมันเกิดมีมากขึ้น ก็เลยต้องยิ่งบัญญัติมากขึ้น จึงทำให้มันก็มีแต่เสื่อมลง ๆ  </p><p>อาสวัฏฐานิยธรรมทั้ง 5 ข้อนี้ ถ้าเราดูผิวเผิน มีหมู่ใหญ่ มีลาภสักการะ มียศ เป็นพหูสูต รู้ราตรีนาน ก็จะไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่เพราะสิ่งเหล่านี้ มันเนื่องอยู่ในขันธ์ 5 อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดถือ เขาจึงเรียกอุปาทานขันธ์ มันสามาถทำให้เกิดความยึดถือได้ เศร้าหมองได้ ทำให้เกิดความเสื่อมได้ </p><p>วิธีป้องกัน 6 อย่างที่ไม่ให้ไปตามอำนาจกิเลส โดยหัวข้อ คือ ด้วยการเสพ, การอดทน, การสำรวมอินทรีย์, การภาวนา, การงดเว้นในสิ่งที่เป็นอโคจร, การละมิจฉาสังกัปปะ และจะอธิบายโดยรายละเอียดต่อไปในตอนหน้า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พอมีคำสอนมากขึ้น คนศึกษากันมากขึ้น ๆ แล้ว ก็มีอาสวะมากขึ้น พอมีอาสวะมากขึ้นแล้ว ก็ต้องมีการบัญญัติพระวินัยขึ้นมาแก้ พอมีสิกขาวินัยมากขึ้น คนก็ศึกษามากขึ้น พอศึกษามากขึ้น อาสวัฏฐานิยธรรม คือ ธรรมที่จะทำให้อาสวะเกิดขึ้นได้ ทำให้มีข้อที่ไม่ดีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น เมื่อมันเกิดมีมากขึ้น ก็เลยต้องยิ่งบัญญัติมากขึ้น จึงทำให้มันก็มีแต่เสื่อมลง ๆ  </p><p>อาสวัฏฐานิยธรรมทั้ง 5 ข้อนี้ ถ้าเราดูผิวเผิน มีหมู่ใหญ่ มีลาภสักการะ มียศ เป็นพหูสูต รู้ราตรีนาน ก็จะไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่เพราะสิ่งเหล่านี้ มันเนื่องอยู่ในขันธ์ 5 อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดถือ เขาจึงเรียกอุปาทานขันธ์ มันสามาถทำให้เกิดความยึดถือได้ เศร้าหมองได้ ทำให้เกิดความเสื่อมได้ </p><p>วิธีป้องกัน 6 อย่างที่ไม่ให้ไปตามอำนาจกิเลส โดยหัวข้อ คือ ด้วยการเสพ, การอดทน, การสำรวมอินทรีย์, การภาวนา, การงดเว้นในสิ่งที่เป็นอโคจร, การละมิจฉาสังกัปปะ และจะอธิบายโดยรายละเอียดต่อไปในตอนหน้า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อาสีวิสสูตร 6221-3d</title>
			<itunes:title>อาสีวิสสูตร 6221-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 21 May 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>11:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ff0d5838-e360-4df0-8d7b-aa5400e90e35/media.mp3" length="29410090" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ff0d5838-e360-4df0-8d7b-aa5400e90e35</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e91</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOfCjnnecNy5XGoOKCI/Qga]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e91.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ยก อาสีวิสสูตร ขึ้นมาอธิบาย เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องอริยสัจ 4 โดยสั้น กระชับ เข้าใจง่าย ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงใช้การอุปมาอุปไมยไล่มาตั้งแต่ในเรื่องของขันธ์ 5 (ทุกข์), นันทิราคะ (สมุทัย), อริยมรรคมีองค์ 8 (มรรค) และ ฝั่งโน้นคือนิพพาน (นิโรธ)</p><p>เรื่องราวเหล่านี้ ให้เราฟังซ้ำฟังย้ำ พิจารณาใคร่ครวญให้ขึ้นใจในอุปมาอุปไมยเปรียบกับข้อธรรมต่าง ๆ</p><p>และจะเห็นถึงความงดงามในเบื้องต้น งดงามในท่ามกลาง งดงามในที่สุดลงรอบ นี้จึงเป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้อย่างดีแล้ว</p><p>Time Index</p><p>[0:52] เริ่มต้นการปฏิบัติด้วยการตั้งสติขึ้นอยู่กับลมหายใจ พิจารณาเข้ามาในกายอันประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นอนัตตา เพื่อปล่อยวางความยึดถือในกายนี้ด้วยกำลังปัญญาที่เราเห็นตามความเป็นจริง </p><p>[14:33] พุทธภาษิต เรื่อง “เหตุที่กล้าบันลือสีหนาท” (สีหสูตรที่ 2 (๔๕๑)) </p><p>[17:50] ใต้ร่มโพธิบท ยก อาสีวิสสูตร ขึ้นมาอธิบาย </p><p>[31:26] ธาตุ 4 / งูพิษ </p><p>[37:22] ขันธ์ 5 / เพชฌฆาต  </p><p>[39:46] นันทิราคะ (กำหนัดไปด้วยอำนาจความเพลิน) / เพชฌฆาตคนที่ 6 </p><p>[46:38] อายตนะภายใน / บ้านร้าง, อายตนะภายนอก / โจร </p><p>[55:03] โอฆะ 4 / ภัยในห้วงน้ำใหญ่  </p><p>[58:02] พ่วงแพ / อริยมรรคมีองค์ 8, ด้วยมือและเท้า / ความเพียร </p><p>[59:04] สรุป ยก อาสีวิสสูตร ขึ้นมา เพื่ออธิบาย โดยใช้การอุปมาอุปไมยให้เข้าใจในเรื่องอริยสัจ 4 อย่างสั้น กระชับ เข้าใจง่าย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ยก อาสีวิสสูตร ขึ้นมาอธิบาย เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องอริยสัจ 4 โดยสั้น กระชับ เข้าใจง่าย ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงใช้การอุปมาอุปไมยไล่มาตั้งแต่ในเรื่องของขันธ์ 5 (ทุกข์), นันทิราคะ (สมุทัย), อริยมรรคมีองค์ 8 (มรรค) และ ฝั่งโน้นคือนิพพาน (นิโรธ)</p><p>เรื่องราวเหล่านี้ ให้เราฟังซ้ำฟังย้ำ พิจารณาใคร่ครวญให้ขึ้นใจในอุปมาอุปไมยเปรียบกับข้อธรรมต่าง ๆ</p><p>และจะเห็นถึงความงดงามในเบื้องต้น งดงามในท่ามกลาง งดงามในที่สุดลงรอบ นี้จึงเป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้อย่างดีแล้ว</p><p>Time Index</p><p>[0:52] เริ่มต้นการปฏิบัติด้วยการตั้งสติขึ้นอยู่กับลมหายใจ พิจารณาเข้ามาในกายอันประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นอนัตตา เพื่อปล่อยวางความยึดถือในกายนี้ด้วยกำลังปัญญาที่เราเห็นตามความเป็นจริง </p><p>[14:33] พุทธภาษิต เรื่อง “เหตุที่กล้าบันลือสีหนาท” (สีหสูตรที่ 2 (๔๕๑)) </p><p>[17:50] ใต้ร่มโพธิบท ยก อาสีวิสสูตร ขึ้นมาอธิบาย </p><p>[31:26] ธาตุ 4 / งูพิษ </p><p>[37:22] ขันธ์ 5 / เพชฌฆาต  </p><p>[39:46] นันทิราคะ (กำหนัดไปด้วยอำนาจความเพลิน) / เพชฌฆาตคนที่ 6 </p><p>[46:38] อายตนะภายใน / บ้านร้าง, อายตนะภายนอก / โจร </p><p>[55:03] โอฆะ 4 / ภัยในห้วงน้ำใหญ่  </p><p>[58:02] พ่วงแพ / อริยมรรคมีองค์ 8, ด้วยมือและเท้า / ความเพียร </p><p>[59:04] สรุป ยก อาสีวิสสูตร ขึ้นมา เพื่ออธิบาย โดยใช้การอุปมาอุปไมยให้เข้าใจในเรื่องอริยสัจ 4 อย่างสั้น กระชับ เข้าใจง่าย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาบุรษ 32, มหาสุบิน 5, ถูปารหบุคคล 4 6220-3d</title>
			<itunes:title>มหาบุรษ 32, มหาสุบิน 5, ถูปารหบุคคล 4 6220-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 14 May 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/38d5f52c-370f-469e-8cee-aa5400e90e30/media.mp3" length="26602032" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">38d5f52c-370f-469e-8cee-aa5400e90e30</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e92</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOU9Q+8LjEfbG/up513JyPm]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e92.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เนื่องในช่วงสัปดาห์ของวันวิสาขบูชา เพื่อเป็นการน้อมมาระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงยกเรื่องของพระองค์ขึ้นมาพูดคุยกันในเรื่องการประสูติ: ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ, ก่อนการตรัสรู้: มหาสุบิน 5 อย่าง และก่อนการปรินิพพาน: ถูปารหบุคคล 4 จำพวกลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ เกิดจากสร้างเหตุเช่นนั้นๆ จึงได้ผลเช่นนี้ ๆการตีความความฝันของพระพุทธเจ้าก่อนการตรัสรู้บุคคล 4 จำพวกที่ควรแก่การสร้างสถูปเจดีย์เพื่อเป็นที่ระลึกถึง ให้เกิดความเสื่อมใสศรัทธา</p><p>หัวข้อที่ยกมาพูดคุย ไม่ใช่เป็นไปในเรื่องของความงมงาย แต่ให้เข้าใจความเป็นเหตุเป็นผลที่ถูกต้อง เข้าใจเรื่องของกรรม ตั้งมั่นอยู่ในความดีความงาม ชีวิตที่มีศึกษาธรรมะนั้นจะเป็นประโยชน์มาก</p><p>Time Index</p><p>[0:43] เริ่มต้นการปฏิบัติด้วยการตั้งสติขึ้น ทำจิตใจของเราให้น้อมมาระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า มีการเจริญพุทธานุสสติอยู่</p><p>[14:10] พุทธภาษิต เรื่อง “ทรงเป็นพระธรรมราชา” (พาเวรุชาดก (๖๕๖))</p><p>[17:25] ใต้ร่มโพธิบท ในเรื่องลักษณะมหาบุรุษ 32, มหาสุบิน 5 และถูปารหบุคคล 4</p><p>[20:14] มหาบุรุษ 32 ประการ</p><p>[47:02] มหาสุบิน 5</p><p>[50:20] ถูปารหบุคคล 4 จำพวก</p><p>[53:16] สรุป อย่าไปเชื่อเรื่องงมงาย แต่ให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในความเป็นเหตุเป็นผล เข้าใจเรื่องของกรรม จึงมั่นสร้างความดีงามให้เกิดขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เนื่องในช่วงสัปดาห์ของวันวิสาขบูชา เพื่อเป็นการน้อมมาระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงยกเรื่องของพระองค์ขึ้นมาพูดคุยกันในเรื่องการประสูติ: ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ, ก่อนการตรัสรู้: มหาสุบิน 5 อย่าง และก่อนการปรินิพพาน: ถูปารหบุคคล 4 จำพวกลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ เกิดจากสร้างเหตุเช่นนั้นๆ จึงได้ผลเช่นนี้ ๆการตีความความฝันของพระพุทธเจ้าก่อนการตรัสรู้บุคคล 4 จำพวกที่ควรแก่การสร้างสถูปเจดีย์เพื่อเป็นที่ระลึกถึง ให้เกิดความเสื่อมใสศรัทธา</p><p>หัวข้อที่ยกมาพูดคุย ไม่ใช่เป็นไปในเรื่องของความงมงาย แต่ให้เข้าใจความเป็นเหตุเป็นผลที่ถูกต้อง เข้าใจเรื่องของกรรม ตั้งมั่นอยู่ในความดีความงาม ชีวิตที่มีศึกษาธรรมะนั้นจะเป็นประโยชน์มาก</p><p>Time Index</p><p>[0:43] เริ่มต้นการปฏิบัติด้วยการตั้งสติขึ้น ทำจิตใจของเราให้น้อมมาระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า มีการเจริญพุทธานุสสติอยู่</p><p>[14:10] พุทธภาษิต เรื่อง “ทรงเป็นพระธรรมราชา” (พาเวรุชาดก (๖๕๖))</p><p>[17:25] ใต้ร่มโพธิบท ในเรื่องลักษณะมหาบุรุษ 32, มหาสุบิน 5 และถูปารหบุคคล 4</p><p>[20:14] มหาบุรุษ 32 ประการ</p><p>[47:02] มหาสุบิน 5</p><p>[50:20] ถูปารหบุคคล 4 จำพวก</p><p>[53:16] สรุป อย่าไปเชื่อเรื่องงมงาย แต่ให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในความเป็นเหตุเป็นผล เข้าใจเรื่องของกรรม จึงมั่นสร้างความดีงามให้เกิดขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อปริหานิยธรรม 7 ทำให้ไม่เสื่อม 6219-1d</title>
			<itunes:title>อปริหานิยธรรม 7 ทำให้ไม่เสื่อม 6219-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 05 May 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/7db4b591-e169-4479-a48b-aa5400e90e30/media.mp3" length="26729079" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7db4b591-e169-4479-a48b-aa5400e90e30</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e93</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IO4EqnecucZoR9Xxe2i+CfL]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e93.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“อปริหานิยธรรม 7” คือ ข้อปฏิบัติหรือธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อม ซึ่งมีหลายนัยยะ แต่ที่ได้ยกมานี้เป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงลักษณะการการปกครองบ้านเมืองตามหลักอปริหานิยธรรมของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี แคว้นวัชชี เป็น “ราชอปริหานิยธรรม” ที่เมื่อประพฤติปฏิบัติตามแล้วจะทำให้เกิดความไม่เสื่อม เป็นธรรมะที่จะทำให้มีความสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกัน เป็นธรรมะที่จะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองท่าเดียว</p><p>Time Index</p><p>[02:00] เริ่มด้วยการทำจิตให้สงบ ฝึกปฏิบัติสมาธิ ถวายเป็นพระราชกุศลฯ ฝึกตั้งสติ ให้มาระลึกรู้ถึงลมหายใจอยู่ ณ ตำแหน่งเดียว</p><p>[06:02] แยกแยะความคิดนึกที่เป็นเรื่องอกุศลและกุศล…เมื่อเราคิดนึกตริตรึกไปในทางไหนมาก จิตเราก็น้อมไปในทางนั้น จิตเราน้อมไปในในทางไหน สิ่งนั้นมันก็เข้ามากลุ้มรุมห่อหุ้มจิตของเรา มีอำนาจเหนือจิตของเราได้</p><p>[12:02] จิตของเราจะไปทางกุศลได้ก็ด้วยรู้จักที่จะมีสติสัมปชัญญะ แบ่งสิ่งดีและไม่ได้ออก แล้วให้พิจารณาเห็นโทษในสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ เหล่านั้น เราจะละได้ พิจารณาให้เห็นคุณประโยชน์ของสิ่งที่ดี ๆ ต่าง ๆ เหล่านั้น เราก็จะทำให้มันเกิดขึ้นในจิตใจของเราได้</p><p>[12:48] เจริญเมตตา</p><p>[15:50] พุทธภาษิต เรื่อง “ทรงมีจิตเป็นสมาธิดี” (ติกรรณสูตร)</p><p>[18:20] ใต้ร่มโพธิบท เรื่องของ “ราชอปริหานิยธรรม” เป็นข้อปฏิบัติหรือคุณธรรมในการปกครองชาติบ้านเมือง</p><p>[20:39] สมมุติขึ้นมาก็เพื่อเรียกอย่างใดอย่างหนึ่งให้เข้าใจตรงกัน</p><p>[24:57] วิธีรักษาเหตุปัจจัยให้มันดีอยู่ตลอดได้ ให้มันเกิดมีผลสืบเนื่องต่อไป เราจึงจะต้องมีอันธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อม ยกตัวอย่างเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีเป็นผู้ปกครอง แคว้นวัชชี ที่ดำรงอยู่ในข้อปฏิบัติหรือธรรมที่เรียกว่า “อปริหานิยธรรม” ซึ่งจะทำให้บ้านเมืองมีแต่ความเจริญ ไม่เสื่อม</p><p>[29:05] อธิบายรายละเอียดข้อปฏิบัติทั้ง 7 ข้อ</p><p>[42:05] ความเจริญรุ่งเรืองที่เกิดจากการดำรงอยู่ใน “ราชอปริหานิยธรรม” สามารถป้องกันภัยที่จะมาจากภายนอกได้</p><p>[44:10] แต่ความเสื่อมจะมีได้ เกิดขึ้นจากภัยภายใน ด้วยการยุแยงทำให้แตกกัน ทำให้ไม่ไว้ใจกัน</p><p>[52:30] สรุป จะมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่อย่างต่อเนื่องได้ ก็ด้วยการดำรงอยู่ในธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อม คือ อปริหานิยธรรม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“อปริหานิยธรรม 7” คือ ข้อปฏิบัติหรือธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อม ซึ่งมีหลายนัยยะ แต่ที่ได้ยกมานี้เป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงลักษณะการการปกครองบ้านเมืองตามหลักอปริหานิยธรรมของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี แคว้นวัชชี เป็น “ราชอปริหานิยธรรม” ที่เมื่อประพฤติปฏิบัติตามแล้วจะทำให้เกิดความไม่เสื่อม เป็นธรรมะที่จะทำให้มีความสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกัน เป็นธรรมะที่จะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองท่าเดียว</p><p>Time Index</p><p>[02:00] เริ่มด้วยการทำจิตให้สงบ ฝึกปฏิบัติสมาธิ ถวายเป็นพระราชกุศลฯ ฝึกตั้งสติ ให้มาระลึกรู้ถึงลมหายใจอยู่ ณ ตำแหน่งเดียว</p><p>[06:02] แยกแยะความคิดนึกที่เป็นเรื่องอกุศลและกุศล…เมื่อเราคิดนึกตริตรึกไปในทางไหนมาก จิตเราก็น้อมไปในทางนั้น จิตเราน้อมไปในในทางไหน สิ่งนั้นมันก็เข้ามากลุ้มรุมห่อหุ้มจิตของเรา มีอำนาจเหนือจิตของเราได้</p><p>[12:02] จิตของเราจะไปทางกุศลได้ก็ด้วยรู้จักที่จะมีสติสัมปชัญญะ แบ่งสิ่งดีและไม่ได้ออก แล้วให้พิจารณาเห็นโทษในสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ เหล่านั้น เราจะละได้ พิจารณาให้เห็นคุณประโยชน์ของสิ่งที่ดี ๆ ต่าง ๆ เหล่านั้น เราก็จะทำให้มันเกิดขึ้นในจิตใจของเราได้</p><p>[12:48] เจริญเมตตา</p><p>[15:50] พุทธภาษิต เรื่อง “ทรงมีจิตเป็นสมาธิดี” (ติกรรณสูตร)</p><p>[18:20] ใต้ร่มโพธิบท เรื่องของ “ราชอปริหานิยธรรม” เป็นข้อปฏิบัติหรือคุณธรรมในการปกครองชาติบ้านเมือง</p><p>[20:39] สมมุติขึ้นมาก็เพื่อเรียกอย่างใดอย่างหนึ่งให้เข้าใจตรงกัน</p><p>[24:57] วิธีรักษาเหตุปัจจัยให้มันดีอยู่ตลอดได้ ให้มันเกิดมีผลสืบเนื่องต่อไป เราจึงจะต้องมีอันธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อม ยกตัวอย่างเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีเป็นผู้ปกครอง แคว้นวัชชี ที่ดำรงอยู่ในข้อปฏิบัติหรือธรรมที่เรียกว่า “อปริหานิยธรรม” ซึ่งจะทำให้บ้านเมืองมีแต่ความเจริญ ไม่เสื่อม</p><p>[29:05] อธิบายรายละเอียดข้อปฏิบัติทั้ง 7 ข้อ</p><p>[42:05] ความเจริญรุ่งเรืองที่เกิดจากการดำรงอยู่ใน “ราชอปริหานิยธรรม” สามารถป้องกันภัยที่จะมาจากภายนอกได้</p><p>[44:10] แต่ความเสื่อมจะมีได้ เกิดขึ้นจากภัยภายใน ด้วยการยุแยงทำให้แตกกัน ทำให้ไม่ไว้ใจกัน</p><p>[52:30] สรุป จะมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่อย่างต่อเนื่องได้ ก็ด้วยการดำรงอยู่ในธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อม คือ อปริหานิยธรรม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มีธรรมคุ้มใจ อาชญาก็ไม่ต้องใช้ ศาสตราก็ไม่ต้องกลัว</title>
			<itunes:title>มีธรรมคุ้มใจ อาชญาก็ไม่ต้องใช้ ศาสตราก็ไม่ต้องกลัว</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 30 Apr 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/16a24a80-4d90-463d-ac0e-aa5400e90e30/media.mp3" length="28599690" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">16a24a80-4d90-463d-ac0e-aa5400e90e30</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e94</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM5r/RmY5e0D0kYl3QOOlFZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e94.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ไม่ต้องใช้อาชญา ไม่ต้องใช้ศาสตรา แต่อาชญา ศาสตรา มันมีอยู่ในโลก ที่การกำหนดบทลงโทษ ใช้ทั้งอาชญาและใช้ศาสตรา ใช้กฎหมายบังคับให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย แต่นี้เป็นการแก้ไขป้องกันในระยะสั้น </p><p>ในธรรมวินัยนี้ไม่ใช่จะใช้อาชญาหรือศาสตราในการลงโทษ แต่ใช้หลักที่ว่า สิ่งใดที่เป็นกุศลหรืออกุศล เป็นความเชื่อที่ถูกต้องในเรื่องของกรรม ผลของกรรม และการปฏิบัติตามทางมรรค 8 เป็นการแก้ไขป้องกันในระยะยาว </p><p>“หิริโอตตัปปะ” เป็นธรรมะที่ใช้คุ้มครองใจ ที่บุคคลจะเกิดความละอาย และความเกรงกลัวต่อบาป ต่อการกระทำไม่ดี ที่เมื่อเรากระทำแล้ว จะมีความกลัวต่อการติเตียนตนด้วยตน, มีความกลัวต่อการติเตียนจากผู้อื่น, มีความกลัวต่ออาชญา และมีความกลัวต่อทุคติ </p><p>ความกลัวความละอายที่เกิดขึ้น จะทำให้เราจะสามารถแก้ไขปรับปรุงตัวของเราเองได้โดยไม่ต้องไปถึงจุดที่ต้องใช้อาชญา ใช้ศาสตรา </p><p>คนที่มาปฏิบัติธรรมได้จะไม่ใช่ด้วยการบังคับ แต่เกิดจากการสมัครใจ เกิดจากหิริโอตตัปปะที่มีอยู่ในใจ จึงสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ </p><p>Time Index </p><p>[00:01] เริ่มการปฏิบัติด้วยการพิจารณาเข้ามาในกายของตนเอง ตั้งสติไว้ในกาย คือ กายคตาสติ เห็นกายโดยความเป็นจริง โดยเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นอนัตตา จะมีความหน่าย มีความคลายกำหนัด ปล่อยวางได้ ละความยึดถือได้ </p><p>[13:07] แผ่เมตตา </p><p>[16:00] พุทธภาษิต เรื่อง “การปรินิพพานทำให้มหาชนเดือดร้อน” </p><p>[19:54] ใต้ร่มโพธิบท เรื่องของ “อาชญาและศาสตรา” เปรียบเทียบให้เห็นว่าในคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ไม่ต้องใช้อาชญา ไม่ต้องใช้ศาสตรา แต่อาชญา ศาสตรา มันมีอยู่ในโลก </p><p>[21:02] ความกลัวต่ออาชญา ความกลัวต่อศาสตรา จึงไม่ทำบาป </p><p>[22:55] พุทธพจน์ “เทวทูตสูตร” (การสั่งลงโทษของพระราชา) </p><p>[29:33] ความกลัวต่อคำด่าว่าของคนอื่น </p><p>[30:00] ความกลัวต่อการติเตียนตน </p><p>[34:58] ความกลัวต่อนรก มหานรก </p><p>[48:22] หิริโตตัปปะ </p><p>[53:06] สรุป กรรมดีมีความชั่วมี กฏแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ แก้ไขปรับปรุงชีวิตเราให้ดีด้วยปฏิบัติตามมรรค อาชญาก็ไม่ต้องใช้ ศาสตราก็ไม่ต้องกลัว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ไม่ต้องใช้อาชญา ไม่ต้องใช้ศาสตรา แต่อาชญา ศาสตรา มันมีอยู่ในโลก ที่การกำหนดบทลงโทษ ใช้ทั้งอาชญาและใช้ศาสตรา ใช้กฎหมายบังคับให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย แต่นี้เป็นการแก้ไขป้องกันในระยะสั้น </p><p>ในธรรมวินัยนี้ไม่ใช่จะใช้อาชญาหรือศาสตราในการลงโทษ แต่ใช้หลักที่ว่า สิ่งใดที่เป็นกุศลหรืออกุศล เป็นความเชื่อที่ถูกต้องในเรื่องของกรรม ผลของกรรม และการปฏิบัติตามทางมรรค 8 เป็นการแก้ไขป้องกันในระยะยาว </p><p>“หิริโอตตัปปะ” เป็นธรรมะที่ใช้คุ้มครองใจ ที่บุคคลจะเกิดความละอาย และความเกรงกลัวต่อบาป ต่อการกระทำไม่ดี ที่เมื่อเรากระทำแล้ว จะมีความกลัวต่อการติเตียนตนด้วยตน, มีความกลัวต่อการติเตียนจากผู้อื่น, มีความกลัวต่ออาชญา และมีความกลัวต่อทุคติ </p><p>ความกลัวความละอายที่เกิดขึ้น จะทำให้เราจะสามารถแก้ไขปรับปรุงตัวของเราเองได้โดยไม่ต้องไปถึงจุดที่ต้องใช้อาชญา ใช้ศาสตรา </p><p>คนที่มาปฏิบัติธรรมได้จะไม่ใช่ด้วยการบังคับ แต่เกิดจากการสมัครใจ เกิดจากหิริโอตตัปปะที่มีอยู่ในใจ จึงสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ </p><p>Time Index </p><p>[00:01] เริ่มการปฏิบัติด้วยการพิจารณาเข้ามาในกายของตนเอง ตั้งสติไว้ในกาย คือ กายคตาสติ เห็นกายโดยความเป็นจริง โดยเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นอนัตตา จะมีความหน่าย มีความคลายกำหนัด ปล่อยวางได้ ละความยึดถือได้ </p><p>[13:07] แผ่เมตตา </p><p>[16:00] พุทธภาษิต เรื่อง “การปรินิพพานทำให้มหาชนเดือดร้อน” </p><p>[19:54] ใต้ร่มโพธิบท เรื่องของ “อาชญาและศาสตรา” เปรียบเทียบให้เห็นว่าในคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ไม่ต้องใช้อาชญา ไม่ต้องใช้ศาสตรา แต่อาชญา ศาสตรา มันมีอยู่ในโลก </p><p>[21:02] ความกลัวต่ออาชญา ความกลัวต่อศาสตรา จึงไม่ทำบาป </p><p>[22:55] พุทธพจน์ “เทวทูตสูตร” (การสั่งลงโทษของพระราชา) </p><p>[29:33] ความกลัวต่อคำด่าว่าของคนอื่น </p><p>[30:00] ความกลัวต่อการติเตียนตน </p><p>[34:58] ความกลัวต่อนรก มหานรก </p><p>[48:22] หิริโตตัปปะ </p><p>[53:06] สรุป กรรมดีมีความชั่วมี กฏแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ แก้ไขปรับปรุงชีวิตเราให้ดีด้วยปฏิบัติตามมรรค อาชญาก็ไม่ต้องใช้ ศาสตราก็ไม่ต้องกลัว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมอันเป็นรากแห่งความสุข 6217-3d</title>
			<itunes:title>ธรรมอันเป็นรากแห่งความสุข 6217-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 23 Apr 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/8227eb4e-cbd9-4780-96fd-aa5400e90e2b/media.mp3" length="29057606" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8227eb4e-cbd9-4780-96fd-aa5400e90e2b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e95</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPugmrjYkmIMZwgDrubtc6T]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e95.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เมื่อปรารถนาที่จะแสวงหาให้ได้มาซึ่งความสุขอันเป็นที่น่าปรารถนารักใคร่ชอบใจ  หาได้โดยยากในโลก…จะทำอย่างไรให้ได้มาซึ่งความสุขในชีวิตเหล่านี้</p><p>จุดเริ่มต้นที่คุณสามารถทำเองได้ในปัจจุบันขณะ พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสอนธรรมที่เหมาะแก่ฆราวาสผู้ครองเรือน แก่ผู้ที่ยังยินดีด้วยกาม ที่เมื่อพึงประกอบในธรรมอันเป็นรากฐานนี้แล้ว จะเป็นแนวทางดำเนินชีวิตให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขในปัจจุบัน (ทิฏฐธรรม) และความสุขในภายหน้า (สัมปรายะ)</p><p>การที่เราจะดำเนินชีวิตอยู่อย่างมีความสุข โดยให้เป็นไปตามธรรม การครองเรือนนั้นบางทีมันก็มีเรื่องราว จิตที่ประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ ได้แก่ ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็สามารถแก้ไขได้ จะไม่ปล่อยให้เรื่องราวสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นเติบโตไปในทางที่ไม่ดี เราจึงรีบดับเสียด้วยธรรมะ แม่บทที่ยกมาในวันนี้คือ หัวข้อที่พระพุทธเจ้าบอกสอนไว้กับพยัคฆปัชชะและอนาถบิณฑิกเศรษฐี ให้เข้าใจถึงความหมายในแง่มุมที่ว่า เมื่อแจกแจงแยกแยะออกแล้ว จะทำให้เกิดความร่มเย็น จะทำให้เรามีธรรมะได้อย่างไร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เมื่อปรารถนาที่จะแสวงหาให้ได้มาซึ่งความสุขอันเป็นที่น่าปรารถนารักใคร่ชอบใจ  หาได้โดยยากในโลก…จะทำอย่างไรให้ได้มาซึ่งความสุขในชีวิตเหล่านี้</p><p>จุดเริ่มต้นที่คุณสามารถทำเองได้ในปัจจุบันขณะ พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสอนธรรมที่เหมาะแก่ฆราวาสผู้ครองเรือน แก่ผู้ที่ยังยินดีด้วยกาม ที่เมื่อพึงประกอบในธรรมอันเป็นรากฐานนี้แล้ว จะเป็นแนวทางดำเนินชีวิตให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขในปัจจุบัน (ทิฏฐธรรม) และความสุขในภายหน้า (สัมปรายะ)</p><p>การที่เราจะดำเนินชีวิตอยู่อย่างมีความสุข โดยให้เป็นไปตามธรรม การครองเรือนนั้นบางทีมันก็มีเรื่องราว จิตที่ประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ ได้แก่ ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็สามารถแก้ไขได้ จะไม่ปล่อยให้เรื่องราวสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นเติบโตไปในทางที่ไม่ดี เราจึงรีบดับเสียด้วยธรรมะ แม่บทที่ยกมาในวันนี้คือ หัวข้อที่พระพุทธเจ้าบอกสอนไว้กับพยัคฆปัชชะและอนาถบิณฑิกเศรษฐี ให้เข้าใจถึงความหมายในแง่มุมที่ว่า เมื่อแจกแจงแยกแยะออกแล้ว จะทำให้เกิดความร่มเย็น จะทำให้เรามีธรรมะได้อย่างไร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การนอน 4 อย่าง 6216-3d</title>
			<itunes:title>การนอน 4 อย่าง 6216-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 16 Apr 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9243540a-378a-484d-8347-aa5400e90e1d/media.mp3" length="25735602" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9243540a-378a-484d-8347-aa5400e90e1d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e96</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMtNvXJG3s8cz5LcDWXqiYJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e96.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>นอนอย่างไรจึงเรียก “ตถาคตไสยา”…วิธีการนอนอย่างพระพุทธเจ้า คือ ให้สำเร็จการนอนอย่างราชสีห์ (สีหไสยา) และมีการเจริญสติสัมปชัญญะ มีจิตเป็นสมาธิในทุกอิริยบถ มีการประกอบในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น (ชาคริยธรรม) ไม่เพลิดเพลินหลงไหลไปตามกิเลส, ตื่นในที่นี้คือ พุทโธ นั่นเอง</p><p>การนอนอย่างตถาคตที่มีความเอ็นดูในสัตว์โลกทั้งปวง ถึงแม้อยู่ในท่านอน ก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อความหลับไหล ไม่ได้เป็นไปด้วยความซบเซาหรือมัวเมา แต่เป็นไปด้วยจิตที่มีความเมตตากรุณาในสรรพสัตว์ทั้งหลาย อยู่ในอิริยาบถใดมันสบาย มีจิตใจที่อ่อนโยนดีงามตื่นอยู่</p><p>Time Index[00:01] เริ่มการปฏิบัติด้วยตั้งสติขึ้น ทำความสงบไว้ในใจ เจริญเมตตาภาวนา เจริญพรหมวิหาร[13:16] แกะรอยธรรม ในหัวข้อเรื่องของ “ไสยาคือการนอน” ใน 4 แบบ (เปต, กามโภคี, สีหะ, ตถาคต) พร้อมอธิบายโดยรายละเอียด[24:40] โรคนอนไม่หลับ vs การพักผ่อนด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ไม่ว่าจะด้วยอิริยาบถใด[29:19] ชาคริยธรรม (ธรรมอันเป็นเครื่องตื่น), นอนอย่างไรให้ตื่น, อิริยาบถกับความตื่นในใจมันคนละอย่างกัน[39:05] บุคคล 5 จำพวกที่ตื่นในเวลากลางคืน[45:47] การนอนกลางวัน[52:00] สรุป ไม่ว่าจะนอนท่าไหน หรืออยู่ในอิริยาบถใด หากเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ มีจิตเป็นสมาธิ มีจิตใจที่สูงที่ประเสริฐ ก็ถือว่าเป็นผู้ไม่หลับไหล แม้นอนก็ชื่อว่าเป็นผู้ตื่นอยู่</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>นอนอย่างไรจึงเรียก “ตถาคตไสยา”…วิธีการนอนอย่างพระพุทธเจ้า คือ ให้สำเร็จการนอนอย่างราชสีห์ (สีหไสยา) และมีการเจริญสติสัมปชัญญะ มีจิตเป็นสมาธิในทุกอิริยบถ มีการประกอบในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น (ชาคริยธรรม) ไม่เพลิดเพลินหลงไหลไปตามกิเลส, ตื่นในที่นี้คือ พุทโธ นั่นเอง</p><p>การนอนอย่างตถาคตที่มีความเอ็นดูในสัตว์โลกทั้งปวง ถึงแม้อยู่ในท่านอน ก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อความหลับไหล ไม่ได้เป็นไปด้วยความซบเซาหรือมัวเมา แต่เป็นไปด้วยจิตที่มีความเมตตากรุณาในสรรพสัตว์ทั้งหลาย อยู่ในอิริยาบถใดมันสบาย มีจิตใจที่อ่อนโยนดีงามตื่นอยู่</p><p>Time Index[00:01] เริ่มการปฏิบัติด้วยตั้งสติขึ้น ทำความสงบไว้ในใจ เจริญเมตตาภาวนา เจริญพรหมวิหาร[13:16] แกะรอยธรรม ในหัวข้อเรื่องของ “ไสยาคือการนอน” ใน 4 แบบ (เปต, กามโภคี, สีหะ, ตถาคต) พร้อมอธิบายโดยรายละเอียด[24:40] โรคนอนไม่หลับ vs การพักผ่อนด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ไม่ว่าจะด้วยอิริยาบถใด[29:19] ชาคริยธรรม (ธรรมอันเป็นเครื่องตื่น), นอนอย่างไรให้ตื่น, อิริยาบถกับความตื่นในใจมันคนละอย่างกัน[39:05] บุคคล 5 จำพวกที่ตื่นในเวลากลางคืน[45:47] การนอนกลางวัน[52:00] สรุป ไม่ว่าจะนอนท่าไหน หรืออยู่ในอิริยาบถใด หากเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ มีจิตเป็นสมาธิ มีจิตใจที่สูงที่ประเสริฐ ก็ถือว่าเป็นผู้ไม่หลับไหล แม้นอนก็ชื่อว่าเป็นผู้ตื่นอยู่</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทำความเข้าใจในสีลัพพตปรามาส 6215-1d</title>
			<itunes:title>ทำความเข้าใจในสีลัพพตปรามาส 6215-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 07 Apr 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b0704c21-5c80-46f3-a129-aa5400e90e18/media.mp3" length="26837134" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b0704c21-5c80-46f3-a129-aa5400e90e18</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e97</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IOmPV1vEOzEZKooWF0Cn2xI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e97.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คนที่จะละสีลัพพตปรามาสได้ จะต้องมีศรัทธาในพุทโธ ธัมโม สังโฆ และมีพร้อมด้วยปัญญาที่สามารถแยกแยะในเรื่องของกรรมได้อย่างถูกต้อง</p><p>Time Index</p><p>[02:39] นำปฏิบัติธรรม ฝึกจิตให้เป็นสมาธิให้เกิดปัญญาขึ้นมา ด้วยการเริ่มตั้งสติโดยใช้อนุสติ10</p><p>[15:30] ความหมายของสีลัพพตปรามาส</p><p>[19:54] ตัวอย่างของสีลัพพตปรามาสที่เห็นได้ในชีวิตจริง</p><p>[30:27] ความเข้าใจที่ถูกต้องคือเรื่องของกรรมและเหตุผล แยกแยะ พร้อมกับฟังสุตะ</p><p>[37:41] รูปแบบการบูชา</p><p>[42:29] การปฏิบัติที่ถูกต้อง</p><p>[46:15] ข้อควรระวัง</p><p>[52:18] สรุปว่าต้องมีศรัทธาในพุทโธ ธัมโม สังโฆ และมีพร้อมด้วยปัญญาที่สามารถแยกแยะในเรื่องของกรรมได้อย่างถูกต้อง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คนที่จะละสีลัพพตปรามาสได้ จะต้องมีศรัทธาในพุทโธ ธัมโม สังโฆ และมีพร้อมด้วยปัญญาที่สามารถแยกแยะในเรื่องของกรรมได้อย่างถูกต้อง</p><p>Time Index</p><p>[02:39] นำปฏิบัติธรรม ฝึกจิตให้เป็นสมาธิให้เกิดปัญญาขึ้นมา ด้วยการเริ่มตั้งสติโดยใช้อนุสติ10</p><p>[15:30] ความหมายของสีลัพพตปรามาส</p><p>[19:54] ตัวอย่างของสีลัพพตปรามาสที่เห็นได้ในชีวิตจริง</p><p>[30:27] ความเข้าใจที่ถูกต้องคือเรื่องของกรรมและเหตุผล แยกแยะ พร้อมกับฟังสุตะ</p><p>[37:41] รูปแบบการบูชา</p><p>[42:29] การปฏิบัติที่ถูกต้อง</p><p>[46:15] ข้อควรระวัง</p><p>[52:18] สรุปว่าต้องมีศรัทธาในพุทโธ ธัมโม สังโฆ และมีพร้อมด้วยปัญญาที่สามารถแยกแยะในเรื่องของกรรมได้อย่างถูกต้อง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ขันติคือรักษาปกติตน 6214-1d</title>
			<itunes:title>ขันติคือรักษาปกติตน 6214-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 31 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b48ee0b5-943e-4c66-8adb-aa5400e90e1d/media.mp3" length="25303014" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b48ee0b5-943e-4c66-8adb-aa5400e90e1d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e98</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPRnmOxEdE5k1QsFDwViNni]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e98.jpg"/>
			<description><![CDATA[เมื่อขันติจะกลายเป็นขันแตก จะอดทนไม่ได้แล้ว เราจะมีวิธีปฏิบัติตนอย่างไรลักษณะความอดทนที่ถูกต้อง, ประเภทของความอดทน , วิธีฝึกให้มีความอดทน  และอานิสงส์การมีความอดทนการละอาสวะส่วนที่ละได้ด้วยการอดกลั้นยกตัวอย่างชาดก ครั้งที่มีพระชาติเป็นพระจันทกุมาร ทรงบำเพ็ญขันติบารมีขันติ คือ ความอดทนจะเป็นตบะที่คอยเผาผลาญกำจัดกิเลสให้ออกไปจากจิตใจของเราได้แน่นอน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เมื่อขันติจะกลายเป็นขันแตก จะอดทนไม่ได้แล้ว เราจะมีวิธีปฏิบัติตนอย่างไรลักษณะความอดทนที่ถูกต้อง, ประเภทของความอดทน , วิธีฝึกให้มีความอดทน  และอานิสงส์การมีความอดทนการละอาสวะส่วนที่ละได้ด้วยการอดกลั้นยกตัวอย่างชาดก ครั้งที่มีพระชาติเป็นพระจันทกุมาร ทรงบำเพ็ญขันติบารมีขันติ คือ ความอดทนจะเป็นตบะที่คอยเผาผลาญกำจัดกิเลสให้ออกไปจากจิตใจของเราได้แน่นอน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สามัคคีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 6213-3d</title>
			<itunes:title>สามัคคีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 6213-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 26 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/a2a29fd9-a18a-4ca7-b382-aa5400e90e18/media.mp3" length="24993307" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a2a29fd9-a18a-4ca7-b382-aa5400e90e18</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e99</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPVSmVvEezldO+ksjAGW2+P]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e99.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สุขหรือทุกข์ ทำไมขึ้นอยู่กับสิ่งอื่น ตามอำนาจของสิ่งภายนอก ถ้าเรายึดถือสิ่งใดมาก ความยึดถือที่มีมาก จะทำให้เราทุกข์ ความสามัคคี จะไม่ได้เห็นแก่สุขหรือทุกข์ แต่เห็นแก่ว่า “ต้องลงกันได้เข้ากันได้” คนที่มีธรรมะอยู่ในใจ สามารถที่จะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ได้มากกว่าประโยชน์ส่วนตน</p><p>การตั้งจิตที่จะให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมได้ คือ ต้องละเรื่องของกามให้ได้ ซึ่งถ้าเรามีศีล สมาธิ ปัญญา รักษาไว้ให้ดี จิตใจของเรา จะไม่เขวเป๋ไปในทางที่ไม่ดีนั้นได้ ต้องมีมรรค 8 แทรกอยู่ตลอด คำพูดต้องเป็นสัมมาวาจา การคิดนึกให้เป็นสัมมาสังกัปปะ การกระทำให้เป็นสัมมาอาชีวะ สัมมากัมมันตะจะทำได้ต้องมีสติระลึกถึงความดีไว้ตลอด</p><p>Time Index</p><p>[0.33] นำปฏิบัติด้วยการระลึกถึงลมหายใจและแผ่เมตตา </p><p>[18.22] บริบทเรื่องการเมือง ทำอย่างไรในครอบครัวจะมีความสุข</p><p>[21.51] สามัคคีไม่ได้เพราะยึดถือ</p><p>[30.22] สัมมาวาจา พูดสิ่งที่เข้ากันลงกันได้</p><p>[33.55] สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสังกัปปะ</p><p>[35.55] สติ ตัด ละ กำจัดความยึดถือ</p><p>[38.48] สามัคคีทำให้เกิดสันติภาพและสันติสุข</p><p>[42.01] ยึดถือที่มากทำให้สุดโต่ง ยึดถือที่ลดเพราะมรรคที่เจริญ</p><p>[46.00] ตั้งจิตที่จะละกาม</p><p>[48.05] เรื่องที่ต้องระวัง 2 อย่าง คือ กิเลสกาม ตัณหาอวิชชา มันดักเราไว้ทุกทิศทุกทาง และทุกอย่างไม่ได้จีรังยั่งยืน แม้กระทั่งสิ่งที่คิดว่า “ดี” จะดีหรือไม่ดี ต้องอยู่ในเส้นทางของมรรค 8 ต้องแล้วแต่สถานการณ์ แล้วแต่บริบทและองค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สุขหรือทุกข์ ทำไมขึ้นอยู่กับสิ่งอื่น ตามอำนาจของสิ่งภายนอก ถ้าเรายึดถือสิ่งใดมาก ความยึดถือที่มีมาก จะทำให้เราทุกข์ ความสามัคคี จะไม่ได้เห็นแก่สุขหรือทุกข์ แต่เห็นแก่ว่า “ต้องลงกันได้เข้ากันได้” คนที่มีธรรมะอยู่ในใจ สามารถที่จะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ได้มากกว่าประโยชน์ส่วนตน</p><p>การตั้งจิตที่จะให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมได้ คือ ต้องละเรื่องของกามให้ได้ ซึ่งถ้าเรามีศีล สมาธิ ปัญญา รักษาไว้ให้ดี จิตใจของเรา จะไม่เขวเป๋ไปในทางที่ไม่ดีนั้นได้ ต้องมีมรรค 8 แทรกอยู่ตลอด คำพูดต้องเป็นสัมมาวาจา การคิดนึกให้เป็นสัมมาสังกัปปะ การกระทำให้เป็นสัมมาอาชีวะ สัมมากัมมันตะจะทำได้ต้องมีสติระลึกถึงความดีไว้ตลอด</p><p>Time Index</p><p>[0.33] นำปฏิบัติด้วยการระลึกถึงลมหายใจและแผ่เมตตา </p><p>[18.22] บริบทเรื่องการเมือง ทำอย่างไรในครอบครัวจะมีความสุข</p><p>[21.51] สามัคคีไม่ได้เพราะยึดถือ</p><p>[30.22] สัมมาวาจา พูดสิ่งที่เข้ากันลงกันได้</p><p>[33.55] สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสังกัปปะ</p><p>[35.55] สติ ตัด ละ กำจัดความยึดถือ</p><p>[38.48] สามัคคีทำให้เกิดสันติภาพและสันติสุข</p><p>[42.01] ยึดถือที่มากทำให้สุดโต่ง ยึดถือที่ลดเพราะมรรคที่เจริญ</p><p>[46.00] ตั้งจิตที่จะละกาม</p><p>[48.05] เรื่องที่ต้องระวัง 2 อย่าง คือ กิเลสกาม ตัณหาอวิชชา มันดักเราไว้ทุกทิศทุกทาง และทุกอย่างไม่ได้จีรังยั่งยืน แม้กระทั่งสิ่งที่คิดว่า “ดี” จะดีหรือไม่ดี ต้องอยู่ในเส้นทางของมรรค 8 ต้องแล้วแต่สถานการณ์ แล้วแต่บริบทและองค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พึงสำรวมอินทรีย์ อย่าถือเอานิมิตด้วยจิตอกุศล</title>
			<itunes:title>พึงสำรวมอินทรีย์ อย่าถือเอานิมิตด้วยจิตอกุศล</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 24 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>3:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ea48c68b-4657-45e1-8ee3-aa5400e90e18/media.mp3" length="26713156" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ea48c68b-4657-45e1-8ee3-aa5400e90e18</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e9a</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IMLaiONwDGTiDgLuy/a+m/S]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e9a.jpg"/>
			<description><![CDATA[“นิมิต” หมายถึง เครื่องหมาย จุดนี้สำคัญ มันอยู่ที่เราแปลเครื่องหมายนี้อย่างไร เป็นไปทางสุจริต หรือ ทุจริต ในทางกาย วาจา และใจตา หู จมูก ลิ้น กาย เป็นหัวข้อที่พระพุทธเจ้ายกในเรื่องของ “กาม” ที่เรียกว่า “วัตถุกาม” เป็นวัตถุที่จะทำให้เกิดความกำหนัดยินดีพอใจขึ้นในจิตใจของเราได้ ซึ่งเกิดตอนที่ถือเอานิมิตนี้เองมโนสังขาร คือ การปรุงแต่งในทางใจ การปรุงแต่งนี้เกิดขึ้นตอนที่มีผัสสะ เพราะมีผัสสะจึงมีการปรุงแต่งแบบนี้เกิดขึ้นได้ การปรุงแต่งแบบนี้เป็นกรรมแล้ว เป็นกรรมในทางใจ กรรมในทางวาจา และกรรมในทางกาย ก็เกิดตามมา ในที่นี้มันเริ่มจากทางใจก่อนเป็นมโนทุจริต ก็เป็นวจีทุจริตต่อไป แล้วก็เป็นกายทุจริตต่อไป เมื่อมีผัสสะเกิดขึ้นแล้ว มีสัญญาคือความหมายรู้โดยไม่รอบคอบ ไม่มีการสำรวมอินทรีย์ ไม่มีสติสัมปชัญญะตั้งเอาไว้ ถือเอาโดยนิมิตที่ไม่แยบคาย เกิดกามสัญญาขึ้น มโนสังขารที่ปรุงแต่งก็เป็นเรื่องไปในทางกาม ความคิดฟุ้งซ่านไม่สงบก็เป็นมโนกรรมที่ไม่ดี มันเชื่อมต่อไหลกันไปรวดเร็วยิ่งกว่าลัดนิ้วมือจะสำรวมกาย สำรวมวาจา สำรวมใจได้ จะต้องสำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ด้วยไม่ให้เห็นโดยนิมิต ไม่ให้เห็นโดยดูในลักษณะอนุพยัญชนะ เพื่อป้องกันอกุศลธรรมที่ยังไม่มี ไม่ให้เกิดขึ้น, ลบ ละ เลิก ละ ทิ้งอกุศลธรรมที่มันมีอยู่แล้ว ให้มันลดลง, ทำกุศลธรรมใหม่ ๆ ที่ยังไม่มี ให้มันเกิดขึ้น, พัฒนาที่มีดีอยู่ ให้มันมีดีมากขึ้น สติเราเจริญขึ้น นี้เป็นการทำความเพียรถ้ามีผัสสะมากระทบ จะเป็นเครื่องทดสอบว่า เรายังอยู่ในมรรคได้หรือไม่? ถ้าเรายังอยู่ได้ นั่นจะเป็นทาง เป็นทางที่จะให้ความจริง ความรู้ คือ วิชชา เกิดขึ้นได้ จะทำให้เราพ้นจากเรื่องที่ไม่จริง เรื่องที่มันเป็นเท็จ พ้นจากอวิชชา พ้นจากตัณหาได้ นั่นเอง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[“นิมิต” หมายถึง เครื่องหมาย จุดนี้สำคัญ มันอยู่ที่เราแปลเครื่องหมายนี้อย่างไร เป็นไปทางสุจริต หรือ ทุจริต ในทางกาย วาจา และใจตา หู จมูก ลิ้น กาย เป็นหัวข้อที่พระพุทธเจ้ายกในเรื่องของ “กาม” ที่เรียกว่า “วัตถุกาม” เป็นวัตถุที่จะทำให้เกิดความกำหนัดยินดีพอใจขึ้นในจิตใจของเราได้ ซึ่งเกิดตอนที่ถือเอานิมิตนี้เองมโนสังขาร คือ การปรุงแต่งในทางใจ การปรุงแต่งนี้เกิดขึ้นตอนที่มีผัสสะ เพราะมีผัสสะจึงมีการปรุงแต่งแบบนี้เกิดขึ้นได้ การปรุงแต่งแบบนี้เป็นกรรมแล้ว เป็นกรรมในทางใจ กรรมในทางวาจา และกรรมในทางกาย ก็เกิดตามมา ในที่นี้มันเริ่มจากทางใจก่อนเป็นมโนทุจริต ก็เป็นวจีทุจริตต่อไป แล้วก็เป็นกายทุจริตต่อไป เมื่อมีผัสสะเกิดขึ้นแล้ว มีสัญญาคือความหมายรู้โดยไม่รอบคอบ ไม่มีการสำรวมอินทรีย์ ไม่มีสติสัมปชัญญะตั้งเอาไว้ ถือเอาโดยนิมิตที่ไม่แยบคาย เกิดกามสัญญาขึ้น มโนสังขารที่ปรุงแต่งก็เป็นเรื่องไปในทางกาม ความคิดฟุ้งซ่านไม่สงบก็เป็นมโนกรรมที่ไม่ดี มันเชื่อมต่อไหลกันไปรวดเร็วยิ่งกว่าลัดนิ้วมือจะสำรวมกาย สำรวมวาจา สำรวมใจได้ จะต้องสำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ด้วยไม่ให้เห็นโดยนิมิต ไม่ให้เห็นโดยดูในลักษณะอนุพยัญชนะ เพื่อป้องกันอกุศลธรรมที่ยังไม่มี ไม่ให้เกิดขึ้น, ลบ ละ เลิก ละ ทิ้งอกุศลธรรมที่มันมีอยู่แล้ว ให้มันลดลง, ทำกุศลธรรมใหม่ ๆ ที่ยังไม่มี ให้มันเกิดขึ้น, พัฒนาที่มีดีอยู่ ให้มันมีดีมากขึ้น สติเราเจริญขึ้น นี้เป็นการทำความเพียรถ้ามีผัสสะมากระทบ จะเป็นเครื่องทดสอบว่า เรายังอยู่ในมรรคได้หรือไม่? ถ้าเรายังอยู่ได้ นั่นจะเป็นทาง เป็นทางที่จะให้ความจริง ความรู้ คือ วิชชา เกิดขึ้นได้ จะทำให้เราพ้นจากเรื่องที่ไม่จริง เรื่องที่มันเป็นเท็จ พ้นจากอวิชชา พ้นจากตัณหาได้ นั่นเอง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อริยบุคคล 4 คู่ 8 6212-5d</title>
			<itunes:title>อริยบุคคล 4 คู่ 8 6212-5d</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 21 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>5:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/9120c84e-8a3c-464f-af22-aa5400e90e18/media.mp3" length="25324748" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9120c84e-8a3c-464f-af22-aa5400e90e18</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e9b</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IM594qLOX4Etwa3Y+z5F5Ek]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e9b.jpg"/>
			<description><![CDATA[บุคคลประเสริฐที่ไม่ใช่คนธรรมดา ๆ ไม่ได้ดูกันที่ผิวดำ ผิวขาว ดูเงินในกระเป๋าว่ามีมากหรือน้อย ไม่ได้ดูว่าขับรถยี่ห้ออะไร แต่คนธรรมดาดูกันที่แต่งตัวยังไง ใช้กระเป๋าเสื้อผ้ายี่ห้ออะไรพระพุทธเจ้าทรงจำแนกบุคคลไว้ 3 ระดับ มี ศีล สมาธิ ปัญญาเป็นตัวแบ่งระดับของบุคคล โดยไม่ได้แบ่งความดีของคนด้วยปัจจัยภายนอก คือทรัพย์สิน เงินทอง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[บุคคลประเสริฐที่ไม่ใช่คนธรรมดา ๆ ไม่ได้ดูกันที่ผิวดำ ผิวขาว ดูเงินในกระเป๋าว่ามีมากหรือน้อย ไม่ได้ดูว่าขับรถยี่ห้ออะไร แต่คนธรรมดาดูกันที่แต่งตัวยังไง ใช้กระเป๋าเสื้อผ้ายี่ห้ออะไรพระพุทธเจ้าทรงจำแนกบุคคลไว้ 3 ระดับ มี ศีล สมาธิ ปัญญาเป็นตัวแบ่งระดับของบุคคล โดยไม่ได้แบ่งความดีของคนด้วยปัจจัยภายนอก คือทรัพย์สิน เงินทอง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ให้รางวัลตนด้วยมรรค8 6212-1d</title>
			<itunes:title>ให้รางวัลตนด้วยมรรค8 6212-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 17 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/11cf3ce5-d71b-4d2c-a302-aa5400e90e0f/media.mp3" length="25433209" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">11cf3ce5-d71b-4d2c-a302-aa5400e90e0f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e9c</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IN0PKb2ei2F0Zwd8pjaqCfs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e9c.jpg"/>
			<description><![CDATA[ยกกรณีการเกิด โยโย่เอฟเฟค (YOYO Effect)ขึ้นมา เปรียบเทียบสภาวะทางจิตของผู้ที่ตั้งเป้าหมายในชีวิตที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จ แต่พอสำเร็จแล้ว ทำไมมันถึงคืนคลายกลับมาเป็นอย่างเดิม ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?พฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือ ผัสสะ มันจะก่อให้เกิดเวทนา เวทนาตรงนี้ที่เราเสพติดได้ คำว่า “เสพติด” คือ มีความพอใจ กำหนัด ยินดี ลุ่มหลง เพลิดเพลินไปในพฤติกรรมคือผัสสะแบบนั้น ๆ ก็จึงทำอยู่เรื่อย ๆ ยิ่งทำยิ่งมีเวทนาอย่างนี้มากขึ้น ยิ่งเสพติด ยิ่งพอใจ ยิ่งกำหนัด ยิ่งยินดี จนเกิดเป็น กามนุสัย/กามราคานุสัย เป็นนิสัย เป็นความเสพติดที่ติดอยู่ในจิตใจของเราหลักการที่สำคัญ 3 อย่าง คือ อย่าให้รางวัลตัวเองด้วยเรื่องของกาม, ต้องให้รางวัลตัวเองด้วยเรื่องของมรรค8, เพิ่มกำลังใจของเราให้มีมากขึ้นได้ด้วยการนั่งสมาธิอย่างเป็นรูปแบบ ใคร่ครวญพิจารณาให้เห็นความไม่เที่ยงไปในกายของเรา เห็นเป็นสิ่งที่ไม่น่าดูไม่สวยงาม เห็นโดยความที่มันอาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้น ผลที่จะเกิดขึ้นนั้น คือ ความคิดที่เป็นไปทางกามที่เราลุ่มหลงเพลิดเพลินอยู่นั่น มันจะค่อยจางลงเบาบางลง จะทำให้เลิกพฤติกรรมอะไรที่มันไม่ดีได้แน่นอน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ยกกรณีการเกิด โยโย่เอฟเฟค (YOYO Effect)ขึ้นมา เปรียบเทียบสภาวะทางจิตของผู้ที่ตั้งเป้าหมายในชีวิตที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จ แต่พอสำเร็จแล้ว ทำไมมันถึงคืนคลายกลับมาเป็นอย่างเดิม ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?พฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือ ผัสสะ มันจะก่อให้เกิดเวทนา เวทนาตรงนี้ที่เราเสพติดได้ คำว่า “เสพติด” คือ มีความพอใจ กำหนัด ยินดี ลุ่มหลง เพลิดเพลินไปในพฤติกรรมคือผัสสะแบบนั้น ๆ ก็จึงทำอยู่เรื่อย ๆ ยิ่งทำยิ่งมีเวทนาอย่างนี้มากขึ้น ยิ่งเสพติด ยิ่งพอใจ ยิ่งกำหนัด ยิ่งยินดี จนเกิดเป็น กามนุสัย/กามราคานุสัย เป็นนิสัย เป็นความเสพติดที่ติดอยู่ในจิตใจของเราหลักการที่สำคัญ 3 อย่าง คือ อย่าให้รางวัลตัวเองด้วยเรื่องของกาม, ต้องให้รางวัลตัวเองด้วยเรื่องของมรรค8, เพิ่มกำลังใจของเราให้มีมากขึ้นได้ด้วยการนั่งสมาธิอย่างเป็นรูปแบบ ใคร่ครวญพิจารณาให้เห็นความไม่เที่ยงไปในกายของเรา เห็นเป็นสิ่งที่ไม่น่าดูไม่สวยงาม เห็นโดยความที่มันอาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้น ผลที่จะเกิดขึ้นนั้น คือ ความคิดที่เป็นไปทางกามที่เราลุ่มหลงเพลิดเพลินอยู่นั่น มันจะค่อยจางลงเบาบางลง จะทำให้เลิกพฤติกรรมอะไรที่มันไม่ดีได้แน่นอน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมาธิปไตย 6211-7d</title>
			<itunes:title>ธรรมาธิปไตย 6211-7d</itunes:title>
			<pubDate>Sat, 16 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/c139116f-349d-47f1-8a4a-aa5400e90e0f/media.mp3" length="27033157" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c139116f-349d-47f1-8a4a-aa5400e90e0f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e9d</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0INQoJT90HqHK6kGUpAu815W]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e9d.jpg"/>
			<description><![CDATA[คำว่า “อธิปไตย” ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประการได้ ดังนี้อัตตาธิปไตย หมายถึง การถือตัวเองเป็นใหญ่ โดยไม่นำพาว่าคนอื่นจะเห็นเป็นอย่างไร จึงน่าจะเทียบได้กับคำว่า เผด็จการ คุณชาตที่เกิดโดยทำตนให้เป็นใหญ่ ชื่อว่าอัตตาธิปไตย เธอทำตนเองแลให้เป็นใหญ่ แล้วละอกุศล เจริญกุศล ละกรรมที่มีโทษ เจริญกรรมที่ไม่มีโทษ บริหารตนให้บริสุทธิ์โลกาธิปไตย หมายถึง การถือกระแสโลกเป็นใหญ่ และโลกในที่นี้หมายถึงคน จะเห็นได้ในคำสอนของพระพุทธองค์ที่ตรัสว่า โลกคือหมู่สัตว์ ดังนั้นโลกาธิปไตยตามความหมายนี้เทียบได้กับคำว่า ประชาธิปไตยที่ถือคนส่วนใหญ่เป็นหลัก ทำโลกให้เป็นใหญ่ แล้วละอกุศล เจริญกุศล ละกรรมที่มีโทษ เจริญกรรมที่ไม่มีโทษ บริหารตนให้บริสุทธิ์ธรรมาธิปไตย หมายถึง ถือความถูกต้องเป็นใหญ่ อันถือได้ว่าเป็นหัวใจที่ปรากฏอยู่ได้ทั้งในโลกาธิปไตย และอัตตาธิปไตย เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำกับให้ผู้กระทำไม่ว่าจะถือโลกเป็นใหญ่ตามข้อ 1 หรือถือตัวเองเป็นใหญ่ตามข้อ 2 ดำรงอยู่ได้โดยที่ผู้คนในสังคมยอมรับ ในทางตรงกันข้าม ถ้าไม่มีธรรมาธิปไตยกำกับไม่ว่าจะเป็นโลกาธิปไตย หรืออัตตาธิปไตย ที่มีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหนถึงจุดหนึ่งแล้วก็ต้องมีอันพังทลายลง เพราะผู้คนในสังคมมองเห็นภัย และลุกขึ้นมาต่อต้านพร้อมกัน โลกุตรธรรมนั่นแหละให้เป็นใหญ่ แล้วละอกุศล เจริญกุศล ละกรรมที่มีโทษ เจริญกรรมที่ไม่มีโทษ บริหารตนให้บริสุทธิ์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[คำว่า “อธิปไตย” ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประการได้ ดังนี้อัตตาธิปไตย หมายถึง การถือตัวเองเป็นใหญ่ โดยไม่นำพาว่าคนอื่นจะเห็นเป็นอย่างไร จึงน่าจะเทียบได้กับคำว่า เผด็จการ คุณชาตที่เกิดโดยทำตนให้เป็นใหญ่ ชื่อว่าอัตตาธิปไตย เธอทำตนเองแลให้เป็นใหญ่ แล้วละอกุศล เจริญกุศล ละกรรมที่มีโทษ เจริญกรรมที่ไม่มีโทษ บริหารตนให้บริสุทธิ์โลกาธิปไตย หมายถึง การถือกระแสโลกเป็นใหญ่ และโลกในที่นี้หมายถึงคน จะเห็นได้ในคำสอนของพระพุทธองค์ที่ตรัสว่า โลกคือหมู่สัตว์ ดังนั้นโลกาธิปไตยตามความหมายนี้เทียบได้กับคำว่า ประชาธิปไตยที่ถือคนส่วนใหญ่เป็นหลัก ทำโลกให้เป็นใหญ่ แล้วละอกุศล เจริญกุศล ละกรรมที่มีโทษ เจริญกรรมที่ไม่มีโทษ บริหารตนให้บริสุทธิ์ธรรมาธิปไตย หมายถึง ถือความถูกต้องเป็นใหญ่ อันถือได้ว่าเป็นหัวใจที่ปรากฏอยู่ได้ทั้งในโลกาธิปไตย และอัตตาธิปไตย เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำกับให้ผู้กระทำไม่ว่าจะถือโลกเป็นใหญ่ตามข้อ 1 หรือถือตัวเองเป็นใหญ่ตามข้อ 2 ดำรงอยู่ได้โดยที่ผู้คนในสังคมยอมรับ ในทางตรงกันข้าม ถ้าไม่มีธรรมาธิปไตยกำกับไม่ว่าจะเป็นโลกาธิปไตย หรืออัตตาธิปไตย ที่มีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหนถึงจุดหนึ่งแล้วก็ต้องมีอันพังทลายลง เพราะผู้คนในสังคมมองเห็นภัย และลุกขึ้นมาต่อต้านพร้อมกัน โลกุตรธรรมนั่นแหละให้เป็นใหญ่ แล้วละอกุศล เจริญกุศล ละกรรมที่มีโทษ เจริญกรรมที่ไม่มีโทษ บริหารตนให้บริสุทธิ์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โต้ตอบคนพาลด้วยกำลังของบัณฑิต 6210-5d</title>
			<itunes:title>โต้ตอบคนพาลด้วยกำลังของบัณฑิต 6210-5d</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 07 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/19fb4e91-dcbb-42de-b6d3-aa5400e90e01/media.mp3" length="24536489" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">19fb4e91-dcbb-42de-b6d3-aa5400e90e01</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a697a9ff10010562e9f</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE8p6RUolrXMjPjqxLe2N0IPTBm/Fz8WG5+qC4LXalzZw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a697a9ff10010562e9f.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะความโกรธด้วยความเมตตา เอาชนะคำไม่จริงด้วยคำจริง แล้วการที่จะเอาชนะสิ่งเหล่านั้นได้ สิ่งที่พระองค์ใช้มาตลอดก็คือ “ความอดทน”บนสวรรค์แม้แต่ท้าวสักกะก็ต้องอดทนเมื่อถูกท้าวเวปจิตด่าว่า ซึ่งยกตัวอย่างจาก “เวปจิตติสูตร”บุคคลผู้ไม่โกรธตอบต่อผู้ที่โกรธ ย่อมชื่อว่าชนะสงครามซึ่งเอาชนะได้ยาก ผู้ใดรู้ว่า ผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติระงับไว้ได้ ผู้นั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายคนพาล คนโง่ คนไม่มีกำลัง … คนเหล่านี้ไม่มีปัญญา ไม่มีกำลังแต่คิดว่า ตัวเองมีกำลังเลยแสดงพลังของตัวเองด้วยคำด่า คำว่า เพราะคิดว่านั่นคือกำลังของตน แต่เป็นกำลังของคนโง่การอดทนที่ถูกคือ การอดทนแบบมีหิริโอตตัปปะ … มีความเมตตา อดทนต่อกัน เราจะมีสวรรค์เป็นที่ไป มีนิพพานเป็นที่ไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะความโกรธด้วยความเมตตา เอาชนะคำไม่จริงด้วยคำจริง แล้วการที่จะเอาชนะสิ่งเหล่านั้นได้ สิ่งที่พระองค์ใช้มาตลอดก็คือ “ความอดทน”บนสวรรค์แม้แต่ท้าวสักกะก็ต้องอดทนเมื่อถูกท้าวเวปจิตด่าว่า ซึ่งยกตัวอย่างจาก “เวปจิตติสูตร”บุคคลผู้ไม่โกรธตอบต่อผู้ที่โกรธ ย่อมชื่อว่าชนะสงครามซึ่งเอาชนะได้ยาก ผู้ใดรู้ว่า ผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติระงับไว้ได้ ผู้นั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายคนพาล คนโง่ คนไม่มีกำลัง … คนเหล่านี้ไม่มีปัญญา ไม่มีกำลังแต่คิดว่า ตัวเองมีกำลังเลยแสดงพลังของตัวเองด้วยคำด่า คำว่า เพราะคิดว่านั่นคือกำลังของตน แต่เป็นกำลังของคนโง่การอดทนที่ถูกคือ การอดทนแบบมีหิริโอตตัปปะ … มีความเมตตา อดทนต่อกัน เราจะมีสวรรค์เป็นที่ไป มีนิพพานเป็นที่ไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีการปล่อยวาง 6210-1d</title>
			<itunes:title>วิธีการปล่อยวาง 6210-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 03 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/fb1202ba-083a-495d-843a-aa5400e90e01/media.mp3" length="26058267" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">fb1202ba-083a-495d-843a-aa5400e90e01</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea0</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhwqez6daBWTIfB+IudoIYL+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea0.jpg"/>
			<description><![CDATA[การปล่อยวาง ไม่ใช่ ความไม่สนใจ ความไม่ใส่ใจ ปล่อย ๆ มันไป ละเลย มองไปทางอื่นเสีย ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างกระบวนการปล่อยวางที่ถูกต้อง เป็นไปตามลำดับโดยรายละเอียดอย่าเอาตัณหากับมรรค 8 มาสับสนกัน เพราะว่าถ้าเราเอามาสับสนกันมากเท่าไหร่ ในการกระทำการประพฤติปฏิบัติของเรามันจะกลายเป็นการเพิ่มพูนตัณหา แต่กิจที่ควรทำในเรื่องของตัณหามันแตกต่างกันกับมรรค 8 เพราะตัณหานั้นพระพุทธเจ้าให้ละ ให้ทิ้ง ให้อย่าไปใส่ในมัน ให้ปล่อยปละละเลยมัน ให้มองไปทางอื่นเสีย ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างมันเราจะวางสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันต้องวางที่ตัวตัณหา เพราะว่าถ้าเมื่อไรก็ตามที่เราละตัณหาได้ ทิ้งมันได้ ปล่อยมันได้ ไม่ถือเอาไว้ซึ่งตัณหาเหล่านี้แล้ว ขันธ์ 5 คือ ความทุกข์ทั้งหลายก็เป็นเหมือนละไปด้วย เหมือนทิ้งไปด้วย วางได้ปล่อยได้ สลัดคืนได้ เพราะอาศัยเหตุปัจจัยคือ ละ ทิ้ง วาง สละ ปล่อยคืนแล้วซึ่งตัณหา และเพราะว่าทั้งสองอย่างนี้มันพ่วงกันอยู่ มันติดกันอยู่ อันหนึ่งคว่ำ อีกอันหนึ่งก็คว่ำไปด้วย อันที่เป็นเหตุคว่ำไปนั้นคือตัณหา ความทุกข์ก็เป็นอันหลุด ละ เลิก ถอนไปได้ด้วยเหมือนกัน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[การปล่อยวาง ไม่ใช่ ความไม่สนใจ ความไม่ใส่ใจ ปล่อย ๆ มันไป ละเลย มองไปทางอื่นเสีย ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างกระบวนการปล่อยวางที่ถูกต้อง เป็นไปตามลำดับโดยรายละเอียดอย่าเอาตัณหากับมรรค 8 มาสับสนกัน เพราะว่าถ้าเราเอามาสับสนกันมากเท่าไหร่ ในการกระทำการประพฤติปฏิบัติของเรามันจะกลายเป็นการเพิ่มพูนตัณหา แต่กิจที่ควรทำในเรื่องของตัณหามันแตกต่างกันกับมรรค 8 เพราะตัณหานั้นพระพุทธเจ้าให้ละ ให้ทิ้ง ให้อย่าไปใส่ในมัน ให้ปล่อยปละละเลยมัน ให้มองไปทางอื่นเสีย ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างมันเราจะวางสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันต้องวางที่ตัวตัณหา เพราะว่าถ้าเมื่อไรก็ตามที่เราละตัณหาได้ ทิ้งมันได้ ปล่อยมันได้ ไม่ถือเอาไว้ซึ่งตัณหาเหล่านี้แล้ว ขันธ์ 5 คือ ความทุกข์ทั้งหลายก็เป็นเหมือนละไปด้วย เหมือนทิ้งไปด้วย วางได้ปล่อยได้ สลัดคืนได้ เพราะอาศัยเหตุปัจจัยคือ ละ ทิ้ง วาง สละ ปล่อยคืนแล้วซึ่งตัณหา และเพราะว่าทั้งสองอย่างนี้มันพ่วงกันอยู่ มันติดกันอยู่ อันหนึ่งคว่ำ อีกอันหนึ่งก็คว่ำไปด้วย อันที่เป็นเหตุคว่ำไปนั้นคือตัณหา ความทุกข์ก็เป็นอันหลุด ละ เลิก ถอนไปได้ด้วยเหมือนกัน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การให้ทานที่ให้ผลมาก 6208-5d</title>
			<itunes:title>การให้ทานที่ให้ผลมาก 6208-5d</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 21 Feb 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/b80f4359-afb3-4e83-a77e-aa5400e90e01/media.mp3" length="24945241" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b80f4359-afb3-4e83-a77e-aa5400e90e01</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea1</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhxDOiarfytTJjsRPzh81tZW]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea1.jpg"/>
			<description><![CDATA[ทำอย่างไรการให้ทานจึงจะได้ผลและอานิสงส์มากทานสูตร กล่าวถึงองค์ประกอบของผู้ให้ทานและผู้รับทานคำสอนของพระพุทธเจ้าสามารถช่วยรักษาใจยามเจ็บป่วยได้ หมอก็รักษาเราได้แค่ตอนนี้ …รักษาตามอาการ…แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้ารักษาใจไม่ให้วุ่นวาย แม้กายจะเจ็บปวด…ซึ่งความรู้ที่ทำให้จิตใจสูงขึ้นมาอดทนขนาดนั้นได้ คือ การรู้เรื่องอริยสัจ 4<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ทำอย่างไรการให้ทานจึงจะได้ผลและอานิสงส์มากทานสูตร กล่าวถึงองค์ประกอบของผู้ให้ทานและผู้รับทานคำสอนของพระพุทธเจ้าสามารถช่วยรักษาใจยามเจ็บป่วยได้ หมอก็รักษาเราได้แค่ตอนนี้ …รักษาตามอาการ…แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้ารักษาใจไม่ให้วุ่นวาย แม้กายจะเจ็บปวด…ซึ่งความรู้ที่ทำให้จิตใจสูงขึ้นมาอดทนขนาดนั้นได้ คือ การรู้เรื่องอริยสัจ 4<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สิ่งที่ยากยิ่งกว่าแทงขนทราย 6207-1d</title>
			<itunes:title>สิ่งที่ยากยิ่งกว่าแทงขนทราย 6207-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 10 Feb 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>48:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ee7a9aa4-e241-4101-bf2c-aa5400e90df8/media.mp3" length="23233281" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ee7a9aa4-e241-4101-bf2c-aa5400e90df8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhxLbwrW7vMyib+kg25oaXSX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea2.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ยังมีการแทงตลอดอันยากยิ่งไปกว่าการที่ยิงลูกศรให้เข้าไปติด ๆ กันโดยรอดช่องดาลอันเล็กแต่ที่ไกลได้ไม่ผิดพลาด กับ การแทงปลายขนทรายด้วยปลายขนทรายที่แบ่งออกแล้วเป็น 7 ส่วน นั่นคือ บรรดาคนที่แทงตลอดตามความเป็นจริงซึ่งอริยสัจสี่เปรียบเทียบให้เห็นรายละเอียดถึงความยากใน 4 นัยยะคำว่า “ยาก” ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ แต่ต้องอาศัยการฝึกฝน ถ้าเราสร้างเหตุปัจจัยให้มันเกิดขึ้นได้ ลำบากหรือสบายก็ไม่ว่าอะไร ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็ทำ แต่ให้ทำ; ทำคือ สร้างเหตุปัจจัยในการที่จะรู้อริยสัจสี่ มันมีอยู่ ถ้าเส้นทางมีอยู่ เหตุปัจจัยมีอยู่ อะไรก็ไม่ยากใครก็ตาม ที่ทำตามกระบวนการนี้ อาศัยศรัทธา จะมีความเพียรในการทำจริงแน่วแน่จริง ในการฝึกฝน ในการที่จะทำอยู่อย่างต่อเนื่อง ในการที่จะไม่ย่อท้อต่อความลำบากหรือสบาย ทำแล้วมีสติ มีสมาธิ มีปัญญาเกิดขึ้น ชีวิตเราไปตามทางดีแน่นอน เป็นประโยชน์กับทั้งกับตัวเองและผู้อื่น เป็นประโยชน์กับคนหมู่ใหญ่ ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ว่าคุ้มค่ามาก<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ยังมีการแทงตลอดอันยากยิ่งไปกว่าการที่ยิงลูกศรให้เข้าไปติด ๆ กันโดยรอดช่องดาลอันเล็กแต่ที่ไกลได้ไม่ผิดพลาด กับ การแทงปลายขนทรายด้วยปลายขนทรายที่แบ่งออกแล้วเป็น 7 ส่วน นั่นคือ บรรดาคนที่แทงตลอดตามความเป็นจริงซึ่งอริยสัจสี่เปรียบเทียบให้เห็นรายละเอียดถึงความยากใน 4 นัยยะคำว่า “ยาก” ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ แต่ต้องอาศัยการฝึกฝน ถ้าเราสร้างเหตุปัจจัยให้มันเกิดขึ้นได้ ลำบากหรือสบายก็ไม่ว่าอะไร ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็ทำ แต่ให้ทำ; ทำคือ สร้างเหตุปัจจัยในการที่จะรู้อริยสัจสี่ มันมีอยู่ ถ้าเส้นทางมีอยู่ เหตุปัจจัยมีอยู่ อะไรก็ไม่ยากใครก็ตาม ที่ทำตามกระบวนการนี้ อาศัยศรัทธา จะมีความเพียรในการทำจริงแน่วแน่จริง ในการฝึกฝน ในการที่จะทำอยู่อย่างต่อเนื่อง ในการที่จะไม่ย่อท้อต่อความลำบากหรือสบาย ทำแล้วมีสติ มีสมาธิ มีปัญญาเกิดขึ้น ชีวิตเราไปตามทางดีแน่นอน เป็นประโยชน์กับทั้งกับตัวเองและผู้อื่น เป็นประโยชน์กับคนหมู่ใหญ่ ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ว่าคุ้มค่ามาก<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุที่ทำให้อายุยืน 6206-1d</title>
			<itunes:title>เหตุที่ทำให้อายุยืน 6206-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 03 Feb 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/88ed16cb-133a-4e7e-8c13-aa5400e90dfc/media.mp3" length="25311792" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">88ed16cb-133a-4e7e-8c13-aa5400e90dfc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea3</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhxHD7Dwpjymwi8suMLTjE+J]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea3.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“มนุษย์ผู้มีสติอยู่ทุกเมื่อ รู้จักประมาณในโภชนะที่ได้มา ย่อมมีเวทนาเบาบาง เขาย่อมแก่ช้า ครองอายุได้ยืนนาน ฯ”…โทณปากสูตรที่ ๓</p><p>นมนุษย์ทั้งหลาย ความที่มี อายุ วรรณะ โภคสมบัติ ลาภยศ ฯลฯ เป็นสิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่น่าพอใจ ต้องการแสวงหา ในที่นี้จะเฉพาะเจาะจงมาในเรื่องของ “อายุ” ว่าเหตุที่จะทำให้อายุยืนมันคืออะไรซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในหลายพระสูตร ได้แก่ จูฬกัมมวิภังคสูตร , อนายุสสสูตร เป็นต้น</p><p>การรู้จักอยู่ในที่มีอากาศสบาย สถานที่สะอาดเรียบร้อย และรู้จักระงับสติอารมณ์ไม่ให้มีความวิตกกังวล หรือขุ่นเคืองอยู่ในใจ ชื่อว่ารู้จักทำความสบายแก่ตนเอง เมื่อได้รับสิ่งที่สบายแก่ตนเอง ก็ต้องรู้จักประมาณ คือรู้จักความพอดีในสิ่งนั้น ไม่ทำตนให้สบายเกินไป อย่างนี้เรียกว่า รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย การบริโภคอาหารที่ละเอียดอ่อน เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ชื่อว่าบริโภคอาหารที่ย่อยง่าย การทำสิ่งใดรู้จักทำเป็นเวลา ทำพอเหมาะแก่เวลา พักผ่อนพอเหมาะแก่เวลา กินนอนเป็นเวลา อย่างนี้ชื่อว่าประพฤติเหมาะในเรื่องเวลา ผู้เป็นบรรพชิตถือพรหมจรรย์ ผู้เป็นคฤหัสถ์ รู้จักประมาณในกามกิจ ไม่มักมากในกาม ชื่อว่าถือพรหมจรรย์ ผู้ที่ปฏิบัติตามหลักอายุวัฒนธรรมดังกล่าวนี้ได้ ย่อมจะเป็นผู้ที่มีอายุยืน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“มนุษย์ผู้มีสติอยู่ทุกเมื่อ รู้จักประมาณในโภชนะที่ได้มา ย่อมมีเวทนาเบาบาง เขาย่อมแก่ช้า ครองอายุได้ยืนนาน ฯ”…โทณปากสูตรที่ ๓</p><p>นมนุษย์ทั้งหลาย ความที่มี อายุ วรรณะ โภคสมบัติ ลาภยศ ฯลฯ เป็นสิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่น่าพอใจ ต้องการแสวงหา ในที่นี้จะเฉพาะเจาะจงมาในเรื่องของ “อายุ” ว่าเหตุที่จะทำให้อายุยืนมันคืออะไรซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในหลายพระสูตร ได้แก่ จูฬกัมมวิภังคสูตร , อนายุสสสูตร เป็นต้น</p><p>การรู้จักอยู่ในที่มีอากาศสบาย สถานที่สะอาดเรียบร้อย และรู้จักระงับสติอารมณ์ไม่ให้มีความวิตกกังวล หรือขุ่นเคืองอยู่ในใจ ชื่อว่ารู้จักทำความสบายแก่ตนเอง เมื่อได้รับสิ่งที่สบายแก่ตนเอง ก็ต้องรู้จักประมาณ คือรู้จักความพอดีในสิ่งนั้น ไม่ทำตนให้สบายเกินไป อย่างนี้เรียกว่า รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย การบริโภคอาหารที่ละเอียดอ่อน เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ชื่อว่าบริโภคอาหารที่ย่อยง่าย การทำสิ่งใดรู้จักทำเป็นเวลา ทำพอเหมาะแก่เวลา พักผ่อนพอเหมาะแก่เวลา กินนอนเป็นเวลา อย่างนี้ชื่อว่าประพฤติเหมาะในเรื่องเวลา ผู้เป็นบรรพชิตถือพรหมจรรย์ ผู้เป็นคฤหัสถ์ รู้จักประมาณในกามกิจ ไม่มักมากในกาม ชื่อว่าถือพรหมจรรย์ ผู้ที่ปฏิบัติตามหลักอายุวัฒนธรรมดังกล่าวนี้ได้ ย่อมจะเป็นผู้ที่มีอายุยืน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เชิญชวนปฏิบัติธรรมที่วัดป่าดอนหายโศก 6205-3d</title>
			<itunes:title>เชิญชวนปฏิบัติธรรมที่วัดป่าดอนหายโศก 6205-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 29 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/3a0b9fc8-b7e9-416a-9ea1-aa5400e90df8/media.mp3" length="26587406" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3a0b9fc8-b7e9-416a-9ea1-aa5400e90df8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea4</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhwN4/XrqIasOn8B7Occ6mIf]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea4.jpg"/>
			<description><![CDATA[วัดป่าดอนหายโศก เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งที่ 5 ของจังหวัดอุดรธานี จัดให้มีการปฏิบัติธรรมทุกเดือน โดยใช้เวลา 7 วัน รวมวันเดินทางไปกลับเป็น 9 วัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ donhaisok.coคำสอนในธรรมวินัยนี้ มีระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติเป็นไปตามลำดับของอริยมรรคมีองค์แปด มีความลึกล้ำแยบคายลงไปเป็นขั้นๆ เหมือนกับไหล่ทะเลที่จะลาดเอียงลงไปๆ ไล่มาจากศรัทธา ศีล การเสพเสนาสนะอันสงัด โดยอาศัยการอยู่หลีกเร้น โดยอาศัยการอยู่วิเวก การฝึกตั้งสติ เมื่อสติมีกำลัง จิตมีอารมณ์อันเดียว มีสมาธิ แล้วจึงจะสามารถใคร่ครวญในใจ มีการพิจารณาโดยแยบคาย ซึ่งคำสอนของผู้รู้ทั้งหลายได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของอริยสัจสี่ขอเชิญชวนให้ท่านผู้ฟังลองมาปฏิบัติธรรมดู ข้าพเจ้านั่นแหละจะเป็นคนสอนให้ สอนกันแบบนี้มันไม่เห็นหน้า มันไม่เห็นตัว มาที่วัดปฏิบัติธรรม เห็นกัน ปฏิบัติกันจริง ๆ เราจะสามารถทำมรรคผลนิพพานให้แจ้งได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[วัดป่าดอนหายโศก เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งที่ 5 ของจังหวัดอุดรธานี จัดให้มีการปฏิบัติธรรมทุกเดือน โดยใช้เวลา 7 วัน รวมวันเดินทางไปกลับเป็น 9 วัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ donhaisok.coคำสอนในธรรมวินัยนี้ มีระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติเป็นไปตามลำดับของอริยมรรคมีองค์แปด มีความลึกล้ำแยบคายลงไปเป็นขั้นๆ เหมือนกับไหล่ทะเลที่จะลาดเอียงลงไปๆ ไล่มาจากศรัทธา ศีล การเสพเสนาสนะอันสงัด โดยอาศัยการอยู่หลีกเร้น โดยอาศัยการอยู่วิเวก การฝึกตั้งสติ เมื่อสติมีกำลัง จิตมีอารมณ์อันเดียว มีสมาธิ แล้วจึงจะสามารถใคร่ครวญในใจ มีการพิจารณาโดยแยบคาย ซึ่งคำสอนของผู้รู้ทั้งหลายได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของอริยสัจสี่ขอเชิญชวนให้ท่านผู้ฟังลองมาปฏิบัติธรรมดู ข้าพเจ้านั่นแหละจะเป็นคนสอนให้ สอนกันแบบนี้มันไม่เห็นหน้า มันไม่เห็นตัว มาที่วัดปฏิบัติธรรม เห็นกัน ปฏิบัติกันจริง ๆ เราจะสามารถทำมรรคผลนิพพานให้แจ้งได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สู้เพื่ออะไร 6204-1d</title>
			<itunes:title>สู้เพื่ออะไร 6204-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 20 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>43:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/77ed97da-17b2-460b-9478-aa5400e90df8/media.mp3" length="20921339" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">77ed97da-17b2-460b-9478-aa5400e90df8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea5</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhxPFYtYUCk6WqwsSVxoZn01]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea5.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เมื่อใคร่ครวญถึงการตั้งเป้าหมายจุดหมายของการต่อสู้แล้ว จะขมวดลงมาได้เป็น 2 แบบ คือ เป้าหมายจุดหมายที่ผิดหรือที่ถูก และเส้นทางที่ไปสู่เป้าหมายจุดหมายนั้นก็มี 2 อย่างเช่นกัน คือ ผิดทาง (มิจฉามรรค) หรือว่า ถูกทาง (อริยมรรค)</p><p>ฉะนั้น เมื่อเจอความทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งต้องเลี้ยวขวา เลี้ยวขวานั้นเป็นอุปมาอุปไมยของทางที่จะไปสู่ทางที่ดี อย่าด่าเขา ให้อดทนเอา ให้ต้องจิตเอาไว้ให้ถูก พูดดี ๆ กันเป็นสัมมาวาจา นี่เลี้ยวมาถูกทาง ถ้าเลี้ยวมาถูกทางเป็นทางดี</p><p>พระพุทธเจ้าตอนเป็นโพธิสัตว์ ท่านก็ต่อสู้ ฝ่าฟัน อดทน ตั้งเป้าหมายไว้ถูกแล้ว คือ แสวงหานิพพาน ต่อสู้เอาอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ นี้คือสูงสุดแล้ว เพราะไม่ได้แสวงหาความทุกข์มาทับถมตัวเอง แต่ว่าถ้าไปผิดทาง เป็นไปเพื่อมิจฉามรรค ก็จะเป็นไปดังที่พระองค์ทรงกล้าวแก่พระสารีบุตรข้างต้น เพราะ ว่าทำทุกรกิริยา นี้เป็นมิจฉามรรค ตั้งเป้าหมายไว้ถูกอยู่ก็จริง ถ้าไปผิดทาง ก็ไปไม่ได้ ตันตึก เป็นความทุกข์ความโศก ความเร้าร้อน เพราะไปไม่ถูกทาง จึงแก้ไขตนเอง เปลี่ยนแปลงจากเรื่องของมิจฉามรรค มาปฏิบัติตามทางสายกลางคือ อริยมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติตามถูกทางแล้วที่แหละ สร้างทางใหม่ขึ้นมา ซึ่งก็คือทางเดิมที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายท่านได้ดำเนินเอาไว้แล้ว ปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้นมา เป็นทางที่เกษม ที่ปลอดภัย ที่โล่งได้ บอกประกาศมาจนถึงทุกวันนี้</p><p>“…ถึงแม้ไม่รู้ว่าจุดหมายฉันต้องการอะไร ไม่รู้ว่าเราเกิดมาทำไม อยู่เพื่ออะไร แต่อย่างน้อยถ้าคุณปฏิบัติเดินตามทาง คือ อริยมรรคมีองค์ 8 คุณจะปลอดภัย…”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เมื่อใคร่ครวญถึงการตั้งเป้าหมายจุดหมายของการต่อสู้แล้ว จะขมวดลงมาได้เป็น 2 แบบ คือ เป้าหมายจุดหมายที่ผิดหรือที่ถูก และเส้นทางที่ไปสู่เป้าหมายจุดหมายนั้นก็มี 2 อย่างเช่นกัน คือ ผิดทาง (มิจฉามรรค) หรือว่า ถูกทาง (อริยมรรค)</p><p>ฉะนั้น เมื่อเจอความทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งต้องเลี้ยวขวา เลี้ยวขวานั้นเป็นอุปมาอุปไมยของทางที่จะไปสู่ทางที่ดี อย่าด่าเขา ให้อดทนเอา ให้ต้องจิตเอาไว้ให้ถูก พูดดี ๆ กันเป็นสัมมาวาจา นี่เลี้ยวมาถูกทาง ถ้าเลี้ยวมาถูกทางเป็นทางดี</p><p>พระพุทธเจ้าตอนเป็นโพธิสัตว์ ท่านก็ต่อสู้ ฝ่าฟัน อดทน ตั้งเป้าหมายไว้ถูกแล้ว คือ แสวงหานิพพาน ต่อสู้เอาอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ นี้คือสูงสุดแล้ว เพราะไม่ได้แสวงหาความทุกข์มาทับถมตัวเอง แต่ว่าถ้าไปผิดทาง เป็นไปเพื่อมิจฉามรรค ก็จะเป็นไปดังที่พระองค์ทรงกล้าวแก่พระสารีบุตรข้างต้น เพราะ ว่าทำทุกรกิริยา นี้เป็นมิจฉามรรค ตั้งเป้าหมายไว้ถูกอยู่ก็จริง ถ้าไปผิดทาง ก็ไปไม่ได้ ตันตึก เป็นความทุกข์ความโศก ความเร้าร้อน เพราะไปไม่ถูกทาง จึงแก้ไขตนเอง เปลี่ยนแปลงจากเรื่องของมิจฉามรรค มาปฏิบัติตามทางสายกลางคือ อริยมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติตามถูกทางแล้วที่แหละ สร้างทางใหม่ขึ้นมา ซึ่งก็คือทางเดิมที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายท่านได้ดำเนินเอาไว้แล้ว ปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้นมา เป็นทางที่เกษม ที่ปลอดภัย ที่โล่งได้ บอกประกาศมาจนถึงทุกวันนี้</p><p>“…ถึงแม้ไม่รู้ว่าจุดหมายฉันต้องการอะไร ไม่รู้ว่าเราเกิดมาทำไม อยู่เพื่ออะไร แต่อย่างน้อยถ้าคุณปฏิบัติเดินตามทาง คือ อริยมรรคมีองค์ 8 คุณจะปลอดภัย…”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฐานที่ตั้งแห่งความเพียร หรือ เกียจคร้าน 6203-1d</title>
			<itunes:title>ฐานที่ตั้งแห่งความเพียร หรือ เกียจคร้าน 6203-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 13 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:20:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/a68f9dd2-f1b6-4a47-946e-aa5400e90dea/media.mp3" length="38625254" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a68f9dd2-f1b6-4a47-946e-aa5400e90dea</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhxGZjPUPG6bOHSYVVQuDnd/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea6.jpg"/>
			<description><![CDATA[ลักษณะความแตกต่าง 8 อย่างระหว่าง ผู้มีลักษณะแห่งความเกียจคร้าน (กุสีตวัตถุ) และผู้มีลักษณะแห่งการทำจริง แน่วแน่จริง (อารัพภวัตถุ)เหตุการณ์เดียวกัน เปรียบเหมือนเหรียญเดียวกัน แต่คนละด้าน สถานการณ์เดียวกัน แต่มองคนละมุม คนหนึ่งมองติดอยู่อยู่แค่เรื่องอาหาร เรื่องการเดินทาง เรื่องการงาน เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ..แต่อีกคนหนึ่งเห็นโอกาสแห่งการที่จะตั้งไว้ซึ่งความเพียรได้…เหตุการณ์อย่างเดียวกัน คุณใช้เป็นข้ออ้างในการที่จะกระทำชั่วก็ได้ เหตุการณ์อย่างเดียวกัน คุณใช้เป็นที่ตั้งที่จะทำความดีก็ได้ในขันธ์ 5 มีทั้งส่วนที่เป็นมิจฉามรรคที่เป็นไปในทางต่ำ ทั้งความขี้เกียจ และส่วนที่เป็นอริยมรรค ที่จะไปทางสูง เป็นที่ตั้งในการที่จะทำความเพียรได้ โดยในพระสูตรนี้ยกเอา 4 คู่นี้ขึ้นมาพูดอธิบายให้เห็น…สามารถขยายความมาในขันธ์ 5 ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสุขเวทนา หรือทุกขเวทนา ไม่ว่าจะเป็นสัญญาความคิดนึกที่มันเป็นกุศลหรืออกุศลโผล่ขึ้นมาได้…เราจึงต้องไม่ตามความคิดที่ไม่ดี แต่ให้เราเอาตรงนี้มาเป็นที่ตั้งในการปรารภความเพียร ยิ่งทำสติให้มันมีมากขึ้น ไม่ตามสิ่งที่ไม่ดีนั้นไป สัญญาด้วย สังขารด้วย วิญญาณด้วย ตั้งไว้ให้มันดี ให้มันถูก ให้มันชอบ สามารถที่จะไม่ไปตามมิจฉามรรคเมื่อเราฟังเรื่องราวที่เป็นองค์ประกอบตรงนี้ ให้คิดไตร่ตรองใคร่ครวญว่า เราเป็นแบบไหนกัน? เหตุการณ์นี้เราจะใช้เป็นฐานที่ตั้งสำหรับในการทำอะไร?<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ลักษณะความแตกต่าง 8 อย่างระหว่าง ผู้มีลักษณะแห่งความเกียจคร้าน (กุสีตวัตถุ) และผู้มีลักษณะแห่งการทำจริง แน่วแน่จริง (อารัพภวัตถุ)เหตุการณ์เดียวกัน เปรียบเหมือนเหรียญเดียวกัน แต่คนละด้าน สถานการณ์เดียวกัน แต่มองคนละมุม คนหนึ่งมองติดอยู่อยู่แค่เรื่องอาหาร เรื่องการเดินทาง เรื่องการงาน เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ..แต่อีกคนหนึ่งเห็นโอกาสแห่งการที่จะตั้งไว้ซึ่งความเพียรได้…เหตุการณ์อย่างเดียวกัน คุณใช้เป็นข้ออ้างในการที่จะกระทำชั่วก็ได้ เหตุการณ์อย่างเดียวกัน คุณใช้เป็นที่ตั้งที่จะทำความดีก็ได้ในขันธ์ 5 มีทั้งส่วนที่เป็นมิจฉามรรคที่เป็นไปในทางต่ำ ทั้งความขี้เกียจ และส่วนที่เป็นอริยมรรค ที่จะไปทางสูง เป็นที่ตั้งในการที่จะทำความเพียรได้ โดยในพระสูตรนี้ยกเอา 4 คู่นี้ขึ้นมาพูดอธิบายให้เห็น…สามารถขยายความมาในขันธ์ 5 ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสุขเวทนา หรือทุกขเวทนา ไม่ว่าจะเป็นสัญญาความคิดนึกที่มันเป็นกุศลหรืออกุศลโผล่ขึ้นมาได้…เราจึงต้องไม่ตามความคิดที่ไม่ดี แต่ให้เราเอาตรงนี้มาเป็นที่ตั้งในการปรารภความเพียร ยิ่งทำสติให้มันมีมากขึ้น ไม่ตามสิ่งที่ไม่ดีนั้นไป สัญญาด้วย สังขารด้วย วิญญาณด้วย ตั้งไว้ให้มันดี ให้มันถูก ให้มันชอบ สามารถที่จะไม่ไปตามมิจฉามรรคเมื่อเราฟังเรื่องราวที่เป็นองค์ประกอบตรงนี้ ให้คิดไตร่ตรองใคร่ครวญว่า เราเป็นแบบไหนกัน? เหตุการณ์นี้เราจะใช้เป็นฐานที่ตั้งสำหรับในการทำอะไร?<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การเบียดเบียน 6202-3d</title>
			<itunes:title>การเบียดเบียน 6202-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 08 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>49:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/51c0d3a2-ed47-4b9d-9be9-aa5400e90de5/media.mp3" length="24023223" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">51c0d3a2-ed47-4b9d-9be9-aa5400e90de5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea7</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhwe7wXRbmTdqQQlajdxjRct]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea7.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“การเบียดเบียน” หมายถึง ความคิดประทุษร้ายให้คนอื่นนั้นได้ไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือการเบียดเบียนผู้อื่น ส่วนการเบียดเบียนตัวเองนั้น คือ การคิดให้ตัวเองได้ไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การน้อยเนื้อต่ำใจ โทษตัวเอง ความขี้เกียจ ความโกรธ ความไม่พอใจ ฯลฯ โดยเป็นความคิดตริตรึกไปในทางเบียดเบียน ซึ่งบางทีอาจจะไม่ได้เจตนา แต่กิเลสมันพาไป และการที่ไม่ตริตรึกในทางที่จะไม่เบียดเบียนคนอื่น นั่นเป็นสัมมาสังกัปปะ</p><p>“การกระทบกระทั่ง” ซึ่งเราอยู่ในโลกในสังสารวัฏ มันมีการกระทบกระทั่งกันแน่นอน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะเบียดเบียน</p><p>การเบียดเบียน การกระทบกระทั่ง มีหลายระดับ คือ การเบียดเบียนโดยตรง ทางอ้อม การเบียดเบียนในทาง Supply chain ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หรือการทำตนเองให้ลำบากโดยไม่จำเป็น</p><p>การกังวลต่อบาปมากเกินไป นั่นไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง แต่ความกลัวความละอายต่อบาป คือ หิริโอตตัปปะ นั้นต้องมี จะอยู่ในระดับไหนถึงเหมาะสมกับการที่จะให้ชีวิตของเราดำเนินไปได้ เพราะการเบียดเบียน การกระทบทั่งกันในสังสารวัฏ มันมีแน่นอน ที่จะไม่กระทบกัน ไม่มีแน่นอน</p><p>ถ้าเราปฏิบัติตามมรรคแปดได้ กระบวนการเบียดเบียนที่มันมีอยู่ กระทบกระทั่งกันให้เกิดความพอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง มันก็จะค่อยลดลงได้ ๆ ตามขั้นตอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“การเบียดเบียน” หมายถึง ความคิดประทุษร้ายให้คนอื่นนั้นได้ไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือการเบียดเบียนผู้อื่น ส่วนการเบียดเบียนตัวเองนั้น คือ การคิดให้ตัวเองได้ไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การน้อยเนื้อต่ำใจ โทษตัวเอง ความขี้เกียจ ความโกรธ ความไม่พอใจ ฯลฯ โดยเป็นความคิดตริตรึกไปในทางเบียดเบียน ซึ่งบางทีอาจจะไม่ได้เจตนา แต่กิเลสมันพาไป และการที่ไม่ตริตรึกในทางที่จะไม่เบียดเบียนคนอื่น นั่นเป็นสัมมาสังกัปปะ</p><p>“การกระทบกระทั่ง” ซึ่งเราอยู่ในโลกในสังสารวัฏ มันมีการกระทบกระทั่งกันแน่นอน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะเบียดเบียน</p><p>การเบียดเบียน การกระทบกระทั่ง มีหลายระดับ คือ การเบียดเบียนโดยตรง ทางอ้อม การเบียดเบียนในทาง Supply chain ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หรือการทำตนเองให้ลำบากโดยไม่จำเป็น</p><p>การกังวลต่อบาปมากเกินไป นั่นไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง แต่ความกลัวความละอายต่อบาป คือ หิริโอตตัปปะ นั้นต้องมี จะอยู่ในระดับไหนถึงเหมาะสมกับการที่จะให้ชีวิตของเราดำเนินไปได้ เพราะการเบียดเบียน การกระทบทั่งกันในสังสารวัฏ มันมีแน่นอน ที่จะไม่กระทบกัน ไม่มีแน่นอน</p><p>ถ้าเราปฏิบัติตามมรรคแปดได้ กระบวนการเบียดเบียนที่มันมีอยู่ กระทบกระทั่งกันให้เกิดความพอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง มันก็จะค่อยลดลงได้ ๆ ตามขั้นตอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รู้ดีก็ได้ดี รู้ไม่ดีก็ได้ไม่ดี 6202-1d</title>
			<itunes:title>รู้ดีก็ได้ดี รู้ไม่ดีก็ได้ไม่ดี 6202-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 06 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>31:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/d84ecc21-b43a-45b6-81ec-aa5400e90de5/media.mp3" length="14923416" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d84ecc21-b43a-45b6-81ec-aa5400e90de5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhzbOSAO+6za/hxGLefi4Ei9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea8.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า . . .“ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ  บุคคลหว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว”</p><p>มรรคมีองค์แปดนั่นเป็นความดี เป็นความงาม เป็นกัลยาณธรรม เป็นกัลยาณวัตร คือ เป็นข้อปฏิบัติที่ดี ศีลสมาธิปัญญา ทานศีลภาวนา ต้องรักษาศีลห้า อย่างน้อยๆ ที่สุดที่จะถึงความดีตรงนั้นได้ก็คือการทำสมาธิขั้นใดขั้นหนึ่งให้เกิดขึ้น การทำให้จิตเป็นอารมณ์อันเดียว รู้จักปล่อยวาง เห็นความตั้งอยู่ไม่ได้ของธรรมต่างๆ บ้าง มีการทำจริงแน่วแน่จริง การรู้จักใช้จ่ายประหยัดมัธยัสถ์ การที่ทำให้จิตเป็นอารมณการที่พูดจาไม่ว่ากันให้ร้ายกัน การที่มีความคิดปรารถนาดีกัน เหล่านี้เป็นความดีแน่นนอน</p><p>“สุวิชาโน ภวํ โหติ สุวิชาโน ปราภโว” แปลว่า ผู้เจริญก็รู้ได้ง่าย ผู้เสื่อมก็ดูรู้ได้ ผู้ที่มีความใคร่ชอบพอในการฟังธรรมของพระอริยะเจ้ามีจิตโน้มน้อมมาทันที รู้ได้ทันทีว่าคนนี้ต่อไปเจริญแน่ ส่วนผู้ที่มีความเกลียดธรรม ไม่อยากฟังธรรม เป็นคนขี้เกียจ มีอธรรมอยู่ในใจ เราดูรู้ได้เลยว่าคนนี้ต่อไปหรือทำกิจการงานต่อไปเสื่อมแน่นอน นี่คือ ความรู้ได้ง่ายสุวิชาโน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า . . .“ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ  บุคคลหว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว”</p><p>มรรคมีองค์แปดนั่นเป็นความดี เป็นความงาม เป็นกัลยาณธรรม เป็นกัลยาณวัตร คือ เป็นข้อปฏิบัติที่ดี ศีลสมาธิปัญญา ทานศีลภาวนา ต้องรักษาศีลห้า อย่างน้อยๆ ที่สุดที่จะถึงความดีตรงนั้นได้ก็คือการทำสมาธิขั้นใดขั้นหนึ่งให้เกิดขึ้น การทำให้จิตเป็นอารมณ์อันเดียว รู้จักปล่อยวาง เห็นความตั้งอยู่ไม่ได้ของธรรมต่างๆ บ้าง มีการทำจริงแน่วแน่จริง การรู้จักใช้จ่ายประหยัดมัธยัสถ์ การที่ทำให้จิตเป็นอารมณการที่พูดจาไม่ว่ากันให้ร้ายกัน การที่มีความคิดปรารถนาดีกัน เหล่านี้เป็นความดีแน่นนอน</p><p>“สุวิชาโน ภวํ โหติ สุวิชาโน ปราภโว” แปลว่า ผู้เจริญก็รู้ได้ง่าย ผู้เสื่อมก็ดูรู้ได้ ผู้ที่มีความใคร่ชอบพอในการฟังธรรมของพระอริยะเจ้ามีจิตโน้มน้อมมาทันที รู้ได้ทันทีว่าคนนี้ต่อไปเจริญแน่ ส่วนผู้ที่มีความเกลียดธรรม ไม่อยากฟังธรรม เป็นคนขี้เกียจ มีอธรรมอยู่ในใจ เราดูรู้ได้เลยว่าคนนี้ต่อไปหรือทำกิจการงานต่อไปเสื่อมแน่นอน นี่คือ ความรู้ได้ง่ายสุวิชาโน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เรื่องเกี่ยวกับภิกษุณี 6201-3d</title>
			<itunes:title>เรื่องเกี่ยวกับภิกษุณี 6201-3d</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 01 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1aeccdb3-261f-4294-99b4-aa5400e90de0/media.mp3" length="27760405" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1aeccdb3-261f-4294-99b4-aa5400e90de0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ea9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhzJcZQlRcCTvQ0Ej0PW1ftF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ea9.jpg"/>
			<description><![CDATA[เกร็ดความรู้จากหนังสือ “เรื่องเกี่ยวกับภิกษุณี” บทประพันธ์โดยสมเด็จพระวันรัต (ท่านจุทน์ พฺรหฺมคุตฺโต)ว่าด้วยความเป็นมาของภิกษุณี, วิธีอุปสมบทภิกษุณี, คุณสมบัติของการอุปสมบทเป็นภิกษุณี, ศีลของภิกษุณี, ความเกี่ยวข้องระหว่างภิกษุกับภิกษุณี, เหตุผลที่พระพุทธเจ้าทรงวางกฏเกณฑ์การอุปสมบทภิกษุณี, สถานภาพของภิกษุณี, การพ้นภาวะภิกษุณี, ภาษิตของพระเถรี, ภิกษุณีในประเทศไทย และสตรีที่บวชในพระพุทธศาสนาธรรมบทแปลเรื่อง “พระอุบลวรรณาเถรี” ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเป็นเลิศในด้านฤทธิ์ เปรียบเทียบไว้กับพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า และเป็นต้นบัญญัติศีล ที่ห้ามภิกษุณีอยู่ในป่า<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เกร็ดความรู้จากหนังสือ “เรื่องเกี่ยวกับภิกษุณี” บทประพันธ์โดยสมเด็จพระวันรัต (ท่านจุทน์ พฺรหฺมคุตฺโต)ว่าด้วยความเป็นมาของภิกษุณี, วิธีอุปสมบทภิกษุณี, คุณสมบัติของการอุปสมบทเป็นภิกษุณี, ศีลของภิกษุณี, ความเกี่ยวข้องระหว่างภิกษุกับภิกษุณี, เหตุผลที่พระพุทธเจ้าทรงวางกฏเกณฑ์การอุปสมบทภิกษุณี, สถานภาพของภิกษุณี, การพ้นภาวะภิกษุณี, ภาษิตของพระเถรี, ภิกษุณีในประเทศไทย และสตรีที่บวชในพระพุทธศาสนาธรรมบทแปลเรื่อง “พระอุบลวรรณาเถรี” ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเป็นเลิศในด้านฤทธิ์ เปรียบเทียบไว้กับพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า และเป็นต้นบัญญัติศีล ที่ห้ามภิกษุณีอยู่ในป่า<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทบทวน ใคร่ครวญ เพื่อปัญญาอันแจ่มแจ้ง 6152-7d</title>
			<itunes:title>ทบทวน ใคร่ครวญ เพื่อปัญญาอันแจ่มแจ้ง 6152-7d</itunes:title>
			<pubDate>Sat, 29 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/13dc276e-a38f-4f6b-9ba1-aa5200daa8ec/media.mp3" length="27333038" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">13dc276e-a38f-4f6b-9ba1-aa5200daa8ec</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eaa</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhyElZhea5LNsiXFCSQ9f7jk]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eaa.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ทบทวนกับคำสอนที่ใช้อุปมาอุปไมยของพระพุทธเจ้า ในรอบปีที่ผ่านมาในช่วงท้ายรายการ พระอาจารย์มหาไพบูลย์ อภิปุณฺโณ ได้ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตเพื่อต้อนรับศักราชใหม่ปี พ.ศ. 2562 ไว้ว่า</p><p>“แต่ละรอบที่ผ่านไป ๆ อันนี้ก็คือสั้นลง ๆ เราก็เข้าถึงจุดที่จะมีการเปลี่ยนแปลง เทวฑูตปรากฏแน่ไม่อันใดก็อันหนึ่ง ในเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่จุดใดจุดหนึ่ง เราต้องเป็นผู้ที่ไม่ประมาท ลองทบทวนดูว่า ชีวิตของเราเป็นอย่างไรบ้าง ดีมีขึ้นบ้างมั้ย อะไรที่มันไม่ดีแล้วสละออกได้บ้างมั้ย ทบทวนใน 4 อย่าง พระพุทธเจ้าอธิบายในเรื่องการใคร่ครวญแล้วให้มันมาถูกทางในการทำจริงแน่วแน่จริงที่ไม่ดีไม่เคยมี แล้วมันมีเพิ่มขึ้นมั้ย เราป้องกันอย่าให้มันมีที่ไม่ดีที่มีอยู่ลดลงบ้างมั้ยความดีอะไรที่มีอยู่ พัฒนาขึ้นมั้ยและความดีอะไรที่เราไม่มีเลย คุณฝึกทำได้มั้ย มีเพิ่มขึ้นมั้ย</p><p>ทบทวนดู ตรงไหนมีรูรั่วเราแก้ไข พอเราทบทวนอย่างนี้ ถือว่าวันคืนที่ผ่านไปไม่สูญเปล่า อาตมาก็อยากจะอวยพรให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายเป็นผู้ที่สามารถตั้งตนได้ ตั้งตนได้ให้อยู่ในศีล ตั้งตนได้ให้อยู่ในสติ พอเราตั้งต้นในศีลในสติแล้ว มีปัญญารักษาตัว ปัญญาที่รักษาตัวของเราจะเป็นเหมือนกับเกราะป้องกันสิ่งต่างๆที่เป็นภัยอันตรายให้แคล้วคลาดปลอดภัย สติที่เรามี เราจะมีดวงตาที่จะเห็นช่องทางที่ทำกิน เห็นช่องทางในการที่จะไปให้รอดพ้น ให้มีความสำเร็จในชีวิตได้แน่นอน ขออวยพรทุกท่านทุกคนเลย….เจริญพร”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ทบทวนกับคำสอนที่ใช้อุปมาอุปไมยของพระพุทธเจ้า ในรอบปีที่ผ่านมาในช่วงท้ายรายการ พระอาจารย์มหาไพบูลย์ อภิปุณฺโณ ได้ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตเพื่อต้อนรับศักราชใหม่ปี พ.ศ. 2562 ไว้ว่า</p><p>“แต่ละรอบที่ผ่านไป ๆ อันนี้ก็คือสั้นลง ๆ เราก็เข้าถึงจุดที่จะมีการเปลี่ยนแปลง เทวฑูตปรากฏแน่ไม่อันใดก็อันหนึ่ง ในเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่จุดใดจุดหนึ่ง เราต้องเป็นผู้ที่ไม่ประมาท ลองทบทวนดูว่า ชีวิตของเราเป็นอย่างไรบ้าง ดีมีขึ้นบ้างมั้ย อะไรที่มันไม่ดีแล้วสละออกได้บ้างมั้ย ทบทวนใน 4 อย่าง พระพุทธเจ้าอธิบายในเรื่องการใคร่ครวญแล้วให้มันมาถูกทางในการทำจริงแน่วแน่จริงที่ไม่ดีไม่เคยมี แล้วมันมีเพิ่มขึ้นมั้ย เราป้องกันอย่าให้มันมีที่ไม่ดีที่มีอยู่ลดลงบ้างมั้ยความดีอะไรที่มีอยู่ พัฒนาขึ้นมั้ยและความดีอะไรที่เราไม่มีเลย คุณฝึกทำได้มั้ย มีเพิ่มขึ้นมั้ย</p><p>ทบทวนดู ตรงไหนมีรูรั่วเราแก้ไข พอเราทบทวนอย่างนี้ ถือว่าวันคืนที่ผ่านไปไม่สูญเปล่า อาตมาก็อยากจะอวยพรให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายเป็นผู้ที่สามารถตั้งตนได้ ตั้งตนได้ให้อยู่ในศีล ตั้งตนได้ให้อยู่ในสติ พอเราตั้งต้นในศีลในสติแล้ว มีปัญญารักษาตัว ปัญญาที่รักษาตัวของเราจะเป็นเหมือนกับเกราะป้องกันสิ่งต่างๆที่เป็นภัยอันตรายให้แคล้วคลาดปลอดภัย สติที่เรามี เราจะมีดวงตาที่จะเห็นช่องทางที่ทำกิน เห็นช่องทางในการที่จะไปให้รอดพ้น ให้มีความสำเร็จในชีวิตได้แน่นอน ขออวยพรทุกท่านทุกคนเลย….เจริญพร”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ว่าด้วยเรื่องคนถ่อย 6152-1d</title>
			<itunes:title>ว่าด้วยเรื่องคนถ่อย 6152-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 23 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/e578e710-d769-49f5-983b-aa5200daa8f6/media.mp3" length="25608714" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e578e710-d769-49f5-983b-aa5200daa8f6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eab</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhzJOlqCKDxMV4TwWHOVMSYQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eab.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“บุคคลไม่เป็นคนถ่อยเพราะชาติ ไม่เป็นพราหมณ์เพราะชาติ แต่เป็นคนถ่อยเพราะกรรม เป็นพราหมณ์เพราะกรรม ท่านจงรู้ข้อนั้น ตามที่เราแสดงนี้”</p><p>พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสกับอัคคิกภารทวาชพราหมณ์ไว้ใน วสลสูตร ว่าด้วยเรื่องคนถ่อยและธรรมเป็นเครื่องกระทำให้เป็นคนถ่อย 20 ข้อ อัคคิกภารทวาชพราหมณ์เมื่อได้ฟังธรรมนั้นเกิดความเลื่อมใสขึ้นเป็นอย่างมาก ได้เปลี่ยนจากมิจฉาทิฏฐิมาเป็นสัมมาทิฏฐิ "ปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปไว้ในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุ จักเห็นรูปได้" และได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“บุคคลไม่เป็นคนถ่อยเพราะชาติ ไม่เป็นพราหมณ์เพราะชาติ แต่เป็นคนถ่อยเพราะกรรม เป็นพราหมณ์เพราะกรรม ท่านจงรู้ข้อนั้น ตามที่เราแสดงนี้”</p><p>พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสกับอัคคิกภารทวาชพราหมณ์ไว้ใน วสลสูตร ว่าด้วยเรื่องคนถ่อยและธรรมเป็นเครื่องกระทำให้เป็นคนถ่อย 20 ข้อ อัคคิกภารทวาชพราหมณ์เมื่อได้ฟังธรรมนั้นเกิดความเลื่อมใสขึ้นเป็นอย่างมาก ได้เปลี่ยนจากมิจฉาทิฏฐิมาเป็นสัมมาทิฏฐิ "ปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปไว้ในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุ จักเห็นรูปได้" และได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความบากบั่นพากเพียรย่อมมีผลด้วยอำนาจเหนือจิต</title>
			<itunes:title>ความบากบั่นพากเพียรย่อมมีผลด้วยอำนาจเหนือจิต</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 16 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>48:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/ccd3e780-6153-4ebd-a26c-aa5200daa8fa/media.mp3" length="24660273" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ccd3e780-6153-4ebd-a26c-aa5200daa8fa</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eac</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhzHRDqrT2u68nQ3JA4GJY02]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eac.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นอุปมาอุปมัยใน เทวทหสูตร ปรารภเหล่าปริพาชกที่ทำความเพียรชนิดที่ไร้ผล ยกตัวอย่างของบุรุษผู้หนึ่ง ที่กล่าวถึง “ความบากบั่น ความพากเพียร จะมีผลขึ้นมาได้” </p><p>จิตของเราที่ตกอยู่ในอำนาจราคะ โทสะ หรือโมหะ ไปตามอำนาจของจิตแล้ว พาเราไปทุกข์ได้ พาเราไปลงนรก เปตรวิสัย กำเนิดเดรัจฉานก็ได้ พาไปได้หมด เพราะไปตามอำนาจของจิตแล้ว จะทำอย่างไรให้เราทำจิตให้อยู่ในอำนาจ ไม่ให้เราตกไปตามอำนาจของจิต </p><p>พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ใน “ธรรมที่ทำความเป็นผู้มีอำนาจเหนือจิต” 7 ประการ คือต้องเป็นผู้ฉลาดในสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสู่สมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในการดำรงอยู่ในสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในความเหมาะสมแห่งสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในธรรมเป็นโคจรแห่งสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ </p><p>ให้ฉลาดในธรรมอันเป็นโคจรแก่สมาธิ สมาธิเราจะเพ่งจดจ่อลงไปให้มันดีได้ ให้มันเข้าถึงเหตุผลที่แท้จริงเป็นโยนิโสมนสิการได้ ต้องมีการคบเพื่อนดี ต้องมีการรู้ประมาณในการบริโภค ต้องมีการอยู่หลีกเร้น ต้องมีการสำรวมอินทรีย์ ต้องมีการอยู่ง่าย กินง่าย สันโดษในบริขารแห่งชีวิต ประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์ พวกนี้จะเป็นธรรมะที่เหมาะสมแก่สมาธิ จะทำให้เราทำจิตให้อยู่เหนืออำนาจได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นอุปมาอุปมัยใน เทวทหสูตร ปรารภเหล่าปริพาชกที่ทำความเพียรชนิดที่ไร้ผล ยกตัวอย่างของบุรุษผู้หนึ่ง ที่กล่าวถึง “ความบากบั่น ความพากเพียร จะมีผลขึ้นมาได้” </p><p>จิตของเราที่ตกอยู่ในอำนาจราคะ โทสะ หรือโมหะ ไปตามอำนาจของจิตแล้ว พาเราไปทุกข์ได้ พาเราไปลงนรก เปตรวิสัย กำเนิดเดรัจฉานก็ได้ พาไปได้หมด เพราะไปตามอำนาจของจิตแล้ว จะทำอย่างไรให้เราทำจิตให้อยู่ในอำนาจ ไม่ให้เราตกไปตามอำนาจของจิต </p><p>พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ใน “ธรรมที่ทำความเป็นผู้มีอำนาจเหนือจิต” 7 ประการ คือต้องเป็นผู้ฉลาดในสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสู่สมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในการดำรงอยู่ในสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในความเหมาะสมแห่งสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในธรรมเป็นโคจรแห่งสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ </p><p>ให้ฉลาดในธรรมอันเป็นโคจรแก่สมาธิ สมาธิเราจะเพ่งจดจ่อลงไปให้มันดีได้ ให้มันเข้าถึงเหตุผลที่แท้จริงเป็นโยนิโสมนสิการได้ ต้องมีการคบเพื่อนดี ต้องมีการรู้ประมาณในการบริโภค ต้องมีการอยู่หลีกเร้น ต้องมีการสำรวมอินทรีย์ ต้องมีการอยู่ง่าย กินง่าย สันโดษในบริขารแห่งชีวิต ประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์ พวกนี้จะเป็นธรรมะที่เหมาะสมแก่สมาธิ จะทำให้เราทำจิตให้อยู่เหนืออำนาจได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมะรับอรุณ Live : กิเลสเครื่องเศร้าหมอง 6150-7d</title>
			<itunes:title>ธรรมะรับอรุณ Live : กิเลสเครื่องเศร้าหมอง 6150-7d</itunes:title>
			<pubDate>Sat, 15 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1e085208-d4ef-4007-a962-aa5200daa8e8/media.mp3" length="28120891" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1e085208-d4ef-4007-a962-aa5200daa8e8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ead</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhz6IvmTSM65/7kqW3ET4/V4]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ead.jpg"/>
			<description><![CDATA[กิเลส หมายถึง เครื่องเศร้าหมองหรือสิ่งที่ไม่ดีซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดทุกข์ เช่น ตัณหา อวิชชา อาสวะ เป็นต้น จัดอยู่ในอริยสัจข้อที่สองคือ “สมุทัย” หรือ “เหตุเกิดแห่งทุกข์” ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่จะเป็นไปตามอำนาจของกิเลส สามารถแบ่งกิเลสออกเป็น 3 กองใหญ่ ๆ ได้ดังนี้โทสะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความโกรธ เร่าร้อน รุ่มร้อน ขัดเคืองใจ2. โลภะหรือราคะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความหิว ความอยากได้3. โมหะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความมืดบอด มีหมอกหรือควันบดบังทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน จนกลายเป็นความไม่รู้หรือเห็นผิดได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[กิเลส หมายถึง เครื่องเศร้าหมองหรือสิ่งที่ไม่ดีซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดทุกข์ เช่น ตัณหา อวิชชา อาสวะ เป็นต้น จัดอยู่ในอริยสัจข้อที่สองคือ “สมุทัย” หรือ “เหตุเกิดแห่งทุกข์” ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่จะเป็นไปตามอำนาจของกิเลส สามารถแบ่งกิเลสออกเป็น 3 กองใหญ่ ๆ ได้ดังนี้โทสะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความโกรธ เร่าร้อน รุ่มร้อน ขัดเคืองใจ2. โลภะหรือราคะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความหิว ความอยากได้3. โมหะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความมืดบอด มีหมอกหรือควันบดบังทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน จนกลายเป็นความไม่รู้หรือเห็นผิดได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิปทา 6150-6d</title>
			<itunes:title>ปฏิปทา 6150-6d</itunes:title>
			<pubDate>Fri, 14 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/2d8bedd8-ecd8-4a8f-acfa-aa5200daa8ec/media.mp3" length="24966493" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2d8bedd8-ecd8-4a8f-acfa-aa5200daa8ec</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eae</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhz7n1abeoo3UtCGz66QpsdH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eae.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ปฏิปทา" แปลว่า ทางดำเนิน ข้อปฏิบัติ แนวทางปฏิบัติ ความประพฤติ ในทางธรรมเพื่อบรรลุคุณวิเศษ คือ มรรคผล นิพพาน มักปรากฏต่อท้ายคำอื่นๆ เช่น มัชฌิมาปฏิปทา ทุกขนิโรธปฏิปทา เป็นต้น ส่วนปฏิปทาในทางโลกมักถูกนำมาใช้ในความหมายว่าความประพฤติ และใช้กับความประพฤติที่ดีงาม ไม่ใช้กับความประพฤติที่ไม่ดี เช่นว่า "เขาเป็นคนมีปฏิปทาอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว" หมายความว่าเขาเป็นคนมีความประพฤติที่ดี เช่น ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีอัธยาศัยดี หรือมีอุปนิสัยใจคอตามที่แสดงออกมาเช่นนั้น</p><p>ปฏิปทาแบ่งออกเป็น 4 ประการดังนี้</p><p>ทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ปฏิบัติลำบาก และรู้ได้ช้า กว่าจะบรรลุธรรมพิเศษก็ใช้เวลานาน เช่น พระจักขุบาล เลือกทำวิธีบำเพ็ญเพียรโดยไม่นอนตลอด 3 เดือนจนตาบอด จึงบรรลุอรหัตตผล</p><p>ทุกขาปฏิปทาขิปปาภิญญา ปฏิบัติลำบาก แต่รู้ได้เร็ว เช่น พระโสณโกฬิวิสะ เดินจงกรมจนฝ่าเท้าแตก, พระปูติคัตตะบำเพ็ญเพียรในขณะอาพาธได้รับความลำบากโดยเอาทุกขเวทนามาพิจารณาจนบรรลุพร้อมทั้งนิพพานไปด้วย เรียกว่า “ชีวิตสมสีสี” ดับจิตสังขารพร้อมกิเลส</p><p>สุขาปฏิปทาทันธาภิญญา ปฏิบัติสะดวก แต่รู้ได้ช้า เช่น พระจูฬปันถกถูกพระพี่ชายให้ปฏิบัติวิธีที่ไม่ถูกจริตจึงไม่บรรลุ ตราบได้รับคำแนะนำจากพระพุทธเจ้าให้บำเพ็ญเพียรโดยลูบคลำผ้าขาวไปเรื่อยๆก็บรรลุได้</p><p>สุขาปฏิปทาขิปปาภิญญา ปฏิบัติสะดวก และรู้ได้เร็ว เช่น พระพาหิยทารุจีริยะ ปฏิบัติตามพระธรรมเทศนาที่พุทธองค์ตรัสก็บรรลุที่ตรงนั้นเลย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ปฏิปทา" แปลว่า ทางดำเนิน ข้อปฏิบัติ แนวทางปฏิบัติ ความประพฤติ ในทางธรรมเพื่อบรรลุคุณวิเศษ คือ มรรคผล นิพพาน มักปรากฏต่อท้ายคำอื่นๆ เช่น มัชฌิมาปฏิปทา ทุกขนิโรธปฏิปทา เป็นต้น ส่วนปฏิปทาในทางโลกมักถูกนำมาใช้ในความหมายว่าความประพฤติ และใช้กับความประพฤติที่ดีงาม ไม่ใช้กับความประพฤติที่ไม่ดี เช่นว่า "เขาเป็นคนมีปฏิปทาอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว" หมายความว่าเขาเป็นคนมีความประพฤติที่ดี เช่น ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีอัธยาศัยดี หรือมีอุปนิสัยใจคอตามที่แสดงออกมาเช่นนั้น</p><p>ปฏิปทาแบ่งออกเป็น 4 ประการดังนี้</p><p>ทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ปฏิบัติลำบาก และรู้ได้ช้า กว่าจะบรรลุธรรมพิเศษก็ใช้เวลานาน เช่น พระจักขุบาล เลือกทำวิธีบำเพ็ญเพียรโดยไม่นอนตลอด 3 เดือนจนตาบอด จึงบรรลุอรหัตตผล</p><p>ทุกขาปฏิปทาขิปปาภิญญา ปฏิบัติลำบาก แต่รู้ได้เร็ว เช่น พระโสณโกฬิวิสะ เดินจงกรมจนฝ่าเท้าแตก, พระปูติคัตตะบำเพ็ญเพียรในขณะอาพาธได้รับความลำบากโดยเอาทุกขเวทนามาพิจารณาจนบรรลุพร้อมทั้งนิพพานไปด้วย เรียกว่า “ชีวิตสมสีสี” ดับจิตสังขารพร้อมกิเลส</p><p>สุขาปฏิปทาทันธาภิญญา ปฏิบัติสะดวก แต่รู้ได้ช้า เช่น พระจูฬปันถกถูกพระพี่ชายให้ปฏิบัติวิธีที่ไม่ถูกจริตจึงไม่บรรลุ ตราบได้รับคำแนะนำจากพระพุทธเจ้าให้บำเพ็ญเพียรโดยลูบคลำผ้าขาวไปเรื่อยๆก็บรรลุได้</p><p>สุขาปฏิปทาขิปปาภิญญา ปฏิบัติสะดวก และรู้ได้เร็ว เช่น พระพาหิยทารุจีริยะ ปฏิบัติตามพระธรรมเทศนาที่พุทธองค์ตรัสก็บรรลุที่ตรงนั้นเลย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อวิชชา 6149-7d</title>
			<itunes:title>อวิชชา 6149-7d</itunes:title>
			<pubDate>Sat, 08 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bf510421-bad8-4327-a414-aa5200daa8d5/media.mp3" length="27683214" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bf510421-bad8-4327-a414-aa5200daa8d5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eaf</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhzxGCATfiyw+f6NQp6lfJo4]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eaf.jpg"/>
			<description><![CDATA[เข้าใจความหมายและรายละเอียดของ “อวิชชา”เหตุปัจจัยและวีธีแก้ เพื่อให้เกิดความรู้คือ “วิชชา” ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เข้าใจความหมายและรายละเอียดของ “อวิชชา”เหตุปัจจัยและวีธีแก้ เพื่อให้เกิดความรู้คือ “วิชชา” ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พหูสูต 6149-6d</title>
			<itunes:title>พหูสูต 6149-6d</itunes:title>
			<pubDate>Fri, 07 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/6d348cea-66dc-4ef0-8ad6-aa5200daa8d5/media.mp3" length="27415137" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6d348cea-66dc-4ef0-8ad6-aa5200daa8d5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb0</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhz3QXDDI2kHCOmjr2DpTESK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eb0.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระอานนท์ ผู้เป็นเอตทัคคะในทางพหูสูต ได้กราบทูลขอพรจากพระพุทธเจ้าก่อนที่จะรับทำหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐาก 8 ประการพหูสูตมีองค์ 5 (คุณสมบัติที่ทำให้ควรได้รับชื่อว่าเป็น “พหูสูต”)ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ภิกษุจึงจะเป็นผู้ใคร่ครวญได้เร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย เรียนได้ดี เรียนได้มาก และสิ่งที่เธอเรียนแล้วย่อมไม่เลือนไป</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระอานนท์ ผู้เป็นเอตทัคคะในทางพหูสูต ได้กราบทูลขอพรจากพระพุทธเจ้าก่อนที่จะรับทำหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐาก 8 ประการพหูสูตมีองค์ 5 (คุณสมบัติที่ทำให้ควรได้รับชื่อว่าเป็น “พหูสูต”)ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ภิกษุจึงจะเป็นผู้ใคร่ครวญได้เร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย เรียนได้ดี เรียนได้มาก และสิ่งที่เธอเรียนแล้วย่อมไม่เลือนไป</p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เมถุนสังโยค 7 6149-1d</title>
			<itunes:title>เมถุนสังโยค 7 6149-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 02 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/56b52df9-f0c8-4424-bf66-aa5200daa8ec/media.mp3" length="25728436" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">56b52df9-f0c8-4424-bf66-aa5200daa8ec</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb1</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhxwD4vSKv8zf90FZjrsswu0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eb1.jpg"/>
			<description><![CDATA[“เมถุนสูตร” ว่าด้วยชานุสโสณีพราหมณ์ได้กราบทูลถามถึงความบริสุทธิ์บริบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ของพระพุทธองค์อะไรชื่อว่าความขาด ทะลุ ด่าง พร้อย แห่ง พรหมจรรย์ ฯเปรียบเทียบส่วนต่างระหว่างการประพฤติพรหมจรรย์กับเมถุนธรรม (ศีลข้อที่ 3 ในศีลห้าและในศีลแปด)ข้อแตกต่างระหว่างความชื่นชมยินดีมีความปลื้มใจไปในกามคุณทั้งหลายกับความมุทิตา (การอนุโมทนา)เจริญอสุภะสัญญา เพื่อละความกำหนัดเพลิดเพลินในเมถุนธรรม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[“เมถุนสูตร” ว่าด้วยชานุสโสณีพราหมณ์ได้กราบทูลถามถึงความบริสุทธิ์บริบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ของพระพุทธองค์อะไรชื่อว่าความขาด ทะลุ ด่าง พร้อย แห่ง พรหมจรรย์ ฯเปรียบเทียบส่วนต่างระหว่างการประพฤติพรหมจรรย์กับเมถุนธรรม (ศีลข้อที่ 3 ในศีลห้าและในศีลแปด)ข้อแตกต่างระหว่างความชื่นชมยินดีมีความปลื้มใจไปในกามคุณทั้งหลายกับความมุทิตา (การอนุโมทนา)เจริญอสุภะสัญญา เพื่อละความกำหนัดเพลิดเพลินในเมถุนธรรม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กำลังคือศรัทธา 6148-7d</title>
			<itunes:title>กำลังคือศรัทธา 6148-7d</itunes:title>
			<pubDate>Sat, 01 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/c548a436-4c24-471d-af85-aa5200daa8d5/media.mp3" length="30028861" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c548a436-4c24-471d-af85-aa5200daa8d5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb2</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhzD8LNbPuWPe7L3oZnyGY/H]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eb2.jpg"/>
			<description><![CDATA[ศรัทธา คือ พลังที่จะก่อให้เกิดการบรรลุธรรมรายละเอียดเกี่ยวกับศรัทธาที่ตั้งไว้ในแง่มุมทั้งผิดและถูกเหตุปัจจัยและตัวอย่างการปฏิบัติให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ศรัทธา คือ พลังที่จะก่อให้เกิดการบรรลุธรรมรายละเอียดเกี่ยวกับศรัทธาที่ตั้งไว้ในแง่มุมทั้งผิดและถูกเหตุปัจจัยและตัวอย่างการปฏิบัติให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังโยชน์ 6148-6d</title>
			<itunes:title>สังโยชน์ 6148-6d</itunes:title>
			<pubDate>Fri, 30 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/bac05a69-75ac-4e8d-ba5c-aa5200daa8d0/media.mp3" length="28527080" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bac05a69-75ac-4e8d-ba5c-aa5200daa8d0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb3</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhwIB3zxvH60/UAcgKo4jiOd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eb3.jpg"/>
			<description><![CDATA[สาเหตุที่แท้จริงของความทุกข์หรือจิตที่วุ่นวาย เมื่อต้องข้องแวะกับปัญหาและสิ่งรอบตัวต่างๆ ที่เข้ามากระทบเข้าใจความหมายและรายละเอียดของ “สังโยชน์”ขบวนการที่จะรักษาจิตให้หลุดพ้นจากความทุกข์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สาเหตุที่แท้จริงของความทุกข์หรือจิตที่วุ่นวาย เมื่อต้องข้องแวะกับปัญหาและสิ่งรอบตัวต่างๆ ที่เข้ามากระทบเข้าใจความหมายและรายละเอียดของ “สังโยชน์”ขบวนการที่จะรักษาจิตให้หลุดพ้นจากความทุกข์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สภิยะผู้ข้ามพ้นสงสัย 6148-1d</title>
			<itunes:title>สภิยะผู้ข้ามพ้นสงสัย 6148-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 25 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:03:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/4742aef1-da43-46fc-8abf-aa5200daa8c7/media.mp3" length="30680650" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4742aef1-da43-46fc-8abf-aa5200daa8c7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb4</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhzvcBsvQyZnG1e3DNgjfxyq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eb4.jpg"/>
			<description><![CDATA[สภิยสูตร ว่าด้วยพระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหาของสภิยปริพาชกถึง 20 คำถาม (โดยแบ่งคำถามเป็น 5 ส่วน ๆ ละ 4 คำถาม)คำตอบของทุกคำถามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบ รวมลงมาที่ความพ้นทุกข์ (ทางพ้นทุกข์)ทั้งสิ้น มีความสวยงามทางด้านภาษาศาสตร์ มีความใกล้เคียง คล้องจอง มีความหมายต่อเนื่องกันจนรวมลงที่นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สภิยสูตร ว่าด้วยพระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหาของสภิยปริพาชกถึง 20 คำถาม (โดยแบ่งคำถามเป็น 5 ส่วน ๆ ละ 4 คำถาม)คำตอบของทุกคำถามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบ รวมลงมาที่ความพ้นทุกข์ (ทางพ้นทุกข์)ทั้งสิ้น มีความสวยงามทางด้านภาษาศาสตร์ มีความใกล้เคียง คล้องจอง มีความหมายต่อเนื่องกันจนรวมลงที่นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โพชฌงค์เจ็ด (ตอนที่ 2): เจริญโพชฌงค์ตามกาล [6147-7d]</title>
			<itunes:title>โพชฌงค์เจ็ด (ตอนที่ 2): เจริญโพชฌงค์ตามกาล [6147-7d]</itunes:title>
			<pubDate>Sat, 24 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>29:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/7669b69e-1598-4418-a0c1-aa5200daa8c7/media.mp3" length="13952714" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7669b69e-1598-4418-a0c1-aa5200daa8c7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a6a7a9ff10010562eb5</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb5</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhwUMG3ojsPU9Y9gJdLsdDJY]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>61</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การใช้งาน “โพชฌงค์เจ็ด” อย่างเหมาะสม ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การใช้งาน “โพชฌงค์เจ็ด” อย่างเหมาะสม ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โพชฌงค์เจ็ด (ตอนที่ 1): องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม [6147-6d]</title>
			<itunes:title>โพชฌงค์เจ็ด (ตอนที่ 1): องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม [6147-6d]</itunes:title>
			<pubDate>Fri, 23 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>26:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/c18f3c36-fa51-485e-a400-aa5200daa8c2/media.mp3" length="13972233" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c18f3c36-fa51-485e-a400-aa5200daa8c2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/3d/episodes/63760a6a7a9ff10010562eb6</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb6</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhwrJ17ayrcZe5g/g6q+N01B]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>61</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eb6.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>โพชฌงค์เจ็ด จะสามารถเกิดขึ้นได้นั้นจะต้องเริ่มจากการตั้งสติให้ดีเป็นหลักเสียก่อน อีกทั้งต้องมีการฝึกปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอน สะสมทีละเล็กทีละน้อยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการพัฒนาให้ละเอียดจนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยการทำจากไม่มีให้มี ทำจากไม่ดีให้ดีขึ้นมา เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า “ภวิตา” นั่นเอง </p><p>การปฏิบัติในแต่ละอย่างของโพชฌงค์เจ็ดนั้น ควรต้องปฏิบัติในลักษณะอยู่ในความวิเวกด้วยกายและจิต ไม่ข้องแวะกับสิ่งที่ไม่ดี เป็นอกุศลธรรม ปราศจากความคลายกำหนัด (วิราคะ) เพื่อจิตที่น้อมไปในการปล่อยวาง คลายความยึดถือจากสิ่งที่เป็นทุกข์ และสามารถใช้โพชฌงค์เจ็ดเพื่อพัฒนาให้อริยมรรคมีองค์แปดเกิดขึ้นได้ </p><p>ทั้งนี้เราควรจะสร้างกำลังใจในการปฏิบัติธรรมโดยมีสรณะ ที่พึ่ง ที่ระลึกถึง โดยการตั้งศรัทธาไว้ในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ปลูกศรัทธาขึ้น โดยใช้ทุกข์เป็นที่ตั้งของศรัทธาเราจะเห็นทุกข์ได้โดยมีปัญญา หรือ “โยนิโสมนสิการ”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>โพชฌงค์เจ็ด จะสามารถเกิดขึ้นได้นั้นจะต้องเริ่มจากการตั้งสติให้ดีเป็นหลักเสียก่อน อีกทั้งต้องมีการฝึกปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอน สะสมทีละเล็กทีละน้อยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการพัฒนาให้ละเอียดจนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยการทำจากไม่มีให้มี ทำจากไม่ดีให้ดีขึ้นมา เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า “ภวิตา” นั่นเอง </p><p>การปฏิบัติในแต่ละอย่างของโพชฌงค์เจ็ดนั้น ควรต้องปฏิบัติในลักษณะอยู่ในความวิเวกด้วยกายและจิต ไม่ข้องแวะกับสิ่งที่ไม่ดี เป็นอกุศลธรรม ปราศจากความคลายกำหนัด (วิราคะ) เพื่อจิตที่น้อมไปในการปล่อยวาง คลายความยึดถือจากสิ่งที่เป็นทุกข์ และสามารถใช้โพชฌงค์เจ็ดเพื่อพัฒนาให้อริยมรรคมีองค์แปดเกิดขึ้นได้ </p><p>ทั้งนี้เราควรจะสร้างกำลังใจในการปฏิบัติธรรมโดยมีสรณะ ที่พึ่ง ที่ระลึกถึง โดยการตั้งศรัทธาไว้ในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ปลูกศรัทธาขึ้น โดยใช้ทุกข์เป็นที่ตั้งของศรัทธาเราจะเห็นทุกข์ได้โดยมีปัญญา หรือ “โยนิโสมนสิการ”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทิศทั้งหก 6146-7d</title>
			<itunes:title>ทิศทั้งหก 6146-7d</itunes:title>
			<pubDate>Sat, 17 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>28:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/7d2d99fa-8cbb-46b5-a96e-aa5200daa8c2/media.mp3" length="13712739" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7d2d99fa-8cbb-46b5-a96e-aa5200daa8c2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb7</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhxgrDwXUJOXGZkVGBkef5pf]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eb7.jpg"/>
			<description><![CDATA[ทิศทั้งหกประกอบด้วยอะไรบ้างบทบาทหน้าที่ในทิศทั้งหก ทั้งเชิงอนุเคราะห์และพึงบำรุง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ทิศทั้งหกประกอบด้วยอะไรบ้างบทบาทหน้าที่ในทิศทั้งหก ทั้งเชิงอนุเคราะห์และพึงบำรุง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปรายนสูตร รู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง 6146-1d</title>
			<itunes:title>ปรายนสูตร รู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง 6146-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 11 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>41:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/c72d19c3-143c-460f-a917-aa5200daa8c1/media.mp3" length="19824823" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c72d19c3-143c-460f-a917-aa5200daa8c1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb8</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhzwl/Kcjjqj0/75EoCFTJkL]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eb8.jpg"/>
			<description><![CDATA[หัวข้อการสนทนากันของภิกษุผู้เถระ ณ ป่าอิสิปตนะมฤคทายวัน เกี่ยวกับเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ซึ่งปัญหาของเมตเตยยมาณพในปรายนสูตร“ผู้ใดทราบส่วนสุดทั้งสองด้วยปัญญาแล้ว ไม่ติดอยู่ในส่วนท่ามกลาง เรากล่าวผู้นั้นว่าเป็นมหาบุรุษ ผู้นั้นก้าวล่วงเครื่องร้อยรัดในโลกนี้ได้แล้ว…”…อะไรเป็นส่วนสุดที่ 1, อะไรเป็นส่วนสุดที่ 2, อะไรเป็นส่วนท่ามกลาง แลอะไรเป็นเครื่องร้อยรัดคำตอบของพระภิกษุทั้ง 6 รูป พระพุทธองค์กล่าวว่าทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยปริยาย แต่ท่านหมายเอาข้อความที่ได้กล่าวไว้กับเมตเตยยมาณพในปรายนสูตรเหตุใดภิกษุจึงชื่อว่า “ย่อมรู้ยิ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง กำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้”<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[หัวข้อการสนทนากันของภิกษุผู้เถระ ณ ป่าอิสิปตนะมฤคทายวัน เกี่ยวกับเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ซึ่งปัญหาของเมตเตยยมาณพในปรายนสูตร“ผู้ใดทราบส่วนสุดทั้งสองด้วยปัญญาแล้ว ไม่ติดอยู่ในส่วนท่ามกลาง เรากล่าวผู้นั้นว่าเป็นมหาบุรุษ ผู้นั้นก้าวล่วงเครื่องร้อยรัดในโลกนี้ได้แล้ว…”…อะไรเป็นส่วนสุดที่ 1, อะไรเป็นส่วนสุดที่ 2, อะไรเป็นส่วนท่ามกลาง แลอะไรเป็นเครื่องร้อยรัดคำตอบของพระภิกษุทั้ง 6 รูป พระพุทธองค์กล่าวว่าทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยปริยาย แต่ท่านหมายเอาข้อความที่ได้กล่าวไว้กับเมตเตยยมาณพในปรายนสูตรเหตุใดภิกษุจึงชื่อว่า “ย่อมรู้ยิ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง กำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้”<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีจัดการกับโลกธรรม 6145-7d</title>
			<itunes:title>วิธีจัดการกับโลกธรรม 6145-7d</itunes:title>
			<pubDate>Sat, 10 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/620496fd-f60a-4347-a284-aa5200daa8bb/media.mp3" length="29848285" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">620496fd-f60a-4347-a284-aa5200daa8bb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eb9</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhx2yZZOotS+1YlvkkNjjvk7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eb9.jpg"/>
			<description><![CDATA[ความหมายของคำว่า “โลกธรรมแปด”วิธีจัดการกับโลกธรรม เพื่อถึงซึ่งความพ้นทุกข์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ความหมายของคำว่า “โลกธรรมแปด”วิธีจัดการกับโลกธรรม เพื่อถึงซึ่งความพ้นทุกข์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุตตริมนุสสธรรม 6145-6d</title>
			<itunes:title>อุตตริมนุสสธรรม 6145-6d</itunes:title>
			<pubDate>Fri, 09 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>29:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1b7640fb-0f80-4e48-84eb-aa5200daa8b7/media.mp3" length="14391726" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1b7640fb-0f80-4e48-84eb-aa5200daa8b7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562eba</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhyki6qq159SzvHVr9MBY0fh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562eba.jpg"/>
			<description><![CDATA[ความหมายโดยละเอียดของคำว่า “อุตตริมนุสสธรรม”“อุตตริมนุสสธรรม” ในแง่มุมของการ “อวด” “แสดง” และ “พัฒนา”ธรรม 6 ประการที่เป็นคู่เปรียบ ซึ่งทำให้ “อุตตริมนุสสธรรม” สามารถเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้นได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ความหมายโดยละเอียดของคำว่า “อุตตริมนุสสธรรม”“อุตตริมนุสสธรรม” ในแง่มุมของการ “อวด” “แสดง” และ “พัฒนา”ธรรม 6 ประการที่เป็นคู่เปรียบ ซึ่งทำให้ “อุตตริมนุสสธรรม” สามารถเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้นได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผู้ปฏิบัติชอบในบุคคล 4 จำพวก 6145-1d</title>
			<itunes:title>ผู้ปฏิบัติชอบในบุคคล 4 จำพวก 6145-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 04 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>40:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/98fc422d-1732-4cff-9983-aa5200624d46/media.mp3" length="19472673" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">98fc422d-1732-4cff-9983-aa5200624d46</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ebb</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhyCxjuz6/yIOJpa8X/+JctM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ebb.jpg"/>
			<description><![CDATA[บุคคลใดปฏิบัติผิดในบุคคล 4 จำพวกนี้ คือ ประพฤติปฏิบัติผิดในมารดา, บิดา, พระตถาคต และ สาวกของพระตถาคต ย่อมเป็นคนพาล ไม่ฉลาด ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ปราศจากคุณสมบัติ เป็นผู้ประกอบด้วยโทษ ทั้งนักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมที่มิใช่บุญเป็นอันมากส่วนบุคคลใดปฏิบัติชอบในบุคคล 4 จำพวกนี้แล ย่อมเป็นบัณฑิตฉลาด เป็นสัตบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้เสื่อมเสีย เป็นผู้ไม่มีโทษ ทั้งนักปราชญ์ก็สรรเสริญ และย่อมประสบบุญเป็นอันมากหน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อทิศทั้ง 6 เมื่อปฏิบัติแล้ว จะปิดกั้นภัยที่จะเกิดขึ้น จะเป็นทิศเกษมผู้เป็นบัณฑิตพึงพิจารณาใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบแล้ว จึงกล่าวติเตียนผู้ที่ควรติเตียน, จึงกล่าวสรรเสริญผู้ที่ควรสรรเสริญ, ยังความไม่เลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส, ยังความเลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ควรเลื่อมใสผู้เป็นคนพาลนั้น ย่อมไม่พิจารณาใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบ ให้ดีเสียก่อนแล้ว จึงกล่าวฯ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[บุคคลใดปฏิบัติผิดในบุคคล 4 จำพวกนี้ คือ ประพฤติปฏิบัติผิดในมารดา, บิดา, พระตถาคต และ สาวกของพระตถาคต ย่อมเป็นคนพาล ไม่ฉลาด ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ปราศจากคุณสมบัติ เป็นผู้ประกอบด้วยโทษ ทั้งนักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมที่มิใช่บุญเป็นอันมากส่วนบุคคลใดปฏิบัติชอบในบุคคล 4 จำพวกนี้แล ย่อมเป็นบัณฑิตฉลาด เป็นสัตบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้เสื่อมเสีย เป็นผู้ไม่มีโทษ ทั้งนักปราชญ์ก็สรรเสริญ และย่อมประสบบุญเป็นอันมากหน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อทิศทั้ง 6 เมื่อปฏิบัติแล้ว จะปิดกั้นภัยที่จะเกิดขึ้น จะเป็นทิศเกษมผู้เป็นบัณฑิตพึงพิจารณาใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบแล้ว จึงกล่าวติเตียนผู้ที่ควรติเตียน, จึงกล่าวสรรเสริญผู้ที่ควรสรรเสริญ, ยังความไม่เลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส, ยังความเลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ควรเลื่อมใสผู้เป็นคนพาลนั้น ย่อมไม่พิจารณาใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบ ให้ดีเสียก่อนแล้ว จึงกล่าวฯ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผู้ยินดีในธรรมะ เพื่อความสุขในปัจจุบันขณะ</title>
			<itunes:title>ผู้ยินดีในธรรมะ เพื่อความสุขในปัจจุบันขณะ</itunes:title>
			<pubDate>Fri, 02 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>30:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/3e82d79e-e00b-433a-9d97-aa5200624d41/media.mp3" length="16272738" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3e82d79e-e00b-433a-9d97-aa5200624d41</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ebc</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhw0GwcVKN2APGDlzmlsWvTk]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ebc.jpg"/>
			<description><![CDATA[หลักธรรมะทั้ง 6 เมื่อเป็นผู้ยินดีแล้วจะทำให้อยู่อย่างมีความสุขกับปัจจุบันขณะ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[หลักธรรมะทั้ง 6 เมื่อเป็นผู้ยินดีแล้วจะทำให้อยู่อย่างมีความสุขกับปัจจุบันขณะ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิชชา 8 ประการ 6144-1d</title>
			<itunes:title>วิชชา 8 ประการ 6144-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 28 Oct 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/98bf697a-09f7-4157-848e-aa5200624d41/media.mp3" length="27784629" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">98bf697a-09f7-4157-848e-aa5200624d41</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ebd</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhwhs7KM0Ed6fTwQPCyRS8jN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ebd.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>วิชชา คือ ความรู้ที่เป็นญาณ นี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมทั้งหลายมีปัญญาเป็นอันดับสูงสุด” ปัญญานี้ คือ วิชชาตรงนี้…ถ้าเราเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ท่านสอนมากอง ๆ รวมกันไว้ จัดลำดับหมวดหมู่ให้ดี สิ่งที่เป็นยอดที่สุดของคำสอนนี้ คือ วิชชา 8 เพราะว่ามีปัญญาเป็นอันดับสูงสุด พื้นฐานมาจากศีล มีสมาธิเป็นหัวหน้า</p><p>ส่วนสูงที่สุดที่จะเห็นได้ตรงยอดคือ วิชชา ซึ่งในหมวดธรรมของปัญญาก็จะมีหลายอย่าง เช่น สัมมาทิฎฐิก็เป็นปัญญาอย่างหนึ่ง, ปัญญาในการเห็นเรื่องของอายตนะต่าง ๆ ก็เป็นปัญญาอย่างหนึ่ง ซึ่งปัญญานั้นมีหลายชั้น แต่ชั้นที่จะอยู่สูงที่สุดที่เราจะได้ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็คือ “วิชชา 8 ประการ” ซึ่งในที่นี้ได้นำเนื้อหามาจาก สามัญญผลสูตร เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าอธิบายให้พระเจ้าอชาติศัตรูฟังถึงอานิสงส์ไล่มาตั้งแต่เรื่องของศีลจนถึงสูงสุดในเรื่องของปัญญาทั้ง 8 ข้อ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>วิชชา คือ ความรู้ที่เป็นญาณ นี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมทั้งหลายมีปัญญาเป็นอันดับสูงสุด” ปัญญานี้ คือ วิชชาตรงนี้…ถ้าเราเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ท่านสอนมากอง ๆ รวมกันไว้ จัดลำดับหมวดหมู่ให้ดี สิ่งที่เป็นยอดที่สุดของคำสอนนี้ คือ วิชชา 8 เพราะว่ามีปัญญาเป็นอันดับสูงสุด พื้นฐานมาจากศีล มีสมาธิเป็นหัวหน้า</p><p>ส่วนสูงที่สุดที่จะเห็นได้ตรงยอดคือ วิชชา ซึ่งในหมวดธรรมของปัญญาก็จะมีหลายอย่าง เช่น สัมมาทิฎฐิก็เป็นปัญญาอย่างหนึ่ง, ปัญญาในการเห็นเรื่องของอายตนะต่าง ๆ ก็เป็นปัญญาอย่างหนึ่ง ซึ่งปัญญานั้นมีหลายชั้น แต่ชั้นที่จะอยู่สูงที่สุดที่เราจะได้ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็คือ “วิชชา 8 ประการ” ซึ่งในที่นี้ได้นำเนื้อหามาจาก สามัญญผลสูตร เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าอธิบายให้พระเจ้าอชาติศัตรูฟังถึงอานิสงส์ไล่มาตั้งแต่เรื่องของศีลจนถึงสูงสุดในเรื่องของปัญญาทั้ง 8 ข้อ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เสวิตัพพสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ 6142-1d</title>
			<itunes:title>เสวิตัพพสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ 6142-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 14 Oct 2018 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/4aa5049b-02a8-4dff-a171-aa5200624d40/media.mp3" length="27029833" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4aa5049b-02a8-4dff-a171-aa5200624d40</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ebe</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhwsQdiDppfMsqOtl2FunKRb]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ebe.jpg"/>
			<description><![CDATA[เสวิตัพพสูตร/เสวิสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อความก้าวหน้าในธรรมะวินัยนี้ คือ มีการพัฒนาขึ้น มีการที่จะปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้นได้ถ้าเราจะให้ศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งเป็นองค์แห่งมรรคของเราให้เจริญขึ้นได้ อย่าไปคบคนที่มีศีล สมาธิ และปัญญาต่ำกว่า แต่ให้คบคนที่มีอย่างน้อยเสมอกับเรา หรือสูงกว่าจะคบคนที่มีศีล สมาธิสูงกว่าได้ ควรมีการสักการะเคารพมาก่อน แล้วจึงค่อยเสพคบด้วย เพราะว่าต้องมีการเมตตาอนุเคราะห์กันด้วยใจอันงามตรงนี้จะมีเมตตา มีความอนุเคราะห์กันได้ ต้องมีจิตใจที่อ่อนนุ่ม นุ่มนวล นอบน้อม พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้ใน ชิคุจฉิตัพพสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรรังเกียจ ไม่ควรคบด้วยเลยศีล สมาธิ ปัญญา ก็คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งการเสพคบกับทั้งบุคคลหรือข้อปฏิบัติเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะทำให้ ศีล สมาธิ ปัญญาของเราดีขึ้น จะสามารถทำให้เกิดผลเป็นความสุขที่เกษมขึ้นมาได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เสวิตัพพสูตร/เสวิสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อความก้าวหน้าในธรรมะวินัยนี้ คือ มีการพัฒนาขึ้น มีการที่จะปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้นได้ถ้าเราจะให้ศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งเป็นองค์แห่งมรรคของเราให้เจริญขึ้นได้ อย่าไปคบคนที่มีศีล สมาธิ และปัญญาต่ำกว่า แต่ให้คบคนที่มีอย่างน้อยเสมอกับเรา หรือสูงกว่าจะคบคนที่มีศีล สมาธิสูงกว่าได้ ควรมีการสักการะเคารพมาก่อน แล้วจึงค่อยเสพคบด้วย เพราะว่าต้องมีการเมตตาอนุเคราะห์กันด้วยใจอันงามตรงนี้จะมีเมตตา มีความอนุเคราะห์กันได้ ต้องมีจิตใจที่อ่อนนุ่ม นุ่มนวล นอบน้อม พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้ใน ชิคุจฉิตัพพสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรรังเกียจ ไม่ควรคบด้วยเลยศีล สมาธิ ปัญญา ก็คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งการเสพคบกับทั้งบุคคลหรือข้อปฏิบัติเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะทำให้ ศีล สมาธิ ปัญญาของเราดีขึ้น จะสามารถทำให้เกิดผลเป็นความสุขที่เกษมขึ้นมาได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทำความแยบคายในพิธีกรรมด้วยจิตกุศล 6141-1d</title>
			<itunes:title>ทำความแยบคายในพิธีกรรมด้วยจิตกุศล 6141-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 07 Oct 2018 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>33:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/7e3174f0-c93f-44b6-abce-aa5200624d3b/media.mp3" length="16056523" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7e3174f0-c93f-44b6-abce-aa5200624d3b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ebf</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhx5bsPoEwKZe/InYJ3ReDdO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ebf.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมีความลึกซึ้ง มีในหลายนัยยะ เราจึงต้องมีการพิจารณาโดยแยบคาย ยิ่งมีรายละเอียดมาก ก็ยิ่งต้องแยบคายรัดกุมถ้วนถี่รอบคอบให้มาก พระพุทธเจ้าทรงตรัสเปรียบเทียบ “การกระทำที่ไม่แยบคายและการกระทำที่แยบคาย” เอาไว้ในภูมิชสูตรอย่าดีแต่ปาก ดีแต่พูด แต่ให้เข้าใจถึงมีความแยบคายอะไรในพิธีกรรมนั้น ๆ ถ้าเราไม่แยบคายแล้ว เราจะไม่สามารถเข้าถึงธรรมะได้เลยให้จิตใจเราตั้งขึ้นให้ดี ให้เป็นกุศล ให้เข้าใจถูกต้อง เริ่มจากสัมมาทิฏฐิไปจนถึงสัมมาสมาธิ ความเพียรในพิธีกรรมนั้นจะไม่ไร้ผล</p><p>"ความลึ่กซึ่ง ความแยบคายไม่ได้อยู่ว่าเสียงคุณได้ยินวาจาภาษาอะไร หรือว่าจุดธูปเทียน หรือว่าพนมมือหรือว่าอะไร นั้นเป็นแค่ภายนอก กาย วาจา แต่ที่สำคัญให้มีความแยบคาย นั่นคือ ภายใน ในใจของเราของเราตั้งจิตไว้อย่างไร ถ้าตั้งจิตไว้ด้วยความเป็นอกุศลพิธีกรรมอะไรที่มันศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ มันก็เป็นอกุศลหมด มันก็ไม่ถูกหมด ไม่ดีหมด ใช้ไม่ได้ ไม่ได้เรื่องหมด แต่่ถ้าจิตของเราเป็นกุศล จะไปอยู่ในพิธีกรรมใด ๆ ก็ตาม ศาสนาใดก็ตาม ที่ไหนก็ตาม เป็นมงคลหมด ถ้าจิตใจเราดี จิตใจเราเข้าถึง จิตใจเรารู้ให้มันถูกต้อง ความเพียรการปฏิบัติพิธีกรรมนั้นจะไม่ไร้ผล"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมีความลึกซึ้ง มีในหลายนัยยะ เราจึงต้องมีการพิจารณาโดยแยบคาย ยิ่งมีรายละเอียดมาก ก็ยิ่งต้องแยบคายรัดกุมถ้วนถี่รอบคอบให้มาก พระพุทธเจ้าทรงตรัสเปรียบเทียบ “การกระทำที่ไม่แยบคายและการกระทำที่แยบคาย” เอาไว้ในภูมิชสูตรอย่าดีแต่ปาก ดีแต่พูด แต่ให้เข้าใจถึงมีความแยบคายอะไรในพิธีกรรมนั้น ๆ ถ้าเราไม่แยบคายแล้ว เราจะไม่สามารถเข้าถึงธรรมะได้เลยให้จิตใจเราตั้งขึ้นให้ดี ให้เป็นกุศล ให้เข้าใจถูกต้อง เริ่มจากสัมมาทิฏฐิไปจนถึงสัมมาสมาธิ ความเพียรในพิธีกรรมนั้นจะไม่ไร้ผล</p><p>"ความลึ่กซึ่ง ความแยบคายไม่ได้อยู่ว่าเสียงคุณได้ยินวาจาภาษาอะไร หรือว่าจุดธูปเทียน หรือว่าพนมมือหรือว่าอะไร นั้นเป็นแค่ภายนอก กาย วาจา แต่ที่สำคัญให้มีความแยบคาย นั่นคือ ภายใน ในใจของเราของเราตั้งจิตไว้อย่างไร ถ้าตั้งจิตไว้ด้วยความเป็นอกุศลพิธีกรรมอะไรที่มันศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ มันก็เป็นอกุศลหมด มันก็ไม่ถูกหมด ไม่ดีหมด ใช้ไม่ได้ ไม่ได้เรื่องหมด แต่่ถ้าจิตของเราเป็นกุศล จะไปอยู่ในพิธีกรรมใด ๆ ก็ตาม ศาสนาใดก็ตาม ที่ไหนก็ตาม เป็นมงคลหมด ถ้าจิตใจเราดี จิตใจเราเข้าถึง จิตใจเรารู้ให้มันถูกต้อง ความเพียรการปฏิบัติพิธีกรรมนั้นจะไม่ไร้ผล"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เข้าใจและยอมรับทุกข์ เพื่อเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้</title>
			<itunes:title>เข้าใจและยอมรับทุกข์ เพื่อเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้</itunes:title>
			<pubDate>Fri, 05 Oct 2018 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>29:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/1c05ecc8-2c69-4912-a17f-aa5200624d3b/media.mp3" length="15380410" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1c05ecc8-2c69-4912-a17f-aa5200624d3b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ec0</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhx1ilLfv+Fy+QNCdVNBO088]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ec0.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>รายละเอียดของภัยในอนาคตทั้ง 5ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้าใจ การยอมรับ และความยึดถือในทุกข์ทั้งหลายความหมายของ “ผู้ที่ผาสุกอยู่ได้” และการที่จะสามารถเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้ต้องปฏิบัติตนอย่างไร </p><p>เมื่อจิตติตรึกไปในเรื่องใด ๆ มาก จิตจะน้อมไปด้วยอาการอย่างนั้น ๆ จะทำให้สิ่งนั้นมีพลังและมีอำนาจเหนือจิต ดังนั้นการพัฒนาให้ ”เป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้” ในระดับที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปนั้น ต้องเริ่มจากมีสติ คิดไปในเรื่องดี ๆ เป็นไปในทางกุศลธรรม ระลึกถึงองค์ธรรมในอนุสสติสิบอย่าง ทำให้สติตั้งขึ้น สติมีกำลังมากขึ้น จนสติรักษาจิต เมื่อจิตมีกำลังมากขึ้น จะทำให้จิตรวมลง ระงับลง เพ่งดิ่งต่ออารมณ์อันเดียว ซึ่งจะทำให้ความผาสุกมากขึ้นด้วยตามลำดับ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>รายละเอียดของภัยในอนาคตทั้ง 5ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้าใจ การยอมรับ และความยึดถือในทุกข์ทั้งหลายความหมายของ “ผู้ที่ผาสุกอยู่ได้” และการที่จะสามารถเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้ต้องปฏิบัติตนอย่างไร </p><p>เมื่อจิตติตรึกไปในเรื่องใด ๆ มาก จิตจะน้อมไปด้วยอาการอย่างนั้น ๆ จะทำให้สิ่งนั้นมีพลังและมีอำนาจเหนือจิต ดังนั้นการพัฒนาให้ ”เป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้” ในระดับที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปนั้น ต้องเริ่มจากมีสติ คิดไปในเรื่องดี ๆ เป็นไปในทางกุศลธรรม ระลึกถึงองค์ธรรมในอนุสสติสิบอย่าง ทำให้สติตั้งขึ้น สติมีกำลังมากขึ้น จนสติรักษาจิต เมื่อจิตมีกำลังมากขึ้น จะทำให้จิตรวมลง ระงับลง เพ่งดิ่งต่ออารมณ์อันเดียว ซึ่งจะทำให้ความผาสุกมากขึ้นด้วยตามลำดับ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญามิได้สร้างมาเพื่อแกงกิน 6140-1d</title>
			<itunes:title>ปัญญามิได้สร้างมาเพื่อแกงกิน 6140-1d</itunes:title>
			<pubDate>Sun, 30 Sep 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>26:48</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/63760a658c890a00102a0b39/e/f92f88af-949a-478b-9ede-aa5200624d37/media.mp3" length="12901727" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f92f88af-949a-478b-9ede-aa5200624d37</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://d.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>63760a6a7a9ff10010562ec1</acast:episodeId>
			<acast:showId>63760a658c890a00102a0b39</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrmpb6uLSWkN9TsXSKCd+NATWmv3SjwGFM96k95NpO1wE2nYe+D9vN0Cs7p96BCBzhx663qMbM54KU9VY2+74RdK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/63760a658c890a00102a0b39/63760a6a7a9ff10010562ec1.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ผู้ใดชนะตนคนเดียวได้ ผู้นั้นแลเป็นยอดแห่งผู้ชนะในสงคราม"</p><p>ประวัติเรื่องราวของพระภัททากุณฑลเกสีเถรี เอตทัคคะในฝ่ายผู้ตรัสรู้เร็วพลัน ซึึ่งท่านเปลี่ยนจากความโง่มาเป็นฉลาด เพราะรู้ว่าปัญญามิได้สร้างมาเพื่อแกงกิน แต่เพื่อประโยชน์พิจารณาให้เห็นถึงโทษภัยในสิ่งต่าง ๆ ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ผู้ใดชนะตนคนเดียวได้ ผู้นั้นแลเป็นยอดแห่งผู้ชนะในสงคราม"</p><p>ประวัติเรื่องราวของพระภัททากุณฑลเกสีเถรี เอตทัคคะในฝ่ายผู้ตรัสรู้เร็วพลัน ซึึ่งท่านเปลี่ยนจากความโง่มาเป็นฉลาด เพราะรู้ว่าปัญญามิได้สร้างมาเพื่อแกงกิน แต่เพื่อประโยชน์พิจารณาให้เห็นถึงโทษภัยในสิ่งต่าง ๆ ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<itunes:category text="Society &amp; Culture">
			<itunes:category text="Philosophy"/>
		</itunes:category>
    </channel>
</rss>
