<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<?xml-stylesheet type="text/xsl" href="/global/feed/rss.xslt" ?>
<rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:googleplay="http://www.google.com/schemas/play-podcasts/1.0" xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:podaccess="https://access.acast.com/schema/1.0/" xmlns:acast="https://schema.acast.com/1.0/">
    <channel>
		<ttl>60</ttl>
		<generator>acast.com</generator>
		<title>4 คลังพระสูตร</title>
		<link>https://panya.org</link>
		<atom:link href="https://feeds.acast.com/public/shows/637503c280c859001151a303" rel="self" type="application/rss+xml"/>
		<language>th</language>
		<copyright>2024 panya.org</copyright>
		<itunes:keywords/>
		<itunes:author>ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana</itunes:author>
		<itunes:subtitle/>
		<itunes:summary><![CDATA[ดื่มด่ำ ซึมซาม ด้วยการฟังบทพยัญชนะที่มีความงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุด เป็นข้อมูลโดยตรงจากพระสูตรในพระไตรปิฏก เพื่อให้มีการตกผลึกความคิด เกิดเป็นความคลองปากขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยความเห็นได้. New Episode ทุกวันพฤหัส เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		<description><![CDATA[ดื่มด่ำ ซึมซาม ด้วยการฟังบทพยัญชนะที่มีความงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุด เป็นข้อมูลโดยตรงจากพระสูตรในพระไตรปิฏก เพื่อให้มีการตกผลึกความคิด เกิดเป็นความคลองปากขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยความเห็นได้. New Episode ทุกวันพฤหัส เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
		<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
		<itunes:owner>
			<itunes:name>webmaster</itunes:name>
			<itunes:email>info+637503c280c859001151a303@mg-eu.acast.com</itunes:email>
		</itunes:owner>
		<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
		<acast:showUrl>4s</acast:showUrl>
		<acast:signature key="EXAMPLE" algorithm="aes-256-cbc"><![CDATA[wbG1Z7+6h9QOi+CR1Dv0uQ==]]></acast:signature>
		<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmTHg2/BXqPr07kkpFZ5JfhvEZqggcpunI6E1w81XpUaBscFc3skEQ0jWG4GCmQYJ66w6pH6P/aGd3DnpJN6h/CD4icd8kZVl4HZn12KicA2k]]></acast:settings>
        <acast:network id="637503c280c859001151a312" slug="paiboon-b-2"><![CDATA[Paiboon B 2]]></acast:network>
		<acast:importedFeed>https://feeds.sounder.fm/16807/rss.xml</acast:importedFeed>
		<itunes:type>episodic</itunes:type>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<image>
				<url>https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg</url>
				<link>https://panya.org</link>
				<title>4 คลังพระสูตร</title>
			</image>
			<itunes:new-feed-url>https://feeds.acast.com/public/shows/637503c280c859001151a303</itunes:new-feed-url>
		<item>
			<title>อินทรีย์ ๕ - พาหิยสูตร,นันทสูตร,ปุพพโกฏฐกสูตร, อาปณสูตร, ฐานสูตร[6913-4s]</title>
			<itunes:title>อินทรีย์ ๕ - พาหิยสูตร,นันทสูตร,ปุพพโกฏฐกสูตร, อาปณสูตร, ฐานสูตร[6913-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>45:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/69cd4253057b59499555e8f7/media.mp3" length="110226802" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69cd4253057b59499555e8f7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/69cd4253057b59499555e8f7</link>
			<acast:episodeId>69cd4253057b59499555e8f7</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMNNPYFJl9dCXVSe4jLJeVbETU/jvUrlXUQXNsdPy8Y+wW/SMYOlMBBELl43aj6lxbFYAPo0gReNk1nW16lhsvO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;พาหิยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ บุรุษชื่อ พาหิยะ ทารุจีริยะ ขณะกำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาตในกรุงสาวัตถี ท่านพาหิยะได้เข้าไปเฝ้า และกราบทูลขอให้ทรงแสดงธรรมถึง ๓ ครั้ง แม้พระองค์จะทรงทัดทานว่ายังไม่ใช่เวลา แต่ด้วยความตระหนักว่าชีวิตเป็นของไม่แน่นอน ท่านจึงขอฟังธรรมอย่างเร่งด่วน จึงทรงแสดงธรรมโดยย่อ จิตของท่านก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น หลังจากบรรลุธรรมได้ไม่นาน ท่านพาหิยะถูกวัวแม่ลูกอ่อนขวิดจนเสียชีวิตก่อนที่จะได้อุปสมบท พระพุทธเจ้าจึงทรงให้ภิกษุช่วยกันจัดการสรีระของท่านและประกาศว่าท่านได้ปรินิพพานแล้ว</p><p><strong>สูตร#2 นันทสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภหลักปฏิบัติ ๔ ประการที่ทำให้พระนันทะบรรลุธรรม คือ การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย การรู้จักประมาณในการบริโภค การประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น และการมีสติสัมปชัญญะ: รู้เท่าทันการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของ เวทนา, สัญญา และวิตก อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้จิตหลงไปกับสภาวะเหล่านั้น ซึ่งบุคคลที่มีราคะจัดอย่างพระนันทะ หากมีความตั้งใจจริงและปฏิบัติตามหลักปฏิบัตินี้ ก็สามารถเปลี่ยนตนเองจนบรรลุถึงความบริสุทธิ์ในธรรมได้</p><p><strong>สูตร#3&nbsp;ปุพพโกฏฐกสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ&nbsp;ปุพพโกฏฐกะ&nbsp;เขตกรุงสาวัตถีทรงตรัสถามท่านพระสารีบุตรว่า เชื่อหรือไม่ว่า อินทรีย์ ๕&nbsp;ที่บุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว จะหยั่งลงสู่อมตะ (นิพพาน) มีอมตะเป็นที่สุด ท่านสารีบุตรตอบว่า ท่านไม่ได้เชื่อเพียงเพราะพระพุทธเจ้าทรงบอก แต่ท่านได้ รู้ เห็น เข้าใจ ทำให้แจ้ง และสัมผัสได้ด้วยปัญญาของตนเอง</p><p><strong>สูตร#4 อาปณสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร&nbsp;ณ&nbsp;นิคมของชาวอังคะชื่อ อาปณะ&nbsp;แคว้นอังคะ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอินทรีย์ ๕ โดยมีศรัทธาเป็นรากฐาน พระอริยสาวกที่มีศรัทธามั่นคงในพระองค์ ย่อมไม่มีความสงสัยเคลือบแคลงในพระองค์หรือในพระธรรมคำสอน และศรัทธาที่ถูกต้องไม่ใช่เพียงความเชื่อลอย ๆ แต่เป็นแรงจูงใจให้เกิดความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา จนกระทั่งเห็นแจ้งในพระนิพพานด้วยตนเอง</p><p><strong>สูตร#5 ฐานสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๔ ประการอันบุคคลพึงรู้ได้ คือ ๑)&nbsp;ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ๒)&nbsp;ความบริสุทธิ์พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ&nbsp;๓)&nbsp;กำลังพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย&nbsp;๔)&nbsp;ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา โดยต้องใช้เวลาการมนสิการ&nbsp;และปัญญาในการสังเกตเพื่อให้รู้จริง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;พาหิยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ บุรุษชื่อ พาหิยะ ทารุจีริยะ ขณะกำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาตในกรุงสาวัตถี ท่านพาหิยะได้เข้าไปเฝ้า และกราบทูลขอให้ทรงแสดงธรรมถึง ๓ ครั้ง แม้พระองค์จะทรงทัดทานว่ายังไม่ใช่เวลา แต่ด้วยความตระหนักว่าชีวิตเป็นของไม่แน่นอน ท่านจึงขอฟังธรรมอย่างเร่งด่วน จึงทรงแสดงธรรมโดยย่อ จิตของท่านก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น หลังจากบรรลุธรรมได้ไม่นาน ท่านพาหิยะถูกวัวแม่ลูกอ่อนขวิดจนเสียชีวิตก่อนที่จะได้อุปสมบท พระพุทธเจ้าจึงทรงให้ภิกษุช่วยกันจัดการสรีระของท่านและประกาศว่าท่านได้ปรินิพพานแล้ว</p><p><strong>สูตร#2 นันทสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภหลักปฏิบัติ ๔ ประการที่ทำให้พระนันทะบรรลุธรรม คือ การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย การรู้จักประมาณในการบริโภค การประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น และการมีสติสัมปชัญญะ: รู้เท่าทันการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของ เวทนา, สัญญา และวิตก อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้จิตหลงไปกับสภาวะเหล่านั้น ซึ่งบุคคลที่มีราคะจัดอย่างพระนันทะ หากมีความตั้งใจจริงและปฏิบัติตามหลักปฏิบัตินี้ ก็สามารถเปลี่ยนตนเองจนบรรลุถึงความบริสุทธิ์ในธรรมได้</p><p><strong>สูตร#3&nbsp;ปุพพโกฏฐกสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ&nbsp;ปุพพโกฏฐกะ&nbsp;เขตกรุงสาวัตถีทรงตรัสถามท่านพระสารีบุตรว่า เชื่อหรือไม่ว่า อินทรีย์ ๕&nbsp;ที่บุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว จะหยั่งลงสู่อมตะ (นิพพาน) มีอมตะเป็นที่สุด ท่านสารีบุตรตอบว่า ท่านไม่ได้เชื่อเพียงเพราะพระพุทธเจ้าทรงบอก แต่ท่านได้ รู้ เห็น เข้าใจ ทำให้แจ้ง และสัมผัสได้ด้วยปัญญาของตนเอง</p><p><strong>สูตร#4 อาปณสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร&nbsp;ณ&nbsp;นิคมของชาวอังคะชื่อ อาปณะ&nbsp;แคว้นอังคะ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอินทรีย์ ๕ โดยมีศรัทธาเป็นรากฐาน พระอริยสาวกที่มีศรัทธามั่นคงในพระองค์ ย่อมไม่มีความสงสัยเคลือบแคลงในพระองค์หรือในพระธรรมคำสอน และศรัทธาที่ถูกต้องไม่ใช่เพียงความเชื่อลอย ๆ แต่เป็นแรงจูงใจให้เกิดความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา จนกระทั่งเห็นแจ้งในพระนิพพานด้วยตนเอง</p><p><strong>สูตร#5 ฐานสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๔ ประการอันบุคคลพึงรู้ได้ คือ ๑)&nbsp;ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ๒)&nbsp;ความบริสุทธิ์พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ&nbsp;๓)&nbsp;กำลังพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย&nbsp;๔)&nbsp;ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา โดยต้องใช้เวลาการมนสิการ&nbsp;และปัญญาในการสังเกตเพื่อให้รู้จริง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเพื่อความสามัคคี - โกสัมพิยสูตร และสามคามสูตร  [6913-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมเพื่อความสามัคคี - โกสัมพิยสูตร และสามคามสูตร  [6913-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Mar 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/69c3cc87fe9984dbae87537e/media.mp3" length="138572593" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69c3cc87fe9984dbae87537e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/69c3cc87fe9984dbae87537e</link>
			<acast:episodeId>69c3cc87fe9984dbae87537e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNzJuYjEKr/c5QGmJ6JDUfkdqsOr+j2WiNXprZip5zCKcH93BQ3rt89MKcKyfco3bcILvsRbrOf4m0hmlVnGCu0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 โกสัมพิยสูตร</strong>&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพีปรารภภิกษุชาวเมืองโกสัมพีผู้แตกสามัคคีกัน รับสั่งให้มาเฝ้าแล้วทรงซักถาม และทรงแนะนำให้ทำ พูด คิดต่อกันด้วยเมตตาจิต ทรงอธิบายสารณียธรรม 6 ประการ ที่ทำให้ระลึกถึงกัน เป็นที่รักเป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์ ไม่วิวาทกันพื่อความสามัคคีเพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และข้อที่เป็นยอด คือ ทิฏฐิความเห็นอันประเสริฐ ได้ทรงอธิบายในรายละเอียดของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยองค์ 7 อย่าง ย่อมประกอบด้วยโสดาปัตติผล</p><p><strong>สูตร#2 สามคามสูตร&nbsp;</strong>ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ และท่านสมณุทเทสจุนทะ ณหมู่บ้านสามคามของชาวศากยะ แคว้นสักกะ ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระอานนท์ ตามที่ท่านพระจุนทะเล่าให้ฟัง เรื่องการแตกสามัคคีถึงขั้นวิวาทกันของพวกนิครนถ์ หลังจากนิครนถ์นาฏบุตรดับขันธ์ไปไม่นาน เพราะพระธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ ทำให้ท่านพระอานนท์ห่วงใยว่าหลังพุทธปรินิพพานอาจมีบุคคลอาศัยพระผู้มีพระภาคก่อการวิวาทขึ้นในสงฆ์ จึงทรงตรัสอธิบายถึงมูลเหตุแห่งการวิวาท 6 ประการ อธิกรณ์ 4 ประการ วิธีระงับอธิกรณ์ 7 ประการ และธรรมสำหรับป้องกันมิให้เกิดอธิกรณ์ (สารณียธรรม 6 ประการ) โดยละเอียด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 โกสัมพิยสูตร</strong>&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพีปรารภภิกษุชาวเมืองโกสัมพีผู้แตกสามัคคีกัน รับสั่งให้มาเฝ้าแล้วทรงซักถาม และทรงแนะนำให้ทำ พูด คิดต่อกันด้วยเมตตาจิต ทรงอธิบายสารณียธรรม 6 ประการ ที่ทำให้ระลึกถึงกัน เป็นที่รักเป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์ ไม่วิวาทกันพื่อความสามัคคีเพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และข้อที่เป็นยอด คือ ทิฏฐิความเห็นอันประเสริฐ ได้ทรงอธิบายในรายละเอียดของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยองค์ 7 อย่าง ย่อมประกอบด้วยโสดาปัตติผล</p><p><strong>สูตร#2 สามคามสูตร&nbsp;</strong>ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ และท่านสมณุทเทสจุนทะ ณหมู่บ้านสามคามของชาวศากยะ แคว้นสักกะ ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระอานนท์ ตามที่ท่านพระจุนทะเล่าให้ฟัง เรื่องการแตกสามัคคีถึงขั้นวิวาทกันของพวกนิครนถ์ หลังจากนิครนถ์นาฏบุตรดับขันธ์ไปไม่นาน เพราะพระธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ ทำให้ท่านพระอานนท์ห่วงใยว่าหลังพุทธปรินิพพานอาจมีบุคคลอาศัยพระผู้มีพระภาคก่อการวิวาทขึ้นในสงฆ์ จึงทรงตรัสอธิบายถึงมูลเหตุแห่งการวิวาท 6 ประการ อธิกรณ์ 4 ประการ วิธีระงับอธิกรณ์ 7 ประการ และธรรมสำหรับป้องกันมิให้เกิดอธิกรณ์ (สารณียธรรม 6 ประการ) โดยละเอียด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โลกธรรม ๘ - ทุติยโลกธัมมสูตร, เทวทัตตวิปัตติสูตร,อุตตรวิปัตติสูตร, การัณฑวสูตร, กกุธเถรสูตร [6912-4s]</title>
			<itunes:title>โลกธรรม ๘ - ทุติยโลกธัมมสูตร, เทวทัตตวิปัตติสูตร,อุตตรวิปัตติสูตร, การัณฑวสูตร, กกุธเถรสูตร [6912-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/69baaa067739fc93d7d9b64b/media.mp3" length="132549750" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69baaa067739fc93d7d9b64b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/69baaa067739fc93d7d9b64b</link>
			<acast:episodeId>69baaa067739fc93d7d9b64b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOtknKOy+Xlz2totQfytiB3WALKtxqmGvTzEkbPLwx6Wzk5qDLlm82aaJDFghBXdEK9M4PZtCvsiw+k33jBVm9M]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;ทุติยโลกธัมมสูตร</strong>&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงแสดงโลกธรรม หมายถึง สิ่งที่มีอยู่แน่นอนสำหรับสัตว์โลก มี ๘ ประการคือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งแก่ปุทุชนและพระอริยะ แต่มีผลต่างกัน ผู้มีปัญญาเมื่อเข้าใจความจริงนี้แล้ว ย่อมพิจารณาเห็นตามความเป็นจริงว่าไม่เที่ยง แปรผันไปเป็นธรรมดา ทำให้อารมณ์ที่น่าปรารถนา (อิฏฐารมณ์) และไม่น่าปรารถนา (อนิฏฐารมณ์) ไม่สามารถย่ำยีจิตใจได้</p><p><strong>สูตร#2&nbsp;เทวทัตตวิปัตติสูตร </strong>ว่าด้วยวิบัติของพระเทวทัต ทรงแสดงแก่ภิกษุโดยทรงแสดงวิบัติของพระเทวทัต ๘ ประการเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ภิกษุพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติของตนและผู้อื่นอยู่เสมอ เมื่อพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติอย่างนี้ ก็จะสามารถครอบงำวิบัติของตนได้ ทั้งอาสวะกิเลสที่ก่อความคับแค้นทางกายและใจก็จะไม่เกิดขึ้น คำว่า "<strong>สมบัติ</strong>" มีนัยตรงกันข้ามกับคำว่า “<strong>วิบัติ</strong>”</p><p><strong>สูตร#3&nbsp;อุตตรวิปัตติสูตร</strong>&nbsp;ว่าด้วยวิบัติที่ท่านพระอุตตระแสดงโดยยกพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคที่ตรัสไว้มาแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ท้าวเวสวัณได้ยินเข้าจึงไปกราบทูลท้าวสักกะ ท้าวสักกะจึงเสด็จมาตรัสถามท่านพระอุตตระว่า ข้อความนี้เป็นปฏิภาณส่วนตัว หรือว่าเป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค ท่านจึงตอบโดยยกอุปมาโวหารเรื่องคนขนข้าวเปลือกจากกองข้าวใหญ่ เหมือนพระดำรัสที่เป็นสุภาษิตทั้งหมด ที่สาวกกล่าวโดยถือเอาจากภาษิตนั้น และทรงเล่าเรื่องวิบัติของพระเทวทัต</p><p><strong>สูตร#4&nbsp;การัณฑวสูตร&nbsp;</strong>ว่าด้วยผู้ประทุษร้ายสมณะ เป็นสมณะแกลบ สมณะหยากเยื่อ ซึ่งหมายถึงสมณะผู้มีศีลวิบัติ ในที่นี้หมายถึงภิกษุรูปหนึ่งถูกภิกษุทั้งหลายโจทด้วยอาบัติ แต่ไม่รับ กลับพูดกลบเกลื่อน แสดงอาการโกรธ พระผู้มีพระภาคจึงรับสั่งให้ขับออกไป แล้วทรงยกอุปมาเปรียบเทียบ</p><p><strong>สูตร#5&nbsp;กกุธเถรสูตร&nbsp;</strong>ทรงปรารภเรื่องพระเทวทัตคิดจะปกครองสงฆ์ตามที่กกุธเทพบุตรบอกแก่ท่านพระมหาโมคคัลลานะ จึงทรงแสดงศาสดาผู้ไม่บริสุทธิ์ ๕ จำพวก ได้แก่ (๑)ผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์&nbsp;(๒) ผู้มีอาชีพไม่บริสุทธิ์ (๓)ผู้มีธรรมเทศนาไม่บริสุทธิ์ (๔) ผู้มีเวยยากรณะไม่บริสุทธิ์(๕) ผู้มีญาณทัสนะไม่บริสุทธิ์ แล้วทรงแสดงว่าพระองค์เป็นผู้มีความบริสุทธิ์ใน ๕ ทางตรงกันข้ามกับศาสดา ๕ จำพวก</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;ทุติยโลกธัมมสูตร</strong>&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงแสดงโลกธรรม หมายถึง สิ่งที่มีอยู่แน่นอนสำหรับสัตว์โลก มี ๘ ประการคือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งแก่ปุทุชนและพระอริยะ แต่มีผลต่างกัน ผู้มีปัญญาเมื่อเข้าใจความจริงนี้แล้ว ย่อมพิจารณาเห็นตามความเป็นจริงว่าไม่เที่ยง แปรผันไปเป็นธรรมดา ทำให้อารมณ์ที่น่าปรารถนา (อิฏฐารมณ์) และไม่น่าปรารถนา (อนิฏฐารมณ์) ไม่สามารถย่ำยีจิตใจได้</p><p><strong>สูตร#2&nbsp;เทวทัตตวิปัตติสูตร </strong>ว่าด้วยวิบัติของพระเทวทัต ทรงแสดงแก่ภิกษุโดยทรงแสดงวิบัติของพระเทวทัต ๘ ประการเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ภิกษุพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติของตนและผู้อื่นอยู่เสมอ เมื่อพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติอย่างนี้ ก็จะสามารถครอบงำวิบัติของตนได้ ทั้งอาสวะกิเลสที่ก่อความคับแค้นทางกายและใจก็จะไม่เกิดขึ้น คำว่า "<strong>สมบัติ</strong>" มีนัยตรงกันข้ามกับคำว่า “<strong>วิบัติ</strong>”</p><p><strong>สูตร#3&nbsp;อุตตรวิปัตติสูตร</strong>&nbsp;ว่าด้วยวิบัติที่ท่านพระอุตตระแสดงโดยยกพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคที่ตรัสไว้มาแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ท้าวเวสวัณได้ยินเข้าจึงไปกราบทูลท้าวสักกะ ท้าวสักกะจึงเสด็จมาตรัสถามท่านพระอุตตระว่า ข้อความนี้เป็นปฏิภาณส่วนตัว หรือว่าเป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค ท่านจึงตอบโดยยกอุปมาโวหารเรื่องคนขนข้าวเปลือกจากกองข้าวใหญ่ เหมือนพระดำรัสที่เป็นสุภาษิตทั้งหมด ที่สาวกกล่าวโดยถือเอาจากภาษิตนั้น และทรงเล่าเรื่องวิบัติของพระเทวทัต</p><p><strong>สูตร#4&nbsp;การัณฑวสูตร&nbsp;</strong>ว่าด้วยผู้ประทุษร้ายสมณะ เป็นสมณะแกลบ สมณะหยากเยื่อ ซึ่งหมายถึงสมณะผู้มีศีลวิบัติ ในที่นี้หมายถึงภิกษุรูปหนึ่งถูกภิกษุทั้งหลายโจทด้วยอาบัติ แต่ไม่รับ กลับพูดกลบเกลื่อน แสดงอาการโกรธ พระผู้มีพระภาคจึงรับสั่งให้ขับออกไป แล้วทรงยกอุปมาเปรียบเทียบ</p><p><strong>สูตร#5&nbsp;กกุธเถรสูตร&nbsp;</strong>ทรงปรารภเรื่องพระเทวทัตคิดจะปกครองสงฆ์ตามที่กกุธเทพบุตรบอกแก่ท่านพระมหาโมคคัลลานะ จึงทรงแสดงศาสดาผู้ไม่บริสุทธิ์ ๕ จำพวก ได้แก่ (๑)ผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์&nbsp;(๒) ผู้มีอาชีพไม่บริสุทธิ์ (๓)ผู้มีธรรมเทศนาไม่บริสุทธิ์ (๔) ผู้มีเวยยากรณะไม่บริสุทธิ์(๕) ผู้มีญาณทัสนะไม่บริสุทธิ์ แล้วทรงแสดงว่าพระองค์เป็นผู้มีความบริสุทธิ์ใน ๕ ทางตรงกันข้ามกับศาสดา ๕ จำพวก</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ศาสดาที่ไม่สมควรถูกทักท้วง - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ [6911-4s]</title>
			<itunes:title>ศาสดาที่ไม่สมควรถูกทักท้วง - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ [6911-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Mar 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/69b184eca9beefe722d832e1/media.mp3" length="136160197" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69b184eca9beefe722d832e1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/69b184eca9beefe722d832e1</link>
			<acast:episodeId>69b184eca9beefe722d832e1</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNOP4VA4y6CrjY6MVunVCvDLNPs3gl1HbCTAFx4fn1tcPd/YhlobeO3nzjvgFIT0s2XS3dGB+sieNnqOZkRgRNh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ ทรงแสดงศาสดาซึ่งไม่สมควรถูกทักท้วง คือผู้ที่บรรลุธรรมแล้วและสอนผู้อื่นจนบรรลุธรรมตามได้ เมื่อทรงแสดงจบ โลหิจจพราหมณ์เข้าใจความจริงและประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนตรัยตลอดชีวิต&nbsp;<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ ทรงแสดงศาสดาซึ่งไม่สมควรถูกทักท้วง คือผู้ที่บรรลุธรรมแล้วและสอนผู้อื่นจนบรรลุธรรมตามได้ เมื่อทรงแสดงจบ โลหิจจพราหมณ์เข้าใจความจริงและประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนตรัยตลอดชีวิต&nbsp;<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>แก้ความเห็นผิด - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๑ [6910-4s]</title>
			<itunes:title>แก้ความเห็นผิด - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๑ [6910-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/69a84739345da197e0f1247a/media.mp3" length="138590531" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69a84739345da197e0f1247a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/69a84739345da197e0f1247a</link>
			<acast:episodeId>69a84739345da197e0f1247a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMMLoLdTxC2N1ZxGUVRadyH07JnzQqsyAi/en6NrQN2RMmTlXEAkYpzgrg4B6emWJorgM5VS5fRqmMOO16vXceI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[โลหิจจสูตร ตอนที่๑ ทรงแสดงแก่โลหิจจพราหมณ์เพื่อแก้ไขความเห็นผิด ที่ว่า "ผู้บรรลุธรรมไม่ควรสอนผู้อื่น" เพราะเชื่อว่าไม่มีใครช่วยใครได้ โดยทรงชี้ว่าเป็นความคิดที่เป็นภัยและขัดขวางการเรียนรู้ของกุลบุตร โดยทรงอุปมาว่าการไม่แบ่งปันธรรมเปรียบเสมือนคนเห็นแก่ตัว ซึ่งนำไปสู่นรกหรือกำเนิดเดรัจฉาน&nbsp;และทรงแสดงศาสดา 3 ประเภทที่ควรถูกทักท้วง และศาสดาที่ไม่ควรถูกทักท้วง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[โลหิจจสูตร ตอนที่๑ ทรงแสดงแก่โลหิจจพราหมณ์เพื่อแก้ไขความเห็นผิด ที่ว่า "ผู้บรรลุธรรมไม่ควรสอนผู้อื่น" เพราะเชื่อว่าไม่มีใครช่วยใครได้ โดยทรงชี้ว่าเป็นความคิดที่เป็นภัยและขัดขวางการเรียนรู้ของกุลบุตร โดยทรงอุปมาว่าการไม่แบ่งปันธรรมเปรียบเสมือนคนเห็นแก่ตัว ซึ่งนำไปสู่นรกหรือกำเนิดเดรัจฉาน&nbsp;และทรงแสดงศาสดา 3 ประเภทที่ควรถูกทักท้วง และศาสดาที่ไม่ควรถูกทักท้วง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร - ปาฏิกสูตร ตอนที่ ๒ [6909-4s]</title>
			<itunes:title>นักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร - ปาฏิกสูตร ตอนที่ ๒ [6909-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Feb 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/699f0fbdfa559577223c50e6/media.mp3" length="134169463" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">699f0fbdfa559577223c50e6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/699f0fbdfa559577223c50e6</link>
			<acast:episodeId>699f0fbdfa559577223c50e6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPP9d3cqrKGBqoB7V5lzSg1m1xkD3dJkTePY6VruvVwLi+tcpMY5ZiJ9K3QiIs8OgxlEHTsHn28p9O8GJVRojTO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>ปาฏิกสูตร ตอนที่๒</strong>&nbsp;ทรงตรัสเล่าเรื่องนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชนในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณแต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้และทรงตรัสทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>ปาฏิกสูตร ตอนที่๒</strong>&nbsp;ทรงตรัสเล่าเรื่องนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชนในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณแต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้และทรงตรัสทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เจ้าสุนักขัตตะลาสิกขา - ปาฏิกสูตร ตอนที่ ๑</title>
			<itunes:title>เจ้าสุนักขัตตะลาสิกขา - ปาฏิกสูตร ตอนที่ ๑</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6995d95d435569254bd7c720/media.mp3" length="139698990" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6995d95d435569254bd7c720</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6995d95d435569254bd7c720</link>
			<acast:episodeId>6995d95d435569254bd7c720</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO6BETJqyUHbuGDdmkV6X4btYh+wWPKlPxX7Qxf12f7Apde7yopCR2w8pmIRSfk2+zmXW1MOu+Pff9PoQiIvXpo]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>ปาฏิกสูตร ตอนที่๑</strong>&nbsp;พระผู้มีพระภาคทรงปรารถแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ได้กราบทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ทรงตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>ปาฏิกสูตร ตอนที่๑</strong>&nbsp;พระผู้มีพระภาคทรงปรารถแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ได้กราบทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ทรงตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์- จูฬมาลุงกยสูตร, มหามาลุงกยสูตร[6907-4s]</title>
			<itunes:title>ปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์- จูฬมาลุงกยสูตร, มหามาลุงกยสูตร[6907-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Feb 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/698c9b295a0d566e5b27f29f/media.mp3" length="133349338" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">698c9b295a0d566e5b27f29f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/698c9b295a0d566e5b27f29f</link>
			<acast:episodeId>698c9b295a0d566e5b27f29f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesON3dDFAre8CAW4wl2TN+/mFujk6+MhzKjqjFkvgl9q2LzoL4k0qockmyNVL5Ehfw6XKUzImmWVi4G8gvBPYCRb]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;จูฬมาลุงกยสูตร&nbsp;</strong>ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตร ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่องปัญหาเกี่ยวกับทิฏฐิ 10 ประการ ที่จะทรงตอบรับหรือตอบปฏิเสธ ผู้ฟังก็ไม่สามารถเข้าใจ และไม่มีประโยชน์ พระมาลุงกยบุตรรู้สึกไม่พอใจ ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบอัพยากตปัญหา 10 ประการ จึงเข้าไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปัญหาที่จะทรงตอบ คือ ปัญหาเรื่องอริยสัจ4 เพราะมีประโยชน์ และจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ เมื่อทรงตรัสจบ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตนั้น</p><p><strong>สูตร#2&nbsp;มหามาลุงกยสูตร&nbsp;</strong>ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตรพร้อมกับภิกษุหลายรูป ทรงปรารภเรื่อง โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการ (เครื่องร้อยรัดที่ยึดจิตให้อยู่ในภพ) ทรงตรัสถามภิกษุเรื่องสังโยชน์ 5 ประการ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีคำตอบที่ถูกต้อง แต่บทพยัญชนะนั้นไม่แยบคาย จะทำให้อัญเดียรถีย์ปริพาชก นำเรื่องเด็กอ่อนที่นอนหงายมาโต้กลับได้ และ เพื่อปรับทิฏฐิของท่านมาลุงกยบุตรให้ละเอียดยิ่งขึ้นไป จึงทรงอธิบายขยายความถึงอุบายในการนำออกและข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ และทรงแสดงว่า รูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 เป็นมรรคและปฏิปทาที่ทำให้ละสังโยชน์ทั้ง 5 ประการได้</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;จูฬมาลุงกยสูตร&nbsp;</strong>ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตร ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่องปัญหาเกี่ยวกับทิฏฐิ 10 ประการ ที่จะทรงตอบรับหรือตอบปฏิเสธ ผู้ฟังก็ไม่สามารถเข้าใจ และไม่มีประโยชน์ พระมาลุงกยบุตรรู้สึกไม่พอใจ ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบอัพยากตปัญหา 10 ประการ จึงเข้าไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปัญหาที่จะทรงตอบ คือ ปัญหาเรื่องอริยสัจ4 เพราะมีประโยชน์ และจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ เมื่อทรงตรัสจบ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตนั้น</p><p><strong>สูตร#2&nbsp;มหามาลุงกยสูตร&nbsp;</strong>ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตรพร้อมกับภิกษุหลายรูป ทรงปรารภเรื่อง โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการ (เครื่องร้อยรัดที่ยึดจิตให้อยู่ในภพ) ทรงตรัสถามภิกษุเรื่องสังโยชน์ 5 ประการ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีคำตอบที่ถูกต้อง แต่บทพยัญชนะนั้นไม่แยบคาย จะทำให้อัญเดียรถีย์ปริพาชก นำเรื่องเด็กอ่อนที่นอนหงายมาโต้กลับได้ และ เพื่อปรับทิฏฐิของท่านมาลุงกยบุตรให้ละเอียดยิ่งขึ้นไป จึงทรงอธิบายขยายความถึงอุบายในการนำออกและข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ และทรงแสดงว่า รูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 เป็นมรรคและปฏิปทาที่ทำให้ละสังโยชน์ทั้ง 5 ประการได้</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การพยากรณ์ว่าบรรลุธรรม - อัตถินุโขปริยายสูตร,โกสัมพิสูตร,ราสิยสูตร [6906-4s]</title>
			<itunes:title>การพยากรณ์ว่าบรรลุธรรม - อัตถินุโขปริยายสูตร,โกสัมพิสูตร,ราสิยสูตร [6906-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/698372e3e40a828748db3231/media.mp3" length="124665157" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">698372e3e40a828748db3231</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/698372e3e40a828748db3231</link>
			<acast:episodeId>698372e3e40a828748db3231</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesN8h8O+XsOzl0YKLKL8ixuEzjMVTci8fV0I7a0oj2MDy4rGOBNJ3XzSGLaBmZIUyXrqtcHXoAdf0yBnIcK+2yUH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;อัตถินุโขปริยายสูตร&nbsp;</strong>ว่าด้วยคำถามเกี่ยวกับเหตุ ค่าว่า เหตุ ในที่นี้หมายถึงเหตุที่ใช้พยากรณ์อรหัตตผล ทรงตรัสถามพวกภิกษุถึงเหตุที่สามารถพยากรณ์อรหัตตผลโดยเว้นจากความเชื่อ ความชอบใจ การฟังตาม ๆ กันมา การคิดตรองตามแนวเหตุผลการเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้ แล้วสามารถทราบว่าอยู่จบพรหมจรรย์ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด ได้แก่ ปัญญา คือ การรู้ชัดราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทบกันของอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก</p><p><strong>สูตร#2&nbsp;โกสัมพิสูตร</strong>&nbsp;เป็นการสนทนาธรรมระหว่าง ท่านพระมุสิละ ท่านพระปวิฏฐะท่านพระนารทะ และท่านพระอานนท์พักอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี พระปวิฏฐะสอบถามพระมุสิละเกี่ยวกับคุณธรรมที่ท่านบรรลุ แล้วสรุปว่าท่านเป็นอรหันต์ แต่พระนารทะได้อธิบายให้เห็นว่า เป็นไปได้ที่จะเห็นธรรมะโดยไม่ต้องบรรลุอรหันต์อย่างสมบูรณ์</p><p><strong>สูตร#3&nbsp;ราสิยสูตร&nbsp;</strong>ผู้ใหญ่บ้านชื่อราสิยะ ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า พระองค์ทรงตำหนิตบะทุกชนิด ทรงชี้โทษและคัดค้านผู้บำเพ็ญตบะทั้งปวงว่า เป็นผู้เศร้าหมองโดยส่วนเดียว เป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่จริง ทรงอธิบาย เรื่องที่สุด ๒ อย่างที่บรรพชิดไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ ๘ ว่า ควรเสพ ,กามโภคีบุคคล ๓จำพวก ,ผู้บำเพ็ญตบะที่เป็นอยู่อย่างเศร้าหมอง ๓จำพวกและธรรม ๓ ประการที่ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;อัตถินุโขปริยายสูตร&nbsp;</strong>ว่าด้วยคำถามเกี่ยวกับเหตุ ค่าว่า เหตุ ในที่นี้หมายถึงเหตุที่ใช้พยากรณ์อรหัตตผล ทรงตรัสถามพวกภิกษุถึงเหตุที่สามารถพยากรณ์อรหัตตผลโดยเว้นจากความเชื่อ ความชอบใจ การฟังตาม ๆ กันมา การคิดตรองตามแนวเหตุผลการเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้ แล้วสามารถทราบว่าอยู่จบพรหมจรรย์ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด ได้แก่ ปัญญา คือ การรู้ชัดราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทบกันของอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก</p><p><strong>สูตร#2&nbsp;โกสัมพิสูตร</strong>&nbsp;เป็นการสนทนาธรรมระหว่าง ท่านพระมุสิละ ท่านพระปวิฏฐะท่านพระนารทะ และท่านพระอานนท์พักอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี พระปวิฏฐะสอบถามพระมุสิละเกี่ยวกับคุณธรรมที่ท่านบรรลุ แล้วสรุปว่าท่านเป็นอรหันต์ แต่พระนารทะได้อธิบายให้เห็นว่า เป็นไปได้ที่จะเห็นธรรมะโดยไม่ต้องบรรลุอรหันต์อย่างสมบูรณ์</p><p><strong>สูตร#3&nbsp;ราสิยสูตร&nbsp;</strong>ผู้ใหญ่บ้านชื่อราสิยะ ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า พระองค์ทรงตำหนิตบะทุกชนิด ทรงชี้โทษและคัดค้านผู้บำเพ็ญตบะทั้งปวงว่า เป็นผู้เศร้าหมองโดยส่วนเดียว เป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่จริง ทรงอธิบาย เรื่องที่สุด ๒ อย่างที่บรรพชิดไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ ๘ ว่า ควรเสพ ,กามโภคีบุคคล ๓จำพวก ,ผู้บำเพ็ญตบะที่เป็นอยู่อย่างเศร้าหมอง ๓จำพวกและธรรม ๓ ประการที่ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเชื่อเรื่องกรรมเก่าที่ผิด- เทวทหสูตร [6905-4s]</title>
			<itunes:title>ความเชื่อเรื่องกรรมเก่าที่ผิด- เทวทหสูตร [6905-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/697a2298eded5f2d3c42f2cb/media.mp3" length="139843141" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">697a2298eded5f2d3c42f2cb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/697a2298eded5f2d3c42f2cb</link>
			<acast:episodeId>697a2298eded5f2d3c42f2cb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesN7qTKki30ovr0qR5bglwB1Wt8JM1toP3mpbsaEvcb5EPxucFh6X9I/xT6oAs76GV1M3VFCJVN7Hbge6hLz0Koy]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<h3>พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง คือ บุรุษถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ขายหนุ่มหลงรักหญิงสาว และช่างศรดัดลูกศรที่คดงอให้ตรง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้</h3><p><br><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<h3>พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง คือ บุรุษถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ขายหนุ่มหลงรักหญิงสาว และช่างศรดัดลูกศรที่คดงอให้ตรง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้</h3><p><br><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุเกิดมิจฉาทิฏฐิ - ทิฏฐิสังยุติ, ฐานสูตร,เกสปุตติสูตร [6904-4s]</title>
			<itunes:title>เหตุเกิดมิจฉาทิฏฐิ - ทิฏฐิสังยุติ, ฐานสูตร,เกสปุตติสูตร [6904-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Jan 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6970edf6cac0dcb3e01b0356/media.mp3" length="132028995" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6970edf6cac0dcb3e01b0356</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6970edf6cac0dcb3e01b0356</link>
			<acast:episodeId>6970edf6cac0dcb3e01b0356</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOQ7D0GD25S+xtycA1IFxoiigXeQDFDqIWcP7v2BONNgXT/hko/+JkOZoJhgSuyFsf3iRBRkN3Otv8Xsuqj2wNQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;ทิฏฐิสังยุติ</strong>&nbsp;ประมวลพระสูตรที่เกี่ยวกับทิฏฐิหรือลัทธิต่างๆ มีทั้งหมด ๙๖สูตร แบ่งเป็นวรรคได้ ๔ วรรค วรรคแรก มี ๑๘ สูตร ที่เหลือ วรรคละ ๒๖ สูตร</p><p>-โสตาปัตติวรรค มี ๑๘สูตร ประกอบด้วย</p><p>๑ วาตสูตร ว่าด้วยทิฏฐิว่าลมไม่พัดเป็นต้น</p><p>๒-๑๘ มีความหมายอย่างเดียวกัน เนื้อหาสาระของพระสูตรทั้งหมดทรงแสดงว่า ทิฏฐิหรือลัทธิเหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะขันธ์ ๕ และความยึดมั่นขันธ์ ๕ ถ้าพิจารณาเห็นว่าขันธ์ ๕ไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรผันเป็นธรรมดา ทิฏฐิเหล่านั้นก็เกิดขึ้นไม่ได้ และจะทำให้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน</p><p><strong>สูตร#2&nbsp;ฐานสูตร</strong>&nbsp;วิธีการประเมินคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ความอดทน และสติปัญญาของบุคคล</p><p><strong>สูตร#3&nbsp;เกสปุตติสูตร&nbsp;</strong>ทรงตรัสสอนแก่ชาวกาลามะ ในนิคมชื่อเกสปุตตะ คืออย่าปลงใจเชื่อเพราะเหตุ&nbsp;๑๐ อย่าง แต่ให้เชื่อต่อเมื่อได้ไตร่ตรองด้วยเหตุผล และเห็นแจ้งด้วยตนเอ<strong>ง</strong></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1&nbsp;ทิฏฐิสังยุติ</strong>&nbsp;ประมวลพระสูตรที่เกี่ยวกับทิฏฐิหรือลัทธิต่างๆ มีทั้งหมด ๙๖สูตร แบ่งเป็นวรรคได้ ๔ วรรค วรรคแรก มี ๑๘ สูตร ที่เหลือ วรรคละ ๒๖ สูตร</p><p>-โสตาปัตติวรรค มี ๑๘สูตร ประกอบด้วย</p><p>๑ วาตสูตร ว่าด้วยทิฏฐิว่าลมไม่พัดเป็นต้น</p><p>๒-๑๘ มีความหมายอย่างเดียวกัน เนื้อหาสาระของพระสูตรทั้งหมดทรงแสดงว่า ทิฏฐิหรือลัทธิเหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะขันธ์ ๕ และความยึดมั่นขันธ์ ๕ ถ้าพิจารณาเห็นว่าขันธ์ ๕ไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรผันเป็นธรรมดา ทิฏฐิเหล่านั้นก็เกิดขึ้นไม่ได้ และจะทำให้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน</p><p><strong>สูตร#2&nbsp;ฐานสูตร</strong>&nbsp;วิธีการประเมินคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ความอดทน และสติปัญญาของบุคคล</p><p><strong>สูตร#3&nbsp;เกสปุตติสูตร&nbsp;</strong>ทรงตรัสสอนแก่ชาวกาลามะ ในนิคมชื่อเกสปุตตะ คืออย่าปลงใจเชื่อเพราะเหตุ&nbsp;๑๐ อย่าง แต่ให้เชื่อต่อเมื่อได้ไตร่ตรองด้วยเหตุผล และเห็นแจ้งด้วยตนเอ<strong>ง</strong></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หนทางสู่พรหมโลก-เตวิชชสูตร [6903-4s]</title>
			<itunes:title>หนทางสู่พรหมโลก-เตวิชชสูตร [6903-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Jan 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6967bcd090f7d9d87fad6afd/media.mp3" length="140995103" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6967bcd090f7d9d87fad6afd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6967bcd090f7d9d87fad6afd</link>
			<acast:episodeId>6967bcd090f7d9d87fad6afd</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNsCZADygce8X2HUXP3S3xN7zDAuDCJvYXaxVVQl4DnIkkWz+b0VDStHFPRoZdUE1NYaDeI4MTpAeZk+/AhULBa]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เตวิชชสูตร&nbsp;<strong>ทรงตรัสแก่</strong>&nbsp;<strong>วาเสฏฐะ</strong>&nbsp;<strong>และภารัทวาชะ</strong>&nbsp;<strong>ขณะประทับอยู่</strong>&nbsp;<strong>ณอัมพวัน</strong>&nbsp;<strong>แคว้นโกศล</strong>&nbsp;<strong>ที่หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อมนสากฏะใกล้ฝั่งแม่น้ำอจิรวดีปรารภเหตุที่ทั้ง</strong>&nbsp;2&nbsp;<strong>ถกเถียงกัน</strong>&nbsp;<strong>และตกลงกันไม่ได้ว่าทางที่ไปสู่พรหมโลกทางไหนเป็นทางตรง</strong>&nbsp;<strong>จึงทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงตัดสินว่าผู้ใดกล่าวถูก ทรงสรุปให้ฟังว่า</strong>&nbsp;<strong>เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ที่ไม่เคยเห็นพรหมจะบอกว่าทางนี้เป็นทางไปสู่พรหมโลก</strong>&nbsp;<strong>เป็นวาทะที่เลื่อนลอยไม่มีหลักฐาน</strong>&nbsp;<strong>และตรัสถึงคุณสมบัติของพรหมกับของพราหมณ์ที่ต่างกันและเปรียบเทียบกันไม่ได้เมื่อตายแล้วจะอยู่ร่วมกับพรหมได้อย่างไร</strong>&nbsp;<strong>ทรงอธิบายวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม</strong>&nbsp;<strong>มาณพทั้ง</strong>&nbsp;2&nbsp;<strong>เกิดความเลื่อมใส</strong>&nbsp;<strong>ประกาศตัวเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</strong></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เตวิชชสูตร&nbsp;<strong>ทรงตรัสแก่</strong>&nbsp;<strong>วาเสฏฐะ</strong>&nbsp;<strong>และภารัทวาชะ</strong>&nbsp;<strong>ขณะประทับอยู่</strong>&nbsp;<strong>ณอัมพวัน</strong>&nbsp;<strong>แคว้นโกศล</strong>&nbsp;<strong>ที่หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อมนสากฏะใกล้ฝั่งแม่น้ำอจิรวดีปรารภเหตุที่ทั้ง</strong>&nbsp;2&nbsp;<strong>ถกเถียงกัน</strong>&nbsp;<strong>และตกลงกันไม่ได้ว่าทางที่ไปสู่พรหมโลกทางไหนเป็นทางตรง</strong>&nbsp;<strong>จึงทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงตัดสินว่าผู้ใดกล่าวถูก ทรงสรุปให้ฟังว่า</strong>&nbsp;<strong>เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ที่ไม่เคยเห็นพรหมจะบอกว่าทางนี้เป็นทางไปสู่พรหมโลก</strong>&nbsp;<strong>เป็นวาทะที่เลื่อนลอยไม่มีหลักฐาน</strong>&nbsp;<strong>และตรัสถึงคุณสมบัติของพรหมกับของพราหมณ์ที่ต่างกันและเปรียบเทียบกันไม่ได้เมื่อตายแล้วจะอยู่ร่วมกับพรหมได้อย่างไร</strong>&nbsp;<strong>ทรงอธิบายวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม</strong>&nbsp;<strong>มาณพทั้ง</strong>&nbsp;2&nbsp;<strong>เกิดความเลื่อมใส</strong>&nbsp;<strong>ประกาศตัวเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</strong></p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุบายกำจัดอาสวะ-สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6902-4s]</title>
			<itunes:title>อุบายกำจัดอาสวะ-สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6902-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>48:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/695e779924334d02343c2a05/media.mp3" length="115397161" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">695e779924334d02343c2a05</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/695e779924334d02343c2a05</link>
			<acast:episodeId>695e779924334d02343c2a05</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPGmSaRhh3G691TcWmyvT69yFtqsWCXEGRKQZLEoONbHUhcbbdnPjBo1upmVZrVkwHfnI1lszPq/iY2MsQiOlIs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<h3><strong>สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ถึงความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้นๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด</h3><h3><strong>สูตร#2 ธรรมทายาทสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</h3><h3><strong>สูตร#3 มฆเทวสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8</h3><p><br><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<h3><strong>สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ถึงความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้นๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด</h3><h3><strong>สูตร#2 ธรรมทายาทสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</h3><h3><strong>สูตร#3 มฆเทวสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8</h3><p><br><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มายาเครื่องกลับใจ - ติตถายตนสูตร และ ภัททิยสูตร [6901-4s] </title>
			<itunes:title>มายาเครื่องกลับใจ - ติตถายตนสูตร และ ภัททิยสูตร [6901-4s] </itunes:title>
			<pubDate>Wed, 31 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>46:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/69554ebe5f9b0b61aab9e398/media.mp3" length="110750017" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69554ebe5f9b0b61aab9e398</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/69554ebe5f9b0b61aab9e398</link>
			<acast:episodeId>69554ebe5f9b0b61aab9e398</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesM85lBYkxJN+ff/fHcPQVN/o+cASmDXu9banZZfRFQzDKKwH3mLUOHgNf/ryQx8JoulIf2iDPD2Dlh9DAb2JWyM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>69</itunes:season>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<ul><li><strong>ติตถายตนสูตร</strong> ว่าด้วยลัทธิใหญ่ ๓ ลัทธิที่บัญญัติเหตุเกิดแห่งสุข ทุกข์ และมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ของคนไว้ต่างกัน คือ ลัทธิหนึ่งบัญญัติว่า เหตุเพราะกรรมเก่าในชาติเก่า ลัทธิหนึ่งบัญญัติว่า เหตุเพราะเทพเจ้าบันดาลหรือสร้างขึ้น และอีกลัทธิหนึ่งบัญญัติว่า เกิดเอง ไม่มีเหตุปัจจัยอื่นใด พระผู้มีพระภาคทรงคัดค้านลัทธิเหล่านี้</li></ul><p>เพราะเมื่อทรงชักถามว่า ที่บุคคลประพฤติทุจริตทางกายวาจาใจอยู่นี้ เป็นเพราะกรรมเก่าให้ทำ หรือเทพเจ้าให้ทำ หรือว่าไม่มีอะไรให้ทำ อีกประการหนึ่งบุคคลถือเช่นนี้ ฉันทะก็ดี ความพยายามก็ดีว่า "สิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำ" ย่อมไม่มี ผู้นับถือลัทธินั้นตอบไม่ได้ ต่างอ้างว่าเชื่อถือตาม ๆ กันมาอย่างนั้น</p><br><p>พระองค์จึงตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า สุขทุกข์เนื่องมาจากธาตุ ๖ อายตนะ ๖ มโปวิจาร ๑๘ (อารมณ์ ๖ x เวทนา ๓) และจบลงด้วยทรงอธิบายแจกแจงอริยสัจ ๔ ตามหลักปฏิจจสมุปบาททั้งสายเกิดและสายดับแห่งทุกข์</p><p><br></p><ul><li><strong>ภัททิยสูตร</strong> เจ้าลิจฉวีพระนามว่าภัททิยะทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าทรงมีมายาและทรงรู้มายาสำหรับกลับใจของพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกใช่หรือไม่ จึงตรัสสอนหลักความเชื่อที่สำคัญ ๑๐ ประการ คือทรงสอนมิให้เชื่อเพียงพราะหลัก ๑๐ ประการนี้ แต่ให้เชื่อต่อเมื่อได้ไตร่ตรองด้วยเหตุผล เห็นแจ้งด้วยตนเองแล้ว</li></ul><p><br></p><p>จากนั้นทรงถามเรื่องโทษและคุณของโลภะ โทสะ โมหะ สารัมภะ (ความแข่งดี) โดยให้เจ้าลิจฉวีนั้นตอบตามที่ประจักษ์ด้วยตนเองแล้ว เจ้าลิจฉวีพระนามว่าภัททิยะได้สรรเสริญพระองค์ว่าทรงมีมายาและทรงรู้มายาสำหรับกลับใจสาวกของพวกอัญเดียรถีย์ และกราบทูลว่า ถ้าญาติสาโลหิตของตน กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทรทั้งปวงกลับใจได้ด้วยมายาสำหรับกลับใจนี้ ก็จะได้รับประโยชน์สุขตลอดกาลนาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<ul><li><strong>ติตถายตนสูตร</strong> ว่าด้วยลัทธิใหญ่ ๓ ลัทธิที่บัญญัติเหตุเกิดแห่งสุข ทุกข์ และมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ของคนไว้ต่างกัน คือ ลัทธิหนึ่งบัญญัติว่า เหตุเพราะกรรมเก่าในชาติเก่า ลัทธิหนึ่งบัญญัติว่า เหตุเพราะเทพเจ้าบันดาลหรือสร้างขึ้น และอีกลัทธิหนึ่งบัญญัติว่า เกิดเอง ไม่มีเหตุปัจจัยอื่นใด พระผู้มีพระภาคทรงคัดค้านลัทธิเหล่านี้</li></ul><p>เพราะเมื่อทรงชักถามว่า ที่บุคคลประพฤติทุจริตทางกายวาจาใจอยู่นี้ เป็นเพราะกรรมเก่าให้ทำ หรือเทพเจ้าให้ทำ หรือว่าไม่มีอะไรให้ทำ อีกประการหนึ่งบุคคลถือเช่นนี้ ฉันทะก็ดี ความพยายามก็ดีว่า "สิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำ" ย่อมไม่มี ผู้นับถือลัทธินั้นตอบไม่ได้ ต่างอ้างว่าเชื่อถือตาม ๆ กันมาอย่างนั้น</p><br><p>พระองค์จึงตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า สุขทุกข์เนื่องมาจากธาตุ ๖ อายตนะ ๖ มโปวิจาร ๑๘ (อารมณ์ ๖ x เวทนา ๓) และจบลงด้วยทรงอธิบายแจกแจงอริยสัจ ๔ ตามหลักปฏิจจสมุปบาททั้งสายเกิดและสายดับแห่งทุกข์</p><p><br></p><ul><li><strong>ภัททิยสูตร</strong> เจ้าลิจฉวีพระนามว่าภัททิยะทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าทรงมีมายาและทรงรู้มายาสำหรับกลับใจของพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกใช่หรือไม่ จึงตรัสสอนหลักความเชื่อที่สำคัญ ๑๐ ประการ คือทรงสอนมิให้เชื่อเพียงพราะหลัก ๑๐ ประการนี้ แต่ให้เชื่อต่อเมื่อได้ไตร่ตรองด้วยเหตุผล เห็นแจ้งด้วยตนเองแล้ว</li></ul><p><br></p><p>จากนั้นทรงถามเรื่องโทษและคุณของโลภะ โทสะ โมหะ สารัมภะ (ความแข่งดี) โดยให้เจ้าลิจฉวีนั้นตอบตามที่ประจักษ์ด้วยตนเองแล้ว เจ้าลิจฉวีพระนามว่าภัททิยะได้สรรเสริญพระองค์ว่าทรงมีมายาและทรงรู้มายาสำหรับกลับใจสาวกของพวกอัญเดียรถีย์ และกราบทูลว่า ถ้าญาติสาโลหิตของตน กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทรทั้งปวงกลับใจได้ด้วยมายาสำหรับกลับใจนี้ ก็จะได้รับประโยชน์สุขตลอดกาลนาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title> เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6852-4s]</title>
			<itunes:title> เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6852-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:27</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/694c00fc30165a956d1732b7/media.mp3" length="29709359" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">694c00fc30165a956d1732b7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/694c00fc30165a956d1732b7</link>
			<acast:episodeId>694c00fc30165a956d1732b7</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPUNXNtoGAJN3/EMYM4xk2OF8tR3gr0Aztd0LaqbtnRzlM/udzLQ9ap18NOWThjq+lOuIUke8sJjMpNWv5DkIwu]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>สัมมาทิฏฐิสูตร </strong>ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ ที่อธิบายแต่ละอาการของปฏิจสมุปบาท ไล่เรียงมาตามลำดับ ตามนัยยะของอริยสัจ ๔ จุดที่น่าสนใจคือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>สัมมาทิฏฐิสูตร </strong>ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ ที่อธิบายแต่ละอาการของปฏิจสมุปบาท ไล่เรียงมาตามลำดับ ตามนัยยะของอริยสัจ ๔ จุดที่น่าสนใจคือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ตำราพิชัยสงคราม - พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๓ [6851-4s]</title>
			<itunes:title>ตำราพิชัยสงคราม - พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๓ [6851-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6942b547f46fd490ce516c5b/media.mp3" length="136754691" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6942b547f46fd490ce516c5b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6942b547f46fd490ce516c5b</link>
			<acast:episodeId>6942b547f46fd490ce516c5b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO7/ODjSYVLmWNIrzynqZqy2ZWMsp7R7FDjkAsWs71/UwiRo7HbQau/58nPmoWp0SS4FImy4JCQa2dwPOxe8cws]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>พรหมชาลสูตร ตอนจบ</strong> พระสูตรนี้นอกจากชื่อ พรหมชาลสูตร (ข่ายแห่งพระสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ) </p><p>ยังมีชื่ออื่นอีก ๔ ชื่อคือ อัตถชาลสูตร (ข่ายแห่งประโยชน์), ธัมมชาลสูตร (ข่ายแห่งธรรม), ทิฏฐิชาลสูตร (ข่ายแห่งทิฏฐิ) และสังคามวิชยสูตร (ตำราพิชัยสงคราม) </p><p>ที่ผู้ฟังสูตรนี้จบแล้วจะสามารถพิชิต เทวปุตตมาร ขันธมาร มัจจุมาร หรือกิเลสมารได้ </p><br><p>ทรงสรุปไว้ว่า ทิฏฐิเหล่านี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่ใช่ทางให้พ้นทุกข์ได้เลย แต่กลับทำให้ผู้ที่เชื่อถือ เพราะไม่รู้ตามความเป็นจริงถูกลัทธิเหล่านี้ ซึ่งเป็นดุจตาข่ายครอบคลุมเอาไว้ต้องประสบทุกข์ เปรียบเหมือนปลาที่ถูกแหครอบคลุมไว้ติดอยู่ในแหนี้ เมื่อผุดขึ้นก็ผุดอยู่ในแหนี้ มิอาจหลุดพ้นไปได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>พรหมชาลสูตร ตอนจบ</strong> พระสูตรนี้นอกจากชื่อ พรหมชาลสูตร (ข่ายแห่งพระสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ) </p><p>ยังมีชื่ออื่นอีก ๔ ชื่อคือ อัตถชาลสูตร (ข่ายแห่งประโยชน์), ธัมมชาลสูตร (ข่ายแห่งธรรม), ทิฏฐิชาลสูตร (ข่ายแห่งทิฏฐิ) และสังคามวิชยสูตร (ตำราพิชัยสงคราม) </p><p>ที่ผู้ฟังสูตรนี้จบแล้วจะสามารถพิชิต เทวปุตตมาร ขันธมาร มัจจุมาร หรือกิเลสมารได้ </p><br><p>ทรงสรุปไว้ว่า ทิฏฐิเหล่านี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่ใช่ทางให้พ้นทุกข์ได้เลย แต่กลับทำให้ผู้ที่เชื่อถือ เพราะไม่รู้ตามความเป็นจริงถูกลัทธิเหล่านี้ ซึ่งเป็นดุจตาข่ายครอบคลุมเอาไว้ต้องประสบทุกข์ เปรียบเหมือนปลาที่ถูกแหครอบคลุมไว้ติดอยู่ในแหนี้ เมื่อผุดขึ้นก็ผุดอยู่ในแหนี้ มิอาจหลุดพ้นไปได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น - พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๒ [6850-4s]</title>
			<itunes:title>ไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น - พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๒ [6850-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6939904c34867e026d33eb81/media.mp3" length="136575656" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6939904c34867e026d33eb81</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6939904c34867e026d33eb81</link>
			<acast:episodeId>6939904c34867e026d33eb81</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesN0p5Gfe8KHQ/P58yL3yZ2/4+6R8DAs4+0HfkIjV1gjVO2R13OVqFtJf/bai1f9A2wCHV9WDyfjJ1p3C1NUZM9n]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<ul><li><strong>พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๒ </strong>พระผู้มีพระภาคตรัสแจกแจงทิฏฐิทั้ง๖๒ ไว้ดังนี้ว่า มีสมณพราหมณ์บางพวกประกาศวาทะแสดงลัทธิโดยปรารภขันธ์ส่วนอดีตซึ่งเรียกว่าปุพพันตกัปปิกวาทะ มี ๑๘ ลัทธิ และปรารภขันธ์ส่วนอนาคตและปัจจุบันซึ่งเรียกว่าอปรันตกัปปิกวาทะอีก ๔๔ ลัทธิ</li></ul><p>ในตอนนี้ เป็นความเห็นที่กำหนดขันธ์ส่วนอนาคต และ ได้ทรงตรัสสรุปท้ายพระสูตรว่า พระองค์ทรงรู้แจ้งมูลเหตุแห่งทิฏฐิหล่านี้ และทรงรู้ด้วยว่าผู้ที่ยึดถือทิฏฐิเหล่านี้มีคติและภพเบื้องหน้าเป็นอย่างไร พระองค์จึงไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น เมื่อไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น จึงทรงรู้แจ้งความเกิด ความดับ คุณ โทษแห่งเวทนา และอุบายวิธีที่ทำให้สลัดเวทนาออกไปได้ พระองค์จึงทรงหลุดพ้น<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<ul><li><strong>พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๒ </strong>พระผู้มีพระภาคตรัสแจกแจงทิฏฐิทั้ง๖๒ ไว้ดังนี้ว่า มีสมณพราหมณ์บางพวกประกาศวาทะแสดงลัทธิโดยปรารภขันธ์ส่วนอดีตซึ่งเรียกว่าปุพพันตกัปปิกวาทะ มี ๑๘ ลัทธิ และปรารภขันธ์ส่วนอนาคตและปัจจุบันซึ่งเรียกว่าอปรันตกัปปิกวาทะอีก ๔๔ ลัทธิ</li></ul><p>ในตอนนี้ เป็นความเห็นที่กำหนดขันธ์ส่วนอนาคต และ ได้ทรงตรัสสรุปท้ายพระสูตรว่า พระองค์ทรงรู้แจ้งมูลเหตุแห่งทิฏฐิหล่านี้ และทรงรู้ด้วยว่าผู้ที่ยึดถือทิฏฐิเหล่านี้มีคติและภพเบื้องหน้าเป็นอย่างไร พระองค์จึงไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น เมื่อไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น จึงทรงรู้แจ้งความเกิด ความดับ คุณ โทษแห่งเวทนา และอุบายวิธีที่ทำให้สลัดเวทนาออกไปได้ พระองค์จึงทรงหลุดพ้น<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ศีลถึง ปัญญาได้ - พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๑ [6849-4s]</title>
			<itunes:title>ศีลถึง ปัญญาได้ - พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๑ [6849-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6930356d8f1b8d09951fb625/media.mp3" length="139715201" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6930356d8f1b8d09951fb625</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6930356d8f1b8d09951fb625</link>
			<acast:episodeId>6930356d8f1b8d09951fb625</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMqNc8U1y51kxhgzV0dLjrApFNe+MbqEazYXR9uobEOhnnRqFhwl1fQlalkWgvIVELG4mNeQF48Jy01KszvEQDe]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๑</strong> พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุ ขณะทรงพักแรม ณ พระตำหนักหลวงในพระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา โดยทรงปรารภคำติเตียนพระรัตนตรัยของปริพาชกชื่อสุปปิยะและคำสรรเสริญพระรัตนตรัยของพรหมทัตตมาณพผู้เป็นศิษย์ ซึ่งมีถ้อยคำขัดแย้งกัน ในลักษณะตรงข้ามกันและกล่าวถึงปัญญาอันประเสริฐของพระองค์ จากนั้นทรงแสดงในเรื่องทิฏฐิไว้ ๖๒ ทิฏฐิ ซึ่งครอบคลุมทิฏฐิหรือลัทธิทั้งหมดที่แพร่หลายอยู่ในสมัยนั้น ทรงถือว่า ลัทธิเหล่านั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ</p><br><p>ในตอนนี้ ทรงตรัสถึงสาเหตุที่คนทั้งหลายกล่าวสรรเสริญพระองค์ ทรงงดเว้นจากข้อห้ามในศีลทั้ง ๓ ชั้น และทรงเป็นพระสัพพัญญุตญาณ และ แสดงทิฏฐิ ๖๒ ในความเห็นกำหนดขันธ์ส่วนอดีตที่เห็นว่า อัตตาและโลกเที่ยง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>พรหมชาลสูตร ตอนที่ ๑</strong> พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุ ขณะทรงพักแรม ณ พระตำหนักหลวงในพระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา โดยทรงปรารภคำติเตียนพระรัตนตรัยของปริพาชกชื่อสุปปิยะและคำสรรเสริญพระรัตนตรัยของพรหมทัตตมาณพผู้เป็นศิษย์ ซึ่งมีถ้อยคำขัดแย้งกัน ในลักษณะตรงข้ามกันและกล่าวถึงปัญญาอันประเสริฐของพระองค์ จากนั้นทรงแสดงในเรื่องทิฏฐิไว้ ๖๒ ทิฏฐิ ซึ่งครอบคลุมทิฏฐิหรือลัทธิทั้งหมดที่แพร่หลายอยู่ในสมัยนั้น ทรงถือว่า ลัทธิเหล่านั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ</p><br><p>ในตอนนี้ ทรงตรัสถึงสาเหตุที่คนทั้งหลายกล่าวสรรเสริญพระองค์ ทรงงดเว้นจากข้อห้ามในศีลทั้ง ๓ ชั้น และทรงเป็นพระสัพพัญญุตญาณ และ แสดงทิฏฐิ ๖๒ ในความเห็นกำหนดขันธ์ส่วนอดีตที่เห็นว่า อัตตาและโลกเที่ยง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>บุคคลผู้ได้ฌาน -ฌานสังยุต, สังขิตตสูตร, ปฐมวสสูตร, พลสูตร, นิมิตตสูตร [6848-4s]</title>
			<itunes:title>บุคคลผู้ได้ฌาน -ฌานสังยุต, สังขิตตสูตร, ปฐมวสสูตร, พลสูตร, นิมิตตสูตร [6848-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Nov 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/69270d1d1874a1556d3cdbbe/media.mp3" length="135780394" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">69270d1d1874a1556d3cdbbe</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/69270d1d1874a1556d3cdbbe</link>
			<acast:episodeId>69270d1d1874a1556d3cdbbe</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPc6AM/B/LKYbItEccxke31T/JTVg/om+ewGJgdgG8opxkod8tgRL1DCfiiwhWXkGAPR//8QcUd1PAo/48QjrWM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ฌานสังยุต</strong> ประมวลพระสูตรที่เกี่ยวกับผู้ได้ฌานประเภทต่าง ๆ และวิธีปฏิบัติในฌาน (สมาธิ)ซึ่งทรงแสดงไว้ ๑๑ วิธีคือ การตั้งจิตมั่น การเข้า การตั้งอยู่ การออก ความพร้อม อารมณ์ โคจร อภินิหาร การทำโดยเคารพ การทำความเพียรต่อเนื่อง การทำสัปปายะ</p><p>ส่วนผู้ได้ฌานประเภทต่าง ๆ ทรงแสดงไว้ในแต่ละสูตร ๔ ประเภท คือ</p><p>๑. ผู้ฉลาดในวิธีที่ ๑ แต่ไม่ฉลาดในวิธีที่ ๒</p><p>๒. ผู้ฉลาดในวิธีที่ ๒ แต่ไม่ฉลาดในวิธีที่ ๑</p><p>๓. ผู้ไม่ฉลาดใน ๒ วิธีนี้</p><p>๔. ผู้ฉลาดใน ๒ วิธีนี้</p><p>การตั้งชื่อในพระสูตร ตั้งตามวิธีปฏิบัติทั้ง ๑๑ วิธี สลับกันไปมา รวมเป็นพระสูตรทั้งหมด ๕๕ สูตร เช่น สมาธิมูลกสมาปัตติสูตร ว่าด้วยการเข้าสมาธิอันเป็นมูล คือ ตั้งวิธีที่ ๑ (การตั้งมั่น) เป็นหลัก สลับกับวิธีที่ ๒ (การเข้า) สมาธิมูลกฐิติสูตร ว่าด้วยการตั้งอยู่ในสมาธิอันเป็นมูล คือ ตั้งวิธีที่ ๑ (การตั้งจิตมั่น) เป็นหลัก สลับกับวิธีที่ ๓ (การตั้งอยู่) จนถึงวิธีที่ ๑๑ รวมเป็น ๑๐ สูตรแรก เรียกว่า สมาธิมูลกะ เมื่อครบหมดทั้ง ๑๑ วิธี ก็เริ่มตั้งวิธีที่ ๒ (การเข้า)เป็นหลักสลับกับวิธีที่ ๓-๑๐ เรียกว่า สมาปัตติมูลกะ รวมเป็น ๙ สูตรและตั้งชื่อพระสูตรอย่างนี้ไปจนครบ ๕๕ สูตร ยกตัวอย่างดังนี้</p><p>- สมาธิมูลกสมาปัตติสูตร ว่าด้วยการเข้าสมาธิอันเป็นมูล คือ พระผู้มีพระภาค</p><p>ทรงแสดงบุคคลผู้ได้ฌาน ๔ จำพวก คือ</p><p>๑. ผู้ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ</p><p>๒. ผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ</p><p>๓. ผู้ไม่ฉลาดทั้งการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และในการเข้าสมาธิ</p><p>๔. ผู้ฉลาดทั้งในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และในการเข้าสมาธิ</p><p>ในตอนท้ายพระสูตร ตรัสว่า จำพวกที่ ๔ ดีที่สุด เหมือนยอดเนยใสดีกว่านมสด นมส้ม เนยข้น และเนยใส ในพระสูตรอื่น ๆ พึงเทียบเคียงดังที่กล่าวมานี้</p><p><strong>สูตร#2 สังขิตตสูตร (เล่มที่ ๒๓)</strong> ภิกษุรูปหนึ่งทูลขอให้พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมโดยย่อเพื่อหลีกไปบำเพ็ญเพียรผู้เดียว ทรงตรัสว่า “โมฆบุรุษบางพวกในโลกนี้ ย่อมเชื้อเชิญเราอย่างที่เขาทำกันมา และเมื่อเราแสดงธรรมแล้ว ก็คอยติดตามเราเรื่อยไป” ภิกษุรูปนั้นก็ได้ขอให้ทรงแสดงธรรมโดยย่อ และทำอย่างไรจึงจะรู้ทั่วถึงเนื้อความแห่งภาษิต และเป็นทายาทแห่งภาษิตของพระองค์ จากนั้นทรงตรัสสอนให้ภิกษุนั้นเจริญสมาธิคือสมถะและวิปัสสนา ภิกษุนั้นรับพระโอวาทแล้วก็หลีกไปอยู่บำเพ็ญเพียร ไม่นานนักได้บรรลุพระอรหัตตผล</p><p><strong>สูตร#3 ปฐมวสสูตร (เล่มที่๒๓) </strong>ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ ย่อมทำจิตไว้ในอำนาจ และไม่เป็นไปตามอำนาจของจิตคือ (๑) เป็นผู้ฉลาดในสมาธิ (๒) ความเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ (๓) ความเป็นผู้ฉลาดในการให้สมาธิตั้งอยู่ได้ (๔) ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาธิ (๕) เป็นผู้ฉลาดในความพร้อมแห่งสมาธิ (๖) ความเป็นผู้ฉลาดในอารมณ์แห่งสมาธิ (๗) ความเป็นผู้ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ</p><p><strong>สูตร#4 พลสูตร (เล่มที่๒๒)</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ที่ไม่อาจบรรลุความมีกำลังในสมาธิได้ คือ (๑) เป็นผู้ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ (๒) ...ในการให้สมาธิตั้งอยู่ใด้ (๓) ...ในการออกจากสมาธิ (๔)เป็นผู้ไม่ทำความเคารพ (๕) …ไม่ทำให้ติดต่อ (๖)…ไม่ทำสิ่งที่เป็นสัปปายะ และภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้อาจบรรลุความมีกำลังในสมาธิได้มีนัยตรงข้ามกัน</p><p><strong>สูตร#5 นิมิตตสูตร (เล่มที่ ๒๐) </strong>ว่าด้วยนิมิต ๓ประการที่ภิกษุผู้บำเพ็ญสมาธิ (อธิจิต/พึงใส่พิจารณา (มนสิการ) ตามสมควรแก่เวลา คือ สมาธินิมิต ปัคคหนิมิต และอุเบกขานิมิต ทรงแนะนำว่า ต้องใส่ใจพิจารณานิมิตทั้ง ๓ ประการนี้ไปด้วยกันตามสมควรแก่เวลา จะพิจารณานิมิตใดนิมิตหนึ่งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผล จิตจะไม่อ่อนพอจะใช้งานได้ ทรงอุปมาเหมือนช่างทองที่เตรียมการตีทองตามขั้นตอนจนได้ทองที่อ่อนเหมาะแก่การทำเป็นทองรูปพรรณต่าง ๆ ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ฌานสังยุต</strong> ประมวลพระสูตรที่เกี่ยวกับผู้ได้ฌานประเภทต่าง ๆ และวิธีปฏิบัติในฌาน (สมาธิ)ซึ่งทรงแสดงไว้ ๑๑ วิธีคือ การตั้งจิตมั่น การเข้า การตั้งอยู่ การออก ความพร้อม อารมณ์ โคจร อภินิหาร การทำโดยเคารพ การทำความเพียรต่อเนื่อง การทำสัปปายะ</p><p>ส่วนผู้ได้ฌานประเภทต่าง ๆ ทรงแสดงไว้ในแต่ละสูตร ๔ ประเภท คือ</p><p>๑. ผู้ฉลาดในวิธีที่ ๑ แต่ไม่ฉลาดในวิธีที่ ๒</p><p>๒. ผู้ฉลาดในวิธีที่ ๒ แต่ไม่ฉลาดในวิธีที่ ๑</p><p>๓. ผู้ไม่ฉลาดใน ๒ วิธีนี้</p><p>๔. ผู้ฉลาดใน ๒ วิธีนี้</p><p>การตั้งชื่อในพระสูตร ตั้งตามวิธีปฏิบัติทั้ง ๑๑ วิธี สลับกันไปมา รวมเป็นพระสูตรทั้งหมด ๕๕ สูตร เช่น สมาธิมูลกสมาปัตติสูตร ว่าด้วยการเข้าสมาธิอันเป็นมูล คือ ตั้งวิธีที่ ๑ (การตั้งมั่น) เป็นหลัก สลับกับวิธีที่ ๒ (การเข้า) สมาธิมูลกฐิติสูตร ว่าด้วยการตั้งอยู่ในสมาธิอันเป็นมูล คือ ตั้งวิธีที่ ๑ (การตั้งจิตมั่น) เป็นหลัก สลับกับวิธีที่ ๓ (การตั้งอยู่) จนถึงวิธีที่ ๑๑ รวมเป็น ๑๐ สูตรแรก เรียกว่า สมาธิมูลกะ เมื่อครบหมดทั้ง ๑๑ วิธี ก็เริ่มตั้งวิธีที่ ๒ (การเข้า)เป็นหลักสลับกับวิธีที่ ๓-๑๐ เรียกว่า สมาปัตติมูลกะ รวมเป็น ๙ สูตรและตั้งชื่อพระสูตรอย่างนี้ไปจนครบ ๕๕ สูตร ยกตัวอย่างดังนี้</p><p>- สมาธิมูลกสมาปัตติสูตร ว่าด้วยการเข้าสมาธิอันเป็นมูล คือ พระผู้มีพระภาค</p><p>ทรงแสดงบุคคลผู้ได้ฌาน ๔ จำพวก คือ</p><p>๑. ผู้ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ</p><p>๒. ผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ</p><p>๓. ผู้ไม่ฉลาดทั้งการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และในการเข้าสมาธิ</p><p>๔. ผู้ฉลาดทั้งในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และในการเข้าสมาธิ</p><p>ในตอนท้ายพระสูตร ตรัสว่า จำพวกที่ ๔ ดีที่สุด เหมือนยอดเนยใสดีกว่านมสด นมส้ม เนยข้น และเนยใส ในพระสูตรอื่น ๆ พึงเทียบเคียงดังที่กล่าวมานี้</p><p><strong>สูตร#2 สังขิตตสูตร (เล่มที่ ๒๓)</strong> ภิกษุรูปหนึ่งทูลขอให้พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมโดยย่อเพื่อหลีกไปบำเพ็ญเพียรผู้เดียว ทรงตรัสว่า “โมฆบุรุษบางพวกในโลกนี้ ย่อมเชื้อเชิญเราอย่างที่เขาทำกันมา และเมื่อเราแสดงธรรมแล้ว ก็คอยติดตามเราเรื่อยไป” ภิกษุรูปนั้นก็ได้ขอให้ทรงแสดงธรรมโดยย่อ และทำอย่างไรจึงจะรู้ทั่วถึงเนื้อความแห่งภาษิต และเป็นทายาทแห่งภาษิตของพระองค์ จากนั้นทรงตรัสสอนให้ภิกษุนั้นเจริญสมาธิคือสมถะและวิปัสสนา ภิกษุนั้นรับพระโอวาทแล้วก็หลีกไปอยู่บำเพ็ญเพียร ไม่นานนักได้บรรลุพระอรหัตตผล</p><p><strong>สูตร#3 ปฐมวสสูตร (เล่มที่๒๓) </strong>ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ ย่อมทำจิตไว้ในอำนาจ และไม่เป็นไปตามอำนาจของจิตคือ (๑) เป็นผู้ฉลาดในสมาธิ (๒) ความเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ (๓) ความเป็นผู้ฉลาดในการให้สมาธิตั้งอยู่ได้ (๔) ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาธิ (๕) เป็นผู้ฉลาดในความพร้อมแห่งสมาธิ (๖) ความเป็นผู้ฉลาดในอารมณ์แห่งสมาธิ (๗) ความเป็นผู้ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ</p><p><strong>สูตร#4 พลสูตร (เล่มที่๒๒)</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ที่ไม่อาจบรรลุความมีกำลังในสมาธิได้ คือ (๑) เป็นผู้ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ (๒) ...ในการให้สมาธิตั้งอยู่ใด้ (๓) ...ในการออกจากสมาธิ (๔)เป็นผู้ไม่ทำความเคารพ (๕) …ไม่ทำให้ติดต่อ (๖)…ไม่ทำสิ่งที่เป็นสัปปายะ และภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้อาจบรรลุความมีกำลังในสมาธิได้มีนัยตรงข้ามกัน</p><p><strong>สูตร#5 นิมิตตสูตร (เล่มที่ ๒๐) </strong>ว่าด้วยนิมิต ๓ประการที่ภิกษุผู้บำเพ็ญสมาธิ (อธิจิต/พึงใส่พิจารณา (มนสิการ) ตามสมควรแก่เวลา คือ สมาธินิมิต ปัคคหนิมิต และอุเบกขานิมิต ทรงแนะนำว่า ต้องใส่ใจพิจารณานิมิตทั้ง ๓ ประการนี้ไปด้วยกันตามสมควรแก่เวลา จะพิจารณานิมิตใดนิมิตหนึ่งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผล จิตจะไม่อ่อนพอจะใช้งานได้ ทรงอุปมาเหมือนช่างทองที่เตรียมการตีทองตามขั้นตอนจนได้ทองที่อ่อนเหมาะแก่การทำเป็นทองรูปพรรณต่าง ๆ ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title> การตามรู้ซึ่งความจริง - จังกีสูตร[6847-4s]</title>
			<itunes:title> การตามรู้ซึ่งความจริง - จังกีสูตร[6847-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Nov 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/691ddca28f2dd34e4651dca2/media.mp3" length="138418956" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">691ddca28f2dd34e4651dca2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/691ddca28f2dd34e4651dca2</link>
			<acast:episodeId>691ddca28f2dd34e4651dca2</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNBQT/oKpoJf3PUrM4AvMy0jgJ+tTNscTKArZhlBq49RHVbEqXQVdYOS3Y27nqV2HbIv289hfakrX7fxDj6QYyq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>"จังกีสูตร"</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้ากับกาปทิกมานพ และจังกีพราหมณ์พร้อมด้วยคณะ ณ ป่าไม้สาละชื่อเทพวัน ทางทิศเหนือแห่งบ้านพราหมณ์ชื่อโอปาสาทะ การปทิกมานพเป็นเด็กหนุ่มที่จังกีพราหมณ์ยกย่องว่า เป็นผู้มีความรู้คัมภีร์ต่างๆอย่างแตกฉาน เป็นพหูสูตรสามารถจะเจรจาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้าได้ กาปทิกมานพได้ทูลถามว่าทรงคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบทมนตร์โบราณของพวกพราหมณ์ ปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นการรักษา เป็นการรู้ เป็นการบรรลุสัจจะ และธรรมที่มีอุปการะมากแก่การบรรลุสัจจะเป็นอย่างไร ทรงตรัสตอบแต่ละข้อตามลำดับ กาปทิกมานพเกิดความเลื่อมใสแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>"จังกีสูตร"</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้ากับกาปทิกมานพ และจังกีพราหมณ์พร้อมด้วยคณะ ณ ป่าไม้สาละชื่อเทพวัน ทางทิศเหนือแห่งบ้านพราหมณ์ชื่อโอปาสาทะ การปทิกมานพเป็นเด็กหนุ่มที่จังกีพราหมณ์ยกย่องว่า เป็นผู้มีความรู้คัมภีร์ต่างๆอย่างแตกฉาน เป็นพหูสูตรสามารถจะเจรจาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้าได้ กาปทิกมานพได้ทูลถามว่าทรงคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบทมนตร์โบราณของพวกพราหมณ์ ปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นการรักษา เป็นการรู้ เป็นการบรรลุสัจจะ และธรรมที่มีอุปการะมากแก่การบรรลุสัจจะเป็นอย่างไร ทรงตรัสตอบแต่ละข้อตามลำดับ กาปทิกมานพเกิดความเลื่อมใสแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พระมหากัสสปะเถระ - กัสสปสังยุต [6846-4s]</title>
			<itunes:title>พระมหากัสสปะเถระ - กัสสปสังยุต [6846-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6914a81e7728b8766c4eb4b5/media.mp3" length="136992127" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6914a81e7728b8766c4eb4b5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6914a81e7728b8766c4eb4b5</link>
			<acast:episodeId>6914a81e7728b8766c4eb4b5</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMVnJyXXhnBVs/6RezO3x819dngTlfNxdw/ALNvw+EG+Av8S6/rt+8q4TnDwkZwQUooZ7c/7khLiRsDrv1BxnOH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สันตุฏฐสูตร(ความสันโดษ)</strong>ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เขตกรุงสาวัตถี ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระมหากัสสปะว่า พระมหากัสสปะนี้เป็นผู้สันโดษด้วยปัจจัย๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ไม่หลงติดใจในปัจจัย ๔ มองเห็นโทษและใช้สอยปัจจัย ๔ อย่างรู้คุณค่าด้วยปัญญญา ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามท่านพระมหากัสสปะ</p><p><strong>สูตร#2 อโนตตัปปิสูตร(ความไม่สะดุ้งกลัว)</strong> การสนทนาธรรมระหว่าง ท่านพระมหากัสสปะและท่านพระสารีบุตร ขณะอยู่ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตกรุงพาราณสี เกี่ยวกับบุคคล ๒ ประเภท ๑) บุคคลผู้ไม่มีความเพียรเครื่องเผากิเลส ไม่มีความสะดุ้งกลัวบาป เป็นผู้ไม่ควรเพื่อตรัสรู้และเพื่อนิพพาน ๒) บุคคลผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีความสะดุ้งกลัวบาป จึงเป็นผู้ควรเพื่อตรัสรู้และเพื่อนิพพาน</p><p><strong>สูตร#3 จันทูปมาสูตร</strong> (การเปรียบเทียบภิกษุกับดวงจันทร์) ทรงแสดงวิธีเข้าไปสู่ตระกูลของท่านพระมหากัสสปะโดยไม่ยึดติดในตระกูล เข้าไปสู่ตระกูลโดยมุ่งประโยชน์สุข ไม่เข้าไปเพื่อหวังลาภสักการะ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ไม่ติดในนภากาศ เมื่อทำได้อย่างนี้การเข้าไปสู่ตระกูลก็ไม่มีโทษ การแสดงธรรมก็บริสุทธิ</p><p><strong>สูตร#4 กุลูปกสูตร (ภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล)</strong> ทรงแสดงวิธีการเข้าสู่ตระกูลของท่านพระมหากัสสปะโดยไม่ยืดติดในปัจจัย ๔ และทรงแสดงคุณสมบัติของภิกษุผู้สมควรเข้าไปสู่ตระกูลและภิกษุผู้ไม่สมควรเข้าสู่ตระกูล คือ ไม่มุ่งหวังหรือมุ่งหวังในลาภและความเคารพนับถือของทายก และทรงแนะนำให้ภิกษุปฏิบัติตามพระมหากัสสปะ</p><p><strong>สูตร#5 ชิณณสูตร (ความแก่) </strong>ทรงสนทนากับพระมหากัสสปะ ณ เวฬุวัน ทรงปรารภความแก่ชราของท่านพระมหากัสสปะ จึงทรงแนะนำให้ท่านพระมหากัสสปะรับคหบดีจีวร รับโภชนะในที่นิมนต์และอยู่ในสำนักของพระองค์ แต่ท่านพระมหากัสสปะยืนยันที่จะอยู่ในป่าและถือธุดงควัตรเหมือนเดิม ด้วยเหตุผล ๒ ประการคือ การอยู่เป็นสุขในปัจจุบันและเพื่ออนุเคราะห์หมู่ชนในภายหลัง</p><p><strong>สูตร#6 โอวาทสูตร (การให้โอวาท)</strong> ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหากัสสปะกราบทูลว่า บัดนี้ ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอน เพราะได้เห็นสัทธิวิหาริกของพระอานนท์และสัทธิวิหาริกของพระอนุรุทธะกล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะ พระผู้มีพระภาคจึงทรงเรียกสัทธิวิหาริกนั้นมา ทรงไตร่ถามข้อเท็จจริง ภิกษุนั้นยอมรับ และขอให้ทรงให้อภัยโทษ ทรงตรัสยกโทษให้ เพราะเหตุที่เห็นความผิดเป็นความผิด แล้วแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อความเจริญในธรรมวินัยต่อไป</p><p><strong>สูตร#7 ทุติยโอวาทสูตร (การให้โอวาท สูตรที่ ๒)</strong> ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหากัสสปะกราบทูลว่า ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอน ทั้งไม่มีศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญาในกุศลธรรม จึงหวังความเจริญในธรรมไม่ได้ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ข้างแรมที่อับแสง ไม่เต็มดวง ไร้รัศมี การที่บุคคลไม่มีศรัทธานับเป็นความเสื่อม แต่ถ้ามีศรัทธา นับว่าเป็นความเจริญ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญเปล่งรัศมีเจิดจ้า ทรงอนุโมทนาภาษิตของท่านพระมหากัสสสปะ</p><p><strong>สูตร#8 ตติยโอวาทสูตร (การให้โอวาท สูตรที่ ๓)</strong> ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหาทัสสปะกราบทูลว่า ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพ ทรงเห็นด้วยกับคำกล่าวของท่านพระมหากัสสปะ แล้วทรงแสดงความประพฤติที่แตกต่างกันของภิกษุในครั้งก่อนกับภิกษุในสมัยปัจจุบัน</p><p><strong>สูตร#9 ปรัมมรณสูตร (ตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือไม่เกิด)</strong> พระมหากัสสปะสนทนาธรรมกับพระสารีบุตร โดยพระสารีบุตรเป็นผู้ถามท่านพระมหากัสสปะเกี่ยวกับอัตตา(ตัวตน)ตั้งเป็นคำถามได้ ๔ ประเด็น คือตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือ ตถาคตตายแล้วไม่เกิดอีกหรือ ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีกหรือ ตถาคตเกิดอีกก็มิใช่ไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ ท่านพระมหากัสสปะตอบว่า ปัญหาเหล่านี้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบเพราะทรงเห็นว่าไม่มีประโยชน์ปัญหาที่พระองค์ทรงตอบคือ ทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และปฏิปทาที่ให้ถึงความดับทุกข์ เพราะธรรมเหล่านี้มีประโยชน์ สงบระงับ ตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน<strong>สูตร#10 สัทธรรมปฏิรูปกสูตร (สัทธรรมปฏิรูป)</strong> ทรงแสดงต้นเหตุแห่งความเสื่อมและความเจริญแห่งสัทธรรมแก่ท่านพระมหากัสสปะว่า เหตุที่ทำให้สัทธรรมเสื่อมสูญมี ๕ ประการ คือ บริษัท ๔ ในธรรมวินัยนี้ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา และในสมาธิ ส่วนเหตุที่ทำให้สัทธรรมเจริญตั้งมั่นก็มีนัยตรงข้ามกับที่กล่าวแล้ว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สันตุฏฐสูตร(ความสันโดษ)</strong>ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เขตกรุงสาวัตถี ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระมหากัสสปะว่า พระมหากัสสปะนี้เป็นผู้สันโดษด้วยปัจจัย๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ไม่หลงติดใจในปัจจัย ๔ มองเห็นโทษและใช้สอยปัจจัย ๔ อย่างรู้คุณค่าด้วยปัญญญา ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามท่านพระมหากัสสปะ</p><p><strong>สูตร#2 อโนตตัปปิสูตร(ความไม่สะดุ้งกลัว)</strong> การสนทนาธรรมระหว่าง ท่านพระมหากัสสปะและท่านพระสารีบุตร ขณะอยู่ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตกรุงพาราณสี เกี่ยวกับบุคคล ๒ ประเภท ๑) บุคคลผู้ไม่มีความเพียรเครื่องเผากิเลส ไม่มีความสะดุ้งกลัวบาป เป็นผู้ไม่ควรเพื่อตรัสรู้และเพื่อนิพพาน ๒) บุคคลผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีความสะดุ้งกลัวบาป จึงเป็นผู้ควรเพื่อตรัสรู้และเพื่อนิพพาน</p><p><strong>สูตร#3 จันทูปมาสูตร</strong> (การเปรียบเทียบภิกษุกับดวงจันทร์) ทรงแสดงวิธีเข้าไปสู่ตระกูลของท่านพระมหากัสสปะโดยไม่ยึดติดในตระกูล เข้าไปสู่ตระกูลโดยมุ่งประโยชน์สุข ไม่เข้าไปเพื่อหวังลาภสักการะ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ไม่ติดในนภากาศ เมื่อทำได้อย่างนี้การเข้าไปสู่ตระกูลก็ไม่มีโทษ การแสดงธรรมก็บริสุทธิ</p><p><strong>สูตร#4 กุลูปกสูตร (ภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล)</strong> ทรงแสดงวิธีการเข้าสู่ตระกูลของท่านพระมหากัสสปะโดยไม่ยืดติดในปัจจัย ๔ และทรงแสดงคุณสมบัติของภิกษุผู้สมควรเข้าไปสู่ตระกูลและภิกษุผู้ไม่สมควรเข้าสู่ตระกูล คือ ไม่มุ่งหวังหรือมุ่งหวังในลาภและความเคารพนับถือของทายก และทรงแนะนำให้ภิกษุปฏิบัติตามพระมหากัสสปะ</p><p><strong>สูตร#5 ชิณณสูตร (ความแก่) </strong>ทรงสนทนากับพระมหากัสสปะ ณ เวฬุวัน ทรงปรารภความแก่ชราของท่านพระมหากัสสปะ จึงทรงแนะนำให้ท่านพระมหากัสสปะรับคหบดีจีวร รับโภชนะในที่นิมนต์และอยู่ในสำนักของพระองค์ แต่ท่านพระมหากัสสปะยืนยันที่จะอยู่ในป่าและถือธุดงควัตรเหมือนเดิม ด้วยเหตุผล ๒ ประการคือ การอยู่เป็นสุขในปัจจุบันและเพื่ออนุเคราะห์หมู่ชนในภายหลัง</p><p><strong>สูตร#6 โอวาทสูตร (การให้โอวาท)</strong> ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหากัสสปะกราบทูลว่า บัดนี้ ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอน เพราะได้เห็นสัทธิวิหาริกของพระอานนท์และสัทธิวิหาริกของพระอนุรุทธะกล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะ พระผู้มีพระภาคจึงทรงเรียกสัทธิวิหาริกนั้นมา ทรงไตร่ถามข้อเท็จจริง ภิกษุนั้นยอมรับ และขอให้ทรงให้อภัยโทษ ทรงตรัสยกโทษให้ เพราะเหตุที่เห็นความผิดเป็นความผิด แล้วแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อความเจริญในธรรมวินัยต่อไป</p><p><strong>สูตร#7 ทุติยโอวาทสูตร (การให้โอวาท สูตรที่ ๒)</strong> ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหากัสสปะกราบทูลว่า ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอน ทั้งไม่มีศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญาในกุศลธรรม จึงหวังความเจริญในธรรมไม่ได้ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ข้างแรมที่อับแสง ไม่เต็มดวง ไร้รัศมี การที่บุคคลไม่มีศรัทธานับเป็นความเสื่อม แต่ถ้ามีศรัทธา นับว่าเป็นความเจริญ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญเปล่งรัศมีเจิดจ้า ทรงอนุโมทนาภาษิตของท่านพระมหากัสสสปะ</p><p><strong>สูตร#8 ตติยโอวาทสูตร (การให้โอวาท สูตรที่ ๓)</strong> ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหาทัสสปะกราบทูลว่า ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพ ทรงเห็นด้วยกับคำกล่าวของท่านพระมหากัสสปะ แล้วทรงแสดงความประพฤติที่แตกต่างกันของภิกษุในครั้งก่อนกับภิกษุในสมัยปัจจุบัน</p><p><strong>สูตร#9 ปรัมมรณสูตร (ตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือไม่เกิด)</strong> พระมหากัสสปะสนทนาธรรมกับพระสารีบุตร โดยพระสารีบุตรเป็นผู้ถามท่านพระมหากัสสปะเกี่ยวกับอัตตา(ตัวตน)ตั้งเป็นคำถามได้ ๔ ประเด็น คือตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือ ตถาคตตายแล้วไม่เกิดอีกหรือ ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีกหรือ ตถาคตเกิดอีกก็มิใช่ไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ ท่านพระมหากัสสปะตอบว่า ปัญหาเหล่านี้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบเพราะทรงเห็นว่าไม่มีประโยชน์ปัญหาที่พระองค์ทรงตอบคือ ทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และปฏิปทาที่ให้ถึงความดับทุกข์ เพราะธรรมเหล่านี้มีประโยชน์ สงบระงับ ตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน<strong>สูตร#10 สัทธรรมปฏิรูปกสูตร (สัทธรรมปฏิรูป)</strong> ทรงแสดงต้นเหตุแห่งความเสื่อมและความเจริญแห่งสัทธรรมแก่ท่านพระมหากัสสปะว่า เหตุที่ทำให้สัทธรรมเสื่อมสูญมี ๕ ประการ คือ บริษัท ๔ ในธรรมวินัยนี้ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา และในสมาธิ ส่วนเหตุที่ทำให้สัทธรรมเจริญตั้งมั่นก็มีนัยตรงข้ามกับที่กล่าวแล้ว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ - มาคัณฑิยสูตร [6845-4s]</title>
			<itunes:title>ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ - มาคัณฑิยสูตร [6845-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/690b4c35317c91fd9a71ea87/media.mp3" length="26479481" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">690b4c35317c91fd9a71ea87</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/690b4c35317c91fd9a71ea87</link>
			<acast:episodeId>690b4c35317c91fd9a71ea87</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMwWNtBRjiTwIK0+c3++uvqtTRKzjbvGBEHXyMdIrQ7VnzJJtOJqCSuFoGbNYHd4nBpyH/Ed4lzanjIRoZINCGC]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>45</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>มาคัณฑิยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ขณะประทับอยู่ที่โรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร ในนิคมของชาวกุรุชื่อกัมมาสธัมมะ มาคัณฑิยปริพาชกเข้าไปขออาศัยโรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร และเมื่อปริพาชกทราบว่าทรงประทับอยู่ก่อนแล้วจึงกล่าวกับพราหมณ์ว่า การเห็นที่นอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอัปมงคล และกล่าวหาว่าพระองค์เป็นผู้ทำลายความเจริญ </p><br><p>พระพุทธเจ้าทรงสดับการสนทนานั้นด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์จึงเสด็จกลับมายังโรงบูชาไฟ ทรงตรัสถามมาคัณฑิยปริพาชกเรื่องการสำรวมอินทรีย์ และทรงเล่าถึงเมื่อยังทรงเป็นคฤหัสถ์ เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ 5 ประการ ต่อมาทรงรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากกามทั้งหลาย ละตัณหาได้ บรรเทาความเร่าร้อนที่เกิดเพราะกามได้ มีจิตสงบ เพราะได้รับสุขระดับสุขทิพย์</p><br><p>จากนั้นทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบผู้บริโภคกามเหมือนคนเป็นโรคเรื้อน เหมือนคนตาบอด ทรงตรัสว่าการที่มาคัณฑิยปริพาชกกล่าวว่า ร่างกายที่ไม่มีโรค เป็นความไม่มีโรค เป็นนิพพานนั้น เป็นการกล่าวโดยไม่มีจักษุอย่างที่พระอริยบุคคลมี มาคัณฑิยปริพาชกจึงกราบทูลให้ทรงแสดงธรรมเพื่อให้ตนไม่เป็นคนตาบอด ทรงตรัสแนะนำให้คบสัตบุรุษ ฟังธรรมจากท่านและปฏิบัติตาม เมื่อทรงแสดงธรรมจบ มาคัณฑิยปริพาชกจึงขออุปสมบท และต่อมาท่านพระมาคัณฑิยะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>มาคัณฑิยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ขณะประทับอยู่ที่โรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร ในนิคมของชาวกุรุชื่อกัมมาสธัมมะ มาคัณฑิยปริพาชกเข้าไปขออาศัยโรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร และเมื่อปริพาชกทราบว่าทรงประทับอยู่ก่อนแล้วจึงกล่าวกับพราหมณ์ว่า การเห็นที่นอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอัปมงคล และกล่าวหาว่าพระองค์เป็นผู้ทำลายความเจริญ </p><br><p>พระพุทธเจ้าทรงสดับการสนทนานั้นด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์จึงเสด็จกลับมายังโรงบูชาไฟ ทรงตรัสถามมาคัณฑิยปริพาชกเรื่องการสำรวมอินทรีย์ และทรงเล่าถึงเมื่อยังทรงเป็นคฤหัสถ์ เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ 5 ประการ ต่อมาทรงรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากกามทั้งหลาย ละตัณหาได้ บรรเทาความเร่าร้อนที่เกิดเพราะกามได้ มีจิตสงบ เพราะได้รับสุขระดับสุขทิพย์</p><br><p>จากนั้นทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบผู้บริโภคกามเหมือนคนเป็นโรคเรื้อน เหมือนคนตาบอด ทรงตรัสว่าการที่มาคัณฑิยปริพาชกกล่าวว่า ร่างกายที่ไม่มีโรค เป็นความไม่มีโรค เป็นนิพพานนั้น เป็นการกล่าวโดยไม่มีจักษุอย่างที่พระอริยบุคคลมี มาคัณฑิยปริพาชกจึงกราบทูลให้ทรงแสดงธรรมเพื่อให้ตนไม่เป็นคนตาบอด ทรงตรัสแนะนำให้คบสัตบุรุษ ฟังธรรมจากท่านและปฏิบัติตาม เมื่อทรงแสดงธรรมจบ มาคัณฑิยปริพาชกจึงขออุปสมบท และต่อมาท่านพระมาคัณฑิยะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การตายของคหบดี - จิตตสังยุต ตอนที่ ๒ [6844-4s]</title>
			<itunes:title>การตายของคหบดี - จิตตสังยุต ตอนที่ ๒ [6844-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Oct 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:53</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/690239f9e5f14b413118188a/media.mp3" length="129348649" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">690239f9e5f14b413118188a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/690239f9e5f14b413118188a</link>
			<acast:episodeId>690239f9e5f14b413118188a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesM43gc1KPpkALApvapZoabIPbjQ/K20RIcfCq078uL22fcLxSkNjRZfsbiVba8eP5fyQG9Cp34DCgsOfSeMDnlw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อิสิทัตตสูตรที่ ๒ ว่าด้วยพระบวชใหม่ชื่ออิสิทัตตสูตร</strong> จิตตคหบดีถามพระเถระทั้งหลายว่า เมื่อมีอะไร ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร จึงไม่มี พระอิสิทัตตะขออนุญาตตอบแทนว่า เมื่อมีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ ๖๒ จึงมี เมื่อไม่มี สักกายทิฏฐิจึงไม่มี พร้อมทั้งอธิบายว่า สักกายทิฏฐิมีได้เพราะเห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา ถ้าไม่เห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา สักกายทิฎฐิก็มีไม่ได้ คำตอบนี้ทำให้จิตตคหบดีพอใจ จึงได้รู้จักกันว่า ทั้งสองเป็นสหายกันมานแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นกัน</p><br><p><strong>สูตร#2 มหกปาฏิหาริยสูตร ว่าด้วยพระมหกะแสดงปาฏิหาริย์</strong> คือพระมหกะผู้เป็นพระบวชใหม่ในคณะสงฆ์ที่มาพักในอัมพาฎกวันของจิตตคหบดี แต่เป็นผู้มีฤทธิ์มาก สามารถแสดงฤทธิ์ให้มีลมเย็นและฝนตกลงมาขจัดความร้อนในขณะนั้นได้ จิตตคหบดีเห็นแล้วนิมนต์ให้แสดงฤทธิ์ให้ดูบ้าง โดยได้บันดาลฤทธิ์ให้เปลวไฟออกทางช่องลูกดาลและระหว่างกลอนประตู ให้ไหม้หญ้า แต่ไม่ให้ไหม้ผ้าห่ม จิตตคหบดีตกใจสลัดผ้าห่ม และกล่าวว่า พอได้แล้ว และถวายตัวเป็นอุปัฏฐาก</p><br><p><strong>สูตร#3 โคทัตตสูตร</strong> ท่านพระโคทัตตะขณะพักอยู่ที่อัมพาฏกวันถามจิตตคหบดีว่า อัปปมาณาเจโตวิมุตติ อากิญจัญญาเจโตวิมุตติ สุญญตาเจโตวิมุตติ และอนิมิตตาเจโตวิมุตติมีอรรถต่างกัน มีพยัญชนะต่างกันหรือมีอรรถอย่างเดียวกันต่างกันแต่พยัญชนะ จิตตคหบดีตอบแยกเป็น ๒ ประเด็นคือ เหตุที่ทำให้ธรรม ๔ ประการนี้ต่างกันทั้งธรรถและพยัญชนะก็มีอยู่ และหตุที่ทำให้มีอรรถอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะก็มีอยู่ แล้วอธิบายเหตุเหล่านั้นโดยละเอียด</p><br><p><strong>สูตร#4 นิคัณฐนาฏปุตตสูตร</strong> นิครนถ์นาฏบุตรขณะไปพักที่อัมพาฎกวัน พร้อมด้วยนิครนถบริษัท ได้ถามจิตตคหบดีว่า <em>"ท่านเชื่อหรือไม่ว่า สมณโคดมมีสมาธิที่ไม่มีวิตก วิจาร มีความดับวิตก วิจาร"</em> เมื่อจิตตคหบดีตอบว่า ไม่เชื่อ นิครนถ์ นาฏบุตรจึงกล่าวยกย่องชมเชยให้บริษัทของตนฟังว่า คหบดีนี้เป็นคนตรง ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา แต่เมื่อจิตตคหบดีขยายความว่า ที่ไม่เชื่อพระสมณโคดมอย่างนั้น เพราะตัวเองก็ได้บรรลุฌานเหล่านั้นแล้ว จึงไม่ต้องเชื่อสมณพราหมณ์ใด ๆนิครนถ์ นาฏบุตรจึงพูดกลับคำว่า จิตตคหบดีเป็นคนไม่ตรง โอ้อวด มีมารยา</p><br><p><strong>สูตร#5 อเจลกัสสปสูตร </strong>อเจลกัสสปะผู้เป็นสหายเก่า ของจิตตคหบดีได้มาพักที่อัมพาฎกวัน จิตตคหบดีทราบ จึงไปสนทนาธรรมด้วยความสนิทสนมยิ่ง อเจลกัสสปะยอมรับว่าได้บวชเป็นนักบวชเปลือยมา ๓๐ ปีแล้วไม่ได้ญาณทัสสนะอันประเสริฐอะไรเลย ซึ่งต่างกับจิตตคหบดีที่ยืนยันว่าได้เป็นอุบาสกของพระพุทธเจ้ามา ๓๐ ปี และได้บรรลุฌานสมาบัติชั้นสูง ในที่สุดจิตตคหบดีนำสหายเก่าไปขอบรรพชาอุปสมบทกับพระรูปหนึ่ง และไม่นานท่านพระกัสสปะก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์</p><br><p><strong>สูตร#6 คิลานทัสสนสูตร</strong> ขณะนั้นจิตตคหบดีป่วยหนัก มีเทวดาจำนวนมากที่สถิตอยู่ในป่า ที่ต้นไม้ ต้นหญ้า และต้นไม้ที่เป็นเจ้าป่าได้มาเยี่ยมไข้ และได้กล่าวแนะนำให้จิตตคหบดีปรารถนาขอไปเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ซึ่งจิตตคหบดีตอบว่า ไม่ต้องการ เพราะไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ต้องละจากไป พวกญาติมิตรสหายที่มาเยี่ยมเข้าใจว่าจิตตคหบดีบ่นเพ้อเพราะพิษไข้ จึงพูดปลอบใจ จิตตคหบดีจึงเล่าเรื่องให้คนเหล่านั้นฟัง และสอนให้คนเหล่านั้นมีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยและการให้ทาน จากนั้นท่านจิตตคหบดีได้ตายไป&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อิสิทัตตสูตรที่ ๒ ว่าด้วยพระบวชใหม่ชื่ออิสิทัตตสูตร</strong> จิตตคหบดีถามพระเถระทั้งหลายว่า เมื่อมีอะไร ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร จึงไม่มี พระอิสิทัตตะขออนุญาตตอบแทนว่า เมื่อมีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ ๖๒ จึงมี เมื่อไม่มี สักกายทิฏฐิจึงไม่มี พร้อมทั้งอธิบายว่า สักกายทิฏฐิมีได้เพราะเห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา ถ้าไม่เห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา สักกายทิฎฐิก็มีไม่ได้ คำตอบนี้ทำให้จิตตคหบดีพอใจ จึงได้รู้จักกันว่า ทั้งสองเป็นสหายกันมานแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นกัน</p><br><p><strong>สูตร#2 มหกปาฏิหาริยสูตร ว่าด้วยพระมหกะแสดงปาฏิหาริย์</strong> คือพระมหกะผู้เป็นพระบวชใหม่ในคณะสงฆ์ที่มาพักในอัมพาฎกวันของจิตตคหบดี แต่เป็นผู้มีฤทธิ์มาก สามารถแสดงฤทธิ์ให้มีลมเย็นและฝนตกลงมาขจัดความร้อนในขณะนั้นได้ จิตตคหบดีเห็นแล้วนิมนต์ให้แสดงฤทธิ์ให้ดูบ้าง โดยได้บันดาลฤทธิ์ให้เปลวไฟออกทางช่องลูกดาลและระหว่างกลอนประตู ให้ไหม้หญ้า แต่ไม่ให้ไหม้ผ้าห่ม จิตตคหบดีตกใจสลัดผ้าห่ม และกล่าวว่า พอได้แล้ว และถวายตัวเป็นอุปัฏฐาก</p><br><p><strong>สูตร#3 โคทัตตสูตร</strong> ท่านพระโคทัตตะขณะพักอยู่ที่อัมพาฏกวันถามจิตตคหบดีว่า อัปปมาณาเจโตวิมุตติ อากิญจัญญาเจโตวิมุตติ สุญญตาเจโตวิมุตติ และอนิมิตตาเจโตวิมุตติมีอรรถต่างกัน มีพยัญชนะต่างกันหรือมีอรรถอย่างเดียวกันต่างกันแต่พยัญชนะ จิตตคหบดีตอบแยกเป็น ๒ ประเด็นคือ เหตุที่ทำให้ธรรม ๔ ประการนี้ต่างกันทั้งธรรถและพยัญชนะก็มีอยู่ และหตุที่ทำให้มีอรรถอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะก็มีอยู่ แล้วอธิบายเหตุเหล่านั้นโดยละเอียด</p><br><p><strong>สูตร#4 นิคัณฐนาฏปุตตสูตร</strong> นิครนถ์นาฏบุตรขณะไปพักที่อัมพาฎกวัน พร้อมด้วยนิครนถบริษัท ได้ถามจิตตคหบดีว่า <em>"ท่านเชื่อหรือไม่ว่า สมณโคดมมีสมาธิที่ไม่มีวิตก วิจาร มีความดับวิตก วิจาร"</em> เมื่อจิตตคหบดีตอบว่า ไม่เชื่อ นิครนถ์ นาฏบุตรจึงกล่าวยกย่องชมเชยให้บริษัทของตนฟังว่า คหบดีนี้เป็นคนตรง ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา แต่เมื่อจิตตคหบดีขยายความว่า ที่ไม่เชื่อพระสมณโคดมอย่างนั้น เพราะตัวเองก็ได้บรรลุฌานเหล่านั้นแล้ว จึงไม่ต้องเชื่อสมณพราหมณ์ใด ๆนิครนถ์ นาฏบุตรจึงพูดกลับคำว่า จิตตคหบดีเป็นคนไม่ตรง โอ้อวด มีมารยา</p><br><p><strong>สูตร#5 อเจลกัสสปสูตร </strong>อเจลกัสสปะผู้เป็นสหายเก่า ของจิตตคหบดีได้มาพักที่อัมพาฎกวัน จิตตคหบดีทราบ จึงไปสนทนาธรรมด้วยความสนิทสนมยิ่ง อเจลกัสสปะยอมรับว่าได้บวชเป็นนักบวชเปลือยมา ๓๐ ปีแล้วไม่ได้ญาณทัสสนะอันประเสริฐอะไรเลย ซึ่งต่างกับจิตตคหบดีที่ยืนยันว่าได้เป็นอุบาสกของพระพุทธเจ้ามา ๓๐ ปี และได้บรรลุฌานสมาบัติชั้นสูง ในที่สุดจิตตคหบดีนำสหายเก่าไปขอบรรพชาอุปสมบทกับพระรูปหนึ่ง และไม่นานท่านพระกัสสปะก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์</p><br><p><strong>สูตร#6 คิลานทัสสนสูตร</strong> ขณะนั้นจิตตคหบดีป่วยหนัก มีเทวดาจำนวนมากที่สถิตอยู่ในป่า ที่ต้นไม้ ต้นหญ้า และต้นไม้ที่เป็นเจ้าป่าได้มาเยี่ยมไข้ และได้กล่าวแนะนำให้จิตตคหบดีปรารถนาขอไปเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ซึ่งจิตตคหบดีตอบว่า ไม่ต้องการ เพราะไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ต้องละจากไป พวกญาติมิตรสหายที่มาเยี่ยมเข้าใจว่าจิตตคหบดีบ่นเพ้อเพราะพิษไข้ จึงพูดปลอบใจ จิตตคหบดีจึงเล่าเรื่องให้คนเหล่านั้นฟัง และสอนให้คนเหล่านั้นมีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยและการให้ทาน จากนั้นท่านจิตตคหบดีได้ตายไป&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ - มหาอัสสปุรสูตร และ มหาสกุลุทายิสูตร [6843-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ - มหาอัสสปุรสูตร และ มหาสกุลุทายิสูตร [6843-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:05</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68f911317dfbce55d9716116/media.mp3" length="137031234" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68f911317dfbce55d9716116</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68f911317dfbce55d9716116</link>
			<acast:episodeId>68f911317dfbce55d9716116</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOMUf/cMzQ+ETETK1IhwoKaaZ1TwsLB0q3J05uubm9Fi/P8gw0uUqT2QQ3VXbSCUfby9n1S8/2VI142mVtlqNiu]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>43</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาอัสสปุรสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่อัสสปุรนิคมของราชกุมารชาวอังคะ แคว้นอังคะ ชาวนิคมนั้นมีความศรัทธาในพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง </p><p>จึงทรงตรัสสอนภิกษุเรื่อง ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ และเป็นพราหมณ์ ได้แก่ หิริโอตตัปปะ(ความละอายและความเกรงกลัวต่อความชั่ว) </p><p>กายสมาจารบริสุทธิ์ วจีสมาจารบริสุทธิ์ มโนสมาจารบริสุทธิ์ อาชีวะบริสุทธิ์ การสำรวมอินทรีย์ การรู้จักประมาณในโภชนะ ตื่นบำเพ็ญเพียรอย่างต่อเนื่อง เจริญสติสัมปชัญญะ ละนิวรณ์ 5</p><p>หลักธรรมนี้ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน จากต่ำไปหาสูงที่ทรงเรียกว่า กิจที่ควรทำให้ยิ่งขึ้นไป จนกระทั่งถึงสมาธิและปัญญา</p><br><p><strong>สูตร#2 มหาสกุลุทายิสูตร ตอน ธรรมเป็นเหตุให้ทำความเคารพประการอื่น ๆ</strong> คือ ทรงมีอธิศีล ทรงมีญาณทัสสนะ ทรงมีอธิปัญญา ทรงสามารถตรัสตอบปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 ทรงสามารถตรัสบอกข้อปฏิบัติที่ทำให้บรรลุที่สุดแห่งอภิญญา และอภิญญาบารมี (อรหัตตผล) คือ โพธิปักขิยธรรม 37 วิโมกข์ 8 อภิภายตนะ 8 กสินายตนะ 10 ฌาน 4 และวิชชา 8</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาอัสสปุรสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่อัสสปุรนิคมของราชกุมารชาวอังคะ แคว้นอังคะ ชาวนิคมนั้นมีความศรัทธาในพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง </p><p>จึงทรงตรัสสอนภิกษุเรื่อง ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ และเป็นพราหมณ์ ได้แก่ หิริโอตตัปปะ(ความละอายและความเกรงกลัวต่อความชั่ว) </p><p>กายสมาจารบริสุทธิ์ วจีสมาจารบริสุทธิ์ มโนสมาจารบริสุทธิ์ อาชีวะบริสุทธิ์ การสำรวมอินทรีย์ การรู้จักประมาณในโภชนะ ตื่นบำเพ็ญเพียรอย่างต่อเนื่อง เจริญสติสัมปชัญญะ ละนิวรณ์ 5</p><p>หลักธรรมนี้ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน จากต่ำไปหาสูงที่ทรงเรียกว่า กิจที่ควรทำให้ยิ่งขึ้นไป จนกระทั่งถึงสมาธิและปัญญา</p><br><p><strong>สูตร#2 มหาสกุลุทายิสูตร ตอน ธรรมเป็นเหตุให้ทำความเคารพประการอื่น ๆ</strong> คือ ทรงมีอธิศีล ทรงมีญาณทัสสนะ ทรงมีอธิปัญญา ทรงสามารถตรัสตอบปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 ทรงสามารถตรัสบอกข้อปฏิบัติที่ทำให้บรรลุที่สุดแห่งอภิญญา และอภิญญาบารมี (อรหัตตผล) คือ โพธิปักขิยธรรม 37 วิโมกข์ 8 อภิภายตนะ 8 กสินายตนะ 10 ฌาน 4 และวิชชา 8</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญาจิตตคหบดี - จิตตสังยุต ตอนที่ ๑ [6842-4s]</title>
			<itunes:title>ปัญญาจิตตคหบดี - จิตตสังยุต ตอนที่ ๑ [6842-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 Oct 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68efca2aead096a61045bff4/media.mp3" length="142898458" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68efca2aead096a61045bff4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68efca2aead096a61045bff4</link>
			<acast:episodeId>68efca2aead096a61045bff4</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOsavwmCB6OC3eLWVq488rafYKR1Ljm06qdo0pGGmARy5HbvU+ofz7hTk0NsFESUYikZeudOadUbjE6xuAMk1qI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>42</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#๑ สัญโญชนสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างจิตตคหบดีกับภิกษุผู้เป็นเถระทั้งหลาย ณ อัมพาฏกวัน เรื่องสังโยชน์กับธรรมที่เกื้อกูลแก่สังโยชน์ว่าต่างกันหรือไม่ จิตตคหบดีเห็นว่าต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ โดยอุปมาเรื่องโค ๒ ตัว คือ โคดำกับโคขาวที่เขาผูกเชือกรวมกันไว้ โคทั้งสองเเม้จะเกี่ยวเนื่องกันเพราะเชือก แต่จริงๆไม่เหมือนกันเลย ข้อนี้ฉันใด อายตนะภายในกับอายตนะภายนอกต่างกัน แต่เพราะอาศัยอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก ฉันทราคะจึงเกิด อายตนะภายในกับอายตนะภายนอกจึงเกี่ยวเนื่องในฉันทราคะนั้นก็ฉันนั้น</p><p><strong>สูตร#๒ ปฐมอิสิทัตตสูตร อิสิทัตตะ สูตรที่ ๑</strong> จิตตคหบดีได้เข้าไปหาพระเถระ และได้เรียนถามพระเถระทั้งหลายว่า ธาตุ คืออะไร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่าธาตุต่างๆไว้เพียงเท่าไร พระเถระนิ่งไม่ตอบ ขณะนั้นท่านพระอิสิทัตตะซึ่งเป็นพระบวชใหม่ขออนุญาตตอบแทนว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสธาตุต่างๆไว้ดังนี้ คือ ธาตุ ๑๘ มี จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ เป็นต้น</p><p><strong>สูตร#๓ อิสิทัตตะสูตรที่ ๒</strong> จิตตคหบดีได้เข้าไปหาพระเถระอยู่ที่อัมพาฏกวัน ถามพระเถระทั้งหลายว่า เมื่อมีอะไร ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร จึงไม่มี พระเถระนิ่งไม่ตอบ ขณะนั้นพระอิสิทัตตะขออนุญาตตอบแทนว่า เมื่อมีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ ๖๒ จึงมี เมื่อไม่มีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ๖๒ จึงไม่มี พร้อมทั้งอธิบายว่า สักกายทิฏฐิมีได้เพราะเห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา ถ้าไม่เห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา สักกายทิฎฐิก็มีไม่ได้ คำตอบนี้ทำให้จิตตคหบดีพอใจ จึงได้รู้จักกันว่า ทั้งสองเป็นสหายกันมานแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นกัน</p><p><strong>สูตร#๔ มหกปาฏิหาริยสูตร ว่าด้วยพระมหกะแสดงปาฏิหาริย์ </strong>คือ พระมหกะผู้เป็นพระบวชใหม่ในคณะสงฆ์ที่มาพักในอัมพาฎกวันของจิตคคทบดี แต่เป็นผู้มีฤทธิ์มาก สามารถแสดงฤทธิ์ให้มีลมเย็นและฝนตกลงมาขจัดความร้อนในขณะนั้นได้</p><p>จิตตคหบดีเห็นแล้วนิมนต์ให้แสดงฤทธิ์ให้ดูบ้าง โดยได้บันดาลฤทธิ์ให้เปลวไฟออกทางช่องลูกดาลและระหว่างกลอนประตู ให้ไหม้หญ้า แต่ไม่ให้ไหม้ผ้าห่ม</p><p><strong>สูตร#๕ ปฐมกามภูสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระกามภูและจิตตคหบดีที่อัมพาฎกวัน โดยท่านพระกามภูยกพระคาถาพุทธภาษิตบทหนึ่งขึ้นถามจิตตคหบดีเกี่ยวกับอุปมา "รถ" ว่า เข้าใจว่าอย่างไร จิตตคหบดีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงอธิบายความหมายของพระคาถานั้น</p><p><strong>สูตร#๖ ทุติยกามภูสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระกามภูและจิตตคหบดีที่อัมพาฎกวัน โดยท่านจิตตคหบดีเป็นผู้ถามปัญหาธรรม ท่านพระกามภูเป็นผู้ตอบ เรื่องสังขาร ๓ ประเภทคือ กายสังขาร วจีสังขาร และจิตตสังขาร การถามตอบเป็นไปอย่างละเอียดลึกซึ้ง ด้วยการถามปัญหาที่ยิ่งๆขึ้นไป</p><p><strong>สูตร#๗ โคทัตตสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระโคทัตตะและจิตตคหบดี ขณะพักอยู่ที่อัมพาฏกวัน ถามจิตตคหบดีว่า อัปปมาณาเจโตวิมุตติ อากิญจัญญาเจโตวิมุตติสุญญตาเจโตวิมุตติ และอนิมิตตาเจโตวิมุตติมีอรรถต่างกัน มีพยัญชนะต่างกัน หรือมีอรรถอย่างเดียวกันต่างกันแต่พยัญชนะ จิตตคหบดีตอบแยกเป็น ๒ ประเด็น คือ เหตุที่ทำให้ธรรม ๔ ประการนี้ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะก็มีอยู่ และเหตุที่ทำให้มีอรรถอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะก็มีอยู่ แล้วอธิบายเหตุเหล่านั้นโดยละเอียด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#๑ สัญโญชนสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างจิตตคหบดีกับภิกษุผู้เป็นเถระทั้งหลาย ณ อัมพาฏกวัน เรื่องสังโยชน์กับธรรมที่เกื้อกูลแก่สังโยชน์ว่าต่างกันหรือไม่ จิตตคหบดีเห็นว่าต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ โดยอุปมาเรื่องโค ๒ ตัว คือ โคดำกับโคขาวที่เขาผูกเชือกรวมกันไว้ โคทั้งสองเเม้จะเกี่ยวเนื่องกันเพราะเชือก แต่จริงๆไม่เหมือนกันเลย ข้อนี้ฉันใด อายตนะภายในกับอายตนะภายนอกต่างกัน แต่เพราะอาศัยอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก ฉันทราคะจึงเกิด อายตนะภายในกับอายตนะภายนอกจึงเกี่ยวเนื่องในฉันทราคะนั้นก็ฉันนั้น</p><p><strong>สูตร#๒ ปฐมอิสิทัตตสูตร อิสิทัตตะ สูตรที่ ๑</strong> จิตตคหบดีได้เข้าไปหาพระเถระ และได้เรียนถามพระเถระทั้งหลายว่า ธาตุ คืออะไร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่าธาตุต่างๆไว้เพียงเท่าไร พระเถระนิ่งไม่ตอบ ขณะนั้นท่านพระอิสิทัตตะซึ่งเป็นพระบวชใหม่ขออนุญาตตอบแทนว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสธาตุต่างๆไว้ดังนี้ คือ ธาตุ ๑๘ มี จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ เป็นต้น</p><p><strong>สูตร#๓ อิสิทัตตะสูตรที่ ๒</strong> จิตตคหบดีได้เข้าไปหาพระเถระอยู่ที่อัมพาฏกวัน ถามพระเถระทั้งหลายว่า เมื่อมีอะไร ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร จึงไม่มี พระเถระนิ่งไม่ตอบ ขณะนั้นพระอิสิทัตตะขออนุญาตตอบแทนว่า เมื่อมีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ ๖๒ จึงมี เมื่อไม่มีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ๖๒ จึงไม่มี พร้อมทั้งอธิบายว่า สักกายทิฏฐิมีได้เพราะเห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา ถ้าไม่เห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา สักกายทิฎฐิก็มีไม่ได้ คำตอบนี้ทำให้จิตตคหบดีพอใจ จึงได้รู้จักกันว่า ทั้งสองเป็นสหายกันมานแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นกัน</p><p><strong>สูตร#๔ มหกปาฏิหาริยสูตร ว่าด้วยพระมหกะแสดงปาฏิหาริย์ </strong>คือ พระมหกะผู้เป็นพระบวชใหม่ในคณะสงฆ์ที่มาพักในอัมพาฎกวันของจิตคคทบดี แต่เป็นผู้มีฤทธิ์มาก สามารถแสดงฤทธิ์ให้มีลมเย็นและฝนตกลงมาขจัดความร้อนในขณะนั้นได้</p><p>จิตตคหบดีเห็นแล้วนิมนต์ให้แสดงฤทธิ์ให้ดูบ้าง โดยได้บันดาลฤทธิ์ให้เปลวไฟออกทางช่องลูกดาลและระหว่างกลอนประตู ให้ไหม้หญ้า แต่ไม่ให้ไหม้ผ้าห่ม</p><p><strong>สูตร#๕ ปฐมกามภูสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระกามภูและจิตตคหบดีที่อัมพาฎกวัน โดยท่านพระกามภูยกพระคาถาพุทธภาษิตบทหนึ่งขึ้นถามจิตตคหบดีเกี่ยวกับอุปมา "รถ" ว่า เข้าใจว่าอย่างไร จิตตคหบดีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงอธิบายความหมายของพระคาถานั้น</p><p><strong>สูตร#๖ ทุติยกามภูสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระกามภูและจิตตคหบดีที่อัมพาฎกวัน โดยท่านจิตตคหบดีเป็นผู้ถามปัญหาธรรม ท่านพระกามภูเป็นผู้ตอบ เรื่องสังขาร ๓ ประเภทคือ กายสังขาร วจีสังขาร และจิตตสังขาร การถามตอบเป็นไปอย่างละเอียดลึกซึ้ง ด้วยการถามปัญหาที่ยิ่งๆขึ้นไป</p><p><strong>สูตร#๗ โคทัตตสูตร</strong> เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระโคทัตตะและจิตตคหบดี ขณะพักอยู่ที่อัมพาฏกวัน ถามจิตตคหบดีว่า อัปปมาณาเจโตวิมุตติ อากิญจัญญาเจโตวิมุตติสุญญตาเจโตวิมุตติ และอนิมิตตาเจโตวิมุตติมีอรรถต่างกัน มีพยัญชนะต่างกัน หรือมีอรรถอย่างเดียวกันต่างกันแต่พยัญชนะ จิตตคหบดีตอบแยกเป็น ๒ ประเด็น คือ เหตุที่ทำให้ธรรม ๔ ประการนี้ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะก็มีอยู่ และเหตุที่ทำให้มีอรรถอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะก็มีอยู่ แล้วอธิบายเหตุเหล่านั้นโดยละเอียด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มายาเครื่องกลับใจ - อุปาลิวาทสูตร [6841-4s]</title>
			<itunes:title>มายาเครื่องกลับใจ - อุปาลิวาทสูตร [6841-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Oct 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68e681b0f513ad2b8116c68a/media.mp3" length="138009169" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68e681b0f513ad2b8116c68a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68e681b0f513ad2b8116c68a</link>
			<acast:episodeId>68e681b0f513ad2b8116c68a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOgfb1E6yZOnCLKTM8AVAgA3n7gSfaPk49OB2XtnTmIPRRPEcgDeh6qKGD5yJefxrQmMNwDE/Ld+UOOCFdmBAQA]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>41</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อุปาลิวาทสูตร ทรงแสดงแก่นิครนถ์ชื่อทีฆตปัสสี และอุบาลีคหบดี ขณะประทับ ณ ป่าวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา </p><p>ในตอนต้น ทรงแสดงแก่นิครนถ์ทีฆตปัสสี ที่ได้เข้าไปสนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาค ทรงตั้งคำถาม ถามทีฆตปัสสีเรื่อง นิครนถ์ นาฏบุตร บัญญัติกรรมในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน ทีฆตปัสสีทูลตอบว่า </p><p>ไม่ได้บัญญัติเรื่องกรรมแต่บัญญัติทัณฑะ(อาญา) มี3 อย่าง และกายทัณฑะมีโทษมากกว่า </p><p>จากนั้นตปัสสี ได้ทูลย้อนถามว่า พระองค์บัญญัติทัณฑะในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน </p><p>ทรงตอบว่า ไม่ได้บัญญัติทัณฑะ แต่บัญญัติ กรรม มี 3 อย่าง และมโนกรรมมีโทษมากกว่า</p><p>จากนั้นทีฆตปัสสี ได้นำเรื่องไปเล่าให้นิครนถ์ นาฏบุตร และนิครนถ์บริษัทฟัง ทุกคนเห็นว่าทีฆตปัสสีกล่าวถูกต้อง </p><p>อุบาลีคหบดีจึงรับอาสานำเรื่องนั้นไปโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงย้อนถามปัญหาอุบาลี 4 ข้อ </p><p>เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามปัญหาจบลง อุบาลีคหบดียอมรับว่า มโนกรรมมีโทษมากกว่าจริง และได้แสดงตนเป็นอุบาสกถึง 3 ครั้ง จากนั้นทรงแสดงอนุปุพพิกถา จนอุบาลีคหบดี บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อุปาลิวาทสูตร ทรงแสดงแก่นิครนถ์ชื่อทีฆตปัสสี และอุบาลีคหบดี ขณะประทับ ณ ป่าวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา </p><p>ในตอนต้น ทรงแสดงแก่นิครนถ์ทีฆตปัสสี ที่ได้เข้าไปสนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาค ทรงตั้งคำถาม ถามทีฆตปัสสีเรื่อง นิครนถ์ นาฏบุตร บัญญัติกรรมในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน ทีฆตปัสสีทูลตอบว่า </p><p>ไม่ได้บัญญัติเรื่องกรรมแต่บัญญัติทัณฑะ(อาญา) มี3 อย่าง และกายทัณฑะมีโทษมากกว่า </p><p>จากนั้นตปัสสี ได้ทูลย้อนถามว่า พระองค์บัญญัติทัณฑะในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน </p><p>ทรงตอบว่า ไม่ได้บัญญัติทัณฑะ แต่บัญญัติ กรรม มี 3 อย่าง และมโนกรรมมีโทษมากกว่า</p><p>จากนั้นทีฆตปัสสี ได้นำเรื่องไปเล่าให้นิครนถ์ นาฏบุตร และนิครนถ์บริษัทฟัง ทุกคนเห็นว่าทีฆตปัสสีกล่าวถูกต้อง </p><p>อุบาลีคหบดีจึงรับอาสานำเรื่องนั้นไปโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงย้อนถามปัญหาอุบาลี 4 ข้อ </p><p>เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามปัญหาจบลง อุบาลีคหบดียอมรับว่า มโนกรรมมีโทษมากกว่าจริง และได้แสดงตนเป็นอุบาสกถึง 3 ครั้ง จากนั้นทรงแสดงอนุปุพพิกถา จนอุบาลีคหบดี บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>บุคคลที่ควรคบ - หมวดธรรม 3 ประการ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต [6840-4s]</title>
			<itunes:title>บุคคลที่ควรคบ - หมวดธรรม 3 ประการ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต [6840-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Oct 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68dd37967be17a7f01752a37/media.mp3" length="132868074" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68dd37967be17a7f01752a37</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68dd37967be17a7f01752a37</link>
			<acast:episodeId>68dd37967be17a7f01752a37</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPvNLpWctvd89VsILn65388sTMkckDfeEAYBwUZ0nST0C4jrNIJQP0BECoFPITwOYNpJh3atnmWS53RwVg2C6QK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>40</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ปุคคลวรรค</strong> หมวดธรรม 3 ประการ พระไตรปิฏกเล่มที่ 20 ข้อที่ 23-30 ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยเรื่องของบุคคล ประเภทต่างๆ  </p><p>ประกอบด้วยสูตร</p><p><strong>1) สังขารสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลที่มีการปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจ ไปในทาง เบียดเบียน(พวกสัตว์นรก) ไม่เบียดเบียน(พวกสุภกิณห)หรือ เบียดเบียนบ้างไม่เบียดเบียนบ้าง (มนุษย์ เทวดาบางพวก และเปรตบางพวก)</p><p><strong>2) พหุการสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลที่มีอุปการะมากแก่บุคคล</p><p><strong>3) วชิรูปมสูตร </strong>ว่าด้วยบุคคลที่มีจิตเหมือนเพชร คือ บุคคลที่ทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ</p><p><strong>4) เสวิตัพพสูตร </strong>ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ คือ บุคคลที่เสมอตนในด้านศีล สมาธิ ปัญญา</p><p><strong>5) ชิคุจฉิตัพพสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลที่ควรรังเกียจ คือ เป็นคนทุศีล มีธรรมเลวทราม ไม่สะอาด มีความประพฤติที่น่ารังเกียจ มีการงานปกปิด ฯลฯ</p><p><strong>6) คูถภาณีสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลผู้พูดภาษาคูถ คือ บุคคลผู้กล่าวเท็จ</p><p><strong>7) อันธสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลตาบอด คือ บุคคลไม่มีนัยน์ตาเป็นเครื่องรู้ธรรม(ปัญญาจักษุ)</p><p><strong>8) อวกุชชสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลมีปัญญาเหมือนหม้อคว่ำ คือ บุคคลที่ไปฟังธรรมเป็นประจำ แต่จำอะไรไม่ได้เลย</p><br><p><strong>สูตร#2 โจทนาสูตร </strong>ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร (ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ปุคคลวรรค</strong> หมวดธรรม 3 ประการ พระไตรปิฏกเล่มที่ 20 ข้อที่ 23-30 ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยเรื่องของบุคคล ประเภทต่างๆ  </p><p>ประกอบด้วยสูตร</p><p><strong>1) สังขารสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลที่มีการปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจ ไปในทาง เบียดเบียน(พวกสัตว์นรก) ไม่เบียดเบียน(พวกสุภกิณห)หรือ เบียดเบียนบ้างไม่เบียดเบียนบ้าง (มนุษย์ เทวดาบางพวก และเปรตบางพวก)</p><p><strong>2) พหุการสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลที่มีอุปการะมากแก่บุคคล</p><p><strong>3) วชิรูปมสูตร </strong>ว่าด้วยบุคคลที่มีจิตเหมือนเพชร คือ บุคคลที่ทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ</p><p><strong>4) เสวิตัพพสูตร </strong>ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ คือ บุคคลที่เสมอตนในด้านศีล สมาธิ ปัญญา</p><p><strong>5) ชิคุจฉิตัพพสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลที่ควรรังเกียจ คือ เป็นคนทุศีล มีธรรมเลวทราม ไม่สะอาด มีความประพฤติที่น่ารังเกียจ มีการงานปกปิด ฯลฯ</p><p><strong>6) คูถภาณีสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลผู้พูดภาษาคูถ คือ บุคคลผู้กล่าวเท็จ</p><p><strong>7) อันธสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลตาบอด คือ บุคคลไม่มีนัยน์ตาเป็นเครื่องรู้ธรรม(ปัญญาจักษุ)</p><p><strong>8) อวกุชชสูตร</strong> ว่าด้วยบุคคลมีปัญญาเหมือนหม้อคว่ำ คือ บุคคลที่ไปฟังธรรมเป็นประจำ แต่จำอะไรไม่ได้เลย</p><br><p><strong>สูตร#2 โจทนาสูตร </strong>ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร (ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมของพระเถระ - หมวดธรรม 5 ประการ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต [6839-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมของพระเถระ - หมวดธรรม 5 ประการ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต [6839-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68d3f6fd07474c67715fbdff/media.mp3" length="140885190" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68d3f6fd07474c67715fbdff</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68d3f6fd07474c67715fbdff</link>
			<acast:episodeId>68d3f6fd07474c67715fbdff</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO2TghcIDkWYgCkEB8wYoPurPLLCvxyeoYRBRIizAuUgoyGxY9N0vUH922S7B5aml8Wk98DSDLlhZW4iiOaqtGJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>39</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ชุดพระสูตรหมวดธรรม 5 ประการ พระไตรปิฎกเล่มที่ 22&nbsp;ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#1 ทีฆจาริกวรรค </strong>ว่าด้วยการจาริกไปนาน ข้อที่ 221-227 ประกอบด้วยปฐมทีฆจาริกสูตร,ทุติยทีฆจาริกสูตร, อตินิวาสสูตร, มัจฉรีสูตร, ปฐมกุลุปกสูตร, ทุติยกุลุปกสูตร,โภคสูตร&nbsp;ทรงตรัสถึงโทษของการจาริกไปไม่มีกำหนด และอานิสงส์ของการจาริกไปมีกำหนด, การอยู่ประจำที่นานมีโทษและการอยู่กำหนดพอดีมีอานิสงส์, การเข้าไปสู่ตระกูลและอยู่คลุกคลีในตระกูลนานเกินเวลามีโทษ, เรื่องโทษและอานิสงส์ของโภคทรัพย์</p><br><p><strong>สูตร#2 อาวาสิกวรรค </strong>ว่าด้วยภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส ข้อที่ 231-240 ประกอบด้วย&nbsp;อาวาสิกสูตร, ปิยสูตร, โสภณสูตร, พหูปการสูตร, อนุกัมปสูตร, ปฐมอวัณณารหสูตร, ทุติยอวัณณารหสูตร, ตติยอวัณณารหสูต, ปฐมมัจฉริยสูตร, ทุติยมัจฉริยสูตร ทรงตรัสถึงพระสูตรที่ประกอบด้วยธรรม 5 ประการ ที่ว่าด้วยธรรมของเจ้าอาวาส, ธรรมที่เป็นเหตุให้เป็นที่รัก, ธรรมที่เป็นเหตุให้อาวาสงดงาม, ธรรมที่เป็นเหตุให้มีอุปการะมากแก่อาวาส, ธรรมที่เป็นเหตุอนุเคราะห์คฤหัสถ์, ธรรมว่าด้วยคนที่ควรติเตียน,ธรรมว่าด้วยความตระหนี่</p><br><p><strong>สูตร#3 เถรวรรค</strong> ว่าด้วยธรรมของพระเถระและธรรมของพระเสขะ ข้อที่ 81-90 ประกอบด้วยรชนียสูตร, วีตราคสูตร, กุหกสูตร, อัสสัทธสูตร, อักขมสูตร, ปฏิสัมภิทาปัตตสูตร, สีลวันตสูตร, เถรสูตร, ปฐมเสขสูตร, ทุติยเสขสูตร ทรงตรัสถึงธรรมของพระเถระที่เป็นเหตุให้กำหนัด, ธรรมของผู้ปราศจากราคะ, ธรรมว่าด้วยผู้หลอกลวง, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้ไม่มีศรัทธา, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้ไม่อดทน, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้บรรลุปฏิสัมภิทา, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้มีศีล, ว่าด้วยธรรมของพระเถระและของพระเสขะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ชุดพระสูตรหมวดธรรม 5 ประการ พระไตรปิฎกเล่มที่ 22&nbsp;ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#1 ทีฆจาริกวรรค </strong>ว่าด้วยการจาริกไปนาน ข้อที่ 221-227 ประกอบด้วยปฐมทีฆจาริกสูตร,ทุติยทีฆจาริกสูตร, อตินิวาสสูตร, มัจฉรีสูตร, ปฐมกุลุปกสูตร, ทุติยกุลุปกสูตร,โภคสูตร&nbsp;ทรงตรัสถึงโทษของการจาริกไปไม่มีกำหนด และอานิสงส์ของการจาริกไปมีกำหนด, การอยู่ประจำที่นานมีโทษและการอยู่กำหนดพอดีมีอานิสงส์, การเข้าไปสู่ตระกูลและอยู่คลุกคลีในตระกูลนานเกินเวลามีโทษ, เรื่องโทษและอานิสงส์ของโภคทรัพย์</p><br><p><strong>สูตร#2 อาวาสิกวรรค </strong>ว่าด้วยภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส ข้อที่ 231-240 ประกอบด้วย&nbsp;อาวาสิกสูตร, ปิยสูตร, โสภณสูตร, พหูปการสูตร, อนุกัมปสูตร, ปฐมอวัณณารหสูตร, ทุติยอวัณณารหสูตร, ตติยอวัณณารหสูต, ปฐมมัจฉริยสูตร, ทุติยมัจฉริยสูตร ทรงตรัสถึงพระสูตรที่ประกอบด้วยธรรม 5 ประการ ที่ว่าด้วยธรรมของเจ้าอาวาส, ธรรมที่เป็นเหตุให้เป็นที่รัก, ธรรมที่เป็นเหตุให้อาวาสงดงาม, ธรรมที่เป็นเหตุให้มีอุปการะมากแก่อาวาส, ธรรมที่เป็นเหตุอนุเคราะห์คฤหัสถ์, ธรรมว่าด้วยคนที่ควรติเตียน,ธรรมว่าด้วยความตระหนี่</p><br><p><strong>สูตร#3 เถรวรรค</strong> ว่าด้วยธรรมของพระเถระและธรรมของพระเสขะ ข้อที่ 81-90 ประกอบด้วยรชนียสูตร, วีตราคสูตร, กุหกสูตร, อัสสัทธสูตร, อักขมสูตร, ปฏิสัมภิทาปัตตสูตร, สีลวันตสูตร, เถรสูตร, ปฐมเสขสูตร, ทุติยเสขสูตร ทรงตรัสถึงธรรมของพระเถระที่เป็นเหตุให้กำหนัด, ธรรมของผู้ปราศจากราคะ, ธรรมว่าด้วยผู้หลอกลวง, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้ไม่มีศรัทธา, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้ไม่อดทน, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้บรรลุปฏิสัมภิทา, ธรรมว่าด้วยภิกษุผู้มีศีล, ว่าด้วยธรรมของพระเถระและของพระเสขะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title> อายตนะและการพัฒนาอินทรีย์ -  อินทริยภาวนาสูตร , ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร และ สาเกตสูตร [6838-4s]</title>
			<itunes:title> อายตนะและการพัฒนาอินทรีย์ -  อินทริยภาวนาสูตร , ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร และ สาเกตสูตร [6838-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Sep 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68cacf9fe87421a033042671/media.mp3" length="26046480" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68cacf9fe87421a033042671</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68cacf9fe87421a033042671</link>
			<acast:episodeId>68cacf9fe87421a033042671</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOKiyCTE1XJ4pNob20MRbZVUgEk4EDz+nLhg4lvE5A89NURZ44BBiV4e+yK4IOGydobIHbWy2jQlcad+ePbmgfw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>38</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อินทริยภาวนาสูตร</strong> ทรงแสดงแก่อุตตรมาณพซึ่งเป็นศิษย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ ณ เวฬุวัน ในกัชชังคลานิคม ทรงปรารภคำกราบทูลของอุตตรมาณพเรื่องการเจริญอินทรีย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ซึ่งปาราสิริยพราหมณ์แสดงการเจริญอินทรีย์แก่สาวก คือแสดงว่า อย่าดูรูปทางตา อย่าฟังเสียงทางหู ทรงตรัสว่า ผู้เจริญอินทรีย์ตามคำสอนของปาราสิริยพราหมณ์ จักเป็นคนตาบอด หูหนวก จากนั้นทรงเรียกพระอานนท์มาแล้ว ทรงแสดงเรื่องการเจริญอินทรีย์ตามหลักคำสอนของพระองค์</p><p><strong>สูตร#2 ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภวิหารธรรมที่ทำให้พระสารีบุตรมีอินทรีย์ผ่องใส มีผิวพรรณบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทรงแสดงว่า ภิกษุผู้ต้องการอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้นต้องพิจารณาว่า ขณะกลับจากบิณฑบาต มีอกุศลธรรมที่อาศัยอายตนะภายในเกิดขึ้นแก่ตนหรือไม่ ถ้ามีให้พยายามละเสีย ถ้าไม่มี ให้ยินดีศึกษาในกุศลธรรมต่อไป นอกจากนี้ ผู้อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมควรพิจารณา กามคุณ 5 นิวรณ์ 5 และอุปาทานขันธ์ 5 เป็นต้น ทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน ผู้พิจารณาเช่นนี้ จึงทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ได้</p><p><strong>สูตร#3 สาเกตสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ ป่าอัญชนวัน สถานที่พระราชทานอภัยแก่หมู่เนื้อ เขตเมืองสาเกต ทรงแสดงเหตุที่ทำให้อินทรีย์ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นพละ 5 ประการ และเหตุที่พละ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นอินทรีย์ 5 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อินทริยภาวนาสูตร</strong> ทรงแสดงแก่อุตตรมาณพซึ่งเป็นศิษย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ ณ เวฬุวัน ในกัชชังคลานิคม ทรงปรารภคำกราบทูลของอุตตรมาณพเรื่องการเจริญอินทรีย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ซึ่งปาราสิริยพราหมณ์แสดงการเจริญอินทรีย์แก่สาวก คือแสดงว่า อย่าดูรูปทางตา อย่าฟังเสียงทางหู ทรงตรัสว่า ผู้เจริญอินทรีย์ตามคำสอนของปาราสิริยพราหมณ์ จักเป็นคนตาบอด หูหนวก จากนั้นทรงเรียกพระอานนท์มาแล้ว ทรงแสดงเรื่องการเจริญอินทรีย์ตามหลักคำสอนของพระองค์</p><p><strong>สูตร#2 ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภวิหารธรรมที่ทำให้พระสารีบุตรมีอินทรีย์ผ่องใส มีผิวพรรณบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทรงแสดงว่า ภิกษุผู้ต้องการอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้นต้องพิจารณาว่า ขณะกลับจากบิณฑบาต มีอกุศลธรรมที่อาศัยอายตนะภายในเกิดขึ้นแก่ตนหรือไม่ ถ้ามีให้พยายามละเสีย ถ้าไม่มี ให้ยินดีศึกษาในกุศลธรรมต่อไป นอกจากนี้ ผู้อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมควรพิจารณา กามคุณ 5 นิวรณ์ 5 และอุปาทานขันธ์ 5 เป็นต้น ทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน ผู้พิจารณาเช่นนี้ จึงทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ได้</p><p><strong>สูตร#3 สาเกตสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ ป่าอัญชนวัน สถานที่พระราชทานอภัยแก่หมู่เนื้อ เขตเมืองสาเกต ทรงแสดงเหตุที่ทำให้อินทรีย์ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นพละ 5 ประการ และเหตุที่พละ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นอินทรีย์ 5 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภูมิของผู้ที่ได้รับการฝึก - ทันตภูมิสูตรและภูมิชสูตร [6837-4s]</title>
			<itunes:title>ภูมิของผู้ที่ได้รับการฝึก - ทันตภูมิสูตรและภูมิชสูตร [6837-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Sep 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68c21fde1f1b04aa3212ca39/media.mp3" length="27963017" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68c21fde1f1b04aa3212ca39</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68c21fde1f1b04aa3212ca39</link>
			<acast:episodeId>68c21fde1f1b04aa3212ca39</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMjNXifftwg3xvzaR17FfrtTslxt2tbsTC3/zpaRWGQXCmhzzo1XVgJqI2zF0b8QzHdsbZuLKhw5H4vO0ILFt3k]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>37</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ทันตภูมิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่สามเณรอจิรวตะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำกราบทูลของสามเณรเรื่องที่ ชยเสนราชกุมาร(พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร) ไม่ทรงเชื่อว่าภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท&nbsp;มีความเพียรอุทิศกายและใจอยู่ จะบรรลุเอกัคคตาจิต(สภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียว)ได้&nbsp;พระผู้มีพระภาคตรัสกับสามเณรอจิรวตะว่าชยเสนราชกุมารยังบริโภคกาม จักทรงรู้เห็นสภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียวได้อย่างไร เหมือนช้าง ม้า โค ที่ไม่ได้ฝึกก็ไม่สำเร็จภูมิของสัตว์ที่ฝึกแล้ว เหมือนผู้ยืนอยู่ที่เชิงภูเขามองไม่เห็นสิ่งที่ผู้ยืนอยู่บนยอดภูเขามองเห็น แล้วทรงยกอุปมาขึ้นแสดง&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 ภูมิชสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระภูมิชะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ โดยทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระภูมิชะ เรื่องวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ชยเสนราชกุมารนำมาตรัสถามท่าน ท่านพระภูมิชะกราบทูลว่า ราชกุมารมาตรัสถามท่านว่า พระผู้มีพระภาคทรงเห็นอย่างไรเกี่ยวกับวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ว่า บุคคลจะตั้งความหวัง ไม่ตั้งความหวัง ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวัง ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็จะไม่สามารถบรรลุผลอะไรได้เลย ท่านตอบราชกุมารไปว่า ท่านยังมิได้สดับรับฟังมาจากพระองค์โดยตรง แต่คิดว่าพระองค์คงจะตรัสตอบโดยใช้ “ความแยบคายและความไม่แยบคาย “ เป็นเครื่องตัดสิน ราชกุมารจึงตรัสว่า ถ้าพระองค์ตรัสตอบอย่างนั้น ก็จะทรงมีความรู้เหนือสมณพราหมณ์พวกอื่น พระผู้มีพระภาคตรัสรับรองว่าท่านพระภูมิชะตอบถูกแล้ว จากนั้นทรงอธิบายว่าความแยบคาย หมายถึงอริยมรรคมีองค์ 8 ความไม่แยบคายหมายถึงมิจฉามรรคมีองค์ 8และทรงยกอุปมาขึ้นมาแสดง&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ทันตภูมิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่สามเณรอจิรวตะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำกราบทูลของสามเณรเรื่องที่ ชยเสนราชกุมาร(พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร) ไม่ทรงเชื่อว่าภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท&nbsp;มีความเพียรอุทิศกายและใจอยู่ จะบรรลุเอกัคคตาจิต(สภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียว)ได้&nbsp;พระผู้มีพระภาคตรัสกับสามเณรอจิรวตะว่าชยเสนราชกุมารยังบริโภคกาม จักทรงรู้เห็นสภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียวได้อย่างไร เหมือนช้าง ม้า โค ที่ไม่ได้ฝึกก็ไม่สำเร็จภูมิของสัตว์ที่ฝึกแล้ว เหมือนผู้ยืนอยู่ที่เชิงภูเขามองไม่เห็นสิ่งที่ผู้ยืนอยู่บนยอดภูเขามองเห็น แล้วทรงยกอุปมาขึ้นแสดง&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 ภูมิชสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระภูมิชะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ โดยทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระภูมิชะ เรื่องวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ชยเสนราชกุมารนำมาตรัสถามท่าน ท่านพระภูมิชะกราบทูลว่า ราชกุมารมาตรัสถามท่านว่า พระผู้มีพระภาคทรงเห็นอย่างไรเกี่ยวกับวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ว่า บุคคลจะตั้งความหวัง ไม่ตั้งความหวัง ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวัง ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็จะไม่สามารถบรรลุผลอะไรได้เลย ท่านตอบราชกุมารไปว่า ท่านยังมิได้สดับรับฟังมาจากพระองค์โดยตรง แต่คิดว่าพระองค์คงจะตรัสตอบโดยใช้ “ความแยบคายและความไม่แยบคาย “ เป็นเครื่องตัดสิน ราชกุมารจึงตรัสว่า ถ้าพระองค์ตรัสตอบอย่างนั้น ก็จะทรงมีความรู้เหนือสมณพราหมณ์พวกอื่น พระผู้มีพระภาคตรัสรับรองว่าท่านพระภูมิชะตอบถูกแล้ว จากนั้นทรงอธิบายว่าความแยบคาย หมายถึงอริยมรรคมีองค์ 8 ความไม่แยบคายหมายถึงมิจฉามรรคมีองค์ 8และทรงยกอุปมาขึ้นมาแสดง&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุปมาเปรียบเทียบบุคคล - ปฐมวลาหกสูตร,กุมภสูตร อุทกรหทสูตร,อัมพสูตร,มูสิกสูตร,ปุคคลัปปสาทสูตร, สีวถิกสูตร, ทุจจริตสูตร,ทุติยโยธาชีวสูตร [6836-4s]</title>
			<itunes:title>อุปมาเปรียบเทียบบุคคล - ปฐมวลาหกสูตร,กุมภสูตร อุทกรหทสูตร,อัมพสูตร,มูสิกสูตร,ปุคคลัปปสาทสูตร, สีวถิกสูตร, ทุจจริตสูตร,ทุติยโยธาชีวสูตร [6836-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Sep 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68b8671a093397eb053640c1/media.mp3" length="138710495" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68b8671a093397eb053640c1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68b8671a093397eb053640c1</link>
			<acast:episodeId>68b8671a093397eb053640c1</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOBJ0QWPzLLckzgH4WGY52rRga5P0M3Fy3+menyvz+sWds0bJEfV4GRXbE1Doleyjgrsu6xD3YkCY3dKX0zIQie]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>36</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 #ปฐมวลาหกสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับเมฆ 4 ชนิด คือ 1) เมฆที่คำรามแต่ฝนไม่ตกเปรียบเหมือนบุคคลที่พูดแต่ไม่ทำ&nbsp;2) เมฆที่ให้ฝนตกแต่ไม่คำรามเปรียบเหมือนบุคคลที่ทำแต่ไม่พูด&nbsp;3) เมฆที่ทั้งไม่คำรามทั้งให้ฝนไม่ตกเปรียบเหมือนบุคคลที่ทั้งไม่พูดและไม่ทำ&nbsp;4) เมฆที่ทั้งคำรามและให้ฝนตกเปรียบเหมือนบุคคลที่ทั้งพูดและทำ</p><br><p><strong>สูตร 2 #กุมภสูตร </strong> ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับหม้อ 4 ชนิด คือ 1) หม้อเปล่าแต่ปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใสแต่ไม่รู้อริยสัจ 2) หม้อเต็มแต่เปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใสแต่รู้อริยสัจ 3) หม้อเปล่าและเปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใสและไม่รู้อริยสัจ 4) หม้อเต็มและปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใสและรู้อริยสัจ</p><br><p><strong>สูตร 3 #อุทกรหทสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับห้วงน้ำ 4 ชนิด คือ 1) ห้วงน้ำตื้นแต่เงาลึกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส แต่ไม่รู้อริยสัจ 2) ห้วงน้ำลึกแต่เงาตื้นเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่รู้อริยสัจ 3) ห้วงน้ำตื้นและเงาตื้นเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส และไม่รู้อริยสัจ 4) ห้วงน้ำลึกและเงาลึกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส และรู้อริยสัจ</p><br><p><strong>สูตร 4 #อัมพสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับมะม่วง 4 ชนิด คือ1) มะม่วงดิบแต่ผิวสุกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส แต่ไม่รู้อริยสัจ 2) มะม่วงสุกแต่ผิวดิบเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่รู้อริยสัจ 3) มะม่วงดิบและผิวดิบเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส และไม่รู้อริยสัจ 4) มะม่วงสุกและผิวสุกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส และรู้อริยสัจ</p><br><p><strong>สูตร 5 #มูสิกสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับหนู 4 ชนิด คือ 1) หนูขุดรูแต่ไม่อยู่เปรียบเหมือนบุคคลเรียนธรรมแต่ไม่รู้อริยสัจ 2) หนูอยู่แต่ไม่ขุดรูเปรียบเหมือนบุคคลไม่เล่าเรียนธรรมแต่รู้อริยสัจ 3) หนูไม่ขุดรูและไม่อยู่เปรียบเหมือนบุคคลไม่เล่าเรียนธรรมและไม่รู้อริยสัจ 4) บุคคลเปรียบเหมือนหนูขุดรูและอยู่เปรียบเหมือนบุคคลเรียนธรรมและรู้อริยสัจ</p><br><p><strong>สูตร 6 #ปุคคลัปปสาทสูตร </strong>ได้แก่ 1) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ต้องอาบัติเป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตร&nbsp;จึงไม่เลื่อมใสภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 2) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ต้องอาบัติเป็นเหตุให้สงฆ์สั่งให้เขานั่งท้าย จึงไม่เลื่อมใสภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 3) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่หลีกไปสู่ทิศ จึงไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 4) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ลาสิกขา ทำให้ไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 5) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ตายแล้ว ทำให้ไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม</p><br><p><strong>สูตร 7 #สีวถิกสูตร</strong> ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับป่าช้ามีโทษ 5 คือ 1) คนชั่วเปรียบเหมือนป่าช้าที่ไม่สะอาด 2) คำเล่าลือของคนชั่ว เปรียบเหมือกลิ่นเหม็นของป่าช้า 3) ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่ห่างไกลจากคนชั่วเนื่องจากมีภัย 4) กลุ่มคนชั่วอยู่รวมกันเป็นที่อยู่ของอมนุษย์ดุร้าย 5) ผู้ประพฤติธรรมที่ต้องอยู่กับคนชั่วเป็นที่คร่ำครวญของคนจำนวนมาก</p><br><p><strong>สูตร 8 ทุจริตสูตร </strong>(พระไตรปิฏกเล่มที่ 22 อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ข้อที่ 241-248) ทรงแสดงถึงทุจริตมีโทษและสุจริตมีอานิสงส์ ใน 2 นัยยะ</p><p><strong>โทษเพราะทุจริต 5 </strong>คือ 1) แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ 2) วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียนได้&nbsp;3) กิตติศัพท์อันชั่วย่อมฟุ้งไป 4) ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ 5) เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก&nbsp;</p><p><strong>อานิสงส์เพราะสุจริต 5</strong> คือ 1) แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้&nbsp;2) วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ&nbsp;3) กิตติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป&nbsp;4) ย่อมไม่เป็นผู้หลงกระทำกาละ&nbsp;5) เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์&nbsp;</p><br><p>อีกนัยยะ ข้อ 245&nbsp;แตกต่างที่ข้อ 4 และ 5&nbsp;คือ ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม&nbsp;&nbsp;และ ย่อมตั้งอยู่ในอสัทธรรม / ย่อมเสื่อมจากอสัทธรรม และ ย่อมตั้งอยู่ในสัทธรรม</p><br><p><strong>สูตร 9 #ทุติยโยธาชีวสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือ ถูกข้าศึกฆ่าตาย บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างทาง บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างการรักษา บาดเจ็บและรักษาหาย และนักรบอาชีพผู้พิชิตสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพที่ไม่รักษากายวาจาใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ทำให้ถูกราคะครอบงำ แต่หากภิกษุนั้นสำรวมอินทรีย์ ละอภิชฌา ละนิวรณ์ 5 เปรียบเหมือนนักรบอาชีพนักรบอาชีพนั้นถือดาบและโล่ผูกสอดธนูแล้วเข้าสู่สมรภูมิ เขาชนะสงครามนั้นแล้ว เป็นผู้พิชิตสงคราม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 #ปฐมวลาหกสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับเมฆ 4 ชนิด คือ 1) เมฆที่คำรามแต่ฝนไม่ตกเปรียบเหมือนบุคคลที่พูดแต่ไม่ทำ&nbsp;2) เมฆที่ให้ฝนตกแต่ไม่คำรามเปรียบเหมือนบุคคลที่ทำแต่ไม่พูด&nbsp;3) เมฆที่ทั้งไม่คำรามทั้งให้ฝนไม่ตกเปรียบเหมือนบุคคลที่ทั้งไม่พูดและไม่ทำ&nbsp;4) เมฆที่ทั้งคำรามและให้ฝนตกเปรียบเหมือนบุคคลที่ทั้งพูดและทำ</p><br><p><strong>สูตร 2 #กุมภสูตร </strong> ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับหม้อ 4 ชนิด คือ 1) หม้อเปล่าแต่ปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใสแต่ไม่รู้อริยสัจ 2) หม้อเต็มแต่เปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใสแต่รู้อริยสัจ 3) หม้อเปล่าและเปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใสและไม่รู้อริยสัจ 4) หม้อเต็มและปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใสและรู้อริยสัจ</p><br><p><strong>สูตร 3 #อุทกรหทสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับห้วงน้ำ 4 ชนิด คือ 1) ห้วงน้ำตื้นแต่เงาลึกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส แต่ไม่รู้อริยสัจ 2) ห้วงน้ำลึกแต่เงาตื้นเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่รู้อริยสัจ 3) ห้วงน้ำตื้นและเงาตื้นเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส และไม่รู้อริยสัจ 4) ห้วงน้ำลึกและเงาลึกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส และรู้อริยสัจ</p><br><p><strong>สูตร 4 #อัมพสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับมะม่วง 4 ชนิด คือ1) มะม่วงดิบแต่ผิวสุกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส แต่ไม่รู้อริยสัจ 2) มะม่วงสุกแต่ผิวดิบเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่รู้อริยสัจ 3) มะม่วงดิบและผิวดิบเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส และไม่รู้อริยสัจ 4) มะม่วงสุกและผิวสุกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส และรู้อริยสัจ</p><br><p><strong>สูตร 5 #มูสิกสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับหนู 4 ชนิด คือ 1) หนูขุดรูแต่ไม่อยู่เปรียบเหมือนบุคคลเรียนธรรมแต่ไม่รู้อริยสัจ 2) หนูอยู่แต่ไม่ขุดรูเปรียบเหมือนบุคคลไม่เล่าเรียนธรรมแต่รู้อริยสัจ 3) หนูไม่ขุดรูและไม่อยู่เปรียบเหมือนบุคคลไม่เล่าเรียนธรรมและไม่รู้อริยสัจ 4) บุคคลเปรียบเหมือนหนูขุดรูและอยู่เปรียบเหมือนบุคคลเรียนธรรมและรู้อริยสัจ</p><br><p><strong>สูตร 6 #ปุคคลัปปสาทสูตร </strong>ได้แก่ 1) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ต้องอาบัติเป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตร&nbsp;จึงไม่เลื่อมใสภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 2) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ต้องอาบัติเป็นเหตุให้สงฆ์สั่งให้เขานั่งท้าย จึงไม่เลื่อมใสภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 3) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่หลีกไปสู่ทิศ จึงไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 4) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ลาสิกขา ทำให้ไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 5) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ตายแล้ว ทำให้ไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม</p><br><p><strong>สูตร 7 #สีวถิกสูตร</strong> ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับป่าช้ามีโทษ 5 คือ 1) คนชั่วเปรียบเหมือนป่าช้าที่ไม่สะอาด 2) คำเล่าลือของคนชั่ว เปรียบเหมือกลิ่นเหม็นของป่าช้า 3) ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่ห่างไกลจากคนชั่วเนื่องจากมีภัย 4) กลุ่มคนชั่วอยู่รวมกันเป็นที่อยู่ของอมนุษย์ดุร้าย 5) ผู้ประพฤติธรรมที่ต้องอยู่กับคนชั่วเป็นที่คร่ำครวญของคนจำนวนมาก</p><br><p><strong>สูตร 8 ทุจริตสูตร </strong>(พระไตรปิฏกเล่มที่ 22 อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ข้อที่ 241-248) ทรงแสดงถึงทุจริตมีโทษและสุจริตมีอานิสงส์ ใน 2 นัยยะ</p><p><strong>โทษเพราะทุจริต 5 </strong>คือ 1) แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ 2) วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียนได้&nbsp;3) กิตติศัพท์อันชั่วย่อมฟุ้งไป 4) ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ 5) เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก&nbsp;</p><p><strong>อานิสงส์เพราะสุจริต 5</strong> คือ 1) แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้&nbsp;2) วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ&nbsp;3) กิตติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป&nbsp;4) ย่อมไม่เป็นผู้หลงกระทำกาละ&nbsp;5) เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์&nbsp;</p><br><p>อีกนัยยะ ข้อ 245&nbsp;แตกต่างที่ข้อ 4 และ 5&nbsp;คือ ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม&nbsp;&nbsp;และ ย่อมตั้งอยู่ในอสัทธรรม / ย่อมเสื่อมจากอสัทธรรม และ ย่อมตั้งอยู่ในสัทธรรม</p><br><p><strong>สูตร 9 #ทุติยโยธาชีวสูตร </strong>ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือ ถูกข้าศึกฆ่าตาย บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างทาง บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างการรักษา บาดเจ็บและรักษาหาย และนักรบอาชีพผู้พิชิตสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพที่ไม่รักษากายวาจาใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ทำให้ถูกราคะครอบงำ แต่หากภิกษุนั้นสำรวมอินทรีย์ ละอภิชฌา ละนิวรณ์ 5 เปรียบเหมือนนักรบอาชีพนักรบอาชีพนั้นถือดาบและโล่ผูกสอดธนูแล้วเข้าสู่สมรภูมิ เขาชนะสงครามนั้นแล้ว เป็นผู้พิชิตสงคราม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รอยพระตถาคต -จูฬหัตถิปโทปมสูตร , ชาณุสโสณิสูตร [6835-4s]</title>
			<itunes:title>รอยพระตถาคต -จูฬหัตถิปโทปมสูตร , ชาณุสโสณิสูตร [6835-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Aug 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:02</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68af2f14352b565deb694b12/media.mp3" length="139327711" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68af2f14352b565deb694b12</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68af2f14352b565deb694b12</link>
			<acast:episodeId>68af2f14352b565deb694b12</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNH1e5h5OxQzH4SE1FVrDSNcouXrIpoF3fu+3I1vkheCjso9oMPfg8q6+3B0/ojr6T9z41zk6/5i5oAVHYhBkZU]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>35</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร #1 จูฬหัตถิปโทปมสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ เชตวัน เรื่องรอยของพระตถาคต 4 รอย ที่ปิโลติกปริพาชกใช้เป็นเครื่องพิสูจน์เหตุที่ตนเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธเจ้า ทรงตรัสแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ว่า อุปมาด้วยรอยเท้าช้างของปิโลติกปริพาชกยังไม่สมบูรณ์ จึงทรงยกอุปมาขึ้นเพื่อไม่ให้ด่วนตัดสินว่า ช้างตัวนี้ใหญ่เพียงเพราะเห็นรอยเท้า แต่ทรงเน้นให้เห็นตัวจริง รอยของพระพุทธเจ้าก็ฉันนั้น แม้ภิกษุจะได้เห็นรอยทั้ง 4 รอยนี้ ก็ไม่ด่วนตัดสินว่า “พระผู้มีพระภาคเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี จนกว่าจะได้บรรลุอาสวักขยญาณด้วยตนเองฯลฯ จึงตัดสินใจดังกล่าว ตรัสจบ ชาณุสโสณิประกาศตนเป็นอุบาสก</p><p><strong>สูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร</strong> (อังคุตตรนิกาย #24) พราหมณ์ทูลถามเรื่องทานว่า พวกตนได้ให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว พวกเขาจะได้รับหรือไม่ พระองค์จึงตรัสเรื่องฐานะและอัฏฐานะของผู้จะได้รับส่วนกุศล คือผู้ไปเกิดในภูมิที่เป็นฐานะเท่านั้นจึงควรได้รับส่วนกุศล ซึ่งได้แก่ ปรทัตตูปซีวีเปต (เปรตผู้ต้องอาศัยส่วนกุศลของผู้อื่นเป็นอยู่) ส่วนภูมิอื่นมีมนุสสภูมิเป็นต้น เป็นภูมิที่ไม่ได้ส่วนกุศลเพราะต่างก็มีอาหารของตน ชื่อว่า อัฏฐานะ และทรงตรัสว่า อกุศลกรรมบถ 10 ประการ และกุศลกรรมบถ 10 ประการ เป็นเหตุจำแนกสัตว์ให้ไปเกิดในภูมิต่างๆ และทรงย้ำว่า การให้ทาน ย่อมไม่เสียผล เป็นความดีความเจริญของทายกผู้ให้แน่นอน</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร #1 จูฬหัตถิปโทปมสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ เชตวัน เรื่องรอยของพระตถาคต 4 รอย ที่ปิโลติกปริพาชกใช้เป็นเครื่องพิสูจน์เหตุที่ตนเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธเจ้า ทรงตรัสแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ว่า อุปมาด้วยรอยเท้าช้างของปิโลติกปริพาชกยังไม่สมบูรณ์ จึงทรงยกอุปมาขึ้นเพื่อไม่ให้ด่วนตัดสินว่า ช้างตัวนี้ใหญ่เพียงเพราะเห็นรอยเท้า แต่ทรงเน้นให้เห็นตัวจริง รอยของพระพุทธเจ้าก็ฉันนั้น แม้ภิกษุจะได้เห็นรอยทั้ง 4 รอยนี้ ก็ไม่ด่วนตัดสินว่า “พระผู้มีพระภาคเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี จนกว่าจะได้บรรลุอาสวักขยญาณด้วยตนเองฯลฯ จึงตัดสินใจดังกล่าว ตรัสจบ ชาณุสโสณิประกาศตนเป็นอุบาสก</p><p><strong>สูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร</strong> (อังคุตตรนิกาย #24) พราหมณ์ทูลถามเรื่องทานว่า พวกตนได้ให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว พวกเขาจะได้รับหรือไม่ พระองค์จึงตรัสเรื่องฐานะและอัฏฐานะของผู้จะได้รับส่วนกุศล คือผู้ไปเกิดในภูมิที่เป็นฐานะเท่านั้นจึงควรได้รับส่วนกุศล ซึ่งได้แก่ ปรทัตตูปซีวีเปต (เปรตผู้ต้องอาศัยส่วนกุศลของผู้อื่นเป็นอยู่) ส่วนภูมิอื่นมีมนุสสภูมิเป็นต้น เป็นภูมิที่ไม่ได้ส่วนกุศลเพราะต่างก็มีอาหารของตน ชื่อว่า อัฏฐานะ และทรงตรัสว่า อกุศลกรรมบถ 10 ประการ และกุศลกรรมบถ 10 ประการ เป็นเหตุจำแนกสัตว์ให้ไปเกิดในภูมิต่างๆ และทรงย้ำว่า การให้ทาน ย่อมไม่เสียผล เป็นความดีความเจริญของทายกผู้ให้แน่นอน</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุปมากองไฟ และนักรบอาชีพ- อัคคิกขันโธปมสูตร ปฐมโยธาชีวสูตร และทุติยโยธาชีวสูตร [6834-4s]</title>
			<itunes:title>อุปมากองไฟ และนักรบอาชีพ- อัคคิกขันโธปมสูตร ปฐมโยธาชีวสูตร และทุติยโยธาชีวสูตร [6834-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Aug 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68a5dd6f7339ce61db365c53/media.mp3" length="139077692" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68a5dd6f7339ce61db365c53</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68a5dd6f7339ce61db365c53</link>
			<acast:episodeId>68a5dd6f7339ce61db365c53</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMsoFwGxSNtcVDVfuqrg+zxedTBau8o+KlLSFDDPz+1Awh/uHjdMUQu9Q8keDAMgEQa8NUBPkOQD+YPGZvRPrjd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>34</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 # อัคคิกขันโธปมสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคเสด็จเดินทางไกลไปในแคว้นโกศล พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ได้ทอดพระเนตรเห็นกองไฟใหญ่ที่กำลังลุกโชนโชติช่วงอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง เสด็จแวะลงข้างทางประทับนั่งบนพุทธอาสน์ ณ โคนไม้ต้นหนึ่ง จึงตรัสถามเหล่าภิกษุด้วยอุปมา 7 อย่าง และให้โอวาทแก่เหล่าภิกษุว่า</p><p>การที่บุคคลผู้ทุศีล มีธรรมลามก มีความประพฤติสกปรกน่ารังเกียจ ปกปิดกรรมชั่ว มิใช่สมณะ แต่ปฏิญาณว่าเป็นสมณะ</p><p>มิใช่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ แต่ปฏิญาณว่าประพฤติพรหมจรรย์&nbsp;เน่าใน มีความกำหนัดกล้า เป็นดังหยากเยื่อบริโภคบิณฑบาตที่เขาถวายด้วยศรัทธาจะดีอย่างไร การที่บุรุษมีกำลัง เอาขอเหล็กแดงไฟกำลังลุกรุ่งโรจน์โชติช่วงเกี่ยวปากอ้าไว้ แล้วกรอกก้อนเหล็กแดงเข้าในปากก้อนเหล็กแดงนั้นจะพึงไหม้ริมฝีปาก แล้วออกทางทวารเบื้องต่ำนี้ดีกว่าเพราะผู้นั้นพึงถึงความตายหรือทุกข์ปางตาย แต่ผู้นั้นเมื่อตายไป ไม่พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนการที่บุคคลผู้ทุศีลบริโภคบิณฑบาตที่เขาถวายด้วยศรัทธาย่อมเป็นไปเพื่อความฉิบหายมิใช่ประโยชน์เพื่อทุกข์สิ้นกาลนานแก่บุคคลผู้ทุศีลนั้น เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เมื่อตรัสให้โอวาทจบมีพระภิกษุจำนวน 60 รูป กระอักเป็นเลือดและได้บอกคืนสิกขากลับเป็นคฤหัสถ์ และพระภิกษุอีกประมาณ 60 รูปมีจิตหลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย</p><p><strong>สูตร 2 #ปฐมโยธาชีวสูตร</strong>&nbsp;ได้ให้โอวาทเรื่องนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือ ที่หวั่นไหวต่อการเข้าสนามรบเมื่อเห็นฝุ่นฟุ้ง เห็นยอดธงของข้าศึก เสียงกึกก้องของข้าศึก การประหารของข้าศึก และนักรบอาชีพที่ไม่หวั่นไหวต่อการเห็นฝุ่นฟุ้ง เห็นยอดธง เสียงกึกก้อง และการประหารของข้าศึกซึ่งเป็นผู้ชนะสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพ และเปรียบข้าศึกเหมือนหญิงสาวที่ไม่ว่าจะได้พบเจอ ในลักษณะหรือเหตุการณ์ใดก็ตาม แต่หากจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลส ปราศจากความเศร้าหมอง อ่อน เหมาะแก่การใช้งาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ น้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’เมื่อเธอรู้ เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะและอวิชชาสวะ</p><p><strong>สูตร 3 # ทุติยโยธาชีวสูตร</strong> ได้ให้โอวาทเรื่องนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือที่ถูกข้าศึกฆ่าตาย บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างทางบาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างการรักษา บาดเจ็บและรักษาหาย และนักรบอาชีพผู้พิชิตสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพที่ไม่รักษากายวาจาใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ทำให้ถูกราคะครอบงำ แต่หากภิกษุในธรรมวินัยสำรวมอินทรีย์ ละอภิชฌา ละนิวรณ์5 เปรียบเหมือนนักรบอาชีพนักรบอาชีพนั้นถือดาบและโล่ผูกสอดธนูและแล่งแล้วเข้าสู่สมรภูมิ เขาชนะสงครามนั้นแล้ว เป็นผู้พิชิตสงคราม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 # อัคคิกขันโธปมสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคเสด็จเดินทางไกลไปในแคว้นโกศล พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ได้ทอดพระเนตรเห็นกองไฟใหญ่ที่กำลังลุกโชนโชติช่วงอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง เสด็จแวะลงข้างทางประทับนั่งบนพุทธอาสน์ ณ โคนไม้ต้นหนึ่ง จึงตรัสถามเหล่าภิกษุด้วยอุปมา 7 อย่าง และให้โอวาทแก่เหล่าภิกษุว่า</p><p>การที่บุคคลผู้ทุศีล มีธรรมลามก มีความประพฤติสกปรกน่ารังเกียจ ปกปิดกรรมชั่ว มิใช่สมณะ แต่ปฏิญาณว่าเป็นสมณะ</p><p>มิใช่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ แต่ปฏิญาณว่าประพฤติพรหมจรรย์&nbsp;เน่าใน มีความกำหนัดกล้า เป็นดังหยากเยื่อบริโภคบิณฑบาตที่เขาถวายด้วยศรัทธาจะดีอย่างไร การที่บุรุษมีกำลัง เอาขอเหล็กแดงไฟกำลังลุกรุ่งโรจน์โชติช่วงเกี่ยวปากอ้าไว้ แล้วกรอกก้อนเหล็กแดงเข้าในปากก้อนเหล็กแดงนั้นจะพึงไหม้ริมฝีปาก แล้วออกทางทวารเบื้องต่ำนี้ดีกว่าเพราะผู้นั้นพึงถึงความตายหรือทุกข์ปางตาย แต่ผู้นั้นเมื่อตายไป ไม่พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนการที่บุคคลผู้ทุศีลบริโภคบิณฑบาตที่เขาถวายด้วยศรัทธาย่อมเป็นไปเพื่อความฉิบหายมิใช่ประโยชน์เพื่อทุกข์สิ้นกาลนานแก่บุคคลผู้ทุศีลนั้น เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เมื่อตรัสให้โอวาทจบมีพระภิกษุจำนวน 60 รูป กระอักเป็นเลือดและได้บอกคืนสิกขากลับเป็นคฤหัสถ์ และพระภิกษุอีกประมาณ 60 รูปมีจิตหลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย</p><p><strong>สูตร 2 #ปฐมโยธาชีวสูตร</strong>&nbsp;ได้ให้โอวาทเรื่องนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือ ที่หวั่นไหวต่อการเข้าสนามรบเมื่อเห็นฝุ่นฟุ้ง เห็นยอดธงของข้าศึก เสียงกึกก้องของข้าศึก การประหารของข้าศึก และนักรบอาชีพที่ไม่หวั่นไหวต่อการเห็นฝุ่นฟุ้ง เห็นยอดธง เสียงกึกก้อง และการประหารของข้าศึกซึ่งเป็นผู้ชนะสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพ และเปรียบข้าศึกเหมือนหญิงสาวที่ไม่ว่าจะได้พบเจอ ในลักษณะหรือเหตุการณ์ใดก็ตาม แต่หากจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลส ปราศจากความเศร้าหมอง อ่อน เหมาะแก่การใช้งาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ น้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’เมื่อเธอรู้ เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะและอวิชชาสวะ</p><p><strong>สูตร 3 # ทุติยโยธาชีวสูตร</strong> ได้ให้โอวาทเรื่องนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือที่ถูกข้าศึกฆ่าตาย บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างทางบาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างการรักษา บาดเจ็บและรักษาหาย และนักรบอาชีพผู้พิชิตสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพที่ไม่รักษากายวาจาใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ทำให้ถูกราคะครอบงำ แต่หากภิกษุในธรรมวินัยสำรวมอินทรีย์ ละอภิชฌา ละนิวรณ์5 เปรียบเหมือนนักรบอาชีพนักรบอาชีพนั้นถือดาบและโล่ผูกสอดธนูและแล่งแล้วเข้าสู่สมรภูมิ เขาชนะสงครามนั้นแล้ว เป็นผู้พิชิตสงคราม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุบายกำจัดอาสวะ - สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6833-4s]</title>
			<itunes:title>อุบายกำจัดอาสวะ - สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6833-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Aug 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:42</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/689cb853290bdec8f9c9f330/media.mp3" length="27250956" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">689cb853290bdec8f9c9f330</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/689cb853290bdec8f9c9f330</link>
			<acast:episodeId>689cb853290bdec8f9c9f330</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNbzbvHwUq4nNTqSGpp1v7RIR1bcZr/4VZvU+uc1hK8KTq9bGHjC9RJ3aeXT7J1/WLn3cUrzIhe3rZm+U2UnP4j]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>33</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูต</strong>ร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้เฉพาะผู้รู้ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด</p><br><p><strong>สูตร#2 ธรรมทายาทสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p><strong>สูตร#3 มฆเทวสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูต</strong>ร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้เฉพาะผู้รู้ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด</p><br><p><strong>สูตร#2 ธรรมทายาทสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p><strong>สูตร#3 มฆเทวสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมสมาธิทำให้หายสงสัย - ปาฏลิยสูตร และ คันธภกสูตร [6832-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมสมาธิทำให้หายสงสัย - ปาฏลิยสูตร และ คันธภกสูตร [6832-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Aug 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68935fa0eef665d629bacf36/media.mp3" length="130187694" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68935fa0eef665d629bacf36</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68935fa0eef665d629bacf36</link>
			<acast:episodeId>68935fa0eef665d629bacf36</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesM/VQB3EK8OJBTVblYZbu1dWTMBOpMf0D37o4n4uyViDeCPnX7DifkFGDOffCc3DXlh2aSA7f0x7znhS5FTaVvd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 ปาฏลิยสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อปาฏลิยะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า"พระสมณโคดมทรงรู้จักมารยา" นั้น เป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า เป็นความจริง ทรงอธิบายว่า คำว่า "รู้จักมารยา" กับคำว่า "มีมารยา"โดยทรงยกตัวอย่างประกอบว่า ผู้ใหญ่บ้านชื่อ ปาฏลิยะรู้จักทหารผมยาวชาวโกฬิยะดีว่าเป็นคนทุศีล เป็นคนเลว แต่ผู้ใหญ่บ้านก็พูดไม่ได้ว่า ทหารผมยาวเป็นคนทุศีลส่วนผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่คนทุศีล ทรงอธิบายต่อไปว่า ทรงรู้ชัดกุศลกรรมบถ 10 ประการ&nbsp;และผลของอกุศลกรรมบถเหล่านั้น และทรงรู้ข้อปฏิบัติที่เป็นเหตุให้ผู้มีอกุศลกรรมบถเหล่านั้นหลังจากตายแล้วไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ทรงแสดงว่า สมณพราหมณ์ผู้มีมีทิฏฐิว่า "ผู้ฆ่าสัตว์ ผู้ลักทรัพย์ ผู้ประพฤติผิดในกามและผู้พูดเท็จ ทั้งหมดเสวยทุกขโทมนัสในปัจจุบัน ชื่อว่าเป็นผู้พูดเท็จ เพราะผู้ฆ่าสัตว์ ผู้ลักทรัพย์ ผู้ประพฤติผิดในกาม และผู้พูดเท็จ บางคนได้รับพระราชทานรางวัลอย่างดี มีสุข แต่บางคนได้รับพระราชอาชญา มีทุกข์</p><p>ผู้ใหญ่บ้านปาฏลิยะได้กราบทูลว่า มีศาสดา 4 จำพวกมาพักที่บ้านพัก คือ</p><p>(1) ผู้มีทิฏฐิว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล</p><p>(2) ผู้มีทิฏฐิว่า ทานมีผล</p><p>(3) ผู้มีทิฏฐิว่า บาป บุญไม่มี</p><p>(4) ผู้มีทิฏฐิว่า บาป บุญมี</p><p>แล้วทูลถามว่า ผู้ใดพูดจริง ผู้ใดพูดเท็จ จึงทรงแนะนำวิธีละความสงสัย คือให้ปฏิบัติธธรรมสมาธิ&nbsp;</p><br><p>สูตร#2 คันธภกสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อคันธภกะ ชาวอุรุเวลกับปนิคม แคว้นมัลละ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลขอให้ทรงแสดงธรม พระองค์จึงทรงแสดงเหตุเกิดแห่งโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส ว่า ได้แก่ ฉันทะ เช่น เพราะชาวอุรุเวลกัปปนิคมถูกประหาร ถูกจองจำ&nbsp;ถูกปรับไหมหรือถูกตำหนิโทษ คันธภกะในฐานะผู้ใหญ่บ้านก็มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาส เพราะคันธภกะมีฉันทะในคนเหล่านั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 ปาฏลิยสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อปาฏลิยะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า"พระสมณโคดมทรงรู้จักมารยา" นั้น เป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า เป็นความจริง ทรงอธิบายว่า คำว่า "รู้จักมารยา" กับคำว่า "มีมารยา"โดยทรงยกตัวอย่างประกอบว่า ผู้ใหญ่บ้านชื่อ ปาฏลิยะรู้จักทหารผมยาวชาวโกฬิยะดีว่าเป็นคนทุศีล เป็นคนเลว แต่ผู้ใหญ่บ้านก็พูดไม่ได้ว่า ทหารผมยาวเป็นคนทุศีลส่วนผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่คนทุศีล ทรงอธิบายต่อไปว่า ทรงรู้ชัดกุศลกรรมบถ 10 ประการ&nbsp;และผลของอกุศลกรรมบถเหล่านั้น และทรงรู้ข้อปฏิบัติที่เป็นเหตุให้ผู้มีอกุศลกรรมบถเหล่านั้นหลังจากตายแล้วไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ทรงแสดงว่า สมณพราหมณ์ผู้มีมีทิฏฐิว่า "ผู้ฆ่าสัตว์ ผู้ลักทรัพย์ ผู้ประพฤติผิดในกามและผู้พูดเท็จ ทั้งหมดเสวยทุกขโทมนัสในปัจจุบัน ชื่อว่าเป็นผู้พูดเท็จ เพราะผู้ฆ่าสัตว์ ผู้ลักทรัพย์ ผู้ประพฤติผิดในกาม และผู้พูดเท็จ บางคนได้รับพระราชทานรางวัลอย่างดี มีสุข แต่บางคนได้รับพระราชอาชญา มีทุกข์</p><p>ผู้ใหญ่บ้านปาฏลิยะได้กราบทูลว่า มีศาสดา 4 จำพวกมาพักที่บ้านพัก คือ</p><p>(1) ผู้มีทิฏฐิว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล</p><p>(2) ผู้มีทิฏฐิว่า ทานมีผล</p><p>(3) ผู้มีทิฏฐิว่า บาป บุญไม่มี</p><p>(4) ผู้มีทิฏฐิว่า บาป บุญมี</p><p>แล้วทูลถามว่า ผู้ใดพูดจริง ผู้ใดพูดเท็จ จึงทรงแนะนำวิธีละความสงสัย คือให้ปฏิบัติธธรรมสมาธิ&nbsp;</p><br><p>สูตร#2 คันธภกสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อคันธภกะ ชาวอุรุเวลกับปนิคม แคว้นมัลละ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลขอให้ทรงแสดงธรม พระองค์จึงทรงแสดงเหตุเกิดแห่งโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส ว่า ได้แก่ ฉันทะ เช่น เพราะชาวอุรุเวลกัปปนิคมถูกประหาร ถูกจองจำ&nbsp;ถูกปรับไหมหรือถูกตำหนิโทษ คันธภกะในฐานะผู้ใหญ่บ้านก็มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาส เพราะคันธภกะมีฉันทะในคนเหล่านั้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน- สามัญญผลสูตร ตอนที่ 3 [6831-4s]</title>
			<itunes:title>ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน- สามัญญผลสูตร ตอนที่ 3 [6831-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/688a3cb46bbbf6afc70856bb/media.mp3" length="137105563" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">688a3cb46bbbf6afc70856bb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/688a3cb46bbbf6afc70856bb</link>
			<acast:episodeId>688a3cb46bbbf6afc70856bb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNXbxuqpoZDqdfBCDaT1jkAquSGlOgqM76UqYmfGux2j3sxenKrUJXYfIBfgdp7hmAFTnjmEeOjgGhmnRsYPgKy]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>31</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>สามัญญผลสูตรตอนที่ 3 </strong>เป็นตอนที่สมาธิเป็นเหตุให้ได้ผลเป็นปัญญา ซึ่งในการแสดงธรรมเรื่องของพรหมจรรย์ตลอดสายแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความเลื่อมใสทันทีเพราะทรงเห็นผลประจักษ์ และโดยปกติแล้วจะต้องบรรลุธรรม แต่เนื่องจาก พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทำอนันตริยกรรม (ปิตุฆาต) จึงทำให้ไม่มีดวงตาเห็นธรรม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>สามัญญผลสูตรตอนที่ 3 </strong>เป็นตอนที่สมาธิเป็นเหตุให้ได้ผลเป็นปัญญา ซึ่งในการแสดงธรรมเรื่องของพรหมจรรย์ตลอดสายแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความเลื่อมใสทันทีเพราะทรงเห็นผลประจักษ์ และโดยปกติแล้วจะต้องบรรลุธรรม แต่เนื่องจาก พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทำอนันตริยกรรม (ปิตุฆาต) จึงทำให้ไม่มีดวงตาเห็นธรรม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนสุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นวิบาก - สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 [6830-4s]</title>
			<itunes:title>ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนสุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นวิบาก - สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 [6830-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/688118fff6d4262b07de310f/media.mp3" length="26840588" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">688118fff6d4262b07de310f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/688118fff6d4262b07de310f</link>
			<acast:episodeId>688118fff6d4262b07de310f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNDhByCp7qUGvzuWP5LHvy9/dBQh0o/bhdI1oiRFKs8jVDf4by3FBiI1/e27AjMmw2ulY4SMqVfQPITdUSNWiEc]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 </strong>พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู อธิบายถึงผลของการปฏิบัติในทางคำสอน ที่จะได้รับผลเป็นความสุข เห็นผลประจักษ์ในปัจจุบัน และสามารถปฏิบัติให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็จะให้ผลที่ประณีตกว่าดีกว่าได้ ซึ่งศีล สมาธิ ปัญญานั้นเป็นผลของการปฏิบัติ โดยอาศัยเหตุที่เราสร้างขึ้นตามลำดับ เป็นขบวนการปฏิบัติที่จะให้ผลเป็นขั้น ๆ ดังที่ปรากฏในพระสูตรนี้ …(ยังมีต่อ)<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 </strong>พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู อธิบายถึงผลของการปฏิบัติในทางคำสอน ที่จะได้รับผลเป็นความสุข เห็นผลประจักษ์ในปัจจุบัน และสามารถปฏิบัติให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็จะให้ผลที่ประณีตกว่าดีกว่าได้ ซึ่งศีล สมาธิ ปัญญานั้นเป็นผลของการปฏิบัติ โดยอาศัยเหตุที่เราสร้างขึ้นตามลำดับ เป็นขบวนการปฏิบัติที่จะให้ผลเป็นขั้น ๆ ดังที่ปรากฏในพระสูตรนี้ …(ยังมีต่อ)<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนถามมะม่วงตอบขนุนสำปะลอ -สามัญญผลสูตร ตอนที่ 1 [6829-4s]</title>
			<itunes:title>ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนถามมะม่วงตอบขนุนสำปะลอ -สามัญญผลสูตร ตอนที่ 1 [6829-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6877bce5b93bd5454d70d24c/media.mp3" length="134757893" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6877bce5b93bd5454d70d24c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6877bce5b93bd5454d70d24c</link>
			<acast:episodeId>6877bce5b93bd5454d70d24c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesP8tKhC666h3qdboSaf26K5KfB0a2V5wWjhNuGUTMXqXAovLwAkqQMznlsa6iwIMjAbhl3wrvjnYHsx/Aj+3m7X]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>29</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สามัญญผลสูตร ตอนที่ 1 ว่าด้วยผลแห่งความเป็นสมณะ </strong>พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของหมอชีวก โกมารภัจ เขตกรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ พระเจ้าอชาตศัตรูได้เสด็จไปถามปัญหา เรื่องผลแห่งความเป็นสมณะ ตามคำชวนของหมอชีวก แต่ก่อนจะได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ได้เที่ยวหาคำตอบจากพราหมณ์เจ้าลัทธิทั้ง 6 แต่ไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ เหมือนถามเรื่องมะม่วงแต่ตอบเรื่องขนุนสำปะลอ …(ยังมีต่อ)</p><p><strong>สูตร#2 เวปุลลปัพพตสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตพระนครราชคฤห์ ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา โดยเปรียบเทียบกับความเป็นไปของภูเขาเวปุลละความยาวนานของสังสารวัฏ อุปมาจากภูเขาเวปุลละที่เคยมีความสูงใหญ่และเรียกชื่อต่างๆกันในแต่ละยุคสมัยจนมาในปัจจุบันที่เป็นภูเขาไม่สูงและมีชื่อว่าเวปุลละ</p><p><strong>สูตร#3 อิสิคิริสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ภูเขาอิสิคิลิ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงตรัสเล่าถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า 500 รูป ที่อาศัยอยู่ที่ภูเขาอิสิคิรินี้มานาน ซึ่งประชาชนเห็นว่าท่านเข้าไป แต่เมื่อเข้าไปแล้วประชาชนไม่เห็น จึงเรียกภูเขานี้ว่า ภูเขากลืนฤษี หรือ อิสิคิริ แล้วทรงตรัสรายชื่อพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่เคยมาตรัสรู้และอาศัยในภูเขานี้ ที่ควรระลึกถึงและทำจิตให้เลื่อมใส</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สามัญญผลสูตร ตอนที่ 1 ว่าด้วยผลแห่งความเป็นสมณะ </strong>พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของหมอชีวก โกมารภัจ เขตกรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ พระเจ้าอชาตศัตรูได้เสด็จไปถามปัญหา เรื่องผลแห่งความเป็นสมณะ ตามคำชวนของหมอชีวก แต่ก่อนจะได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ได้เที่ยวหาคำตอบจากพราหมณ์เจ้าลัทธิทั้ง 6 แต่ไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ เหมือนถามเรื่องมะม่วงแต่ตอบเรื่องขนุนสำปะลอ …(ยังมีต่อ)</p><p><strong>สูตร#2 เวปุลลปัพพตสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตพระนครราชคฤห์ ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา โดยเปรียบเทียบกับความเป็นไปของภูเขาเวปุลละความยาวนานของสังสารวัฏ อุปมาจากภูเขาเวปุลละที่เคยมีความสูงใหญ่และเรียกชื่อต่างๆกันในแต่ละยุคสมัยจนมาในปัจจุบันที่เป็นภูเขาไม่สูงและมีชื่อว่าเวปุลละ</p><p><strong>สูตร#3 อิสิคิริสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ภูเขาอิสิคิลิ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงตรัสเล่าถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า 500 รูป ที่อาศัยอยู่ที่ภูเขาอิสิคิรินี้มานาน ซึ่งประชาชนเห็นว่าท่านเข้าไป แต่เมื่อเข้าไปแล้วประชาชนไม่เห็น จึงเรียกภูเขานี้ว่า ภูเขากลืนฤษี หรือ อิสิคิริ แล้วทรงตรัสรายชื่อพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่เคยมาตรัสรู้และอาศัยในภูเขานี้ ที่ควรระลึกถึงและทำจิตให้เลื่อมใส</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การดำเนินชีวิตของผู้ครองเรือน - จัณฑสูตร, ตาลปุตตสูตร, โยธาชีวสูตร, ราสิยสูตร [6828-4s] </title>
			<itunes:title>การดำเนินชีวิตของผู้ครองเรือน - จัณฑสูตร, ตาลปุตตสูตร, โยธาชีวสูตร, ราสิยสูตร [6828-4s] </itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:48</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/686ea0ecfe25e4b1db5ef836/media.mp3" length="143546882" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">686ea0ecfe25e4b1db5ef836</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/686ea0ecfe25e4b1db5ef836</link>
			<acast:episodeId>686ea0ecfe25e4b1db5ef836</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPQ1xgATkouX7HFZErdDm+YJzOJyn8I47g0jm8I98Q5KKvpyOz/V/CjwU/OQUgBRcXTwkGRXO4Kg60HvY93X3vN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จัณฑสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อจัณฑะ</strong> (ผู้ดุร้าย) เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า เพราะเหตุไรคนบางคนจึงดุร้ายและเพราะเหตุไร คนบางคนจึงสงบเสงี่ยม ตรัสตอบว่า คนที่ดุร้ายเพราะละราคะ โทสะ โมหะไม่ได้ คนที่สงบเสงี่ยมเพราะละอกุศลธรรมเหล่านั้นได้</p><br><p><strong>สูตร#2 ตาลปุตตสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อตาลบุตร</strong> เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่อาจารย์และปาจารย์ทางการฟ้อนรำกล่าวว่านักฟ้อนรำที่ทำให้ประชาชนหัวเราะรื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง เท็จบ้าง กลางโรงละครกลางงานมหรสพ หลังจากตายแล้วจะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อปหาสะ" นั้น พระองค์ทรงเห็นอย่างไร ตรัสห้ามมิให้ถามเรื่องนี้ แต่ผู้ใหญ่บ้านตาลบุตรก็เพียรถามถึง 3 ครั้ง จึงตรัสตอบว่า นักฟ้อนรำที่มัวเมาประมาท อาศัยราคะ โทสะ และโมหะทำให้คนอื่นมัวเมาประมาทเหมือนตน หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในนรกชื่อปหาสะ ถ้าทำให้คนอื่นหัวเราะรื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง เท็จบ้างหลังจากตายแล้วจะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อปหาสะ แต่เพราะมีความเห็นผิด จึงมีคติ ๒ อย่าง คือ ไปเกิดในนรกหรือไม่ก็ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ผู้ใหญ่บ้านตาลบุตรเสียใจร้องไห้ที่ถูกลวงให้หลงเชื่อมานาน</p><br><p><strong>สูตร#3 โยธาชีวสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะ</strong> เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่นักรบอาชีพผู้เป็นอาจารย์และปาจารย์กล่าวว่า "นักรบอาชีพที่พยายามต่อสู้ในสงครามจนถูกนักรบอาชีพฝ่ายตรงกันข้ามสังหารจนสิ้นชีวิต หลังจากตายแล้วนักรบนั้นไปเกิดในหมู่เทวดาชื่อสรชิต" พระองค์ทรงเห็นอย่างไร ตรัสห้ามมิให้ถามเรื่องนี้ถึง 3 ครั้ง เมื่อผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะทูลถามต่อไปอีก จึงตรัสตอบว่า ถ้านักรบอาชีพที่ถูกสังหารมีความคิดอาฆาตมาดร้ายฝ่ายศัตรู หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในนรกชื่อสรชิต แต่ถ้าเขาพยายามทำสงครามตามหน้าที่ เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามสังหารจนสิ้นชีวิต จะเข้าถึงความเป็นอยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อสรชิต แต่เพราะเขามีมิจฉาทิฏฐิ เขาจึงมีคติ 2 อย่าง คือ ไปเกิดในนรกหรือไม่ก็ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะเสียใจร้องให้ที่ถูกลวงให้หลงเชื่อมานาน</p><br><p><strong>สูตร#4 ราสิยสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อราสิยะ</strong> เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า "พระสมณโคดมทรงตำหนิตบะทุกชนิด ทรงชี้โทษและคัดค้านผู้บำเพ็ญตบะทั้งปวงว่า เป็นผู้เศร้าหมองโดยส่วนเดียว" นั้นเป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่จริง ทรงอธิบาย เรื่องที่สุด 2 อย่างที่บรรพชิดไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ 8 ว่า ควรเสพ ทรงแสดงกามโภคีบุคคล 3 จำพวก จำพวกที่ 1-2 แบ่งย่อยเป็นจำพวกละ 3 จำพวก ส่วนจำพวกที่ 3 แบ่งย่อยเป็น 4 จำพวก รวมเป็น 10 จำพวก ในจำนวนนี้ มีทั้งที่ควรติเตียนและควรสรรเสริญ ทรงแสดงว่า ผู้บำเพ็ญตบะที่เป็นอยู่อย่างเศร้าหมอง 3 จำพวก มีทั้งที่ควรติเตียนและที่ควรสรรเสริญ และทรงแสดงธรรม 3 ประการที่ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง</p><br><p><strong>สูตร#5 มณิจูฬกสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อมณิจูฬกะ</strong> ชาวกรุงราชคฤห์ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ที่ประชุมข้าราชบริพารพูดกันว่าสมณะศากยบุตรควรรับเงินและทองหรือไม่ ท่านเองได้ชี้ให้ที่ประชุมยอมรับว่า สมณะศากยบุตรไม่ควรรับเงินและทอง แล้วทูลถามว่า ท่านพูดถูกต้องหรือไม่ ตรัสตอบว่า ถูกต้องแล้ว เพราะเงินและทองเหมาะแก่ผู้บริโภคกามไม่เหมาะแก่สมณะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จัณฑสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อจัณฑะ</strong> (ผู้ดุร้าย) เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า เพราะเหตุไรคนบางคนจึงดุร้ายและเพราะเหตุไร คนบางคนจึงสงบเสงี่ยม ตรัสตอบว่า คนที่ดุร้ายเพราะละราคะ โทสะ โมหะไม่ได้ คนที่สงบเสงี่ยมเพราะละอกุศลธรรมเหล่านั้นได้</p><br><p><strong>สูตร#2 ตาลปุตตสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อตาลบุตร</strong> เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่อาจารย์และปาจารย์ทางการฟ้อนรำกล่าวว่านักฟ้อนรำที่ทำให้ประชาชนหัวเราะรื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง เท็จบ้าง กลางโรงละครกลางงานมหรสพ หลังจากตายแล้วจะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อปหาสะ" นั้น พระองค์ทรงเห็นอย่างไร ตรัสห้ามมิให้ถามเรื่องนี้ แต่ผู้ใหญ่บ้านตาลบุตรก็เพียรถามถึง 3 ครั้ง จึงตรัสตอบว่า นักฟ้อนรำที่มัวเมาประมาท อาศัยราคะ โทสะ และโมหะทำให้คนอื่นมัวเมาประมาทเหมือนตน หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในนรกชื่อปหาสะ ถ้าทำให้คนอื่นหัวเราะรื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง เท็จบ้างหลังจากตายแล้วจะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อปหาสะ แต่เพราะมีความเห็นผิด จึงมีคติ ๒ อย่าง คือ ไปเกิดในนรกหรือไม่ก็ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ผู้ใหญ่บ้านตาลบุตรเสียใจร้องไห้ที่ถูกลวงให้หลงเชื่อมานาน</p><br><p><strong>สูตร#3 โยธาชีวสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะ</strong> เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่นักรบอาชีพผู้เป็นอาจารย์และปาจารย์กล่าวว่า "นักรบอาชีพที่พยายามต่อสู้ในสงครามจนถูกนักรบอาชีพฝ่ายตรงกันข้ามสังหารจนสิ้นชีวิต หลังจากตายแล้วนักรบนั้นไปเกิดในหมู่เทวดาชื่อสรชิต" พระองค์ทรงเห็นอย่างไร ตรัสห้ามมิให้ถามเรื่องนี้ถึง 3 ครั้ง เมื่อผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะทูลถามต่อไปอีก จึงตรัสตอบว่า ถ้านักรบอาชีพที่ถูกสังหารมีความคิดอาฆาตมาดร้ายฝ่ายศัตรู หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในนรกชื่อสรชิต แต่ถ้าเขาพยายามทำสงครามตามหน้าที่ เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามสังหารจนสิ้นชีวิต จะเข้าถึงความเป็นอยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อสรชิต แต่เพราะเขามีมิจฉาทิฏฐิ เขาจึงมีคติ 2 อย่าง คือ ไปเกิดในนรกหรือไม่ก็ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะเสียใจร้องให้ที่ถูกลวงให้หลงเชื่อมานาน</p><br><p><strong>สูตร#4 ราสิยสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อราสิยะ</strong> เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า "พระสมณโคดมทรงตำหนิตบะทุกชนิด ทรงชี้โทษและคัดค้านผู้บำเพ็ญตบะทั้งปวงว่า เป็นผู้เศร้าหมองโดยส่วนเดียว" นั้นเป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่จริง ทรงอธิบาย เรื่องที่สุด 2 อย่างที่บรรพชิดไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ 8 ว่า ควรเสพ ทรงแสดงกามโภคีบุคคล 3 จำพวก จำพวกที่ 1-2 แบ่งย่อยเป็นจำพวกละ 3 จำพวก ส่วนจำพวกที่ 3 แบ่งย่อยเป็น 4 จำพวก รวมเป็น 10 จำพวก ในจำนวนนี้ มีทั้งที่ควรติเตียนและควรสรรเสริญ ทรงแสดงว่า ผู้บำเพ็ญตบะที่เป็นอยู่อย่างเศร้าหมอง 3 จำพวก มีทั้งที่ควรติเตียนและที่ควรสรรเสริญ และทรงแสดงธรรม 3 ประการที่ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง</p><br><p><strong>สูตร#5 มณิจูฬกสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อมณิจูฬกะ</strong> ชาวกรุงราชคฤห์ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ที่ประชุมข้าราชบริพารพูดกันว่าสมณะศากยบุตรควรรับเงินและทองหรือไม่ ท่านเองได้ชี้ให้ที่ประชุมยอมรับว่า สมณะศากยบุตรไม่ควรรับเงินและทอง แล้วทูลถามว่า ท่านพูดถูกต้องหรือไม่ ตรัสตอบว่า ถูกต้องแล้ว เพราะเงินและทองเหมาะแก่ผู้บริโภคกามไม่เหมาะแก่สมณะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ที่นอนอันเป็นทิพย์ - เวนาคปุรสูตร, เวขณสสูตร, เอสุการีสูตร [6827-4s]</title>
			<itunes:title>ที่นอนอันเป็นทิพย์ - เวนาคปุรสูตร, เวขณสสูตร, เอสุการีสูตร [6827-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Jul 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/686549487aba8e54f8edbe44/media.mp3" length="141434448" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">686549487aba8e54f8edbe44</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/686549487aba8e54f8edbe44</link>
			<acast:episodeId>686549487aba8e54f8edbe44</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPbmPF3DhNRYwGf4bo5dPyLFLKSWfxt9iflJLWzKDGQe2rBMdoO7i8s+air6SmbiOMdGKYkaJaSSExfb724FVup]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>27</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 เวนาคปุรสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พราหมณ์และคหบดีชาวเวนาคปุระ แคว้นโกศล ทรงปรารภคำกราบทูลของพราหมณ์วัจฉโคตรที่กล่าวสรรเสริญถึงอินทรีย์ที่ผ่องใส พระฉวีวรรณที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของพระองค์เช่นนั้น การจะได้ที่นอนสูงใหญ่ คือเตียงมีเท้าเกินประมาณ ฯลฯ เครื่องลาดมีหมอนข้างตามความปรารถนาได้โดยไม่ยากไม่ลำบากแน่นอน แต่ทรงตรัสว่า ที่นอนสูงใหญ่ ฯลฯ บรรพชิตหาได้ยาก และถ้าได้มาก็ไม่สมควร แต่มีที่นอนสูง ที่นอนใหญ่ 3 อย่าง ที่ทรงได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบาก คือที่นอน ฯลฯ ที่เป็นทิพย์ จากการได้ฌาณทั้ง 4, ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพรหม จากการเจริญพรหมวิหาร, ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพระอริยะ จากการที่ละกิเลสได้เด็ดขาด เมื่อจบธรรมเทศนา พราหมณ์วัจฉโคตรทูลสรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><br><p><strong>สูตร#2 เวขณสสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อเวขณสะ ขณะประทับอยู่เชตวนาราม ได้เข้าไปเฝ้าทูลเรื่อง “วรรณะอันยอดเยี่ยม” แต่ชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าวรรณะไหน เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งปรารภถึงหญิงสาวอย่างนี้ว่า ‘เราปรารถนารักใคร่หญิงงามแห่งชนบทนี้’ แต่เมื่อถูกถามในรายละเอียดของหญิงนั้น กลับตอบว่าไม่รู้จัก และได้ทรงเปรียบเทียบวรรณะเป็นคู่ให้เห็นว่ามีสิ่งที่เลิศกว่ากันเป็นชั้น ๆ และตรัสอธิบายเรื่องของกามในสุขที่ลึกซึ้งขึ้นไปคือสมาธิ&nbsp;และความงดงามลึกซึ้งถึงขั้นไม่มีอวิชชา เมื่อจบธรรมเทศนา เวขณสปริพพาชกทูลสรรเสริญแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><br><p><strong>สูตร #3 เอสุการีสูตร</strong> ว่าด้วยเรื่องของวรรณะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 เวนาคปุรสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พราหมณ์และคหบดีชาวเวนาคปุระ แคว้นโกศล ทรงปรารภคำกราบทูลของพราหมณ์วัจฉโคตรที่กล่าวสรรเสริญถึงอินทรีย์ที่ผ่องใส พระฉวีวรรณที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของพระองค์เช่นนั้น การจะได้ที่นอนสูงใหญ่ คือเตียงมีเท้าเกินประมาณ ฯลฯ เครื่องลาดมีหมอนข้างตามความปรารถนาได้โดยไม่ยากไม่ลำบากแน่นอน แต่ทรงตรัสว่า ที่นอนสูงใหญ่ ฯลฯ บรรพชิตหาได้ยาก และถ้าได้มาก็ไม่สมควร แต่มีที่นอนสูง ที่นอนใหญ่ 3 อย่าง ที่ทรงได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบาก คือที่นอน ฯลฯ ที่เป็นทิพย์ จากการได้ฌาณทั้ง 4, ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพรหม จากการเจริญพรหมวิหาร, ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพระอริยะ จากการที่ละกิเลสได้เด็ดขาด เมื่อจบธรรมเทศนา พราหมณ์วัจฉโคตรทูลสรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><br><p><strong>สูตร#2 เวขณสสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อเวขณสะ ขณะประทับอยู่เชตวนาราม ได้เข้าไปเฝ้าทูลเรื่อง “วรรณะอันยอดเยี่ยม” แต่ชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าวรรณะไหน เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งปรารภถึงหญิงสาวอย่างนี้ว่า ‘เราปรารถนารักใคร่หญิงงามแห่งชนบทนี้’ แต่เมื่อถูกถามในรายละเอียดของหญิงนั้น กลับตอบว่าไม่รู้จัก และได้ทรงเปรียบเทียบวรรณะเป็นคู่ให้เห็นว่ามีสิ่งที่เลิศกว่ากันเป็นชั้น ๆ และตรัสอธิบายเรื่องของกามในสุขที่ลึกซึ้งขึ้นไปคือสมาธิ&nbsp;และความงดงามลึกซึ้งถึงขั้นไม่มีอวิชชา เมื่อจบธรรมเทศนา เวขณสปริพพาชกทูลสรรเสริญแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><br><p><strong>สูตร #3 เอสุการีสูตร</strong> ว่าด้วยเรื่องของวรรณะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผู้ใหญ่บ้านชื่อ อสิพันธกบุตร - กุลสูตร, สังขธมสูตร, เขตตูปมสูตร, อสิพันธกปุตตสูตร [6826-4s]</title>
			<itunes:title>ผู้ใหญ่บ้านชื่อ อสิพันธกบุตร - กุลสูตร, สังขธมสูตร, เขตตูปมสูตร, อสิพันธกปุตตสูตร [6826-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Jun 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/685c1f2a7cd58072a58234b6/media.mp3" length="132580760" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">685c1f2a7cd58072a58234b6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/685c1f2a7cd58072a58234b6</link>
			<acast:episodeId>685c1f2a7cd58072a58234b6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesODFxJoN7hzuFHH4auXt2VQol0cqKUsFCfJL9hGVxs9L2uEcQmmkGkPSiNtQkUwcSlzSwU/Poo7ziVdjG7mz5BQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>26</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 กุลสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาฬันทา ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตร ได้รับคำแนะนำจากนิครนถ์นาฎบุตรให้มาโต้วาทะกับพระผู้มีพระภาคเรื่องเหตุที่ทำให้ตระกูลคับแค้น โดยยกเหตุการณ์ที่พระองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จเที่ยวบิณฑบาตจากชาวบ้านผู้ประสบภัยข้าวยากหมากแพงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในเมืองนาฬันทาขณะนั้นมาเป็นเงื่อนไข พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงเหตุปัจจัยให้ตระกูลคับแค้น 8 ประการ คือ (1) จากพระราชา (2) จากโจร (3) จากไฟ (4) จากน้ำ (5) จากทรัพย์ที่มีได้เคลื่อนที่ไป (6) จากการงานที่ไม่ดี (7) จากทรัพย์ในตระกูลที่กลายเป็นถ่านเพลิง (8) จากการใช้จ่ายทรัพย์อย่างสุรุ่ย สุร่ายฟุ่มเฟือย ไม่ใช่เพราะการบิณฑบาตของพระองค์ ทรงแสดงว่า การให้ ความมีสัจจะ ความสำรวมเป็นหตุให้ตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มีเงินทองมาก</p><p><strong>สูตร#2 สังขธมสูตร </strong>ณ ปาวาริกัมพวัน พระผู้มีพระภาคตรัสถามผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรว่า นิครนภ์นาฏบุตรแสดงธรรมแก่สาวกอย่างไร เขาทูลตอบว่า ผู้ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม และผู้พูดเท็จ ทั้งหมดต้องไปสู่อบาย ตกนรก กรรมมีมากกรรมนั้น ๆ นำบุคคลไป ทรงแย้งว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็แสดงว่าไม่มีไปเกิดในอบาย ในนรกเลย เพราะการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ต้องทำในเวลาขณะตื่น ขณะนอนหลับทำไม่ได้ ทรงถามว่า เวลาทำกรรมกับเวลาไม่ทำกรรมของคนคนหนึ่ง เวลาไหนมีมากกว่ากัน เมื่อผู้ใหญ่บ้านทูลตอบว่า เวลาไม่ทำกรรมมีมากกว่า จึงทรงสรุปว่าไม่มีกรรมใดที่จะถือว่า "มีมาก" เมื่อไม่มีกรรมมาก ก็ไม่มีกรรมที่นำบุคคลไปสู่อบาย นรก ความเห็นของนิครนถ์ นาฏบุตร จึงเป็นความเห็นผิด แล้วทรงสอนธรรมตามที่ได้ตรัสรู้โดยชอบ จะละบาปกรรมและก้าวล่วงบาปกรรมนั้นได้ และทรงสรุปว่า เมื่อปฏิบัติธรรมได้ผลสมควรแก่กรรมแล้ว ให้แผ่เมตตาจิต กรุณาจิต มุทิตาจิต และอุเบกขาจิตไปในทิศทั้งหลายเหมือนคนมีกำลังเป่าสังข์ให้ได้ยินโดยทั่วกัน</p><p><strong>สูตร#3 เขตตูปมสูตร</strong> ณ ปาวาริกัมพวัน ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค แล้วทูลถามว่า ทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อสรรพสัตว์มิใช่หรือ ทำไมจึงทรงแสดงธรรมโดยเคารพแก่คนบางพวก ไม่ทรงแสดงธรรมโดยเคารพแก่คนบางพวก ตรัสตอบว่า ทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อสรรพสัตว์จริง คือทรงแสดงธรรมโดยเคารพต่อสรรพสัตว์เสมอกัน แต่ที่ทรงแสดงแก่คนบางพวกก่อน ก็เพราะทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อคนเหล่านั้นผู้พร้อมจะฟังธรรมเทศนาก่อน ทรงเปรียบให้ฟังว่า พระองค์เหมือนชาวนาที่ฉลาดผู้เลือกหว่านพืชในนาดีก่อน แล้วหว่านในนาปานกลาง ส่วนนาเลวซึ่งดินแข็ง ดินเค็ม ดินไม่ดีนั้น ชาวนาจะหว่านพืชบ้าง ไม่หว่านพืชบ้างก็ได้ นอกจากนี้ยังทรงอุปมาด้วยคนตักน้ำใส่โอ่ง 3 ชนิด คือ (1) โอ่งไม่ร้าว น้ำไม่ซึม (2) โอ่งไม่ร้าว แต่น้ำซึมออกได้ (3) โอ่งร้าวและน้ำซึมออกได้ โอ่ง 3 ชนิดนี้ แม้คนตักน้ำจะใส่น้ำลงเท่า ๆ กัน ก็ย่อมรับน้ำไว้ได้ไม่เท่ากัน ข้อนี้ฉันใด ผู้ฟังพระธรรมเทศนาก็รับธรรมไว้ได้ไม่ท่ากันฉันนั้น</p><p><strong>สูตร#4 อสิพันธกปุตตสูตร</strong> ณ ปาวาริกัมพวัน ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้วทูลถามว่า ทรงสามารถทำให้คนตายกลับฟื้นขึ้นมา ทรงสอนให้รู้ชอบ ให้ไปเกิดในสวรรค์ เหมือนพวกพราหมณ์ชาวปัจฉาภูมิได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า คนที่ประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ 10 ประการ มหาชนช่วยกันสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ทำพิธีกรรมขอให้ไปเกิดในสวรรค์ ผู้นั้นจะไปเกิดในสวรรค์ได้หรือไม่ เมื่ออสิพันธกบุตรทูลตอบว่า ไม่ได้ จึงตรัสอุปมาให้ฟังว่า เหมือนหินใหญ่ที่จมน้ำไม่อาจลอยขึ้นตามคำอ้อนวอน คำสรรเสริญ และพิธีกรรมของมหาชน ในทางตรงกันข้าม คนที่ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ 10 ประการ ถึงมหาชนจะสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ทำพิธีกรรมขอให้ไปตกนรก ผู้นั้นก็ไม่ไปตกนรกแน่นอน เหมือนเนยใสที่ลอยน้ำย่อมไม่จมน้ำตามคำอ้อนวอน คำสรรเสริญและพิธีกรรมของมหาชน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 กุลสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาฬันทา ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตร ได้รับคำแนะนำจากนิครนถ์นาฎบุตรให้มาโต้วาทะกับพระผู้มีพระภาคเรื่องเหตุที่ทำให้ตระกูลคับแค้น โดยยกเหตุการณ์ที่พระองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จเที่ยวบิณฑบาตจากชาวบ้านผู้ประสบภัยข้าวยากหมากแพงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในเมืองนาฬันทาขณะนั้นมาเป็นเงื่อนไข พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงเหตุปัจจัยให้ตระกูลคับแค้น 8 ประการ คือ (1) จากพระราชา (2) จากโจร (3) จากไฟ (4) จากน้ำ (5) จากทรัพย์ที่มีได้เคลื่อนที่ไป (6) จากการงานที่ไม่ดี (7) จากทรัพย์ในตระกูลที่กลายเป็นถ่านเพลิง (8) จากการใช้จ่ายทรัพย์อย่างสุรุ่ย สุร่ายฟุ่มเฟือย ไม่ใช่เพราะการบิณฑบาตของพระองค์ ทรงแสดงว่า การให้ ความมีสัจจะ ความสำรวมเป็นหตุให้ตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มีเงินทองมาก</p><p><strong>สูตร#2 สังขธมสูตร </strong>ณ ปาวาริกัมพวัน พระผู้มีพระภาคตรัสถามผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรว่า นิครนภ์นาฏบุตรแสดงธรรมแก่สาวกอย่างไร เขาทูลตอบว่า ผู้ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม และผู้พูดเท็จ ทั้งหมดต้องไปสู่อบาย ตกนรก กรรมมีมากกรรมนั้น ๆ นำบุคคลไป ทรงแย้งว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็แสดงว่าไม่มีไปเกิดในอบาย ในนรกเลย เพราะการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ต้องทำในเวลาขณะตื่น ขณะนอนหลับทำไม่ได้ ทรงถามว่า เวลาทำกรรมกับเวลาไม่ทำกรรมของคนคนหนึ่ง เวลาไหนมีมากกว่ากัน เมื่อผู้ใหญ่บ้านทูลตอบว่า เวลาไม่ทำกรรมมีมากกว่า จึงทรงสรุปว่าไม่มีกรรมใดที่จะถือว่า "มีมาก" เมื่อไม่มีกรรมมาก ก็ไม่มีกรรมที่นำบุคคลไปสู่อบาย นรก ความเห็นของนิครนถ์ นาฏบุตร จึงเป็นความเห็นผิด แล้วทรงสอนธรรมตามที่ได้ตรัสรู้โดยชอบ จะละบาปกรรมและก้าวล่วงบาปกรรมนั้นได้ และทรงสรุปว่า เมื่อปฏิบัติธรรมได้ผลสมควรแก่กรรมแล้ว ให้แผ่เมตตาจิต กรุณาจิต มุทิตาจิต และอุเบกขาจิตไปในทิศทั้งหลายเหมือนคนมีกำลังเป่าสังข์ให้ได้ยินโดยทั่วกัน</p><p><strong>สูตร#3 เขตตูปมสูตร</strong> ณ ปาวาริกัมพวัน ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค แล้วทูลถามว่า ทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อสรรพสัตว์มิใช่หรือ ทำไมจึงทรงแสดงธรรมโดยเคารพแก่คนบางพวก ไม่ทรงแสดงธรรมโดยเคารพแก่คนบางพวก ตรัสตอบว่า ทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อสรรพสัตว์จริง คือทรงแสดงธรรมโดยเคารพต่อสรรพสัตว์เสมอกัน แต่ที่ทรงแสดงแก่คนบางพวกก่อน ก็เพราะทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อคนเหล่านั้นผู้พร้อมจะฟังธรรมเทศนาก่อน ทรงเปรียบให้ฟังว่า พระองค์เหมือนชาวนาที่ฉลาดผู้เลือกหว่านพืชในนาดีก่อน แล้วหว่านในนาปานกลาง ส่วนนาเลวซึ่งดินแข็ง ดินเค็ม ดินไม่ดีนั้น ชาวนาจะหว่านพืชบ้าง ไม่หว่านพืชบ้างก็ได้ นอกจากนี้ยังทรงอุปมาด้วยคนตักน้ำใส่โอ่ง 3 ชนิด คือ (1) โอ่งไม่ร้าว น้ำไม่ซึม (2) โอ่งไม่ร้าว แต่น้ำซึมออกได้ (3) โอ่งร้าวและน้ำซึมออกได้ โอ่ง 3 ชนิดนี้ แม้คนตักน้ำจะใส่น้ำลงเท่า ๆ กัน ก็ย่อมรับน้ำไว้ได้ไม่เท่ากัน ข้อนี้ฉันใด ผู้ฟังพระธรรมเทศนาก็รับธรรมไว้ได้ไม่ท่ากันฉันนั้น</p><p><strong>สูตร#4 อสิพันธกปุตตสูตร</strong> ณ ปาวาริกัมพวัน ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้วทูลถามว่า ทรงสามารถทำให้คนตายกลับฟื้นขึ้นมา ทรงสอนให้รู้ชอบ ให้ไปเกิดในสวรรค์ เหมือนพวกพราหมณ์ชาวปัจฉาภูมิได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า คนที่ประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ 10 ประการ มหาชนช่วยกันสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ทำพิธีกรรมขอให้ไปเกิดในสวรรค์ ผู้นั้นจะไปเกิดในสวรรค์ได้หรือไม่ เมื่ออสิพันธกบุตรทูลตอบว่า ไม่ได้ จึงตรัสอุปมาให้ฟังว่า เหมือนหินใหญ่ที่จมน้ำไม่อาจลอยขึ้นตามคำอ้อนวอน คำสรรเสริญ และพิธีกรรมของมหาชน ในทางตรงกันข้าม คนที่ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ 10 ประการ ถึงมหาชนจะสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ทำพิธีกรรมขอให้ไปตกนรก ผู้นั้นก็ไม่ไปตกนรกแน่นอน เหมือนเนยใสที่ลอยน้ำย่อมไม่จมน้ำตามคำอ้อนวอน คำสรรเสริญและพิธีกรรมของมหาชน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญหาของโพธิราชกุมาร - โพธิราชกุมารสูตร [6825-4s]</title>
			<itunes:title>ปัญหาของโพธิราชกุมาร - โพธิราชกุมารสูตร [6825-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Jun 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68527376002f9da49acfd711/media.mp3" length="139096864" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68527376002f9da49acfd711</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68527376002f9da49acfd711</link>
			<acast:episodeId>68527376002f9da49acfd711</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMtNjFarrAJ/3UiYuDLE5KfpJy4EgqUdfSIt54JezapKtzTFTaeF+iuwOXE+1QVXneX6ric+P3TyYpPmVWFE2xs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>25</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>โพธิราชกุมารสูตร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแก่โพธิราชกุมาร ขณะประทับอยู่ ณ เภสกฬาวัน ในงานสมโภชปราสาทชื่อ โกกนุท ที่มีลักษณะเหมือนดอกบัวลอยน้ำ แล้วทรงเล่าพระประวัติของพระองค์ตั้งแต่ตอนที่บำเพ็ญความเพียรจนถึงตรัสรู้ธรรม จนกระทั่งไปถึงการประกาศสอนศาสนา จนคนบรรลุตามได้ เป็นความน่าอัศจรรย์ ที่มีพระพุทธเจ้า มีคำสอนคือธรรม ที่ถ้าเมื่อใครปฏิบัติตามด้วยความเพียร 5 ประการ ก็จะทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ได้ โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี 7เดือน หรือแค่ 7 วัน 7คืน หรือสั่งสอนในเวลาเช้า บรรลุในเวลาเย็น สั่งสอนในเวลาเย็น บรรลุในเวลาเช้าได้ เมื่อฟังจบแล้วโพธิราชกุมารกล่าวว่า ตนเคยถึงพระผู้มีพระภาค พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะมาแล้วสองครั้ง คือตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และในวัยเด็ก และครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ขอประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>โพธิราชกุมารสูตร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแก่โพธิราชกุมาร ขณะประทับอยู่ ณ เภสกฬาวัน ในงานสมโภชปราสาทชื่อ โกกนุท ที่มีลักษณะเหมือนดอกบัวลอยน้ำ แล้วทรงเล่าพระประวัติของพระองค์ตั้งแต่ตอนที่บำเพ็ญความเพียรจนถึงตรัสรู้ธรรม จนกระทั่งไปถึงการประกาศสอนศาสนา จนคนบรรลุตามได้ เป็นความน่าอัศจรรย์ ที่มีพระพุทธเจ้า มีคำสอนคือธรรม ที่ถ้าเมื่อใครปฏิบัติตามด้วยความเพียร 5 ประการ ก็จะทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ได้ โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี 7เดือน หรือแค่ 7 วัน 7คืน หรือสั่งสอนในเวลาเช้า บรรลุในเวลาเย็น สั่งสอนในเวลาเย็น บรรลุในเวลาเช้าได้ เมื่อฟังจบแล้วโพธิราชกุมารกล่าวว่า ตนเคยถึงพระผู้มีพระภาค พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะมาแล้วสองครั้ง คือตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และในวัยเด็ก และครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ขอประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปัญญา - จูฬเวทัลลสูตรและอนาถปิณฑิโกวาทสูตร [6824-4s]</title>
			<itunes:title>การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปัญญา - จูฬเวทัลลสูตรและอนาถปิณฑิโกวาทสูตร [6824-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Jun 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6849689d1a37473f7de64912/media.mp3" length="130155116" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6849689d1a37473f7de64912</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6849689d1a37473f7de64912</link>
			<acast:episodeId>6849689d1a37473f7de64912</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNBfkuPfnh48tM67UmcwIA7FXbLmwRB7j9ylKUx4NvwXA3fdwpuAPI2X8d/MXgaddJm1QJND++3nGLOvjdYuxZ3]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>24</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬเวทัลลสูตร</strong> ว่าด้วยการสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปัญญาสูตรเล็ก การสนทนาธรรมระหว่างภิกษุณีชื่อว่าธัมมทินนาและอุบาสกชื่อวิสาขะ ขณะพักอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์</p><p>วิสาขอุบาสกเข้าไปเยี่ยมธัมมทินนาภิกษุณีและเรียนถามปัญหาธรรม จำนวน 5 เรื่อง คือ</p><p>สักกายทิฏฐิ, มรรคมีองค์ 8 กับขันธ์3 , สมาธิและสังขาร , สัญญาเวทยิตนิโรธ และเวทนา</p><p>ธัมมทินนาภิกษุณีได้ตอบปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนเป็นที่พอใจแก่วิสาขอุบาสก และเมื่อวิสาขอุบาสกไปกราบทูลให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ ทรงตรัสว่าธรรมทินนาภิกษุณีเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก ทรงตรัสรับรองที่ธรรมทินนาภิกษุณีตอบนั้นว่าถูกต้อง ถ้ามาทูลถามพระองค์ ก็จะตรัสตอบอย่างที่ธัมมทินนาภิกษุณีตอบนั้นเหมือนกัน&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 อนาถปิณฑิโกวาทสูตร</strong> ว่าด้วยการให้โอวาทแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี พระสารีบุตรแสดงแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้กำลังป่วยหนัก อยู่ที่บ้านในกรุงสาวัตถี ตามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีอาราธนา&nbsp;เรื่อง อย่ายึดมั่นอายตนะภายใน 6 อายตนะภายนอก 6 วิญญาณ ผัสสะ เวทนา ธาตุ ขันธ์ อรูปฌาน โลกนี้ โลกหน้า และอารมณ์ที่รับรู้ทางอายตนะ 6 อนาถบิณฑิกเศรษฐีฟังธรรมแล้วได้ร้องไห้น้ำตาไหล เพราะได้รับใช้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์มานาน แต่ไม่เคยฟังธรรมบรรยายเช่นนี้มาก่อน พระสารีบุตรกล่าวว่าธรรมเหล่านี้แสดงแก่บรรพชิต ไม่แสดงแก่คฤหัสถ์ ท่านเศรษฐีจึงขอร้องให้แสดงแก่คฤหัสถ์ด้วย เมื่อพระสารีบุตรกลับไป อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ถึงแก่กรรมไปเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิต เป็นอนาถบิณฑิกเทพบุตรและได้มาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ได้กราบทูลว่า พระวิหารเชตวันนี้มีประโยชน์เพราะได้เป็นที่พักอาศัยให้แก่สงฆ์ และมีพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ยังให้เกิดปีติแก่ตัวอนาถบิณฑิกเทพบุตร และกล่าวว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยธรรม 5 อย่างนี้ คือ การงาน วิชชา ธรรม ศีล ชีวิตอันสูงสุด ไม่ใช่ด้วยโคตรหรือด้วยทรัพย์ และอนาถบิณฑิกเทพบุตรได้กล่าวสรรเสริญพระสารีบุตรว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยปัญญา ด้วยศีล และด้วยความสงบ ภิกษุผู้ถึงความบริสุทธิ์แล้วจะดียิ่งก็ต้องเป็นเช่นพระสารีบุตร</p><p>‘ดูกรวิสาขะ ธรรมทินนาภิกษุณีเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก แม้หาก ท่านพึงสอบถามเนื้อความนั้นกะเรา แม้เราก็พึงพยากรณ์เนื้อความนั้น เหมือนที่ธรรมทินนาภิกษุณี พยากรณ์แล้ว เนื้อความแห่งพยากรณ์นั้นเป็นดังนั้นนั่นแล ท่านพึงทรงจำไว้อย่างนั้นเถิด.’</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬเวทัลลสูตร</strong> ว่าด้วยการสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปัญญาสูตรเล็ก การสนทนาธรรมระหว่างภิกษุณีชื่อว่าธัมมทินนาและอุบาสกชื่อวิสาขะ ขณะพักอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์</p><p>วิสาขอุบาสกเข้าไปเยี่ยมธัมมทินนาภิกษุณีและเรียนถามปัญหาธรรม จำนวน 5 เรื่อง คือ</p><p>สักกายทิฏฐิ, มรรคมีองค์ 8 กับขันธ์3 , สมาธิและสังขาร , สัญญาเวทยิตนิโรธ และเวทนา</p><p>ธัมมทินนาภิกษุณีได้ตอบปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนเป็นที่พอใจแก่วิสาขอุบาสก และเมื่อวิสาขอุบาสกไปกราบทูลให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ ทรงตรัสว่าธรรมทินนาภิกษุณีเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก ทรงตรัสรับรองที่ธรรมทินนาภิกษุณีตอบนั้นว่าถูกต้อง ถ้ามาทูลถามพระองค์ ก็จะตรัสตอบอย่างที่ธัมมทินนาภิกษุณีตอบนั้นเหมือนกัน&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 อนาถปิณฑิโกวาทสูตร</strong> ว่าด้วยการให้โอวาทแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี พระสารีบุตรแสดงแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้กำลังป่วยหนัก อยู่ที่บ้านในกรุงสาวัตถี ตามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีอาราธนา&nbsp;เรื่อง อย่ายึดมั่นอายตนะภายใน 6 อายตนะภายนอก 6 วิญญาณ ผัสสะ เวทนา ธาตุ ขันธ์ อรูปฌาน โลกนี้ โลกหน้า และอารมณ์ที่รับรู้ทางอายตนะ 6 อนาถบิณฑิกเศรษฐีฟังธรรมแล้วได้ร้องไห้น้ำตาไหล เพราะได้รับใช้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์มานาน แต่ไม่เคยฟังธรรมบรรยายเช่นนี้มาก่อน พระสารีบุตรกล่าวว่าธรรมเหล่านี้แสดงแก่บรรพชิต ไม่แสดงแก่คฤหัสถ์ ท่านเศรษฐีจึงขอร้องให้แสดงแก่คฤหัสถ์ด้วย เมื่อพระสารีบุตรกลับไป อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ถึงแก่กรรมไปเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิต เป็นอนาถบิณฑิกเทพบุตรและได้มาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ได้กราบทูลว่า พระวิหารเชตวันนี้มีประโยชน์เพราะได้เป็นที่พักอาศัยให้แก่สงฆ์ และมีพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ยังให้เกิดปีติแก่ตัวอนาถบิณฑิกเทพบุตร และกล่าวว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยธรรม 5 อย่างนี้ คือ การงาน วิชชา ธรรม ศีล ชีวิตอันสูงสุด ไม่ใช่ด้วยโคตรหรือด้วยทรัพย์ และอนาถบิณฑิกเทพบุตรได้กล่าวสรรเสริญพระสารีบุตรว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยปัญญา ด้วยศีล และด้วยความสงบ ภิกษุผู้ถึงความบริสุทธิ์แล้วจะดียิ่งก็ต้องเป็นเช่นพระสารีบุตร</p><p>‘ดูกรวิสาขะ ธรรมทินนาภิกษุณีเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก แม้หาก ท่านพึงสอบถามเนื้อความนั้นกะเรา แม้เราก็พึงพยากรณ์เนื้อความนั้น เหมือนที่ธรรมทินนาภิกษุณี พยากรณ์แล้ว เนื้อความแห่งพยากรณ์นั้นเป็นดังนั้นนั่นแล ท่านพึงทรงจำไว้อย่างนั้นเถิด.’</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า-เสลสูตร และกินติสูตร [6823-4s]</title>
			<itunes:title>พระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า-เสลสูตร และกินติสูตร [6823-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68404e2ec8835d385c1f982e/media.mp3" length="129005008" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68404e2ec8835d385c1f982e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68404e2ec8835d385c1f982e</link>
			<acast:episodeId>68404e2ec8835d385c1f982e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOsD0BF8RRkZmw7hjzmVmxfn0szdMoWlyXbMm0I5Tv1OI0EeG8YwCWZ2lBk3jh21y9I3L+cs/e1Pw+blpTU25Bz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>23</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 เสลสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นอังคุตตราปะ พร้อมกับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ 1,250รูป เสด็จถึงนิคมของชาวอังคุตตราปะชื่ออาปณะ ชฎิลชื่อเกณิยะได้ทราบข่าวว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมา จึงไปเข้าเฝ้าและนิมนต์เสวยภัตตาหาร ทรงรับนิมนต์ เมื่อเกณิยะกลับมาถึงเรือนได้ให้ญาติสาโลหิต ช่วยกันเตรียมสถานที่และอาหารเพื่อถวายในวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเสลพราหมณ์พร้อมด้วยบริวารเดินเที่ยวเล่นอยู่ ซึ่งเกณิยชฏิลมีความเลื่อมใสในเสลพราหมณ์อย่างมาก เลสพราหมณ์เห็นว่าที่บ้านเกณิยชฏิลมีการตระเตรียมงาน จึงเข้าไปทักทายสอบถาม ได้รับคำตอบว่า พรุ่งนี้จะถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าและภิกษุจำนวน 1,250 รูป และได้กล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าให้เลสพราหมณ์ฟัง เมื่อเสลพราหมณ์ได้ยินบทว่า“พุทธะ”เกิดความสนใจจึงได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้เห็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการตามที่กล่าวไว้ในมนต์ของพวกพราหมณ์ ได้สอบถามธรรมได้ฟังธรรมแล้วเกิดความเลื่อมใสขอบวชในวันนั้น พร้อมกับบริวาร ต่อมาท่านพระเสละพร้อมด้วยภิกษุผู้เป็นบริวารมีความเพียรฝึกฝนตนสำเร็จ ใช้เวลา 7วัน ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 กินติสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุ ปรารภความคิดเห็นของภิกษุที่มีต่อพระองค์ และทรงอธิบายถึงวิธีการปฏิบัติที่เมื่อมีการขัดแย้งกันเกิดขึ้นในหมู่ภิกษุ ให้กำหนดเนื้อความให้ดี แล้วเข้าไปหาคนที่ว่าง่าย และทิฏฐิน้อยที่สุด ให้คิดว่าการลำบากจากการบอกเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วจึงบอกสอนชี้แจงอย่างมีเหตุผลโดยไม่ยกตนข่มผู้อื่น</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 เสลสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นอังคุตตราปะ พร้อมกับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ 1,250รูป เสด็จถึงนิคมของชาวอังคุตตราปะชื่ออาปณะ ชฎิลชื่อเกณิยะได้ทราบข่าวว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมา จึงไปเข้าเฝ้าและนิมนต์เสวยภัตตาหาร ทรงรับนิมนต์ เมื่อเกณิยะกลับมาถึงเรือนได้ให้ญาติสาโลหิต ช่วยกันเตรียมสถานที่และอาหารเพื่อถวายในวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเสลพราหมณ์พร้อมด้วยบริวารเดินเที่ยวเล่นอยู่ ซึ่งเกณิยชฏิลมีความเลื่อมใสในเสลพราหมณ์อย่างมาก เลสพราหมณ์เห็นว่าที่บ้านเกณิยชฏิลมีการตระเตรียมงาน จึงเข้าไปทักทายสอบถาม ได้รับคำตอบว่า พรุ่งนี้จะถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าและภิกษุจำนวน 1,250 รูป และได้กล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าให้เลสพราหมณ์ฟัง เมื่อเสลพราหมณ์ได้ยินบทว่า“พุทธะ”เกิดความสนใจจึงได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้เห็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการตามที่กล่าวไว้ในมนต์ของพวกพราหมณ์ ได้สอบถามธรรมได้ฟังธรรมแล้วเกิดความเลื่อมใสขอบวชในวันนั้น พร้อมกับบริวาร ต่อมาท่านพระเสละพร้อมด้วยภิกษุผู้เป็นบริวารมีความเพียรฝึกฝนตนสำเร็จ ใช้เวลา 7วัน ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 กินติสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุ ปรารภความคิดเห็นของภิกษุที่มีต่อพระองค์ และทรงอธิบายถึงวิธีการปฏิบัติที่เมื่อมีการขัดแย้งกันเกิดขึ้นในหมู่ภิกษุ ให้กำหนดเนื้อความให้ดี แล้วเข้าไปหาคนที่ว่าง่าย และทิฏฐิน้อยที่สุด ให้คิดว่าการลำบากจากการบอกเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วจึงบอกสอนชี้แจงอย่างมีเหตุผลโดยไม่ยกตนข่มผู้อื่น</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญาพระสารีบุตรและพระมหาโกฏฐิตะ - มหาเวทัลลสูตร , นฬกลาปิยสูตร, สีลวันตสูตร, มหาโกฏฐิตสูตร [6822-4s]</title>
			<itunes:title>ปัญญาพระสารีบุตรและพระมหาโกฏฐิตะ - มหาเวทัลลสูตร , นฬกลาปิยสูตร, สีลวันตสูตร, มหาโกฏฐิตสูตร [6822-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 May 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6836e58d944c948b9aaf296e/media.mp3" length="139948978" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6836e58d944c948b9aaf296e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6836e58d944c948b9aaf296e</link>
			<acast:episodeId>6836e58d944c948b9aaf296e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesP6tUH8Jf+ZKYGj7EwHbIagenMRiO6io390zvih4AGinnFQYUy9h8+Ec2bUy8fWpkgTrgAntz32jd0IISuETo0e]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>22</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาเวทัลลสูตร </strong>เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิกะ(หรือมหาโกฏฐิตะ) ขณะพักอยู่ ณ พระเซตวัน อารามของอนาถบินฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ท่านมหาโกฏฐิตะออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น ได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรเพื่อถามปัญหา เรื่องที่ท่านถามมี 6 เรื่อง คือ 1.เรื่องปัญญากับวิญญาณ 2. เรื่องเวทนาสัญญาและวิญญาณ 3. เรื่องประโยชน์แห่งปัญญาและเหตุเกิดสัมมาทิฏฐิ 4. เรื่องภพและฌาน 5.เรื่องอินทรีย์ ๕ 6. เรื่องปัจจัยเจโตวิมุตติ ซึ่งท่านมหาโกฏฐิตะกล่าวชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระสารีบุตร</p><br><p><strong>สูตร#2 นฬกลาปิยสูตร </strong>ท่านพระมหาโกฏฐิตะถามท่านพระสารีบุตรเกี่ยวกับองค์ปฏิจจสมุปบาททั้ง 12 และท่านพระสารีบุตรได้เปรียบเทียบระหว่างนามรูปกับวิญญาณให้ท่านพระมหาโกฏฐิตะฟังว่าเปรียบเหมือนไม้อ้อ 2 กำพิงกัน สามารถตั้งอยู่ได้เพราะอาศัยกันและกัน และไร่เรียงปฏิจจสมุปบาทไปตามลำดับทั้งสายเกิดและสายดับ และกล่าวต่อไปว่าถ้าภิกษุแสดงธรรมเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ ฯลฯ อวิชชา นี้รียกว่า “พระธรรรมกถึก” ถ้าภิกษุปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม” ถ้าภิกษุเป็นผู้หลุดพ้น เพราะความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดไม่ถือมั่นอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน”</p><br><p><strong>สูตร#3 สีลวันตสูตร </strong>พระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรืออรหันต์ ควรกระทำธรรมเหล่าไหนไว้ในใจโดยแยบคาย ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรือแม้อรหันต์ ควรกระทำอุปาทานขันธ์ 5 ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค ดังฝี ดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน เมื่อกระทำธรรมเหล่านี้ไว้ในใจโดยแยบคาย ดังนี้แล้ว ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตผล และภิกษุผู้เป็นอรหันต์ ผู้ไม่มีกิจที่จะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไป ธรรมเหล่านี้ภิกษุผู้เป็นอรหันต์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว เป็นไปเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบันและเพื่อสติสัมปชัญญะ&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#4&nbsp;มหาโกฏฐิตสูตร</strong> พระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรเรื่องผัสสายตนะ 6 ดับ ซึ่งท่านพระสารีบุตรได้ตอบว่า เมื่อบุคคลกล่าวว่า ‘เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ อะไรอื่นยังมีอยู่หรือ ฯลฯ ชื่อว่าคิดปรุงแต่งสิ่งที่ไม่ ควรคิดปรุงแต่ง ดังนั้น ปปัญจธรรม(สิ่งที่คิดปรุงแต่ง) ย่อมดำเนินไปตราบเท่าที่ผัสสายตนะดำเนินไป ผัสสายตนะก็ดำเนินไปตราบเท่าที่ปปัญจธรรมดำเนินไป เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ ปปัญจธรรมจึงดับสนิท ระงับไป</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาเวทัลลสูตร </strong>เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิกะ(หรือมหาโกฏฐิตะ) ขณะพักอยู่ ณ พระเซตวัน อารามของอนาถบินฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ท่านมหาโกฏฐิตะออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น ได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรเพื่อถามปัญหา เรื่องที่ท่านถามมี 6 เรื่อง คือ 1.เรื่องปัญญากับวิญญาณ 2. เรื่องเวทนาสัญญาและวิญญาณ 3. เรื่องประโยชน์แห่งปัญญาและเหตุเกิดสัมมาทิฏฐิ 4. เรื่องภพและฌาน 5.เรื่องอินทรีย์ ๕ 6. เรื่องปัจจัยเจโตวิมุตติ ซึ่งท่านมหาโกฏฐิตะกล่าวชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระสารีบุตร</p><br><p><strong>สูตร#2 นฬกลาปิยสูตร </strong>ท่านพระมหาโกฏฐิตะถามท่านพระสารีบุตรเกี่ยวกับองค์ปฏิจจสมุปบาททั้ง 12 และท่านพระสารีบุตรได้เปรียบเทียบระหว่างนามรูปกับวิญญาณให้ท่านพระมหาโกฏฐิตะฟังว่าเปรียบเหมือนไม้อ้อ 2 กำพิงกัน สามารถตั้งอยู่ได้เพราะอาศัยกันและกัน และไร่เรียงปฏิจจสมุปบาทไปตามลำดับทั้งสายเกิดและสายดับ และกล่าวต่อไปว่าถ้าภิกษุแสดงธรรมเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ ฯลฯ อวิชชา นี้รียกว่า “พระธรรรมกถึก” ถ้าภิกษุปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม” ถ้าภิกษุเป็นผู้หลุดพ้น เพราะความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดไม่ถือมั่นอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน”</p><br><p><strong>สูตร#3 สีลวันตสูตร </strong>พระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรืออรหันต์ ควรกระทำธรรมเหล่าไหนไว้ในใจโดยแยบคาย ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรือแม้อรหันต์ ควรกระทำอุปาทานขันธ์ 5 ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค ดังฝี ดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน เมื่อกระทำธรรมเหล่านี้ไว้ในใจโดยแยบคาย ดังนี้แล้ว ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตผล และภิกษุผู้เป็นอรหันต์ ผู้ไม่มีกิจที่จะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไป ธรรมเหล่านี้ภิกษุผู้เป็นอรหันต์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว เป็นไปเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบันและเพื่อสติสัมปชัญญะ&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#4&nbsp;มหาโกฏฐิตสูตร</strong> พระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรเรื่องผัสสายตนะ 6 ดับ ซึ่งท่านพระสารีบุตรได้ตอบว่า เมื่อบุคคลกล่าวว่า ‘เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ อะไรอื่นยังมีอยู่หรือ ฯลฯ ชื่อว่าคิดปรุงแต่งสิ่งที่ไม่ ควรคิดปรุงแต่ง ดังนั้น ปปัญจธรรม(สิ่งที่คิดปรุงแต่ง) ย่อมดำเนินไปตราบเท่าที่ผัสสายตนะดำเนินไป ผัสสายตนะก็ดำเนินไปตราบเท่าที่ปปัญจธรรมดำเนินไป เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ ปปัญจธรรมจึงดับสนิท ระงับไป</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มารผู้ใจบาป - พรหมนิมันตนิกสูตร และ มารตัชชนียสูตร [6821-4s]</title>
			<itunes:title>มารผู้ใจบาป - พรหมนิมันตนิกสูตร และ มารตัชชนียสูตร [6821-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 May 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/682d7ca6f1320103eb4242fc/media.mp3" length="140397868" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">682d7ca6f1320103eb4242fc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/682d7ca6f1320103eb4242fc</link>
			<acast:episodeId>682d7ca6f1320103eb4242fc</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPYGOxpOsNHho4eECnHYGaE+a8o3vpYcGcwuzRf8mTcIh7F//A2uBin95KYYdSp6kwSXW22cEF4hig+70tvwgSy]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>21</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 พรหมนิมันตนิกสูตร</strong> ทรงตรัสเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของท้าวพกพรหม ทรงทราบด้วยพระทัยว่า ท้าวพกพรหมมีทิฏฐิชั่ว กล่าวสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง สิ่งที่ไม่ยั่งยืนว่ายั่งยืน เป็นต้น จึงทรงเสด็จขึ้นไปยังพรหมโลก และได้โต้วาทะกัน ขณะนั้น มารใจบาปได้เข้าสิงในพรหมปาริสัชชะองค์หนึ่งให้กล่าวห้ามมิให้พระองค์ว่ากล่าวท้าวพกพรหม พร้อมทั้งขู่สำทับ แต่ทรงรู้ทันว่าเป็นมาร พรหมและพรหมบริษัททั้งปวงตกอยู่ในอำนาจของมารแต่พระองค์มิได้อยู่ในอำนาจนั้น ได้ทรงสำแดงพุทธานุภาพไม่ให้พกพรหมหายตัวได้ แต่ทรงแสดงหายตัวให้ดู และมารได้เข้าสิงพรหมอีกองค์หนึ่งเพื่อห้ามไม่ให้พระองค์ทรงสอนธรรมแก่สาวก และขู่สำทับแต่ทรงตรัสว่า ทรงรู้จักมารดี พระองค์จะสอนหรือไม่สอนก็ไม่ทำให้พระองค์ดีขึ้นหรือเลวลงเพราะทรงตัดอาสวะได้ขาดแล้ว ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้วเหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้</p><br><p><strong>สูตร#2 มารตัชชนียสูตร</strong> พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่มารที่เข้าสิงในท้องท่าน ขณะเดินจงกรม ณ เภสกฬาวัน สมัยนั้นพระมหาโมคคัลลานะจงกรมอยู่ ถูกมารเข้าไปในท้องในไส้ รู้สึกเหมือนมีของหนักอยู่ในท้อง จึงหยุดจงกรม กลับไปยังวิหาร นั่งพิจารณาแล้ว ทราบว่า มารใจบาปเข้าไปสิงอยู่ จึงเรียกให้มารออกมา เมื่อมารนั้นออกมาท่านจึงเทศน์สอน ได้ลำดับญาติระหว่างท่านกับมารตนนี้ให้ฟังว่า มารนี้เป็นลูกของน้องสาวและเล่าอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารได้เคยทำร้ายพระอริยสาวกต้องไปตกนรกถูกหลาวแทงหลายพันปี หลายหมื่นปี ท่านขอให้มารนั้นอย่าทำร้ายพระอริยสาวกเพราะจะส่งผลให้ไปตกนรกเหมือนที่ท่านได้รับมาแล้ว มารนั้นรู้สึกเสียใจ แล้วหายตัวไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 พรหมนิมันตนิกสูตร</strong> ทรงตรัสเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของท้าวพกพรหม ทรงทราบด้วยพระทัยว่า ท้าวพกพรหมมีทิฏฐิชั่ว กล่าวสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง สิ่งที่ไม่ยั่งยืนว่ายั่งยืน เป็นต้น จึงทรงเสด็จขึ้นไปยังพรหมโลก และได้โต้วาทะกัน ขณะนั้น มารใจบาปได้เข้าสิงในพรหมปาริสัชชะองค์หนึ่งให้กล่าวห้ามมิให้พระองค์ว่ากล่าวท้าวพกพรหม พร้อมทั้งขู่สำทับ แต่ทรงรู้ทันว่าเป็นมาร พรหมและพรหมบริษัททั้งปวงตกอยู่ในอำนาจของมารแต่พระองค์มิได้อยู่ในอำนาจนั้น ได้ทรงสำแดงพุทธานุภาพไม่ให้พกพรหมหายตัวได้ แต่ทรงแสดงหายตัวให้ดู และมารได้เข้าสิงพรหมอีกองค์หนึ่งเพื่อห้ามไม่ให้พระองค์ทรงสอนธรรมแก่สาวก และขู่สำทับแต่ทรงตรัสว่า ทรงรู้จักมารดี พระองค์จะสอนหรือไม่สอนก็ไม่ทำให้พระองค์ดีขึ้นหรือเลวลงเพราะทรงตัดอาสวะได้ขาดแล้ว ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้วเหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้</p><br><p><strong>สูตร#2 มารตัชชนียสูตร</strong> พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่มารที่เข้าสิงในท้องท่าน ขณะเดินจงกรม ณ เภสกฬาวัน สมัยนั้นพระมหาโมคคัลลานะจงกรมอยู่ ถูกมารเข้าไปในท้องในไส้ รู้สึกเหมือนมีของหนักอยู่ในท้อง จึงหยุดจงกรม กลับไปยังวิหาร นั่งพิจารณาแล้ว ทราบว่า มารใจบาปเข้าไปสิงอยู่ จึงเรียกให้มารออกมา เมื่อมารนั้นออกมาท่านจึงเทศน์สอน ได้ลำดับญาติระหว่างท่านกับมารตนนี้ให้ฟังว่า มารนี้เป็นลูกของน้องสาวและเล่าอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารได้เคยทำร้ายพระอริยสาวกต้องไปตกนรกถูกหลาวแทงหลายพันปี หลายหมื่นปี ท่านขอให้มารนั้นอย่าทำร้ายพระอริยสาวกเพราะจะส่งผลให้ไปตกนรกเหมือนที่ท่านได้รับมาแล้ว มารนั้นรู้สึกเสียใจ แล้วหายตัวไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มูลเหตุที่ทรงห้ามฉันในเวลาวิกาล - ลฑุกิโกปมสูตร และ จาตุมสูตร [6820-4s] </title>
			<itunes:title>มูลเหตุที่ทรงห้ามฉันในเวลาวิกาล - ลฑุกิโกปมสูตร และ จาตุมสูตร [6820-4s] </itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 May 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:04:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68234e8af368620d4550066e/media.mp3" length="155919290" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68234e8af368620d4550066e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68234e8af368620d4550066e</link>
			<acast:episodeId>68234e8af368620d4550066e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPzeGxOxb/0EYaDjq/s2frPnqFF2FHHoCqhiY0Arzn8m8DyIMQlmtlaUXFcoidy875iMONjIrTigW45xunvZAh+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>20</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ลฑุกิโกปมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอุทายี ขณะประทับอยู่ในอาปณนิคมของชาวอังคุตราปะ โดยท่านพระอุทายีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคและกราบทูลว่า เมื่อก่อนท่านฉันทั้งในวลาเย็น เวลาเช้า เวลาหลังเที่ยง&nbsp;ต่อมา ทรงรับสั่งให้เลิกฉันในเวลาเย็นและเวลาหลังเที่ยง ท่านน้อยใจ เสียใจ แต่ก็ยังปฏิบัติตามเพราะความรัก ความเคารพ ความละอายและความยำเกรงในพระผู้มีพระกาค ต่อมาได้เห็นโทษในการฉันเวลาเย็นและวลาหลังเที่ยงด้วยตนเอง จึงได้รู้ว่า ทรงกำจัดธรรมอันเป็นหตุแห่งทุกข์ ทรงนำธรรมอันเป็นเหตุแห่งสุขเป็นอันมากมาให้ ทรงกำจัดอกุศลธรรม ทรงนำกุกุศลธรรมมาให้ แล้วทรงตรัสว่า ที่เป็นเช่นนั้น เพราะในธรรมวินัยนี้ มีบุคคลหลายจำพวกที่คิดว่า พระวินัยบัญบัญญัติของพระองค์เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญอะไร ซึ่งความจริงไม่ใช่เรื่องล็กน้อย แล้วทรงแสดงบุคคล 4 จำพวกเปรียบเทียบกับอุปมา 4 ข้อ ทรงชี้ให้เห็นประโยชน์ของการปฏิบัติตามคำสอนและโทษที่ไม่ปฏิบัติตาม คือผู้มีความยำเกรงในพระองค์ แต่ไม่ยอมแก้ไขความผิดที่มีอยู่ ย่อมไม่พ้นจากความผิดนั้น ส่วนผู้ไม่มีความยำเกรงในพระองค์แต่ยอมสละความผิดเสีย ย่อมพ้นผิดได้</p><br><p><strong>สูตร#2 จาตุมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูป ณ อามลกีวัน หมู่บ้านจาตุมาซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวศากยะ แคว้นสักกะ โดยทรงประสงค์ให้รู้มารยาทในการอยู่ร่วมกันและรู้จักระวังภัยของผู้บวชใหม่ สมัยนั้น ภิกษุประมาณ 500 รูป ซึ่งติดตามท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโมคคัลลานะมาเข้าเฝ้าพระองค์ ภิกษุเหล่านั้นสนทนากับภิกษุเจ้าถิ่นส่งเสียงดังอื้ออึง จึงทรงตรัสเรียกมาและขับไล่ภิกษุเหล่านั้นไป แต่พวกเจ้าศากยะชาวบ้านจาตุมา และท้าวสหัมบดีพรหมทราบเรื่อง จึงเข้าเฝ้ากราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุเหล่านั้น เพราะบางรูปเป็นภิกษุใหม่ เมื่อไม่ได้เข้าเฝ้าก็จะแปรผันไป เหมือนพืชอ่อนขาดน้ำ หรือเหมือนลูกโคอ่อนไม่เห็นแม่ เมื่อทรงสดับอุปมาที่ชาวบ้านจาตุมาและท้าวสหัมบดีพรหมกราบทูลก็ทรงพอพระทัย ท่านพระมหาโมคคัลลานะจึงพาภิกษุทั้งหลายเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้ทรงตรัสรับรองว่า พระองค์ ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโมคคัลลานะเท่านั้นควรบริหารภิกษุสงฆ์ จากนั้นทรงแสดงภัยของผู้บวชใหม่ 4 ประการ</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ลฑุกิโกปมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอุทายี ขณะประทับอยู่ในอาปณนิคมของชาวอังคุตราปะ โดยท่านพระอุทายีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคและกราบทูลว่า เมื่อก่อนท่านฉันทั้งในวลาเย็น เวลาเช้า เวลาหลังเที่ยง&nbsp;ต่อมา ทรงรับสั่งให้เลิกฉันในเวลาเย็นและเวลาหลังเที่ยง ท่านน้อยใจ เสียใจ แต่ก็ยังปฏิบัติตามเพราะความรัก ความเคารพ ความละอายและความยำเกรงในพระผู้มีพระกาค ต่อมาได้เห็นโทษในการฉันเวลาเย็นและวลาหลังเที่ยงด้วยตนเอง จึงได้รู้ว่า ทรงกำจัดธรรมอันเป็นหตุแห่งทุกข์ ทรงนำธรรมอันเป็นเหตุแห่งสุขเป็นอันมากมาให้ ทรงกำจัดอกุศลธรรม ทรงนำกุกุศลธรรมมาให้ แล้วทรงตรัสว่า ที่เป็นเช่นนั้น เพราะในธรรมวินัยนี้ มีบุคคลหลายจำพวกที่คิดว่า พระวินัยบัญบัญญัติของพระองค์เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญอะไร ซึ่งความจริงไม่ใช่เรื่องล็กน้อย แล้วทรงแสดงบุคคล 4 จำพวกเปรียบเทียบกับอุปมา 4 ข้อ ทรงชี้ให้เห็นประโยชน์ของการปฏิบัติตามคำสอนและโทษที่ไม่ปฏิบัติตาม คือผู้มีความยำเกรงในพระองค์ แต่ไม่ยอมแก้ไขความผิดที่มีอยู่ ย่อมไม่พ้นจากความผิดนั้น ส่วนผู้ไม่มีความยำเกรงในพระองค์แต่ยอมสละความผิดเสีย ย่อมพ้นผิดได้</p><br><p><strong>สูตร#2 จาตุมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูป ณ อามลกีวัน หมู่บ้านจาตุมาซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวศากยะ แคว้นสักกะ โดยทรงประสงค์ให้รู้มารยาทในการอยู่ร่วมกันและรู้จักระวังภัยของผู้บวชใหม่ สมัยนั้น ภิกษุประมาณ 500 รูป ซึ่งติดตามท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโมคคัลลานะมาเข้าเฝ้าพระองค์ ภิกษุเหล่านั้นสนทนากับภิกษุเจ้าถิ่นส่งเสียงดังอื้ออึง จึงทรงตรัสเรียกมาและขับไล่ภิกษุเหล่านั้นไป แต่พวกเจ้าศากยะชาวบ้านจาตุมา และท้าวสหัมบดีพรหมทราบเรื่อง จึงเข้าเฝ้ากราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุเหล่านั้น เพราะบางรูปเป็นภิกษุใหม่ เมื่อไม่ได้เข้าเฝ้าก็จะแปรผันไป เหมือนพืชอ่อนขาดน้ำ หรือเหมือนลูกโคอ่อนไม่เห็นแม่ เมื่อทรงสดับอุปมาที่ชาวบ้านจาตุมาและท้าวสหัมบดีพรหมกราบทูลก็ทรงพอพระทัย ท่านพระมหาโมคคัลลานะจึงพาภิกษุทั้งหลายเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้ทรงตรัสรับรองว่า พระองค์ ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโมคคัลลานะเท่านั้นควรบริหารภิกษุสงฆ์ จากนั้นทรงแสดงภัยของผู้บวชใหม่ 4 ประการ</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มีธรรมเป็นที่พึ่ง - โคปกโมคคัลลานสูตรและคณกโมคคัลลานสูตร [6819-4s] </title>
			<itunes:title>มีธรรมเป็นที่พึ่ง - โคปกโมคคัลลานสูตรและคณกโมคคัลลานสูตร [6819-4s] </itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 May 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/681b557724b1daf01a0f996e/media.mp3" length="135875259" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">681b557724b1daf01a0f996e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/681b557724b1daf01a0f996e</link>
			<acast:episodeId>681b557724b1daf01a0f996e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesN7wTxWdMzuvCeNUmLJqaXmS+DuZ1mSMt0qX69dZfqIZmxGCqMVfWu9GsQFYluIk8r1QtXdHmOKtqlUa8AuIyBn]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>19</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 โคปกโมคคัลลานสูตร</strong> ท่านพระอานนท์แสดงแก่โคปกโมคคัลลานพราหมณ์ที่ทำหน้าที่ดูแลกิจการงานของพระเจ้าพิมพิสาร เกี่ยวกับปศุสัตว์ ณ ที่ทำงานของพราหมณ์ในกรุงราชคฤห์ หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน เพื่อตอบปัญหาเรื่องภิกษุเพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นการถามด้วยความห่วงใย ซึ่งต่อมามีวัสสการพราหมณ์ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธมาสมทบและได้ถามถึงเรื่องฌาณ ซึ่งท่านพระอานนท์ได้ตอบให้เข้าใจชัดเจนตามลำดับว่า พระผู้มีพระภาคทรงสอนให้ภิกษุนับถือธรรมเท่านั้นเป็นที่พึ่ง และถ้าบุคคลใดมีธรรม 10 ประการนี้ สงฆ์ก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาบุคคลนั้น เรื่องฌาณกล่าวตอบว่า ฌาณที่ไม่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่ประกอบด้วยนิวรณ์ 5 ส่วนฌาณที่ทรงสรรเสริญได้แก่ ฌาณที่สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย พราหมณ์ทั้งสองต่างชื่นชมยินดีคำตอบของท่านพระอานนท์</p><p><strong>สูตร#2 คณกโมคคัลลานสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่คณกโมคคัลลานพราหมณ์ ณ เชตวัน โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้น ซึ่งในศาสนาของพระองค์ก็มีการฝึกปฏิบัติไปตามลำดับขั้น เมื่อโมคคัลลานะพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 โคปกโมคคัลลานสูตร</strong> ท่านพระอานนท์แสดงแก่โคปกโมคคัลลานพราหมณ์ที่ทำหน้าที่ดูแลกิจการงานของพระเจ้าพิมพิสาร เกี่ยวกับปศุสัตว์ ณ ที่ทำงานของพราหมณ์ในกรุงราชคฤห์ หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน เพื่อตอบปัญหาเรื่องภิกษุเพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นการถามด้วยความห่วงใย ซึ่งต่อมามีวัสสการพราหมณ์ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธมาสมทบและได้ถามถึงเรื่องฌาณ ซึ่งท่านพระอานนท์ได้ตอบให้เข้าใจชัดเจนตามลำดับว่า พระผู้มีพระภาคทรงสอนให้ภิกษุนับถือธรรมเท่านั้นเป็นที่พึ่ง และถ้าบุคคลใดมีธรรม 10 ประการนี้ สงฆ์ก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาบุคคลนั้น เรื่องฌาณกล่าวตอบว่า ฌาณที่ไม่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่ประกอบด้วยนิวรณ์ 5 ส่วนฌาณที่ทรงสรรเสริญได้แก่ ฌาณที่สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย พราหมณ์ทั้งสองต่างชื่นชมยินดีคำตอบของท่านพระอานนท์</p><p><strong>สูตร#2 คณกโมคคัลลานสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่คณกโมคคัลลานพราหมณ์ ณ เชตวัน โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้น ซึ่งในศาสนาของพระองค์ก็มีการฝึกปฏิบัติไปตามลำดับขั้น เมื่อโมคคัลลานะพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ประกาศพระพุทธคุณ-สัมปสาทนียสูตร [6818-4s] </title>
			<itunes:title>ประกาศพระพุทธคุณ-สัมปสาทนียสูตร [6818-4s] </itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/68124ceff7d552efdc4950ee/media.mp3" length="147132498" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">68124ceff7d552efdc4950ee</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/68124ceff7d552efdc4950ee</link>
			<acast:episodeId>68124ceff7d552efdc4950ee</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNjMc8Y9hq0NT1FB2hwiPj62KFzwQeyHJfrJrVCNcUiOwQ2I0H71RFdyKMCGrs41tf6jZ9am+hnVV4YZxX6HosZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>18</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[สัมปสาทนียสูตร พระสารีบุตรเป็นผู้แสดง ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ขณะประทับอยู่ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา แคว้นมคธ เพื่อกราบทูลความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระผู้มีพระภาคประทานแก่ท่านและความเลื่อมใสอันยิ่งใหญ่ที่ท่านมีต่อพระองค์ ได้พรรณนาสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าที่มีมากมายมหาศาลและแจกแจงธรรมบรรยายไว้ในนัยยะต่างๆ ซึ่งท่านถือว่าเป็นธรรมยอดเยี่ยม คือ ทรงแสดงธรรมเป็นสวาขาตะธรรม , พรรณนาเรื่องการบัญญัติบุคคล, เรื่องคำสอน, ปฏิปทา, ฌาณสมาธิ และปัญญา คำสอนต่าง ๆ มีรายละเอียดน่าอัศจรรย์ลึกซึ้ง และไม่มีสมณะหรือพราหมณ์อื่นที่จะมีความรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้มีพระภาคในทางพระสัมโพธิญาณฯ เมื่อท่านแสดงจบ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสรับรองว่า ที่ท่านพรรณนามา ถูกต้องมิได้กล่าวตู่พระองค์ ซึ่งขณะนั้น ท่านพระมหาอุทายี ได้นั่งฟังโดยตลอด ก็ได้กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณด้วย ซึ่งทรงรับสั่งให้พระสารีบุตรกล่าวธรรมบรรยายนี้แก่พุทธบริษัทบ่อย ๆ เพื่อให้ผู้ที่เคลือบแคลงสงสัยในพระองค์ จะละความเคลือบแคลงสงสัยไปได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สัมปสาทนียสูตร พระสารีบุตรเป็นผู้แสดง ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ขณะประทับอยู่ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา แคว้นมคธ เพื่อกราบทูลความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระผู้มีพระภาคประทานแก่ท่านและความเลื่อมใสอันยิ่งใหญ่ที่ท่านมีต่อพระองค์ ได้พรรณนาสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าที่มีมากมายมหาศาลและแจกแจงธรรมบรรยายไว้ในนัยยะต่างๆ ซึ่งท่านถือว่าเป็นธรรมยอดเยี่ยม คือ ทรงแสดงธรรมเป็นสวาขาตะธรรม , พรรณนาเรื่องการบัญญัติบุคคล, เรื่องคำสอน, ปฏิปทา, ฌาณสมาธิ และปัญญา คำสอนต่าง ๆ มีรายละเอียดน่าอัศจรรย์ลึกซึ้ง และไม่มีสมณะหรือพราหมณ์อื่นที่จะมีความรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้มีพระภาคในทางพระสัมโพธิญาณฯ เมื่อท่านแสดงจบ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสรับรองว่า ที่ท่านพรรณนามา ถูกต้องมิได้กล่าวตู่พระองค์ ซึ่งขณะนั้น ท่านพระมหาอุทายี ได้นั่งฟังโดยตลอด ก็ได้กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณด้วย ซึ่งทรงรับสั่งให้พระสารีบุตรกล่าวธรรมบรรยายนี้แก่พุทธบริษัทบ่อย ๆ เพื่อให้ผู้ที่เคลือบแคลงสงสัยในพระองค์ จะละความเคลือบแคลงสงสัยไปได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ข้ออ้างแห่งความประมาท - ธนัญชานิสูตรและสุสิมสูตร [6817-4s]</title>
			<itunes:title>ข้ออ้างแห่งความประมาท - ธนัญชานิสูตรและสุสิมสูตร [6817-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6809116380a1a34ac5b99d93/media.mp3" length="140848742" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6809116380a1a34ac5b99d93</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6809116380a1a34ac5b99d93</link>
			<acast:episodeId>6809116380a1a34ac5b99d93</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMI3QT6Tpx3FdlUHJ45gclxURvGo9Zak2F2TjKhoPj/tfJnpBxk8e4je6DyIXBIYKrdKbJhr/BkG9hkhg3HWL2W]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>17</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ธนัญชานิสูตร</strong> ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชา และเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติ และแสดงธรรมให้ฟัง ณ ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้ประตูกรุงราชคฤห์ เพื่อให้ธนัญชานิพราหมณ์เลิกประพฤติอธรรม (ผิดศีล) ซึ่งธนัญชานิพรามณ์ได้อ้างเหตุแห่งความประมาทว่าเพราะต้องดูแล รับใช้ เลี้ยงดู บิดา มารดา ภรรยาบุตร ทาส กรรมกร คนรับใช้ มิตร อำมาตย์ ญาติ แขก ปุพเปตชน เทวดา พระราชา และต้องทำนุบำรุงกายตน จึงได้เตือนสติว่า เมื่อบุคคลประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรมไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ๆ ย่อมไปยังนรกเป็นผู้ไม่ประเสริฐ ส่วนผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ เป็นผู้ประเสริฐ และการทำงานที่มีเหตุประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคลเลี้ยงตนและคนอื่นๆได้ โดยไม่ทำบาปกรรม และปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่เป็นบุญได้ ก็มีอยู่ ธนัญชานิมีใจชื่นชมยินดีภาษิตของพระสารีบุตร</p><p>สมัยต่อมาเมื่อธนัญชานิพราหมณ์ป่วยหนัก พระสารีบุตรได้มาแสดงธรรมให้ฟังโดยถามถึงความประเสริฐของทุคติภูมิและสุคติภูมิและถามขึ้นไปตามลำดับ โดยเริ่มจากนรกจนถึงพรหมโลก จนธนัญชานิพราหมณ์เห็นว่า พรหมโลกประเสริฐที่สุด จึงได้แสดงทางเพื่อเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพรหม เมื่อท่านแสดงธรรมจบแล้วจากไปไม่นาน ธนัญชานิก็ตายไปบังเกิดในพรหมโลก&nbsp;</p><p>พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามเหตุผลว่า เหตุที่พระสารีบุตรไม่แสดงธรรมให้พราหมณ์บรรลุมรรคผล เพราะพวกพราหมณ์มักน้อมใจไปเกิดในพรหมโลก ซึ่งพระพุทธเจ้าจึงตรัสรับรองว่าธนัญชานิพราหมณ์ไปเกิดในพรหมโลกแล้ว</p><br><p><strong>สูตร#2 สุสิมสูตร </strong>เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ขณะนั้นพระพุทธเจ้าและท่านพระอานนท์กำลังกล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตร สุสิมเทพบุตรผู้มีเทพบุตรบริษัทจำนวนมากได้เข้ามาเฝ้าพระผู้มีพระภาคและได้กล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตรด้วย</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ธนัญชานิสูตร</strong> ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชา และเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติ และแสดงธรรมให้ฟัง ณ ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้ประตูกรุงราชคฤห์ เพื่อให้ธนัญชานิพราหมณ์เลิกประพฤติอธรรม (ผิดศีล) ซึ่งธนัญชานิพรามณ์ได้อ้างเหตุแห่งความประมาทว่าเพราะต้องดูแล รับใช้ เลี้ยงดู บิดา มารดา ภรรยาบุตร ทาส กรรมกร คนรับใช้ มิตร อำมาตย์ ญาติ แขก ปุพเปตชน เทวดา พระราชา และต้องทำนุบำรุงกายตน จึงได้เตือนสติว่า เมื่อบุคคลประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรมไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ๆ ย่อมไปยังนรกเป็นผู้ไม่ประเสริฐ ส่วนผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ เป็นผู้ประเสริฐ และการทำงานที่มีเหตุประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคลเลี้ยงตนและคนอื่นๆได้ โดยไม่ทำบาปกรรม และปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่เป็นบุญได้ ก็มีอยู่ ธนัญชานิมีใจชื่นชมยินดีภาษิตของพระสารีบุตร</p><p>สมัยต่อมาเมื่อธนัญชานิพราหมณ์ป่วยหนัก พระสารีบุตรได้มาแสดงธรรมให้ฟังโดยถามถึงความประเสริฐของทุคติภูมิและสุคติภูมิและถามขึ้นไปตามลำดับ โดยเริ่มจากนรกจนถึงพรหมโลก จนธนัญชานิพราหมณ์เห็นว่า พรหมโลกประเสริฐที่สุด จึงได้แสดงทางเพื่อเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพรหม เมื่อท่านแสดงธรรมจบแล้วจากไปไม่นาน ธนัญชานิก็ตายไปบังเกิดในพรหมโลก&nbsp;</p><p>พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามเหตุผลว่า เหตุที่พระสารีบุตรไม่แสดงธรรมให้พราหมณ์บรรลุมรรคผล เพราะพวกพราหมณ์มักน้อมใจไปเกิดในพรหมโลก ซึ่งพระพุทธเจ้าจึงตรัสรับรองว่าธนัญชานิพราหมณ์ไปเกิดในพรหมโลกแล้ว</p><br><p><strong>สูตร#2 สุสิมสูตร </strong>เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ขณะนั้นพระพุทธเจ้าและท่านพระอานนท์กำลังกล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตร สุสิมเทพบุตรผู้มีเทพบุตรบริษัทจำนวนมากได้เข้ามาเฝ้าพระผู้มีพระภาคและได้กล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตรด้วย</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ลักษณะของคนพาลและบัณฑิต - พาลบัณฑิตสูตร [6816-4s]</title>
			<itunes:title>ลักษณะของคนพาลและบัณฑิต - พาลบัณฑิตสูตร [6816-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67ffd9575d1edf45d200527d/media.mp3" length="142982588" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67ffd9575d1edf45d200527d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67ffd9575d1edf45d200527d</link>
			<acast:episodeId>67ffd9575d1edf45d200527d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOtDNh8LiOWptIgx6elFrwczxtHWV96igyaf0an3j0S4r4qs+BVVC+6AFEvjdAMB27Qy2COJ+Ve5O9u4Zy0/htH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>16</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พาลบัณฑิตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสลักษณะของคนพาล 3 ประการ คือ คิดแต่เรื่องชั่ว พูดแต่เรื่องชั่ว คนพาลจึงได้รับทุกขโทมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป จะไปเกิดในทุคติ วินิบาต นรก หรือไปเกิดในภูมิของสัตว์ดิรัจฉาน ส่วนลักษณะของบัณฑิต 3 ประการคือ คิดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องดี ทำแต่กรรมดี จึงได้รับสุขโสมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป ก็จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่น่าปราถนา หรือถ้าไปเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเกิดในตระกูลสูง มีทรัพย์มาก มีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พาลบัณฑิตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสลักษณะของคนพาล 3 ประการ คือ คิดแต่เรื่องชั่ว พูดแต่เรื่องชั่ว คนพาลจึงได้รับทุกขโทมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป จะไปเกิดในทุคติ วินิบาต นรก หรือไปเกิดในภูมิของสัตว์ดิรัจฉาน ส่วนลักษณะของบัณฑิต 3 ประการคือ คิดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องดี ทำแต่กรรมดี จึงได้รับสุขโสมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป ก็จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่น่าปราถนา หรือถ้าไปเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเกิดในตระกูลสูง มีทรัพย์มาก มีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปริพาชกชื่อ สกุลุทายี - จูฬสกุลุทายิสูตรและอนุปทสูตร [6815-4s]</title>
			<itunes:title>ปริพาชกชื่อ สกุลุทายี - จูฬสกุลุทายิสูตรและอนุปทสูตร [6815-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67f69dad0c09f662027b855b/media.mp3" length="143222559" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67f69dad0c09f662027b855b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67f69dad0c09f662027b855b</link>
			<acast:episodeId>67f69dad0c09f662027b855b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesN0nLVUFAdsf9oe2gJKUWgGI16ipNzR4ymkS5J6xfsAyQOwp2KeNvLAzAK1mrQMdk3mxiVk7VT6O4STsR3WPbw6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>15</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬสกุลุทายิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อสกุลุทายีพร้อมด้วยปริพาชกบริษัทหมู่</p><p>ใหญ่อาศัยอยู่ในอารามของปริพาชกอันเป็นที่ให้เหยื่อแก่นกยูง เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำถามของสกุลุทายี เรื่องปัญหาปรารภขันธ์ส่วนอดีตและขันธ์ส่วนอนาคต ซึ่งอุทายีเคยถามคำถามนี้กับนิครนถ์ นาฏบุตร แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ ทรงตรัสว่าให้อุทายีงดเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่จะทรงแสดงธรรม ‘ เมื่อเหตุนี้มี ผลจึงมี เพราะเหตุนี้เกิด ผลจึงเกิด เมื่อเหตุนี้ไม่มี ผลนี้จึงไม่มี เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้จึงดับ ‘ แล้วทรงตรัสถาม เรื่องลัทธิอาจารย์ของตน ได้แก่เรื่องวรรณะ , ปัญหาเรื่องโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว ว่ามีรายละเอียดอย่างไร เมื่ออุทายีตอบ ก็ทรงซักไซร้ไล่เลียง เพื่อทำความเข้าใจว่า ส่วนที่ถูกต้องเป็นอย่างไร จากนั้นทรงอธิบายไล่เลียงไปตามลำดับคือ ฌาน 4 และวิชชา 3 ซึ่งเป็นธรรมที่ปราณีตกว่า ที่ภิกษุที่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระองค์ มุ่งจะทำให้แจ้ง เมื่อทรงตรัสจบ สกุลุทายีได้ขอบวช แต่ถูกลูกศิษย์ในบริษัทของตนกล่าวห้ามไว้ จึงทำให้สกุลุทายีไม่ได้ออกบวช ประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระผู้มีพระภาค</p><p><strong>สูตร#2 อนุปทสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ทรงปรารภการบรรลุธรรมของท่านพระสารีบุตร ทรงสรรเสริญท่านสารีบุตรว่าเป็นผู้มีปัญญามาก สามารถบรรลุธรรมตามลำดับบทในระยะเวลาเพียงกึ่งเดือน และได้ทรงแสดงธรรมที่ท่านสารีบุตรได้เห็นแจ้งตามลำดับบท และผู้กล่าวชอบ พึงกล่าวชมว่าพระสารีบุตรเป็นผู้ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยศีล ในอริยสมาธิ ในอริยปัญญา ในอริยวิมุติ และเป็นบุตรของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่พระโอฐของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่ธรรม อันธรรมเนรมิต เป็นธรรมทายาท ไม่ใช่เป็นทายาทของอามิส ท่านสารีบุตรย่อมประกาศธรรมจักร อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าที่พระผู้มีพระภาคให้เป็นไปแล้ว ไปตามลำดับโดยชอบ&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬสกุลุทายิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อสกุลุทายีพร้อมด้วยปริพาชกบริษัทหมู่</p><p>ใหญ่อาศัยอยู่ในอารามของปริพาชกอันเป็นที่ให้เหยื่อแก่นกยูง เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำถามของสกุลุทายี เรื่องปัญหาปรารภขันธ์ส่วนอดีตและขันธ์ส่วนอนาคต ซึ่งอุทายีเคยถามคำถามนี้กับนิครนถ์ นาฏบุตร แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ ทรงตรัสว่าให้อุทายีงดเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่จะทรงแสดงธรรม ‘ เมื่อเหตุนี้มี ผลจึงมี เพราะเหตุนี้เกิด ผลจึงเกิด เมื่อเหตุนี้ไม่มี ผลนี้จึงไม่มี เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้จึงดับ ‘ แล้วทรงตรัสถาม เรื่องลัทธิอาจารย์ของตน ได้แก่เรื่องวรรณะ , ปัญหาเรื่องโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว ว่ามีรายละเอียดอย่างไร เมื่ออุทายีตอบ ก็ทรงซักไซร้ไล่เลียง เพื่อทำความเข้าใจว่า ส่วนที่ถูกต้องเป็นอย่างไร จากนั้นทรงอธิบายไล่เลียงไปตามลำดับคือ ฌาน 4 และวิชชา 3 ซึ่งเป็นธรรมที่ปราณีตกว่า ที่ภิกษุที่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระองค์ มุ่งจะทำให้แจ้ง เมื่อทรงตรัสจบ สกุลุทายีได้ขอบวช แต่ถูกลูกศิษย์ในบริษัทของตนกล่าวห้ามไว้ จึงทำให้สกุลุทายีไม่ได้ออกบวช ประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระผู้มีพระภาค</p><p><strong>สูตร#2 อนุปทสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ทรงปรารภการบรรลุธรรมของท่านพระสารีบุตร ทรงสรรเสริญท่านสารีบุตรว่าเป็นผู้มีปัญญามาก สามารถบรรลุธรรมตามลำดับบทในระยะเวลาเพียงกึ่งเดือน และได้ทรงแสดงธรรมที่ท่านสารีบุตรได้เห็นแจ้งตามลำดับบท และผู้กล่าวชอบ พึงกล่าวชมว่าพระสารีบุตรเป็นผู้ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยศีล ในอริยสมาธิ ในอริยปัญญา ในอริยวิมุติ และเป็นบุตรของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่พระโอฐของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่ธรรม อันธรรมเนรมิต เป็นธรรมทายาท ไม่ใช่เป็นทายาทของอามิส ท่านสารีบุตรย่อมประกาศธรรมจักร อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าที่พระผู้มีพระภาคให้เป็นไปแล้ว ไปตามลำดับโดยชอบ&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>แผ่นดินไหวครั้งใหญ่-โมคคัลลานสูตร ภูมิจาลสูตร และปุพพสูตร [6814-4s]</title>
			<itunes:title>แผ่นดินไหวครั้งใหญ่-โมคคัลลานสูตร ภูมิจาลสูตร และปุพพสูตร [6814-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67ed53f5506c6c628c16a351/media.mp3" length="29087283" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67ed53f5506c6c628c16a351</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67ed53f5506c6c628c16a351</link>
			<acast:episodeId>67ed53f5506c6c628c16a351</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesM9tMjvAPCBmOxnnUeeI+4W6bk/HcrZRCs/Ub/pG24dSoCK0aNJ+kppIuXN9abcOBKXugHYv5eSOaCSM8OafBuI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ภูมิจาลสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์&nbsp;ณ ปาวลเจดีย์ เมืองเวสาลี ทรงตรัสแสดงเรื่องอิทธิบาท 4 ที่เมื่อเจริญ ทำให้มากแล้ว ผู้นั้นเมื่อมุ่งหวังจะดำรงอยู่ 1 กัปหรือเกินกว่า 1 กัปได้ ทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้งอย่างนี้ถึง 3 ครั้ง เพื่อให้พระอานนท์กราบทูลวิงวอนให้พระองค์ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ตลอดกัป แต่ท่านพระอานนท์ไม่อาจรู้ทันจึงไม่กราบทูลวิงวอน ได้ถวายอภิวาทแล้วหลีกไปนั่งใต้ต้นไม้ที่ไม่ไกลนั้น ลำดับนั้นมารผู้มีบาปได้เข้ามากราบทูลว่าเวลานี้เป็นเวลาปรินิพพานตามที่ได้เคยทรงตรัสไว้แล้ว ตรัสตอบมารว่า จะทรงปรินิพพานจากนี้ไปอีก 3 เดือน เมื่อทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ น่าสะพรึงกลัว ฯลฯ ท่านพระอานนท์ได้ไปเข้าเฝ้า และกราบทูลเรื่องแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นี้รุนแรงจริงๆ ทรงตรัสตอบว่า มีเหตุปัจจัย 8 ประการที่ทำให้แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง&nbsp;</p><br><p>1. เกิดจากธาตุไม่สมดุล หรือ ชนกัน (ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม)</p><p>2. ผู้มีฤทธิ์บันดาล (เทวดา-มนุษย์)</p><p>3. พระพุทธเจ้าลงจากสวรรค์ชั้นดุสิตมาสู่ครรภ์พระมารดา&nbsp;</p><p>4. พระพุทธเจ้าประสูติ (สวนลุมพินีวัน กรุงกบิลพัสดุ์ )</p><p>5. พระพุทธเจ้าตรัสรู้ (ใต้ต้นโพธิ์ ณ ตำบลอุรุเวลา แคว้นมคธ)</p><p>6. พระพุทธเจ้าแสดงธรรมจักร (แสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ป่าอิสิปตน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ)</p><p>7. พระพุทธเจ้าปลงอายุสังขาร (ณ เมืองปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี)</p><p>8. พระพุทธเจ้าปรินิพพาน (ใต้ต้นสาละคู่ เมืองกุสินารา)</p><br><p><strong>สูตร#2 ปุพพสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ กรุงเวสาลี ทรงปรารภเหตุปัจจัยแห่งการเจริญอิทธิบาท 4 ซึ่งเมื่อเจริญ ทำให้มาก ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง และทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน</p><br><p><strong>สูตร#3 วิภังคสูตร</strong> (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) วิธีเจริญอิทธิบาท 4 ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุเมื่อเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก แล้วทรงแสดงในรายละเอียด&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#4 โมคคัลลานสูตร</strong> (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมารดา ในบุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ซึ่งมีภิกษุมากรูป ที่อยู่ภายใต้ปราสาทของมิคารมารดา เป็นผู้ฟุ้งซ่าน อวดตัว มีจิตกวัดแกว่ง ปากกล้า พูดจาอื้อฉาว ลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตไม่ตั้งมั่น คิดจะสึก ไม่สำรวมอินทรีย์ ทรงตรัสเรียกท่านพระมหาโมคคัลลานะมา แล้วทรงรับสั่งให้กระทำให้ภิกษุเหล่านั้น ให้รู้สึกสังเวชใจ พระโมคัลลานะรับพระดำรัสแล้ว จึงแสดงอิทธาภิสังขาร ให้ปราสาทของมิคารมารดา สะเทือนสะท้านหวั่นไหว ด้วยนิ้วหัวแม่เท้า ทำให้ภิกษุเหล่านั้นเกิดความสลดใจ ขนพองสยองเกล้า และทรงตรัสว่า พระโมคคัลานะมีฤทธิ์ มีอานุภาพมากอย่างนี้ เพราะ ได้เจริญ ได้กระทำให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 พระโมคคัลลานะย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะ มิได้ เพราะอาสวะ ทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่</p><br><p><strong>สูตร#5 จูฬตัณหาสังขยสูตร</strong> ตอนพระมหาโมคคัลลานะทดสอบท้าวสักกะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ภูมิจาลสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์&nbsp;ณ ปาวลเจดีย์ เมืองเวสาลี ทรงตรัสแสดงเรื่องอิทธิบาท 4 ที่เมื่อเจริญ ทำให้มากแล้ว ผู้นั้นเมื่อมุ่งหวังจะดำรงอยู่ 1 กัปหรือเกินกว่า 1 กัปได้ ทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้งอย่างนี้ถึง 3 ครั้ง เพื่อให้พระอานนท์กราบทูลวิงวอนให้พระองค์ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ตลอดกัป แต่ท่านพระอานนท์ไม่อาจรู้ทันจึงไม่กราบทูลวิงวอน ได้ถวายอภิวาทแล้วหลีกไปนั่งใต้ต้นไม้ที่ไม่ไกลนั้น ลำดับนั้นมารผู้มีบาปได้เข้ามากราบทูลว่าเวลานี้เป็นเวลาปรินิพพานตามที่ได้เคยทรงตรัสไว้แล้ว ตรัสตอบมารว่า จะทรงปรินิพพานจากนี้ไปอีก 3 เดือน เมื่อทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ น่าสะพรึงกลัว ฯลฯ ท่านพระอานนท์ได้ไปเข้าเฝ้า และกราบทูลเรื่องแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นี้รุนแรงจริงๆ ทรงตรัสตอบว่า มีเหตุปัจจัย 8 ประการที่ทำให้แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง&nbsp;</p><br><p>1. เกิดจากธาตุไม่สมดุล หรือ ชนกัน (ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม)</p><p>2. ผู้มีฤทธิ์บันดาล (เทวดา-มนุษย์)</p><p>3. พระพุทธเจ้าลงจากสวรรค์ชั้นดุสิตมาสู่ครรภ์พระมารดา&nbsp;</p><p>4. พระพุทธเจ้าประสูติ (สวนลุมพินีวัน กรุงกบิลพัสดุ์ )</p><p>5. พระพุทธเจ้าตรัสรู้ (ใต้ต้นโพธิ์ ณ ตำบลอุรุเวลา แคว้นมคธ)</p><p>6. พระพุทธเจ้าแสดงธรรมจักร (แสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ป่าอิสิปตน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ)</p><p>7. พระพุทธเจ้าปลงอายุสังขาร (ณ เมืองปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี)</p><p>8. พระพุทธเจ้าปรินิพพาน (ใต้ต้นสาละคู่ เมืองกุสินารา)</p><br><p><strong>สูตร#2 ปุพพสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ กรุงเวสาลี ทรงปรารภเหตุปัจจัยแห่งการเจริญอิทธิบาท 4 ซึ่งเมื่อเจริญ ทำให้มาก ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง และทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน</p><br><p><strong>สูตร#3 วิภังคสูตร</strong> (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) วิธีเจริญอิทธิบาท 4 ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุเมื่อเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก แล้วทรงแสดงในรายละเอียด&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#4 โมคคัลลานสูตร</strong> (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมารดา ในบุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ซึ่งมีภิกษุมากรูป ที่อยู่ภายใต้ปราสาทของมิคารมารดา เป็นผู้ฟุ้งซ่าน อวดตัว มีจิตกวัดแกว่ง ปากกล้า พูดจาอื้อฉาว ลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตไม่ตั้งมั่น คิดจะสึก ไม่สำรวมอินทรีย์ ทรงตรัสเรียกท่านพระมหาโมคคัลลานะมา แล้วทรงรับสั่งให้กระทำให้ภิกษุเหล่านั้น ให้รู้สึกสังเวชใจ พระโมคัลลานะรับพระดำรัสแล้ว จึงแสดงอิทธาภิสังขาร ให้ปราสาทของมิคารมารดา สะเทือนสะท้านหวั่นไหว ด้วยนิ้วหัวแม่เท้า ทำให้ภิกษุเหล่านั้นเกิดความสลดใจ ขนพองสยองเกล้า และทรงตรัสว่า พระโมคคัลานะมีฤทธิ์ มีอานุภาพมากอย่างนี้ เพราะ ได้เจริญ ได้กระทำให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 พระโมคคัลลานะย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะ มิได้ เพราะอาสวะ ทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่</p><br><p><strong>สูตร#5 จูฬตัณหาสังขยสูตร</strong> ตอนพระมหาโมคคัลลานะทดสอบท้าวสักกะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิบากกรรม - อิฏฐิสูตร จูฬกัมมวิภังคสูตร และทักขิณาวิภังคสูตร [6813-4s]</title>
			<itunes:title>วิบากกรรม - อิฏฐิสูตร จูฬกัมมวิภังคสูตร และทักขิณาวิภังคสูตร [6813-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Mar 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67e4394a3f025bbde3e0f030/media.mp3" length="138309869" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67e4394a3f025bbde3e0f030</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67e4394a3f025bbde3e0f030</link>
			<acast:episodeId>67e4394a3f025bbde3e0f030</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOdQE8wKZQXG7XhrBYFJK5s6umoJt0PJD1uKDCcf7ZS6Sggsq+uTNxfMOwrdxsYXBBcSj2cPNvooqrPOZ3B7HvH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อิฏฐสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ ที่หาได้ยากในโลก ที่จะได้ด้วยการกระทำ การปฏิบัติ และปฏิปทาที่ถูกต้อง ไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะเหตุแห่งความปรารถนานั้น</p><br><p>สูตร#2 จูฬกัมมวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สุภมาณพ โตเทยยบุตร เพื่อทรงตอบปัญหาของ สุภมาณพ ว่าเหตุปัจจัยที่ทำให้มนุษย์เกิดมาทราม และประณีตต่างกัน เป็นเพราะมีข้อปฏิบัติ และปฏิปทาที่แตกต่างกัน</p><br><p>สูตร#3 ทักขิณาวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระอานนท์ โดยปรารภการถวายทานของพระนางปชาบดีโคตมี โดยทรงแสดงทาน 2 ประเภท และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา 4 ประการ และทรงยกย่องอานิสงส์ของการให้กับหมู่สงฆ์มีมากกว่าให้กับบุคคล</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อิฏฐสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ ที่หาได้ยากในโลก ที่จะได้ด้วยการกระทำ การปฏิบัติ และปฏิปทาที่ถูกต้อง ไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะเหตุแห่งความปรารถนานั้น</p><br><p>สูตร#2 จูฬกัมมวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สุภมาณพ โตเทยยบุตร เพื่อทรงตอบปัญหาของ สุภมาณพ ว่าเหตุปัจจัยที่ทำให้มนุษย์เกิดมาทราม และประณีตต่างกัน เป็นเพราะมีข้อปฏิบัติ และปฏิปทาที่แตกต่างกัน</p><br><p>สูตร#3 ทักขิณาวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระอานนท์ โดยปรารภการถวายทานของพระนางปชาบดีโคตมี โดยทรงแสดงทาน 2 ประเภท และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา 4 ประการ และทรงยกย่องอานิสงส์ของการให้กับหมู่สงฆ์มีมากกว่าให้กับบุคคล</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6812-4s]</title>
			<itunes:title>เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6812-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Mar 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67dad7b913f133b29d62d7db/media.mp3" length="141556348" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67dad7b913f133b29d62d7db</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67dad7b913f133b29d62d7db</link>
			<acast:episodeId>67dad7b913f133b29d62d7db</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPnypL1xNehTddljXmJ7VrwjboGeVlASUIzcYm8vMObZ5RcN9Ogk97abIOvMfcnUKtgaFXbXT1Fw7ZhSf1z5a0W]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[สัมมาทิฏฐิสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ ที่อธิบายแต่ละอาการของปฏิจสมุปบาท ไล่เรียงมาตามลำดับ ตามนัยยะของอริยสัจสี่ จุดที่น่าสนใจในที่นี้คือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมจากที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สัมมาทิฏฐิสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ ที่อธิบายแต่ละอาการของปฏิจสมุปบาท ไล่เรียงมาตามลำดับ ตามนัยยะของอริยสัจสี่ จุดที่น่าสนใจในที่นี้คือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมจากที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เสขธรรมและอเสขธรรม - สมณมุณฑิกสูตร โจทนาสูตร และวุฏฐิสูตร [6811-4s]</title>
			<itunes:title>เสขธรรมและอเสขธรรม - สมณมุณฑิกสูตร โจทนาสูตร และวุฏฐิสูตร [6811-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67d1c4a4fa7cec3676c24651/media.mp3" length="141467553" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67d1c4a4fa7cec3676c24651</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67d1c4a4fa7cec3676c24651</link>
			<acast:episodeId>67d1c4a4fa7cec3676c24651</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPdwZHE1GWLao7XOedx3tSGqeL5/fnV180I59RFQPdUR2Gu/Lfy1FnnjakwG33E7dTfx6xipSNvjUVNAGHU0Zk1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สมณมุณฑิกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภข้อบัญญัติเรื่องคุณสมบัติของผู้เป็นสมณะของอุคคาหมานปริพาชก ซึ่งช่างไม้ปัญจกังคะนำเข้าไปกราบทูลให้ทรงทราบ ซึ่งอุคคาหมานะกล่าวถึงข้อบัญญัติของตนว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม มีกุศลยอดเยี่ยม เป็นสมณะผู้บรรลุธรรมขั้นสูงที่ควรบรรลุ ไม่มีใครสู้วาทะได้ ธรรม 4 ประการคือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย ทางวาจา ไม่ดำริความดำริชั่ว และไม่ประกอบอาชีพชั่ว ทรงตรัสว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เด็กอ่อนที่ไม่รู้จักกรรมชั่ว ไม่เคยทำกรรมชั่วก็จะกลายเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม ทรงไม่ยอมรับการบัญญัติเช่นนั้น แล้วทรงแสดงเสขธรรม(ธรรมสำหรับผู้เป็นพระเสขะ) คือ ความรู้เรื่องศีล และความดำริ ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล พร้อมทั้งสมุฏฐานความดับและข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งศีลและดำริ และอเสขธรรม ( ธรรมของพระอเสขะ) คือ อเสขธรรม 10 ประการ</p><p><strong>สูตร#2 โจทนาสูตร</strong> ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร(ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิต</p><p><strong>สูตร#3 วุฏฐิสูตร</strong> ว่าด้วยการบันลือสีหนาทของท่านพระสารีบุตร พระพุทธเจ้าขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลว่าท่านพระสารีบุตรกระทบตนแล้วไม่ขอโทษก่อนจาริกไป จึงรับสั่งให้ตามท่านพระสารีบุตรมา ระหว่างนั้น พระมหาโมคคัลลานะและพระอานนท์ได้ป่าวประกาศเชิญชวนให้คนไปฟังท่านพระสารีบุตรบันลือสีหนาท ณ เบื้องพระพักตร์ พระสารีบุตรบันลือสีหนาทว่า ภิกษุที่ไม่ตั้งกายคตาสติไว้ในกายเท่านั้นที่กระทบเพื่อนพรหมจารีแล้วไม่ขอโทษก่อนจากไป แต่ท่านไม่มีความประพฤติเช่นนั้น และได้ยกอุปมาอุปมัยเปรียบเทียบการวางจิตของท่าน เมื่อแสดงธรรมจบ ภิกษุรูปนั้นรู้ว่าตนผิดจึงกราบขอโทษท่านพระสารีบุตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สมณมุณฑิกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภข้อบัญญัติเรื่องคุณสมบัติของผู้เป็นสมณะของอุคคาหมานปริพาชก ซึ่งช่างไม้ปัญจกังคะนำเข้าไปกราบทูลให้ทรงทราบ ซึ่งอุคคาหมานะกล่าวถึงข้อบัญญัติของตนว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม มีกุศลยอดเยี่ยม เป็นสมณะผู้บรรลุธรรมขั้นสูงที่ควรบรรลุ ไม่มีใครสู้วาทะได้ ธรรม 4 ประการคือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย ทางวาจา ไม่ดำริความดำริชั่ว และไม่ประกอบอาชีพชั่ว ทรงตรัสว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เด็กอ่อนที่ไม่รู้จักกรรมชั่ว ไม่เคยทำกรรมชั่วก็จะกลายเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม ทรงไม่ยอมรับการบัญญัติเช่นนั้น แล้วทรงแสดงเสขธรรม(ธรรมสำหรับผู้เป็นพระเสขะ) คือ ความรู้เรื่องศีล และความดำริ ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล พร้อมทั้งสมุฏฐานความดับและข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งศีลและดำริ และอเสขธรรม ( ธรรมของพระอเสขะ) คือ อเสขธรรม 10 ประการ</p><p><strong>สูตร#2 โจทนาสูตร</strong> ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร(ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิต</p><p><strong>สูตร#3 วุฏฐิสูตร</strong> ว่าด้วยการบันลือสีหนาทของท่านพระสารีบุตร พระพุทธเจ้าขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลว่าท่านพระสารีบุตรกระทบตนแล้วไม่ขอโทษก่อนจาริกไป จึงรับสั่งให้ตามท่านพระสารีบุตรมา ระหว่างนั้น พระมหาโมคคัลลานะและพระอานนท์ได้ป่าวประกาศเชิญชวนให้คนไปฟังท่านพระสารีบุตรบันลือสีหนาท ณ เบื้องพระพักตร์ พระสารีบุตรบันลือสีหนาทว่า ภิกษุที่ไม่ตั้งกายคตาสติไว้ในกายเท่านั้นที่กระทบเพื่อนพรหมจารีแล้วไม่ขอโทษก่อนจากไป แต่ท่านไม่มีความประพฤติเช่นนั้น และได้ยกอุปมาอุปมัยเปรียบเทียบการวางจิตของท่าน เมื่อแสดงธรรมจบ ภิกษุรูปนั้นรู้ว่าตนผิดจึงกราบขอโทษท่านพระสารีบุตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุปาทานขันธ์ 5 - มหาปุณณมสูตร และมหาหัตถิปโทปมสูตร [6810-4s]</title>
			<itunes:title>อุปาทานขันธ์ 5 - มหาปุณณมสูตร และมหาหัตถิปโทปมสูตร [6810-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67c88164ece4993ac72b9089/media.mp3" length="27494063" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67c88164ece4993ac72b9089</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67c88164ece4993ac72b9089</link>
			<acast:episodeId>67c88164ece4993ac72b9089</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMC1zo1qeZv2A6lNpwiil6EWtjWl3D3nERFzurnyAjdU1kVyuLh3jy/DeTJifTzxnjDjjERPK9Oo8OBNQt2cias]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาปุณณมสูต</strong>ร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพาราม ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ทรงประทานโอกาสให้ภิกษุถามปัญหาข้อธรรม ภิกษุได้ถามเกี่ยวกับอุปาทานขันธ์ 5 แล้วทรงตรัสตอบอย่างย่อๆ ทำให้ภิกษุที่ถามพอใจในคำตอบ แต่มีภิกษุรูปหนึ่งยังสงสัยในเรื่องขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เพราะเหตุนั้นกรรมที่ถูกอนัตตากระทำ จะถูกต้องอัตตาได้อย่างไร แต่ไม่กล้าถาม พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของภิกษุนั้นด้วยใจ ทรงตรัสว่าเป็นโมฆะบุรุษ จึงทรงสอบถามความเข้าใจในธรรมนั้นกับภิกษุทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรัสจบมีภิกษุบรรลุเป็นพระอรหันต์จำนวน 60 รูป</p><br><p><strong>สูตร#2 มหาหัตถิปโทปมสูตร อุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้าง สูตรใหญ่</strong> ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาปุณณมสูต</strong>ร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพาราม ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ทรงประทานโอกาสให้ภิกษุถามปัญหาข้อธรรม ภิกษุได้ถามเกี่ยวกับอุปาทานขันธ์ 5 แล้วทรงตรัสตอบอย่างย่อๆ ทำให้ภิกษุที่ถามพอใจในคำตอบ แต่มีภิกษุรูปหนึ่งยังสงสัยในเรื่องขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เพราะเหตุนั้นกรรมที่ถูกอนัตตากระทำ จะถูกต้องอัตตาได้อย่างไร แต่ไม่กล้าถาม พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของภิกษุนั้นด้วยใจ ทรงตรัสว่าเป็นโมฆะบุรุษ จึงทรงสอบถามความเข้าใจในธรรมนั้นกับภิกษุทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรัสจบมีภิกษุบรรลุเป็นพระอรหันต์จำนวน 60 รูป</p><br><p><strong>สูตร#2 มหาหัตถิปโทปมสูตร อุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้าง สูตรใหญ่</strong> ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต-พหุธาตุกสูตร และสฬายตนวิภังคสูตร [6809-4s]</title>
			<itunes:title>ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต-พหุธาตุกสูตร และสฬายตนวิภังคสูตร [6809-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67bf3bcd9f45343122fae6bc/media.mp3" length="139850308" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67bf3bcd9f45343122fae6bc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67bf3bcd9f45343122fae6bc</link>
			<acast:episodeId>67bf3bcd9f45343122fae6bc</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNPhXDntV6fZrXZtxOfGmYEPP1r0XDgdE5/AAEP7QI8Q3yCENWPzzOYcN3wA3oNVNS/DlHbdVbvAlsIok+5iJGT]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 </strong>พหุธาตุกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า ภัย อุปัททวะ และอุปสรรคล้วนเกิดจากคนพาลมิใช่เกิดจากบัณฑิต เหมือนไฟที่ลุกไหม้จากเรือนไม้อ้อ ไหม้เรือนยอดที่มีประตูหน้าต่างปิดสนิทได้ฉะนั้น ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ด้วยเหตุเท่าไร จึงสมควรเรียกว่าภิกษุผู้เป็นบัณฑิต ตรัสตอบว่า เพราะเป็นผู้ฉลาดในธาตุ เป็นผู้ฉลาดในอายตนะ เป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท และเป็นผู้ฉลาดในฐานะ อฐานะ จากนั้นทรงจำแนกธรรมเหล่านี้โดยละเอียด</p><br><p><strong>สูตร#2</strong> สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกอายตนะ 6 ประการ ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ ภิกษุได้ศึกษาเรื่องอายตนะโดยละเอียดลึกซึ้ง ทรงตรัสอธิบาย เรื่อง อายตนะภายใน 6, อายตนะภายนอก 6, หมวดวิญญาณ 6, หมวดผัสสะ 6, มโนปวิจาร 18, สัตตบท 36 และสติปัฏฐาน 3</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 </strong>พหุธาตุกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า ภัย อุปัททวะ และอุปสรรคล้วนเกิดจากคนพาลมิใช่เกิดจากบัณฑิต เหมือนไฟที่ลุกไหม้จากเรือนไม้อ้อ ไหม้เรือนยอดที่มีประตูหน้าต่างปิดสนิทได้ฉะนั้น ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ด้วยเหตุเท่าไร จึงสมควรเรียกว่าภิกษุผู้เป็นบัณฑิต ตรัสตอบว่า เพราะเป็นผู้ฉลาดในธาตุ เป็นผู้ฉลาดในอายตนะ เป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท และเป็นผู้ฉลาดในฐานะ อฐานะ จากนั้นทรงจำแนกธรรมเหล่านี้โดยละเอียด</p><br><p><strong>สูตร#2</strong> สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกอายตนะ 6 ประการ ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ ภิกษุได้ศึกษาเรื่องอายตนะโดยละเอียดลึกซึ้ง ทรงตรัสอธิบาย เรื่อง อายตนะภายใน 6, อายตนะภายนอก 6, หมวดวิญญาณ 6, หมวดผัสสะ 6, มโนปวิจาร 18, สัตตบท 36 และสติปัฏฐาน 3</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญาเพียงดั่งศาสตรา - กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร [6808-4s]</title>
			<itunes:title>ปัญญาเพียงดั่งศาสตรา - กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร [6808-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Feb 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>50:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67b60594d24f7fcce86b7f8a/media.mp3" length="121707216" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67b60594d24f7fcce86b7f8a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67b60594d24f7fcce86b7f8a</link>
			<acast:episodeId>67b60594d24f7fcce86b7f8a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMKRQBwZxzRtrUTzK8P9PzLOh4MLfP/l17xcFwqBTT+HOQ0I87a3PgsP+qt3fyXoHcw1uMZ3/pHjXDXVL9urS/1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1</strong> กกจูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารภความประพฤติของพระโมลิยผัคคุนะที่มักโกรธและก่ออธิกรณ์ขึ้นเมื่อมีภิกษุบางรูปตำหนิภิกษุณีหรือตำหนิท่าน จึงทรงรับสั่งให้มาเฝ้าและทรงตรัสสอนให้ละความโกรธให้เป็นผู้มีเมตตาจิต ไม่มีโทสะ และให้เป็นคนว่าง่าย ทรงยกกรณีนี้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายและยกอุปมาขึ้นหลายประการ คือทรงตรัสเรื่องประโยชน์ของการฉันอาหารมื้อเดียว ตรัสเล่าเรื่องนางเวเทหิกาที่บันดาลโทสะ ทรงสรุปว่าจะรู้ว่าภิกษุใดสงบเสงี่ยมหรือไม่ ก็ต่อเมื่อมีถ้อยคำที่ไม่น่าพอใจมากระทบ ทรงแนะนำอุบายระงับความโกรธและโอวาทอุปมาด้วยเลื่อย ที่เมื่อมีโจรใช้เลื่อยมาตัดอวัยวะน้อยใหญ่ของเราแล้ว ก็ให้อดกลั้น ไม่โกรธ แต่ให้กลับมีเมตตาจิตต่อผู้นั้นได้</p><p><strong>สูตร#2</strong> วัมมิกสูตร ว่าด้วยปริศนาจอมปลวก ทรงแสดงแก่พระกุมารกัสสปะ ณ พระเชตวัน ปรารภปัญหา 15 ข้อของเทวดา เนื่องด้วยมีเทวดาองค์หนึ่งเข้าไปหาท่านพระกุมารกัสสปะที่ป่าอันธวันเพื่อถามปริศนาธรรม 15 ข้อ และขอให้ท่านพระกุมารกัสสปะทูลถามปัญหา 15 ข้อนี้กับพระผู้มีพระภาค ซึ่งคำตอบจอมปลวกคือกายของมนุษย์ พราหมณ์ที่สั่งให้ขุดคือพระพุทธเจ้า สุเมธะคือชื่อของพระเสขะ ศาสตราที่ขุดคือปัญญา เป็นต้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1</strong> กกจูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารภความประพฤติของพระโมลิยผัคคุนะที่มักโกรธและก่ออธิกรณ์ขึ้นเมื่อมีภิกษุบางรูปตำหนิภิกษุณีหรือตำหนิท่าน จึงทรงรับสั่งให้มาเฝ้าและทรงตรัสสอนให้ละความโกรธให้เป็นผู้มีเมตตาจิต ไม่มีโทสะ และให้เป็นคนว่าง่าย ทรงยกกรณีนี้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายและยกอุปมาขึ้นหลายประการ คือทรงตรัสเรื่องประโยชน์ของการฉันอาหารมื้อเดียว ตรัสเล่าเรื่องนางเวเทหิกาที่บันดาลโทสะ ทรงสรุปว่าจะรู้ว่าภิกษุใดสงบเสงี่ยมหรือไม่ ก็ต่อเมื่อมีถ้อยคำที่ไม่น่าพอใจมากระทบ ทรงแนะนำอุบายระงับความโกรธและโอวาทอุปมาด้วยเลื่อย ที่เมื่อมีโจรใช้เลื่อยมาตัดอวัยวะน้อยใหญ่ของเราแล้ว ก็ให้อดกลั้น ไม่โกรธ แต่ให้กลับมีเมตตาจิตต่อผู้นั้นได้</p><p><strong>สูตร#2</strong> วัมมิกสูตร ว่าด้วยปริศนาจอมปลวก ทรงแสดงแก่พระกุมารกัสสปะ ณ พระเชตวัน ปรารภปัญหา 15 ข้อของเทวดา เนื่องด้วยมีเทวดาองค์หนึ่งเข้าไปหาท่านพระกุมารกัสสปะที่ป่าอันธวันเพื่อถามปริศนาธรรม 15 ข้อ และขอให้ท่านพระกุมารกัสสปะทูลถามปัญหา 15 ข้อนี้กับพระผู้มีพระภาค ซึ่งคำตอบจอมปลวกคือกายของมนุษย์ พราหมณ์ที่สั่งให้ขุดคือพระพุทธเจ้า สุเมธะคือชื่อของพระเสขะ ศาสตราที่ขุดคือปัญญา เป็นต้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ประทานโอวาทแก่พระราหุล- มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร [6807-4s]</title>
			<itunes:title>ประทานโอวาทแก่พระราหุล- มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร [6807-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Feb 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67acc0bb505cb2a0a3564747/media.mp3" length="132081477" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67acc0bb505cb2a0a3564747</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67acc0bb505cb2a0a3564747</link>
			<acast:episodeId>67acc0bb505cb2a0a3564747</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOwhGBSH4NYMekPe1F6R7vVzlXnwcRC6Mox6XKnJ7p5osqfJ4NG0HKF5ibDyuu4juxgpDk9zxb43ZATjbob5B9p]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร 1 # มหาราหุโลวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) เพื่อให้ท่านบรรเทาความพอใจและความกำหนัดเกี่ยวกับเรือนร่าง คือ ขันธ์ 5</p><p>ขณะนั้นทรงประทับอยู่พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ในตอนเช้าก่อนเสด็จออกบิณฑบาต ทรงแสดงวิธีการเจริญกัมมัฏฐานหลายอย่าง ทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 และการเจริญอานาปานสติให้มีผลมาก มีอานิสงส์มาก คือ ให้พิจารณาธาตุ 5 ให้เจริญภาวนาเสมอด้วยธาตุทั้ง 5 นั้น ให้เจริญภาวนา 6 อย่าง และให้เจริญอานาปานสติ 16 ชั้น</p><p>สูตร 2 # จูฬราหุโรวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล ณ พระเชตวัน ทรงเห็นว่า ธรรมเครื่องบ่มวิมุตติของท่านพระราหุลแก่กล้าแล้ว ควรแสดงธรรมขั้นสูงขึ้นไป ทรงรับสั่งให้ท่านพระราหุลตามเสด็จเข้าไปในป่าอันธวัน ใกล้กรุงสาวัตถี ทรงสนทนาธรรมกับท่านพระราหุล โดยทรงอธิบายอายตนะภายในจับคู่กับอายตนะภายนอก และธรรมที่เกี่ยวข้องเป็นชุดๆ รวม 6 ชุด เมื่อจบการสนทนา ท่านพระราหุลได้บรรลุเป็นพระอรหันต์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร 1 # มหาราหุโลวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) เพื่อให้ท่านบรรเทาความพอใจและความกำหนัดเกี่ยวกับเรือนร่าง คือ ขันธ์ 5</p><p>ขณะนั้นทรงประทับอยู่พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ในตอนเช้าก่อนเสด็จออกบิณฑบาต ทรงแสดงวิธีการเจริญกัมมัฏฐานหลายอย่าง ทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 และการเจริญอานาปานสติให้มีผลมาก มีอานิสงส์มาก คือ ให้พิจารณาธาตุ 5 ให้เจริญภาวนาเสมอด้วยธาตุทั้ง 5 นั้น ให้เจริญภาวนา 6 อย่าง และให้เจริญอานาปานสติ 16 ชั้น</p><p>สูตร 2 # จูฬราหุโรวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล ณ พระเชตวัน ทรงเห็นว่า ธรรมเครื่องบ่มวิมุตติของท่านพระราหุลแก่กล้าแล้ว ควรแสดงธรรมขั้นสูงขึ้นไป ทรงรับสั่งให้ท่านพระราหุลตามเสด็จเข้าไปในป่าอันธวัน ใกล้กรุงสาวัตถี ทรงสนทนาธรรมกับท่านพระราหุล โดยทรงอธิบายอายตนะภายในจับคู่กับอายตนะภายนอก และธรรมที่เกี่ยวข้องเป็นชุดๆ รวม 6 ชุด เมื่อจบการสนทนา ท่านพระราหุลได้บรรลุเป็นพระอรหันต์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีและอานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ -กายคตาสติสูตร และอานาปนสังยุต [6806-4s]</title>
			<itunes:title>วิธีและอานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ -กายคตาสติสูตร และอานาปนสังยุต [6806-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Feb 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:05</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67a38ca633bffa4af0d8b23a/media.mp3" length="137039544" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67a38ca633bffa4af0d8b23a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67a38ca633bffa4af0d8b23a</link>
			<acast:episodeId>67a38ca633bffa4af0d8b23a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOeF5N9if+/7FXOwXcXS7G3DDBtASLT6jIADZDypSTKc0hATXmVsQLDsK8N2ENPCSkowPjkCzFbqa01uXPfD92t]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1</strong> กายคตาสติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก จึงทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการ</p><p><strong>สูตร#2</strong> อนุปทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารถเรื่องธรรมตามลำดับบทของพระสารีบุตร ในการเห็นแจ้งธรรม ได้แก่ รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ เป็นผู้ถึงวสี(ความชำนาญ) ถึงบารมี(ความสำเร็จ) ในอริยศีล อริยสมาธิ อริยปัญญา และอริยวิมุตติ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1</strong> กายคตาสติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก จึงทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการ</p><p><strong>สูตร#2</strong> อนุปทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารถเรื่องธรรมตามลำดับบทของพระสารีบุตร ในการเห็นแจ้งธรรม ได้แก่ รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ เป็นผู้ถึงวสี(ความชำนาญ) ถึงบารมี(ความสำเร็จ) ในอริยศีล อริยสมาธิ อริยปัญญา และอริยวิมุตติ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทำมารให้ตาบอด -นิวาปสูตร เทวาสุรสังคามสูตร และมาคัณฑิยสูตร [6805-4s]</title>
			<itunes:title>ทำมารให้ตาบอด -นิวาปสูตร เทวาสุรสังคามสูตร และมาคัณฑิยสูตร [6805-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Jan 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/679a45521542fb67e7122677/media.mp3" length="140186494" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">679a45521542fb67e7122677</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/679a45521542fb67e7122677</link>
			<acast:episodeId>679a45521542fb67e7122677</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO9pWYUehTdVAubMTahZ/TKq8VjsEO3RHym96VW7afl8esyOdcYMc0MQigRgPu0qxCviiKE9uJARm6+kLdpdjNx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 นิวาปสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตะวัน โดยกล่าวถึงสมณพราหมณ์ 4 ประเภท ที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของมาร 3 ประเภท พ้นไปได้เพียง 1 ประเภท เปรียบเหมือนเนื้อ 4 ประเภทที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของนายพรานปลูกหญ้าเป็นเหยื่อล่อ 3 ประเภท พ้นไปได้เพียงประเภทเดียว ทรงเปรียบเทียบโลกาทิโลกาทิส ( รูป, เสียง , กลิ่น , รส, โผฏฐัพพะ หรือกามคุณ 5 ) ด้วยเหยื่อล่อ, เปรียบมารด้วยนายพราน, เปรียบบริษัทของมารด้วยบริษัทของนายพราน , เปรียบสมณะพราหมณ์ด้วยหมู่เนื้อ คือ สามณพราหมณ์พวกแรก ติดโลกามิส ไม่พ้นเงื้อมมือมาร จึงเปรียบเหมือนเนื้อพวกแรกที่เห็นแก่เหยื่อล่อของนายพราน&nbsp;สมณพราหมณ์พวกที่สอง ไม่ติดตอนแรก แต่ไปติดตอนหลัง ( ไม่อดทนต่อความอดอยาก ) เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สองที่หนีเหยื่อตอนแรก แต่ทนอดไม่ได้ ต้องมาหาเหยื่อในภายหลัง สมณพราหมณ์พวกที่สาม ไม่ติดอามิสความเห็นผิด เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สามที่ไม่ติดเหยื่อล่อ แต่ถูกล้อมจับด้วยเครื่องมือจับสัตว์&nbsp;&nbsp;สมณพราหมณ์พวกที่สี่ ซึ่งไม่ติดอามิส ไม่ติดทิกฐิ ไม่ประมาท จึงพ้นจากเงื้อมมือมาร เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สี่ ซึ่งไม่ติดเหยื่อล่อ และไม่ถูกล้อมจับได้ ตรัสแสดงข้อปฏิบัติ คือรูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ และสัญญาเวทยิตนิโรธ ว่ามิใช่คติของมารและบริษัทของมาร มารมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><br><p><strong>สูตร#2 เทวาสุรสังคามสูตร</strong>&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ที่รบกันถึง 3 ครั้ง และพวกอสูรชนะทุกครั้ง พวกเทวดาที่พ่ายแพ้จึงหนีไปยังเทพบุรี พวกอสูรทำอะไรพวกเทวดาไม่ได้ ต่อมาเทวดากับอสูรรบกันอีก พวกอสูรพ่ายแพ้หนีไปยังอสูรบุรี พวกเทวดาทำอะไรพวกอสูรไม่ได้ ทำให้ต่างได้เครื่องป้องกันภัย ทรงเปรียบเทียบกับภิกษุได้บรรลุธรรมแต่ละอย่าง คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 ทำให้ตนได้เครื่องป้องกันภัย มารทำอะไรภิกษุไม่ได้ ทำให้มารสิ้นสุดปิดตามารจนมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><br><p><strong>สูตร#3 มาคัณฑิยสูตร (บางส่วน)</strong> ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ทรงเปล่งอุทานว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 นิวาปสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตะวัน โดยกล่าวถึงสมณพราหมณ์ 4 ประเภท ที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของมาร 3 ประเภท พ้นไปได้เพียง 1 ประเภท เปรียบเหมือนเนื้อ 4 ประเภทที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของนายพรานปลูกหญ้าเป็นเหยื่อล่อ 3 ประเภท พ้นไปได้เพียงประเภทเดียว ทรงเปรียบเทียบโลกาทิโลกาทิส ( รูป, เสียง , กลิ่น , รส, โผฏฐัพพะ หรือกามคุณ 5 ) ด้วยเหยื่อล่อ, เปรียบมารด้วยนายพราน, เปรียบบริษัทของมารด้วยบริษัทของนายพราน , เปรียบสมณะพราหมณ์ด้วยหมู่เนื้อ คือ สามณพราหมณ์พวกแรก ติดโลกามิส ไม่พ้นเงื้อมมือมาร จึงเปรียบเหมือนเนื้อพวกแรกที่เห็นแก่เหยื่อล่อของนายพราน&nbsp;สมณพราหมณ์พวกที่สอง ไม่ติดตอนแรก แต่ไปติดตอนหลัง ( ไม่อดทนต่อความอดอยาก ) เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สองที่หนีเหยื่อตอนแรก แต่ทนอดไม่ได้ ต้องมาหาเหยื่อในภายหลัง สมณพราหมณ์พวกที่สาม ไม่ติดอามิสความเห็นผิด เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สามที่ไม่ติดเหยื่อล่อ แต่ถูกล้อมจับด้วยเครื่องมือจับสัตว์&nbsp;&nbsp;สมณพราหมณ์พวกที่สี่ ซึ่งไม่ติดอามิส ไม่ติดทิกฐิ ไม่ประมาท จึงพ้นจากเงื้อมมือมาร เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สี่ ซึ่งไม่ติดเหยื่อล่อ และไม่ถูกล้อมจับได้ ตรัสแสดงข้อปฏิบัติ คือรูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ และสัญญาเวทยิตนิโรธ ว่ามิใช่คติของมารและบริษัทของมาร มารมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><br><p><strong>สูตร#2 เทวาสุรสังคามสูตร</strong>&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ที่รบกันถึง 3 ครั้ง และพวกอสูรชนะทุกครั้ง พวกเทวดาที่พ่ายแพ้จึงหนีไปยังเทพบุรี พวกอสูรทำอะไรพวกเทวดาไม่ได้ ต่อมาเทวดากับอสูรรบกันอีก พวกอสูรพ่ายแพ้หนีไปยังอสูรบุรี พวกเทวดาทำอะไรพวกอสูรไม่ได้ ทำให้ต่างได้เครื่องป้องกันภัย ทรงเปรียบเทียบกับภิกษุได้บรรลุธรรมแต่ละอย่าง คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 ทำให้ตนได้เครื่องป้องกันภัย มารทำอะไรภิกษุไม่ได้ ทำให้มารสิ้นสุดปิดตามารจนมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><br><p><strong>สูตร#3 มาคัณฑิยสูตร (บางส่วน)</strong> ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ทรงเปล่งอุทานว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พลังสมาธิ-คาวีอุปมาสูตร, อนุปทสูตร และนิพพานสุขสูตร [6804-4s]</title>
			<itunes:title>พลังสมาธิ-คาวีอุปมาสูตร, อนุปทสูตร และนิพพานสุขสูตร [6804-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Jan 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67913d261dc9bbb2100e058e/media.mp3" length="140109627" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67913d261dc9bbb2100e058e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67913d261dc9bbb2100e058e</link>
			<acast:episodeId>67913d261dc9bbb2100e058e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOWkYJ7dzg4E6chGzbmLh7v2aiqDm/XaxvLW7hJqTj7Thni7DbCsvNFpppt3QKCpDOaEA9kJjMv20LjLx4KvXRi]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 คาวีอุปมาสูตร ว่าด้วยการอุปมาด้วยแม่โค โดยเปรียบเทียบแม่โคกับภิกษุ แม่โคเที่ยวไปตามภูเขา คิดว่าจะไปยังทิศที่ไม่เคยไป ไปกินหญ้า ไปดึ่มน้ำในเขตที่ไม่เคย กิน อาจมีอันตรายไม่ปลอดภัย เพราะเป็นโคโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขตที่หากิน ไม่เข้าใจที่จะเที่ยวไปบนเขาอันขรุขระ เหมือนกับภิกษุบางรูป เป็นคนโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขต ไม่เข้าใจ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม ไม่บรรลุ ฌาณ 1- ฌาน 4 ได้ทรงแสดงว่าหากภิกษุปฏิบัติสมาบัติ (สมาธิ 8 ระดับ) จะมีสมาธิอันหาประมาณมิได้ เจริญดีแล้ว ย่อมโน้มน้อมจิตไป เพื่อกระทำให้แจ้ง ซึ่งธรรมใดๆที่ควรกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่ง</p><p>สูตร#2 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ</p><p>สูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ ท่านกล่าวถึงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 คาวีอุปมาสูตร ว่าด้วยการอุปมาด้วยแม่โค โดยเปรียบเทียบแม่โคกับภิกษุ แม่โคเที่ยวไปตามภูเขา คิดว่าจะไปยังทิศที่ไม่เคยไป ไปกินหญ้า ไปดึ่มน้ำในเขตที่ไม่เคย กิน อาจมีอันตรายไม่ปลอดภัย เพราะเป็นโคโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขตที่หากิน ไม่เข้าใจที่จะเที่ยวไปบนเขาอันขรุขระ เหมือนกับภิกษุบางรูป เป็นคนโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขต ไม่เข้าใจ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม ไม่บรรลุ ฌาณ 1- ฌาน 4 ได้ทรงแสดงว่าหากภิกษุปฏิบัติสมาบัติ (สมาธิ 8 ระดับ) จะมีสมาธิอันหาประมาณมิได้ เจริญดีแล้ว ย่อมโน้มน้อมจิตไป เพื่อกระทำให้แจ้ง ซึ่งธรรมใดๆที่ควรกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่ง</p><p>สูตร#2 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ</p><p>สูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ ท่านกล่าวถึงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สมาธิ 9 ขั้น - อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร และ ตปุสสสูตร [6803-4s]</title>
			<itunes:title>สมาธิ 9 ขั้น - อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร และ ตปุสสสูตร [6803-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 Jan 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6787d95f3b6e600d699cf383/media.mp3" length="28750129" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6787d95f3b6e600d699cf383</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6787d95f3b6e600d699cf383</link>
			<acast:episodeId>6787d95f3b6e600d699cf383</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPd8F+pOttjHE6284Iscb4uRrgnoTnlrMxWI73WqrK8FFjAITX9lERvrBu/pReE+/Di8plejCFNDUjNaEzysHdZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ</strong> รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้น ๆ ว่า "เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั"</p><br><p><strong>สูตร#2 ตปุสสสูตร ว่าด้วยตปุสสคหบดี</strong> ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ(การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์คือเนกขัมมะ&nbsp;</p><p>ทรงตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ&nbsp;</p><p>แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 9 ทรงสรุปว่า เมื่อใด ทรงเข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลมและปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณนยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ</strong> รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้น ๆ ว่า "เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั"</p><br><p><strong>สูตร#2 ตปุสสสูตร ว่าด้วยตปุสสคหบดี</strong> ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ(การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์คือเนกขัมมะ&nbsp;</p><p>ทรงตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ&nbsp;</p><p>แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 9 ทรงสรุปว่า เมื่อใด ทรงเข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลมและปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณนยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ- สติปัฏฐานสูตร [6802-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ- สติปัฏฐานสูตร [6802-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 09 Jan 2025 04:02:06 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/677f46caf48b51537cc3f524/media.mp3" length="28436545" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">677f46caf48b51537cc3f524</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/677f46caf48b51537cc3f524</link>
			<acast:episodeId>677f46caf48b51537cc3f524</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPywfkTut10qBSvJcJjHkQNUTo74kFIj0c2kUOzbhQMOPgwzKtwEjFXavsGHuw2P9GWFj6VZghKd84iRrXJkxN0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สติปัฏฐานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่นิคมชาวกุรุชื่อกัมมาสธัมมะ ทรงปรารภพุทธบริษัทชาวกัมมาสธัมมนิคม แม้พวกทาสกรรมกร มีความสนใจในการเจริญสติปัฏฐานกันอย่างมาก จึงทรงยกหัวข้อขึ้นอธิบายในรายละเอียดของการเจริญสติ ความหมาย และการพิจารณากาย เวทนา จิตและธรรม และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญสติปัฏฐานว่า บุคคลผู้เจริญสติปัฏฐาน 4 ประการนี้ แม้เพียง 7 วัน เป็นอย่างน้อย ก็หวังได้ว่า จะมีผลในปัจจุบันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวนผล 2 อย่าง คือ จะได้บรรลุอรหัตตผล หรือถ้ายังมีอุปาทิเหลืออยู่ จะบรรลุอนาคามิผล และทรงสรุปว่า สติปัฏฐาน 4 ประการนี้ เป็นทางสายเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม (อริยมรรค) และเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สติปัฏฐานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่นิคมชาวกุรุชื่อกัมมาสธัมมะ ทรงปรารภพุทธบริษัทชาวกัมมาสธัมมนิคม แม้พวกทาสกรรมกร มีความสนใจในการเจริญสติปัฏฐานกันอย่างมาก จึงทรงยกหัวข้อขึ้นอธิบายในรายละเอียดของการเจริญสติ ความหมาย และการพิจารณากาย เวทนา จิตและธรรม และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญสติปัฏฐานว่า บุคคลผู้เจริญสติปัฏฐาน 4 ประการนี้ แม้เพียง 7 วัน เป็นอย่างน้อย ก็หวังได้ว่า จะมีผลในปัจจุบันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวนผล 2 อย่าง คือ จะได้บรรลุอรหัตตผล หรือถ้ายังมีอุปาทิเหลืออยู่ จะบรรลุอนาคามิผล และทรงสรุปว่า สติปัฏฐาน 4 ประการนี้ เป็นทางสายเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม (อริยมรรค) และเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การบันลือสีหนาท - จูฬสีหนาถสูตรและเวรัญชกสูตร [6801-4s]</title>
			<itunes:title>การบันลือสีหนาท - จูฬสีหนาถสูตรและเวรัญชกสูตร [6801-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Jan 2025 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:02</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67756532c6c98a57bb763d82/media.mp3" length="26447145" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67756532c6c98a57bb763d82</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67756532c6c98a57bb763d82</link>
			<acast:episodeId>67756532c6c98a57bb763d82</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNcCe9CZjuf9a0TjHAvTrIRGpZGiGfJOtsePc0xZjMF9iA4BGtjuoEYFrhvU90jHSXsY8VLQRTGHgOfiEuxLJ7k]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>68</itunes:season>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬสีหนาทสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า พระองค์และภิกษุสงฆ์มีลาภสักการะเกิดขึ้นเป็นอันมาก แต่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกกลับเสื่อมลาภสักการะ พากันร้องไห้คร่ำครวญไปตามท้องถนน พระองค์จึงตรัสสอนให้ภิกษุบันลือสีหนาทโดยชอบว่า สมณะที่ 1 ถึงที่ 4 ( โสดาบันถึงอรหันต์ ) มีในพระศาสนานี้เท่านั้น&nbsp;</p><p>จากนั้นทรงอธิบายว่า ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามถึงเหตุผลที่กล่าวอย่างนี้ พึงอ้างธรรม 4 ประการคือ ความเลื่อมใสในศาสดา ในพระธรรม บำเพ็ญศีลได้บริบูรณ์ และ ผู้ร่วมประพฤติธรรมทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตเป็นที่รักที่พอใจของเรา&nbsp;</p><p>จากนั้นทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ 2 ประการที่สมณะหรือพราหมณ์ยึดติด และ ทรงแสดงอุปาทาน ( ความยึดมั่นถือมั่น ) 4 อย่าง ที่สมณพราหมณ์ทั้งหลายมักอ้างว่า รอบรู้อุปาทานทุกอย่าง แต่ก็ไม่บัญญัติการกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวงจริง บัญญัติไว้เพียงประการใดประการหนึ่งเท่านั้น ในตอนท้าย ทรงอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาทเริ่มต้นด้วยอุปาทานว่า อุปาทาน 4 ประการดังกล่าวเกิดจากตัณหา ฯลฯ สังขารเกิดจากอวิชชา เมื่อละอวิชชาได้ วิชชาเกิดขึ้น อุปาทานทั้ง 4 ประการ ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ปรินิพพานเฉพาะตน&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 เวรัญชกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พวกพราหมณ์และคหบดีชาวเมืองเวรัญชาที่มาทำธุรกิจบางอย่างในกรุงสาวัตถี ขณะประทับ ณ เชตวัน ที่มาเข้าเฝ้าและได้ทูลถามปัญหาเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์ไปเกิดในทุคติและสุคติ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงแสดงจบ ชาวเมืองเวรัญชาขอถึงพระรัตนตรัยไปจนตลอดชีวิต (ทรงแสดงหมวดธรรมนี้ไว้ในสาเลยกสูตร)</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬสีหนาทสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า พระองค์และภิกษุสงฆ์มีลาภสักการะเกิดขึ้นเป็นอันมาก แต่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกกลับเสื่อมลาภสักการะ พากันร้องไห้คร่ำครวญไปตามท้องถนน พระองค์จึงตรัสสอนให้ภิกษุบันลือสีหนาทโดยชอบว่า สมณะที่ 1 ถึงที่ 4 ( โสดาบันถึงอรหันต์ ) มีในพระศาสนานี้เท่านั้น&nbsp;</p><p>จากนั้นทรงอธิบายว่า ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามถึงเหตุผลที่กล่าวอย่างนี้ พึงอ้างธรรม 4 ประการคือ ความเลื่อมใสในศาสดา ในพระธรรม บำเพ็ญศีลได้บริบูรณ์ และ ผู้ร่วมประพฤติธรรมทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตเป็นที่รักที่พอใจของเรา&nbsp;</p><p>จากนั้นทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ 2 ประการที่สมณะหรือพราหมณ์ยึดติด และ ทรงแสดงอุปาทาน ( ความยึดมั่นถือมั่น ) 4 อย่าง ที่สมณพราหมณ์ทั้งหลายมักอ้างว่า รอบรู้อุปาทานทุกอย่าง แต่ก็ไม่บัญญัติการกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวงจริง บัญญัติไว้เพียงประการใดประการหนึ่งเท่านั้น ในตอนท้าย ทรงอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาทเริ่มต้นด้วยอุปาทานว่า อุปาทาน 4 ประการดังกล่าวเกิดจากตัณหา ฯลฯ สังขารเกิดจากอวิชชา เมื่อละอวิชชาได้ วิชชาเกิดขึ้น อุปาทานทั้ง 4 ประการ ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ปรินิพพานเฉพาะตน&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 เวรัญชกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พวกพราหมณ์และคหบดีชาวเมืองเวรัญชาที่มาทำธุรกิจบางอย่างในกรุงสาวัตถี ขณะประทับ ณ เชตวัน ที่มาเข้าเฝ้าและได้ทูลถามปัญหาเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์ไปเกิดในทุคติและสุคติ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงแสดงจบ ชาวเมืองเวรัญชาขอถึงพระรัตนตรัยไปจนตลอดชีวิต (ทรงแสดงหมวดธรรมนี้ไว้ในสาเลยกสูตร)</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่ไม่มีกิเลส - อรณวิภังคสูตรและ นิพเพธิกสูตร [6752-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมที่ไม่มีกิเลส - อรณวิภังคสูตรและ นิพเพธิกสูตร [6752-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 21:00:34 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:09:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/676c38df696ebe74c715789f/media.mp3" length="33255346" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">676c38df696ebe74c715789f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/676c38df696ebe74c715789f</link>
			<acast:episodeId>676c38df696ebe74c715789f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOxxT133/BW3pkw4vXMOhNvzKJHug+flqPxRDG33kcN/tc9q6cUHcjc7KNCOEP7mFvEVUpXes9WcsGHZWVR/f/m]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อรณวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติตามธรรมที่ไม่มีกิเลส เว้นธรรมที่มีกิเลส </p><p>ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า</p><p>1) ภิกษุไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งสุขในกาม อันทราม เป็นของชาวบ้านเป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งอัตตกิลมถานุโยค(การประกอบความลำบากเดือดร้อนแก่ตน)  อันเป็นทุกข์ ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์</p><p>2) มัชฌิมาปฏิปทาที่ไม่เอียงเข้าใกล้ที่สุด  2 อย่างนั้น ที่ทรงได้ตรัสรู้แล้ว อันเป็นปฏิปทาก่อให้เกิดจักษุ ก่อให้กิดญาณ เป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน</p><p>3) รู้จักการยกย่องและการตำหนิ ครั้นรู้แล้ว ไม่พึงยกย่อง ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงธรรมเท่านั้น</p><p>4) พึงรู้การตัดสินความสุข ครั้นรู้แล้ว พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งความสุขภายใน สุขนี้เรียกว่า เนกขัมมสุข</p><p>5) ไม่พึงกล่าวความลับ ไม่พึ่งกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า เมื่อไม่รีบร้อนจึงพูด เมื่อรีบร้อนไม่ควรพูด ไม่พึงยึดภาษาท้องถิ่น ไม่พึงละเลยคำพูดสามัญ (คำที่คนทั่วไปใช้พูดกัน) </p><p>แล้วทรงยกตัวอย่าง กุลบุตรผู้มีนามว่าสุภูติ ได้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติเพื่อไม่มีกิเลสแล้ว</p><p>สูตร#2 นิพเพธิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา... (3) สัญญา... (4) อาสวะ... (5) กรรม... (6) ทุกข์... ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อรณวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติตามธรรมที่ไม่มีกิเลส เว้นธรรมที่มีกิเลส </p><p>ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า</p><p>1) ภิกษุไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งสุขในกาม อันทราม เป็นของชาวบ้านเป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งอัตตกิลมถานุโยค(การประกอบความลำบากเดือดร้อนแก่ตน)  อันเป็นทุกข์ ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์</p><p>2) มัชฌิมาปฏิปทาที่ไม่เอียงเข้าใกล้ที่สุด  2 อย่างนั้น ที่ทรงได้ตรัสรู้แล้ว อันเป็นปฏิปทาก่อให้เกิดจักษุ ก่อให้กิดญาณ เป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน</p><p>3) รู้จักการยกย่องและการตำหนิ ครั้นรู้แล้ว ไม่พึงยกย่อง ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงธรรมเท่านั้น</p><p>4) พึงรู้การตัดสินความสุข ครั้นรู้แล้ว พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งความสุขภายใน สุขนี้เรียกว่า เนกขัมมสุข</p><p>5) ไม่พึงกล่าวความลับ ไม่พึ่งกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า เมื่อไม่รีบร้อนจึงพูด เมื่อรีบร้อนไม่ควรพูด ไม่พึงยึดภาษาท้องถิ่น ไม่พึงละเลยคำพูดสามัญ (คำที่คนทั่วไปใช้พูดกัน) </p><p>แล้วทรงยกตัวอย่าง กุลบุตรผู้มีนามว่าสุภูติ ได้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติเพื่อไม่มีกิเลสแล้ว</p><p>สูตร#2 นิพเพธิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา... (3) สัญญา... (4) อาสวะ... (5) กรรม... (6) ทุกข์... ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สุขยิ่งกว่าสุขเวทนา-อนุปุพพวิหารสูตร, อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร, นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6751-4s]</title>
			<itunes:title>สุขยิ่งกว่าสุขเวทนา-อนุปุพพวิหารสูตร, อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร, นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6751-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Dec 2024 21:00:08 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6762ee888a7fea7b9098788f/media.mp3" length="26114931" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6762ee888a7fea7b9098788f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6762ee888a7fea7b9098788f</link>
			<acast:episodeId>6762ee888a7fea7b9098788f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMHPRuuzDipLtZpIxYToJggC16MwqBP+fis52VQG5BTXSTOomj8jAeq6IdOGPXeXeQJG/08QfsLXIE3SlSejz/P]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1</strong> อนุปุพพวิหารสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารธรรม คำว่า “อนุปุพพวิหารธรรม” หมายถึง ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับ มี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1</p><p><strong>สูตร#2</strong> อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้นๆ ว่า “เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั”</p><p><strong>สูตร#3</strong> นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ แล้วแสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร</p><p><strong>สูตร#4</strong> อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1</strong> อนุปุพพวิหารสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารธรรม คำว่า “อนุปุพพวิหารธรรม” หมายถึง ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับ มี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1</p><p><strong>สูตร#2</strong> อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้นๆ ว่า “เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั”</p><p><strong>สูตร#3</strong> นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ แล้วแสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร</p><p><strong>สูตร#4</strong> อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อานิสงส์แห่งยัญ-กุฎทันตสูตร ตอนที่ 2 [6750-4s]</title>
			<itunes:title>อานิสงส์แห่งยัญ-กุฎทันตสูตร ตอนที่ 2 [6750-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Dec 2024 21:00:12 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6759bb9d859d1b450f02c051/media.mp3" length="26734151" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6759bb9d859d1b450f02c051</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6759bb9d859d1b450f02c051</link>
			<acast:episodeId>6759bb9d859d1b450f02c051</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesM7752gEm6q05QptbQ8Hk799313ooRb23A+3lZa5/72GnSaC06E2AszcJ5Ze4hj+Y410dM12pYH8ZDRDUWR+uR2]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[กุฎทันตสูตร #2 สืบเนื่องจาก กุฎทันตสูตรตอนที่1 ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงปรารถคำถามของกูฏทันตะพราหมณ์ที่กำลังเตรียมทำพิธีบูชายัญ ได้ทรงอธิบายโดยเล่าเรื่องการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช ซึ่งการทำพิธีบูชายัญนั้นต้องจัดเตรียมสิ่งของ มีรายละเอียดการทำบูชายัญ ใช้ทุนทรัพย์มาก รวมถึงคุณสมบัติของผู้ให้และผู้รับ ในตอนนี้กูฏทันตะพราหมณ์ได้กราบทูลถามถึงยัญอื่นที่มีการเริ่มน้อยกว่า แต่มีผลมากกว่ายัญ ๓ ประการ องค์ประกอบ ๑๖ อีกหรือไม่ โดยมีการถามตอบไปมาหลายวาระถึงสิ่งที่มีการริเริ่มน้อยกว่า แต่มีผลานิสงส์มากกว่าโดยลำดับ มี 5 อย่าง ตั้งแต่การให้ทานเป็นนิตย์ อุทิศแด่ผู้มีศีล การสร้างวิหาร อุทิศพระสงฆ์ที่มาจาก ๔ ทิศ  การถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ การสมาทานศีล ๕ และสุดท้ายคือการออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ ตั้งอยู่ในศีล ๓ ประเภท บำเพ็ญสมาธิจนได้ฌาน ๔ บำเพ็ญปัญญาจนได้วิชชา ๘  เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสจบกูฏทัตพราหมณ์มีความเลื่อมใสในพระธรรมเทศนา ประกาศตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ปล่อยสัตว์อย่างละ ๗๐๐ หลายประเภทนั้นให้เป็นอิสระ                    <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[กุฎทันตสูตร #2 สืบเนื่องจาก กุฎทันตสูตรตอนที่1 ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงปรารถคำถามของกูฏทันตะพราหมณ์ที่กำลังเตรียมทำพิธีบูชายัญ ได้ทรงอธิบายโดยเล่าเรื่องการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช ซึ่งการทำพิธีบูชายัญนั้นต้องจัดเตรียมสิ่งของ มีรายละเอียดการทำบูชายัญ ใช้ทุนทรัพย์มาก รวมถึงคุณสมบัติของผู้ให้และผู้รับ ในตอนนี้กูฏทันตะพราหมณ์ได้กราบทูลถามถึงยัญอื่นที่มีการเริ่มน้อยกว่า แต่มีผลมากกว่ายัญ ๓ ประการ องค์ประกอบ ๑๖ อีกหรือไม่ โดยมีการถามตอบไปมาหลายวาระถึงสิ่งที่มีการริเริ่มน้อยกว่า แต่มีผลานิสงส์มากกว่าโดยลำดับ มี 5 อย่าง ตั้งแต่การให้ทานเป็นนิตย์ อุทิศแด่ผู้มีศีล การสร้างวิหาร อุทิศพระสงฆ์ที่มาจาก ๔ ทิศ  การถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ การสมาทานศีล ๕ และสุดท้ายคือการออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ ตั้งอยู่ในศีล ๓ ประเภท บำเพ็ญสมาธิจนได้ฌาน ๔ บำเพ็ญปัญญาจนได้วิชชา ๘  เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสจบกูฏทัตพราหมณ์มีความเลื่อมใสในพระธรรมเทศนา ประกาศตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ปล่อยสัตว์อย่างละ ๗๐๐ หลายประเภทนั้นให้เป็นอิสระ                    <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อานิสงส์แห่งยัญ- กุฎทันตสูตร ตอนที่1 [6749-4s]</title>
			<itunes:title>อานิสงส์แห่งยัญ- กุฎทันตสูตร ตอนที่1 [6749-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Dec 2024 21:00:29 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6750899157aa3cdaf31bc91d/media.mp3" length="28706402" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6750899157aa3cdaf31bc91d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6750899157aa3cdaf31bc91d</link>
			<acast:episodeId>6750899157aa3cdaf31bc91d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPTmZnOyEmMGq0eu6A9l/ozIfHaH7M0+azpMs3Rs/d4oQXX1huDwKMgSeWm4rqYozbZd28bbmQTHdjK4pLkDOy4]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[กุฎทันตสูตร #1  สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นมคธพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป เสด็จถึงหมู่บ้านพราหมณ์ชาวมคธชื่อขาณุมัต สมัยนั้น พราหมณ์กูฏทันตะปกครองหมู่บ้าน ขาณุมัต  พระสูตรนี้เป็นเรื่องราวการบูชายัญทั้งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยขน์ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงปรารถคำถามของกูฏทันตะพราหมณ์ ที่กำลังเตรียมทำพิธีบูชายัญด้วยโคเพศผู้ ลูกโคเพศผู้ ลูกโคเพศเมีย แพะ และแกะอย่างละ ๗๐๐ ตัว ถูกนำเข้าไปผูกที่หลักเพื่อฆ่าบูชายัญ ต้องการเข้าเผ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลถามยัญสมบัติ ๓ประการ มีองค์ประกอบ ๑๖ ซึ่งได้ทรงอธิบายโดยเล่าเรื่องการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช ซึ่งการทำพิธีบูชายัญนั้นต้องจัดเตรียมสิ่งของ มีรายละเอียดการทำบูชายัญ ได้แก่ พระเจ้ามหาวิชิตราชทรงประกอบด้วยคุณลักษณะ ๘ อย่าง พราหมณ์ปุโรหิตประกอบด้วยคุณสมบัติ ๔ อย่าง ยัญพิธี ๓ ประการ  ผู้รับทานต้องประกอบด้วยอาการ ๑๐ อย่าง และต้องบูชายัญด้วยอาการ ๑๖ ยัญพิธีนั้นสำเร็จลงเพียงเพราะเนยใส น้ำมัน เนยข้น นมเปรี้ยว น้ำผึ้ง และน้ำอ้อยเท่านั้น ไม่ต้องฆ่าโค แพะ แกะ ไก่ สุกร และสัตว์นานาชนิด ไม่ต้องตัดต้นไม้มาทำหลักบูชายัญ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[กุฎทันตสูตร #1  สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นมคธพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป เสด็จถึงหมู่บ้านพราหมณ์ชาวมคธชื่อขาณุมัต สมัยนั้น พราหมณ์กูฏทันตะปกครองหมู่บ้าน ขาณุมัต  พระสูตรนี้เป็นเรื่องราวการบูชายัญทั้งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยขน์ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงปรารถคำถามของกูฏทันตะพราหมณ์ ที่กำลังเตรียมทำพิธีบูชายัญด้วยโคเพศผู้ ลูกโคเพศผู้ ลูกโคเพศเมีย แพะ และแกะอย่างละ ๗๐๐ ตัว ถูกนำเข้าไปผูกที่หลักเพื่อฆ่าบูชายัญ ต้องการเข้าเผ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลถามยัญสมบัติ ๓ประการ มีองค์ประกอบ ๑๖ ซึ่งได้ทรงอธิบายโดยเล่าเรื่องการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช ซึ่งการทำพิธีบูชายัญนั้นต้องจัดเตรียมสิ่งของ มีรายละเอียดการทำบูชายัญ ได้แก่ พระเจ้ามหาวิชิตราชทรงประกอบด้วยคุณลักษณะ ๘ อย่าง พราหมณ์ปุโรหิตประกอบด้วยคุณสมบัติ ๔ อย่าง ยัญพิธี ๓ ประการ  ผู้รับทานต้องประกอบด้วยอาการ ๑๐ อย่าง และต้องบูชายัญด้วยอาการ ๑๖ ยัญพิธีนั้นสำเร็จลงเพียงเพราะเนยใส น้ำมัน เนยข้น นมเปรี้ยว น้ำผึ้ง และน้ำอ้อยเท่านั้น ไม่ต้องฆ่าโค แพะ แกะ ไก่ สุกร และสัตว์นานาชนิด ไม่ต้องตัดต้นไม้มาทำหลักบูชายัญ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พึ่งตน พึ่งธรรม- จักกวัตติสูตร [6748-4S]</title>
			<itunes:title>พึ่งตน พึ่งธรรม- จักกวัตติสูตร [6748-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Nov 2024 21:00:16 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:05</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6747406687df9e7063aa080e/media.mp3" length="28750132" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6747406687df9e7063aa080e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6747406687df9e7063aa080e</link>
			<acast:episodeId>6747406687df9e7063aa080e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOllXkPfjErU0CmUgPpUn4sGmB46H1YaACDZDYVqY2CIPsmbKK63YQ7d2GqIaYkESDl/tvHeeoDsrekDYJJ+2CY]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเชื่อเรื่องกรรมเก่าที่ผิด- เทวทหสูตร [6747-4s] </title>
			<itunes:title>ความเชื่อเรื่องกรรมเก่าที่ผิด- เทวทหสูตร [6747-4s] </itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Nov 2024 21:00:16 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/673e050cd1a6d05d3cabe1b9/media.mp3" length="27884942" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">673e050cd1a6d05d3cabe1b9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/673e050cd1a6d05d3cabe1b9</link>
			<acast:episodeId>673e050cd1a6d05d3cabe1b9</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNXS7fx3WE96nWE5y5DKwBDwowvwY5QfgJYe0V9KPFz1yqbkANcxKGBnHLNtz8oiXb1WT9Ni4tXBF39yVBL1ZKH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง คือ บุรุษถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ขายหนุ่มหลงรักหญิงสาว และช่างศรดัดลูกศรที่คดงอให้ตรง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง คือ บุรุษถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ขายหนุ่มหลงรักหญิงสาว และช่างศรดัดลูกศรที่คดงอให้ตรง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเห็นผิด- ปาฏิกสูตร ตอนที่ 2 [6746-4S]</title>
			<itunes:title>ความเห็นผิด- ปาฏิกสูตร ตอนที่ 2 [6746-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Nov 2024 21:00:16 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6734a83104b5d35af452fb25/media.mp3" length="26746921" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6734a83104b5d35af452fb25</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6734a83104b5d35af452fb25</link>
			<acast:episodeId>6734a83104b5d35af452fb25</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOehXxmAlmRy331Mva6G2mp0UDvilO3t66PcTpiJB9/nZ257LQHg2CkbcEPRcgB/6FYdvDRElH+yX3LFtZ+9POa]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ เป็นตอนที่ปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชน ในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณ แต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้</p><p>เนื้อหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เรื่องกำเนิดของโลก ที่ไม่ได้เกิดจากพรหม หรือพระพุทธเจ้าเป็นผู้สร้างโลก ที่ถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้นั่นเอง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ เป็นตอนที่ปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชน ในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณ แต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้</p><p>เนื้อหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เรื่องกำเนิดของโลก ที่ไม่ได้เกิดจากพรหม หรือพระพุทธเจ้าเป็นผู้สร้างโลก ที่ถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้นั่นเอง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเห็นผิด- ปาฏิกสูตร ตอนที่ 1 [6745-4s]</title>
			<itunes:title>ความเห็นผิด- ปาฏิกสูตร ตอนที่ 1 [6745-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Nov 2024 21:00:25 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/672b920d7d34ea8eee7d73fd/media.mp3" length="27849714" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">672b920d7d34ea8eee7d73fd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/672b920d7d34ea8eee7d73fd</link>
			<acast:episodeId>672b920d7d34ea8eee7d73fd</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesN0RwTcVePacQyOIG4Z1GeSEKRZkYXaotE93XTNQhPBOch4BDnb0aUfnjqKAn5u+UvSXhP4CTv0Ix/L+k9ErZUx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>45</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระสูตรว่าด้วยนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร ซึ่งเป็นนักบวชเปลือย 1 ใน 3 คน ที่ปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงปรารถแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ได้กราบทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งในตอนท้ายของพระสูตรได้ทรงตรัสเล่าเรื่องทฤษฏีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลกในตอนนี้ เป็นตอนที่พระพุทธเจ้า ตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป&nbsp;<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระสูตรว่าด้วยนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร ซึ่งเป็นนักบวชเปลือย 1 ใน 3 คน ที่ปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงปรารถแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ได้กราบทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งในตอนท้ายของพระสูตรได้ทรงตรัสเล่าเรื่องทฤษฏีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลกในตอนนี้ เป็นตอนที่พระพุทธเจ้า ตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป&nbsp;<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ต้นกำเนิดของโลก-อัคคัญญสูตร [6744-4s]</title>
			<itunes:title>ต้นกำเนิดของโลก-อัคคัญญสูตร [6744-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Oct 2024 21:00:40 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67225eaeb53ba2cacdc060f6/media.mp3" length="29052075" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67225eaeb53ba2cacdc060f6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67225eaeb53ba2cacdc060f6</link>
			<acast:episodeId>67225eaeb53ba2cacdc060f6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesODKZHZWKla+kak1pNuihd23M8xn0vA47C275rC7b6MlCCgNP5el6dBOe38s+MkBQu+l/JKKzHx+/AW0kpfaK86]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อัคคัญญสูตร ทรงแสดงแก่สามเณรชื่อ วาเสฏฐะและภารทวาชะ ทรงชี้แจงให้เข้าใจถึงความเป็นมาของวรรณะ 4 ที่พวกพราหมณ์เข้าใจเรื่องระบบวรรณะผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ไม่รู้เรื่องความเป็นมาของวรรณะตามความเป็นจริง และทรงแสดงการกำเนิดหรือวิวัฒนาการของโลก ตั้งแต่ตอนต้นแห่งวิวัฏฏกัปที่โลกก่อตัวขึ้นใหม่ จนมีมนุษย์เกิดขึ้นและวิวัฒนาการของระบบสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ และทรงสรุปเน้นย้ำในเรื่อง การประพฤติสุจริต ตรัสสอนให้เจริญโพธิปักขิยธรรม เป็นธรรมที่จะให้เกิดการบรรลุธรรม และหลุดพ้นได้</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อัคคัญญสูตร ทรงแสดงแก่สามเณรชื่อ วาเสฏฐะและภารทวาชะ ทรงชี้แจงให้เข้าใจถึงความเป็นมาของวรรณะ 4 ที่พวกพราหมณ์เข้าใจเรื่องระบบวรรณะผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ไม่รู้เรื่องความเป็นมาของวรรณะตามความเป็นจริง และทรงแสดงการกำเนิดหรือวิวัฒนาการของโลก ตั้งแต่ตอนต้นแห่งวิวัฏฏกัปที่โลกก่อตัวขึ้นใหม่ จนมีมนุษย์เกิดขึ้นและวิวัฒนาการของระบบสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ และทรงสรุปเน้นย้ำในเรื่อง การประพฤติสุจริต ตรัสสอนให้เจริญโพธิปักขิยธรรม เป็นธรรมที่จะให้เกิดการบรรลุธรรม และหลุดพ้นได้</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุแรกเกิด-มหานิทานสูตร [6743-4s]</title>
			<itunes:title>เหตุแรกเกิด-มหานิทานสูตร [6743-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Oct 2024 21:00:29 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67193521e16fb75ed5bcf01b/media.mp3" length="28112700" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67193521e16fb75ed5bcf01b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/67193521e16fb75ed5bcf01b</link>
			<acast:episodeId>67193521e16fb75ed5bcf01b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOMwmved4OO5yqU+unrcLyV4FwjqdpN3ML/jGiwGwGkzN9yVNZ8O1nFNFd+iDogZ4TU48/QruCWfwBfsBnGce1m]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>43</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหานิทานสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์ ขณะประทับอยู่ ณ นิคมของชาวกุรุ ปรารภธรรมในหมวดธรรมที่ชื่อ ปฏิจจสมุปบาท เพื่อทรงแก้ความเข้าใจผิดของพระอานนท์ ที่กราบทูลว่า น่าแปลกที่ปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมที่ลึกซึ้งสุดคาดคะเน แต่สำหรับท่านกลับเป็นธรรมง่ายๆ พระพุทธเจ้าทรงห้ามมิให้พูดเช่นนี้ แล้วทรงอธิบายไล่เรียงในรายละเอียดให้ฟัง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหานิทานสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์ ขณะประทับอยู่ ณ นิคมของชาวกุรุ ปรารภธรรมในหมวดธรรมที่ชื่อ ปฏิจจสมุปบาท เพื่อทรงแก้ความเข้าใจผิดของพระอานนท์ ที่กราบทูลว่า น่าแปลกที่ปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมที่ลึกซึ้งสุดคาดคะเน แต่สำหรับท่านกลับเป็นธรรมง่ายๆ พระพุทธเจ้าทรงห้ามมิให้พูดเช่นนี้ แล้วทรงอธิบายไล่เรียงในรายละเอียดให้ฟัง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ใจเขา ใจเรา - อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6742-4s]</title>
			<itunes:title>ใจเขา ใจเรา - อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6742-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Oct 2024 21:00:58 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/670ff6bcb1e7b0e7e5181f8a/media.mp3" length="28636946" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">670ff6bcb1e7b0e7e5181f8a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/670ff6bcb1e7b0e7e5181f8a</link>
			<acast:episodeId>670ff6bcb1e7b0e7e5181f8a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNXNW2vBsWhryCXCzxACNdavSH+g55U/TAAyWhmq63ErtiJDoOrjfH2isHSRiudycBr1mNROxUQqmQpG7WGzFmk]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>42</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อนุมานสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่ภิกษุจำนวนหนึ่ง ขณะพักอยู่เภสกฬาวัน เขตเมืองสุงสุมารคิระ แคว้นภัคคะ โดยปรารภปวารณากรรมของภิกษุบางรูปที่เป็นผู้ว่ายาก โดยยกเรื่องธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก 16 ประการ และธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย 16 ประการ มาตั้งเป็นข้ออนุมานตน ได้แก่บุคคลอื่นผู้มีธรรมให้เป็นผู้ว่ายาก ไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา ฉันใด ถ้าตนเองมีคุณธรรมให้เป็นผู้ว่ายากบ้าง คนอื่นก็ไม่รักไม่พอใจฉันนั้นเหมือนกัน ดังนั้นให้ปฏิบัติธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย  และได้ยกข้อธรรมทั้ง 2 ประการนั้น มาตั้งเป็นหัวข้อพิจารณาตนเองแต่ละประการอีกว่า ตนมีธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายากหรือไม่ ถ้ามีก็ควรพยายามละเสีย แต่ถ้าไม่มีในตน ก็ควรศึกษาและปฏิบัติตามกุศลธรรมทั้งหลายอย่างต่อเนื่องต่อไป</p><p>สูตร#2 จูฬตัณหาสังขยสูตร ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติ ที่ว่า “ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น “ ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลากลับ </p><p>    ขณะนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะ นั่งฟังอยู่ไม่ไกล คิดว่า ท้าวสักกะจะไม่เข้าใจจริง จึงตามไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อถามว่า พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องความสิ้นตัณหาโดยย่อว่าอย่างไร ท้าวสักกะไม่ตอบ แต่ชวนไปชมเวชยันตปราสาท พระเถระจึงสำแดงฤทธิ์ให้เวชยันตปราสาทสั่นสะเทือน จึงยอมบอกตามที่ทรงได้ฟังมา พระเถระได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อนุมานสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่ภิกษุจำนวนหนึ่ง ขณะพักอยู่เภสกฬาวัน เขตเมืองสุงสุมารคิระ แคว้นภัคคะ โดยปรารภปวารณากรรมของภิกษุบางรูปที่เป็นผู้ว่ายาก โดยยกเรื่องธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก 16 ประการ และธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย 16 ประการ มาตั้งเป็นข้ออนุมานตน ได้แก่บุคคลอื่นผู้มีธรรมให้เป็นผู้ว่ายาก ไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา ฉันใด ถ้าตนเองมีคุณธรรมให้เป็นผู้ว่ายากบ้าง คนอื่นก็ไม่รักไม่พอใจฉันนั้นเหมือนกัน ดังนั้นให้ปฏิบัติธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย  และได้ยกข้อธรรมทั้ง 2 ประการนั้น มาตั้งเป็นหัวข้อพิจารณาตนเองแต่ละประการอีกว่า ตนมีธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายากหรือไม่ ถ้ามีก็ควรพยายามละเสีย แต่ถ้าไม่มีในตน ก็ควรศึกษาและปฏิบัติตามกุศลธรรมทั้งหลายอย่างต่อเนื่องต่อไป</p><p>สูตร#2 จูฬตัณหาสังขยสูตร ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติ ที่ว่า “ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น “ ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลากลับ </p><p>    ขณะนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะ นั่งฟังอยู่ไม่ไกล คิดว่า ท้าวสักกะจะไม่เข้าใจจริง จึงตามไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อถามว่า พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องความสิ้นตัณหาโดยย่อว่าอย่างไร ท้าวสักกะไม่ตอบ แต่ชวนไปชมเวชยันตปราสาท พระเถระจึงสำแดงฤทธิ์ให้เวชยันตปราสาทสั่นสะเทือน จึงยอมบอกตามที่ทรงได้ฟังมา พระเถระได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริง</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอน ปัญญาแทงตลอดธรรมธาตุ - มหาปทานสูตร (3) [6741-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอน ปัญญาแทงตลอดธรรมธาตุ - มหาปทานสูตร (3) [6741-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Oct 2024 21:00:46 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6706c5c7db85d85869793d7e/media.mp3" length="28141152" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6706c5c7db85d85869793d7e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6706c5c7db85d85869793d7e</link>
			<acast:episodeId>6706c5c7db85d85869793d7e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOVfurUGaFTLz0qGS/UaHOJtVv3xr51grhIeZkkZFyuCznY4orTpMnyIYVLiHgaWpVJJ5icFCH3dKT6kioIjwfz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>41</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหาปทานสูตร (3) พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงตอนพระปัสสีโพธิสัตว์ตรัสรู้ ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวกและมหาชน ซึ่งในการแสดงธรรมนั้นมีผู้บรรลุธรรมตามเป็นจำนวนหลายแสนคน และได้ทรงส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา ทรงดำริว่า เมื่อเวลาล่วงไปทุกๆ6ปี ภิกษุทั้งหลายควรกลับมายังกรุงพันธุมดี เพื่อแสดงปาฏิโมกข์ ซึ่งท้าวมหาพรหมได้กราบทูลว่าจะหาวิธีให้ภิกษุกลับมา ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงไปหาเหล่าเทพชั้นสุธาวาส และเหล่าเทพชั้นต่างๆ มีเทวดามากมายมาเข้าเฝ้า เทวดาได้เล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในสมัยนั้นๆที่ตนประพฤติพรหมจรรย์ แล้วจึงมาเกิดในที่นี้ ๆ</p><p>และทรงสรุปพระธรรมเทศนานี้ว่า ที่ทรงทราบพระประวัติของพระพุทธเจ้าในอดีต 6 พระองค์ ที่มีในกัปนี้และกัปก่อนๆและพระประวัติของพระองค์เอง เป็นเพราะพระองค์มีปัญญาทราบได้เองถึงพระพุทธเจ้าในอดีตและเพราะเหล่าเทวดาบอกเรื่องนั้นให้ทราบ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหาปทานสูตร (3) พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงตอนพระปัสสีโพธิสัตว์ตรัสรู้ ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวกและมหาชน ซึ่งในการแสดงธรรมนั้นมีผู้บรรลุธรรมตามเป็นจำนวนหลายแสนคน และได้ทรงส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา ทรงดำริว่า เมื่อเวลาล่วงไปทุกๆ6ปี ภิกษุทั้งหลายควรกลับมายังกรุงพันธุมดี เพื่อแสดงปาฏิโมกข์ ซึ่งท้าวมหาพรหมได้กราบทูลว่าจะหาวิธีให้ภิกษุกลับมา ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงไปหาเหล่าเทพชั้นสุธาวาส และเหล่าเทพชั้นต่างๆ มีเทวดามากมายมาเข้าเฝ้า เทวดาได้เล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในสมัยนั้นๆที่ตนประพฤติพรหมจรรย์ แล้วจึงมาเกิดในที่นี้ ๆ</p><p>และทรงสรุปพระธรรมเทศนานี้ว่า ที่ทรงทราบพระประวัติของพระพุทธเจ้าในอดีต 6 พระองค์ ที่มีในกัปนี้และกัปก่อนๆและพระประวัติของพระองค์เอง เป็นเพราะพระองค์มีปัญญาทราบได้เองถึงพระพุทธเจ้าในอดีตและเพราะเหล่าเทวดาบอกเรื่องนั้นให้ทราบ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอน คาถาอันน่าอัศจรรย์ - มหาปทานสูตร (2) [6740-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอน คาถาอันน่าอัศจรรย์ - มหาปทานสูตร (2) [6740-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Oct 2024 21:00:28 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66fd87f54f98175c752dde4f/media.mp3" length="27644336" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66fd87f54f98175c752dde4f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66fd87f54f98175c752dde4f</link>
			<acast:episodeId>66fd87f54f98175c752dde4f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMt0P5KCz6qdOTyRg/NgPO5OPLeEnELpp7RDC28nED8KiDkSeCVmzY+VgIsHtfaoZiijMUTwzLeWoAJ9QhxAtCm]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>40</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[มหาปทานสูตร(2) ตอนการออกผนวช การตรัสรู้ และการแสดงธรรม เมื่อพระวิปัสสีพุทธเจ้าได้ทรงเห็นเทวฑูตทั้ง 4 เป็นนิมิต ทรงเสด็จออกผนวช มหาชนทราบข่าวได้ออกบวชตามเสด็จ ต่อมาทรงหลีกออกจากหมู่อยู่เพียงลำพัง ประทับหลีกเร้นในที่สงัด ได้ทรงใคร่ครวญเรื่องปฏิจจสมุปบาทแล้วทรงบรรลุธรรม ท้าวมหาพรหมได้ทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวก และแก่มหาชน ซึ่งได้บรรลุธรรมตามที่ทรงตรัสรู้แจ้งนั้น ตามลำดับ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มหาปทานสูตร(2) ตอนการออกผนวช การตรัสรู้ และการแสดงธรรม เมื่อพระวิปัสสีพุทธเจ้าได้ทรงเห็นเทวฑูตทั้ง 4 เป็นนิมิต ทรงเสด็จออกผนวช มหาชนทราบข่าวได้ออกบวชตามเสด็จ ต่อมาทรงหลีกออกจากหมู่อยู่เพียงลำพัง ประทับหลีกเร้นในที่สงัด ได้ทรงใคร่ครวญเรื่องปฏิจจสมุปบาทแล้วทรงบรรลุธรรม ท้าวมหาพรหมได้ทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวก และแก่มหาชน ซึ่งได้บรรลุธรรมตามที่ทรงตรัสรู้แจ้งนั้น ตามลำดับ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอนปุพเพนิวาส - มหาปทานสูตร (1) [6739-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอนปุพเพนิวาส - มหาปทานสูตร (1) [6739-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Sep 2024 21:00:58 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66f46ed7ec3521a27c98ab5e/media.mp3" length="28094202" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66f46ed7ec3521a27c98ab5e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66f46ed7ec3521a27c98ab5e</link>
			<acast:episodeId>66f46ed7ec3521a27c98ab5e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNBupmjjjEspOiadES2MwgPWpWL0G6qaG/Z/WLCJa/19Ips08RhQrfm4upcfPokKP+5FnM4GCkHYhfqvE2NhOn5]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>39</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>มหาปทานสูตร (1)</strong> พระประวัติของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ปุพเพนิวาสญาณของพระองค์ โดยตรัสเล่าพระประวัติโดยสังเขปของพระพุทธเจ้าในอดีต 6 พระองค์ ที่มีในกัปนี้และกัปก่อนๆและพระประวัติของพระองค์เอง แต่เนื่องจากภิกษุยังมีข้อสงสัยอยู่จึงได้เสด็จกลับมาและตรัสเล่าต่อ เฉพาะพระประวัติของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ซึ่งในตอนนี้ เป็นตอนประสูติ ประกอบด้วยเรื่อง  กฎธรรมดาของพระโพธิสัตว์ 16 ประการ , ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงมีเหมือนกัน และ การเห็นเทวฑูต</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>มหาปทานสูตร (1)</strong> พระประวัติของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ปุพเพนิวาสญาณของพระองค์ โดยตรัสเล่าพระประวัติโดยสังเขปของพระพุทธเจ้าในอดีต 6 พระองค์ ที่มีในกัปนี้และกัปก่อนๆและพระประวัติของพระองค์เอง แต่เนื่องจากภิกษุยังมีข้อสงสัยอยู่จึงได้เสด็จกลับมาและตรัสเล่าต่อ เฉพาะพระประวัติของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ซึ่งในตอนนี้ เป็นตอนประสูติ ประกอบด้วยเรื่อง  กฎธรรมดาของพระโพธิสัตว์ 16 ประการ , ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงมีเหมือนกัน และ การเห็นเทวฑูต</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์ - จูฬมาลุงกยสูตร และ มหามาลุงกยสูตร [6738-4s] </title>
			<itunes:title>ปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์ - จูฬมาลุงกยสูตร และ มหามาลุงกยสูตร [6738-4s] </itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Sep 2024 21:00:41 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66eb06a1e34b4562375513d0/media.mp3" length="28064794" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66eb06a1e34b4562375513d0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66eb06a1e34b4562375513d0</link>
			<acast:episodeId>66eb06a1e34b4562375513d0</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMi9/WNwRyUYjtvyoDKV9rOz/MXS4lzqEonICOG/oQDnys3ej6C6V3RSnlkU7a8nH9HdapokOUEaXprdb7yICI9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>38</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬมาลุงกยสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตร ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ปัญหาเกี่ยวกับทิฏฐิ 10 ประการ คือจะทรงตอบรับหรือตอบปฏิเสธ ผู้ฟังก็ไม่สามารถเข้าใจ และไม่มีประโยชน์ พระมาลุงกยบุตรรู้สึกไม่พอใจ ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบอัพยากตปัญหา 10 ประการ จึงเข้าไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปัญหาที่จะทรงตอบ คือ ปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 เพราะมีประโยชน์ และจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ เมื่อทรงตรัสจบ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตนั้น</p><p><strong>สูตร#2 มหามาลุงกยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตรพร้อมกับภิกษุหลายรูป  ทรงปรารภเรื่อง โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการ (เครื่องร้อยรัดที่ยึดจิตให้อยู่ในภพ) ทรงตรัสถามภิกษุเรื่องสังโยชน์ 5 ประการ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีคำตอบที่ถูกต้อง แต่บทพยัญชนะนั้นไม่แยบคาย จะทำให้อัญเดียรถีย์ปริพาชก นำเรื่องเด็กอ่อนที่นอนหงายมาโต้กลับได้ และ เพื่อปรับทิฏฐิของท่านมาลุงกยบุตรให้ละเอียดยิ่งขึ้นไป จึงทรงอธิบายขยายความถึงอุบายในการนำออกและข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ และทรงแสดงว่า รูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 เป็นมรรคและปฏิปทาที่ทำให้ละสังโยชน์ทั้ง 5 ประการได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬมาลุงกยสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตร ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ปัญหาเกี่ยวกับทิฏฐิ 10 ประการ คือจะทรงตอบรับหรือตอบปฏิเสธ ผู้ฟังก็ไม่สามารถเข้าใจ และไม่มีประโยชน์ พระมาลุงกยบุตรรู้สึกไม่พอใจ ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบอัพยากตปัญหา 10 ประการ จึงเข้าไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปัญหาที่จะทรงตอบ คือ ปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 เพราะมีประโยชน์ และจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ เมื่อทรงตรัสจบ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตนั้น</p><p><strong>สูตร#2 มหามาลุงกยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตรพร้อมกับภิกษุหลายรูป  ทรงปรารภเรื่อง โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการ (เครื่องร้อยรัดที่ยึดจิตให้อยู่ในภพ) ทรงตรัสถามภิกษุเรื่องสังโยชน์ 5 ประการ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีคำตอบที่ถูกต้อง แต่บทพยัญชนะนั้นไม่แยบคาย จะทำให้อัญเดียรถีย์ปริพาชก นำเรื่องเด็กอ่อนที่นอนหงายมาโต้กลับได้ และ เพื่อปรับทิฏฐิของท่านมาลุงกยบุตรให้ละเอียดยิ่งขึ้นไป จึงทรงอธิบายขยายความถึงอุบายในการนำออกและข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ และทรงแสดงว่า รูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 เป็นมรรคและปฏิปทาที่ทำให้ละสังโยชน์ทั้ง 5 ประการได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง - มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 2) [6737-4s]</title>
			<itunes:title>สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง - มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 2) [6737-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 21:00:20 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66e1d24f6a253561eff35c26/media.mp3" length="26678963" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66e1d24f6a253561eff35c26</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66e1d24f6a253561eff35c26</link>
			<acast:episodeId>66e1d24f6a253561eff35c26</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOp8djJJXXwLcXdlcUg5IAqnYaMJ4IZHYVWUs+8h8dEeG/DzXfp3RicdD0z1l5l5ih1A558AH/f0ltnaZN9XeEU]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>37</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 2)</strong> พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงดำริว่า เหตุที่ทรงมีฤทธิ์มากอย่างนี้ มีอานุภาพมากอย่างนี้ในเวลานี้ เป็นผลเป็นวิบากแห่งกรรม 3 อย่าง คือ (1) การให้ (2) การข่มใจ (3) การสำรวม จึงทรงบำเพ็ญฌาน ได้บรรลุฌานที่ 1 ถึงฌานที่ 4 , ทรงเจริญพรหมวิหาร 4</p><p>จากนั้นเวลาล่วงไปหลายพันปี พระนางสุภัทราเทวีเป็นนางแก้ว ได้เสด็จมาเฝ้า ทรงเห็นว่าพระสวามีจะทรงสวรรคต จึงทรงขอร้องให้อยู่ต่อเพื่อเห็นแก่สมบัติ เห็นแก่ชีวิต แต่กลับตรัสตอบขอให้พระเทวีทรงขอร้องใหม่ในทางตรงกันข้าม เพราะการพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นของธรรมดา การตายของผู้มีความกังวล ห่วงใย เป็นทุกข์ และถูกติเตียน พระเทวีก็ทรงกรรเเสง และทรงตรัสขอร้องใหม่ ตามที่พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงแนะนำนั้น และต่อมาไม่นาน พระเจ้ามหาสุทัสสนะก็สวรรคต เพราะทรงเจริญพรหมวิหาร 4 ประการ หลังจากสวรรคตแล้วจึงไปเกิดในพรหมโลก พระพุทธเจ้าทรงสรุปว่าพระเจ้ามหาสุทัสสนะสมัยนั้น คือพระองค์เอง และทรงชี้ให้เห็นสัจธรรมว่า แม้ทรงพรั่งพร้อมสมบูรณ์ด้วยสมบัตินานาประการ แต่ก็ทรงใช้สอยเพียงบางส่วนเท่านั้น และทรงตรัสว่า สังขารเหล่านั้นทั้งปวงล่วงลับดับไป ผันแปรไปแล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายไม่ยั่งยืน สังขารทั้งหลาย ไม่น่ายินดี ข้อนี้จึงควรเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรจะหลุดพ้นไปจากสังขารทั้งปวงโดยแท้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 2)</strong> พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงดำริว่า เหตุที่ทรงมีฤทธิ์มากอย่างนี้ มีอานุภาพมากอย่างนี้ในเวลานี้ เป็นผลเป็นวิบากแห่งกรรม 3 อย่าง คือ (1) การให้ (2) การข่มใจ (3) การสำรวม จึงทรงบำเพ็ญฌาน ได้บรรลุฌานที่ 1 ถึงฌานที่ 4 , ทรงเจริญพรหมวิหาร 4</p><p>จากนั้นเวลาล่วงไปหลายพันปี พระนางสุภัทราเทวีเป็นนางแก้ว ได้เสด็จมาเฝ้า ทรงเห็นว่าพระสวามีจะทรงสวรรคต จึงทรงขอร้องให้อยู่ต่อเพื่อเห็นแก่สมบัติ เห็นแก่ชีวิต แต่กลับตรัสตอบขอให้พระเทวีทรงขอร้องใหม่ในทางตรงกันข้าม เพราะการพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นของธรรมดา การตายของผู้มีความกังวล ห่วงใย เป็นทุกข์ และถูกติเตียน พระเทวีก็ทรงกรรเเสง และทรงตรัสขอร้องใหม่ ตามที่พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงแนะนำนั้น และต่อมาไม่นาน พระเจ้ามหาสุทัสสนะก็สวรรคต เพราะทรงเจริญพรหมวิหาร 4 ประการ หลังจากสวรรคตแล้วจึงไปเกิดในพรหมโลก พระพุทธเจ้าทรงสรุปว่าพระเจ้ามหาสุทัสสนะสมัยนั้น คือพระองค์เอง และทรงชี้ให้เห็นสัจธรรมว่า แม้ทรงพรั่งพร้อมสมบูรณ์ด้วยสมบัตินานาประการ แต่ก็ทรงใช้สอยเพียงบางส่วนเท่านั้น และทรงตรัสว่า สังขารเหล่านั้นทั้งปวงล่วงลับดับไป ผันแปรไปแล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายไม่ยั่งยืน สังขารทั้งหลาย ไม่น่ายินดี ข้อนี้จึงควรเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรจะหลุดพ้นไปจากสังขารทั้งปวงโดยแท้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ - มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 1) [6736-4s]</title>
			<itunes:title>สมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ - มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 1) [6736-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Sep 2024 21:00:28 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:53</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66d8ba10fa3021bc85e1f972/media.mp3" length="27815733" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66d8ba10fa3021bc85e1f972</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66d8ba10fa3021bc85e1f972</link>
			<acast:episodeId>66d8ba10fa3021bc85e1f972</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesP4rOVC1joIP4gjj3hJl8HCH3A66M303Q49qdMKKw/xxvsZF3II28O7Z/cV5q99sMELAvdl0qLnLdoBD7KFJ9Jq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>36</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที 1)</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ขณะประทับใต้ควงไม้สาละคู่ในวันปรินิพพาน ทรงปรารภคำกราบทูลพระอานนท์ว่า อย่าได้ทรงปรินิพพานที่กุสินารา ซึ่งเป็นเมืองเล็กนี้ ขอเสด็จไปในเมืองใหญ่ ทรงตรัสห้ามไม่ให้พูดอย่างนั้น แล้วทรงเล่าเรื่องในอดีตของกรุงกุสินารา เคยเป็นราชธานีของพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า มหาสุทัสสนะ ผู้ครอบครองมหาอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาล และมีกรุงกุสาวดี คือกรุงกุสินาราในบัดนี้เป็นเมืองหลวง มีประชากรหนาแน่น เจริญรุ่งเรืองมาก พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงมีรัตนะหรือแก้ว 7 ประการ ,ทรงมีสมบัติ 10 ประการ และทรงสมบูรณ์ด้วยพระฤทธิ์ (ความสำเร็จ 4 ประการ) ทรงเพียบพร้อมบริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติเหล่านี้ เพราะกรรมดีของพระองค์ คือ ทาน ,การข่มใจ และการสำรวม จากนั้นทรงเจริญฌานสมาบัติ และพรหมวิหาร …(ยังมีต่อ)<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที 1)</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ขณะประทับใต้ควงไม้สาละคู่ในวันปรินิพพาน ทรงปรารภคำกราบทูลพระอานนท์ว่า อย่าได้ทรงปรินิพพานที่กุสินารา ซึ่งเป็นเมืองเล็กนี้ ขอเสด็จไปในเมืองใหญ่ ทรงตรัสห้ามไม่ให้พูดอย่างนั้น แล้วทรงเล่าเรื่องในอดีตของกรุงกุสินารา เคยเป็นราชธานีของพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า มหาสุทัสสนะ ผู้ครอบครองมหาอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาล และมีกรุงกุสาวดี คือกรุงกุสินาราในบัดนี้เป็นเมืองหลวง มีประชากรหนาแน่น เจริญรุ่งเรืองมาก พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงมีรัตนะหรือแก้ว 7 ประการ ,ทรงมีสมบัติ 10 ประการ และทรงสมบูรณ์ด้วยพระฤทธิ์ (ความสำเร็จ 4 ประการ) ทรงเพียบพร้อมบริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติเหล่านี้ เพราะกรรมดีของพระองค์ คือ ทาน ,การข่มใจ และการสำรวม จากนั้นทรงเจริญฌานสมาบัติ และพรหมวิหาร …(ยังมีต่อ)<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กามและกามคุณ- โปตลิยสูตร และนิพเพธิกสูตร [6735-4s]</title>
			<itunes:title>กามและกามคุณ- โปตลิยสูตร และนิพเพธิกสูตร [6735-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Aug 2024 21:00:17 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:02</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66cf58254960e4eb18cfa073/media.mp3" length="27754379" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66cf58254960e4eb18cfa073</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66cf58254960e4eb18cfa073</link>
			<acast:episodeId>66cf58254960e4eb18cfa073</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMGgtIfX/dTeBWavEhYQo6hqge03aOABB8118sqLILU+QrhG6K9z1KkVzbjbt8aunb4wcMjbb77A9uFhsJq1YYP]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>35</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # โปตลิยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่โปตลิยคหบดี ณ นิคมของชาวอังคุตตราปะชื่ออาปณะ แคว้นอังคุตตราปะ โดยทรงปรารภคำกล่าวของโปตลิยคหบดีเรื่องที่ได้ตัดขาดโวหารทุกอย่างแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสถามถึงการตัดขาดโวหารของเขา แล้วทรงแสดงธรรม 8 ประการที่เป็นไปเพื่อการตัดขาดโวหารในอริยวินัย ทรงอธิบายถึงโทษแห่งกาม (กามาทีนวกถา) 7 ประการ พร้อมทั้งการพิจารณาให้เห็นโทษแห่งกาม ซึ่งจะทำให้บรรลุฌาน 4 และวิชชา 3 เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบลง โปตลิยคหบดีได้แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><br><p><strong>สูตร#2 นิพเพธิกสูตร</strong> ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส คือ ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา… (3) สัญญา… (4) อาสวะ… (5) กรรม… (6) ทุกข์… ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # โปตลิยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่โปตลิยคหบดี ณ นิคมของชาวอังคุตตราปะชื่ออาปณะ แคว้นอังคุตตราปะ โดยทรงปรารภคำกล่าวของโปตลิยคหบดีเรื่องที่ได้ตัดขาดโวหารทุกอย่างแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสถามถึงการตัดขาดโวหารของเขา แล้วทรงแสดงธรรม 8 ประการที่เป็นไปเพื่อการตัดขาดโวหารในอริยวินัย ทรงอธิบายถึงโทษแห่งกาม (กามาทีนวกถา) 7 ประการ พร้อมทั้งการพิจารณาให้เห็นโทษแห่งกาม ซึ่งจะทำให้บรรลุฌาน 4 และวิชชา 3 เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบลง โปตลิยคหบดีได้แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><br><p><strong>สูตร#2 นิพเพธิกสูตร</strong> ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส คือ ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา… (3) สัญญา… (4) อาสวะ… (5) กรรม… (6) ทุกข์… ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หนทางสู่พรหมโลก- เตวิชชสูตร [6734-4s]</title>
			<itunes:title>หนทางสู่พรหมโลก- เตวิชชสูตร [6734-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Aug 2024 23:55:45 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66c61db9ad4561713b6b0eca/media.mp3" length="26862959" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66c61db9ad4561713b6b0eca</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66c61db9ad4561713b6b0eca</link>
			<acast:episodeId>66c61db9ad4561713b6b0eca</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOdPN0CE363gnveuRLqb1kP3Xqz/MICmmgVvwRPXyWcQcSPUlpgiJRGBcGOViQHqcezVPr/TL3BiNa5kV29l7iu]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>34</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระผู้มีพระภาคตรัสแก่มาณพ 2 คน คือ วาเสฏฐะ และภารัทวาชะ ขณะประทับอยู่ ณ อัมพวัน แคว้นโกศล ที่หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อมนสากฏะใกล้ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ปรารภเหตุที่มาณพทั้ง 2 ถกเถียงกัน และตกลงกันไม่ได้ว่าทางที่ไปสู่พรหมโลก ทางไหนเป็นทางตรง ซึ่งมาณพทั้ง 2 ต่างอ้างถึงพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทบอกไว้ จึงทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงตัดสินว่าผู้ใดกล่าวถูก จึงทรงซักถาม ไล่เรียง ซึ่งพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทไม่เคยเห็นพรหม และทรงอธิบายสรุปให้ฟังว่า เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ที่ไม่เคยเห็นพรหมจะบอกว่าทางนี้เป็นทางไปสู่พรหมโลก เป็นวาทะที่เลื่อนลอยไม่มีหลักฐาน และตรัสถึงคุณสมบัติของพรหมกับของพราหมณ์ที่ต่างกัน และเปรียบเทียบกันไม่ได้ เมื่อตายแล้วจะอยู่ร่วมกับพรหมได้อย่างไร แต่พระองค์ทรงรู้จักพรหม และทางไปสู่พรหมโลก ทรงอธิบายวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม เริ่มตั้งแต่การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย จนถึงการที่สามารถละนิวรณ์ได้ จนจิตเป็นสมาธิแล้ว และให้อยู่ในพรหมวิหาร 4 ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ทำให้ไปอยู่กับพรหมได้ มาณพทั้ง 2 เกิดความเลื่อมใส ประกาศตัวเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต&nbsp;<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระผู้มีพระภาคตรัสแก่มาณพ 2 คน คือ วาเสฏฐะ และภารัทวาชะ ขณะประทับอยู่ ณ อัมพวัน แคว้นโกศล ที่หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อมนสากฏะใกล้ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ปรารภเหตุที่มาณพทั้ง 2 ถกเถียงกัน และตกลงกันไม่ได้ว่าทางที่ไปสู่พรหมโลก ทางไหนเป็นทางตรง ซึ่งมาณพทั้ง 2 ต่างอ้างถึงพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทบอกไว้ จึงทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงตัดสินว่าผู้ใดกล่าวถูก จึงทรงซักถาม ไล่เรียง ซึ่งพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทไม่เคยเห็นพรหม และทรงอธิบายสรุปให้ฟังว่า เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ที่ไม่เคยเห็นพรหมจะบอกว่าทางนี้เป็นทางไปสู่พรหมโลก เป็นวาทะที่เลื่อนลอยไม่มีหลักฐาน และตรัสถึงคุณสมบัติของพรหมกับของพราหมณ์ที่ต่างกัน และเปรียบเทียบกันไม่ได้ เมื่อตายแล้วจะอยู่ร่วมกับพรหมได้อย่างไร แต่พระองค์ทรงรู้จักพรหม และทางไปสู่พรหมโลก ทรงอธิบายวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม เริ่มตั้งแต่การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย จนถึงการที่สามารถละนิวรณ์ได้ จนจิตเป็นสมาธิแล้ว และให้อยู่ในพรหมวิหาร 4 ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ทำให้ไปอยู่กับพรหมได้ มาณพทั้ง 2 เกิดความเลื่อมใส ประกาศตัวเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต&nbsp;<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผู้ชำนาญวิถีทางแห่งวิตก- วิตักกสัณฐานสูตรและเทวธาวิตักกสูตร [6733-4s]</title>
			<itunes:title>ผู้ชำนาญวิถีทางแห่งวิตก- วิตักกสัณฐานสูตรและเทวธาวิตักกสูตร [6733-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Aug 2024 21:00:19 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66bce5f4aa8ea460a09e83cb/media.mp3" length="27455930" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66bce5f4aa8ea460a09e83cb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66bce5f4aa8ea460a09e83cb</link>
			<acast:episodeId>66bce5f4aa8ea460a09e83cb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNF3UWoDKS/Hal0PsAWR4odjWhTDcBXyEhVQq4zzZ108qVSampd2meZ/4st+j3gCDRKAbOa9Fifou0ndtiPJIEF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>33</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 # วิตักกสัณฐานสูตร</strong> สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ได้รับตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า วีธีการละอกุศล 5 ประการ โดยการยกตัวอย่างเปรียบเทียบเพื่อกำจัดอกุศล ที่เมื่อละได้แล้ว จะทำให้จิตตั้งมั่นสงบ เกิดสมาธิขึ้น ตัดตัณหา ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้</p><br><p><strong>สูตร 2 # เทวธาวิตักกสูตร</strong> วิธีการแบ่งความคิดออกเป็น 2 ประเภท คือ อกุศลวิติก และกุศลวิตก ด้วยการมีสติแยกแยะความคิดที่เป็นอกุศลว่าเกิดขึ้นแล้ว และกำจัดความคิดที่เป็นอกุศลออกไป ตั้งดำรงความคิดที่เป็นกุศลไว้ จะทำให้จิตไปตามทางคือ มรรค สามารถทำสมาธิ ปัญญาให้แจ้ง และบรรลุธรรมได้ </p><br><p><strong>พระสูตรเพิ่ม # สัจจวิภังคสูตร</strong> ธรรมจักรอันยอดเยี่ยมตถาคตผู้เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประกาศแล้ว ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน อันสมณะพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกยังไม่เคยประกาศ ได้แก่ การบอก การแสดง การบัญญัติ การแต่งตั้ง การเปิดเผย การจำแนก การทำให้ง่ายซึ่งอริยสัจ 4 ได้ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่าพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะสามารถอธิบายความอริยสัจ 4 ได้ ซึ่งพระสารีบุตรได้แสดงธรรมแห่งอริยสัจ 4 นี้ ให้เหล่าภิกษุได้ฟังอย่างละเอียด เมื่อพระสารีบุตรได้กล่าวดังนี้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นต่างชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระสารีบุตร</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 # วิตักกสัณฐานสูตร</strong> สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ได้รับตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า วีธีการละอกุศล 5 ประการ โดยการยกตัวอย่างเปรียบเทียบเพื่อกำจัดอกุศล ที่เมื่อละได้แล้ว จะทำให้จิตตั้งมั่นสงบ เกิดสมาธิขึ้น ตัดตัณหา ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้</p><br><p><strong>สูตร 2 # เทวธาวิตักกสูตร</strong> วิธีการแบ่งความคิดออกเป็น 2 ประเภท คือ อกุศลวิติก และกุศลวิตก ด้วยการมีสติแยกแยะความคิดที่เป็นอกุศลว่าเกิดขึ้นแล้ว และกำจัดความคิดที่เป็นอกุศลออกไป ตั้งดำรงความคิดที่เป็นกุศลไว้ จะทำให้จิตไปตามทางคือ มรรค สามารถทำสมาธิ ปัญญาให้แจ้ง และบรรลุธรรมได้ </p><br><p><strong>พระสูตรเพิ่ม # สัจจวิภังคสูตร</strong> ธรรมจักรอันยอดเยี่ยมตถาคตผู้เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประกาศแล้ว ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน อันสมณะพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกยังไม่เคยประกาศ ได้แก่ การบอก การแสดง การบัญญัติ การแต่งตั้ง การเปิดเผย การจำแนก การทำให้ง่ายซึ่งอริยสัจ 4 ได้ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่าพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะสามารถอธิบายความอริยสัจ 4 ได้ ซึ่งพระสารีบุตรได้แสดงธรรมแห่งอริยสัจ 4 นี้ ให้เหล่าภิกษุได้ฟังอย่างละเอียด เมื่อพระสารีบุตรได้กล่าวดังนี้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นต่างชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระสารีบุตร</p><br><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมผู้ครองเรือน- สิงคาลกสูตรและจัมมสาฏกชาดก [6732-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมผู้ครองเรือน- สิงคาลกสูตรและจัมมสาฏกชาดก [6732-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Aug 2024 21:00:24 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66b3b5cf5063c053dfb58e63/media.mp3" length="26012096" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66b3b5cf5063c053dfb58e63</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66b3b5cf5063c053dfb58e63</link>
			<acast:episodeId>66b3b5cf5063c053dfb58e63</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNjvXrUYW1SxpTjJb9ZH+t3gjdqj3JLQChUS9omrIrsZeBl/9EPL0ArAwgpTISZFxXQKOxKtn+PVHcqtd6+BkC1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สิงคาลกสูตร</strong> สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร ในวันหนึ่ง "เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงเสด็จไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ ได้ทอดพระเนตรเห็นสิงคาลกะ คหบดีบุตร เนื้อตัวเปียกชุ่มไปหมดกำลังไหว้ทิศทั้งหลาย คือ ทิศเบื้องหน้า ทิศเบื้องขวา ทิศเบื้องหลัง ทิศเบื้องซ้าย ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องบน&nbsp;จึงทรงถามสิงคาลกคฤหบดีบุตรกำลังทำอะไร สิงคาลกคฤหบดีบุตรตอบว่ากำลังไหว้ทิศทั้ง ๖ คามคำสั่งเสียของบิดา ได้ทรงตรัสว่าสิ่งที่กระทำนั้นยังไม่ตรงตามคำสั่งเสียของบิดา และได้ทรงอธิบายตรัสกับคหบดีบุตรว่า อริยสาวกละกรรมกิเลส (กรรมเครื่องเศร้าหมอง) ๔ ประการ ได้แล้ว ไม่ทำบาปกรรมโดยเหตุ ๔ ประการ และไม่ข้องแวะอบายมุข (ทางเสื่อม) ๖ ประการ แห่งโภคะทั้งหลาย อริยสาวกนั้นเป็นผู้ปราศจากบาปกรรม ๑๔ ประการนี้แล้ว ชื่อว่าเป็นผู้ปิดป้องทิศ ๖ (หมายถึงปกปิดช่องว่างระหว่างตนกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง คือ มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า อาจารย์เป็นทิศเบื้องขวา บุตรและภรรยาเป็นทิศเบื้องหลัง มิตรสหายเป็นทิศเบื้อง ทาสและกรรมกรเป็นทิศเบื้องล่าง สมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน) ปฏิบัติเพื่อครองโลกทั้งสอง ทำให้เกิดความยินดีทั้งโลกนี้และโลกหน้า หลังจากตายแล้ว ย่อมไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว สิงคาลกะคหบดีบุตรขอถึงพระผู้มีพระภาค พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>จัมมสาฏกชาดก</strong> พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ ปริพาชกชื่อจัมมสาฏก&nbsp;ได้ตรัสพระธรรมเทศนาดังนี้ ได้ยินว่าปริพาชกนั้นมีหนังเท่านั้นเป็นเครื่องนุ่งและเครื่องห่ม วันหนึ่ง ปริพาชกนั้นออกจากอาราม เที่ยวไปในนครสาวัตถี มีพวกแพะชนกัน แพะเห็นปริพาชกนั้นจึงย่อตัวลงด้วยประสงค์จะวิ่งเข้าชน แต่ปริพาชกไม่หลบแพะด้วยคิดว่าแพะคงแสดงความเคารพ&nbsp;(โดยการย่อตัว) แพะจึงวิ่งมาชนปริพาชกนั้นที่ขาอ่อนทำให้ล้มลง เหตุที่เขายกย่องแพะซึ่งมิใช่สัตบุรุษนั้น (โดยคิดว่าแพะจะทำความเคารพเขา) ได้ปรากฏไปในหมู่ภิกษุสงฆ์ ว่าจัมมสาฏกปริพาชกกระทำการยกย่องอสัตบุรุษ จึงถึงความพินาศ พระศาสดาได้ทรงเล่าเหตุการณ์ในกาลก่อนที่เกิดขึ้นเหมือนกันให้เหล่าภิกษุฟังว่า ปริพาชกนี้ก็ได้ยกย่องอสัตบุรุษจึงถึงความพินาศแล้ว ด้วยการถูกแพะชนโดยเข้าใจว่ามันทำความเคารพ จึงยืนพนมมือ ขณะนั้น พ่อค้าผู้เป็นบัณฑิตนั่งอยู่ในตลาด เมื่อจะห้ามปริพาชกว่าอย่าได้ไว้วางใจแก่สัตว์ ๔ เท้า เพียงได้เห็นมันครู่เดียว มันต้องการจะชนให้ถนัด จึงย่อตัวลง แพะวิ่งมาโดยเร็วชนที่ขาอ่อน ทำให้ปริพาชกนั้นล้มลง ทำให้ได้รับทุกขเวทนา จึงถึงความสิ้นชีวิตไป พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า ปริพาชกชื่อจัมมสาฏกในครั้งนั้น ได้เป็นปริพาชกชื่อ จัมมสาฏกในบัดนี้ ส่วนพาณิชผู้บัณฑิตในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สิงคาลกสูตร</strong> สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร ในวันหนึ่ง "เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงเสด็จไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ ได้ทอดพระเนตรเห็นสิงคาลกะ คหบดีบุตร เนื้อตัวเปียกชุ่มไปหมดกำลังไหว้ทิศทั้งหลาย คือ ทิศเบื้องหน้า ทิศเบื้องขวา ทิศเบื้องหลัง ทิศเบื้องซ้าย ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องบน&nbsp;จึงทรงถามสิงคาลกคฤหบดีบุตรกำลังทำอะไร สิงคาลกคฤหบดีบุตรตอบว่ากำลังไหว้ทิศทั้ง ๖ คามคำสั่งเสียของบิดา ได้ทรงตรัสว่าสิ่งที่กระทำนั้นยังไม่ตรงตามคำสั่งเสียของบิดา และได้ทรงอธิบายตรัสกับคหบดีบุตรว่า อริยสาวกละกรรมกิเลส (กรรมเครื่องเศร้าหมอง) ๔ ประการ ได้แล้ว ไม่ทำบาปกรรมโดยเหตุ ๔ ประการ และไม่ข้องแวะอบายมุข (ทางเสื่อม) ๖ ประการ แห่งโภคะทั้งหลาย อริยสาวกนั้นเป็นผู้ปราศจากบาปกรรม ๑๔ ประการนี้แล้ว ชื่อว่าเป็นผู้ปิดป้องทิศ ๖ (หมายถึงปกปิดช่องว่างระหว่างตนกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง คือ มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า อาจารย์เป็นทิศเบื้องขวา บุตรและภรรยาเป็นทิศเบื้องหลัง มิตรสหายเป็นทิศเบื้อง ทาสและกรรมกรเป็นทิศเบื้องล่าง สมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน) ปฏิบัติเพื่อครองโลกทั้งสอง ทำให้เกิดความยินดีทั้งโลกนี้และโลกหน้า หลังจากตายแล้ว ย่อมไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว สิงคาลกะคหบดีบุตรขอถึงพระผู้มีพระภาค พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>จัมมสาฏกชาดก</strong> พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ ปริพาชกชื่อจัมมสาฏก&nbsp;ได้ตรัสพระธรรมเทศนาดังนี้ ได้ยินว่าปริพาชกนั้นมีหนังเท่านั้นเป็นเครื่องนุ่งและเครื่องห่ม วันหนึ่ง ปริพาชกนั้นออกจากอาราม เที่ยวไปในนครสาวัตถี มีพวกแพะชนกัน แพะเห็นปริพาชกนั้นจึงย่อตัวลงด้วยประสงค์จะวิ่งเข้าชน แต่ปริพาชกไม่หลบแพะด้วยคิดว่าแพะคงแสดงความเคารพ&nbsp;(โดยการย่อตัว) แพะจึงวิ่งมาชนปริพาชกนั้นที่ขาอ่อนทำให้ล้มลง เหตุที่เขายกย่องแพะซึ่งมิใช่สัตบุรุษนั้น (โดยคิดว่าแพะจะทำความเคารพเขา) ได้ปรากฏไปในหมู่ภิกษุสงฆ์ ว่าจัมมสาฏกปริพาชกกระทำการยกย่องอสัตบุรุษ จึงถึงความพินาศ พระศาสดาได้ทรงเล่าเหตุการณ์ในกาลก่อนที่เกิดขึ้นเหมือนกันให้เหล่าภิกษุฟังว่า ปริพาชกนี้ก็ได้ยกย่องอสัตบุรุษจึงถึงความพินาศแล้ว ด้วยการถูกแพะชนโดยเข้าใจว่ามันทำความเคารพ จึงยืนพนมมือ ขณะนั้น พ่อค้าผู้เป็นบัณฑิตนั่งอยู่ในตลาด เมื่อจะห้ามปริพาชกว่าอย่าได้ไว้วางใจแก่สัตว์ ๔ เท้า เพียงได้เห็นมันครู่เดียว มันต้องการจะชนให้ถนัด จึงย่อตัวลง แพะวิ่งมาโดยเร็วชนที่ขาอ่อน ทำให้ปริพาชกนั้นล้มลง ทำให้ได้รับทุกขเวทนา จึงถึงความสิ้นชีวิตไป พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า ปริพาชกชื่อจัมมสาฏกในครั้งนั้น ได้เป็นปริพาชกชื่อ จัมมสาฏกในบัดนี้ ส่วนพาณิชผู้บัณฑิตในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การรักษาอุโบสถให้ประเสริฐ- อุโปสถสูตร อิธโลกสูตร อนุรุทธสูตร [6731-4S]</title>
			<itunes:title>การรักษาอุโบสถให้ประเสริฐ- อุโปสถสูตร อิธโลกสูตร อนุรุทธสูตร [6731-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 31 Jul 2024 21:00:48 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66aa5e93ab1347ecaacc71fc/media.mp3" length="42865118" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66aa5e93ab1347ecaacc71fc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66aa5e93ab1347ecaacc71fc</link>
			<acast:episodeId>66aa5e93ab1347ecaacc71fc</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMOTYVO/ubW1gTczWZLBdtSz2x6gQjxZqtIDul/2gfxxENGRjyVcx3amA+5YSzHWEbMFNPzHkCfEcUBzg+9qYWn]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>31</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การสนทนาธรรมของท้าวสักกะ–สักกปัญหสูตร [6730-4s]</title>
			<itunes:title>การสนทนาธรรมของท้าวสักกะ–สักกปัญหสูตร [6730-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Jul 2024 21:00:44 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:17:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66a131f15658a7e31d659f20/media.mp3" length="37445545" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66a131f15658a7e31d659f20</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66a131f15658a7e31d659f20</link>
			<acast:episodeId>66a131f15658a7e31d659f20</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNgdcIFau8DlCMrAhe98B0EvzyK0tn/P4F5apE3sgxCP44zbWkZcqudy8Hcc1o9kH6a4JaOv7+CoOc5zhve+Qtc]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong># สักกปัญหสูตร</strong> ท้าวสักกะจอมเทพพร้อมด้วยปัญจสิขะ คันธรรพบุตร และ พวกเทพชั้นดาวดึงส์ ได้เข้าเผ้าพระผู้มีพระภาคในถ้ำอินทสาละ ที่ภูเขาเวทิยกะ ได้สนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาค ในเรื่องที่ท้าวสักกะจอมเทพได้ประจักษ์กับตนว่าผู้ที่เข้าถึงธรรมของพระพุทธเจ้าจะถึงความเป็นผู้วิเศษและบรรลุธรรม เช่นเดียวกับศากยธิดา ชาติที่เกิดเป็นมนุษย์เป็นสตรี หลังจากตายแล้วมาเกิดเป็นบุตรชายของตน และคนธรรพ์ 2 องค์ซึ่งเป็นภิกษุในพระพุทธเจ้ามาก่อน เมื่อถูกตักเตือน ระลึกถึงธรรมที่ตนได้ฟัง ได้สติ เห็นโทษของกาม ตัดกามสังโยชน์เสียได้ ก็ก้าวล่วงภพอันต่ำนั้น เข้าถึงกายอันเป็นพรหมปุโรหิต เหนือเทวดาชั้นดาวดึงส์&nbsp;</p><br><p>ท้าวสักกะจึงมาเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม ได้ทูลถามคำถามว่า มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ มีอะไรเป็นเครื่องผูกมัดใจไว้จึงทำให้ไม่มีความสุข ได้ทรงตรัสตอบว่าเพราะความริษยา และความตระหนี่ เป็นเครื่องผูกมัด และได้ทรงไล่เรียงต้นเหตุแห่งความความริษยา และความตระหนี่ เริ่มจาก อารมณ์อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก ความพอใจ และความวิตกส่วนแห่งสัญญาอันประกอบด้วยปปัญจธรรม ได้แก่ โสมนัส โทมนัส อุเบกขา ได้ตรงตรัสว่าภิกษุผู้ปฏิบัติเพื่อความสำรวมในปาติโมกข์ 3 ประการ คือ กายสมาจาร วจีสมาจาร การแสวงหา ที่ควรเสพ และที่ไม่ควรเสพ การสำรวมอินทรีย์ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ ธรรมที่ควรเสพและที่ไม่ควรเสพ&nbsp;</p><br><p>ภิกษุผู้ภิกษุทั้งหลายผู้หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหาเท่านั้น จึงจะมีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด มีที่สุดอันสูงสุด เมื่อพระผู้มีพระภาคได้ตรัสไวยยากรณ์ภาษิตนี้แล้ว ธรรมจักษุอันปราศจากธุลีคือกิเลสปราศจากมลทิน เกิดขึ้นแก่ท้าวสักกะจอมเทพและแก่เทวดาอื่นอีก 80,000 องค์</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกาย มหาวรรค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong># สักกปัญหสูตร</strong> ท้าวสักกะจอมเทพพร้อมด้วยปัญจสิขะ คันธรรพบุตร และ พวกเทพชั้นดาวดึงส์ ได้เข้าเผ้าพระผู้มีพระภาคในถ้ำอินทสาละ ที่ภูเขาเวทิยกะ ได้สนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาค ในเรื่องที่ท้าวสักกะจอมเทพได้ประจักษ์กับตนว่าผู้ที่เข้าถึงธรรมของพระพุทธเจ้าจะถึงความเป็นผู้วิเศษและบรรลุธรรม เช่นเดียวกับศากยธิดา ชาติที่เกิดเป็นมนุษย์เป็นสตรี หลังจากตายแล้วมาเกิดเป็นบุตรชายของตน และคนธรรพ์ 2 องค์ซึ่งเป็นภิกษุในพระพุทธเจ้ามาก่อน เมื่อถูกตักเตือน ระลึกถึงธรรมที่ตนได้ฟัง ได้สติ เห็นโทษของกาม ตัดกามสังโยชน์เสียได้ ก็ก้าวล่วงภพอันต่ำนั้น เข้าถึงกายอันเป็นพรหมปุโรหิต เหนือเทวดาชั้นดาวดึงส์&nbsp;</p><br><p>ท้าวสักกะจึงมาเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม ได้ทูลถามคำถามว่า มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ มีอะไรเป็นเครื่องผูกมัดใจไว้จึงทำให้ไม่มีความสุข ได้ทรงตรัสตอบว่าเพราะความริษยา และความตระหนี่ เป็นเครื่องผูกมัด และได้ทรงไล่เรียงต้นเหตุแห่งความความริษยา และความตระหนี่ เริ่มจาก อารมณ์อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก ความพอใจ และความวิตกส่วนแห่งสัญญาอันประกอบด้วยปปัญจธรรม ได้แก่ โสมนัส โทมนัส อุเบกขา ได้ตรงตรัสว่าภิกษุผู้ปฏิบัติเพื่อความสำรวมในปาติโมกข์ 3 ประการ คือ กายสมาจาร วจีสมาจาร การแสวงหา ที่ควรเสพ และที่ไม่ควรเสพ การสำรวมอินทรีย์ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ ธรรมที่ควรเสพและที่ไม่ควรเสพ&nbsp;</p><br><p>ภิกษุผู้ภิกษุทั้งหลายผู้หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหาเท่านั้น จึงจะมีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด มีที่สุดอันสูงสุด เมื่อพระผู้มีพระภาคได้ตรัสไวยยากรณ์ภาษิตนี้แล้ว ธรรมจักษุอันปราศจากธุลีคือกิเลสปราศจากมลทิน เกิดขึ้นแก่ท้าวสักกะจอมเทพและแก่เทวดาอื่นอีก 80,000 องค์</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกาย มหาวรรค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การประชุมใหญ่ของเทวดา - มหาสมัยสูตร และสักกปัญหสูตร [6729-4s]</title>
			<itunes:title>การประชุมใหญ่ของเทวดา - มหาสมัยสูตร และสักกปัญหสูตร [6729-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Jul 2024 21:00:39 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6697e51a59e64afc1b1c5fd9/media.mp3" length="25464763" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6697e51a59e64afc1b1c5fd9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6697e51a59e64afc1b1c5fd9</link>
			<acast:episodeId>6697e51a59e64afc1b1c5fd9</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesP2ih+qqxOVZxtlXiAIMi2JVKxvQv6sH/KrNTTZkf7sZ1AIVRXyNiX4c3bSNajC64V9boFl31z3LuaGdPKLo9Rm]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>29</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาสมัยสูตร</strong> การประชุมครั้งใหญ่ของเทวดาวาระหนึ่ง เพื่อมาเฝ้าพระพุทธเจ้าและชมปฏิปทาของภิกษุสงฆ์ จำนวน 500 รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ เมื่อเทวดามาพร้อมกันแล้ว ได้มีเสนามารเข้ามาในที่ประชุมด้วยประสงค์ร้าย พระองค์ทรงรับสั่งให้พระสาวกระวังตัว ด้วยพุทธานุภาพ เสนามารไม่สามารถทำอะไรแก่พระสาวกได้ และได้กล่าวสรรเสริญพระสาวกของพระองค์ว่า เป็นผู้ชนะสงคราม ล่วงพ้นความหวาดกลัวแล้ว</p><br><p><strong>สูตร#2 สักกปัญหสูตร </strong>(พระสูตรเสริม)</p><br><p>อ่าน "<a href="https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=10&amp;siri=7" rel="noopener noreferrer" target="_blank">มหาสมัยสูตร ว่าด้วยการประชุมครั้งใหญ่ของเทวดา</a>" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ]</p><p>ทีฆนิกาย มหาวรรค</p><p>อ่าน "<a href="https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=10&amp;siri=7" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สักกปัญหสูตร</a>" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกาย มหาวรรค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาสมัยสูตร</strong> การประชุมครั้งใหญ่ของเทวดาวาระหนึ่ง เพื่อมาเฝ้าพระพุทธเจ้าและชมปฏิปทาของภิกษุสงฆ์ จำนวน 500 รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ เมื่อเทวดามาพร้อมกันแล้ว ได้มีเสนามารเข้ามาในที่ประชุมด้วยประสงค์ร้าย พระองค์ทรงรับสั่งให้พระสาวกระวังตัว ด้วยพุทธานุภาพ เสนามารไม่สามารถทำอะไรแก่พระสาวกได้ และได้กล่าวสรรเสริญพระสาวกของพระองค์ว่า เป็นผู้ชนะสงคราม ล่วงพ้นความหวาดกลัวแล้ว</p><br><p><strong>สูตร#2 สักกปัญหสูตร </strong>(พระสูตรเสริม)</p><br><p>อ่าน "<a href="https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=10&amp;siri=7" rel="noopener noreferrer" target="_blank">มหาสมัยสูตร ว่าด้วยการประชุมครั้งใหญ่ของเทวดา</a>" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ]</p><p>ทีฆนิกาย มหาวรรค</p><p>อ่าน "<a href="https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=10&amp;siri=7" rel="noopener noreferrer" target="_blank">สักกปัญหสูตร</a>" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกาย มหาวรรค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน - พาหิติกสูตร กรรณกัตถลสูตร ฐานสูตร และ ปิยชาติกสูตร [6728-4s]</title>
			<itunes:title>ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน - พาหิติกสูตร กรรณกัตถลสูตร ฐานสูตร และ ปิยชาติกสูตร [6728-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Jul 2024 21:00:27 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/668ec1bd38b2771216349c6f/media.mp3" length="27606661" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">668ec1bd38b2771216349c6f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/668ec1bd38b2771216349c6f</link>
			<acast:episodeId>668ec1bd38b2771216349c6f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOAvW2lVLtDb43o7ePwNJB53rH+S1dEhWUB5KQO59G8g+RIuYFFfRZiT8GA7h4NIxGcmT9+0rLcnlTXARyYzUJT]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 พาหิติกสูตร ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา</strong> (ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) ท่านพระอานนท์แสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ที่ได้ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ พระอานนท์ตอบว่าไม่ทรงประพฤติ และตรัสถามว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร ท่านพระอานนท์ได้ตอบว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน คือ ความประพฤติที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งทำให้อกุศลธรรมเจริญ กุศลธรรมเสื่อม ทรงละอกุศลธรรมทุกอย่าง ทรงประกอบด้วยกุศลธรรมส่วนความประพฤติที่ผู้รู้ไม่ติเตียนมีนัยตรงข้ามกัน เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้า</p><br><p><strong>สูตร #2 กรรณกัตถลสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล เพื่อทรงสนทนาธรรม เรื่องสัพพัญญู เรื่องวรรณะ 4 เรื่องเทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู , ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ,ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลก</p><br><p><strong>สูตร#3 ฐานสูตร</strong> (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย</p><br><p><strong>สูตร#4 ปิยชาติกสูตร </strong>(เพิ่มเติม) ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 พาหิติกสูตร ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา</strong> (ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) ท่านพระอานนท์แสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ที่ได้ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ พระอานนท์ตอบว่าไม่ทรงประพฤติ และตรัสถามว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร ท่านพระอานนท์ได้ตอบว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน คือ ความประพฤติที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งทำให้อกุศลธรรมเจริญ กุศลธรรมเสื่อม ทรงละอกุศลธรรมทุกอย่าง ทรงประกอบด้วยกุศลธรรมส่วนความประพฤติที่ผู้รู้ไม่ติเตียนมีนัยตรงข้ามกัน เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้า</p><br><p><strong>สูตร #2 กรรณกัตถลสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล เพื่อทรงสนทนาธรรม เรื่องสัพพัญญู เรื่องวรรณะ 4 เรื่องเทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู , ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ,ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลก</p><br><p><strong>สูตร#3 ฐานสูตร</strong> (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย</p><br><p><strong>สูตร#4 ปิยชาติกสูตร </strong>(เพิ่มเติม) ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่ควรเสพและไม่ควรเสพ-เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร และนาถกรณสูตร [6727-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมที่ควรเสพและไม่ควรเสพ-เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร และนาถกรณสูตร [6727-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Jul 2024 21:00:36 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/668595dd9249f596b75ff53d/media.mp3" length="28100894" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">668595dd9249f596b75ff53d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/668595dd9249f596b75ff53d</link>
			<acast:episodeId>668595dd9249f596b75ff53d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMGJOP2DGhAb/8MQRuPuvOrLlOSGuETL7dXYntc/YePpGVFOjR6V6akNPYurs+KDCtwF51rIzMezoC5eyHdtCud]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>27</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธบรรยาย และพุทธปฏิภาณ – พหุเวทนิยสูตร วีมังสกสูตร และอภัยราชกุมารสูตร [6726-4S]</title>
			<itunes:title>พุทธบรรยาย และพุทธปฏิภาณ – พหุเวทนิยสูตร วีมังสกสูตร และอภัยราชกุมารสูตร [6726-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Jun 2024 21:00:25 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/667c4fcb2036786e192dedbb/media.mp3" length="28114435" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">667c4fcb2036786e192dedbb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/667c4fcb2036786e192dedbb</link>
			<acast:episodeId>667c4fcb2036786e192dedbb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMGJDo7h6sRP9jm4D9zg0cRTES4zf4Ff2FGOEPISvg5TjYx7lYDel14TqlQq6R3FSlPr/fz+n6lqTfyf574nI7A]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>26</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปาฏิหาริย์ 3 อย่าง - เกวัฎฎสูตร[6725-4S]  </title>
			<itunes:title>ปาฏิหาริย์ 3 อย่าง - เกวัฎฎสูตร[6725-4S]  </itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Jun 2024 21:00:49 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/667324e9fc72e99564e074fa/media.mp3" length="27164993" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">667324e9fc72e99564e074fa</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/667324e9fc72e99564e074fa</link>
			<acast:episodeId>667324e9fc72e99564e074fa</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMK8fT4Ib/Ivh71mXfWEYuVwEoZbeQz8S+sY1iZQN6yNXWfI1YFAXk+3SF5uFlqYlMsFHeLZmwkdn2vNYVMHnLd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>25</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>แก่นแห่งพรมจรรย์- จูฬโคสิงคสูตร มหาโคสิงคสูตร [6724-4s]</title>
			<itunes:title>แก่นแห่งพรมจรรย์- จูฬโคสิงคสูตร มหาโคสิงคสูตร [6724-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Jun 2024 21:00:47 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6669d2aafea455001246a29e/media.mp3" length="29927831" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6669d2aafea455001246a29e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6669d2aafea455001246a29e</link>
			<acast:episodeId>6669d2aafea455001246a29e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNo9RbXwt8fCLYdCl+hB5Y9pHmKZG2u1J2Jwu2v1rXDem+LkqpqoBkVUD9awRlw1RnuuNryDP6J0HjMOlC7ke9N]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>24</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 # จูฬโคสิงคสูตร</strong> พระผู้มีพระภาค เสด็จไปยังป่าโคสิงคสาลวัน ได้พบกับท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมิละ ได้ทรงสอบถามถึงความเป็นอยู่ ท่านทั้ง 3 อยู่กันด้วยความสามัคคี มีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้า และลับหลัง ทั้งทางกาย วาจา และใจ พยายามที่จะเก็บจิตของตนเองแล้วทำตามจิตของผู้อื่น จึงสามารถอยู่เป็นสุขได้ พระผู้มีพระภาคทรงยกย่องพระเถระทั้ง 3 รูป                                                                                                   </p><br><p><strong>สูตร 2 # มหาโคสิงคสูตร</strong>  พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวันพร้อมด้วยพระเถระผู้เป็นสาวกที่มีชื่อเสียงหลายรูป คือ ท่านพระสารีบุตร ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ท่านพระมหากัสสปะ ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระเรวตะ ท่านพระอานนท์ และพระเถระผู้เป็นพระสาวกที่มีชื่อเสียงรูปอื่นๆ ได้พากันหาท่านพระสารีบุตรเพื่อฟังธรรม แต่ละท่านมีทรรศนะเรื่องป่าโคสิงคสาลวันว่าป่าจะงามด้วยภิกษุเช่นไรตามที่พระสารีบุตรสอบถาม และพระผู้มีพระภาคได้รับรองทรรศนะของพระเถระทั้งหมดว่าเป็นผู้งามสง่าด้วยความเพียร                                             </p><br><p>อ่าน <a href="https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&amp;siri=31" rel="noopener noreferrer" target="_blank">“จูฬโคสิงคสูตร”</a> พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</p><p>อ่าน <a href="https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&amp;siri=31" rel="noopener noreferrer" target="_blank">“มหาโคสิงคสูตร”</a> พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 # จูฬโคสิงคสูตร</strong> พระผู้มีพระภาค เสด็จไปยังป่าโคสิงคสาลวัน ได้พบกับท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมิละ ได้ทรงสอบถามถึงความเป็นอยู่ ท่านทั้ง 3 อยู่กันด้วยความสามัคคี มีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้า และลับหลัง ทั้งทางกาย วาจา และใจ พยายามที่จะเก็บจิตของตนเองแล้วทำตามจิตของผู้อื่น จึงสามารถอยู่เป็นสุขได้ พระผู้มีพระภาคทรงยกย่องพระเถระทั้ง 3 รูป                                                                                                   </p><br><p><strong>สูตร 2 # มหาโคสิงคสูตร</strong>  พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวันพร้อมด้วยพระเถระผู้เป็นสาวกที่มีชื่อเสียงหลายรูป คือ ท่านพระสารีบุตร ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ท่านพระมหากัสสปะ ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระเรวตะ ท่านพระอานนท์ และพระเถระผู้เป็นพระสาวกที่มีชื่อเสียงรูปอื่นๆ ได้พากันหาท่านพระสารีบุตรเพื่อฟังธรรม แต่ละท่านมีทรรศนะเรื่องป่าโคสิงคสาลวันว่าป่าจะงามด้วยภิกษุเช่นไรตามที่พระสารีบุตรสอบถาม และพระผู้มีพระภาคได้รับรองทรรศนะของพระเถระทั้งหมดว่าเป็นผู้งามสง่าด้วยความเพียร                                             </p><br><p>อ่าน <a href="https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&amp;siri=31" rel="noopener noreferrer" target="_blank">“จูฬโคสิงคสูตร”</a> พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</p><p>อ่าน <a href="https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&amp;siri=31" rel="noopener noreferrer" target="_blank">“มหาโคสิงคสูตร”</a> พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเห็นผิดแห่งวิญญาณ - มหาตัณหาสังขยสูตร  [6723-4S]</title>
			<itunes:title>ความเห็นผิดแห่งวิญญาณ - มหาตัณหาสังขยสูตร  [6723-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Jun 2024 21:25:47 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:16:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66609fbd46cf4600121425e9/media.mp3" length="36517722" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66609fbd46cf4600121425e9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66609fbd46cf4600121425e9</link>
			<acast:episodeId>66609fbd46cf4600121425e9</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMrvwhgF5jP+MuDvAdXY/WxuiADLLXpCIq5wUps6O76Og6d/iY3J2NhOB504lxnq9uAjS7HveY7LfVfaFjU81kU]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>23</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ข้อปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหา - จูฬตัณหาสังขยสูตร และมหาตัณหาสังขยสูตร [6722-4s] </title>
			<itunes:title>ข้อปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหา - จูฬตัณหาสังขยสูตร และมหาตัณหาสังขยสูตร [6722-4s] </itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 May 2024 21:00:55 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66575287904d07001316c740/media.mp3" length="27541041" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66575287904d07001316c740</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66575287904d07001316c740</link>
			<acast:episodeId>66575287904d07001316c740</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNvCDduqaARVkKf8vwR8gYtOEelYQXFDwkTtLfwl1W7KZtVs+iL/U1tPGEZmHaM7My82/GMr8lFlP75pXAM004r]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>22</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1</strong> <strong>จูฬตัณหาสังขยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติ ที่ว่า “ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น “ ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลลากลับ</p><br><p>ขณะนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะ นั่งฟังอยู่ไม่ไกล คิดว่า ท้าวสักกะจะไม่เข้าใจจริง จึงตามไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อถามว่า พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องความสิ้นตัณหาโดยย่อว่าอย่างไร ท้าวสักกะไม่ตอบ แต่ชวนไปชมเวชยันตปราสาท พระเถระจึงสำแดงฤทธิ์ให้เวชยันตปราสาทสั่นสะเทือน จึงยอมบอกตามที่ทรงได้ฟังมา พระเถระได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริง</p><br><p><strong>สูตร#2</strong> <strong>มหาตัณหาสังขยสูตร </strong>(ข้อ396-403) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน โดยทรงปรารภความเห็นผิดของภิกษุชื่อสาติ ผู้เป็นบุตรชาวประมง ซึ่งมีความเห็นว่า “ วิญญาณนี้แลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป” ซึ่งเป็นทิฏฐิที่ชั่ว แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า วิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัย วิญญาณก็เกิดไม่ได้ แต่ภิกษุสาติไม่เชื่อ จึงทรงอาศัยเหตุนี้ กำราบท่านสาติ และสอบสวนความเข้าใจของภิกษุทั้งหลายในเรื่องนี้เพื่อสอนพระสาติ ทรงกล่าวถึง ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งวิญญาณ ,ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งขันธ์ 5 ,ปฏิจจสมุปบาทสายเกิด (ยังมีต่อ)</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1</strong> <strong>จูฬตัณหาสังขยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติ ที่ว่า “ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น “ ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลลากลับ</p><br><p>ขณะนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะ นั่งฟังอยู่ไม่ไกล คิดว่า ท้าวสักกะจะไม่เข้าใจจริง จึงตามไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อถามว่า พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องความสิ้นตัณหาโดยย่อว่าอย่างไร ท้าวสักกะไม่ตอบ แต่ชวนไปชมเวชยันตปราสาท พระเถระจึงสำแดงฤทธิ์ให้เวชยันตปราสาทสั่นสะเทือน จึงยอมบอกตามที่ทรงได้ฟังมา พระเถระได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริง</p><br><p><strong>สูตร#2</strong> <strong>มหาตัณหาสังขยสูตร </strong>(ข้อ396-403) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน โดยทรงปรารภความเห็นผิดของภิกษุชื่อสาติ ผู้เป็นบุตรชาวประมง ซึ่งมีความเห็นว่า “ วิญญาณนี้แลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป” ซึ่งเป็นทิฏฐิที่ชั่ว แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า วิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัย วิญญาณก็เกิดไม่ได้ แต่ภิกษุสาติไม่เชื่อ จึงทรงอาศัยเหตุนี้ กำราบท่านสาติ และสอบสวนความเข้าใจของภิกษุทั้งหลายในเรื่องนี้เพื่อสอนพระสาติ ทรงกล่าวถึง ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งวิญญาณ ,ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งขันธ์ 5 ,ปฏิจจสมุปบาทสายเกิด (ยังมีต่อ)</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอนหลังการตรัสรู้และแสดงธรรม [6721-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอนหลังการตรัสรู้และแสดงธรรม [6721-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 May 2024 21:00:52 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/664e2a7bfeff1c0012d93acb/media.mp3" length="27449333" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">664e2a7bfeff1c0012d93acb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/664e2a7bfeff1c0012d93acb</link>
			<acast:episodeId>664e2a7bfeff1c0012d93acb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPzofMwEz0xlcVelGeLUyB38yuVqk7gt8RUzsccLb9i4ZBxyKmH/P52z/Hb+6X1WBNJcQDvptsTnExvlWDDIFnc]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>21</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ # 4 หลังจากตรัสรู้แล้วทรงอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่ต้นไทร มีเหตุการณ์ตามลำดับ ดังนี้ ทรงคิดหาที่พึ่งสำหรับพระองค์เอง ทรงมีความคิดว่า ธรรมใดที่ทรงตรัสรู้แล้ว พึงสักการะเคารพธรรมนั้น เข้าไปอาศัยธรรมนั้น ทรงถูกพวกพราหมณ์ตัดพ้อ ว่าไม่ทรงอภิวาท ไม่ลุกรับ พราหมณ์ผู้แก่ผู้เฒ่า ทรงอธิบายธรรมที่ทำให้คนเราเป็นเถระ มารทูลให้นิพพาน ทรงตรัสว่า จะไม่ปรินิพพาน จนกว่า สาวกของพระองค์จะเป็นผู้ฉลาด ฯลฯ และศาสนานี้ตั้งมั่น รุ่งเรือง แผ่ไพรศาล ฯลฯ ทรงท้อพระทัยในการแสดงธรรม จิตน้อมไปเพื่อการขวนขวายน้อย พรหมอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อยมีอยู่ ทรงเห็นสัตว์ดุจดอกบัว 3 เหล่า คือ จมอยู่ในน้ำ ตั้งอยู่เสมอพื้นน้ำ และโผล่ขึ้นพ้นน้ำ ทรงแสดงธรรม เพราะเห็นความจำเป็นของสัตว์บางพวก คือ พวกที่เมื่อได้เห็น และได้ฟังธรรมจึงเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมทั้งหลายได้ ทรงเห็นลู่ทางที่จะช่วยเหลือปวงสัตว์ ซึ่งเป็นหนทางเครื่องไปทางเดียว เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง คือ สติปัฏฐาน 4 ทรงระลึกหาผู้รับปฐมเทศนา คือ ปัญจวัคคีย์ ซึ่งอยู่ที่เมืองพาราณสี ทรงเสด็จพาราณสี พบอุปกาชีวก ทรงโปรดปัญจวัคคีย์ และแสดงปฐมเทศนา ทรงประกาศธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ครั้งนั้น ท่านโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ # 4 หลังจากตรัสรู้แล้วทรงอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่ต้นไทร มีเหตุการณ์ตามลำดับ ดังนี้ ทรงคิดหาที่พึ่งสำหรับพระองค์เอง ทรงมีความคิดว่า ธรรมใดที่ทรงตรัสรู้แล้ว พึงสักการะเคารพธรรมนั้น เข้าไปอาศัยธรรมนั้น ทรงถูกพวกพราหมณ์ตัดพ้อ ว่าไม่ทรงอภิวาท ไม่ลุกรับ พราหมณ์ผู้แก่ผู้เฒ่า ทรงอธิบายธรรมที่ทำให้คนเราเป็นเถระ มารทูลให้นิพพาน ทรงตรัสว่า จะไม่ปรินิพพาน จนกว่า สาวกของพระองค์จะเป็นผู้ฉลาด ฯลฯ และศาสนานี้ตั้งมั่น รุ่งเรือง แผ่ไพรศาล ฯลฯ ทรงท้อพระทัยในการแสดงธรรม จิตน้อมไปเพื่อการขวนขวายน้อย พรหมอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อยมีอยู่ ทรงเห็นสัตว์ดุจดอกบัว 3 เหล่า คือ จมอยู่ในน้ำ ตั้งอยู่เสมอพื้นน้ำ และโผล่ขึ้นพ้นน้ำ ทรงแสดงธรรม เพราะเห็นความจำเป็นของสัตว์บางพวก คือ พวกที่เมื่อได้เห็น และได้ฟังธรรมจึงเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมทั้งหลายได้ ทรงเห็นลู่ทางที่จะช่วยเหลือปวงสัตว์ ซึ่งเป็นหนทางเครื่องไปทางเดียว เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง คือ สติปัฏฐาน 4 ทรงระลึกหาผู้รับปฐมเทศนา คือ ปัญจวัคคีย์ ซึ่งอยู่ที่เมืองพาราณสี ทรงเสด็จพาราณสี พบอุปกาชีวก ทรงโปรดปัญจวัคคีย์ และแสดงปฐมเทศนา ทรงประกาศธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ครั้งนั้น ท่านโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอนปฏิบัติตามทางสายกลาง  [6720-4S]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอนปฏิบัติตามทางสายกลาง  [6720-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 May 2024 21:00:57 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6644f4b04f61540012b11d3b/media.mp3" length="28051934" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6644f4b04f61540012b11d3b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6644f4b04f61540012b11d3b</link>
			<acast:episodeId>6644f4b04f61540012b11d3b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOt1ESv5EoZnCj39r4ziMHdiv1x5OZSdkEMyBcvvXLMrrY6PHa0wsaj++/D7tN4XLnyaqgZSL2DYrz6ws9o4cjx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>20</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอนทรงทำทุกรกิริยา [6719-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอนทรงทำทุกรกิริยา [6719-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 May 2024 21:00:01 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/663bbf5aead65900138281a4/media.mp3" length="27415494" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">663bbf5aead65900138281a4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/663bbf5aead65900138281a4</link>
			<acast:episodeId>663bbf5aead65900138281a4</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesN6EC2O8pOFdpuWhi0IcuGH/JsVb3r9RS0O//Cv8A0SHg0zJMB9dXe4vrEe5xLCsc9NsTBSxqdyLYojSG46M0Ak]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>19</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอนก่อนออกผนวช [6718-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอนก่อนออกผนวช [6718-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 May 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66327b36ac8cdb001263233f/media.mp3" length="27731336" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66327b36ac8cdb001263233f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66327b36ac8cdb001263233f</link>
			<acast:episodeId>66327b36ac8cdb001263233f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPKXfxKu9E4F6mg7ksNLWcCzQOvmeQh9KLB6ivpBpfkjvoxKeOncgIWPuZs5mdps91P7gdxthYJah6FPzOfdStU]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>18</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ เรื่องเริ่มแต่การเกิดแห่งวงศ์สากยะ การก้าวลงสู่ครรภ์ การประสูติ ประกอบด้วยมหาปุริสลักขณะ 32 บุพกรรมของการได้มหาปุริสลักขณะ ความรู้สึกที่ถึงกับทำให้ออกผนวช และออกผนวชเมื่อพระชนม์ 29 ปี</p><br><p>อ่าน “<a href="https://84000.org/tipitaka/attha/m_siri.php?B=14&amp;siri=23" rel="noopener noreferrer" target="_blank">อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร</a>” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์</p><p>อ่าน “<a href="https://84000.org/tipitaka/attha/m_siri.php?B=11&amp;siri=7" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ลักขณสูตร</a>” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ เรื่องเริ่มแต่การเกิดแห่งวงศ์สากยะ การก้าวลงสู่ครรภ์ การประสูติ ประกอบด้วยมหาปุริสลักขณะ 32 บุพกรรมของการได้มหาปุริสลักขณะ ความรู้สึกที่ถึงกับทำให้ออกผนวช และออกผนวชเมื่อพระชนม์ 29 ปี</p><br><p>อ่าน “<a href="https://84000.org/tipitaka/attha/m_siri.php?B=14&amp;siri=23" rel="noopener noreferrer" target="_blank">อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร</a>” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์</p><p>อ่าน “<a href="https://84000.org/tipitaka/attha/m_siri.php?B=11&amp;siri=7" rel="noopener noreferrer" target="_blank">ลักขณสูตร</a>” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การออกบวชที่ชอบธรรม-โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร  [6717-4s]</title>
			<itunes:title>การออกบวชที่ชอบธรรม-โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร  [6717-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Apr 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66296b10d8674c0012335126/media.mp3" length="27806062" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66296b10d8674c0012335126</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66296b10d8674c0012335126</link>
			<acast:episodeId>66296b10d8674c0012335126</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPGoPh7Z9KkVRxFCywUjiNOX5wmjyA2LY5t8R8J5FLDW2us1TfZayefyt9mCUnEBGbn2gdeW/l0inJ060+oyE0h]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>17</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร# 1 โฆฏมุขสูตร [</strong>๔๑๒<strong>]</strong>&nbsp;เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผล เพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวช โฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันปัจจุบันเรียกว่า ‘โฆฏมุขี’ ถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตร&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#&nbsp;2 ฆฏิการสูตร [</strong>๒๘๒<strong>]</strong> เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อโชติปาละ ซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อฆฏิการะ ที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้ชราและเสียจักษุ จึงไม่ได้ออกบวช&nbsp;&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร# 1 โฆฏมุขสูตร [</strong>๔๑๒<strong>]</strong>&nbsp;เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผล เพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวช โฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันปัจจุบันเรียกว่า ‘โฆฏมุขี’ ถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตร&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#&nbsp;2 ฆฏิการสูตร [</strong>๒๘๒<strong>]</strong> เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อโชติปาละ ซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อฆฏิการะ ที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้ชราและเสียจักษุ จึงไม่ได้ออกบวช&nbsp;&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมในธรรม-อลคัททูปมสูตร [6716-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมในธรรม-อลคัททูปมสูตร [6716-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Apr 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:08:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/662029aaac77e10012c34674/media.mp3" length="32931364" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">662029aaac77e10012c34674</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/662029aaac77e10012c34674</link>
			<acast:episodeId>662029aaac77e10012c34674</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNAIA2/Bhy0YjxljhiZK2BkqGO5OqAHUrV/s0paeCUXBKJNoXl1diU3kNXm9+nbKgde8X+pGq7VZXSpnmktZX5v]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>16</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>อลคัททูปมสูตร </strong>พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ในครั้นนั้นอริฏฐภิกษุมีทิฏฐิชั่วเกิดขึ้นด้วยการกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคว่า ได้รู้ทั่วถึงธรรม และธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมก่ออันตรายนั้นไม่สามารถก่ออันตรายแก่ผู้ซ่องเสพได้จริง ซึ่งเหล่าภิกษุอื่นได้ไปหาอริฏฐภิกษุด้วยความปรารถนาให้ละทิฏฐิชั่ว แต่ก็ไม่สำเร็จ อริฏฐภิกษุยังคงมีความเข้าใจผิดในธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ เหล่าภิกษุอื่นได้กราบทูลความนี้ต่อพระผู้มีพระภาค ทรงได้รับสั่งเรียกอริฏฐภิกษุให้มาเข้าเฝ้า และได้ตรัสถามเนื้อความการกล่าวตู่ธรรมของพระผู้มีพระภาคนี้จากอริฏฐภิกษุ ซึ่งยอมรับว่าเป็นความจริง จึงได้ทรงอธิบายว่าการกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคด้วยทิฏฐิที่ถือไว้ผิด ชื่อว่าทำลายตนเอง ชื่อว่าประสบสิ่งที่มิใช่บุญ ซึ่งจะเป็นไปเพื่อความไม่เกื้อกูล เพื่อความทุกข์ตลอดกาลนาน และได้รับสั่งเรียกเหล่าภิกษุเพื่ออธิบายว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่อริฏฐภิกษุจะเสพกามโดยปราศจากกาม ปราศจากกามสัญญา และปราศจากกามวิตก และได้ทรงแสดงว่าการเรียนธรรมนั้นให้พิจารณาไตร่ตรองเนื้อความแห่งธรรมด้วยปัญญา ธรรมจึงประจักษ์ชัด รวมทั้งทรงแสดงธรรมเปรียบเทียบแพเพื่อการสลัดออกไม่ใช่เพื่อการยึดถือ</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>อลคัททูปมสูตร </strong>พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ในครั้นนั้นอริฏฐภิกษุมีทิฏฐิชั่วเกิดขึ้นด้วยการกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคว่า ได้รู้ทั่วถึงธรรม และธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นธรรมก่ออันตรายนั้นไม่สามารถก่ออันตรายแก่ผู้ซ่องเสพได้จริง ซึ่งเหล่าภิกษุอื่นได้ไปหาอริฏฐภิกษุด้วยความปรารถนาให้ละทิฏฐิชั่ว แต่ก็ไม่สำเร็จ อริฏฐภิกษุยังคงมีความเข้าใจผิดในธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ เหล่าภิกษุอื่นได้กราบทูลความนี้ต่อพระผู้มีพระภาค ทรงได้รับสั่งเรียกอริฏฐภิกษุให้มาเข้าเฝ้า และได้ตรัสถามเนื้อความการกล่าวตู่ธรรมของพระผู้มีพระภาคนี้จากอริฏฐภิกษุ ซึ่งยอมรับว่าเป็นความจริง จึงได้ทรงอธิบายว่าการกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคด้วยทิฏฐิที่ถือไว้ผิด ชื่อว่าทำลายตนเอง ชื่อว่าประสบสิ่งที่มิใช่บุญ ซึ่งจะเป็นไปเพื่อความไม่เกื้อกูล เพื่อความทุกข์ตลอดกาลนาน และได้รับสั่งเรียกเหล่าภิกษุเพื่ออธิบายว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่อริฏฐภิกษุจะเสพกามโดยปราศจากกาม ปราศจากกามสัญญา และปราศจากกามวิตก และได้ทรงแสดงว่าการเรียนธรรมนั้นให้พิจารณาไตร่ตรองเนื้อความแห่งธรรมด้วยปัญญา ธรรมจึงประจักษ์ชัด รวมทั้งทรงแสดงธรรมเปรียบเทียบแพเพื่อการสลัดออกไม่ใช่เพื่อการยึดถือ</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กายภาวนาและจิตตภาวนา-มหาสัจจกสูตร [6715-4s]</title>
			<itunes:title>กายภาวนาและจิตตภาวนา-มหาสัจจกสูตร [6715-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Apr 2024 21:00:46 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6616cab56428ee0016e3578d/media.mp3" length="28346673" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6616cab56428ee0016e3578d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6616cab56428ee0016e3578d</link>
			<acast:episodeId>6616cab56428ee0016e3578d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOQtfGXr8RT//CfmsDp4vf3KR2xMvjIkiHF3MUYpRcZ3tUv8VmZUA2AcZxqj8Fhz/6kRa9iDBJ8QH4qxNkgCur7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>15</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จิตบริสุทธิ์-อุปักกิเลสสูตรและวัตถูปมสูตร [6714-4s]</title>
			<itunes:title>จิตบริสุทธิ์-อุปักกิเลสสูตรและวัตถูปมสูตร [6714-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Apr 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/660dbc837ee18a00171398bb/media.mp3" length="28339896" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">660dbc837ee18a00171398bb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/660dbc837ee18a00171398bb</link>
			<acast:episodeId>660dbc837ee18a00171398bb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNosDjORbH2tU5Pt/qpZ+3lU+iI4b7pyBoz+CabWh0/XlgLMfmYGcuBaZxvvo2G+naQTEikFiYDinzVcQtUreHr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1 #อุปักกิเลสสูตร</strong> สืบเนื่องจากพวกภิกษุโกสัมพีเกิดความบาดหมางทะเลาะวิวาท พระผู้มีพระภาคทรงห้ามอยู่ 3 ครั้ง แต่ภิกษุไม่เชื่อฟัง จึงทรงเสด็จไปยังบ้านพาลกโลณการคาม ท่านพระภคุได้รับเสด็จ แล้วเสด็จต่อไปยังป่าปาจีนวังสทายวัน ซึ่งท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละพักอยู่ที่นั่น โดยอยู่กันด้วยความสามัคคี ได้ทรงสนทนาและตรัสถามถึงญาณทัสสนะของพระเถระทั้ง 3 รูป ที่ได้ทูลว่า สามารถจำแสงสว่างและเห็นรูปได้แต่ไม่นาน จึงตรัสเล่าเหตุการณ์การปฏิบัติของพระองค์ก่อนการตรัสรู้ ซึ่งทรงพบอุปสรรคเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทรงพิจารณาจนเห็นอุปกิเลส 11 ประการ ที่เป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น และเมื่อทรงละอุปกิเลสได้ จึงทรงเจริญสมาธิ 3 ประการได้ ญาณทัสสนะจึงเกิดขึ้นแก่พระองค์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><br><p><strong>สูตร2 #วัตถูปมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ซึ่งมีสุนทริกภารทวาชปริพาชกนั่งฟังอยู่ด้วย และทรงทราบว่าปริพาชกนี้เชื่อถือลัทธินหานสุทธิ คือเชื่อว่าความบริสุทธิ์มีได้เพราะการอาบน้ำลอยบาป จึงทรงแสดงธรรมให้เป็นไปตามอัธยาศัยของปริพาชกนี้ จึงทรงตรัสสอนปริพาชกนี้ว่า คนที่ทำกรรมชั่วไว้แล้ว ถึงจะไปอาบน้ำที่ไหนก็หาทำให้เกิดความสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ไม่ แล้วตรัสสอนการอาบน้ำในศาสนาของพระองค์ เมื่อตรัสจบ สุนทริกภารทวาชปริพาชกประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ทูลขอบรรพชาอุปสมบทและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1 #อุปักกิเลสสูตร</strong> สืบเนื่องจากพวกภิกษุโกสัมพีเกิดความบาดหมางทะเลาะวิวาท พระผู้มีพระภาคทรงห้ามอยู่ 3 ครั้ง แต่ภิกษุไม่เชื่อฟัง จึงทรงเสด็จไปยังบ้านพาลกโลณการคาม ท่านพระภคุได้รับเสด็จ แล้วเสด็จต่อไปยังป่าปาจีนวังสทายวัน ซึ่งท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละพักอยู่ที่นั่น โดยอยู่กันด้วยความสามัคคี ได้ทรงสนทนาและตรัสถามถึงญาณทัสสนะของพระเถระทั้ง 3 รูป ที่ได้ทูลว่า สามารถจำแสงสว่างและเห็นรูปได้แต่ไม่นาน จึงตรัสเล่าเหตุการณ์การปฏิบัติของพระองค์ก่อนการตรัสรู้ ซึ่งทรงพบอุปสรรคเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทรงพิจารณาจนเห็นอุปกิเลส 11 ประการ ที่เป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น และเมื่อทรงละอุปกิเลสได้ จึงทรงเจริญสมาธิ 3 ประการได้ ญาณทัสสนะจึงเกิดขึ้นแก่พระองค์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><br><p><strong>สูตร2 #วัตถูปมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ซึ่งมีสุนทริกภารทวาชปริพาชกนั่งฟังอยู่ด้วย และทรงทราบว่าปริพาชกนี้เชื่อถือลัทธินหานสุทธิ คือเชื่อว่าความบริสุทธิ์มีได้เพราะการอาบน้ำลอยบาป จึงทรงแสดงธรรมให้เป็นไปตามอัธยาศัยของปริพาชกนี้ จึงทรงตรัสสอนปริพาชกนี้ว่า คนที่ทำกรรมชั่วไว้แล้ว ถึงจะไปอาบน้ำที่ไหนก็หาทำให้เกิดความสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ไม่ แล้วตรัสสอนการอาบน้ำในศาสนาของพระองค์ เมื่อตรัสจบ สุนทริกภารทวาชปริพาชกประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ทูลขอบรรพชาอุปสมบทและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุไม่สะดุ้งกลัว-ภยเภรวสูตร และชาณุสโสณิสูตร [6713-4s]</title>
			<itunes:title>เหตุไม่สะดุ้งกลัว-ภยเภรวสูตร และชาณุสโสณิสูตร [6713-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Mar 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/66047d224d88780016148110/media.mp3" length="27462311" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">66047d224d88780016148110</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/66047d224d88780016148110</link>
			<acast:episodeId>66047d224d88780016148110</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPhnaAAV/5AlBKr/sfhw2LuH2bCFr3NOBVe2X2qn5Epl1WQ0iLeGVDRAgh3tfoEpqpenQYlY39DN1XVbmp+tGAT]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 #ภยเภรวสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของพราหมณ์ว่า การอยู่เสนาสนะอยู่ลำบาก ทำให้สงบได้ยาก การอยู่โดดเดี่ยวก็หาความรื่นรมย์ได้ยาก ป่าทั้งหลายมักจะชักนำจิตของภิกษุผู้ไม่ได้สมาธิให้เกิดความหวาดหวั่นได้ ทรงอธิบายเหตุสะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่า 16 ประการของสมณพราหมณ์พวกอื่น เปรียบเทียบกับเหตุไม่สะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่าของพระองค์ และพระอริยะทั้งหลายซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน และทรงอธิบายว่าขณะที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ทรงเลือกการอยู่เสนาสนะป่า และเมื่อความขลาดกลัวเกิดขึ้นในขณะที่ทรงอยู่ในอิริยาบถใดก็ทรงพิจารณาความขลาดกลัวให้หมดไปในอิริยาบถนั้น จะไม่ทรงเปลี่ยนอิริยาบถจนกว่าจะทรงกำจัดได้ แล้วทรงบำเพ็ญเพียรต่อไปจนได้ฌาน 4 และวิชชา 3 แม้หลังจากตรัสรู้แล้ว ก็ยังทรงอยู่เสนาสนะป่าเป็นประจำ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อการอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน 2) เพื่อการอนุเคราะห์คนรุ่นหลังให้ถือปฏิบัติตาม เมื่อทรงอธิบายจบลง ชาณุสโสณิพราหมณ์เกิดความเลื่อมใส ประกาศตนเป็นอุบาสก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร 2 #ชาณุสโสณิสูตร (อังคุตรนิกาย # 20)&nbsp;</strong>พราหมณ์เข้าเฝ้าและได้สนทนากันเรื่องวิชชา 3 ของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่าผู้ได้วิชชา 3 ของพวกพราหมณ์เป็นอย่างหนึ่ง ผู้ได้วิชชา 3 ในอริยวินัยนี้เป็นอย่างหนึ่ง แล้วทรงแสดงในรายละเอียด&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร 3 #&nbsp;ชาณุสโสณิสูตร (สังยุตตนิกาย # 16) </strong>พราหมณ์เข้าไปเฝ้าแล้วทูลถามว่า สิ่งทั้งปวงมี หรือว่าสิ่งทั้งปวงไม่มี ทรงตรัสตอบว่า ความเห็นอย่างนั้นเป็นความเห็นสุดโต่ง แล้วทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทอันเป็นทางสายกลางแก่พราหมณ์&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร 1 #ภยเภรวสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของพราหมณ์ว่า การอยู่เสนาสนะอยู่ลำบาก ทำให้สงบได้ยาก การอยู่โดดเดี่ยวก็หาความรื่นรมย์ได้ยาก ป่าทั้งหลายมักจะชักนำจิตของภิกษุผู้ไม่ได้สมาธิให้เกิดความหวาดหวั่นได้ ทรงอธิบายเหตุสะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่า 16 ประการของสมณพราหมณ์พวกอื่น เปรียบเทียบกับเหตุไม่สะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่าของพระองค์ และพระอริยะทั้งหลายซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน และทรงอธิบายว่าขณะที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ทรงเลือกการอยู่เสนาสนะป่า และเมื่อความขลาดกลัวเกิดขึ้นในขณะที่ทรงอยู่ในอิริยาบถใดก็ทรงพิจารณาความขลาดกลัวให้หมดไปในอิริยาบถนั้น จะไม่ทรงเปลี่ยนอิริยาบถจนกว่าจะทรงกำจัดได้ แล้วทรงบำเพ็ญเพียรต่อไปจนได้ฌาน 4 และวิชชา 3 แม้หลังจากตรัสรู้แล้ว ก็ยังทรงอยู่เสนาสนะป่าเป็นประจำ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อการอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน 2) เพื่อการอนุเคราะห์คนรุ่นหลังให้ถือปฏิบัติตาม เมื่อทรงอธิบายจบลง ชาณุสโสณิพราหมณ์เกิดความเลื่อมใส ประกาศตนเป็นอุบาสก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร 2 #ชาณุสโสณิสูตร (อังคุตรนิกาย # 20)&nbsp;</strong>พราหมณ์เข้าเฝ้าและได้สนทนากันเรื่องวิชชา 3 ของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่าผู้ได้วิชชา 3 ของพวกพราหมณ์เป็นอย่างหนึ่ง ผู้ได้วิชชา 3 ในอริยวินัยนี้เป็นอย่างหนึ่ง แล้วทรงแสดงในรายละเอียด&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร 3 #&nbsp;ชาณุสโสณิสูตร (สังยุตตนิกาย # 16) </strong>พราหมณ์เข้าไปเฝ้าแล้วทูลถามว่า สิ่งทั้งปวงมี หรือว่าสิ่งทั้งปวงไม่มี ทรงตรัสตอบว่า ความเห็นอย่างนั้นเป็นความเห็นสุดโต่ง แล้วทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทอันเป็นทางสายกลางแก่พราหมณ์&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฌานขั้นสูง-คาวีอุปมาสูตร และตปุสสสูตร [6712-4s]</title>
			<itunes:title>ฌานขั้นสูง-คาวีอุปมาสูตร และตปุสสสูตร [6712-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Mar 2024 21:00:42 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65faff944876ab0016a24969/media.mp3" length="27877876" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65faff944876ab0016a24969</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65faff944876ab0016a24969</link>
			<acast:episodeId>65faff944876ab0016a24969</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOkMebPVjq1Ojc7AiOSJwQw5/DZa1nqwxc8xjRD/5UDl4zWhap6zIm0S95ZnzUj8inDZo06OKWiVDB/qwSseY/Q]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1 #คาวีอุปมาสูตร</strong> อุปมาด้วยแม่โค ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบภิกษุผู้โง่เขลากับแม่โคที่โง่เขลาและภิกษุผู้ฉลาดกับแม่โคที่ฉลาดว่า ภิกษุผู้โง่เขลาที่ไม่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็จะบรรลุทุติยฌานไม่ได้ เหมือนแม่โคโง่เขลาที่ไม่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็จะไปหากินในที่ต่างถิ่นไม่ได้ ส่วนภิกษุผู้ฉลาดที่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็สามารถบรรลุณานขั้นสูงขึ้นไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธได้ เหมือนแม่โคฉลาดที่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็สามารถไปหากินในที่ต่างถิ่นได้ องค์ธรรมในสูตรนี้ คือ อนุปุพพวิหาร 9 ประการ นอกจากนี้ยังทรงแสดงธรรมอื่น คือ อิทธิวิธญาณ ทิพพโสตะ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ ไว้โดยละเอียด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2 #ตปุสสสูตร</strong> ว่าด้วยตปุสสคหบดี ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีนั้นเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ (การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์ คือ เนกขัมมะ พระองค์ตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 4 ทรงสรุปว่า เมื่อใด พระองค์เข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 4 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลม และปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง&nbsp;</p><br><p><strong>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1 #คาวีอุปมาสูตร</strong> อุปมาด้วยแม่โค ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบภิกษุผู้โง่เขลากับแม่โคที่โง่เขลาและภิกษุผู้ฉลาดกับแม่โคที่ฉลาดว่า ภิกษุผู้โง่เขลาที่ไม่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็จะบรรลุทุติยฌานไม่ได้ เหมือนแม่โคโง่เขลาที่ไม่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็จะไปหากินในที่ต่างถิ่นไม่ได้ ส่วนภิกษุผู้ฉลาดที่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็สามารถบรรลุณานขั้นสูงขึ้นไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธได้ เหมือนแม่โคฉลาดที่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็สามารถไปหากินในที่ต่างถิ่นได้ องค์ธรรมในสูตรนี้ คือ อนุปุพพวิหาร 9 ประการ นอกจากนี้ยังทรงแสดงธรรมอื่น คือ อิทธิวิธญาณ ทิพพโสตะ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ ไว้โดยละเอียด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2 #ตปุสสสูตร</strong> ว่าด้วยตปุสสคหบดี ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีนั้นเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ (การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์ คือ เนกขัมมะ พระองค์ตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 4 ทรงสรุปว่า เมื่อใด พระองค์เข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 4 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลม และปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง&nbsp;</p><br><p><strong>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีและผลานิสงส์แห่งการเจริญอานาปานสติ-อานาปานัสสติสูตร และอานาปานสังยุต [6711-4s]</title>
			<itunes:title>วิธีและผลานิสงส์แห่งการเจริญอานาปานสติ-อานาปานัสสติสูตร และอานาปานสังยุต [6711-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 14 Mar 2024 00:15:36 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65f241aa2d60f0001642e7a9/media.mp3" length="27306463" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65f241aa2d60f0001642e7a9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65f241aa2d60f0001642e7a9</link>
			<acast:episodeId>65f241aa2d60f0001642e7a9</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesM9Zq9+9g14KWsyNSOlTbUTI0p/DVPpSTXToAU2f2l72dBhJe+WxjjW/tRkGbEUAZNzmwFXmxJnWyezj3ClGoYI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # อานาปานัสสติสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ซึ่งประกอบด้วยภิกษุผู้บวชใหม่ และพระเถระผู้มีชื่อเสียงหลายรูป พระผู้มีพระภาคประทับ ณ ปราสาทของนางวิสาขาในบุพพาราม ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ คืนดวงจันทร์เต็มดวง ในวันปวารณา พระผู้มีพระภาคทรงประทับนั่ง ณ ที่กลางแจ้ง มีภิกษุสงฆ์แวดล้อม ทรงตรวจดูภิกษุสงฆ์ ซึ่งนิ่งเงียบอยู่ และตรัสว่า ในหมู่ภิกษุนี้ มีภิกษุที่เป็นพระอริยเจ้า และภิกษุผู้ทำความเพียรในการเจริญหลักธรรมต่างๆอยู่ ได้ทรงแสดงหลักการเจริญ หลักธรรม 3 หมวด ที่เมื่อทำให้มากแล้ว มีผลมาก และมีอานิสงส์มาก คือ อานาปานสติ 16 ขั้น สติปัฏฐาน 4 และโพชฌงค์ 7 ตามลำดับ โดยที่สุดแล้วจึงทำให้วิชชาและวิมุตติบริบูรณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์</p><br><p><strong>สูตร2 # อานาปานสังยุต </strong>พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสกับภิกษุเรื่องธรรมอันเป็นเอก ซึ่งคืออานาปานสติ หากทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ได้ทรงแสดงถึงผลานิสงส์การเจริญอานาปานสติ 7 ประการ&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # อานาปานัสสติสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ซึ่งประกอบด้วยภิกษุผู้บวชใหม่ และพระเถระผู้มีชื่อเสียงหลายรูป พระผู้มีพระภาคประทับ ณ ปราสาทของนางวิสาขาในบุพพาราม ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ คืนดวงจันทร์เต็มดวง ในวันปวารณา พระผู้มีพระภาคทรงประทับนั่ง ณ ที่กลางแจ้ง มีภิกษุสงฆ์แวดล้อม ทรงตรวจดูภิกษุสงฆ์ ซึ่งนิ่งเงียบอยู่ และตรัสว่า ในหมู่ภิกษุนี้ มีภิกษุที่เป็นพระอริยเจ้า และภิกษุผู้ทำความเพียรในการเจริญหลักธรรมต่างๆอยู่ ได้ทรงแสดงหลักการเจริญ หลักธรรม 3 หมวด ที่เมื่อทำให้มากแล้ว มีผลมาก และมีอานิสงส์มาก คือ อานาปานสติ 16 ขั้น สติปัฏฐาน 4 และโพชฌงค์ 7 ตามลำดับ โดยที่สุดแล้วจึงทำให้วิชชาและวิมุตติบริบูรณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์</p><br><p><strong>สูตร2 # อานาปานสังยุต </strong>พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสกับภิกษุเรื่องธรรมอันเป็นเอก ซึ่งคืออานาปานสติ หากทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ได้ทรงแสดงถึงผลานิสงส์การเจริญอานาปานสติ 7 ประการ&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ-กายคตาสติสูตร และอานาปานสังยุต [6710-4s]</title>
			<itunes:title>อานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ-กายคตาสติสูตร และอานาปานสังยุต [6710-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Mar 2024 23:14:25 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65e8f8d185840a0017a0d965/media.mp3" length="27321202" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65e8f8d185840a0017a0d965</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65e8f8d185840a0017a0d965</link>
			<acast:episodeId>65e8f8d185840a0017a0d965</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMVh3+yROnxn3ElIJth3PHU/Hj71u/NHfR2zZdS/eX4Txn2eWRgbKZm1zY+q3L7KXI1pCGpCLV2Yzc6EiWLMpZv]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # กายคตาสติสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ได้ทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการ&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖<strong>&nbsp;</strong>[ฉบับมหาจุฬาฯ]<strong>&nbsp;</strong>มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2 # อานาปานสังยุต</strong> พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสกับภิกษุเรื่องธรรมอันเป็นเอก ซึ่งคือการเจริญอานาปานสติ หากทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ได้ทรงแสดงถึงผลานิสงส์การเจริญอานาปานสติ และได้ตรัสถึงการเจริญอานาปานสติโดยเปรียบเหมือนมีกองดินใหญ่อยู่ที่หนทางใหญ่ 4 แพร่ง ถ้าเกวียนหรือรถผ่านมาในทิศใดย่อมกระทบกองดินนั้น ภิกษุก็เช่นกัน ดังนั้นจึงทรงให้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ เห็นเวทนาในเวทนาอยู่ เห็นจิตในจิตอยู่ และเห็นธรรมในธรรมอยู่ ย่อมจะกำจัดอกุศลธรรมอันลามกนั้นเสียได้</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # กายคตาสติสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ได้ทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการ&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖<strong>&nbsp;</strong>[ฉบับมหาจุฬาฯ]<strong>&nbsp;</strong>มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2 # อานาปานสังยุต</strong> พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสกับภิกษุเรื่องธรรมอันเป็นเอก ซึ่งคือการเจริญอานาปานสติ หากทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ได้ทรงแสดงถึงผลานิสงส์การเจริญอานาปานสติ และได้ตรัสถึงการเจริญอานาปานสติโดยเปรียบเหมือนมีกองดินใหญ่อยู่ที่หนทางใหญ่ 4 แพร่ง ถ้าเกวียนหรือรถผ่านมาในทิศใดย่อมกระทบกองดินนั้น ภิกษุก็เช่นกัน ดังนั้นจึงทรงให้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ เห็นเวทนาในเวทนาอยู่ เห็นจิตในจิตอยู่ และเห็นธรรมในธรรมอยู่ ย่อมจะกำจัดอกุศลธรรมอันลามกนั้นเสียได้</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณสมบัติของผู้เป็นพราหมณ์-โสณทัณฑสูตร [6709-4s]</title>
			<itunes:title>คุณสมบัติของผู้เป็นพราหมณ์-โสณทัณฑสูตร [6709-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Feb 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:09</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65df68733ca7c9001628e836/media.mp3" length="27951479" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65df68733ca7c9001628e836</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65df68733ca7c9001628e836</link>
			<acast:episodeId>65df68733ca7c9001628e836</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMvwSuac977QpyAJ540lO2HTj1Wr4WEXyXGcKmg/jNkiQknj9Kd9/g3o1sr3QaNKUWAh0yzQpIgKtZvsi6TFhxn]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>โสณทัณฑสูตร</strong> ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโสณทัณฑะ ที่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้สนทนาถึงคุณสมบัติของพราหมณ์ที่เชื่อกันว่ามี 5 ประการ แต่เมื่อตัดคุณสมบัติบางอย่างออกไปก็ยังพอจะเรียกว่าพราหมณ์ได้ แต่คุณสมบัติสองประการที่มิอาจตัดได้ นั่นคือ ศีลและปัญญา เพราะสองสิ่งนี้ช่วยชำระกันและกัน ต่อมาพระพุทธเจ้าได้ขยายความถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพราหมณ์ในธรรมวินัยนี้ คือ การที่ได้มาซึ่งศีล สมาธิ และปัญญา ตามลำดับ พราหมณ์ผู้ยิ่งใหญ่ยอมรับ และได้เข้าถึงความเป็นอุบาสก</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>โสณทัณฑสูตร</strong> ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโสณทัณฑะ ที่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้สนทนาถึงคุณสมบัติของพราหมณ์ที่เชื่อกันว่ามี 5 ประการ แต่เมื่อตัดคุณสมบัติบางอย่างออกไปก็ยังพอจะเรียกว่าพราหมณ์ได้ แต่คุณสมบัติสองประการที่มิอาจตัดได้ นั่นคือ ศีลและปัญญา เพราะสองสิ่งนี้ช่วยชำระกันและกัน ต่อมาพระพุทธเจ้าได้ขยายความถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพราหมณ์ในธรรมวินัยนี้ คือ การที่ได้มาซึ่งศีล สมาธิ และปัญญา ตามลำดับ พราหมณ์ผู้ยิ่งใหญ่ยอมรับ และได้เข้าถึงความเป็นอุบาสก</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผลแห่งความประพฤติสม่ำเสมอ-อัฏฐกนาครสูตรและสาเลยยกสูตร [6708-4s]</title>
			<itunes:title>ผลแห่งความประพฤติสม่ำเสมอ-อัฏฐกนาครสูตรและสาเลยยกสูตร [6708-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Feb 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65d64c1a55aeee00170a8b46/media.mp3" length="37674877" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65d64c1a55aeee00170a8b46</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65d64c1a55aeee00170a8b46</link>
			<acast:episodeId>65d64c1a55aeee00170a8b46</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNR/ILUmi46Hmg9IozrtwVmSwPB/Cel7R3yOSqZlHlhdnRtHkxySKEkFYb7T5HYSzpH4ln33O4hGN6Xf+0FU3w7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อัฏฐกนาครสูตร</strong> พระอานนท์แสดงธรรมโปรดทสมคฤหบดี ชาวเมืองอัฏฐกะ ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี โดยปรารภคำถามของทสมคฤหบดีที่ว่า "ธรรมอันเป็นเอก ซึ่งเป็นที่หลุดพ้นแห่งจิตที่ยังไม่หลุดพ้น เป็นที่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้นไป ฯลฯ ที่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ตรัสไว้ชอบแล้ว มีอยู่หรือไม่ เป็นอย่างไร?" พระอานนท์อธิบายถึงธรรมต่อไปนี้ คือ รูปฌาน 4 อัปปมัญญา 4 อรูปฌาน 3 และการพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงและดับไปของธรรมนั้น ซึ่งเมื่อแสดงธรรมจบ ทสมคฤหบดีได้ชื่นชมยินดี กล่าวว่า ตนแสวงหาประตูอมตธรรมประตูเดียว แต่ได้พบถึง 11 ประตู โดยการฟังเท่านั้น เปรียบเหมือนคนแสวงหาแหล่งขุมทรัพย์แห่งเดียว แต่ได้พบแหล่งขุมทรัพย์ถึง 11 ขุม  ทสมคฤหบดีทำการบูชาพระอานนท์ โดยได้ถวายอาหารอันประณีตด้วยมือของตนแก่เหล่าภิกษุสงฆ์ ได้ถวายผ้าไตรจีวรและสร้างวิหาร 500 หลังถวายแก่พระอานนท์</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ 13 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 5 [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์</p><br><p><strong>สูตร#2 สาเลยยกสูตร</strong>  ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลา เหล่าพราหมณ์และคหบดีทั้งหลายได้ยินกิตติศัพท์ของพระพุทธเจ้า จึงพากันไปเข้าเฝ้าฯ และได้ทูลถามปัญหา "อะไรเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ทำให้สัตว์บางพวกตายแล้วเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก และสัตว์บางพวกตายแล้ว เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์" พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติธรรมไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์นั้น เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติธรรมสม่ำเสมอ และได้ทรงตรัสถึงผลแห่งความประพฤติโดยรายละเอียด เหล่าชาวบ้านสาลาต่างพากันชื่นชมยินดีในภาษิตของพระผู้มีพระภาค และได้แสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ 12 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 4 [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อัฏฐกนาครสูตร</strong> พระอานนท์แสดงธรรมโปรดทสมคฤหบดี ชาวเมืองอัฏฐกะ ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี โดยปรารภคำถามของทสมคฤหบดีที่ว่า "ธรรมอันเป็นเอก ซึ่งเป็นที่หลุดพ้นแห่งจิตที่ยังไม่หลุดพ้น เป็นที่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้นไป ฯลฯ ที่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ตรัสไว้ชอบแล้ว มีอยู่หรือไม่ เป็นอย่างไร?" พระอานนท์อธิบายถึงธรรมต่อไปนี้ คือ รูปฌาน 4 อัปปมัญญา 4 อรูปฌาน 3 และการพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงและดับไปของธรรมนั้น ซึ่งเมื่อแสดงธรรมจบ ทสมคฤหบดีได้ชื่นชมยินดี กล่าวว่า ตนแสวงหาประตูอมตธรรมประตูเดียว แต่ได้พบถึง 11 ประตู โดยการฟังเท่านั้น เปรียบเหมือนคนแสวงหาแหล่งขุมทรัพย์แห่งเดียว แต่ได้พบแหล่งขุมทรัพย์ถึง 11 ขุม  ทสมคฤหบดีทำการบูชาพระอานนท์ โดยได้ถวายอาหารอันประณีตด้วยมือของตนแก่เหล่าภิกษุสงฆ์ ได้ถวายผ้าไตรจีวรและสร้างวิหาร 500 หลังถวายแก่พระอานนท์</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ 13 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 5 [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์</p><br><p><strong>สูตร#2 สาเลยยกสูตร</strong>  ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลา เหล่าพราหมณ์และคหบดีทั้งหลายได้ยินกิตติศัพท์ของพระพุทธเจ้า จึงพากันไปเข้าเฝ้าฯ และได้ทูลถามปัญหา "อะไรเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ทำให้สัตว์บางพวกตายแล้วเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก และสัตว์บางพวกตายแล้ว เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์" พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติธรรมไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์นั้น เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติธรรมสม่ำเสมอ และได้ทรงตรัสถึงผลแห่งความประพฤติโดยรายละเอียด เหล่าชาวบ้านสาลาต่างพากันชื่นชมยินดีในภาษิตของพระผู้มีพระภาค และได้แสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ 12 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 4 [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สุขยิ่งกว่าสุขเวทนา- อนุปุพพวิหารสูตร อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6707-4S]</title>
			<itunes:title>สุขยิ่งกว่าสุขเวทนา- อนุปุพพวิหารสูตร อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6707-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 15 Feb 2024 01:38:09 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65cd6b0302ec70001655973d/media.mp3" length="39074125" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65cd6b0302ec70001655973d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65cd6b0302ec70001655973d</link>
			<acast:episodeId>65cd6b0302ec70001655973d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNGNRhZKeoV+JJsCsP9QomxLriA89UeGYY0MYMQx73Za2KwhLsRztOzrK7/jxvj/eFkbLZ3EVcFYzXo19NVuOXW]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # อนุปุพพวิหารสูตร </strong>ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสูตร คำว่า “อนุปุพพวิหารธรรม” หมายถึง ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับมี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 และอรูปฌาน 4 และ สัญญาเวทยิตนิโรธ พระผู้มีพระภาคทรงตรัสว่า “กามทั้งหลายย่อมดับในที่ใด และท่านเหล่าใดดับกามทั้งหลายได้สนิทอยู่ ท่านเหล่านั้นไม่มีความอยาก ดับสนิทแล้ว”</p><br><p><strong>สูตร2 # อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร </strong>ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติมี 9 ประการ คือ รูปฌาน4 และอรูปฌาน 4 และ สัญญาเวทยิตนิโรธ โดยทรงแสดงธรรมถึงการดับของอนุปุพพวิหารสมาบัติ ตามลำดับ โดยทรงกล่าวยกย่องว่าบุคคลผู้เข้าถึงอนุปุพพวิหารสมาบัติทั้ง 9 ประการ ว่าเป็นผู้ที่ควรแสดงความอ่อนน้อมด้วยการกราบไหว้ เข้าไปนั่งใกล้</p><br><p><strong>สูตร3 # นิพพานสูตร</strong> ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าวกับภิกษุทั้งหลาย ณ พระวิหารเวฬุวัน แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “นิพพานไม่มีเวทนานั่นแหละเป็นสุข” แล้วได้แสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร </p><br><p><strong>สูตร4 # อนุปทสูตร </strong>ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ณ พระเชตะวัน ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาน 4, อรูปฌาน 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # อนุปุพพวิหารสูตร </strong>ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสูตร คำว่า “อนุปุพพวิหารธรรม” หมายถึง ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับมี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 และอรูปฌาน 4 และ สัญญาเวทยิตนิโรธ พระผู้มีพระภาคทรงตรัสว่า “กามทั้งหลายย่อมดับในที่ใด และท่านเหล่าใดดับกามทั้งหลายได้สนิทอยู่ ท่านเหล่านั้นไม่มีความอยาก ดับสนิทแล้ว”</p><br><p><strong>สูตร2 # อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร </strong>ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติมี 9 ประการ คือ รูปฌาน4 และอรูปฌาน 4 และ สัญญาเวทยิตนิโรธ โดยทรงแสดงธรรมถึงการดับของอนุปุพพวิหารสมาบัติ ตามลำดับ โดยทรงกล่าวยกย่องว่าบุคคลผู้เข้าถึงอนุปุพพวิหารสมาบัติทั้ง 9 ประการ ว่าเป็นผู้ที่ควรแสดงความอ่อนน้อมด้วยการกราบไหว้ เข้าไปนั่งใกล้</p><br><p><strong>สูตร3 # นิพพานสูตร</strong> ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าวกับภิกษุทั้งหลาย ณ พระวิหารเวฬุวัน แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “นิพพานไม่มีเวทนานั่นแหละเป็นสุข” แล้วได้แสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร </p><br><p><strong>สูตร4 # อนุปทสูตร </strong>ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ณ พระเชตะวัน ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาน 4, อรูปฌาน 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การปฏิบัติธรรม- จูฬธัมมสมาทานสูตรและมหาธัมมสมาทานสูตร [6706-4s]</title>
			<itunes:title>การปฏิบัติธรรม- จูฬธัมมสมาทานสูตรและมหาธัมมสมาทานสูตร [6706-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Feb 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65c3d04ece50e000161d150c/media.mp3" length="41726585" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65c3d04ece50e000161d150c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65c3d04ece50e000161d150c</link>
			<acast:episodeId>65c3d04ece50e000161d150c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO0fEkIY7Imr5xDnmg/1Q746Vikbb3bRPNvV9wUTaFbCTeeULkUbhSE/JSA6v/Ck+VzJtiaBDVXrgsGBg1B1Qqs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # จูฬธัมมสมาทานสูตร</strong> [468] ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุทั้งหลายทราบว่าการสมาทานธรรมมี 4 ประการ หมายถึงการนำธรรมมาปฏิบัติ ซึ่งทรงอธิบายการสมาทานธรรม 4 ประการ โดยละเอียด และยกอุปมาโวหารประกอบ ทรงถือเอาความทุกข์และความสุขในขณะปฏิบัติ กับความทุกข์และความสุขที่เป็นผลแห่งการปฏิบัติเป็นหลักเกณฑ์&nbsp;ที่สูงสุดคือความสุขในสุคติโลกสวรรค์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2 # มหาธัมมสมาทานสูตร</strong> [473] ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ตรัสไว้ว่าคนส่วนมากต้องการให้สิ่งที่ไม่พึงประสงค์เสื่อมสิ้นไป ต้องการให้สิ่งที่พึงประสงค์เจริญพอกพูน ทั้งที่หวังไว้อย่างนั้นแต่กลับไม่สมหวัง สิ่งที่ไม่ต้องการกลับเจริญพอกพูน สิ่งที่ต้องการกลับไม่มี ได้ทรงอธิบายโดยยกการสมาทานธรรม 4 ประการ ดังที่แสดงไว้ในจูฬธัมมสมาทานสูตร แต่ทรงแยกอธิบาย คือบุคคลผู้ไม่รู้จักการสมาทานธรรมตามความเป็นจริง ชื่อว่าตกอยู่ในอวิชชา ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป แต่ถ้ารู้การสมาทานธรรมตามเป็นจริง ชื่อว่ามีวิชชา ก็จะเป็นเหตุให้รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ทำให้ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น และทรงอธิบายการสมาทานธรรมโดยการปฏิบัติธรรมที่เป็นอกุศลกรรมบท 10 และกุศลกรรมบท 10 หลังจากตายจะได้รับผลเป็นทุคติและสุคติ และทรงยกอุปมาของการสมาทานธรรม 4 ประการ</p><br><p><strong>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # จูฬธัมมสมาทานสูตร</strong> [468] ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุทั้งหลายทราบว่าการสมาทานธรรมมี 4 ประการ หมายถึงการนำธรรมมาปฏิบัติ ซึ่งทรงอธิบายการสมาทานธรรม 4 ประการ โดยละเอียด และยกอุปมาโวหารประกอบ ทรงถือเอาความทุกข์และความสุขในขณะปฏิบัติ กับความทุกข์และความสุขที่เป็นผลแห่งการปฏิบัติเป็นหลักเกณฑ์&nbsp;ที่สูงสุดคือความสุขในสุคติโลกสวรรค์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2 # มหาธัมมสมาทานสูตร</strong> [473] ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ตรัสไว้ว่าคนส่วนมากต้องการให้สิ่งที่ไม่พึงประสงค์เสื่อมสิ้นไป ต้องการให้สิ่งที่พึงประสงค์เจริญพอกพูน ทั้งที่หวังไว้อย่างนั้นแต่กลับไม่สมหวัง สิ่งที่ไม่ต้องการกลับเจริญพอกพูน สิ่งที่ต้องการกลับไม่มี ได้ทรงอธิบายโดยยกการสมาทานธรรม 4 ประการ ดังที่แสดงไว้ในจูฬธัมมสมาทานสูตร แต่ทรงแยกอธิบาย คือบุคคลผู้ไม่รู้จักการสมาทานธรรมตามความเป็นจริง ชื่อว่าตกอยู่ในอวิชชา ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป แต่ถ้ารู้การสมาทานธรรมตามเป็นจริง ชื่อว่ามีวิชชา ก็จะเป็นเหตุให้รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ทำให้ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น และทรงอธิบายการสมาทานธรรมโดยการปฏิบัติธรรมที่เป็นอกุศลกรรมบท 10 และกุศลกรรมบท 10 หลังจากตายจะได้รับผลเป็นทุคติและสุคติ และทรงยกอุปมาของการสมาทานธรรม 4 ประการ</p><br><p><strong>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การทำจิตให้ว่าง-มหาสุญญตสูตรและจูฬสุญญตสูตร [6705-4s]</title>
			<itunes:title>การทำจิตให้ว่าง-มหาสุญญตสูตรและจูฬสุญญตสูตร [6705-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 31 Jan 2024 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65ba8a9098ef180017bd5850/media.mp3" length="42269182" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65ba8a9098ef180017bd5850</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65ba8a9098ef180017bd5850</link>
			<acast:episodeId>65ba8a9098ef180017bd5850</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO93gmV5XD9/7LNj16jLQe6AbDITbA72Ar3ZzVFFKx0XDw2WiFdbTDwOf0Y0dS86qTxeNcM3iuSSr0uyn7GUxWT]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # จูฬสุญญตสูตร</strong> สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมาตา ในบุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี&nbsp;ได้ทรงตรัสตอบคำถามของพระอานนท์ที่ทูลถามเรื่อง การทำจิตในใจให้ถึงความว่างเปล่า <strong>(สุญญตวิหารธรรม)</strong> ของพระผู้มีพระภาค ได้ทรงอธิบายและแสดงรายละเอียดในวิธีปฏิบัติสุญญตาวิหารธรรมไว้ 7 ขั้น จากต่ำไปสูง และทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเข้าสุญญตาผลสมาบัติก็จะเข้าสุญญตาอันบริสุทธิ์ยอดเยี่ยมนี้เท่านั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2 # มหาสุญญตสูตร </strong>สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิโครธาราม เขตกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์และภิกษุทั้งหลาย ทรงปรารภการอยู่คลุกคลีกันด้วยหมู่คณะของภิกษุหลายรูปในที่นั้น ซึ่งเป็นช่วงจีวรกาล ที่ภิกษุมาร่วมกันทำจีวร ทรงทอดพระเนตรเห็นเสนาสนะจำนวนมาก ทรงตำหนิว่าการที่ภิกษุพอใจในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะไม่ดีเลย ภิกษุผู้หลีกออกจากหมู่คณะไปอยู่ผู้เดียวเท่านั้น จึงจะได้รับความสุขจากความสงัด ความสงบ การตรัสรู้ และจะบรรลุเจโตวิมุตติได้ และพระองค์ก็อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้น ได้ทรงอธิบายเหตุผลโดยละเอียด วิธีฝึก และวิธีอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรม ซึ่งการมีสัมปชัญญะ และน้อมจิตไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นขั้นตอนแรกในการทำจิตให้ถึงความว่างได้ และทรงเน้นเรื่องการปฏิบัติกับพระองค์เหมือนกับมิตร อย่าปฏิบัติกับพระองค์เหมือนศัตรู&nbsp;&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # จูฬสุญญตสูตร</strong> สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมาตา ในบุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี&nbsp;ได้ทรงตรัสตอบคำถามของพระอานนท์ที่ทูลถามเรื่อง การทำจิตในใจให้ถึงความว่างเปล่า <strong>(สุญญตวิหารธรรม)</strong> ของพระผู้มีพระภาค ได้ทรงอธิบายและแสดงรายละเอียดในวิธีปฏิบัติสุญญตาวิหารธรรมไว้ 7 ขั้น จากต่ำไปสูง และทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเข้าสุญญตาผลสมาบัติก็จะเข้าสุญญตาอันบริสุทธิ์ยอดเยี่ยมนี้เท่านั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2 # มหาสุญญตสูตร </strong>สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิโครธาราม เขตกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์และภิกษุทั้งหลาย ทรงปรารภการอยู่คลุกคลีกันด้วยหมู่คณะของภิกษุหลายรูปในที่นั้น ซึ่งเป็นช่วงจีวรกาล ที่ภิกษุมาร่วมกันทำจีวร ทรงทอดพระเนตรเห็นเสนาสนะจำนวนมาก ทรงตำหนิว่าการที่ภิกษุพอใจในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะไม่ดีเลย ภิกษุผู้หลีกออกจากหมู่คณะไปอยู่ผู้เดียวเท่านั้น จึงจะได้รับความสุขจากความสงัด ความสงบ การตรัสรู้ และจะบรรลุเจโตวิมุตติได้ และพระองค์ก็อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้น ได้ทรงอธิบายเหตุผลโดยละเอียด วิธีฝึก และวิธีอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรม ซึ่งการมีสัมปชัญญะ และน้อมจิตไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นขั้นตอนแรกในการทำจิตให้ถึงความว่างได้ และทรงเน้นเรื่องการปฏิบัติกับพระองค์เหมือนกับมิตร อย่าปฏิบัติกับพระองค์เหมือนศัตรู&nbsp;&nbsp;</p><br><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การรักษาศีล 8 และการอยู่ครองเรือน-อุโปสถสูตร อิธโลกิกสูตร อนุรุทธสูตร [6704-4S]</title>
			<itunes:title>การรักษาศีล 8 และการอยู่ครองเรือน-อุโปสถสูตร อิธโลกิกสูตร อนุรุทธสูตร [6704-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Jan 2024 21:00:55 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:05:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65b1688377d06d0015367db7/media.mp3" length="31518261" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65b1688377d06d0015367db7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65b1688377d06d0015367db7</link>
			<acast:episodeId>65b1688377d06d0015367db7</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPrPdDNcGIJxB/tyRMfJ5vDUGKIcWBCC3K2ZyllHII5Wdvb6AhN1awjse3Emlp2JNYlGrxskpoMC/pyZbfalWzH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # อุโปสถสูตร (การรักษาศีล 8)&nbsp;</strong>&nbsp;สมัยหนึ่ง นางวิสาขาเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมาตาในบุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี ได้รับสั่งทักนางวิสาขา ซึ่งได้ทูลตอบว่าจะรักษาอุโบสถ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า อุโบสถ 3 ประเภท ได้แก่ 1) <strong>โคปาลอุโบสถ</strong> <em>(อุโบสถเยี่ยงคนเลี้ยงโค)</em> เป็นการรักษาศีลไม่จริง&nbsp;2) <strong>นิคัณฐอุโบสถ</strong> <em>(อุโบสถเยี่ยงนิครนถ์)</em> เป็นการกระทำอย่างพวกนักบวชนอกศาสนาที่เรียกว่านิครนถ์ ชักชวนสาวกให้ต้อนตีสัตว์ไปในทิศทางต่าง ๆ บ้างก็ชักชวนกันให้เมตตาสัตว์บางชนิด บ้างก็ให้ทารุณกับสัตว์บางชนิด บ้างก็ชักชวนให้สลัดผ้านุ่งห่มทุกชิ้นในวันอุโบสถ&nbsp;และ 3) <strong>อริยอุโบสถ</strong> <em>(อุโบสถเยี่ยงอริยะ) </em>เป็นการสมาทานรักษาอุโบสถของผู้ปรารภความเพียรคือ ทำจิตที่เศร้าหมองนั้นให้ ผ่องแผ้ว โดยระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ เมื่อระลึกอย่างนี้จิตย่อมผ่องใส เกิดปีติปราโมทย์ ละกิเลสเครื่อง เศร้าหมองของจิต</p><br><p>แล้วตรัสต่อไปว่า อริยอุโบสถนี้ที่บุคคลสมาทานรักษาแล้วย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรืองมาก มีความแผ่ไพศาลมาก เปรียบเหมือน พระราชาเสวยราชสมบัติ และอธิปไตยในชนบทใหญ่ ๆ ทั้ง 16 แคว้น สมบูรณ์ด้วยรัตนะทั้ง 7 ประการ ถือว่า การเสวยการครองราชย์ของพระราชาพระองค์นั้นยังมีค่าไม่ถึงเสี้ยวที่ 16 แห่งอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ 8 ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราชสมบัติของมนุษย์เมื่อนำไปเปรียบกับสุขที่เป็นทิพย์ถือว่าเป็นของเล็กน้อย</p><br><p><strong>สูตร2 # อิธโลกิกสูตร (ธรรมที่เป็นไปเพื่อชัยชนะในโลกนี้)</strong> สมัยหนึ่ง นางวิสาขาเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมาตา ในบุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี ได้ตรัสกับนางวิสาขาว่า มาตุคาม(หญิงชาวบ้าน) ที่ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้ ประกอบด้วย 1. <strong>จัดการงานดี</strong> (เป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้านในการงาน) 2. <strong>สงเคราะห์คนข้างเคียง</strong> (รู้จักการงานคนในบ้านสามี) 3. <strong>ปฏิบัติถูกใจสามี</strong> (ไม่ล่วงละเมิดสิ่งที่ไม่เป็นที่พอใจของสามี) และ 4. <strong>รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้&nbsp;</strong></p><br><p>มาตุคามผู้ประกอบด้วย<strong>ธรรม 4 ประการ ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกหน้านั้น ต้องเป็นผู้มีศรัทธา ถึงพร้อมด้วยศีล จาคะ และปัญญา</strong> ดังนั้นธรรมทั้ง 8 ประการนี้มีอยู่แก่สตรีใดสตรีนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายเรียกว่า<strong> “ผู้มีศีล ตั้งอยู่ในธรรม กล่าวคำสัตย์” </strong>อุบาสิกาเช่นนั้นผู้ถึงพร้อมด้วยอาการ 16 อย่างประกอบด้วยองค์ 8 ประการ เป็นผู้มีศีล ย่อมเกิดในเทวโลกชื่อว่า “มนาปกายิกะ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร3 # อนุรุทธสูตร (พระอนุรุทธและเทวดาเหล่ามนาปกายิกา)</strong> สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี ท่านพระอนุรุทธะพักผ่อนกลางวัน หลีกเร้นอยู่&nbsp;มีเทวดาเหล่ามนาปกายิกามากมาย ได้เข้าไปหาท่านพระอนุรุทธะถึงที่อยู่ เหล่าเทวดาเหล่านั้นได้กล่าวว่าเป็นเทวดาชื่อ “มนาปกายิกา” ครองความเป็นใหญ่และมีอำนาจ 3 ประการ คือหวังวรรณะ (ผิวพรรณ) เสียง และความสุข เช่นใดก็จะได้เช่นนั้น เหล่าเทวดาทราบความดำริของพระอนุรุทธะ จึงแปลงร่างผิวพรรณ นุ่งผ้าและเครื่องประดับเป็นสีเขียว เหลือง ขาว ต่างขับร้อง ฟ้อนรำ ปรบมือ มีความไพเราะเปรียบเหมือนดนตรี แต่พระอนุรุทธิทอดอินทรีย์ลง (ไม่ลืมตาดู) ได้เข้าเฝ้าและเล่าเรื่องเทวดาให้ฟังพร้อมทูลถามพระผู้มีพระภาคว่ามาตุคามต้องประกอบด้วยธรรมใด เมื่อตายไปแล้วจึงจะไปเกิดร่วมกับเทวดามนาปกายิกา ซึ่งได้ทรงตรัสว่า<strong>มาตุคามประกอบด้วยธรรม 8 ประการ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหาย ของเทวดาเหล่ามนาปกายิ (ชั้นนิมมานนรดี)</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1 # อุโปสถสูตร (การรักษาศีล 8)&nbsp;</strong>&nbsp;สมัยหนึ่ง นางวิสาขาเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมาตาในบุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี ได้รับสั่งทักนางวิสาขา ซึ่งได้ทูลตอบว่าจะรักษาอุโบสถ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า อุโบสถ 3 ประเภท ได้แก่ 1) <strong>โคปาลอุโบสถ</strong> <em>(อุโบสถเยี่ยงคนเลี้ยงโค)</em> เป็นการรักษาศีลไม่จริง&nbsp;2) <strong>นิคัณฐอุโบสถ</strong> <em>(อุโบสถเยี่ยงนิครนถ์)</em> เป็นการกระทำอย่างพวกนักบวชนอกศาสนาที่เรียกว่านิครนถ์ ชักชวนสาวกให้ต้อนตีสัตว์ไปในทิศทางต่าง ๆ บ้างก็ชักชวนกันให้เมตตาสัตว์บางชนิด บ้างก็ให้ทารุณกับสัตว์บางชนิด บ้างก็ชักชวนให้สลัดผ้านุ่งห่มทุกชิ้นในวันอุโบสถ&nbsp;และ 3) <strong>อริยอุโบสถ</strong> <em>(อุโบสถเยี่ยงอริยะ) </em>เป็นการสมาทานรักษาอุโบสถของผู้ปรารภความเพียรคือ ทำจิตที่เศร้าหมองนั้นให้ ผ่องแผ้ว โดยระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ เมื่อระลึกอย่างนี้จิตย่อมผ่องใส เกิดปีติปราโมทย์ ละกิเลสเครื่อง เศร้าหมองของจิต</p><br><p>แล้วตรัสต่อไปว่า อริยอุโบสถนี้ที่บุคคลสมาทานรักษาแล้วย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรืองมาก มีความแผ่ไพศาลมาก เปรียบเหมือน พระราชาเสวยราชสมบัติ และอธิปไตยในชนบทใหญ่ ๆ ทั้ง 16 แคว้น สมบูรณ์ด้วยรัตนะทั้ง 7 ประการ ถือว่า การเสวยการครองราชย์ของพระราชาพระองค์นั้นยังมีค่าไม่ถึงเสี้ยวที่ 16 แห่งอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ 8 ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราชสมบัติของมนุษย์เมื่อนำไปเปรียบกับสุขที่เป็นทิพย์ถือว่าเป็นของเล็กน้อย</p><br><p><strong>สูตร2 # อิธโลกิกสูตร (ธรรมที่เป็นไปเพื่อชัยชนะในโลกนี้)</strong> สมัยหนึ่ง นางวิสาขาเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมาตา ในบุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี ได้ตรัสกับนางวิสาขาว่า มาตุคาม(หญิงชาวบ้าน) ที่ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้ ประกอบด้วย 1. <strong>จัดการงานดี</strong> (เป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้านในการงาน) 2. <strong>สงเคราะห์คนข้างเคียง</strong> (รู้จักการงานคนในบ้านสามี) 3. <strong>ปฏิบัติถูกใจสามี</strong> (ไม่ล่วงละเมิดสิ่งที่ไม่เป็นที่พอใจของสามี) และ 4. <strong>รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้&nbsp;</strong></p><br><p>มาตุคามผู้ประกอบด้วย<strong>ธรรม 4 ประการ ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกหน้านั้น ต้องเป็นผู้มีศรัทธา ถึงพร้อมด้วยศีล จาคะ และปัญญา</strong> ดังนั้นธรรมทั้ง 8 ประการนี้มีอยู่แก่สตรีใดสตรีนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายเรียกว่า<strong> “ผู้มีศีล ตั้งอยู่ในธรรม กล่าวคำสัตย์” </strong>อุบาสิกาเช่นนั้นผู้ถึงพร้อมด้วยอาการ 16 อย่างประกอบด้วยองค์ 8 ประการ เป็นผู้มีศีล ย่อมเกิดในเทวโลกชื่อว่า “มนาปกายิกะ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร3 # อนุรุทธสูตร (พระอนุรุทธและเทวดาเหล่ามนาปกายิกา)</strong> สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี ท่านพระอนุรุทธะพักผ่อนกลางวัน หลีกเร้นอยู่&nbsp;มีเทวดาเหล่ามนาปกายิกามากมาย ได้เข้าไปหาท่านพระอนุรุทธะถึงที่อยู่ เหล่าเทวดาเหล่านั้นได้กล่าวว่าเป็นเทวดาชื่อ “มนาปกายิกา” ครองความเป็นใหญ่และมีอำนาจ 3 ประการ คือหวังวรรณะ (ผิวพรรณ) เสียง และความสุข เช่นใดก็จะได้เช่นนั้น เหล่าเทวดาทราบความดำริของพระอนุรุทธะ จึงแปลงร่างผิวพรรณ นุ่งผ้าและเครื่องประดับเป็นสีเขียว เหลือง ขาว ต่างขับร้อง ฟ้อนรำ ปรบมือ มีความไพเราะเปรียบเหมือนดนตรี แต่พระอนุรุทธิทอดอินทรีย์ลง (ไม่ลืมตาดู) ได้เข้าเฝ้าและเล่าเรื่องเทวดาให้ฟังพร้อมทูลถามพระผู้มีพระภาคว่ามาตุคามต้องประกอบด้วยธรรมใด เมื่อตายไปแล้วจึงจะไปเกิดร่วมกับเทวดามนาปกายิกา ซึ่งได้ทรงตรัสว่า<strong>มาตุคามประกอบด้วยธรรม 8 ประการ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหาย ของเทวดาเหล่ามนาปกายิ (ชั้นนิมมานนรดี)</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเห็นผิด- โลหิจจสูตร (2) [6703-4S]</title>
			<itunes:title>ความเห็นผิด- โลหิจจสูตร (2) [6703-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Jan 2024 21:00:30 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65a7e09679c484001713d198/media.mp3" length="27261915" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65a7e09679c484001713d198</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65a7e09679c484001713d198</link>
			<acast:episodeId>65a7e09679c484001713d198</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNLB12WLj+i1VkKSqGS5kyFMZB4dTOGbxQoXdeJKSwWHGmFd4EqNfqWLlxcHhO69LKkai+8yJ6/P3b3+83wip9t]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>โลหิจจพราหมณ์ผู้มีทิฎฐิ คือ มีความเห็นผิดที่ไม่เห็นถูกต้อง หลังจากได้ฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงการจำแนก แยกแยะประเภทของศาสดาที่ควรถูกทักท้วง 3 ประเภท และศาสดาที่ไม่สมควรถูกทักท้วง โดยได้ทรงแสดงให้เห็นว่าศาสดาที่สาวกได้บรรลุคุณธรรมอันวิเศษยอดเยี่ยมเป็นที่ประจักษ์นั้นไม่สมควรถูกทักท้วง ได้ทรงอธิบายการบรรลุคุณธรรมอันวิเศษต้องเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล การสำรวมอินทรีย์ ฌาณ และวิชชา(ความรู้แจ้ง ความรู้วิเศษ) 8 ประการ ประกอบด้วย วิปัสสนาญาณ มโนมยิทธิญาณ อิทธิวิธญาณ ทิพยโสตญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพพจักขุญาณ และอาสวักขยญาณ เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้วโลหิจจพราหมณ์กราบทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนา แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>โลหิจจพราหมณ์ผู้มีทิฎฐิ คือ มีความเห็นผิดที่ไม่เห็นถูกต้อง หลังจากได้ฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงการจำแนก แยกแยะประเภทของศาสดาที่ควรถูกทักท้วง 3 ประเภท และศาสดาที่ไม่สมควรถูกทักท้วง โดยได้ทรงแสดงให้เห็นว่าศาสดาที่สาวกได้บรรลุคุณธรรมอันวิเศษยอดเยี่ยมเป็นที่ประจักษ์นั้นไม่สมควรถูกทักท้วง ได้ทรงอธิบายการบรรลุคุณธรรมอันวิเศษต้องเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล การสำรวมอินทรีย์ ฌาณ และวิชชา(ความรู้แจ้ง ความรู้วิเศษ) 8 ประการ ประกอบด้วย วิปัสสนาญาณ มโนมยิทธิญาณ อิทธิวิธญาณ ทิพยโสตญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพพจักขุญาณ และอาสวักขยญาณ เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้วโลหิจจพราหมณ์กราบทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนา แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><p><br></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเห็นผิด- โลหิจจสูตร (1) [6702-4S]</title>
			<itunes:title>ความเห็นผิด- โลหิจจสูตร (1) [6702-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Jan 2024 21:00:36 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/659eba810ce3940017ae1308/media.mp3" length="27740483" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">659eba810ce3940017ae1308</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/659eba810ce3940017ae1308</link>
			<acast:episodeId>659eba810ce3940017ae1308</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPcueKaYCf4M6EeM9toVALxilq1Eq87Uw4IitnhmzOUFPNKVBSE+sQUTvqkqDdxu8FVx4nBir4rOZyfAQQc47HS]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร 1 โลหิจจสูตร #สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นโกศล พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูป เสด็จถึงหมู่บ้านสาลวติกา ซึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลพระราชทานให้โลหิจจพราหมณ์ครอบครอง โลหิจจพราหมณ์มีความเห็นผิดเกิดขึ้นว่า สมณะหรือพราหมณ์ผู้บรรลุกุศลธรรมแล้วไม่ควรสอนคนอื่น เพราะคนอื่นจะทำอะไรแก่อีกคนหนึ่งได้ การบอกแก่คนอื่น จัดว่าเป็นความโลภ ( ความอยากได้ ) เป็นบาป เปรียบเหมือนคนตัดเครื่องจองจำเก่าออกแล้ว กลับทำเครื่องจองจำใหม่ให้แก่ตัวเองอีก โลหิจจพราหมณ์ได้ข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จมาถึงตำบลบ้านชื่อสาลวติกา จึงใช้ช่างกัลบก ชื่อโรสิกะ ให้ไปกราบทูลอาราธนาพระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ให้มารับภัตตาหารในวันรุ่งขึ้นเมื่อเสด็จไปฉันเสร็จแล้ว ได้ทรงโต้ตอบกับโลหิจจพราหมณ์ถึงเรื่องความเห็นผิดนั้น ทรงเปรียบเทียบให้เห็นว่า โลหิจจพราหมณ์ซึ่งครอบครองตำบลบ้านสาลวติกาก็ตาม พระเจ้าปเสนทิโกศล ซึ่งทรงครอบครองแคว้นโกศลก็ตาม ถ้าบริโภคผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในดินแดนที่ปกครองแต่ผู้เดียว ไม่ยอมแบ่งปันให้ผู้อื่นอย่างนี้ จะเชื่อว่าทำอันตรายแก่ผู้ที่เป็นข้าทาสบริวาร ซึ่งโลหิจจพราหมณ์ยอมรับว่าเป็นการทำอันตรายแก่คนเหล่านั้น ทรงเปรียบเทียบว่า การกล่าวว่าผู้ครอบครองบริโภคผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแต่ผู้เดียวไม่แบ่งปันแก่ใครเลย ก็เช่นเดียวกันการกล่าวว่า ผู้บรรลุกุศลธรรมไม่ควรบอกแก่ใคร ๆ ซึ่งเป็นการทำอันตรายเป็นการตั้งจิตเป็นศัตรูต่อผู้ที่ควรจะได้รับ และเป็นการมีความเห็นผิด&nbsp;แล้วทรงแสดงถึงศาสดาที่ควรถูกทักท้วง 3 ประเภท และศาสดาที่ไม่ควรถูกทักท้วง โลหิจจพราหมณ์กราทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนา แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p>สูตร 2 # จุลศีล</p><p>ได้ทรงแสดงภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล คือ จุลศีล มี 26 ข้อ</p><br><p>สูตร 3 # มัชฌิมศีล</p><p>ได้ทรงแสดงศีลที่ภิกษุละเว้น มี&nbsp;10 ข้อ</p><br><p>สูตร 4 # มหาศีล</p><p>ได้ทรงแสดงศีลที่ภิกษุเว้นจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิด มี 7 ข้อ&nbsp;</p><br><p>สูตร 5 # อินทรียสังวร</p><p>ได้ทรงแสดงการสำรวมอินทรียทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ&nbsp;ไม่ให้ยินดียินร้าย ในเวลาเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องโผฏฐัพพะ(กาย) รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจ, ระวังไม่ให้กิเลสครอบงำใจ ในเวลารับรู้อารมณ์ทางอินทรีย์ทั้ง ๖ นั้นเพื่อไม่ให้บาปอกุศลธรรมครอบงำใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร 1 โลหิจจสูตร #สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นโกศล พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูป เสด็จถึงหมู่บ้านสาลวติกา ซึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลพระราชทานให้โลหิจจพราหมณ์ครอบครอง โลหิจจพราหมณ์มีความเห็นผิดเกิดขึ้นว่า สมณะหรือพราหมณ์ผู้บรรลุกุศลธรรมแล้วไม่ควรสอนคนอื่น เพราะคนอื่นจะทำอะไรแก่อีกคนหนึ่งได้ การบอกแก่คนอื่น จัดว่าเป็นความโลภ ( ความอยากได้ ) เป็นบาป เปรียบเหมือนคนตัดเครื่องจองจำเก่าออกแล้ว กลับทำเครื่องจองจำใหม่ให้แก่ตัวเองอีก โลหิจจพราหมณ์ได้ข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จมาถึงตำบลบ้านชื่อสาลวติกา จึงใช้ช่างกัลบก ชื่อโรสิกะ ให้ไปกราบทูลอาราธนาพระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ให้มารับภัตตาหารในวันรุ่งขึ้นเมื่อเสด็จไปฉันเสร็จแล้ว ได้ทรงโต้ตอบกับโลหิจจพราหมณ์ถึงเรื่องความเห็นผิดนั้น ทรงเปรียบเทียบให้เห็นว่า โลหิจจพราหมณ์ซึ่งครอบครองตำบลบ้านสาลวติกาก็ตาม พระเจ้าปเสนทิโกศล ซึ่งทรงครอบครองแคว้นโกศลก็ตาม ถ้าบริโภคผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในดินแดนที่ปกครองแต่ผู้เดียว ไม่ยอมแบ่งปันให้ผู้อื่นอย่างนี้ จะเชื่อว่าทำอันตรายแก่ผู้ที่เป็นข้าทาสบริวาร ซึ่งโลหิจจพราหมณ์ยอมรับว่าเป็นการทำอันตรายแก่คนเหล่านั้น ทรงเปรียบเทียบว่า การกล่าวว่าผู้ครอบครองบริโภคผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแต่ผู้เดียวไม่แบ่งปันแก่ใครเลย ก็เช่นเดียวกันการกล่าวว่า ผู้บรรลุกุศลธรรมไม่ควรบอกแก่ใคร ๆ ซึ่งเป็นการทำอันตรายเป็นการตั้งจิตเป็นศัตรูต่อผู้ที่ควรจะได้รับ และเป็นการมีความเห็นผิด&nbsp;แล้วทรงแสดงถึงศาสดาที่ควรถูกทักท้วง 3 ประเภท และศาสดาที่ไม่ควรถูกทักท้วง โลหิจจพราหมณ์กราทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนา แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p>สูตร 2 # จุลศีล</p><p>ได้ทรงแสดงภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล คือ จุลศีล มี 26 ข้อ</p><br><p>สูตร 3 # มัชฌิมศีล</p><p>ได้ทรงแสดงศีลที่ภิกษุละเว้น มี&nbsp;10 ข้อ</p><br><p>สูตร 4 # มหาศีล</p><p>ได้ทรงแสดงศีลที่ภิกษุเว้นจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิด มี 7 ข้อ&nbsp;</p><br><p>สูตร 5 # อินทรียสังวร</p><p>ได้ทรงแสดงการสำรวมอินทรียทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ&nbsp;ไม่ให้ยินดียินร้าย ในเวลาเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องโผฏฐัพพะ(กาย) รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจ, ระวังไม่ให้กิเลสครอบงำใจ ในเวลารับรู้อารมณ์ทางอินทรีย์ทั้ง ๖ นั้นเพื่อไม่ให้บาปอกุศลธรรมครอบงำใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การระงับความขัดแย้ง และความบาดหมาง - โกสัมพิยสูตรสามคามสูตร [6701-4s]</title>
			<itunes:title>การระงับความขัดแย้ง และความบาดหมาง - โกสัมพิยสูตรสามคามสูตร [6701-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Jan 2024 21:00:36 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65959a7eb8861d00162aaf9e/media.mp3" length="27507869" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65959a7eb8861d00162aaf9e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65959a7eb8861d00162aaf9e</link>
			<acast:episodeId>65959a7eb8861d00162aaf9e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMcaQdqJ1JFEdtqofNgA2tWJ/8xVR3hxhu7ZatPuINEBPSD/WyGDQ7iW/Z6XPSj16K+q37YlQNuzks5dlTRcCtt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>67</itunes:season>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1# ภิกษุชาวเมืองโกสัมพี (โกสัมพิยสูตร)</strong> สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับ ณ โฆสิตาราม ใกล้กรุงโกสัมพี ครั้งนั้นภิกษุในกรุงโกสัมพีทะเลาะวิวาทกัน บาดหมางกัน ทรงตรัสเรียกเหล่าภิกษุที่บาดหมาง และทะเลาะวิวาทกันมาเข้าเฝ้า โดยทรงแสดงสาราณิยธรรม ซึ่งเป็นธรรมให้ระลึกถึงกันมี 6 ประการ คือทำให้เป็นที่รัก เป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เพื่อไม่วิวาทกัน เพื่อความสามัคคีกัน เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และได้ทรงตรัสถึงทิฏฐิอันประเสริฐ เพื่อความสิ้นทุกข์ โดยทรงอธิบายตั้งแต่ฌานที่ 1 ถึงญาณที่ 7 อันเป็นโลกกุตตระ ( ข้ามโลก )ไม่ทั่วไปแก่ปุถุชนทั้งหลาย ซึ่งทำให้ผู้ประกอบด้วยธรรม 7 ประการ เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยโสดาปัตติผล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2# เหตุการณ์ในหมู่บ้านสามคาม (สามคามสูตร)</strong> สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ หมู่บ้านสามคาม แคว้นสักกะ ครั้งนั้นนิครนถ์ นาฏบุตรได้ถึงแก่กรรมไม่นาน ได้เกิดการแตกกันของลัทธินิครณฐ์ เป็น 2 พวก เนื่องจากธรรมวินัยของเจ้าลัทธิที่ประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นธรรมวินัยที่จะนำผู้ปฏิบัติให้ออกจากทุกข์ได้ เป็นธรรมวินัยที่ไม่มีที่พึ่งอาศัย เป็นธรรมวินัยที่ผู้มิใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศไว้ และสาวกก็ไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม พระจุนทะเข้าไปหาพระอานนท์เล่าความให้ฟัง พระอานนท์จึงนำเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลเรื่องราว และแสดงความปรารถนาที่จะเห็นว่าไม่มีการวิวาทเกิดขึ้นในสงฆ์ซึ่งเป็นไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก พระผู้มีพระภาคจึงตรัสแก่พระอานนท์ ทรงแสดงโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ (สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4&nbsp;อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 อริยมรรคมีองค์ 8)&nbsp;มูลเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท 6 ประการ, อธิกรณ์ 7 อย่าง, และในที่สุดได้ทรงแสดงธรรมสำหรับอยู่รวมกัน 6 ประการที่เรียกว่าสาราณิยธรรม อันเป็นไปเพื่อสงเคราะห์อนุเคราะห์และมีเมตตาต่อกัน เพื่อสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1# ภิกษุชาวเมืองโกสัมพี (โกสัมพิยสูตร)</strong> สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับ ณ โฆสิตาราม ใกล้กรุงโกสัมพี ครั้งนั้นภิกษุในกรุงโกสัมพีทะเลาะวิวาทกัน บาดหมางกัน ทรงตรัสเรียกเหล่าภิกษุที่บาดหมาง และทะเลาะวิวาทกันมาเข้าเฝ้า โดยทรงแสดงสาราณิยธรรม ซึ่งเป็นธรรมให้ระลึกถึงกันมี 6 ประการ คือทำให้เป็นที่รัก เป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เพื่อไม่วิวาทกัน เพื่อความสามัคคีกัน เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และได้ทรงตรัสถึงทิฏฐิอันประเสริฐ เพื่อความสิ้นทุกข์ โดยทรงอธิบายตั้งแต่ฌานที่ 1 ถึงญาณที่ 7 อันเป็นโลกกุตตระ ( ข้ามโลก )ไม่ทั่วไปแก่ปุถุชนทั้งหลาย ซึ่งทำให้ผู้ประกอบด้วยธรรม 7 ประการ เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยโสดาปัตติผล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร2# เหตุการณ์ในหมู่บ้านสามคาม (สามคามสูตร)</strong> สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ หมู่บ้านสามคาม แคว้นสักกะ ครั้งนั้นนิครนถ์ นาฏบุตรได้ถึงแก่กรรมไม่นาน ได้เกิดการแตกกันของลัทธินิครณฐ์ เป็น 2 พวก เนื่องจากธรรมวินัยของเจ้าลัทธิที่ประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นธรรมวินัยที่จะนำผู้ปฏิบัติให้ออกจากทุกข์ได้ เป็นธรรมวินัยที่ไม่มีที่พึ่งอาศัย เป็นธรรมวินัยที่ผู้มิใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศไว้ และสาวกก็ไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม พระจุนทะเข้าไปหาพระอานนท์เล่าความให้ฟัง พระอานนท์จึงนำเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลเรื่องราว และแสดงความปรารถนาที่จะเห็นว่าไม่มีการวิวาทเกิดขึ้นในสงฆ์ซึ่งเป็นไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก พระผู้มีพระภาคจึงตรัสแก่พระอานนท์ ทรงแสดงโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ (สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4&nbsp;อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 อริยมรรคมีองค์ 8)&nbsp;มูลเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท 6 ประการ, อธิกรณ์ 7 อย่าง, และในที่สุดได้ทรงแสดงธรรมสำหรับอยู่รวมกัน 6 ประการที่เรียกว่าสาราณิยธรรม อันเป็นไปเพื่อสงเคราะห์อนุเคราะห์และมีเมตตาต่อกัน เพื่อสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณธรรมแห่งความสำเร็จ-สังขารูปปัตติสูตร ทักขิณาวิภังคสูตร อิฏฐสูตร [6652-4S]</title>
			<itunes:title>คุณธรรมแห่งความสำเร็จ-สังขารูปปัตติสูตร ทักขิณาวิภังคสูตร อิฏฐสูตร [6652-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Dec 2023 21:00:15 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/658c568b0392d500165c3ac3/media.mp3" length="40680117" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">658c568b0392d500165c3ac3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/658c568b0392d500165c3ac3</link>
			<acast:episodeId>658c568b0392d500165c3ac3</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOH3ybRGmW5mJcW4+gZ+VWG2gdFJevWEdDt/H9tbAbUo9zNN+fxaUOu9zgfGDDih3w11PE2rCoXBI/5hzyQR5lV]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1# เหตุสำเร็จความปรารถนา(สังขารูปปัตติสูตร)</strong> สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ทรงแสดงธรรมแก่พระภิกษุ เรื่องเหตุสำเร็จความปรารถนา(สังขารูปปัตติ) ว่าธรรม 5 ประการ ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ซึ่งเมื่อตั้งจิต อธิษฐานจิต เจริญจิต และเมื่อทำให้มากแล้ว จะเกิดในฐานะนั้น ๆ ได้ตามปรารถนา ตั้งแต่ความเป็นกษัตริย์มหาศาล คหบดีมหาศาล พราหมณ์มหาศาล จนถึงเทพ, พรหม ทั้งรูปพรหมและอรูปพรหม และในที่สุดถึงซึ่งอาสวะ(ไม่เกิดในภพไหนๆอีก)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สูตร2# การจำแนกผู้ควรรับทาน (ทักขิณาวิภังคสูตร) </strong>สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารนิโครธาราม เขตนครกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ พระนางมหาปชาบดีโคตมี นำคู่ผ้าใหม่ซึ่งทรงกรอด้ายเองไปถวายพระผู้มีพระภาค ขอให้ทรงรับเป็นการอนุเคราะห์ พระผู้มีพระภาคตรัสแนะให้ถวายในหมู่สงฆ์ ซึ่งเป็นการบูชาทั้งพระองค์และพระสงฆ์ แม้ว่าพระนางมหาปชาบดีโคตมี ทรงยืนยันขอถวายพระผู้มีพระภาคตามเดิมเป็นครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 แต่พระผู้มีพระภาคก็ทรงแนะนำตามเดิมแม้ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 พระอานนท์ได้กราบทูลให้พระผู้มีพระภาคทรงรับ โดยอ้างอุปการะคุณ ซึ่งพระนางมหาปชาบดีโคตมีเคยมีต่อพระผู้มีพระภาคในการที่ทรงเลี้ยงดู และอ้างอุปการะคุณที่พระผู้มีพระภาคทรงมีต่อพระนางมหาปชาบดีโคตมี แล้วทรงตรัสแก่พระอานนท์เรื่องทักษิณาเป็นปาฏิปุคคลิก ที่เจาะจงบุคคล 14 อย่าง อานิสงส์จากการถวายทานที่ไม่เท่ากัน ทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์&nbsp;และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณาโดยทรงแสดงรายละเอียดกำหนดความบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ ทั้งผู้ให้(ทายก)และผู้รับ(ปฏิคาหก) ที่เป็นผู้มีศีล และผู้ทุศีล</p><p><strong>สูตร3# ธรรมที่น่าปรารถนา (อิฏฐสูตร) </strong>ทรงแสดงธรรมแก่ท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรม 5 ประการ ได้แก่ อายุ&nbsp;วรรณะ&nbsp;ความสุข&nbsp;ยศ&nbsp;สวรรค์&nbsp;ซึ่งเป็นที่ปรารถนาและหายากในโลก แต่การได้มานั้นพระพุทธเจ้าไม่ได้ให้อ้อนวอน หรือเพลิดเพลิน กับอายุ&nbsp;วรรณะ&nbsp;ความสุข&nbsp;ยศ&nbsp;สวรรค์&nbsp;แต่ควรปฏิบัติฏิปทาเพื่อความเป็นไปด้วยธรรมทั้ง 5 ประการนี้แล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1# เหตุสำเร็จความปรารถนา(สังขารูปปัตติสูตร)</strong> สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ทรงแสดงธรรมแก่พระภิกษุ เรื่องเหตุสำเร็จความปรารถนา(สังขารูปปัตติ) ว่าธรรม 5 ประการ ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ซึ่งเมื่อตั้งจิต อธิษฐานจิต เจริญจิต และเมื่อทำให้มากแล้ว จะเกิดในฐานะนั้น ๆ ได้ตามปรารถนา ตั้งแต่ความเป็นกษัตริย์มหาศาล คหบดีมหาศาล พราหมณ์มหาศาล จนถึงเทพ, พรหม ทั้งรูปพรหมและอรูปพรหม และในที่สุดถึงซึ่งอาสวะ(ไม่เกิดในภพไหนๆอีก)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สูตร2# การจำแนกผู้ควรรับทาน (ทักขิณาวิภังคสูตร) </strong>สมัยที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารนิโครธาราม เขตนครกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ พระนางมหาปชาบดีโคตมี นำคู่ผ้าใหม่ซึ่งทรงกรอด้ายเองไปถวายพระผู้มีพระภาค ขอให้ทรงรับเป็นการอนุเคราะห์ พระผู้มีพระภาคตรัสแนะให้ถวายในหมู่สงฆ์ ซึ่งเป็นการบูชาทั้งพระองค์และพระสงฆ์ แม้ว่าพระนางมหาปชาบดีโคตมี ทรงยืนยันขอถวายพระผู้มีพระภาคตามเดิมเป็นครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 แต่พระผู้มีพระภาคก็ทรงแนะนำตามเดิมแม้ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 พระอานนท์ได้กราบทูลให้พระผู้มีพระภาคทรงรับ โดยอ้างอุปการะคุณ ซึ่งพระนางมหาปชาบดีโคตมีเคยมีต่อพระผู้มีพระภาคในการที่ทรงเลี้ยงดู และอ้างอุปการะคุณที่พระผู้มีพระภาคทรงมีต่อพระนางมหาปชาบดีโคตมี แล้วทรงตรัสแก่พระอานนท์เรื่องทักษิณาเป็นปาฏิปุคคลิก ที่เจาะจงบุคคล 14 อย่าง อานิสงส์จากการถวายทานที่ไม่เท่ากัน ทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์&nbsp;และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณาโดยทรงแสดงรายละเอียดกำหนดความบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ ทั้งผู้ให้(ทายก)และผู้รับ(ปฏิคาหก) ที่เป็นผู้มีศีล และผู้ทุศีล</p><p><strong>สูตร3# ธรรมที่น่าปรารถนา (อิฏฐสูตร) </strong>ทรงแสดงธรรมแก่ท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรม 5 ประการ ได้แก่ อายุ&nbsp;วรรณะ&nbsp;ความสุข&nbsp;ยศ&nbsp;สวรรค์&nbsp;ซึ่งเป็นที่ปรารถนาและหายากในโลก แต่การได้มานั้นพระพุทธเจ้าไม่ได้ให้อ้อนวอน หรือเพลิดเพลิน กับอายุ&nbsp;วรรณะ&nbsp;ความสุข&nbsp;ยศ&nbsp;สวรรค์&nbsp;แต่ควรปฏิบัติฏิปทาเพื่อความเป็นไปด้วยธรรมทั้ง 5 ประการนี้แล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์– ปาสาทิกสูตร (2) [6651-4S]</title>
			<itunes:title>ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์– ปาสาทิกสูตร (2) [6651-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Dec 2023 21:00:03 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6583091599be200015918bae/media.mp3" length="26182355" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6583091599be200015918bae</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6583091599be200015918bae</link>
			<acast:episodeId>6583091599be200015918bae</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOYtLfsr5YiLimO0FtHTUVbGG7RPVpx39LFRIKGBqWqeKsyuqiNvxamp3CJgJWAOf9TjUAfw+pBlbKvkPClGoju]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ปาสาทิกสูตร#2&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทในอัมพวันของพวกเจ้าศากยะนามว่า เวธัญญา แคว้นสักกะ พระอานนท์ได้นำพระจุนทะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับและได้กราบทูลเรื่องการถึงแก่กรรมของนิครณฐ์นาฏบุตร (เจ้าลัทธิ) ภายหลังการถึงแก่กรรมไม่นาน เกิดการแตกกันของลัทธินิครณฐ์ เป็น 2 พวก ทำให้ธรรมวินัยของเจ้าลัทธิที่ประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นธรรมวินัยที่จะนำ ผู้ปฏิบัติให้ออกจากทุกข์ได้ เป็นธรรมวินัยที่ไม่มีที่พึ่งอาศัย</p><br><p>พระผู้มีพระภาคทรงตรัสว่าธรรมวินัยของนิครนฐ์ ที่กล่าวไว้ไม่ดี ไม่นำพาให้พ้นทุกข์ได้&nbsp;ไม่เป็นไปเพื่อความสงบระงับ เป็นธรรมวินัยที่ผู้มิใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศไว้ และสาวกก็ไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมทรงตรัสว่าองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา คือ ศาสดา หลักธรรม และสาวก&nbsp;มีส่วนสำคัญทำให้ศาสนามีความบริบูรณ์ครบถ้วน ได้รับคำสรรเสริญ และทรงกล่าวถึงพระธรรมคำสั่งสอนที่ทรงแสดงได้ควรต้องมีการตรวจสอบและสังคายนา เพื่อความดำรงอยู่ได้นาน เพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รวมทั้งทรงตรัสสอนหลักการตอบคำถามที่ถูกต้องหากมีผู้ไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วย เมื่อพระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้แล้ว ท่านพระอุปวาณะมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ปาสาทิกสูตร#2&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทในอัมพวันของพวกเจ้าศากยะนามว่า เวธัญญา แคว้นสักกะ พระอานนท์ได้นำพระจุนทะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับและได้กราบทูลเรื่องการถึงแก่กรรมของนิครณฐ์นาฏบุตร (เจ้าลัทธิ) ภายหลังการถึงแก่กรรมไม่นาน เกิดการแตกกันของลัทธินิครณฐ์ เป็น 2 พวก ทำให้ธรรมวินัยของเจ้าลัทธิที่ประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นธรรมวินัยที่จะนำ ผู้ปฏิบัติให้ออกจากทุกข์ได้ เป็นธรรมวินัยที่ไม่มีที่พึ่งอาศัย</p><br><p>พระผู้มีพระภาคทรงตรัสว่าธรรมวินัยของนิครนฐ์ ที่กล่าวไว้ไม่ดี ไม่นำพาให้พ้นทุกข์ได้&nbsp;ไม่เป็นไปเพื่อความสงบระงับ เป็นธรรมวินัยที่ผู้มิใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศไว้ และสาวกก็ไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมทรงตรัสว่าองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา คือ ศาสดา หลักธรรม และสาวก&nbsp;มีส่วนสำคัญทำให้ศาสนามีความบริบูรณ์ครบถ้วน ได้รับคำสรรเสริญ และทรงกล่าวถึงพระธรรมคำสั่งสอนที่ทรงแสดงได้ควรต้องมีการตรวจสอบและสังคายนา เพื่อความดำรงอยู่ได้นาน เพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รวมทั้งทรงตรัสสอนหลักการตอบคำถามที่ถูกต้องหากมีผู้ไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วย เมื่อพระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้แล้ว ท่านพระอุปวาณะมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์– ปาสาทิกสูตร#1 [6650-4S]</title>
			<itunes:title>ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์– ปาสาทิกสูตร#1 [6650-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Dec 2023 21:00:34 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6579dbbd1585de00128f719e/media.mp3" length="28120002" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6579dbbd1585de00128f719e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6579dbbd1585de00128f719e</link>
			<acast:episodeId>6579dbbd1585de00128f719e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNLMjAMUxq+hD92b3VCpRNV/xniAPshy94TouwKa9LV7n6eztKb4KpiagBrlbKpOjyuCeavxv9hf/fDXAFTNbo9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทในอัมพวันของพวกเจ้าศากยะนามว่า เวธัญญา แคว้นสักกะ พระอานนท์ได้นำพระจุนทะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ และได้กราบทูลเรื่องการถึงแก่กรรมของนิครณฐ์นาฏบุตร (เจ้าลัทธิ) ภายหลังการถึงแก่กรรมไม่นาน เกิดการแตกกันของลัทธินิครณฐ์ เป็น 2 พวก ทำให้ธรรมวินัยของเจ้าลัทธิที่ประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นธรรมวินัยที่จะนำผู้ปฏิบัติให้ออกจากทุกข์ได้ เป็นธรรมวินัยที่ไม่มีที่พึ่งอาศัย</p><br><p>พระผู้มีพระภาคทรงตรัสว่าธรรมวินัยของนิครนฐ์ ที่กล่าวไว้ไม่ดี ไม่นำพาให้พ้นทุกข์ได้ ไม่เป็นไปเพื่อความสงบระงับ เป็นธรรมวินัยที่ผู้มิใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศไว้ และสาวกก็ไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ทรงตรัสว่าองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา คือ ศาสดา หลักธรรม และสาวก มีส่วนสำคัญทำให้ศาสนามีความบริบูรณ์ครบถ้วน ได้รับคำสรรเสริญ และทรงกล่าวถึงพระธรรมคำสั่งสอนที่ทรงแสดงได้ควรต้องมีการตรวจสอบและสังคายนา เพื่อความดำรงอยู่ได้นาน เพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทในอัมพวันของพวกเจ้าศากยะนามว่า เวธัญญา แคว้นสักกะ พระอานนท์ได้นำพระจุนทะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ และได้กราบทูลเรื่องการถึงแก่กรรมของนิครณฐ์นาฏบุตร (เจ้าลัทธิ) ภายหลังการถึงแก่กรรมไม่นาน เกิดการแตกกันของลัทธินิครณฐ์ เป็น 2 พวก ทำให้ธรรมวินัยของเจ้าลัทธิที่ประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นธรรมวินัยที่จะนำผู้ปฏิบัติให้ออกจากทุกข์ได้ เป็นธรรมวินัยที่ไม่มีที่พึ่งอาศัย</p><br><p>พระผู้มีพระภาคทรงตรัสว่าธรรมวินัยของนิครนฐ์ ที่กล่าวไว้ไม่ดี ไม่นำพาให้พ้นทุกข์ได้ ไม่เป็นไปเพื่อความสงบระงับ เป็นธรรมวินัยที่ผู้มิใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศไว้ และสาวกก็ไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ทรงตรัสว่าองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา คือ ศาสดา หลักธรรม และสาวก มีส่วนสำคัญทำให้ศาสนามีความบริบูรณ์ครบถ้วน ได้รับคำสรรเสริญ และทรงกล่าวถึงพระธรรมคำสั่งสอนที่ทรงแสดงได้ควรต้องมีการตรวจสอบและสังคายนา เพื่อความดำรงอยู่ได้นาน เพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความบริสุทธิ์อันมีวรรณะ 4- อัสสลายนสูตร [6649-4s]</title>
			<itunes:title>ความบริสุทธิ์อันมีวรรณะ 4- อัสสลายนสูตร [6649-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 21:00:16 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>47:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6570ad979c60b60011a13c51/media.mp3" length="46562557" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6570ad979c60b60011a13c51</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6570ad979c60b60011a13c51</link>
			<acast:episodeId>6570ad979c60b60011a13c51</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOy49rvLjjWeKoH+ROH8dFPKmXYL1PnAblatZu6OGxp/82S+oHqyfWuoochIZis+vAaP5MbHP3aJ6s3PTraFEmR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>อัสสลายนสูตร</strong> ว่าด้วยการโต้วาทะระหว่างพระพุทธเจ้ากับอัสสลายนมาณพ ในเรื่องทิฎฐิความเชื่อของเหล่าพราหมณ์ทั้งหลายที่ว่า 1) พราหมณ์เท่านั้นเป็นวรรณะประเสริฐ วรรณะอื่นเลว 2) พราหมณ์เท่านั้น เป็นวรรณะขาว วรรณะอื่นดำ 3)พราหมณ์เท่านั้นย่อมบริสุทธิ์ คนที่มิใช่พราหมณ์ไม่บริสุทธิ์ และ 4) พราหมณ์เท่านั้นเป็นบุตรพรหม เป็นโอรสพรหม เกิดแต่ปากของพรหม เกิดแต่พรหม อันพรหมนิรมิต เป็นทายาทของพรหม&nbsp;</p><br><p>พระพุทธเจ้าทรงโต้กลับอัสสลายนมาณพ โดยยกถึง 1) การเกิดจากช่องคลอดเหมือนกัน 2) การสลับกลับไปมาระหว่างวรรณะเจ้าและทาส 3) แม้กษัตริย์..พราหมณ์..แพศย์..ศูทร..วรรณะ 4 ผู้มีปกติฆ่าสัตว์...มีความเห็นผิด เมื่อตายไป ก็พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ทั้งหมด 4) แม้กษัตริย์..พราหมณ์..แพศย์..ศูทร..วรรณะ 4 ผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์...มีความเห็นชอบ เมื่อตายไป ก็พึงเข้าถึง สุคติ โลกสวรรค์ทั้งหมด 5) แม้กษัตริย์..พราหมณ์..แพศย์..ศูทร..วรรณะ 4 ก็สามารถเจริญเมตตาจิต อันไม่มีเวรไม่มีความ เบียดเบียนได้ทั้งหมด 6) เปรียบเทียบมาณพสองคน ที่เป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน คนหนึ่งเป็นคนศึกษาเล่าเรียน แต่เป็นคนทุศีล มีธรรมอันลามก อีกคนหนึ่งไม่ได้ศึกษาเล่าเรียน แต่เป็นคนมีศีล มีกัลยาณธรรม ในสองคนนี้พึงเชื้อเชิญคนไหนให้บริโภคก่อน ..(คัดมาบางส่วน)&nbsp;</p><br><p>พระพุทธเจ้าได้ตรัสอธิบายถึงเรื่องของวรรณะ ที่ไม่ว่าจะวรรณะใด ก็สามารถทำดีหรือทำไม่ดีได้ และถ้ามีคุณธรรมดี มันดีกว่ามีปัญญาความรู้ หรือว่าชาติกำเนิดนั้น ๆ ยังได้ตรัสเล่าถึงวรรณะ 4 จำพวกในอดีตและเรื่องราวของอสิตเทวลฤาษีที่ปราบพราหมณฤษี 7 ตน ทำให้อัสสลายนมาณพย่อมจำนนทั้งเกิดความแจ่มแจ้ง จนกลายเป็นผู้มีศรัทธา มีความเลื่อมใส กราบทูลสรรเสริญแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>อัสสลายนสูตร</strong> ว่าด้วยการโต้วาทะระหว่างพระพุทธเจ้ากับอัสสลายนมาณพ ในเรื่องทิฎฐิความเชื่อของเหล่าพราหมณ์ทั้งหลายที่ว่า 1) พราหมณ์เท่านั้นเป็นวรรณะประเสริฐ วรรณะอื่นเลว 2) พราหมณ์เท่านั้น เป็นวรรณะขาว วรรณะอื่นดำ 3)พราหมณ์เท่านั้นย่อมบริสุทธิ์ คนที่มิใช่พราหมณ์ไม่บริสุทธิ์ และ 4) พราหมณ์เท่านั้นเป็นบุตรพรหม เป็นโอรสพรหม เกิดแต่ปากของพรหม เกิดแต่พรหม อันพรหมนิรมิต เป็นทายาทของพรหม&nbsp;</p><br><p>พระพุทธเจ้าทรงโต้กลับอัสสลายนมาณพ โดยยกถึง 1) การเกิดจากช่องคลอดเหมือนกัน 2) การสลับกลับไปมาระหว่างวรรณะเจ้าและทาส 3) แม้กษัตริย์..พราหมณ์..แพศย์..ศูทร..วรรณะ 4 ผู้มีปกติฆ่าสัตว์...มีความเห็นผิด เมื่อตายไป ก็พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ทั้งหมด 4) แม้กษัตริย์..พราหมณ์..แพศย์..ศูทร..วรรณะ 4 ผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์...มีความเห็นชอบ เมื่อตายไป ก็พึงเข้าถึง สุคติ โลกสวรรค์ทั้งหมด 5) แม้กษัตริย์..พราหมณ์..แพศย์..ศูทร..วรรณะ 4 ก็สามารถเจริญเมตตาจิต อันไม่มีเวรไม่มีความ เบียดเบียนได้ทั้งหมด 6) เปรียบเทียบมาณพสองคน ที่เป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน คนหนึ่งเป็นคนศึกษาเล่าเรียน แต่เป็นคนทุศีล มีธรรมอันลามก อีกคนหนึ่งไม่ได้ศึกษาเล่าเรียน แต่เป็นคนมีศีล มีกัลยาณธรรม ในสองคนนี้พึงเชื้อเชิญคนไหนให้บริโภคก่อน ..(คัดมาบางส่วน)&nbsp;</p><br><p>พระพุทธเจ้าได้ตรัสอธิบายถึงเรื่องของวรรณะ ที่ไม่ว่าจะวรรณะใด ก็สามารถทำดีหรือทำไม่ดีได้ และถ้ามีคุณธรรมดี มันดีกว่ามีปัญญาความรู้ หรือว่าชาติกำเนิดนั้น ๆ ยังได้ตรัสเล่าถึงวรรณะ 4 จำพวกในอดีตและเรื่องราวของอสิตเทวลฤาษีที่ปราบพราหมณฤษี 7 ตน ทำให้อัสสลายนมาณพย่อมจำนนทั้งเกิดความแจ่มแจ้ง จนกลายเป็นผู้มีศรัทธา มีความเลื่อมใส กราบทูลสรรเสริญแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมของสัตบุรุษ (คนดี)-จูฬปุณณมสูตร สัปปุริสสูตร และธัมมัญญสูตร [6648-4S]</title>
			<itunes:title>ธรรมของสัตบุรุษ (คนดี)-จูฬปุณณมสูตร สัปปุริสสูตร และธัมมัญญสูตร [6648-4S]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Nov 2023 21:00:28 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/65675e0b3beb54001247d12d/media.mp3" length="27823879" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">65675e0b3beb54001247d12d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/65675e0b3beb54001247d12d</link>
			<acast:episodeId>65675e0b3beb54001247d12d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOfjBDrq8kXpfQqpXq81Egv2N09Ut/nYSUQa8pYmtl2lK71cB1ijt2vGSq6NY+wYOn0mCTZeFaPQIjsfvtXjSqf]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร1# จูฬปุณณมสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมาตา ในบุพพาราม กรุงสาวัตถี ประทับนั่ง ณ ที่แจ้ง ในคืนพระจันทร์เต็มดวงขึ้น 15 ค่ำ  มีภิกษุสงฆ์แวดล้อม ทรงตรัสสอนภิกษุเรื่อง อสัตบุรุษ (คนชั่ว) และ สัตบุรุษ (คนดี)  </p><p><strong>สูตร2# สัปปุริสสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี รับสั่งเรียกภิกษุเพื่อแสดงธรรมของสัตบุรุษและธรรมของอสัตบุรุษ </p><p><strong>สูตร3 #วาจาของสัตบุรษ อสัตบุรุษ และหญิงสะใภ้ใหม่</strong> ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุว่าด้วยธรรม 4 ประการของคนดี ให้พึงรักษาความละอายใจและความกลัว เหมือนหญิงที่ออกเรือนใหม่ เข้าสู่ตระกูลสามี </p><p><strong>สูตร4 # ธัมมัญญสูตร ผู้รู้ธรรม</strong> หากรู้จักธรรม (ธัมมัญญู) 7 ประการ นี้ได้รับการสรรเสริญจากพระผู้มีพระภาคว่าเป็นผู้ควรได้รับการยกย่อง ควรเคารพ ฯลฯ เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร1# จูฬปุณณมสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมาตา ในบุพพาราม กรุงสาวัตถี ประทับนั่ง ณ ที่แจ้ง ในคืนพระจันทร์เต็มดวงขึ้น 15 ค่ำ  มีภิกษุสงฆ์แวดล้อม ทรงตรัสสอนภิกษุเรื่อง อสัตบุรุษ (คนชั่ว) และ สัตบุรุษ (คนดี)  </p><p><strong>สูตร2# สัปปุริสสูตร</strong> พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี รับสั่งเรียกภิกษุเพื่อแสดงธรรมของสัตบุรุษและธรรมของอสัตบุรุษ </p><p><strong>สูตร3 #วาจาของสัตบุรษ อสัตบุรุษ และหญิงสะใภ้ใหม่</strong> ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุว่าด้วยธรรม 4 ประการของคนดี ให้พึงรักษาความละอายใจและความกลัว เหมือนหญิงที่ออกเรือนใหม่ เข้าสู่ตระกูลสามี </p><p><strong>สูตร4 # ธัมมัญญสูตร ผู้รู้ธรรม</strong> หากรู้จักธรรม (ธัมมัญญู) 7 ประการ นี้ได้รับการสรรเสริญจากพระผู้มีพระภาคว่าเป็นผู้ควรได้รับการยกย่อง ควรเคารพ ฯลฯ เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความเพียรที่ถูกต้องเพื่อพ้นทุกข์-เทวทหสูตร [6647-4s]</title>
			<itunes:title>ความเพียรที่ถูกต้องเพื่อพ้นทุกข์-เทวทหสูตร [6647-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Nov 2023 21:00:59 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/655dec1f68d5380012a9c043/media.mp3" length="27882473" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">655dec1f68d5380012a9c043</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/655dec1f68d5380012a9c043</link>
			<acast:episodeId>655dec1f68d5380012a9c043</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMqC+HM+DXGcLN+Npdd5cRQUXr6K495RBWNQJ4WZbHmFRDCMzpQz8N6pxnG4+TyYrrYKBN1LeYg78qiro8TUw4Y]]></acast:settings>
			<itunes:subtitle>6647-4s</itunes:subtitle>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาค ครั้นประทับอยู่ในนิคมเทวทหะ แคว้นสักกายะ ได้แสดงธรรมกับภิกษุว่า มีสมณพราหมณ์บางพวกมีความเห็นทุกข์ทั้งหลายเกิดขึ้น เพราะกรรมในชาติก่อน จะหมดทุกข์ได้ต้องบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก ตรัสว่าการเชื่ออย่างนั้นเป็นความเชื่ออย่างหลงงมงาย เพราะพิสูจน์ไม่ได้ </p><p>ทรงแสดงวิธีที่ความพยายาม ความเพียรจะมีผล คือ ไม่ปล่อยตัวให้ทุกข์ครอบงำไม่สละสุขที่ถูกธรรม ไม่ติดอยู่ในสุขนั้น มีปัญญารู้เห็นตามเป็นจริง ก็จะคลายความกำหนัดยินดีเสียได้ ความทุกข์ก็จะหมดไปได้ ความพยายาม ความเพียร จึงชื่อว่ามีผล</p><p>ทรงแสดงในที่สุดว่า พระคถาคตได้เสวยสุขเวทนาอันไม่มีอาสวะ (ตรงกันข้ามกับนิครนถ์ที่เสวยทุกขเวทนาอันหนัก) จึงได้รับการสรรเสริญ (ตรงกันข้ามกับการพวกสมณพราหมณ์ถูกติเตียน)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาค ครั้นประทับอยู่ในนิคมเทวทหะ แคว้นสักกายะ ได้แสดงธรรมกับภิกษุว่า มีสมณพราหมณ์บางพวกมีความเห็นทุกข์ทั้งหลายเกิดขึ้น เพราะกรรมในชาติก่อน จะหมดทุกข์ได้ต้องบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก ตรัสว่าการเชื่ออย่างนั้นเป็นความเชื่ออย่างหลงงมงาย เพราะพิสูจน์ไม่ได้ </p><p>ทรงแสดงวิธีที่ความพยายาม ความเพียรจะมีผล คือ ไม่ปล่อยตัวให้ทุกข์ครอบงำไม่สละสุขที่ถูกธรรม ไม่ติดอยู่ในสุขนั้น มีปัญญารู้เห็นตามเป็นจริง ก็จะคลายความกำหนัดยินดีเสียได้ ความทุกข์ก็จะหมดไปได้ ความพยายาม ความเพียร จึงชื่อว่ามีผล</p><p>ทรงแสดงในที่สุดว่า พระคถาคตได้เสวยสุขเวทนาอันไม่มีอาสวะ (ตรงกันข้ามกับนิครนถ์ที่เสวยทุกขเวทนาอันหนัก) จึงได้รับการสรรเสริญ (ตรงกันข้ามกับการพวกสมณพราหมณ์ถูกติเตียน)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>แก่นแห่งพรหมจรรย์-จูฬสาโรปมสูตร และจูฬโคสิงคสาลสูตร [6646-4s]</title>
			<itunes:title>แก่นแห่งพรหมจรรย์-จูฬสาโรปมสูตร และจูฬโคสิงคสาลสูตร [6646-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 Nov 2023 21:00:45 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6554afae1276b40012226eeb/media.mp3" length="28898704" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6554afae1276b40012226eeb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6554afae1276b40012226eeb</link>
			<acast:episodeId>6554afae1276b40012226eeb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO1HESYGsNIpqpsk5g/Njyz3wJfdwcLdHWcvOrUSI1OyuVb8dHrQ0txgO3KZRsGvz583V3sW8Q/Gk37IBrSjQXb]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬสาโรปมสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์ชื่อปิงคลโกจฉะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน&nbsp;พราหมณ์ได้กราบทูลถามเรื่องสมณพราหมณ์ที่มีชื่อเสียงว่า ท่านเหล่านั้นรู้ยิ่งตามปฏิญญาของตนหรือไม่ พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบ ทรงตรัสแสดงธรรม อุปมานักบวชกับผู้แสวงหาแก่นไม้ เมื่อทรงแสดงธรรมจบ ปิงคลโกจฉพราหมณ์แสดงตนเป็นอุบาสก ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><br><p>สูตร#2 จูฬโคสิงคสาลสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ท่านพระอนุรุทธะ&nbsp;ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมิละ ในคราวที่เสด็จไปเยี่ยมที่ป่าโคสิงคสาลวัน ท่านอยู่กันด้วยความสามัคคี มีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้า และลับหลัง ทั้งทางกาย วาจา และใจ พยายามที่จะเก็บจิตของตนเองแล้วทำตามจิตของผู้อื่น จึงสามารถอยู่เป็นสุขได้ พระผู้มีพระภาคทรงยกย่องพระเถระทั้ง 3 รูป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬสาโรปมสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์ชื่อปิงคลโกจฉะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน&nbsp;พราหมณ์ได้กราบทูลถามเรื่องสมณพราหมณ์ที่มีชื่อเสียงว่า ท่านเหล่านั้นรู้ยิ่งตามปฏิญญาของตนหรือไม่ พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบ ทรงตรัสแสดงธรรม อุปมานักบวชกับผู้แสวงหาแก่นไม้ เมื่อทรงแสดงธรรมจบ ปิงคลโกจฉพราหมณ์แสดงตนเป็นอุบาสก ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><br><p>สูตร#2 จูฬโคสิงคสาลสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ท่านพระอนุรุทธะ&nbsp;ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมิละ ในคราวที่เสด็จไปเยี่ยมที่ป่าโคสิงคสาลวัน ท่านอยู่กันด้วยความสามัคคี มีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้า และลับหลัง ทั้งทางกาย วาจา และใจ พยายามที่จะเก็บจิตของตนเองแล้วทำตามจิตของผู้อื่น จึงสามารถอยู่เป็นสุขได้ พระผู้มีพระภาคทรงยกย่องพระเถระทั้ง 3 รูป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทำมารให้ตาบอด-นิวาปสูตร เทวาสุรสังคามสูตร และมาคัณฑิยสูตร [6645-4s]</title>
			<itunes:title>ทำมารให้ตาบอด-นิวาปสูตร เทวาสุรสังคามสูตร และมาคัณฑิยสูตร [6645-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Nov 2023 21:00:29 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:27</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/654b5e9b11ed4a001202fee2/media.mp3" length="27949314" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">654b5e9b11ed4a001202fee2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/654b5e9b11ed4a001202fee2</link>
			<acast:episodeId>654b5e9b11ed4a001202fee2</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMv8LWaul34cvsmn1HqcsUgQABe9HGz32+lWsE/x4S/U5FDrCtR3+xpPD4V9Iig/B8owjX9KGxzQI6tabDRgaIy]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 นิวาปสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า พรานเนื้อที่ปลูกหญ้าไว้ในทุ่งหญ้ามิได้หวังให้ฝูงเนื้อมากินเพื่อจะได้อายุยืน ผิวพรรณดี มีชีวิตอยู่นานแต่ปลูกไว้เพื่อล่อจับเนื้อ ทรงอธิบายว่า มีเนื้ออยู่ 4 ฝูง ฝูงเนื้อที่ 1-3 เป็นเนื้อที่ถูกพรานเนื้อ และบริวารจับได้ ส่วนฝูงเนื้อที 4 พรานเนื้อ และบริวารจับไม่ได้ อุปมาอุปไมยเปรียบเทียบนักบวช 4 ประเภทกับเนื้อ 4 ฝูง ซึ่งนักบวชประเภทที่ 1-3 นั้น ถูกมารทำอะไร ๆ ได้ตามใจชอบ ส่วนนักบวชประเภทที่ 4 งดเว้นจากการบริโภคกามได้เด็ดขาด และไม่ยึดติดอยู่กับทิฏฐิใด ๆ จึงเป็นผู้ข้ามพ้นโลกามิสได้ จึงพ้นจากเงื้อมมือมาร และทรงตรัสแสดงข้อปฏิบัติ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ ที่มาร และบริษัทของมารมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><br><p><br></p><p>สูตร#2 เทวาสุรสังคามสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ที่รบกันถึง 3 ครั้ง และพวกอสูรชนะทุกครั้ง พวกเทวดาที่พ่ายแพ้จึงหนีไปยังเทพบุรี พวกอสูรทำอะไรพวกเทวดาไม่ได้ ต่อมาเทวดากับอสูรรบกันอีก พวกอสูรพ่ายแพ้หนีไปยังอสูรบุรี พวกเทวดาทำอะไรพวกอสูรไม่ได้ ทำให้ต่างได้เครื่องป้องกันภัย ทรงเปรียบเทียบกับภิกษุได้บรรลุธรรมแต่ละอย่าง คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 ทำให้ตนได้เครื่องป้องกันภัย มารทำอะไรภิกษุไม่ได้ ทำให้มารสิ้นสุดปิดตามารจนมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><br><p>สูตร#3 มาคัณฑิยสูตร (บางส่วน) ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ทรงเปล่งอุทานว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 นิวาปสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า พรานเนื้อที่ปลูกหญ้าไว้ในทุ่งหญ้ามิได้หวังให้ฝูงเนื้อมากินเพื่อจะได้อายุยืน ผิวพรรณดี มีชีวิตอยู่นานแต่ปลูกไว้เพื่อล่อจับเนื้อ ทรงอธิบายว่า มีเนื้ออยู่ 4 ฝูง ฝูงเนื้อที่ 1-3 เป็นเนื้อที่ถูกพรานเนื้อ และบริวารจับได้ ส่วนฝูงเนื้อที 4 พรานเนื้อ และบริวารจับไม่ได้ อุปมาอุปไมยเปรียบเทียบนักบวช 4 ประเภทกับเนื้อ 4 ฝูง ซึ่งนักบวชประเภทที่ 1-3 นั้น ถูกมารทำอะไร ๆ ได้ตามใจชอบ ส่วนนักบวชประเภทที่ 4 งดเว้นจากการบริโภคกามได้เด็ดขาด และไม่ยึดติดอยู่กับทิฏฐิใด ๆ จึงเป็นผู้ข้ามพ้นโลกามิสได้ จึงพ้นจากเงื้อมมือมาร และทรงตรัสแสดงข้อปฏิบัติ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ ที่มาร และบริษัทของมารมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><br><p><br></p><p>สูตร#2 เทวาสุรสังคามสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ที่รบกันถึง 3 ครั้ง และพวกอสูรชนะทุกครั้ง พวกเทวดาที่พ่ายแพ้จึงหนีไปยังเทพบุรี พวกอสูรทำอะไรพวกเทวดาไม่ได้ ต่อมาเทวดากับอสูรรบกันอีก พวกอสูรพ่ายแพ้หนีไปยังอสูรบุรี พวกเทวดาทำอะไรพวกอสูรไม่ได้ ทำให้ต่างได้เครื่องป้องกันภัย ทรงเปรียบเทียบกับภิกษุได้บรรลุธรรมแต่ละอย่าง คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 ทำให้ตนได้เครื่องป้องกันภัย มารทำอะไรภิกษุไม่ได้ ทำให้มารสิ้นสุดปิดตามารจนมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><br><p>สูตร#3 มาคัณฑิยสูตร (บางส่วน) ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ทรงเปล่งอุทานว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิปทาเพื่อความสำเร็จ-อากังเขยสูตร สังขารูปปัตติสูตร และนคโรปมสูตร [6644-4s]</title>
			<itunes:title>ปฏิปทาเพื่อความสำเร็จ-อากังเขยสูตร สังขารูปปัตติสูตร และนคโรปมสูตร [6644-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Nov 2023 21:00:23 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/654258d058f3b50012752c93/media.mp3" length="41108899" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">654258d058f3b50012752c93</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/654258d058f3b50012752c93</link>
			<acast:episodeId>654258d058f3b50012752c93</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO30apjAFmEgRiv2GMvBgBdxsPbREapcc0PcNXmd18GfpOrxLE3CnaJBgSVYf2yb+chLHsH0IAw4uhOCuRAcJwV]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อากังเขยสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงตรัสเรื่อง ให้สำรวมในปาฏิโมกข์ (ศีลที่เป็นประธาน) เพียบพร้อมด้วยอาจาระ และโคจร คือ ความสำรวมระวังในศีลทั้งปวง และไม่เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาอาชีวะที่พระพุทธเจ้าทรงตำหนิ รวมถึงการรู้จักไปในที่อันควร เห็นภัยในโทษแม้เล็กน้อย</p><p>ต่อจากนั้นได้ทรงแสดงว่า ถ้าภิกษุพึงหวังประการใดใน 17 ข้อนี้ เริ่มตั้งแต่ความหวังให้เป็นที่รักเคารพของเพื่อนพรหมจารีขึ้นไปจนถึงความหวังขั้นสูงสุด คือ การทำให้แจ้งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันไม่มีอาสวะ คือ เป็นพระอรหันต์ ก็จงทำให้บริบูรณ์ในศีล หมั่นประกอบความสงบจิตในภายใน หมั่นเจริญฌานประกอบด้วยวิปัสสนา และเพิ่มพูนเรือนว่าง (การเรียนกัมมัฏฐาน คือ สมถะ และวิปัสสนา) ข้อปฏิบัติที่แสดงในที่นี้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา</p><br><p>สูตร#2 สังขารูปปัตติสูตร&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงตรัสว่า การที่ภิกษุประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา&nbsp;ซึ่งเมื่อเจริญและทำให้มากแล้ว เมื่อปราถนาจะไปเกิดในสิ่งที่ดี ๆ อย่างไร ให้ตั้งจิต อธิษฐานจิต และเจริญจิตนั้น ก็จะเกิดในฐานะนั้น ๆ ได้ตามปรารถนา ตั้งแต่ความเป็นกษัตริย์มหาศาล พราหมณมหาศาล จนถึงเทพ พรหมทั้งรูปพรหม และอรูปพรหม และในที่สุด ถึงทำอาสวะให้สิ้นได้</p><br><p>สูตร#3 นคโรปมสูตร ทรงแสดงคุณสมบัติของพระอริยสาวก 7 ประการ ที่ทำให้ละอกุศล เจริญกุศลได้ เปรียบเทียบกับเครื่องป้องกันนคร 7 อย่าง ที่ทำให้นครที่ตั้งอยู่ชายแดนปราศจากภัยอันตรายได้ และทรงแสดงฌาน 4 ประการ ที่เป็นคุณสมบัติภายในของอริยสาวกซึ่งทำให้บรรลุคุณพิเศษชั้นสูงได้ เปรียบเทียบกับคุณสมบัติภายในของนครชายแดน 4 ประการ ที่ทำให้ชาวเมืองอยู่ผาสุก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อากังเขยสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงตรัสเรื่อง ให้สำรวมในปาฏิโมกข์ (ศีลที่เป็นประธาน) เพียบพร้อมด้วยอาจาระ และโคจร คือ ความสำรวมระวังในศีลทั้งปวง และไม่เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาอาชีวะที่พระพุทธเจ้าทรงตำหนิ รวมถึงการรู้จักไปในที่อันควร เห็นภัยในโทษแม้เล็กน้อย</p><p>ต่อจากนั้นได้ทรงแสดงว่า ถ้าภิกษุพึงหวังประการใดใน 17 ข้อนี้ เริ่มตั้งแต่ความหวังให้เป็นที่รักเคารพของเพื่อนพรหมจารีขึ้นไปจนถึงความหวังขั้นสูงสุด คือ การทำให้แจ้งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันไม่มีอาสวะ คือ เป็นพระอรหันต์ ก็จงทำให้บริบูรณ์ในศีล หมั่นประกอบความสงบจิตในภายใน หมั่นเจริญฌานประกอบด้วยวิปัสสนา และเพิ่มพูนเรือนว่าง (การเรียนกัมมัฏฐาน คือ สมถะ และวิปัสสนา) ข้อปฏิบัติที่แสดงในที่นี้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา</p><br><p>สูตร#2 สังขารูปปัตติสูตร&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงตรัสว่า การที่ภิกษุประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา&nbsp;ซึ่งเมื่อเจริญและทำให้มากแล้ว เมื่อปราถนาจะไปเกิดในสิ่งที่ดี ๆ อย่างไร ให้ตั้งจิต อธิษฐานจิต และเจริญจิตนั้น ก็จะเกิดในฐานะนั้น ๆ ได้ตามปรารถนา ตั้งแต่ความเป็นกษัตริย์มหาศาล พราหมณมหาศาล จนถึงเทพ พรหมทั้งรูปพรหม และอรูปพรหม และในที่สุด ถึงทำอาสวะให้สิ้นได้</p><br><p>สูตร#3 นคโรปมสูตร ทรงแสดงคุณสมบัติของพระอริยสาวก 7 ประการ ที่ทำให้ละอกุศล เจริญกุศลได้ เปรียบเทียบกับเครื่องป้องกันนคร 7 อย่าง ที่ทำให้นครที่ตั้งอยู่ชายแดนปราศจากภัยอันตรายได้ และทรงแสดงฌาน 4 ประการ ที่เป็นคุณสมบัติภายในของอริยสาวกซึ่งทำให้บรรลุคุณพิเศษชั้นสูงได้ เปรียบเทียบกับคุณสมบัติภายในของนครชายแดน 4 ประการ ที่ทำให้ชาวเมืองอยู่ผาสุก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต-พหุธาตุกสูตร และสฬายตนวิภังคสูตร [6643-4s]</title>
			<itunes:title>ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต-พหุธาตุกสูตร และสฬายตนวิภังคสูตร [6643-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Oct 2023 21:00:37 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6538bd9f9ee7430012f98318/media.mp3" length="29591384" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6538bd9f9ee7430012f98318</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6538bd9f9ee7430012f98318</link>
			<acast:episodeId>6538bd9f9ee7430012f98318</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOjJ1SPmKVeatV9Yp593odCLmVW9JemXULb53MO4gWtiXZKuqvqkoY6yH7cYOJRcG4CKQ5NtEbG06rQZbOcFlul]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>43</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 พหุธาตุกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า ภัย อุปัททวะ และอุปสรรคล้วนเกิดจากคนพาลมิใช่เกิดจากบัณฑิต เหมือนไฟที่ลุกไหม้จากเรือนไม้อ้อ ไหม้เรือนยอดที่มีประตูหน้าต่างปิดสนิทได้ฉะนั้น ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ด้วยเหตุเท่าไร จึงสมควรเรียกว่าภิกษุผู้เป็นบัณฑิต ตรัสตอบว่า เพราะเป็นผู้ฉลาดในธาตุ เป็นผู้ฉลาดในอายตนะ เป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท และเป็นผู้ฉลาดในฐานะ อฐานะ จากนั้นทรงจำแนกธรรมเหล่านี้โดยละเอียด</p><br><p>สูตร#2 สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกอายตนะ 6 ประการ ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน&nbsp;อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ ภิกษุได้ศึกษาเรื่องอายตนะโดยละเอียดลึกซึ้ง ทรงตรัสอธิบาย เรื่อง อายตนะภายใน 6, อายตนะภายนอก 6, หมวดวิญญาณ 6, หมวดผัสสะ 6, มโนปวิจาร 18, สัตตบท 36 และสติปัฏฐาน 3</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 พหุธาตุกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า ภัย อุปัททวะ และอุปสรรคล้วนเกิดจากคนพาลมิใช่เกิดจากบัณฑิต เหมือนไฟที่ลุกไหม้จากเรือนไม้อ้อ ไหม้เรือนยอดที่มีประตูหน้าต่างปิดสนิทได้ฉะนั้น ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ด้วยเหตุเท่าไร จึงสมควรเรียกว่าภิกษุผู้เป็นบัณฑิต ตรัสตอบว่า เพราะเป็นผู้ฉลาดในธาตุ เป็นผู้ฉลาดในอายตนะ เป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท และเป็นผู้ฉลาดในฐานะ อฐานะ จากนั้นทรงจำแนกธรรมเหล่านี้โดยละเอียด</p><br><p>สูตร#2 สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกอายตนะ 6 ประการ ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน&nbsp;อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ ภิกษุได้ศึกษาเรื่องอายตนะโดยละเอียดลึกซึ้ง ทรงตรัสอธิบาย เรื่อง อายตนะภายใน 6, อายตนะภายนอก 6, หมวดวิญญาณ 6, หมวดผัสสะ 6, มโนปวิจาร 18, สัตตบท 36 และสติปัฏฐาน 3</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พราหมณ์ ชื่อ พรหมายุ-พรหมายุสูตร [6642-4s]</title>
			<itunes:title>พราหมณ์ ชื่อ พรหมายุ-พรหมายุสูตร [6642-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Oct 2023 21:00:24 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/652fc91820efb900122f99f8/media.mp3" length="27719576" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">652fc91820efb900122f99f8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/652fc91820efb900122f99f8</link>
			<acast:episodeId>652fc91820efb900122f99f8</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNnKRc4VIZIg/xObAYykX9kNF/4UwGbzRmrtfbM+vowMdD4yTVQ/ZLNBHHbljO5LBsNhKl4OBsDO6XEez4PmCty]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>42</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 พรหมายุสูตร สมัยหนึ่งทรงเสด็จจาริกไปในแคว้นวิเทหะ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ พราหมณ์ชื่อพรหมายุอาศัยอยู่ในกรุงมิถิลา เป็นคนชราอายุ 120 ปี เป็นพราหมณ์ผู้ใหญ่ เชี่ยวชาญไตรเวท รู้จักศาสตร์ ว่าด้วยคดีโลก และมหาปุริสลักษณะ ได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับพระผู้มีพระภาค จึงใช้อุตตรมาณพ (ผู้เป็นศิษย์) ให้ไปติดตามดูมหาปุริสลักษณะ และดูความเป็นไปของพระผู้มีพระภาคทุกอริยาบทตลอดเวลา 7 เดือน แล้วไปแจ้งให้พรหมายุพราหมณ์ทราบ</p><p>&nbsp;&nbsp;พรหมายุพราหมณ์จึงได้เดินทางไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงป่ามะม่วงของพระเจ้ามฆเทพ เมื่อไปถึงได้ใช้อุตตรมาณพเข้าไปกราบทูลก่อน ด้วยถือว่าเป็นมารยาทที่จะเข้าไปเฝ้าต่อเมื่อได้รับอนุญาตหรือเชื้อเชิญ เมื่อมาณพไปเฝ้ากราบทูล และทรงเปิดโอกาสแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพิจารณาดูมหาปุริสลักษณะ ทรงเปิดโอกาสให้เห็นอย่างธรรมดา มี 2 ส่วนที่เห็นยาก คือ (1) พระคุยหฐานอันเร้นอยู่ในฝัก (2) พระชิวหาใหญ่ พราหมณ์จึงขอดู ก็ทรงแสดงอิทธาภิสังขาร (แสดงโดยฤทธิ์) ให้เห็น</p><p>&nbsp;เมื่อได้เห็นครบทั้งสามสิบสองประการแล้ว จึงทูลถามปัญหา เกี่ยวกับคุณธรรมของพราหมณ์ผู้รู้เวท ฯลฯ&nbsp;ทรงตอบ ทรงแสดงคุณธรรมเหล่านั้น พราหมณ์นั้นเกิดความเลื่อมใส จึงทรงแสดงอนุปุพพิกถา และเรื่องอริยสัจจ์ 4 พรหมายุพราหมณ์ได้บรรลุธรรมขั้นโสดาบัน จึงนิมนต์พระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ไปฉันในวันรุ่งขึ้น เมื่อเสด็จไปฉันแล้วพักอยู่ในแคว้นวิเทหะนั้นอีก 7 วัน ก็เสด็จจากไป</p><p>&nbsp;ต่อมา พรหมายุถึงแก่กรรม ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลถามถึงคติ จึงตรัสตอบว่า เป็นอนาคามี ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก</p><br><p>สูตร#2 (เพิ่มเติม) ความเป็นอยู่ก่อนออกบวช และการออกบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 พรหมายุสูตร สมัยหนึ่งทรงเสด็จจาริกไปในแคว้นวิเทหะ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ พราหมณ์ชื่อพรหมายุอาศัยอยู่ในกรุงมิถิลา เป็นคนชราอายุ 120 ปี เป็นพราหมณ์ผู้ใหญ่ เชี่ยวชาญไตรเวท รู้จักศาสตร์ ว่าด้วยคดีโลก และมหาปุริสลักษณะ ได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับพระผู้มีพระภาค จึงใช้อุตตรมาณพ (ผู้เป็นศิษย์) ให้ไปติดตามดูมหาปุริสลักษณะ และดูความเป็นไปของพระผู้มีพระภาคทุกอริยาบทตลอดเวลา 7 เดือน แล้วไปแจ้งให้พรหมายุพราหมณ์ทราบ</p><p>&nbsp;&nbsp;พรหมายุพราหมณ์จึงได้เดินทางไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงป่ามะม่วงของพระเจ้ามฆเทพ เมื่อไปถึงได้ใช้อุตตรมาณพเข้าไปกราบทูลก่อน ด้วยถือว่าเป็นมารยาทที่จะเข้าไปเฝ้าต่อเมื่อได้รับอนุญาตหรือเชื้อเชิญ เมื่อมาณพไปเฝ้ากราบทูล และทรงเปิดโอกาสแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพิจารณาดูมหาปุริสลักษณะ ทรงเปิดโอกาสให้เห็นอย่างธรรมดา มี 2 ส่วนที่เห็นยาก คือ (1) พระคุยหฐานอันเร้นอยู่ในฝัก (2) พระชิวหาใหญ่ พราหมณ์จึงขอดู ก็ทรงแสดงอิทธาภิสังขาร (แสดงโดยฤทธิ์) ให้เห็น</p><p>&nbsp;เมื่อได้เห็นครบทั้งสามสิบสองประการแล้ว จึงทูลถามปัญหา เกี่ยวกับคุณธรรมของพราหมณ์ผู้รู้เวท ฯลฯ&nbsp;ทรงตอบ ทรงแสดงคุณธรรมเหล่านั้น พราหมณ์นั้นเกิดความเลื่อมใส จึงทรงแสดงอนุปุพพิกถา และเรื่องอริยสัจจ์ 4 พรหมายุพราหมณ์ได้บรรลุธรรมขั้นโสดาบัน จึงนิมนต์พระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ไปฉันในวันรุ่งขึ้น เมื่อเสด็จไปฉันแล้วพักอยู่ในแคว้นวิเทหะนั้นอีก 7 วัน ก็เสด็จจากไป</p><p>&nbsp;ต่อมา พรหมายุถึงแก่กรรม ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลถามถึงคติ จึงตรัสตอบว่า เป็นอนาคามี ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก</p><br><p>สูตร#2 (เพิ่มเติม) ความเป็นอยู่ก่อนออกบวช และการออกบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมอันน่าอัศจรรย์ของพระพุทธเจ้า-อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร และมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ [6641-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมอันน่าอัศจรรย์ของพระพุทธเจ้า-อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร และมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ [6641-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Oct 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6526d1b3d5cc04001223b0d6/media.mp3" length="27567884" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6526d1b3d5cc04001223b0d6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6526d1b3d5cc04001223b0d6</link>
			<acast:episodeId>6526d1b3d5cc04001223b0d6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7fx5U/w9mQCXqt1ygVXjs95Tagaf9noogX6ybL748P6JSsSYdjt9rg20v9/AprjYjDaS5qeVp/TchZqMV7YhVAU=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>41</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อัจฉริยยัพภูตธัมมสูตร</strong> ทรงรับสั่งให้ท่านพระอานนท์แสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี หลังจากกลับจากบิณฑบาต และฉันภัตตาหารแล้ว ภิกษุจำนวนมาก นั่งสนทนากันที่หอประชุมว่า น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏที่พระผู้มีพระภาคทรงมีอานุภาพมาก ทรงสามารถระลึกถึงพระประวัติของพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตได้แจ่มแจ้งทั้งหมด ท่านพระอานนท์ซึ่งร่วมอยู่ในที่ประชุมนั้น ก็ได้กล่าวเสริมว่า พระตถาคตทั้งหลายทรงเป็นผู้น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ และทรงประกอบด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์ไม่เคยปรากฏ ครั้นสนทนาถึงตรงนี้ พระผู้มีพระภาคเสด็จมาสู่ที่ประชุมนั้น ตรัสถามว่า สนทนาเรื่องอะไร เมื่อท่านพระอานนท์กราบทูลให้ทรงทราบ จึงรับสั่งให้ท่านพระอานนท์อธิบายธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฎของพระองค์ให้ภิกษุเหล่านั้นฟัง เพื่อจดจำไว้ ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลรายงานความน่าอัศจรรย์ไม่เคยปรากฎของพระองค์ 19 ประการที่ได้สดับรับฟังมาเฉพาะพระพักตร์ เมื่อกราบทูลจบ พระองค์ทรงเพิ่มประการที่ 20 ให้ รวมเป็นอัจฉริยัพภูตธรรม 20 ประการ และรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายจดจำไว้</p><br><p><strong> สูตร#2 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน มหาปุริสลักษณะ 32 ประการ</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 อัจฉริยยัพภูตธัมมสูตร</strong> ทรงรับสั่งให้ท่านพระอานนท์แสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี หลังจากกลับจากบิณฑบาต และฉันภัตตาหารแล้ว ภิกษุจำนวนมาก นั่งสนทนากันที่หอประชุมว่า น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏที่พระผู้มีพระภาคทรงมีอานุภาพมาก ทรงสามารถระลึกถึงพระประวัติของพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตได้แจ่มแจ้งทั้งหมด ท่านพระอานนท์ซึ่งร่วมอยู่ในที่ประชุมนั้น ก็ได้กล่าวเสริมว่า พระตถาคตทั้งหลายทรงเป็นผู้น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ และทรงประกอบด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์ไม่เคยปรากฏ ครั้นสนทนาถึงตรงนี้ พระผู้มีพระภาคเสด็จมาสู่ที่ประชุมนั้น ตรัสถามว่า สนทนาเรื่องอะไร เมื่อท่านพระอานนท์กราบทูลให้ทรงทราบ จึงรับสั่งให้ท่านพระอานนท์อธิบายธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฎของพระองค์ให้ภิกษุเหล่านั้นฟัง เพื่อจดจำไว้ ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลรายงานความน่าอัศจรรย์ไม่เคยปรากฎของพระองค์ 19 ประการที่ได้สดับรับฟังมาเฉพาะพระพักตร์ เมื่อกราบทูลจบ พระองค์ทรงเพิ่มประการที่ 20 ให้ รวมเป็นอัจฉริยัพภูตธรรม 20 ประการ และรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายจดจำไว้</p><br><p><strong> สูตร#2 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน มหาปุริสลักษณะ 32 ประการ</strong></p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภัยคือความแก่ ความเจ็บ และความตาย-ปัพพโตปมสูตร ภยสูตร ฐานสูตร และจุนทสูตร [6640-4s]</title>
			<itunes:title>ภัยคือความแก่ ความเจ็บ และความตาย-ปัพพโตปมสูตร ภยสูตร ฐานสูตร และจุนทสูตร [6640-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Oct 2023 21:00:20 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:07:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/651d2d504c76f300116ea994/media.mp3" length="32176378" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">651d2d504c76f300116ea994</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/651d2d504c76f300116ea994</link>
			<acast:episodeId>651d2d504c76f300116ea994</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7ZX1HsqDNUZkACofwjg2ingoo1HUgYd3puwh1xK4Ihwv/Zba5jkBo4Edhl4RNIc12VFtE4efOoZosn3z5+IJM7Y=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>40</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 ปัพพโตปมสูตร พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรัสถามถึงกิจที่พระราชาพึงขวนขวาย พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า สิ่งที่ควรทำ คือ การประพฤติธรรม การประพฤติสม่ำเสมอ การสร้างกุศล การทำบุญ</p><br><p>สูตร#2 ภยสูตร ว่าด้วยเรื่องภัยใหญ่ คือ ภัยที่ปุถุชนเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย ได้แก่ ภัยจากไฟไหม้ใหญ่ ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ และภัยจากโจรปล้นใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุให้บุตรพลัดพรากจากมารดา แต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภัยใหญ่ดังกล่าวยังเป็น สมาตาปุตติกภัย คือ ภัยที่ยังพอมีโอกาสให้บุตรพบกับมารดาได้บ้าง แต่ภัยใหญ่ต่อไปนี้ มารดา และบุตรไม่สามารถจะห้ามมิให้เกิดขึ้นแก่กันและกันได้เลย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จึงตรัสเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย หนทางที่จะให้ล่วงพ้นภัย 2 อย่างนี้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p>สูตร#3 ฐานสูตร พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใคร ๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย ทรงแสดงว่า ฐานะแต่ละอย่างเกิดขึ้นทั้งแก่ปุถุชน และอริยสาวก แต่ปุถุชนไม่มีปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริง ตรงกันข้ามกลับถูกสิ่งเหล่านี้ครอบงำจนเกิดทุกข์กาย และทุกข์ใจ ส่วนอริยสาวกมีนัยตรงกันข้ามกับปุถุชน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 ปัพพโตปมสูตร พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรัสถามถึงกิจที่พระราชาพึงขวนขวาย พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า สิ่งที่ควรทำ คือ การประพฤติธรรม การประพฤติสม่ำเสมอ การสร้างกุศล การทำบุญ</p><br><p>สูตร#2 ภยสูตร ว่าด้วยเรื่องภัยใหญ่ คือ ภัยที่ปุถุชนเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย ได้แก่ ภัยจากไฟไหม้ใหญ่ ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ และภัยจากโจรปล้นใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุให้บุตรพลัดพรากจากมารดา แต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภัยใหญ่ดังกล่าวยังเป็น สมาตาปุตติกภัย คือ ภัยที่ยังพอมีโอกาสให้บุตรพบกับมารดาได้บ้าง แต่ภัยใหญ่ต่อไปนี้ มารดา และบุตรไม่สามารถจะห้ามมิให้เกิดขึ้นแก่กันและกันได้เลย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จึงตรัสเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย หนทางที่จะให้ล่วงพ้นภัย 2 อย่างนี้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p>สูตร#3 ฐานสูตร พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใคร ๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย ทรงแสดงว่า ฐานะแต่ละอย่างเกิดขึ้นทั้งแก่ปุถุชน และอริยสาวก แต่ปุถุชนไม่มีปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริง ตรงกันข้ามกลับถูกสิ่งเหล่านี้ครอบงำจนเกิดทุกข์กาย และทุกข์ใจ ส่วนอริยสาวกมีนัยตรงกันข้ามกับปุถุชน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มุนีผู้สงบ-ธาตุวิภังคสูตร และชาณุสโสณิพราหมณสูตร [6639-4s]</title>
			<itunes:title>มุนีผู้สงบ-ธาตุวิภังคสูตร และชาณุสโสณิพราหมณสูตร [6639-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Sep 2023 21:00:31 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:16</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6512cc71f8d0a60011504b4a/media.mp3" length="27532353" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6512cc71f8d0a60011504b4a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6512cc71f8d0a60011504b4a</link>
			<acast:episodeId>6512cc71f8d0a60011504b4a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7WzpkTK7K0uSpsz9MSo+tBvs/6OjjY8rbtyYKJABm0daaekqmS3Ktid4pLlPv9Qy21GJ92q4D8LkIr1pKuarDdM=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>39</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 ธาตุวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกธาตุ ทรงแสดงแก่ท่านปุกกุสาติผู้บวชอุทิศต่อพระองค์แต่ไม่เคยรู้จัก และไม่เคยเห็นพระองค์ เพื่อโปรดท่านให้เข้าถึงธรรม ขณะท่านพักอยู่ที่ศาลาของช่างหม้อชื่อ ภัคควะ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงว่า บุรุษผู้มีธาตุ 6 มีผัสสายตนะ 6 มีมโนปวิจาร 18 มีอธิษฐานธรรม 4 บัณฑิตเรียกว่า มุนีผู้สงบ และทรงแสดงในรายละเอียด ผลจากการแสดงธรรมครั้งนี้ทำให้ท่านปุกกุสาติ ได้ทราบว่า ผู้ที่แสดงธรรมนั้น คือ พระพุทธเจ้าจึงกราบลงแทบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาค แล้วกราบทูลขออภัยโทษที่เรียกพระองค์ด้วยวาทะว่า "ผู้มีอายุ" เมื่อพระองค์ทรงยกโทษให้ จึงขออุปสมบทในพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีบาตร และจีวร พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอุปสมบทให้ ท่านจึงไปเที่ยวแสวงหาบาตรและจีวร แต่ถูกแม่โคขวิดตายเสียก่อน เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าไปทูลถามถึงคติภพของท่าน พระองค์ตรัสว่าท่านปุกกุสาติเป็นพระอนาคามี ไปเกิดในพรหมโลกและจะนิพพานในโลกนั้น</p><br><p>สูตร#2 ชาณุสโสณิพราหมณสูตร (สังยุตตนิกาย #19) ท่านพระอานนท์เห็นชาณุสโสณิพราหมณ์ขึ้นรถเทียมม้าขาว และตกแต่งส่วนต่างๆของรถด้วยสีขาว ออกจากกรุงสาวัตถี และมีคนชมว่ายานประเสริฐ จึงเข้าไปทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ในธรรมวินัยนี้สามารถบัญญัติยานอันประเสริฐได้หรือไม่ พระองค์ตรัสตอบว่า ได้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเรียกว่า พรหมยานบ้าง ธรรมยานบ้าง รถพิชัยสงครามบ้าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 ธาตุวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกธาตุ ทรงแสดงแก่ท่านปุกกุสาติผู้บวชอุทิศต่อพระองค์แต่ไม่เคยรู้จัก และไม่เคยเห็นพระองค์ เพื่อโปรดท่านให้เข้าถึงธรรม ขณะท่านพักอยู่ที่ศาลาของช่างหม้อชื่อ ภัคควะ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงว่า บุรุษผู้มีธาตุ 6 มีผัสสายตนะ 6 มีมโนปวิจาร 18 มีอธิษฐานธรรม 4 บัณฑิตเรียกว่า มุนีผู้สงบ และทรงแสดงในรายละเอียด ผลจากการแสดงธรรมครั้งนี้ทำให้ท่านปุกกุสาติ ได้ทราบว่า ผู้ที่แสดงธรรมนั้น คือ พระพุทธเจ้าจึงกราบลงแทบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาค แล้วกราบทูลขออภัยโทษที่เรียกพระองค์ด้วยวาทะว่า "ผู้มีอายุ" เมื่อพระองค์ทรงยกโทษให้ จึงขออุปสมบทในพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีบาตร และจีวร พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอุปสมบทให้ ท่านจึงไปเที่ยวแสวงหาบาตรและจีวร แต่ถูกแม่โคขวิดตายเสียก่อน เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าไปทูลถามถึงคติภพของท่าน พระองค์ตรัสว่าท่านปุกกุสาติเป็นพระอนาคามี ไปเกิดในพรหมโลกและจะนิพพานในโลกนั้น</p><br><p>สูตร#2 ชาณุสโสณิพราหมณสูตร (สังยุตตนิกาย #19) ท่านพระอานนท์เห็นชาณุสโสณิพราหมณ์ขึ้นรถเทียมม้าขาว และตกแต่งส่วนต่างๆของรถด้วยสีขาว ออกจากกรุงสาวัตถี และมีคนชมว่ายานประเสริฐ จึงเข้าไปทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ในธรรมวินัยนี้สามารถบัญญัติยานอันประเสริฐได้หรือไม่ พระองค์ตรัสตอบว่า ได้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเรียกว่า พรหมยานบ้าง ธรรมยานบ้าง รถพิชัยสงครามบ้าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กามและกามคุณ-โปตลิยสูตร และนิพเพธิกสูตร [6638-4s]</title>
			<itunes:title>กามและกามคุณ-โปตลิยสูตร และนิพเพธิกสูตร [6638-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Sep 2023 21:00:07 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/650aefc63bf49b0011c7afb8/media.mp3" length="27999643" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">650aefc63bf49b0011c7afb8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/650aefc63bf49b0011c7afb8</link>
			<acast:episodeId>650aefc63bf49b0011c7afb8</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsoxhINu4Ad7VkAnsB5MGv7VTNtK+fZAWrS1uh+GSBW2C4I9qlbNubdOpBkO8NaszWZLa/iemGhRjvszZdzqRyM+k6N6PLzqsj+wrRHA/nmAE=]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>38</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 โปตลิยสูตร ทรงแสดงแก่โปตลิยคหบดี ณ นิคมของชาวอังคุตตราปะชื่ออาปณะ แคว้นอังคุตตราปะ&nbsp;โดยทรงปรารภคำกล่าวของโปตลิยคหบดีเรื่องที่ได้ตัดขาดโวหารทุกอย่างแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสถามถึงการตัดขาดโวหารของเขา แล้วทรงแสดงธรรม 8 ประการที่เป็นไปเพื่อการตัดขาดโวหารในอริยวินัย ทรงอธิบายถึงโทษแห่งกาม (กามาทีนวกถา) 7 ประการ พร้อมทั้งการพิจารณาให้เห็นโทษแห่งกาม ซึ่งจะทำให้บรรลุฌาน 4 และวิชชา 3 เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบลง โปตลิยคหบดีได้แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><br><p> สูตร#2 นิพเพธิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส คือ ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา... (3) สัญญา... (4) อาสวะ... (5) กรรม... (6) ทุกข์... ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 โปตลิยสูตร ทรงแสดงแก่โปตลิยคหบดี ณ นิคมของชาวอังคุตตราปะชื่ออาปณะ แคว้นอังคุตตราปะ&nbsp;โดยทรงปรารภคำกล่าวของโปตลิยคหบดีเรื่องที่ได้ตัดขาดโวหารทุกอย่างแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสถามถึงการตัดขาดโวหารของเขา แล้วทรงแสดงธรรม 8 ประการที่เป็นไปเพื่อการตัดขาดโวหารในอริยวินัย ทรงอธิบายถึงโทษแห่งกาม (กามาทีนวกถา) 7 ประการ พร้อมทั้งการพิจารณาให้เห็นโทษแห่งกาม ซึ่งจะทำให้บรรลุฌาน 4 และวิชชา 3 เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบลง โปตลิยคหบดีได้แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><br><p> สูตร#2 นิพเพธิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส คือ ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา... (3) สัญญา... (4) อาสวะ... (5) กรรม... (6) ทุกข์... ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ-มาคัณฑิยสูตร [6637-4s]</title>
			<itunes:title>ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ-มาคัณฑิยสูตร [6637-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Sep 2023 21:00:53 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/650164eef4929b00108d487e/media.mp3" length="26478094" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">650164eef4929b00108d487e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/650164eef4929b00108d487e</link>
			<acast:episodeId>650164eef4929b00108d487e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNA/gxTE/gby2OVH7fnufjgWeWDHZbAeZayl6SqkSPoFfj+Ql7uRmIXY7yfLDBPx0/KdXRe5MBt12xm68OqXVva]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>37</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มาคัณฑิยสูตร ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ขณะประทับอยู่ที่โรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร ในนิคมของชาวกุรุ ชื่อกัมมาสธัมมะ มาคัณฑิยปริพาชกเข้าไปขออาศัยโรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร และเมื่อปริพาชกทราบว่าทรงประทับอยู่ก่อนแล้ว จึงกล่าวกับพราหมณ์ว่า การเห็นที่นอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอัปมงคล และกล่าวหาว่าพระองค์เป็นผู้ทำลายความเจริญ</p><p>ทรงสดับการสนทนานั้นด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์ จึงเสด็จกลับมายังโรงบูชาไฟ ทรงตรัสถามมาคัณฑิยปริพาชกเรื่องการสำรวมอินทรีย์ และทรงเล่าถึงเมื่อยังทรงเป็นคฤหัสถ์ เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ 5 ประการ ต่อมาทรงรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากกามทั้งหลาย ละตัณหาได้ บรรเทาความเร่าร้อนที่เกิดเพราะกามได้ มีจิตสงบ เพราะได้รับสุขระดับสุขทิพย์</p><p>จากนั้นทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบผู้บริโภคกามเหมือนคนเป็นโรคเรื้อน เหมือนคนตาบอด</p><p>ทรงตรัสว่า การที่มาคัณฑิยปริพาชกกล่าวว่า ร่างกายที่ไม่มีโรค เป็นความไม่มีโรค เป็นนิพพานนั้น เป็นการกล่าวโดยไม่มีจักษุอย่างที่พระอริยบุคคลมี มาคัณฑิยปริพาชกจึงกราบทูลให้ทรงแสดงธรรมเพื่อให้ตนไม่เป็นคนตาบอด ทรงตรัสแนะนำให้คบสัตบุรุษ ฟังธรรมจากท่านและปฏิบัติตาม เมื่อทรงแสดงธรรมจบ มาคัณฑิยปริพาชกจึงขออุปสมบท และต่อมาท่านพระมาคัณฑิยะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มาคัณฑิยสูตร ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ขณะประทับอยู่ที่โรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร ในนิคมของชาวกุรุ ชื่อกัมมาสธัมมะ มาคัณฑิยปริพาชกเข้าไปขออาศัยโรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร และเมื่อปริพาชกทราบว่าทรงประทับอยู่ก่อนแล้ว จึงกล่าวกับพราหมณ์ว่า การเห็นที่นอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอัปมงคล และกล่าวหาว่าพระองค์เป็นผู้ทำลายความเจริญ</p><p>ทรงสดับการสนทนานั้นด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์ จึงเสด็จกลับมายังโรงบูชาไฟ ทรงตรัสถามมาคัณฑิยปริพาชกเรื่องการสำรวมอินทรีย์ และทรงเล่าถึงเมื่อยังทรงเป็นคฤหัสถ์ เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ 5 ประการ ต่อมาทรงรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากกามทั้งหลาย ละตัณหาได้ บรรเทาความเร่าร้อนที่เกิดเพราะกามได้ มีจิตสงบ เพราะได้รับสุขระดับสุขทิพย์</p><p>จากนั้นทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบผู้บริโภคกามเหมือนคนเป็นโรคเรื้อน เหมือนคนตาบอด</p><p>ทรงตรัสว่า การที่มาคัณฑิยปริพาชกกล่าวว่า ร่างกายที่ไม่มีโรค เป็นความไม่มีโรค เป็นนิพพานนั้น เป็นการกล่าวโดยไม่มีจักษุอย่างที่พระอริยบุคคลมี มาคัณฑิยปริพาชกจึงกราบทูลให้ทรงแสดงธรรมเพื่อให้ตนไม่เป็นคนตาบอด ทรงตรัสแนะนำให้คบสัตบุรุษ ฟังธรรมจากท่านและปฏิบัติตาม เมื่อทรงแสดงธรรมจบ มาคัณฑิยปริพาชกจึงขออุปสมบท และต่อมาท่านพระมาคัณฑิยะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การปฏิบัติที่ไม่ผิด (ตอนที่ 2)-อปัณณกสูตร อาเนญชสัปปายสูตร และอัคคิวัจฉะโคตรสูตร [6636-4s]</title>
			<itunes:title>การปฏิบัติที่ไม่ผิด (ตอนที่ 2)-อปัณณกสูตร อาเนญชสัปปายสูตร และอัคคิวัจฉะโคตรสูตร [6636-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Sep 2023 21:00:45 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64f81fd4060ba20011942502/media.mp3" length="26150114" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64f81fd4060ba20011942502</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64f81fd4060ba20011942502</link>
			<acast:episodeId>64f81fd4060ba20011942502</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNXMzoSy8Xj8EbSrekJmuFwqJ+w0CZteflTxwJ/KeZijXTn3NDoNvsD5WezRcmNU++lEFBsF8YnmrXQocTMvuFF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>36</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อปัณณกสูตร (พระสุตตันตปิฏก เล่มที่ 12 อังคุตตรนิกาย ข้อที่ 16) ว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด 3 ประการ คือ การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ 6 การรู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร และการประกอบความเพียรเครื่องตื่นอยู่เนือง ๆ</p><br><p>สูตร#2 อปัณณกสูตร (พระสุตตันตปิฏก เล่มที่ 12 อังคุตตรนิกาย ข้อที่ 119) ว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ผิด และที่ไม่ผิด ได้แก่ วิบัติ 3 คือ สีลวิบัติ จิตตวิบัติ และทิฏฐิวิบัติ และสัมปทา 3 คือ สีลสัมปทา จิตตสัมปทา และทิฏฐิสัมปทา</p><br><p>สูตร#3 อาเนญชสัปปายสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ นิคมของชาวกุรุ ชื่อกัมมาสธัมมะ โดยทรงปรารภกามทั้งหลาย ทั้งวัตถุกาม และกิเลสกามว่า จะเป็นอุปสรรคแก่การปฏิบัติธรรมของภิกษุเหล่านั้น จึงทรงสอนเรื่องปฏิปทาอันเป็นสัปปายะแก่สมาบัติทั้งหลาย มี อาเนญชสมาบัติเป็นต้น</p><br><p>สูตร#4 อัคคิวัจฉะโคตรสูตร (พระสูตรประกอบ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อปัณณกสูตร (พระสุตตันตปิฏก เล่มที่ 12 อังคุตตรนิกาย ข้อที่ 16) ว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด 3 ประการ คือ การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ 6 การรู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร และการประกอบความเพียรเครื่องตื่นอยู่เนือง ๆ</p><br><p>สูตร#2 อปัณณกสูตร (พระสุตตันตปิฏก เล่มที่ 12 อังคุตตรนิกาย ข้อที่ 119) ว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ผิด และที่ไม่ผิด ได้แก่ วิบัติ 3 คือ สีลวิบัติ จิตตวิบัติ และทิฏฐิวิบัติ และสัมปทา 3 คือ สีลสัมปทา จิตตสัมปทา และทิฏฐิสัมปทา</p><br><p>สูตร#3 อาเนญชสัปปายสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ นิคมของชาวกุรุ ชื่อกัมมาสธัมมะ โดยทรงปรารภกามทั้งหลาย ทั้งวัตถุกาม และกิเลสกามว่า จะเป็นอุปสรรคแก่การปฏิบัติธรรมของภิกษุเหล่านั้น จึงทรงสอนเรื่องปฏิปทาอันเป็นสัปปายะแก่สมาบัติทั้งหลาย มี อาเนญชสมาบัติเป็นต้น</p><br><p>สูตร#4 อัคคิวัจฉะโคตรสูตร (พระสูตรประกอบ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภูมิของผู้ที่ได้รับการฝึก-ทันตภูมิสูตร และภูมิชสูตร [6635-4s]</title>
			<itunes:title>ภูมิของผู้ที่ได้รับการฝึก-ทันตภูมิสูตร และภูมิชสูตร [6635-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Aug 2023 21:00:46 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:03:16</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64ef24773ff4ce00109c63cc/media.mp3" length="30388501" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64ef24773ff4ce00109c63cc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64ef24773ff4ce00109c63cc</link>
			<acast:episodeId>64ef24773ff4ce00109c63cc</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesP6jwb7DWVtQWsCji1fd28+pc6h5XZz1FsOT2O/MjxZrtOd+7zPknPGH05ALJpze/OaGe2Kd5SodZMUQzv/OVii]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>35</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/1693393944518-4b7dad2dcc700671ba67b3392574a247.jpeg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ทันตภูมิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่สามเณรอจิรวตะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำกราบทูลของสามเณรเรื่องที่ ชยเสนราชกุมาร (พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร) ไม่ทรงเชื่อว่าภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท&nbsp;มีความเพียรอุทิศกายและใจอยู่ จะบรรลุเอกัคคตาจิต (สภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียว) ได้&nbsp;</p><br><p>พระผู้มีพระภาคตรัสกับสามเณรอจิรวตะว่า ชยเสนราชกุมารยังบริโภคกาม จักทรงรู้เห็นสภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียวได้อย่างไร เหมือนช้าง ม้า โค ที่ไม่ได้ฝึกก็ ไม่สำเร็จภูมิของสัตว์ที่ฝึกแล้ว เหมือนผู้ยืนอยู่ที่เชิงภูเขามองไม่เห็นสิ่งที่ผู้ยืนอยู่บนยอดภูเขามองเห็น แล้วทรงยกอุปมาขึ้นแสดง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สูตร#2 ภูมิชสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระภูมิชะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ โดยทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระภูมิชะ เรื่องวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ชยเสนราชกุมารนำมาตรัสถามท่าน ท่านพระภูมิชะกราบทูลว่า ราชกุมารมาตรัสถามท่านว่า พระผู้มีพระภาคทรงเห็นอย่างไรเกี่ยวกับวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ว่า บุคคลจะตั้งความหวัง ไม่ตั้งความหวัง ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวัง ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็จะไม่สามารถบรรลุผลอะไรได้เลย&nbsp;</p><br><p>ท่านตอบราชกุมารไปว่า ท่านยังมิได้สดับรับฟังมาจากพระองค์โดยตรง แต่คิดว่าพระองค์คงจะตรัสตอบโดยใช้ “ความแยบคายและความไม่แยบคาย“ เป็นเครื่องตัดสิน ราชกุมารจึงตรัสว่า ถ้าพระองค์ตรัสตอบอย่างนั้น ก็จะทรงมีความรู้เหนือสมณพราหมณ์พวกอื่น พระผู้มีพระภาคตรัสรับรองว่า ท่านพระภูมิชะตอบถูกแล้ว จากนั้นทรงอธิบายว่าความแยบคาย หมายถึงอริยมรรคมีองค์ 8 ความไม่แยบคายหมายถึงมิจฉามรรคมีองค์ 8 และทรงยกอุปมาขึ้นมาแสดง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ทันตภูมิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่สามเณรอจิรวตะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำกราบทูลของสามเณรเรื่องที่ ชยเสนราชกุมาร (พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร) ไม่ทรงเชื่อว่าภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท&nbsp;มีความเพียรอุทิศกายและใจอยู่ จะบรรลุเอกัคคตาจิต (สภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียว) ได้&nbsp;</p><br><p>พระผู้มีพระภาคตรัสกับสามเณรอจิรวตะว่า ชยเสนราชกุมารยังบริโภคกาม จักทรงรู้เห็นสภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียวได้อย่างไร เหมือนช้าง ม้า โค ที่ไม่ได้ฝึกก็ ไม่สำเร็จภูมิของสัตว์ที่ฝึกแล้ว เหมือนผู้ยืนอยู่ที่เชิงภูเขามองไม่เห็นสิ่งที่ผู้ยืนอยู่บนยอดภูเขามองเห็น แล้วทรงยกอุปมาขึ้นแสดง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สูตร#2 ภูมิชสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระภูมิชะ ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ โดยทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระภูมิชะ เรื่องวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ชยเสนราชกุมารนำมาตรัสถามท่าน ท่านพระภูมิชะกราบทูลว่า ราชกุมารมาตรัสถามท่านว่า พระผู้มีพระภาคทรงเห็นอย่างไรเกี่ยวกับวาทะของสมณพราหมณ์พวกหนึ่งที่ว่า บุคคลจะตั้งความหวัง ไม่ตั้งความหวัง ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวัง ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็จะไม่สามารถบรรลุผลอะไรได้เลย&nbsp;</p><br><p>ท่านตอบราชกุมารไปว่า ท่านยังมิได้สดับรับฟังมาจากพระองค์โดยตรง แต่คิดว่าพระองค์คงจะตรัสตอบโดยใช้ “ความแยบคายและความไม่แยบคาย“ เป็นเครื่องตัดสิน ราชกุมารจึงตรัสว่า ถ้าพระองค์ตรัสตอบอย่างนั้น ก็จะทรงมีความรู้เหนือสมณพราหมณ์พวกอื่น พระผู้มีพระภาคตรัสรับรองว่า ท่านพระภูมิชะตอบถูกแล้ว จากนั้นทรงอธิบายว่าความแยบคาย หมายถึงอริยมรรคมีองค์ 8 ความไม่แยบคายหมายถึงมิจฉามรรคมีองค์ 8 และทรงยกอุปมาขึ้นมาแสดง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การปฏิบัติที่ไม่ผิด-อปัณณกสูตร [6634-4s]</title>
			<itunes:title>การปฏิบัติที่ไม่ผิด-อปัณณกสูตร [6634-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Aug 2023 21:00:34 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64e6262358f015001105925c/media.mp3" length="29568574" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64e6262358f015001105925c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64e6262358f015001105925c</link>
			<acast:episodeId>64e6262358f015001105925c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesM89vS9vQp6ismo7FODjE8GPStJXckNhON/fEmzhGyJDNaNikbVLENbHkURtr2lT44U1Ue2IfKkUKZXm5iqe5Ad]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>34</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/1692804546065-5a78cc4d391f2f44705ca003c3e7f3f5.jpeg"/>
			<description><![CDATA[<strong>อปัณณกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พราหมณ์ และคหบดีชาวบ้านสาลา ทรงตรัสถามว่า มีศาสดาองค์ใดที่ท่านชอบใจ เป็นเหตุให้ได้ศรัทธาที่มีเหตุผลมีอยู่หรือไม่ ชาวบ้านสาลากราบทูลว่า ไม่มี&nbsp;จึงทรงแสดงอปัณณกธรรม เพื่อใช้เป็นหลักในการพิจารณาทิฏฐิ คือ ทรงยกทิฏฐิต่าง ๆ ขึ้นมาอธิบายเปรียบเทียบให้เห็นโทษและคุณอย่างชัดเจน แล้วทรงแนะนำวิธีปฏิบัติที่ไม่ผิด ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติตามจะสามารถละอกุศลได้ และจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข เมื่อจบเทศนา พราหมณ์และคฤหบดีชาวบ้านสาลาได้แสดงตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงไตรสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>อปัณณกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พราหมณ์ และคหบดีชาวบ้านสาลา ทรงตรัสถามว่า มีศาสดาองค์ใดที่ท่านชอบใจ เป็นเหตุให้ได้ศรัทธาที่มีเหตุผลมีอยู่หรือไม่ ชาวบ้านสาลากราบทูลว่า ไม่มี&nbsp;จึงทรงแสดงอปัณณกธรรม เพื่อใช้เป็นหลักในการพิจารณาทิฏฐิ คือ ทรงยกทิฏฐิต่าง ๆ ขึ้นมาอธิบายเปรียบเทียบให้เห็นโทษและคุณอย่างชัดเจน แล้วทรงแนะนำวิธีปฏิบัติที่ไม่ผิด ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติตามจะสามารถละอกุศลได้ และจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข เมื่อจบเทศนา พราหมณ์และคฤหบดีชาวบ้านสาลาได้แสดงตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงไตรสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เจ้าสุนักขัตตลิจฉวีบุตร-มหาลิสูตร และมหาสีหนาทสูตร (ตอนที่ 2) [6633-4s]</title>
			<itunes:title>เจ้าสุนักขัตตลิจฉวีบุตร-มหาลิสูตร และมหาสีหนาทสูตร (ตอนที่ 2) [6633-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Aug 2023 21:00:09 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64dcd2f1b0e5b00011a4e569/media.mp3" length="27898725" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64dcd2f1b0e5b00011a4e569</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64dcd2f1b0e5b00011a4e569</link>
			<acast:episodeId>64dcd2f1b0e5b00011a4e569</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOIhe5jHYDYT2a1MbRd88Qbw19HO47Z9agDaiAmOnwbGWaXs0Se0/Gks6J2Iexf5qp2Z3aGi8DkmLM2yqpopMiN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>33</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/1692193129894-9223cacccad54d415598bed022aac566.jpeg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาลิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่เจ้ามหาลิหรือเจ้าโอฏฐัทธลิจฉวี ขณะประทับอยู่ที่กูฎาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ในวันนั้น นอกจากคณะของเจ้ามหาลิแล้ว ยังมีคณะพราหมณทูตจากแคว้นโกศล และคณะพราหมณทูตจากแควันมคธมาเฝ้าด้วย เมื่อคณะพราหมณทูตทั้ง 2 คณะสนทนากับพระพุทธเจ้าเสร็จแล้วก็นั่งอยู่ในที่ประชุมนั้น&nbsp;ต่อจากนั้น เจ้ามหาลิได้ทูลถามปัญหาเรื่องตาทิพย์ หูทิพย์ เจ้ามหาลิกราบทูลว่า ท่านได้ทราบว่าเจ้าลิจฉวีชื่อสุนักขัตตะ ผู้มาปฏิบัติธรรมอยู่กับพระผู้มีพระภาคถึง 3 ปี ได้คุณวิเศษขั้นตาทิพย์เท่านั้น ยังไม่ได้หูทิพย์ จึงอยากจะทราบว่า ตาทิพย์ และหูทิพย์มีจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า มีจริง ซึ่งการได้ตาทิพย์ และหูทิพย์ขึ้นอยู่กับกำลังของสมาธิของแต่ละคน และทรงตรัสว่าภิกษุในพระศาสนานี้มาประพฤติพรหมจรรย์ไม่ใช่เพื่อให้ได้ตาทิพย์ และหูทิพย์เท่านั้น แต่ยังมีคุณวิเศษที่สูงกว่านี้อีกที่ภิกษุในพระศาสนานี้ควรทำให้เกิดมีขึ้นในตน คือ อริยผล 4 และ ข้อปฏิบัติเพื่อให้บรรลุคุณวิเศษเหล่านั้น คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p><strong>สูตร#2 มหาสีหนาทสูตร (ตอนที่ 2) </strong>ทรงตรัสว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญพรหมจรรย์มีองค์ 4 มาแล้ว ทรงอธิบายวิธีบำเพ็ญพรหมจรรย์เหล่านี้โดยละเอียดพิสดาร แล้วทรงเล่าถึงการทดลองบำเพ็ญธรรมตามลัทธิที่มีอยู่ขณะนั้นโดยละเอียด ขณะที่ทรงตรัสเล่านั้น ท่านพระนาคสมาละซึ่งกำลังยืนถวายงานพัดพระผู้มีพระภาคอยู่ตลอดเวลา เมื่อทรงตรัสจบลง ได้กราบทูลว่า ท่านเกิดชนลุกชูชันขึ้น ได้ทูลถามว่า ธรรมบรรยายนี้ชื่ออะไร&nbsp;ตรัสตอบว่าชื่อโลมหังสนบรรยาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 มหาลิสูตร</strong> ทรงแสดงแก่เจ้ามหาลิหรือเจ้าโอฏฐัทธลิจฉวี ขณะประทับอยู่ที่กูฎาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ในวันนั้น นอกจากคณะของเจ้ามหาลิแล้ว ยังมีคณะพราหมณทูตจากแคว้นโกศล และคณะพราหมณทูตจากแควันมคธมาเฝ้าด้วย เมื่อคณะพราหมณทูตทั้ง 2 คณะสนทนากับพระพุทธเจ้าเสร็จแล้วก็นั่งอยู่ในที่ประชุมนั้น&nbsp;ต่อจากนั้น เจ้ามหาลิได้ทูลถามปัญหาเรื่องตาทิพย์ หูทิพย์ เจ้ามหาลิกราบทูลว่า ท่านได้ทราบว่าเจ้าลิจฉวีชื่อสุนักขัตตะ ผู้มาปฏิบัติธรรมอยู่กับพระผู้มีพระภาคถึง 3 ปี ได้คุณวิเศษขั้นตาทิพย์เท่านั้น ยังไม่ได้หูทิพย์ จึงอยากจะทราบว่า ตาทิพย์ และหูทิพย์มีจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า มีจริง ซึ่งการได้ตาทิพย์ และหูทิพย์ขึ้นอยู่กับกำลังของสมาธิของแต่ละคน และทรงตรัสว่าภิกษุในพระศาสนานี้มาประพฤติพรหมจรรย์ไม่ใช่เพื่อให้ได้ตาทิพย์ และหูทิพย์เท่านั้น แต่ยังมีคุณวิเศษที่สูงกว่านี้อีกที่ภิกษุในพระศาสนานี้ควรทำให้เกิดมีขึ้นในตน คือ อริยผล 4 และ ข้อปฏิบัติเพื่อให้บรรลุคุณวิเศษเหล่านั้น คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><br><p><strong>สูตร#2 มหาสีหนาทสูตร (ตอนที่ 2) </strong>ทรงตรัสว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญพรหมจรรย์มีองค์ 4 มาแล้ว ทรงอธิบายวิธีบำเพ็ญพรหมจรรย์เหล่านี้โดยละเอียดพิสดาร แล้วทรงเล่าถึงการทดลองบำเพ็ญธรรมตามลัทธิที่มีอยู่ขณะนั้นโดยละเอียด ขณะที่ทรงตรัสเล่านั้น ท่านพระนาคสมาละซึ่งกำลังยืนถวายงานพัดพระผู้มีพระภาคอยู่ตลอดเวลา เมื่อทรงตรัสจบลง ได้กราบทูลว่า ท่านเกิดชนลุกชูชันขึ้น ได้ทูลถามว่า ธรรมบรรยายนี้ชื่ออะไร&nbsp;ตรัสตอบว่าชื่อโลมหังสนบรรยาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การบันลือสีหนาท-มหาสีหนาทสูตร (ตอนที่ 1) [6632-4s]</title>
			<itunes:title>การบันลือสีหนาท-มหาสีหนาทสูตร (ตอนที่ 1) [6632-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Aug 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64d3a2f583106c0011b636f0/media.mp3" length="26758110" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64d3a2f583106c0011b636f0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64d3a2f583106c0011b636f0</link>
			<acast:episodeId>64d3a2f583106c0011b636f0</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOS7QGO29AeW/jSbETf/GE/fkI81EhYNLpEH4t2XVZiG0c/XWl5A4BiMztun2ufTVZYZdP3ph0YeKdADJBj3QWQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหาสีหนาทสูตร (ตอนที่ 1) ทรงแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร ณ ราวป่านอกเมืองด้านทิศตะวันตกของกรุงเวสาลี แควันวัชชี ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระสารีบุตรเรื่องโอรสของเจ้าลิจฉวีองค์หนึ่ง ชื่อสุนักขัตตะ กล่าวตู่พระองค์ในที่ชุมชน</p><p>สุนักขัตตลิจฉวี ได้กล่าวว่า พระองค์ทรงไม่มีญาณทัสสนะที่ประเสริฐอันสามารถวิเศษยิ่งกว่าธรรมดาของมนุษย์ แสดงธรรมตามที่นึกเดาเอา พิจารณาเอา ตามปฏิภาณของตน แต่ธรรมนั้นก็นำให้ผู้ที่ทำตามพ้นทุกข์ได้ ท่านพระสารีบุตรได้บิณฑบาตในกรุงเวสาลี ได้ทราบเรื่อง จึงนำความมากราบทูล</p><p>ทรงตรัสว่า สุนักขัตตลิจฉวีกล่าวด้วยความโกรธ คิดว่าจะกล่าวโทษ แต่ที่กล่าวมา ก็เป็นการกล่าวคุณ แล้วทรงแสดงว่า สุนักขัตตะไม่รู้ซึ้งถึงพระพุทธคุณ 9 และพระญาณ หรือวิชชา 3</p><p>จากนั้นทรงแสดง กำลังของพระตถาคต 10 ประการโดยละเอียด ที่เป็นเหตุให้พระองค์ทรงปฏิญญาฐานะที่องอาจบันลือสีหนาท ประกาศพรหมจักรในบริษัททั้งหลายได้</p><p>ทรงแสดงความเป็นผู้แกล้วกล้า (เวสารัชชญาณ) ของพระตถาคต 4 อย่าง, ทรงตรัสถึงบริษัท 8 จำพวก ที่ทรงเข้าสู่บริษัทเหล่านี้หลายร้อยหลายพันครั้ง โดยไม่ทรงรู้สึกสะทกสะท้าน</p><p>และตรัสถึงกำเนิด 4 ชนิด และคติ 5 ประการ เพื่อทรงยืนยันว่า ทรงมีพระญาณหยั่งรู้เรื่องเหล่านี้โดยแจ่มแจ้งไม่ใช่ประมวลมาด้วยความตรึก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหาสีหนาทสูตร (ตอนที่ 1) ทรงแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร ณ ราวป่านอกเมืองด้านทิศตะวันตกของกรุงเวสาลี แควันวัชชี ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระสารีบุตรเรื่องโอรสของเจ้าลิจฉวีองค์หนึ่ง ชื่อสุนักขัตตะ กล่าวตู่พระองค์ในที่ชุมชน</p><p>สุนักขัตตลิจฉวี ได้กล่าวว่า พระองค์ทรงไม่มีญาณทัสสนะที่ประเสริฐอันสามารถวิเศษยิ่งกว่าธรรมดาของมนุษย์ แสดงธรรมตามที่นึกเดาเอา พิจารณาเอา ตามปฏิภาณของตน แต่ธรรมนั้นก็นำให้ผู้ที่ทำตามพ้นทุกข์ได้ ท่านพระสารีบุตรได้บิณฑบาตในกรุงเวสาลี ได้ทราบเรื่อง จึงนำความมากราบทูล</p><p>ทรงตรัสว่า สุนักขัตตลิจฉวีกล่าวด้วยความโกรธ คิดว่าจะกล่าวโทษ แต่ที่กล่าวมา ก็เป็นการกล่าวคุณ แล้วทรงแสดงว่า สุนักขัตตะไม่รู้ซึ้งถึงพระพุทธคุณ 9 และพระญาณ หรือวิชชา 3</p><p>จากนั้นทรงแสดง กำลังของพระตถาคต 10 ประการโดยละเอียด ที่เป็นเหตุให้พระองค์ทรงปฏิญญาฐานะที่องอาจบันลือสีหนาท ประกาศพรหมจักรในบริษัททั้งหลายได้</p><p>ทรงแสดงความเป็นผู้แกล้วกล้า (เวสารัชชญาณ) ของพระตถาคต 4 อย่าง, ทรงตรัสถึงบริษัท 8 จำพวก ที่ทรงเข้าสู่บริษัทเหล่านี้หลายร้อยหลายพันครั้ง โดยไม่ทรงรู้สึกสะทกสะท้าน</p><p>และตรัสถึงกำเนิด 4 ชนิด และคติ 5 ประการ เพื่อทรงยืนยันว่า ทรงมีพระญาณหยั่งรู้เรื่องเหล่านี้โดยแจ่มแจ้งไม่ใช่ประมวลมาด้วยความตรึก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เนื้อนาบุญ-มหาโคปาลสูตร จูฬโคปาลสูตร และนาคสูตร [6631-4s]</title>
			<itunes:title>เนื้อนาบุญ-มหาโคปาลสูตร จูฬโคปาลสูตร และนาคสูตร [6631-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Aug 2023 21:00:10 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:48</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64c8c94a0be0050011317f9d/media.mp3" length="28263211" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64c8c94a0be0050011317f9d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64c8c94a0be0050011317f9d</link>
			<acast:episodeId>64c8c94a0be0050011317f9d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMguDOszuciSLJRJ7AWGy9qJ3ULRmIjLzzTUdTXrWTIBsg8lSHCmOaff+q7AJMR+58AAqGifUHpa7uKoAUmafM4]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>31</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงปรารภความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนาของภิกษุ ทรงเปรียบเทียบ คนเลี้ยงโคผู้ไม่ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ไม่ฉลาดเพราะขาดองค์คุณ 11 ประการ จะไม่เจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้ และคนเลี้ยงโคผู้ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ฉลาดเพราะมีองค์คุณ 11 ประการ จะเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้</p><br><p>สูตร#2 จูฬโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เขตเมืองอุกกเจลา แคว้นวัชชี ปรารภเหตุการณ์ในอดีตเรื่องของคนเลี้ยงโคที่พาฝูงโคลงน้ำว่ายตัดกระแสน้ำ ตรัสเล่าเปรียบเทียบให้ฟัง 2 กรณี 1. คนเลี้ยงโคไม่ฉลาด&nbsp;ไม่พิจารณาฝั่งนี้ฝั่งโน้นให้ดีก่อน ตรงที่ต้อนฝูงโคลงแม่น้ำนั้นไม่ใช่ท่าข้าม ว่ายเข้าไปในวังวนของกระแสน้ำกลางแม่น้ำ ถึงแก่ความตายหมดทั้งฝูง 2. คนเลี้ยงโคผู้ฉลาด ต้อนฝูงโคไปสู่ที่หมาย ว่ายตัดกระแสน้ำถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดิภาพ เพราะตรงที่ข้ามเป็นท่าน้ำ ซึ่งพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว จึงปล่อยโคข้ามไปตามลำดับ เปรียบเหมือนสมณะ หรือพราหมณ์ผู้ฉลาดเรื่องโลกนี้ และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมทั้งปวง สามารถชักนำผู้อื่นให้ได้รับความสุขพ้นทุกข์ทั้งปวงได้</p><br><p>สูตร#3 นาคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยองค์ของช้างต้น ซึ่งเป็นช้างควรแก่พระราชา จะต้องประกอบด้วยองค์ 4 ประการ จึงนับว่าเป็นพระราชพาหนะโดยแท้ เปรียบเทียบกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ ย่อมเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ธรรม 4 ประการ คือ เป็นผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ฆ่าได้ เป็นผู้อดทน และเป็นผู้ไปได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงปรารภความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนาของภิกษุ ทรงเปรียบเทียบ คนเลี้ยงโคผู้ไม่ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ไม่ฉลาดเพราะขาดองค์คุณ 11 ประการ จะไม่เจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้ และคนเลี้ยงโคผู้ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ฉลาดเพราะมีองค์คุณ 11 ประการ จะเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้</p><br><p>สูตร#2 จูฬโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เขตเมืองอุกกเจลา แคว้นวัชชี ปรารภเหตุการณ์ในอดีตเรื่องของคนเลี้ยงโคที่พาฝูงโคลงน้ำว่ายตัดกระแสน้ำ ตรัสเล่าเปรียบเทียบให้ฟัง 2 กรณี 1. คนเลี้ยงโคไม่ฉลาด&nbsp;ไม่พิจารณาฝั่งนี้ฝั่งโน้นให้ดีก่อน ตรงที่ต้อนฝูงโคลงแม่น้ำนั้นไม่ใช่ท่าข้าม ว่ายเข้าไปในวังวนของกระแสน้ำกลางแม่น้ำ ถึงแก่ความตายหมดทั้งฝูง 2. คนเลี้ยงโคผู้ฉลาด ต้อนฝูงโคไปสู่ที่หมาย ว่ายตัดกระแสน้ำถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดิภาพ เพราะตรงที่ข้ามเป็นท่าน้ำ ซึ่งพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว จึงปล่อยโคข้ามไปตามลำดับ เปรียบเหมือนสมณะ หรือพราหมณ์ผู้ฉลาดเรื่องโลกนี้ และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมทั้งปวง สามารถชักนำผู้อื่นให้ได้รับความสุขพ้นทุกข์ทั้งปวงได้</p><br><p>สูตร#3 นาคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยองค์ของช้างต้น ซึ่งเป็นช้างควรแก่พระราชา จะต้องประกอบด้วยองค์ 4 ประการ จึงนับว่าเป็นพระราชพาหนะโดยแท้ เปรียบเทียบกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ ย่อมเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ธรรม 4 ประการ คือ เป็นผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ฆ่าได้ เป็นผู้อดทน และเป็นผู้ไปได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การบวชที่ให้ผลมาก-จูฬอัสสปุรสูตร และจูฬสีหนาทสูตร [6630-4s]</title>
			<itunes:title>การบวชที่ให้ผลมาก-จูฬอัสสปุรสูตร และจูฬสีหนาทสูตร [6630-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Jul 2023 21:00:55 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64c0e37f0a9bc7001164a0eb/media.mp3" length="27531876" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64c0e37f0a9bc7001164a0eb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64c0e37f0a9bc7001164a0eb</link>
			<acast:episodeId>64c0e37f0a9bc7001164a0eb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPF/7SwP7UjGK+GUwyfVGDXyo23o2eyK53aW9rlNLYnNjHppV3Sv20W6aoJYBzZ8At0D4HpH2XBPIRNJbN60u8r]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬอัสสปุรสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ในอัสสปุรนิคมของเจ้าชายชาวอังคะ แคว้นอังคะ โดยทรงปรารภเรื่องข้อปฏิบัติที่สมควรแก่สมณะ ซึ่งทรงแสดงต่อจากมหาอัสสปุรสูตร ทรงตรัสถึงภิกษุผู้ยังละกิเลสที่เป็นมลทิน เป็นโทษของสมณะ 12 ประการไม่ได้ ทรงเรียกว่า ผู้ไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่สมควรแก่สมณะ กิเลสที่เป็นมลทินแก่สมณะ คือ&nbsp;อภิชฌา พยาบาท ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความดีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความโอ้อวด มารยา ความปรารถนาที่เป็นบาป ความเห็นผิด และทรงกล่าวว่าการบรรพชาของภิกษุนั้นเหมือนฝักของอาวุธชื่อมตชะที่คมจัด และการเป็นสมณะไม่ได้วัดกันด้วยเครื่องแบบ และข้อวัตร</p><p>แต่ทรงแสดงถึงภิกษุผู้ปฏิบัติข้อปฏิบัติชอบของสมณะ คือละมลทินทั้ง 12 ประการได้ พิจารณาเห็นตนบริสุทธิ์ พ้นจากบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย ฯลฯ ผู้เช่นนี้ ตรัสว่า ปฏิบัติข้อปฏิบัติอันชอบของสมณะ และผู้ที่ออกบวชจากสกุลไหนก็ตาม ทำให้แจ้งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันไม่มีอาสวะ ตรัสว่า เป็นสมณะ เพราะสิ้นอาสวะ.</p><br><p>สูตร#2 จูฬสีหนาทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า พระองค์ และภิกษุสงฆ์มีลาภสักการะเกิดขึ้นเป็นอันมาก แต่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกกลับเสื่อมลาภสักการะ พากันร้องไห้คร่ำครวญไปตามท้องถนน พระองค์จึงตรัสสอนให้ภิกษุบันลือสีหนาทโดยชอบว่า สมณะที่ 1 ถึงที่ 4 (โสดาบันถึงอรหันต์) มีในพระศาสนานี้เท่านั้น จากนั้นทรงอธิบายว่า ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามถึงเหตุผลที่กล่าวอย่างนี้ พึงอ้างธรรม 4 ประการ คือ ความเลื่อมใสในศาสดา ในพระธรรม บำเพ็ญศีลได้บริบูรณ์ และผู้ร่วมประพฤติธรรมทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตเป็นที่รักที่พอใจของเรา จากนั้นทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ 2 ประการ อุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่น) 4 อย่าง ในตอนท้าย ทรงอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาท</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬอัสสปุรสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ในอัสสปุรนิคมของเจ้าชายชาวอังคะ แคว้นอังคะ โดยทรงปรารภเรื่องข้อปฏิบัติที่สมควรแก่สมณะ ซึ่งทรงแสดงต่อจากมหาอัสสปุรสูตร ทรงตรัสถึงภิกษุผู้ยังละกิเลสที่เป็นมลทิน เป็นโทษของสมณะ 12 ประการไม่ได้ ทรงเรียกว่า ผู้ไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่สมควรแก่สมณะ กิเลสที่เป็นมลทินแก่สมณะ คือ&nbsp;อภิชฌา พยาบาท ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความดีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความโอ้อวด มารยา ความปรารถนาที่เป็นบาป ความเห็นผิด และทรงกล่าวว่าการบรรพชาของภิกษุนั้นเหมือนฝักของอาวุธชื่อมตชะที่คมจัด และการเป็นสมณะไม่ได้วัดกันด้วยเครื่องแบบ และข้อวัตร</p><p>แต่ทรงแสดงถึงภิกษุผู้ปฏิบัติข้อปฏิบัติชอบของสมณะ คือละมลทินทั้ง 12 ประการได้ พิจารณาเห็นตนบริสุทธิ์ พ้นจากบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย ฯลฯ ผู้เช่นนี้ ตรัสว่า ปฏิบัติข้อปฏิบัติอันชอบของสมณะ และผู้ที่ออกบวชจากสกุลไหนก็ตาม ทำให้แจ้งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันไม่มีอาสวะ ตรัสว่า เป็นสมณะ เพราะสิ้นอาสวะ.</p><br><p>สูตร#2 จูฬสีหนาทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า พระองค์ และภิกษุสงฆ์มีลาภสักการะเกิดขึ้นเป็นอันมาก แต่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกกลับเสื่อมลาภสักการะ พากันร้องไห้คร่ำครวญไปตามท้องถนน พระองค์จึงตรัสสอนให้ภิกษุบันลือสีหนาทโดยชอบว่า สมณะที่ 1 ถึงที่ 4 (โสดาบันถึงอรหันต์) มีในพระศาสนานี้เท่านั้น จากนั้นทรงอธิบายว่า ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามถึงเหตุผลที่กล่าวอย่างนี้ พึงอ้างธรรม 4 ประการ คือ ความเลื่อมใสในศาสดา ในพระธรรม บำเพ็ญศีลได้บริบูรณ์ และผู้ร่วมประพฤติธรรมทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตเป็นที่รักที่พอใจของเรา จากนั้นทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ 2 ประการ อุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่น) 4 อย่าง ในตอนท้าย ทรงอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาท</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ - มหาอัสสปุรสูตร และ มหาสกุลุทายิสูตร [6629-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ - มหาอัสสปุรสูตร และ มหาสกุลุทายิสูตร [6629-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Jul 2023 21:00:46 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64b7e08d8265b3001182b4d0/media.mp3" length="27321637" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64b7e08d8265b3001182b4d0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64b7e08d8265b3001182b4d0</link>
			<acast:episodeId>64b7e08d8265b3001182b4d0</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMwIHyp+S29GEq0NmXrwUUN0Zz8z6yQqnX2GtjLFdweM28cMnGYO98VfddHeNIoszO7YMdNMNhENwlmJUoFxB/O]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>29</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาอัสสปุรสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่อัสสปุรนิคมของราชกุมารชาวอังคะ แคว้นอังคะ ชาวนิคมนั้นมีความศรัทธาในพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงตรัสสอนภิกษุเรื่อง ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ และเป็นพราหมณ์ ได้แก่(1) หิริโอตตัปปะ(ความละอายและความเกรงกลัวต่อความชั่ว) (2) กายสมาจารบริสุทธิ์&nbsp;(3) วจีสมาจารบริสุทธิ์ (4) มโนสมาจารบริสุทธิ์ (5) อาชีวะบริสุทธิ์ (6) การสำรวมอินทรีย์ (7) การรู้จักประมาณในโภชนะ (8) ตื่นบำเพ็ญเพียรอย่างต่อเนื่อง (9) เจริญสติสัมปชัญญะ (10) ละนิวรณ์ 5 </p><p> หลักธรรมนี้ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน จากต่ำไปหาสูงที่ทรงเรียกว่า กิจที่ควรทำให้ยิ่งขึ้นไป จนกระทั่งถึงสมาธิและปัญญา </p><br><p> สูตร#2 มหาสกุลุทายิสูตร ตอน ธรรมเป็นเหตุให้ทำความเคารพประการอื่นๆ คือ 1. ทรงมีอธิศีล 2. ทรงมีญาณทัสสนะ 3. ทรงมีอธิปัญญา 4.&nbsp;ทรงสามารถตรัสตอบปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 ได้ 5. ทรงสามารถตรัสบอกข้อปฏิบัติที่ทำให้บรรลุที่สุดแห่งอภิญญา และอภิญญาบารมี (อรหัตตผล) คือ โพธิปักขิยธรรม 37 วิโมกข์ 8 อภิภายตนะ 8 กสินายตนะ 10 ฌาน 4 และวิชชา 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาอัสสปุรสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่อัสสปุรนิคมของราชกุมารชาวอังคะ แคว้นอังคะ ชาวนิคมนั้นมีความศรัทธาในพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงตรัสสอนภิกษุเรื่อง ธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ และเป็นพราหมณ์ ได้แก่(1) หิริโอตตัปปะ(ความละอายและความเกรงกลัวต่อความชั่ว) (2) กายสมาจารบริสุทธิ์&nbsp;(3) วจีสมาจารบริสุทธิ์ (4) มโนสมาจารบริสุทธิ์ (5) อาชีวะบริสุทธิ์ (6) การสำรวมอินทรีย์ (7) การรู้จักประมาณในโภชนะ (8) ตื่นบำเพ็ญเพียรอย่างต่อเนื่อง (9) เจริญสติสัมปชัญญะ (10) ละนิวรณ์ 5 </p><p> หลักธรรมนี้ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน จากต่ำไปหาสูงที่ทรงเรียกว่า กิจที่ควรทำให้ยิ่งขึ้นไป จนกระทั่งถึงสมาธิและปัญญา </p><br><p> สูตร#2 มหาสกุลุทายิสูตร ตอน ธรรมเป็นเหตุให้ทำความเคารพประการอื่นๆ คือ 1. ทรงมีอธิศีล 2. ทรงมีญาณทัสสนะ 3. ทรงมีอธิปัญญา 4.&nbsp;ทรงสามารถตรัสตอบปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 ได้ 5. ทรงสามารถตรัสบอกข้อปฏิบัติที่ทำให้บรรลุที่สุดแห่งอภิญญา และอภิญญาบารมี (อรหัตตผล) คือ โพธิปักขิยธรรม 37 วิโมกข์ 8 อภิภายตนะ 8 กสินายตนะ 10 ฌาน 4 และวิชชา 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เป็นไปเพราะกรรม-วาเสฏฐสูตร และเอสุการีสูตร [6628-4s]</title>
			<itunes:title>เป็นไปเพราะกรรม-วาเสฏฐสูตร และเอสุการีสูตร [6628-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Jul 2023 21:00:14 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64ae32a60257bd0011fbdefe/media.mp3" length="26831064" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64ae32a60257bd0011fbdefe</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64ae32a60257bd0011fbdefe</link>
			<acast:episodeId>64ae32a60257bd0011fbdefe</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO188Bc+DgR8sV2smSCpXMfSkcqtMI0LCbtegkqp1guWkWdmK5jlku/M4bEozcMVtGFg3huqBAfdEWHXWacg+I7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 วาเสฏฐสูตร ทรงแสดงแก่มาณพชื่อ วาเสฎฐะผู้เป็นศิษย์ของโปกชรสาติพราหมณ์ และภารทวาชะผู้เป็นศิษย์ของตารุกขพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ ณ ราวป่าอิจฉานังคละใกล้หมู่บ้านชื่ออิจฉานังคละ มาณพทั้งสองได้สนทนากันเรื่องเหตุที่ทำให้ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ แต่ตกลงกันไม่ได้จึงเข้าไปทูลถามพระผู้มีพระภาค โดยวาเสฏฐมาณพเป็นผู้ทูลถามว่า บุคคลจะชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เพราะชาติกำเนิด หรือเพราะกรรม ทรงตรัสอธิบายว่า ต้นไม้และสัตว์ต่าง ๆ แตกต่างกันไปตามกำเนิด แต่มนุษย์ไม่แตกต่างกันโดยกำเนิด การเรียกกันในหมู่มนุษย์เป็นการเรียกกันตามบัญญัติ มนุษย์จึงไมใช่พราหมณ์เพราะกำเนิด (ชาติตระกูล) แต่เป็นพราหมณ์เพราะกรรม จากนั้นได้ตรัสถึงคุณสมบัติอีกหลายประการของผู้เป็นพราหมณ์ในพระพุทธศาสนา และทรงตรัสว่า ตบะ พรหมจรรย์ สัญญมะ และทมะ เป็นคุณธรรมสูงสุดของพราหมณ์ แต่ถ้าบุคคลใด ถึงพร้อมด้วยวิชชา 3 เป็นผู้สงบ สิ้นภพใหม่แล้ว บุคคลนั้นเป็นทั้งพรหมและท้าวสักกะ เมื่อทรงแสดงธรรมจบมาณพทั้งสองแสดงตนเป็นอุบาสกจนตลอดชีวิต</p><br><p>สูตร#2 เอสุการีสูตร ทรงแสดงแก่เอสุการีพราหมณ์ ณ เชตวัน เอสุการีทูลถามข้อบัญญัติเกี่ยวกับการบำเรอ 4 ประการของพวกพราหมณ์ และเกี่ยวกับทรัพย์ 4 ประการของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่าเป็นการบัญญัติเอาเองโดยที่ชาวโลกไม่ยอมรับ เหมือนการบังคับคนยากจนให้กินเนื้ออาบยาพิษแล้วบังคับให้จ่ายค่าเนื้อ ทรงอธิบายต่อว่า บุคคลจะเป็นผู้ประเสริฐหรือเลวทรามไม่ใช่เพราะเกิดในตระกูลสูง ผิวพรรณดี มีโภคะมาก แต่อยู่ที่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ในเรื่องของทรัพย์ทรงบัญญัติว่า ทรัพย์ของบุคคล คือ โลกุตตรธรรมอันเป็นอริยะ เพราะไม่ว่าบุคคลจะเกิดในตระกูลกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ก็สามารถออกบวช เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เป็นต้น ได้เหมือนกัน เจริญเมตตาจิต อาบน้ำลอยละอองธุลีได้เหมือนกัน เมื่อเอาไม้มาสีให้เกิดเป็นไฟก็เป็นไฟเหมือนกัน เมื่อทรงแสดงจบเอสุการีพราหมณ์ได้แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 วาเสฏฐสูตร ทรงแสดงแก่มาณพชื่อ วาเสฎฐะผู้เป็นศิษย์ของโปกชรสาติพราหมณ์ และภารทวาชะผู้เป็นศิษย์ของตารุกขพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ ณ ราวป่าอิจฉานังคละใกล้หมู่บ้านชื่ออิจฉานังคละ มาณพทั้งสองได้สนทนากันเรื่องเหตุที่ทำให้ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ แต่ตกลงกันไม่ได้จึงเข้าไปทูลถามพระผู้มีพระภาค โดยวาเสฏฐมาณพเป็นผู้ทูลถามว่า บุคคลจะชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เพราะชาติกำเนิด หรือเพราะกรรม ทรงตรัสอธิบายว่า ต้นไม้และสัตว์ต่าง ๆ แตกต่างกันไปตามกำเนิด แต่มนุษย์ไม่แตกต่างกันโดยกำเนิด การเรียกกันในหมู่มนุษย์เป็นการเรียกกันตามบัญญัติ มนุษย์จึงไมใช่พราหมณ์เพราะกำเนิด (ชาติตระกูล) แต่เป็นพราหมณ์เพราะกรรม จากนั้นได้ตรัสถึงคุณสมบัติอีกหลายประการของผู้เป็นพราหมณ์ในพระพุทธศาสนา และทรงตรัสว่า ตบะ พรหมจรรย์ สัญญมะ และทมะ เป็นคุณธรรมสูงสุดของพราหมณ์ แต่ถ้าบุคคลใด ถึงพร้อมด้วยวิชชา 3 เป็นผู้สงบ สิ้นภพใหม่แล้ว บุคคลนั้นเป็นทั้งพรหมและท้าวสักกะ เมื่อทรงแสดงธรรมจบมาณพทั้งสองแสดงตนเป็นอุบาสกจนตลอดชีวิต</p><br><p>สูตร#2 เอสุการีสูตร ทรงแสดงแก่เอสุการีพราหมณ์ ณ เชตวัน เอสุการีทูลถามข้อบัญญัติเกี่ยวกับการบำเรอ 4 ประการของพวกพราหมณ์ และเกี่ยวกับทรัพย์ 4 ประการของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่าเป็นการบัญญัติเอาเองโดยที่ชาวโลกไม่ยอมรับ เหมือนการบังคับคนยากจนให้กินเนื้ออาบยาพิษแล้วบังคับให้จ่ายค่าเนื้อ ทรงอธิบายต่อว่า บุคคลจะเป็นผู้ประเสริฐหรือเลวทรามไม่ใช่เพราะเกิดในตระกูลสูง ผิวพรรณดี มีโภคะมาก แต่อยู่ที่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ในเรื่องของทรัพย์ทรงบัญญัติว่า ทรัพย์ของบุคคล คือ โลกุตตรธรรมอันเป็นอริยะ เพราะไม่ว่าบุคคลจะเกิดในตระกูลกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ก็สามารถออกบวช เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เป็นต้น ได้เหมือนกัน เจริญเมตตาจิต อาบน้ำลอยละอองธุลีได้เหมือนกัน เมื่อเอาไม้มาสีให้เกิดเป็นไฟก็เป็นไฟเหมือนกัน เมื่อทรงแสดงจบเอสุการีพราหมณ์ได้แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่ไม่มีกิเลส-อรณวิภังคสูตร และธรรมทายาทสูตร [6627-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมที่ไม่มีกิเลส-อรณวิภังคสูตร และธรรมทายาทสูตร [6627-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Jul 2023 21:00:57 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64a5292f6439940011f0a782/media.mp3" length="27854161" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64a5292f6439940011f0a782</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64a5292f6439940011f0a782</link>
			<acast:episodeId>64a5292f6439940011f0a782</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMiiTqTXtInW6TAYQQ2Jbfo9mX8OE52/O0KlVe4Tmf4tC52TGz7w+Jwdt4vHTbTwvn+iY+jIdWigBscv2/DtUlS]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>27</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อรณวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติตามธรรมที่ไม่มีกิเลส เว้นธรรมที่มีกิเลส ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า</p><ol><li>ภิกษุไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งสุขในกาม อันทราม เป็นของชาวบ้านเป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งอัตตกิลมถานุโยค (การประกอบความลำบากเดือดร้อนแก่ตน)&nbsp;อันเป็นทุกข์ ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์</li><li>มัชฌิมาปฏิปทาที่ไม่เอียงเข้าใกล้ที่สุด&nbsp;2 อย่างนั้น ที่ทรงได้ตรัสรู้แล้ว อันเป็นปฏิปทาก่อให้เกิดจักษุ ก่อให้กิดญาณ เป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน</li><li>รู้จักการยกย่องและการตำหนิ ครั้นรู้แล้ว ไม่พึงยกย่อง ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงธรรมเท่านั้น</li><li>พึงรู้การตัดสินความสุข ครั้นรู้แล้ว พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งความสุขภายใน สุขนี้เรียกว่า เนกขัมมสุข</li><li>ไม่พึงกล่าวความลับ ไม่พึ่งกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า เมื่อไม่รีบร้อนจึงพูด เมื่อรีบร้อนไม่ควรพูด ไม่พึงยึดภาษาท้องถิ่น ไม่พึงละเลยคำพูดสามัญ (คำที่คนทั่วไปใช้พูดกัน)</li></ol><p>แล้วทรงยกตัวอย่าง กุลบุตรผู้มีนามว่าสุภูติ ได้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติเพื่อไม่มีกิเลสแล้ว</p><br><p>สูตร#2 ธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อรณวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติตามธรรมที่ไม่มีกิเลส เว้นธรรมที่มีกิเลส ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า</p><ol><li>ภิกษุไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งสุขในกาม อันทราม เป็นของชาวบ้านเป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งอัตตกิลมถานุโยค (การประกอบความลำบากเดือดร้อนแก่ตน)&nbsp;อันเป็นทุกข์ ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์</li><li>มัชฌิมาปฏิปทาที่ไม่เอียงเข้าใกล้ที่สุด&nbsp;2 อย่างนั้น ที่ทรงได้ตรัสรู้แล้ว อันเป็นปฏิปทาก่อให้เกิดจักษุ ก่อให้กิดญาณ เป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน</li><li>รู้จักการยกย่องและการตำหนิ ครั้นรู้แล้ว ไม่พึงยกย่อง ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงธรรมเท่านั้น</li><li>พึงรู้การตัดสินความสุข ครั้นรู้แล้ว พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งความสุขภายใน สุขนี้เรียกว่า เนกขัมมสุข</li><li>ไม่พึงกล่าวความลับ ไม่พึ่งกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า เมื่อไม่รีบร้อนจึงพูด เมื่อรีบร้อนไม่ควรพูด ไม่พึงยึดภาษาท้องถิ่น ไม่พึงละเลยคำพูดสามัญ (คำที่คนทั่วไปใช้พูดกัน)</li></ol><p>แล้วทรงยกตัวอย่าง กุลบุตรผู้มีนามว่าสุภูติ ได้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติเพื่อไม่มีกิเลสแล้ว</p><br><p>สูตร#2 ธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สฬายตนะ-สฬายตนวิภังคสูตร และมหาสฬายตนวิภังคสูตร [6626-4s]</title>
			<itunes:title>สฬายตนะ-สฬายตนวิภังคสูตร และมหาสฬายตนวิภังคสูตร [6626-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Jun 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/649c03094a397000124bce3b/media.mp3" length="27278596" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">649c03094a397000124bce3b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/649c03094a397000124bce3b</link>
			<acast:episodeId>649c03094a397000124bce3b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPlvgKPhKqylCGxYX1C3fBdJ85CpgSrFUXGFKe/7KYNCqa1moqaCkkT1xACCIrkxnOMexa2niCubkJh+x9A9wqX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>26</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 สฬายตนวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน&nbsp;อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ ภิกษุได้ศึกษาเรื่องอายตนะโดยละเอียดลึกซึ้ง ทรงตรัสอธิบาย เรื่อง อายตนะภายใน 6, อายตนะภายนอก 6, หมวดวิญญาณ 6, หมวดผัสสะ 6, มโนปวิจาร 18, สัตตบท 36 และสติปัฏฐาน 3&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;ซึ่งพระสูตรนี้ อยู่วรรคที่ 4 คือ วิภังควรรค ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 14 พระสุตตันตปิฏก มัชฌิมนิกาย อุปปริปัณณาส เล่มที่ 6 ซึ่งมีชื่อพ้องกับพระสูตรที่ 7 ของวรรคที่ 5 คือสฬายตนวรรค ของเล่มนี้เหมือนกัน แต่มีเนื้อหาสาระแตกต่างกัน จึงควรนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับพระสูตรนั้นด้วย จะช่วยให้เข้าใจเรื่องสฬายตนะดีขึ้นกว้างขวางขึ้น</p><br><p>&nbsp;สูตร#2 มหาสฬายตนวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงแสดงธรรมเนื่องด้วยอายตนะ 6 ที่สำคัญให้ฟัง และทรงแสดงผลของผู้ที่รู้เห็นตามความเป็นจริง อริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมเจริญขึ้น ธรรมเหล่าอื่นก็เจริญเต็มที่ด้วย สมถะและวิปัสนาของเขาย่อมเคียงคู่กันไป จนสามารถกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้คือขันธ์ 5&nbsp;ละธรรมที่ควรละ คือ อวิชชา และภวตัณหา เจริญธรรมที่ควรเจริญ คือ สมถะ และวิปัสสนา ทำให้แจ้งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง คือ วิชชา และวิมุตติ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 สฬายตนวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน&nbsp;อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ ภิกษุได้ศึกษาเรื่องอายตนะโดยละเอียดลึกซึ้ง ทรงตรัสอธิบาย เรื่อง อายตนะภายใน 6, อายตนะภายนอก 6, หมวดวิญญาณ 6, หมวดผัสสะ 6, มโนปวิจาร 18, สัตตบท 36 และสติปัฏฐาน 3&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;ซึ่งพระสูตรนี้ อยู่วรรคที่ 4 คือ วิภังควรรค ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 14 พระสุตตันตปิฏก มัชฌิมนิกาย อุปปริปัณณาส เล่มที่ 6 ซึ่งมีชื่อพ้องกับพระสูตรที่ 7 ของวรรคที่ 5 คือสฬายตนวรรค ของเล่มนี้เหมือนกัน แต่มีเนื้อหาสาระแตกต่างกัน จึงควรนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับพระสูตรนั้นด้วย จะช่วยให้เข้าใจเรื่องสฬายตนะดีขึ้นกว้างขวางขึ้น</p><br><p>&nbsp;สูตร#2 มหาสฬายตนวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงแสดงธรรมเนื่องด้วยอายตนะ 6 ที่สำคัญให้ฟัง และทรงแสดงผลของผู้ที่รู้เห็นตามความเป็นจริง อริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมเจริญขึ้น ธรรมเหล่าอื่นก็เจริญเต็มที่ด้วย สมถะและวิปัสนาของเขาย่อมเคียงคู่กันไป จนสามารถกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้คือขันธ์ 5&nbsp;ละธรรมที่ควรละ คือ อวิชชา และภวตัณหา เจริญธรรมที่ควรเจริญ คือ สมถะ และวิปัสสนา ทำให้แจ้งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง คือ วิชชา และวิมุตติ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อายตนะ และการพัฒนาอินทรีย์-อินทริยภาวนาสูตร ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร และสาเกตสูตร [6625-4s]</title>
			<itunes:title>อายตนะ และการพัฒนาอินทรีย์-อินทริยภาวนาสูตร ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร และสาเกตสูตร [6625-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Jun 2023 21:00:20 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6492eab83da39f0011b74df1/media.mp3" length="26047104" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6492eab83da39f0011b74df1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6492eab83da39f0011b74df1</link>
			<acast:episodeId>6492eab83da39f0011b74df1</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPVD3nql77S5iHzTBvA3qfwTXtQQaYYwnGUeGuVNE9poS1DNBYa+xVg2z1ql5fZI8+FhJ+4PZ5nyIi0usWMSfxK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>25</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อินทริยภาวนาสูตร ทรงแสดงแก่อุตตรมาณพซึ่งเป็นศิษย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ ณ เวฬุวัน ในกัชชังคลานิคม ทรงปรารภคำกราบทูลของอุตตรมาณพเรื่องการเจริญอินทรีย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ซึ่งปาราสิริยพราหมณ์แสดงการเจริญอินทรีย์แก่สาวก คือ แสดงว่า อย่าดูรูปทางตา อย่าฟังเสียงทางหู ทรงตรัสว่า ผู้เจริญอินทรีย์ตามคำสอนของปาราสิริยพราหมณ์ จักเป็นคนตาบอด หูหนวก จากนั้นทรงเรียกพระอานนท์มาแล้ว ทรงแสดงเรื่องการเจริญอินทรีย์ตามหลักคำสอนของพระองค์</p><br><p>สูตร#2 ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภวิหารธรรมที่ทำให้พระสารีบุตรมีอินทรีย์ผ่องใส มีผิวพรรณบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทรงแสดงว่า ภิกษุผู้ต้องการอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้นต้องพิจารณาว่า ขณะกลับจากบิณฑบาต มีอกุศลธรรมที่อาศัยอายตนะภายในเกิดขึ้นแก่ตนหรือไม่ ถ้ามีให้พยายามละเสีย ถ้าไม่มี ให้ยินดีศึกษาในกุศลธรรมต่อไป</p><p>&nbsp;นอกจากนี้ ผู้อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมควรพิจารณา กามคุณ 5 นิวรณ์ 5 และอุปาทานขันธ์ 5&nbsp;เป็นต้น ทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน ผู้พิจารณาเช่นนี้ จึงทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ได้</p><br><p>สูตร#3 สาเกตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณป่าอัญชนวัน สถานที่พระราชทานอภัยแก่หมู่เนื้อ เขตเมืองสาเกต ทรงแสดงเหตุที่ทำให้อินทรีย์ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นพละ 5 ประการ และเหตุที่พละ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นอินทรีย์ 5 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อินทริยภาวนาสูตร ทรงแสดงแก่อุตตรมาณพซึ่งเป็นศิษย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ ณ เวฬุวัน ในกัชชังคลานิคม ทรงปรารภคำกราบทูลของอุตตรมาณพเรื่องการเจริญอินทรีย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ซึ่งปาราสิริยพราหมณ์แสดงการเจริญอินทรีย์แก่สาวก คือ แสดงว่า อย่าดูรูปทางตา อย่าฟังเสียงทางหู ทรงตรัสว่า ผู้เจริญอินทรีย์ตามคำสอนของปาราสิริยพราหมณ์ จักเป็นคนตาบอด หูหนวก จากนั้นทรงเรียกพระอานนท์มาแล้ว ทรงแสดงเรื่องการเจริญอินทรีย์ตามหลักคำสอนของพระองค์</p><br><p>สูตร#2 ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภวิหารธรรมที่ทำให้พระสารีบุตรมีอินทรีย์ผ่องใส มีผิวพรรณบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทรงแสดงว่า ภิกษุผู้ต้องการอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้นต้องพิจารณาว่า ขณะกลับจากบิณฑบาต มีอกุศลธรรมที่อาศัยอายตนะภายในเกิดขึ้นแก่ตนหรือไม่ ถ้ามีให้พยายามละเสีย ถ้าไม่มี ให้ยินดีศึกษาในกุศลธรรมต่อไป</p><p>&nbsp;นอกจากนี้ ผู้อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมควรพิจารณา กามคุณ 5 นิวรณ์ 5 และอุปาทานขันธ์ 5&nbsp;เป็นต้น ทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน ผู้พิจารณาเช่นนี้ จึงทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ได้</p><br><p>สูตร#3 สาเกตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณป่าอัญชนวัน สถานที่พระราชทานอภัยแก่หมู่เนื้อ เขตเมืองสาเกต ทรงแสดงเหตุที่ทำให้อินทรีย์ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นพละ 5 ประการ และเหตุที่พละ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นอินทรีย์ 5 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อายตนะ 6 ประการ-สฬายตนวิภังคสูตร นครวินเทยยสูตร และมหาสมัยสูตร [6624-4s]</title>
			<itunes:title>อายตนะ 6 ประการ-สฬายตนวิภังคสูตร นครวินเทยยสูตร และมหาสมัยสูตร [6624-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Jun 2023 21:00:02 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/648995cb91db4800116012e6/media.mp3" length="29155687" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">648995cb91db4800116012e6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/648995cb91db4800116012e6</link>
			<acast:episodeId>648995cb91db4800116012e6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesN6ZOGOSKFlr9lAEIPlVmDJGmzstxHJGZEeuAhJSVVBkRHCjQNZILItM9uyemS0VdyPNUxTSvWQQhChed3sKG77]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>24</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 สฬายตนะวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงแสดงธรรมเนื่องด้วยอายตนะ 6 ที่สำคัญให้ฟัง และทรงแสดงผลของผู้ที่รู้เห็นตามความเป็นจริง อริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมเจริญขึ้น ธรรมเหล่าอื่นก็เจริญเต็มที่ด้วย สมถะ และวิปัสนาของเขาย่อมเคียงคู่กันไป จนสามารถกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้คือขันธ์ 5&nbsp;ละธรรมที่ควรละ คือ อวิชชา และภวตัณหา เจริญธรรมที่ควรเจริญ คือ สมถะ และวิปัสสนา ทำให้แจ้งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง คือ วิชชา และวิมุตติ</p><br><p>สูตร#2 นครวินทยสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์ และคหบดีชาวบ้านนครวินทะ แควันโกศล ซึ่งพากันมาเฝ้าพระองค์เมื่อทราบว่าเสด็จมาที่หมู่บ้านนั้น โดยทรงประสงค์ให้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างสมณพราหมณ์ที่ควรสักการะ เคารพ นับถือบูชา กับสมณพราหมณ์ที่ไม่ควรสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ผลจากการแสดงธรรมครั้งนี้ ทำให้พราหมณ์ และคหบดีเหล่านั้น ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><br><p>สูตร#3 มหาสมัยสูตร ว่าด้วยการประชุมครั้งใหญ่ของเทวดา ทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูปขณะประทับอยู่ที่ป่ามหาวัน เขตกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ มีเหล่าเทวดาจำนวนมากจาก 10 โลกธาตุมาประชุมกันเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค และเยี่ยมภิกษุสงฆ์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 สฬายตนะวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงแสดงธรรมเนื่องด้วยอายตนะ 6 ที่สำคัญให้ฟัง และทรงแสดงผลของผู้ที่รู้เห็นตามความเป็นจริง อริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมเจริญขึ้น ธรรมเหล่าอื่นก็เจริญเต็มที่ด้วย สมถะ และวิปัสนาของเขาย่อมเคียงคู่กันไป จนสามารถกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้คือขันธ์ 5&nbsp;ละธรรมที่ควรละ คือ อวิชชา และภวตัณหา เจริญธรรมที่ควรเจริญ คือ สมถะ และวิปัสสนา ทำให้แจ้งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง คือ วิชชา และวิมุตติ</p><br><p>สูตร#2 นครวินทยสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์ และคหบดีชาวบ้านนครวินทะ แควันโกศล ซึ่งพากันมาเฝ้าพระองค์เมื่อทราบว่าเสด็จมาที่หมู่บ้านนั้น โดยทรงประสงค์ให้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างสมณพราหมณ์ที่ควรสักการะ เคารพ นับถือบูชา กับสมณพราหมณ์ที่ไม่ควรสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ผลจากการแสดงธรรมครั้งนี้ ทำให้พราหมณ์ และคหบดีเหล่านั้น ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><br><p>สูตร#3 มหาสมัยสูตร ว่าด้วยการประชุมครั้งใหญ่ของเทวดา ทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูปขณะประทับอยู่ที่ป่ามหาวัน เขตกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ มีเหล่าเทวดาจำนวนมากจาก 10 โลกธาตุมาประชุมกันเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค และเยี่ยมภิกษุสงฆ์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อดีตพระเจ้าพิมพิสาร-ชนวสภสูตร [6623-4s]</title>
			<itunes:title>อดีตพระเจ้าพิมพิสาร-ชนวสภสูตร [6623-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Jun 2023 21:00:54 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6480bb1bb4749600114ccf15/media.mp3" length="28746012" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6480bb1bb4749600114ccf15</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6480bb1bb4749600114ccf15</link>
			<acast:episodeId>6480bb1bb4749600114ccf15</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMHY8HnXi3QUiIC4njQIvLZ5rhiB2wLPpbWN0QRYf40Yjjd92moOCh9AkkLeLxQpepCVVV8QXDXiyO4Zd5WwupZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>23</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ชนวสภสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ ตำหนักอิฐในนาทิกคาม เขตแคว้นวัชชี เมื่อครั้งเสด็จจาริกแสดงธรรมครั้งสุดท้าย ทรงปรารภคำกราบทูลเลียบเคียงท่านพระอานนท์ เรื่องการที่พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์คติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทผู้ล่วงลับไปแล้ว เช่น ชาวบ้านนาทิกคาม แคว้นวัชชี ฯลฯ (ยกเว้นแคว้นมคธ) ทำให้พุทธบริษัทเหล่านั้นมีความยินดี เกิดปีติโสมนัส แต่การที่ไม่ทรงพยากรณ์พุทธบริษัทชาวมคธผู้ล่วงลับไปแล้วทำให้ดูเหมือนว่า แคว้นนี้ไม่มีพุทธบริษัท ทั้ง ๆ ที่มีเป็นจำนวนมาก การที่ทรงพยากรณ์จะทำให้พุทธบริษัทจำนวนมากในแคว้นนี้เกิดความเลื่อมใส และจะไปเกิดในสุคติภูมิต่อไป ด้วยเหตุนี้ จึงทรงตั้งพระทัยเพ่งพิจารณากำหนดจะทรงทราบคติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทชาวมคธผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ทรงทราบชัดตามที่ทรงปรารถนา</p><br><p>เมื่อท่านพระอานนท์เข้าเฝ้าจึงตรัสเล่าเรื่องที่ทรงทราบให้ฟังว่า ชนวสภยักษ์ คือ อดีตพระเจ้าพิมพิสารมาเฝ้าพระองค์ กราบทูลให้ทรงทราบว่า ท่านไปเกิดเป็นยักษ์ชื่อชนวสภะในชั้นจาตุมหาราช ท่านบรรลุโสดาบันแล้ว และปรารถนาจะบรรลุเป็นพระสกทาคามีต่อไป โดยประพฤติธรรมคำสอนของพระองค์ตลอดมามิได้เว้น ซึ่งการมาเฝ้าครั้งนี้มาด้วยเหตุ 2 ประการ คือ (1) มาด้วยความเลื่อมใสและปรารถนาจะเข้าเฝ้า (2) มีเรื่องจะกราบทูลให้ทรงทราบคือเรื่องการประชุมของพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ที่เทวธรรมสภา ซึ่งในครั้งนั้นท้าวมหาพรหมได้เสด็จมา กล่าวสรรเสริญพระรัตนตรัย แล้วทรงแสดงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงสอน รวม 4 เรื่อง และสนังกุมารพรหมทรงสรุปว่า มีชาวมคธผู้มีความเสื่อมใสอันไม่หวั่นไหว ในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ จำนวนมาก ที่ล่วงลับดับชีพไปแล้ว เป็นพระโสดาบัน และเป็นพระสกทาคามี</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ชนวสภสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ ตำหนักอิฐในนาทิกคาม เขตแคว้นวัชชี เมื่อครั้งเสด็จจาริกแสดงธรรมครั้งสุดท้าย ทรงปรารภคำกราบทูลเลียบเคียงท่านพระอานนท์ เรื่องการที่พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์คติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทผู้ล่วงลับไปแล้ว เช่น ชาวบ้านนาทิกคาม แคว้นวัชชี ฯลฯ (ยกเว้นแคว้นมคธ) ทำให้พุทธบริษัทเหล่านั้นมีความยินดี เกิดปีติโสมนัส แต่การที่ไม่ทรงพยากรณ์พุทธบริษัทชาวมคธผู้ล่วงลับไปแล้วทำให้ดูเหมือนว่า แคว้นนี้ไม่มีพุทธบริษัท ทั้ง ๆ ที่มีเป็นจำนวนมาก การที่ทรงพยากรณ์จะทำให้พุทธบริษัทจำนวนมากในแคว้นนี้เกิดความเลื่อมใส และจะไปเกิดในสุคติภูมิต่อไป ด้วยเหตุนี้ จึงทรงตั้งพระทัยเพ่งพิจารณากำหนดจะทรงทราบคติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทชาวมคธผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ทรงทราบชัดตามที่ทรงปรารถนา</p><br><p>เมื่อท่านพระอานนท์เข้าเฝ้าจึงตรัสเล่าเรื่องที่ทรงทราบให้ฟังว่า ชนวสภยักษ์ คือ อดีตพระเจ้าพิมพิสารมาเฝ้าพระองค์ กราบทูลให้ทรงทราบว่า ท่านไปเกิดเป็นยักษ์ชื่อชนวสภะในชั้นจาตุมหาราช ท่านบรรลุโสดาบันแล้ว และปรารถนาจะบรรลุเป็นพระสกทาคามีต่อไป โดยประพฤติธรรมคำสอนของพระองค์ตลอดมามิได้เว้น ซึ่งการมาเฝ้าครั้งนี้มาด้วยเหตุ 2 ประการ คือ (1) มาด้วยความเลื่อมใสและปรารถนาจะเข้าเฝ้า (2) มีเรื่องจะกราบทูลให้ทรงทราบคือเรื่องการประชุมของพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ที่เทวธรรมสภา ซึ่งในครั้งนั้นท้าวมหาพรหมได้เสด็จมา กล่าวสรรเสริญพระรัตนตรัย แล้วทรงแสดงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงสอน รวม 4 เรื่อง และสนังกุมารพรหมทรงสรุปว่า มีชาวมคธผู้มีความเสื่อมใสอันไม่หวั่นไหว ในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ จำนวนมาก ที่ล่วงลับดับชีพไปแล้ว เป็นพระโสดาบัน และเป็นพระสกทาคามี</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มายาเครื่องกลับใจ-อุปาลิวาทสูตร [6622-4s]</title>
			<itunes:title>มายาเครื่องกลับใจ-อุปาลิวาทสูตร [6622-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 31 May 2023 21:00:57 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/647737918862de0011676996/media.mp3" length="29232561" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">647737918862de0011676996</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/647737918862de0011676996</link>
			<acast:episodeId>647737918862de0011676996</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNUSbf/82r4KZbP7vddHavPHZJiw1iexPpZGQmHHZjiQvuOtq+WPaLl5RXSfoy90GUD7evlLiJ0JhaV/7C53VKl]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>22</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>อุปาลิวาทสูตร</strong> ทรงแสดงแก่นิครนถ์ชื่อทีฆตปัสสี และอุบาลีคหบดี ขณะประทับ ณ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา ในตอนต้น ทรงแสดงแก่นิครนถ์ทีฆตปัสสี ที่ได้เข้าไปสนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาค ทรงตั้งคำถาม ถามทีฆตปัสสีเรื่อง นิครนถ์ นาฏบุตร บัญญัติกรรมในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน ทีฆตปัสสีทูลตอบว่า ไม่ได้บัญญัติเรื่องกรรมแต่บัญญัติทัณฑะ มี 3 อย่าง และกายทัณฑะมีโทษมากกว่า จากนั้นตปัสสี ได้ทูลย้อนถามว่า พระองค์บัญญัติทัณฑะในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน ทรงตอบว่า ไม่ได้บัญญัติทัณฑะ แต่บัญญัติ กรรม มี 3 อย่าง และมโนกรรมมีโทษมากกว่า</p><br><p>จากนั้นทีฆตปัสสี ได้นำเรื่องไปเล่าให้นิครนถ์ นาฏบุตร และนิครนถ์บริษัทฟัง ทุกคนเห็นว่าทีฆตปัสสีกล่าวถูกต้อง อุบาลีคหบดีจึงรับอาสานำเรื่องนั้นไปโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงย้อนถามปัญหาอุบาลี 4 ข้อ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามปัญหาจบลง อุบาลีคหบดียอมรับว่า มโนกรรมมีโทษมากกว่าจริง และได้แสดงตนเป็นอุบาสกถึง 3 ครั้ง จากนั้นทรงแสดงอนุปุพพิกถา จนอุบาลีคหบดี บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>อุปาลิวาทสูตร</strong> ทรงแสดงแก่นิครนถ์ชื่อทีฆตปัสสี และอุบาลีคหบดี ขณะประทับ ณ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา ในตอนต้น ทรงแสดงแก่นิครนถ์ทีฆตปัสสี ที่ได้เข้าไปสนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาค ทรงตั้งคำถาม ถามทีฆตปัสสีเรื่อง นิครนถ์ นาฏบุตร บัญญัติกรรมในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน ทีฆตปัสสีทูลตอบว่า ไม่ได้บัญญัติเรื่องกรรมแต่บัญญัติทัณฑะ มี 3 อย่าง และกายทัณฑะมีโทษมากกว่า จากนั้นตปัสสี ได้ทูลย้อนถามว่า พระองค์บัญญัติทัณฑะในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน ทรงตอบว่า ไม่ได้บัญญัติทัณฑะ แต่บัญญัติ กรรม มี 3 อย่าง และมโนกรรมมีโทษมากกว่า</p><br><p>จากนั้นทีฆตปัสสี ได้นำเรื่องไปเล่าให้นิครนถ์ นาฏบุตร และนิครนถ์บริษัทฟัง ทุกคนเห็นว่าทีฆตปัสสีกล่าวถูกต้อง อุบาลีคหบดีจึงรับอาสานำเรื่องนั้นไปโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงย้อนถามปัญหาอุบาลี 4 ข้อ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามปัญหาจบลง อุบาลีคหบดียอมรับว่า มโนกรรมมีโทษมากกว่าจริง และได้แสดงตนเป็นอุบาสกถึง 3 ครั้ง จากนั้นทรงแสดงอนุปุพพิกถา จนอุบาลีคหบดี บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นี้เป็นวรรณะสูงสุด-เวขณสสูตร และจูฬสกุลุทายิสูตร [6621-4s]</title>
			<itunes:title>นี้เป็นวรรณะสูงสุด-เวขณสสูตร และจูฬสกุลุทายิสูตร [6621-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 May 2023 21:00:17 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:05:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/646de106bcb3130011de12cf/media.mp3" length="31681001" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">646de106bcb3130011de12cf</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/646de106bcb3130011de12cf</link>
			<acast:episodeId>646de106bcb3130011de12cf</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMXXmyvdCld8dzbpryilhxxg48A80gGLU+B381VNesMVImRA3NlRY1MAHDe9xP+t0IBNtmHe6/xnqFt6a15SL3T]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>21</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 เวขณสสูตร ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อ เวขณสะ ขณะประทับอยู่ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภคำอุทานของเวขณสปริพาชก ซึ่งทำทีเปล่งอุทานในสำนักของพระองค์ให้ทรงได้ยินว่า “นี้เป็นวรรณะสูงสุด นี้เป็นวรรณะสูงสุด”</p><p>ทรงตรัสถามความหมายของวรรณะสูงสุด แต่เขากราบทูลแต่คำเดิม จึงทรงตรัสว่า เวขณสะใช้คำพูดเลื่อนลอย เปรียบเหมือนชายหนุ่มที่รักหญิงงามแต่ไม่รู้ว่านางเป็นใคร ไม่รู้จักชื่อ ตระกูล ลักษณะและที่อยู่</p><p>ในที่สุดเวขณสปริพาชกยอมอธิบายว่า หมายถึง อัตตาที่ยั่งยืน หลังจากตายแล้วมีวรรณะเหมือนแก้วไพฑูรย์ ฯลฯ ส่องแสงสว่างเป็นประกาย พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงสิ่งที่ส่องสว่างกว่านั้น และแต่ละอย่างส่องแสงสว่างยิ่งกว่าวรรณะที่เขากล่าวถึง</p><p>จากนั้นได้ตรัสกามคุณ 5 กามสุข และความสุขอันเลิศกว่ากามสุข มีเพียงพระอรหันตขีณาสพเท่านั้นที่จะรู้ได้ เวขณสะได้ฟังเช่นนั้นก็โกรธ กล่าวหาว่าทรงตรัสถึงพระอรหันตขีณาสพโดยไม่รู้จริง&nbsp;จึงทรงท้าทายให้เขาเข้ามาปฏิบัติ ตามคำสั่งสอนของพระองค์ ก็จะรู้เองเห็นเอง เวขณสปริพาชก จึงยอมแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><br><p>สูตร#2 จูฬสกุลุทายิสูตร ทรงแสดงแก่สกุลุทายีปริพาชก ณ อารามของปริพาชก เขตกรุงราชคฤห์</p><p>สกุลุทายีได้สนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาคถึงเรื่องนิครนถ์ นาฏบุตรซึ่งอ้างว่าตนเป็นสัพพัญญู เห็นสิ่งทั้งปวง แม้ขณะเดิน หยุด หลับ และตื่น แต่พอถูกถามปัญหาเรื่องการระลึกชาติในอดีตกลับเอาเรื่องอื่นมาพูดกลบเกลื่อน พูดนอกเรื่อง ทั้งแสดงอาการโกรธไม่พอใจ ด้วยเหตุนี้ ทำให้เขาระลึกถึงพระผู้มีพระภาคมีแต่พระองค์เท่านั้นที่ทรงทราบเรื่องนี้จริงๆ</p><p>จากนั้นทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทให้ฟัง และทรงตรัสถามถึงความเห็นในลัทธิของปริพาชกเกี่ยวกับวรรณะสูงสุด และปัญหาเรื่องโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว (โลกที่ไม่มีทุกข์) ทรงซักไซร้ ไล่เลียงจนสกุลุทายีปริพาชกยอมรับว่า ลัทธิของตนว่างเปล่า และผิดไปหมด</p><p>จากนั้นทรงแสดงข้อปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว คือ ฌาน 4 และวิชชา 3 เมื่อทรงแสดงธรรมจบสกุลุทายีปริพาชกขอบวชแต่ลูกศิษย์ห้ามมิให้บวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 เวขณสสูตร ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อ เวขณสะ ขณะประทับอยู่ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภคำอุทานของเวขณสปริพาชก ซึ่งทำทีเปล่งอุทานในสำนักของพระองค์ให้ทรงได้ยินว่า “นี้เป็นวรรณะสูงสุด นี้เป็นวรรณะสูงสุด”</p><p>ทรงตรัสถามความหมายของวรรณะสูงสุด แต่เขากราบทูลแต่คำเดิม จึงทรงตรัสว่า เวขณสะใช้คำพูดเลื่อนลอย เปรียบเหมือนชายหนุ่มที่รักหญิงงามแต่ไม่รู้ว่านางเป็นใคร ไม่รู้จักชื่อ ตระกูล ลักษณะและที่อยู่</p><p>ในที่สุดเวขณสปริพาชกยอมอธิบายว่า หมายถึง อัตตาที่ยั่งยืน หลังจากตายแล้วมีวรรณะเหมือนแก้วไพฑูรย์ ฯลฯ ส่องแสงสว่างเป็นประกาย พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงสิ่งที่ส่องสว่างกว่านั้น และแต่ละอย่างส่องแสงสว่างยิ่งกว่าวรรณะที่เขากล่าวถึง</p><p>จากนั้นได้ตรัสกามคุณ 5 กามสุข และความสุขอันเลิศกว่ากามสุข มีเพียงพระอรหันตขีณาสพเท่านั้นที่จะรู้ได้ เวขณสะได้ฟังเช่นนั้นก็โกรธ กล่าวหาว่าทรงตรัสถึงพระอรหันตขีณาสพโดยไม่รู้จริง&nbsp;จึงทรงท้าทายให้เขาเข้ามาปฏิบัติ ตามคำสั่งสอนของพระองค์ ก็จะรู้เองเห็นเอง เวขณสปริพาชก จึงยอมแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><br><p>สูตร#2 จูฬสกุลุทายิสูตร ทรงแสดงแก่สกุลุทายีปริพาชก ณ อารามของปริพาชก เขตกรุงราชคฤห์</p><p>สกุลุทายีได้สนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาคถึงเรื่องนิครนถ์ นาฏบุตรซึ่งอ้างว่าตนเป็นสัพพัญญู เห็นสิ่งทั้งปวง แม้ขณะเดิน หยุด หลับ และตื่น แต่พอถูกถามปัญหาเรื่องการระลึกชาติในอดีตกลับเอาเรื่องอื่นมาพูดกลบเกลื่อน พูดนอกเรื่อง ทั้งแสดงอาการโกรธไม่พอใจ ด้วยเหตุนี้ ทำให้เขาระลึกถึงพระผู้มีพระภาคมีแต่พระองค์เท่านั้นที่ทรงทราบเรื่องนี้จริงๆ</p><p>จากนั้นทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทให้ฟัง และทรงตรัสถามถึงความเห็นในลัทธิของปริพาชกเกี่ยวกับวรรณะสูงสุด และปัญหาเรื่องโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว (โลกที่ไม่มีทุกข์) ทรงซักไซร้ ไล่เลียงจนสกุลุทายีปริพาชกยอมรับว่า ลัทธิของตนว่างเปล่า และผิดไปหมด</p><p>จากนั้นทรงแสดงข้อปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว คือ ฌาน 4 และวิชชา 3 เมื่อทรงแสดงธรรมจบสกุลุทายีปริพาชกขอบวชแต่ลูกศิษย์ห้ามมิให้บวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การแสวงหาที่ประเสริฐ-ปาสราสิสูตร [6620-4s]</title>
			<itunes:title>การแสวงหาที่ประเสริฐ-ปาสราสิสูตร [6620-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 May 2023 21:00:02 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:06:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6464a6c4f45b540010ca64c8/media.mp3" length="31721553" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6464a6c4f45b540010ca64c8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6464a6c4f45b540010ca64c8</link>
			<acast:episodeId>6464a6c4f45b540010ca64c8</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMSbPLGfoTaBe1MsEpL4m2wJ5NBnveehq+79Gan2qatEztR0bIvKxyMp/ynxCQGSAJSAS+YuyIdSeZAnOiVTmKb]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>20</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปาสราสิสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุจำนวน 500 รูป ณ อาศรมรัมมกพราหมณ์ เขตกรุงสาวัตถี เนื่องจากภิกษุเหล่านี้ได้เดินทางมาพบท่านพระอานนท์ เพื่อขอเข้าเฝ้าและฟังธรรม พระอานนท์จึงได้กราบทูลพระพุทธเจ้าให้เสด็จไปโปรดภิกษุเหล่านี้</p><p>เมื่อทรงเสด็จไปถึง ทรงได้ยินภิกษุกำลังสนทนาธรรมกันอยู่ ทรงประทับยืนรอจนภิกษุเหล่านั้นสนทนาธรรมจบลง จึงเสด็จเข้าไป ทรงตรัสถึงผู้มาประชุม มีกิจที่ควรทำ 2 ประการ คือ 1) การสนทนาธรรม 2) การเป็นผู้นิ่งอย่างพระอริยะ แล้วทรงปรารภการแสวงหามี 2 อย่าง คือ การแสวงหาที่ประเสริฐ และการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ แล้วทรงอธิบาย ว่า</p><p>การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ ได้แก่ การแสวงหากาม การแสวงหาที่ประเสริฐ ได้แก่ การแสวงหาทางเพื่อพ้นไปจากกาม บรรลุถึงพระนิพพาน สำหรับการแสวงหาที่ประเสริฐ ทรงยกการแสวงหาโมกขธรรมของพระองค์เองเป็นตัวอย่าง จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนต้น</p><p>และทรงแสดงด้วยอุปมาโวหารเปรียบเทียบให้เห็นโทษของกามคุณ 5 ซึ่งถ้าไม่มีปัญญาสลัดออกจากกามคุณ 5 ได้ จะต้องถูกมารใจบาปทำอะไรๆ ได้ตามชอบใจเหมือนเนื้อป่าที่ติดบ่วง ถูกพรานเนื้อทำอะไรๆ ได้ตามชอบใจ แล้วทรงสอนวิธีสลัดออกจากกามคุณ 5 ด้วยการปฏิบัติสมถะ และวิปัสสนา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปาสราสิสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุจำนวน 500 รูป ณ อาศรมรัมมกพราหมณ์ เขตกรุงสาวัตถี เนื่องจากภิกษุเหล่านี้ได้เดินทางมาพบท่านพระอานนท์ เพื่อขอเข้าเฝ้าและฟังธรรม พระอานนท์จึงได้กราบทูลพระพุทธเจ้าให้เสด็จไปโปรดภิกษุเหล่านี้</p><p>เมื่อทรงเสด็จไปถึง ทรงได้ยินภิกษุกำลังสนทนาธรรมกันอยู่ ทรงประทับยืนรอจนภิกษุเหล่านั้นสนทนาธรรมจบลง จึงเสด็จเข้าไป ทรงตรัสถึงผู้มาประชุม มีกิจที่ควรทำ 2 ประการ คือ 1) การสนทนาธรรม 2) การเป็นผู้นิ่งอย่างพระอริยะ แล้วทรงปรารภการแสวงหามี 2 อย่าง คือ การแสวงหาที่ประเสริฐ และการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ แล้วทรงอธิบาย ว่า</p><p>การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ ได้แก่ การแสวงหากาม การแสวงหาที่ประเสริฐ ได้แก่ การแสวงหาทางเพื่อพ้นไปจากกาม บรรลุถึงพระนิพพาน สำหรับการแสวงหาที่ประเสริฐ ทรงยกการแสวงหาโมกขธรรมของพระองค์เองเป็นตัวอย่าง จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนต้น</p><p>และทรงแสดงด้วยอุปมาโวหารเปรียบเทียบให้เห็นโทษของกามคุณ 5 ซึ่งถ้าไม่มีปัญญาสลัดออกจากกามคุณ 5 ได้ จะต้องถูกมารใจบาปทำอะไรๆ ได้ตามชอบใจเหมือนเนื้อป่าที่ติดบ่วง ถูกพรานเนื้อทำอะไรๆ ได้ตามชอบใจ แล้วทรงสอนวิธีสลัดออกจากกามคุณ 5 ด้วยการปฏิบัติสมถะ และวิปัสสนา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปริพาชกชื่อวัจฉโคตร-จูฬวัจฉโคตตสูตร อัคคิวัจฉโคตตสูตร และมหาวัจฉโคตตสูตร [6619-4s]</title>
			<itunes:title>ปริพาชกชื่อวัจฉโคตร-จูฬวัจฉโคตตสูตร อัคคิวัจฉโคตตสูตร และมหาวัจฉโคตตสูตร [6619-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 May 2023 21:00:45 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/645b7952debcfc0010fbb00b/media.mp3" length="29232845" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">645b7952debcfc0010fbb00b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/645b7952debcfc0010fbb00b</link>
			<acast:episodeId>645b7952debcfc0010fbb00b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPEE7W6E+BMKxpXrjrPMPpUcWbfuZ/1XHOxwNprn32GQCFIAVS2ITlB5bzzy5nLtjQP3W5j0xGi0YLLJt4GOT8l]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>19</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงแก่วัจฉโคตรปริพาชก ขณะประทับ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน กรุงสาวัตถี ปรารภคำถามของวัจฉโคตรปริพาชกว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระสัพพัญญูเห็นธรรมทั้งปวง ยืนยันญาณทัสสนะในขณะ เดิน หยุด หลับและตื่น เป็นการกล่าวถูกต้องหรือไม่ ตรัสตอบว่าไม่ถูกต้อง เพราะทรงเป็นผู้มีวิชชา 3 แล้วทรงแสดงวิชชา 3 เพื่อให้วัจฉโคตรปริพาชกรู้ว่าลัทธิอื่น นอกจากพระพุทธศาสนาไม่มีใครเป็นสัพพัญญู</p><br><p>สูตร#2 อัคคิวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงแก่วัจฉโคตรปริพาชก ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของปริพาชกว่า พระองค์ทรงมีอันตคาหิกทิฏฐิ (ความเห็นสุดโต่ง) 10 ประการหรือไม่ ทรงตอบว่า ไม่มี แล้วทรงตรัสถึงโทษของทิฏฐิเหล่านั้น ซึ่งทรงกำจัดได้แล้ว และทรงหลุดพ้นจากการยึดมั่นทิฏฐิในเรื่องขันธ์ 5 ปริพาชกมีความเข้าใจ จนได้ประกาศตนเป็นอุบาสก สมาทานไตรสรณคมน์</p><br><p>สูตร#3 มหาวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงแก่วัจฉโคตรปริพาชกขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ปริพาชกทูลขอให้พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมให้ฟัง ทรงแสดง อกุศลมูล 3 กุศลมูล 3 อกุศลกรรมบท 10 กุศลกรรมบท 10 และทรงแสดงผลที่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจะได้รับ ที่ไม่ได้มีเฉพาะพระพุทธเจ้า หรือเหล่าสาวกเพียงบางคนบางท่านแต่มีกว่านั้นมากนัก จึงทำให้มีศรัทธาเห็นถึงความบริบูรณ์เต็มพร้อมของธรรมวินัยนี้ และได้ขอบรรพชาจนกระทั่งสามารถทำวิชชา 3 ให้เกิดขึ้นได้ เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในโลก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงแก่วัจฉโคตรปริพาชก ขณะประทับ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน กรุงสาวัตถี ปรารภคำถามของวัจฉโคตรปริพาชกว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระสัพพัญญูเห็นธรรมทั้งปวง ยืนยันญาณทัสสนะในขณะ เดิน หยุด หลับและตื่น เป็นการกล่าวถูกต้องหรือไม่ ตรัสตอบว่าไม่ถูกต้อง เพราะทรงเป็นผู้มีวิชชา 3 แล้วทรงแสดงวิชชา 3 เพื่อให้วัจฉโคตรปริพาชกรู้ว่าลัทธิอื่น นอกจากพระพุทธศาสนาไม่มีใครเป็นสัพพัญญู</p><br><p>สูตร#2 อัคคิวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงแก่วัจฉโคตรปริพาชก ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของปริพาชกว่า พระองค์ทรงมีอันตคาหิกทิฏฐิ (ความเห็นสุดโต่ง) 10 ประการหรือไม่ ทรงตอบว่า ไม่มี แล้วทรงตรัสถึงโทษของทิฏฐิเหล่านั้น ซึ่งทรงกำจัดได้แล้ว และทรงหลุดพ้นจากการยึดมั่นทิฏฐิในเรื่องขันธ์ 5 ปริพาชกมีความเข้าใจ จนได้ประกาศตนเป็นอุบาสก สมาทานไตรสรณคมน์</p><br><p>สูตร#3 มหาวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงแก่วัจฉโคตรปริพาชกขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ปริพาชกทูลขอให้พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมให้ฟัง ทรงแสดง อกุศลมูล 3 กุศลมูล 3 อกุศลกรรมบท 10 กุศลกรรมบท 10 และทรงแสดงผลที่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจะได้รับ ที่ไม่ได้มีเฉพาะพระพุทธเจ้า หรือเหล่าสาวกเพียงบางคนบางท่านแต่มีกว่านั้นมากนัก จึงทำให้มีศรัทธาเห็นถึงความบริบูรณ์เต็มพร้อมของธรรมวินัยนี้ และได้ขอบรรพชาจนกระทั่งสามารถทำวิชชา 3 ให้เกิดขึ้นได้ เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในโลก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา-มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 2 [6618-4s]</title>
			<itunes:title>ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา-มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 2 [6618-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 May 2023 21:00:02 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/645227000c067600115f877b/media.mp3" length="26365623" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">645227000c067600115f877b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/645227000c067600115f877b</link>
			<acast:episodeId>645227000c067600115f877b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPfXvR5YL2bnjlPYMsn1vIPb3H67HGXeqHK4zNnPXb79uUzVSwXn61qyKUi1PVvbfC+FreEguCQNsp3AZS/2Tgv]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>18</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 2 ทรงตรัสว่า สาวกผู้ปฏิบัติเคร่งครัดในธรรม 5 ประการนี้ เทียบเท่าหรือยิ่งกว่าพระองค์มีอยู่ ถ้าถือธรรม 5 ประการนั้นเป็นเหตุ สาวกเหล่านั้นก็คงไม่เคารพพระองค์ แล้วทรงแสดงธรรม 5 ประการอื่นอีก คือ</p><p>1. ทรงมีอธิศีล</p><p>2. ทรงมีญาณทัสสนะ</p><p>3. ทรงมีอธิปัญญา</p><p>4.&nbsp;ทรงสามารถตรัสตอบปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 ได้</p><p>5. ทรงสามารถตรัสบอกข้อปฏิบัติที่ทำให้บรรลุที่สุดแห่งอภิญญา และอภิญญาบารมี (อรหัตตผล) คือ โพธิปักขิยธรรม 37 วิโมกข์ 8 อภิภายตนะ 8 กสินายตนะ 10 ฌาน 4 และวิชชา 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 2 ทรงตรัสว่า สาวกผู้ปฏิบัติเคร่งครัดในธรรม 5 ประการนี้ เทียบเท่าหรือยิ่งกว่าพระองค์มีอยู่ ถ้าถือธรรม 5 ประการนั้นเป็นเหตุ สาวกเหล่านั้นก็คงไม่เคารพพระองค์ แล้วทรงแสดงธรรม 5 ประการอื่นอีก คือ</p><p>1. ทรงมีอธิศีล</p><p>2. ทรงมีญาณทัสสนะ</p><p>3. ทรงมีอธิปัญญา</p><p>4.&nbsp;ทรงสามารถตรัสตอบปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 ได้</p><p>5. ทรงสามารถตรัสบอกข้อปฏิบัติที่ทำให้บรรลุที่สุดแห่งอภิญญา และอภิญญาบารมี (อรหัตตผล) คือ โพธิปักขิยธรรม 37 วิโมกข์ 8 อภิภายตนะ 8 กสินายตนะ 10 ฌาน 4 และวิชชา 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมให้เกิดความเคารพเลื่อมใส-มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 1 [6617-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมให้เกิดความเคารพเลื่อมใส-มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 1 [6617-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Apr 2023 21:00:50 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/644897ac8af11400111973c7/media.mp3" length="27269523" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">644897ac8af11400111973c7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/644897ac8af11400111973c7</link>
			<acast:episodeId>644897ac8af11400111973c7</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesP1iJBYFbgR7m1gh3zaG2vxKiCW/TgGCKFRyn4iEUjRC5WBYcnfoXw78uaaVMVEj6sdX9N7r255d95UkYn2q1Fh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>17</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 1</strong> ทรงแสดงแก่สกุลุทายิปริพาชก ณ อารามของปริพาชก เขตกรุงราชคฤห์ พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปยังอารามของปริพาชก ขณะนั้น สกุลุทายีปริพาชกกำลังนั่งสนทนาดิรัจฉานกถาอยู่กับปริพาชกบริษัท ทูลเชิญให้พระผู้มีพระภาคประทับนั่ง ได้กราบทูลเรื่องที่สนทนากันว่า มีสมณพราหมณ์มาประชุมกันสนทนากันว่า บรรดาสมณพราหมณ์ผู้เป็น เจ้าหมู่เจ้าคณะ เป็นเจ้าลัทธิ ในที่ประชุมมีผู้ห็นว่า สมณพราหมณ์ผู้เป็นเจ้าหมู่ 6 ท่านแรก เคยมีเรื่องที่สาวกแสดงความไม่เคารพมาแล้ว</p><br><p>ส่วนท่านที่ 7 คือ พระสมณโคดม เมื่อแสดงธรรมจะไม่มีเสียงจามหรือเสียงไอของพระสาวกเลย ทำให้ผู้ต้องการฟังธรรมฟังได้เต็มที่ แม้สาวกผู้ลาสิกขาไปก็ยังกล่าวสรรเสริญ สาวกผู้เป็นอุบาสกก็พากันสมาทานประพฤติสิกขาบท 5 สาวกสักการะเคารพ นับถือ บูชาพระสมณโคดมอย่างนี้ และยังได้อาศัยพระสมณโคดมด้วย</p><br><p>ทรงตรัสถามสกุลุทายีว่า เห็นธรรมกี่ประการ ซึ่งเป็นเหตุให้สาวกของพระองค์แสดงความเคารพพระองค์เช่นนั้น เขากราบทูลว่า เห็นธรรม 5 ประการ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า สาวกผู้ปฏิบัติเคร่งครัดในธรรม 5 ประการนี้เทียบเท่าหรือยิ่งกว่าพระองค์ มีอยู่ ถ้าถือธรรม 5 ประการนั้นเป็นเหตุ สาวกเหล่านั้นก็คงไม่เคารพพระองค์ แล้วทรงแสดงธรรม 5 ประการอื่นอีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 1</strong> ทรงแสดงแก่สกุลุทายิปริพาชก ณ อารามของปริพาชก เขตกรุงราชคฤห์ พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปยังอารามของปริพาชก ขณะนั้น สกุลุทายีปริพาชกกำลังนั่งสนทนาดิรัจฉานกถาอยู่กับปริพาชกบริษัท ทูลเชิญให้พระผู้มีพระภาคประทับนั่ง ได้กราบทูลเรื่องที่สนทนากันว่า มีสมณพราหมณ์มาประชุมกันสนทนากันว่า บรรดาสมณพราหมณ์ผู้เป็น เจ้าหมู่เจ้าคณะ เป็นเจ้าลัทธิ ในที่ประชุมมีผู้ห็นว่า สมณพราหมณ์ผู้เป็นเจ้าหมู่ 6 ท่านแรก เคยมีเรื่องที่สาวกแสดงความไม่เคารพมาแล้ว</p><br><p>ส่วนท่านที่ 7 คือ พระสมณโคดม เมื่อแสดงธรรมจะไม่มีเสียงจามหรือเสียงไอของพระสาวกเลย ทำให้ผู้ต้องการฟังธรรมฟังได้เต็มที่ แม้สาวกผู้ลาสิกขาไปก็ยังกล่าวสรรเสริญ สาวกผู้เป็นอุบาสกก็พากันสมาทานประพฤติสิกขาบท 5 สาวกสักการะเคารพ นับถือ บูชาพระสมณโคดมอย่างนี้ และยังได้อาศัยพระสมณโคดมด้วย</p><br><p>ทรงตรัสถามสกุลุทายีว่า เห็นธรรมกี่ประการ ซึ่งเป็นเหตุให้สาวกของพระองค์แสดงความเคารพพระองค์เช่นนั้น เขากราบทูลว่า เห็นธรรม 5 ประการ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า สาวกผู้ปฏิบัติเคร่งครัดในธรรม 5 ประการนี้เทียบเท่าหรือยิ่งกว่าพระองค์ มีอยู่ ถ้าถือธรรม 5 ประการนั้นเป็นเหตุ สาวกเหล่านั้นก็คงไม่เคารพพระองค์ แล้วทรงแสดงธรรม 5 ประการอื่นอีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มูลเหตุแห่งธรรม-มูลปริยายสูตร [6616-4s]</title>
			<itunes:title>มูลเหตุแห่งธรรม-มูลปริยายสูตร [6616-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Apr 2023 21:00:56 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:11</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/643fda5573010400114adb75/media.mp3" length="26494322" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">643fda5573010400114adb75</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/643fda5573010400114adb75</link>
			<acast:episodeId>643fda5573010400114adb75</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesO2d2+4yaxlePeDcTcYtVTLyAJs2RMgU0Jgr+fKngvhDvWmSMMc0pyOsUclwblPUWb06BTGzA4SQ98UAV8hOfzp]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>16</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มูลปริยายสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ โคนไม้รังใหญ่ ในสุภควัน เขตเมืองอุกกัฏฐา ได้ทรงแสดงเรื่องราวอันเป็นมูลแห่งธรรมทั้งปวง (สัพพธัมมมูลปริยาย) มีใจความสำคัญแบ่งออกเป็น 8 ส่วน คือ เนื่องด้วยปุถุชน (คนที่ยังหนาไปด้วยกิเลส) 1&nbsp;จำพวก เนื่องด้วยเสขะ 1 จำพวก เนื่องด้วยพระขีณาสพ (พระอรหันต์) 4 จำพวก และ เนื่องด้วยพระศาสดา 2 จำพวก คือ</p><br><p>⁃ปุถุชนผู้มิได้สดับ ย่อมรู้ตามความจำถึงสิ่งต่างๆ แล้วยึดถือว่าเป็นของเรา เพราะไม่ได้กำหนดรู้ตามเป็นจริงซึ่งสิ่งนั้นๆ</p><br><p>⁃ภิกษุผู้เป็นเสขะ รู้ยิ่งด้วยปัญญาซึ่งสิ่งต่างๆ การยึดถือว่าเป็นของเราเพราะสิ่งนั้น พระเสขะควรกำหนดรู้ได้</p><br><p>⁃ภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ รู้ยิ่งด้วยปัญญาซึ่งสิ่งต่างๆ ย่อมไม่ถือว่าเป็นของเรา เพราะกำหนดสิ่งนั้นๆ แล้ว เพราะสิ้นราคะความกำหนัดยินดี เพราะสิ้นโทสะความคิดประทุษร้าย เพราะสิ้นโมหะความหลง</p><br><p>⁃พระศาสดา รู้ยิ่งด้วยปัญญาซึ่งสิ่งต่างๆ ไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา เพราะกำหนดรู้ในสิ่งนั้นๆ แล้ว และเพราะสิ้นตัญหาด้วยประการทั้งปวง ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มูลปริยายสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ โคนไม้รังใหญ่ ในสุภควัน เขตเมืองอุกกัฏฐา ได้ทรงแสดงเรื่องราวอันเป็นมูลแห่งธรรมทั้งปวง (สัพพธัมมมูลปริยาย) มีใจความสำคัญแบ่งออกเป็น 8 ส่วน คือ เนื่องด้วยปุถุชน (คนที่ยังหนาไปด้วยกิเลส) 1&nbsp;จำพวก เนื่องด้วยเสขะ 1 จำพวก เนื่องด้วยพระขีณาสพ (พระอรหันต์) 4 จำพวก และ เนื่องด้วยพระศาสดา 2 จำพวก คือ</p><br><p>⁃ปุถุชนผู้มิได้สดับ ย่อมรู้ตามความจำถึงสิ่งต่างๆ แล้วยึดถือว่าเป็นของเรา เพราะไม่ได้กำหนดรู้ตามเป็นจริงซึ่งสิ่งนั้นๆ</p><br><p>⁃ภิกษุผู้เป็นเสขะ รู้ยิ่งด้วยปัญญาซึ่งสิ่งต่างๆ การยึดถือว่าเป็นของเราเพราะสิ่งนั้น พระเสขะควรกำหนดรู้ได้</p><br><p>⁃ภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ รู้ยิ่งด้วยปัญญาซึ่งสิ่งต่างๆ ย่อมไม่ถือว่าเป็นของเรา เพราะกำหนดสิ่งนั้นๆ แล้ว เพราะสิ้นราคะความกำหนัดยินดี เพราะสิ้นโทสะความคิดประทุษร้าย เพราะสิ้นโมหะความหลง</p><br><p>⁃พระศาสดา รู้ยิ่งด้วยปัญญาซึ่งสิ่งต่างๆ ไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา เพราะกำหนดรู้ในสิ่งนั้นๆ แล้ว และเพราะสิ้นตัญหาด้วยประการทั้งปวง ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การอยู่อย่างผาสุก-นฬกปานสูตร และปุตตมังสสูตร [6615-4s]</title>
			<itunes:title>การอยู่อย่างผาสุก-นฬกปานสูตร และปุตตมังสสูตร [6615-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Apr 2023 21:00:24 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/64364ae50a92780011f12404/media.mp3" length="27165609" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">64364ae50a92780011f12404</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/64364ae50a92780011f12404</link>
			<acast:episodeId>64364ae50a92780011f12404</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPX046jF6/PTag/zMUjgigwawuKdEMenU5jgOANKIbqniGM+ezIdFaVwo7pfnjxKf+1wMA5sMBGMacFBMRN0P6S]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>15</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 นฬกปานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ หมู่บ้านนฬกปานะ ทรงปรารภกุลบุตรผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่บวชด้วยศรัทธา</p><p>ทรงตรัสถามกุลบุตรถึงความยินดีในพรหมจรรย์ และการออกบวชเพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์ และตรัสถึงหน้าที่ที่ผู้บวชใหม่จะต้องประพฤติปฏิบัติ และได้ทรงพยากรณ์ถึงการบรรลุธรรมของเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จุดประสงค์เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังถึงบุคคลที่เขารู้จัก เคยร่วมพูดคุย คบหาสมาคม จะสามารถรู้ถึงศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญาของบุคคลต่างๆ เหล่านั้น ทำให้น้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้น ทำให้มีความอยู่อย่างผาสุกได้</p><br><p>สูตร#2 ปุตตมังสสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงอาหาร 4 อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ของสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว (ภูตสัตว์) หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ ผู้แสวงหาที่เกิด (สัมภเวสีสัตว์)</p><p>และทรงยกอุปมาโดยลักษณะอาหาร 4 เพื่อให้อริยสาวกกำหนดรู้ได้ ราคะซึ่งเกิดจากกามคุณ 5 เวทนา 3 ประการ ตัณหา 3 ประการ และนามรูป จะกำหนดรู้ได้ด้วย เมื่อกำหนดรู้ได้แล้วจึงเป็นเหตุให้ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 นฬกปานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ หมู่บ้านนฬกปานะ ทรงปรารภกุลบุตรผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่บวชด้วยศรัทธา</p><p>ทรงตรัสถามกุลบุตรถึงความยินดีในพรหมจรรย์ และการออกบวชเพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์ และตรัสถึงหน้าที่ที่ผู้บวชใหม่จะต้องประพฤติปฏิบัติ และได้ทรงพยากรณ์ถึงการบรรลุธรรมของเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จุดประสงค์เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังถึงบุคคลที่เขารู้จัก เคยร่วมพูดคุย คบหาสมาคม จะสามารถรู้ถึงศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญาของบุคคลต่างๆ เหล่านั้น ทำให้น้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้น ทำให้มีความอยู่อย่างผาสุกได้</p><br><p>สูตร#2 ปุตตมังสสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงอาหาร 4 อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ของสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว (ภูตสัตว์) หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ ผู้แสวงหาที่เกิด (สัมภเวสีสัตว์)</p><p>และทรงยกอุปมาโดยลักษณะอาหาร 4 เพื่อให้อริยสาวกกำหนดรู้ได้ ราคะซึ่งเกิดจากกามคุณ 5 เวทนา 3 ประการ ตัณหา 3 ประการ และนามรูป จะกำหนดรู้ได้ด้วย เมื่อกำหนดรู้ได้แล้วจึงเป็นเหตุให้ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ประทานโอวาทแก่พระราหุล-มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร [6614-4s]</title>
			<itunes:title>ประทานโอวาทแก่พระราหุล-มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร [6614-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Apr 2023 21:00:33 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/642a488cc03be3001127affa/media.mp3" length="26137397" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">642a488cc03be3001127affa</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/642a488cc03be3001127affa</link>
			<acast:episodeId>642a488cc03be3001127affa</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPY7e0s8OHYslyDHFTtd1HjDsIkJDOn6g63bSIWUSjUDmjUoFFlfNfCprL8ZSaxZ5cfManmPAt780lXGyirBcKx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาราหุโลวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) เพื่อให้ท่านบรรเทาความพอใจและความกำหนัดเกี่ยวกับเรือนร่าง คือ ขันธ์ 5</p><p>ขณะนั้นทรงประทับอยู่พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ในตอนเช้าก่อนเสด็จออกบิณฑบาต ทรงแสดงวิธีการเจริญกัมมัฏฐานหลายอย่าง ทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 และการเจริญอานาปานสติให้มีผลมาก มีอานิสงส์มาก คือ ให้พิจารณาธาตุ 5 ให้เจริญภาวนาเสมอด้วยธาตุทั้ง 5 นั้น ให้เจริญภาวนา 6 อย่าง และให้เจริญอานาปานสติ 16 ชั้น</p><br><p>สูตร#2 จูฬราหุโลวาทสูตร&nbsp;ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภว่า ท่านพระราหุลยังเยาว์อยู่ อาจจะพูดเท็จทั้งๆ ที่รู้ จึงทรงเสด็จเข้าไปหาท่านพระราหุลซึ่งกำลังพักอยู่ ณ ปราสาทชื่อ อัมพลัฏฐิกา</p><p>ขณะที่พระองค์ทรงล้างพระบาท ทรงเหลือน้ำไว้ในภาชนะหน่อยหนึ่ง รับสั่งเรียกท่านพระราหุลมาพิจารณาดูน้ำนั้น แล้วทรงแสดงเปรียบเทียบว่า เป็นสมณะถ้าไม่มีความละอายกล่าวเท็จทั้งที่รู้ ก็เหลือความเป็นสมณะเพียงหน่อยหนึ่งเหมือนน้ำในขัน</p><p>ทรงเทน้ำทิ้งแล้วทรงคว่ำขัน และหงายขันขึ้น แล้วทรงเปรียบเทียบให้ฟังว่า ถ้ายังกล่าวเท็จอยู่ก็เหมือนน้ำที่เขาทิ้งแล้ว เหมือนขันที่คว่ำ และว่างเปล่าเหมือนขันที่หงายขึ้น</p><p>ทรงยกอุปมาด้วยช้างขึ้นมาเปรียบเทียบว่า ช้างต้นที่ใช้อวัยวะทุกส่วนทำงานให้พระราชาได้</p><p>ไม่มีอะไรที่ช้างต้นนั้นจะทำไม่ได้ คนที่ไม่มีความละอายกล่าวเท็จทั้งที่รู้ก็เหมือนกัน ที่จะไม่ทำบาปอะไรเลยไม่มี</p><p>จากนั้นทรงสอนให้พิจารณาดูกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมของตน เหมือนคนใช้คันฉ่องส่องดูเงาหน้าตัวเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาราหุโลวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) เพื่อให้ท่านบรรเทาความพอใจและความกำหนัดเกี่ยวกับเรือนร่าง คือ ขันธ์ 5</p><p>ขณะนั้นทรงประทับอยู่พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ในตอนเช้าก่อนเสด็จออกบิณฑบาต ทรงแสดงวิธีการเจริญกัมมัฏฐานหลายอย่าง ทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 และการเจริญอานาปานสติให้มีผลมาก มีอานิสงส์มาก คือ ให้พิจารณาธาตุ 5 ให้เจริญภาวนาเสมอด้วยธาตุทั้ง 5 นั้น ให้เจริญภาวนา 6 อย่าง และให้เจริญอานาปานสติ 16 ชั้น</p><br><p>สูตร#2 จูฬราหุโลวาทสูตร&nbsp;ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภว่า ท่านพระราหุลยังเยาว์อยู่ อาจจะพูดเท็จทั้งๆ ที่รู้ จึงทรงเสด็จเข้าไปหาท่านพระราหุลซึ่งกำลังพักอยู่ ณ ปราสาทชื่อ อัมพลัฏฐิกา</p><p>ขณะที่พระองค์ทรงล้างพระบาท ทรงเหลือน้ำไว้ในภาชนะหน่อยหนึ่ง รับสั่งเรียกท่านพระราหุลมาพิจารณาดูน้ำนั้น แล้วทรงแสดงเปรียบเทียบว่า เป็นสมณะถ้าไม่มีความละอายกล่าวเท็จทั้งที่รู้ ก็เหลือความเป็นสมณะเพียงหน่อยหนึ่งเหมือนน้ำในขัน</p><p>ทรงเทน้ำทิ้งแล้วทรงคว่ำขัน และหงายขันขึ้น แล้วทรงเปรียบเทียบให้ฟังว่า ถ้ายังกล่าวเท็จอยู่ก็เหมือนน้ำที่เขาทิ้งแล้ว เหมือนขันที่คว่ำ และว่างเปล่าเหมือนขันที่หงายขึ้น</p><p>ทรงยกอุปมาด้วยช้างขึ้นมาเปรียบเทียบว่า ช้างต้นที่ใช้อวัยวะทุกส่วนทำงานให้พระราชาได้</p><p>ไม่มีอะไรที่ช้างต้นนั้นจะทำไม่ได้ คนที่ไม่มีความละอายกล่าวเท็จทั้งที่รู้ก็เหมือนกัน ที่จะไม่ทำบาปอะไรเลยไม่มี</p><p>จากนั้นทรงสอนให้พิจารณาดูกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมของตน เหมือนคนใช้คันฉ่องส่องดูเงาหน้าตัวเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น-ปฏิจจสมุปบาท [6613-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น-ปฏิจจสมุปบาท [6613-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Mar 2023 21:00:46 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6422d15b1d4b8a0011ecc226/media.mp3" length="26769760" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6422d15b1d4b8a0011ecc226</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6422d15b1d4b8a0011ecc226</link>
			<acast:episodeId>6422d15b1d4b8a0011ecc226</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOZex+ev4Bh0AIgEtjVNLikSJv+uqaAbto2vfAbWCfWGvZXN1Pl5L2bBgRVuZu57Awt4ODk6ydzbyoI8Gx4gFqe]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA["ปฏิจจสมุปบาท" คือ ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ วิหารเชตวัน ถึงความหมายในแต่ละข้อ อุปมาอุปไมย และความเกี่ยวเนื่องกับอริยสัจสี่<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA["ปฏิจจสมุปบาท" คือ ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ วิหารเชตวัน ถึงความหมายในแต่ละข้อ อุปมาอุปไมย และความเกี่ยวเนื่องกับอริยสัจสี่<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โทษแห่งกาม-มหาทุกขักขันธสูตร และจูฬทุกขักขันธสูตร [6612-4s]</title>
			<itunes:title>โทษแห่งกาม-มหาทุกขักขันธสูตร และจูฬทุกขักขันธสูตร [6612-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Mar 2023 21:00:53 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/641aeb196a38d00011188f19/media.mp3" length="26242492" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">641aeb196a38d00011188f19</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/641aeb196a38d00011188f19</link>
			<acast:episodeId>641aeb196a38d00011188f19</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesP9fvM/av587UOghrsjx0NIuu+4T6V5MFuGXGI8vSWjPDQh10PvQ87crwIVhMJF4YhJFP/k11hjbc9QHE1yGbiN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาทุกขักขันธสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชก ที่ภิกษุนำมากราบทูลให้ทรงทราบ า พระองค์ทรงบัญญัติคำสอนเหมือนที่พวกปริพาชกบัญญัติไว้เหมือนกัน คือ เรื่องการละกาม การละรูป และการละเวทนาทั้งหลาย คำสอนเหล่านี้ ผิดแผกแตกต่างกันอย่างไร พระองค์จึงทรงตรัสสอนภิกษุในการตอบโต้วาทะของนักบวชพวกนั้นด้วยการตั้งคำถามย้อนกลับ ดังนี้ 1. อะไรเป็นเหตุแห่งกามทั้งหลาย อะไรเป็นโทษ อะไรเป็นการสลัดออกจากกามทั้งหลาย 2. อะไรเป็นคุณ โทษ และเป็นการสลัดออกจากรูปทั้งหลาย 3. อะไรเป็นคุณ โทษ และการสลัดออกจากเวทนาทั้งหลาย ทรงย้ำว่า คำถามเหล่านี้ นอกจากพระองค์และสาวกของพระองค์ ไม่มีผู้ใดสามารถตอบให้ถูกต้องสมบูรณ์ได้ สมณหรือพราหมณ์พวกใดก็ตามถ้าไม่รู้ชัดในคุณ โทษและการสลัดออก ตามความเป็นจริง ก็จะไม่มีทางรอบรู้ กาม รูปและเวทนาทั้งหลายได้เอง หรือชักชวนผู้อื่นให้รู้ได้และปฏิบัติตามจนรอบรู้ได้</p><br><p>สูตร#2 จูฬทุกขักขันธสูตร ทรงแสดงแก่เจ้ามหานามะ ณ นิโครธาราม ทรงตอบข้อสงสัยในธรรมของเจ้ามหานามะ ที่กราบทูลว่า พระองค์ทรงรู้ทั่วถึงธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า โลภะ โทสะ โมหะ เป็นเครื่องเศร้าหมองของจิต แต่บางครั้ง ยังถูกโลภะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง ครอบงำพระทัย ธรรมอะไรที่ยังทรงละไม่ได้ในภายใน พระพุทธเจ้าทรงตัสตอบว่า คือธรรมในภายในถ้าทรงละได้ จะไม่ทรงครองเรือน ไม่ทรงบริโภคกาม แล้วทรงเล่าเรื่องของพระองค์ตั้งแต่ยังทรงเป็นโพธิสัตว์ก่อนการตรัสรู้ และทรงแสดงถึงคุณ โทษ และการสลัดออกแห่งกามทั้งหลาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาทุกขักขันธสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชก ที่ภิกษุนำมากราบทูลให้ทรงทราบ า พระองค์ทรงบัญญัติคำสอนเหมือนที่พวกปริพาชกบัญญัติไว้เหมือนกัน คือ เรื่องการละกาม การละรูป และการละเวทนาทั้งหลาย คำสอนเหล่านี้ ผิดแผกแตกต่างกันอย่างไร พระองค์จึงทรงตรัสสอนภิกษุในการตอบโต้วาทะของนักบวชพวกนั้นด้วยการตั้งคำถามย้อนกลับ ดังนี้ 1. อะไรเป็นเหตุแห่งกามทั้งหลาย อะไรเป็นโทษ อะไรเป็นการสลัดออกจากกามทั้งหลาย 2. อะไรเป็นคุณ โทษ และเป็นการสลัดออกจากรูปทั้งหลาย 3. อะไรเป็นคุณ โทษ และการสลัดออกจากเวทนาทั้งหลาย ทรงย้ำว่า คำถามเหล่านี้ นอกจากพระองค์และสาวกของพระองค์ ไม่มีผู้ใดสามารถตอบให้ถูกต้องสมบูรณ์ได้ สมณหรือพราหมณ์พวกใดก็ตามถ้าไม่รู้ชัดในคุณ โทษและการสลัดออก ตามความเป็นจริง ก็จะไม่มีทางรอบรู้ กาม รูปและเวทนาทั้งหลายได้เอง หรือชักชวนผู้อื่นให้รู้ได้และปฏิบัติตามจนรอบรู้ได้</p><br><p>สูตร#2 จูฬทุกขักขันธสูตร ทรงแสดงแก่เจ้ามหานามะ ณ นิโครธาราม ทรงตอบข้อสงสัยในธรรมของเจ้ามหานามะ ที่กราบทูลว่า พระองค์ทรงรู้ทั่วถึงธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า โลภะ โทสะ โมหะ เป็นเครื่องเศร้าหมองของจิต แต่บางครั้ง ยังถูกโลภะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง ครอบงำพระทัย ธรรมอะไรที่ยังทรงละไม่ได้ในภายใน พระพุทธเจ้าทรงตัสตอบว่า คือธรรมในภายในถ้าทรงละได้ จะไม่ทรงครองเรือน ไม่ทรงบริโภคกาม แล้วทรงเล่าเรื่องของพระองค์ตั้งแต่ยังทรงเป็นโพธิสัตว์ก่อนการตรัสรู้ และทรงแสดงถึงคุณ โทษ และการสลัดออกแห่งกามทั้งหลาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปาฏิหาริย์ 3 อย่าง-เกวัฏฏสูตร [6611-4s]</title>
			<itunes:title>ปาฏิหาริย์ 3 อย่าง-เกวัฏฏสูตร [6611-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 Mar 2023 21:00:23 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6406989154937500119c9df8/media.mp3" length="27319460" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6406989154937500119c9df8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6406989154937500119c9df8</link>
			<acast:episodeId>6406989154937500119c9df8</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOttNCxuyac2KiSYTAwEm0yRn3ehP0wXk9rNEGF0MAl+jbmWiXo95WA0MlV2S48LYe8RMtocg8ICIzwpTvTdCJW]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[เกวัฏฏสูตร ทรงตรัสแก่เกวัฏฏบุตรคหบดีขณะประทับอยู่ในสวนมะม่วงของปาวาริกเศรษฐี หรือที่เรียกว่า ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา เกวัฏฎบุตรคหบดีเป็นพุทธศาสนิกชนผู้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ชาวนาลันทาหันมานับถือพระพุทธศาสนาโดยทั่วกัน จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลให้รับสั่งแก่ภิกษรูปใดรูปหนึ่งผู้ชำนาญทางการแสดงปาฏิหาริย์ไปแสดงปาฏิหาริย์ให้ชาวเมืองนั้นชม พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสเทศนาพระสูตรนี้ ทรงตรัสว่า พระองค์มิได้สอนธรรมเพื่อให้ภิกษุแสดงปาฏิหาริย์แก่คฤหัสถ์ แล้วทรงชี้แจงว่า ทรงรู้แจ้งปาฏิหาริย์ 3 อย่างคือ (1) อิทธิปาฏิหาริย์ (การแสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์) (2) อาเทสนาปาฏิหาริย์ (การดักทายใจผู้อื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์) (3) อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (การพร่ำสอนที่มีผลอย่างน่าอัศจรรย์) จากนั้นทรงแสดงอนุสาสนีปาฏิหาริย์ให้เกวัฏฏะฟัง คือทรงแสดงผลของศีล 3 ชั้น ผลของฌาน 4 และวิชชา 8 ในตอนท้ายทรงเล่าเรื่องภิกษุรูปหนึ่งต้องการทราบว่ามหาภูตรูป 4 ดับสนิทในที่ใด จึงเข้าสมาธิไปเที่ยวถามพวกเทวดาในเทวโลกทุกๆ ชั้นก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงไปเที่ยวถามพวกเทพที่เป็นพรหมบริษัทในพรหมโลกจนได้เข้าพบท้าวมหาพรหมที่อ้างว่าเป็นผู้สร้างโลก ท้าวมหาพรหมได้บอกภิกษุรูปนั้นไปว่า ไม่มีใครรู้ นอกจากพระพุทธเจ้า ภิกษุรูปนั้นจึงกลับมาเฝ้าพระผู้มีพระภาค ทูลถามข้อข้องใจนั้น พระองค์ตรัสตอบว่า ดับสนิทในจิตของพระอรหันต์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เกวัฏฏสูตร ทรงตรัสแก่เกวัฏฏบุตรคหบดีขณะประทับอยู่ในสวนมะม่วงของปาวาริกเศรษฐี หรือที่เรียกว่า ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา เกวัฏฎบุตรคหบดีเป็นพุทธศาสนิกชนผู้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ชาวนาลันทาหันมานับถือพระพุทธศาสนาโดยทั่วกัน จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลให้รับสั่งแก่ภิกษรูปใดรูปหนึ่งผู้ชำนาญทางการแสดงปาฏิหาริย์ไปแสดงปาฏิหาริย์ให้ชาวเมืองนั้นชม พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสเทศนาพระสูตรนี้ ทรงตรัสว่า พระองค์มิได้สอนธรรมเพื่อให้ภิกษุแสดงปาฏิหาริย์แก่คฤหัสถ์ แล้วทรงชี้แจงว่า ทรงรู้แจ้งปาฏิหาริย์ 3 อย่างคือ (1) อิทธิปาฏิหาริย์ (การแสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์) (2) อาเทสนาปาฏิหาริย์ (การดักทายใจผู้อื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์) (3) อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (การพร่ำสอนที่มีผลอย่างน่าอัศจรรย์) จากนั้นทรงแสดงอนุสาสนีปาฏิหาริย์ให้เกวัฏฏะฟัง คือทรงแสดงผลของศีล 3 ชั้น ผลของฌาน 4 และวิชชา 8 ในตอนท้ายทรงเล่าเรื่องภิกษุรูปหนึ่งต้องการทราบว่ามหาภูตรูป 4 ดับสนิทในที่ใด จึงเข้าสมาธิไปเที่ยวถามพวกเทวดาในเทวโลกทุกๆ ชั้นก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงไปเที่ยวถามพวกเทพที่เป็นพรหมบริษัทในพรหมโลกจนได้เข้าพบท้าวมหาพรหมที่อ้างว่าเป็นผู้สร้างโลก ท้าวมหาพรหมได้บอกภิกษุรูปนั้นไปว่า ไม่มีใครรู้ นอกจากพระพุทธเจ้า ภิกษุรูปนั้นจึงกลับมาเฝ้าพระผู้มีพระภาค ทูลถามข้อข้องใจนั้น พระองค์ตรัสตอบว่า ดับสนิทในจิตของพระอรหันต์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความคิดเห็นชั่วร้าย-โลหิจจสูตร [6610-4s]</title>
			<itunes:title>ความคิดเห็นชั่วร้าย-โลหิจจสูตร [6610-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Mar 2023 21:00:01 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6406978c1d175d00117b2b35/media.mp3" length="27217295" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6406978c1d175d00117b2b35</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/6406978c1d175d00117b2b35</link>
			<acast:episodeId>6406978c1d175d00117b2b35</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMB1f/wIxcOZFtpN0/lXanfE43rNzKC6kLabn/C0TVgqU5nNT99cNQE7oo9U9I8RBn9kCtu5X57nwseP/5+RNI3]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[โลหิจจสูตร ทรงตรัสแก่โลหิจจพราหมณ์เพื่อแก้ความเห็นผิด ขณะทรงแวะพักในหมู่บ้านสาลวติกา (หมู่บ้านที่มีต้นสาละเป็นรั้ว) แคว้นโกศล ที่พระเจ้าปเสนทิโกศลพระราชทานเป็นพรหมไทยให้โลหิจจพราหมณ์ปกครอง ทรงตรัสถามโลหิจจพราหมณ์ จริงหรือไม่ที่มีผู้กล่าวว่า โลหิจจพราหมณ์มีความเห็นชั่วร้ายว่า สมณะหรือพราหมณ์ควรบรรลุกุศลธรรม แต่ไม่ควรบอกแก่ผู้ใด เพราะไม่มีใครช่วยใครได้ ผู้ที่บอกถือว่ายังมีความโลภ เหมือนคนที่ตัดเครื่องจองจำเก่า แล้วสร้างเครื่องจองจำใหม่ขึ้นแทน ก็ถือว่ามีความโลภอย่างเดียวกัน ความโลภเป็นความชั่วร้าย จึงไม่ควรมีความโลภ โลหิจจพราหมณ์กราบทูลว่าจริง จึงทรงซักถาม ในกรณีที่โลหิจจพราหมณ์เป็นผู้ปกครองหมู่บ้านและกรณีพระเจ้าปเสนทิโกศลปกครองแคว้นโกศลและแคว้นกาสี ไล่เลียงให้โลหิจจพราหมณ์ตอบ จนจบลงที่ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิมีคติ 2 อย่าง คือ ตายแล้วไปเกิดในนรก หรือในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน&nbsp;แล้วทรงสรุปว่า ความเห็นที่ว่า สมณะหรือพราหมณ์ควรบรรลุกุศลธรรมแต่ไม่ควรบอกผู้ใดนั้น ก็ถือว่าไม่แบ่งผลประโยชน์แก่ผู้อื่นจัดเป็นมิจฉาทิฏฐิเช่นกัน จากนั้นทรงแสดงว่ามีศาสดาอยู่ 3 ประเภทที่สมควรถูกทักทัวง และศาสดาอีก 1 ประเภทที่ไม่สมควรถูกทักทัวง เมื่อตรัสจบ โลหิจจพราหมณ์ได้ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยไปตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[โลหิจจสูตร ทรงตรัสแก่โลหิจจพราหมณ์เพื่อแก้ความเห็นผิด ขณะทรงแวะพักในหมู่บ้านสาลวติกา (หมู่บ้านที่มีต้นสาละเป็นรั้ว) แคว้นโกศล ที่พระเจ้าปเสนทิโกศลพระราชทานเป็นพรหมไทยให้โลหิจจพราหมณ์ปกครอง ทรงตรัสถามโลหิจจพราหมณ์ จริงหรือไม่ที่มีผู้กล่าวว่า โลหิจจพราหมณ์มีความเห็นชั่วร้ายว่า สมณะหรือพราหมณ์ควรบรรลุกุศลธรรม แต่ไม่ควรบอกแก่ผู้ใด เพราะไม่มีใครช่วยใครได้ ผู้ที่บอกถือว่ายังมีความโลภ เหมือนคนที่ตัดเครื่องจองจำเก่า แล้วสร้างเครื่องจองจำใหม่ขึ้นแทน ก็ถือว่ามีความโลภอย่างเดียวกัน ความโลภเป็นความชั่วร้าย จึงไม่ควรมีความโลภ โลหิจจพราหมณ์กราบทูลว่าจริง จึงทรงซักถาม ในกรณีที่โลหิจจพราหมณ์เป็นผู้ปกครองหมู่บ้านและกรณีพระเจ้าปเสนทิโกศลปกครองแคว้นโกศลและแคว้นกาสี ไล่เลียงให้โลหิจจพราหมณ์ตอบ จนจบลงที่ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิมีคติ 2 อย่าง คือ ตายแล้วไปเกิดในนรก หรือในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน&nbsp;แล้วทรงสรุปว่า ความเห็นที่ว่า สมณะหรือพราหมณ์ควรบรรลุกุศลธรรมแต่ไม่ควรบอกผู้ใดนั้น ก็ถือว่าไม่แบ่งผลประโยชน์แก่ผู้อื่นจัดเป็นมิจฉาทิฏฐิเช่นกัน จากนั้นทรงแสดงว่ามีศาสดาอยู่ 3 ประเภทที่สมควรถูกทักทัวง และศาสดาอีก 1 ประเภทที่ไม่สมควรถูกทักทัวง เมื่อตรัสจบ โลหิจจพราหมณ์ได้ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยไปตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พึ่งตน พึ่งธรรม-จักกวัตติสูตร [6609-4s]</title>
			<itunes:title>พึ่งตน พึ่งธรรม-จักกวัตติสูตร [6609-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Mar 2023 21:00:02 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:09:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63fef6d03371220011247dda/media.mp3" length="34167778" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63fef6d03371220011247dda</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63fef6d03371220011247dda</link>
			<acast:episodeId>63fef6d03371220011247dda</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNyZKe1Db70Ipy8/C/cw9L0aYL5TuNviwalNchryIFqdzFDFQIBkgwqIv6fR+WisnVT0FO+diD4435jnWYmNk5j]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>จักกวัตติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่เมืองมาตุลา แคว้นมคธ&nbsp;ทรงตรัสสอนให้พึ่งตน พึ่งธรรม โดยการเจริญสติปัฏฐาน 4 และให้ประพฤติธรรมอันเป็นที่โคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา เมื่อประพฤติข้อนี้ บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางมิได้ ทรงอธิบายว่า ผู้พึ่งตนพึ่งธรรมจะเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ แล้วทรงตรัสเล่านิทานเกี่ยวกับพระเจ้าจักรพรรดิในอดีต 7 พระองค์ มีพระเจ้าทัฬหเนมิ เป็นต้น ผู้ประพฤติจักรวรรดิวัตรสืบทอดต่อๆ กันมาโดยลำดับ เมื่อกษัตราธิราชทรงประพฤติจักรวรรดิวัตรนี้โดยบริบูรณ์แล้ว แก้ว 7 ประการ ได้เกิดขึ้น ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ พระเจ้าจักรพรรดิ และประชาราษฎร์ผู้ประพฤติตามมีอายุยืนถึง 80,000 ปี มีวรรณะผ่องใส มีความสุข มีโภคะ และพละ แต่ยังมีกษัตราธิราชผู้ได้รับมูรธาภิเษกพระองค์หนึ่ง ซึ่งนับเป็นองค์ที่ 8 ไม่ทรงประพฤติจักรวรรดิวัตรสืบทอดจากพระชนก จึงไม่ทรงมีแก้ว 7 ประการ บ้านเมืองของพระองค์จึงไม่เจริญรุ่งเรือง ประชาราษฎร์ประสบความเดือดร้อน อดอยากต้องขโมยเขากิน อกุศลธรรมข้อ อทินนาทาน จึงเกิดขึ้น อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละเริ่มเสื่อมถอย ต่อมา ได้เกิดอกุศลธรรมข้อ ปาณาติบาต มุสาวาท ฯลฯ ขึ้นตามลำดับ เมื่ออกุศลธรรมแต่ละข้อเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อมลงๆ อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละก็เสื่อมลงๆ</p><p>จนถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่ 10 ปีตาย ในสมัยนั้นจะเกิดกาลยุคขั้นมิคสัญญีเป็นเวลา 7 วัน คือ คนเห็นคนเข้าใจว่าเป็นเนื้อที่ตนอยากกินเพื่อแก้ความหิวโหย จึงใช้อาวุธประหัตประหารกัน จนผู้คนล้มตายไปเกือบหมดโลก ช่วงเวลานั้น เรียกว่า สัตถันตรกัป คนที่รอดตาย คือ ผู้ที่หลบหนีออกจากหมู่คณะไปหลบซ่อนตัวอยู่ป่า พอพ้น 7 วัน จึงออกจากที่ซ่อน เกิดความรู้สึกสำนึกถึงคุณค่าของธรรม แล้วตั้งใจปฏิบัติธรรม ทำให้ค่อยๆ กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นโดยลำดับอีก</p><p>และเมื่อมนุษย์มีอายุ 80,000 ปี พระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง พระนามว่าสังขะ จะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงประพฤติจักรวรรดิวัตรอย่างเคร่งครัด ทำให้บ้านเมืองของพระองค์เจริญรุ่งเรือง กว้างขวาง อาณาจักรของพระองค์มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่กรุงพาราณสี แต่จะมีชื่อว่าเกตุมดีราชธานี มีประชากรหนาแน่น ในสมัยนั้น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เมตไตรย จะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมและบริหารการคณะสงฆ์อย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้ ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงสอนให้พึ่งตนพึ่งธรรมโดยการเจริญสติปัฏฐาน 4 และประพฤติธรรมอันเป็นโคจร ซึ่งสืบเนื่องมาจากบิดา ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>จักกวัตติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่เมืองมาตุลา แคว้นมคธ&nbsp;ทรงตรัสสอนให้พึ่งตน พึ่งธรรม โดยการเจริญสติปัฏฐาน 4 และให้ประพฤติธรรมอันเป็นที่โคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา เมื่อประพฤติข้อนี้ บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางมิได้ ทรงอธิบายว่า ผู้พึ่งตนพึ่งธรรมจะเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ แล้วทรงตรัสเล่านิทานเกี่ยวกับพระเจ้าจักรพรรดิในอดีต 7 พระองค์ มีพระเจ้าทัฬหเนมิ เป็นต้น ผู้ประพฤติจักรวรรดิวัตรสืบทอดต่อๆ กันมาโดยลำดับ เมื่อกษัตราธิราชทรงประพฤติจักรวรรดิวัตรนี้โดยบริบูรณ์แล้ว แก้ว 7 ประการ ได้เกิดขึ้น ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ พระเจ้าจักรพรรดิ และประชาราษฎร์ผู้ประพฤติตามมีอายุยืนถึง 80,000 ปี มีวรรณะผ่องใส มีความสุข มีโภคะ และพละ แต่ยังมีกษัตราธิราชผู้ได้รับมูรธาภิเษกพระองค์หนึ่ง ซึ่งนับเป็นองค์ที่ 8 ไม่ทรงประพฤติจักรวรรดิวัตรสืบทอดจากพระชนก จึงไม่ทรงมีแก้ว 7 ประการ บ้านเมืองของพระองค์จึงไม่เจริญรุ่งเรือง ประชาราษฎร์ประสบความเดือดร้อน อดอยากต้องขโมยเขากิน อกุศลธรรมข้อ อทินนาทาน จึงเกิดขึ้น อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละเริ่มเสื่อมถอย ต่อมา ได้เกิดอกุศลธรรมข้อ ปาณาติบาต มุสาวาท ฯลฯ ขึ้นตามลำดับ เมื่ออกุศลธรรมแต่ละข้อเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อมลงๆ อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละก็เสื่อมลงๆ</p><p>จนถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่ 10 ปีตาย ในสมัยนั้นจะเกิดกาลยุคขั้นมิคสัญญีเป็นเวลา 7 วัน คือ คนเห็นคนเข้าใจว่าเป็นเนื้อที่ตนอยากกินเพื่อแก้ความหิวโหย จึงใช้อาวุธประหัตประหารกัน จนผู้คนล้มตายไปเกือบหมดโลก ช่วงเวลานั้น เรียกว่า สัตถันตรกัป คนที่รอดตาย คือ ผู้ที่หลบหนีออกจากหมู่คณะไปหลบซ่อนตัวอยู่ป่า พอพ้น 7 วัน จึงออกจากที่ซ่อน เกิดความรู้สึกสำนึกถึงคุณค่าของธรรม แล้วตั้งใจปฏิบัติธรรม ทำให้ค่อยๆ กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นโดยลำดับอีก</p><p>และเมื่อมนุษย์มีอายุ 80,000 ปี พระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง พระนามว่าสังขะ จะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงประพฤติจักรวรรดิวัตรอย่างเคร่งครัด ทำให้บ้านเมืองของพระองค์เจริญรุ่งเรือง กว้างขวาง อาณาจักรของพระองค์มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่กรุงพาราณสี แต่จะมีชื่อว่าเกตุมดีราชธานี มีประชากรหนาแน่น ในสมัยนั้น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เมตไตรย จะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมและบริหารการคณะสงฆ์อย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้ ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงสอนให้พึ่งตนพึ่งธรรมโดยการเจริญสติปัฏฐาน 4 และประพฤติธรรมอันเป็นโคจร ซึ่งสืบเนื่องมาจากบิดา ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6608-4s]</title>
			<itunes:title>เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6608-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Feb 2023 21:00:49 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63f6697a886da70011dc4f89/media.mp3" length="28571526" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63f6697a886da70011dc4f89</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63f6697a886da70011dc4f89</link>
			<acast:episodeId>63f6697a886da70011dc4f89</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOJYs0pGp+aG8pp1C+ItCZ9Fx2tgFJURNSF7cZOyYaZyFw0luGRiM0UYGav+zriYYT83K+rW7USYF+roFWTmZyT]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ท่านพระสารีบุตรได้อธิบายไว้ถึง<strong>ลักษณะของสัมมาทิฏฐิ</strong> ที่มีแม่แบบ<strong>ตามนัยยะของอริยสัจ 4</strong> (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ อริยมรรค) โดยอธิบายไล่เรียงมาตามลำดับในแต่ละอาการของ<strong>หลักปฏิจจสมุปบาท</strong> และประเด็นที่เมื่อได้ฟังแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ก็คือแนวทางการอธิบายที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายเอาไว้สุดจบที่อวิชชา โดยได้อธิบายต่อไปจนถึงอาสวะ ซึ่งทำให้<strong>มีความเห็นตรงโดยสัมมาทิฏฐิว่าอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน</strong><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ท่านพระสารีบุตรได้อธิบายไว้ถึง<strong>ลักษณะของสัมมาทิฏฐิ</strong> ที่มีแม่แบบ<strong>ตามนัยยะของอริยสัจ 4</strong> (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ อริยมรรค) โดยอธิบายไล่เรียงมาตามลำดับในแต่ละอาการของ<strong>หลักปฏิจจสมุปบาท</strong> และประเด็นที่เมื่อได้ฟังแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ก็คือแนวทางการอธิบายที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายเอาไว้สุดจบที่อวิชชา โดยได้อธิบายต่อไปจนถึงอาสวะ ซึ่งทำให้<strong>มีความเห็นตรงโดยสัมมาทิฏฐิว่าอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน</strong><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอน หลังการตรัสรู้และแสดงธรรม [6607-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอน หลังการตรัสรู้และแสดงธรรม [6607-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 Feb 2023 21:00:46 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63e11f4eaadc450011b8011b/media.mp3" length="29374435" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63e11f4eaadc450011b8011b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63e11f4eaadc450011b8011b</link>
			<acast:episodeId>63e11f4eaadc450011b8011b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOEKZnwAb4ED5AwiGWKrbtw8YAkVnzGQs1AA1JGiZ0EKO5PC/IM7cYIXP1c1XYMwI7sFqX0NyHE5sB3hX8fPMoW]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ #4 หลังจากตรัสรู้แล้วทรงอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่ต้นไทร มีเหตุการณ์ตามลำดับ ดังนี้ ทรงคิดหาที่พึ่งสำหรับพระองค์เอง ทรงมีความคิดว่า ธรรมใดที่ทรงตรัสรู้แล้ว พึงสักการะเคารพธรรมนั้น เข้าไปอาศัยธรรมนั้น ทรงถูกพวกพราหมณ์ตัดพ้อ ว่าไม่ทรงอภิวาท ไม่ลุกรับ พราหมณ์ผู้แก่ผู้เฒ่า ทรงอธิบายธรรมที่ทำให้คนเราเป็นเถระ มารทูลให้นิพพาน ทรงตรัสว่า จะไม่ปรินิพพาน จนกว่า สาวกของพระองค์จะเป็นผู้ฉลาด ฯลฯ และศาสนานี้ตั้งมั่น รุ่งเรือง แผ่ไพรศาล ฯลฯ ทรงท้อพระทัยในการแสดงธรรม จิตน้อมไปเพื่อการขวนขวายน้อย พรหมอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อยมีอยู่ ทรงเห็นสัตว์ดุจดอกบัว 3 เหล่า คือ จมอยู่ในน้ำ ตั้งอยู่เสมอพื้นน้ำ และโผล่ขึ้นพ้นน้ำ ทรงแสดงธรรม เพราะเห็นความจำเป็นของสัตว์บางพวก คือ พวกที่เมื่อได้เห็น และได้ฟังธรรมจึงเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมทั้งหลายได้ ทรงเห็นลู่ทางที่จะช่วยเหลือปวงสัตว์ ซึ่งเป็นหนทางเครื่องไปทางเดียว เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง คือ สติปัฏฐาน 4 ทรงระลึกหาผู้รับปฐมเทศนา คือ ปัญจวัคคีย์ ซึ่งอยู่ที่เมืองพาราณสี ทรงเสด็จพาราณสี พบอุปกาชีวก ทรงโปรดปัญจวัคคีย์ และแสดงปฐมเทศนา ทรงประกาศธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ครั้งนั้น ท่านโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ #4 หลังจากตรัสรู้แล้วทรงอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่ต้นไทร มีเหตุการณ์ตามลำดับ ดังนี้ ทรงคิดหาที่พึ่งสำหรับพระองค์เอง ทรงมีความคิดว่า ธรรมใดที่ทรงตรัสรู้แล้ว พึงสักการะเคารพธรรมนั้น เข้าไปอาศัยธรรมนั้น ทรงถูกพวกพราหมณ์ตัดพ้อ ว่าไม่ทรงอภิวาท ไม่ลุกรับ พราหมณ์ผู้แก่ผู้เฒ่า ทรงอธิบายธรรมที่ทำให้คนเราเป็นเถระ มารทูลให้นิพพาน ทรงตรัสว่า จะไม่ปรินิพพาน จนกว่า สาวกของพระองค์จะเป็นผู้ฉลาด ฯลฯ และศาสนานี้ตั้งมั่น รุ่งเรือง แผ่ไพรศาล ฯลฯ ทรงท้อพระทัยในการแสดงธรรม จิตน้อมไปเพื่อการขวนขวายน้อย พรหมอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อยมีอยู่ ทรงเห็นสัตว์ดุจดอกบัว 3 เหล่า คือ จมอยู่ในน้ำ ตั้งอยู่เสมอพื้นน้ำ และโผล่ขึ้นพ้นน้ำ ทรงแสดงธรรม เพราะเห็นความจำเป็นของสัตว์บางพวก คือ พวกที่เมื่อได้เห็น และได้ฟังธรรมจึงเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมทั้งหลายได้ ทรงเห็นลู่ทางที่จะช่วยเหลือปวงสัตว์ ซึ่งเป็นหนทางเครื่องไปทางเดียว เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง คือ สติปัฏฐาน 4 ทรงระลึกหาผู้รับปฐมเทศนา คือ ปัญจวัคคีย์ ซึ่งอยู่ที่เมืองพาราณสี ทรงเสด็จพาราณสี พบอุปกาชีวก ทรงโปรดปัญจวัคคีย์ และแสดงปฐมเทศนา ทรงประกาศธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ครั้งนั้น ท่านโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คนเราเปลี่ยนแปลงได้-อังคุลิมาลสูตร และทีฆาวุวัตถุ [6606-4s]</title>
			<itunes:title>คนเราเปลี่ยนแปลงได้-อังคุลิมาลสูตร และทีฆาวุวัตถุ [6606-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Feb 2023 21:00:06 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63e11c50b142980010add6d6/media.mp3" length="29533101" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63e11c50b142980010add6d6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63e11c50b142980010add6d6</link>
			<acast:episodeId>63e11c50b142980010add6d6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMUW8mk48L8JPp6JDWWw+xw4vRU2YyZnzkr1o7cFluSEEUuvBPoehL3qMyM+1U12ul/wzETWYF6xzDPHlpIGiCz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อังคุลิมาลสูตร พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปโปรดโจรองคุลีมาลซึ่งเป็นมหาโจร ผู้โหดร้าย ตัดนิ้วมือคนที่ตนฆ่าแล้วร้อยเป็นพวงมาลัยสวมคอไว้ สมัยนั้น ทรงออกบิณฑบาต เมื่อโจรองคุลีมาลเห็นพระพุทธเจ้าคิดจะปลงพระชนม์ จึงถือดาบและธนูติดตามไปเบื้องหลัง ทรงบันดาลอิทธาภิสังขารมิให้โจรองคุลีมารตามไม่ทัน องคุลิมาลหยุดยืนและกล่าวว่า “หยุดก่อนสมณะ หยุดก่อนสมณะ” ทรงตรัสว่า “เราหยุดแล้ว องคุลิมาล ท่านต่างหากจงหยุด” โจรองคุลีมาลสงสัยว่า ทรงดำเนินอยู่ แต่กลับตรัสว่าหยุด จึงทูลถามสาเหตุที่ตรัสเช่นนั้น ทรงตรัสว่า ทรงวางอาชญาในสรรพสัตว์ได้แล้วจึงชื่อว่า หยุดแล้วตลอดกาล ส่วนโจรองคุลีมาลไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลายจึงชื่อว่า ไม่หยุด องคุลีมาลรู้ว่าทรงเสด็จมาอนุเคราะห์จึงทิ้งดาบและอาวุธ แล้วทูลขอบรรพชา ต่อมาได้หลีกออกไปอยู่ผู้เดียว บำเพ็ญเพียรจนบรรลุเป็นพระอรหันต์</p><p>สูตร#2 ทีฆาวุวัตถุ ว่าด้วย ฑีฆาวุกุมาร พระเจ้าพรหมทัต แห่งนครพาราณสี ยกทัพไปตีพระเจ้าทีฆีติ ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีทรัพย์และกำลังพลน้อยกว่า จึงพามเหสีหนีออกมาด้วยการปลอมตัวเป็นปริพาชกแล้วเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านช่างหม้อที่ชานเมืองแห่งหนึ่งในนครพาราณสี หลังจากนั้น พระมเหสีก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อว่าทีฆาวุราชกุมาร&nbsp;พระเจ้าทีฆีติส่งบุตรชายไปไว้นอกเมือง ด้วยเกรงว่าหากพระเจ้าพรหมทัตรู้ จะสั่งประหารชีวิตทั้งสามพระองค์</p><p>ต่อมา พระเจ้าพรหมทัตจับพระเจ้าทีฆีติและภรรยาได้ ก็สั่งให้มัดประจานรอบเมืองแล้วประหารเสีย ทีฆาวุราชกุมารมาเห็นเข้า พระเจ้าทีฆีติกได้ตะโกนสั่งเสียบุตรว่า “พ่อทีฆาวุ เจ้าอย่าเห็นแก่ยาวอย่าเห็นแก่สั้น เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ระงับได้ด้วยการไม่จองเวร” ภายหลัง ทีฆาวุราชกุมารได้เป็นคนสนิทของพระเจ้าพรหมทัต และมีโอกาสที่จะสามารถฆ่าพระเจ้าพรหมทัตได้ แต่นึกถึงคำสั่งเสียของพ่อ ตัดสินใจไม่ลงมือทำ ได้เล่าความจริงให้พระเจ้าพรหมทัตฟัง ทั้งคู่ให้ชีวิตกันและกัน และพระเจ้าพรหมทัตได้ยกแผ่นดินและทรัพย์สินเดิมของพระเจ้าทีฆีติคืนให้ทีฆาวุราชกุมาร พร้อมทั้งยกธิดาของตนให้อภิเษกสมรสด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อังคุลิมาลสูตร พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปโปรดโจรองคุลีมาลซึ่งเป็นมหาโจร ผู้โหดร้าย ตัดนิ้วมือคนที่ตนฆ่าแล้วร้อยเป็นพวงมาลัยสวมคอไว้ สมัยนั้น ทรงออกบิณฑบาต เมื่อโจรองคุลีมาลเห็นพระพุทธเจ้าคิดจะปลงพระชนม์ จึงถือดาบและธนูติดตามไปเบื้องหลัง ทรงบันดาลอิทธาภิสังขารมิให้โจรองคุลีมารตามไม่ทัน องคุลิมาลหยุดยืนและกล่าวว่า “หยุดก่อนสมณะ หยุดก่อนสมณะ” ทรงตรัสว่า “เราหยุดแล้ว องคุลิมาล ท่านต่างหากจงหยุด” โจรองคุลีมาลสงสัยว่า ทรงดำเนินอยู่ แต่กลับตรัสว่าหยุด จึงทูลถามสาเหตุที่ตรัสเช่นนั้น ทรงตรัสว่า ทรงวางอาชญาในสรรพสัตว์ได้แล้วจึงชื่อว่า หยุดแล้วตลอดกาล ส่วนโจรองคุลีมาลไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลายจึงชื่อว่า ไม่หยุด องคุลีมาลรู้ว่าทรงเสด็จมาอนุเคราะห์จึงทิ้งดาบและอาวุธ แล้วทูลขอบรรพชา ต่อมาได้หลีกออกไปอยู่ผู้เดียว บำเพ็ญเพียรจนบรรลุเป็นพระอรหันต์</p><p>สูตร#2 ทีฆาวุวัตถุ ว่าด้วย ฑีฆาวุกุมาร พระเจ้าพรหมทัต แห่งนครพาราณสี ยกทัพไปตีพระเจ้าทีฆีติ ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีทรัพย์และกำลังพลน้อยกว่า จึงพามเหสีหนีออกมาด้วยการปลอมตัวเป็นปริพาชกแล้วเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านช่างหม้อที่ชานเมืองแห่งหนึ่งในนครพาราณสี หลังจากนั้น พระมเหสีก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อว่าทีฆาวุราชกุมาร&nbsp;พระเจ้าทีฆีติส่งบุตรชายไปไว้นอกเมือง ด้วยเกรงว่าหากพระเจ้าพรหมทัตรู้ จะสั่งประหารชีวิตทั้งสามพระองค์</p><p>ต่อมา พระเจ้าพรหมทัตจับพระเจ้าทีฆีติและภรรยาได้ ก็สั่งให้มัดประจานรอบเมืองแล้วประหารเสีย ทีฆาวุราชกุมารมาเห็นเข้า พระเจ้าทีฆีติกได้ตะโกนสั่งเสียบุตรว่า “พ่อทีฆาวุ เจ้าอย่าเห็นแก่ยาวอย่าเห็นแก่สั้น เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ระงับได้ด้วยการไม่จองเวร” ภายหลัง ทีฆาวุราชกุมารได้เป็นคนสนิทของพระเจ้าพรหมทัต และมีโอกาสที่จะสามารถฆ่าพระเจ้าพรหมทัตได้ แต่นึกถึงคำสั่งเสียของพ่อ ตัดสินใจไม่ลงมือทำ ได้เล่าความจริงให้พระเจ้าพรหมทัตฟัง ทั้งคู่ให้ชีวิตกันและกัน และพระเจ้าพรหมทัตได้ยกแผ่นดินและทรัพย์สินเดิมของพระเจ้าทีฆีติคืนให้ทีฆาวุราชกุมาร พร้อมทั้งยกธิดาของตนให้อภิเษกสมรสด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ลักษณะของคนพาลและบัณฑิต - พาลบัณฑิตสูตร [6605-4s]</title>
			<itunes:title>ลักษณะของคนพาลและบัณฑิต - พาลบัณฑิตสูตร [6605-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Feb 2023 21:00:03 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63da944fa986f6001149ba76/media.mp3" length="28606636" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63da944fa986f6001149ba76</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63da944fa986f6001149ba76</link>
			<acast:episodeId>63da944fa986f6001149ba76</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNX0hCwLJzIODZ0c+cUnTaB9LsHgwLdFbCJvsKpmL7qK7zVdwHhmA+6A239zlyr+i5hsCHZ3PXMvJVrPGb3sr2M]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พาลบัณฑิตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสลักษณะของคนพาล 3 ประการ คือ คิดแต่เรื่องชั่ว พูดแต่เรื่องชั่ว ทำแต่กรรมชั่ว คนพาลจึงได้รับทุกขโทมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป จะไปเกิดในทุคติ วินิบาต นรก หรือไปเกิดในภูมิของสัตว์ดิรัจฉาน</p><br><p>ส่วนลักษณะของบัณฑิต 3 ประการคือ คิดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องดี ทำแต่กรรมดี จึงได้รับสุขโสมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป ก็จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่น่าปรารถนา หรือถ้าไปเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเกิดในตระกูลสูง มีทรัพย์มาก มีรูปงามน่าดูน่าเลื่อมใส</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พาลบัณฑิตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสลักษณะของคนพาล 3 ประการ คือ คิดแต่เรื่องชั่ว พูดแต่เรื่องชั่ว ทำแต่กรรมชั่ว คนพาลจึงได้รับทุกขโทมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป จะไปเกิดในทุคติ วินิบาต นรก หรือไปเกิดในภูมิของสัตว์ดิรัจฉาน</p><br><p>ส่วนลักษณะของบัณฑิต 3 ประการคือ คิดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องดี ทำแต่กรรมดี จึงได้รับสุขโสมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป ก็จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่น่าปรารถนา หรือถ้าไปเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเกิดในตระกูลสูง มีทรัพย์มาก มีรูปงามน่าดูน่าเลื่อมใส</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอน ปฏิบัติตามทางสายกลาง [6604-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอน ปฏิบัติตามทางสายกลาง [6604-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Jan 2023 21:00:59 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:12:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63d1261684c54a0011a17917/media.mp3" length="34549165" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63d1261684c54a0011a17917</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63d1261684c54a0011a17917</link>
			<acast:episodeId>63d1261684c54a0011a17917</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPye2kKtqZzXFrt8+drpO8NZRScVY4/VSIWat47xAdt4759vU7iAcxfLPN6ql/dvDyOuwrjbnt2Z0PQBV59TfwM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ #3 ปฏิบัติตามทางสายกลาง เมื่อทรงแน่พระทัยว่าไม่อาจตรัสรู้เพราะการทำทุกรกิริยา ทรงระลึกได้ว่า เมื่องานแรกนาแห่งพระบิดา ทรงนั่งอยู่ใต้ร่มไม้หว้า ทรงบรรลุปฐมฌาน นี่คงเป็นหนทางแห่งการตรัสรู้ จึงทรงหันหาทางสายกลาง กลับพระทัยฉันอาหารหยาบ เมื่อทรงฉันอาหารหยาบ ปัญจวัคคีย์ผู้คอยบำรุงอยู่พากันหน่ายหลีกไป ด้วยคิดว่าทรงเป็นคนมักมาก จากนั้นทรงเล่าเหตุการณ์ขณะทำความเพียรก่อนการตรัสรู้ คือ ทรงเกิดความรู้สึกว่า พึงทำวิตกให้เป็นสองส่วนและคอยควบคุม ได้ทรงทำลายความขลาดกลัว ทรงกลั้นจิตจากกามคุณในอดีต ทรงคิดค้นวิธีแห่งอิทธิบาท ทรงค้นห่วงโซ่แห่งทุกข์ ทรงเจริญอานาปานสติ ทรงแก้ปัญหาสมาธิเสื่อม ทรงพยายามในอธิเทวญาณทัศนะเป็นขั้นๆ ได้ทรงฝันครั้งสำคัญ (มหาสุบิน) 5 อย่าง และทรงอธิษฐานทำความเพียร<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ #3 ปฏิบัติตามทางสายกลาง เมื่อทรงแน่พระทัยว่าไม่อาจตรัสรู้เพราะการทำทุกรกิริยา ทรงระลึกได้ว่า เมื่องานแรกนาแห่งพระบิดา ทรงนั่งอยู่ใต้ร่มไม้หว้า ทรงบรรลุปฐมฌาน นี่คงเป็นหนทางแห่งการตรัสรู้ จึงทรงหันหาทางสายกลาง กลับพระทัยฉันอาหารหยาบ เมื่อทรงฉันอาหารหยาบ ปัญจวัคคีย์ผู้คอยบำรุงอยู่พากันหน่ายหลีกไป ด้วยคิดว่าทรงเป็นคนมักมาก จากนั้นทรงเล่าเหตุการณ์ขณะทำความเพียรก่อนการตรัสรู้ คือ ทรงเกิดความรู้สึกว่า พึงทำวิตกให้เป็นสองส่วนและคอยควบคุม ได้ทรงทำลายความขลาดกลัว ทรงกลั้นจิตจากกามคุณในอดีต ทรงคิดค้นวิธีแห่งอิทธิบาท ทรงค้นห่วงโซ่แห่งทุกข์ ทรงเจริญอานาปานสติ ทรงแก้ปัญหาสมาธิเสื่อม ทรงพยายามในอธิเทวญาณทัศนะเป็นขั้นๆ ได้ทรงฝันครั้งสำคัญ (มหาสุบิน) 5 อย่าง และทรงอธิษฐานทำความเพียร<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอนทรงทำทุกรกิริยา [6603-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอนทรงทำทุกรกิริยา [6603-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Jan 2023 21:00:54 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63c7e8e0ae4b2c0011d44905/media.mp3" length="27405593" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63c7e8e0ae4b2c0011d44905</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63c7e8e0ae4b2c0011d44905</link>
			<acast:episodeId>63c7e8e0ae4b2c0011d44905</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesNZK+Sua0ZHN8K8M8z76etiCo0WXajJJLPW/CMJjHFoip5/F0QqkswlagMp5gcy5fta3WJCaWkyChYcXCndPOsP]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ #2 เมื่อทรงบวชแล้ว ทรงแสวงหาว่า อะไรเป็นกุศล ทรงเสด็จสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส เพื่อทรงประพฤติพรหมจรรย์ ทรงได้สมาบัติแปด แต่ทรงไม่พอใจ เบื่อจากธรรมนั้น เพราะธรรมนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ฯลฯ นิพพาน จึงทรงหลีกไป ทรงเสด็จต่อไปถึงตำบลอุรุเวลาเสนานิคม และทรงตั้งความเพียร ณ ที่ตำบลนี้ โดยทรงประพฤติอัตตกิลมถานุโยค (วัตรของเดียรถีย์ อันประกอบด้วยองค์ 4) คือ การบำเพ็ญความเพียรเพื่อทรมานตนเอง และทำทุกรกิริยา<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ #2 เมื่อทรงบวชแล้ว ทรงแสวงหาว่า อะไรเป็นกุศล ทรงเสด็จสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส เพื่อทรงประพฤติพรหมจรรย์ ทรงได้สมาบัติแปด แต่ทรงไม่พอใจ เบื่อจากธรรมนั้น เพราะธรรมนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ฯลฯ นิพพาน จึงทรงหลีกไป ทรงเสด็จต่อไปถึงตำบลอุรุเวลาเสนานิคม และทรงตั้งความเพียร ณ ที่ตำบลนี้ โดยทรงประพฤติอัตตกิลมถานุโยค (วัตรของเดียรถีย์ อันประกอบด้วยองค์ 4) คือ การบำเพ็ญความเพียรเพื่อทรมานตนเอง และทำทุกรกิริยา<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธประวัติ ตอนก่อนออกผนวช [6602-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธประวัติ ตอนก่อนออกผนวช [6602-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Jan 2023 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63bf11af2327eb0010d6eaef/media.mp3" length="27673226" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63bf11af2327eb0010d6eaef</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63bf11af2327eb0010d6eaef</link>
			<acast:episodeId>63bf11af2327eb0010d6eaef</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOmkW5DV0k8SngvBo41XX5hGV+QhwjV77beAzO3AHsrLqMG9VzswCFvxDX3lmkGxnnXGS9wFwHO4T5W2M0XvgF2]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ เรื่องเริ่มแต่การเกิดแห่งวงศ์สากยะ การก้าวลงสู่ครรภ์ การประสูติ ประกอบด้วยมหาปุริสลักขณะ 32 บุพกรรมของการได้มหาปุริสลักขณะ ความรู้สึกที่ถึงกับทำให้ออกผนวช และออกผนวชเมื่อพระชนม์ 29 ปี<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ เรื่องเริ่มแต่การเกิดแห่งวงศ์สากยะ การก้าวลงสู่ครรภ์ การประสูติ ประกอบด้วยมหาปุริสลักขณะ 32 บุพกรรมของการได้มหาปุริสลักขณะ ความรู้สึกที่ถึงกับทำให้ออกผนวช และออกผนวชเมื่อพระชนม์ 29 ปี<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน-ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และอนัตตลักขณสูตร [6601-4s]</title>
			<itunes:title>ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน-ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และอนัตตลักขณสูตร [6601-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Jan 2023 21:00:08 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63b54e5219c20a0011148432/media.mp3" length="26942689" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63b54e5219c20a0011148432</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63b54e5219c20a0011148432</link>
			<acast:episodeId>63b54e5219c20a0011148432</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOlJzyy8WA1UNcpljqzpXMtQfmQDNrKWMDOC5yDkf18equuBa6BnkgIvRXvZUylyms+pJ0F3HdDcmdyvxzwwPWf]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>66</itunes:season>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 ตอน ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา</p><br><p>สูตร#2 ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ว่าด้วยการประกาศพระธรรมจักร ทรงแสดงแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตรัสว่า ที่สุด 2 ประการ ที่บรรพชิตไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค แล้วทรงแสดงมัชฌิมาปฏิทา คือ มรรคมีองค์ 8 ว่าควรเสพ ทรงแสดงอริยสัจ 4 ประการ และญาณทัสสนะมีวน 3 รอบ มี 12 อาการ ตรัสว่า ญาณทัสสนะของพระองค์ในเรื่องอริยสัจ 4 ประการนี้ หมดจดดีแล้วจึงทรงประกาศยืนยันการตรัสรู้ของพระองค์ เมื่อทรงแสดงจบลง ท่านพระโกณฑัญญะได้ธรรมจักษุ (ดวงตาเห็นธรรม) เป็นพระอริยบุคคลองค์แรกของโลก</p><br><p>สูตร#3 อนัตตลักขณสูตร ว่าด้วยลักษณะแห่งอนัตตา ทรงแสดงแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตรัสว่า ขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เป็นไปเพื่ออาพาธ บังคับให้เป็นไปตามใจไม่ได้ และทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 ด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง พระปัญจวัคคีย์ก็มีจิตหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น ครั้งนั้น มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก 6 องค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 ตอน ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา</p><br><p>สูตร#2 ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ว่าด้วยการประกาศพระธรรมจักร ทรงแสดงแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตรัสว่า ที่สุด 2 ประการ ที่บรรพชิตไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค แล้วทรงแสดงมัชฌิมาปฏิทา คือ มรรคมีองค์ 8 ว่าควรเสพ ทรงแสดงอริยสัจ 4 ประการ และญาณทัสสนะมีวน 3 รอบ มี 12 อาการ ตรัสว่า ญาณทัสสนะของพระองค์ในเรื่องอริยสัจ 4 ประการนี้ หมดจดดีแล้วจึงทรงประกาศยืนยันการตรัสรู้ของพระองค์ เมื่อทรงแสดงจบลง ท่านพระโกณฑัญญะได้ธรรมจักษุ (ดวงตาเห็นธรรม) เป็นพระอริยบุคคลองค์แรกของโลก</p><br><p>สูตร#3 อนัตตลักขณสูตร ว่าด้วยลักษณะแห่งอนัตตา ทรงแสดงแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตรัสว่า ขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เป็นไปเพื่ออาพาธ บังคับให้เป็นไปตามใจไม่ได้ และทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 ด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง พระปัญจวัคคีย์ก็มีจิตหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น ครั้งนั้น มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก 6 องค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การบันลือสีหนาท-จูฬสีหนาทสูตร และเวรัญชกสูตร [6552-4s]</title>
			<itunes:title>การบันลือสีหนาท-จูฬสีหนาทสูตร และเวรัญชกสูตร [6552-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Dec 2022 21:00:38 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/639c1f81c69dde00113287c2/media.mp3" length="26340524" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">639c1f81c69dde00113287c2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/639c1f81c69dde00113287c2</link>
			<acast:episodeId>639c1f81c69dde00113287c2</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPQap4eQV+YCCgQXGCRbIXpUi3KQJDqFMl5iwHMA1CLhAh6EazZGS4UGbUIfkEUDKt4yxfkKoTF+qv59WfFztfB]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬสีหนาทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า พระองค์ และภิกษุสงฆ์มีลาภสักการะเกิดขึ้นเป็นอันมาก แต่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกกลับเสื่อมลาภสักการะ พากันร้องไห้คร่ำครวญไปตามท้องถนน พระองค์จึงตรัสสอนให้ภิกษุบันลือสีหนาทโดยชอบว่า สมณะที่ 1 ถึงที่ 4 (โสดาบันถึงอรหันต์) มีในพระศาสนานี้เท่านั้น จากนั้นทรงอธิบายว่า ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามถึงเหตุผลที่กล่าวอย่างนี้ พึงอ้างธรรม 4 ประการ คือ ความเลื่อมใสในศาสดา ในพระธรรม บำเพ็ญศีลได้บริบูรณ์ และผู้ร่วมประพฤติธรรมทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตเป็นที่รักที่พอใจของเรา จากนั้นทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ 2 ประการ ที่สมณะหรือพราหมณ์ยึดติด คือ ภวทิฏฐิ (หมายถึง สัสสตทิฏฐิ ความเห็นว่าเที่ยง) วิภวทิฏฐิ (หมายถึงอุจเฉททิฏฐิ ความเห็นว่าขาดสูญ) และทรงแสดงอุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่น) 4 อย่าง คือ กามุปาทาน (ความยึดมั่นในกาม) ทิฏฐุปาทาน (ทิฏฐิ) สีลัพพตุปาทาน (ศีล และวัตร) และอัตตวาทุปาทาน (วาทะว่าอัตตา) ที่สมณพราหมณ์ทั้งหลายมักอ้างว่า รอบรู้อุปาทานทุกอย่าง แต่ก็ไม่บัญญัติการกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวงจริง บัญญัติไว้เพียงประการใดประการหนึ่งเท่านั้น ในตอนท้าย ทรงอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาทเริ่มต้นด้วยอุปาทานว่า อุปาทาน 4 ประการดังกล่าวเกิดจากตัณหา ฯลฯ สังขารเกิดจากอวิชชา เมื่อละอวิชชาได้ วิชชาเกิดขึ้น อุปาทานทั้ง 4 ประการ ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ปรินิพพานเฉพาะตน&nbsp;</p><br><p>สูตร#2 เวรัญชกสูตร ทรงแสดงแก่พวกพราหมณ์ และคหบดีชาวเมืองเวรัญชาที่มาทำธุรกิจบางอย่างในกรุงสาวัตถี ขณะประทับ ณ เชตวัน ที่มาเข้าเฝ้า และได้ทูลถามปัญหาเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์ไปเกิดในทุคติ และสุคติ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงแสดงจบ ชาวเมืองเวรัญชาขอถึงพระรัตนตรัยไปจนตลอดชีวิต (ทรงแสดงหมวดธรรมนี้ไว้ในสาเลยกสูตร)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬสีหนาทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า พระองค์ และภิกษุสงฆ์มีลาภสักการะเกิดขึ้นเป็นอันมาก แต่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกกลับเสื่อมลาภสักการะ พากันร้องไห้คร่ำครวญไปตามท้องถนน พระองค์จึงตรัสสอนให้ภิกษุบันลือสีหนาทโดยชอบว่า สมณะที่ 1 ถึงที่ 4 (โสดาบันถึงอรหันต์) มีในพระศาสนานี้เท่านั้น จากนั้นทรงอธิบายว่า ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามถึงเหตุผลที่กล่าวอย่างนี้ พึงอ้างธรรม 4 ประการ คือ ความเลื่อมใสในศาสดา ในพระธรรม บำเพ็ญศีลได้บริบูรณ์ และผู้ร่วมประพฤติธรรมทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตเป็นที่รักที่พอใจของเรา จากนั้นทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ 2 ประการ ที่สมณะหรือพราหมณ์ยึดติด คือ ภวทิฏฐิ (หมายถึง สัสสตทิฏฐิ ความเห็นว่าเที่ยง) วิภวทิฏฐิ (หมายถึงอุจเฉททิฏฐิ ความเห็นว่าขาดสูญ) และทรงแสดงอุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่น) 4 อย่าง คือ กามุปาทาน (ความยึดมั่นในกาม) ทิฏฐุปาทาน (ทิฏฐิ) สีลัพพตุปาทาน (ศีล และวัตร) และอัตตวาทุปาทาน (วาทะว่าอัตตา) ที่สมณพราหมณ์ทั้งหลายมักอ้างว่า รอบรู้อุปาทานทุกอย่าง แต่ก็ไม่บัญญัติการกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวงจริง บัญญัติไว้เพียงประการใดประการหนึ่งเท่านั้น ในตอนท้าย ทรงอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาทเริ่มต้นด้วยอุปาทานว่า อุปาทาน 4 ประการดังกล่าวเกิดจากตัณหา ฯลฯ สังขารเกิดจากอวิชชา เมื่อละอวิชชาได้ วิชชาเกิดขึ้น อุปาทานทั้ง 4 ประการ ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ปรินิพพานเฉพาะตน&nbsp;</p><br><p>สูตร#2 เวรัญชกสูตร ทรงแสดงแก่พวกพราหมณ์ และคหบดีชาวเมืองเวรัญชาที่มาทำธุรกิจบางอย่างในกรุงสาวัตถี ขณะประทับ ณ เชตวัน ที่มาเข้าเฝ้า และได้ทูลถามปัญหาเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์ไปเกิดในทุคติ และสุคติ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงแสดงจบ ชาวเมืองเวรัญชาขอถึงพระรัตนตรัยไปจนตลอดชีวิต (ทรงแสดงหมวดธรรมนี้ไว้ในสาเลยกสูตร)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เสขธรรม และอเสขธรรม-สมณมุณฑิกสูตร โจทนาสูตร และวุฏฐิสูตร [6551-4s]</title>
			<itunes:title>เสขธรรม และอเสขธรรม-สมณมุณฑิกสูตร โจทนาสูตร และวุฏฐิสูตร [6551-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Dec 2022 21:00:48 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/639c1e691d6fe20011f863f9/media.mp3" length="29999198" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">639c1e691d6fe20011f863f9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/639c1e691d6fe20011f863f9</link>
			<acast:episodeId>639c1e691d6fe20011f863f9</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPCsBNITkWre/zyaLJkGNYs/N5QWk3Ydk8RZnhBurbH/Ay7//+dM3DlKCVkgWFrI81lX4wIoeF4ZSkj7D2QNtQx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 สมณมุณฑิกสูตร ทรงแสดงแก่ช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภข้อบัญญัติเรื่องคุณสมบัติของผู้เป็นสมณะของอุคคาหมานปริพาชก ซึ่งช่างไม้ปัญจกังคะนำเข้าไปกราบทูลให้ทรงทราบ อุคคาหมานะกล่าวถึงข้อบัญญัติของตนว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม มีกุศลยอดเยี่ยม เป็นสมณะผู้บรรลุธรรมขั้นสูงที่ควรบรรลุ ไม่มีใครสู้วาทะได้ ธรรม 4 ประการ คือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย ทางวาจา ไม่ดำริความดำริชั่ว และไม่ประกอบอาชีพชั่ว ทรงตรัสว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เด็กอ่อนที่ไม่รู้จักกรรมชั่ว ไม่เคยทำกรรมชั่วก็จะกลายเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม ทรงไม่ยอมรับการบัญญัติเช่นนั้น&nbsp;แล้วทรงแสดงเสขธรรม (ธรรมสำหรับผู้เป็นพระเสขะ) คือ ความรู้เรื่องศีล และความดำริ ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล พร้อมทั้งสมุฏฐานความดับและข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งศีลและดำริ และอเสขธรรม (ธรรมของพระอเสขะ) คือ อเสขธรรม 10 ประการ</p><br><p>สูตร#2 โจทนาสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร (ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์ และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิต</p><br><p>สูตร#3 วุฏฐิสูตร ว่าด้วยการบันลือสีหนาทของท่านพระสารีบุตร พระพุทธเจ้าขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลว่าท่านพระสารีบุตรกระทบตนแล้วไม่ขอโทษก่อนจาริกไป จึงรับสั่งให้ตามท่านพระสารีบุตรมา ระหว่างนั้น พระมหาโมคคัลลานะและพระอานนท์ได้ป่าวประกาศเชิญชวนให้คนไปฟังท่านพระสารีบุตรบันลือสีหนาท ณ เบื้องพระพักตร์ พระสารีบุตรบันลือสีหนาทว่า ภิกษุที่ไม่ตั้งกายคตาสติไว้ในกายเท่านั้นที่กระทบเพื่อนพรหมจารีแล้วไม่ขอโทษก่อนจากไป แต่ท่านไม่มีความประพฤติเช่นนั้น และได้ยกอุปมาอุปมัยเปรียบเทียบการวางจิตของท่าน เมื่อแสดงธรรมจบ ภิกษุรูปนั้นรู้ว่าตนผิดจึงกราบขอโทษท่านพระสารีบุตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 สมณมุณฑิกสูตร ทรงแสดงแก่ช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภข้อบัญญัติเรื่องคุณสมบัติของผู้เป็นสมณะของอุคคาหมานปริพาชก ซึ่งช่างไม้ปัญจกังคะนำเข้าไปกราบทูลให้ทรงทราบ อุคคาหมานะกล่าวถึงข้อบัญญัติของตนว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม มีกุศลยอดเยี่ยม เป็นสมณะผู้บรรลุธรรมขั้นสูงที่ควรบรรลุ ไม่มีใครสู้วาทะได้ ธรรม 4 ประการ คือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย ทางวาจา ไม่ดำริความดำริชั่ว และไม่ประกอบอาชีพชั่ว ทรงตรัสว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เด็กอ่อนที่ไม่รู้จักกรรมชั่ว ไม่เคยทำกรรมชั่วก็จะกลายเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม ทรงไม่ยอมรับการบัญญัติเช่นนั้น&nbsp;แล้วทรงแสดงเสขธรรม (ธรรมสำหรับผู้เป็นพระเสขะ) คือ ความรู้เรื่องศีล และความดำริ ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล พร้อมทั้งสมุฏฐานความดับและข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งศีลและดำริ และอเสขธรรม (ธรรมของพระอเสขะ) คือ อเสขธรรม 10 ประการ</p><br><p>สูตร#2 โจทนาสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร (ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์ และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิต</p><br><p>สูตร#3 วุฏฐิสูตร ว่าด้วยการบันลือสีหนาทของท่านพระสารีบุตร พระพุทธเจ้าขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลว่าท่านพระสารีบุตรกระทบตนแล้วไม่ขอโทษก่อนจาริกไป จึงรับสั่งให้ตามท่านพระสารีบุตรมา ระหว่างนั้น พระมหาโมคคัลลานะและพระอานนท์ได้ป่าวประกาศเชิญชวนให้คนไปฟังท่านพระสารีบุตรบันลือสีหนาท ณ เบื้องพระพักตร์ พระสารีบุตรบันลือสีหนาทว่า ภิกษุที่ไม่ตั้งกายคตาสติไว้ในกายเท่านั้นที่กระทบเพื่อนพรหมจารีแล้วไม่ขอโทษก่อนจากไป แต่ท่านไม่มีความประพฤติเช่นนั้น และได้ยกอุปมาอุปมัยเปรียบเทียบการวางจิตของท่าน เมื่อแสดงธรรมจบ ภิกษุรูปนั้นรู้ว่าตนผิดจึงกราบขอโทษท่านพระสารีบุตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีและอานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ-กายคตาสติสูตร และอานาปานสังยุต [6550-4s]</title>
			<itunes:title>วิธีและอานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ-กายคตาสติสูตร และอานาปานสังยุต [6550-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Dec 2022 21:00:28 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63997f1b0e0ac100109bc691/media.mp3" length="27226820" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63997f1b0e0ac100109bc691</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63997f1b0e0ac100109bc691</link>
			<acast:episodeId>63997f1b0e0ac100109bc691</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesPFkTN53rh9hQ0IxJQysKsIfEWxY7Q91iwgGs8nfSMuxRPoC8B5GXX3r/2a+H8JYoYvLte95KeGj4Gh7e5h4yDw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[กายคตาสติสูตร&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก จึงทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[กายคตาสติสูตร&nbsp;ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก จึงทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การตรวจสอบการพยากรณ์อรหัตตผล-สุนักขัตตสูตร และฉวิโสธนสูตร [6549-4s]</title>
			<itunes:title>การตรวจสอบการพยากรณ์อรหัตตผล-สุนักขัตตสูตร และฉวิโสธนสูตร [6549-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Dec 2022 21:00:52 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:04:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63906e3741e41a00108939bb/media.mp3" length="31736408" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63906e3741e41a00108939bb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63906e3741e41a00108939bb</link>
			<acast:episodeId>63906e3741e41a00108939bb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesM4STK9bJgPQBHhJURi9mULL03YG2XNmKST3W9KXfuVWzZBk4b43IKXO7dGKgiD/jUwt0OM/GlrMLzdvs4Lh2sY]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 สุนักขัตตสูตร ทรงแสดงแก่เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตร ขณะประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ทรงปรารภคำถามเจ้าสุนักขัตตะ เรื่องการพยากรณ์อรหัตตผลของภิกษุจำนวนมากที่มาเฝ้าพระพุทธเจ้าว่า ภิกษุเหล่านั้นพยากรณ์อรหัตตผลถูกต้องตามความเป็นจริง หรือตามที่ตนเข้าใจเอาเองว่าได้บรรลุ ตรัสตอบว่ามีทั้งสองประเภท แต่ประเภทที่สำคัญผิดว่าได้บรรลุ ก็ทรงคิดว่าจักแสดงธรรมแก่ภิกษุเหล่านั้น ส่วนผู้ที่แต่งปัญหาเข้ามาถาม แม้ทรงคิดว่าจะแสดงธรรมแก่เขา ความคิดนั้นก็เป็นอย่างอื่น เมื่อสุนักขัตตะกราบทูลขอให้ทรงแสดงธรรมเพื่อภิกษุทั้งหลายจะได้ทรงจำไว้ จึงทรงแสดงเรื่องกามคุณ 5 และทรงแสดงฐานะที่เป็นไปได้ 7 ประการ โดยละเอียด และอุปมาอุปไมยประกอบ เมื่อทรงแสดงจบ เจ้าสุนักขัตตะเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า</p><br><p>สูตร#2 ฉวิโสธนสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน เพื่อให้ภิกษุรู้จักหลักการตรวจสอบการพยากรณ์อรหัตตผล ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ ตรัสว่า ถ้ามีเพื่อนภิกษุพยากรณ์อรหัตตผล ก็อย่าเพิ่งยินดี อย่าเพิ่งคัดค้าน แต่ควรตรวจสอบก่อน หลักการตรวจสอบมี 6 ข้อ คือ ให้สอบถามว่า รู้เห็นอย่างไรในโวหาร 4 รู้เห็นอย่างไรในขันธ์ 5 ที่ยึดถือ  รู้เห็นอย่างไรในธาตุ 6 รู้เห็นอย่างไรในอายตนะ 12 ประการ รู้เห็นอย่างไรในกายที่มีวิญญาณครอง รู้เห็นอย่างไรในนิมิตทั้งปวงภายนอก จิตจึงหลุดพ้นจากอาสวะ ถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยเสียได้ จนได้อาสวักขยญาณ คือ ญาณอันทำอาสวะให้สิ้นเป็นที่สุด และรู้ชัดอริยสัจ 4 แล้วจึงชื่นชมยินดีกับภิกษุนั้นว่า เป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 สุนักขัตตสูตร ทรงแสดงแก่เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตร ขณะประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ทรงปรารภคำถามเจ้าสุนักขัตตะ เรื่องการพยากรณ์อรหัตตผลของภิกษุจำนวนมากที่มาเฝ้าพระพุทธเจ้าว่า ภิกษุเหล่านั้นพยากรณ์อรหัตตผลถูกต้องตามความเป็นจริง หรือตามที่ตนเข้าใจเอาเองว่าได้บรรลุ ตรัสตอบว่ามีทั้งสองประเภท แต่ประเภทที่สำคัญผิดว่าได้บรรลุ ก็ทรงคิดว่าจักแสดงธรรมแก่ภิกษุเหล่านั้น ส่วนผู้ที่แต่งปัญหาเข้ามาถาม แม้ทรงคิดว่าจะแสดงธรรมแก่เขา ความคิดนั้นก็เป็นอย่างอื่น เมื่อสุนักขัตตะกราบทูลขอให้ทรงแสดงธรรมเพื่อภิกษุทั้งหลายจะได้ทรงจำไว้ จึงทรงแสดงเรื่องกามคุณ 5 และทรงแสดงฐานะที่เป็นไปได้ 7 ประการ โดยละเอียด และอุปมาอุปไมยประกอบ เมื่อทรงแสดงจบ เจ้าสุนักขัตตะเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า</p><br><p>สูตร#2 ฉวิโสธนสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน เพื่อให้ภิกษุรู้จักหลักการตรวจสอบการพยากรณ์อรหัตตผล ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ ตรัสว่า ถ้ามีเพื่อนภิกษุพยากรณ์อรหัตตผล ก็อย่าเพิ่งยินดี อย่าเพิ่งคัดค้าน แต่ควรตรวจสอบก่อน หลักการตรวจสอบมี 6 ข้อ คือ ให้สอบถามว่า รู้เห็นอย่างไรในโวหาร 4 รู้เห็นอย่างไรในขันธ์ 5 ที่ยึดถือ  รู้เห็นอย่างไรในธาตุ 6 รู้เห็นอย่างไรในอายตนะ 12 ประการ รู้เห็นอย่างไรในกายที่มีวิญญาณครอง รู้เห็นอย่างไรในนิมิตทั้งปวงภายนอก จิตจึงหลุดพ้นจากอาสวะ ถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยเสียได้ จนได้อาสวักขยญาณ คือ ญาณอันทำอาสวะให้สิ้นเป็นที่สุด และรู้ชัดอริยสัจ 4 แล้วจึงชื่นชมยินดีกับภิกษุนั้นว่า เป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีและผลานิสงส์แห่งการเจริญอานาปานสติ-อานาปานสติสูตร และอานาปานสังยุต [6548-4s]</title>
			<itunes:title>วิธีและผลานิสงส์แห่งการเจริญอานาปานสติ-อานาปานสติสูตร และอานาปานสังยุต [6548-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Nov 2022 21:00:19 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:05:10</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63875f6b57db60001173775b/media.mp3" length="31305713" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63875f6b57db60001173775b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/63875f6b57db60001173775b</link>
			<acast:episodeId>63875f6b57db60001173775b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOHrOSCijtC3kWHI3Hq6DGBlkr8GGefob07QsT5NP85Eq0MKGpp2U3N/xsAV66tqf4SNn3kQqJM8Ae2ZOLGCf3R]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อานาปานสติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ซึ่งประกอบด้วยภิกษุผู้บวชใหม่ และพระเถระผู้มีชื่อเสียงหลายรูป นั่งแวดล้อมพระองค์ ณ ที่กลางแจ้งใกล้ปราสาทของนางวิสาขามิคารมาตา ในบุพพาราม กรุงสาวัตถี ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ อันเป็นวันครบ 4 เดือนแห่งฤดูฝน เป็นเดือนที่มีดอกโกมุท&nbsp;ทรงตรวจดูภิกษุสงฆ์ ซึ่งนิ่งเงียบอยู่ และตรัสว่า ในหมู่ภิกษุนี้ มีภิกษุที่เป็นพระอริยเจ้า และภิกษุผู้ทำความเพียรในการเจริญหลักธรรมต่างๆ อยู่ จึงได้ทรงแสดงหลักการเจริญ หลักธรรม 3 หมวดที่ทำให้ได้ผลมาก และมีอานิสงส์มาก คือ อานาปานสติ 16 ขั้น สติปัฏฐาน 4 และโพชฌงค์ 7 โดยลำดับแห่งเหตุและผล ที่ทำให้บรรลุผลคือวิชชา และวิมุตติได้สมบูรณ์</p><br><p>สูตร#2 อานาปานสังยุต และผลานิสงส์ 7 ประการ แห่งการเจริญอานาปานสติ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อานาปานสติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ซึ่งประกอบด้วยภิกษุผู้บวชใหม่ และพระเถระผู้มีชื่อเสียงหลายรูป นั่งแวดล้อมพระองค์ ณ ที่กลางแจ้งใกล้ปราสาทของนางวิสาขามิคารมาตา ในบุพพาราม กรุงสาวัตถี ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ อันเป็นวันครบ 4 เดือนแห่งฤดูฝน เป็นเดือนที่มีดอกโกมุท&nbsp;ทรงตรวจดูภิกษุสงฆ์ ซึ่งนิ่งเงียบอยู่ และตรัสว่า ในหมู่ภิกษุนี้ มีภิกษุที่เป็นพระอริยเจ้า และภิกษุผู้ทำความเพียรในการเจริญหลักธรรมต่างๆ อยู่ จึงได้ทรงแสดงหลักการเจริญ หลักธรรม 3 หมวดที่ทำให้ได้ผลมาก และมีอานิสงส์มาก คือ อานาปานสติ 16 ขั้น สติปัฏฐาน 4 และโพชฌงค์ 7 โดยลำดับแห่งเหตุและผล ที่ทำให้บรรลุผลคือวิชชา และวิมุตติได้สมบูรณ์</p><br><p>สูตร#2 อานาปานสังยุต และผลานิสงส์ 7 ประการ แห่งการเจริญอานาปานสติ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หนทางสู่พรหมโลก - มหาโควินทสูตร(ตอนที่ 2)[6547-4s]</title>
			<itunes:title>หนทางสู่พรหมโลก - มหาโควินทสูตร(ตอนที่ 2)[6547-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Nov 2022 21:00:17 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/638760df1b32f60011cd1664/media.mp3" length="28254262" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">638760df1b32f60011cd1664</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/638760df1b32f60011cd1664</link>
			<acast:episodeId>638760df1b32f60011cd1664</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesMGlySwQ2xBVbJv694lOzb61ndaMoIOlZ0ifwGqODm0ZM8oYalPMJoposYEhsEfhtuQ6iYOLzKmUlAeW4i2y0uJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหาโควินทสูตร#2 พระเจ้าทิสัมบดีได้แต่งตั้งโชติปาลมานพให้ดำรงตำแหน่งแทนบิดาไว้ในตำแหน่งโควินทพราหมณ์ ได้ถวายคำปรึกษาอรรถคดี และจัดแจงการงานต่างๆได้เรียบร้อย จึงมีสมญาว่า โควินทะ ต่อมาเมื่อพระเจ้าทิสัมบดีสวรรคต เรณุราชกุมารผู้เป็นพระราชโอรส และเป็นพระสหายของโควินทะขึ้นเสวยราชย์ ก็ตรัสสั่งโควินทะให้แบ่งราชสมบัติออกเป็น 7 ส่วน ส่วนหนึ่งเพื่อพระองค์ อีก 6 ส่วนเพื่อกษัตริย์ราชกุมารอื่น ๆ ที่เป็นพระสหายรัก โควินทะได้เป็นที่ปรึกษาแด่พระมหากษัตริย์ทั้งเจ็ดแคว้นนั้น ต่อมา มหาโควินทะมีกิตติศัพท์อันงามขจรไปว่า มหาโควินทะสามารถมองเห็นพระพรหม สามารถสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้ แต่ในความจริงท่านไม่เคยเห็นพระพรหมและไม่เคยสนทนาปราศรัยกับพระพรหม จึงคิดว่า จะไปหลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานตลอด 4 เดือนในฤดูฝน ตามคำของพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ว่า จะสามารถเห็นและสนทนาปราศรัยกับพระพรหมได้ จึงไปหลีกเร้นอยู่ตลอด 4 เดือน ก็ยังไม่เห็นพระพรหม จึงเกิดความระอาท้อแท้ สนังกุมารพรหมทราบความคิด จึงมาปรากฏตัว ได้สนทนากันและออกบวชประพฤติพรหมจรรย์เพื่อไปเกิดในพรหมโลกตามคำแนะนำของสนังกุมารพรหม ได้สั่งสอนธรรมแก่คนทั้งหลาย หลังจากถึงแก่มรณภาพไปเกิดในพรหมโลก</p><p>เมื่อปัญจสิขะกราบทูลจบ ได้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ทรงระลึกเรื่องนั้นได้หรือไม่ ทรงตรัสว่า ทรงระลึกได้ พระองค์เองได้เสวยพระชาติเป็นมหาโควินทพราหมณ์ในครั้งนั้น แต่ในครั้งนั้น ทรงชี้ทางแก่สาวกเพียงแค่ที่จะไปอยู่ร่วมกับพรหมได้ แต่ในชาตินี้ทรงแสดงมรรค 8 อันเป็นไปเพื่อพระนิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหาโควินทสูตร#2 พระเจ้าทิสัมบดีได้แต่งตั้งโชติปาลมานพให้ดำรงตำแหน่งแทนบิดาไว้ในตำแหน่งโควินทพราหมณ์ ได้ถวายคำปรึกษาอรรถคดี และจัดแจงการงานต่างๆได้เรียบร้อย จึงมีสมญาว่า โควินทะ ต่อมาเมื่อพระเจ้าทิสัมบดีสวรรคต เรณุราชกุมารผู้เป็นพระราชโอรส และเป็นพระสหายของโควินทะขึ้นเสวยราชย์ ก็ตรัสสั่งโควินทะให้แบ่งราชสมบัติออกเป็น 7 ส่วน ส่วนหนึ่งเพื่อพระองค์ อีก 6 ส่วนเพื่อกษัตริย์ราชกุมารอื่น ๆ ที่เป็นพระสหายรัก โควินทะได้เป็นที่ปรึกษาแด่พระมหากษัตริย์ทั้งเจ็ดแคว้นนั้น ต่อมา มหาโควินทะมีกิตติศัพท์อันงามขจรไปว่า มหาโควินทะสามารถมองเห็นพระพรหม สามารถสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้ แต่ในความจริงท่านไม่เคยเห็นพระพรหมและไม่เคยสนทนาปราศรัยกับพระพรหม จึงคิดว่า จะไปหลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานตลอด 4 เดือนในฤดูฝน ตามคำของพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ว่า จะสามารถเห็นและสนทนาปราศรัยกับพระพรหมได้ จึงไปหลีกเร้นอยู่ตลอด 4 เดือน ก็ยังไม่เห็นพระพรหม จึงเกิดความระอาท้อแท้ สนังกุมารพรหมทราบความคิด จึงมาปรากฏตัว ได้สนทนากันและออกบวชประพฤติพรหมจรรย์เพื่อไปเกิดในพรหมโลกตามคำแนะนำของสนังกุมารพรหม ได้สั่งสอนธรรมแก่คนทั้งหลาย หลังจากถึงแก่มรณภาพไปเกิดในพรหมโลก</p><p>เมื่อปัญจสิขะกราบทูลจบ ได้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ทรงระลึกเรื่องนั้นได้หรือไม่ ทรงตรัสว่า ทรงระลึกได้ พระองค์เองได้เสวยพระชาติเป็นมหาโควินทพราหมณ์ในครั้งนั้น แต่ในครั้งนั้น ทรงชี้ทางแก่สาวกเพียงแค่ที่จะไปอยู่ร่วมกับพรหมได้ แต่ในชาตินี้ทรงแสดงมรรค 8 อันเป็นไปเพื่อพระนิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พระคุณ 8 ประการ - มหาโควินทสูตร(ตอนที่ 1)[6546-4s]</title>
			<itunes:title>พระคุณ 8 ประการ - มหาโควินทสูตร(ตอนที่ 1)[6546-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Nov 2022 21:00:54 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/638761e256794b0011e7eda7/media.mp3" length="26841730" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">638761e256794b0011e7eda7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/638761e256794b0011e7eda7</link>
			<acast:episodeId>638761e256794b0011e7eda7</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZMTtedvdcRQbP4eiLMjXzCKLPjEYLpGj+NMVKa+5C8pL4u/EOj1Vw4h5MMJYp0lCcFAe0fnxBJy/1ju4Qxy1fh8gO4DvlGA40yms2g0/hOkcrfHIopjTygHFqGwwOPKFIai4SuTvs86Lx3UYCyl6ZsiiJSNwVgOPNpcC4IU6AS/e5zAi9aVST+auv0miEmesOwvGhWYOyTrvDCJU2aB3Nvq05R6yaChBh8Dbw7yLHxSpQQciz0BpzRRefzYoWH09ZzGQkmug4KKecA3qq9lyyI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[มหาโควินทสูตร ตอนที่ 1 ทรงแสดงแก่ปัญจสิขะ คนธรรพบุตร ขณะประทับอยู่ภูเขาคิชกูฏ กรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำกราบทูลของปัญจสิขะ เรื่องการประชุมของพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ณ เทวสภาชื่อสุธัมมา ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งมีท้าวสักกะจอมเทพเป็นประธาน ได้ตรัสสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่า ทรงทำให้หมู่เทพเจริญเต็มที่ หมู่อสูรเสื่อมถอยลง และท้าวสักกะได้กล่าวสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้า 8 ประการให้พวกเทพฟัง ต่อมาสนังกุมารพรหมได้มาปรากฏต่อเทพชั้นดาวดึงส์ ได้ตรัสเล่าเรื่องอดีตชาติของพระพุทธเจ้าที่เกิดมาเป็นพราหมณ์ ชื่อ มหาโควินทะ ซึ่งเป็นปุโรหิตของพระเจ้าเรณุ ทำหน้าที่ถวายคำปรึกษาอรรถคดีและสามารถจัดแจงการงานต่างๆ ได้เรียบร้อย จนคนทั้งหลายขนานนามว่า มหาโควินทพราหมณ์ ซึ่งต่อมาได้มีชื่อเสียงขจรไปว่า สามารถมองเห็นพระพรหมและสนทนาปราศรัยปรึกษาพระพรหมได้ แต่จริงๆทำไม่ได้ จึงมีความคิดว่าจะไปหลีกเร้น เพื่อที่จะให้เห็นพระพรหมได้ คุยได้ ซึ่งต้องใช้การเจริญกรุณาภาวนาตลอดฤดูฝน 4 เดือน ตามคำของพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้เป็นอาจารย์ และผู้เป็นปาจารย์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มหาโควินทสูตร ตอนที่ 1 ทรงแสดงแก่ปัญจสิขะ คนธรรพบุตร ขณะประทับอยู่ภูเขาคิชกูฏ กรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำกราบทูลของปัญจสิขะ เรื่องการประชุมของพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ณ เทวสภาชื่อสุธัมมา ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งมีท้าวสักกะจอมเทพเป็นประธาน ได้ตรัสสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่า ทรงทำให้หมู่เทพเจริญเต็มที่ หมู่อสูรเสื่อมถอยลง และท้าวสักกะได้กล่าวสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้า 8 ประการให้พวกเทพฟัง ต่อมาสนังกุมารพรหมได้มาปรากฏต่อเทพชั้นดาวดึงส์ ได้ตรัสเล่าเรื่องอดีตชาติของพระพุทธเจ้าที่เกิดมาเป็นพราหมณ์ ชื่อ มหาโควินทะ ซึ่งเป็นปุโรหิตของพระเจ้าเรณุ ทำหน้าที่ถวายคำปรึกษาอรรถคดีและสามารถจัดแจงการงานต่างๆ ได้เรียบร้อย จนคนทั้งหลายขนานนามว่า มหาโควินทพราหมณ์ ซึ่งต่อมาได้มีชื่อเสียงขจรไปว่า สามารถมองเห็นพระพรหมและสนทนาปราศรัยปรึกษาพระพรหมได้ แต่จริงๆทำไม่ได้ จึงมีความคิดว่าจะไปหลีกเร้น เพื่อที่จะให้เห็นพระพรหมได้ คุยได้ ซึ่งต้องใช้การเจริญกรุณาภาวนาตลอดฤดูฝน 4 เดือน ตามคำของพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้เป็นอาจารย์ และผู้เป็นปาจารย์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผลแห่งความประพฤติสม่ำเสมอ-อัฏฐกนาครสูตร และสาเลยยกสูตร [6545-4s]</title>
			<itunes:title>ผลแห่งความประพฤติสม่ำเสมอ-อัฏฐกนาครสูตร และสาเลยยกสูตร [6545-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Nov 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/456a1036-ed94-4e27-ac68-aec0c8656243/media.mp3" length="24919491" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">456a1036-ed94-4e27-ac68-aec0c8656243</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a3fa</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a3fa</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWytmJTDzAGonQMHhNCD/V3]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>45</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อัฏฐกนาครสูตร ท่านพระอานนท์แสดงแก่ทสมคหบดีชาวอัฏฐกนคร ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี ปรารภคำถามที่ทสมะเรียนถามพระอานนท์ว่า ธรรมอันเป็นเอกซึ่งเป็นที่หลุดพ้นแห่งจิตที่ยังไม่หลุดพ้น เป็นที่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้นไป ฯลฯ ที่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ตรัสไว้ชอบแล้ว มีอยู่หรือไม่ ท่านพระอานนท์ตอบว่ามีอยู่ และอธิบายว่าได้แก่ธรรมต่อไปนี้ คือ รูปฌาน 4 อัปปมัญญา 4 อรูปฌาน 3 และให้พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงและดับไปของธรรมนั้น เมื่อแสดงจบ ทสมคฤหบดีชื่นชมภาษิตของพระอานนท์ว่า ตนแสวงหาประตูอมตธรรมประตูเดียว แต่ได้พบถึง 11 ประตู เปรียบเหมือนคนแสวงหาแหล่งขุมทรัพย์แห่งเดียว แต่ได้พบแหล่งขุมทรัพย์ถึง 11 ขุม ทสมะได้นิมนต์ภิกษุสงฆ์ และถวายอาหาร ถวายผ้าไตรพระอานนท์ และได้ให้สร้างวิหาร 500 หลังถวายพระอานนท์</p><p>สูตร#2 สาเลยยกสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์และคหบดีทั้งหลาย ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลา เพื่อตอบปัญหาของพราหมณ์และคหบดี ซึ่งได้ยินกิตติศัพท์ของพระพุทธเจ้าได้พากันไปเฝ้ากราบทูลถามเหตุปัจจัย ที่ทำให้สัตว์บางพวกตายแล้วเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก และสัตว์บางพวกตายแล้ว เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงตรัสจบ ชาวบ้านสาลาได้ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อัฏฐกนาครสูตร ท่านพระอานนท์แสดงแก่ทสมคหบดีชาวอัฏฐกนคร ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี ปรารภคำถามที่ทสมะเรียนถามพระอานนท์ว่า ธรรมอันเป็นเอกซึ่งเป็นที่หลุดพ้นแห่งจิตที่ยังไม่หลุดพ้น เป็นที่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้นไป ฯลฯ ที่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ตรัสไว้ชอบแล้ว มีอยู่หรือไม่ ท่านพระอานนท์ตอบว่ามีอยู่ และอธิบายว่าได้แก่ธรรมต่อไปนี้ คือ รูปฌาน 4 อัปปมัญญา 4 อรูปฌาน 3 และให้พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงและดับไปของธรรมนั้น เมื่อแสดงจบ ทสมคฤหบดีชื่นชมภาษิตของพระอานนท์ว่า ตนแสวงหาประตูอมตธรรมประตูเดียว แต่ได้พบถึง 11 ประตู เปรียบเหมือนคนแสวงหาแหล่งขุมทรัพย์แห่งเดียว แต่ได้พบแหล่งขุมทรัพย์ถึง 11 ขุม ทสมะได้นิมนต์ภิกษุสงฆ์ และถวายอาหาร ถวายผ้าไตรพระอานนท์ และได้ให้สร้างวิหาร 500 หลังถวายพระอานนท์</p><p>สูตร#2 สาเลยยกสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์และคหบดีทั้งหลาย ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลา เพื่อตอบปัญหาของพราหมณ์และคหบดี ซึ่งได้ยินกิตติศัพท์ของพระพุทธเจ้าได้พากันไปเฝ้ากราบทูลถามเหตุปัจจัย ที่ทำให้สัตว์บางพวกตายแล้วเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก และสัตว์บางพวกตายแล้ว เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงตรัสจบ ชาวบ้านสาลาได้ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทำมารให้ตาบอด-นิวาปสูตร เทวาสุรสังคามสูตร และมาคัณฑิยสูตร [6544-4s]</title>
			<itunes:title>ทำมารให้ตาบอด-นิวาปสูตร เทวาสุรสังคามสูตร และมาคัณฑิยสูตร [6544-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Nov 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a0369b79-793d-40cd-915d-9dd8e7fcb569/media.mp3" length="28872353" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a0369b79-793d-40cd-915d-9dd8e7fcb569</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a3fb</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a3fb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnU1mb7ouIAkfMxzkfG6uaiV]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 นิวาปสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า พรานเนื้อที่ปลูกหญ้าไว้ในทุ่งหญ้ามิได้หวังให้ฝูงเนื้อมากินเพื่อจะได้อายุยืน ผิวพรรณดี มีชีวิตอยู่นานแต่ปลูกไว้เพื่อล่อจับเนื้อ ทรงอธิบายว่า มีเนื้ออยู่ 4 ฝูง ฝูงเนื้อที่ 1-3 เป็นเนื้อที่ถูกพรานเนื้อและบริวารจับได้ ส่วนฝูงเนื้อที 4 พรานเนื้อและบริวารจับไม่ได้ อุปมาอุปไมยเปรียบเทียบนักบวช 4 ประเภทกับเนื้อ 4 ฝูง ซึ่งนักบวชประเภทที่ 1-3 นั้น ถูกมารทำอะไรๆ ได้ตามใจชอบ ส่วนนักบวชประเภทที่ 4 งดเว้นจากการบริโภคกามได้เด็ดขาดและไม่ยึดติดอยู่กับทิฏฐิใดๆ จึงเป็นผู้ข้ามพ้นโลกามิสได้ จึงพ้นจากเงื้อมมือมาร และทรงตรัสแสดงข้อปฏิบัติ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ ที่มาร และบริษัทของมารมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><p><strong>สูตร#2 เทวาสุรสังคามสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ที่รบกันถึง 3 ครั้ง และพวกอสูรชนะทุกครั้ง พวกเทวดาที่พ่ายแพ้จึงหนีไปยังเทพบุรี พวกอสูรทำอะไรพวกเทวดาไม่ได้ ต่อมาเทวดากับอสูรรบกันอีก พวกอสูรพ่ายแพ้หนีไปยังอสูรบุรี พวกเทวดาทำอะไรพวกอสูรไม่ได้ ทำให้ต่างได้เครื่องป้องกันภัย ทรงเปรียบเทียบกับภิกษุได้บรรลุธรรมแต่ละอย่าง คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 ทำให้ตนได้เครื่องป้องกันภัย มารทำอะไรภิกษุไม่ได้ ทำให้มารสิ้นสุดปิดตามารจนมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><p><strong>สูตร#3 มาคัณฑิยสูตร </strong>(บางส่วน) ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ทรงเปล่งอุทานว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 นิวาปสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า พรานเนื้อที่ปลูกหญ้าไว้ในทุ่งหญ้ามิได้หวังให้ฝูงเนื้อมากินเพื่อจะได้อายุยืน ผิวพรรณดี มีชีวิตอยู่นานแต่ปลูกไว้เพื่อล่อจับเนื้อ ทรงอธิบายว่า มีเนื้ออยู่ 4 ฝูง ฝูงเนื้อที่ 1-3 เป็นเนื้อที่ถูกพรานเนื้อและบริวารจับได้ ส่วนฝูงเนื้อที 4 พรานเนื้อและบริวารจับไม่ได้ อุปมาอุปไมยเปรียบเทียบนักบวช 4 ประเภทกับเนื้อ 4 ฝูง ซึ่งนักบวชประเภทที่ 1-3 นั้น ถูกมารทำอะไรๆ ได้ตามใจชอบ ส่วนนักบวชประเภทที่ 4 งดเว้นจากการบริโภคกามได้เด็ดขาดและไม่ยึดติดอยู่กับทิฏฐิใดๆ จึงเป็นผู้ข้ามพ้นโลกามิสได้ จึงพ้นจากเงื้อมมือมาร และทรงตรัสแสดงข้อปฏิบัติ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ ที่มาร และบริษัทของมารมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><p><strong>สูตร#2 เทวาสุรสังคามสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ที่รบกันถึง 3 ครั้ง และพวกอสูรชนะทุกครั้ง พวกเทวดาที่พ่ายแพ้จึงหนีไปยังเทพบุรี พวกอสูรทำอะไรพวกเทวดาไม่ได้ ต่อมาเทวดากับอสูรรบกันอีก พวกอสูรพ่ายแพ้หนีไปยังอสูรบุรี พวกเทวดาทำอะไรพวกอสูรไม่ได้ ทำให้ต่างได้เครื่องป้องกันภัย ทรงเปรียบเทียบกับภิกษุได้บรรลุธรรมแต่ละอย่าง คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 ทำให้ตนได้เครื่องป้องกันภัย มารทำอะไรภิกษุไม่ได้ ทำให้มารสิ้นสุดปิดตามารจนมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้</p><p><strong>สูตร#3 มาคัณฑิยสูตร </strong>(บางส่วน) ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ทรงเปล่งอุทานว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ที่นอนอันเป็นทิพย์-เวนาคปุรสูตร และเวขณสสูตร [6543-4s]</title>
			<itunes:title>ที่นอนอันเป็นทิพย์-เวนาคปุรสูตร และเวขณสสูตร [6543-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Oct 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/1895f1fc-9f64-4631-876f-35d16680650c/media.mp3" length="28108263" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1895f1fc-9f64-4631-876f-35d16680650c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a3fc</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a3fc</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXM0xKP26rZuJW7LwyXDfDj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>43</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 เวนาคปุรสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พราหมณ์ และคหบดีชาวเวนาคปุระ แคว้นโกศล ทรงปรารภคำกราบทูลของพราหมณ์วัจฉโคตร ที่กล่าวสรรเสริญถึงอินทรีย์ที่ผ่องใส พระฉวีวรรณที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของพระองค์เช่นนั้น การจะได้ที่นอนสูงใหญ่ คือ เตียงมีเท้าเกินประมาณ ฯลฯ เครื่องลาดมีหมอนข้าง ตามความปรารถนาได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบากแน่นอน ตรัสว่า ที่นอนสูงใหญ่ฯลฯบรรพชิตหาได้ยาก และถ้าได้มาก็ไม่สมควร แต่มีที่นอนสูง ที่นอนใหญ่ 3 อย่าง ที่ทรงได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบาก คือ ที่นอนฯลฯที่เป็นทิพย์ จากการได้ฌาณทั้ง 4 ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพรหม จากการเจริญพรหมวิหาร ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพระอริยะ จากการที่ละกิเลสได้เด็ดขาด เมื่อจบธรรมเทศนา พราหมณ์วัจฉโคตรทูลสรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><p><strong>สูตร#2 เวขณสสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อเวขณสะ ขณะประทับอยู่เชตวนาราม ได้เข้าไปเฝ้า ทูลเรื่อง “ วรรณะอันยอดเยี่ยม ” แต่ชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าวรรณะไหน เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งปรารภถึงหญิงสาวอย่างนี้ว่า ‘เราปรารถนารักใคร่หญิงงามแห่งชนบทนี้’ แต่เมื่อถูกถามในรายละเอียดของหญิงนั้น กลับตอบว่า ไม่รู้จัก และได้ทรงเปรียบเทียบวรรณะเป็นคู่ให้เห็นว่ามีสิ่งที่เลิศกว่ากันเป็นชั้นๆ และตรัสอธิบายเรื่องของกาม ในสุขที่ลึกซึ้งขึ้นไป คือ สมาธิ และความงดงามลึกซึ้งถึงขั้นไม่มีอวิชชา เมื่อจบธรรมเทศนา เวขณสปริพพาชกทูลสรรเสริญ แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><p><strong>สูตร #3 เอสุการีสูตร</strong> ว่าด้วยเรื่องของวรรณะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 เวนาคปุรสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พราหมณ์ และคหบดีชาวเวนาคปุระ แคว้นโกศล ทรงปรารภคำกราบทูลของพราหมณ์วัจฉโคตร ที่กล่าวสรรเสริญถึงอินทรีย์ที่ผ่องใส พระฉวีวรรณที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของพระองค์เช่นนั้น การจะได้ที่นอนสูงใหญ่ คือ เตียงมีเท้าเกินประมาณ ฯลฯ เครื่องลาดมีหมอนข้าง ตามความปรารถนาได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบากแน่นอน ตรัสว่า ที่นอนสูงใหญ่ฯลฯบรรพชิตหาได้ยาก และถ้าได้มาก็ไม่สมควร แต่มีที่นอนสูง ที่นอนใหญ่ 3 อย่าง ที่ทรงได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบาก คือ ที่นอนฯลฯที่เป็นทิพย์ จากการได้ฌาณทั้ง 4 ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพรหม จากการเจริญพรหมวิหาร ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพระอริยะ จากการที่ละกิเลสได้เด็ดขาด เมื่อจบธรรมเทศนา พราหมณ์วัจฉโคตรทูลสรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><p><strong>สูตร#2 เวขณสสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อเวขณสะ ขณะประทับอยู่เชตวนาราม ได้เข้าไปเฝ้า ทูลเรื่อง “ วรรณะอันยอดเยี่ยม ” แต่ชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าวรรณะไหน เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งปรารภถึงหญิงสาวอย่างนี้ว่า ‘เราปรารถนารักใคร่หญิงงามแห่งชนบทนี้’ แต่เมื่อถูกถามในรายละเอียดของหญิงนั้น กลับตอบว่า ไม่รู้จัก และได้ทรงเปรียบเทียบวรรณะเป็นคู่ให้เห็นว่ามีสิ่งที่เลิศกว่ากันเป็นชั้นๆ และตรัสอธิบายเรื่องของกาม ในสุขที่ลึกซึ้งขึ้นไป คือ สมาธิ และความงดงามลึกซึ้งถึงขั้นไม่มีอวิชชา เมื่อจบธรรมเทศนา เวขณสปริพพาชกทูลสรรเสริญ แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><p><strong>สูตร #3 เอสุการีสูตร</strong> ว่าด้วยเรื่องของวรรณะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน-พาหิติกสูตร กรรณกัตถลสูตร ฐานสูตร และปิยชาติกสูตร [6542-4s]</title>
			<itunes:title>ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน-พาหิติกสูตร กรรณกัตถลสูตร ฐานสูตร และปิยชาติกสูตร [6542-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Oct 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/08bab953-22e1-4734-aeb8-69bc2b4b3dcf/media.mp3" length="27646257" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">08bab953-22e1-4734-aeb8-69bc2b4b3dcf</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a3fd</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXBsLHYtF++fUpOO8T4huK1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>42</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 พาหิติกสูตร</strong> ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา (ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) ท่านพระอานนท์แสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ที่ได้ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ พระอานนท์ตอบว่าไม่ทรงประพฤติ และตรัสถามว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร ท่านพระอานนท์ได้ตอบว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน คือ ความประพฤติที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้ง 2  ฝ่าย ซึ่งทำให้อกุศลธรรมเจริญ กุศลธรรมเสื่อม ทรงละอกุศลธรรมทุกอย่าง ทรงประกอบด้วยกุศลธรรมส่วนความประพฤติที่ผู้รู้ไม่ติเตียนมีนัยตรงข้ามกัน เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้า</p><p><strong>สูตร #2 กรรณกัตถลสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล เพื่อทรงสนทนาธรรม เรื่องสัพพัญญู เรื่องวรรณะ 4 เรื่องเทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลก</p><p><strong>สูตร#3 ฐานสูตร</strong> (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย</p><p><strong>สูตร#4 ปิยชาติกสูตร</strong> (เพิ่มเติม) ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 พาหิติกสูตร</strong> ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา (ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) ท่านพระอานนท์แสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ที่ได้ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ พระอานนท์ตอบว่าไม่ทรงประพฤติ และตรัสถามว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร ท่านพระอานนท์ได้ตอบว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน คือ ความประพฤติที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้ง 2  ฝ่าย ซึ่งทำให้อกุศลธรรมเจริญ กุศลธรรมเสื่อม ทรงละอกุศลธรรมทุกอย่าง ทรงประกอบด้วยกุศลธรรมส่วนความประพฤติที่ผู้รู้ไม่ติเตียนมีนัยตรงข้ามกัน เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้า</p><p><strong>สูตร #2 กรรณกัตถลสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล เพื่อทรงสนทนาธรรม เรื่องสัพพัญญู เรื่องวรรณะ 4 เรื่องเทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลก</p><p><strong>สูตร#3 ฐานสูตร</strong> (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย</p><p><strong>สูตร#4 ปิยชาติกสูตร</strong> (เพิ่มเติม) ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คนฝึกยาก สัตว์ฝึกง่าย-กันทรกสูตร และชีวกสูตร [6541-4s]</title>
			<itunes:title>คนฝึกยาก สัตว์ฝึกง่าย-กันทรกสูตร และชีวกสูตร [6541-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Oct 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/0793996e-96d9-43d8-9884-726abd0035ee/media.mp3" length="29357525" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0793996e-96d9-43d8-9884-726abd0035ee</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a3fe</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWxVszfmKqBR95VHlKkfKta]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>41</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 กันทรกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ใกล้สระโบกขรณีชื่อคัคครา ทรงสนทนากับกันทรกปริพาชก และนายเปสสะ ปริพพาชกชื่อกันทรกะ กราบสรรเสริญว่า พระพุทธเจ้าทรงสามารถแนะนำภิกษุให้ปฏิบัติชอบได้ ทรงตรัสว่าเหตุที่ทำให้ภิกษุสงบ คือ พวกหนึ่งสงบเพราะเป็นอรหันตขีณาสพ พวกหนึ่งยังเป็นเสขบุคคลแต่สงบได้ เพราะเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ ซึ่งนายเปสสะก็เจริญสติปัฏฐานเช่นกัน ทรงตรัสถึงบุคคล 4 ประเภท ตรัสถามว่าชอบประเภทไหน นายเปสสะกราบทูลว่าชอบใจบุคคลประเภทที่ 4ให้เหตุผลแล้วทูลลากลับ จากนั้นได้ตรัสเรียกภิกษุมาแล้วทรงอธิบายบุคคล 4 ประเภทโดยละเอียด</p><p><strong>สูตร#2 ชีวกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่หมอชีวกโกมารภัจ ขณะประทับอยู่สวนมะม่วง กรุงราชคฤห์ หมอชีวกเข้าไปเฝ้ากราบทูลถามว่า ตนได้ฟังมาว่า พระสมณโคดมทรงทราบอยู่ ก็เสวยเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าเจาะจงถวายนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่ตรงกับความจริง ทรงแสดงหลักการพิจารณาเนื้อที่ควรฉันและไม่ควรฉัน ทรงตรัสว่า ผู้ฆ่าสัตว์อุทิศพระตถาคตหรือสาวกของพระตถาคต ย่อมประสบสิ่งมิใช่บุญเป็นอันมากโดยฐานะ 5 ประการ เมื่อจบพระธรรมเทศนา หมอชีวกแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 กันทรกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ใกล้สระโบกขรณีชื่อคัคครา ทรงสนทนากับกันทรกปริพาชก และนายเปสสะ ปริพพาชกชื่อกันทรกะ กราบสรรเสริญว่า พระพุทธเจ้าทรงสามารถแนะนำภิกษุให้ปฏิบัติชอบได้ ทรงตรัสว่าเหตุที่ทำให้ภิกษุสงบ คือ พวกหนึ่งสงบเพราะเป็นอรหันตขีณาสพ พวกหนึ่งยังเป็นเสขบุคคลแต่สงบได้ เพราะเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ ซึ่งนายเปสสะก็เจริญสติปัฏฐานเช่นกัน ทรงตรัสถึงบุคคล 4 ประเภท ตรัสถามว่าชอบประเภทไหน นายเปสสะกราบทูลว่าชอบใจบุคคลประเภทที่ 4ให้เหตุผลแล้วทูลลากลับ จากนั้นได้ตรัสเรียกภิกษุมาแล้วทรงอธิบายบุคคล 4 ประเภทโดยละเอียด</p><p><strong>สูตร#2 ชีวกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่หมอชีวกโกมารภัจ ขณะประทับอยู่สวนมะม่วง กรุงราชคฤห์ หมอชีวกเข้าไปเฝ้ากราบทูลถามว่า ตนได้ฟังมาว่า พระสมณโคดมทรงทราบอยู่ ก็เสวยเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าเจาะจงถวายนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่ตรงกับความจริง ทรงแสดงหลักการพิจารณาเนื้อที่ควรฉันและไม่ควรฉัน ทรงตรัสว่า ผู้ฆ่าสัตว์อุทิศพระตถาคตหรือสาวกของพระตถาคต ย่อมประสบสิ่งมิใช่บุญเป็นอันมากโดยฐานะ 5 ประการ เมื่อจบพระธรรมเทศนา หมอชีวกแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง-มหาสุทัสสนสูตร ตอนที่ 2 [6540-4s]</title>
			<itunes:title>สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง-มหาสุทัสสนสูตร ตอนที่ 2 [6540-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Oct 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:38</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/9d5b2bd2-2783-4960-b470-604119471cc3/media.mp3" length="28035748" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9d5b2bd2-2783-4960-b470-604119471cc3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a3ff</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW9nZMoyr3m0VOmqnHOGo4e]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>40</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>มหาสุทัสสนสูตร #2</strong> ทรงแสดงว่า พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงเห็นว่า ผลดีต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะผลแห่งกรรมดี คือ ทาน การให้ การฝึกจิต และการสำรวมจิต จึงทรงบำเพ็ญฌาน ได้บรรลุฌานที่ 1 ถึงฌานที่ 4 ทรงเจริญพรหมวิหาร 4 และทรงสั่งลดการเข้าเฝ้าให้น้อยลง เพื่อทรงมีเวลาอบรมทางจิตใจได้มากขึ้น เวลาล่วงไปหลายพันปี พระนางสุภัททา พระราชเทวีเป็นนางแก้ว ได้เสด็จมาเฝ้า ทรงเห็นว่าพระสวามีจะทรงสวรรคต จึงทรงขอร้องให้อยู่ต่อเพื่อเห็นแก่สมบัติ เห็นแก่ชีวิต แต่กลับตรัสตอบขอให้พระราชเทวีทรงขอร้องใหม่ในทางตรงกันข้าม เพราะการพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นของธรรมดา การตายของผู้มีความกังวล ห่วงใย เป็นทุกข์ และถูกติเตียน พระราชเทวีก็ทรงกรรเเสง แต่ทรงฝืนพระหฤทัย ขอร้องใหม่ ตามที่พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงแนะนำนั้น และต่อมาไม่นาน พระเจ้ามหาสุทัสสนะก็สวรรคต และเข้าถึงพรหมโลก</p><p>พระพุทธเจ้าทรงสรุปว่าพระเจ้ามหาสุทัสสนะสมัยนั้น คือ พระองค์เอง และทรงชี้ให้เห็นสัจธรรมว่า แม้ทรงพรั่งพร้อมสมบูรณ์ด้วยสมบัตินานาประการ แต่ก็ทรงใช้สอยเพียงบางส่วนเท่านั้น และทรงตรัสว่า สังขารเหล่านั้นทั้งปวงล่วงลับดับไป ผันแปรไปแล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายไม่ยั่งยืน สังขารทั้งหลาย ไม่น่ายินดี ข้อนี้จึงควรเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรจะหลุดพ้นไปจากสังขารทั้งปวงโดยแท้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>มหาสุทัสสนสูตร #2</strong> ทรงแสดงว่า พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงเห็นว่า ผลดีต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะผลแห่งกรรมดี คือ ทาน การให้ การฝึกจิต และการสำรวมจิต จึงทรงบำเพ็ญฌาน ได้บรรลุฌานที่ 1 ถึงฌานที่ 4 ทรงเจริญพรหมวิหาร 4 และทรงสั่งลดการเข้าเฝ้าให้น้อยลง เพื่อทรงมีเวลาอบรมทางจิตใจได้มากขึ้น เวลาล่วงไปหลายพันปี พระนางสุภัททา พระราชเทวีเป็นนางแก้ว ได้เสด็จมาเฝ้า ทรงเห็นว่าพระสวามีจะทรงสวรรคต จึงทรงขอร้องให้อยู่ต่อเพื่อเห็นแก่สมบัติ เห็นแก่ชีวิต แต่กลับตรัสตอบขอให้พระราชเทวีทรงขอร้องใหม่ในทางตรงกันข้าม เพราะการพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นของธรรมดา การตายของผู้มีความกังวล ห่วงใย เป็นทุกข์ และถูกติเตียน พระราชเทวีก็ทรงกรรเเสง แต่ทรงฝืนพระหฤทัย ขอร้องใหม่ ตามที่พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงแนะนำนั้น และต่อมาไม่นาน พระเจ้ามหาสุทัสสนะก็สวรรคต และเข้าถึงพรหมโลก</p><p>พระพุทธเจ้าทรงสรุปว่าพระเจ้ามหาสุทัสสนะสมัยนั้น คือ พระองค์เอง และทรงชี้ให้เห็นสัจธรรมว่า แม้ทรงพรั่งพร้อมสมบูรณ์ด้วยสมบัตินานาประการ แต่ก็ทรงใช้สอยเพียงบางส่วนเท่านั้น และทรงตรัสว่า สังขารเหล่านั้นทั้งปวงล่วงลับดับไป ผันแปรไปแล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายไม่ยั่งยืน สังขารทั้งหลาย ไม่น่ายินดี ข้อนี้จึงควรเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรจะหลุดพ้นไปจากสังขารทั้งปวงโดยแท้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พระเจ้าจักรพรรดิ-มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 1) [6539-4s]</title>
			<itunes:title>พระเจ้าจักรพรรดิ-มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 1) [6539-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Sep 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/29195eca-499e-4a08-aa97-47f7ad8f3d93/media.mp3" length="28198153" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">29195eca-499e-4a08-aa97-47f7ad8f3d93</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a400</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUz6bfWd3Zc8WRP3Ce+xmYN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>39</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ขณะประทับใต้ควงไม้สาละคู่ในวันปรินิพพาน เพื่อทรงอธิบายให้เข้าใจ เหตุที่พระองค์เสด็จมาปรินิพพานที่กรุงกุสินารา ทรงปรารภคำกราบทูลพระอานนท์ว่า อย่าได้ปรินิพพานที่กุสินารา ซึ่งเป็นเมืองเล็กนี้ ขอเสด็จไปในเมืองใหญ่ ทรงตรัสห้ามไม่ให้พูดอย่างนั้น แล้วทรงเล่าเรื่องในอดีตของกรุงกุสินารา เคยเป็นราชธานีของพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า มหาสุทัสสนะ ผู้ครอบครองมหาอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาล และมีกรุงกุสาวดี คือกรุงกุสินาราในบัดนี้เป็นเมืองหลวง มีประชากรหนาแน่น เจริญรุ่งเรืองมาก พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงมีรัตนะหรือแก้ว 7 ประการ และทรงสมบูรณ์ด้วยพระฤทธิ์ (ความสำเร็จ 4 ประการ) นอกจากนี้ยังมีปราสาท ราชมนเทียร สระโบกขรณี และราชทรัพย์อื่นๆ อีกมาก ทรงเพียบพร้อมบริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติเหล่านี้ เพราะกรรมดีของพระองค์ คือ ทาน การข่มใจ และการสำรวม ทรงเจริญฌานสมาบัติ และพรหมวิหาร<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ขณะประทับใต้ควงไม้สาละคู่ในวันปรินิพพาน เพื่อทรงอธิบายให้เข้าใจ เหตุที่พระองค์เสด็จมาปรินิพพานที่กรุงกุสินารา ทรงปรารภคำกราบทูลพระอานนท์ว่า อย่าได้ปรินิพพานที่กุสินารา ซึ่งเป็นเมืองเล็กนี้ ขอเสด็จไปในเมืองใหญ่ ทรงตรัสห้ามไม่ให้พูดอย่างนั้น แล้วทรงเล่าเรื่องในอดีตของกรุงกุสินารา เคยเป็นราชธานีของพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า มหาสุทัสสนะ ผู้ครอบครองมหาอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาล และมีกรุงกุสาวดี คือกรุงกุสินาราในบัดนี้เป็นเมืองหลวง มีประชากรหนาแน่น เจริญรุ่งเรืองมาก พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงมีรัตนะหรือแก้ว 7 ประการ และทรงสมบูรณ์ด้วยพระฤทธิ์ (ความสำเร็จ 4 ประการ) นอกจากนี้ยังมีปราสาท ราชมนเทียร สระโบกขรณี และราชทรัพย์อื่นๆ อีกมาก ทรงเพียบพร้อมบริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติเหล่านี้ เพราะกรรมดีของพระองค์ คือ ทาน การข่มใจ และการสำรวม ทรงเจริญฌานสมาบัติ และพรหมวิหาร<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การปฏิบัติธรรม-มหาธัมมสมาทานสูตร และจูฬธัมมสมาทานสูตร [6538-4s]</title>
			<itunes:title>การปฏิบัติธรรม-มหาธัมมสมาทานสูตร และจูฬธัมมสมาทานสูตร [6538-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Sep 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/39ddd8f0-d66a-42e1-9c7b-c74c8a8aad92/media.mp3" length="27647944" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">39ddd8f0-d66a-42e1-9c7b-c74c8a8aad92</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a401</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVh1Ytm8SES9Wtzjd+vgdgf]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>38</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุทราบว่าการสมาทานธรรมมี 4 แบบ ซึ่งการสมาทานธรรม หมายถึง การนำธรรมมาปฏิบัติ โดยทรงอธิบายแต่ละแบบโดยละเอียด และยกอุปมาโวหารประกอบ ทรงถือเอาความทุกข์และความสุขในขณะปฏิบัติ กับความทุกข์และความสุขที่เป็นผลแห่งการปฏิบัติเป็นเกณฑ์ เกณฑ์สูงสุด คือ ความสุขในสุคติโลกสวรรค์</p><p>สูตร#2 มหาธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงยกการสมาทานธรรม 4 แบบ ดังที่แสดงไว้ในจูฬธัมมสมาทานสูตร แต่ทรงแยกอธิบาย คือ บุคคลผู้ไม่รู้จักการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามความเป็นจริง ชื่อว่าตกอยู่ในอวิชชา ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป แต่ถ้ารู้การสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามเป็นจริง ชื่อว่ามีวิชชา ก็จะเป็นเหตุให้รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ทำให้ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น และทรงอธิบายการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบโดยการปฏิบัติธรรมที่เป็นอกุศลกรรมบท 10 และกุศลกรรมบท 10 หลังจากตายจะได้รับผลเป็นทุคติและสุคติ และทรงยกอุปมาของการสมาทานธรรม 4 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 จูฬธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุทราบว่าการสมาทานธรรมมี 4 แบบ ซึ่งการสมาทานธรรม หมายถึง การนำธรรมมาปฏิบัติ โดยทรงอธิบายแต่ละแบบโดยละเอียด และยกอุปมาโวหารประกอบ ทรงถือเอาความทุกข์และความสุขในขณะปฏิบัติ กับความทุกข์และความสุขที่เป็นผลแห่งการปฏิบัติเป็นเกณฑ์ เกณฑ์สูงสุด คือ ความสุขในสุคติโลกสวรรค์</p><p>สูตร#2 มหาธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงยกการสมาทานธรรม 4 แบบ ดังที่แสดงไว้ในจูฬธัมมสมาทานสูตร แต่ทรงแยกอธิบาย คือ บุคคลผู้ไม่รู้จักการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามความเป็นจริง ชื่อว่าตกอยู่ในอวิชชา ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป แต่ถ้ารู้การสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามเป็นจริง ชื่อว่ามีวิชชา ก็จะเป็นเหตุให้รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ทำให้ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น และทรงอธิบายการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบโดยการปฏิบัติธรรมที่เป็นอกุศลกรรมบท 10 และกุศลกรรมบท 10 หลังจากตายจะได้รับผลเป็นทุคติและสุคติ และทรงยกอุปมาของการสมาทานธรรม 4 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เนื้อนาบุญ-มหาโคปาลสูตร จูฬโคปาลสูตร และนาคสูตร [6537-4s]</title>
			<itunes:title>เนื้อนาบุญ-มหาโคปาลสูตร จูฬโคปาลสูตร และนาคสูตร [6537-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Sep 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:53</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/2adefd0b-47c8-48d0-8c9b-c990ba19b02f/media.mp3" length="28166661" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2adefd0b-47c8-48d0-8c9b-c990ba19b02f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a402</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW4/RlqFMyrt3mdCAb20Na6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>37</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงปรารภความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนาของภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบ คนเลี้ยงโคผู้ไม่ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ไม่ฉลาดเพราะขาดองค์คุณ 11 ประการ จะไม่เจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้ และคนเลี้ยงโคผู้ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ฉลาดเพราะมีองค์คุณ 11 ประการ จะเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้</p><p>สูตร#2 จูฬโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เขตเมืองอุกกเจลา แคว้นวัชชี ปรารภเหตุการณ์ในอดีตเรื่องของคนเลี้ยงโคที่พาฝูงโคลงน้ำว่ายตัดกระแสน้ำ ตรัสเล่าเปรียบเทียบให้ฟัง 2 กรณี 1.คนเลี้ยงโคไม่ฉลาด  ไม่พิจารณาฝั่งนี้ฝั่งโน้นให้ดีก่อน ตรงที่ต้อนฝูงโคลงแม่น้ำนั้นไม่ใช่ท่าข้าม ว่ายเข้าไปในวังวนของกระแสน้ำกลางแม่น้ำ ถึงแก่ความตายหมดทั้งฝูง 2. คนเลี้ยงโคผู้ฉลาด ต้อนฝูงโคไปสู่ที่หมาย ว่ายตัดกระแสน้ำถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดิภาพ เพราะตรงที่ข้ามเป็นท่าน้ำ ซึ่งพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว จึงปล่อยโคข้ามไปตามลำดับ เปรียบเหมือนสมณะหรือพราหมณ์ผู้ฉลาดเรื่องโลกนี้และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมทั้งปวง สามารถชักนำผู้อื่นให้ได้รับความสุขพ้นทุกข์ทั้งปวงได้</p><p>สูตร#3 นาคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยองค์ของช้างต้น ซึ่งเป็นช้างควรแก่พระราชา จะต้องประกอบด้วยองค์ 4 ประการ จึงนับว่าเป็นพระราชพาหนะโดยแท้ เปรียบเทียบกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ ย่อมเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ธรรม 4 ประการ คือ เป็นผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ฆ่าได้ เป็นผู้อดทน และ เป็นผู้ไปได้</p><p>สูตร#4 ภัททาลิสูตร (บางส่วน) ทรงอุปมาอุปไมยสอนท่านพระภัททาลิเรื่องม้าอาชาไนยที่มีคุณสมบัติ 10 ประการ เปรียบกับภิกษุผู้เป็นเนื้อนาบุญจะประกอบด้วยธรรม 10 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงปรารภความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนาของภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบ คนเลี้ยงโคผู้ไม่ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ไม่ฉลาดเพราะขาดองค์คุณ 11 ประการ จะไม่เจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้ และคนเลี้ยงโคผู้ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ฉลาดเพราะมีองค์คุณ 11 ประการ จะเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้</p><p>สูตร#2 จูฬโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เขตเมืองอุกกเจลา แคว้นวัชชี ปรารภเหตุการณ์ในอดีตเรื่องของคนเลี้ยงโคที่พาฝูงโคลงน้ำว่ายตัดกระแสน้ำ ตรัสเล่าเปรียบเทียบให้ฟัง 2 กรณี 1.คนเลี้ยงโคไม่ฉลาด  ไม่พิจารณาฝั่งนี้ฝั่งโน้นให้ดีก่อน ตรงที่ต้อนฝูงโคลงแม่น้ำนั้นไม่ใช่ท่าข้าม ว่ายเข้าไปในวังวนของกระแสน้ำกลางแม่น้ำ ถึงแก่ความตายหมดทั้งฝูง 2. คนเลี้ยงโคผู้ฉลาด ต้อนฝูงโคไปสู่ที่หมาย ว่ายตัดกระแสน้ำถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดิภาพ เพราะตรงที่ข้ามเป็นท่าน้ำ ซึ่งพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว จึงปล่อยโคข้ามไปตามลำดับ เปรียบเหมือนสมณะหรือพราหมณ์ผู้ฉลาดเรื่องโลกนี้และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมทั้งปวง สามารถชักนำผู้อื่นให้ได้รับความสุขพ้นทุกข์ทั้งปวงได้</p><p>สูตร#3 นาคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยองค์ของช้างต้น ซึ่งเป็นช้างควรแก่พระราชา จะต้องประกอบด้วยองค์ 4 ประการ จึงนับว่าเป็นพระราชพาหนะโดยแท้ เปรียบเทียบกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ ย่อมเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ธรรม 4 ประการ คือ เป็นผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ฆ่าได้ เป็นผู้อดทน และ เป็นผู้ไปได้</p><p>สูตร#4 ภัททาลิสูตร (บางส่วน) ทรงอุปมาอุปไมยสอนท่านพระภัททาลิเรื่องม้าอาชาไนยที่มีคุณสมบัติ 10 ประการ เปรียบกับภิกษุผู้เป็นเนื้อนาบุญจะประกอบด้วยธรรม 10 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภัย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย-ปัพพโตปมสูตร ภยสูตร ฐานสูตร และจุนทสูตร [6536-4s]</title>
			<itunes:title>ภัย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย-ปัพพโตปมสูตร ภยสูตร ฐานสูตร และจุนทสูตร [6536-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Sep 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:07:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a7654a81-1bfb-47dd-ae91-762e3dc616a5/media.mp3" length="32096216" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a7654a81-1bfb-47dd-ae91-762e3dc616a5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a403</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUGK0Qh29X9LiWq8bUiLs7x]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>36</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ปัพพโตปมสูตร </strong>พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรัสถามถึงกิจที่พระราชาพึงขวนขวาย พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า สิ่งที่ควรทำคือการประพฤติธรรม การประพฤติสม่ำเสมอ การสร้างกุศล การทำบุญ</p><p><strong>สูตร#2 ภยสูตร </strong>ว่าด้วยเรื่องภัยใหญ่ คือ ภัยที่ปุถุชนเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย ได้แก่ ภัยจากไฟไหม้ใหญ่ ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ และภัยจากโจรปล้นใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุให้บุตรพลัดพรากจากมารดา แต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภัยใหญ่ดังกล่าวยังเป็น สมาตาปุตติกภัย คือ ภัยที่ยังพอมีโอกาสให้บุตรพบกับมารดาได้บ้าง แต่ภัยใหญ่ต่อไปนี้ มารดา และบุตรไม่สามารถจะห้ามมิให้เกิดขึ้นแก่กันและกันได้เลย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จึงตรัสเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย หนทางที่จะให้ล่วงพ้นภัย 2 อย่างนี้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><p><strong>สูตร#3 ฐานสูตร</strong> พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย ทรงแสดงว่า ฐานะแต่ละอย่างเกิดขึ้นทั้งแก่ปุถุชนและอริยสาวก แต่ปุถุชนไม่มีปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริงตรงกันข้ามกลับถูกสิ่งเหล่านี้ครอบงำจนเกิดทุกข์กาย และทุกข์ใจ ส่วนอริยสาวกมีนัยตรงกันข้ามกับปุถุชน</p><p><strong>สูตร#4 จุนทสูตร</strong> ท่านจุนทะ สมณุทเทสผู้เป็นน้องชายคนเล็กของท่านพระสารีบุตร เข้าไปบอกข่าวการปรินิพพานของท่านพระสารีบุตรแก่ท่านพระอานนท์ ท่านจึงนำเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลข่าวการปรินิพพานนั้นพร้อมกับแสดงความรู้สึกของตน พระองค์จึงตรัสสอนให้มีตนเป็นที่พึ่งมีธรรมเป็นที่พึ่ง ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ปัพพโตปมสูตร </strong>พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรัสถามถึงกิจที่พระราชาพึงขวนขวาย พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า สิ่งที่ควรทำคือการประพฤติธรรม การประพฤติสม่ำเสมอ การสร้างกุศล การทำบุญ</p><p><strong>สูตร#2 ภยสูตร </strong>ว่าด้วยเรื่องภัยใหญ่ คือ ภัยที่ปุถุชนเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย ได้แก่ ภัยจากไฟไหม้ใหญ่ ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ และภัยจากโจรปล้นใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุให้บุตรพลัดพรากจากมารดา แต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภัยใหญ่ดังกล่าวยังเป็น สมาตาปุตติกภัย คือ ภัยที่ยังพอมีโอกาสให้บุตรพบกับมารดาได้บ้าง แต่ภัยใหญ่ต่อไปนี้ มารดา และบุตรไม่สามารถจะห้ามมิให้เกิดขึ้นแก่กันและกันได้เลย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จึงตรัสเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย หนทางที่จะให้ล่วงพ้นภัย 2 อย่างนี้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><p><strong>สูตร#3 ฐานสูตร</strong> พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย ทรงแสดงว่า ฐานะแต่ละอย่างเกิดขึ้นทั้งแก่ปุถุชนและอริยสาวก แต่ปุถุชนไม่มีปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริงตรงกันข้ามกลับถูกสิ่งเหล่านี้ครอบงำจนเกิดทุกข์กาย และทุกข์ใจ ส่วนอริยสาวกมีนัยตรงกันข้ามกับปุถุชน</p><p><strong>สูตร#4 จุนทสูตร</strong> ท่านจุนทะ สมณุทเทสผู้เป็นน้องชายคนเล็กของท่านพระสารีบุตร เข้าไปบอกข่าวการปรินิพพานของท่านพระสารีบุตรแก่ท่านพระอานนท์ ท่านจึงนำเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลข่าวการปรินิพพานนั้นพร้อมกับแสดงความรู้สึกของตน พระองค์จึงตรัสสอนให้มีตนเป็นที่พึ่งมีธรรมเป็นที่พึ่ง ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กายภาวนาและจิตภาวนา-มหาสัจจกสูตร [6535-4s]</title>
			<itunes:title>กายภาวนาและจิตภาวนา-มหาสัจจกสูตร [6535-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 31 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:04:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/70e20408-a839-4a29-8896-30ad6b2ecf81/media.mp3" length="30965344" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">70e20408-a839-4a29-8896-30ad6b2ecf81</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a404</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a404</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWX2jHgq5tN7n4zW+DYVV7h]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>35</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[มหาสัจจกสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาแบบถาม-ตอบ ในเรื่องของกายภาวนา และจิตตภาวนา ซึ่งนิครนถ์มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า กายภาวนานั้น หมายถึง การทำทุกรกิริยา และไม่เข้าใจเรื่องจิตตภาวนา จึงทรงอธิบายการเจริญภาวนาทั้ง 2 อย่าง ที่ถ้าเราทำได้แล้ว จะอยู่เหนือสุขและทุกข์ได้ แต่สัจจกนิครนถ์ ที่มีความสงสัยไม่ลงใจ พยายามที่จะคิดโต้แย้ง และกล่าวกระทบกระเทียบพระองค์ จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนบำเพ็ญสมาบัติ ในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส แม้ได้สุขของสมาธิขั้นลึกซึ้ง แต่ก็ไม่เผลอเพลินไปตามสุขเวทนานั้น และเมื่อทำทุกรกิริยา ได้รับทุกขเวทนาอันหนักหน่วง ทุกขเวทนานั้นก็ไม่อาจครอบงำจิตของพระองค์ได้ ทำให้สัจจกนิครนถ์มีความศรัทธา กล่าวสรรเสริญพระองค์ ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้พระภาค<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มหาสัจจกสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาแบบถาม-ตอบ ในเรื่องของกายภาวนา และจิตตภาวนา ซึ่งนิครนถ์มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า กายภาวนานั้น หมายถึง การทำทุกรกิริยา และไม่เข้าใจเรื่องจิตตภาวนา จึงทรงอธิบายการเจริญภาวนาทั้ง 2 อย่าง ที่ถ้าเราทำได้แล้ว จะอยู่เหนือสุขและทุกข์ได้ แต่สัจจกนิครนถ์ ที่มีความสงสัยไม่ลงใจ พยายามที่จะคิดโต้แย้ง และกล่าวกระทบกระเทียบพระองค์ จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนบำเพ็ญสมาบัติ ในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส แม้ได้สุขของสมาธิขั้นลึกซึ้ง แต่ก็ไม่เผลอเพลินไปตามสุขเวทนานั้น และเมื่อทำทุกรกิริยา ได้รับทุกขเวทนาอันหนักหน่วง ทุกขเวทนานั้นก็ไม่อาจครอบงำจิตของพระองค์ได้ ทำให้สัจจกนิครนถ์มีความศรัทธา กล่าวสรรเสริญพระองค์ ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้พระภาค<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สุขที่ยิ่งกว่าสุขเวทนา-อนุปุพพวิหารสูตร, อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร, นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6534-4s]</title>
			<itunes:title>สุขที่ยิ่งกว่าสุขเวทนา-อนุปุพพวิหารสูตร, อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร, นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6534-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:27</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/d5a01890-971b-4ca7-a259-4fa70f82ba70/media.mp3" length="26038054" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d5a01890-971b-4ca7-a259-4fa70f82ba70</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a405</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a405</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVCFIR7fxKljBqMRmSv9yxp]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>34</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อนุปุพพวิหารสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารธรรม คำว่า "อนุปุพพวิหารธรรม"แปลว่า ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับ มี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1</p><p>สูตร#2 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้นๆ ว่า "เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั"</p><p>สูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า "นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร" ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ แล้วแสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร</p><p>สูตร#4 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อนุปุพพวิหารสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารธรรม คำว่า "อนุปุพพวิหารธรรม"แปลว่า ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับ มี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1</p><p>สูตร#2 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้นๆ ว่า "เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั"</p><p>สูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า "นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร" ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ แล้วแสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร</p><p>สูตร#4 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฌานขั้นสูง-คาวีอุปมาสูตร และตปุสสสูตร [6533-4s]</title>
			<itunes:title>ฌานขั้นสูง-คาวีอุปมาสูตร และตปุสสสูตร [6533-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/0d14d677-6795-489d-afa7-51f866a180be/media.mp3" length="30060405" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0d14d677-6795-489d-afa7-51f866a180be</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a406</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWNoZjw4wRBHTkRV6HcLUf9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>33</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 คาวีอุปมาสูตร อุปมาด้วยแม่โค ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบภิกษุผู้โง่เขลากับแม่โคที่โง่เขลาและภิกษุผู้ฉลาดกับแม่โคที่ฉลาดว่า ภิกษุผู้โง่เขลาที่ไม่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็จะบรรลุทุติยฌานไม่ได้ เหมือนแม่โคโง่เขลาที่ไม่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็จะไปหากินในที่ต่างถิ่นไม่ได้ ส่วนภิกษุผู้ฉลาดที่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็สามารถบรรลุณานขั้นสูงขึ้นไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธได้ เหมือนแม่โคฉลาดที่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็สามารถไปหากินในที่ต่างถิ่นได้ องค์ธรรมในสูตรนี้ คือ อนุปุพพวิหาร 9 ประการ นอกจากนี้ยังทรงแสดงธรรมอื่น คือ อิทธิวิธญาณ ทิพพโสตะ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ ไว้โดยละเอียด</p><p>สูตร#2 ตปุสสสูตร ว่าด้วยตปุสสคหบดี ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีนั้นเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ (การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์ คือ เนกขัมมะ พระองค์ตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 9 ทรงสรุปว่า เมื่อใด พระองค์เข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลม และปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 คาวีอุปมาสูตร อุปมาด้วยแม่โค ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบภิกษุผู้โง่เขลากับแม่โคที่โง่เขลาและภิกษุผู้ฉลาดกับแม่โคที่ฉลาดว่า ภิกษุผู้โง่เขลาที่ไม่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็จะบรรลุทุติยฌานไม่ได้ เหมือนแม่โคโง่เขลาที่ไม่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็จะไปหากินในที่ต่างถิ่นไม่ได้ ส่วนภิกษุผู้ฉลาดที่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็สามารถบรรลุณานขั้นสูงขึ้นไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธได้ เหมือนแม่โคฉลาดที่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็สามารถไปหากินในที่ต่างถิ่นได้ องค์ธรรมในสูตรนี้ คือ อนุปุพพวิหาร 9 ประการ นอกจากนี้ยังทรงแสดงธรรมอื่น คือ อิทธิวิธญาณ ทิพพโสตะ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ ไว้โดยละเอียด</p><p>สูตร#2 ตปุสสสูตร ว่าด้วยตปุสสคหบดี ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีนั้นเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ (การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์ คือ เนกขัมมะ พระองค์ตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 9 ทรงสรุปว่า เมื่อใด พระองค์เข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลม และปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มารผู้ใจบาป-พรหมนิมันตนิกสูตร และมารตัชชนียสูตร [6532-4s]</title>
			<itunes:title>มารผู้ใจบาป-พรหมนิมันตนิกสูตร และมารตัชชนียสูตร [6532-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/bb5eb957-bf05-415e-aca8-beec5c71244d/media.mp3" length="27897303" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bb5eb957-bf05-415e-aca8-beec5c71244d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a407</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVINbZSdtPYV/xfLj4KyiCa]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 พรหมนิมันตนิกสูตร ทรงตรัสเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของท้าวพกพรหม ทรงทราบด้วยพระทัยว่า ท้าวพกพรหมมีทิฏฐิชั่ว กล่าวสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง สิ่งที่ไม่ยั่งยืนว่ายั่งยืน เป็นต้น จึงทรงเสด็จขึ้นไปยังพรหมโลก และได้โต้วาทะกัน ขณะนั้น มารใจบาปได้เข้าสิงในพรหมปาริสัชชะองค์หนึ่งให้กล่าวห้ามมิให้พระองค์ว่ากล่าวท้าวพกพรหม พร้อมทั้งขู่สำทับ แต่ทรงรู้ทันว่าเป็นมาร พรหมและพรหมบริษัททั้งปวงตกอยู่ในอำนาจของมารแต่พระองค์มิได้อยู่ในอำนาจนั้น ได้ทรงสำแดงพุทธานุภาพไม่ให้พกพรหมหายตัวได้ แต่ทรงแสดงหายตัวให้ดู และมารได้เข้าสิงพรหมอีกองค์หนึ่งเพื่อห้ามไม่ให้พระองค์ทรงสอนธรรมแก่สาวก และขู่สำทับแต่ทรงตรัสว่า ทรงรู้จักมารดี พระองค์จะสอนหรือไม่สอนก็ไม่ทำให้พระองค์ดีขึ้นหรือเลวลงเพราะทรงตัดอาสวะได้ขาดแล้ว ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้วเหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้</p><p>สูตร#2 มารตัชชนียสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่มารที่เข้าสิงในท้องท่าน ขณะเดินจงกรม ณ เภสกฬาวัน สมัยนั้นพระมหาโมคคัลลานะจงกรมอยู่ ถูกมารเข้าไปในท้องในไส้ รู้สึกเหมือนมีของหนักอยู่ในท้อง จึงหยุดจงกรม กลับไปยังวิหาร นั่งพิจารณาแล้ว ทราบว่า มารใจบาปเข้าไปสิงอยู่ จึงเรียกให้มารออกมา เมื่อมารนั้นออกมาท่านจึงเทศน์สอน ได้ลำดับญาติระหว่างท่านกับมารตนนี้ให้ฟังว่า มารนี้เป็นลูกของน้องสาวและเล่าอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารได้เคยทำร้ายพระอริยสาวกต้องไปตกนรกถูกหลาวแทงหลายพันปี หลายหมื่นปี ท่านขอให้มารนั้นอย่าทำร้ายพระอริยสาวกเพราะจะส่งผลให้ไปตกนรกเหมือนที่ท่านได้รับมาแล้ว มารนั้นรู้สึกเสียใจ แล้วหายตัวไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 พรหมนิมันตนิกสูตร ทรงตรัสเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของท้าวพกพรหม ทรงทราบด้วยพระทัยว่า ท้าวพกพรหมมีทิฏฐิชั่ว กล่าวสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง สิ่งที่ไม่ยั่งยืนว่ายั่งยืน เป็นต้น จึงทรงเสด็จขึ้นไปยังพรหมโลก และได้โต้วาทะกัน ขณะนั้น มารใจบาปได้เข้าสิงในพรหมปาริสัชชะองค์หนึ่งให้กล่าวห้ามมิให้พระองค์ว่ากล่าวท้าวพกพรหม พร้อมทั้งขู่สำทับ แต่ทรงรู้ทันว่าเป็นมาร พรหมและพรหมบริษัททั้งปวงตกอยู่ในอำนาจของมารแต่พระองค์มิได้อยู่ในอำนาจนั้น ได้ทรงสำแดงพุทธานุภาพไม่ให้พกพรหมหายตัวได้ แต่ทรงแสดงหายตัวให้ดู และมารได้เข้าสิงพรหมอีกองค์หนึ่งเพื่อห้ามไม่ให้พระองค์ทรงสอนธรรมแก่สาวก และขู่สำทับแต่ทรงตรัสว่า ทรงรู้จักมารดี พระองค์จะสอนหรือไม่สอนก็ไม่ทำให้พระองค์ดีขึ้นหรือเลวลงเพราะทรงตัดอาสวะได้ขาดแล้ว ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้วเหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้</p><p>สูตร#2 มารตัชชนียสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่มารที่เข้าสิงในท้องท่าน ขณะเดินจงกรม ณ เภสกฬาวัน สมัยนั้นพระมหาโมคคัลลานะจงกรมอยู่ ถูกมารเข้าไปในท้องในไส้ รู้สึกเหมือนมีของหนักอยู่ในท้อง จึงหยุดจงกรม กลับไปยังวิหาร นั่งพิจารณาแล้ว ทราบว่า มารใจบาปเข้าไปสิงอยู่ จึงเรียกให้มารออกมา เมื่อมารนั้นออกมาท่านจึงเทศน์สอน ได้ลำดับญาติระหว่างท่านกับมารตนนี้ให้ฟังว่า มารนี้เป็นลูกของน้องสาวและเล่าอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารได้เคยทำร้ายพระอริยสาวกต้องไปตกนรกถูกหลาวแทงหลายพันปี หลายหมื่นปี ท่านขอให้มารนั้นอย่าทำร้ายพระอริยสาวกเพราะจะส่งผลให้ไปตกนรกเหมือนที่ท่านได้รับมาแล้ว มารนั้นรู้สึกเสียใจ แล้วหายตัวไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พุทธปฏิภาณ-พหุเวทนิยสูตร วีมังสกสูตร และอภัยราชกุมารสูตร [6531-4s]</title>
			<itunes:title>พุทธปฏิภาณ-พหุเวทนิยสูตร วีมังสกสูตร และอภัยราชกุมารสูตร [6531-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Aug 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f4a29822-ff9f-46b6-805a-5fb150eff348/media.mp3" length="28030999" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f4a29822-ff9f-46b6-805a-5fb150eff348</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a408</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVCsiHJtC6pbWMPMyRPkvF0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>31</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 พหุเวทนิยสูตร ว่าด้วยเวทนาหลายประการ ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภการสนทนาธรรมเรื่องเวทนา ระหว่างท่านพระอุทายี และช่างไม้ปัญจกังคะ ซึ่งตกลงกันไม่ได้ว่า เวทนามีเท่าไร ท่านพระอานนท์ได้ยินจึงไปทูลถาม ทรงตรัสว่า ทรงแสดงเวทนาไว้หลายประการ ขึ้นอยู่กับเหตุ ทรงยกสุขเวทนาขึ้นอธิบาย เริ่มด้วย กามสุขที่อาศัยกามคุณ 5 และสุขในรูปฌาน และอรูปฌาน</p><p>สูตร#2 วีมังสกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุผู้ไม่ได้เจโตปริยญาณ ทดลองตรวจสอบข้อปฏิบัติของพระองค์ เพื่อให้รู้ว่าพระองค์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงหรือไม่ ต่อไปก็สามารถตรวจสอบตนเอง และผู้อื่นได้ ทรงอธิบายขยายความ และทรงเปิดโอกาสให้ภิกษุผู้ตรวจสอบทูลถามพระองค์ตามแนวทางการพิจารณาตรวจสอบนั้น ด้วยวิธีการดังกล่าวผู้นั้นก็จะมีศรัทธามั่นคงไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า</p><p>สูตร#3 อภัยราชกุมารสูตร ทรงแสดงแก่อภัยราชกุมาร ซึ่งรับอาสานิครนถ์มาโต้วาทะกับพระองค์ ณ เวฬุวัน ปรารภคำถามว่า มีบ้างไหมที่พระองค์ตรัสวาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของคนอื่น ทรงตรัสว่าจะตอบส่วนเดียวไม่ได้ ทรงแสดงหลักเกณฑ์การตรัสวาจาของพระองค์ 6 ข้อ เมื่อทรงแสดงจบ อภัยราชกุมารแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 พหุเวทนิยสูตร ว่าด้วยเวทนาหลายประการ ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภการสนทนาธรรมเรื่องเวทนา ระหว่างท่านพระอุทายี และช่างไม้ปัญจกังคะ ซึ่งตกลงกันไม่ได้ว่า เวทนามีเท่าไร ท่านพระอานนท์ได้ยินจึงไปทูลถาม ทรงตรัสว่า ทรงแสดงเวทนาไว้หลายประการ ขึ้นอยู่กับเหตุ ทรงยกสุขเวทนาขึ้นอธิบาย เริ่มด้วย กามสุขที่อาศัยกามคุณ 5 และสุขในรูปฌาน และอรูปฌาน</p><p>สูตร#2 วีมังสกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุผู้ไม่ได้เจโตปริยญาณ ทดลองตรวจสอบข้อปฏิบัติของพระองค์ เพื่อให้รู้ว่าพระองค์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงหรือไม่ ต่อไปก็สามารถตรวจสอบตนเอง และผู้อื่นได้ ทรงอธิบายขยายความ และทรงเปิดโอกาสให้ภิกษุผู้ตรวจสอบทูลถามพระองค์ตามแนวทางการพิจารณาตรวจสอบนั้น ด้วยวิธีการดังกล่าวผู้นั้นก็จะมีศรัทธามั่นคงไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า</p><p>สูตร#3 อภัยราชกุมารสูตร ทรงแสดงแก่อภัยราชกุมาร ซึ่งรับอาสานิครนถ์มาโต้วาทะกับพระองค์ ณ เวฬุวัน ปรารภคำถามว่า มีบ้างไหมที่พระองค์ตรัสวาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของคนอื่น ทรงตรัสว่าจะตอบส่วนเดียวไม่ได้ ทรงแสดงหลักเกณฑ์การตรัสวาจาของพระองค์ 6 ข้อ เมื่อทรงแสดงจบ อภัยราชกุมารแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เครื่องป้องกันนคร-นคโรปมสูตร และสัจจวิภังคสูตร [6530-4s]</title>
			<itunes:title>เครื่องป้องกันนคร-นคโรปมสูตร และสัจจวิภังคสูตร [6530-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Jul 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>44:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f0d01c8b-ec7b-4edd-816a-968029c28dff/media.mp3" length="21122498" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f0d01c8b-ec7b-4edd-816a-968029c28dff</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a409</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWzHryTqmIds/o75mHv7Tat]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 นคโรปมสูตร ทรงแสดงคุณสมบัติของพระอริยสาวก 7 ประการ ที่ทำให้ละอกุศล เจริญกุศลได้ เปรียบเทียบกับเครื่องป้องกันนคร 7 อย่าง ที่ทำให้นครที่ตั้งอยู่ชายแดนปราศจากภัยอันตรายได้ และทรงแสดงฌาน 4 ประการ ที่เป็นคุณสมบัติภายในของอริยสาวกซึ่งทำให้บรรลุคุณพิเศษชั้นสูงได้ เปรียบเทียบกับคุณสมบัติภายในของนครชายแดน 4 ประการ ที่ทำให้ชาวเมืองอยู่ผาสุกสูตร</p><p>#2 สัจจวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ทรงปรารภพระธรรมจักรที่ทรงแสดง ให้แก่ภิกษุเหล่านั้นฟังโดยย่อ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายคบหาท่านพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ และทรงสรรเสริญท่านทั้งสองไว้ด้วย เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้แล้ว ก็เสด็จเข้าสู่ที่ประทับ ท่านพระสารีบุตรจึงอธิบายขยายความให้ภิกษุทั้งหลายฟังต่อไป โดยอธิบายเรื่องอริยสัจ 4 โดยพิสดาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 นคโรปมสูตร ทรงแสดงคุณสมบัติของพระอริยสาวก 7 ประการ ที่ทำให้ละอกุศล เจริญกุศลได้ เปรียบเทียบกับเครื่องป้องกันนคร 7 อย่าง ที่ทำให้นครที่ตั้งอยู่ชายแดนปราศจากภัยอันตรายได้ และทรงแสดงฌาน 4 ประการ ที่เป็นคุณสมบัติภายในของอริยสาวกซึ่งทำให้บรรลุคุณพิเศษชั้นสูงได้ เปรียบเทียบกับคุณสมบัติภายในของนครชายแดน 4 ประการ ที่ทำให้ชาวเมืองอยู่ผาสุกสูตร</p><p>#2 สัจจวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ทรงปรารภพระธรรมจักรที่ทรงแสดง ให้แก่ภิกษุเหล่านั้นฟังโดยย่อ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายคบหาท่านพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ และทรงสรรเสริญท่านทั้งสองไว้ด้วย เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้แล้ว ก็เสด็จเข้าสู่ที่ประทับ ท่านพระสารีบุตรจึงอธิบายขยายความให้ภิกษุทั้งหลายฟังต่อไป โดยอธิบายเรื่องอริยสัจ 4 โดยพิสดาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มุนีผู้สงบ - ธาตุวิภังคสูตร และชาณุสโสณิพราหมณสูตร [6529-4s]</title>
			<itunes:title>มุนีผู้สงบ - ธาตุวิภังคสูตร และชาณุสโสณิพราหมณสูตร [6529-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Jul 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/eb0c7782-c195-497c-af0a-03e1d91ab246/media.mp3" length="27458135" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">eb0c7782-c195-497c-af0a-03e1d91ab246</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a40a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUZ9Dek0B82wB0QnSrkodWv]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>29</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 ธาตุวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกธาตุ ทรงแสดงแก่ท่านปุกกุสาติผู้บวชอุทิศต่อพระองค์แต่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นพระองค์ เพื่อโปรดท่านให้เข้าถึงธรรม ขณะท่านพักอยู่ที่ศาลาของช่างหม้อชื่อ ภัคควะ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงว่า บุรุษผู้มีธาตุ 6 มีผัสสายตนะ 6 มีมโนปวิจาร 18 มีอธิษฐานธรรม 4 บัณฑิตเรียกว่า มุนีผู้สงบ และทรงแสดงในรายละเอียด ผลจากการแสดงธรรมครั้งนี้ทำให้ท่านปุกกุสาติ ได้ทราบว่า ผู้ที่แสดงธรรมนั้น คือพระพุทธเจ้าจึงกราบลงแทบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคแล้วกราบทูลขออภัยโทษที่เรียกพระองค์ด้วยวาทะว่า "ผู้มีอายุ" เมื่อพระองค์ทรงยกโทษให้ จึงขออุปสมบทในพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีบาตรและจีวรพระผู้มีพระภาคไม่ทรงอุปสมบทให้ ท่านจึงไปเที่ยวแสวงหาบาตรและจีวร แต่ถูกแม่โคขวิดตายเสียก่อน เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าไปทูลถามถึงคติภพของท่าน พระองค์ตรัสว่าท่านปุกกุสาติเป็นพระอนาคามี ไปเกิดในพรหมโลกและจะนิพพานในโลกนั้น</p><p>สูตร#2 ชาณุสโสณิพราหมณสูตร (สังยุตตนิกาย #19) ท่านพระอานนท์เห็นชาณุสโสณิพราหมณ์ขึ้นรถเทียมม้าขาวและตกแต่งส่วนต่างๆของรถด้วยสีขาว ออกจากกรุงสาวัตถีและมีคนชมว่ายานประเสริฐ จึงเข้าไปทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ในธรรมวินัยนี้สามารถบัญญัติยานอันประเสริฐได้หรือไม่ พระองค์ตรัสตอบว่า ได้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเรียกว่า พรหมยานบ้าง ธรรมยานบ้าง รถพิชัยสงครามบ้าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 ธาตุวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกธาตุ ทรงแสดงแก่ท่านปุกกุสาติผู้บวชอุทิศต่อพระองค์แต่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นพระองค์ เพื่อโปรดท่านให้เข้าถึงธรรม ขณะท่านพักอยู่ที่ศาลาของช่างหม้อชื่อ ภัคควะ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงว่า บุรุษผู้มีธาตุ 6 มีผัสสายตนะ 6 มีมโนปวิจาร 18 มีอธิษฐานธรรม 4 บัณฑิตเรียกว่า มุนีผู้สงบ และทรงแสดงในรายละเอียด ผลจากการแสดงธรรมครั้งนี้ทำให้ท่านปุกกุสาติ ได้ทราบว่า ผู้ที่แสดงธรรมนั้น คือพระพุทธเจ้าจึงกราบลงแทบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคแล้วกราบทูลขออภัยโทษที่เรียกพระองค์ด้วยวาทะว่า "ผู้มีอายุ" เมื่อพระองค์ทรงยกโทษให้ จึงขออุปสมบทในพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีบาตรและจีวรพระผู้มีพระภาคไม่ทรงอุปสมบทให้ ท่านจึงไปเที่ยวแสวงหาบาตรและจีวร แต่ถูกแม่โคขวิดตายเสียก่อน เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าไปทูลถามถึงคติภพของท่าน พระองค์ตรัสว่าท่านปุกกุสาติเป็นพระอนาคามี ไปเกิดในพรหมโลกและจะนิพพานในโลกนั้น</p><p>สูตร#2 ชาณุสโสณิพราหมณสูตร (สังยุตตนิกาย #19) ท่านพระอานนท์เห็นชาณุสโสณิพราหมณ์ขึ้นรถเทียมม้าขาวและตกแต่งส่วนต่างๆของรถด้วยสีขาว ออกจากกรุงสาวัตถีและมีคนชมว่ายานประเสริฐ จึงเข้าไปทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ในธรรมวินัยนี้สามารถบัญญัติยานอันประเสริฐได้หรือไม่ พระองค์ตรัสตอบว่า ได้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเรียกว่า พรหมยานบ้าง ธรรมยานบ้าง รถพิชัยสงครามบ้าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รอยพระตถาคต-จูฬหัตถิปโทปมสูตร และชาณุสโสณิสูตร [6528-4s]</title>
			<itunes:title>รอยพระตถาคต-จูฬหัตถิปโทปมสูตร และชาณุสโสณิสูตร [6528-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Jul 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:12</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/8ca94ff3-9280-4aec-8ae6-9c0a97e22854/media.mp3" length="29743465" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8ca94ff3-9280-4aec-8ae6-9c0a97e22854</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a40b</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a40b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXlH+pzghXl8nWDqsfffidD]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร #1</strong> <strong>จูฬหัตถิปโทปมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ เชตวัน เรื่องรอยของพระตถาคต 4 รอย ที่ปิโลติกปริพาชกใช้เป็นเครื่องพิสูจน์เหตุที่ตนเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธเจ้า ทรงตรัสแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ว่า อุปมาด้วยรอยเท้าช้างของปิโลติกปริพาชกยังไม่สมบูรณ์ จึงทรงยกอุปมาขึ้นเพื่อไม่ให้ด่วนตัดสินว่า ช้างตัวนี้ใหญ่เพียงเพราะเห็นรอยเท้า แต่ทรงเน้นให้เห็นตัวจริง รอยของพระพุทธเจ้าก็ฉันนั้น แม้ภิกษุจะได้เห็นรอยทั้ง 4 รอยนี้ ก็ไม่ด่วนตัดสินว่า “พระผู้มีพระภาคเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี จนกว่าจะได้บรรลุอาสวักขยญาณด้วยตนเอง ฯลฯ จึงตัดสินใจดังกล่าว ตรัสจบ ชาณุสโสณิประกาศตนเป็นอุบาสก&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร</strong> (อังคุตตรนิกาย #24) พราหมณ์ทูลถามเรื่องทานว่า พวกตนได้ให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว พวกเขาจะได้รับหรือไม่ พระองค์จึงตรัสเรื่องฐานะและอัฏฐานะของผู้จะได้รับส่วนกุศล คือผู้ไปเกิดในภูมิที่เป็นฐานะเท่านั้นจึงควรได้รับส่วนกุศล ซึ่งได้แก่ ปรทัตตูปชีวีเปรต (เปรตผู้ต้องอาศัยส่วนกุศลของผู้อื่นเป็นอยู่) ส่วนภูมิอื่นมีมนุสสภูมิ เป็นต้น เป็นภูมิที่ไม่ได้ส่วนกุศล เพราะต่างก็มีอาหารของตน ชื่อว่า อัฏฐานะ และทรงตรัสว่า อกุศลกรรมบถ 10 ประการ และกุศลกรรมบถ 10 ประการ เป็นเหตุจำแนกสัตว์ให้ไปเกิดในภูมิต่าง ๆ และทรงย้ำว่า การให้ทาน ย่อมไม่เสียผล เป็นความดีความเจริญของทายกผู้ให้แน่นอน&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร #1</strong> <strong>จูฬหัตถิปโทปมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ เชตวัน เรื่องรอยของพระตถาคต 4 รอย ที่ปิโลติกปริพาชกใช้เป็นเครื่องพิสูจน์เหตุที่ตนเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธเจ้า ทรงตรัสแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ว่า อุปมาด้วยรอยเท้าช้างของปิโลติกปริพาชกยังไม่สมบูรณ์ จึงทรงยกอุปมาขึ้นเพื่อไม่ให้ด่วนตัดสินว่า ช้างตัวนี้ใหญ่เพียงเพราะเห็นรอยเท้า แต่ทรงเน้นให้เห็นตัวจริง รอยของพระพุทธเจ้าก็ฉันนั้น แม้ภิกษุจะได้เห็นรอยทั้ง 4 รอยนี้ ก็ไม่ด่วนตัดสินว่า “พระผู้มีพระภาคเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี จนกว่าจะได้บรรลุอาสวักขยญาณด้วยตนเอง ฯลฯ จึงตัดสินใจดังกล่าว ตรัสจบ ชาณุสโสณิประกาศตนเป็นอุบาสก&nbsp;</p><br><p><strong>สูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร</strong> (อังคุตตรนิกาย #24) พราหมณ์ทูลถามเรื่องทานว่า พวกตนได้ให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว พวกเขาจะได้รับหรือไม่ พระองค์จึงตรัสเรื่องฐานะและอัฏฐานะของผู้จะได้รับส่วนกุศล คือผู้ไปเกิดในภูมิที่เป็นฐานะเท่านั้นจึงควรได้รับส่วนกุศล ซึ่งได้แก่ ปรทัตตูปชีวีเปรต (เปรตผู้ต้องอาศัยส่วนกุศลของผู้อื่นเป็นอยู่) ส่วนภูมิอื่นมีมนุสสภูมิ เป็นต้น เป็นภูมิที่ไม่ได้ส่วนกุศล เพราะต่างก็มีอาหารของตน ชื่อว่า อัฏฐานะ และทรงตรัสว่า อกุศลกรรมบถ 10 ประการ และกุศลกรรมบถ 10 ประการ เป็นเหตุจำแนกสัตว์ให้ไปเกิดในภูมิต่าง ๆ และทรงย้ำว่า การให้ทาน ย่อมไม่เสียผล เป็นความดีความเจริญของทายกผู้ให้แน่นอน&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุไม่สะดุ้งกลัว-ภยเภรวสูตร และชาณุสโสณิสูตร [6527-4s]</title>
			<itunes:title>เหตุไม่สะดุ้งกลัว-ภยเภรวสูตร และชาณุสโสณิสูตร [6527-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Jul 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/23f427f2-5f84-4ec5-a235-7b3480a3aa96/media.mp3" length="27368285" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">23f427f2-5f84-4ec5-a235-7b3480a3aa96</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a40c</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a40c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUX0mw6DQJDMWC30L3As4cW]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>27</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 ภยเภรวสูตร ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของพราหมณ์ว่า การอยู่เสนาสนะอยู่ลำบาก ทำให้สงบได้ยาก การอยู่โดดเดี่ยวก็หาความรื่นรมย์ได้ยาก ป่าทั้งหลายมักจะชักนำจิตของภิกษุผู้ไม่ได้สมาธิให้เกิดความหวาดหวั่นได้ ทรงอธิบายเหตุสะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่า 16 ประการของสมณพราหมณ์พวกอื่น เปรียบเทียบกับเหตุไม่สะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่าของพระองค์ และพระอริยะทั้งหลายซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน และทรงอธิบายว่าขณะที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ทรงเลือกการอยู่เสนาสนะป่า และเมื่อความขลาดกลัวเกิดขึ้นในขณะที่ทรงอยู่ในอิริยาบถใดก็ทรงพิจารณาความขลาดกลัวให้หมดไปในอิริยาบถนั้น จะไม่ทรงเปลี่ยนอิริยาบถจนกว่าจะทรงกำจัดได้ แล้วทรงบำเพ็ญเพียรต่อไปจนได้ฌาณ 4 และวิชชา 3 แม้หลังจากตรัสรู้แล้ว ก็ยังทรงอยู่เสนาสนะป่าเป็นประจำ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ 2 ประการ 1)  เพื่อการอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน 2) เพื่อการอนุเคราะห์คนรุ่นหลังให้ถือปฏิบัติตาม เมื่อทรงอธิบายจบลง ซาณุสโสณิพราหมณ์เกิดความเลื่อมใส ประกาศตนเป็นอุบาสก </p><p>สูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร (อังคุตรนิกาย#20) พราหมณ์เข้าเฝ้า และได้สนทนากันเรื่อง วิชชา 3 ของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่า ผู้ได้วิชชา 3 ของพวกพราหมณ์เป็นอย่างหนึ่ง ผู้ได้วิชชา 3 ในอริยวินัยเป็นอย่างหนึ่ง แล้วทรงแสดงในรายละเอียด </p><p>สูตร #3 ชาณุสโสณิสูตร (สังยุตตนิกาย #16) พราหมณ์เข้าไปเฝ้าแล้วทูลถามว่า สิ่งทั้งปวงมี หรือว่าสิ่งทั้งปวงไม่มี ทรงตรัสตอบว่า ความเห็นอย่างนั้นเป็นความเห็นสุดโต่ง แล้วทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทอันเป็นทางสายกลางแก่พราหมณ์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 ภยเภรวสูตร ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของพราหมณ์ว่า การอยู่เสนาสนะอยู่ลำบาก ทำให้สงบได้ยาก การอยู่โดดเดี่ยวก็หาความรื่นรมย์ได้ยาก ป่าทั้งหลายมักจะชักนำจิตของภิกษุผู้ไม่ได้สมาธิให้เกิดความหวาดหวั่นได้ ทรงอธิบายเหตุสะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่า 16 ประการของสมณพราหมณ์พวกอื่น เปรียบเทียบกับเหตุไม่สะดุ้งกลัวการอยู่ในเสนาสนะป่าของพระองค์ และพระอริยะทั้งหลายซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน และทรงอธิบายว่าขณะที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ทรงเลือกการอยู่เสนาสนะป่า และเมื่อความขลาดกลัวเกิดขึ้นในขณะที่ทรงอยู่ในอิริยาบถใดก็ทรงพิจารณาความขลาดกลัวให้หมดไปในอิริยาบถนั้น จะไม่ทรงเปลี่ยนอิริยาบถจนกว่าจะทรงกำจัดได้ แล้วทรงบำเพ็ญเพียรต่อไปจนได้ฌาณ 4 และวิชชา 3 แม้หลังจากตรัสรู้แล้ว ก็ยังทรงอยู่เสนาสนะป่าเป็นประจำ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ 2 ประการ 1)  เพื่อการอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน 2) เพื่อการอนุเคราะห์คนรุ่นหลังให้ถือปฏิบัติตาม เมื่อทรงอธิบายจบลง ซาณุสโสณิพราหมณ์เกิดความเลื่อมใส ประกาศตนเป็นอุบาสก </p><p>สูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร (อังคุตรนิกาย#20) พราหมณ์เข้าเฝ้า และได้สนทนากันเรื่อง วิชชา 3 ของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่า ผู้ได้วิชชา 3 ของพวกพราหมณ์เป็นอย่างหนึ่ง ผู้ได้วิชชา 3 ในอริยวินัยเป็นอย่างหนึ่ง แล้วทรงแสดงในรายละเอียด </p><p>สูตร #3 ชาณุสโสณิสูตร (สังยุตตนิกาย #16) พราหมณ์เข้าไปเฝ้าแล้วทูลถามว่า สิ่งทั้งปวงมี หรือว่าสิ่งทั้งปวงไม่มี ทรงตรัสตอบว่า ความเห็นอย่างนั้นเป็นความเห็นสุดโต่ง แล้วทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทอันเป็นทางสายกลางแก่พราหมณ์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภิกษุผู้เลิศกว่าบรรดาผู้บวชด้วยศรัทธา-รัฏฐปาลสูตร  [6526-4s]</title>
			<itunes:title>ภิกษุผู้เลิศกว่าบรรดาผู้บวชด้วยศรัทธา-รัฏฐปาลสูตร  [6526-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Jun 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:05:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/baa3bc9a-5a24-42c6-b877-6f8732e945e4/media.mp3" length="31454749" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">baa3bc9a-5a24-42c6-b877-6f8732e945e4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a40d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXQGLOFmPGJLU6kX0CjRQRu]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>26</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมแก่ชาวถุลลโกฏฐิตนิคม แคว้นกุรุ ซึ่งรัฏฐปาลกุลบุตร เป็นบุตรของตระกูลชั้นสูงในนิคมนั้น ได้นั่งฟังอยู่ด้วย เกิดความศรัทธาขอบวช แต่ไม่ทรงอนุญาต จะต้องไปขออนุญาตบิดามารดาก่อน เมื่อไปขอถึง 3 ครั้ง บิดามารดาไม่อนุญาต แม้ท่านจะอดอาหารประท้วง และยอมสละชีวิตก็ยังไม่อนุญาต เพื่อนได้มาช่วยอ้อนวอนขออนุญาตให้บวช บิดามารดาจึงอนุญาตให้บวชได้ เมื่อบวชแล้วไม่นานได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ต่อมาได้กลับไปเยี่ยมบิดามารดา แต่บิดาของท่านจำท่านไม่ได้จึงไม่ได้รับภัตตาหารที่บ้าน ขณะนั้นทาสหญิงกำลังจะทิ้งขนมบูด ท่านได้ขอบิณฑบาตขนมนั้น และฉันขนมบูดนั้น ทาสหญิงนั้นจำท่านได้ จึงไปบอกมารดาของท่าน บิดาจึงมานิมนต์ท่านฉันภัตตาหารในวันรุ่งขึ้น จัดเตรียมอาหารอย่างปราณีต และกองเงินกองทองเอาไว้เพื่อถวายพระรัฐปาละ พร้อมให้ภรรยาเก่าของท่านแต่งตัวให้สวยงาม แต่ท่านปฏิเสธที่จะรับและให้นำไปทิ้ง ให้บิดาถวายอาหารและท่านได้แสดงธรรม จากนั้น ได้นั่งพักกลางวันที่พระราชอุทยานมิคจีระของพระเจ้าโกรัพยะ เมื่อทรงทราบว่าท่านพระรัฎฐปาละอยู่ที่นี้จึงเสด็จมาเพื่อทรงเยี่ยม และสนทนาธรรม ได้ตรัสถามถึงเรื่องความเสื่อม 4 ประการ ที่คนบางพวกประสบแล้ว จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ซึ่งพระรัฎฐปาละนั้นไม่มีความเสื่อมเหล่านั้นเลย อะไรจึงเป็นเหตุให้ท่านออกบวช ท่านได้ตอบว่า เพราะท่านได้ฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องธัมมุทเทส 4 ประการ เกิดศรัทธาแล้วจึงออกบวช และได้แสดงธัมมุทเทส 4 แก่พระเจ้าโกรัพยะ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมแก่ชาวถุลลโกฏฐิตนิคม แคว้นกุรุ ซึ่งรัฏฐปาลกุลบุตร เป็นบุตรของตระกูลชั้นสูงในนิคมนั้น ได้นั่งฟังอยู่ด้วย เกิดความศรัทธาขอบวช แต่ไม่ทรงอนุญาต จะต้องไปขออนุญาตบิดามารดาก่อน เมื่อไปขอถึง 3 ครั้ง บิดามารดาไม่อนุญาต แม้ท่านจะอดอาหารประท้วง และยอมสละชีวิตก็ยังไม่อนุญาต เพื่อนได้มาช่วยอ้อนวอนขออนุญาตให้บวช บิดามารดาจึงอนุญาตให้บวชได้ เมื่อบวชแล้วไม่นานได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ต่อมาได้กลับไปเยี่ยมบิดามารดา แต่บิดาของท่านจำท่านไม่ได้จึงไม่ได้รับภัตตาหารที่บ้าน ขณะนั้นทาสหญิงกำลังจะทิ้งขนมบูด ท่านได้ขอบิณฑบาตขนมนั้น และฉันขนมบูดนั้น ทาสหญิงนั้นจำท่านได้ จึงไปบอกมารดาของท่าน บิดาจึงมานิมนต์ท่านฉันภัตตาหารในวันรุ่งขึ้น จัดเตรียมอาหารอย่างปราณีต และกองเงินกองทองเอาไว้เพื่อถวายพระรัฐปาละ พร้อมให้ภรรยาเก่าของท่านแต่งตัวให้สวยงาม แต่ท่านปฏิเสธที่จะรับและให้นำไปทิ้ง ให้บิดาถวายอาหารและท่านได้แสดงธรรม จากนั้น ได้นั่งพักกลางวันที่พระราชอุทยานมิคจีระของพระเจ้าโกรัพยะ เมื่อทรงทราบว่าท่านพระรัฎฐปาละอยู่ที่นี้จึงเสด็จมาเพื่อทรงเยี่ยม และสนทนาธรรม ได้ตรัสถามถึงเรื่องความเสื่อม 4 ประการ ที่คนบางพวกประสบแล้ว จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ซึ่งพระรัฎฐปาละนั้นไม่มีความเสื่อมเหล่านั้นเลย อะไรจึงเป็นเหตุให้ท่านออกบวช ท่านได้ตอบว่า เพราะท่านได้ฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องธัมมุทเทส 4 ประการ เกิดศรัทธาแล้วจึงออกบวช และได้แสดงธัมมุทเทส 4 แก่พระเจ้าโกรัพยะ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ลัทธิที่ไม่ใช่การประพฤติพรหมจรรย์-สันทกสูตร [6525-4s]</title>
			<itunes:title>ลัทธิที่ไม่ใช่การประพฤติพรหมจรรย์-สันทกสูตร [6525-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Jun 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f83ee400-f82b-4893-973d-3a1d3bf52152/media.mp3" length="25826064" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f83ee400-f82b-4893-973d-3a1d3bf52152</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a40e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWdOZtvHRsEdLhaxQL3J4Ii]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>25</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>สันทกสูตร</strong> พระอานนท์แสดงแก่สันทกปริพาชกพร้อมกับปริพาชกประมาณ 500 คน ณ ถ้ำปิลักขะ เขตกรุงโกสัมพี เกี่ยวกับการประพฤติพรหมจรรย์ ท่านพระอานนท์ได้อ้างพระดำรัสที่ทรงแสดงลัทธิที่ไม่ใช่การประพฤติพรหมจรรย์ 4 ลัทธิ และพรหมจรรย์ที่ไม่น่าไว้วางใจ 4 ประการ ซึ่งท่านผู้รู้ไม่ควรอยู่ประพฤติ เพราะจะไม่ได้รับกุศลธรรมที่ถูกต้อง และได้กล่าวถึงพรหมจรรย์ที่ควรประพฤติและมีผล คือ ฌาณ 4 วิชชา 3 และได้ตอบคำถามต่างๆของสันทกปริพาชก เมื่อแสดงธรรมจบสันทกะได้กล่าวสรรเสริญในธรรมวินัยนี้ ไม่มีการยกย่องธรรมของตน ไม่มีการติเตียนธรรมของผู้อื่น แสดงธรรมมีเหตุผล แต่มีผู้กำจัดกิเลสและกองทุกข์ได้มาก ส่วนพวกอาชีวกยกย่องแต่ตนและติเตียนคนอื่นกลับบัญญัติว่ามีผู้กำจัดกิเลสและกองทุกข์ได้เพียง 3 คน จากนั้นได้อนุญาตให้บริษัทของตนประพฤติพรหมจรรย์ตามพระผู้มีพระภาค <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>สันทกสูตร</strong> พระอานนท์แสดงแก่สันทกปริพาชกพร้อมกับปริพาชกประมาณ 500 คน ณ ถ้ำปิลักขะ เขตกรุงโกสัมพี เกี่ยวกับการประพฤติพรหมจรรย์ ท่านพระอานนท์ได้อ้างพระดำรัสที่ทรงแสดงลัทธิที่ไม่ใช่การประพฤติพรหมจรรย์ 4 ลัทธิ และพรหมจรรย์ที่ไม่น่าไว้วางใจ 4 ประการ ซึ่งท่านผู้รู้ไม่ควรอยู่ประพฤติ เพราะจะไม่ได้รับกุศลธรรมที่ถูกต้อง และได้กล่าวถึงพรหมจรรย์ที่ควรประพฤติและมีผล คือ ฌาณ 4 วิชชา 3 และได้ตอบคำถามต่างๆของสันทกปริพาชก เมื่อแสดงธรรมจบสันทกะได้กล่าวสรรเสริญในธรรมวินัยนี้ ไม่มีการยกย่องธรรมของตน ไม่มีการติเตียนธรรมของผู้อื่น แสดงธรรมมีเหตุผล แต่มีผู้กำจัดกิเลสและกองทุกข์ได้มาก ส่วนพวกอาชีวกยกย่องแต่ตนและติเตียนคนอื่นกลับบัญญัติว่ามีผู้กำจัดกิเลสและกองทุกข์ได้เพียง 3 คน จากนั้นได้อนุญาตให้บริษัทของตนประพฤติพรหมจรรย์ตามพระผู้มีพระภาค <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การทำจิตให้ว่าง-มหาสุญญตสูตร และจูฬสุญญตสูตร [6524-4s]</title>
			<itunes:title>การทำจิตให้ว่าง-มหาสุญญตสูตร และจูฬสุญญตสูตร [6524-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 Jun 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e18c2f52-53e0-4e79-881e-1659726b45d9/media.mp3" length="28082980" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e18c2f52-53e0-4e79-881e-1659726b45d9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a40f</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a40f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXQxXudgIY9jhIsj4KUNtou]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>24</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬสุญญตสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ บุพพาราม ทรงปรารภคำทูลถามของท่านพระอานนท์ เรื่องที่พระองค์ทรงอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมโดยมาก และได้ทรงอธิบายวิธีปฏิบัติสุญญตาวิหารธรรมไว้ถึง 7 ขั้น จากต่ำไปสูง และทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเข้าสุญญตาผลสมาบัติก็จะเข้าสุญญตาอันบริสุทธิ์ยอดเยี่ยมนี้เท่านั้น</p><p><strong>สูตร#2 มหาสุญญตสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์และภิกษุทั้งหลาย ณ นิโครธาราม ทรงปรารภการอยู่คลุกคลีกันด้วยหมู่คณะของภิกษุหลายรูปในที่นั้น ซึ่งเป็นช่วงจีวรกาล ที่ภิกษุมาร่วมกันทำจีวร ทรงทอดพระเนตรเห็นเสนาสนะจำนวนมาก ทรงตำหนิว่าการที่ภิกษุพอใจในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะไม่ดีเลย ภิกษุผู้หลีกออกจากหมู่คณะไปอยู่ผู้เดียวเท่านั้น จึงจะได้รับความสุขจากความสงัด จากความสงบ จากการตรัสรู้ และจะบรรลุเจโตวิมุตติได้ และพระองค์ก็อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้น ได้ทรงอธิบายเหตุผลโดยละเอียด วิธีฝึก และวิธีอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรม ซึ่งในการมีสัมปชัญญะ และน้อมจิตไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นขั้นตอนแรกในการทำจิตให้ถึงความว่างได้ และทรงเน้นเรื่องการปฏิบัติกับพระองค์เหมือนกับมิตร อย่าปฏิบัติกับพระองค์เหมือนศัตรู</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 จูฬสุญญตสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ บุพพาราม ทรงปรารภคำทูลถามของท่านพระอานนท์ เรื่องที่พระองค์ทรงอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมโดยมาก และได้ทรงอธิบายวิธีปฏิบัติสุญญตาวิหารธรรมไว้ถึง 7 ขั้น จากต่ำไปสูง และทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเข้าสุญญตาผลสมาบัติก็จะเข้าสุญญตาอันบริสุทธิ์ยอดเยี่ยมนี้เท่านั้น</p><p><strong>สูตร#2 มหาสุญญตสูตร </strong>ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์และภิกษุทั้งหลาย ณ นิโครธาราม ทรงปรารภการอยู่คลุกคลีกันด้วยหมู่คณะของภิกษุหลายรูปในที่นั้น ซึ่งเป็นช่วงจีวรกาล ที่ภิกษุมาร่วมกันทำจีวร ทรงทอดพระเนตรเห็นเสนาสนะจำนวนมาก ทรงตำหนิว่าการที่ภิกษุพอใจในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะไม่ดีเลย ภิกษุผู้หลีกออกจากหมู่คณะไปอยู่ผู้เดียวเท่านั้น จึงจะได้รับความสุขจากความสงัด จากความสงบ จากการตรัสรู้ และจะบรรลุเจโตวิมุตติได้ และพระองค์ก็อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้น ได้ทรงอธิบายเหตุผลโดยละเอียด วิธีฝึก และวิธีอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรม ซึ่งในการมีสัมปชัญญะ และน้อมจิตไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นขั้นตอนแรกในการทำจิตให้ถึงความว่างได้ และทรงเน้นเรื่องการปฏิบัติกับพระองค์เหมือนกับมิตร อย่าปฏิบัติกับพระองค์เหมือนศัตรู</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้-ธรรมเจติยสูตรและฐานสูตร [6523-4s]</title>
			<itunes:title>ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้-ธรรมเจติยสูตรและฐานสูตร [6523-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Jun 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e790724b-3c19-4e40-8c80-14c703cd40d7/media.mp3" length="27741467" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e790724b-3c19-4e40-8c80-14c703cd40d7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a410</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUR0/XuCFwDSuvn6/sBEA5X]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>23</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ธรรมเจติยสูตร</strong> ว่าด้วยธรรมเจดีย์ (พระวาจาเคารพธรรม) เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และกล่าวสรรเสริญพระธรรมวินัยนี้ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ที่ประกอบขึ้นเพื่อเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ จึงได้กระทำการเคารพนอบน้อมเป็นอย่างยิ่งต่อสรีระของพระพุทธเจ้า และแสดงอาการฉันทมิตร</p><p><strong>สูตร#2 ฐานสูตร</strong> ว่าด้วยฐานะ 5 ประการที่ใครๆ ไม่พึงได้ ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ได้สูญเสียพระนางมัลลิกา ผู้เป็นที่รักยิ่งไป อันเป็นเหตุให้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนสติ และสอนวิธีในการวางจิตใจเมื่อต้องสูญเสียสิ่งที่เป็นที่รักไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 ธรรมเจติยสูตร</strong> ว่าด้วยธรรมเจดีย์ (พระวาจาเคารพธรรม) เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และกล่าวสรรเสริญพระธรรมวินัยนี้ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ที่ประกอบขึ้นเพื่อเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ จึงได้กระทำการเคารพนอบน้อมเป็นอย่างยิ่งต่อสรีระของพระพุทธเจ้า และแสดงอาการฉันทมิตร</p><p><strong>สูตร#2 ฐานสูตร</strong> ว่าด้วยฐานะ 5 ประการที่ใครๆ ไม่พึงได้ ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ได้สูญเสียพระนางมัลลิกา ผู้เป็นที่รักยิ่งไป อันเป็นเหตุให้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนสติ และสอนวิธีในการวางจิตใจเมื่อต้องสูญเสียสิ่งที่เป็นที่รักไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุบายกำจัดอาสวะ-สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6522-4s]</title>
			<itunes:title>อุบายกำจัดอาสวะ-สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6522-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Jun 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/82b2fd14-afe2-4f00-be4d-66209041800b/media.mp3" length="27321343" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">82b2fd14-afe2-4f00-be4d-66209041800b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a411</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a411</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVqkgq2VgxegsW/k88GJY1G]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>22</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ถึงความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้นๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด</p><p><strong>สูตร#2 ธรรมทายาทสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</p><p><strong>สูตร#3 มฆเทวสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ถึงความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้นๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด</p><p><strong>สูตร#2 ธรรมทายาทสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</p><p><strong>สูตร#3 มฆเทวสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมที่ควรเสพและไม่ควรเสพ-เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร และนาถกรณสูตร [6521-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมที่ควรเสพและไม่ควรเสพ-เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร และนาถกรณสูตร [6521-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 May 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:05:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/347cd039-29b0-45db-b267-6ae00be240cb/media.mp3" length="31371631" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">347cd039-29b0-45db-b267-6ae00be240cb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a412</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUTNREZ98xFeSzaaekc8LrF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>21</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารภธรรมที่ควรเสพและที่ไม่ควรเสพ โดยพระพุทธเจ้าทรงยกหัวข้อขึ้น และท่านพระสารีบุตรเป็นอรรถกถาจารย์อธิบายแจกแจงในหัวข้อนั้น ตอนที่ 1 ทรงยกหลักธรรม 7 ประการที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ที่ควรเสพหมายถึงเสพแล้วทำให้กุศลธรรมเจริญขึ้น อกุศลธรรมเสื่อมไป ที่ไม่ควรเสพ มีนัยตรงข้ามกัน ตอนที่ 2 ทรงยกหัวข้ออายตนะ 12 ประการ ที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ตอนที่ 3 ทรงยกหัวข้อ จีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ หมู่บ้าน นิคม นคร ชนบท และบุคคล รวม 8 ประการ ที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ซึ่งธรรมบรรยายที่ทรงแสดงมานี้ ถ้ากษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ ศูทร ตลอดจนเทวดา มาร พรหม และมนุษย์ทั้งหลายรู้ทั่วถึงอรรถแห่งธรรมบรรยายนี้ก็จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขตลอดกาลนาน</p><p><strong>สูตร#2  นาถกรณสูตรที่ 1</strong> (ปฐมนาถสูตร) <strong>และสูตรที่ 2</strong> (ทุติยนาถสูตร) ต่างก็ว่าด้วยนาถกรณธรรม คือ ธรรมอันกระทำที่พึ่ง คุณธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้ 10 ประการ ทั้ง 2 พระสูตรต่างกันที่ทรงแสดงขยายรายละเอียดของแต่ละหัวข้อธรรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารภธรรมที่ควรเสพและที่ไม่ควรเสพ โดยพระพุทธเจ้าทรงยกหัวข้อขึ้น และท่านพระสารีบุตรเป็นอรรถกถาจารย์อธิบายแจกแจงในหัวข้อนั้น ตอนที่ 1 ทรงยกหลักธรรม 7 ประการที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ที่ควรเสพหมายถึงเสพแล้วทำให้กุศลธรรมเจริญขึ้น อกุศลธรรมเสื่อมไป ที่ไม่ควรเสพ มีนัยตรงข้ามกัน ตอนที่ 2 ทรงยกหัวข้ออายตนะ 12 ประการ ที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ตอนที่ 3 ทรงยกหัวข้อ จีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ หมู่บ้าน นิคม นคร ชนบท และบุคคล รวม 8 ประการ ที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ซึ่งธรรมบรรยายที่ทรงแสดงมานี้ ถ้ากษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ ศูทร ตลอดจนเทวดา มาร พรหม และมนุษย์ทั้งหลายรู้ทั่วถึงอรรถแห่งธรรมบรรยายนี้ก็จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขตลอดกาลนาน</p><p><strong>สูตร#2  นาถกรณสูตรที่ 1</strong> (ปฐมนาถสูตร) <strong>และสูตรที่ 2</strong> (ทุติยนาถสูตร) ต่างก็ว่าด้วยนาถกรณธรรม คือ ธรรมอันกระทำที่พึ่ง คุณธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้ 10 ประการ ทั้ง 2 พระสูตรต่างกันที่ทรงแสดงขยายรายละเอียดของแต่ละหัวข้อธรรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มีธรรมเป็นที่พึ่ง-โคปกโมคคัลลานสูตรและคณกโมคคัลลานสูตร [6520-4s]</title>
			<itunes:title>มีธรรมเป็นที่พึ่ง-โคปกโมคคัลลานสูตรและคณกโมคคัลลานสูตร [6520-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 May 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6ffd34d7-ed25-4692-9d74-c589d00cb59b/media.mp3" length="27023354" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6ffd34d7-ed25-4692-9d74-c589d00cb59b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a413</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a413</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXTu6bEfrnmiKWz5qGjTITS]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>20</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 โคปกโมคคัลลานสูตร</strong> ท่านพระอานนท์แสดงแก่โคปกโมคคัลลานพราหมณ์ที่ทำหน้าที่ดูแลงานเกี่ยวกับปศุสัตว์ของพระเจ้าพิมพิสาร ในกรุงราชคฤห์ หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน เพื่อตอบปัญหาเรื่องภิกษุเพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นการถามด้วยความห่วงใย ซึ่งต่อมามีวัสสการพราหมณ์ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธมาสมทบและได้ถามถึงเรื่องฌาณ ซึ่งท่านพระอานนท์ได้ตอบให้เข้าใจชัดเจนตามลำดับว่า พระผู้มีพระภาคทรงสอนให้ภิกษุนับถือธรรมเท่านั้นเป็นที่พึ่ง และถ้าบุคคลใดมีธรรม 10 ประการนี้ สงฆ์ก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาบุคคลนั้น เรื่องฌาณกล่าวตอบว่า ฌาณที่ไม่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่ประกอบด้วยนิวรณ์ 5 ส่วนฌาณที่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย พราหมณ์ทั้งสองต่างชื่นชมยินดีคำตอบของท่านพระอานนท์</p><p><strong>สูตร#2 คณกโมคคัลลานสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่คณกโมคคัลลานพราหมณ์ ณ เชตวัน โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้น ซึ่งในศาสนาของพระองค์ก็มีการฝึกปฏิบัติไปตามลำดับขั้น เมื่อคณกโมคคัลลานพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>สูตร#1 โคปกโมคคัลลานสูตร</strong> ท่านพระอานนท์แสดงแก่โคปกโมคคัลลานพราหมณ์ที่ทำหน้าที่ดูแลงานเกี่ยวกับปศุสัตว์ของพระเจ้าพิมพิสาร ในกรุงราชคฤห์ หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน เพื่อตอบปัญหาเรื่องภิกษุเพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นการถามด้วยความห่วงใย ซึ่งต่อมามีวัสสการพราหมณ์ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธมาสมทบและได้ถามถึงเรื่องฌาณ ซึ่งท่านพระอานนท์ได้ตอบให้เข้าใจชัดเจนตามลำดับว่า พระผู้มีพระภาคทรงสอนให้ภิกษุนับถือธรรมเท่านั้นเป็นที่พึ่ง และถ้าบุคคลใดมีธรรม 10 ประการนี้ สงฆ์ก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาบุคคลนั้น เรื่องฌาณกล่าวตอบว่า ฌาณที่ไม่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่ประกอบด้วยนิวรณ์ 5 ส่วนฌาณที่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย พราหมณ์ทั้งสองต่างชื่นชมยินดีคำตอบของท่านพระอานนท์</p><p><strong>สูตร#2 คณกโมคคัลลานสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่คณกโมคคัลลานพราหมณ์ ณ เชตวัน โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้น ซึ่งในศาสนาของพระองค์ก็มีการฝึกปฏิบัติไปตามลำดับขั้น เมื่อคณกโมคคัลลานพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน [6519-4s]</title>
			<itunes:title>ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน [6519-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 May 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:08:42</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5eabc0c1-ce84-4911-8584-ad423130c4a8/media.mp3" length="32845721" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5eabc0c1-ce84-4911-8584-ad423130c4a8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a414</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXsA0EhM9ZnqKUmwg+IP+q/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>19</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสูตรว่าด้วยการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ที่ได้ทรงตรัสเล่าด้วยพระองค์เอง</p><p>“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าธรรมชาติ 3 อย่างนี้ ไม่พึงมีอยู่ในโลกแล้วไซร้ ตถาคตก็ไม่ต้องเกิดขึ้นในโลก เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธะ และธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็ไม่ต้องรุ่งเรืองไปในโลก ธรรมชาติ 3 อย่าง นั้นคือ ความเกิด ความแก่ และความตาย”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสูตรว่าด้วยการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ที่ได้ทรงตรัสเล่าด้วยพระองค์เอง</p><p>“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าธรรมชาติ 3 อย่างนี้ ไม่พึงมีอยู่ในโลกแล้วไซร้ ตถาคตก็ไม่ต้องเกิดขึ้นในโลก เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธะ และธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็ไม่ต้องรุ่งเรืองไปในโลก ธรรมชาติ 3 อย่าง นั้นคือ ความเกิด ความแก่ และความตาย”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คนจะดีหรือชั่วมิใช่เพราะตระกูล-เอสุการีสูตร และมธุรสูตร [6518-4s]</title>
			<itunes:title>คนจะดีหรือชั่วมิใช่เพราะตระกูล-เอสุการีสูตร และมธุรสูตร [6518-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 May 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/8fb3ca75-2ecf-4372-8e5a-df9ee466c636/media.mp3" length="27909329" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8fb3ca75-2ecf-4372-8e5a-df9ee466c636</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a415</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVbF3wt+KkiABm95WnNjN+K]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>18</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[สุตร#1 เอสุการีสูตร ทรงแสดงแก่เอสุการีพราหมณ์ ณ เชตวัน เอสุการีทูลถามข้อบัญญัติเกี่ยวกับการบำเรอ 4 ประการของพวกพราหมณ์ และเกี่ยวกับทรัพย์ 4 ประการของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่าเป็นการบัญญัติเอาเองโดยที่ชาวโลกไม่ยอมรับ เหมือนการบังคับคนยากจนให้กินเนื้ออาบยาพิษแล้วบังคับให้จ่ายค่าเนื้อ ทรงอธิบายต่อว่า บุคคลจะเป็นผู้ประเสริฐหรือเลวทรามไม่ใช่เพราะเกิดในตระกูลสูง ผิวพรรณดี มีโภคะมาก แต่อยู่ที่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ในเรื่องของทรัพย์ทรงบัญญัติว่า ทรัพย์ของบุคคลคือ โลกุตตรธรรมอันเป็นอริยะ เพราะไม่ว่าบุคคลจะเกิดในตระกูลกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ก็สามารถออกบวช เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เป็นต้น ได้เหมือนกัน เจริญเมตตาจิต อาบน้ำลอยละอองธุลีได้เหมือนกัน เมื่อเอาไม้มาสีให้เกิดเป็นไฟก็เป็นไฟเหมือนกัน เมื่อทรงแสดงจบเอสุการีพราหมณ์ได้แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิตสูตร#2 มธุรสูตร ท่านพระมหากัจจานะแสดงแก่พระเจ้ามธุระ อวันตีบุตร ณ ป่าคุนธาวัน ปรารภคำถามพระเจ้ามธุระ ที่ได้ตรัสถามเกี่ยวกับเรื่องการถือชั้นวรรณะของพวกพราหมณ์ ที่เชื่อว่าพวกพราหมณ์เท่านั้นที่เกิดจากโอษฐ์ เป็นบุตรและเป็นทายาทของพระพรหม จึงประเสริฐกว่าคนวรรณะอื่นๆ ซึ่งท่านพระมหากัจจานะตอบว่า เป็นเรื่องที่พวกพราหมณ์แต่งขึ้นเพื่อโฆษณาตัวเองว่าประเสริฐกว่าบริสุทธิ์กว่าวรรณอื่น และอธิบายให้เหตุผลตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาว่า คนจะดีหรือเลวมิใช่เพราะชาติวรรณะแต่เพราะการกระทำของตนเอง เมื่อแสดงธรรมจบ พระเจ้ามธุระแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สุตร#1 เอสุการีสูตร ทรงแสดงแก่เอสุการีพราหมณ์ ณ เชตวัน เอสุการีทูลถามข้อบัญญัติเกี่ยวกับการบำเรอ 4 ประการของพวกพราหมณ์ และเกี่ยวกับทรัพย์ 4 ประการของพวกพราหมณ์ ทรงตรัสว่าเป็นการบัญญัติเอาเองโดยที่ชาวโลกไม่ยอมรับ เหมือนการบังคับคนยากจนให้กินเนื้ออาบยาพิษแล้วบังคับให้จ่ายค่าเนื้อ ทรงอธิบายต่อว่า บุคคลจะเป็นผู้ประเสริฐหรือเลวทรามไม่ใช่เพราะเกิดในตระกูลสูง ผิวพรรณดี มีโภคะมาก แต่อยู่ที่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ในเรื่องของทรัพย์ทรงบัญญัติว่า ทรัพย์ของบุคคลคือ โลกุตตรธรรมอันเป็นอริยะ เพราะไม่ว่าบุคคลจะเกิดในตระกูลกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ก็สามารถออกบวช เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เป็นต้น ได้เหมือนกัน เจริญเมตตาจิต อาบน้ำลอยละอองธุลีได้เหมือนกัน เมื่อเอาไม้มาสีให้เกิดเป็นไฟก็เป็นไฟเหมือนกัน เมื่อทรงแสดงจบเอสุการีพราหมณ์ได้แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิตสูตร#2 มธุรสูตร ท่านพระมหากัจจานะแสดงแก่พระเจ้ามธุระ อวันตีบุตร ณ ป่าคุนธาวัน ปรารภคำถามพระเจ้ามธุระ ที่ได้ตรัสถามเกี่ยวกับเรื่องการถือชั้นวรรณะของพวกพราหมณ์ ที่เชื่อว่าพวกพราหมณ์เท่านั้นที่เกิดจากโอษฐ์ เป็นบุตรและเป็นทายาทของพระพรหม จึงประเสริฐกว่าคนวรรณะอื่นๆ ซึ่งท่านพระมหากัจจานะตอบว่า เป็นเรื่องที่พวกพราหมณ์แต่งขึ้นเพื่อโฆษณาตัวเองว่าประเสริฐกว่าบริสุทธิ์กว่าวรรณอื่น และอธิบายให้เหตุผลตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาว่า คนจะดีหรือเลวมิใช่เพราะชาติวรรณะแต่เพราะการกระทำของตนเอง เมื่อแสดงธรรมจบ พระเจ้ามธุระแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความต่างกันแห่งสมณพราหมณ์ - สังคารวสูตร [6517-4s]</title>
			<itunes:title>ความต่างกันแห่งสมณพราหมณ์ - สังคารวสูตร [6517-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Apr 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/60cfcf4d-c9ab-458b-b118-84e08a8f24c6/media.mp3" length="27419462" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">60cfcf4d-c9ab-458b-b118-84e08a8f24c6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a416</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnV4SbL9+g0eL/+gLn6FjFvu]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>17</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[สังคารวสูตร ทรงแสดงแก่สังคารวมานพขณะประทับอยู่ในสวนมะม่วงของพราหมณ์ชาวบ้านโตเทยยะ ปรารภนางพราหมณีชื่อธนัญชานีเป็นผู้เลื่อมใสอย่างยิ่งในพระรัตนตรัย หากนางทำอะไรพลาดพลั้งก็จะเปล่ง นะโม ฯ 3 ครั้ง ครั้งหนึ่งสังคารวมาณพซึ่งเป็นผู้รู้จบไตรเพทได้ยินเข้า จึงว่ากล่าวนางพราหมณีว่า ไม่เป็นมงคลที่ไปกล่าวสรรเสริญสมณะหัวโล้น นางจึงกล่าวว่าถ้าสังคารวมาณพได้รู้จักศีลและพระปัญญาของพระองค์ก็จะไม่กล่าวเช่นนี้ ต่อมาสังคารวมาณพทราบว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาจึงได้เข้าไปสนทนาธรรม ได้ทูลถามว่า พระองค์จัดอยู่ในสมณพราหมณ์จำพวกไหน ทรงตรัสถึงความแตกต่างของสมณะและตอบว่าทรงอยู่ในพวกที่ 3 คือพวกปฏิญญาเพราะรู้ธรรมด้วยปัญญาในธรรมที่ไม่เคยฟังมาก่อน และทรงเล่าประวัติของพระองค์ จนถึงทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ และสังคารวมานพได้ทูลถามเรื่องเทวดาว่า มีจริงหรือไม่ ไม่เข้าใจว่าที่ตรัสถึงเทวดานั้นเพราะทรงทราบหรือเพราะคล่องปาก ตรัสตอบว่า ข้อที่ว่าเทวดามีนั้น รู้ได้โดยฐานะ ผู้รู้เท่านั้นที่จะรู้ได้ เพราะเรื่องเทวดาเป็นคำที่ชาวโลกสมมติกันด้วยศัพท์ชั้นสูงเมื่อตรัสจบ มาณพได้กราบทูลชมเชย และได้แสดงตนเป็นอุบสกจนตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สังคารวสูตร ทรงแสดงแก่สังคารวมานพขณะประทับอยู่ในสวนมะม่วงของพราหมณ์ชาวบ้านโตเทยยะ ปรารภนางพราหมณีชื่อธนัญชานีเป็นผู้เลื่อมใสอย่างยิ่งในพระรัตนตรัย หากนางทำอะไรพลาดพลั้งก็จะเปล่ง นะโม ฯ 3 ครั้ง ครั้งหนึ่งสังคารวมาณพซึ่งเป็นผู้รู้จบไตรเพทได้ยินเข้า จึงว่ากล่าวนางพราหมณีว่า ไม่เป็นมงคลที่ไปกล่าวสรรเสริญสมณะหัวโล้น นางจึงกล่าวว่าถ้าสังคารวมาณพได้รู้จักศีลและพระปัญญาของพระองค์ก็จะไม่กล่าวเช่นนี้ ต่อมาสังคารวมาณพทราบว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาจึงได้เข้าไปสนทนาธรรม ได้ทูลถามว่า พระองค์จัดอยู่ในสมณพราหมณ์จำพวกไหน ทรงตรัสถึงความแตกต่างของสมณะและตอบว่าทรงอยู่ในพวกที่ 3 คือพวกปฏิญญาเพราะรู้ธรรมด้วยปัญญาในธรรมที่ไม่เคยฟังมาก่อน และทรงเล่าประวัติของพระองค์ จนถึงทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ และสังคารวมานพได้ทูลถามเรื่องเทวดาว่า มีจริงหรือไม่ ไม่เข้าใจว่าที่ตรัสถึงเทวดานั้นเพราะทรงทราบหรือเพราะคล่องปาก ตรัสตอบว่า ข้อที่ว่าเทวดามีนั้น รู้ได้โดยฐานะ ผู้รู้เท่านั้นที่จะรู้ได้ เพราะเรื่องเทวดาเป็นคำที่ชาวโลกสมมติกันด้วยศัพท์ชั้นสูงเมื่อตรัสจบ มาณพได้กราบทูลชมเชย และได้แสดงตนเป็นอุบสกจนตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การตามรู้ซึ่งความจริง - จังกีสูตร [6516-4s]</title>
			<itunes:title>การตามรู้ซึ่งความจริง - จังกีสูตร [6516-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Apr 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a1dfd6f8-0504-4b0c-bfe9-b21c95985b36/media.mp3" length="27656075" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a1dfd6f8-0504-4b0c-bfe9-b21c95985b36</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a417</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a417</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWATkUQOHXprykcWvpQ+d7x]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>16</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[❝<strong>จังกีสูตร</strong>❞  เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้ากับกาปทิกมานพ มาพร้อมกับจังกีพราหมณ์พร้อมด้วยคณะ ณ ป่าไม้สาละชื่อเทววัน เป็นเด็กหนุ่มที่จังกีพราหมณ์ยกย่องว่า เป็นผู้มีความรู้คัมภีร์ต่างๆอย่างแตกฉาน เป็นพหูสูตรสามารถจะเจรจาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้าได้ มานพได้ทูลถามว่าทรงคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบทมนตร์โบราณของพวกพราหมณ์ ปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นการรักษา เป็นการรู้ เป็นการบรรลุสัจจะ และธรรมที่ช่วยให้บรรลุสัจจะเป็นอย่างไร ทรงตรัสตอบแต่ละข้อตามลำดับ กาปทิกมานพเกิดความเลื่อมใสแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[❝<strong>จังกีสูตร</strong>❞  เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้ากับกาปทิกมานพ มาพร้อมกับจังกีพราหมณ์พร้อมด้วยคณะ ณ ป่าไม้สาละชื่อเทววัน เป็นเด็กหนุ่มที่จังกีพราหมณ์ยกย่องว่า เป็นผู้มีความรู้คัมภีร์ต่างๆอย่างแตกฉาน เป็นพหูสูตรสามารถจะเจรจาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้าได้ มานพได้ทูลถามว่าทรงคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบทมนตร์โบราณของพวกพราหมณ์ ปฏิบัติอย่างไรจึงจะเป็นการรักษา เป็นการรู้ เป็นการบรรลุสัจจะ และธรรมที่ช่วยให้บรรลุสัจจะเป็นอย่างไร ทรงตรัสตอบแต่ละข้อตามลำดับ กาปทิกมานพเกิดความเลื่อมใสแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมของสัตบุรุษ (คนดี) - จูฬปุณณมสูตร สัปปุริสสูตร และ ธัมมัญญสูตร [6515-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมของสัตบุรุษ (คนดี) - จูฬปุณณมสูตร สัปปุริสสูตร และ ธัมมัญญสูตร [6515-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Apr 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a650333c-d0cb-46fb-8ba2-9e0e6933ed76/media.mp3" length="27734282" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a650333c-d0cb-46fb-8ba2-9e0e6933ed76</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a418</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a418</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVpt/Kc88jibKCxMzNsXZuX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>15</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1  <strong>จูฬปุณณมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพารา ขณะประทับนั่งกลางแจ้งในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ทรงเห็นภิกษุนิ่งเงียบ จึงทรงตรัสถามปัญหา เพื่อทรงแสดงธรรมให้ฟัง ทรงแสดงธรรมเปรียบเทียบระหว่างสัตบุรุษและอสัตบุรุษ </p><p>สูตร#2 <strong>สัปปุริสสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงแสดงธรรม 26 ประการของอสัตบุรุษและสัตบุรุษ ซึ่งเป็นธรรมข้อเดียวกันแต่แตกต่างกันที่การพิจารณา</p><p>สูตร#3 <strong>วาจาของสัตบุรุษ, อสัตบุรุษ และวาจาของสะใภ้ใหม่</strong> เพื่อให้ภิกษุมีความละอาย มีความเกรงกลัวในพุทธบริษัททั้ง 4 เหมือนหญิงสะใภ้เมื่อแรกเข้าตะกูลสามี </p><p>สูตร#4 ธั<strong>มมัญญสูตร</strong> ว่าด้วยผู้รู้ธรรม ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่ประกอบด้วยธรรม 7 ประการนี้ เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ฯลฯ และเป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1  <strong>จูฬปุณณมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพารา ขณะประทับนั่งกลางแจ้งในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ทรงเห็นภิกษุนิ่งเงียบ จึงทรงตรัสถามปัญหา เพื่อทรงแสดงธรรมให้ฟัง ทรงแสดงธรรมเปรียบเทียบระหว่างสัตบุรุษและอสัตบุรุษ </p><p>สูตร#2 <strong>สัปปุริสสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงแสดงธรรม 26 ประการของอสัตบุรุษและสัตบุรุษ ซึ่งเป็นธรรมข้อเดียวกันแต่แตกต่างกันที่การพิจารณา</p><p>สูตร#3 <strong>วาจาของสัตบุรุษ, อสัตบุรุษ และวาจาของสะใภ้ใหม่</strong> เพื่อให้ภิกษุมีความละอาย มีความเกรงกลัวในพุทธบริษัททั้ง 4 เหมือนหญิงสะใภ้เมื่อแรกเข้าตะกูลสามี </p><p>สูตร#4 ธั<strong>มมัญญสูตร</strong> ว่าด้วยผู้รู้ธรรม ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่ประกอบด้วยธรรม 7 ประการนี้ เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ฯลฯ และเป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การออกบวชที่ชอบธรรม - โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร [6514-4s]</title>
			<itunes:title>การออกบวชที่ชอบธรรม - โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร [6514-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Apr 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/4b0c4362-cb4e-4c7e-9db9-31583492dba9/media.mp3" length="29153189" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4b0c4362-cb4e-4c7e-9db9-31583492dba9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a419</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnV6fKYS19nKQE09ctDlhUqx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>14</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 โฆฏมุขสูตร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผลเพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวช โฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใส ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตร</p><p>สูตร#2 ฆฏิการสูตร เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อ โชติปาละซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อ ฆฏิการะที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้เสียจักษุและเป็นคนชราจึงมิได้ออกบวช.</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 โฆฏมุขสูตร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผลเพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวช โฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใส ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตร</p><p>สูตร#2 ฆฏิการสูตร เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อ โชติปาละซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อ ฆฏิการะที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้เสียจักษุและเป็นคนชราจึงมิได้ออกบวช.</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุปาทานขันธ์ 5 - มหาปุณณมสูตร และมหาหัตถิปโทปมสูตร [6513-4s]</title>
			<itunes:title>อุปาทานขันธ์ 5 - มหาปุณณมสูตร และมหาหัตถิปโทปมสูตร [6513-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:07:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/2134069f-b6a1-419f-b57d-084d8eec9f13/media.mp3" length="32145525" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2134069f-b6a1-419f-b57d-084d8eec9f13</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a41a</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a41a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUrms95xweQGNuYOrX64B60]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาปุณณมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพาราม ในวันอุโบสถ ขึ้น 15 ค่ำ ทรงประทานโอกาสให้ภิกษุถามปัญหาข้อธรรม ภิกษุได้ถามเกี่ยวกับอุปาทานขันธ์ 5 แล้วทรงตรัสตอบอย่างย่อๆ ทำให้ภิกษุที่ถามพอใจในคำตอบ แต่มีภิกษุรูปหนึ่งยังสงสัยในเรื่องขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เพราะเหตุนั้นกรรมที่ถูกอนัตตากระทำ จะถูกต้องอัตตาได้อย่างไร แต่ไม่กล้าถาม พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของภิกษุนั้นด้วยใจ ทรงตรัสว่าเป็นโมฆะบุรุษ จึงทรงสอบถามความเข้าใจในธรรมนั้นกับภิกษุทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรัสจบมีภิกษุบรรลุเป็นพระอรหันต์จำนวน 60 รูป</p><p>สูตร#2 มหาหัตถิปโทปมสูตร อุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้างสูตรใหญ่ ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาปุณณมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพาราม ในวันอุโบสถ ขึ้น 15 ค่ำ ทรงประทานโอกาสให้ภิกษุถามปัญหาข้อธรรม ภิกษุได้ถามเกี่ยวกับอุปาทานขันธ์ 5 แล้วทรงตรัสตอบอย่างย่อๆ ทำให้ภิกษุที่ถามพอใจในคำตอบ แต่มีภิกษุรูปหนึ่งยังสงสัยในเรื่องขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เพราะเหตุนั้นกรรมที่ถูกอนัตตากระทำ จะถูกต้องอัตตาได้อย่างไร แต่ไม่กล้าถาม พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของภิกษุนั้นด้วยใจ ทรงตรัสว่าเป็นโมฆะบุรุษ จึงทรงสอบถามความเข้าใจในธรรมนั้นกับภิกษุทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรัสจบมีภิกษุบรรลุเป็นพระอรหันต์จำนวน 60 รูป</p><p>สูตร#2 มหาหัตถิปโทปมสูตร อุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้างสูตรใหญ่ ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้าง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อาบสะอาดในภายใน - อุปักกิเลสสูตร และวัตถูปมสูตร [6512-4s]</title>
			<itunes:title>อาบสะอาดในภายใน - อุปักกิเลสสูตร และวัตถูปมสูตร [6512-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:05</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e902c7bc-a69a-4e4e-aafb-1eb397a0ba29/media.mp3" length="28269139" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e902c7bc-a69a-4e4e-aafb-1eb397a0ba29</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a41b</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a41b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUoc0LN+UrxqsyCusl36AKZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>12</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>อุปักกิเลสสูตร</strong> เกิดขึ้นสืบเนื่องจากพวกภิกษุโกสัมพีเกิดความบาดหมางทะเลาะวิวาท ทรงห้ามแต่ไม่เชื่อฟัง ได้ทรงตรัสพระคาถาเหตุการณ์นั้น แล้วทรงเสด็จไปยังบ้านพาลกโลณการคาม ท่านพระภคุได้รับเสด็จ แล้วเสด็จต่อไปยังป่าปาจีนวังสทายวัน ซึ่งท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละพักอยู่ที่นั่น ซึ่งอยู่กันด้วยความสามัคคี ได้ทรงสนทนาและตรัสถามถึงญาณทัสสนะของพระเถระทั้ง 3 รูป ที่ได้ทูลว่า สามารถจำแสงสว่างและเห็นรูปได้แต่ไม่นาน จึงตรัสเล่าการปฏิบัติของพระองค์ ซึ่งทรงพบอุปสรรคเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทรงพิจารณาจนเห็นอุปกิเลส 11 ประการ ที่เป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น และเมื่อทรงละอุปกิเลสได้ จึงทรงเจริญสมาธิ 3 ประการได้ ญาณทัสสนะจึงเกิดขึ้นแก่พระองค์</p><p>สูตร#2 <strong>วัตถูปมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ซึ่งมี สุนทริกภารทวาชปริพาชก นั่งฟังอยู่ด้วย และทรงทราบว่าปริพาชกนี้เชื่อถือลัทธินหานสุทธิ คือ เชื่อว่าความบริสุทธิ์มีได้เพราะการอาบน้ำลอยบาป จึงทรงแสดงธรรมให้เป็นไปตามอัธยาศัยของปริพาชกนี้ ซึ่งทรงตรัสสอนปริพาชกนี้ว่า คนที่ทำกรรมชั่วไว้แล้ว ถึงจะไปอาบน้ำที่ไหนก็หาทำให้เกิดความสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ไม่ แล้วตรัสสอนให้อาบน้ำในศาสนาของพระองค์ เมื่อตรัสจบ สุนทริกภารทวาชปริพาชกประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ทูลขอบรรพชาอุปสมบทและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>อุปักกิเลสสูตร</strong> เกิดขึ้นสืบเนื่องจากพวกภิกษุโกสัมพีเกิดความบาดหมางทะเลาะวิวาท ทรงห้ามแต่ไม่เชื่อฟัง ได้ทรงตรัสพระคาถาเหตุการณ์นั้น แล้วทรงเสด็จไปยังบ้านพาลกโลณการคาม ท่านพระภคุได้รับเสด็จ แล้วเสด็จต่อไปยังป่าปาจีนวังสทายวัน ซึ่งท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละพักอยู่ที่นั่น ซึ่งอยู่กันด้วยความสามัคคี ได้ทรงสนทนาและตรัสถามถึงญาณทัสสนะของพระเถระทั้ง 3 รูป ที่ได้ทูลว่า สามารถจำแสงสว่างและเห็นรูปได้แต่ไม่นาน จึงตรัสเล่าการปฏิบัติของพระองค์ ซึ่งทรงพบอุปสรรคเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทรงพิจารณาจนเห็นอุปกิเลส 11 ประการ ที่เป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น และเมื่อทรงละอุปกิเลสได้ จึงทรงเจริญสมาธิ 3 ประการได้ ญาณทัสสนะจึงเกิดขึ้นแก่พระองค์</p><p>สูตร#2 <strong>วัตถูปมสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ซึ่งมี สุนทริกภารทวาชปริพาชก นั่งฟังอยู่ด้วย และทรงทราบว่าปริพาชกนี้เชื่อถือลัทธินหานสุทธิ คือ เชื่อว่าความบริสุทธิ์มีได้เพราะการอาบน้ำลอยบาป จึงทรงแสดงธรรมให้เป็นไปตามอัธยาศัยของปริพาชกนี้ ซึ่งทรงตรัสสอนปริพาชกนี้ว่า คนที่ทำกรรมชั่วไว้แล้ว ถึงจะไปอาบน้ำที่ไหนก็หาทำให้เกิดความสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ไม่ แล้วตรัสสอนให้อาบน้ำในศาสนาของพระองค์ เมื่อตรัสจบ สุนทริกภารทวาชปริพาชกประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ทูลขอบรรพชาอุปสมบทและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเพื่อความสามัคคี - โกสัมพิยสูตร และสามคามสูตร [6511-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมเพื่อความสามัคคี - โกสัมพิยสูตร และสามคามสูตร [6511-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/742ecefb-eeb9-4cdc-928d-2b23f476e6d9/media.mp3" length="27448986" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">742ecefb-eeb9-4cdc-928d-2b23f476e6d9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a41c</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a41c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUXe35I0xoVMfdFw0mg3lBS]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>11</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>โกสัมพิยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี ปรารภภิกษุชาวเมืองโกสัมพีผู้แตกสามัคคีกัน รับสั่งให้มาเฝ้าแล้วทรงซักถาม และทรงแนะนำให้ทำ พูด คิดต่อกันด้วยเมตตาจิต ทรงอธิบายสารณียธรรม 6 ประการ ที่ทำให้ระลึกถึงกัน เป็นที่รักเป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์ ไม่วิวาทกันพื่อความสามัคคี เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และข้อที่เป็นยอด คือ ทิฏฐิความเห็นอันประเส เริฐ ได้ทรงอธิบายในรายละเอียดของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยองค์ 7 อย่าง ย่อมประกอบด้วยโสดาปัตติผล</p><p>สูตร#2 <strong>สามคามสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ และท่านสมณุทเทสจุนทะ ณ หมู่บ้านสามคามของชาวศากยะ แคว้นสักกะ ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระอานนท์ ตามที่ท่านพระจุนทะเล่าให้ฟัง เรื่องการแตกสามัคคีถึงขั้นวิวาทกันของพวกนิครนถ์ หลังจากนิครนถ์นาฏบุตรดับขันธ์ไปไม่นาน เพราะพระธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ ทำให้ท่านพระอานนท์ห่วงใยว่า หลังพุทธปรินิพพานอาจมีบุคคลอาศัยพระผู้มีพระภาคก่อการวิวาทขึ้นในสงฆ์ จึงทรงตรัสอธิบายถึงมูลเหตุแห่งการวิวาท 6 ประการ อธิกรณ์ 4 ประการ วิธีระงับอธิกรณ์ 7 ประการ และธรรมสำหรับป้องกันมิให้เกิดอธิกรณ์ (สารณียธรรม 6 ประการ) โดยละเอียด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>โกสัมพิยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี ปรารภภิกษุชาวเมืองโกสัมพีผู้แตกสามัคคีกัน รับสั่งให้มาเฝ้าแล้วทรงซักถาม และทรงแนะนำให้ทำ พูด คิดต่อกันด้วยเมตตาจิต ทรงอธิบายสารณียธรรม 6 ประการ ที่ทำให้ระลึกถึงกัน เป็นที่รักเป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์ ไม่วิวาทกันพื่อความสามัคคี เพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และข้อที่เป็นยอด คือ ทิฏฐิความเห็นอันประเส เริฐ ได้ทรงอธิบายในรายละเอียดของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยองค์ 7 อย่าง ย่อมประกอบด้วยโสดาปัตติผล</p><p>สูตร#2 <strong>สามคามสูตร</strong> ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ และท่านสมณุทเทสจุนทะ ณ หมู่บ้านสามคามของชาวศากยะ แคว้นสักกะ ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระอานนท์ ตามที่ท่านพระจุนทะเล่าให้ฟัง เรื่องการแตกสามัคคีถึงขั้นวิวาทกันของพวกนิครนถ์ หลังจากนิครนถ์นาฏบุตรดับขันธ์ไปไม่นาน เพราะพระธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ ทำให้ท่านพระอานนท์ห่วงใยว่า หลังพุทธปรินิพพานอาจมีบุคคลอาศัยพระผู้มีพระภาคก่อการวิวาทขึ้นในสงฆ์ จึงทรงตรัสอธิบายถึงมูลเหตุแห่งการวิวาท 6 ประการ อธิกรณ์ 4 ประการ วิธีระงับอธิกรณ์ 7 ประการ และธรรมสำหรับป้องกันมิให้เกิดอธิกรณ์ (สารณียธรรม 6 ประการ) โดยละเอียด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>บุคคลชื่อ “ปุณณะ”-ปุณโณวาทสูตร กุกกุรวติสูตร และรถวีนีตสูตร [6510-4s]</title>
			<itunes:title>บุคคลชื่อ “ปุณณะ”-ปุณโณวาทสูตร กุกกุรวติสูตร และรถวีนีตสูตร [6510-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:03:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/48487cfd-53db-4240-9ede-f6aa9fe7003f/media.mp3" length="30250561" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">48487cfd-53db-4240-9ede-f6aa9fe7003f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a41d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW/qh0rSTn/5i0KvRHR9/Jm]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<ul><li>สูตร#1 <strong>ปุณโณวาทสูตร</strong> ณ พระเชตวัน ท่านพระปุณณะต้องการหลีกออกไปอยู่ผู้เดียว จึงทูลขอให้แสดงโอวาทโดยย่อ ทรงแสดงว่า ผู้เพลิดเพลินในอายตนะภายนอก 6 ที่พึงรู้แจ้งทางอายตนะภายใน 6 ย่อมเกิดทุกข์ ผู้ไม่เพลิดเพลินจึงจะไม่เกิดทุกข์ ท่านพระปุณณะจะไปอยู่ที่สุนาปรันตชนบท จึงทรงตรัสว่า ชาวสุนาปรันตชนบทดุร้าย หยาบคาย ถ้าถูกด่าบริภาษหรือถูกทำร้ายจะทำอย่างไร ซึ่งคำตอบของท่านพระปุณณะนั้น พระพุทธเจ้าตรัสชื่นชมว่า พระปุณณะมีความข่มใจและความสงบใจ สามารถที่จะอยู่ได้ ซึ่งในระหว่างพรรษาที่ท่านพระปุณณะอยู่ที่สุนาปรันตชนบท ชาวบ้านได้มาแสดงตนเป็นอุบาสกอุบาสิกาจำนวนมาก และท่านได้บรรลุวิชชา 3 และต่อมาได้ปรินิพพาน</li><li>สูตร #2 <strong>กุกกุรวติกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่นายปุณณะ บุตรชาวโกลิยะที่ประพฤติเลียนแบบโค และชีเปลือยชื่อ เสนิยะ ผู้ประพฤติเลียนแบบสุนัข เพราะเข้าใจว่าการประพฤติเช่นนี้จะทำพ้นจากการที่จะไปเกิดเป็นโคหรือเป็นสุนัข ทั้งสองได้เข้าไปถามพระพุทธเจ้าว่า คติภพของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ทรงตรัสว่า การประพฤติวัตรเลียนแบบโคและสุนัข เป็นมิจฉาทิฏฐิ เมื่อตายไปจะมีผล 2 อย่างคือ เกิดในนรก และเกิดในสัตว์เดรัจฉาน จึงชทูลขอให้ทรงแสดงธรรมที่จะทำให้ละการประพฤติเลียนแบบนั้นได้ ทรงแสดงกรรม 4 ประการให้ฟังโดยละเอียดจนจบ นายปุณณะได้แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต ส่วนชีเปลือยเสนิยะ ได้ออกบวชและเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง</li><li>สูตร#3 <strong>รถวีนีตสูตร</strong> ท่านพระปุณณมันตานีบุตรแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร โดยปรารภคำถามของท่านพระสารีบุตร ว่า ท่านประพฤติพรหมจรรย์เพื่อวิสุทธิข้อใด ท่านกล่าวว่าท่านประพฤติเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน(นิพพาน) แล้วยกอุปมาเปรียบเทียบพระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จจากพระราชวังในกรุงสาวัตถีไปเมืองสาเกตด้วยราชรถเจ็ดผลัดแต่ละผลัดมีเป้าหมาย ข้อนี้ฉันใด การจะบรรลุอนุปาทาปรินิพพานก็ใช้วิสุทธิทั้ง 7 ประการเป็นเป้าหมาย ฉันนั้น เมื่อแสดงจบพระเถระทั้ง 2 รูป กล่าวสรรเสริญคุณของกันและกัน  </li></ul><p>Compose<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<ul><li>สูตร#1 <strong>ปุณโณวาทสูตร</strong> ณ พระเชตวัน ท่านพระปุณณะต้องการหลีกออกไปอยู่ผู้เดียว จึงทูลขอให้แสดงโอวาทโดยย่อ ทรงแสดงว่า ผู้เพลิดเพลินในอายตนะภายนอก 6 ที่พึงรู้แจ้งทางอายตนะภายใน 6 ย่อมเกิดทุกข์ ผู้ไม่เพลิดเพลินจึงจะไม่เกิดทุกข์ ท่านพระปุณณะจะไปอยู่ที่สุนาปรันตชนบท จึงทรงตรัสว่า ชาวสุนาปรันตชนบทดุร้าย หยาบคาย ถ้าถูกด่าบริภาษหรือถูกทำร้ายจะทำอย่างไร ซึ่งคำตอบของท่านพระปุณณะนั้น พระพุทธเจ้าตรัสชื่นชมว่า พระปุณณะมีความข่มใจและความสงบใจ สามารถที่จะอยู่ได้ ซึ่งในระหว่างพรรษาที่ท่านพระปุณณะอยู่ที่สุนาปรันตชนบท ชาวบ้านได้มาแสดงตนเป็นอุบาสกอุบาสิกาจำนวนมาก และท่านได้บรรลุวิชชา 3 และต่อมาได้ปรินิพพาน</li><li>สูตร #2 <strong>กุกกุรวติกสูตร</strong> ทรงแสดงแก่นายปุณณะ บุตรชาวโกลิยะที่ประพฤติเลียนแบบโค และชีเปลือยชื่อ เสนิยะ ผู้ประพฤติเลียนแบบสุนัข เพราะเข้าใจว่าการประพฤติเช่นนี้จะทำพ้นจากการที่จะไปเกิดเป็นโคหรือเป็นสุนัข ทั้งสองได้เข้าไปถามพระพุทธเจ้าว่า คติภพของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ทรงตรัสว่า การประพฤติวัตรเลียนแบบโคและสุนัข เป็นมิจฉาทิฏฐิ เมื่อตายไปจะมีผล 2 อย่างคือ เกิดในนรก และเกิดในสัตว์เดรัจฉาน จึงชทูลขอให้ทรงแสดงธรรมที่จะทำให้ละการประพฤติเลียนแบบนั้นได้ ทรงแสดงกรรม 4 ประการให้ฟังโดยละเอียดจนจบ นายปุณณะได้แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต ส่วนชีเปลือยเสนิยะ ได้ออกบวชและเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง</li><li>สูตร#3 <strong>รถวีนีตสูตร</strong> ท่านพระปุณณมันตานีบุตรแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร โดยปรารภคำถามของท่านพระสารีบุตร ว่า ท่านประพฤติพรหมจรรย์เพื่อวิสุทธิข้อใด ท่านกล่าวว่าท่านประพฤติเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน(นิพพาน) แล้วยกอุปมาเปรียบเทียบพระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จจากพระราชวังในกรุงสาวัตถีไปเมืองสาเกตด้วยราชรถเจ็ดผลัดแต่ละผลัดมีเป้าหมาย ข้อนี้ฉันใด การจะบรรลุอนุปาทาปรินิพพานก็ใช้วิสุทธิทั้ง 7 ประการเป็นเป้าหมาย ฉันนั้น เมื่อแสดงจบพระเถระทั้ง 2 รูป กล่าวสรรเสริญคุณของกันและกัน  </li></ul><p>Compose<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กิเลสเพียงดังเนิน-อนังคณสูตร และอากังเขยยสูตร [6509-4s]</title>
			<itunes:title>กิเลสเพียงดังเนิน-อนังคณสูตร และอากังเขยยสูตร [6509-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Mar 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/c2919f7f-c17b-496b-9aa7-67d6050bca6b/media.mp3" length="25854816" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c2919f7f-c17b-496b-9aa7-67d6050bca6b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a41e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUD3dqKx4FBhnEcp9hgAEcE]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>อนังคณสูตร </strong>เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระสารีบุตรกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ โดยท่านพระมหาโมคคัลลานะตั้งคำถาม อะไรเป็นปัจจัยให้บุคคลผู้มีกิเลสเพียงดังเนินเหมือนกัน แต่แตกต่างกัน และให้บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังเนินเหมือนกัน แต่แตกต่างกัน ท่านพระสารีบุตรได้อธิบายขยายความ โดยยกบุคคล 4 ประเภทที่ปรากฏในโลกนี้ และอธิบายคำว่า กิเลสเพียงดังเนินนั้น เป็นชื่อของอิจฉาวจรที่เป็นบาปอกุศล โดยยกอุปมาอุปไมยเกี่ยวกับภาชนะสำริดที่ขัดสีเงางาม แต่ถ้าภายในนั้นบรรจุด้วยซากศพสิ่งของเน่าเปื่อยก็จะไม่งดงาม เปรียบเทียบให้เห็นส่วนต่างกับกิเลสในภายในที่เป็นดังเนิน ถ้ายังมีอยู่ในบุคคลใดแล้ว จะทำให้การประพฤติปฏิบัตินั้นไม่เจริญงอกงามขึ้นมา</p><p>สูตร#2 <strong>อากังเขยยสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงยกความหวัง 17 ประการ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทั่วไปหวังจะได้ มาตั้งเป็นจุดเริ่มแห่งการพัฒนาทางจิตของผู้หวัง ซึ่งความสมหวังไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่ผู้หวังต้องลงมือปฏิบัติ โดยเริ่มจากการรักษา กาย วาจา ใจ อยู่หลีกเร้น มีศีลสมบูรณ์ หมั่นปฏิบัติธรรมที่ทำให้จิตสงบ หมั่นเจริญฌาณ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งเป็นการพัฒนาทางจิต ทำปัญญาให้เกิดขึ้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>อนังคณสูตร </strong>เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระสารีบุตรกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ โดยท่านพระมหาโมคคัลลานะตั้งคำถาม อะไรเป็นปัจจัยให้บุคคลผู้มีกิเลสเพียงดังเนินเหมือนกัน แต่แตกต่างกัน และให้บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังเนินเหมือนกัน แต่แตกต่างกัน ท่านพระสารีบุตรได้อธิบายขยายความ โดยยกบุคคล 4 ประเภทที่ปรากฏในโลกนี้ และอธิบายคำว่า กิเลสเพียงดังเนินนั้น เป็นชื่อของอิจฉาวจรที่เป็นบาปอกุศล โดยยกอุปมาอุปไมยเกี่ยวกับภาชนะสำริดที่ขัดสีเงางาม แต่ถ้าภายในนั้นบรรจุด้วยซากศพสิ่งของเน่าเปื่อยก็จะไม่งดงาม เปรียบเทียบให้เห็นส่วนต่างกับกิเลสในภายในที่เป็นดังเนิน ถ้ายังมีอยู่ในบุคคลใดแล้ว จะทำให้การประพฤติปฏิบัตินั้นไม่เจริญงอกงามขึ้นมา</p><p>สูตร#2 <strong>อากังเขยยสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงยกความหวัง 17 ประการ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทั่วไปหวังจะได้ มาตั้งเป็นจุดเริ่มแห่งการพัฒนาทางจิตของผู้หวัง ซึ่งความสมหวังไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่ผู้หวังต้องลงมือปฏิบัติ โดยเริ่มจากการรักษา กาย วาจา ใจ อยู่หลีกเร้น มีศีลสมบูรณ์ หมั่นปฏิบัติธรรมที่ทำให้จิตสงบ หมั่นเจริญฌาณ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งเป็นการพัฒนาทางจิต ทำปัญญาให้เกิดขึ้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญาเพียงดั่งศาสตรา - กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร [6508-4s]</title>
			<itunes:title>ปัญญาเพียงดั่งศาสตรา - กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร [6508-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Feb 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/ef34eb83-2a0c-45fa-ac20-02dfb5ed2f58/media.mp3" length="28670066" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ef34eb83-2a0c-45fa-ac20-02dfb5ed2f58</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a41f</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a41f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVWn1AUUYDnvOaSbuP8/CQN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>8</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<ul><li>สูตร#1 กกจูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงปรารภความประพฤติของพระโมลิยผัคคุนะที่มักโกรธ และก่ออธิกรณ์ขึ้น เมื่อมีภิกษุบางรูปตำหนิภิกษุณี หรือตำหนิท่าน จึงทรงรับสั่งให้มาเฝ้า และทรงตรัสสอน ให้ละความโกรธให้เป็นผู้มีเมตตาจิต ไม่มีโทสะ และให้เป็นคนว่าง่าย ทรงยกกรณีนี้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลาย และยกอุปมาขึ้นหลายประการ คือ ทรงตรัสเรื่องประโยชน์ของการฉันอาหารมื้อเดียว ตรัสเล่าเรื่องนางเวเทหิกา ที่บันดาลโทสะ ทรงสรุปว่า จะรู้ว่าภิกษุใดสงบเสงี่ยมหรือไม่ ก็ต่อเมื่อมีถ้อยคำที่ไม่น่าพอใจมากระทบ ทรงแนะนำอุบายระงับความโกรธ และโอวาทอุปมาด้วยเลื่อย ที่เมื่อโจรใช้เลื่อยตัดอวัยวะน้อยใหญ่แล้ว ให้อดกลั้น ไม่โกรธ แต่กลับมีเมตตาจิตต่อผู้นั้นได้</li><li>สูตร#2 วัมมิกสูตร ว่าด้วย ปริศนาจอมปลวก ทรงแสดงแก่พระกุมารกัสสปะ ณ เชตวัน ปรารภปัญหา 15 ข้อของเทวดา เนื่องด้วยเทวดาองค์หนึ่งเข้าไปหาท่านพระกุมารกัสสปะที่ป่าอันธวันเพื่อถามปริศนาธรรม 15 ข้อ และขอให้ท่านพระกุมารกัสสปะทูลถามปัญหา 15 ข้อนี้กับพระผู้มีพระภาค ซึ่งทรงตอบว่า จอมปลวก ได้แก่ กายของมนุษย์ พราหมณ์ที่สั่งให้ขุด คือ พระพุทธเจ้า สุเมธะ คือ ชื่อของพระเสขะ ศาสตราที่ขุด คือ ปัญญา เป็นต้น</li></ul><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<ul><li>สูตร#1 กกจูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงปรารภความประพฤติของพระโมลิยผัคคุนะที่มักโกรธ และก่ออธิกรณ์ขึ้น เมื่อมีภิกษุบางรูปตำหนิภิกษุณี หรือตำหนิท่าน จึงทรงรับสั่งให้มาเฝ้า และทรงตรัสสอน ให้ละความโกรธให้เป็นผู้มีเมตตาจิต ไม่มีโทสะ และให้เป็นคนว่าง่าย ทรงยกกรณีนี้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลาย และยกอุปมาขึ้นหลายประการ คือ ทรงตรัสเรื่องประโยชน์ของการฉันอาหารมื้อเดียว ตรัสเล่าเรื่องนางเวเทหิกา ที่บันดาลโทสะ ทรงสรุปว่า จะรู้ว่าภิกษุใดสงบเสงี่ยมหรือไม่ ก็ต่อเมื่อมีถ้อยคำที่ไม่น่าพอใจมากระทบ ทรงแนะนำอุบายระงับความโกรธ และโอวาทอุปมาด้วยเลื่อย ที่เมื่อโจรใช้เลื่อยตัดอวัยวะน้อยใหญ่แล้ว ให้อดกลั้น ไม่โกรธ แต่กลับมีเมตตาจิตต่อผู้นั้นได้</li><li>สูตร#2 วัมมิกสูตร ว่าด้วย ปริศนาจอมปลวก ทรงแสดงแก่พระกุมารกัสสปะ ณ เชตวัน ปรารภปัญหา 15 ข้อของเทวดา เนื่องด้วยเทวดาองค์หนึ่งเข้าไปหาท่านพระกุมารกัสสปะที่ป่าอันธวันเพื่อถามปริศนาธรรม 15 ข้อ และขอให้ท่านพระกุมารกัสสปะทูลถามปัญหา 15 ข้อนี้กับพระผู้มีพระภาค ซึ่งทรงตอบว่า จอมปลวก ได้แก่ กายของมนุษย์ พราหมณ์ที่สั่งให้ขุด คือ พระพุทธเจ้า สุเมธะ คือ ชื่อของพระเสขะ ศาสตราที่ขุด คือ ปัญญา เป็นต้น</li></ul><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เรื่องที่ทรงพยากรณ์ - นฬกปานสูตร และปุตตมังสสูตร [6507-4s]</title>
			<itunes:title>เรื่องที่ทรงพยากรณ์ - นฬกปานสูตร และปุตตมังสสูตร [6507-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Feb 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/727b252f-4fb9-41fd-afc0-c531d72162c0/media.mp3" length="27284487" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">727b252f-4fb9-41fd-afc0-c531d72162c0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a420</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVXq53yN7pYxR7epEKlRbye]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>7</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 นฬกปานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ หมู่บ้านนฬกปานะ ทรงปรารภกุลบุตรผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่บวชด้วยศรัทธา ทรงตรัสถามกุลบุตรถึงความยินดีในพรหมจรรย์ และการออกบวชเพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์ และตรัสถึงหน้าที่ที่ผู้บวชใหม่จะต้องประพฤติปฏิบัติ และได้ทรงพยากรณ์ถึงการบรรลุธรรมของเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จุดประสงค์เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังถึงบุคคลที่เขารู้จัก เคยร่วมพูดคุย คบหาสมาคม จะสามารถรู้ถึงศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญาของบุคคลต่างๆ เหล่านั้น ทำให้น้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้น ทำให้มีความอยู่อย่างผาสุกได้</p><p>สูตร#2 ปุตตมังสสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงอาหาร 4 อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ของสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว (ภูตสัตว์) หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ ผู้แสวงหาที่เกิด (สัมภเวสีสัตว์) และทรงยกอุปมาโดยลักษณะอาหาร 4 เพื่อให้อริยสาวกกำหนดรู้ได้ ราคะซึ่งเกิดจากกามคุณ 5 เวทนา 3 ประการ ตัณหา 3 ประการ และ นามรูป จะกำหนดรู้ได้ด้วย เมื่อกำหนดรู้ได้แล้วจึงเป็นเหตุให้ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 นฬกปานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ หมู่บ้านนฬกปานะ ทรงปรารภกุลบุตรผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่บวชด้วยศรัทธา ทรงตรัสถามกุลบุตรถึงความยินดีในพรหมจรรย์ และการออกบวชเพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์ และตรัสถึงหน้าที่ที่ผู้บวชใหม่จะต้องประพฤติปฏิบัติ และได้ทรงพยากรณ์ถึงการบรรลุธรรมของเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จุดประสงค์เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังถึงบุคคลที่เขารู้จัก เคยร่วมพูดคุย คบหาสมาคม จะสามารถรู้ถึงศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญาของบุคคลต่างๆ เหล่านั้น ทำให้น้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้น ทำให้มีความอยู่อย่างผาสุกได้</p><p>สูตร#2 ปุตตมังสสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงอาหาร 4 อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ของสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว (ภูตสัตว์) หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ ผู้แสวงหาที่เกิด (สัมภเวสีสัตว์) และทรงยกอุปมาโดยลักษณะอาหาร 4 เพื่อให้อริยสาวกกำหนดรู้ได้ ราคะซึ่งเกิดจากกามคุณ 5 เวทนา 3 ประการ ตัณหา 3 ประการ และ นามรูป จะกำหนดรู้ได้ด้วย เมื่อกำหนดรู้ได้แล้วจึงเป็นเหตุให้ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์ - มาลุงกยสูตร (สูตรเล็ก และสูตรใหญ่) [6506-4s]</title>
			<itunes:title>ปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์ - มาลุงกยสูตร (สูตรเล็ก และสูตรใหญ่) [6506-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Feb 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/434b6f7d-a0b8-4ea2-8d47-c4075f9593c0/media.mp3" length="28033170" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">434b6f7d-a0b8-4ea2-8d47-c4075f9593c0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a421</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnX146N5GPyoOGSVwYHd7kgT]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>6</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1<strong> จูฬมาลุงกยสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตร ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ทิฏฐิ 10 ประการ พระมาลุงกยบุตรรู้สึกไม่พอใจ ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบอัพยากตปัญหา 10 ประการ จึงเข้าไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปัญหาที่จะทรงตอบ คือ ปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 เพราะมีประโยชน์ และจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้</p><p>สูตร#2 <strong>มหามาลุงกยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตรพร้อมกับภิกษุหลายรูป ทรงปรารภเรื่อง โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการ (เครื่องร้อยรัดที่ยึดจิตให้อยู่ในภพ) ทรงตรัสถามภิกษุเรื่อง สังโยชน์ 5 ประการ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีคำตอบที่ถูกต้อง แต่บทพยัญชนะนั้นไม่แยบคาย จะทำให้อัญเดียรถีย์ปริพาชก นำเรื่องเด็กอ่อนที่นอนหงายมาโต้กลับได้ และ เพื่อปรับทิฏฐิของท่านมาลุงกยบุตรให้ละเอียดยิ่งขึ้นไป จึงทรงอธิบายขยายความถึงอุบายในการนำออก และข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ และทรงแสดงว่า รูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 เป็นมรรค และปฏิปทาที่ทำให้ละสังโยชน์ทั้ง 5 ประการได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1<strong> จูฬมาลุงกยสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตร ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ทิฏฐิ 10 ประการ พระมาลุงกยบุตรรู้สึกไม่พอใจ ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบอัพยากตปัญหา 10 ประการ จึงเข้าไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปัญหาที่จะทรงตอบ คือ ปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 เพราะมีประโยชน์ และจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้</p><p>สูตร#2 <strong>มหามาลุงกยสูตร</strong> ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตรพร้อมกับภิกษุหลายรูป ทรงปรารภเรื่อง โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการ (เครื่องร้อยรัดที่ยึดจิตให้อยู่ในภพ) ทรงตรัสถามภิกษุเรื่อง สังโยชน์ 5 ประการ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีคำตอบที่ถูกต้อง แต่บทพยัญชนะนั้นไม่แยบคาย จะทำให้อัญเดียรถีย์ปริพาชก นำเรื่องเด็กอ่อนที่นอนหงายมาโต้กลับได้ และ เพื่อปรับทิฏฐิของท่านมาลุงกยบุตรให้ละเอียดยิ่งขึ้นไป จึงทรงอธิบายขยายความถึงอุบายในการนำออก และข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ และทรงแสดงว่า รูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 เป็นมรรค และปฏิปทาที่ทำให้ละสังโยชน์ทั้ง 5 ประการได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณสมบัติของผู้เป็นพราหมณ์ - โสณทัณฑสูตร [6505-4s]</title>
			<itunes:title>คุณสมบัติของผู้เป็นพราหมณ์ - โสณทัณฑสูตร [6505-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Feb 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/610c8533-96c6-478f-b4e5-28ccd209968f/media.mp3" length="27861974" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">610c8533-96c6-478f-b4e5-28ccd209968f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a422</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVSbNXy42W0THLT2RUWjgsR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>5</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าตรัสแก่โสณทัณฑพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ที่ริมสระคัคครา เขตกรุงจัมปา ทรงปรารภเรื่อง คุณสมบัติของพราหมณ์ ทรงตรัสถามคุณสมบัติของพราหมณ์ 5 อย่าง ถ้าหากเว้นเสีย 1 อย่างแล้ว ผู้นั้นจะยังเป็นพราหมณ์อยู่ได้โดยชอบหรือไม่ โสณทัณฑะตอบว่าได้ ทรงถามโดยการตัดคุณสมบัติออกทีละอย่าง พวกพราหมณ์ที่มาด้วยกันพากันคัดค้าน การพูดตามเช่นนี้ทำให้เสียเปรียบ พราหมณ์โสณทัณฑะได้ยกตัวอย่างหลานของตน มีคุณสมบัติ 3 ข้อแรก แต่ยังทำผิดศีล พระผู้มีพระภาคตรัสถามต่อว่า คุณสมบัติ 2 อย่างนี้ คือ ศีลและปัญญา ถ้าตัดออกอีกสักอย่างหนึ่ง ควรตัดอย่างไหนได้ พราหมณ์โสณทัณฑะ ตอบว่า ตัดออกไม่ได้เลย คุณสมบัติ 2 อย่างนี้ต้องมีอยู่คู่กัน เพราะศีลช่วยชำระปัญญาให้บริสุทธิ์ ปัญญาก็ช่วยชำระศีลให้บริสุทธิ์ ปัญญามีแก่ผู้มีศีล ศีลมีแก่ผู้มีปัญญา และทรงอธิบายเรื่องศีลและปัญญา การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย เมื่อทรงอธิบายจบ โสณทัณฑพราหมณ์ก็ประกาศตนเป็นอุบาสกขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าตรัสแก่โสณทัณฑพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ที่ริมสระคัคครา เขตกรุงจัมปา ทรงปรารภเรื่อง คุณสมบัติของพราหมณ์ ทรงตรัสถามคุณสมบัติของพราหมณ์ 5 อย่าง ถ้าหากเว้นเสีย 1 อย่างแล้ว ผู้นั้นจะยังเป็นพราหมณ์อยู่ได้โดยชอบหรือไม่ โสณทัณฑะตอบว่าได้ ทรงถามโดยการตัดคุณสมบัติออกทีละอย่าง พวกพราหมณ์ที่มาด้วยกันพากันคัดค้าน การพูดตามเช่นนี้ทำให้เสียเปรียบ พราหมณ์โสณทัณฑะได้ยกตัวอย่างหลานของตน มีคุณสมบัติ 3 ข้อแรก แต่ยังทำผิดศีล พระผู้มีพระภาคตรัสถามต่อว่า คุณสมบัติ 2 อย่างนี้ คือ ศีลและปัญญา ถ้าตัดออกอีกสักอย่างหนึ่ง ควรตัดอย่างไหนได้ พราหมณ์โสณทัณฑะ ตอบว่า ตัดออกไม่ได้เลย คุณสมบัติ 2 อย่างนี้ต้องมีอยู่คู่กัน เพราะศีลช่วยชำระปัญญาให้บริสุทธิ์ ปัญญาก็ช่วยชำระศีลให้บริสุทธิ์ ปัญญามีแก่ผู้มีศีล ศีลมีแก่ผู้มีปัญญา และทรงอธิบายเรื่องศีลและปัญญา การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย เมื่อทรงอธิบายจบ โสณทัณฑพราหมณ์ก็ประกาศตนเป็นอุบาสกขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เทวดาทูลถามปัญหา - สักกปัญหสูตร [6504-4s]</title>
			<itunes:title>เทวดาทูลถามปัญหา - สักกปัญหสูตร [6504-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Jan 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:05:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/9d190243-4abb-4ab0-806e-815da6e462f0/media.mp3" length="31521434" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9d190243-4abb-4ab0-806e-815da6e462f0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a423</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUJLq2n/bVQWHeNQDpgYvJg]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ขณะประทับอยู่ในถ้ำอินทสาละ ที่ภูเขาเวทิยกะ กรุงราชคฤห์ ท้าวสักกะได้ชวนเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ลงมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เหตุที่มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพราะทรงเห็นบุพนิมิตที่แสดงว่าถึงคราวจะต้องจุติ คือหมดอายุ โดยให้ปัญจสิจะคนธรรพ์เทพบุตรนำเสด็จ พร้อมเหล่าเทพเข้าเฝ้า ทรงกราบทูลเรื่องการปฏิบัติธรรม และผลของการปฏิบัติธรรมของโคปกเทพบุตร จึงเสด็จมาเพื่อจะฟังธรรมเช่นนั้นบ้าง และได้ทูลถามปัญหารวม 12 ข้อ เกี่ยวกับเรื่องความเป็นมาเป็นไปของการเบียดเบียนการทะเลาะกัน ไล่ไปจนถึงเรื่องของตัณหา พระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหา เมื่อตรัสจบ ธรรมจักษุได้เกิดขึ้นแก่ท้าวสักกะ และเหล่าเทวดา ทำให้กลับเป็นท้าวสักกะหนุ่มอีกครั้ง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ขณะประทับอยู่ในถ้ำอินทสาละ ที่ภูเขาเวทิยกะ กรุงราชคฤห์ ท้าวสักกะได้ชวนเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ลงมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เหตุที่มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพราะทรงเห็นบุพนิมิตที่แสดงว่าถึงคราวจะต้องจุติ คือหมดอายุ โดยให้ปัญจสิจะคนธรรพ์เทพบุตรนำเสด็จ พร้อมเหล่าเทพเข้าเฝ้า ทรงกราบทูลเรื่องการปฏิบัติธรรม และผลของการปฏิบัติธรรมของโคปกเทพบุตร จึงเสด็จมาเพื่อจะฟังธรรมเช่นนั้นบ้าง และได้ทูลถามปัญหารวม 12 ข้อ เกี่ยวกับเรื่องความเป็นมาเป็นไปของการเบียดเบียนการทะเลาะกัน ไล่ไปจนถึงเรื่องของตัณหา พระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหา เมื่อตรัสจบ ธรรมจักษุได้เกิดขึ้นแก่ท้าวสักกะ และเหล่าเทวดา ทำให้กลับเป็นท้าวสักกะหนุ่มอีกครั้ง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ - สติปัฏฐานสูตร [6503-4s]</title>
			<itunes:title>ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ - สติปัฏฐานสูตร [6503-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Jan 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5e6b47ea-e8e2-4401-8c23-0dd815838212/media.mp3" length="29469177" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5e6b47ea-e8e2-4401-8c23-0dd815838212</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a424</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXDucWGNHzJQI9FhliAuf2h]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่นิคมชาวกุรุ ชื่อ กัมมาสธรรม ทรงปรารภพุทธบริษัทชาวกัมมาสธรรมนิคม แม้พวกทาสกรรมกร มีความสนใจในการเจริญสติปัฏฐานกันอย่างมาก จึงทรงยกหัวข้อขึ้นอธิบายในรายละเอียดของการเจริญสติ ความหมาย และการพิจารณากาย เวทนา จิต และธรรม และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญสติปัฏฐานว่า บุคคลผู้เจริญสติปัฏฐาน 4 ประการนี้ แม้เพียง 7 วัน เป็นอย่างน้อย ก็หวังได้ว่า จะมีผลในปัจจุบันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวนผล 2 อย่าง คือ จะได้บรรลุอรหัตตผล หรือถ้ายังมีอุปาทิเหลืออยู่ จะบรรลุอนาคามิผล และทรงสรุปว่า สติปัฏฐาน 4 ประการนี้ เป็นทางสายเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะปริเทวะ เพื่อดับทุกข์ และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม (อริยมรรค) และเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่นิคมชาวกุรุ ชื่อ กัมมาสธรรม ทรงปรารภพุทธบริษัทชาวกัมมาสธรรมนิคม แม้พวกทาสกรรมกร มีความสนใจในการเจริญสติปัฏฐานกันอย่างมาก จึงทรงยกหัวข้อขึ้นอธิบายในรายละเอียดของการเจริญสติ ความหมาย และการพิจารณากาย เวทนา จิต และธรรม และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญสติปัฏฐานว่า บุคคลผู้เจริญสติปัฏฐาน 4 ประการนี้ แม้เพียง 7 วัน เป็นอย่างน้อย ก็หวังได้ว่า จะมีผลในปัจจุบันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวนผล 2 อย่าง คือ จะได้บรรลุอรหัตตผล หรือถ้ายังมีอุปาทิเหลืออยู่ จะบรรลุอนาคามิผล และทรงสรุปว่า สติปัฏฐาน 4 ประการนี้ เป็นทางสายเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะปริเทวะ เพื่อดับทุกข์ และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม (อริยมรรค) และเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หนทางสู่พรหมโลก - เตวิชชสูตร [6502-4s]</title>
			<itunes:title>หนทางสู่พรหมโลก - เตวิชชสูตร [6502-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Jan 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/43d268e3-ac24-4265-93cb-45709e33f0fd/media.mp3" length="26167942" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">43d268e3-ac24-4265-93cb-45709e33f0fd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a425</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a425</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXGRUa2xNE7TbMFFhloX8Zr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าตรัสแก่มาณพ 2 คน คือ วาเสฏฐะ และภารัทวาชะ ขณะประทับอยู่ ณ อัมพวัน แคว้นโกศล ที่หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อมนสากฏะใกล้ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ปรารภเหตุที่มาณพทั้ง 2 ตกลงกันไม่ได้ว่าทางที่ไปสู่พรหมโลก ทางไหนเป็นทางตรง ซึ่งมาณพทั้ง 2 ต่างอ้างถึงพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทบอกไว้ จึงทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงตัดสินว่าผู้ใดกล่าวถูก จึงทรงซักถาม ไล่เรียง ซึ่งพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทไม่เคยเห็นพรหม และทรงอธิบายสรุปให้ฟังว่า เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ที่ไม่เคยเห็นพรหมจะบอกว่าทางนี้เป็นทางไปสู่พรหมโลก ซึ่งเป็นวาทะที่เลื่อนลอย และตรัสถึงคุณสมบัติของพรหมกับของพราหมณ์ที่ต่างกัน และเข้ากันไม่ได้ เมื่อตายแล้วจะอยู่ร่วมกับพรหมได้อย่างไร แต่พระองค์ทรงรู้จักพรหม และทางไปสู่พรหมโลก ทรงอธิบายวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม เริ่มตั้งแต่การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย จนถึงการที่สามารถละนิวรณ์ได้ จนจิตเป็นสมาธิแล้ว และให้อยู่ในพรหมวิหาร 4 ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ทำให้ไปอยู่กับพรหมได้ มาณพทั้ง 2 เกิดความเลื่อมใส ประกาศตัวเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าตรัสแก่มาณพ 2 คน คือ วาเสฏฐะ และภารัทวาชะ ขณะประทับอยู่ ณ อัมพวัน แคว้นโกศล ที่หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อมนสากฏะใกล้ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ปรารภเหตุที่มาณพทั้ง 2 ตกลงกันไม่ได้ว่าทางที่ไปสู่พรหมโลก ทางไหนเป็นทางตรง ซึ่งมาณพทั้ง 2 ต่างอ้างถึงพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทบอกไว้ จึงทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงตัดสินว่าผู้ใดกล่าวถูก จึงทรงซักถาม ไล่เรียง ซึ่งพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพทไม่เคยเห็นพรหม และทรงอธิบายสรุปให้ฟังว่า เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ที่ไม่เคยเห็นพรหมจะบอกว่าทางนี้เป็นทางไปสู่พรหมโลก ซึ่งเป็นวาทะที่เลื่อนลอย และตรัสถึงคุณสมบัติของพรหมกับของพราหมณ์ที่ต่างกัน และเข้ากันไม่ได้ เมื่อตายแล้วจะอยู่ร่วมกับพรหมได้อย่างไร แต่พระองค์ทรงรู้จักพรหม และทางไปสู่พรหมโลก ทรงอธิบายวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม เริ่มตั้งแต่การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย จนถึงการที่สามารถละนิวรณ์ได้ จนจิตเป็นสมาธิแล้ว และให้อยู่ในพรหมวิหาร 4 ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ทำให้ไปอยู่กับพรหมได้ มาณพทั้ง 2 เกิดความเลื่อมใส ประกาศตัวเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ต้นเหตุใหญ่-มหานิทานสูตร [6501-4s]</title>
			<itunes:title>ต้นเหตุใหญ่-มหานิทานสูตร [6501-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Jan 2022 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/39eb16a6-2f04-433e-a68e-f992567ab249/media.mp3" length="29462863" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">39eb16a6-2f04-433e-a68e-f992567ab249</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a426</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a426</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVDw5uswLjjflJpw2hUWNuI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>65</itunes:season>
			<itunes:episode>1</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<strong>มหานิทานสูตร</strong> ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์ ขณะประทับอยู่ ณ นิคมของชาวกุรุ ปรารภธรรมในหมวดธรรมที่ชื่อ ปฏิจจสมุปบาท เพื่อทรงแก้ความเข้าใจผิดของพระอานนท์ ที่กราบทูลว่า น่าแปลกที่ปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมที่ลึกซึ้งสุดคาดคะเน แต่สำหรับท่านกลับเป็นธรรมง่าย ๆ พระพุทธเจ้าทรงห้ามมิให้พูดเช่นนี้ แล้วทรงอธิบายไล่เรียงในรายละเอียดให้ฟัง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<strong>มหานิทานสูตร</strong> ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์ ขณะประทับอยู่ ณ นิคมของชาวกุรุ ปรารภธรรมในหมวดธรรมที่ชื่อ ปฏิจจสมุปบาท เพื่อทรงแก้ความเข้าใจผิดของพระอานนท์ ที่กราบทูลว่า น่าแปลกที่ปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมที่ลึกซึ้งสุดคาดคะเน แต่สำหรับท่านกลับเป็นธรรมง่าย ๆ พระพุทธเจ้าทรงห้ามมิให้พูดเช่นนี้ แล้วทรงอธิบายไล่เรียงในรายละเอียดให้ฟัง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภัยของภิกษุ 4 ประการ [6452-4s]</title>
			<itunes:title>ภัยของภิกษุ 4 ประการ [6452-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Dec 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/92cea1a3-b3c9-4bd0-8814-29a8275f31fe/media.mp3" length="28017224" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">92cea1a3-b3c9-4bd0-8814-29a8275f31fe</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a427</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW9g+bahMdPA0q/VqP7RUXC]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>52</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>จาตุมสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูป ขณะประทับอยู่ หมู่บ้านจาตุมา ทรงขับไล่ภิกษุที่ติดตามพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ เหตุเพราะภิกษุเหล่านั้นสนทนากับภิกษุเจ้าถิ่นเสียงดัง แต่พวกเจ้าศากยะและท้าวสหัมบดีพรหมเข้าเฝ้ากราบทูลให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุเหล่านั้น ทรงยกโทษให้ ท่านพระมหาโมคคัลลานะจึงพาภิกษุเข้าเฝ้า จากนั้นทรงแสดงภัย 4 ประการที่ผู้ลงน้ำจะพบ เปรียบเทียบผู้บวชในธรรมวินัยนี้ก็จะประสบภัย 4 ประการเช่นกัน โดยทรงประสงค์จะให้รู้มารยาทในการอยู่ร่วมกันและรู้จักระวังภัยของผู้บวชใหม่ 4 อย่างนี้</p><p>- ธรรมที่มีที่ตั้งอาศัย ปฏิจจสมุปบาทที่มี 24 อาการ</p><p>สูตร#2 <strong>โคสิสสานิสูตร </strong>ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเวฬุวัน โดยปรารภพระโคสิสสานิ ซึ่งเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร แต่มีมารยาททราม มีความประพฤติย่อหย่อน เห็นแก่ปัจจัย ท่านพระสารีบุตรได้แสดงข้อปฏิบัติสำหรับภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร 18 ข้อ และเป็นข้อปฏิบัติสำหรับภิกษุผู้อยู่ใกล้บ้านด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>จาตุมสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูป ขณะประทับอยู่ หมู่บ้านจาตุมา ทรงขับไล่ภิกษุที่ติดตามพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ เหตุเพราะภิกษุเหล่านั้นสนทนากับภิกษุเจ้าถิ่นเสียงดัง แต่พวกเจ้าศากยะและท้าวสหัมบดีพรหมเข้าเฝ้ากราบทูลให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุเหล่านั้น ทรงยกโทษให้ ท่านพระมหาโมคคัลลานะจึงพาภิกษุเข้าเฝ้า จากนั้นทรงแสดงภัย 4 ประการที่ผู้ลงน้ำจะพบ เปรียบเทียบผู้บวชในธรรมวินัยนี้ก็จะประสบภัย 4 ประการเช่นกัน โดยทรงประสงค์จะให้รู้มารยาทในการอยู่ร่วมกันและรู้จักระวังภัยของผู้บวชใหม่ 4 อย่างนี้</p><p>- ธรรมที่มีที่ตั้งอาศัย ปฏิจจสมุปบาทที่มี 24 อาการ</p><p>สูตร#2 <strong>โคสิสสานิสูตร </strong>ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเวฬุวัน โดยปรารภพระโคสิสสานิ ซึ่งเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร แต่มีมารยาททราม มีความประพฤติย่อหย่อน เห็นแก่ปัจจัย ท่านพระสารีบุตรได้แสดงข้อปฏิบัติสำหรับภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร 18 ข้อ และเป็นข้อปฏิบัติสำหรับภิกษุผู้อยู่ใกล้บ้านด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความสิ้นอาสวะ [6451-4s]</title>
			<itunes:title>ความสิ้นอาสวะ [6451-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Dec 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/508aaf7e-e0be-42db-ae3c-1cc14cbbe3d5/media.mp3" length="27465316" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">508aaf7e-e0be-42db-ae3c-1cc14cbbe3d5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a428</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXzQRfSLPvJuYvPgEe4v58n]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>51</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>สัพพาสวสังวรสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด</p><p>สูตร#2 <strong>ธรรมทายาทสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>สัพพาสวสังวรสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด</p><p>สูตร#2 <strong>ธรรมทายาทสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์ และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุให้เกิดความเลื่อมใส [6450-4s]</title>
			<itunes:title>เหตุให้เกิดความเลื่อมใส [6450-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 Dec 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:33</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/3552c4ee-3a56-43b0-9506-9ba514a46678/media.mp3" length="26093206" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3552c4ee-3a56-43b0-9506-9ba514a46678</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a429</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a429</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUAZWsrtkSbwquhdCZdbgQS]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ปาสาทิกสูตร#2</strong>  ในตอนนี้ทรงแสดงธรรมที่ควรสังคายนา โดยการทบทวน ให้เข้าใจถูกต้องตรงกัน ถ้าเข้าใจไม่ถูกต้อง ได้ทรงแสดงวิธีการที่จะอธิบายให้เข้าใจ</p><p>ได้ทรงอธิบายอะไรคือสุข อะไรคือทุกข์ การพิจารณาใช้สอยปัจจัย 4 ให้ถูกต้อง และตอนท้ายของพระสูตรมีวิธีการตอบคำถามต่าง ๆ ที่จะพิจารณาอย่างไรว่าคำถามนั้นสมควรตอบหรือไม่สมควรตอบอย่างไร เป็นธรรมที่เมื่อฟังแล้วจะเกิดความเลื่อมใส มั่นใจในศาสนานี้แน่นอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ปาสาทิกสูตร#2</strong>  ในตอนนี้ทรงแสดงธรรมที่ควรสังคายนา โดยการทบทวน ให้เข้าใจถูกต้องตรงกัน ถ้าเข้าใจไม่ถูกต้อง ได้ทรงแสดงวิธีการที่จะอธิบายให้เข้าใจ</p><p>ได้ทรงอธิบายอะไรคือสุข อะไรคือทุกข์ การพิจารณาใช้สอยปัจจัย 4 ให้ถูกต้อง และตอนท้ายของพระสูตรมีวิธีการตอบคำถามต่าง ๆ ที่จะพิจารณาอย่างไรว่าคำถามนั้นสมควรตอบหรือไม่สมควรตอบอย่างไร เป็นธรรมที่เมื่อฟังแล้วจะเกิดความเลื่อมใส มั่นใจในศาสนานี้แน่นอน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ [6449-4s]</title>
			<itunes:title>ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ [6449-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Dec 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:27</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/c9ef6895-90b0-4d66-97e8-9087819f5734/media.mp3" length="29388550" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c9ef6895-90b0-4d66-97e8-9087819f5734</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a42a</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a42a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUKCUmZdtkbnLwOZgUgFXTh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>49</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ปาสาทิกสูตร#1 </strong>พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ท่านพระจุนทะ สมณุทเทส และท่านพระอานนท์ ณ ปราสาทในอัมพวัน โดยปรารภคำกราบทูลของท่านพระจุนทะและท่านพระอานนท์เรื่องการแตกความสามัคคีของพวกนิครนถ์แบ่งเป็น 2 ฝ่าย หลังนิครนถ์นาฏบุตร ศาสดาดับขันธ์ได้ไม่นานนัก เพราะธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ </p><p>พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงว่าองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา ได้แก่ ศาสดา หลักธรรม และสาวก (นักบวช อุบาสก อุบาสิกา) มีส่วนสำคัญที่ทำให้ศาสนาสมบูรณ์ บริบูรณ์ ได้รับคำสรรเสริญ หลักธรรมและสาวกของพระองค์เป็นองค์ประกอบที่ดี พรหมจรรย์ของพระองค์จึงบริบูรณ์ครบถ้วน แพร่หลายกว้างขวาง และบรรลุถึงความเลิศด้วยลาภและความเลิศด้วยยศ และทรงแสดงธรรมที่ควรสังคยานา เหตุแห่งการอนุญาตปัจจัย และ สุขัลลิกานุโยค </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ปาสาทิกสูตร#1 </strong>พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ท่านพระจุนทะ สมณุทเทส และท่านพระอานนท์ ณ ปราสาทในอัมพวัน โดยปรารภคำกราบทูลของท่านพระจุนทะและท่านพระอานนท์เรื่องการแตกความสามัคคีของพวกนิครนถ์แบ่งเป็น 2 ฝ่าย หลังนิครนถ์นาฏบุตร ศาสดาดับขันธ์ได้ไม่นานนัก เพราะธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ </p><p>พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงว่าองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา ได้แก่ ศาสดา หลักธรรม และสาวก (นักบวช อุบาสก อุบาสิกา) มีส่วนสำคัญที่ทำให้ศาสนาสมบูรณ์ บริบูรณ์ ได้รับคำสรรเสริญ หลักธรรมและสาวกของพระองค์เป็นองค์ประกอบที่ดี พรหมจรรย์ของพระองค์จึงบริบูรณ์ครบถ้วน แพร่หลายกว้างขวาง และบรรลุถึงความเลิศด้วยลาภและความเลิศด้วยยศ และทรงแสดงธรรมที่ควรสังคยานา เหตุแห่งการอนุญาตปัจจัย และ สุขัลลิกานุโยค </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิปทาเพื่อความสำเร็จ [6448-4s]</title>
			<itunes:title>ปฏิปทาเพื่อความสำเร็จ [6448-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Dec 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/41292508-3c56-41bc-b4df-fc7cd902fcaf/media.mp3" length="26941448" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">41292508-3c56-41bc-b4df-fc7cd902fcaf</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a42b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVR/JfobZ9An83terbW95te]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>48</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>วิธีการที่จะประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต จะต้องประกอบด้วยคุณธรรม 5 อย่างนี้</p><p>สูตร#1 <strong>สังขารูปปัตติสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน มีประสงค์จะให้ภิกษุทราบว่า ธรรม 5 ประการ คือ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ที่เมื่อทำให้มาก เจริญให้มากแล้ว อธิษฐานจิตจะไปเกิดในภพภูมิใดก็จะสำเร็จได้ และถ้าจะประสงค์เป็นพระอรหันต์ก็สำเร็จได้ แล้วทรงแสดงวิธีปฏิบัติตามลำดับ โดยมีธรรม 5 ประการเป็นพื้นฐาน</p><p>สูตร#2 <strong>ทักขิณาวิภังคสูตร</strong> ว่าด้วยการจำแนกทักษิณาทาน</p><p>สูตร#3 <strong>อิฏฐสูตร </strong>ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>วิธีการที่จะประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต จะต้องประกอบด้วยคุณธรรม 5 อย่างนี้</p><p>สูตร#1 <strong>สังขารูปปัตติสูตร</strong> พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน มีประสงค์จะให้ภิกษุทราบว่า ธรรม 5 ประการ คือ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ที่เมื่อทำให้มาก เจริญให้มากแล้ว อธิษฐานจิตจะไปเกิดในภพภูมิใดก็จะสำเร็จได้ และถ้าจะประสงค์เป็นพระอรหันต์ก็สำเร็จได้ แล้วทรงแสดงวิธีปฏิบัติตามลำดับ โดยมีธรรม 5 ประการเป็นพื้นฐาน</p><p>สูตร#2 <strong>ทักขิณาวิภังคสูตร</strong> ว่าด้วยการจำแนกทักษิณาทาน</p><p>สูตร#3 <strong>อิฏฐสูตร </strong>ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เหตุให้มาตุคามเกิดเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา [6447-4s]</title>
			<itunes:title>เหตุให้มาตุคามเกิดเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา [6447-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Nov 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/054a7848-e481-4ddb-a228-fb27447dbeb6/media.mp3" length="29936843" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">054a7848-e481-4ddb-a228-fb27447dbeb6</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a42c</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a42c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWobFx4pOfVVGAqIGech2F7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>47</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>อุโปสถสูตร </strong>พระพุทธเจ้าตรัสสอนนางวิสาขาผู้รักษาศีลอุโบสถที่บุพพารามเป็นประจำ เพื่อให้ทราบว่า อุโบสถศีลนั้นมีทั้งแบบที่ประเสริฐ คือ ความเป็นอริยะ มีความประเสริฐได้บุญอย่างแท้จริง และแบบที่ไม่ประเสริฐ คือ มีความงมงายไม่ถูกต้อง</p><p>สูตร#2 <strong>อิธโลกสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนนางวิสาขา อธิบายถึงสุภาพสตรีที่จะอยู่ครองเรือนได้อย่างมีความสุข ไม่เกิดเป็นภัยได้กำไรในการอยู่ครองเรือน ประกอบด้วยธรรมของมาตุคามผู้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้มี 4 ประการ และธรรมที่เป็นไปเพื่อชัยชนะในโลกหน้ามี 4 ประการ มาตุคามที่ประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ ย่อมเข้าถึงเทวโลกประเภทมนาปกายิกา</p><p>สูตร#3 <strong>อนุรุทธสูตร</strong> เทวดาเหล่ามนาปกายิกา (เทวดาชั้นนิมมานรดี) เข้าไปเรียนท่านพระอนุรุทธะว่า ตนครองความเป็นใหญ่มีอำนาจ 3 ด้าน นึกให้เป็นเสียง เป็นสี ให้มีสุขเช่นใด ก็ได้อย่างฉับพลัน ท่านจึงลองนึกให้เทวดาเหล่านั้นสำแดงตามที่ท่านนึก ก็เห็นเป็นความจริง จึงนำความไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสคุณสมบัติ 8 ประการ ที่ทำให้มาตุคามไปเกิดเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา</p><p>สูตร#4 <strong>วิสาขสูตร </strong>และ<strong>นกุลมาตาสูตร</strong> มีเนื้อหาสาระขององค์ธรรมเหมือนในอนุรุทธสูตร ต่างกัน คือ วิสาขสูตร นางวิสาขามิคารมารดา เป็นผู้สดับ และนกุลมาตาสูตร นางนกุลมาตาคหปตานี เป็นผู้สดับ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>อุโปสถสูตร </strong>พระพุทธเจ้าตรัสสอนนางวิสาขาผู้รักษาศีลอุโบสถที่บุพพารามเป็นประจำ เพื่อให้ทราบว่า อุโบสถศีลนั้นมีทั้งแบบที่ประเสริฐ คือ ความเป็นอริยะ มีความประเสริฐได้บุญอย่างแท้จริง และแบบที่ไม่ประเสริฐ คือ มีความงมงายไม่ถูกต้อง</p><p>สูตร#2 <strong>อิธโลกสูตร </strong>พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนนางวิสาขา อธิบายถึงสุภาพสตรีที่จะอยู่ครองเรือนได้อย่างมีความสุข ไม่เกิดเป็นภัยได้กำไรในการอยู่ครองเรือน ประกอบด้วยธรรมของมาตุคามผู้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้มี 4 ประการ และธรรมที่เป็นไปเพื่อชัยชนะในโลกหน้ามี 4 ประการ มาตุคามที่ประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ ย่อมเข้าถึงเทวโลกประเภทมนาปกายิกา</p><p>สูตร#3 <strong>อนุรุทธสูตร</strong> เทวดาเหล่ามนาปกายิกา (เทวดาชั้นนิมมานรดี) เข้าไปเรียนท่านพระอนุรุทธะว่า ตนครองความเป็นใหญ่มีอำนาจ 3 ด้าน นึกให้เป็นเสียง เป็นสี ให้มีสุขเช่นใด ก็ได้อย่างฉับพลัน ท่านจึงลองนึกให้เทวดาเหล่านั้นสำแดงตามที่ท่านนึก ก็เห็นเป็นความจริง จึงนำความไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสคุณสมบัติ 8 ประการ ที่ทำให้มาตุคามไปเกิดเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา</p><p>สูตร#4 <strong>วิสาขสูตร </strong>และ<strong>นกุลมาตาสูตร</strong> มีเนื้อหาสาระขององค์ธรรมเหมือนในอนุรุทธสูตร ต่างกัน คือ วิสาขสูตร นางวิสาขามิคารมารดา เป็นผู้สดับ และนกุลมาตาสูตร นางนกุลมาตาคหปตานี เป็นผู้สดับ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>บุรุษผู้ต้องการงูพิษ [6446-4s]</title>
			<itunes:title>บุรุษผู้ต้องการงูพิษ [6446-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Nov 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/7a8eea85-2f10-4ed8-8de4-963b075be1c2/media.mp3" length="27211114" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7a8eea85-2f10-4ed8-8de4-963b075be1c2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a42d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXOPqyY7IZRELqs0WoA1KKe]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>46</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[อลคัททูปมสูตร อุปมาเปรียบด้วยงูพิษ พระพุทธเจ้าแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของพระอริฏฐะ ผู้มีบรรพบุรุษเป็นพรานฆ่านกแร้ง ที่มีความเห็นผิดในเรื่องพระธรรมวินัย ทรงตรัสว่าธรรมที่ทรงสอนก่ออันตรายได้จริง ๆ จึงทรงสอน การเล่าเรียนธรรมด้วยปัญญา ถ้าเล่าเรียนถูกวิธีก็จะได้รับประโยชน์ เปรียบเหมือนคนจับงูพิษถูกวิธี ก็จะไม่ได้รับอันตรายจากงูพิษนั้น ทรงแสดงธรรมเพื่อให้สลัดออกมิใช่ให้ยึดถือ อุปมาด้วยแพ ที่คนเดินทางไกลใช้เดินทางข้ามห้วงน้ำใหญ่เพื่อหนีภัย เมื่อถึงฝั่งแล้วต้องทิ้งแพไว้ ไม่แบกไป ทรงแสดงทิฏฐิของปุถุชนเทียบกับอริยสาวก ตรัสตอบปัญหาเหตุที่ให้สะดุ้ง และเหตุให้ไม่สะดุ้ง ตรัสสอนเรื่องอนัตตลักษณะเพื่อให้ละความยึดมั่นว่ามีอัตตา และการละสังโยชน์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[อลคัททูปมสูตร อุปมาเปรียบด้วยงูพิษ พระพุทธเจ้าแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของพระอริฏฐะ ผู้มีบรรพบุรุษเป็นพรานฆ่านกแร้ง ที่มีความเห็นผิดในเรื่องพระธรรมวินัย ทรงตรัสว่าธรรมที่ทรงสอนก่ออันตรายได้จริง ๆ จึงทรงสอน การเล่าเรียนธรรมด้วยปัญญา ถ้าเล่าเรียนถูกวิธีก็จะได้รับประโยชน์ เปรียบเหมือนคนจับงูพิษถูกวิธี ก็จะไม่ได้รับอันตรายจากงูพิษนั้น ทรงแสดงธรรมเพื่อให้สลัดออกมิใช่ให้ยึดถือ อุปมาด้วยแพ ที่คนเดินทางไกลใช้เดินทางข้ามห้วงน้ำใหญ่เพื่อหนีภัย เมื่อถึงฝั่งแล้วต้องทิ้งแพไว้ ไม่แบกไป ทรงแสดงทิฏฐิของปุถุชนเทียบกับอริยสาวก ตรัสตอบปัญหาเหตุที่ให้สะดุ้ง และเหตุให้ไม่สะดุ้ง ตรัสสอนเรื่องอนัตตลักษณะเพื่อให้ละความยึดมั่นว่ามีอัตตา และการละสังโยชน์<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความดับแห่งกองทุกข์ [6445-4s]</title>
			<itunes:title>ความดับแห่งกองทุกข์ [6445-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Nov 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:04:00</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f0039fdc-f9ed-46f6-86a6-f0897fbc3bf3/media.mp3" length="30598117" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f0039fdc-f9ed-46f6-86a6-f0897fbc3bf3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a42e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUGYfBOuhZ95ZGJddl4LS+L]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>45</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>มหาตัณหาสังขยสูตร</strong> ทรงแสดงถึงต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ และความทุกข์ คือ ตัณหา อวิชชา  และวิธีในการที่จะกำจัดออก ซึ่งอยู่ในเรื่องอริยสัจ 4 ได้ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภความเห็นผิดของภิกษุชื่อ สาติ ผู้เป็นบุตรชาวประมง พระสาติมีความเห็นว่า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วิญญาณนี้แลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป” ภิกษุทั้งหลายกล่าวตักเตือนว่า พระผู้มีพระภาคมิได้ตรัสเช่นนั้น สาติภิกษุไม่เชื่อ และยังยืนยันว่าตนรู้ทั่วถึงพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง เรื่องวิญญาณทรงแสดงไว้อย่างนี้ พระผู้มีพระภาคทรงทราบ ทรงรับสั่งให้พระสาติมาเฝ้า และตรัสถามความจริง ทรงตำหนิพระสาติว่า เป็นโมฆะบุรุษ กล่าวตู่พระองค์ และเป็นผู้ติดอยู่ในข่าย คือ ตัณหา และได้ทรงแสดงเรื่องวิญญาณว่า “วิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัยก็เกิดขึ้นไม่ได้” จากนั้นทรงสอบสวนความเข้าใจของภิกษุในเรื่องนี้ ได้ทรงแสดงหลักปฏิจจสมุปบาท และหลักธรรมอื่น ๆ อีก แต่ทรงมุ่งประเด็นไปสู่ความหลุดพ้น เพราะสิ้นตัณหา</p><p>สูตร#2 <strong>จูฬตัณหาสังขยสูตร</strong> เป็นเรื่องย่อที่ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะจอมเทพ ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดา ที่ได้ถามถึงต้นเหตุ และวิธีที่ปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหาของภิกษุ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ไม่สะดุ้งหวาดหวั่น และจะดับกิเลสได้เฉพาะตน ท้าวสักกะชื่นชมยินดีพระภาษิต ในกาลนี้พระมหาโมคคัลลานะได้ไปทดสอบท้าวสักกะว่าเข้าใจในคำถาม และคำตอบหรือไม่ ท้าวสักกะไม่ทรงตอบ เพื่อให้ท้าวสักกะไม่ตั้งอยู่ในความประมาท พระเถระได้สำแดงฤทธิ์ด้วยการใช้นิ้วเท้าเขย่าเวชยันตปราสาท จึงได้ยอมเล่าถวายตามที่ได้ทรงฟังมาทุกประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 <strong>มหาตัณหาสังขยสูตร</strong> ทรงแสดงถึงต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ และความทุกข์ คือ ตัณหา อวิชชา  และวิธีในการที่จะกำจัดออก ซึ่งอยู่ในเรื่องอริยสัจ 4 ได้ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภความเห็นผิดของภิกษุชื่อ สาติ ผู้เป็นบุตรชาวประมง พระสาติมีความเห็นว่า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วิญญาณนี้แลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป” ภิกษุทั้งหลายกล่าวตักเตือนว่า พระผู้มีพระภาคมิได้ตรัสเช่นนั้น สาติภิกษุไม่เชื่อ และยังยืนยันว่าตนรู้ทั่วถึงพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง เรื่องวิญญาณทรงแสดงไว้อย่างนี้ พระผู้มีพระภาคทรงทราบ ทรงรับสั่งให้พระสาติมาเฝ้า และตรัสถามความจริง ทรงตำหนิพระสาติว่า เป็นโมฆะบุรุษ กล่าวตู่พระองค์ และเป็นผู้ติดอยู่ในข่าย คือ ตัณหา และได้ทรงแสดงเรื่องวิญญาณว่า “วิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัยก็เกิดขึ้นไม่ได้” จากนั้นทรงสอบสวนความเข้าใจของภิกษุในเรื่องนี้ ได้ทรงแสดงหลักปฏิจจสมุปบาท และหลักธรรมอื่น ๆ อีก แต่ทรงมุ่งประเด็นไปสู่ความหลุดพ้น เพราะสิ้นตัณหา</p><p>สูตร#2 <strong>จูฬตัณหาสังขยสูตร</strong> เป็นเรื่องย่อที่ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะจอมเทพ ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดา ที่ได้ถามถึงต้นเหตุ และวิธีที่ปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหาของภิกษุ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ไม่สะดุ้งหวาดหวั่น และจะดับกิเลสได้เฉพาะตน ท้าวสักกะชื่นชมยินดีพระภาษิต ในกาลนี้พระมหาโมคคัลลานะได้ไปทดสอบท้าวสักกะว่าเข้าใจในคำถาม และคำตอบหรือไม่ ท้าวสักกะไม่ทรงตอบ เพื่อให้ท้าวสักกะไม่ตั้งอยู่ในความประมาท พระเถระได้สำแดงฤทธิ์ด้วยการใช้นิ้วเท้าเขย่าเวชยันตปราสาท จึงได้ยอมเล่าถวายตามที่ได้ทรงฟังมาทุกประการ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปัญญาแทงตลอดธรรมธาตุ [6444-4s]</title>
			<itunes:title>ปัญญาแทงตลอดธรรมธาตุ [6444-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Nov 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/234c4ff0-1830-469b-9149-d82307042a05/media.mp3" length="29827303" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">234c4ff0-1830-469b-9149-d82307042a05</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a42f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXjvKHyv8bx8zgtmmwwcclB]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[มหาปทานสูตร#3 พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงตอนพระวิปัสสีโพธิสัตว์ตรัสรู้ ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวก และมหาชน ซึ่งในการแสดงธรรมนั้น มีผู้บรรลุธรรมตามเป็นจำนวนหลายแสนคน และได้ทรงส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา ทรงดำริว่าเมื่อเวลาล่วงไปทุก ๆ 6 ปี ภิกษุทั้งหลายควรกลับมายังกรุงพันธุมดี เพื่อแสดงปาฏิโมกข์ ซึ่งท้าวมหาพรหมได้กราบทูลว่าจะหาวิธีให้ภิกษุกลับมา ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงไปหาเหล่าเทพชั้นสุทธาวาส และเหล่าเทพชั้นต่าง ๆ มีเทวดามากมายมาเข้าเฝ้า เทวดาได้เล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในสมัยนั้น ๆ ที่ตนประพฤติพรหมจรรย์ แล้วจึงมาเกิดในที่นี้ ๆ และทรงสรุปพระธรรมเทศนานี้ว่า เป็นเพราะพระองค์มีปัญญา ทราบได้เองถึงพระพุทธเจ้าในอดีต และเพราะเหล่าเทวดาบอกเรื่องนั้นให้ทราบ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มหาปทานสูตร#3 พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงตอนพระวิปัสสีโพธิสัตว์ตรัสรู้ ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวก และมหาชน ซึ่งในการแสดงธรรมนั้น มีผู้บรรลุธรรมตามเป็นจำนวนหลายแสนคน และได้ทรงส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา ทรงดำริว่าเมื่อเวลาล่วงไปทุก ๆ 6 ปี ภิกษุทั้งหลายควรกลับมายังกรุงพันธุมดี เพื่อแสดงปาฏิโมกข์ ซึ่งท้าวมหาพรหมได้กราบทูลว่าจะหาวิธีให้ภิกษุกลับมา ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงไปหาเหล่าเทพชั้นสุทธาวาส และเหล่าเทพชั้นต่าง ๆ มีเทวดามากมายมาเข้าเฝ้า เทวดาได้เล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในสมัยนั้น ๆ ที่ตนประพฤติพรหมจรรย์ แล้วจึงมาเกิดในที่นี้ ๆ และทรงสรุปพระธรรมเทศนานี้ว่า เป็นเพราะพระองค์มีปัญญา ทราบได้เองถึงพระพุทธเจ้าในอดีต และเพราะเหล่าเทวดาบอกเรื่องนั้นให้ทราบ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คาถาอันน่าอัศจรรย์ [6443-4s]</title>
			<itunes:title>คาถาอันน่าอัศจรรย์ [6443-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Oct 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:06</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/c6079a54-55e0-4d1b-90ed-cebb37afb1e0/media.mp3" length="29215140" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c6079a54-55e0-4d1b-90ed-cebb37afb1e0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a430</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUDMgU+M41gBKFOcnq6CxB7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:episode>44</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[มหาปทานสูตร#2 ตอนการออกผนวช การตรัสรู้ และการแสดงธรรม เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ได้ทรงเห็นเทวทูตทั้ง 4 เป็นนิมิต ทรงเสด็จออกผนวช มหาชนทราบข่าวได้ออกบวชตามเสด็จ ต่อมาทรงหลีกออกจากหมู่อยู่เพียงลำพัง ประทับหลีกเร้นในที่สงัด ได้ทรงใคร่ครวญเรื่องปฏิจจสมุปบาทแล้วทรงบรรลุธรรม ท้าวมหาพรหมได้ทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวก และแก่มหาชน ซึ่งได้บรรลุธรรมตามที่ทรงตรัสรู้แจ้งนั้น ตามลำดับ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มหาปทานสูตร#2 ตอนการออกผนวช การตรัสรู้ และการแสดงธรรม เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ได้ทรงเห็นเทวทูตทั้ง 4 เป็นนิมิต ทรงเสด็จออกผนวช มหาชนทราบข่าวได้ออกบวชตามเสด็จ ต่อมาทรงหลีกออกจากหมู่อยู่เพียงลำพัง ประทับหลีกเร้นในที่สงัด ได้ทรงใคร่ครวญเรื่องปฏิจจสมุปบาทแล้วทรงบรรลุธรรม ท้าวมหาพรหมได้ทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวก และแก่มหาชน ซึ่งได้บรรลุธรรมตามที่ทรงตรัสรู้แจ้งนั้น ตามลำดับ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปุพเพนิวาส (6442-4s)</title>
			<itunes:title>ปุพเพนิวาส (6442-4s)</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Oct 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/82581a56-87a9-477f-8808-adc700c7416d/media.mp3" length="29588808" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">82581a56-87a9-477f-8808-adc700c7416d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a431</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWA/qeT7le2ptbqaL5v5KLq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a431.jpg"/>
			<description><![CDATA[มหาปทานสูตร พระประวัติของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ปุพเพนิวาสญาณของพระองค์ โดยตรัสเล่าพระประวัติโดยสังเขปของพระพุทธเจ้าในอดีต 6 พระองค์ ที่มีในกัปนี้ และกัปก่อน ๆ และพระประวัติของพระองค์เอง แต่เนื่องจากภิกษุยังมีข้อสงสัยอยู่จึงได้เสด็จกลับมา และตรัสเล่าต่อ เฉพาะพระประวัติของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ซึ่งในตอนที่ 1 นี้ เป็นตอนประสูติ ประกอบด้วยเรื่อง กฎธรรมดาของพระโพธิสัตว์ 16 ประการ ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงมีเหมือนกัน และการเห็นเทวทูต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มหาปทานสูตร พระประวัติของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ปุพเพนิวาสญาณของพระองค์ โดยตรัสเล่าพระประวัติโดยสังเขปของพระพุทธเจ้าในอดีต 6 พระองค์ ที่มีในกัปนี้ และกัปก่อน ๆ และพระประวัติของพระองค์เอง แต่เนื่องจากภิกษุยังมีข้อสงสัยอยู่จึงได้เสด็จกลับมา และตรัสเล่าต่อ เฉพาะพระประวัติของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ซึ่งในตอนที่ 1 นี้ เป็นตอนประสูติ ประกอบด้วยเรื่อง กฎธรรมดาของพระโพธิสัตว์ 16 ประการ ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงมีเหมือนกัน และการเห็นเทวทูต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ป่างามด้วยความเพียร 6441-4s</title>
			<itunes:title>ป่างามด้วยความเพียร 6441-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Oct 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/477db80d-8050-496f-80d4-adc00098d23f/media.mp3" length="27300505" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">477db80d-8050-496f-80d4-adc00098d23f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a432</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUbwFWn419Y2GBF1weSPUSz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a432.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาโคสิงคสาลสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระเถระที่มีชื่อเสียงหลายรูป มีท่านพระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ เป็นต้น ขณะประทับอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวัน ในช่วงท้ายฤดูฝน ท่านพระสารีบุตรได้ตั้งปัญหาขึ้นถามว่า “ป่าโคสิงคสาลวันจะพึงงามด้วยภิกษุเช่นไร” ท่านพระเถระทั้งหลาย ต่างแสดงทรรศนะของตน ที่มีคุณธรรมพิเศษนั้น ๆ ของตน และได้กราบทูลเรื่องทรรศนะต่าง ๆ ให้ทรงทราบ ทรงตรัสสรรเสริญ และทรงแสดงทรรศนะของพระองค์ว่า ป่าโคสิงคสาลวันจะพึงงามด้วยภิกษุในธรรมวินัยนี้ ที่มีความเพียรพยายามอย่างมุ่งมั่น ถ้ายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะ </p><p>สูตร#2 จูฬโคสิงคสาลสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมิละ ในคราวที่เสด็จไปเยี่ยมที่ป่าโคสิงคสาลวัน ท่านอยู่กันด้วยความสามัคคี มีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้า และลับหลัง ทั้งทางกาย วาจา และใจ พยายามที่จะเก็บจิตของตนเองแล้วทำตามจิตของผู้อื่น จึงสามารถอยู่เป็นสุขได้ พระผู้มีพระภาคทรงยกย่องพระเถระทั้ง 3 รูป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาโคสิงคสาลสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระเถระที่มีชื่อเสียงหลายรูป มีท่านพระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ เป็นต้น ขณะประทับอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวัน ในช่วงท้ายฤดูฝน ท่านพระสารีบุตรได้ตั้งปัญหาขึ้นถามว่า “ป่าโคสิงคสาลวันจะพึงงามด้วยภิกษุเช่นไร” ท่านพระเถระทั้งหลาย ต่างแสดงทรรศนะของตน ที่มีคุณธรรมพิเศษนั้น ๆ ของตน และได้กราบทูลเรื่องทรรศนะต่าง ๆ ให้ทรงทราบ ทรงตรัสสรรเสริญ และทรงแสดงทรรศนะของพระองค์ว่า ป่าโคสิงคสาลวันจะพึงงามด้วยภิกษุในธรรมวินัยนี้ ที่มีความเพียรพยายามอย่างมุ่งมั่น ถ้ายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะ </p><p>สูตร#2 จูฬโคสิงคสาลสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมิละ ในคราวที่เสด็จไปเยี่ยมที่ป่าโคสิงคสาลวัน ท่านอยู่กันด้วยความสามัคคี มีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้า และลับหลัง ทั้งทางกาย วาจา และใจ พยายามที่จะเก็บจิตของตนเองแล้วทำตามจิตของผู้อื่น จึงสามารถอยู่เป็นสุขได้ พระผู้มีพระภาคทรงยกย่องพระเถระทั้ง 3 รูป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การปฏิบัติโดยลำดับ 6440-4s</title>
			<itunes:title>การปฏิบัติโดยลำดับ 6440-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Oct 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/42a86564-64ab-499f-b5c5-adb900a94e80/media.mp3" length="27596636" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">42a86564-64ab-499f-b5c5-adb900a94e80</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a433</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUscPTs6+St22ceb0pKF5Ca]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a433.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 คณกโมคคัลลานสูตร พระผู้มีพระภาคแสดงแก่พราหมณ์ชื่อโมคคัลลานะ เป็นนักบัญชี นักคำนวณ ทำหน้าที่ในการคำนวณ การทำบัญชี ได้เข้าไปสนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาคในบุพพาราม โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้นว่า ในทุกสาขาอาชีพจะมีการฝึก การปฏิบัติไปตามลำดับขั้น ในคำสอนของพระพุทธเจ้ามีลักษณะที่เป็นไปตามลำดับขั้นหรือไม่ ทรงตรัสตอบ ชี้แจงไล่เรียงไปจากศีล สมาธิ และ ปัญญา ซึ่งจะมีสาวกบางพวกที่บรรลุนิพพาน บางพวกไม่บรรลุ เพราะว่า พระองค์เป็นเพียงแค่ผู้บอกทางเท่านั้น เมื่อโมคคัลลานะพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต</p><p>สูตร#2 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ เริ่มตั้งแต่ประสูติ จนถึงความคิดที่จะออกบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 คณกโมคคัลลานสูตร พระผู้มีพระภาคแสดงแก่พราหมณ์ชื่อโมคคัลลานะ เป็นนักบัญชี นักคำนวณ ทำหน้าที่ในการคำนวณ การทำบัญชี ได้เข้าไปสนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาคในบุพพาราม โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้นว่า ในทุกสาขาอาชีพจะมีการฝึก การปฏิบัติไปตามลำดับขั้น ในคำสอนของพระพุทธเจ้ามีลักษณะที่เป็นไปตามลำดับขั้นหรือไม่ ทรงตรัสตอบ ชี้แจงไล่เรียงไปจากศีล สมาธิ และ ปัญญา ซึ่งจะมีสาวกบางพวกที่บรรลุนิพพาน บางพวกไม่บรรลุ เพราะว่า พระองค์เป็นเพียงแค่ผู้บอกทางเท่านั้น เมื่อโมคคัลลานะพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต</p><p>สูตร#2 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ เริ่มตั้งแต่ประสูติ จนถึงความคิดที่จะออกบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>วิบากกรรม [6439-4s]</title>
			<itunes:title>วิบากกรรม [6439-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Sep 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e3117f96-fa55-4ace-b6cf-adb200a88825/media.mp3" length="27540642" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e3117f96-fa55-4ace-b6cf-adb200a88825</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a434</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a434</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW2AWmIG+SfjZg6HSYS16dx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>39</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a434.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 อิฏฐสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ ที่หาได้ยากในโลก ที่จะได้ด้วยการกระทำ การปฏิบัติ และปฏิปทาที่ถูกต้อง ไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะเหตุแห่งความปรารถนานั้น</p><p>สูตร#2 จูฬกัมมวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สุภมาณพ โตเทยยบุตร เพื่อทรงตอบปัญหาของ สุภมาณพ ว่าเหตุปัจจัยที่ทำให้มนุษย์เกิดมาทราม และประณีตต่างกัน เป็นเพราะมีข้อปฏิบัติ และปฏิปทาที่แตกต่างกัน</p><p>สูตร#3 ทักขิณาวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระอานนท์ โดยปรารภการถวายทานของพระนางปชาบดีโคตมี โดยทรงแสดงทาน 2 ประเภท และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา 4 ประการ และทรงยกย่องอานิสงส์ของการให้กับหมู่สงฆ์มีมากกว่าให้กับบุคคล</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 อิฏฐสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ ที่หาได้ยากในโลก ที่จะได้ด้วยการกระทำ การปฏิบัติ และปฏิปทาที่ถูกต้อง ไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะเหตุแห่งความปรารถนานั้น</p><p>สูตร#2 จูฬกัมมวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สุภมาณพ โตเทยยบุตร เพื่อทรงตอบปัญหาของ สุภมาณพ ว่าเหตุปัจจัยที่ทำให้มนุษย์เกิดมาทราม และประณีตต่างกัน เป็นเพราะมีข้อปฏิบัติ และปฏิปทาที่แตกต่างกัน</p><p>สูตร#3 ทักขิณาวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระอานนท์ โดยปรารภการถวายทานของพระนางปชาบดีโคตมี โดยทรงแสดงทาน 2 ประเภท และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา 4 ประการ และทรงยกย่องอานิสงส์ของการให้กับหมู่สงฆ์มีมากกว่าให้กับบุคคล</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หวานปานน้ำผึ้ง 6438-4s</title>
			<itunes:title>หวานปานน้ำผึ้ง 6438-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Sep 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:03:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/361da6e9-e7ca-45c0-978a-adab00a74e8a/media.mp3" length="30540750" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">361da6e9-e7ca-45c0-978a-adab00a74e8a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a435</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVfFFd01c9kHYjhhp0HR0ao]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a435.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาสมัยสูตร การประชุมครั้งใหญ่ของเทวดาวาระหนึ่ง เพื่อมาเฝ้าพระพุทธเจ้า และชมปฏิปทาของภิกษุสงฆ์ จำนวน 500 รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ เมื่อเทวดามาพร้อมกันแล้ว ได้มีเสนามารเข้ามาในที่ประชุมด้วยประสงค์ร้าย พระองค์ทรงรับสั่งให้พระสาวกระวังตัว ด้วยพุทธานุภาพ เสนามารไม่สามารถทำอะไรแก่พระสาวกได้ และได้กล่าวสรรเสริญพระสาวกของพระองค์ว่า เป็นผู้ชนะสงคราม ล่วงพ้นความหวาดกลัวแล้ว</p><p>สูตร#2 มธุปิณฑิกสูตร ธรรมเทศนาอันไพเราะ ที่ท่านพระมหากัจจายนะได้อธิบายขยายความพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าที่ท่านได้ยกหัวข้อแสดงไว้แก่ภิกษุแต่ภิกษุไม่เข้าใจ โดยได้แจกแจงเป็นเรื่องอายตนะทั้ง 6 เมื่อใคร่ครวญด้วยปัญญาทำให้เกิดความเข้าใจในธรรมซึมซาบเข้าสู่จิตใจได้</p><p>สูตร#3 อินทรีย์ 5 พละ 5 ที่มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1 มหาสมัยสูตร การประชุมครั้งใหญ่ของเทวดาวาระหนึ่ง เพื่อมาเฝ้าพระพุทธเจ้า และชมปฏิปทาของภิกษุสงฆ์ จำนวน 500 รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ เมื่อเทวดามาพร้อมกันแล้ว ได้มีเสนามารเข้ามาในที่ประชุมด้วยประสงค์ร้าย พระองค์ทรงรับสั่งให้พระสาวกระวังตัว ด้วยพุทธานุภาพ เสนามารไม่สามารถทำอะไรแก่พระสาวกได้ และได้กล่าวสรรเสริญพระสาวกของพระองค์ว่า เป็นผู้ชนะสงคราม ล่วงพ้นความหวาดกลัวแล้ว</p><p>สูตร#2 มธุปิณฑิกสูตร ธรรมเทศนาอันไพเราะ ที่ท่านพระมหากัจจายนะได้อธิบายขยายความพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าที่ท่านได้ยกหัวข้อแสดงไว้แก่ภิกษุแต่ภิกษุไม่เข้าใจ โดยได้แจกแจงเป็นเรื่องอายตนะทั้ง 6 เมื่อใคร่ครวญด้วยปัญญาทำให้เกิดความเข้าใจในธรรมซึมซาบเข้าสู่จิตใจได้</p><p>สูตร#3 อินทรีย์ 5 พละ 5 ที่มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กรรมเก่า และการสิ้นกรรม 6436-4s</title>
			<itunes:title>กรรมเก่า และการสิ้นกรรม 6436-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Sep 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/da984715-fd43-4e7c-97eb-ad9d00af7586/media.mp3" length="27932636" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">da984715-fd43-4e7c-97eb-ad9d00af7586</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a437</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXQMRmhBwH+jObXGlEHw6Bl]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a437.jpg"/>
			<description><![CDATA[เทวทหสูตร: พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เทวทหสูตร: พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้ได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ผู้ชำนาญในวิถีทางแห่งวิตก 6435-4s</title>
			<itunes:title>ผู้ชำนาญในวิถีทางแห่งวิตก 6435-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Sep 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/24fe1873-ee6e-45ed-86d1-ad9600ca08c4/media.mp3" length="27508798" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">24fe1873-ee6e-45ed-86d1-ad9600ca08c4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a438</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a438</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVTX3r2t4jVLKmY/ktUjN9Q]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>35</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a438.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สูตร#1  วิตักกสัณฐานสูตร วิธีพิจารณาละวิตกฝ่ายอกุศล และตัวอย่างเปรียบเทียบ 5 ประการ ที่เมื่อละได้แล้ว จะทำให้จิตตั้งมั่น สงบ เกิดสมาธิขึ้น ตัดตัณหา ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้</p><p>สูตร#2  เทวธาวิตักกสูตร วิธีแบ่งความคิด (วิตก) ออกเป็น 2 ประเภท คือ กุศลวิตก และอกุศลวิตก ด้วยการมีสติแยกแยะความคิดที่เป็นอกุศล ว่าเกิดขึ้นแล้ว และกำจัดความคิดที่เป็นอกุศลออกไป ตั้งดำรงความคิดที่เป็นกุศลไว้ จะทำให้จิตไปตามทาง คือ มรรค สามารถทำสมาธิ ปัญญาให้แจ้ง และบรรลุธรรมได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สูตร#1  วิตักกสัณฐานสูตร วิธีพิจารณาละวิตกฝ่ายอกุศล และตัวอย่างเปรียบเทียบ 5 ประการ ที่เมื่อละได้แล้ว จะทำให้จิตตั้งมั่น สงบ เกิดสมาธิขึ้น ตัดตัณหา ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้</p><p>สูตร#2  เทวธาวิตักกสูตร วิธีแบ่งความคิด (วิตก) ออกเป็น 2 ประเภท คือ กุศลวิตก และอกุศลวิตก ด้วยการมีสติแยกแยะความคิดที่เป็นอกุศล ว่าเกิดขึ้นแล้ว และกำจัดความคิดที่เป็นอกุศลออกไป ตั้งดำรงความคิดที่เป็นกุศลไว้ จะทำให้จิตไปตามทาง คือ มรรค สามารถทำสมาธิ ปัญญาให้แจ้ง และบรรลุธรรมได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน [6434-4s]</title>
			<itunes:title>ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน [6434-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Aug 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/21eeb743-c712-487c-987f-ad8f012c597f/media.mp3" length="27380772" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">21eeb743-c712-487c-987f-ad8f012c597f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a439</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a439</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXDXdSVDo1xl+Z/2HGsvTRt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>34</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a439.jpg"/>
			<description><![CDATA[สามัญญผลสูตร ตอนที่ 3 สมาธิเป็นเหตุให้ได้ผลเป็นปัญญา ซึ่งในการแสดงธรรมเรื่องของพรหมจรรย์ตลอดสายแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความเลื่อมใสทันที เพราะทรงเห็นผลประจักษ์ และโดยปกติแล้วจะต้องบรรลุธรรม แต่เนื่องจาก พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทำอนันตริยกรรม (ปิตุฆาต) จึงทำให้ไม่มีดวงตาเห็นธรรม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สามัญญผลสูตร ตอนที่ 3 สมาธิเป็นเหตุให้ได้ผลเป็นปัญญา ซึ่งในการแสดงธรรมเรื่องของพรหมจรรย์ตลอดสายแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความเลื่อมใสทันที เพราะทรงเห็นผลประจักษ์ และโดยปกติแล้วจะต้องบรรลุธรรม แต่เนื่องจาก พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทำอนันตริยกรรม (ปิตุฆาต) จึงทำให้ไม่มีดวงตาเห็นธรรม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นวิบาก [6433-4s]</title>
			<itunes:title>สุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นวิบาก [6433-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Aug 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/788ab2be-ad8c-467b-a186-ad8800e461d5/media.mp3" length="26821078" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">788ab2be-ad8c-467b-a186-ad8800e461d5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a43a</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a43a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUdWxaBsBoRUwYkScKvIlqQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>33</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a43a.jpg"/>
			<description><![CDATA[สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู อธิบายถึงผลของการปฏิบัติในทางคำสอน ที่จะได้รับผลเป็นความสุข เห็นผลประจักษ์ในปัจจุบัน และสามารถปฏิบัติให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็จะให้ผลที่ประณีตกว่า ดีกว่าได้ ซึ่งศีล สมาธิ ปัญญานั้น เป็นผลของการปฏิบัติ โดยอาศัยเหตุที่เราสร้างขึ้นตามลำดับ เป็นขบวนการปฏิบัติที่จะให้ผลเป็นขั้น ๆ ดังที่ปรากฏในพระสูตรนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู อธิบายถึงผลของการปฏิบัติในทางคำสอน ที่จะได้รับผลเป็นความสุข เห็นผลประจักษ์ในปัจจุบัน และสามารถปฏิบัติให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็จะให้ผลที่ประณีตกว่า ดีกว่าได้ ซึ่งศีล สมาธิ ปัญญานั้น เป็นผลของการปฏิบัติ โดยอาศัยเหตุที่เราสร้างขึ้นตามลำดับ เป็นขบวนการปฏิบัติที่จะให้ผลเป็นขั้น ๆ ดังที่ปรากฏในพระสูตรนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ถามมะม่วงตอบขนุนสำปะลอ [6432-4s]</title>
			<itunes:title>ถามมะม่วงตอบขนุนสำปะลอ [6432-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Aug 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/7908df02-5fa6-455a-84cb-ad8100ca006e/media.mp3" length="26844604" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7908df02-5fa6-455a-84cb-ad8100ca006e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a43b</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a43b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUYQ35NzuriACy6/DBI5Mi1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a43b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สามัญญผลสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ขณะประทับอยู่สวนมะม่วงของหมอชีวก ในตอนต้นพระเจ้าอชาตศัตรูได้เสด็จไปถามปัญหาเรื่องผลแห่งความเป็นสมณะจากพราหมณ์เจ้าลัทธิทั้ง 6 พราหมณ์เหล่านั้นได้ทูลอธิบายลัทธิของตนให้ทรงทราบ ซึ่งไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ หมอชีวกจึงได้ชักชวนพระเจ้าอชาตศัตรูไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาคทรงตรัสตอบและแสดงให้เห็นประจักษ์ว่าการบวชในพระพุทธศาสนามีผลดีมากกว่าอย่างไร</p><p>พระสูตรที่ 2 ว่าด้วยภูเขาเวปุลละ พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า สังสารวัฏมีระยะยาวนานจนภูเขาเวปุลละได้มีชื่อเรียกหลายอย่างและเคยเป็นภูเขาที่สูงมากใช้เวลาขึ้นลงเป็นเวลาหลายวัน แต่ทุกวันนี้ภูเขาเตี้ยมากสามารถขึ้นลงได้ในวันเดียว </p><p>พระสูตรที่ 3 ว่าด้วยภูเขาอิสิคิลิ หรือภูเขากลืนฤษี ทรงแสดงพระนามของพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่เคยมาตรัสรู้และอาศัยในภูเขานี้ และไม่ได้เสด็จกลับออกไป จำนวน 500 องค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สามัญญผลสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ขณะประทับอยู่สวนมะม่วงของหมอชีวก ในตอนต้นพระเจ้าอชาตศัตรูได้เสด็จไปถามปัญหาเรื่องผลแห่งความเป็นสมณะจากพราหมณ์เจ้าลัทธิทั้ง 6 พราหมณ์เหล่านั้นได้ทูลอธิบายลัทธิของตนให้ทรงทราบ ซึ่งไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ หมอชีวกจึงได้ชักชวนพระเจ้าอชาตศัตรูไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาคทรงตรัสตอบและแสดงให้เห็นประจักษ์ว่าการบวชในพระพุทธศาสนามีผลดีมากกว่าอย่างไร</p><p>พระสูตรที่ 2 ว่าด้วยภูเขาเวปุลละ พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า สังสารวัฏมีระยะยาวนานจนภูเขาเวปุลละได้มีชื่อเรียกหลายอย่างและเคยเป็นภูเขาที่สูงมากใช้เวลาขึ้นลงเป็นเวลาหลายวัน แต่ทุกวันนี้ภูเขาเตี้ยมากสามารถขึ้นลงได้ในวันเดียว </p><p>พระสูตรที่ 3 ว่าด้วยภูเขาอิสิคิลิ หรือภูเขากลืนฤษี ทรงแสดงพระนามของพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่เคยมาตรัสรู้และอาศัยในภูเขานี้ และไม่ได้เสด็จกลับออกไป จำนวน 500 องค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สุนักขัตตสูตร และฉวิโสธนสูตร 6431-4s</title>
			<itunes:title>สุนักขัตตสูตร และฉวิโสธนสูตร 6431-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Aug 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:04:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a578de61-3df3-4c32-b547-ad7a00b58e07/media.mp3" length="30924732" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a578de61-3df3-4c32-b547-ad7a00b58e07</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a43c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXRpcVOgZlAVXtY7hY26yuR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a43c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็น 2 พระสูตรที่นำมาเปรียบเทียบ เรื่องการพยากรณ์อรหัตตผลโดยชอบ การที่จะบรรลุคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถที่จะให้ผลเกิดขึ้นได้จากการปฏิบัติ ซึ่งผลนั้นสามารถตรวจสอบได้</p><p>พระสูตรแรก เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตร ทราบว่ามีภิกษุจำนวนมากมาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้พยากรณ์อรหัตตผลของตน จึงทูลถามว่า ภิกษุเหล่านั้นพยากรณ์ถูกต้องตามความเป็นจริง หรือตามที่ตนเข้าใจเองว่าได้บรรลุ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบ และทรงแสดงธรรมให้ฟัง</p><p>พระสูตรที่ 2 พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุ เพื่อให้รู้จักหลักการตรวจสอบการพยากรณ์อรหัตตผล เมื่อมีภิกษุพยากรณ์อรหัตตผลว่า จะเป็นจริงหรือไม่</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็น 2 พระสูตรที่นำมาเปรียบเทียบ เรื่องการพยากรณ์อรหัตตผลโดยชอบ การที่จะบรรลุคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถที่จะให้ผลเกิดขึ้นได้จากการปฏิบัติ ซึ่งผลนั้นสามารถตรวจสอบได้</p><p>พระสูตรแรก เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตร ทราบว่ามีภิกษุจำนวนมากมาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้พยากรณ์อรหัตตผลของตน จึงทูลถามว่า ภิกษุเหล่านั้นพยากรณ์ถูกต้องตามความเป็นจริง หรือตามที่ตนเข้าใจเองว่าได้บรรลุ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบ และทรงแสดงธรรมให้ฟัง</p><p>พระสูตรที่ 2 พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุ เพื่อให้รู้จักหลักการตรวจสอบการพยากรณ์อรหัตตผล เมื่อมีภิกษุพยากรณ์อรหัตตผลว่า จะเป็นจริงหรือไม่</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เสลสูตร และกินติสูตร [6430-4s]</title>
			<itunes:title>เสลสูตร และกินติสูตร [6430-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Jul 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:16</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/7881d1cf-159e-49a4-932a-ad7300a4ed94/media.mp3" length="25596679" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7881d1cf-159e-49a4-932a-ad7300a4ed94</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a43d</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a43d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUsLbWcYecc9bcLWsOoqZ8U]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>30</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a43d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสูตรแรก เป็นเรื่องราวของเสลพราหมณ์กับเกณิยชฏิล ที่เสลพราหมณ์ ได้ยินบทว่า “พุทโธ” จากเกณิยชฏิล เกิดความสนใจจึงได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้เห็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการตามมนต์ของพวกพราหมณ์ ได้สอบถามธัมม์ ได้ฟังธัมม์แล้วเกิดความเลื่อมใสขอบวชในวันนั้นเป็นพระภิกษุชื่อเสละพร้อมด้วยบริวาร ต่อมาได้บรรลุเป็นพระอรหันต์</p><p>พระสูตรที่ 2 ทรงแสดงแก่ภิกษุ ปรารภความคิดเห็นของภิกษุที่มีต่อพระองค์ และทรงอธิบายถึงวิธีการปฏิบัติที่เมื่อมีการขัดแย้งกันเกิดขึ้นในหมู่ภิกษุ ให้กำหนดเนื้อความให้ดี แล้วเข้าไปหาคนที่ว่าง่าย และทิฏฐิน้อยที่สุด ให้คิดว่าการลำบากจากการบอกเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วจึงบอกสอนชี้แจงอย่างมีเหตุผลโดยไม่ยกตนข่มผู้อื่น</p><p>ทั้ง 2 พระสูตร แสดงถึงความมหัศจรรย์ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ทั้งคนที่มีศรัทธาถือรูปเป็นประมาณ กรณีของเสลพราหมณ์ หรือเหล่าภิกษุที่ถือธรรมเป็นประมาณ ในกินติสูตร ที่เมื่อเราศึกษาทำความเข้าใจแล้วนำมาปฏิบัติ น้อมเข้าสู่ใจเราก็จะมีความศรัทธา มีปัญญาที่จะทำให้ถึงนิพพานได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสูตรแรก เป็นเรื่องราวของเสลพราหมณ์กับเกณิยชฏิล ที่เสลพราหมณ์ ได้ยินบทว่า “พุทโธ” จากเกณิยชฏิล เกิดความสนใจจึงได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้เห็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการตามมนต์ของพวกพราหมณ์ ได้สอบถามธัมม์ ได้ฟังธัมม์แล้วเกิดความเลื่อมใสขอบวชในวันนั้นเป็นพระภิกษุชื่อเสละพร้อมด้วยบริวาร ต่อมาได้บรรลุเป็นพระอรหันต์</p><p>พระสูตรที่ 2 ทรงแสดงแก่ภิกษุ ปรารภความคิดเห็นของภิกษุที่มีต่อพระองค์ และทรงอธิบายถึงวิธีการปฏิบัติที่เมื่อมีการขัดแย้งกันเกิดขึ้นในหมู่ภิกษุ ให้กำหนดเนื้อความให้ดี แล้วเข้าไปหาคนที่ว่าง่าย และทิฏฐิน้อยที่สุด ให้คิดว่าการลำบากจากการบอกเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วจึงบอกสอนชี้แจงอย่างมีเหตุผลโดยไม่ยกตนข่มผู้อื่น</p><p>ทั้ง 2 พระสูตร แสดงถึงความมหัศจรรย์ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ทั้งคนที่มีศรัทธาถือรูปเป็นประมาณ กรณีของเสลพราหมณ์ หรือเหล่าภิกษุที่ถือธรรมเป็นประมาณ ในกินติสูตร ที่เมื่อเราศึกษาทำความเข้าใจแล้วนำมาปฏิบัติ น้อมเข้าสู่ใจเราก็จะมีความศรัทธา มีปัญญาที่จะทำให้ถึงนิพพานได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และอนัตตลักขณสูตร 6429-4s</title>
			<itunes:title>ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และอนัตตลักขณสูตร 6429-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Jul 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/8a6fe476-bc51-4744-a039-ad6c00c7bce0/media.mp3" length="27068774" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8a6fe476-bc51-4744-a039-ad6c00c7bce0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a43e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVSdlBaV5Ilp9d/qW1bh9+O]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a43e.jpg"/>
			<description><![CDATA[เป็นเรื่องราวของการนำกงล้อ คือ จักรอันประกอบด้วยธรรมอันประเสริฐที่ให้หมุนไป คือ การแสดงธรรมจักกัปปวัตตนสูตรและอนัตตลักขณสูตร เป็น 2 พระสูตรแรก ที่พระพุทธเจ้าแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 มี ท่านโกณฑัญญะ เป็นหัวหน้า เพราะท่านเหล่านี้เป็นผู้มีธุลีในดวงตาแต่น้อย ซึ่งธัมมจักกัปปวัตตนสูตร มีเนื้อหารายละเอียดที่ได้กล่าวถึงเรื่องอริยสัจ 4 ที่เมื่อท่านแสดงจบลง ท่านโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน และได้ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร ที่เจาะลึกเรื่องของทุกข์ ทำให้ภิกษุทั้ง 5 ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ เป็น 2 พระสูตรที่มีความสำคัญมาก คนที่มีปัญญา มีความเพียร จะสามารถทำความเข้าใจได้ <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เป็นเรื่องราวของการนำกงล้อ คือ จักรอันประกอบด้วยธรรมอันประเสริฐที่ให้หมุนไป คือ การแสดงธรรมจักกัปปวัตตนสูตรและอนัตตลักขณสูตร เป็น 2 พระสูตรแรก ที่พระพุทธเจ้าแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 มี ท่านโกณฑัญญะ เป็นหัวหน้า เพราะท่านเหล่านี้เป็นผู้มีธุลีในดวงตาแต่น้อย ซึ่งธัมมจักกัปปวัตตนสูตร มีเนื้อหารายละเอียดที่ได้กล่าวถึงเรื่องอริยสัจ 4 ที่เมื่อท่านแสดงจบลง ท่านโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน และได้ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร ที่เจาะลึกเรื่องของทุกข์ ทำให้ภิกษุทั้ง 5 ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ เป็น 2 พระสูตรที่มีความสำคัญมาก คนที่มีปัญญา มีความเพียร จะสามารถทำความเข้าใจได้ <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อัสสลายนสูตร 6428-4s</title>
			<itunes:title>อัสสลายนสูตร 6428-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Jul 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/2fb39d85-78ca-4ae8-964d-ad6500ab2be8/media.mp3" length="26716882" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2fb39d85-78ca-4ae8-964d-ad6500ab2be8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a43f</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a43f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXDTB9d1YW1D9JFYz/zDxgG]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>28</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a43f.jpg"/>
			<description><![CDATA[เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ชื่อ อัสสลายนมาณพ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ จบไตรเพท เป็นผู้ที่พราหมณ์ทั้งหลายยกย่อง จึงได้ชักชวนมาณพให้ไปเจรจาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้า เนื่องจากพวกพราหมณ์ไม่พอใจในคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงบัญญัติความบริสุทธิ์ที่ทั่วไปแก่วรรณะ 4 เพราะพวกพราหมณ์เชื่อว่า วรรณะพราหมณ์ประเสริฐที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสอธิบายเรื่องวรรณะ 4 จำพวก ที่ไม่ว่าจะวรรณะไหนก็สามารถที่จะทำดี หรือทำไม่ดีได้ และเรื่องของปัญญา ความรู้ คุณธรรม ที่ถ้าคุณธรรมดี ก็จะดีกว่าปัญญา ความรู้ หรือชาติกำเนิดโดยทรงซักถามให้ยอมรับในประเด็นต่าง ๆ และได้ทรงยกเรื่องในอดีต ที่ฤาษี 7 ตนมีความเห็นเช่นนี้ ก็ถูกอสิตเทวลฤาษีซักไซ้ไล่เลียงตอบไม่ได้ ได้แต่นั่งนิ่ง เก้อเขิน คอตก ซบเซา หมดปฏิภาณ เช่นกัน ในที่สุด อัสสลายนมาณพได้กราบทูลยกย่องพระผู้มีพระภาคและแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ชื่อ อัสสลายนมาณพ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ จบไตรเพท เป็นผู้ที่พราหมณ์ทั้งหลายยกย่อง จึงได้ชักชวนมาณพให้ไปเจรจาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้า เนื่องจากพวกพราหมณ์ไม่พอใจในคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงบัญญัติความบริสุทธิ์ที่ทั่วไปแก่วรรณะ 4 เพราะพวกพราหมณ์เชื่อว่า วรรณะพราหมณ์ประเสริฐที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสอธิบายเรื่องวรรณะ 4 จำพวก ที่ไม่ว่าจะวรรณะไหนก็สามารถที่จะทำดี หรือทำไม่ดีได้ และเรื่องของปัญญา ความรู้ คุณธรรม ที่ถ้าคุณธรรมดี ก็จะดีกว่าปัญญา ความรู้ หรือชาติกำเนิดโดยทรงซักถามให้ยอมรับในประเด็นต่าง ๆ และได้ทรงยกเรื่องในอดีต ที่ฤาษี 7 ตนมีความเห็นเช่นนี้ ก็ถูกอสิตเทวลฤาษีซักไซ้ไล่เลียงตอบไม่ได้ ได้แต่นั่งนิ่ง เก้อเขิน คอตก ซบเซา หมดปฏิภาณ เช่นกัน ในที่สุด อัสสลายนมาณพได้กราบทูลยกย่องพระผู้มีพระภาคและแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โพธิราชกุมารสูตร [6427-4s]</title>
			<itunes:title>โพธิราชกุมารสูตร [6427-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Jul 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>47:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6b2ea5f2-ba3f-45e7-97b4-ad5e014c31dd/media.mp3" length="29821124" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6b2ea5f2-ba3f-45e7-97b4-ad5e014c31dd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a440</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a440</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnV43jR0nJfRjktfHXR31GOF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>27</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแก่โพธิราชกุมาร ขณะประทับอยู่ ณ เภสกฬาวัน ในงานสมโภชปราสาทชื่อ โกกนุท ที่มีลักษณะเหมือนดอกบัวลอยน้ำ แล้วทรงเล่าพระประวัติของพระองค์ตั้งแต่ตอนที่บำเพ็ญความเพียรจนถึงตรัสรู้ธรรม จนกระทั่งไปถึงการประกาศสอนศาสนา จนคนบรรลุตามได้ เป็นความน่าอัศจรรย์ ที่มีพระพุทธเจ้า มีคำสอน คือ ธรรม ที่ถ้าเมื่อใครปฏิบัติตามด้วยความเพียร 5 ประการ ก็จะทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ได้ โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี 7เดือน หรือแค่ 7วัน 7 คืน หรือสั่งสอนในเวลาเช้า บรรลุในเวลาเย็น สั่งสอนในเวลาเย็น บรรลุในเวลาเช้าได้ โพธิราชกุมารทูลสรรเสริญพระพุทธเจ้า และแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแก่โพธิราชกุมาร ขณะประทับอยู่ ณ เภสกฬาวัน ในงานสมโภชปราสาทชื่อ โกกนุท ที่มีลักษณะเหมือนดอกบัวลอยน้ำ แล้วทรงเล่าพระประวัติของพระองค์ตั้งแต่ตอนที่บำเพ็ญความเพียรจนถึงตรัสรู้ธรรม จนกระทั่งไปถึงการประกาศสอนศาสนา จนคนบรรลุตามได้ เป็นความน่าอัศจรรย์ ที่มีพระพุทธเจ้า มีคำสอน คือ ธรรม ที่ถ้าเมื่อใครปฏิบัติตามด้วยความเพียร 5 ประการ ก็จะทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ได้ โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี 7เดือน หรือแค่ 7วัน 7 คืน หรือสั่งสอนในเวลาเช้า บรรลุในเวลาเย็น สั่งสอนในเวลาเย็น บรรลุในเวลาเช้าได้ โพธิราชกุมารทูลสรรเสริญพระพุทธเจ้า และแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มฆเทวสูตร และฆฏิการสูตร 6426-4s</title>
			<itunes:title>มฆเทวสูตร และฆฏิการสูตร 6426-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a3b129c6-9987-4a97-b6a3-ad5700dded24/media.mp3" length="29004590" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a3b129c6-9987-4a97-b6a3-ad5700dded24</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a441</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWw+36hSFpiFPFWSVzzynP8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน ๆ </p><p>พระสูตรแรก เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูก รุ่นหลานได้นำไปปฏิบัติ และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้ที่ท่านเป็น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><p>พระสูตรที่ 2 เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นมานพชื่อ โชติปาล มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อ ฆฏิการ ที่ได้ชักชวนกันไปฟังธรรมในสมัยของพระพุทธเจ้ากัสสปะ เมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาลมานพได้ออกบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน ๆ </p><p>พระสูตรแรก เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูก รุ่นหลานได้นำไปปฏิบัติ และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้ที่ท่านเป็น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ อริยมรรคมีองค์ 8</p><p>พระสูตรที่ 2 เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นมานพชื่อ โชติปาล มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อ ฆฏิการ ที่ได้ชักชวนกันไปฟังธรรมในสมัยของพระพุทธเจ้ากัสสปะ เมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาลมานพได้ออกบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จูฬสกุลุทายิสูตร และอนุปทสูตร [6425-4s]</title>
			<itunes:title>จูฬสกุลุทายิสูตร และอนุปทสูตร [6425-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/508beef6-bcff-4396-a723-ad5000a9848e/media.mp3" length="28460627" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">508beef6-bcff-4396-a723-ad5000a9848e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a442</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a442</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUCRSlPtGoD4SMkrsPzrUpx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>25</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสูตรแรกเป็นเรื่องราวของปริพาชกที่ชื่อ สกุลุทายี ที่เมื่อฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใสขอพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ ตัดสินใจจะออกบวชแต่หมู่คณะของท่านได้ห้ามเอาไว้ ท่านจึงไม่ได้ออกบวช  มีเนื้อหาที่น่าสนใจ คือ ธรรมใดที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วทำให้สกุลุทายีเปลี่ยนแปลงความคิดจะออกบวชมาในคำสอนของพระพุทธเจ้าได้</p><p>พระสูตรที่ 2 เป็นเรื่องการบรรลุธรรมของท่านพระสารีบุตร ที่ท่านเป็นผู้ถึงวสี (ความชำนาญ) และถึงบารมี (ความสำเร็จ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสูตรแรกเป็นเรื่องราวของปริพาชกที่ชื่อ สกุลุทายี ที่เมื่อฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใสขอพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ ตัดสินใจจะออกบวชแต่หมู่คณะของท่านได้ห้ามเอาไว้ ท่านจึงไม่ได้ออกบวช  มีเนื้อหาที่น่าสนใจ คือ ธรรมใดที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วทำให้สกุลุทายีเปลี่ยนแปลงความคิดจะออกบวชมาในคำสอนของพระพุทธเจ้าได้</p><p>พระสูตรที่ 2 เป็นเรื่องการบรรลุธรรมของท่านพระสารีบุตร ที่ท่านเป็นผู้ถึงวสี (ความชำนาญ) และถึงบารมี (ความสำเร็จ)</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สมณมุณฑิกสูตร และโจทนาสูตร [6424-4s]</title>
			<itunes:title>สมณมุณฑิกสูตร และโจทนาสูตร [6424-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/0c62de7c-3060-44a2-a2a0-ad4900a75332/media.mp3" length="29373604" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0c62de7c-3060-44a2-a2a0-ad4900a75332</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a443</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a443</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnX8XqL0D8sBER5ar4MVH2AH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>24</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a443.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสูตรแรก ว่าด้วย ปริพาชกชื่ออุคคาหมานะ สมณมุณฑิกาบุตร เป็นเรื่องของนายช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะ ที่ฟังข้อธรรมจากปริพาชกแล้วไม่ได้ปักใจเชื่อ แต่ได้นำข้อธรรมที่สงสัยนั้นไปถามท่านผู้รู้ คือ พระพุทธเจ้า การนำคำถามไปสอบถามท่านผู้รู้ เป็นวิธีการที่จะทำให้เรามีความฉลาดขึ้น มีปัญญาเพิ่มขึ้น</p><p>พระสูตรที่ 2 ว่าด้วย คุณสมบัติของภิกษุผู้เป็นโจทก์ โดยพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าจะวางจิตอย่างไรเมื่อเราเป็นผู้โจทคนอื่น หรือเมื่อถูกคนอื่นโจทก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสูตรแรก ว่าด้วย ปริพาชกชื่ออุคคาหมานะ สมณมุณฑิกาบุตร เป็นเรื่องของนายช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะ ที่ฟังข้อธรรมจากปริพาชกแล้วไม่ได้ปักใจเชื่อ แต่ได้นำข้อธรรมที่สงสัยนั้นไปถามท่านผู้รู้ คือ พระพุทธเจ้า การนำคำถามไปสอบถามท่านผู้รู้ เป็นวิธีการที่จะทำให้เรามีความฉลาดขึ้น มีปัญญาเพิ่มขึ้น</p><p>พระสูตรที่ 2 ว่าด้วย คุณสมบัติของภิกษุผู้เป็นโจทก์ โดยพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าจะวางจิตอย่างไรเมื่อเราเป็นผู้โจทคนอื่น หรือเมื่อถูกคนอื่นโจทก์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเทศนาพระสารีบุตร 6423-4s</title>
			<itunes:title>ธรรมเทศนาพระสารีบุตร 6423-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/84218763-f5ac-402b-bbd5-ad4200a8f44d/media.mp3" length="28565548" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">84218763-f5ac-402b-bbd5-ad4200a8f44d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a444</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVsCoxsToJpcnSpCXLz2gvb]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a444.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เรื่องราวที่ท่านพระสารีบุตรได้เทศนาสั่งสอนไว้ในตอนนี้มี 4 พระสูตร </p><p>พระสูตรแรก ท่านพระสารีบุตรแสดงธรรมให้ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีฟัง ก่อนที่จะทำกาลกิริยาแล้วไปเกิดในหมู่เทพชั้นดุสิต</p><p>พระสูตรที่ 2 ว่าด้วยการจำแนกสัจจะ ที่ท่านพระสารีบุตรสามารถที่จะบอก แสดง บัญญัติ กำหนด เปิดเผย จำแนก ทำให้ง่ายซึ่งอริยสัจ 4 ได้โดยพิสดาร</p><p>พระสูตรที่ 3 ว่าด้วยพระสารีบุตรถูกโจทย์โดยภิกษุรูปหนึ่งด้วยคำไม่จริง ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การอุปมาอุปไมย 9 อย่าง เปรียบเทียบการวางจิตใจของเราเมื่อถูกโจทย์ด้วยคำไม่จริง</p><p>พระสูตรที่ 4 ว่าด้วยการจำแนกปฏิสัมภิทา 4 อย่าง </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เรื่องราวที่ท่านพระสารีบุตรได้เทศนาสั่งสอนไว้ในตอนนี้มี 4 พระสูตร </p><p>พระสูตรแรก ท่านพระสารีบุตรแสดงธรรมให้ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีฟัง ก่อนที่จะทำกาลกิริยาแล้วไปเกิดในหมู่เทพชั้นดุสิต</p><p>พระสูตรที่ 2 ว่าด้วยการจำแนกสัจจะ ที่ท่านพระสารีบุตรสามารถที่จะบอก แสดง บัญญัติ กำหนด เปิดเผย จำแนก ทำให้ง่ายซึ่งอริยสัจ 4 ได้โดยพิสดาร</p><p>พระสูตรที่ 3 ว่าด้วยพระสารีบุตรถูกโจทย์โดยภิกษุรูปหนึ่งด้วยคำไม่จริง ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การอุปมาอุปไมย 9 อย่าง เปรียบเทียบการวางจิตใจของเราเมื่อถูกโจทย์ด้วยคำไม่จริง</p><p>พระสูตรที่ 4 ว่าด้วยการจำแนกปฏิสัมภิทา 4 อย่าง </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธนัญชานิสูตร และสุสิมสูตร [6422-4s]</title>
			<itunes:title>ธนัญชานิสูตร และสุสิมสูตร [6422-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Jun 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:17</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/7f1d5838-8b02-4603-80b9-ad3b00a5c610/media.mp3" length="28013848" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7f1d5838-8b02-4603-80b9-ad3b00a5c610</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a445</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a445</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVTRZoXGn3KDbYFgvoyJAr2]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>22</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a445.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นพระสูตรว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชา และเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติ และแสดงธรรมให้ฟังโดยยกธรรมขึ้นมาให้เห็นว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุเงื่อนไขปัจจัยใดในการดำเนินชีวิตก็ตาม ผู้ประพฤติธรรม และประพฤติสม่ำเสมอย่อมประเสริฐกว่าผู้ประพฤติอธรรมและประพฤติไม่สม่ำเสมอ และในตอนจบธนัญชานิพราหมณ์ตายไป สถิตย์ในสวรรค์ชั้นพรหม</p><p>พระสูตรที่ 2 เป็นพระสูตรที่ท่านพระอานนท์ และสุสิมเทพบุตรกล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นพระสูตรว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชา และเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติ และแสดงธรรมให้ฟังโดยยกธรรมขึ้นมาให้เห็นว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุเงื่อนไขปัจจัยใดในการดำเนินชีวิตก็ตาม ผู้ประพฤติธรรม และประพฤติสม่ำเสมอย่อมประเสริฐกว่าผู้ประพฤติอธรรมและประพฤติไม่สม่ำเสมอ และในตอนจบธนัญชานิพราหมณ์ตายไป สถิตย์ในสวรรค์ชั้นพรหม</p><p>พระสูตรที่ 2 เป็นพระสูตรที่ท่านพระอานนท์ และสุสิมเทพบุตรกล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาหัตถิปโทปมสูตร 6421-4s</title>
			<itunes:title>มหาหัตถิปโทปมสูตร 6421-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 May 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/1d3f93ad-fa2d-4b37-86a2-ad34007d5d23/media.mp3" length="29493718" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1d3f93ad-fa2d-4b37-86a2-ad34007d5d23</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a446</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWijYx/FhwKZnCZ1sMA+zjs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a446.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสูตรอุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้างสูตรใหญ่ เป็นพระสูตรที่ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้าง</p><p>และมีพระสูตรเพิ่มเติม คือ โกฏฐิกสูตร และปัญหาปุจฉสูตร ว่าด้วยเรื่องสิ่งที่คิดปรุงแต่ง และเครื่องเกาะเกี่ยว อุปมาด้วยโคดำและโคขาวที่ผูกติดด้วยเชือกเส้นเดียวกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสูตรอุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้างสูตรใหญ่ เป็นพระสูตรที่ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้าง</p><p>และมีพระสูตรเพิ่มเติม คือ โกฏฐิกสูตร และปัญหาปุจฉสูตร ว่าด้วยเรื่องสิ่งที่คิดปรุงแต่ง และเครื่องเกาะเกี่ยว อุปมาด้วยโคดำและโคขาวที่ผูกติดด้วยเชือกเส้นเดียวกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมาทิฏฐิสูตร 6420-4s</title>
			<itunes:title>สัมมาทิฏฐิสูตร 6420-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 May 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>33:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5c61efd4-83cf-4605-9ab3-ad2d00cf2521/media.mp3" length="28161326" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5c61efd4-83cf-4605-9ab3-ad2d00cf2521</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a447</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXjXs+JQMWl1fbuBkcGfrxr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a447.jpg"/>
			<description><![CDATA[เป็นเรื่องราวที่ท่านพระสารีบุตรได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ โดยอธิบายไล่เรียงตามลำดับแต่ละอาการของปฏิจจสมุปบาท  ตามนัยยะของอริยสัจ 4 จุดที่น่าสนใจ คือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เป็นเรื่องราวที่ท่านพระสารีบุตรได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ โดยอธิบายไล่เรียงตามลำดับแต่ละอาการของปฏิจจสมุปบาท  ตามนัยยะของอริยสัจ 4 จุดที่น่าสนใจ คือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทสุตตรสูตร ตอนที่ 3 6419-4s</title>
			<itunes:title>ทสุตตรสูตร ตอนที่ 3 6419-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 May 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/c931ca0f-8451-4fef-a029-ad2600b18a23/media.mp3" length="26806567" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c931ca0f-8451-4fef-a029-ad2600b18a23</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a448</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnV9WXlZ54JbbJEBEzVZep2s]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a448.jpg"/>
			<description><![CDATA[ตอนจบของ series ในพระสูตรที่ว่าด้วยหมวดธรรม 10 ประการ ในตอนนี้เป็นหมวด ธรรม 9 ประการ และ หมวดธรรม 10 ประการ และเพิ่มเติมหมวดธรรม 6 ประการ ที่ขาดอยู่ (ตอนที่ 1) ในหมวดที่ 9 และ 10 นี้ มีข้อธรรมที่น่าสนใจ ให้ลองนำไปพิจารณา คือ ธรรมที่เป็นฝ่ายเจริญและฝ่ายเสื่อม ซึ่งว่าด้วยเหตุผูกอาฆาต และอุบายเป็นเครื่องกำจัดอาฆาต ซึ่งในธรรมทั้งหมด 10 ประการนี้ หากเราพิจารณาตามหัวข้อที่ท่านได้ไล่เรียงมา ความแตกฉานในธรรมของเราจะมีมาก ด้วยการพิจารณาใคร่ครวญ แยกหมวดหมู่ให้สามารถนำไปใช้งาน สามารถนำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะธรรมที่ควรละ ธรรมที่ควรทำให้เกิดขึ้น หรือธรรมที่มีอุปการะมาก ปฏิบัติตามแล้ว เราก็จะเป็นผู้ที่มีส่วนแห่งความเจริญ มีส่วนแห่งความรู้ยิ่ง รู้แจ้งเพิ่มขึ้นไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ตอนจบของ series ในพระสูตรที่ว่าด้วยหมวดธรรม 10 ประการ ในตอนนี้เป็นหมวด ธรรม 9 ประการ และ หมวดธรรม 10 ประการ และเพิ่มเติมหมวดธรรม 6 ประการ ที่ขาดอยู่ (ตอนที่ 1) ในหมวดที่ 9 และ 10 นี้ มีข้อธรรมที่น่าสนใจ ให้ลองนำไปพิจารณา คือ ธรรมที่เป็นฝ่ายเจริญและฝ่ายเสื่อม ซึ่งว่าด้วยเหตุผูกอาฆาต และอุบายเป็นเครื่องกำจัดอาฆาต ซึ่งในธรรมทั้งหมด 10 ประการนี้ หากเราพิจารณาตามหัวข้อที่ท่านได้ไล่เรียงมา ความแตกฉานในธรรมของเราจะมีมาก ด้วยการพิจารณาใคร่ครวญ แยกหมวดหมู่ให้สามารถนำไปใช้งาน สามารถนำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะธรรมที่ควรละ ธรรมที่ควรทำให้เกิดขึ้น หรือธรรมที่มีอุปการะมาก ปฏิบัติตามแล้ว เราก็จะเป็นผู้ที่มีส่วนแห่งความเจริญ มีส่วนแห่งความรู้ยิ่ง รู้แจ้งเพิ่มขึ้นไป<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทสุตตรสูตร ตอนที่ 2 6418-4s</title>
			<itunes:title>ทสุตตรสูตร ตอนที่ 2 6418-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 May 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>33:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/53d9c6de-ae55-4e72-9f63-ad1f00c5e183/media.mp3" length="26706091" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">53d9c6de-ae55-4e72-9f63-ad1f00c5e183</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a449</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVys0o0WJ+mHL2tvHRc2+jA]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a449.jpg"/>
			<description><![CDATA[ในตอนที่ 2 นี้ เป็นหัวข้อ ธรรม 7 ประการ และธรรม 8 ประการ ซึ่งมีส่วนที่เหมือนกันในสังคีติสูตร หรือบางข้อเป็นการขยายความมา เช่น ในธรรม 4 ข้อ ขยายออกมาได้ใน 8 ข้อเหล่านี้ ข้อที่น่าสังเกตุ คือ มีการจัดรวมหมวดหมู่ธรรมในอีกลักษณะหนึ่ง เป็นการเปรียบเทียบกันไป เช่น หัวข้อธรรมเป็นในฝ่ายเสื่อม จะตรงกันข้ามกับข้อธรรมที่เป็นฝ่ายคุณวิเศษ ส่วนหัวข้อธรรมที่แทงตลอดได้โดยยาก มีเนื้อหาที่ถ้าเราละได้แล้วจะดีขึ้นมา<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ในตอนที่ 2 นี้ เป็นหัวข้อ ธรรม 7 ประการ และธรรม 8 ประการ ซึ่งมีส่วนที่เหมือนกันในสังคีติสูตร หรือบางข้อเป็นการขยายความมา เช่น ในธรรม 4 ข้อ ขยายออกมาได้ใน 8 ข้อเหล่านี้ ข้อที่น่าสังเกตุ คือ มีการจัดรวมหมวดหมู่ธรรมในอีกลักษณะหนึ่ง เป็นการเปรียบเทียบกันไป เช่น หัวข้อธรรมเป็นในฝ่ายเสื่อม จะตรงกันข้ามกับข้อธรรมที่เป็นฝ่ายคุณวิเศษ ส่วนหัวข้อธรรมที่แทงตลอดได้โดยยาก มีเนื้อหาที่ถ้าเราละได้แล้วจะดีขึ้นมา<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทสุตตรสูตร ตอนที่ 1 6417-4s</title>
			<itunes:title>ทสุตตรสูตร ตอนที่ 1 6417-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Apr 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:26</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/aec5b344-c418-452d-aa85-ad1800ce4144/media.mp3" length="28565626" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">aec5b344-c418-452d-aa85-ad1800ce4144</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a44a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWezNip8koMm2Y0/0W1oqot]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a44a.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระสูตรว่าด้วยธรรม 1 ถึง 10 ประการ ที่ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่พระภิกษุ ขณะตามเสด็จพระผู้มีพระภาคไปพัก ณ ฝั่งสระโบกขรณีชื่อ คัคครา ใกล้กรุงจัมปา ประกอบด้วยหมวดธรรมตั้งขึ้นเป็นหลัก 10 หมวด ที่มีองค์ธรรม 1 ประการ ถึง 10 ประการเข้าประกอบ เริ่มตั้งแต่ข้อ 1 ธรรมที่มีอุปการะมาก จนถึงข้อ 10 ธรรมที่ควรทำให้แจ้ง รวมธรรมทั้งหมดเกินกว่า 100 ข้อ เป็นความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่งในการทำสังคายนา (ในที่นี้เป็น series มี 3 ตอน)<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระสูตรว่าด้วยธรรม 1 ถึง 10 ประการ ที่ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่พระภิกษุ ขณะตามเสด็จพระผู้มีพระภาคไปพัก ณ ฝั่งสระโบกขรณีชื่อ คัคครา ใกล้กรุงจัมปา ประกอบด้วยหมวดธรรมตั้งขึ้นเป็นหลัก 10 หมวด ที่มีองค์ธรรม 1 ประการ ถึง 10 ประการเข้าประกอบ เริ่มตั้งแต่ข้อ 1 ธรรมที่มีอุปการะมาก จนถึงข้อ 10 ธรรมที่ควรทำให้แจ้ง รวมธรรมทั้งหมดเกินกว่า 100 ข้อ เป็นความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่งในการทำสังคายนา (ในที่นี้เป็น series มี 3 ตอน)<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังคีติสูตร ตอนที่ 5 6416-4s</title>
			<itunes:title>สังคีติสูตร ตอนที่ 5 6416-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Apr 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/781eac7d-25e7-4236-92b0-ad1100c58fae/media.mp3" length="29077287" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">781eac7d-25e7-4236-92b0-ad1100c58fae</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a44b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUlaIFl0EO7K+FmUqmFgQ+g]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a44b.jpg"/>
			<description><![CDATA[เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ มีเรื่องราวเพิ่มเติมของหมวดที่ 8 หมวดที่ 9 และหมวดที่ 10 ในหมวด 9 มีเนื้อหาที่สำคัญ คือ เรื่องของการละความผูกอาฆาต เรื่องการเข้าฌานสมาธิทั้ง 9 ขั้น ส่วนหมวดที่ 10 เรื่องธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของพระอริยเจ้า ที่ตัดละองค์ 5 มีธรรมเป็นที่พึ่งอีก 4 ด้าน และรวบรวมหัวข้อต่าง ๆ ได้ 10 ประการ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ มีเรื่องราวเพิ่มเติมของหมวดที่ 8 หมวดที่ 9 และหมวดที่ 10 ในหมวด 9 มีเนื้อหาที่สำคัญ คือ เรื่องของการละความผูกอาฆาต เรื่องการเข้าฌานสมาธิทั้ง 9 ขั้น ส่วนหมวดที่ 10 เรื่องธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของพระอริยเจ้า ที่ตัดละองค์ 5 มีธรรมเป็นที่พึ่งอีก 4 ด้าน และรวบรวมหัวข้อต่าง ๆ ได้ 10 ประการ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังคีติสูตร ตอนที่ 4 6415-4s</title>
			<itunes:title>สังคีติสูตร ตอนที่ 4 6415-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Apr 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5c88447d-f90e-47cb-a1a5-ad06008fbad2/media.mp3" length="26885300" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5c88447d-f90e-47cb-a1a5-ad06008fbad2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a44c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUvlwPyyrTkVVSE+rGrT0YH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a44c.jpg"/>
			<description><![CDATA[หมวดที่ 7 และ หมวดที่ 8 มีเรื่องราวที่น่าสนใจ คือ เรื่องของโพชฌงค์ บริขารแห่งสมาธิ 7 ประการ ส่วนหมวด 8 เป็นเรื่องการทำความเพียร มรรค 8 เหตุที่ทำให้เกิดความเกียจคร้าน และความขยัน ธรรมทั้งหลายเหล่านี้พระพุทธเจ้าตรัสไว้โดยชอบแล้ว เราทำความเข้าใจให้สอดคล้องตรงกัน ไม่วิวาทกัน ไปในทางเดียวกัน จะเป็นประโยชน์ เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง รู้พร้อม นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[หมวดที่ 7 และ หมวดที่ 8 มีเรื่องราวที่น่าสนใจ คือ เรื่องของโพชฌงค์ บริขารแห่งสมาธิ 7 ประการ ส่วนหมวด 8 เป็นเรื่องการทำความเพียร มรรค 8 เหตุที่ทำให้เกิดความเกียจคร้าน และความขยัน ธรรมทั้งหลายเหล่านี้พระพุทธเจ้าตรัสไว้โดยชอบแล้ว เราทำความเข้าใจให้สอดคล้องตรงกัน ไม่วิวาทกัน ไปในทางเดียวกัน จะเป็นประโยชน์ เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง รู้พร้อม นิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังคีติสูตร ตอนที่ 3 6414-4s</title>
			<itunes:title>สังคีติสูตร ตอนที่ 3 6414-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Apr 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>16:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/848f3513-510c-4713-ac38-ad0300d5493f/media.mp3" length="29189183" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">848f3513-510c-4713-ac38-ad0300d5493f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a44d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXMX9x+5bOdYztYsb4SgJxL]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a44d.jpg"/>
			<description><![CDATA[หมวดที่ 5 และหมวดที่ 6 มีเรื่องราวที่น่าสนใจในหมวดนี้ คือ เรื่องการพิจารณา อนิจจสัญญา อนัตตสัญญา ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในหมวด 5 ตอนท้าย และในหมวดที่ 6 ที่กล่าวถึง ผัสสะ อายตนะต่าง ๆ ที่ละเอียดลึกซึ้ง และเรื่องสาราณียธรรม ธรรมที่เป็นเหตุให้ระลึกถึง เหตุแห่งการไม่วิวาทกัน ที่เมื่อฟังแล้วจะทำให้เกิดความรู้แตกฉาน เกิดเป็นสัมมาทิฏฐิขึ้นได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[หมวดที่ 5 และหมวดที่ 6 มีเรื่องราวที่น่าสนใจในหมวดนี้ คือ เรื่องการพิจารณา อนิจจสัญญา อนัตตสัญญา ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในหมวด 5 ตอนท้าย และในหมวดที่ 6 ที่กล่าวถึง ผัสสะ อายตนะต่าง ๆ ที่ละเอียดลึกซึ้ง และเรื่องสาราณียธรรม ธรรมที่เป็นเหตุให้ระลึกถึง เหตุแห่งการไม่วิวาทกัน ที่เมื่อฟังแล้วจะทำให้เกิดความรู้แตกฉาน เกิดเป็นสัมมาทิฏฐิขึ้นได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังคีติสูตร ตอนที่ 2 6413-4s</title>
			<itunes:title>สังคีติสูตร ตอนที่ 2 6413-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 31 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/9563ed80-0bfc-4048-8ea0-acfc00c9c6c2/media.mp3" length="27453222" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9563ed80-0bfc-4048-8ea0-acfc00c9c6c2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a44e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWNtq/JSlcrTSTJ98ypTwjh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a44e.jpg"/>
			<description><![CDATA[ตอนที่ 2 เป็นหมวดที่ 4 และหมวดที่ 5 ซึ่งเรื่องราวในส่วนนี้จะซ้ำกันกับในอังคุตรนิกายหมวดต่าง ๆ และด้วยปัญญาของท่านพระสารีบุตร ท่านได้รวบรวมหัวข้อในบางจุดที่พระพุทธเจ้าตรัสแยกเป็นส่วน ๆ ให้เป็นหมวดหมู่ให้เกิดความเข้าใจได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ตอนที่ 2 เป็นหมวดที่ 4 และหมวดที่ 5 ซึ่งเรื่องราวในส่วนนี้จะซ้ำกันกับในอังคุตรนิกายหมวดต่าง ๆ และด้วยปัญญาของท่านพระสารีบุตร ท่านได้รวบรวมหัวข้อในบางจุดที่พระพุทธเจ้าตรัสแยกเป็นส่วน ๆ ให้เป็นหมวดหมู่ให้เกิดความเข้าใจได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังคีติสูตร ตอนที่ 1 6412-4s</title>
			<itunes:title>สังคีติสูตร ตอนที่ 1 6412-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/131a7e4a-6131-445f-8504-acf500c438b4/media.mp3" length="27901864" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">131a7e4a-6131-445f-8504-acf500c438b4</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a44f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVvohr24UE2y9Qo66wlTmi/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a44f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวของการทำสังคยานาครั้งแรกต่อหน้าพระพุทธเจ้า โดยท่านพระสารีบุตร ซึ่งเป็นต้นแบบของการทำสังคยานาพระธรรมวินัยในสมัยต่อมา ที่ท่านได้รวบรวมธรรมหลายหมวดไว้ด้วยกัน เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดี ประกาศไว้ดี เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ จึงเป็นหน้าที่ของภิกษุทั้งหลายจะพร้อมกันเอามากล่าวทบทวน ประกาศสวดขึ้นพร้อมกัน เพื่อให้พรหมจรรย์ตั้งอยู่ได้นาน และเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกสืบไป</p><p>ตอนนี้เป็นตอนที่ 1 เป็นเนื้อหาตั้งแต่ต้นถึงหมวดที่ 4 และสามารถติดตามรับฟังเนื้อหาพระสูตรที่เหลือตอนต่อไปใน episode ต่อ ๆ ไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวของการทำสังคยานาครั้งแรกต่อหน้าพระพุทธเจ้า โดยท่านพระสารีบุตร ซึ่งเป็นต้นแบบของการทำสังคยานาพระธรรมวินัยในสมัยต่อมา ที่ท่านได้รวบรวมธรรมหลายหมวดไว้ด้วยกัน เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดี ประกาศไว้ดี เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ จึงเป็นหน้าที่ของภิกษุทั้งหลายจะพร้อมกันเอามากล่าวทบทวน ประกาศสวดขึ้นพร้อมกัน เพื่อให้พรหมจรรย์ตั้งอยู่ได้นาน และเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกสืบไป</p><p>ตอนนี้เป็นตอนที่ 1 เป็นเนื้อหาตั้งแต่ต้นถึงหมวดที่ 4 และสามารถติดตามรับฟังเนื้อหาพระสูตรที่เหลือตอนต่อไปใน episode ต่อ ๆ ไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมปสาทนียสูตร 6411-4s</title>
			<itunes:title>สัมปสาทนียสูตร 6411-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:03:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/2cf45a70-41d9-46e6-a5c5-aced00e7aa6c/media.mp3" length="30398354" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2cf45a70-41d9-46e6-a5c5-aced00e7aa6c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a450</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWwuITCkDsYVcoWPzfffOsL]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a450.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระสูตรว่าด้วยการบันลือสีหนาถของพระสารีบุตร ที่ท่านพระสารีบุตร ประกาศสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าที่มีมากมายมหาศาล และแจกแจงธรรมบรรยายไว้ในนัยยะต่าง ๆ ว่าทรงแสดงธรรมเป็นสวาขาตะธรรม เรื่องการบัญญัติบุคคล เรื่องคำสอน ปฏิปทา ฌาณสมาธิ และปัญญา คำสอนต่าง ๆ มีรายละเอียดน่าอัศจรรย์ ลึกซึ้ง ไม่มีสมณะ หรือพราหมณ์อื่นที่จะมีความรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้มีพระภาคในทางพระสัมโพธิญาณฯ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระสูตรว่าด้วยการบันลือสีหนาถของพระสารีบุตร ที่ท่านพระสารีบุตร ประกาศสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าที่มีมากมายมหาศาล และแจกแจงธรรมบรรยายไว้ในนัยยะต่าง ๆ ว่าทรงแสดงธรรมเป็นสวาขาตะธรรม เรื่องการบัญญัติบุคคล เรื่องคำสอน ปฏิปทา ฌาณสมาธิ และปัญญา คำสอนต่าง ๆ มีรายละเอียดน่าอัศจรรย์ ลึกซึ้ง ไม่มีสมณะ หรือพราหมณ์อื่นที่จะมีความรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้มีพระภาคในทางพระสัมโพธิญาณฯ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อัคคัญญสูตร [6410-4s]</title>
			<itunes:title>อัคคัญญสูตร [6410-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>5:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/0587d581-4d13-4409-86a3-ace700d925ab/media.mp3" length="28406122" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0587d581-4d13-4409-86a3-ace700d925ab</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a451</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a451</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXYtw/RNpED2HdqPFwjRNKy]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>10</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a451.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระสูตรว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ทรงแสดงแก่สามเณรชื่อ วาเสฏฐะ และภารทวาชะ เป็นตอนที่ทรงชี้แจงให้เข้าใจถึงความเป็นมาของวรรณะ 4 ที่พวกพราหมณ์เข้าใจเรื่องระบบวรรณะผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ไม่รู้เรื่องความเป็นมาของวรรณะตามความเป็นจริง และทรงแสดงการกำเนิด หรือวิวัฒนาการของโลก ตั้งแต่ตอนต้นแห่งวิวัฏฏกัปที่โลกก่อตัวขึ้นใหม่ จนมีมนุษย์เกิดขึ้น และวิวัฒนาการของระบบสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ และทรงสรุปเน้นย้ำในเรื่อง การประพฤติสุจริต ตรัสสอนให้เจริญโพธิปักขิยธรรม เป็นธรรมที่จะให้เกิดการบรรลุธรรม และหลุดพ้นได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระสูตรว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ทรงแสดงแก่สามเณรชื่อ วาเสฏฐะ และภารทวาชะ เป็นตอนที่ทรงชี้แจงให้เข้าใจถึงความเป็นมาของวรรณะ 4 ที่พวกพราหมณ์เข้าใจเรื่องระบบวรรณะผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ไม่รู้เรื่องความเป็นมาของวรรณะตามความเป็นจริง และทรงแสดงการกำเนิด หรือวิวัฒนาการของโลก ตั้งแต่ตอนต้นแห่งวิวัฏฏกัปที่โลกก่อตัวขึ้นใหม่ จนมีมนุษย์เกิดขึ้น และวิวัฒนาการของระบบสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ และทรงสรุปเน้นย้ำในเรื่อง การประพฤติสุจริต ตรัสสอนให้เจริญโพธิปักขิยธรรม เป็นธรรมที่จะให้เกิดการบรรลุธรรม และหลุดพ้นได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จักกวัตติสูตร [6409-4s]</title>
			<itunes:title>จักกวัตติสูตร [6409-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Mar 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:10:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/8f0686e8-871f-433e-979d-ace000d498e2/media.mp3" length="33662310" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8f0686e8-871f-433e-979d-ace000d498e2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a452</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a452</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVIbHLnPNkNClpd/AagAA2c]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>9</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a452.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุ ตรัสสอนให้ พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรม ทำให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ และให้ประพฤติธรรมอันเป็นโคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา (พระองค์เอง) บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางไม่ได้ และได้ตรัสอธิบายถึง การที่จะมาเป็น และความเสื่อมไปของพระเจ้าจักรพรรดิ เหตุความเสื่อมไปของอายุขัยของมนุษย์ถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่ 10 ปี จนกระทั่งถึงคราวที่มนุษย์กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง มีอายุมากขึ้นอีก มีพระพุทธเจ้า นามว่า เมตไตรย เสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมอย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุ ตรัสสอนให้ พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรม ทำให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ และให้ประพฤติธรรมอันเป็นโคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา (พระองค์เอง) บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางไม่ได้ และได้ตรัสอธิบายถึง การที่จะมาเป็น และความเสื่อมไปของพระเจ้าจักรพรรดิ เหตุความเสื่อมไปของอายุขัยของมนุษย์ถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่ 10 ปี จนกระทั่งถึงคราวที่มนุษย์กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง มีอายุมากขึ้นอีก มีพระพุทธเจ้า นามว่า เมตไตรย เสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมอย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปาฎิกสูตร ตอนที่ 2 6408-4s</title>
			<itunes:title>ปาฎิกสูตร ตอนที่ 2 6408-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Feb 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/51bbbd48-c790-4693-a6bf-acd800deac22/media.mp3" length="28909452" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">51bbbd48-c790-4693-a6bf-acd800deac22</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a453</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWShMy9iUtiUWOXGZOfmCNt]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a453.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ เป็นตอนที่ปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชน ในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณ แต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้</p><p>เนื้อหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เรื่องกำเนิดของโลก ที่ไม่ได้เกิดจากพรหม หรือพระพุทธเจ้าเป็นผู้สร้าง ที่ถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ เป็นตอนที่ปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชน ในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณ แต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้</p><p>เนื้อหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เรื่องกำเนิดของโลก ที่ไม่ได้เกิดจากพรหม หรือพระพุทธเจ้าเป็นผู้สร้าง ที่ถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้นั่นเอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปาฏิกสูตร ตอนที่ 1 6407-4s</title>
			<itunes:title>ปาฏิกสูตร ตอนที่ 1 6407-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Feb 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:10</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a7ea2d06-d34f-4e5b-9693-acd200dfb7e9/media.mp3" length="27957670" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a7ea2d06-d34f-4e5b-9693-acd200dfb7e9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a454</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVg4JOZ/XNJt0Lgku8rKNWM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a454.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสูตรว่าด้วยนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร ซึ่งเป็นนักบวชเปลือย 1 ใน 3 คน ที่ปรากฏในพระสูตรนี้เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ทรงปรารภคำทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งในตอนท้ายของพระสูตรได้ทรงตรัสเล่าเรื่องทฤษฏีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก</p><p>ในตอนนี้ เป็นตอนที่พระพุทธเจ้า ตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสูตรว่าด้วยนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร ซึ่งเป็นนักบวชเปลือย 1 ใน 3 คน ที่ปรากฏในพระสูตรนี้เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ทรงปรารภคำทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งในตอนท้ายของพระสูตรได้ทรงตรัสเล่าเรื่องทฤษฏีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก</p><p>ในตอนนี้ เป็นตอนที่พระพุทธเจ้า ตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จูฬสัจจกสูตร และจูฬวัจฉโคตตสูตร 6406-4s</title>
			<itunes:title>จูฬสัจจกสูตร และจูฬวัจฉโคตตสูตร 6406-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Feb 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:16</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/0cc7681a-78bf-4bef-ac60-accb00da97b1/media.mp3" length="26086190" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">0cc7681a-78bf-4bef-ac60-accb00da97b1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a455</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW8WIdNG6JGj+4gA8VnLyJ1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a455.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสูตรแรก เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาธรรมแบบถาม-ตอบเชิงโต้วาทะประคารม มีอุปมาอุปไมยประกอบ ด้วยลักษณะคำถามที่ชงแต่งมาเรียบร้อยแล้ว โดย สัจจกนิครนถ์หาข้อมูลจากพระอัสสชิ ถามว่า พระสมณโคดมแนะนำสาวกว่าอย่างไร และคำสอนส่วนใหญ่ว่าด้วยเรื่องอะไร ได้คำตอบแล้วรู้ถึงหลักการ คือ ความไม่เที่ยงของขันธ์ 5 จึงนำเรื่องนี้มาโต้วาทะกับพระองค์ </p><p>พระสูตรที่ 2 พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ ปริพาชกที่นามสกุล วัจฉะ โต้เถียงในเรื่องความเป็นสัพพัญญูของพระองค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสูตรแรก เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาธรรมแบบถาม-ตอบเชิงโต้วาทะประคารม มีอุปมาอุปไมยประกอบ ด้วยลักษณะคำถามที่ชงแต่งมาเรียบร้อยแล้ว โดย สัจจกนิครนถ์หาข้อมูลจากพระอัสสชิ ถามว่า พระสมณโคดมแนะนำสาวกว่าอย่างไร และคำสอนส่วนใหญ่ว่าด้วยเรื่องอะไร ได้คำตอบแล้วรู้ถึงหลักการ คือ ความไม่เที่ยงของขันธ์ 5 จึงนำเรื่องนี้มาโต้วาทะกับพระองค์ </p><p>พระสูตรที่ 2 พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ ปริพาชกที่นามสกุล วัจฉะ โต้เถียงในเรื่องความเป็นสัพพัญญูของพระองค์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาสัจจกสูตร 6405-4s</title>
			<itunes:title>มหาสัจจกสูตร 6405-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Feb 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:04:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/de590a68-c1ee-4d17-a9bc-acc400ceeba2/media.mp3" length="31125707" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">de590a68-c1ee-4d17-a9bc-acc400ceeba2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a456</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWqwYxPKG8WMCOsAYExM4/F]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a456.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาแบบถาม-ตอบ ในเรื่องของกายภาวนา และจิตตภาวนา ซึ่งนิครนถ์มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า กายภาวนานั้น หมายถึง การทำทุกรกิริยา และไม่เข้าใจเรื่องจิตตภาวนา จึงทรงอธิบายการเจริญภาวนาทั้ง 2 อย่าง ที่ถ้าเราทำได้แล้ว จะอยู่เหนือสุขและทุกข์ได้ แต่สัจจกนิครนถ์ ที่มีความสงสัยไม่ลงใจ พยายามที่จะคิดโต้แย้ง และกล่าวกระทบกระเทียบพระองค์ จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนบำเพ็ญสมาบัติ ในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส แม้ได้สุขของสมาธิขั้นลึกซึ้ง แต่ก็ไม่เผลอเพลินไปตามสุขเวทนานั้น และเมื่อทำทุกรกิริยา ได้รับทุกขเวทนาอันหนักหน่วง ทุกขเวทนานั้นก็ไม่อาจครอบงำจิตของพระองค์ได้ ทำให้สัจจกนิครนถ์มีความศรัทธา กล่าวสรรเสริญพระองค์ ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้พระภาค<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาแบบถาม-ตอบ ในเรื่องของกายภาวนา และจิตตภาวนา ซึ่งนิครนถ์มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า กายภาวนานั้น หมายถึง การทำทุกรกิริยา และไม่เข้าใจเรื่องจิตตภาวนา จึงทรงอธิบายการเจริญภาวนาทั้ง 2 อย่าง ที่ถ้าเราทำได้แล้ว จะอยู่เหนือสุขและทุกข์ได้ แต่สัจจกนิครนถ์ ที่มีความสงสัยไม่ลงใจ พยายามที่จะคิดโต้แย้ง และกล่าวกระทบกระเทียบพระองค์ จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนบำเพ็ญสมาบัติ ในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส แม้ได้สุขของสมาธิขั้นลึกซึ้ง แต่ก็ไม่เผลอเพลินไปตามสุขเวทนานั้น และเมื่อทำทุกรกิริยา ได้รับทุกขเวทนาอันหนักหน่วง ทุกขเวทนานั้นก็ไม่อาจครอบงำจิตของพระองค์ได้ ทำให้สัจจกนิครนถ์มีความศรัทธา กล่าวสรรเสริญพระองค์ ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้พระภาค<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พรหมชาลสูตร ตอนที่ 3 [6404-4s]</title>
			<itunes:title>พรหมชาลสูตร ตอนที่ 3 [6404-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Jan 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/d50d15ab-b961-49b9-bdd4-acbd00c6c658/media.mp3" length="27214096" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d50d15ab-b961-49b9-bdd4-acbd00c6c658</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a457</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a457</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWA+s8Ml8Yb0joBn/GXQfiq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>4</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a457.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ตอนที่ 3 พระสูตรนี้นอกจากชื่อ พรหมชาลสูตร (ข่ายแห่งพระสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ) ยังมีชื่ออื่นอีก 4 ชื่อ คือ อัตถชาลสูตร (ข่ายแห่งประโยชน์) ธัมมชาลสูตร (ข่ายแห่งธรรม) ทิฏฐิชาลสูตร (ข่ายแห่งทิฏฐิ) และสังคามวิชยสูตร (ตำราพิชัยสงคราม) ที่ผู้ฟังสูตรนี้จบแล้ว จะสามารถพิชิต เทวปุตตมาร ขันธมาร มัจจุมาร หรือกิเลสมารได้ </p><p>พระผู้มีพระภาคทรงสรุปไว้ว่า ทิฏฐิเหล่านี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่ใช่ทางให้พ้นทุกข์ได้เลย แต่กลับทำให้ผู้ที่เชื่อถือ เพราะไม่รู้ตามความเป็นจริงถูกลัทธิเหล่านี้ ซึ่งเป็นดุจตาข่ายครอบคลุมเอาไว้ต้องประสบทุกข์ เปรียบเหมือนปลาที่ถูกแหครอบคลุมไว้ติดอยู่ในแหนี้ เมื่อผุดขึ้นก็ผุดอยู่ในแหนี้ มิอาจหลุดพ้นไปได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ตอนที่ 3 พระสูตรนี้นอกจากชื่อ พรหมชาลสูตร (ข่ายแห่งพระสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ) ยังมีชื่ออื่นอีก 4 ชื่อ คือ อัตถชาลสูตร (ข่ายแห่งประโยชน์) ธัมมชาลสูตร (ข่ายแห่งธรรม) ทิฏฐิชาลสูตร (ข่ายแห่งทิฏฐิ) และสังคามวิชยสูตร (ตำราพิชัยสงคราม) ที่ผู้ฟังสูตรนี้จบแล้ว จะสามารถพิชิต เทวปุตตมาร ขันธมาร มัจจุมาร หรือกิเลสมารได้ </p><p>พระผู้มีพระภาคทรงสรุปไว้ว่า ทิฏฐิเหล่านี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่ใช่ทางให้พ้นทุกข์ได้เลย แต่กลับทำให้ผู้ที่เชื่อถือ เพราะไม่รู้ตามความเป็นจริงถูกลัทธิเหล่านี้ ซึ่งเป็นดุจตาข่ายครอบคลุมเอาไว้ต้องประสบทุกข์ เปรียบเหมือนปลาที่ถูกแหครอบคลุมไว้ติดอยู่ในแหนี้ เมื่อผุดขึ้นก็ผุดอยู่ในแหนี้ มิอาจหลุดพ้นไปได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พรหมชาลสูตร ตอนที่ 2 [6403-4s]</title>
			<itunes:title>พรหมชาลสูตร ตอนที่ 2 [6403-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Jan 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e3d5716b-0991-43dd-98cb-acb600cffd7d/media.mp3" length="27206345" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e3d5716b-0991-43dd-98cb-acb600cffd7d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a458</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a458</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVD0y8ws8gDIMIEhmXQcDXD]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>3</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a458.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พรหมชาลสูตร หรือ ตำราพิชัยสงครามอันยอดเยี่ยม ที่พระผู้มีพระภาคตรัสแจกแจงทิฏฐิทั้ง 62 ไว้ดังนี้ว่า มีสมณพราหมณ์บางพวกประกาศวาทะแสดงลัทธิโดยปรารภขันธ์ส่วนอดีตซึ่งเรียกว่า ปุพพันตกัปปิกวาทะ มี 18 ลัทธิ และปรารภขันธ์ส่วนอนาคตและปัจจุบันซึ่งเรียกว่า อปรันตกัปปิกวาทะ อีก 44 ลัทธิ</p><p>ซึ่งในตอนที่ 2 นี้เป็นความเห็นที่กำหนดขันธ์ส่วนอนาคต และได้ทรงตรัสสรุปท้ายพระสูตรว่า พระองค์ทรงรู้แจ้งมูลเหตุแห่งทิฏฐิเหล่านี้ และทรงรู้ด้วยว่าผู้ที่ยึดถือทิฏฐิเหล่านี้มีคติและภพเบื้องหน้าเป็นอย่างไร พระองค์จึงไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น เมื่อไม่ทรงยึดมั่นถือมั่นจึงทรงรู้แจ้งความเกิด ความดับ คุณ โทษแห่งเวทนา และอุบายวิธีที่ทำให้สลัดเวทนาออกไปได้ พระองค์จึงทรงหลุดพ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พรหมชาลสูตร หรือ ตำราพิชัยสงครามอันยอดเยี่ยม ที่พระผู้มีพระภาคตรัสแจกแจงทิฏฐิทั้ง 62 ไว้ดังนี้ว่า มีสมณพราหมณ์บางพวกประกาศวาทะแสดงลัทธิโดยปรารภขันธ์ส่วนอดีตซึ่งเรียกว่า ปุพพันตกัปปิกวาทะ มี 18 ลัทธิ และปรารภขันธ์ส่วนอนาคตและปัจจุบันซึ่งเรียกว่า อปรันตกัปปิกวาทะ อีก 44 ลัทธิ</p><p>ซึ่งในตอนที่ 2 นี้เป็นความเห็นที่กำหนดขันธ์ส่วนอนาคต และได้ทรงตรัสสรุปท้ายพระสูตรว่า พระองค์ทรงรู้แจ้งมูลเหตุแห่งทิฏฐิเหล่านี้ และทรงรู้ด้วยว่าผู้ที่ยึดถือทิฏฐิเหล่านี้มีคติและภพเบื้องหน้าเป็นอย่างไร พระองค์จึงไม่ทรงยึดมั่นถือมั่น เมื่อไม่ทรงยึดมั่นถือมั่นจึงทรงรู้แจ้งความเกิด ความดับ คุณ โทษแห่งเวทนา และอุบายวิธีที่ทำให้สลัดเวทนาออกไปได้ พระองค์จึงทรงหลุดพ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พรหมชาลสูตร ตอนที่ 1 [6402-4s]</title>
			<itunes:title>พรหมชาลสูตร ตอนที่ 1 [6402-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Jan 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:48</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f085bc84-a693-4fb9-b592-acaf00c4b20d/media.mp3" length="27782057" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f085bc84-a693-4fb9-b592-acaf00c4b20d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a459</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a459</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVjgpDM3FiwUCw1m9Z7a7gu]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>64</itunes:season>
			<itunes:episode>2</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a459.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุ ขณะทรงพักแรม ณ พระตำหนักหลวงในพระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา โดยทรงปรารภคำติเตียนพระรัตนตรัยของปริพาชกชื่อสุปปิยะ และคำสรรเสริญพระรัตนตรัยของพรหมทัตตมาณพผู้เป็นศิษย์ ซึ่งมีถ้อยคำขัดแย้งกัน และกล่าวถึงปัญญาอันประเสริฐของพระองค์ จากนั้นทรงแสดงในเรื่องทิฏฐิไว้ 62 ทิฏฐิ ซึ่งครอบคลุมทิฏฐิ หรือลัทธิทั้งหมดที่แพร่หลายอยู่ในสมัยนั้น ทรงถือว่า ลัทธิเหล่านั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ</p><p>ตอนที่ 1 เป็นความเห็นกำหนดขันธ์ส่วนอดีต และขันธ์ที่เป็นส่วนอนาคตบางส่วน ซึ่งพระผู้มีพระภาคตรัสถึงสาเหตุที่คนทั้งหลายกล่าวสรรเสริญพระองค์ ทรงงดเว้นจากข้อห้ามในศีลทั้ง 3 ชั้น และทรงเป็นพระสัพพัญญุตญาณ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุ ขณะทรงพักแรม ณ พระตำหนักหลวงในพระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา โดยทรงปรารภคำติเตียนพระรัตนตรัยของปริพาชกชื่อสุปปิยะ และคำสรรเสริญพระรัตนตรัยของพรหมทัตตมาณพผู้เป็นศิษย์ ซึ่งมีถ้อยคำขัดแย้งกัน และกล่าวถึงปัญญาอันประเสริฐของพระองค์ จากนั้นทรงแสดงในเรื่องทิฏฐิไว้ 62 ทิฏฐิ ซึ่งครอบคลุมทิฏฐิ หรือลัทธิทั้งหมดที่แพร่หลายอยู่ในสมัยนั้น ทรงถือว่า ลัทธิเหล่านั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ</p><p>ตอนที่ 1 เป็นความเห็นกำหนดขันธ์ส่วนอดีต และขันธ์ที่เป็นส่วนอนาคตบางส่วน ซึ่งพระผู้มีพระภาคตรัสถึงสาเหตุที่คนทั้งหลายกล่าวสรรเสริญพระองค์ ทรงงดเว้นจากข้อห้ามในศีลทั้ง 3 ชั้น และทรงเป็นพระสัพพัญญุตญาณ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทีฆนขสูตร ปัญญาพระสารีบุตร 6401-4s</title>
			<itunes:title>ทีฆนขสูตร ปัญญาพระสารีบุตร 6401-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Jan 2021 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6053a58c-e4a3-480d-8f9a-aca8014bc54d/media.mp3" length="27261989" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6053a58c-e4a3-480d-8f9a-aca8014bc54d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a45a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVVgKr0SkJ3+rg67ur44uFH]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a45a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ฑีฆนขสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ฑีฆนขปริพาชก ซึ่งเป็นหลานของท่านพระสารีบุตร ได้ทรงอธิบายเกี่ยวกับความเห็นของเขาและของสมณพราหมณ์ที่มีอยู่ 3 จำพวก ที่มีความเห็นแตกต่างกัน ทำให้เกิดการทุ่มเถียงกัน ทำลายกัน และ เรื่องของเวทนา ที่มีการเกิดขึ้น ดับไป มีเหตุมีเงื่อนไขปัจจัยของมัน แล้วตรัสชี้โทษของการยึดถือและคุณของการปล่อยวาง ผลคือ ฑีฆนขปริพาชกได้เป็นพระโสดาบัน ส่วนท่านพระสารีบุตร ถวายงานพัดในที่นั้น ได้เป็นพระอรหันต์</p><p>อนุปทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ฑีฆนขสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ฑีฆนขปริพาชก ซึ่งเป็นหลานของท่านพระสารีบุตร ได้ทรงอธิบายเกี่ยวกับความเห็นของเขาและของสมณพราหมณ์ที่มีอยู่ 3 จำพวก ที่มีความเห็นแตกต่างกัน ทำให้เกิดการทุ่มเถียงกัน ทำลายกัน และ เรื่องของเวทนา ที่มีการเกิดขึ้น ดับไป มีเหตุมีเงื่อนไขปัจจัยของมัน แล้วตรัสชี้โทษของการยึดถือและคุณของการปล่อยวาง ผลคือ ฑีฆนขปริพาชกได้เป็นพระโสดาบัน ส่วนท่านพระสารีบุตร ถวายงานพัดในที่นั้น ได้เป็นพระอรหันต์</p><p>อนุปทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สตานุสารีวิญฺญาณํ วิญญาณอันแล่นไปตามความระลึก</title>
			<itunes:title>สตานุสารีวิญฺญาณํ วิญญาณอันแล่นไปตามความระลึก</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:18:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/b16ee6e3-afcf-4d27-8802-aca100c8d357/media.mp3" length="41192896" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b16ee6e3-afcf-4d27-8802-aca100c8d357</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a45b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXxOBuBdwU+aygDKbHYroJ1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a45b.jpg"/>
			<description><![CDATA[พุทธประวัติที่เป็นเหตุการณ์สำคัญ 2 ครั้งที่เปลี่ยนแปลงในชีวิตของพระพุทธเจ้า คือ ในส่วนที่เป็นการออกบวช ท่านระลึกได้ว่าการเป็นเจ้าชายขึ้นครองราชย์ ไม่น่าจะเป็นทางที่ประสบความสำเร็จ เพราะความสุขความสำเร็จ จะได้มาโดยง่าย สบาย ๆ ไม่มี ความสุขความสำเร็จ ต้องได้มาด้วยความยากลำบาก และ การเปลี่ยนจากการทำทุกรกิริยามาเป็นตามทางสายกลาง ท่านระลึกได้ว่า ตอนเป็นเด็กนั่งสมาธิที่ใต้ต้นหว้าจิตรวมเป็นอันเดียว สมาธินั้นน่าจะเป็นหนทางแห่งการตรัสรู้ ซึ่งตรงนี้ท่านเรียกว่า “สตานุสารีวิญญานัง” คือ วิญญาณอันแล่นไปตามความระลึก คือ รู้สึกขึ้นได้ว่า ทางที่กำลังไปอยู่นั้นไม่น่าจะถูก แต่ทางที่ถูกควรเป็นอีกทางหนึ่ง <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พุทธประวัติที่เป็นเหตุการณ์สำคัญ 2 ครั้งที่เปลี่ยนแปลงในชีวิตของพระพุทธเจ้า คือ ในส่วนที่เป็นการออกบวช ท่านระลึกได้ว่าการเป็นเจ้าชายขึ้นครองราชย์ ไม่น่าจะเป็นทางที่ประสบความสำเร็จ เพราะความสุขความสำเร็จ จะได้มาโดยง่าย สบาย ๆ ไม่มี ความสุขความสำเร็จ ต้องได้มาด้วยความยากลำบาก และ การเปลี่ยนจากการทำทุกรกิริยามาเป็นตามทางสายกลาง ท่านระลึกได้ว่า ตอนเป็นเด็กนั่งสมาธิที่ใต้ต้นหว้าจิตรวมเป็นอันเดียว สมาธินั้นน่าจะเป็นหนทางแห่งการตรัสรู้ ซึ่งตรงนี้ท่านเรียกว่า “สตานุสารีวิญญานัง” คือ วิญญาณอันแล่นไปตามความระลึก คือ รู้สึกขึ้นได้ว่า ทางที่กำลังไปอยู่นั้นไม่น่าจะถูก แต่ทางที่ถูกควรเป็นอีกทางหนึ่ง <hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จูฬวัจฉโคตตสูตร และมหาวัจฉโคตตสูตร 6352-4s</title>
			<itunes:title>จูฬวัจฉโคตตสูตร และมหาวัจฉโคตตสูตร 6352-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/734592c2-fe7f-41ae-9dd6-ac9700e8e721/media.mp3" length="27518194" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">734592c2-fe7f-41ae-9dd6-ac9700e8e721</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a45c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVkkJdc4jR7xYlZBUZJo9ue]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a45c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับปริพาชก ชื่อ วัจฉโคตร ทั้งสูตรเล็กและสูตรใหญ่ ที่ได้สอบถามเรื่องคำสอน เรื่องการปฏิบัติจากพระพุทธเจ้าแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงจิตใจตนเอง น้อมนำธรรมมาปฏิบัติ จนสามารถบรรลุธรรมขั้นสูงได้ </p><p>เนื้อหาพระสูตร ในจูฬวัจฉโคตตสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงวิชชา 3 เพื่อให้วัจฉโคตรปริพาชกรู้ว่า ลัทธิอื่นนอกจากพระพุทธศาสนาไม่มีใครเป็นสัพพัญญู ส่วนในมหาวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงจุดหมายของพระพุทธศาสนา หรือผลที่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจะได้รับ จนวัจฉโคตรปริพาชกตัดสินใจออกบวชในพระพุทธศาสนาได้บรรลุเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับปริพาชก ชื่อ วัจฉโคตร ทั้งสูตรเล็กและสูตรใหญ่ ที่ได้สอบถามเรื่องคำสอน เรื่องการปฏิบัติจากพระพุทธเจ้าแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงจิตใจตนเอง น้อมนำธรรมมาปฏิบัติ จนสามารถบรรลุธรรมขั้นสูงได้ </p><p>เนื้อหาพระสูตร ในจูฬวัจฉโคตตสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงวิชชา 3 เพื่อให้วัจฉโคตรปริพาชกรู้ว่า ลัทธิอื่นนอกจากพระพุทธศาสนาไม่มีใครเป็นสัพพัญญู ส่วนในมหาวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงจุดหมายของพระพุทธศาสนา หรือผลที่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจะได้รับ จนวัจฉโคตรปริพาชกตัดสินใจออกบวชในพระพุทธศาสนาได้บรรลุเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นฬกปานสูตร และปุตตะมังสะ 6351-4s</title>
			<itunes:title>นฬกปานสูตร และปุตตะมังสะ 6351-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/b44a4b01-de6e-4fe0-928a-ac930077b7ec/media.mp3" length="27421212" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b44a4b01-de6e-4fe0-928a-ac930077b7ec</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a45d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUEMzLl6yWe+TF7bIt7EJjJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a45d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ หมู่บ้านนฬกปานะ พระพุทธเจ้าได้ทรงพยากรณ์ถึงการบรรลุธรรมของเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จุดประสงค์เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังถึงบุคคลที่เขารู้จัก เคยร่วมพูดคุย คบหาสมาคม จะสามารถรู้ถึงศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญาของบุคคลต่าง ๆ เหล่านั้น ทำให้น้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้น ทำให้มีความอยู่อย่างผาสุกได้ </p><p>ในธรรมวินัยนี้ มีคุณวิเศษ มีสิ่งที่อัศจรรย์ใจ ให้กับบุคคลที่ประพฤติ ปฏิบัติตามไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ๆ ให้ได้รู้ซึ้งถึงข้างในจิตใจได้  และยังได้เพิ่มเติมเรื่องราว อาหาร 4 อย่าง และอุปมาที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ หมู่บ้านนฬกปานะ พระพุทธเจ้าได้ทรงพยากรณ์ถึงการบรรลุธรรมของเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จุดประสงค์เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังถึงบุคคลที่เขารู้จัก เคยร่วมพูดคุย คบหาสมาคม จะสามารถรู้ถึงศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญาของบุคคลต่าง ๆ เหล่านั้น ทำให้น้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้น ทำให้มีความอยู่อย่างผาสุกได้ </p><p>ในธรรมวินัยนี้ มีคุณวิเศษ มีสิ่งที่อัศจรรย์ใจ ให้กับบุคคลที่ประพฤติ ปฏิบัติตามไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ๆ ให้ได้รู้ซึ้งถึงข้างในจิตใจได้  และยังได้เพิ่มเติมเรื่องราว อาหาร 4 อย่าง และอุปมาที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ลฑุกิโกปมสูตร และจาตุมสูตร [6350-4s]</title>
			<itunes:title>ลฑุกิโกปมสูตร และจาตุมสูตร [6350-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:04:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/ddcfaae7-2a65-402c-984c-ac8c00e1541b/media.mp3" length="31189929" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ddcfaae7-2a65-402c-984c-ac8c00e1541b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a45e</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a45e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnU26vqwhHZi9BiJk0mtHmFy]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>63</itunes:season>
			<itunes:episode>50</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a45e.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p><strong>ลฑุกิโกปมสูตร พระสูตรว่าด้วยนางนกมูลไถ </strong>เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้อบรมพระอุทายี โดยพระอุทายีนั้นได้ระลึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า ในการที่ให้พ้นจากภัย พ้นจากความเดือดร้อนหลายอย่าง ซึ่งท่านได้ยกอุปมาเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่าง ระหว่างนางนกมูลไถกับช้างที่เจนสงคราม มีกำลังแตกต่างกัน หรือคหบดีที่ร่ำรวยกับยาจกเข็ญใจ เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า กำลังจิตของคนนั้น เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งถ้าอาศัยกำลังของบุคคล และ ความเพียรแล้วก็จะฝึกทำให้สำเร็จได้</p><br><p><strong>จาตุมสูตร</strong> เป็นพระสูตรว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านจาตุม ที่พระพุทธเจ้าอบรมตักเตือนกลุ่มภิกษุกลุ่มหนึ่ง ให้ข้อมูลไว้เปรียบเทียบกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p><strong>ลฑุกิโกปมสูตร พระสูตรว่าด้วยนางนกมูลไถ </strong>เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้อบรมพระอุทายี โดยพระอุทายีนั้นได้ระลึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า ในการที่ให้พ้นจากภัย พ้นจากความเดือดร้อนหลายอย่าง ซึ่งท่านได้ยกอุปมาเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่าง ระหว่างนางนกมูลไถกับช้างที่เจนสงคราม มีกำลังแตกต่างกัน หรือคหบดีที่ร่ำรวยกับยาจกเข็ญใจ เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า กำลังจิตของคนนั้น เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งถ้าอาศัยกำลังของบุคคล และ ความเพียรแล้วก็จะฝึกทำให้สำเร็จได้</p><br><p><strong>จาตุมสูตร</strong> เป็นพระสูตรว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านจาตุม ที่พระพุทธเจ้าอบรมตักเตือนกลุ่มภิกษุกลุ่มหนึ่ง ให้ข้อมูลไว้เปรียบเทียบกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มาลุงกยสูตร และทิฐิครั้งพุทธกาล 6349-4s</title>
			<itunes:title>มาลุงกยสูตร และทิฐิครั้งพุทธกาล 6349-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Dec 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/3ac1a192-cb30-4268-84b7-ac85014e58ff/media.mp3" length="28174191" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3ac1a192-cb30-4268-84b7-ac85014e58ff</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a45f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXUGDvXdC7YlHGKh/6/Clhs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a45f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>".. ปัญหาอะไรเล่าที่เราตอบ คือปัญหาที่ว่า ‘นี้คือทุกข์ นี้คือเหตุให้เกิดทุกข์ นี้คือความดับไม่เหลือของทุกข์ และนี้คือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์’ นี้เป็นปัญหาที่เราตอบ เพราะเหตุว่า..ปัญหาเหล่านั้น มีประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เป็นไปพร้อมเพื่อความหน่ายทุกข์ ความคลายกำหนัด ความดับ ความระงับ ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อมและนิพพาน เพราะเหตุนั้น เราจึงตอบปัญหาเหล่านั้น..”</p><p>สองพระสูตรที่เกี่ยวกับท่านพระมาลุงกยบุตร ที่พระพุทธเจ้าเทศน์โปรดไว้ โดยจูฬมาลุงกยสูตร เป็นเรื่องที่ท่านมีความเห็นเกี่ยวกับปัญหา 10 ประการ ซึ่งเป็นทิฏฐิที่พระพุทธเจ้าไม่ตอบไม่พยากรณ์ เพราะไม่ได้จะทำให้พ้นจากความทุกข์ได้ ส่วนในมหามาลุงกยสูตร เกี่ยวกับเครื่องร้อยรัดหรือสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 อย่างที่เป็นเครื่องยึดจิตของเราให้ติดอยู่ในภพ ฟังแล้วจะพอเข้าใจได้ถึงสังโยชน์ เหตุเกิดให้เกิดสังโยชน์ การที่จะละสังโยชน์และข้อปฏิบัติที่จะให้ถึงการละสังโยชน์นั้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>".. ปัญหาอะไรเล่าที่เราตอบ คือปัญหาที่ว่า ‘นี้คือทุกข์ นี้คือเหตุให้เกิดทุกข์ นี้คือความดับไม่เหลือของทุกข์ และนี้คือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์’ นี้เป็นปัญหาที่เราตอบ เพราะเหตุว่า..ปัญหาเหล่านั้น มีประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เป็นไปพร้อมเพื่อความหน่ายทุกข์ ความคลายกำหนัด ความดับ ความระงับ ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อมและนิพพาน เพราะเหตุนั้น เราจึงตอบปัญหาเหล่านั้น..”</p><p>สองพระสูตรที่เกี่ยวกับท่านพระมาลุงกยบุตร ที่พระพุทธเจ้าเทศน์โปรดไว้ โดยจูฬมาลุงกยสูตร เป็นเรื่องที่ท่านมีความเห็นเกี่ยวกับปัญหา 10 ประการ ซึ่งเป็นทิฏฐิที่พระพุทธเจ้าไม่ตอบไม่พยากรณ์ เพราะไม่ได้จะทำให้พ้นจากความทุกข์ได้ ส่วนในมหามาลุงกยสูตร เกี่ยวกับเครื่องร้อยรัดหรือสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 อย่างที่เป็นเครื่องยึดจิตของเราให้ติดอยู่ในภพ ฟังแล้วจะพอเข้าใจได้ถึงสังโยชน์ เหตุเกิดให้เกิดสังโยชน์ การที่จะละสังโยชน์และข้อปฏิบัติที่จะให้ถึงการละสังโยชน์นั้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร 6348-4s</title>
			<itunes:title>มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร 6348-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Nov 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/ecbcbe40-8124-4d61-a3af-ac7e0152a54c/media.mp3" length="26389970" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ecbcbe40-8124-4d61-a3af-ac7e0152a54c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a460</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVRJ9wJSfj311nMGUqCwYoN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a460.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ นำเสนอเรื่องราวของท่านพระราหุลในสองวาระที่พระพุทธเจ้าได้สอนท่านพระราหุล ในวัยที่ท่านเริ่มเป็นวัยรุ่นแล้ว แต่ยังเป็นสามเณรในมหาราหุโลวาทสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ให้พิจารณาธาตุทั้ง 5 ธาตุ 4 ดินน้ำไฟลม ว่าควรเห็นอย่างไร การเจริญพรหมวิหาร 4 และการเจริญอานาปานสติภาวนา ส่วนจูฬราหุโลวาทสูตรนั้น เป็นวาระที่พระราหุลมีอินทรีย์แก่กล้าแล้ว หลังจากบวชเป็นภิกษุ แต่ยังไม่ครบพรรษา จึงได้สอนถึงเรื่องความเป็นอนัตตา การเห็นตามความเป็นจริงในขันธ์ทั้ง 5 ในอายตนะทั้ง 6 และผัสสะต่าง ๆ ซึ่งในที่สุดท่านพระราหุลได้บรรลุเป็นพระอรหันต์หลังจากนั้นไม่นาน</p><p>อุปมาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องธาตุทั้ง 4 นี้ มีเรื่องประกอบที่ท่านพระสารีบุตรสอนเกี่ยวกับเรื่องอานาปานสติด้วย นอกจากนี้ในวันนี้ยังนำเสนอเกี่ยวกับปฏิจจสมุปบาทอีกสองสามเรื่องมาประกอบในฟังกันด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ นำเสนอเรื่องราวของท่านพระราหุลในสองวาระที่พระพุทธเจ้าได้สอนท่านพระราหุล ในวัยที่ท่านเริ่มเป็นวัยรุ่นแล้ว แต่ยังเป็นสามเณรในมหาราหุโลวาทสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ให้พิจารณาธาตุทั้ง 5 ธาตุ 4 ดินน้ำไฟลม ว่าควรเห็นอย่างไร การเจริญพรหมวิหาร 4 และการเจริญอานาปานสติภาวนา ส่วนจูฬราหุโลวาทสูตรนั้น เป็นวาระที่พระราหุลมีอินทรีย์แก่กล้าแล้ว หลังจากบวชเป็นภิกษุ แต่ยังไม่ครบพรรษา จึงได้สอนถึงเรื่องความเป็นอนัตตา การเห็นตามความเป็นจริงในขันธ์ทั้ง 5 ในอายตนะทั้ง 6 และผัสสะต่าง ๆ ซึ่งในที่สุดท่านพระราหุลได้บรรลุเป็นพระอรหันต์หลังจากนั้นไม่นาน</p><p>อุปมาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องธาตุทั้ง 4 นี้ มีเรื่องประกอบที่ท่านพระสารีบุตรสอนเกี่ยวกับเรื่องอานาปานสติด้วย นอกจากนี้ในวันนี้ยังนำเสนอเกี่ยวกับปฏิจจสมุปบาทอีกสองสามเรื่องมาประกอบในฟังกันด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาโคสิงคสาลสูตร และจูฬโคสิงคสาลสูตร 6347-4s</title>
			<itunes:title>มหาโคสิงคสาลสูตร และจูฬโคสิงคสาลสูตร 6347-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/d6d7225c-c660-406e-9b5f-ac7700cf2aaa/media.mp3" length="27310025" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d6d7225c-c660-406e-9b5f-ac7700cf2aaa</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a461</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWiGspJD3wKZj5Pbeq7zWI2]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a461.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เอพิโสดนี้นำเสนอมหาโคสิงคสาลวันสูตรที่พระเถระที่มีความสามารถไล่มาตั้งแต่พระสารีบุตร พระมหาโมคัลลานะ พระมหากัสสปะ จนถึงพระอานนท์ ได้ไปอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวัน เป็นคืนที่มีราตรีแจ่มกระจ่าง ดอกสาละบานสะพรั่ง บรรยากาศมีความรื่นรมย์ พระเถระหลายรูปจึงพูดคุยกันว่าควรอยู่ด้วยวิหารธรรมอย่างไร แล้วนำเรื่องราวไปเล่าให้พระพุทธเจ้าฟัง</p><p>ส่วนจูฬโคสิงคสาลสูตร เป็นเรื่องที่ป่าโคสิงคสาลวันเหมือนกัน แต่ในอีกวาระหนึ่งมีพระอนุรุทธ พระนันทิยะ และพระกิมิละ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมีความสามัคคี เพราะมีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งทางกายวาจาและใจ พยายามเก็บจิตของตนเอง แล้วทำตามวาระจิตของผู้อื่น “..พร้อมเพรียงกัน ชื่นบานต่อกัน ไม่วิวาทกัน ยังเป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่กันเป็นอยู่..”</p><p>“..เหล่าสาวกที่อาศัยในพื้นที่ใด ๆ แล้วปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พื้นที่นั้นสถานที่นั้นก็เป็นรมณียสถานขึ้นมาได้..”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เอพิโสดนี้นำเสนอมหาโคสิงคสาลวันสูตรที่พระเถระที่มีความสามารถไล่มาตั้งแต่พระสารีบุตร พระมหาโมคัลลานะ พระมหากัสสปะ จนถึงพระอานนท์ ได้ไปอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวัน เป็นคืนที่มีราตรีแจ่มกระจ่าง ดอกสาละบานสะพรั่ง บรรยากาศมีความรื่นรมย์ พระเถระหลายรูปจึงพูดคุยกันว่าควรอยู่ด้วยวิหารธรรมอย่างไร แล้วนำเรื่องราวไปเล่าให้พระพุทธเจ้าฟัง</p><p>ส่วนจูฬโคสิงคสาลสูตร เป็นเรื่องที่ป่าโคสิงคสาลวันเหมือนกัน แต่ในอีกวาระหนึ่งมีพระอนุรุทธ พระนันทิยะ และพระกิมิละ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมีความสามัคคี เพราะมีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งทางกายวาจาและใจ พยายามเก็บจิตของตนเอง แล้วทำตามวาระจิตของผู้อื่น “..พร้อมเพรียงกัน ชื่นบานต่อกัน ไม่วิวาทกัน ยังเป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่กันเป็นอยู่..”</p><p>“..เหล่าสาวกที่อาศัยในพื้นที่ใด ๆ แล้วปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พื้นที่นั้นสถานที่นั้นก็เป็นรมณียสถานขึ้นมาได้..”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร 6346-4s</title>
			<itunes:title>กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร 6346-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Nov 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e4f08bca-5023-4e79-8c4c-ac7000cc63f0/media.mp3" length="28813902" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e4f08bca-5023-4e79-8c4c-ac7000cc63f0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a462</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXAb/lQxu+mMIgk10uSKFmj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a462.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กกจูปทสูตร อุปมาด้วยเลื่อย เป็นพระสูตรที่ปรารภพระโมลิยผัคคุนะที่คลุกคลีกับภิกษุณีทั้งหลายเกินเวลา ครั้นถูกภิกษุบางรูปติเตียน ท่านได้แสดงความขัดเคือง พระผู้มีพระภาคจึงทรงเรียกมาตักเตือน และให้โอวาทว่า "จิตของเราจักไม่แปรผัน เราจักไม่เปล่งวาจาชั่วหยาบ และจักอนุเคราะห์ด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่อย่างผู้มีเมตตาจิตไม่มีโทสะ เราจักแผ่เมตตาจิตไปให้บุคคลนั้นอยู่ และเราจักแผ่เมตตาจิตอันไพบูลย์..เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนไปยังสัตว์โลกทุกหมู่เหล่าอันเป็นอารมณ์ของเมตตาจิตนั้นอยู่" แม้ผู้อื่นจะพูดอย่างไรก็ตาม ทรงให้อุบายระงับความโกรธ คือ หนักแน่นเหมือนแผ่นดิน ว่างเหมือนอากาศ เย็นเหมือนแม่น้ำ อ่อนโยนเหมือนกระสอบหนังแมว และอดกลั้นแม้อวัยวะจะถูกเลื่อย</p><p>ส่วนวัมมิกสูตร ว่าด้วยปริศนาจอมปลวกนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงพยากรณ์ปัญหา 15 ข้อของพระกุมารกัสสปะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กกจูปทสูตร อุปมาด้วยเลื่อย เป็นพระสูตรที่ปรารภพระโมลิยผัคคุนะที่คลุกคลีกับภิกษุณีทั้งหลายเกินเวลา ครั้นถูกภิกษุบางรูปติเตียน ท่านได้แสดงความขัดเคือง พระผู้มีพระภาคจึงทรงเรียกมาตักเตือน และให้โอวาทว่า "จิตของเราจักไม่แปรผัน เราจักไม่เปล่งวาจาชั่วหยาบ และจักอนุเคราะห์ด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่อย่างผู้มีเมตตาจิตไม่มีโทสะ เราจักแผ่เมตตาจิตไปให้บุคคลนั้นอยู่ และเราจักแผ่เมตตาจิตอันไพบูลย์..เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนไปยังสัตว์โลกทุกหมู่เหล่าอันเป็นอารมณ์ของเมตตาจิตนั้นอยู่" แม้ผู้อื่นจะพูดอย่างไรก็ตาม ทรงให้อุบายระงับความโกรธ คือ หนักแน่นเหมือนแผ่นดิน ว่างเหมือนอากาศ เย็นเหมือนแม่น้ำ อ่อนโยนเหมือนกระสอบหนังแมว และอดกลั้นแม้อวัยวะจะถูกเลื่อย</p><p>ส่วนวัมมิกสูตร ว่าด้วยปริศนาจอมปลวกนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงพยากรณ์ปัญหา 15 ข้อของพระกุมารกัสสปะ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัลเลขสูตร และวัตถูปมสูตร 6345-4s</title>
			<itunes:title>สัลเลขสูตร และวัตถูปมสูตร 6345-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Nov 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f6973ed8-1b82-4c26-aede-ac6900d1bda0/media.mp3" length="27581971" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f6973ed8-1b82-4c26-aede-ac6900d1bda0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a463</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVCoTzeEywD/Y+8cvmvp1f1]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a463.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สัลเลขสูตร ว่าด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส กล่าวถึงอุปกิเลสอยู่หลายนัย โดยนำมาจากวัตถูปมสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยผ้า ที่เปรียบกับการนำผ้าที่สกปรก มาซักล้างให้สะอาดได้ เปรียบเหมือนการทำความสะอาดจิตของเรา ที่นัยแห่งจิตน้อมไปทางไหน จิตของเราจะน้อมไปทางนั้น ทางไม่ดีมีตรงไหน จะหลีกเลี่ยงจากความไม่ดีจากความชั่วได้ มีช่องทางหลีกเลี่ยงได้อยู่ มีความชั่วทางไหน ทางที่จะนำไปสู่ความดี เป็นกุศลธรรม ให้ถึงความดับเย็น ให้ถึงความเจริญมีอยู่ทางหนึ่งเสมอ ทางนี้คือทางที่ประกอบด้วยองค์อันประเสริฐ 8 อย่างนั่นเอง </p><p>ทั้ง 2 พระสูตร มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน ในส่วนที่เป็นอกุศลธรรม ที่แยกแยะแจกแจงไว้ ตามนัยของการขูดเกลาบ้างตามนัยของการทำความสะอาดบ้าง เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งเมื่อเห็นตัวอย่างของการทำไม่ดี สิ่งนั้นสามารถนำมาพิจารณาใคร่ครวญโยนิโส จะทำความดีให้เกิดขึ้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สัลเลขสูตร ว่าด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส กล่าวถึงอุปกิเลสอยู่หลายนัย โดยนำมาจากวัตถูปมสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยผ้า ที่เปรียบกับการนำผ้าที่สกปรก มาซักล้างให้สะอาดได้ เปรียบเหมือนการทำความสะอาดจิตของเรา ที่นัยแห่งจิตน้อมไปทางไหน จิตของเราจะน้อมไปทางนั้น ทางไม่ดีมีตรงไหน จะหลีกเลี่ยงจากความไม่ดีจากความชั่วได้ มีช่องทางหลีกเลี่ยงได้อยู่ มีความชั่วทางไหน ทางที่จะนำไปสู่ความดี เป็นกุศลธรรม ให้ถึงความดับเย็น ให้ถึงความเจริญมีอยู่ทางหนึ่งเสมอ ทางนี้คือทางที่ประกอบด้วยองค์อันประเสริฐ 8 อย่างนั่นเอง </p><p>ทั้ง 2 พระสูตร มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน ในส่วนที่เป็นอกุศลธรรม ที่แยกแยะแจกแจงไว้ ตามนัยของการขูดเกลาบ้างตามนัยของการทำความสะอาดบ้าง เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งเมื่อเห็นตัวอย่างของการทำไม่ดี สิ่งนั้นสามารถนำมาพิจารณาใคร่ครวญโยนิโส จะทำความดีให้เกิดขึ้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนังคณสูตร และอากังเขยยสูตร 6344-4s</title>
			<itunes:title>อนังคณสูตร และอากังเขยยสูตร 6344-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Oct 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/7a29133a-15ee-47fc-b8e1-ac6200ee57f9/media.mp3" length="25989767" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7a29133a-15ee-47fc-b8e1-ac6200ee57f9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a464</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXIA/sdPVVExQnzSsp0kG2k]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a464.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในอานังคณสูตร ยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบภาชนะสำริด ที่ใส่ซากศพกับกิเลสในใจที่เป็นดั่งเนิน ที่เมื่อยังมีในบุคคลผู้ใดแล้ว ก็จะทำให้การปฏิบัติไม่งอกงาม  ส่วนในอังเขยยสูตร กล่าวถึงผลอานิสงส์ 17 อย่าง ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรารักษาการหลีกเร้น ศีล สมาธิ และปัญญา </p><p>"บรรดาบุคคล ๔ ประเภทนั้น บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังเนินและรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘เราไม่มีกิเลสเพียงดังเนินภายในตน’ พึงหวังข้อนี้ได้ คือเขาจักไม่มนสิการสุภนิมิต เพราะไม่มนสิการสุภนิมิตนั้น ราคะจักไม่ครอบงำจิต เขาจักเป็นผู้ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน มีจิตไม่เศร้าหมองตายไป เปรียบเหมือนภาชนะสำริดที่เขานำมาจากร้านตลาด หรือจากตระกูลช่างทองเป็นของบริสุทธิ์ผ่องใส เจ้าของใช้สอยและขัดสีภาชนะสำริดนั้น ทั้งไม่เก็บมันไว้ในที่ที่มีฝุ่นละอองฉะนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ต่อมา ภาชนะสำริดนั้นพึงเป็นของบริสุทธิ์ผ่องใสยิ่งนัก”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในอานังคณสูตร ยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบภาชนะสำริด ที่ใส่ซากศพกับกิเลสในใจที่เป็นดั่งเนิน ที่เมื่อยังมีในบุคคลผู้ใดแล้ว ก็จะทำให้การปฏิบัติไม่งอกงาม  ส่วนในอังเขยยสูตร กล่าวถึงผลอานิสงส์ 17 อย่าง ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรารักษาการหลีกเร้น ศีล สมาธิ และปัญญา </p><p>"บรรดาบุคคล ๔ ประเภทนั้น บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังเนินและรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘เราไม่มีกิเลสเพียงดังเนินภายในตน’ พึงหวังข้อนี้ได้ คือเขาจักไม่มนสิการสุภนิมิต เพราะไม่มนสิการสุภนิมิตนั้น ราคะจักไม่ครอบงำจิต เขาจักเป็นผู้ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน มีจิตไม่เศร้าหมองตายไป เปรียบเหมือนภาชนะสำริดที่เขานำมาจากร้านตลาด หรือจากตระกูลช่างทองเป็นของบริสุทธิ์ผ่องใส เจ้าของใช้สอยและขัดสีภาชนะสำริดนั้น ทั้งไม่เก็บมันไว้ในที่ที่มีฝุ่นละอองฉะนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ต่อมา ภาชนะสำริดนั้นพึงเป็นของบริสุทธิ์ผ่องใสยิ่งนัก”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปฏิจจสมุปบาท ธรรมที่อาศัยกันและกันจึงเกิดขึ้น</title>
			<itunes:title>ปฏิจจสมุปบาท ธรรมที่อาศัยกันและกันจึงเกิดขึ้น</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Oct 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:10:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/48ea3830-883e-4fd3-9c9d-ac5b00d4e25e/media.mp3" length="37719172" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">48ea3830-883e-4fd3-9c9d-ac5b00d4e25e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a465</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVdWJNNzpwHocONjqIYzcV0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a465.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในตอนนี้จะได้ฟัง "ปฏิจจสมุปบาท" ธรรมที่อาศัยกันและกันแล้วจึงเกิดขึ้น ธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสว่ามิใช่ของง่าย มีรายละเอียดที่ควรศึกษาอย่างยิ่ง เราจะเห็นความเกี่ยวเนื่องกันของสิ่งต่าง ๆ ทั้งสายเกิดและสายดับ อิทัปปัจจยตา การอุปมาอุปไมย ทำไมอริยสัจ 4 คือ ปฏิจจสมุปบาท ตลอดจนความแตกต่างของปุถุชนกับอริยสาวก  </p><p>"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! อะไรเล่า ที่เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท! ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เพราะมีอวิชชา เป็นปัจจัย จึงมี สังขารทั้งหลาย. เพราะมีสังขาร เป็นปัจจัย จึงมี วิญญาณ; เพราะมีวิญญาณ เป็นปัจจัย จึงมี นามรูป; เพราะมีนามรูป เป็นปัจจัย จึงมี สฬายตนะ; เพราะมีสฬายตนะ เป็นปัจจัย จึงมี ผัสสะ; เพราะมีผัสสะ เป็นปัจจัย จึงมี เวทนา; เพราะมีเวทนา เป็นปัจจัย จึงมี ตัณหา; เพราะมีตัณหา เป็นปัจจัย จึงมี อุปาทาน; เพราะมีอุปาทาน เป็นปัจจัย จึงมี ภพ; เพราะมีภพ เป็นปัจจัย จึงมี ชาติ; เพราะมีชาติ เป็นปัจจัย, ชรามรณะ โสกะปริเวทะทุกขะโทมนัส อุปายาสทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วน ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้."</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในตอนนี้จะได้ฟัง "ปฏิจจสมุปบาท" ธรรมที่อาศัยกันและกันแล้วจึงเกิดขึ้น ธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสว่ามิใช่ของง่าย มีรายละเอียดที่ควรศึกษาอย่างยิ่ง เราจะเห็นความเกี่ยวเนื่องกันของสิ่งต่าง ๆ ทั้งสายเกิดและสายดับ อิทัปปัจจยตา การอุปมาอุปไมย ทำไมอริยสัจ 4 คือ ปฏิจจสมุปบาท ตลอดจนความแตกต่างของปุถุชนกับอริยสาวก  </p><p>"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! อะไรเล่า ที่เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท! ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เพราะมีอวิชชา เป็นปัจจัย จึงมี สังขารทั้งหลาย. เพราะมีสังขาร เป็นปัจจัย จึงมี วิญญาณ; เพราะมีวิญญาณ เป็นปัจจัย จึงมี นามรูป; เพราะมีนามรูป เป็นปัจจัย จึงมี สฬายตนะ; เพราะมีสฬายตนะ เป็นปัจจัย จึงมี ผัสสะ; เพราะมีผัสสะ เป็นปัจจัย จึงมี เวทนา; เพราะมีเวทนา เป็นปัจจัย จึงมี ตัณหา; เพราะมีตัณหา เป็นปัจจัย จึงมี อุปาทาน; เพราะมีอุปาทาน เป็นปัจจัย จึงมี ภพ; เพราะมีภพ เป็นปัจจัย จึงมี ชาติ; เพราะมีชาติ เป็นปัจจัย, ชรามรณะ โสกะปริเวทะทุกขะโทมนัส อุปายาสทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วน ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้."</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โสณทัณฑสูตร คุณสมบัติของผู้เป็นพราหมณ์ 6342-4s</title>
			<itunes:title>โสณทัณฑสูตร คุณสมบัติของผู้เป็นพราหมณ์ 6342-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Oct 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a9581f32-fce4-4fdf-8728-ac5400d9de59/media.mp3" length="27998398" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a9581f32-fce4-4fdf-8728-ac5400d9de59</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a466</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWXYwfnr4VG+cRM9u9PF6Uw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a466.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ปัญญาต้องมีศีลช่วยชำระให้บริสุทธิ์ ศีลก็ต้องมีปัญญาช่วยชำระให้บริสุทธิ์ ปัญญาย่อมมีในที่ที่มีศีล ศีลย่อมมีในที่ที่มีปัญญา ปัญญาย่อมมีแก่ผู้มีศีล ศีลย่อมมีแก่ผู้มีปัญญา นักปราชญ์ยกย่องศีลและปัญญาว่า เป็นสิ่งล้ำเลิศในโลก”</p><p>โสณทัณฑสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโสณทัณฑะที่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้พูดคุยถึงคุณสมบัติของพราหมณ์ที่เชื่อกันว่ามี 5 ประการ แต่เมื่อตัดคุณสมบัติบางอย่างออกไปก็ยังพอจะเรียกว่าพราหมณ์ได้ แต่คุณสมบัติสองประการที่มิอาจตัดได้นั่นคือ ศีลและปัญญา เพราะสองสิ่งนี้ช่วยชำระกันและกัน ต่อมาพระพุทธเจ้าได้ขยายความถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพราหมณ์ในธรรมวินัยนี้ คือ การที่ได้มาซึ่งศีล สมาธิและปัญญา ตามลำดับ พราหมณ์ผู้ยิ่งใหญ่ยอมรับ และได้เข้าถึงความเป็นอุบาสก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ปัญญาต้องมีศีลช่วยชำระให้บริสุทธิ์ ศีลก็ต้องมีปัญญาช่วยชำระให้บริสุทธิ์ ปัญญาย่อมมีในที่ที่มีศีล ศีลย่อมมีในที่ที่มีปัญญา ปัญญาย่อมมีแก่ผู้มีศีล ศีลย่อมมีแก่ผู้มีปัญญา นักปราชญ์ยกย่องศีลและปัญญาว่า เป็นสิ่งล้ำเลิศในโลก”</p><p>โสณทัณฑสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโสณทัณฑะที่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้พูดคุยถึงคุณสมบัติของพราหมณ์ที่เชื่อกันว่ามี 5 ประการ แต่เมื่อตัดคุณสมบัติบางอย่างออกไปก็ยังพอจะเรียกว่าพราหมณ์ได้ แต่คุณสมบัติสองประการที่มิอาจตัดได้นั่นคือ ศีลและปัญญา เพราะสองสิ่งนี้ช่วยชำระกันและกัน ต่อมาพระพุทธเจ้าได้ขยายความถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพราหมณ์ในธรรมวินัยนี้ คือ การที่ได้มาซึ่งศีล สมาธิและปัญญา ตามลำดับ พราหมณ์ผู้ยิ่งใหญ่ยอมรับ และได้เข้าถึงความเป็นอุบาสก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จูฬอัสสปุรสูตรและอานาปานสติ 6341-4s</title>
			<itunes:title>จูฬอัสสปุรสูตรและอานาปานสติ 6341-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Oct 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:18</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/9d5a07ec-2edd-4a90-b692-ac4d00cb1a49/media.mp3" length="26101796" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9d5a07ec-2edd-4a90-b692-ac4d00cb1a49</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a467</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXo0AOIdf15gCB486QHlTgF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a467.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ภิกษุทั้งหลาย หมู่ชนย่อมรู้จักเธอทั้งหลายว่า ‘สมณะ สมณะ’ ก็เธอทั้งหลายเมื่อเขาถามว่า ‘ท่านทั้งหลายเป็นอะไร’ ก็ปฏิญญาว่า ‘เราทั้งหลายเป็นสมณะ’ เมื่อเธอทั้งหลายนั้นผู้มีชื่ออย่างนี้ มีปฏิญญาอย่างนี้ ก็ควรสำเหนียกว่า ‘เราทั้งหลายจะปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่สมควรแก่สมณะ เมื่อเราทั้งหลายปฏิบัติอยู่อย่างนี้ ชื่อและปฏิญญานี้ของเราทั้งหลายก็จักเป็นความจริงแท้…’"</p><p>มาในสองพระสูตร จูฬอัสสปุรสูตรเป็นการเปรียบการบวชว่าเป็นดั่งดาบสองคม ปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสมไม่ถูกมีดบาด พระสูตรนี้มีคำตอบ และในอานาปานสติสูตรอธิบายการเจริญสติในลมหายใจทั้ง 16 ขั้น ที่เมื่อทำแล้วจะก่อให้เกิดสติปัฏฐาน 4 และโพชฌงค์ 7 ก่อให้เกิดวิชชาและวิมุตในที่สุด </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ภิกษุทั้งหลาย หมู่ชนย่อมรู้จักเธอทั้งหลายว่า ‘สมณะ สมณะ’ ก็เธอทั้งหลายเมื่อเขาถามว่า ‘ท่านทั้งหลายเป็นอะไร’ ก็ปฏิญญาว่า ‘เราทั้งหลายเป็นสมณะ’ เมื่อเธอทั้งหลายนั้นผู้มีชื่ออย่างนี้ มีปฏิญญาอย่างนี้ ก็ควรสำเหนียกว่า ‘เราทั้งหลายจะปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่สมควรแก่สมณะ เมื่อเราทั้งหลายปฏิบัติอยู่อย่างนี้ ชื่อและปฏิญญานี้ของเราทั้งหลายก็จักเป็นความจริงแท้…’"</p><p>มาในสองพระสูตร จูฬอัสสปุรสูตรเป็นการเปรียบการบวชว่าเป็นดั่งดาบสองคม ปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสมไม่ถูกมีดบาด พระสูตรนี้มีคำตอบ และในอานาปานสติสูตรอธิบายการเจริญสติในลมหายใจทั้ง 16 ขั้น ที่เมื่อทำแล้วจะก่อให้เกิดสติปัฏฐาน 4 และโพชฌงค์ 7 ก่อให้เกิดวิชชาและวิมุตในที่สุด </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 2 การมีวิชชาและจรณะ 6340-4s</title>
			<itunes:title>อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 2 การมีวิชชาและจรณะ 6340-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/58a0e0c8-e627-4fe3-a55b-ac4500cd30bb/media.mp3" length="31862115" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">58a0e0c8-e627-4fe3-a55b-ac4500cd30bb</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a468</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWp+ExndlOxTL3vfA2kP8l/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a468.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"อัมพัฏฐะ ชนที่ยึดติดเพราะอ้างชาติ ยึดติดเพราะอ้างตระกูล ยึดติดเพราะอ้างความถือตัวหรือยึดติดอยู่กับอาวาหมงคลและวิวาหมงคล ชื่อว่ายัง อยู่ห่างไกลจากวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม"</p><p>ตอนที่ 2 ของอัมพัฏฐสูตร ในตอนนี้ได้ลงรายละเอียดการได้มาในขั้นสมาธิและปัญญา หรือการได้มาของวิชชาและจรณะ พร้อมทั้งทางแห่งความเสื่อมของวิชชาและจรณะ อย่างไรจึงจะสามารถนับตนเองได้ว่ามีวิชชาและจรณะ ตบท้ายด้วยการไปเฝ้าของโปกขรสาติพราหมณ์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมมาตามลำดับจนถึงอริยสัจ 4 ทำให้พราหมณ์ถึงสรณะแสดงตนเป็นอุบาสก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"อัมพัฏฐะ ชนที่ยึดติดเพราะอ้างชาติ ยึดติดเพราะอ้างตระกูล ยึดติดเพราะอ้างความถือตัวหรือยึดติดอยู่กับอาวาหมงคลและวิวาหมงคล ชื่อว่ายัง อยู่ห่างไกลจากวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม"</p><p>ตอนที่ 2 ของอัมพัฏฐสูตร ในตอนนี้ได้ลงรายละเอียดการได้มาในขั้นสมาธิและปัญญา หรือการได้มาของวิชชาและจรณะ พร้อมทั้งทางแห่งความเสื่อมของวิชชาและจรณะ อย่างไรจึงจะสามารถนับตนเองได้ว่ามีวิชชาและจรณะ ตบท้ายด้วยการไปเฝ้าของโปกขรสาติพราหมณ์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมมาตามลำดับจนถึงอริยสัจ 4 ทำให้พราหมณ์ถึงสรณะแสดงตนเป็นอุบาสก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 1 ความรู้ความประพฤติสำคัญกว่าชาติสกุล</title>
			<itunes:title>อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 1 ความรู้ความประพฤติสำคัญกว่าชาติสกุล</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/cf8f3d4a-d656-491b-a399-ac3f00cde2c1/media.mp3" length="31799409" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">cf8f3d4a-d656-491b-a399-ac3f00cde2c1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a469</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXavK+Q4F2YkUC6qQS+6N+M]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a469.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 1 เมื่อโปกขสารติพราหมณ์ส่งอัมพัฏฐะไปพิสูจน์ลักษณะของพระพุทธเจ้า อัมพัฏฐะผู้ไม่มีความเคารพในพุทธองค์มีความหลงตัวยกเรื่องวรรณะเรื่องโครตว่าเหนือกว่า พระพุทธเจ้าทรงปราบด้วยการชี้ให้เห็นถึงที่มาของศากยโครตและหายนโคตรว่าใครเหนือกว่า อัมพัฏฐะยอมจำนนเพราะ ความกลัว และเพื่อให้อัมพัฏฐะคลายความถือดีที่ยังมีอยู่ จึงทรงตรัสถามเรื่องกษัตริย์และพราหมณ์ว่าใครสูงกว่ากัน สอนเรื่องความรู้ความประพฤติที่สำคัญกว่าชาติสกุล คือ การมีวิชชาและจรณะ การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย ในตอนนี้จบลงที่จุลศีล และมัชฌิมศีล  </p><p>"กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่ชนผู้รังเกียจกันด้วยโคตร แต่ท่านผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทวดาและมนุษย์"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 1 เมื่อโปกขสารติพราหมณ์ส่งอัมพัฏฐะไปพิสูจน์ลักษณะของพระพุทธเจ้า อัมพัฏฐะผู้ไม่มีความเคารพในพุทธองค์มีความหลงตัวยกเรื่องวรรณะเรื่องโครตว่าเหนือกว่า พระพุทธเจ้าทรงปราบด้วยการชี้ให้เห็นถึงที่มาของศากยโครตและหายนโคตรว่าใครเหนือกว่า อัมพัฏฐะยอมจำนนเพราะ ความกลัว และเพื่อให้อัมพัฏฐะคลายความถือดีที่ยังมีอยู่ จึงทรงตรัสถามเรื่องกษัตริย์และพราหมณ์ว่าใครสูงกว่ากัน สอนเรื่องความรู้ความประพฤติที่สำคัญกว่าชาติสกุล คือ การมีวิชชาและจรณะ การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย ในตอนนี้จบลงที่จุลศีล และมัชฌิมศีล  </p><p>"กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่ชนผู้รังเกียจกันด้วยโคตร แต่ท่านผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทวดาและมนุษย์"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ความต่างของวรรณะและบุคคล 6338-4s</title>
			<itunes:title>ความต่างของวรรณะและบุคคล 6338-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/c36a8f00-a9f7-44b2-b4a3-ac3800df8bf9/media.mp3" length="26725978" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c36a8f00-a9f7-44b2-b4a3-ac3800df8bf9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a46a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWEcp81rzUVaDiHLin0B+f7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a46a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มาในพระสูตรที่กล่าวเปรียบให้เห็นถึงความต่างของวรรณะและบุคคล ใน เวขณสสูตร เริ่มจากการที่ปริพาชกไม่สามารถแจกแจงความต่างของวรรณะได้ พระพุทธองค์จึงยกไล่มาตามลำดับ จนสุดท้ายเปรียบความสุขอันเป็นที่สุดของกาม นั่นคือการการหลุดพ้นจากอวิชชา ส่วนใน โฆฏมุขสูตร ท่านพระอุเทนะยกให้เห็นถึงความต่างของบุคคล 4 จำพวก และยังให้พราหมณ์ได้เห็นว่าการบวชอันชอบธรรมนั้นมีอยู่ เกิดศรัทธาที่หยั่งลงหมั่น</p><p>"ดูกรพราหมณ์ บริษัท ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือบริษัทพวกหนึ่ง ในโลกนี้ กำหนัดยินดีในแก้วมณีและกุณฑล ย่อมแสวงหาบุตรและภรรยา ทาสีและทาส นาและที่ดิน ทองและเงิน ส่วนบริษัทพวกหนึ่งในโลกนี้ ไม่กำหนัดยินดีในแก้วมณีและกุณฑล ละบุตรและภรรยา ทาสีและทาส นาและที่ดิน ทองและเงิน แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มาในพระสูตรที่กล่าวเปรียบให้เห็นถึงความต่างของวรรณะและบุคคล ใน เวขณสสูตร เริ่มจากการที่ปริพาชกไม่สามารถแจกแจงความต่างของวรรณะได้ พระพุทธองค์จึงยกไล่มาตามลำดับ จนสุดท้ายเปรียบความสุขอันเป็นที่สุดของกาม นั่นคือการการหลุดพ้นจากอวิชชา ส่วนใน โฆฏมุขสูตร ท่านพระอุเทนะยกให้เห็นถึงความต่างของบุคคล 4 จำพวก และยังให้พราหมณ์ได้เห็นว่าการบวชอันชอบธรรมนั้นมีอยู่ เกิดศรัทธาที่หยั่งลงหมั่น</p><p>"ดูกรพราหมณ์ บริษัท ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือบริษัทพวกหนึ่ง ในโลกนี้ กำหนัดยินดีในแก้วมณีและกุณฑล ย่อมแสวงหาบุตรและภรรยา ทาสีและทาส นาและที่ดิน ทองและเงิน ส่วนบริษัทพวกหนึ่งในโลกนี้ ไม่กำหนัดยินดีในแก้วมณีและกุณฑล ละบุตรและภรรยา ทาสีและทาส นาและที่ดิน ทองและเงิน แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ดินแดนที่มารไปไม่ถึง 6337-4s</title>
			<itunes:title>ดินแดนที่มารไปไม่ถึง 6337-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/42e81d6a-3cb7-471f-b427-ac3100ce7478/media.mp3" length="28773409" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">42e81d6a-3cb7-471f-b427-ac3100ce7478</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a46b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUrw5cs7Ltrez2xJJYRQZ8C]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a46b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ที่ซึ่งมาร และบริวารของมารไปไม่ถึง เป็นอย่างไร?"</p><p>มาใน 3 พระสูตรที่จะทำให้ทราบว่าสมาธินั้นสำคัญอย่างไร นิวาปสูตร อุปมาอุปไมยเปรียบด้วยเหยื่อล่อ เหยื่อในที่นี้ คือ กาม มารจะใช้กามมาเป็นเหยื่อเหมือนที่นายพรานวางกับดักกับกวางเนื้อทราย เราจะปลอดภัยในดินแดนที่มารไปไม่ถึง นั่นคือ สมาธิทั้ง 9 ระดับ</p><p>เวนาคสูตร เป็นการยืนยันของพระพุทธเจ้าถึงการได้ความเป็นอยู่อันเป็นทิพย์ แม้จะฉันข้าวจากบิณฑบาตนั่งนอนบนกองฟางก็ตาม การหมั่นเจริญภาวนาในทุกระดับ คือ คำตอบ</p><p>อุปักกิเลสสูตร การได้และการเสื่อมแห่งสมาธิพร้อมทั้งการแก้ไข</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ที่ซึ่งมาร และบริวารของมารไปไม่ถึง เป็นอย่างไร?"</p><p>มาใน 3 พระสูตรที่จะทำให้ทราบว่าสมาธินั้นสำคัญอย่างไร นิวาปสูตร อุปมาอุปไมยเปรียบด้วยเหยื่อล่อ เหยื่อในที่นี้ คือ กาม มารจะใช้กามมาเป็นเหยื่อเหมือนที่นายพรานวางกับดักกับกวางเนื้อทราย เราจะปลอดภัยในดินแดนที่มารไปไม่ถึง นั่นคือ สมาธิทั้ง 9 ระดับ</p><p>เวนาคสูตร เป็นการยืนยันของพระพุทธเจ้าถึงการได้ความเป็นอยู่อันเป็นทิพย์ แม้จะฉันข้าวจากบิณฑบาตนั่งนอนบนกองฟางก็ตาม การหมั่นเจริญภาวนาในทุกระดับ คือ คำตอบ</p><p>อุปักกิเลสสูตร การได้และการเสื่อมแห่งสมาธิพร้อมทั้งการแก้ไข</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สี่ คำถาม และหนึ่งของรัก 6336-4s</title>
			<itunes:title>สี่ คำถาม และหนึ่งของรัก 6336-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Sep 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/b9dd328d-44c7-4770-942e-ac2a00d0ff9a/media.mp3" length="25734109" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b9dd328d-44c7-4770-942e-ac2a00d0ff9a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a46c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUGHP5viVvYNJED7ThD15kO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a46c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"เดชอันใดถูกความเพียรย่ำยีแล้ว เกิดขึ้นด้วยความเพียรในเดชนั้น อาตมภาพไม่กล่าวว่าแตกต่างกัน คือวิมุตกับวิมุต" </p><p>มาในสองพระสูตร พระสูตรแรกคือกรรณกัตถลสูตร ว่าด้วยการถามคำถาม 4 ข้อของพระเจ้าปเสนทิโกสลต่อพระพุทธเจ้า ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ การเท่ากันของวรรณะทั้ง 4 มีได้จริงเมื่อทำความเพียรจนถึงที่สุดของทุกข์ คือ วิมุตกับวิมุต ทรงอุปมาอุปไมยกับเปลวไฟจากไม้ที่ต่างชนิดกันแต่สีแสงของเปลวไฟไม่ต่างกัน ส่วนในปิยชาติกสูตร ทุกข์จะเกิดจากสิ่งอันเป็นที่รักได้อย่างไร พระพุทธเจ้ามีคำตอบให้ในพระสูตรนี้ </p><p>"ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจทั้งหลาย เกิดจากสิ่งอันเป็นที่รัก มีของรักเป็นแดนเกิด"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"เดชอันใดถูกความเพียรย่ำยีแล้ว เกิดขึ้นด้วยความเพียรในเดชนั้น อาตมภาพไม่กล่าวว่าแตกต่างกัน คือวิมุตกับวิมุต" </p><p>มาในสองพระสูตร พระสูตรแรกคือกรรณกัตถลสูตร ว่าด้วยการถามคำถาม 4 ข้อของพระเจ้าปเสนทิโกสลต่อพระพุทธเจ้า ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ การเท่ากันของวรรณะทั้ง 4 มีได้จริงเมื่อทำความเพียรจนถึงที่สุดของทุกข์ คือ วิมุตกับวิมุต ทรงอุปมาอุปไมยกับเปลวไฟจากไม้ที่ต่างชนิดกันแต่สีแสงของเปลวไฟไม่ต่างกัน ส่วนในปิยชาติกสูตร ทุกข์จะเกิดจากสิ่งอันเป็นที่รักได้อย่างไร พระพุทธเจ้ามีคำตอบให้ในพระสูตรนี้ </p><p>"ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจทั้งหลาย เกิดจากสิ่งอันเป็นที่รัก มีของรักเป็นแดนเกิด"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มารผู้ดลใจ 6335-4s</title>
			<itunes:title>มารผู้ดลใจ 6335-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Aug 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/886e17c4-64be-41b4-bea6-ac2200d339aa/media.mp3" length="27710223" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">886e17c4-64be-41b4-bea6-ac2200d339aa</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a46d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXtdY3CDJvhWe08uSCXknS+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a46d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>วันนี้มาในสองพระสูตรที่เกี่ยวกับการดลใจของมารให้มีทิฏฐิที่ไม่ถูกต้อง ในพระสูตรแรก พรหมนิมันตนิกสูตร เป็นพระสูตรเกี่ยวกับพกพรหมณ์ผู้มีทิฏฐิผิด คิดว่าภพที่ตัวเองอยู่นั้นเที่ยงแท้ หลงตนจนเกิดการท้าทายต่อพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงให้เล่นซ่อนหา พรหมไม่สามารถหาพระพุทธเจ้าพบ แต่ก็ยังไม่ละทิฏฐิ โดยตลอดเหตุการณ์นั้นมีมารมาเป็นผู้ดลใจพรหมปาริสัชชะให้ทูลถามคำถามตลอดจนให้พระองค์เลิกสอนคำสอนนี้ ส่วนในมารตัชชนียสูตร เป็นเรื่องราวที่ท่านพระมหาโมคัลลานะถูกมารคุกคาม ท่านต้องการเตือนสติ จึงได้ยกตัวอย่างอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารแล้วไปดลใจผู้คนให้ด่าว่าและยกย่องพระพุทธเจ้ากกุสันธะและสาวก ผลแห่งการกระทำนั้นทำให้ไปเกิดในนรก </p><p>"ก็คนพาลมาเข้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ย่อมเดือดร้อนอยู่ว่า ไฟย่อมไม่คิดจะเผาเรา แต่เราย่อมเผาตนผู้เป็นคนพาลเอง ดูกรมาร ท่านเบียดเบียนพระตถาคตแล้วจักเผาตัวเอง ดังคนพาลที่ถูกไฟเผา ฉันนั้นเหมือนกัน "</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>วันนี้มาในสองพระสูตรที่เกี่ยวกับการดลใจของมารให้มีทิฏฐิที่ไม่ถูกต้อง ในพระสูตรแรก พรหมนิมันตนิกสูตร เป็นพระสูตรเกี่ยวกับพกพรหมณ์ผู้มีทิฏฐิผิด คิดว่าภพที่ตัวเองอยู่นั้นเที่ยงแท้ หลงตนจนเกิดการท้าทายต่อพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงให้เล่นซ่อนหา พรหมไม่สามารถหาพระพุทธเจ้าพบ แต่ก็ยังไม่ละทิฏฐิ โดยตลอดเหตุการณ์นั้นมีมารมาเป็นผู้ดลใจพรหมปาริสัชชะให้ทูลถามคำถามตลอดจนให้พระองค์เลิกสอนคำสอนนี้ ส่วนในมารตัชชนียสูตร เป็นเรื่องราวที่ท่านพระมหาโมคัลลานะถูกมารคุกคาม ท่านต้องการเตือนสติ จึงได้ยกตัวอย่างอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารแล้วไปดลใจผู้คนให้ด่าว่าและยกย่องพระพุทธเจ้ากกุสันธะและสาวก ผลแห่งการกระทำนั้นทำให้ไปเกิดในนรก </p><p>"ก็คนพาลมาเข้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ย่อมเดือดร้อนอยู่ว่า ไฟย่อมไม่คิดจะเผาเรา แต่เราย่อมเผาตนผู้เป็นคนพาลเอง ดูกรมาร ท่านเบียดเบียนพระตถาคตแล้วจักเผาตัวเอง ดังคนพาลที่ถูกไฟเผา ฉันนั้นเหมือนกัน "</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัพพาสวสังวรสูตร และธรรมทายาทสูตร 6334-4s</title>
			<itunes:title>สัพพาสวสังวรสูตร และธรรมทายาทสูตร 6334-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Aug 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:25</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/8fd0059f-b345-4d11-bd21-ac1c00cd02b3/media.mp3" length="27598212" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8fd0059f-b345-4d11-bd21-ac1c00cd02b3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a46e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWua38Qn4CoPM6giHJijvsP]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a46e.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"เมื่อภิกษุมนสิการโดยแยบคาย อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดขึ้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมสิ้นไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะที่จะพึงละได้เพราะการเห็นมีอยู่ ที่จะพึงละได้เพราะการสังวรก็มี ที่จะพึงละได้เพราะเสพเฉพาะก็มี ที่จะพึงละได้เพราะความอดกลั้นก็มี ที่จะพึงละได้เพราะเว้นรอบก็มี ที่จะพึงละได้เพราะบรรเทาก็มี ที่จะพึงละได้เพราะอบรมก็มี"</p><p>สัพพาสวสังวรสูตร  พระพุทธเจ้าทรงแสดงต่อภิกษุถึงการสิ้นอาสวะโดยวิธีการทั้ง 7 คือ อาสวะที่พึงละได้ด้วยการเห็น, การสำรวมระวัง, การเสพเฉพาะ, การอดทน, การงดเว้น, การบรรเทา และการอบรม</p><p>ธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ ให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ อย่าได้เป็นอามิสทายาท จากนั้น พระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรม เพื่อยังให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8 อันเป็นหนทางแห่งการดับทุกข์ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"เมื่อภิกษุมนสิการโดยแยบคาย อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดขึ้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมสิ้นไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะที่จะพึงละได้เพราะการเห็นมีอยู่ ที่จะพึงละได้เพราะการสังวรก็มี ที่จะพึงละได้เพราะเสพเฉพาะก็มี ที่จะพึงละได้เพราะความอดกลั้นก็มี ที่จะพึงละได้เพราะเว้นรอบก็มี ที่จะพึงละได้เพราะบรรเทาก็มี ที่จะพึงละได้เพราะอบรมก็มี"</p><p>สัพพาสวสังวรสูตร  พระพุทธเจ้าทรงแสดงต่อภิกษุถึงการสิ้นอาสวะโดยวิธีการทั้ง 7 คือ อาสวะที่พึงละได้ด้วยการเห็น, การสำรวมระวัง, การเสพเฉพาะ, การอดทน, การงดเว้น, การบรรเทา และการอบรม</p><p>ธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ ให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ อย่าได้เป็นอามิสทายาท จากนั้น พระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรม เพื่อยังให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8 อันเป็นหนทางแห่งการดับทุกข์ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การบันลือสีหนาท 6333-4s</title>
			<itunes:title>การบันลือสีหนาท 6333-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Aug 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6068f6e7-5575-451c-81a5-ac1500e67179/media.mp3" length="28284958" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6068f6e7-5575-451c-81a5-ac1500e67179</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a46f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVZe57bsKQ4Rz4fo6GByel4]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a46f.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึกที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้งได้เอง แต่ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ใด ธรรมนั้นย่อมดิ่งไปเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบแห่งบุคคลผู้ทำตาม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึกที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้งได้เอง แต่ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ใด ธรรมนั้นย่อมดิ่งไปเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบแห่งบุคคลผู้ทำตาม<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6332-4s]</title>
			<itunes:title>อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6332-4s]</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Aug 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:04:05</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f46aee6d-b144-49e2-8411-ac0e00cc0c68/media.mp3" length="30797642" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f46aee6d-b144-49e2-8411-ac0e00cc0c68</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a470</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a470</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnV68VVKGVYs1CugALVZ7rTz]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>63</itunes:season>
			<itunes:episode>32</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a470.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าแม้ภิกษุปวารณาไว้ว่า ขอท่านจงว่ากล่าวข้าพเจ้า ๆ เป็นผู้ควรที่ท่านจะว่ากล่าวได้ แต่ภิกษุนั้นเป็นคนว่ายาก ประกอบด้วยธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายาก เป็นผู้ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพ เมื่อเป็นเช่นนี้ เพื่อนพรหมจรรย์ต่างไม่สำคัญภิกษุนั้นว่า ควรว่ากล่าว ควรพร่ำสอน ทั้งไม่สำคัญว่า ควรถึงความไว้วางใจในบุคคลนั้นได้ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายากเป็นไฉน?” </p><p>ในตอนนี้เสนออนุมานสูตรที่ท่านพระมหาโมคัลลานะสอนภิกษุด้วยการปรารภเหตุของการเป็นผู้ว่ายากหรือผู้ว่าง่ายด้วยธรรมะ 16 ข้อ และจูฬตัณหาสังขยสูตรที่ท่านพระมหาโมคคัลลานะสนทนากับท้าวสักกะถึงธรรมที่ได้ฟังมาจากพระผู้มีพระภาคว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ทำให้สิ้นตัณหา</p><p>“ภิกษุนั้นย่อมรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวง ครั้นรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมทราบชัดธรรมทั้งปวง ครั้นทราบชัดธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมกำหนดรู้ธรรมทั้งปวง ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้ว เธอได้เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ดี เธอย่อมพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง พิจารณาเห็นความหน่าย พิจารณาเห็นความดับ พิจารณาเห็นความสละคืนในเวทนาทั้งหลายนั้น เมื่อพิจารณาเห็นดังนั้น ย่อมไม่ยึดมั่นสิ่งอะไร ๆ ในโลก เมื่อไม่ยึดมั่น ย่อมไม่สะดุ้งหวาดหวั่น เมื่อไม่สะดุ้งหวาดหวั่น ย่อมดับกิเลสให้สงบได้เฉพาะตัว และทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าแม้ภิกษุปวารณาไว้ว่า ขอท่านจงว่ากล่าวข้าพเจ้า ๆ เป็นผู้ควรที่ท่านจะว่ากล่าวได้ แต่ภิกษุนั้นเป็นคนว่ายาก ประกอบด้วยธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายาก เป็นผู้ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพ เมื่อเป็นเช่นนี้ เพื่อนพรหมจรรย์ต่างไม่สำคัญภิกษุนั้นว่า ควรว่ากล่าว ควรพร่ำสอน ทั้งไม่สำคัญว่า ควรถึงความไว้วางใจในบุคคลนั้นได้ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายากเป็นไฉน?” </p><p>ในตอนนี้เสนออนุมานสูตรที่ท่านพระมหาโมคัลลานะสอนภิกษุด้วยการปรารภเหตุของการเป็นผู้ว่ายากหรือผู้ว่าง่ายด้วยธรรมะ 16 ข้อ และจูฬตัณหาสังขยสูตรที่ท่านพระมหาโมคคัลลานะสนทนากับท้าวสักกะถึงธรรมที่ได้ฟังมาจากพระผู้มีพระภาคว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ทำให้สิ้นตัณหา</p><p>“ภิกษุนั้นย่อมรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวง ครั้นรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมทราบชัดธรรมทั้งปวง ครั้นทราบชัดธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมกำหนดรู้ธรรมทั้งปวง ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้ว เธอได้เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ดี เธอย่อมพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง พิจารณาเห็นความหน่าย พิจารณาเห็นความดับ พิจารณาเห็นความสละคืนในเวทนาทั้งหลายนั้น เมื่อพิจารณาเห็นดังนั้น ย่อมไม่ยึดมั่นสิ่งอะไร ๆ ในโลก เมื่อไม่ยึดมั่น ย่อมไม่สะดุ้งหวาดหวั่น เมื่อไม่สะดุ้งหวาดหวั่น ย่อมดับกิเลสให้สงบได้เฉพาะตัว และทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี”</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหานิทานสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่</title>
			<itunes:title>มหานิทานสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Jul 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/81b43fde-efc1-4352-a1e3-ac0700a6732f/media.mp3" length="33302645" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">81b43fde-efc1-4352-a1e3-ac0700a6732f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a471</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXKvydBDVgsXX7ngROQKeoO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a471.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ ปฏิจจสมุปบาทนี้ ลึกซึ้งสุดประมาณ และปรากฏเป็นของลึก ดูกรอานนท์ เพราะไม่รู้จริง เพราะไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมอันนี้ หมู่สัตว์นี้ จึงเกิดเป็นผู้ยุ่งประดุจ ด้ายของช่างหูก เกิดเป็นปมประหนึ่งกระจุกด้าย เป็นผู้เกิดมาเหมือนหญ้ามุงกระต่าย และหญ้าปล้อง จึงไม่พ้นอุบาย ทุคติ วินิบาต สงสาร” </p><p>ว่าด้วยพระสูตรที่ว่าสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ มหานิทานสูตร เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าอธิบายกับท่านพระอานนท์ ปรารภธรรมะวนหมวดที่ชื่อว่าปฏิจจสมุปบาท เป็นเรื่องราวที่ไล่เลียงมาในลักษณะที่น่าสนใจมาก ตั้งแต่เหตุของความทุกข์ จนไปถึงเรื่องของตัณหาและการแสวงหา เป็นการอธิบายในอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วยังได้ตรัสถึงการบัญญัติว่าเป็นอัตตา, วิญญาณฐิติ 7, อายตนะ 2 และวิโมกข์ 8 ด้วย </p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ ปฏิจจสมุปบาทนี้ ลึกซึ้งสุดประมาณ และปรากฏเป็นของลึก ดูกรอานนท์ เพราะไม่รู้จริง เพราะไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมอันนี้ หมู่สัตว์นี้ จึงเกิดเป็นผู้ยุ่งประดุจ ด้ายของช่างหูก เกิดเป็นปมประหนึ่งกระจุกด้าย เป็นผู้เกิดมาเหมือนหญ้ามุงกระต่าย และหญ้าปล้อง จึงไม่พ้นอุบาย ทุคติ วินิบาต สงสาร” </p><p>ว่าด้วยพระสูตรที่ว่าสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ มหานิทานสูตร เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าอธิบายกับท่านพระอานนท์ ปรารภธรรมะวนหมวดที่ชื่อว่าปฏิจจสมุปบาท เป็นเรื่องราวที่ไล่เลียงมาในลักษณะที่น่าสนใจมาก ตั้งแต่เหตุของความทุกข์ จนไปถึงเรื่องของตัณหาและการแสวงหา เป็นการอธิบายในอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วยังได้ตรัสถึงการบัญญัติว่าเป็นอัตตา, วิญญาณฐิติ 7, อายตนะ 2 และวิโมกข์ 8 ด้วย </p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภัยร้าย 4 ประการ และอรัญญิกธุดงค์ 6330-4s</title>
			<itunes:title>ภัยร้าย 4 ประการ และอรัญญิกธุดงค์ 6330-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Jul 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5cbf3eed-d474-43d3-85f3-ac0000d5218f/media.mp3" length="28165588" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5cbf3eed-d474-43d3-85f3-ac0000d5218f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a472</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXzsYYTT2Aul7ib4rggmO4t]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a472.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้ เมื่อบุคคลกำลังลงน้ำ พึงหวังได้ ภัย 4 อย่างเป็นไฉน คือ ภัยเพราะคลื่น ภัย เพราะจระเข้ ภัยเพราะน้ำวน ภัยเพราะปลาร้าย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้แล เมื่อบุคคล กำลังลงน้ำ พึงหวังได้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้ก็ฉันนั้น เมื่อบุคคลบางคน ในโลกนี้ ออกบวชเป็นบรรพชิตในธรรมวินัยนี้ พึงหวังได้ ภัย 4 อย่างเป็นไฉน คือ ภัยเพราะ คลื่น ภัยเพราะจระเข้ ภัยเพราะน้ำวน ภัยเพราะปลาร้าย”</p><p>เป็นสองเรื่องราวที่มาในมัชฌนิกาย เรื่องแรก คือ จาตุมสูตร เป็นเรื่องราวที่อบรมพระภิกษุใหม่ที่ส่งเสียงอื้ออึง ทรงยกอุปมา 4 อย่างที่เป็นอันตรายต่อการประพฤติพรหมจรรย์ คือ ภัยจากคลื่นเป็นชื่อของความโกรธความคับแค้น ภัยจากจระเข้เป็นชื่อของความเป็นผู้เห็นแก่ปากท้อง ภัยจากน้ำวนเป็นชื่อแห่งกามคุณห้า ภัยจากปลาร้ายเป็นชื่อแห่งมาตุคาม</p><p>ในเรื่องที่สองโคลิสสานิสูตร ว่าด้วยวัตรของผู้อยู่ป่า ที่เริ่มจากวัตรเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงวัตรที่เป็นอุตริมนุสธรรมที่ควรทำให้เกิดมี</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้ เมื่อบุคคลกำลังลงน้ำ พึงหวังได้ ภัย 4 อย่างเป็นไฉน คือ ภัยเพราะคลื่น ภัย เพราะจระเข้ ภัยเพราะน้ำวน ภัยเพราะปลาร้าย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้แล เมื่อบุคคล กำลังลงน้ำ พึงหวังได้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้ก็ฉันนั้น เมื่อบุคคลบางคน ในโลกนี้ ออกบวชเป็นบรรพชิตในธรรมวินัยนี้ พึงหวังได้ ภัย 4 อย่างเป็นไฉน คือ ภัยเพราะ คลื่น ภัยเพราะจระเข้ ภัยเพราะน้ำวน ภัยเพราะปลาร้าย”</p><p>เป็นสองเรื่องราวที่มาในมัชฌนิกาย เรื่องแรก คือ จาตุมสูตร เป็นเรื่องราวที่อบรมพระภิกษุใหม่ที่ส่งเสียงอื้ออึง ทรงยกอุปมา 4 อย่างที่เป็นอันตรายต่อการประพฤติพรหมจรรย์ คือ ภัยจากคลื่นเป็นชื่อของความโกรธความคับแค้น ภัยจากจระเข้เป็นชื่อของความเป็นผู้เห็นแก่ปากท้อง ภัยจากน้ำวนเป็นชื่อแห่งกามคุณห้า ภัยจากปลาร้ายเป็นชื่อแห่งมาตุคาม</p><p>ในเรื่องที่สองโคลิสสานิสูตร ว่าด้วยวัตรของผู้อยู่ป่า ที่เริ่มจากวัตรเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงวัตรที่เป็นอุตริมนุสธรรมที่ควรทำให้เกิดมี</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาสาโรปมสูตร และจูฬสาโรปมสูตร 6329-4s</title>
			<itunes:title>มหาสาโรปมสูตร และจูฬสาโรปมสูตร 6329-4s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 16 Jul 2020 23:09:53 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>43:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/fe70baca-226c-4ae0-90d1-abf300ee5099/media.mp3" length="31677801" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">fe70baca-226c-4ae0-90d1-abf300ee5099</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a473</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUEEDqEgxYQIX9QzWyLmI93]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a473.jpg"/>
			<description><![CDATA[มหาสาโรปมสูตร และจูฬสาโรปมสูตร เป็นอุปมาการประพฤติพรหมจรรย์กับแก่นไม้ ที่พระพุทธเจ้าได้อบรมภิกษุท้ั้งหลายว่าไม่ให้มีความดำริเต็มรอบ เพียงเพื่อการประพฤติปฏิบัติที่ได้ผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เปรียบไว้เหมือนกับคนที่จะไปหาแก่นไม้ แต่ไปเจอใบ เจอต้น เจอสะเก็ดมัน ก็เอาแค่นั้นพอแล้ว มันมีที่ลึกซึ้งเข้าไปจนถึงแก่นอยู่<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มหาสาโรปมสูตร และจูฬสาโรปมสูตร เป็นอุปมาการประพฤติพรหมจรรย์กับแก่นไม้ ที่พระพุทธเจ้าได้อบรมภิกษุท้ั้งหลายว่าไม่ให้มีความดำริเต็มรอบ เพียงเพื่อการประพฤติปฏิบัติที่ได้ผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เปรียบไว้เหมือนกับคนที่จะไปหาแก่นไม้ แต่ไปเจอใบ เจอต้น เจอสะเก็ดมัน ก็เอาแค่นั้นพอแล้ว มันมีที่ลึกซึ้งเข้าไปจนถึงแก่นอยู่<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาทุกขักขันธสูตร และ จูฬทุกขักขันธสูตร 6328-4s</title>
			<itunes:title>มหาทุกขักขันธสูตร และ จูฬทุกขักขันธสูตร 6328-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Jul 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/cf6ce6a6-772b-4d41-9ab3-abf001202143/media.mp3" length="26444913" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">cf6ce6a6-772b-4d41-9ab3-abf001202143</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a474</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVlWiF6ducp8Mce+hn7h1Gb]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a474.jpg"/>
			<description><![CDATA["มหาทุกขักขันธสูตร" ปรารภเรื่องของเหล่าอัญญเดียรถีย์ที่ได้มากล่าวถึง อย่างไรจึงเป็นเรื่องของทุกข์ กาม และ รูป โดยพระพุทธเจ้าทรงตรัสจำแนกแจกแจงเกี่ยวกับเรื่องของความทุกข์ต่าง ๆ ไว้ถึง ทุกข์โทษของกามว่าเป็นอย่างไร ๆ ซึ่งได้เปรียบเทียบไว้กับ ลูกศร หัวฝี สุนัขแทะกระดูก ในเรื่องของรูป เกี่ยวกับเวทนา และในจูฬทุกขักขันธสูตร ตอนสุดท้ายของพระสูตรได้ยกถึงความสุขที่ยิ่งกว่าความสุข ที่ได้มาผ่านทางความสุขด้วย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA["มหาทุกขักขันธสูตร" ปรารภเรื่องของเหล่าอัญญเดียรถีย์ที่ได้มากล่าวถึง อย่างไรจึงเป็นเรื่องของทุกข์ กาม และ รูป โดยพระพุทธเจ้าทรงตรัสจำแนกแจกแจงเกี่ยวกับเรื่องของความทุกข์ต่าง ๆ ไว้ถึง ทุกข์โทษของกามว่าเป็นอย่างไร ๆ ซึ่งได้เปรียบเทียบไว้กับ ลูกศร หัวฝี สุนัขแทะกระดูก ในเรื่องของรูป เกี่ยวกับเวทนา และในจูฬทุกขักขันธสูตร ตอนสุดท้ายของพระสูตรได้ยกถึงความสุขที่ยิ่งกว่าความสุข ที่ได้มาผ่านทางความสุขด้วย<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สักกปัญหสูตร 6327-4s</title>
			<itunes:title>สักกปัญหสูตร 6327-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Jul 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>50:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/3eacbb49-0602-4d07-9831-abe501467c1a/media.mp3" length="31597037" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3eacbb49-0602-4d07-9831-abe501467c1a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a475</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnU545JS6M3cF9VsgIDypE7U]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a475.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"สักกปัญหสูตร" ว่าด้วยปัญหาของท้าวสักกะ ปรารภท้าวสักกะจอมเทพได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยปัญจสิขคันธรรมพบุตรและเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์เพื่อฟังธรรมและทูลถามปัญหา ไล่เรียงมาโดยเริ่มจากเรื่องการจองเวรกัน ไปจนถึงความหลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหา ดังนี้เพราะมีอะไรเป็นเครื่องผูกมัดจึงยังคงมีเวร ถูกลงโทษ มีศัตรู ถูกเบียดเบียน ยังจองเวรกันอยู่เมื่อมีอะไร อะไรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร อะไรจึงไม่มี ในที่นี้ได้กล่าวถึง ความริษยาและความตระหนี่ อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก ฉันทะ และ วิตกปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติตามข้อปฏิบัติอันสมควรและดำเนินไปสู่ความดับแง่ต่างแห่งปปัญจสัญญาปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติเพื่อสำรวมในปาติโมกข์ปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์สมณพราหมณ์ทั้งหมด มีวาทะ มีศีล มีฉันทะ มีอัชโฌสานะ (จุดหมาย) เป็นอย่างเดียวกันหรือไม่สมณพราหมณ์ทั้งหมด มีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด มีการประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด (อริยมรรคมีองค์ 8) มีที่สุดอันสูงสุด (พระนิพพาน) หรือไม่เพราะเหตุไร สมณพราหมณ์ทั้งหมด จึงไม่มีความสำเร็จสูงสุด ไม่มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ไม่ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด ไม่มีที่สุดอันสูงสุด</p><p>“จอมเทพ ภิกษุทั้งหลายผู้หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหาเท่านั้นจึงจะมีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด มีที่สุดอันสูงสุด”</p><p>เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหา ถอนลูกศรคือความสงสัยออกจนหมดความแคลงใจแล้ว ท้าวสักกะได้มีใจชื่นชมยินดี เกิดโสมนัส ด้วยพิจารณาเห็นถึงอำนาจประโยชน์ 6 ประการ และยังได้กล่าววาจาสุภาษิตสรรเสริญพระพุทธเจ้าอีกหลายประการ ในที่สุดได้เอามือลูบแผ่นดิน แล้วเปล่งอุทานว่า “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส” รวม 3 ครั้ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"สักกปัญหสูตร" ว่าด้วยปัญหาของท้าวสักกะ ปรารภท้าวสักกะจอมเทพได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยปัญจสิขคันธรรมพบุตรและเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์เพื่อฟังธรรมและทูลถามปัญหา ไล่เรียงมาโดยเริ่มจากเรื่องการจองเวรกัน ไปจนถึงความหลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหา ดังนี้เพราะมีอะไรเป็นเครื่องผูกมัดจึงยังคงมีเวร ถูกลงโทษ มีศัตรู ถูกเบียดเบียน ยังจองเวรกันอยู่เมื่อมีอะไร อะไรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร อะไรจึงไม่มี ในที่นี้ได้กล่าวถึง ความริษยาและความตระหนี่ อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก ฉันทะ และ วิตกปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติตามข้อปฏิบัติอันสมควรและดำเนินไปสู่ความดับแง่ต่างแห่งปปัญจสัญญาปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติเพื่อสำรวมในปาติโมกข์ปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์สมณพราหมณ์ทั้งหมด มีวาทะ มีศีล มีฉันทะ มีอัชโฌสานะ (จุดหมาย) เป็นอย่างเดียวกันหรือไม่สมณพราหมณ์ทั้งหมด มีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด มีการประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด (อริยมรรคมีองค์ 8) มีที่สุดอันสูงสุด (พระนิพพาน) หรือไม่เพราะเหตุไร สมณพราหมณ์ทั้งหมด จึงไม่มีความสำเร็จสูงสุด ไม่มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ไม่ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด ไม่มีที่สุดอันสูงสุด</p><p>“จอมเทพ ภิกษุทั้งหลายผู้หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหาเท่านั้นจึงจะมีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด มีที่สุดอันสูงสุด”</p><p>เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหา ถอนลูกศรคือความสงสัยออกจนหมดความแคลงใจแล้ว ท้าวสักกะได้มีใจชื่นชมยินดี เกิดโสมนัส ด้วยพิจารณาเห็นถึงอำนาจประโยชน์ 6 ประการ และยังได้กล่าววาจาสุภาษิตสรรเสริญพระพุทธเจ้าอีกหลายประการ ในที่สุดได้เอามือลูบแผ่นดิน แล้วเปล่งอุทานว่า “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส” รวม 3 ครั้ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โลหิจจสูตร 6326-4s</title>
			<itunes:title>โลหิจจสูตร 6326-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Jun 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/2ef54731-e231-4ae6-91ad-abe101037acc/media.mp3" length="27325760" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2ef54731-e231-4ae6-91ad-abe101037acc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a476</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVRXDGxuliFpPe9lleHk2pF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a476.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>โลหิจจสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโลหิจจะ ผู้ที่เกือบจะตกลงไปในหลุมลึก ซึ่งเป็นทางที่จะไปสู่นรก แต่ได้พระพุทธเจ้ามาช่วยฉุดขึ้นไว้เสียก่อน เพราะด้วยความเป็นผู้มีทิฏฐิผิดเพี้ยนไป</p><p>พระพุทธองค์จึงทรงแก้ทิฏฐิความเห็นผิดนั้น โดยยกอุปมาอุปไมยกล่าวแสดงถึง ศาสดา 3 ประเภทที่สมควรถูกทักท้วงได้ และศาสดาที่สาวกได้บรรลุคุณวิเศษอันยอดเยี่ยม ไม่สมควรถูกทักท้วง เนื่องจากผลที่เกิดขึ้นจากการแสดงธรรมของศาสดานั้น ทำให้เกิดสิ่งที่เป็นสามัญผล ไล่เรียงไปตั้งแต่ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งเป็นเรื่องราวที่แสดงถึงการประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย</p><p>โลหิจจพราหมณ์ เมื่อได้ฟังธรรมะและอุปมาอุปไมยต่าง ๆ จากพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ปรับทิฏฐิของตนให้มาอยู่ในสัมมาทิฏฐิ ที่เป็นไปในทางเข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพานได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>โลหิจจสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโลหิจจะ ผู้ที่เกือบจะตกลงไปในหลุมลึก ซึ่งเป็นทางที่จะไปสู่นรก แต่ได้พระพุทธเจ้ามาช่วยฉุดขึ้นไว้เสียก่อน เพราะด้วยความเป็นผู้มีทิฏฐิผิดเพี้ยนไป</p><p>พระพุทธองค์จึงทรงแก้ทิฏฐิความเห็นผิดนั้น โดยยกอุปมาอุปไมยกล่าวแสดงถึง ศาสดา 3 ประเภทที่สมควรถูกทักท้วงได้ และศาสดาที่สาวกได้บรรลุคุณวิเศษอันยอดเยี่ยม ไม่สมควรถูกทักท้วง เนื่องจากผลที่เกิดขึ้นจากการแสดงธรรมของศาสดานั้น ทำให้เกิดสิ่งที่เป็นสามัญผล ไล่เรียงไปตั้งแต่ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งเป็นเรื่องราวที่แสดงถึงการประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย</p><p>โลหิจจพราหมณ์ เมื่อได้ฟังธรรมะและอุปมาอุปไมยต่าง ๆ จากพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ปรับทิฏฐิของตนให้มาอยู่ในสัมมาทิฏฐิ ที่เป็นไปในทางเข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพานได้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อลคัททูปมสูตร 6325-4s</title>
			<itunes:title>อลคัททูปมสูตร 6325-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Jun 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e8587537-fe6e-4204-b779-abcf0149211b/media.mp3" length="27293625" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e8587537-fe6e-4204-b779-abcf0149211b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a477</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUdT8I5k9HO9AGm8THwqs2O]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a477.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"อลคัททูปมสูตร" อุปมาที่เปรียบด้วยกับงูพิษ  ปรารภพระพุทธเจ้าได้ทรงติเตียนภิกษุอริฏฐะผู้เก้อยาก ที่มีความเห็นผิดในธรรมะของพระองค์ ทรงตรัสสอนไว้ถึง คนที่ต้องการจะไปจับงูพิษ ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี จับไม่ถูกวิธี อาจได้รับอันตรายถูกงูพิษนั้นกัดตายหรือปางตายได้</p><p>"..เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการงูพิษ เที่ยวเสาะแสวงหางูพิษ เขาพบงูพิษตัวใหญ่ จะพึงใช้ไม้มีง่ามเหมือนขาแพะกดไว้แน่น ครั้นแล้วจึงจับที่คออย่างมั่นคง ถึงแม้งูพิษนั้นจะพึงรัดมือ แขน หรือที่อวัยวะน้อยใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่งของบุรุษนั้นด้วยขนดก็จริง ถึงอย่างนั้น เพราะการรัดนั้น เขาก็ไม่ตาย หรือได้รับทุกข์ปางตาย</p><p>ข้อนั้นเพราะเหตุไร</p><p>เพราะเขาจับงูพิษไว้มั่นแล้ว แม้ฉันใด กุลบุตรบางพวกในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทานอิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม และเวทัลละ พวกเขาเหล่านั้นเล่าเรียนธรรมนั้นแล้วไตร่ตรองเนื้อความแห่งธรรมเหล่านั้นด้วยปัญญา ธรรมเหล่านั้นจึงประจักษ์ชัดแก่พวกเขา ผู้ไตร่ตรองเนื้อความด้วยปัญญา กุลบุตรเหล่านั้นเล่าเรียนธรรมมิใช่มุ่งจะข่มขู่ผู้อื่น และมิใช่มุ่งจะเปลื้องตนจากคำนินทาว่าร้าย ย่อมได้รับประโยชน์แห่งธรรมนั้น เหมือนที่เหล่ากุลบุตรเล่าเรียนธรรมได้รับ ธรรมเหล่านั้นที่พวกเขาเรียนดีแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน</p><p>ข้อนั้นเพราะเหตุไร</p><p>เพราะพวกเขาเรียนธรรมทั้งหลายมาดีแล้ว"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"อลคัททูปมสูตร" อุปมาที่เปรียบด้วยกับงูพิษ  ปรารภพระพุทธเจ้าได้ทรงติเตียนภิกษุอริฏฐะผู้เก้อยาก ที่มีความเห็นผิดในธรรมะของพระองค์ ทรงตรัสสอนไว้ถึง คนที่ต้องการจะไปจับงูพิษ ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี จับไม่ถูกวิธี อาจได้รับอันตรายถูกงูพิษนั้นกัดตายหรือปางตายได้</p><p>"..เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการงูพิษ เที่ยวเสาะแสวงหางูพิษ เขาพบงูพิษตัวใหญ่ จะพึงใช้ไม้มีง่ามเหมือนขาแพะกดไว้แน่น ครั้นแล้วจึงจับที่คออย่างมั่นคง ถึงแม้งูพิษนั้นจะพึงรัดมือ แขน หรือที่อวัยวะน้อยใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่งของบุรุษนั้นด้วยขนดก็จริง ถึงอย่างนั้น เพราะการรัดนั้น เขาก็ไม่ตาย หรือได้รับทุกข์ปางตาย</p><p>ข้อนั้นเพราะเหตุไร</p><p>เพราะเขาจับงูพิษไว้มั่นแล้ว แม้ฉันใด กุลบุตรบางพวกในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทานอิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม และเวทัลละ พวกเขาเหล่านั้นเล่าเรียนธรรมนั้นแล้วไตร่ตรองเนื้อความแห่งธรรมเหล่านั้นด้วยปัญญา ธรรมเหล่านั้นจึงประจักษ์ชัดแก่พวกเขา ผู้ไตร่ตรองเนื้อความด้วยปัญญา กุลบุตรเหล่านั้นเล่าเรียนธรรมมิใช่มุ่งจะข่มขู่ผู้อื่น และมิใช่มุ่งจะเปลื้องตนจากคำนินทาว่าร้าย ย่อมได้รับประโยชน์แห่งธรรมนั้น เหมือนที่เหล่ากุลบุตรเล่าเรียนธรรมได้รับ ธรรมเหล่านั้นที่พวกเขาเรียนดีแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน</p><p>ข้อนั้นเพราะเหตุไร</p><p>เพราะพวกเขาเรียนธรรมทั้งหลายมาดีแล้ว"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเจติยสูตร และฐานสูตร 6324-4s</title>
			<itunes:title>ธรรมเจติยสูตร และฐานสูตร 6324-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Jun 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/dfb691d0-3470-4ef8-8f0e-abce00021bed/media.mp3" length="27829148" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">dfb691d0-3470-4ef8-8f0e-abce00021bed</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a478</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWV6DVDTOCuZgv80UuOMZ3m]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a478.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ได้ยก 2 พระสูตร ขึ้นมา และทั้งสองเรื่องนี้ได้ปรารภเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศล</p><p>"ธรรมเจติยสูตร" พระสูตรว่าด้วยธรรมเจดีย์ เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ได้กล่าวสรรเสริญพระธรรมวินัยนี้ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ที่ประกอบขึ้นเพื่อเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ จึงได้กระทำการเคารพนอบน้อมเป็นอย่างยิ่งต่อสรีระของพระพุทธเจ้า และแสดงอาการฉันทมิตร</p><p>"ฐานสูตร" ว่าด้วยฐานะ 5 ประการ ที่ควรพิจารณาเนือง ๆ เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกสลที่ได้สูญเสียพระนางมัลลิกา ผู้เป็นที่รักยิ่งไป อันเป็นเหตุให้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนสติและสอนวิธีในการวางจิตใจเมื่อต้องสูญเสียสิ่งที่เป็นที่รักไป</p><p>ทั้งนี้ ได้เพิ่มเติมในเรื่องของ ปฏิจจสมุปบาทที่มี 24 อาการ คือ ธรรมะอันมีที่เข้าไปตั้งอาศัย  ยกขึ้นมาประกอบด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ได้ยก 2 พระสูตร ขึ้นมา และทั้งสองเรื่องนี้ได้ปรารภเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศล</p><p>"ธรรมเจติยสูตร" พระสูตรว่าด้วยธรรมเจดีย์ เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ได้กล่าวสรรเสริญพระธรรมวินัยนี้ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ที่ประกอบขึ้นเพื่อเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ จึงได้กระทำการเคารพนอบน้อมเป็นอย่างยิ่งต่อสรีระของพระพุทธเจ้า และแสดงอาการฉันทมิตร</p><p>"ฐานสูตร" ว่าด้วยฐานะ 5 ประการ ที่ควรพิจารณาเนือง ๆ เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกสลที่ได้สูญเสียพระนางมัลลิกา ผู้เป็นที่รักยิ่งไป อันเป็นเหตุให้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนสติและสอนวิธีในการวางจิตใจเมื่อต้องสูญเสียสิ่งที่เป็นที่รักไป</p><p>ทั้งนี้ ได้เพิ่มเติมในเรื่องของ ปฏิจจสมุปบาทที่มี 24 อาการ คือ ธรรมะอันมีที่เข้าไปตั้งอาศัย  ยกขึ้นมาประกอบด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มูลปริยายสูตร 6323-4s</title>
			<itunes:title>มูลปริยายสูตร 6323-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Jun 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:16</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/031f1c8c-1086-4be0-b5ae-abca012dc551/media.mp3" length="26565870" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">031f1c8c-1086-4be0-b5ae-abca012dc551</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a479</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnX8kB69RXwzHFXbJVFXoEjS]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a479.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"มูลปริยายสูตร" ว่าด้วยมูลเหตุแห่งธรรมทั้งปวง  พระพุทธเจ้าทรงแสดงปริยายอันเป็นมูลของธรรมทั้งปวงแก่เหล่าภิกษุทั้งหลาย ณ โคนไม้พญารัง ในสุภควัน เมืองอุกกัฏฐา ซึ่งมีใจความสำคัญแบ่งออกเป็น 8 ส่วน กำหนดตามภูมิเนื่องด้วย ปุถุชน เสขบุคคล พระอรหันต์ 4 จำพวก ความเข้าใจในมูลเหตุของปริยายธรรมะต่าง ๆ ของพระตถาคต โดย 2 นัย ทั้งนี้ได้ยกเรื่องตาบอดคลำช้าง อาหารของอวิชชา อาหารของวิชชาและวิมุตติ ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม</p><p>"ปุถุชน" ย่อมสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะไม่ได้กำหนดรู้.</p><p>"เสขบุคคล" ย่อมรู้พระนิพพานโดยความเป็นพระนิพพาน แต่อย่าสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา อย่ายินดีพระนิพพาน…เพราะควรกำหนดรู้.</p><p>"พระอรหันต์" ย่อมไม่สำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะได้กำหนดรู้แล้ว และปราศจากซึ่งราคะ โทสะ โมหะ</p><p>"พระตถาคต" ย่อมไม่ทรงสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะทรงกำหนดรู้แล้ว และทรงทราบว่า ความเพลิดเพลินเป็นมูลแห่งทุกข์เพราะภพจึงมีชาติ สัตว์ผู้เกิดแล้ว ต้องแก่ ต้องตาย เพราะเหตุนั้นแล…พระตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เพราะสิ้นตัณหา สำรอกตัณหา ดับตัณหา สละตัณหา สละคืนตัณหาเสียได้ โดยประการทั้งปวง.</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"มูลปริยายสูตร" ว่าด้วยมูลเหตุแห่งธรรมทั้งปวง  พระพุทธเจ้าทรงแสดงปริยายอันเป็นมูลของธรรมทั้งปวงแก่เหล่าภิกษุทั้งหลาย ณ โคนไม้พญารัง ในสุภควัน เมืองอุกกัฏฐา ซึ่งมีใจความสำคัญแบ่งออกเป็น 8 ส่วน กำหนดตามภูมิเนื่องด้วย ปุถุชน เสขบุคคล พระอรหันต์ 4 จำพวก ความเข้าใจในมูลเหตุของปริยายธรรมะต่าง ๆ ของพระตถาคต โดย 2 นัย ทั้งนี้ได้ยกเรื่องตาบอดคลำช้าง อาหารของอวิชชา อาหารของวิชชาและวิมุตติ ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม</p><p>"ปุถุชน" ย่อมสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะไม่ได้กำหนดรู้.</p><p>"เสขบุคคล" ย่อมรู้พระนิพพานโดยความเป็นพระนิพพาน แต่อย่าสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา อย่ายินดีพระนิพพาน…เพราะควรกำหนดรู้.</p><p>"พระอรหันต์" ย่อมไม่สำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะได้กำหนดรู้แล้ว และปราศจากซึ่งราคะ โทสะ โมหะ</p><p>"พระตถาคต" ย่อมไม่ทรงสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะทรงกำหนดรู้แล้ว และทรงทราบว่า ความเพลิดเพลินเป็นมูลแห่งทุกข์เพราะภพจึงมีชาติ สัตว์ผู้เกิดแล้ว ต้องแก่ ต้องตาย เพราะเหตุนั้นแล…พระตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เพราะสิ้นตัณหา สำรอกตัณหา ดับตัณหา สละตัณหา สละคืนตัณหาเสียได้ โดยประการทั้งปวง.</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สติปัฏฐานสูตร</title>
			<itunes:title>สติปัฏฐานสูตร</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 May 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:23</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a2a83386-af18-4ec2-ab7d-abc20156ddab/media.mp3" length="33190599" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a2a83386-af18-4ec2-ab7d-abc20156ddab</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a47a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWlS3pNvf9V/tQL7+StjMh7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a47a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"สติปัฏฐานสูตร" พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้แก่ภิกษุทั้งหลาย ณ นิคมของชาวกุรุ ชื่อกัมมาสธัมมะ ถึงเรื่อง หนทางเครื่องไปอันเอกทางเดียวเพื่อความบริสุทธิ์หมดจดของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงเสียซึ่งโสกะและปริเทวะเพื่อความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อถึงทับซึ่งญายธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง หนทางนี้คือ "สติปัฏฐานสี่" </p><p>จิตที่ประกอบไปด้วยความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ก็ให้น้อมไปเพื่อกำหนดพิจารณาตามฐานที่ตั้งแห่งสติ 4 อย่างนี้ ได้แก่ การพิจารณาเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย เห็นจิตในจิต และเห็นธรรมในธรรม ซึ่งผลแห่งการเจริญสติปัฏฐานนี้ มีความเป็นพระอรหันต์ในปัจจุบัน หรือ พระอนาคามี เป็นสิ่งที่หวังได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E08 , S07E64 , S07E49 , ใต้ร่มโพธิบท S08E31 , คลังพระสูตร S09E07 , S08E46 , #สติ เล็กน้อยที่ให้ผลไม่น้อย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"สติปัฏฐานสูตร" พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้แก่ภิกษุทั้งหลาย ณ นิคมของชาวกุรุ ชื่อกัมมาสธัมมะ ถึงเรื่อง หนทางเครื่องไปอันเอกทางเดียวเพื่อความบริสุทธิ์หมดจดของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงเสียซึ่งโสกะและปริเทวะเพื่อความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อถึงทับซึ่งญายธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง หนทางนี้คือ "สติปัฏฐานสี่" </p><p>จิตที่ประกอบไปด้วยความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ก็ให้น้อมไปเพื่อกำหนดพิจารณาตามฐานที่ตั้งแห่งสติ 4 อย่างนี้ ได้แก่ การพิจารณาเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย เห็นจิตในจิต และเห็นธรรมในธรรม ซึ่งผลแห่งการเจริญสติปัฏฐานนี้ มีความเป็นพระอรหันต์ในปัจจุบัน หรือ พระอนาคามี เป็นสิ่งที่หวังได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E08 , S07E64 , S07E49 , ใต้ร่มโพธิบท S08E31 , คลังพระสูตร S09E07 , S08E46 , #สติ เล็กน้อยที่ให้ผลไม่น้อย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 5 จบ) 6321-4s</title>
			<itunes:title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 5 จบ) 6321-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 May 2020 17:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:54</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5a51cbb7-bcc3-4a4d-916e-abb60040a184/media.mp3" length="26869448" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5a51cbb7-bcc3-4a4d-916e-abb60040a184</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a47b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnX91P5RN1SNX2eGw/RtuRAA]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a47b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เป็นตอนจบของมหาปรินิพพานสูตร หลังจากที่เหตุการณ์ดำเนินมาถึงสุภัททปริพาชกได้มาอ้อนวอนพระอานนท์ ขอเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า จนสุดท้ายพระพุทธองค์ได้ทรงให้พระอานนท์อุปสมบทให้แก่ท่านสุภัททะ ภิกษุนี้ทำความเพียรไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล และได้เป็น "ปัจฉิมสักขิสาวก"  (สาวกองค์สุดท้ายผู้เป็นพยานการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า)</p><p>จากนั้นได้ตรัสสั่งเสียแก่พระอานนท์ ได้ตรัสถามข้อสงสัยจากภิกษุทั้งหลาย และกล่าวปัจฉิมวาจา ดังนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนเธอทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงทำหน้าที่ให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาทเถิด นี้เป็นพระปัจฉิมวาจาของพระตถาคต” แล้วเสด็จเข้าอนุปุพพวิหารสมาบัติทั้ง 9 โดยอนุโลมและปฏิโลม และจึงเสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อออกจากจตุตถฌาน ณ ที่นั้น ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวคาถาขึ้นพร้อมกับการเสด็จดับขันธปรินิพพาน ต่อจากนั้น จึงเป็นเรื่องราวของการบูชาพระพุทธสรีระ การถวายพระเพลิง และการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้แก่เหล่ากษัตริย์ทั้งหลาย เพื่อทำการสักการะบูชา</p><p>การระลึกถึงคุณอันยิ่งใหญ่อันหาประมาณมิได้ต่อสรรพสัตว์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระพุทธเจ้า ผู้ทรงประกอบด้วยพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ได้ทรงบำเพ็ญเพียรสั่งสมบารมีมาเพื่อการตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า ได้ประกาศพระสัจธรรมที่ทรงตรัสรู้นั้นไว้อย่างดีแล้ว ได้ประทานพุทธโอวาทแก่พุทธบริษัทไว้ตลอด 45 พรรษา ได้ทรงตรัสไว้ว่า “ธรรมและวินัยที่เราแสดงแล้ว  บัญญัติแล้วแก่ท่านทั้งหลาย  ธรรมและวินัยนั้น จะเป็นศาสดาของท่านทั้งหลายเมื่อเราล่วงลับไป”  นี้เป็น “พุทธธานุสสติ” ระลึกถึงเรื่องราวตรงนี้ ตั้งขึ้นไว้ในใจ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E31 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เป็นตอนจบของมหาปรินิพพานสูตร หลังจากที่เหตุการณ์ดำเนินมาถึงสุภัททปริพาชกได้มาอ้อนวอนพระอานนท์ ขอเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า จนสุดท้ายพระพุทธองค์ได้ทรงให้พระอานนท์อุปสมบทให้แก่ท่านสุภัททะ ภิกษุนี้ทำความเพียรไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล และได้เป็น "ปัจฉิมสักขิสาวก"  (สาวกองค์สุดท้ายผู้เป็นพยานการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า)</p><p>จากนั้นได้ตรัสสั่งเสียแก่พระอานนท์ ได้ตรัสถามข้อสงสัยจากภิกษุทั้งหลาย และกล่าวปัจฉิมวาจา ดังนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนเธอทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงทำหน้าที่ให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาทเถิด นี้เป็นพระปัจฉิมวาจาของพระตถาคต” แล้วเสด็จเข้าอนุปุพพวิหารสมาบัติทั้ง 9 โดยอนุโลมและปฏิโลม และจึงเสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อออกจากจตุตถฌาน ณ ที่นั้น ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวคาถาขึ้นพร้อมกับการเสด็จดับขันธปรินิพพาน ต่อจากนั้น จึงเป็นเรื่องราวของการบูชาพระพุทธสรีระ การถวายพระเพลิง และการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้แก่เหล่ากษัตริย์ทั้งหลาย เพื่อทำการสักการะบูชา</p><p>การระลึกถึงคุณอันยิ่งใหญ่อันหาประมาณมิได้ต่อสรรพสัตว์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระพุทธเจ้า ผู้ทรงประกอบด้วยพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ได้ทรงบำเพ็ญเพียรสั่งสมบารมีมาเพื่อการตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า ได้ประกาศพระสัจธรรมที่ทรงตรัสรู้นั้นไว้อย่างดีแล้ว ได้ประทานพุทธโอวาทแก่พุทธบริษัทไว้ตลอด 45 พรรษา ได้ทรงตรัสไว้ว่า “ธรรมและวินัยที่เราแสดงแล้ว  บัญญัติแล้วแก่ท่านทั้งหลาย  ธรรมและวินัยนั้น จะเป็นศาสดาของท่านทั้งหลายเมื่อเราล่วงลับไป”  นี้เป็น “พุทธธานุสสติ” ระลึกถึงเรื่องราวตรงนี้ ตั้งขึ้นไว้ในใจ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E31 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 4)</title>
			<itunes:title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 4)</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 May 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:41</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/956accc0-2904-4477-a62c-abb60040399a/media.mp3" length="30935281" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">956accc0-2904-4477-a62c-abb60040399a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a47c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVrL4KMVIOdL0oyMLM79zm8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a47c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เหตุการณ์ได้ดำเนินมาถึงขณะที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของนายจุนทกัมมารบุตร และได้เสวยภัตตาหารมื้อสุดท้ายที่บุตรนายช่างทองนี้นำมาถวาย หลังจากที่ได้ฉันสูกรมัททวะนั้นแล้ว ทรงเกิดอาพาธอย่างแรงกล้าประชวรลงพระโลหิต แต่ก็ยังเดินทางต่อเพื่อไปยังเมืองกุสินารา ระหว่างทางทรงกระหายน้ำ ได้ขอให้พระอานนท์ไปตักมาถวาย แต่เพราะกรรมเก่า จึงทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาถวายได้ในครั้งแรก ในระหว่างประทับพัก ปุกกุสะมัลลบุตรได้เข้ามาถวายผ้าเนื้อละเอียดสีทอง และก่อนเสด็จข้ามแม่น้ำกกุธา ผิวกายของพระพุทธองค์ผ่องใสยิ่งนัก  ซึ่งจะเกิดขึ้นใน 2 คราว คือในคืนที่จะตรัสรู้ และในคืนที่จะปรินิพพาน </p><p>“…ฉะนั้น อานนท์ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราจะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตามธรรมอยู่’ อานนท์ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล” </p><p>เมื่อเสด็จมาถึงบริเวณควงไม้สาละคู่ ณ สวนป่าสาละ ทรงประทับสำเร็จสีหไสยาเป็นครั้งสุดท้าย ได้ตรัสถึงสังเวชนียสถาน 4 แห่ง ได้ตรัสตอบพระอานนท์ถึง วิธีปฏิบัติต่อสตรี ปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระ และเหตุที่สร้างสถูปและเจดีย์ ได้ทรงประกาศความเป็นอัจฉริยะของพระอานนท์ เมื่อพระอานนท์ขอว่าอย่าได้ปรินิพพานในเมืองเล็ก ๆ เช่นนี้ จึงได้ทรงแสดงมหาสุทัสสนสูตร และให้พระอานนท์แจ้งข่าวการปรินิพพานแก่เหล่ามัลลกษัตริย์ </p><p>และมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 4 นี้ ก็จบลงตรงที่สุภัททปริพาชกได้มาอ้อนวอนพระอานนท์ ขอเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า เพื่อทูลถามข้อสงสัย </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E30 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เหตุการณ์ได้ดำเนินมาถึงขณะที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของนายจุนทกัมมารบุตร และได้เสวยภัตตาหารมื้อสุดท้ายที่บุตรนายช่างทองนี้นำมาถวาย หลังจากที่ได้ฉันสูกรมัททวะนั้นแล้ว ทรงเกิดอาพาธอย่างแรงกล้าประชวรลงพระโลหิต แต่ก็ยังเดินทางต่อเพื่อไปยังเมืองกุสินารา ระหว่างทางทรงกระหายน้ำ ได้ขอให้พระอานนท์ไปตักมาถวาย แต่เพราะกรรมเก่า จึงทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาถวายได้ในครั้งแรก ในระหว่างประทับพัก ปุกกุสะมัลลบุตรได้เข้ามาถวายผ้าเนื้อละเอียดสีทอง และก่อนเสด็จข้ามแม่น้ำกกุธา ผิวกายของพระพุทธองค์ผ่องใสยิ่งนัก  ซึ่งจะเกิดขึ้นใน 2 คราว คือในคืนที่จะตรัสรู้ และในคืนที่จะปรินิพพาน </p><p>“…ฉะนั้น อานนท์ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราจะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตามธรรมอยู่’ อานนท์ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล” </p><p>เมื่อเสด็จมาถึงบริเวณควงไม้สาละคู่ ณ สวนป่าสาละ ทรงประทับสำเร็จสีหไสยาเป็นครั้งสุดท้าย ได้ตรัสถึงสังเวชนียสถาน 4 แห่ง ได้ตรัสตอบพระอานนท์ถึง วิธีปฏิบัติต่อสตรี ปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระ และเหตุที่สร้างสถูปและเจดีย์ ได้ทรงประกาศความเป็นอัจฉริยะของพระอานนท์ เมื่อพระอานนท์ขอว่าอย่าได้ปรินิพพานในเมืองเล็ก ๆ เช่นนี้ จึงได้ทรงแสดงมหาสุทัสสนสูตร และให้พระอานนท์แจ้งข่าวการปรินิพพานแก่เหล่ามัลลกษัตริย์ </p><p>และมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 4 นี้ ก็จบลงตรงที่สุภัททปริพาชกได้มาอ้อนวอนพระอานนท์ ขอเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า เพื่อทูลถามข้อสงสัย </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E30 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 3) 6319-4s</title>
			<itunes:title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 3) 6319-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 May 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e3ed705c-0c4e-49ff-a539-abaf00c49002/media.mp3" length="25837785" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e3ed705c-0c4e-49ff-a539-abaf00c49002</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a47d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXRCT3rsSXeuYRRFCskaBiX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a47d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"มหาปรินิพพานสูตร" ในเอพิโสดนี้ เป็นเหตุการณ์ต่อมาหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้ตรัสแก่พระอานนท์ถึงเรื่องของบริษัท 8 อภิภายตนะ 8 วิโมกข์ 8 และได้ตรัสเล่าเรื่องของมาร ที่มาทูลให้ปรินิพพาน ซึ่งพระองค์ก็ได้ตรัสตอบแก่มารไปว่า "จงอย่ากังวล อีกไม่นานการปรินิพพานของตถาคตจะมี จากนี้ไปอีก 3 เดือน"</p><p>พระอานนท์ได้มาทูลอ้อนวอนขอให้ทรงดำรงพระชนมชีพอยู่ต่อไปถึง 3 ครั้ง แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ เพราะการที่ตถาคตจะกลับคืนคำเพียงเพราะเหตุต้องการมีอายุอยู่ต่อไปนั้น ไม่เป็นสิ่งที่จะเป็นไปได้เลย และได้ทรงแสดงอานุภาพของอิทธิบาท 4 ประการอีกครั้ง เพื่อให้ทราบว่าเรื่องนี้เป็นความบกพร่องของพระอานนท์เองที่ไม่ได้อาราธนาให้พระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ต่อ แม้ทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้งไว้ในหลายวาระ</p><p>จากนั้นได้เสด็จไป ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวันทรงแสดง อภิญญาเทสิตธรรม หรือที่เรียกว่า โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ  (สติปัฏฐาน 4  สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4  อินทรีย์ 5  พละ 5  โพชฌงค์ 7 และอริยมรรคมีองค์ 8 ) และ สังเวชนียธรรม (ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช) แล้วทรงเตือนภิกษุทั้งหลายให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท </p><p>หลังจากนั้นได้เสด็จออกจากกรุงเวสาลีไปยังภัณฑุคาม ทรงตรัสสอนถึงการไม่รู้แจ้งแทงตลอดธรรม 4 ประการ ที่ทำให้ต้องเที่ยวเร่ร่อนไปตลอดกาลอันยาวนานอย่างนี้ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปยังเมืองต่าง ๆ ตามลำดับ จนมาถึงโภคนคร ได้ทรงแสดงมหาปเทส 4 ประการ (ข้ออ้างที่สำคัญ)</p><p>และจบมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 3 ตรงเหตุการณ์ที่ทรงเสด็จไปถึงกรุงปาวา ได้ประทับอยู่ที่อัมพวัน (สวนมะม่วง) ของนายจุนทกัมมารบุตร </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E08 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S03E14 , #อภิญญาเทสิตธรรม หรือ โพธิปักขิยธรรม 37  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"มหาปรินิพพานสูตร" ในเอพิโสดนี้ เป็นเหตุการณ์ต่อมาหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้ตรัสแก่พระอานนท์ถึงเรื่องของบริษัท 8 อภิภายตนะ 8 วิโมกข์ 8 และได้ตรัสเล่าเรื่องของมาร ที่มาทูลให้ปรินิพพาน ซึ่งพระองค์ก็ได้ตรัสตอบแก่มารไปว่า "จงอย่ากังวล อีกไม่นานการปรินิพพานของตถาคตจะมี จากนี้ไปอีก 3 เดือน"</p><p>พระอานนท์ได้มาทูลอ้อนวอนขอให้ทรงดำรงพระชนมชีพอยู่ต่อไปถึง 3 ครั้ง แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ เพราะการที่ตถาคตจะกลับคืนคำเพียงเพราะเหตุต้องการมีอายุอยู่ต่อไปนั้น ไม่เป็นสิ่งที่จะเป็นไปได้เลย และได้ทรงแสดงอานุภาพของอิทธิบาท 4 ประการอีกครั้ง เพื่อให้ทราบว่าเรื่องนี้เป็นความบกพร่องของพระอานนท์เองที่ไม่ได้อาราธนาให้พระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ต่อ แม้ทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้งไว้ในหลายวาระ</p><p>จากนั้นได้เสด็จไป ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวันทรงแสดง อภิญญาเทสิตธรรม หรือที่เรียกว่า โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ  (สติปัฏฐาน 4  สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4  อินทรีย์ 5  พละ 5  โพชฌงค์ 7 และอริยมรรคมีองค์ 8 ) และ สังเวชนียธรรม (ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช) แล้วทรงเตือนภิกษุทั้งหลายให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท </p><p>หลังจากนั้นได้เสด็จออกจากกรุงเวสาลีไปยังภัณฑุคาม ทรงตรัสสอนถึงการไม่รู้แจ้งแทงตลอดธรรม 4 ประการ ที่ทำให้ต้องเที่ยวเร่ร่อนไปตลอดกาลอันยาวนานอย่างนี้ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปยังเมืองต่าง ๆ ตามลำดับ จนมาถึงโภคนคร ได้ทรงแสดงมหาปเทส 4 ประการ (ข้ออ้างที่สำคัญ)</p><p>และจบมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 3 ตรงเหตุการณ์ที่ทรงเสด็จไปถึงกรุงปาวา ได้ประทับอยู่ที่อัมพวัน (สวนมะม่วง) ของนายจุนทกัมมารบุตร </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E08 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S03E14 , #อภิญญาเทสิตธรรม หรือ โพธิปักขิยธรรม 37  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 2) 6318-4s</title>
			<itunes:title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 2) 6318-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Apr 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>24:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/af72cc66-4b19-438c-93b1-abaa0022771c/media.mp3" length="29810960" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">af72cc66-4b19-438c-93b1-abaa0022771c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a47e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUTXHQ+P3I2qt1aRGM+RtLd]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a47e.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"มหาปรินิพพานสูตร" ในเอพิโสดนี้ เป็นเรื่องราวต่อ ในช่วงที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงการสร้างเมืองปาฏลีบุตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีเหล่าเทวดาสถิตย์อยู่มากควรแก่การบูชา เพื่อให้เทวดาเหล่านั้นได้อนุเคราะห์ตอบ และที่เมืองปาฏลีบุตรนี้ ผู้สร้างเมืองได้สร้างท่าน้ำและประตูในทิศที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกจากเมือง โดยตั้งชื่อว่าพระโคดม </p><p>จากนั้นได้เสด็จไปสู่เมืองโกฏิคาม ได้ทรงแสดงธรรมในเรื่องอริยสัจ 4 รวมถึงเรื่องของ ศีล สมาธิ ปัญญา แก่ชนทั้งหลาย และเมื่อต่อเสด็จถึงเมืองนาทิกคาม ที่นี่เอง พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงหลักธรรมชื่อว่า "แว่นธรรม"  ซึ่งเป็นเครื่องมือให้อริยสาวกมีไว้เพื่อการพยากรณ์ตนด้วยตนได้ว่าเป็นผู้ที่ไปตามกระแสแล้ว จะไม่หวนกลับมาและจะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า</p><p>จากนั้นเสด็จไปพัก ณ ป่ามะม่วงของนางอัมพปาลี ได้แสดงธรรมเรื่องสติสัมปชัญญะ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปจำพรรษาสุดท้าย ณ เวฬุวคาม ทรงใช้ความเพียรเพื่อขับไล่อาการป่วย จนเสด็จมาถึงที่ปาวาลเจดีย์ในเวลากลางวัน ได้ทรงแสดงนิมิตโอภาส ตรัสบอกใบ้แก่พระอานนท์ว่าผู้ใดเจริญอิทธิบาท 4 ดีแล้ว ถ้าปรารถนามีอายุยืนก็จะอยู่ได้ แต่เพราะพระอานนท์ถูกมารดลใจ จึงมิได้อาราธนากราบทูลขอพระพุทธองค์ให้เจริญพระชนม์อยู่ต่อไปนานๆ หากแต่มารได้ช่องนี้จึงมาอาราธนาให้ปรินิพพาน </p><p>จบมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 2 ตรงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าได้ปลงพระชนมายุสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E28 , #แว่นส่องธรรมกับบุพนิมิตแห่งมรรค   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"มหาปรินิพพานสูตร" ในเอพิโสดนี้ เป็นเรื่องราวต่อ ในช่วงที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงการสร้างเมืองปาฏลีบุตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีเหล่าเทวดาสถิตย์อยู่มากควรแก่การบูชา เพื่อให้เทวดาเหล่านั้นได้อนุเคราะห์ตอบ และที่เมืองปาฏลีบุตรนี้ ผู้สร้างเมืองได้สร้างท่าน้ำและประตูในทิศที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกจากเมือง โดยตั้งชื่อว่าพระโคดม </p><p>จากนั้นได้เสด็จไปสู่เมืองโกฏิคาม ได้ทรงแสดงธรรมในเรื่องอริยสัจ 4 รวมถึงเรื่องของ ศีล สมาธิ ปัญญา แก่ชนทั้งหลาย และเมื่อต่อเสด็จถึงเมืองนาทิกคาม ที่นี่เอง พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงหลักธรรมชื่อว่า "แว่นธรรม"  ซึ่งเป็นเครื่องมือให้อริยสาวกมีไว้เพื่อการพยากรณ์ตนด้วยตนได้ว่าเป็นผู้ที่ไปตามกระแสแล้ว จะไม่หวนกลับมาและจะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า</p><p>จากนั้นเสด็จไปพัก ณ ป่ามะม่วงของนางอัมพปาลี ได้แสดงธรรมเรื่องสติสัมปชัญญะ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปจำพรรษาสุดท้าย ณ เวฬุวคาม ทรงใช้ความเพียรเพื่อขับไล่อาการป่วย จนเสด็จมาถึงที่ปาวาลเจดีย์ในเวลากลางวัน ได้ทรงแสดงนิมิตโอภาส ตรัสบอกใบ้แก่พระอานนท์ว่าผู้ใดเจริญอิทธิบาท 4 ดีแล้ว ถ้าปรารถนามีอายุยืนก็จะอยู่ได้ แต่เพราะพระอานนท์ถูกมารดลใจ จึงมิได้อาราธนากราบทูลขอพระพุทธองค์ให้เจริญพระชนม์อยู่ต่อไปนานๆ หากแต่มารได้ช่องนี้จึงมาอาราธนาให้ปรินิพพาน </p><p>จบมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 2 ตรงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าได้ปลงพระชนมายุสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E28 , #แว่นส่องธรรมกับบุพนิมิตแห่งมรรค   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 1) 6317-4s</title>
			<itunes:title>มหาปรินิพพานสูตร (ตอนที่ 1) 6317-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Apr 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5017fa99-e1da-4e8d-9f25-aba50156f51d/media.mp3" length="26309497" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5017fa99-e1da-4e8d-9f25-aba50156f51d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a47f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWPxKAVdGaVYRb6aM9JGp0Q]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a47f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ใกล้ถึงวันวิสาขบูชา ในเอพิโสดนี้จึงนำเรื่องราวระหว่าง 18 เดือนก่อนการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งลำดับเหตุการณ์ช่วงแรกนี้ ขณะประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์ ได้กล่าวถึงเรื่องของ "อปริหานิยธรรม" (ธรรมที่มีแล้วประกอบแล้วจะมีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อมเลย) โดยนัยของการปกครองของพวกเจ้าแคว้นวัชชี และการอยู่ร่วมกันของหมู่ภิกษุ</p><p>จากนั้นได้เสด็จไปปถึงเมืองนาลันทา ประทับอยู่ที่ปาวาริกัมพวัน ปรารภพระสารีบุตรบันลือสีหนาทในความหมายที่ว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เลื่อมใส พระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ไม่เคยมี จักไม่มี และย่อมไม่มีสมณะหรือพราหมณ์ผู้อื่น ซึ่งจะมีปัญญาในทางพระสัมโพธิญาณยิ่งกว่าพระผู้มีพระภาค" </p><p>และเสด็จต่อไปยังปาฏลิคาม ได้ตรัสสอนแก่ชาวเมืองในเรื่องของ ศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีล มีโทษ 5 ประการ และศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล มีอานิสงส์ 5 ประการ ซึ่งลำดับเหตุการณ์ยังมีต่อในเอพิโสดหน้า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ใกล้ถึงวันวิสาขบูชา ในเอพิโสดนี้จึงนำเรื่องราวระหว่าง 18 เดือนก่อนการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งลำดับเหตุการณ์ช่วงแรกนี้ ขณะประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์ ได้กล่าวถึงเรื่องของ "อปริหานิยธรรม" (ธรรมที่มีแล้วประกอบแล้วจะมีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อมเลย) โดยนัยของการปกครองของพวกเจ้าแคว้นวัชชี และการอยู่ร่วมกันของหมู่ภิกษุ</p><p>จากนั้นได้เสด็จไปปถึงเมืองนาลันทา ประทับอยู่ที่ปาวาริกัมพวัน ปรารภพระสารีบุตรบันลือสีหนาทในความหมายที่ว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เลื่อมใส พระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ไม่เคยมี จักไม่มี และย่อมไม่มีสมณะหรือพราหมณ์ผู้อื่น ซึ่งจะมีปัญญาในทางพระสัมโพธิญาณยิ่งกว่าพระผู้มีพระภาค" </p><p>และเสด็จต่อไปยังปาฏลิคาม ได้ตรัสสอนแก่ชาวเมืองในเรื่องของ ศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีล มีโทษ 5 ประการ และศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล มีอานิสงส์ 5 ประการ ซึ่งลำดับเหตุการณ์ยังมีต่อในเอพิโสดหน้า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สังขารูปปัตติสูตร 6316-4s</title>
			<itunes:title>สังขารูปปัตติสูตร 6316-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 Apr 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:27</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/bad1f482-4fd3-48bf-82a7-ab9e0075dc10/media.mp3" length="27612949" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bad1f482-4fd3-48bf-82a7-ab9e0075dc10</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a480</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXCJ3+6O7OBegiY36AAfHDR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a480.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สังขารูปปัตติสูตร ณ พระเชตวัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความเกิดขึ้นแห่งสังขารและการที่ผู้ประกอบด้วยความสมบูรณ์ของ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ที่เมื่อตั้งจิตอธิษฐานทำเหตุเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มากเจริญให้มากแล้ว หากปรารถนาจะเกิดเป็นพระราชา มหาเศรษฐี เทวดา พรหม หรือแม้แต่การทำอาสวะให้สิ้นไป ก็สามารถทำตามความปรารถนานั้นให้สำเร็จได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlist : สมการชีวิต S01E01 , เข้าใจทำ (ธรรม) S08E13     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สังขารูปปัตติสูตร ณ พระเชตวัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความเกิดขึ้นแห่งสังขารและการที่ผู้ประกอบด้วยความสมบูรณ์ของ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ที่เมื่อตั้งจิตอธิษฐานทำเหตุเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มากเจริญให้มากแล้ว หากปรารถนาจะเกิดเป็นพระราชา มหาเศรษฐี เทวดา พรหม หรือแม้แต่การทำอาสวะให้สิ้นไป ก็สามารถทำตามความปรารถนานั้นให้สำเร็จได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlist : สมการชีวิต S01E01 , เข้าใจทำ (ธรรม) S08E13     </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เกวัฏฏสูตร 6315-4s</title>
			<itunes:title>เกวัฏฏสูตร 6315-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Apr 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/3c3de958-fd47-4c55-9123-ab9701010d8c/media.mp3" length="26981347" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3c3de958-fd47-4c55-9123-ab9701010d8c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a481</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWJbuPBy6F9dqo25XiWJ+G9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a481.jpg"/>
			<description><![CDATA[เราเที่ยวหาหนทางต่าง ๆ เพื่อแสวงหาทางดับไม่เหลือแห่งทุกข์ บ้างก็อ้อมไปอ้อมมา ไม่ถึงที่หมายสักที สุดท้ายต้องกลับมาที่ตัวเราเอง กลับมาที่เรื่องในกายในใจของเรา เราต้องมีการพึ่งตนพึ่งธรรม พระพุทธเจ้าตรัสกับเกวัฏฏ์ คฤหบดีบุตรไว้ใน เกวัฏฏสูตร กล่าวถึงเรื่องปาฏิหาริย์ 3 อย่าง ที่พระองค์ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้ว และการที่ภิกษุแสวงหาความดับของมหาภูตรูปเปรียบเทียบกับนกตีรทัสสี ปรารภชาวประมงออกทะเล จะจับนกตีรทัสสี (นกดูฝั่ง) ลงเรือไปด้วย เมื่อเขาหลงทาง ไม่เห็นฝั่ง ก็จะปล่อยนกบินขึ้นฟ้าไปหาดูว่า ฝั่งอยู่ตรงไหน ชาวประมงก็จะแล่นเรือไปตามทิศที่นกนั้นบินไป แต่หากนกไม่เห็นฝั่ง มันก็จะบินกลับมาที่เรืออีกนั่นเอง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[เราเที่ยวหาหนทางต่าง ๆ เพื่อแสวงหาทางดับไม่เหลือแห่งทุกข์ บ้างก็อ้อมไปอ้อมมา ไม่ถึงที่หมายสักที สุดท้ายต้องกลับมาที่ตัวเราเอง กลับมาที่เรื่องในกายในใจของเรา เราต้องมีการพึ่งตนพึ่งธรรม พระพุทธเจ้าตรัสกับเกวัฏฏ์ คฤหบดีบุตรไว้ใน เกวัฏฏสูตร กล่าวถึงเรื่องปาฏิหาริย์ 3 อย่าง ที่พระองค์ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้ว และการที่ภิกษุแสวงหาความดับของมหาภูตรูปเปรียบเทียบกับนกตีรทัสสี ปรารภชาวประมงออกทะเล จะจับนกตีรทัสสี (นกดูฝั่ง) ลงเรือไปด้วย เมื่อเขาหลงทาง ไม่เห็นฝั่ง ก็จะปล่อยนกบินขึ้นฟ้าไปหาดูว่า ฝั่งอยู่ตรงไหน ชาวประมงก็จะแล่นเรือไปตามทิศที่นกนั้นบินไป แต่หากนกไม่เห็นฝั่ง มันก็จะบินกลับมาที่เรืออีกนั่นเอง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อานาปานสติสูตร 6314-4s</title>
			<itunes:title>อานาปานสติสูตร 6314-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Apr 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/d1abcabd-7373-4994-a95c-ab900128fc51/media.mp3" length="25932894" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d1abcabd-7373-4994-a95c-ab900128fc51</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a482</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVSX4Zp+HspD4DPqf8wZvqG]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a482.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ทำให้มากแล้วย่อมบำเพ็ญโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้ ฯ”</p><p>นี้เป็นบางส่วนจาก อานาปานสติสูตร ปรารภในคืนวันอุโบสถ ณ ปราสาทของอุบาสิกาวิสาขามิคารมารดา ในพระวิหารบุพพาราม เมืองสาวัตถี ภิกษุทั้งหลายทั้งที่เป็นพระอรหันต์ พระอนาคามี พระสกิคาทามี พระโสดาบัน และภิกษุผู้ที่ประกอบความเพียรในการเจริญสติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 อันประเสริฐ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อสุภสัญญา อนิจจสัญญา อานาปานสติ ต่างนั่งห้อมล้อมพระพุทธเจ้าด้วยความนิ่งเงียบ ดำรงตนอยู่ในสารธรรมอันบริสุทธิ์</p><p>และเพราะพระพุทธองค์ทรงมีความอนุเคราะห์ด้วยใจอันงามแก่เหล่าภิกษุผู้ทำความเพียรอยู่ ณ ที่นั้น แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุธรรมได้ จึงตรัสสอนถึงเรื่อง การเจริญอานาปานสติ  คือ การมีสติกำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออก ซึ่งการที่เรามากำหนดรู้ดูลมหายใจแล้วตั้งสติขึ้นอย่างนี้ ก็เป็นการเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย เห็นจิตในจิต เห็นธรรมในธรรม และจะสามารถทำโพชฌงค์ 7 (องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม) ให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งถ้าทำให้ถูกให้ดีแล้ว จะสามารถทำวิชชาและวิมุตติให้เกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ตามใจท่าน S09E18</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ทำให้มากแล้วย่อมบำเพ็ญโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้ ฯ”</p><p>นี้เป็นบางส่วนจาก อานาปานสติสูตร ปรารภในคืนวันอุโบสถ ณ ปราสาทของอุบาสิกาวิสาขามิคารมารดา ในพระวิหารบุพพาราม เมืองสาวัตถี ภิกษุทั้งหลายทั้งที่เป็นพระอรหันต์ พระอนาคามี พระสกิคาทามี พระโสดาบัน และภิกษุผู้ที่ประกอบความเพียรในการเจริญสติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 อันประเสริฐ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อสุภสัญญา อนิจจสัญญา อานาปานสติ ต่างนั่งห้อมล้อมพระพุทธเจ้าด้วยความนิ่งเงียบ ดำรงตนอยู่ในสารธรรมอันบริสุทธิ์</p><p>และเพราะพระพุทธองค์ทรงมีความอนุเคราะห์ด้วยใจอันงามแก่เหล่าภิกษุผู้ทำความเพียรอยู่ ณ ที่นั้น แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุธรรมได้ จึงตรัสสอนถึงเรื่อง การเจริญอานาปานสติ  คือ การมีสติกำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออก ซึ่งการที่เรามากำหนดรู้ดูลมหายใจแล้วตั้งสติขึ้นอย่างนี้ ก็เป็นการเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย เห็นจิตในจิต เห็นธรรมในธรรม และจะสามารถทำโพชฌงค์ 7 (องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม) ให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งถ้าทำให้ถูกให้ดีแล้ว จะสามารถทำวิชชาและวิมุตติให้เกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ตามใจท่าน S09E18</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เตวิชชสูตร 6313-4s</title>
			<itunes:title>เตวิชชสูตร 6313-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Mar 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>6:02</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/35ce37bc-309f-479c-90b6-ab8900d46e5a/media.mp3" length="26696364" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">35ce37bc-309f-479c-90b6-ab8900d46e5a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s/episodes/637503c780c859001151a483</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a483</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUgVkTcqFAyO930xdrnOAbw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>63</itunes:season>
			<itunes:episode>13</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a483.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เตวิชชสูตร&nbsp;ว่าด้วยเรื่องไตรเพท&nbsp;ณ หมู่บ้านมนสากฏะ แคว้นโกศล ปรารภวาเสฏฐะและภารทวาชมาณพได้สนทนากันถึงเรื่อง&nbsp;ทางและไม่ใช่ทางที่จะไปสู่ความเป็นผู้สหายกับพรหมได้&nbsp;โดยคำกล่าวอ้างที่แตกต่างกันระหว่างของ โปกขรสาติพราหมณ์ กับ ตารุกขพราหมณ์ จึงเกิดการถกเถียงกัน เป็นเหตุให้พากันไปเข้าเฝ้าทูลถามฯ&nbsp;พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้อย่างน่าสนใจมาก จนมานพทั้งสองแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต&nbsp;</p><p>โดยเนื้อหาในพระสูตรนี้ แบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ ความเป็นวาทะที่เลื่อนลอยของพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพท และวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม เป็นเรื่องราวเริ่มตั้งแต่การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย จนถึงการที่สามารถละนิวรณ์ได้ จิตเป็นสมาธิแล้ว และให้ตั้งอยู่ใน พรหมวิหาร 4&nbsp;ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ทำให้ไปอยู่กับพรหมได้</p><p>เตวิชชสูตร ทรงแสดงทางไปพรหมโลก</p><br><p>[๕๕๔] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วาเสฏฐะ เธอเข้าใจเรื่องนั้นว่าอย่างไร คนที่เติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะนี้ เมื่อถูกถามถึงทางไปหมู่บ้านมนสากฏะที่เขาเพิ่งจะออกมา มีหรือที่เขาจะชักช้าหรือรีรออยู่”</p><p>เขาทูลตอบว่า “ไม่ชักช้าหรือรีรอเลย ท่านพระโคดม เพราะเขาเติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะ จึงรู้หนทางในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี”</p><p>พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วาเสฏฐะ ผู้ที่เติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะ ถูกถามถึงทางไปหมู่บ้านนั้นก็ยังอาจจะชักช้าหรือรีรออยู่บ้าง แต่ (เรา) ตถาคตถูกถามถึงพรหมโลกหรือข้อปฏิบัติที่พาไปพรหมโลก จะไม่ชักช้าหรือรีรอเลย เพราะเรารู้จักพรหมโลกและข้อปฏิบัติที่พาไปพรหมโลก อีกทั้งรู้ว่า พรหมปฏิบัติอย่างไรจึงได้เข้าถึงพรหมโลก”</p><p>…</p><p>[๕๕๖]พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วาเสฏฐะ ตถาคตอุบัติขึ้นมาในโลกนี้ เป็น พระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยตนเองโดยชอบ ฯลฯ ภิกษุชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยศีลเป็นอย่างนี้แล ฯลฯ เมื่อภิกษุนั้นพิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ ที่ตนละได้แล้วย่อมเกิดความเบิกบานใจ เมื่อเบิกบานใจก็ย่อมเกิดปีติ เมื่อใจมีปีติ กายย่อมสงบ เธอมีกายสงบย่อมได้รับความสุข เมื่อมีความสุข จิตย่อม ตั้งมั่น ภิกษุนั้นมีเมตตาจิตแผ่ไปตลอดทิศที่ ๑ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเฉียง แผ่ไปตลอดโลกทั่วทุกหมู่เหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยเมตตาจิต อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ วาเสฏฐะ กรรมที่ทำพอประมาณในเมตตาเจโตวิมุตติที่บุคคลอบรมแล้ว อย่างนี้จะไม่เหลืออยู่ในรูปาวจรและอรูปาวจร เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ผู้แข็งแรงพึงให้ผู้อื่นได้ยินตลอดทั้ง ๔ ทิศได้โดยไม่ยาก วาเสฏฐะ นี้แลเป็นทางไปเพื่อความเป็น ผู้อยู่ร่วมกับพรหม ยังมีอีก วาเสฏฐะ ภิกษุมีกรุณาจิต ฯลฯ มีมุทิตาจิต ฯลฯ มีอุเบกขาจิตแผ่ไป ตลอดทิศที่ ๑ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน เบื้องล่าง ทิศเฉียง แผ่ไป ตลอดโลกทั่วทุกหมู่เหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยอุเบกขาจิตอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ วาเสฏฐะ กรรมที่ทำพอประมาณในอุเบกขาเจโตวิมุตติที่บุคคลอบรมแล้วอย่างนี้ จะไม่เหลืออยู่ในรูปาวจรและอรูปาวจร เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ผู้แข็งแรงพึงให้ผู้อื่นได้ยินตลอดทั้ง ๔ ทิศได้โดยไม่ยาก วาเสฏฐะ นี้แลเป็นทางไปเพื่อความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพรหม</p><br><p>คลังพระสูตร S09E06 , S08E63 , #คำพุทธ-อัคคัญญสูตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เตวิชชสูตร&nbsp;ว่าด้วยเรื่องไตรเพท&nbsp;ณ หมู่บ้านมนสากฏะ แคว้นโกศล ปรารภวาเสฏฐะและภารทวาชมาณพได้สนทนากันถึงเรื่อง&nbsp;ทางและไม่ใช่ทางที่จะไปสู่ความเป็นผู้สหายกับพรหมได้&nbsp;โดยคำกล่าวอ้างที่แตกต่างกันระหว่างของ โปกขรสาติพราหมณ์ กับ ตารุกขพราหมณ์ จึงเกิดการถกเถียงกัน เป็นเหตุให้พากันไปเข้าเฝ้าทูลถามฯ&nbsp;พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้อย่างน่าสนใจมาก จนมานพทั้งสองแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต&nbsp;</p><p>โดยเนื้อหาในพระสูตรนี้ แบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ ความเป็นวาทะที่เลื่อนลอยของพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพท และวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม เป็นเรื่องราวเริ่มตั้งแต่การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย จนถึงการที่สามารถละนิวรณ์ได้ จิตเป็นสมาธิแล้ว และให้ตั้งอยู่ใน พรหมวิหาร 4&nbsp;ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ทำให้ไปอยู่กับพรหมได้</p><p>เตวิชชสูตร ทรงแสดงทางไปพรหมโลก</p><br><p>[๕๕๔] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วาเสฏฐะ เธอเข้าใจเรื่องนั้นว่าอย่างไร คนที่เติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะนี้ เมื่อถูกถามถึงทางไปหมู่บ้านมนสากฏะที่เขาเพิ่งจะออกมา มีหรือที่เขาจะชักช้าหรือรีรออยู่”</p><p>เขาทูลตอบว่า “ไม่ชักช้าหรือรีรอเลย ท่านพระโคดม เพราะเขาเติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะ จึงรู้หนทางในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี”</p><p>พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วาเสฏฐะ ผู้ที่เติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะ ถูกถามถึงทางไปหมู่บ้านนั้นก็ยังอาจจะชักช้าหรือรีรออยู่บ้าง แต่ (เรา) ตถาคตถูกถามถึงพรหมโลกหรือข้อปฏิบัติที่พาไปพรหมโลก จะไม่ชักช้าหรือรีรอเลย เพราะเรารู้จักพรหมโลกและข้อปฏิบัติที่พาไปพรหมโลก อีกทั้งรู้ว่า พรหมปฏิบัติอย่างไรจึงได้เข้าถึงพรหมโลก”</p><p>…</p><p>[๕๕๖]พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วาเสฏฐะ ตถาคตอุบัติขึ้นมาในโลกนี้ เป็น พระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยตนเองโดยชอบ ฯลฯ ภิกษุชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยศีลเป็นอย่างนี้แล ฯลฯ เมื่อภิกษุนั้นพิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ ที่ตนละได้แล้วย่อมเกิดความเบิกบานใจ เมื่อเบิกบานใจก็ย่อมเกิดปีติ เมื่อใจมีปีติ กายย่อมสงบ เธอมีกายสงบย่อมได้รับความสุข เมื่อมีความสุข จิตย่อม ตั้งมั่น ภิกษุนั้นมีเมตตาจิตแผ่ไปตลอดทิศที่ ๑ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเฉียง แผ่ไปตลอดโลกทั่วทุกหมู่เหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยเมตตาจิต อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ วาเสฏฐะ กรรมที่ทำพอประมาณในเมตตาเจโตวิมุตติที่บุคคลอบรมแล้ว อย่างนี้จะไม่เหลืออยู่ในรูปาวจรและอรูปาวจร เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ผู้แข็งแรงพึงให้ผู้อื่นได้ยินตลอดทั้ง ๔ ทิศได้โดยไม่ยาก วาเสฏฐะ นี้แลเป็นทางไปเพื่อความเป็น ผู้อยู่ร่วมกับพรหม ยังมีอีก วาเสฏฐะ ภิกษุมีกรุณาจิต ฯลฯ มีมุทิตาจิต ฯลฯ มีอุเบกขาจิตแผ่ไป ตลอดทิศที่ ๑ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน เบื้องล่าง ทิศเฉียง แผ่ไป ตลอดโลกทั่วทุกหมู่เหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยอุเบกขาจิตอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ วาเสฏฐะ กรรมที่ทำพอประมาณในอุเบกขาเจโตวิมุตติที่บุคคลอบรมแล้วอย่างนี้ จะไม่เหลืออยู่ในรูปาวจรและอรูปาวจร เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ผู้แข็งแรงพึงให้ผู้อื่นได้ยินตลอดทั้ง ๔ ทิศได้โดยไม่ยาก วาเสฏฐะ นี้แลเป็นทางไปเพื่อความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพรหม</p><br><p>คลังพระสูตร S09E06 , S08E63 , #คำพุทธ-อัคคัญญสูตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มารตัชชนียสูตร 6312-4s</title>
			<itunes:title>มารตัชชนียสูตร 6312-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Mar 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:22</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5748e40c-e4f0-4dfd-8a8a-ab8200b3170a/media.mp3" length="25172177" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5748e40c-e4f0-4dfd-8a8a-ab8200b3170a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a484</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXUXuppOvED8NdPutOovUQE]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a484.jpg"/>
			<description><![CDATA[มารตัชชนียสูตร ว่าด้วยการคุกคามมาร ปรารภพระมหาโมคคัลลานะถูกมารเบียดเบียนด้วยการเข้ามาอยู่ในท้องของท่าน ท่านจึงได้สั่งสอนมารด้วยการยกเรื่องราวในอดีตของพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ ที่ได้ให้เทคนิคในการที่จะเอาชนะทั้ง คำด่าว่า และ คำชม ซึ่งมีวิธีการที่ต่างกัน โดยการเอาชนะคำด่าว่านั้น ก็ด้วยการเจริญพรหมวิหาร 4 ส่วนการที่จะเอาชนะคำชมได้นั้น ก็ด้วยการพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มารตัชชนียสูตร ว่าด้วยการคุกคามมาร ปรารภพระมหาโมคคัลลานะถูกมารเบียดเบียนด้วยการเข้ามาอยู่ในท้องของท่าน ท่านจึงได้สั่งสอนมารด้วยการยกเรื่องราวในอดีตของพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ ที่ได้ให้เทคนิคในการที่จะเอาชนะทั้ง คำด่าว่า และ คำชม ซึ่งมีวิธีการที่ต่างกัน โดยการเอาชนะคำด่าว่านั้น ก็ด้วยการเจริญพรหมวิหาร 4 ส่วนการที่จะเอาชนะคำชมได้นั้น ก็ด้วยการพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จูฬสาโรปมสูตร 6311-4s</title>
			<itunes:title>จูฬสาโรปมสูตร 6311-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Mar 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>0:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/c8c67446-e5c7-4096-adf2-ab7a011fffde/media.mp3" length="27797128" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c8c67446-e5c7-4096-adf2-ab7a011fffde</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a485</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWEfI85c2rpsS+ts7+x+s73]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a485.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คนที่เขาเห็นสาระที่จะหลีกออกจากเรือน เห็นว่าเขาได้ถูกต้องความทุกข์แล้ว เห็นว่าเขาเป็นผู้มีความแก่ ความตาย ความเกิดครอบงำแล้ว และต้องการที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ จีงออกบวชนั้น ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่ต้องการแก่นไม้</p><p>สาระในการออกบวช ได้แก่ การถึงพร้อมด้วยศีล การทำความก้าวหน้าในสมาธิให้เกิดขึ้น มีญาณทัสสนะ มีเจโตวิมุติอันไม่กลับกำเริบทำให้เกิดขึ้นได้  ให้เอาแก่นที่เป็นเจโตวิมุติ โดยการพิจารณาเห็นถึงความไม่เที่ยงของสิ่งต่าง ๆ เมื่อเราพิจารณาเห็นไปแบบนี้แล้ว ก็จะเป็นผู้ที่จะรักษาศาสนา รักษาคำสอน ที่มีแต่แก่นล้วน ๆ ของพระพุทธเจ้าให้คงอยู่ได้</p><p>"แก่นจะอยู่ได้ต้องมีใบ ต้องสนับสนุนกันไปตามลำดับ และต้องรู้ว่าอะไรเป็นใบ กาบ เปลือก กะพี้ หรืออะไรเป็นแก่น ให้เราก็เอาตรงแก่นนั้น" </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E04 , S08E03 , #สะเก็ด เปลือก กระพี้ แก่น   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คนที่เขาเห็นสาระที่จะหลีกออกจากเรือน เห็นว่าเขาได้ถูกต้องความทุกข์แล้ว เห็นว่าเขาเป็นผู้มีความแก่ ความตาย ความเกิดครอบงำแล้ว และต้องการที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ จีงออกบวชนั้น ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่ต้องการแก่นไม้</p><p>สาระในการออกบวช ได้แก่ การถึงพร้อมด้วยศีล การทำความก้าวหน้าในสมาธิให้เกิดขึ้น มีญาณทัสสนะ มีเจโตวิมุติอันไม่กลับกำเริบทำให้เกิดขึ้นได้  ให้เอาแก่นที่เป็นเจโตวิมุติ โดยการพิจารณาเห็นถึงความไม่เที่ยงของสิ่งต่าง ๆ เมื่อเราพิจารณาเห็นไปแบบนี้แล้ว ก็จะเป็นผู้ที่จะรักษาศาสนา รักษาคำสอน ที่มีแต่แก่นล้วน ๆ ของพระพุทธเจ้าให้คงอยู่ได้</p><p>"แก่นจะอยู่ได้ต้องมีใบ ต้องสนับสนุนกันไปตามลำดับ และต้องรู้ว่าอะไรเป็นใบ กาบ เปลือก กะพี้ หรืออะไรเป็นแก่น ให้เราก็เอาตรงแก่นนั้น" </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E04 , S08E03 , #สะเก็ด เปลือก กระพี้ แก่น   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาลิสูตร 6310-4s</title>
			<itunes:title>มหาลิสูตร 6310-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Mar 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/10450ef1-28c5-40a6-ab65-ab7400ee7003/media.mp3" length="27213853" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">10450ef1-28c5-40a6-ab65-ab7400ee7003</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a486</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXVjMnmXddZcuQxB7Fy1MdR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a486.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"มหาลิสูตร" ปรารภเจ้าลิจฉวีชื่อมหาลิ ได้มาเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า พร้อมหมู่คณะ แล้วตรัสถามในเรื่องของการเห็นรูปทิพย์ และการฟังเสียงทิพย์ พระพุทธเจ้าจึงตรัสแสดงถึง การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย อันเป็นหนทางเป็นปฏิปทาที่ให้เกิดผล 4 อย่าง ที่ยิ่งไปกว่า หูทิพย์ ตาทิพย์  นั่นก็คือ ศีล สมาธิ และ ปัญญา</p><p>เมื่อมีปัญญาในส่วนที่เป็นญาณทัสนะเกิดขึ้นแล้ว ก็จะสามารถรู้ชัดเห็นชัดได้ว่า กายกับใจ มันเป็นอย่างเดียวกัน หรือ มันเป็นคนละอย่างกันนั้น ขึ้นอยู่เหตุปัจจัย ที่ถ้าเมื่อเราปฏิบัติตามศีล สมาธิ ปัญญาแล้ว จะมีความเข้าใจในหลักเหตุผลในข้อนี้ได้</p><p>มหาลิสูตร</p><p>ภิกษุนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อนควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา เมื่อเธอรู้เห็นอย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้น แม้จากกามาสวะ แม้จากภวาสวะ แม้จากอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี</p><p>ดูกรผู้มีอายุ ภิกษุใดรู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ ภิกษุนั้นควรหรือ ที่จะกล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง บรรพชิต ทั้งสองนั้นกล่าวว่า ท่านผู้มีอายุ ภิกษุใดรู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ ภิกษุนั้น ไม่ควรจะกล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ดูกรผู้มีอายุ เรารู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ เราจึงมิได้กล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ดังนี้.</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"มหาลิสูตร" ปรารภเจ้าลิจฉวีชื่อมหาลิ ได้มาเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า พร้อมหมู่คณะ แล้วตรัสถามในเรื่องของการเห็นรูปทิพย์ และการฟังเสียงทิพย์ พระพุทธเจ้าจึงตรัสแสดงถึง การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย อันเป็นหนทางเป็นปฏิปทาที่ให้เกิดผล 4 อย่าง ที่ยิ่งไปกว่า หูทิพย์ ตาทิพย์  นั่นก็คือ ศีล สมาธิ และ ปัญญา</p><p>เมื่อมีปัญญาในส่วนที่เป็นญาณทัสนะเกิดขึ้นแล้ว ก็จะสามารถรู้ชัดเห็นชัดได้ว่า กายกับใจ มันเป็นอย่างเดียวกัน หรือ มันเป็นคนละอย่างกันนั้น ขึ้นอยู่เหตุปัจจัย ที่ถ้าเมื่อเราปฏิบัติตามศีล สมาธิ ปัญญาแล้ว จะมีความเข้าใจในหลักเหตุผลในข้อนี้ได้</p><p>มหาลิสูตร</p><p>ภิกษุนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อนควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา เมื่อเธอรู้เห็นอย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้น แม้จากกามาสวะ แม้จากภวาสวะ แม้จากอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี</p><p>ดูกรผู้มีอายุ ภิกษุใดรู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ ภิกษุนั้นควรหรือ ที่จะกล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง บรรพชิต ทั้งสองนั้นกล่าวว่า ท่านผู้มีอายุ ภิกษุใดรู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ ภิกษุนั้น ไม่ควรจะกล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ดูกรผู้มีอายุ เรารู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ เราจึงมิได้กล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ดังนี้.</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การหมุนกงล้อแห่งธรรมะที่ไม่มีใครต้านทานได้</title>
			<itunes:title>การหมุนกงล้อแห่งธรรมะที่ไม่มีใครต้านทานได้</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Feb 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f4f17f45-28b1-4f3d-9822-ab6d009fcf1d/media.mp3" length="31430786" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f4f17f45-28b1-4f3d-9822-ab6d009fcf1d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a487</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXQt/yGoFnCT2bVwieL7z6D]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a487.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เป็นเหตุการณ์หลังจากที่ท้าวสหัมบดีพรหมได้ทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ตนแลแก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีกิเลสดุจธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อย พระพุทธองค์จึงได้เเสด็จสู่เมื่องพาราณสีเพื่อมาโปรดปัญจวัคคีย์ ด้วยการแสดงปฐมเทศนา "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" ซึ่งเป็นการประกาศธรรมจักรอันเป็นการหมุนกงล้อแห่งธรรมะที่ไม่มีใครต้านทานได้ แล้วตามต่อด้วย "อนัตตลักขณสูตร"  จิตของเหล่าพระปัญจวัคคีย์ ก็พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น  </p><p>และในเวลาต่อมาไม่นาน ทรงแสดงอนุปทาพิกถาโปรดกุลบุตรชื่อ ยสะ ได้ดวงตาเห็นธรรม และเหล่าเพื่อนสหาย ที่เมื่อได้ฟังธรรม มีจิตอ่อนเหมาะ น้อมไปเพื่อพิจารณาในอริยสัจ 4 แล้ว ทั้งหมดก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ ซึ่งขณะนั้นรวมมีพระอรหันต์เกิดขึ้นแล้ว 61 รูป ในโลก  พระพุทธองค์จึงมีพุทธบัญชาให้เหล่าภิกษุทั้ง 60 รูปแรก จาริกออกไปประกาศพระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์สุข และเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย โดยไม่ให้ไปทางเดียวกันถึง 2 รูป ทรงให้ภิกษุแสดงธรรมอันงดงามในเบื้องต้น ในท่ามกลาง และในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ เพื่อให้บุคคลผู้มีกิเลสในดวงตาแต่น้อยได้รู้ถึงธรรม </p><p>เรื่องพ้นจากบ่วง </p><p>[๓๒] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง  ทั้งที่เป็นของทิพย์  ทั้งที่เป็นของมนุษย์  แม้พวกเธอก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์  ทั้งที่เป็นของมนุษย์  พวกเธอจงเที่ยวจาริก  เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก  เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์พวกเธออย่าได้ไปรวมทางเดียวกันสองรูป  จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น  งามในท่ามกลาง งามในที่สุด  จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ สัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อย  มีอยู่  เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรม  จักมีดูกรภิกษุทั้งหลาย  แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม  เพื่อแสดงธรรม </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  คลังพระสูตร S09E19</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ เป็นเหตุการณ์หลังจากที่ท้าวสหัมบดีพรหมได้ทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ตนแลแก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีกิเลสดุจธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อย พระพุทธองค์จึงได้เเสด็จสู่เมื่องพาราณสีเพื่อมาโปรดปัญจวัคคีย์ ด้วยการแสดงปฐมเทศนา "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" ซึ่งเป็นการประกาศธรรมจักรอันเป็นการหมุนกงล้อแห่งธรรมะที่ไม่มีใครต้านทานได้ แล้วตามต่อด้วย "อนัตตลักขณสูตร"  จิตของเหล่าพระปัญจวัคคีย์ ก็พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น  </p><p>และในเวลาต่อมาไม่นาน ทรงแสดงอนุปทาพิกถาโปรดกุลบุตรชื่อ ยสะ ได้ดวงตาเห็นธรรม และเหล่าเพื่อนสหาย ที่เมื่อได้ฟังธรรม มีจิตอ่อนเหมาะ น้อมไปเพื่อพิจารณาในอริยสัจ 4 แล้ว ทั้งหมดก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ ซึ่งขณะนั้นรวมมีพระอรหันต์เกิดขึ้นแล้ว 61 รูป ในโลก  พระพุทธองค์จึงมีพุทธบัญชาให้เหล่าภิกษุทั้ง 60 รูปแรก จาริกออกไปประกาศพระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์สุข และเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย โดยไม่ให้ไปทางเดียวกันถึง 2 รูป ทรงให้ภิกษุแสดงธรรมอันงดงามในเบื้องต้น ในท่ามกลาง และในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ เพื่อให้บุคคลผู้มีกิเลสในดวงตาแต่น้อยได้รู้ถึงธรรม </p><p>เรื่องพ้นจากบ่วง </p><p>[๓๒] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง  ทั้งที่เป็นของทิพย์  ทั้งที่เป็นของมนุษย์  แม้พวกเธอก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์  ทั้งที่เป็นของมนุษย์  พวกเธอจงเที่ยวจาริก  เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก  เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์พวกเธออย่าได้ไปรวมทางเดียวกันสองรูป  จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น  งามในท่ามกลาง งามในที่สุด  จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ สัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อย  มีอยู่  เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรม  จักมีดูกรภิกษุทั้งหลาย  แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม  เพื่อแสดงธรรม </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  คลังพระสูตร S09E19</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การตรัสรู้ และการแสดงธรรม 6308-4s</title>
			<itunes:title>การตรัสรู้ และการแสดงธรรม 6308-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Feb 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e577b771-c7a1-43f7-b204-ab6600f01fe0/media.mp3" length="27709196" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e577b771-c7a1-43f7-b204-ab6600f01fe0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a488</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXGi7qJ+KzM+gqZVep6rnvm]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a488.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เอพิโสดนี้ กล่าวถึงพระสูตรว่าด้วยเหตุการณ์การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และสหัมบดีพรหมได้มาทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ก็ด้วยเป็นธรรมะที่มีความงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสดีแล้ว มีความลึกซึ้งกินใจ รัดกุมรอบคอบไม่หละหลวม เราจึงควรฟังด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ พิจารณาใคร่ครวญโยนิโสมนสิการทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพื่อตกผลึกความคิด สามารถพัฒนาออกมาเป็นสัมมาทิฏฐิได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E06 , ใต้ร่มโพธิบท S07E48, คลังพระสูตร S09E09 , S08E60 , #การมาของท้าวสหัมบดีพรหม , #“คาถา”เปลี่ยนแปลงโลก , #อธิบายพระสูตร - เรื่องของการตรัสรู้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เอพิโสดนี้ กล่าวถึงพระสูตรว่าด้วยเหตุการณ์การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และสหัมบดีพรหมได้มาทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ก็ด้วยเป็นธรรมะที่มีความงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสดีแล้ว มีความลึกซึ้งกินใจ รัดกุมรอบคอบไม่หละหลวม เราจึงควรฟังด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ พิจารณาใคร่ครวญโยนิโสมนสิการทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพื่อตกผลึกความคิด สามารถพัฒนาออกมาเป็นสัมมาทิฏฐิได้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E06 , ใต้ร่มโพธิบท S07E48, คลังพระสูตร S09E09 , S08E60 , #การมาของท้าวสหัมบดีพรหม , #“คาถา”เปลี่ยนแปลงโลก , #อธิบายพระสูตร - เรื่องของการตรัสรู้ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาโคปาลสูตร จูฬโคปาลสูตร และ อริยปัญญาขันธ์</title>
			<itunes:title>มหาโคปาลสูตร จูฬโคปาลสูตร และ อริยปัญญาขันธ์</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Feb 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:36</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a99baef8-1b88-4f9d-89a9-ab5f00079ff8/media.mp3" length="33298560" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a99baef8-1b88-4f9d-89a9-ab5f00079ff8</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a489</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWNoGFIN8f9YSnFsmV6jl91]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a489.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้ฉลาดในการตัดกระแสแห่งมาร เปรียบเหมือนนายโคบาลที่ฉลาด พาวัวทั้งฝูงที่มีทั้งฉลาด แข็งแรงมากแข็งแรงน้อย ข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งโน้น นั่นคือนิพพาน โดยปลอดภัย ซึ่งแม้แต่โคตัวสุดท้ายที่ไม่เคยเห็นนายโคบาลก็ยังไปถึงความสวัสดี เพราะปฏิบัติตามโคที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ </p><p>ก็เช่นเดียวกัน เราในปัจจุบันแม้ไม่เห็นพระพุทธเจ้า แต่ถ้าปฏิบัติดีตามรุ่นพี่ ๆ ก็สามารถถึงฝั่งโดยปลอดภัยได้ จึงได้ยก "มหาโคปาลสูตร" เปรียบเทียบถึงคุณลักษณะของคนเลี้ยงโคกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ที่ไม่เป็นเหตุและเป็นเหตุให้ถึงความเจริญ,  "จูฬโคปาลสูตร" ว่าด้วยโคบาลที่ฉลาดและไม่ฉลาด และ "อริยปัญญาขันธ์" ว่าด้วยการประมวลพรหมจรรย์ตลอดสายส่วนที่เป็นปัญญาขันธ์ (บางส่วนจาก ชาลิยสูตร และ สุภสูตร) ขึ้นมาประกอบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาได้กว้างขวางเพิ่มขึ้น“…โลกนี้และโลกหน้าเราผู้รู้อยู่ ประกาศดีแล้ว เราเป็นผู้ตรัสรู้เอง ทราบชัดซึ่งสรรพโลก ทั้งที่เป็นโลกอันมารถึงได้ ทั้งที่เป็นโลกอันมารถึงไม่ได้ ด้วยความรู้ยิ่ง จึงได้เปิดอริยมรรค อันเป็นประตูแห่งอมตะ เพื่อให้ถึงนิพพาน อันเป็นแดนเกษม กระแสแห่งมารอันลามก เราตัดแล้ว กำจัดแล้ว ทำให้ปราศจากความฮึกเหิมขึ้นแล้ว ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นผู้มากด้วยปราโมทย์ ปรารถนาถึงธรรมอันเป็นแดนเกษมเถิด” </p><p>…จูฬโคปาลสูตร </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S08E18 , คลังพระสูตร S09E06</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้ฉลาดในการตัดกระแสแห่งมาร เปรียบเหมือนนายโคบาลที่ฉลาด พาวัวทั้งฝูงที่มีทั้งฉลาด แข็งแรงมากแข็งแรงน้อย ข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งโน้น นั่นคือนิพพาน โดยปลอดภัย ซึ่งแม้แต่โคตัวสุดท้ายที่ไม่เคยเห็นนายโคบาลก็ยังไปถึงความสวัสดี เพราะปฏิบัติตามโคที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ </p><p>ก็เช่นเดียวกัน เราในปัจจุบันแม้ไม่เห็นพระพุทธเจ้า แต่ถ้าปฏิบัติดีตามรุ่นพี่ ๆ ก็สามารถถึงฝั่งโดยปลอดภัยได้ จึงได้ยก "มหาโคปาลสูตร" เปรียบเทียบถึงคุณลักษณะของคนเลี้ยงโคกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ที่ไม่เป็นเหตุและเป็นเหตุให้ถึงความเจริญ,  "จูฬโคปาลสูตร" ว่าด้วยโคบาลที่ฉลาดและไม่ฉลาด และ "อริยปัญญาขันธ์" ว่าด้วยการประมวลพรหมจรรย์ตลอดสายส่วนที่เป็นปัญญาขันธ์ (บางส่วนจาก ชาลิยสูตร และ สุภสูตร) ขึ้นมาประกอบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาได้กว้างขวางเพิ่มขึ้น“…โลกนี้และโลกหน้าเราผู้รู้อยู่ ประกาศดีแล้ว เราเป็นผู้ตรัสรู้เอง ทราบชัดซึ่งสรรพโลก ทั้งที่เป็นโลกอันมารถึงได้ ทั้งที่เป็นโลกอันมารถึงไม่ได้ ด้วยความรู้ยิ่ง จึงได้เปิดอริยมรรค อันเป็นประตูแห่งอมตะ เพื่อให้ถึงนิพพาน อันเป็นแดนเกษม กระแสแห่งมารอันลามก เราตัดแล้ว กำจัดแล้ว ทำให้ปราศจากความฮึกเหิมขึ้นแล้ว ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นผู้มากด้วยปราโมทย์ ปรารถนาถึงธรรมอันเป็นแดนเกษมเถิด” </p><p>…จูฬโคปาลสูตร </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S08E18 , คลังพระสูตร S09E06</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฉันโนวาทสูตร และ สฬายตนวิภังคสูตร 6306-4s</title>
			<itunes:title>ฉันโนวาทสูตร และ สฬายตนวิภังคสูตร 6306-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Feb 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:11</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/ee654621-962a-4515-8742-ab580101898c/media.mp3" length="27006281" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ee654621-962a-4515-8742-ab580101898c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a48a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVeFhnqb4ksYH9vDdthZCb3]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a48a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ฉันโนวาทสูตร ปรารภท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาจุนทะ ได้ให้โอวาทแก่พระฉันนะ ที่กำลังนอนเจ็บป่วยจนไม่สามารถอดทนต่อเวทนานั้นได้ เลยฆ่าตัวตาย ซึ่งท่านพระฉันนะก็ได้บรรลุพระอรหันต์ไม่ก่อนและหลังความตาย โดยท่านได้พิจารณาเห็นความดับไปในอายตนะทั้ง 6 เมื่อเห็นตามความเป็นจริงในความเป็นของไม่เที่ยงแล้ว ความกำหนัดจะคลายลงไป กายใจก็ไม่เร่าร้อนไปตามสิ่งนั้น</p><p>ได้ยก สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการแจกแจงอายตนะ 6 ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม เพื่อขยายความเข้าใจให้กว้างขวางยิ่งขึ้น</p><p>ฉันโนวาทสูตร</p><p>[๗๕๑] เมื่อท่านพระฉันนะกล่าวแล้วอย่างนี้ ท่านพระมหาจุนทะได้กล่าว กะท่านพระฉันนะดังนี้ว่า ดูกรท่านฉันนะ เพราะฉะนั้นแล ท่านควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคนั้นไว้ตลอดกาลเนืองนิตย์แม้ดังนี้ว่า "บุคคลผู้อันตัณหาและทิฐิ อาศัยอยู่แล้ว ย่อมมีความหวั่นไหว สำหรับผู้ไม่มีตัณหาและทิฐิอาศัย ย่อมไม่มี ความหวั่นไหว เมื่อไม่มีความหวั่นไหว ก็มีความสงบ เมื่อมีความสงบ ก็ไม่มี ตัณหาตัวน้อมไปสู่ภพ เมื่อไม่มีตัณหาตัวน้อมไปสู่ภพ ก็ไม่มีการมาเกิด ไปเกิด เมื่อไม่มีการมาเกิดไปเกิด ก็ไม่มีจุติและอุปบัติ เมื่อไม่มีจุติและอุปบัติ ก็ไม่มี โลกนี้ ไม่มีโลกหน้า ไม่มีระหว่างกลางทั้งสองโลก นี่แหละที่สุดแห่งทุกข์" ครั้น ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาจุนทะ กล่าวสอนท่านพระฉันนะด้วยโอวาท นี้แล้ว จึงลุกจากอาสนะ หลีกไป ฯ</p><p>ความเจ็บป่วยเป็นเทวทูต ทำให้เรามีสติขึ้นได้ อาการเจ็บป่วยมีอยู่เป็นธรรมดา แต่พอตั้งสติขึ้นแล้วเราอดทนได้ บางทีเราเผลอบ้าง มีความหงุดหงิดเกิดขึ้น ให้รีบละความหงุดหงิดละอกุศลธรรมนั้นเสีย แล้วตั้งสติเอาไว้ มันจะอดทนได้ ใจเราจะสบาย สติก็จะมีกำลัง</p><p>คนเราไม่เจอความทุกข์จะทำศรัทธาให้เกิดขึ้นไม่ได้ ไม่มีศรัทธาการทำจริงจะเกิดได้อย่างไร เมื่อเราเจอความทุกข์อยู่เฉพาะหน้า ให้มีความมั่นใจในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า เราจะทำจริงแน่วแน่จริงแก้ปัญหานั้นได้ ให้ตั้งสติขึ้น</p><p>สฬายตนวิภังคสูตร</p><p>[๖๑๘] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า พวกเธอพึงทราบอายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖ หมวดวิญญาณ ๖ หมวดผัสสะ ๖ ความนึกหน่วงของใจ ๑๘ ทางดำเนินของสัตว์ ๓๖ ใน ๓๖ นั้น พวกเธอจงอาศัยทาง ดำเนินของสัตว์นี้ ละทางดำเนินของสัตว์นี้ และพึงทราบการตั้งสติ ๓ ประการ ที่พระอริยะเสพ ซึ่งเมื่อเสพชื่อว่า เป็นศาสดาควรเพื่อสั่งสอนหมู่ อันเราเรียกว่า สารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ยอดเยี่ยมกว่าอาจารย์ผู้ฝึกทั้งหลาย นี้เป็นอุเทศแห่งสฬายตนวิภังค์ ฯ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ฉันโนวาทสูตร ปรารภท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาจุนทะ ได้ให้โอวาทแก่พระฉันนะ ที่กำลังนอนเจ็บป่วยจนไม่สามารถอดทนต่อเวทนานั้นได้ เลยฆ่าตัวตาย ซึ่งท่านพระฉันนะก็ได้บรรลุพระอรหันต์ไม่ก่อนและหลังความตาย โดยท่านได้พิจารณาเห็นความดับไปในอายตนะทั้ง 6 เมื่อเห็นตามความเป็นจริงในความเป็นของไม่เที่ยงแล้ว ความกำหนัดจะคลายลงไป กายใจก็ไม่เร่าร้อนไปตามสิ่งนั้น</p><p>ได้ยก สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการแจกแจงอายตนะ 6 ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม เพื่อขยายความเข้าใจให้กว้างขวางยิ่งขึ้น</p><p>ฉันโนวาทสูตร</p><p>[๗๕๑] เมื่อท่านพระฉันนะกล่าวแล้วอย่างนี้ ท่านพระมหาจุนทะได้กล่าว กะท่านพระฉันนะดังนี้ว่า ดูกรท่านฉันนะ เพราะฉะนั้นแล ท่านควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคนั้นไว้ตลอดกาลเนืองนิตย์แม้ดังนี้ว่า "บุคคลผู้อันตัณหาและทิฐิ อาศัยอยู่แล้ว ย่อมมีความหวั่นไหว สำหรับผู้ไม่มีตัณหาและทิฐิอาศัย ย่อมไม่มี ความหวั่นไหว เมื่อไม่มีความหวั่นไหว ก็มีความสงบ เมื่อมีความสงบ ก็ไม่มี ตัณหาตัวน้อมไปสู่ภพ เมื่อไม่มีตัณหาตัวน้อมไปสู่ภพ ก็ไม่มีการมาเกิด ไปเกิด เมื่อไม่มีการมาเกิดไปเกิด ก็ไม่มีจุติและอุปบัติ เมื่อไม่มีจุติและอุปบัติ ก็ไม่มี โลกนี้ ไม่มีโลกหน้า ไม่มีระหว่างกลางทั้งสองโลก นี่แหละที่สุดแห่งทุกข์" ครั้น ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาจุนทะ กล่าวสอนท่านพระฉันนะด้วยโอวาท นี้แล้ว จึงลุกจากอาสนะ หลีกไป ฯ</p><p>ความเจ็บป่วยเป็นเทวทูต ทำให้เรามีสติขึ้นได้ อาการเจ็บป่วยมีอยู่เป็นธรรมดา แต่พอตั้งสติขึ้นแล้วเราอดทนได้ บางทีเราเผลอบ้าง มีความหงุดหงิดเกิดขึ้น ให้รีบละความหงุดหงิดละอกุศลธรรมนั้นเสีย แล้วตั้งสติเอาไว้ มันจะอดทนได้ ใจเราจะสบาย สติก็จะมีกำลัง</p><p>คนเราไม่เจอความทุกข์จะทำศรัทธาให้เกิดขึ้นไม่ได้ ไม่มีศรัทธาการทำจริงจะเกิดได้อย่างไร เมื่อเราเจอความทุกข์อยู่เฉพาะหน้า ให้มีความมั่นใจในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า เราจะทำจริงแน่วแน่จริงแก้ปัญหานั้นได้ ให้ตั้งสติขึ้น</p><p>สฬายตนวิภังคสูตร</p><p>[๖๑๘] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า พวกเธอพึงทราบอายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖ หมวดวิญญาณ ๖ หมวดผัสสะ ๖ ความนึกหน่วงของใจ ๑๘ ทางดำเนินของสัตว์ ๓๖ ใน ๓๖ นั้น พวกเธอจงอาศัยทาง ดำเนินของสัตว์นี้ ละทางดำเนินของสัตว์นี้ และพึงทราบการตั้งสติ ๓ ประการ ที่พระอริยะเสพ ซึ่งเมื่อเสพชื่อว่า เป็นศาสดาควรเพื่อสั่งสอนหมู่ อันเราเรียกว่า สารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ยอดเยี่ยมกว่าอาจารย์ผู้ฝึกทั้งหลาย นี้เป็นอุเทศแห่งสฬายตนวิภังค์ ฯ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พหุเวทนิยสูตร และ สมณมุณฑิกสูตร 6305-4s</title>
			<itunes:title>พหุเวทนิยสูตร และ สมณมุณฑิกสูตร 6305-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 Jan 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/67d54e03-6a9f-4cdf-aa82-ab51005e634b/media.mp3" length="27998194" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">67d54e03-6a9f-4cdf-aa82-ab51005e634b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a48b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnU5gAP5PLwa5zmoCgDhc9Y/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a48b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>จากทั้ง 2 พระสูตรนี้ สามารถใช้อ้างอิงเป็นกรณีศึกษาได้ โดยกล่าวถึงว่า หากเรามีความรู้ ความเข้าใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไม่แจ่มแจ้งหรือไม่ตรงกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนในอรรถะหรือบทพยัญชนะก็ตาม จึงจำเป็นต้องกลับมาที่ตัวแม่บทก่อน โดยมี พุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นที่ตั้ง มีความเคารพยำเกรง เห็นพ้องลงร่วมกันในธรรมะของพระพุทธเจ้าที่กล่าวไว้ดีแล้ว ค่อยทำการวิเคราะห์ไปตามบทพยัญชนะ พิจารณาตามเหตุตามปัจจัย จะทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกันในหมู่คณะได้</p><p>พหุเวทนิยสูตร ณ พระเชตวัน ปรารภเหตุช่างไม้ชื่อ ปัญจังคะ กับ พระอุทายี กล่าวไม่ตรงกันในข้อว่า พระพุทธองค์ตรัสในเรื่องของเวทนาไว้กี่อย่าง โดยพระอุทายีกล่าวว่ามี 3 อย่าง คือ สุข ทุกข์ ไม่ทุกข์ไม่สุข.แต่ช่างไม้ฯ กล่าวว่ามี 2 อย่าง คือ สุข กับ ทุกข์ ส่วนไม่ทุกข์ไม่สุขนั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ในสุขอันประณีต ทั้งสองฝ่ายจึงไม่สามารถจะตกลงกันได้ เมื่อพระอานนท์ได้ฟังข้อสนทนาของทั้งสองฝ่าย จึงนำความไปกราบทูลฯ พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระองค์ได้ทรงแสดงในเรื่องของเวทนาไว้โดยปริยายหลายแง่หลายอย่าง มีอยู่ ผู้ที่ไม่ยินยอมรับรองคำที่กล่าวดี พูดดี ของกันและกันในธรรมะที่ทรงแสดงแล้วโดยปริยาย ก็หวังได้ว่าจะบาดหมาง ทะเลาะวิวาทกัน ทิ่มแทงกันด้วยหอกคือปาก แต่ถ้าตรงกันข้าม ก็พร้อมเพรียง ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำกับน้ำนมที่เข้ากันได้ มองกันและกันด้วยความรักใคร่เอ็นดู และได้ตรัสถึงความสุขที่เป็นขั้น ๆ 10 อย่างที่ประณีตขึ้นไปกว่ากันโดยลำดับ เริ่มตั้งแต่กามคุณ 5 ไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ</p><p>สมณมุณฑิกสูตร  ณ พระเชตวัน เช่นกัน ปรารภปริพพาชกชื่อ อุคคาหมานะ ผู้เป็นบุตรแห่งนางสมณะผู้โกนผม ได้สนทนากับช่างไม้ชื่อปัญจังคะ ในเรื่อง ตนได้บัญญัติบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 อย่างว่าเป็นสมณะ สมบูรณ์ด้วยกุศล มีกุศลยอดเยี่ยม บรรลุความเป็นเลิศ ไม่มีใครรบชนะได้ คือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย, ไม่ทำกรรมชั่วทางวาจา, ไม่ทำกรรมชั่วทางใจ และไม่ประกอบอาชีพชั่ว เมื่อช่างไม้ฯ ได้ฟังความนั้น ก็ได้นำมาเล่าถวายให้พระพุทธเจ้าให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ไม่ทรงรับรองถ้อยคำของปริพพาชกผู้นั้น และตรัสสอนในเรื่องของธรรมะ 10  ประการที่ทำให้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยกุศล เป็นต้น</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ # รักษาศาสนาด้วยการรักษา “มาติกา”    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>จากทั้ง 2 พระสูตรนี้ สามารถใช้อ้างอิงเป็นกรณีศึกษาได้ โดยกล่าวถึงว่า หากเรามีความรู้ ความเข้าใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไม่แจ่มแจ้งหรือไม่ตรงกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนในอรรถะหรือบทพยัญชนะก็ตาม จึงจำเป็นต้องกลับมาที่ตัวแม่บทก่อน โดยมี พุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นที่ตั้ง มีความเคารพยำเกรง เห็นพ้องลงร่วมกันในธรรมะของพระพุทธเจ้าที่กล่าวไว้ดีแล้ว ค่อยทำการวิเคราะห์ไปตามบทพยัญชนะ พิจารณาตามเหตุตามปัจจัย จะทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกันในหมู่คณะได้</p><p>พหุเวทนิยสูตร ณ พระเชตวัน ปรารภเหตุช่างไม้ชื่อ ปัญจังคะ กับ พระอุทายี กล่าวไม่ตรงกันในข้อว่า พระพุทธองค์ตรัสในเรื่องของเวทนาไว้กี่อย่าง โดยพระอุทายีกล่าวว่ามี 3 อย่าง คือ สุข ทุกข์ ไม่ทุกข์ไม่สุข.แต่ช่างไม้ฯ กล่าวว่ามี 2 อย่าง คือ สุข กับ ทุกข์ ส่วนไม่ทุกข์ไม่สุขนั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ในสุขอันประณีต ทั้งสองฝ่ายจึงไม่สามารถจะตกลงกันได้ เมื่อพระอานนท์ได้ฟังข้อสนทนาของทั้งสองฝ่าย จึงนำความไปกราบทูลฯ พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระองค์ได้ทรงแสดงในเรื่องของเวทนาไว้โดยปริยายหลายแง่หลายอย่าง มีอยู่ ผู้ที่ไม่ยินยอมรับรองคำที่กล่าวดี พูดดี ของกันและกันในธรรมะที่ทรงแสดงแล้วโดยปริยาย ก็หวังได้ว่าจะบาดหมาง ทะเลาะวิวาทกัน ทิ่มแทงกันด้วยหอกคือปาก แต่ถ้าตรงกันข้าม ก็พร้อมเพรียง ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำกับน้ำนมที่เข้ากันได้ มองกันและกันด้วยความรักใคร่เอ็นดู และได้ตรัสถึงความสุขที่เป็นขั้น ๆ 10 อย่างที่ประณีตขึ้นไปกว่ากันโดยลำดับ เริ่มตั้งแต่กามคุณ 5 ไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ</p><p>สมณมุณฑิกสูตร  ณ พระเชตวัน เช่นกัน ปรารภปริพพาชกชื่อ อุคคาหมานะ ผู้เป็นบุตรแห่งนางสมณะผู้โกนผม ได้สนทนากับช่างไม้ชื่อปัญจังคะ ในเรื่อง ตนได้บัญญัติบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 อย่างว่าเป็นสมณะ สมบูรณ์ด้วยกุศล มีกุศลยอดเยี่ยม บรรลุความเป็นเลิศ ไม่มีใครรบชนะได้ คือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย, ไม่ทำกรรมชั่วทางวาจา, ไม่ทำกรรมชั่วทางใจ และไม่ประกอบอาชีพชั่ว เมื่อช่างไม้ฯ ได้ฟังความนั้น ก็ได้นำมาเล่าถวายให้พระพุทธเจ้าให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ไม่ทรงรับรองถ้อยคำของปริพพาชกผู้นั้น และตรัสสอนในเรื่องของธรรมะ 10  ประการที่ทำให้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยกุศล เป็นต้น</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ # รักษาศาสนาด้วยการรักษา “มาติกา”    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนุรุทธสูตร 6304-4s</title>
			<itunes:title>อนุรุทธสูตร 6304-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 Jan 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/01fabc3c-4236-4da7-a7ff-ab480138dea2/media.mp3" length="25734098" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">01fabc3c-4236-4da7-a7ff-ab480138dea2</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a48c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUWXOql/MpgS+9zNbdVIde/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a48c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ความต่างกันของเจโตวิมุติ มาใน อนุรุทธสูตร (๑๒๗) ปรารภช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะได้อาราธนาให้ท่านไปฉันที่บ้านของตนแล้วถามปัญหาในเรื่อง เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ และ เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ซึ่งพระอนุรุทธะได้ย้อนถามช่างไม้ว่า เข้าใจในเรื่องนี้อย่างไร ช่างไม้ตอบว่าเขาเข้าใจว่าธรรมะ 2 ประการนี้มีความหมายเป็นอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้น</p><p>พระอนุรุทธะจึงได้อธิบายให้เขาเข้าใจโดยถูกต้องว่า ความจริงธรรมะ 2 ประการนี้ ต่างกันทั้งความหมายและพยัญชนะ และในการสนทนาธรรมครั้งนี้ ท่านยังกล่าวถึงเหตุ 4 อย่าง ที่ทำให้เมื่อตายแล้วไปเกิดในหมู่เทวดาเพิ่มเติมให้ด้วย</p><p>พระอภิยะ กัจจานะ ซึ่งรับนิมนต์ไปฉันด้วยกัน ก็ได้ซักถามต่อไปให้ลึกซึ้งขึ้นในเรื่อง คุณธรรมที่เป็นเหตุให้เทวดามีรัศมีต่างกัน พระอนุรุทธะได้ยืนยันว่าที่ท่านทราบโดยละเอียดอย่างนี้ ๆ เพราะท่านเคยอยู่ร่วม เคยเจรจาร่วม เคยสนทนาร่วมกับเทวดาเหล่านั้นมาแล้ว</p><p>อนุรุทธสูตร (๑๒๗)</p><p>[๔๒๒] อ. ดูกรคฤหบดี ธรรม ๒ ข้อนี้ คือ เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ และเจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ ท่านพึงทราบประการที่ต่างกันนั้นโดยปริยายดังต่อไปนี้ ดูกรคฤหบดี ก็ เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ เป็นไฉน </p><p>ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีใจสหรคตด้วยเมตตา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ แผ่ไปตลอดทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่อยู่ เช่นนั้นเหมือนกัน และแผ่ไปตลอดทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวางอยู่ ด้วยอาการเดียวกัน ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยเมตตาอย่างไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ มีอารมณ์หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีเบียดเบียน แผ่ไปตลอดโลกอันมีสัตว์ทั้งปวงในที่ทุกสถาน โดยเป็นอัตภาพทั้งมวลอยู่ มีใจสหรคตด้วยกรุณา … มีใจสหรคตด้วยมุทิตา  … มีใจสหรคตด้วยอุเบกขา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ แผ่ไปตลอดทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่อยู่ เช่นนั้นเหมือนกัน และแผ่ไปตลอดทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวางอยู่ ด้วยอาการเดียวกัน ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยอุเบกขาอย่างไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ มีอารมณ์หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีเบียดเบียน แผ่ไปตลอดโลกอันมีสัตว์ทั้งปวง ในที่ทุกสถาน โดยเป็นอัตภาพทั้งมวลอยู่ ดูกรคฤหบดี นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ ฯ</p><p>[๔๒๓] ดูกรคฤหบดี ก็ เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ เป็นไฉน ดูกร คฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่โคนไม้แห่งหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะอยู่ นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่โคนไม้สองแห่งหรือสามแห่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ</p><p>ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่เขตบ้านแห่งหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่เขตบ้านสองแห่งหรือสามแห่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ</p><p>ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่มหาอาณาจักรหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่มหาอาณาจักรสองหรือสามมหาอาณาจักรว่า เป็นแดนมหัคคตะอยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ</p><p>ดูกรคฤหบดี อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปตลอดปฐพี มีสมุทรเป็นขอบเขตว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ</p><p>ดูกรคฤหบดี โดยปริยายนี้แล ท่านพึงทราบประการที่ธรรม ๒ ข้อนี้ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ ฯ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S01E12 , </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ความต่างกันของเจโตวิมุติ มาใน อนุรุทธสูตร (๑๒๗) ปรารภช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะได้อาราธนาให้ท่านไปฉันที่บ้านของตนแล้วถามปัญหาในเรื่อง เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ และ เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ซึ่งพระอนุรุทธะได้ย้อนถามช่างไม้ว่า เข้าใจในเรื่องนี้อย่างไร ช่างไม้ตอบว่าเขาเข้าใจว่าธรรมะ 2 ประการนี้มีความหมายเป็นอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้น</p><p>พระอนุรุทธะจึงได้อธิบายให้เขาเข้าใจโดยถูกต้องว่า ความจริงธรรมะ 2 ประการนี้ ต่างกันทั้งความหมายและพยัญชนะ และในการสนทนาธรรมครั้งนี้ ท่านยังกล่าวถึงเหตุ 4 อย่าง ที่ทำให้เมื่อตายแล้วไปเกิดในหมู่เทวดาเพิ่มเติมให้ด้วย</p><p>พระอภิยะ กัจจานะ ซึ่งรับนิมนต์ไปฉันด้วยกัน ก็ได้ซักถามต่อไปให้ลึกซึ้งขึ้นในเรื่อง คุณธรรมที่เป็นเหตุให้เทวดามีรัศมีต่างกัน พระอนุรุทธะได้ยืนยันว่าที่ท่านทราบโดยละเอียดอย่างนี้ ๆ เพราะท่านเคยอยู่ร่วม เคยเจรจาร่วม เคยสนทนาร่วมกับเทวดาเหล่านั้นมาแล้ว</p><p>อนุรุทธสูตร (๑๒๗)</p><p>[๔๒๒] อ. ดูกรคฤหบดี ธรรม ๒ ข้อนี้ คือ เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ และเจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ ท่านพึงทราบประการที่ต่างกันนั้นโดยปริยายดังต่อไปนี้ ดูกรคฤหบดี ก็ เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ เป็นไฉน </p><p>ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีใจสหรคตด้วยเมตตา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ แผ่ไปตลอดทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่อยู่ เช่นนั้นเหมือนกัน และแผ่ไปตลอดทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวางอยู่ ด้วยอาการเดียวกัน ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยเมตตาอย่างไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ มีอารมณ์หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีเบียดเบียน แผ่ไปตลอดโลกอันมีสัตว์ทั้งปวงในที่ทุกสถาน โดยเป็นอัตภาพทั้งมวลอยู่ มีใจสหรคตด้วยกรุณา … มีใจสหรคตด้วยมุทิตา  … มีใจสหรคตด้วยอุเบกขา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ แผ่ไปตลอดทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่อยู่ เช่นนั้นเหมือนกัน และแผ่ไปตลอดทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวางอยู่ ด้วยอาการเดียวกัน ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยอุเบกขาอย่างไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ มีอารมณ์หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีเบียดเบียน แผ่ไปตลอดโลกอันมีสัตว์ทั้งปวง ในที่ทุกสถาน โดยเป็นอัตภาพทั้งมวลอยู่ ดูกรคฤหบดี นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ ฯ</p><p>[๔๒๓] ดูกรคฤหบดี ก็ เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ เป็นไฉน ดูกร คฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่โคนไม้แห่งหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะอยู่ นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่โคนไม้สองแห่งหรือสามแห่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ</p><p>ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่เขตบ้านแห่งหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่เขตบ้านสองแห่งหรือสามแห่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ</p><p>ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่มหาอาณาจักรหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่มหาอาณาจักรสองหรือสามมหาอาณาจักรว่า เป็นแดนมหัคคตะอยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ</p><p>ดูกรคฤหบดี อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปตลอดปฐพี มีสมุทรเป็นขอบเขตว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ</p><p>ดูกรคฤหบดี โดยปริยายนี้แล ท่านพึงทราบประการที่ธรรม ๒ ข้อนี้ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ ฯ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S01E12 , </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาสุญญตสูตร 6303-4s</title>
			<itunes:title>มหาสุญญตสูตร 6303-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 Jan 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:07:35</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/79dce9bb-398f-4218-8797-ab4300a4a9e5/media.mp3" length="32477265" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">79dce9bb-398f-4218-8797-ab4300a4a9e5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a48d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnV9wyH9AdFcPJrHHYKa3v4h]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a48d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"มหาสุญญตสูตร" พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ไว้ เนื่องจากการที่พระองค์เสด็จไปยังวิหารของเจ้ากาลเขมกะ ศากยะ ได้ทอดพระนตรเห็นมีเสนาสนะที่แต่งตั้งไว้มากด้วยกัน และทราบว่าที่นี่มีภิกษุอยู่มาก จึงปรารภเหตุนี้แสดงธรรมกับพระอานนท์ถึงการที่พระภิกษุไม่ควรไปคลุกคลีอยู่เป็นหมู่คณะใหญ่ ได้ตรัสไว้ถึง โทษของการคลุกคลี และ ในเรื่องของ สุญญตา การทำจิตให้ว่างจากความเกาะเกี่ยว รวมถึงการมีสัมปชัญญะ (สมฺปชาโน) คือ การรู้ตัวรอบคอบ ในอิริยาบถต่าง ๆ ที่จะทำให้จิตไม่ไหลไปตามอกุศลธรรมทั้งหลาย ทำให้เกิดฌานสมาธิ และทำให้ สุญญตสมาบัติภายใน เกิดขึ้นได้</p><p>นอกจากนี้พระองค์ทรงยกในเรื่องของ กามคุณ 5, อุปาทานขันธ์ 5, อุปัททวะของอาจารย์ ศิษย์ และผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ฯ พร้อมทั้งวิธีพึงปฏิบัติต่อพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร ขึ้นมาแสดงให้ได้ฟังเพิ่มเติมกันอีกด้วย</p><p>[๓๔๖] ดูกรอานนท์ ก็วิหารธรรมอันตถาคตตรัสรู้ในที่นั้นๆ นี้แล คือ ตถาคตบรรลุสุญญตสมาบัติภายใน เพราะไม่ใส่ใจนิมิตทั้งปวงอยู่</p><p>ดูกรอานนท์ ถ้าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์เข้าไปหาตถาคตผู้มีโชค อยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ในที่นั้น ๆ ตถาคตย่อมมีจิตน้อมไปในวิเวก โน้มไปในวิเวก โอนไปในวิเวก หลีกออกแล้ว ยินดียิ่งแล้วในเนกขัมมะ มีภายในปราศจากธรรมเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะโดยประการทั้งปวง จะเป็นผู้ทำการเจรจาแต่ที่ชักชวนให้ออกเท่านั้น ในบริษัทนั้นๆ โดยแท้</p><p>ดูกรอานนท์ เพราะฉะนั้นแล ภิกษุถ้าแม้หวังว่า จะบรรลุสุญญตสมาบัติภายในอยู่ เธอพึงดำรงจิตภายใน ให้จิตภายในสงบ ทำจิตภายในให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ตั้งจิตภายในให้มั่นเถิด ฯ…มหาสุญญตสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #จงเป็นผู้เรียกร้องพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร , #สมฺปชาโน:การรู้ตัวรอบคอบ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"มหาสุญญตสูตร" พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ไว้ เนื่องจากการที่พระองค์เสด็จไปยังวิหารของเจ้ากาลเขมกะ ศากยะ ได้ทอดพระนตรเห็นมีเสนาสนะที่แต่งตั้งไว้มากด้วยกัน และทราบว่าที่นี่มีภิกษุอยู่มาก จึงปรารภเหตุนี้แสดงธรรมกับพระอานนท์ถึงการที่พระภิกษุไม่ควรไปคลุกคลีอยู่เป็นหมู่คณะใหญ่ ได้ตรัสไว้ถึง โทษของการคลุกคลี และ ในเรื่องของ สุญญตา การทำจิตให้ว่างจากความเกาะเกี่ยว รวมถึงการมีสัมปชัญญะ (สมฺปชาโน) คือ การรู้ตัวรอบคอบ ในอิริยาบถต่าง ๆ ที่จะทำให้จิตไม่ไหลไปตามอกุศลธรรมทั้งหลาย ทำให้เกิดฌานสมาธิ และทำให้ สุญญตสมาบัติภายใน เกิดขึ้นได้</p><p>นอกจากนี้พระองค์ทรงยกในเรื่องของ กามคุณ 5, อุปาทานขันธ์ 5, อุปัททวะของอาจารย์ ศิษย์ และผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ฯ พร้อมทั้งวิธีพึงปฏิบัติต่อพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร ขึ้นมาแสดงให้ได้ฟังเพิ่มเติมกันอีกด้วย</p><p>[๓๔๖] ดูกรอานนท์ ก็วิหารธรรมอันตถาคตตรัสรู้ในที่นั้นๆ นี้แล คือ ตถาคตบรรลุสุญญตสมาบัติภายใน เพราะไม่ใส่ใจนิมิตทั้งปวงอยู่</p><p>ดูกรอานนท์ ถ้าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์เข้าไปหาตถาคตผู้มีโชค อยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ในที่นั้น ๆ ตถาคตย่อมมีจิตน้อมไปในวิเวก โน้มไปในวิเวก โอนไปในวิเวก หลีกออกแล้ว ยินดียิ่งแล้วในเนกขัมมะ มีภายในปราศจากธรรมเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะโดยประการทั้งปวง จะเป็นผู้ทำการเจรจาแต่ที่ชักชวนให้ออกเท่านั้น ในบริษัทนั้นๆ โดยแท้</p><p>ดูกรอานนท์ เพราะฉะนั้นแล ภิกษุถ้าแม้หวังว่า จะบรรลุสุญญตสมาบัติภายในอยู่ เธอพึงดำรงจิตภายใน ให้จิตภายในสงบ ทำจิตภายในให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ตั้งจิตภายในให้มั่นเถิด ฯ…มหาสุญญตสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #จงเป็นผู้เรียกร้องพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร , #สมฺปชาโน:การรู้ตัวรอบคอบ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จูฬสุญญตสูตร และอนุปทสูตร 6302-4s</title>
			<itunes:title>จูฬสุญญตสูตร และอนุปทสูตร 6302-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 Jan 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:02</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/bc471630-e431-4c05-9d17-ab3c001be690/media.mp3" length="28853631" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bc471630-e431-4c05-9d17-ab3c001be690</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a48e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUY3TpimzQSPt8MXCwg1azs]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a48e.jpg"/>
			<description><![CDATA["จูฬสุญญตสูตร" ว่าด้วยสุญญตา สุญญตวิหารธรรม ธรรมที่เป็นเครื่องอยู่ของพระพุทธเจ้า คือ การทำในใจให้ถึงความว่าง (อากาสานัญจายตนะ) ซึ่งเป็นเรื่องของสมาธิที่ประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไปตามลำดับขั้น ตั้งแต่รูปฌานไปจนถึงอรูปฌาน และ "อนุปทสูตร" ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท อะไรเกิดอะไรดับไป อะไรดับไปอะไรเกิดขึ้น เห็นความมี เห็นความไม่มี เห็นความไม่ยินดี เห็นความไม่ยินร้าย เป็นไปตามลำดับขั้น<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA["จูฬสุญญตสูตร" ว่าด้วยสุญญตา สุญญตวิหารธรรม ธรรมที่เป็นเครื่องอยู่ของพระพุทธเจ้า คือ การทำในใจให้ถึงความว่าง (อากาสานัญจายตนะ) ซึ่งเป็นเรื่องของสมาธิที่ประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไปตามลำดับขั้น ตั้งแต่รูปฌานไปจนถึงอรูปฌาน และ "อนุปทสูตร" ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท อะไรเกิดอะไรดับไป อะไรดับไปอะไรเกิดขึ้น เห็นความมี เห็นความไม่มี เห็นความไม่ยินดี เห็นความไม่ยินร้าย เป็นไปตามลำดับขั้น<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เวรัญชกสูตร 6301-4s</title>
			<itunes:title>เวรัญชกสูตร 6301-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 01 Jan 2020 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/b60a403f-53b3-4365-bc4b-ab2f01594b3f/media.mp3" length="25701123" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b60a403f-53b3-4365-bc4b-ab2f01594b3f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a48f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWZ0u2dgApGtORVq+ckYmP0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a48f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"เวรัญชกสูตร" ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้เข้าถึงสุคติ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ปรารภพวกพราหมณ์และคฤหบดี ชาวเมืองเวรัญชา ที่ได้มาเข้าเฝ้าฯ ทูลถามคำถามที่ว่า "อะไรเป็นเหตุปัจจัยที่นำไปสุคติและทุคติ" </p><p>พระพุทธเจ้าจึงได้แสดงธรรมเทศนาในเรื่องของธรรมะที่ถ้าไม่ประพฤติไม่ปฏิบัติโดยเรียบร้อย ก็จะทำให้ไปนรก ไปทุคติ  และธรรมะที่เมื่อประพฤติปฏิบัติโดยเรียบร้อย ก็จะทำให้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ซึ่งแยกแยะแบ่งออกได้ 2 หมวด คือ อกุศลกรรมบถ 10 และ กุศลกรรมบถ 10 และในอีก 3 ส่วน ที่เป็นเรื่องของความประพฤติทางกาย วาจา และใจ ทั้งนี้พระพุทธองค์ยังได้กล่าวรับรองถึง ผลแห่งความประพฤติเรียบร้อย ในรายละเอียดไว้ด้วยว่าเป็นเช่นไร </p><p>“ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ประพฤติธรรมพึงหวังว่า ขอเราพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะสิ้นอาสวะเพราะรู้ยิ่งเองแล้ว เข้าถึงอยู่ในชาตินี้เถิด ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ บุคคลนั้นพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะสิ้นอาสวะ เพราะรู้ยิ่งเองแล้ว เข้าถึงอยู่ในชาตินี้ นั่นเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ เป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.”… เวรัญชกสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #สาเลยยกสูตร , #กุศลธรรม 10 อย่างพาไปสู่วิมุติ , #เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ด้วยการประพฤติธรรม , #สากัจฉาธรรม-อย่าไปตกนรก โดยไม่จำเป็น       </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"เวรัญชกสูตร" ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้เข้าถึงสุคติ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ปรารภพวกพราหมณ์และคฤหบดี ชาวเมืองเวรัญชา ที่ได้มาเข้าเฝ้าฯ ทูลถามคำถามที่ว่า "อะไรเป็นเหตุปัจจัยที่นำไปสุคติและทุคติ" </p><p>พระพุทธเจ้าจึงได้แสดงธรรมเทศนาในเรื่องของธรรมะที่ถ้าไม่ประพฤติไม่ปฏิบัติโดยเรียบร้อย ก็จะทำให้ไปนรก ไปทุคติ  และธรรมะที่เมื่อประพฤติปฏิบัติโดยเรียบร้อย ก็จะทำให้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ซึ่งแยกแยะแบ่งออกได้ 2 หมวด คือ อกุศลกรรมบถ 10 และ กุศลกรรมบถ 10 และในอีก 3 ส่วน ที่เป็นเรื่องของความประพฤติทางกาย วาจา และใจ ทั้งนี้พระพุทธองค์ยังได้กล่าวรับรองถึง ผลแห่งความประพฤติเรียบร้อย ในรายละเอียดไว้ด้วยว่าเป็นเช่นไร </p><p>“ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ประพฤติธรรมพึงหวังว่า ขอเราพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะสิ้นอาสวะเพราะรู้ยิ่งเองแล้ว เข้าถึงอยู่ในชาตินี้เถิด ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ บุคคลนั้นพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะสิ้นอาสวะ เพราะรู้ยิ่งเองแล้ว เข้าถึงอยู่ในชาตินี้ นั่นเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ เป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.”… เวรัญชกสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #สาเลยยกสูตร , #กุศลธรรม 10 อย่างพาไปสู่วิมุติ , #เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ด้วยการประพฤติธรรม , #สากัจฉาธรรม-อย่าไปตกนรก โดยไม่จำเป็น       </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กูฏทันตสูตร | ที่สุดแห่งยัญ 6252-4s</title>
			<itunes:title>กูฏทันตสูตร | ที่สุดแห่งยัญ 6252-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Dec 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/1f49b4df-7bbc-4b5d-b1d0-ab2e00e32764/media.mp3" length="28038711" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1f49b4df-7bbc-4b5d-b1d0-ab2e00e32764</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a490</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUAd8RrZsW0NHu8p/R4bJIS]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a490.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เท้าความจากเอพิโสดที่แล้ว ในเรื่องของการฆ่าสัตว์เพื่อนำมามาบูชายัญนั้นไม่ประโยชน์ กลับแต่จะเป็นการสร้างบาปเพิ่มขึ้น จึงได้กล่าวถึงยัญญสัมปทา 3 บริวาร 16 และในเอพิโสดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบกูฏทันตพราหมณ์ถึงเรื่องการบูชายัญอย่างอื่นที่ไม่เป็นไปเพื่อการเบียดเบียนชีวิต ที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผลมีอานิสงส์มากกว่า นั่นคือ การให้ทานแก่ผู้มีศีลอยู่เป็นนิตย์, การสร้างวิหารสำหรับสงฆ์, การถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ, ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล สมาทานตั้งอยู่ใน 3 ขั้น (จุลศีล มัชฌิมศีล  มหาศีล), ออกบวชตามโอกาส และการบำเพ็ญสมาธิภาวนาวิปัสสนาญาณ (วิชชา 8 )</p><p>เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาอย่างนี้แล้ว กูฏทันตพราหมณ์เกิดความเสื่อมใส แสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่กูฏทันตพราหมณ์ และเมื่อทรงทราบความที่พราหมณ์นั้นมีจิตอันควร อ่อนเหมาะ ปราศจากนิวรณ์แล้ว จึงยกอริยสัจจ 4 ขึ้นแสดงต่อ พอจบพระธรรมเทศนา กูฏทันตพราหมณ์ได้บรรลุโสดาปัตติผล </p><p>ดูกรพราหมณ์ พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมไม่เข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะในยัญนั้นปรากฏว่า มีการประหารด้วยท่อนไม้บ้าง จับไสคอกันบ้าง ฉะนั้น พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมไม่เข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ดูกรพราหมณ์ ส่วนนิตยทานอันเป็นอนุกูลยัญอย่างใดอย่างหนึ่งที่บุคคลถวายเจาะจงพวกบรรพชิตผู้มีศีล พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมเข้าไปสู่ยัญเช่นนั้นโดยแท้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะในยัญนั้น ไม่ปรากฏว่ามีการประหารด้วยท่อนไม้ การจับไสคอกันเลย ฉะนั้น พระอรหันต์ ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมเข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ดูกรพราหมณ์ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้นิตยทานอันเป็นอนุกูลยัญนั้น ซึ่งใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผล มากกว่า มีอานิสงส์มากกว่า กว่ายัญสมบัติทั้ง ๓ ประการ ซึ่งมีบริวาร ๑๖ นี้…กูฏทันตสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร E09S10 , ใต้ร่มโพธิบท E07S53 , E07S05 , เข้าใจทำ (ธรรม) E08S01   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เท้าความจากเอพิโสดที่แล้ว ในเรื่องของการฆ่าสัตว์เพื่อนำมามาบูชายัญนั้นไม่ประโยชน์ กลับแต่จะเป็นการสร้างบาปเพิ่มขึ้น จึงได้กล่าวถึงยัญญสัมปทา 3 บริวาร 16 และในเอพิโสดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบกูฏทันตพราหมณ์ถึงเรื่องการบูชายัญอย่างอื่นที่ไม่เป็นไปเพื่อการเบียดเบียนชีวิต ที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผลมีอานิสงส์มากกว่า นั่นคือ การให้ทานแก่ผู้มีศีลอยู่เป็นนิตย์, การสร้างวิหารสำหรับสงฆ์, การถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ, ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล สมาทานตั้งอยู่ใน 3 ขั้น (จุลศีล มัชฌิมศีล  มหาศีล), ออกบวชตามโอกาส และการบำเพ็ญสมาธิภาวนาวิปัสสนาญาณ (วิชชา 8 )</p><p>เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาอย่างนี้แล้ว กูฏทันตพราหมณ์เกิดความเสื่อมใส แสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่กูฏทันตพราหมณ์ และเมื่อทรงทราบความที่พราหมณ์นั้นมีจิตอันควร อ่อนเหมาะ ปราศจากนิวรณ์แล้ว จึงยกอริยสัจจ 4 ขึ้นแสดงต่อ พอจบพระธรรมเทศนา กูฏทันตพราหมณ์ได้บรรลุโสดาปัตติผล </p><p>ดูกรพราหมณ์ พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมไม่เข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะในยัญนั้นปรากฏว่า มีการประหารด้วยท่อนไม้บ้าง จับไสคอกันบ้าง ฉะนั้น พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมไม่เข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ดูกรพราหมณ์ ส่วนนิตยทานอันเป็นอนุกูลยัญอย่างใดอย่างหนึ่งที่บุคคลถวายเจาะจงพวกบรรพชิตผู้มีศีล พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมเข้าไปสู่ยัญเช่นนั้นโดยแท้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะในยัญนั้น ไม่ปรากฏว่ามีการประหารด้วยท่อนไม้ การจับไสคอกันเลย ฉะนั้น พระอรหันต์ ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมเข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ดูกรพราหมณ์ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้นิตยทานอันเป็นอนุกูลยัญนั้น ซึ่งใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผล มากกว่า มีอานิสงส์มากกว่า กว่ายัญสมบัติทั้ง ๓ ประการ ซึ่งมีบริวาร ๑๖ นี้…กูฏทันตสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร E09S10 , ใต้ร่มโพธิบท E07S53 , E07S05 , เข้าใจทำ (ธรรม) E08S01   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กูฏทันตสูตร | ยัญญสัมปทา 3 บริวาร 16 6251-4s</title>
			<itunes:title>กูฏทันตสูตร | ยัญญสัมปทา 3 บริวาร 16 6251-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Dec 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e50aa6a1-cf4c-4cf2-8a43-ab2701031e5f/media.mp3" length="27635868" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e50aa6a1-cf4c-4cf2-8a43-ab2701031e5f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a491</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnU+EDmezDDGvFoo9Xj81EYE]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a491.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"กูฏทันตสูตร" ปรารภกูฎทันตพราหมณ์ประสงค์จะบูชามหายัญ ที่ต้องทำการฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อได้ทราบข่าวว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับ ณ สวนอัมพลัฏฐิกา ใกล้ที่พักของตน  จึงได้ไปเข้าเฝ้าฯ พร้อมคณะพราหมณ์และคฤหบดีชาวบ้านขานุมัตต์หมู่ใหญ่ เพื่อทูลถามในเรื่องของยัญสมบัติ 3 ประการ ซึ่งมีบริวาร 16</p><p>พระพุทธเจ้าได้ยกเรื่องการบูชามหายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราชที่เป็นไปตามธรรม เพื่อจะเป็นประโยชน์และความสุขแก่พระองค์ไปตลอดกาลนาน ซึ่งมีพราหมณ์ปุโรหิตผู้มากด้วยปัญญา (นั่นคือ พระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ) เป็นผู้คอยชี้แจงแนะนำวิธีการบูชามหายัญ โดยแสดงถึง ชนผู้เห็นชอบตามพระราชดำริ 4 จำพวก, พระเจ้ามหาวิชิตราชทรงประกอบด้วยองค์ 8 ประการ,  พราหมณ์ปุโรหิตประกอบด้วยองค์ 4 ประการ รวมเรียก "ยัญญสัมปทา 3 อย่าง มีบริวาร 16"</p><p>หลังจากได้ฟังจบแล้ว เหล่าพราหมณ์ทั้งหลายก็ส่งเสียงอื้ออึงว่า โอ ยัญ โอ ยัญสมบัติ มีเพียงกูฏทันตพราหมณ์ที่นั่งนิ่งอยู่ เพราะเกิดความสงสัยขึ้นว่า ยังมียัญอย่างอื่นอีกหรือไม่หนอ ที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผลมีอานิสงส์มากกว่ายัญที่ได้กล่าวมาข้างต้น มารับฟังตอนจบของพระสูตรได้ในเอพิโสดต่อไป</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #อัคคิสูตรที่ 2 ว่าด้วยเรื่องไฟ 7 กอง   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"กูฏทันตสูตร" ปรารภกูฎทันตพราหมณ์ประสงค์จะบูชามหายัญ ที่ต้องทำการฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อได้ทราบข่าวว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับ ณ สวนอัมพลัฏฐิกา ใกล้ที่พักของตน  จึงได้ไปเข้าเฝ้าฯ พร้อมคณะพราหมณ์และคฤหบดีชาวบ้านขานุมัตต์หมู่ใหญ่ เพื่อทูลถามในเรื่องของยัญสมบัติ 3 ประการ ซึ่งมีบริวาร 16</p><p>พระพุทธเจ้าได้ยกเรื่องการบูชามหายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราชที่เป็นไปตามธรรม เพื่อจะเป็นประโยชน์และความสุขแก่พระองค์ไปตลอดกาลนาน ซึ่งมีพราหมณ์ปุโรหิตผู้มากด้วยปัญญา (นั่นคือ พระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ) เป็นผู้คอยชี้แจงแนะนำวิธีการบูชามหายัญ โดยแสดงถึง ชนผู้เห็นชอบตามพระราชดำริ 4 จำพวก, พระเจ้ามหาวิชิตราชทรงประกอบด้วยองค์ 8 ประการ,  พราหมณ์ปุโรหิตประกอบด้วยองค์ 4 ประการ รวมเรียก "ยัญญสัมปทา 3 อย่าง มีบริวาร 16"</p><p>หลังจากได้ฟังจบแล้ว เหล่าพราหมณ์ทั้งหลายก็ส่งเสียงอื้ออึงว่า โอ ยัญ โอ ยัญสมบัติ มีเพียงกูฏทันตพราหมณ์ที่นั่งนิ่งอยู่ เพราะเกิดความสงสัยขึ้นว่า ยังมียัญอย่างอื่นอีกหรือไม่หนอ ที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผลมีอานิสงส์มากกว่ายัญที่ได้กล่าวมาข้างต้น มารับฟังตอนจบของพระสูตรได้ในเอพิโสดต่อไป</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #อัคคิสูตรที่ 2 ว่าด้วยเรื่องไฟ 7 กอง   </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เสขปฏิปทาสูตร 6250-4s</title>
			<itunes:title>เสขปฏิปทาสูตร 6250-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Dec 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:24</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a3f84ecd-830f-41ab-889e-ab1f00df277c/media.mp3" length="26148692" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a3f84ecd-830f-41ab-889e-ab1f00df277c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a492</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUVi3ezXQrkLhWwt1P0kXZq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a492.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในบทสวด อิ ติ ปิโสฯ ที่เราสวดกันจนคุ้นเคย มีบทที่ว่า วิชชาจรณสัมปันโน แปลว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ อันเป็นผู้ทรงความรู้และปฏิบัติตามความรู้นั้นด้วย ในเอพิโสดนี้จึงได้ยกพระสูตรขึ้นมาอธิบายกันในเรื่องของ วิชชา 3 และ จรณะ 15 ให้ได้ฟังกัน</p><p>"เสขปฏิปทาสูตร"ว่าด้วยผู้มีเสขปฏิปทา ปรารภเจ้าศากยะเมืองกบิลพัสดุ์ได้นิมนต์พระพุทธเจ้าให้ทรงบริโภคสัณฐาคารใหม่ เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ที่สัณฐาคารนั้นเพิ่งสร้างเสร็จ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่พวกเจ้าศากยะฯ ซึ่งในวาระนั้นพระพุทธองค์จึงทรงให้พระอานนท์แสดงธรรมแทน</p><p>อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ชื่อว่าเป็นผู้มีเสขปฏิปทา เพราะถึงพร้อมด้วยคุณธรรมเหล่านี้คือ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล, เป็นคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย, เป็นรู้ประมาณในโภชนะ, เป็นผู้ประกอบความเพียรเครื่องตื่น, เป็นผู้ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม 7, เป็นผู้ได้ฌาน 4 อันเป็นธรรมอาศัยซึ่งจิตอันยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ตามความปรารถนา เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก  เปรียบเหมือนลูกไก่เจาะเปลือกไข่ออก</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S01E21 ,เข้าใจทำ (ธรรม) S08E05 , S08E01 ,  ใต้ร่มโพธิบท S07E44 , S07E40 ,ตามใจท่าน S10E02 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในบทสวด อิ ติ ปิโสฯ ที่เราสวดกันจนคุ้นเคย มีบทที่ว่า วิชชาจรณสัมปันโน แปลว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ อันเป็นผู้ทรงความรู้และปฏิบัติตามความรู้นั้นด้วย ในเอพิโสดนี้จึงได้ยกพระสูตรขึ้นมาอธิบายกันในเรื่องของ วิชชา 3 และ จรณะ 15 ให้ได้ฟังกัน</p><p>"เสขปฏิปทาสูตร"ว่าด้วยผู้มีเสขปฏิปทา ปรารภเจ้าศากยะเมืองกบิลพัสดุ์ได้นิมนต์พระพุทธเจ้าให้ทรงบริโภคสัณฐาคารใหม่ เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ที่สัณฐาคารนั้นเพิ่งสร้างเสร็จ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่พวกเจ้าศากยะฯ ซึ่งในวาระนั้นพระพุทธองค์จึงทรงให้พระอานนท์แสดงธรรมแทน</p><p>อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ชื่อว่าเป็นผู้มีเสขปฏิปทา เพราะถึงพร้อมด้วยคุณธรรมเหล่านี้คือ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล, เป็นคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย, เป็นรู้ประมาณในโภชนะ, เป็นผู้ประกอบความเพียรเครื่องตื่น, เป็นผู้ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม 7, เป็นผู้ได้ฌาน 4 อันเป็นธรรมอาศัยซึ่งจิตอันยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ตามความปรารถนา เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก  เปรียบเหมือนลูกไก่เจาะเปลือกไข่ออก</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S01E21 ,เข้าใจทำ (ธรรม) S08E05 , S08E01 ,  ใต้ร่มโพธิบท S07E44 , S07E40 ,ตามใจท่าน S10E02 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาตัณหาสังขยสูตร และ จูฬตัณหาสังขยสูตร 6249-4s</title>
			<itunes:title>มหาตัณหาสังขยสูตร และ จูฬตัณหาสังขยสูตร 6249-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Dec 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/886bf52b-e454-42e3-9668-ab1900baa0f1/media.mp3" length="30044819" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">886bf52b-e454-42e3-9668-ab1900baa0f1</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a493</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUBY5/UfPLjGzJkltMvVwWv]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a493.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ได้นำ 2 พระสูตร ว่าด้วยเรื่องความสิ้นตัณหา มาให้ได้รับฟังกัน พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน มหาตัณหาสังขยสูตร (สูตรใหญ่) ปรารภทิฏฐิของสาติภิกษุบุตรชาวประมง ที่กล่าวตู่พระพุทธองค์ มีความเห็นผิดไปว่า 'เรารู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า วิญญาณนี้ นั่นแลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป' และ จูฬตัณหาสังขยสูตร (สูตรเล็ก) ปรารภท้าวสักกะที่มาเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลถามถึง ข้อปฏิบัติอย่างไร ที่จะทำให้สิ้นตัณหา ที่จะทำให้หลุดพ้นได้</p><p>…รู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจแล้ว ไม่ยินดีในธรรมารมณ์ที่น่ารัก ไม่ขัดเคือง ในธรรมารมณ์ที่น่าชัง ย่อมเป็นผู้มีสติในกายตั้งมั่น และมีจิตหาประมาณมิได้อยู่ ทราบชัดถึงเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งบาปอกุศลธรรม ตามความเป็นจริง เธอละความยินดียินร้ายอย่างนี้แล้ว เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ตาม ก็ไม่เพลิดเพลิน ไม่บ่นถึง ไม่ ติดใจเวทนานั้น</p><p>เมื่อภิกษุนั้นไม่เพลิดเพลิน ไม่บ่นถึง ไม่ติดใจเวทนานั้นอยู่ ความเพลิดเพลินในเวทนาทั้งหลายจึงดับไป เพราะความเพลิดเพลินดับ อุปาทาน จึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสของภิกษุนั้นจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนั้น ย่อมมีได้อย่างนี้</p><p>ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทรงจำตัณหาสังขยวิมุตติ โดยย่อของเรานี้ อนึ่ง เธอทั้งหลายจงทรงจำสาติภิกษุบุตรชาวประมงว่า เป็นผู้ติดอยู่ในข่ายคือ ตัณหาและกองแห่งตัณหาใหญ่”…มหาตัณหาสังขยสูตรที่ ๘</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S65 , E07S59 , ใต้ร่มโพธิบท E07S59#จิต&amp;ปฏิจจสมุปบาท - ตอนที่ 2 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ได้นำ 2 พระสูตร ว่าด้วยเรื่องความสิ้นตัณหา มาให้ได้รับฟังกัน พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน มหาตัณหาสังขยสูตร (สูตรใหญ่) ปรารภทิฏฐิของสาติภิกษุบุตรชาวประมง ที่กล่าวตู่พระพุทธองค์ มีความเห็นผิดไปว่า 'เรารู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า วิญญาณนี้ นั่นแลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป' และ จูฬตัณหาสังขยสูตร (สูตรเล็ก) ปรารภท้าวสักกะที่มาเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลถามถึง ข้อปฏิบัติอย่างไร ที่จะทำให้สิ้นตัณหา ที่จะทำให้หลุดพ้นได้</p><p>…รู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจแล้ว ไม่ยินดีในธรรมารมณ์ที่น่ารัก ไม่ขัดเคือง ในธรรมารมณ์ที่น่าชัง ย่อมเป็นผู้มีสติในกายตั้งมั่น และมีจิตหาประมาณมิได้อยู่ ทราบชัดถึงเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งบาปอกุศลธรรม ตามความเป็นจริง เธอละความยินดียินร้ายอย่างนี้แล้ว เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ตาม ก็ไม่เพลิดเพลิน ไม่บ่นถึง ไม่ ติดใจเวทนานั้น</p><p>เมื่อภิกษุนั้นไม่เพลิดเพลิน ไม่บ่นถึง ไม่ติดใจเวทนานั้นอยู่ ความเพลิดเพลินในเวทนาทั้งหลายจึงดับไป เพราะความเพลิดเพลินดับ อุปาทาน จึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสของภิกษุนั้นจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนั้น ย่อมมีได้อย่างนี้</p><p>ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทรงจำตัณหาสังขยวิมุตติ โดยย่อของเรานี้ อนึ่ง เธอทั้งหลายจงทรงจำสาติภิกษุบุตรชาวประมงว่า เป็นผู้ติดอยู่ในข่ายคือ ตัณหาและกองแห่งตัณหาใหญ่”…มหาตัณหาสังขยสูตรที่ ๘</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S65 , E07S59 , ใต้ร่มโพธิบท E07S59#จิต&amp;ปฏิจจสมุปบาท - ตอนที่ 2 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาสติปัฏฐานสูตร (สูตรใหญ่) 6248-4s</title>
			<itunes:title>มหาสติปัฏฐานสูตร (สูตรใหญ่) 6248-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Nov 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:42</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/6347e8ea-b7ac-456c-8c59-ab1200e63ea0/media.mp3" length="27734531" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">6347e8ea-b7ac-456c-8c59-ab1200e63ea0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a494</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWPPNSxtCP9JAl0Bwrv1Q5L]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a494.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"มหาสติปัฏฐานสูตร" (สูตรใหญ่) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่าด้วยเรื่องของการเจริญสติปัฏฐาน (ฐานที่ตั้งแห่งสติ) โดยสามารถแบ่งเนื้อหาออกได้เป็น 3 ส่วน คือ ภาคอุทเทส เป็นการนำเสนอภาพรวมของมหาสติปัฏฐาน 4 , ภาคนิเทศ  มีเนื้อหาจำแนกแจกแจงอธิบายรายละเอียดถึงวิธีการนำสติปัฏฐาน 4 ไปปฏิบัติทั้งในส่วนของฐานกาย เวทนา จิต และธรรม และ ภาคอานิสงส์ เป็นบทสรุปที่ยืนยันถึงผลแห่งการปฏิบัติตามสติปัฏฐาน 4 ที่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม และเพื่อทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน</p><p>เป็นเรื่องที่เมื่อได้ฟังแล้ว พิจารณาใคร่ครวญจดจ่อลงไป จะเห็นว่าแม้แต่ในสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม เช่น นิวรณ์เครื่องกางกั้น เครื่องร้อยรัดคือสังโยชน์ หรือแม้แต่ตัณหา ท่านได้กำหนดบทพยัญชนะไว้อย่างรัดกุมมาก ที่เมื่อเราฟังไปจนถึงจุดนั้น ๆ ให้เพ่งดูดี ๆ ว่าตรงไหนมันเกิด ตรงไหนมันดับ รู้เหตุเกิดแล้วจะให้ดับได้อย่างไร ตั้งใจฟังให้ดีแล้ว นี้จะเป็นประโยชน์ได้อย่างมากทีเดียว</p><p>[๔๐๕] ภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน ทางนี้คือ สติปัฏฐาน ๔ ประการ เราอาศัยทางเดียวนี้แล้ว จึงกล่าวคำดังพรรณนามาฉะนี้”…มหาสติปัฏฐานสูตรที่ ๙</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S49 , คลังพระสูตร E08S16</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"มหาสติปัฏฐานสูตร" (สูตรใหญ่) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่าด้วยเรื่องของการเจริญสติปัฏฐาน (ฐานที่ตั้งแห่งสติ) โดยสามารถแบ่งเนื้อหาออกได้เป็น 3 ส่วน คือ ภาคอุทเทส เป็นการนำเสนอภาพรวมของมหาสติปัฏฐาน 4 , ภาคนิเทศ  มีเนื้อหาจำแนกแจกแจงอธิบายรายละเอียดถึงวิธีการนำสติปัฏฐาน 4 ไปปฏิบัติทั้งในส่วนของฐานกาย เวทนา จิต และธรรม และ ภาคอานิสงส์ เป็นบทสรุปที่ยืนยันถึงผลแห่งการปฏิบัติตามสติปัฏฐาน 4 ที่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม และเพื่อทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน</p><p>เป็นเรื่องที่เมื่อได้ฟังแล้ว พิจารณาใคร่ครวญจดจ่อลงไป จะเห็นว่าแม้แต่ในสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม เช่น นิวรณ์เครื่องกางกั้น เครื่องร้อยรัดคือสังโยชน์ หรือแม้แต่ตัณหา ท่านได้กำหนดบทพยัญชนะไว้อย่างรัดกุมมาก ที่เมื่อเราฟังไปจนถึงจุดนั้น ๆ ให้เพ่งดูดี ๆ ว่าตรงไหนมันเกิด ตรงไหนมันดับ รู้เหตุเกิดแล้วจะให้ดับได้อย่างไร ตั้งใจฟังให้ดีแล้ว นี้จะเป็นประโยชน์ได้อย่างมากทีเดียว</p><p>[๔๐๕] ภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน ทางนี้คือ สติปัฏฐาน ๔ ประการ เราอาศัยทางเดียวนี้แล้ว จึงกล่าวคำดังพรรณนามาฉะนี้”…มหาสติปัฏฐานสูตรที่ ๙</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S49 , คลังพระสูตร E08S16</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สุภสูตร ทรงโปรดสุภมาณพ 6247-4s</title>
			<itunes:title>สุภสูตร ทรงโปรดสุภมาณพ 6247-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Nov 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/173527c0-134b-40d3-a2fa-ab0b014252ec/media.mp3" length="26973734" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">173527c0-134b-40d3-a2fa-ab0b014252ec</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a495</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUDqkk8DZSVEvemevM8jUL+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a495.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากเอพิโสดที่แล้วได้นำเสนอ "สุภสูตร" ที่ว่าด้วยเรื่องของอริยขันธ์ 3 ซึ่งปรารภเรื่องของสุภมานพบุตรของโตเทยยพราหมณ์ แห่งเมืองสาววัตถี ซึ่งสุภมานพนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมโปรดในหลายวาระ จึงจะได้นำเสนอเรื่องราวเพิ่มเติมในส่วนของพระสูตรไว้ในช่วงคลังพระสูตรนี้ และในส่วนของอรรถกถาสุภสูตรไว้ในช่วงนิทานพรรณนา</p><p>ในเอพิโสดนี้เป็นเหตุการณ์ที่มาในมัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมโปรดสุภมานพ ที่ได้มาเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลถามปัญหาที่ว่า คฤหัสถ์เท่านั้นเป็นผู้ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกไปจากทุกข์ บรรพชิตไม่เป็น ผู้ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกไปจากทุกข์ ในเรื่องนี้ ท่านพระโคดมตรัสว่าอย่างไร? </p><p>พระพุทธองค์ทรงแสดงแยกแยะแจกแจงให้เห็นถึงความเป็นผู้ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกไปจากทุกข์ เพราะเหตุแห่งอธิกรณ์คือการปฏิบัติชอบ ในเรื่องของ ฐานะการงานของคฤหัสถ์และบรรพชิต, บัญญัติธรรม 5 ประการ (ที่พวกพราหมณ์บัญญัติเปรียบเทียบกับคำสอนในธรรมวินัยนี้) และทางเพื่อความเป็นสหายของพรหม  และในที่นี้เรายังจะได้เห็นถึงพุทธลีลาในบอกสอนของพระพุทธองค์อีกด้วย</p><p>[๗๒๘] ดูกรมาณพ ธรรม ๕ ประการนี้ ที่พราหมณ์ทั้งหลายบัญญัติเพื่อทำบุญ เพื่อยินดีกุศล เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน. ดูกรมาณพ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้พูดจริง เธอรู้สึกว่า เราเป็นผู้พูดจริง ย่อมได้ความรู้อรรถ ย่อมได้ความรู้ธรรม ย่อมได้ความปราโมทย์ประกอบด้วยธรรม ความปราโมทย์อันประกอบด้วยกุศลนี้ เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน. ดูกรมาณพ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีความเพียร … ประพฤติพรหมจรรย์ … มากด้วยการสาธยาย … มากด้วยการบริจาค เธอรู้สึกว่า เราเป็นผู้มากด้วยการบริจาคย่อมได้ความรู้อรรถ ย่อมได้ความรู้ธรรม ย่อมได้ความปราโมทย์อันประกอบด้วยธรรม ความปราโมทย์อันประกอบด้วยกุศลนี้ เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน. ธรรม ๕ ประการ นี้ที่พราหมณ์ทั้งหลายบัญญัติเพื่อทำบุญ เพื่อยินดีกุศลนี้ เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิตเพื่ออบรม จิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน.</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E05 , S09E01 ,  #พรหมวิหาร 4 ธรรมที่เมื่อเข้าใจถูก จะไม่ไร้เดียงสา  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากเอพิโสดที่แล้วได้นำเสนอ "สุภสูตร" ที่ว่าด้วยเรื่องของอริยขันธ์ 3 ซึ่งปรารภเรื่องของสุภมานพบุตรของโตเทยยพราหมณ์ แห่งเมืองสาววัตถี ซึ่งสุภมานพนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมโปรดในหลายวาระ จึงจะได้นำเสนอเรื่องราวเพิ่มเติมในส่วนของพระสูตรไว้ในช่วงคลังพระสูตรนี้ และในส่วนของอรรถกถาสุภสูตรไว้ในช่วงนิทานพรรณนา</p><p>ในเอพิโสดนี้เป็นเหตุการณ์ที่มาในมัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมโปรดสุภมานพ ที่ได้มาเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลถามปัญหาที่ว่า คฤหัสถ์เท่านั้นเป็นผู้ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกไปจากทุกข์ บรรพชิตไม่เป็น ผู้ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกไปจากทุกข์ ในเรื่องนี้ ท่านพระโคดมตรัสว่าอย่างไร? </p><p>พระพุทธองค์ทรงแสดงแยกแยะแจกแจงให้เห็นถึงความเป็นผู้ยินดีกุศลธรรมเครื่องนำออกไปจากทุกข์ เพราะเหตุแห่งอธิกรณ์คือการปฏิบัติชอบ ในเรื่องของ ฐานะการงานของคฤหัสถ์และบรรพชิต, บัญญัติธรรม 5 ประการ (ที่พวกพราหมณ์บัญญัติเปรียบเทียบกับคำสอนในธรรมวินัยนี้) และทางเพื่อความเป็นสหายของพรหม  และในที่นี้เรายังจะได้เห็นถึงพุทธลีลาในบอกสอนของพระพุทธองค์อีกด้วย</p><p>[๗๒๘] ดูกรมาณพ ธรรม ๕ ประการนี้ ที่พราหมณ์ทั้งหลายบัญญัติเพื่อทำบุญ เพื่อยินดีกุศล เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน. ดูกรมาณพ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้พูดจริง เธอรู้สึกว่า เราเป็นผู้พูดจริง ย่อมได้ความรู้อรรถ ย่อมได้ความรู้ธรรม ย่อมได้ความปราโมทย์ประกอบด้วยธรรม ความปราโมทย์อันประกอบด้วยกุศลนี้ เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน. ดูกรมาณพ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีความเพียร … ประพฤติพรหมจรรย์ … มากด้วยการสาธยาย … มากด้วยการบริจาค เธอรู้สึกว่า เราเป็นผู้มากด้วยการบริจาคย่อมได้ความรู้อรรถ ย่อมได้ความรู้ธรรม ย่อมได้ความปราโมทย์อันประกอบด้วยธรรม ความปราโมทย์อันประกอบด้วยกุศลนี้ เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน. ธรรม ๕ ประการ นี้ที่พราหมณ์ทั้งหลายบัญญัติเพื่อทำบุญ เพื่อยินดีกุศลนี้ เรากล่าวว่าเป็นบริขารของจิตเพื่ออบรม จิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน.</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E05 , S09E01 ,  #พรหมวิหาร 4 ธรรมที่เมื่อเข้าใจถูก จะไม่ไร้เดียงสา  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สุภสูตร อริยขันธ์ 3 6246-4s</title>
			<itunes:title>สุภสูตร อริยขันธ์ 3 6246-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Nov 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:11:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a171ab0e-671d-4136-b5eb-ab04012a3218/media.mp3" length="34532977" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a171ab0e-671d-4136-b5eb-ab04012a3218</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a496</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW49V7oOVXYTjVmd7p6pcSq]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a496.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"สุภสูตร" ว่าด้วยเรื่องอริยขันธ์ 3 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี ปรารภสุภมาณพโตเทยยบุตรได้ให้คนไปนิมนต์พระอานนท์ให้สงเคราะห์ไปเยี่ยมตนถึงที่อยู่ และขอโอกาสถามปัญหาว่า 'ในฐานะที่พระอานนท์ เป็นอุปัฏฐากใกล้ชิดพระพุทธเจ้ามานาน พระพุทธองค์ได้ตรัสสรรเสริญคุณแห่งธรรมเหล่าใด และทรงยังชักชวนประชุมชนนี้ ให้สมาทาน ตั้งอยู่ ดำรงอยู่ในธรรมเหล่าใด'</p><p>พระอานนท์ตอบว่า พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญและชักชวนประชุมชนให้ตั้งอยู่ในกองศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นอริยะ และได้อธิบายถึงอริยศีลขันธ์ อริยสมาธิขันธ์  และอริยปัญญาขันธ์โดยรายละเอียดไปตามลำดับ เมื่อแสดงธรรมจบ สุภมาณพโตเทยยบุตร ได้สรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต.</p><p>เปรียบเหมือนสระน้ำใสสะอาดไม่ขุ่นมัวบนยอดภูเขา คนตาดียืนที่ขอบสระนั้น เห็นหอยโข่งและหอยกาบ ก้อนกรวดและก้อนหินหรือฝูงปลากำลังแหวกว่ายอยู่บ้าง หยุดอยู่บ้าง ในสระนั้น ก็คิดอย่างนี้ว่า ‘สระน้ำนี้ใสสะอาดไม่ขุ่นมัว หอยโข่งและหอย กาบ ก้อนกรวดและก้อนหิน และฝูงปลาเหล่านี้กำลังแหวกว่ายอยู่ก็มี หยุดอยู่ก็มีในสระนั้น’ ฉันใด เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน ปราศจากความเศร้าหมอง อ่อน เหมาะแก่การใช้งาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ภิกษุน้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา’ เมื่อเธอรู้เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะ และอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้วก็รู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ฉันนั้น ข้อนี้จัดเป็นปัญญาอย่างหนึ่งของภิกษุ…สุภสูตร ว่าด้วยเรื่องอริยขันธ์ 3</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"สุภสูตร" ว่าด้วยเรื่องอริยขันธ์ 3 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี ปรารภสุภมาณพโตเทยยบุตรได้ให้คนไปนิมนต์พระอานนท์ให้สงเคราะห์ไปเยี่ยมตนถึงที่อยู่ และขอโอกาสถามปัญหาว่า 'ในฐานะที่พระอานนท์ เป็นอุปัฏฐากใกล้ชิดพระพุทธเจ้ามานาน พระพุทธองค์ได้ตรัสสรรเสริญคุณแห่งธรรมเหล่าใด และทรงยังชักชวนประชุมชนนี้ ให้สมาทาน ตั้งอยู่ ดำรงอยู่ในธรรมเหล่าใด'</p><p>พระอานนท์ตอบว่า พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญและชักชวนประชุมชนให้ตั้งอยู่ในกองศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นอริยะ และได้อธิบายถึงอริยศีลขันธ์ อริยสมาธิขันธ์  และอริยปัญญาขันธ์โดยรายละเอียดไปตามลำดับ เมื่อแสดงธรรมจบ สุภมาณพโตเทยยบุตร ได้สรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต.</p><p>เปรียบเหมือนสระน้ำใสสะอาดไม่ขุ่นมัวบนยอดภูเขา คนตาดียืนที่ขอบสระนั้น เห็นหอยโข่งและหอยกาบ ก้อนกรวดและก้อนหินหรือฝูงปลากำลังแหวกว่ายอยู่บ้าง หยุดอยู่บ้าง ในสระนั้น ก็คิดอย่างนี้ว่า ‘สระน้ำนี้ใสสะอาดไม่ขุ่นมัว หอยโข่งและหอย กาบ ก้อนกรวดและก้อนหิน และฝูงปลาเหล่านี้กำลังแหวกว่ายอยู่ก็มี หยุดอยู่ก็มีในสระนั้น’ ฉันใด เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน ปราศจากความเศร้าหมอง อ่อน เหมาะแก่การใช้งาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ภิกษุน้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา’ เมื่อเธอรู้เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะ และอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้วก็รู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ฉันนั้น ข้อนี้จัดเป็นปัญญาอย่างหนึ่งของภิกษุ…สุภสูตร ว่าด้วยเรื่องอริยขันธ์ 3</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุโปสถสูตร และ อิธโลกสูตร 6245-4s</title>
			<itunes:title>อุโปสถสูตร และ อิธโลกสูตร 6245-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Nov 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/3d7d20cc-21b1-4099-9389-aafd00f37491/media.mp3" length="29197178" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3d7d20cc-21b1-4099-9389-aafd00f37491</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a497</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXTp72mMrUkqx2MhG3cZ/Cn]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a497.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ยก 2 พระสูตร ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนนางวิสาขาไว้ใน อุโปสถสูตร ว่าด้วยเรื่องของอริยอุโบสถ จะรักษาศีล 8 อย่างไรให้ถูกต้องและได้ผลมาก และ อิธโลกสูตร ว่าด้วยธรรมะข้อปฏิบัติของหญิงผู้ออกเรือนที่ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกหน้า ซึ่งได้เคยกล่าวไว้กับพระอนุรุทธ ปรารภเทวดาเหล่ามนาปกายิกา นอกจากจะตรัสสอนโดยตรงแก่นางวิสาขาแล้ว ยังได้ตรัสสอนนางนกุลมาตา ในเนื้อความเดียวกันอีกด้วย (อ้างอิงใน  วิสาขสูตร | นกุลมาตาสูตร )</p><p>อุโปสถสูตร</p><p>"บุคคลไม่พึงฆ่าสัตว์ ไม่พึงลักทรัพย์ ไม่พึงพูดเท็จ ไม่พึงดื่มน้ำเมา พึงงดเว้นเมถุน อันเป็นความประพฤติไม่ประเสริฐ ไม่พึงบริโภคโภชนะในเวลาวิกาลในกลางคืน ไม่พึงทัดทรงดอกไม้ ไม่พึงลูบไล้ของหอม และพึงนอนบนเตียง บนพื้น หรือบนที่ซึ่งเขาปูลาด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แลว่า อันพระพุทธเจ้าผู้ถึงที่สุดทุกข์ทรงประกาศไว้ พระจันทร์ พระอาทิตย์ ทั้งสองที่น่าดู ส่องแสง โคจรไปทั่วสถานที่ประมาณเท่าใด และพระจันทร์ พระอาทิตย์นั้น กำจัดความมืดไปในอากาศ ทำให้ทิศรุ่งโรจน์ ส่องแสงอยู่ในนภากาศ ทั่วสถานที่มีประมาณเท่าใด ทรัพย์ คือ แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ ทองสิงคี และทองคำ ตลอดถึงทองชนิดที่เรียกว่า หฏกะ เท่าที่มีอยู่ในสถานที่ประมาณเท่านั้น ยังไม่ถึงแม้ซึ่งเสี้ยวที่ ๑๖ ของอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ และทั้งหมด ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของแสงจันทร์และหมู่ดาว เพราะฉะนั้นแหละ สตรีบุรุษผู้มีศีล เข้าจำอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ทำบุญซึ่งมีสุขเป็นกำไร เป็นผู้ไม่ถูกนินทา ย่อมเข้าถึงสัคคสถาน ฯ"</p><p> </p><p>อิธโลกสูตรที่ ๑</p><p>"มาตุคามผู้จัดการงานดี สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดี ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ มาตุคามนั้นเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ปราศจากความตระหนี่ รู้ความประสงค์ ชำระทางสัมปรายิกัตถประโยชน์อยู่เป็นนิตย์ นารีใดมีธรรม ๘ ประการนี้ ดังกล่าว มานี้ ปราชญ์ทั้งหลายกล่าวสรรเสริญนารีแม้นั้นว่า เป็นผู้มี ศีล ตั้งอยู่ในธรรม พูดคำสัตย์ อุบาสิกาผู้มีศีลเช่นนั้น ถึงพร้อมด้วยอาการ ๑๖ อย่าง ประกอบด้วยองคคุณ ๘ ประการ ย่อมเข้าถึงเทวโลกประเภทมนาปกายิกา ฯ"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: นิทานพรรณรา S02E03 , ขุดเพชรในพระไตรปิฏก  E02S06 , ธรรมะของหญิงผู้ออกเรือน , อริยะอุโบสถ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ยก 2 พระสูตร ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนนางวิสาขาไว้ใน อุโปสถสูตร ว่าด้วยเรื่องของอริยอุโบสถ จะรักษาศีล 8 อย่างไรให้ถูกต้องและได้ผลมาก และ อิธโลกสูตร ว่าด้วยธรรมะข้อปฏิบัติของหญิงผู้ออกเรือนที่ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกหน้า ซึ่งได้เคยกล่าวไว้กับพระอนุรุทธ ปรารภเทวดาเหล่ามนาปกายิกา นอกจากจะตรัสสอนโดยตรงแก่นางวิสาขาแล้ว ยังได้ตรัสสอนนางนกุลมาตา ในเนื้อความเดียวกันอีกด้วย (อ้างอิงใน  วิสาขสูตร | นกุลมาตาสูตร )</p><p>อุโปสถสูตร</p><p>"บุคคลไม่พึงฆ่าสัตว์ ไม่พึงลักทรัพย์ ไม่พึงพูดเท็จ ไม่พึงดื่มน้ำเมา พึงงดเว้นเมถุน อันเป็นความประพฤติไม่ประเสริฐ ไม่พึงบริโภคโภชนะในเวลาวิกาลในกลางคืน ไม่พึงทัดทรงดอกไม้ ไม่พึงลูบไล้ของหอม และพึงนอนบนเตียง บนพื้น หรือบนที่ซึ่งเขาปูลาด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แลว่า อันพระพุทธเจ้าผู้ถึงที่สุดทุกข์ทรงประกาศไว้ พระจันทร์ พระอาทิตย์ ทั้งสองที่น่าดู ส่องแสง โคจรไปทั่วสถานที่ประมาณเท่าใด และพระจันทร์ พระอาทิตย์นั้น กำจัดความมืดไปในอากาศ ทำให้ทิศรุ่งโรจน์ ส่องแสงอยู่ในนภากาศ ทั่วสถานที่มีประมาณเท่าใด ทรัพย์ คือ แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ ทองสิงคี และทองคำ ตลอดถึงทองชนิดที่เรียกว่า หฏกะ เท่าที่มีอยู่ในสถานที่ประมาณเท่านั้น ยังไม่ถึงแม้ซึ่งเสี้ยวที่ ๑๖ ของอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ และทั้งหมด ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของแสงจันทร์และหมู่ดาว เพราะฉะนั้นแหละ สตรีบุรุษผู้มีศีล เข้าจำอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ทำบุญซึ่งมีสุขเป็นกำไร เป็นผู้ไม่ถูกนินทา ย่อมเข้าถึงสัคคสถาน ฯ"</p><p> </p><p>อิธโลกสูตรที่ ๑</p><p>"มาตุคามผู้จัดการงานดี สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดี ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ มาตุคามนั้นเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ปราศจากความตระหนี่ รู้ความประสงค์ ชำระทางสัมปรายิกัตถประโยชน์อยู่เป็นนิตย์ นารีใดมีธรรม ๘ ประการนี้ ดังกล่าว มานี้ ปราชญ์ทั้งหลายกล่าวสรรเสริญนารีแม้นั้นว่า เป็นผู้มี ศีล ตั้งอยู่ในธรรม พูดคำสัตย์ อุบาสิกาผู้มีศีลเช่นนั้น ถึงพร้อมด้วยอาการ ๑๖ อย่าง ประกอบด้วยองคคุณ ๘ ประการ ย่อมเข้าถึงเทวโลกประเภทมนาปกายิกา ฯ"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: นิทานพรรณรา S02E03 , ขุดเพชรในพระไตรปิฏก  E02S06 , ธรรมะของหญิงผู้ออกเรือน , อริยะอุโบสถ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จูฬทุกขักขันธสูตรและสูตรอื่น 6244-4s</title>
			<itunes:title>จูฬทุกขักขันธสูตรและสูตรอื่น 6244-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/c444714e-c2c2-4531-86ff-aaf600b17481/media.mp3" length="30261296" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c444714e-c2c2-4531-86ff-aaf600b17481</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a498</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXmoCwQeCHL7mIKvCgADEjp]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a498.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ได้ยกเรื่องราวของเหล่าอุบาสกผู้เลิศมาให้รับฟังถึง 4 พระสูตรด้วยกัน โดยมีเนื้อหาประเด็นที่น่าสนใจ สามารถศึกษาทำความเข้าใจตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงมีการพิจารณาธรรมในเรื่องเหล่านี้ไว้อย่างไร</p><p>จูฬทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ | ณ นิโครธาราม ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมแก่เจ้ามหานามศากยะ ผู้ทูลถามถึงว่า ธรรมชื่ออะไรที่ยังทรงละไม่ได้เด็ดขาดในภายใน เป็นเหตุให้ โลภะ โทสะ โมหะ อันเป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งจิต ยังครอบงำจิตไว้ได้เป็นครั้งคราว</p><p>[๒๑๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมหานาม ธรรมนั้นนั่นแล ท่านยังละไม่ได้เด็ดขาดในภายใน อันเป็นเหตุให้ โลภธรรมก็ดี โทสธรรมก็ดี โมหธรรมก็ดี ยังครอบงำจิตของท่านไว้ได้เป็นครั้งคราว ดูกรมหานาม ก็ธรรมนั้นจักเป็นอันท่านละได้เด็ดขาดในภายในแล้ว ท่านก็ไม่พึงอยู่ครองเรือน ไม่พึงบริโภคกาม แต่เพราะท่านละธรรมเช่นนั้นยังไม่ได้เด็ดขาดในภายใน ฉะนั้น ท่านจึงยังอยู่ครองเรือน ยังบริโภคกาม.</p><p>[๒๑๑] ดูกรมหานาม ถ้าแม้ว่า อริยสาวกเล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบตามเป็นจริงว่า กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง ดังนี้ แต่อริยสาวกนั้นเว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม ยังไม่บรรลุปีติและสุข หรือกุศลธรรมอื่นที่สงบกว่านั้น เธอจะยังเป็นผู้ไม่เวียนมาในกามไม่ได้ก่อน แต่เมื่อใด อริยสาวกได้เล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง ดังนี้ และเธอก็เว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม บรรลุปีติและสุข หรือกุศลธรรมอื่นที่สงบกว่านั้น เมื่อนั้น เธอย่อมเป็นผู้ไม่เวียนมาในกามเป็นแท้.</p><p>มนาปทายีสูตร ว่าด้วยผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ | อุคคคฤหบดีถวายของที่ตนพอใจแด่พระพุทธเจ้า ด้วยทราบว่าผู้ให้ของที่พอใจย่อมได้ของที่พอใจ พระพุทธองค์ทรงอาศัยความอนุเคราะห์รับของที่อุคคฤหบดีถวายทุกครั้ง เมื่ออุคคคฤหบดีตายไปก็เข้าถึงหมู่เทพชื่อมโนมยะ</p><p>"ผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ใดย่อมให้เครื่องนุ่งห่ม ที่นอน ข้าว น้ำ และปัจจัยมีประการต่างๆ ด้วยความพอใจ ในท่านผู้ประพฤติตรง สิ่งของที่ให้ไปแล้วนั้นย่อมเป็นของที่บริจาคแล้ว สละแล้ว ไม่คิดเอาคืน ผู้นั้นเป็นสัปบุรุษทราบชัดว่า พระอรหันต์เปรียบด้วยนาบุญ บริจาคสิ่งที่บริจาคได้ยากแล้ว ชื่อว่าให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ดังนี้ ฯ</p><p>ชีวกสูตร ว่าด้วยหมอชีวกโกมารภัจจ์ | ณ ป่ามะม่วงของหมอชีวก หมอชีวกได้เข้าเฝ้าฯ ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ที่เขาพูดกันว่าพระสมณโคดมทรงทราบอยู่ก็เสวยเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าเจาะจงถวายนั้นเป็นความจริงเพียงไร พระพุทธเจ้าตรัสตอบถึง เนื้อที่ไม่ควรบริโภคและควรบริโภค ยังได้อธิบายต่อไปอีกในเรื่องของการแผ่กรุณา มุทิตา ไปจนถึงอุเบกขา และการทำบุญได้บาปด้วยเหตุ 5 ประการ</p><p>"ดูกรชีวก ชนใดกล่าวอย่างนี้ว่า ชนทั้งหลายย่อมฆ่าสัตว์เจาะจงพระสมณโคดม พระสมณโคดมทรงทราบข้อนั้นอยู่ ก็ยังเสวยเนื้อสัตว์ที่เขาทำเฉพาะตนอาศัยตนทำ ดังนี้ ชนเหล่านั้นจะชื่อว่ากล่าวตรงกับที่เรากล่าวหามิได้ ชื่อว่ากล่าวตู่เราด้วยคำอันไม่เป็นจริง</p><p>ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่า ไม่ควรเป็นของบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ คือ เนื้อที่ตนเห็น เนื้อที่ตนได้ยิน เนื้อที่ตนรังเกียจ ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่าเป็นของไม่ควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ นี้แล</p><p>ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่า เป็นของควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ คือ เนื้อที่ตนไม่ได้เห็นเนื้อที่ตนไม่ได้ยิน เนื้อที่ตนไม่ได้รังเกียจ ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่า เป็นของควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการนี้แล"</p><p>อาฬวกสูตร ว่าด้วยปัญหาของอาฬวกยักษ์ | พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ ที่อยู่ของอาฬวกยักษ์ ใกล้เมืองอาฬวี ทรงตรัสตอบปัญหาของอาฬวกยักษ์ ได้ช่วยให้เปลี่ยนจากยักษ์ที่มีมิจฉาทิฏฐิกลับมามีสัมมาทิฏฐิ และถึงความนอบน้อมต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธรรมด้วยความที่เป็นธรรมอันดี</p><p>"บุคคลเชื่อธรรมของพระอรหันต์ เพื่อบรรลุนิพพาน ฟังอยู่ด้วยดีย่อมได้ปัญญา เป็นผู้ไม่ประมาท มีวิจาร คนทำเหมาะเจาะ ไม่ทอดธุระ เป็นผู้หมั่น ย่อมหาทรัพย์ได้ คนย่อมได้ชื่อเสียงเพราะความสัตย์ ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้ บุคคลใดผู้อยู่ครองเรือนประกอบด้วยศรัทธา มีธรรม ๔ ประการนี้คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ไปแล้วย่อมไม่เศร้าโศก เชิญท่านถามสมณพราหมณ์เป็นอันมากเหล่าอื่นดูซิว่าในโลกนี้มีอะไรยิ่งไปกว่าสัจจะ ทมะ จาคะ และขันติ ฯ"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E39 , ใต้ร่มโพธิบท S07E69 , คลังพระสูตร  S08E15 , นิทานพรรณนา S02E02 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S02E05 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ในเอพิโสดนี้ ได้ยกเรื่องราวของเหล่าอุบาสกผู้เลิศมาให้รับฟังถึง 4 พระสูตรด้วยกัน โดยมีเนื้อหาประเด็นที่น่าสนใจ สามารถศึกษาทำความเข้าใจตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงมีการพิจารณาธรรมในเรื่องเหล่านี้ไว้อย่างไร</p><p>จูฬทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ | ณ นิโครธาราม ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมแก่เจ้ามหานามศากยะ ผู้ทูลถามถึงว่า ธรรมชื่ออะไรที่ยังทรงละไม่ได้เด็ดขาดในภายใน เป็นเหตุให้ โลภะ โทสะ โมหะ อันเป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งจิต ยังครอบงำจิตไว้ได้เป็นครั้งคราว</p><p>[๒๑๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมหานาม ธรรมนั้นนั่นแล ท่านยังละไม่ได้เด็ดขาดในภายใน อันเป็นเหตุให้ โลภธรรมก็ดี โทสธรรมก็ดี โมหธรรมก็ดี ยังครอบงำจิตของท่านไว้ได้เป็นครั้งคราว ดูกรมหานาม ก็ธรรมนั้นจักเป็นอันท่านละได้เด็ดขาดในภายในแล้ว ท่านก็ไม่พึงอยู่ครองเรือน ไม่พึงบริโภคกาม แต่เพราะท่านละธรรมเช่นนั้นยังไม่ได้เด็ดขาดในภายใน ฉะนั้น ท่านจึงยังอยู่ครองเรือน ยังบริโภคกาม.</p><p>[๒๑๑] ดูกรมหานาม ถ้าแม้ว่า อริยสาวกเล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบตามเป็นจริงว่า กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง ดังนี้ แต่อริยสาวกนั้นเว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม ยังไม่บรรลุปีติและสุข หรือกุศลธรรมอื่นที่สงบกว่านั้น เธอจะยังเป็นผู้ไม่เวียนมาในกามไม่ได้ก่อน แต่เมื่อใด อริยสาวกได้เล็งเห็นด้วยปัญญาโดยชอบ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า กามให้ความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่ง ดังนี้ และเธอก็เว้นจากกาม เว้นจากอกุศลธรรม บรรลุปีติและสุข หรือกุศลธรรมอื่นที่สงบกว่านั้น เมื่อนั้น เธอย่อมเป็นผู้ไม่เวียนมาในกามเป็นแท้.</p><p>มนาปทายีสูตร ว่าด้วยผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ | อุคคคฤหบดีถวายของที่ตนพอใจแด่พระพุทธเจ้า ด้วยทราบว่าผู้ให้ของที่พอใจย่อมได้ของที่พอใจ พระพุทธองค์ทรงอาศัยความอนุเคราะห์รับของที่อุคคฤหบดีถวายทุกครั้ง เมื่ออุคคคฤหบดีตายไปก็เข้าถึงหมู่เทพชื่อมโนมยะ</p><p>"ผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ใดย่อมให้เครื่องนุ่งห่ม ที่นอน ข้าว น้ำ และปัจจัยมีประการต่างๆ ด้วยความพอใจ ในท่านผู้ประพฤติตรง สิ่งของที่ให้ไปแล้วนั้นย่อมเป็นของที่บริจาคแล้ว สละแล้ว ไม่คิดเอาคืน ผู้นั้นเป็นสัปบุรุษทราบชัดว่า พระอรหันต์เปรียบด้วยนาบุญ บริจาคสิ่งที่บริจาคได้ยากแล้ว ชื่อว่าให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ดังนี้ ฯ</p><p>ชีวกสูตร ว่าด้วยหมอชีวกโกมารภัจจ์ | ณ ป่ามะม่วงของหมอชีวก หมอชีวกได้เข้าเฝ้าฯ ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ที่เขาพูดกันว่าพระสมณโคดมทรงทราบอยู่ก็เสวยเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าเจาะจงถวายนั้นเป็นความจริงเพียงไร พระพุทธเจ้าตรัสตอบถึง เนื้อที่ไม่ควรบริโภคและควรบริโภค ยังได้อธิบายต่อไปอีกในเรื่องของการแผ่กรุณา มุทิตา ไปจนถึงอุเบกขา และการทำบุญได้บาปด้วยเหตุ 5 ประการ</p><p>"ดูกรชีวก ชนใดกล่าวอย่างนี้ว่า ชนทั้งหลายย่อมฆ่าสัตว์เจาะจงพระสมณโคดม พระสมณโคดมทรงทราบข้อนั้นอยู่ ก็ยังเสวยเนื้อสัตว์ที่เขาทำเฉพาะตนอาศัยตนทำ ดังนี้ ชนเหล่านั้นจะชื่อว่ากล่าวตรงกับที่เรากล่าวหามิได้ ชื่อว่ากล่าวตู่เราด้วยคำอันไม่เป็นจริง</p><p>ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่า ไม่ควรเป็นของบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ คือ เนื้อที่ตนเห็น เนื้อที่ตนได้ยิน เนื้อที่ตนรังเกียจ ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่าเป็นของไม่ควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ นี้แล</p><p>ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่า เป็นของควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ คือ เนื้อที่ตนไม่ได้เห็นเนื้อที่ตนไม่ได้ยิน เนื้อที่ตนไม่ได้รังเกียจ ดูกรชีวก เรากล่าวเนื้อว่า เป็นของควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการนี้แล"</p><p>อาฬวกสูตร ว่าด้วยปัญหาของอาฬวกยักษ์ | พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ ที่อยู่ของอาฬวกยักษ์ ใกล้เมืองอาฬวี ทรงตรัสตอบปัญหาของอาฬวกยักษ์ ได้ช่วยให้เปลี่ยนจากยักษ์ที่มีมิจฉาทิฏฐิกลับมามีสัมมาทิฏฐิ และถึงความนอบน้อมต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธรรมด้วยความที่เป็นธรรมอันดี</p><p>"บุคคลเชื่อธรรมของพระอรหันต์ เพื่อบรรลุนิพพาน ฟังอยู่ด้วยดีย่อมได้ปัญญา เป็นผู้ไม่ประมาท มีวิจาร คนทำเหมาะเจาะ ไม่ทอดธุระ เป็นผู้หมั่น ย่อมหาทรัพย์ได้ คนย่อมได้ชื่อเสียงเพราะความสัตย์ ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้ บุคคลใดผู้อยู่ครองเรือนประกอบด้วยศรัทธา มีธรรม ๔ ประการนี้คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ไปแล้วย่อมไม่เศร้าโศก เชิญท่านถามสมณพราหมณ์เป็นอันมากเหล่าอื่นดูซิว่าในโลกนี้มีอะไรยิ่งไปกว่าสัจจะ ทมะ จาคะ และขันติ ฯ"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E39 , ใต้ร่มโพธิบท S07E69 , คลังพระสูตร  S08E15 , นิทานพรรณนา S02E02 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S02E05 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>หัตถกสูตรและสูตรอื่น 6243-4s</title>
			<itunes:title>หัตถกสูตรและสูตรอื่น 6243-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:29</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/4435bf93-01f5-42ba-86c7-aaee00fd5429/media.mp3" length="28589813" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4435bf93-01f5-42ba-86c7-aaee00fd5429</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a499</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVTuGP6Tjb22PIUIwKba195]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a499.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ได้นำ 5 เรื่องราวของอุบาสกผู้ประกอบด้วยคุณธรรมอันเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงคุณงามความดี เพื่อให้ได้ใคร่ครวญพิจารณาตามไป ตกผลึกทางความคิดออกมาเป็นสัมมาทิฏฐิได้ จึงยกพระสูตรเหล่านี้ขึ้นมาให้ได้รับฟังกัน</p><p> อุคคสูตรที่ 1 ปรารภเรื่องราวของ "อุคคคฤหบดี ชาวเมืองเวสาลี" ผู้ประกอบด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ และยังได้รับการยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้ให้ของเจริญจิต</p><p>อุคคสูตรที่ 2* ปรารภเรื่องราวของ "อุคคตคฤหบดี ชาวบ้านหัตถิคาม" ผู้ประกอบด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ และยังได้รับการยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้อุปัฏฐากภิกษุสงฆ์</p><p>ทั้งอุบาสกทั้งสองคนนี้ประกอบด้วยคุณธรรมที่ใกล้เคียงคล้าย ๆ กัน โดยมีจิตประกอบด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในครั้งแรกที่เห็นพระพุทธเจ้า และมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้เคารพในพระธรรม ไม่ยินดีในการครองเรือน สามารถมีจาคะ สละทรัพย์ในสิ่งที่ควรสละได้ และที่สำคัญแสดงให้เห็นถึงความอ่อนน้อมต่อเพศบรรพชิตด้วยความเคารพ ด้วยมีจิตเสมอกัน</p><p>ธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ ประกอบด้วย</p><p>1) เมื่อได้เห็นพระพุทธเจ้าเพียงครั้งแรกก็เกิดความเลื่อมใสในทันที</p><p>2) เมื่อเกิดความเลื่อมใสแล้ว เข้าไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า เกิดปัญญาเห็นตามความ</p><p>จริงนั้น</p><p>3) .เมื่อท่านบรรลุธรรมแล้ว ท่านมีภรรยา 4 คน ได้บอกกับภรรยาทั้งหลายว่า ใครจะไปอยู่กับใครก็ได้ ภรรยาคนที่หนึ่งกล่าวขอให้มอบตนกับชายอื่น ก็ไม่เกิดความเสียใจเลย </p><p>4) ท่านมีทรัพย์ มีโภคทรัพย์ ทรัพย์นั้น ท่านก็แจกจ่ายไปทั่วกับผู้มีศีล </p><p>5) เมื่อเข้าไปหาภิษุรูปใด ก็ไปหาด้วยความเคารพ | *หากภิกษุรูปใดแสดงธรรม ท่านก็ฟังโดยเคารพ และถ้าภิกษุนั้นไม่แสดงธรรม ตัวท่านเองก็แสดงธรรมโดยเคารพให้ภิกษุนั้นฟังอีกเช่นกัน</p><p>6) หากภิกษุรูปใดแสดงธรรม ท่านก็ฟังโดยเคารพ และถ้าภิกษุนั้นไม่แสดงธรรม ตัวท่านเองก็แสดงธรรมโดยเคารพให้ภิกษุนั้นฟังอีกเช่นกัน | *เทวดาทั้งหลายเข้ามาหาแล้วกล่าวกับท่านว่า ภิกษุรูปนี้ บรรลุธรรมแล้ว มีคุณธรรม แต่ภิกษุรูปนี้ทุศีล ไม่ดี ท่านก็ไม่มีจิตที่คิดเลยว่า จะถวายทาน กับภิกษุรูปนี้น้อย รูปนี้มาก ที่แท้ก็มีจิตเสมอกันหมด</p><p>7) ท่านไม่เกิดโลภะ หรือมีความฟูใจที่เมื่อมีเทวดามาสนทนากับท่านเลย</p><p>8) ท่านรู้ว่าท่านดับกิเลสที่เป็นสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 ได้แล้ว ถึงความเป็นพระอนาคามี</p><p>หัตถกสูตร, หัตถกสูตรที่ ๑ และ หัตถกสูตรที่ ๒ พระพุทธเจ้าตรัสปรารภให้จดจำ "หัตถกอุบาสก" ชาวเมืองอาฬวี ไว้ว่าเป็นผู้ประกอบด้วยธรรมที่อัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 7 ประการและ 8 ประการ ดังนี้ คือ คือเป็นผู้มีศรัทธา, มีศีล, มีหิริ, มีโอตตัปปะ, เป็นพหูสูต, มีจาคะ และมีปัญญา และมีเพิ่มเติมในข้อ 8 ในความที่เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย และนอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้สงเคราะห์บริษัทด้วยสังคหวัตถุ 4 (ทาน, ปิยวาจา, อัตถจริยา และสมานัตตตา)</p><p>"ดูกรกุมาร คฤหบดีหรือบุตรคฤหบดีนั้น ถูกความเร่าร้อนอันเกิดแต่โทสะ ฯลฯ เกิดแต่โมหะใดแผดเผาอยู่ จึงอยู่เป็นทุกข์ โทสะ โมหะนั้น ตถาคตละได้เด็ดขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เหมือนตาลยอดด้วน ไม่ให้มีไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น เราจึงอยู่เป็นสุข ฯ พราหมณ์ผู้ดับกิเลสได้แล้ว อยู่สบายทุกเมื่อแล ผู้ใดไม่ติดอยู่ในกาม ผู้นั้นเป็นผู้เยือกเย็นหมดอุปธิ ตัดธรรมชาติเครื่องมาข้องเสียทุกอย่าง ปราบปรามความกระวนกระวายในหทัยได้ เข้าไปสงบแล้ว ถึงความสงบใจอยู่สบาย ฯ"…หัตถกสูตร</p><p>มหานามสูตร เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะได้ตรัสถามปัญหากับพระพุทธเจ้าถึงเหตุที่ทำให้บุคคลถึงความเป็นอุบาสกผู้มีศีล, เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่นฯ และเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนและเพื่อประโยชน์ผู้อื่นฯ</p><p>"ดูกรมหานาม เมื่อใดแล อุบาสกเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ๑ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล และชักชวนผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยศีล ๑ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ และ ชักชวนผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยจาคะ ๑ ตนเองเป็นผู้ใคร่เพื่อเห็นภิกษุ และชักชวนผู้อื่นในการเห็นภิกษุ ๑ ตนเองเป็นผู้ใคร่เพื่อฟังสัทธรรม และชักชวนผู้อื่นในการฟังสัทธรรม ๑ ตนเองเป็นผู้ทรงจำธรรมที่ตนฟังแล้ว และชักชวนผู้อื่นเพื่อการ ทรงจำธรรม ๑ ตนเองเป็นผู้พิจารณาอรรถแห่งธรรมที่ตนฟังแล้ว และชักชวนผู้อื่นในการพิจารณาอรรถแห่งธรรม ๑ ตนเองรู้ทั่วถึงอรรถรู้ทั่วถึงธรรมแล้วปฏิบัติ ธรรมสมควรแก่ธรรม และชักชวนผู้อื่นในการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑ ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล อุบาสกชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน และเพื่อประโยชน์ผู้อื่น ฯ"…มหานามสูตร</p><p>โคธาสูตร เจ้าศากยะพระนามว่า โคธา และ มหานามะ ได้สนทนาถกเถียงกันในเรื่องปัญหาเกี่ยวกับความที่บุคคลผู้เป็นพระโสดาบันจะประกอบด้วยคุณธรรม 3 ข้อ หรือ 4 ข้อ จึงได้นำความนั้นมาตรัสถามกับพระพุทธเจ้า </p><p>"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความบังเกิดแห่งเหตุเฉพาะบางประการ พึงบังเกิด ขึ้นได้ในธรรมวินัยนี้ คือ ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาค (ตรัส) และฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุสงฆ์ ภิกษุณีสงฆ์ อุบาสกทั้งหลาย และอุบาสิกาทั้งหลาย โลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ (กล่าว) ฝ่ายใด พระผู้มีพระภาคตรัส หม่อมฉันพึงเป็นฝ่ายนั้น ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำหม่อมฉันว่า เป็นผู้เลื่อมใสอย่างนี้."…โคธาสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S02E04 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ได้นำ 5 เรื่องราวของอุบาสกผู้ประกอบด้วยคุณธรรมอันเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงคุณงามความดี เพื่อให้ได้ใคร่ครวญพิจารณาตามไป ตกผลึกทางความคิดออกมาเป็นสัมมาทิฏฐิได้ จึงยกพระสูตรเหล่านี้ขึ้นมาให้ได้รับฟังกัน</p><p> อุคคสูตรที่ 1 ปรารภเรื่องราวของ "อุคคคฤหบดี ชาวเมืองเวสาลี" ผู้ประกอบด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ และยังได้รับการยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้ให้ของเจริญจิต</p><p>อุคคสูตรที่ 2* ปรารภเรื่องราวของ "อุคคตคฤหบดี ชาวบ้านหัตถิคาม" ผู้ประกอบด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ และยังได้รับการยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้อุปัฏฐากภิกษุสงฆ์</p><p>ทั้งอุบาสกทั้งสองคนนี้ประกอบด้วยคุณธรรมที่ใกล้เคียงคล้าย ๆ กัน โดยมีจิตประกอบด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในครั้งแรกที่เห็นพระพุทธเจ้า และมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้เคารพในพระธรรม ไม่ยินดีในการครองเรือน สามารถมีจาคะ สละทรัพย์ในสิ่งที่ควรสละได้ และที่สำคัญแสดงให้เห็นถึงความอ่อนน้อมต่อเพศบรรพชิตด้วยความเคารพ ด้วยมีจิตเสมอกัน</p><p>ธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ ประกอบด้วย</p><p>1) เมื่อได้เห็นพระพุทธเจ้าเพียงครั้งแรกก็เกิดความเลื่อมใสในทันที</p><p>2) เมื่อเกิดความเลื่อมใสแล้ว เข้าไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า เกิดปัญญาเห็นตามความ</p><p>จริงนั้น</p><p>3) .เมื่อท่านบรรลุธรรมแล้ว ท่านมีภรรยา 4 คน ได้บอกกับภรรยาทั้งหลายว่า ใครจะไปอยู่กับใครก็ได้ ภรรยาคนที่หนึ่งกล่าวขอให้มอบตนกับชายอื่น ก็ไม่เกิดความเสียใจเลย </p><p>4) ท่านมีทรัพย์ มีโภคทรัพย์ ทรัพย์นั้น ท่านก็แจกจ่ายไปทั่วกับผู้มีศีล </p><p>5) เมื่อเข้าไปหาภิษุรูปใด ก็ไปหาด้วยความเคารพ | *หากภิกษุรูปใดแสดงธรรม ท่านก็ฟังโดยเคารพ และถ้าภิกษุนั้นไม่แสดงธรรม ตัวท่านเองก็แสดงธรรมโดยเคารพให้ภิกษุนั้นฟังอีกเช่นกัน</p><p>6) หากภิกษุรูปใดแสดงธรรม ท่านก็ฟังโดยเคารพ และถ้าภิกษุนั้นไม่แสดงธรรม ตัวท่านเองก็แสดงธรรมโดยเคารพให้ภิกษุนั้นฟังอีกเช่นกัน | *เทวดาทั้งหลายเข้ามาหาแล้วกล่าวกับท่านว่า ภิกษุรูปนี้ บรรลุธรรมแล้ว มีคุณธรรม แต่ภิกษุรูปนี้ทุศีล ไม่ดี ท่านก็ไม่มีจิตที่คิดเลยว่า จะถวายทาน กับภิกษุรูปนี้น้อย รูปนี้มาก ที่แท้ก็มีจิตเสมอกันหมด</p><p>7) ท่านไม่เกิดโลภะ หรือมีความฟูใจที่เมื่อมีเทวดามาสนทนากับท่านเลย</p><p>8) ท่านรู้ว่าท่านดับกิเลสที่เป็นสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 ได้แล้ว ถึงความเป็นพระอนาคามี</p><p>หัตถกสูตร, หัตถกสูตรที่ ๑ และ หัตถกสูตรที่ ๒ พระพุทธเจ้าตรัสปรารภให้จดจำ "หัตถกอุบาสก" ชาวเมืองอาฬวี ไว้ว่าเป็นผู้ประกอบด้วยธรรมที่อัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 7 ประการและ 8 ประการ ดังนี้ คือ คือเป็นผู้มีศรัทธา, มีศีล, มีหิริ, มีโอตตัปปะ, เป็นพหูสูต, มีจาคะ และมีปัญญา และมีเพิ่มเติมในข้อ 8 ในความที่เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย และนอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้สงเคราะห์บริษัทด้วยสังคหวัตถุ 4 (ทาน, ปิยวาจา, อัตถจริยา และสมานัตตตา)</p><p>"ดูกรกุมาร คฤหบดีหรือบุตรคฤหบดีนั้น ถูกความเร่าร้อนอันเกิดแต่โทสะ ฯลฯ เกิดแต่โมหะใดแผดเผาอยู่ จึงอยู่เป็นทุกข์ โทสะ โมหะนั้น ตถาคตละได้เด็ดขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เหมือนตาลยอดด้วน ไม่ให้มีไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น เราจึงอยู่เป็นสุข ฯ พราหมณ์ผู้ดับกิเลสได้แล้ว อยู่สบายทุกเมื่อแล ผู้ใดไม่ติดอยู่ในกาม ผู้นั้นเป็นผู้เยือกเย็นหมดอุปธิ ตัดธรรมชาติเครื่องมาข้องเสียทุกอย่าง ปราบปรามความกระวนกระวายในหทัยได้ เข้าไปสงบแล้ว ถึงความสงบใจอยู่สบาย ฯ"…หัตถกสูตร</p><p>มหานามสูตร เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะได้ตรัสถามปัญหากับพระพุทธเจ้าถึงเหตุที่ทำให้บุคคลถึงความเป็นอุบาสกผู้มีศีล, เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่นฯ และเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนและเพื่อประโยชน์ผู้อื่นฯ</p><p>"ดูกรมหานาม เมื่อใดแล อุบาสกเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ๑ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล และชักชวนผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยศีล ๑ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ และ ชักชวนผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยจาคะ ๑ ตนเองเป็นผู้ใคร่เพื่อเห็นภิกษุ และชักชวนผู้อื่นในการเห็นภิกษุ ๑ ตนเองเป็นผู้ใคร่เพื่อฟังสัทธรรม และชักชวนผู้อื่นในการฟังสัทธรรม ๑ ตนเองเป็นผู้ทรงจำธรรมที่ตนฟังแล้ว และชักชวนผู้อื่นเพื่อการ ทรงจำธรรม ๑ ตนเองเป็นผู้พิจารณาอรรถแห่งธรรมที่ตนฟังแล้ว และชักชวนผู้อื่นในการพิจารณาอรรถแห่งธรรม ๑ ตนเองรู้ทั่วถึงอรรถรู้ทั่วถึงธรรมแล้วปฏิบัติ ธรรมสมควรแก่ธรรม และชักชวนผู้อื่นในการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑ ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล อุบาสกชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน และเพื่อประโยชน์ผู้อื่น ฯ"…มหานามสูตร</p><p>โคธาสูตร เจ้าศากยะพระนามว่า โคธา และ มหานามะ ได้สนทนาถกเถียงกันในเรื่องปัญหาเกี่ยวกับความที่บุคคลผู้เป็นพระโสดาบันจะประกอบด้วยคุณธรรม 3 ข้อ หรือ 4 ข้อ จึงได้นำความนั้นมาตรัสถามกับพระพุทธเจ้า </p><p>"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความบังเกิดแห่งเหตุเฉพาะบางประการ พึงบังเกิด ขึ้นได้ในธรรมวินัยนี้ คือ ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาค (ตรัส) และฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุสงฆ์ ภิกษุณีสงฆ์ อุบาสกทั้งหลาย และอุบาสิกาทั้งหลาย โลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ (กล่าว) ฝ่ายใด พระผู้มีพระภาคตรัส หม่อมฉันพึงเป็นฝ่ายนั้น ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำหม่อมฉันว่า เป็นผู้เลื่อมใสอย่างนี้."…โคธาสูตร</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S02E04 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมะ 5 ประการที่ไม่ได้มาด้วยการอ้อนวอน 6242-4s</title>
			<itunes:title>ธรรมะ 5 ประการที่ไม่ได้มาด้วยการอ้อนวอน 6242-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/d3814bc1-500f-426d-a62b-aae800fa1e15/media.mp3" length="27989553" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d3814bc1-500f-426d-a62b-aae800fa1e15</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a49a</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVS2hk/BRIdmlhwpiAry5C7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a49a.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เรื่องราวใน 3 พระสูตรที่ยกขึ้นมานี้ เมื่อนำมาประกอบกันแล้ว จะให้เห็นถึงเหตุปัจจัยที่เมื่อเราทำ เราสร้างแล้ว สามารถที่จะทำให้คนเราไปในที่ ๆ แตกต่างกันได้ ดังนั้นเมื่อทำความเข้าใจใคร่ครวญในเนื้อหาอย่างลึกซึ้งแล้วจะทำให้เราทราบถึงปฏิปทาวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง</p><p>"อิฏฐสูตร" ธรรมะ 5 ประการ (อายุ วรรณะ สุขะ ยศ สวรรค์) อันเป็นที่น่ารักน่าใคร่หาได้ยากในโลก จะไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนด้วยการขอร้อง แต่ต้องได้ด้วยการกระทำ มีปฏิปทามีวิธีการมีวิธีทำ มีการปฏิบัติที่ถูกต้อง</p><p>ชนผู้ปรารถนาอายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สวรรค์ ความเกิดในตระกูลสูง และความเพลินใจ พึงทำความไม่ประมาทให้มากยิ่งขึ้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญความไม่ประมาทในการทำบุญ บัณฑิตผู้ไม่ประมาทแล้ว ย่อมยึดถือประโยชน์ทั้งสองไว้ได้ คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน และประโยชน์ในสัมปรายภพ ผู้มีปัญญา ท่านเรียกว่าบัณฑิต เพราะบรรลุถึงประโยชน์ทั้งสองนั้น ฯ</p><p>จึงยก "จูฬกัมมวิภังคสูตร" มาประกอบ เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าทรงได้ตรัสตอบปัญหาแก่สุภมานพ โตเทยบุตร ว่าด้วยเรื่องกฎแห่งกรรมที่ทำให้คนแตกต่างกัน ซึ่งมีเหตุปัจจัยอะไรที่ทำให้มี ที่ทำให้เป็น ในธรรมะ 5 ประการข้างต้น</p><p>ดูกรมาณพ ด้วยประการฉะนี้แล ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้น ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีอายุสั้น ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุยืน ย่อมนำเข้าไป สู่ความเป็นคนมีอายุยืน ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคมากย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโรคมาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโรคน้อย ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีผิวพรรณทราม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีผิวพรรณทราม ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเป็นผู้น่าเลื่อมใส ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนน่าเลื่อมใส ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดาน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดาน้อย ปฏิปทา เป็นไปเพื่อมีศักดามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดามาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะน้อย ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะมาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะมาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลต่ำ ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลต่ำ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลสูง ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลสูง ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญาทราม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีปัญญาทราม ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีปัญญามาก</p><p>ดูกรมาณพ สัตว์ทั้งหลาย มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรม เป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีต ฯ</p><p>และปิดท้ายด้วยการให้ทาน ทำอย่างไรจึงจะมีผลมากได้ มาใน "ทักขิณาวิภังคสูตร" ปรารภพระนางมหาปชาบดีโคตมีที่มีประสงค์จะถวายจีวรผืนใหม่แก่พระพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธ พระอานนท์ทูลขอให้ทรงรับไว้ พระพุทธองค์จึงทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ว่าด้วยเรื่องการจำแนกทานและผลแห่งทานดังนี้</p><p>(๑) ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรมและผลแห่งกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนทุศีล ทักษิณาของผู้นั้น ชื่อว่าบริสุทธิ์ฝ่ายทายก ฯ (๒) ผู้ใดทุศีล ได้ของมาโดยไม่เป็นธรรม มีจิตไม่เลื่อมใส ไม่เชื่อกรรมและผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนมีศีล ทักษิณาของผู้นั้นชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก ฯ (๓) ผู้ใดทุศีล ได้ของมาโดยไม่เป็นธรรม มีจิตไม่เลื่อมใส ไม่เชื่อกรรมและผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนทุศีล เราไม่กล่าวทานของผู้นั้นว่า มีผลไพบูลย์ ฯ (๔) ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรม และผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนมีศีล เรากล่าวทานของผู้นั้นแลว่า มีผลไพบูลย์ ฯ (๕) ผู้ใดปราศจากราคะแล้ว ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรมและผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในผู้ปราศจาก ราคะ ทานของผู้นั้นนั่นแล เลิศกว่าอามิสทานทั้งหลาย ฯ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  ใต้ร่มโพธิบท Ep.55, Ep.45 , Ep.33  , ตามใจท่าน Ep.61    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เรื่องราวใน 3 พระสูตรที่ยกขึ้นมานี้ เมื่อนำมาประกอบกันแล้ว จะให้เห็นถึงเหตุปัจจัยที่เมื่อเราทำ เราสร้างแล้ว สามารถที่จะทำให้คนเราไปในที่ ๆ แตกต่างกันได้ ดังนั้นเมื่อทำความเข้าใจใคร่ครวญในเนื้อหาอย่างลึกซึ้งแล้วจะทำให้เราทราบถึงปฏิปทาวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง</p><p>"อิฏฐสูตร" ธรรมะ 5 ประการ (อายุ วรรณะ สุขะ ยศ สวรรค์) อันเป็นที่น่ารักน่าใคร่หาได้ยากในโลก จะไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนด้วยการขอร้อง แต่ต้องได้ด้วยการกระทำ มีปฏิปทามีวิธีการมีวิธีทำ มีการปฏิบัติที่ถูกต้อง</p><p>ชนผู้ปรารถนาอายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สวรรค์ ความเกิดในตระกูลสูง และความเพลินใจ พึงทำความไม่ประมาทให้มากยิ่งขึ้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญความไม่ประมาทในการทำบุญ บัณฑิตผู้ไม่ประมาทแล้ว ย่อมยึดถือประโยชน์ทั้งสองไว้ได้ คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน และประโยชน์ในสัมปรายภพ ผู้มีปัญญา ท่านเรียกว่าบัณฑิต เพราะบรรลุถึงประโยชน์ทั้งสองนั้น ฯ</p><p>จึงยก "จูฬกัมมวิภังคสูตร" มาประกอบ เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าทรงได้ตรัสตอบปัญหาแก่สุภมานพ โตเทยบุตร ว่าด้วยเรื่องกฎแห่งกรรมที่ทำให้คนแตกต่างกัน ซึ่งมีเหตุปัจจัยอะไรที่ทำให้มี ที่ทำให้เป็น ในธรรมะ 5 ประการข้างต้น</p><p>ดูกรมาณพ ด้วยประการฉะนี้แล ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้น ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีอายุสั้น ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุยืน ย่อมนำเข้าไป สู่ความเป็นคนมีอายุยืน ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคมากย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโรคมาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโรคน้อย ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีผิวพรรณทราม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีผิวพรรณทราม ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเป็นผู้น่าเลื่อมใส ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนน่าเลื่อมใส ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดาน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดาน้อย ปฏิปทา เป็นไปเพื่อมีศักดามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีศักดามาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะน้อย ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะน้อย ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะมาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีโภคะมาก ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลต่ำ ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลต่ำ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลสูง ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนเกิดในสกุลสูง ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญาทราม ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีปัญญาทราม ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญามาก ย่อมนำเข้าไปสู่ความเป็นคนมีปัญญามาก</p><p>ดูกรมาณพ สัตว์ทั้งหลาย มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรม เป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีต ฯ</p><p>และปิดท้ายด้วยการให้ทาน ทำอย่างไรจึงจะมีผลมากได้ มาใน "ทักขิณาวิภังคสูตร" ปรารภพระนางมหาปชาบดีโคตมีที่มีประสงค์จะถวายจีวรผืนใหม่แก่พระพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธ พระอานนท์ทูลขอให้ทรงรับไว้ พระพุทธองค์จึงทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ว่าด้วยเรื่องการจำแนกทานและผลแห่งทานดังนี้</p><p>(๑) ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรมและผลแห่งกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนทุศีล ทักษิณาของผู้นั้น ชื่อว่าบริสุทธิ์ฝ่ายทายก ฯ (๒) ผู้ใดทุศีล ได้ของมาโดยไม่เป็นธรรม มีจิตไม่เลื่อมใส ไม่เชื่อกรรมและผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนมีศีล ทักษิณาของผู้นั้นชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก ฯ (๓) ผู้ใดทุศีล ได้ของมาโดยไม่เป็นธรรม มีจิตไม่เลื่อมใส ไม่เชื่อกรรมและผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนทุศีล เราไม่กล่าวทานของผู้นั้นว่า มีผลไพบูลย์ ฯ (๔) ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรม และผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในคนมีศีล เรากล่าวทานของผู้นั้นแลว่า มีผลไพบูลย์ ฯ (๕) ผู้ใดปราศจากราคะแล้ว ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรมและผลของกรรมอย่างยิ่ง ให้ทานในผู้ปราศจาก ราคะ ทานของผู้นั้นนั่นแล เลิศกว่าอามิสทานทั้งหลาย ฯ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:  ใต้ร่มโพธิบท Ep.55, Ep.45 , Ep.33  , ตามใจท่าน Ep.61    </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พระสูตรว่าด้วยเรื่องของจิตตคหบดี 6241-4s</title>
			<itunes:title>พระสูตรว่าด้วยเรื่องของจิตตคหบดี 6241-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:49</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/86fe15d2-923d-457e-8f49-aae10133798c/media.mp3" length="26349765" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">86fe15d2-923d-457e-8f49-aae10133798c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a49b</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUusbp2KHzP3DPEDAV/IZNI]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a49b.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>รวมพระสูตรที่ว่าด้วยเรื่องของจิตตคฤหบดี สังยุตตนิกาย  ได้แก่ สังโยชนสูตร, ปฐมอิสิทัตตสูตร, ทุติยอิสิทัตตสูตร, มหกปาฏิหาริยสูตร, ฐมกามภูสูตร, ทุติยกามภูสูตร, โคทัตตสูตร  และคิลานทัสสนสูตร </p><p>คิลานทัสสนสูตร</p><p>“เพราะฉะนั้นแล พวกท่านพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ‘พวกเราจักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า ‘แม้ เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดี รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกผู้ที่ ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค’ จักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรมว่า ‘พระธรรมอัน พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน’ จักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า ‘พระสงฆ์สาวกของ พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติถูกทาง ปฏิบัติสมควร ได้แก่ อริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคนี้เป็นผู้ควรแก่ ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก’ อนึ่ง ไทยธรรมทุกอย่างในตระกูล จักเป็นของไม่แบ่งแยกกับท่านผู้มีศีลมีธรรมอันงาม พวกท่านพึงศึกษาอย่างนี้” จิตตคฤหบดีครั้นชักชวนมิตร อำมาตย์ ญาติ สาโลหิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และในการบริจาคทานแล้วตนเองก็ได้ทำกาละตายไป </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>รวมพระสูตรที่ว่าด้วยเรื่องของจิตตคฤหบดี สังยุตตนิกาย  ได้แก่ สังโยชนสูตร, ปฐมอิสิทัตตสูตร, ทุติยอิสิทัตตสูตร, มหกปาฏิหาริยสูตร, ฐมกามภูสูตร, ทุติยกามภูสูตร, โคทัตตสูตร  และคิลานทัสสนสูตร </p><p>คิลานทัสสนสูตร</p><p>“เพราะฉะนั้นแล พวกท่านพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ‘พวกเราจักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า ‘แม้ เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดี รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกผู้ที่ ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค’ จักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรมว่า ‘พระธรรมอัน พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน’ จักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า ‘พระสงฆ์สาวกของ พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติถูกทาง ปฏิบัติสมควร ได้แก่ อริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคนี้เป็นผู้ควรแก่ ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก’ อนึ่ง ไทยธรรมทุกอย่างในตระกูล จักเป็นของไม่แบ่งแยกกับท่านผู้มีศีลมีธรรมอันงาม พวกท่านพึงศึกษาอย่างนี้” จิตตคฤหบดีครั้นชักชวนมิตร อำมาตย์ ญาติ สาโลหิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และในการบริจาคทานแล้วตนเองก็ได้ทำกาละตายไป </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ทุสีลยสูตรและสูตรอื่น 6240-4s</title>
			<itunes:title>ทุสีลยสูตรและสูตรอื่น 6240-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Oct 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:53</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/da2788b5-1808-4c81-9967-aada0112d5b0/media.mp3" length="27341368" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">da2788b5-1808-4c81-9967-aada0112d5b0</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a49c</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVIywQm78DjpS2oBDFH4Rmf]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a49c.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสารีบุตรได้ให้โอวาทแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐีถึง สิ่งที่จะยังเวทนาให้สงบระงับได้โดยพลัน ในช่วงที่กำลังป่วยหนักได้รับทุกข์มาก  พระอานนท์ได้เล่าเหตุการณ์ถวายพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงตรัสว่า ท่านสารีบุตรเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก ได้จำแนกโสตาปัตติยังคะ 4 ด้วยอาการ 10 อย่าง ทำให้อนาถบิณฑกเศรษฐีที่เมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้วเกิดปีติอย่างยิ่ง ก่อนจะทำกาละไปจุติเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดุสิต</p><p>นอกจากนี้ได้ยกพระสูตรที่เกี่ยวข้องขึ้นมาอธิบายประกอบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกว้างขวางมากขึ้น ได้แก่  ทุสีลยสูตรที่ 2 (กลัวความตายเพราะไม่มีธรรม 4 ประการ), อนาถปิณฑิโกวาทสูตร และปีติสูตร </p><p>"ผู้ใดมีศรัทธา ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระตถาคต มีศีลอันงาม ที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว สรรเสริญแล้ว มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นอันตรง บัณฑิตทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า เป็นคนไม่ขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่เปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้น บุคคลผู้มีปัญญา เมื่อ ะลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงประกอบตามซึ่งศรัทธา ศีล ความเลื่อมใสและความเห็นธรรม"…ทุสีลยสูตรที่ 1</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสารีบุตรได้ให้โอวาทแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐีถึง สิ่งที่จะยังเวทนาให้สงบระงับได้โดยพลัน ในช่วงที่กำลังป่วยหนักได้รับทุกข์มาก  พระอานนท์ได้เล่าเหตุการณ์ถวายพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงตรัสว่า ท่านสารีบุตรเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก ได้จำแนกโสตาปัตติยังคะ 4 ด้วยอาการ 10 อย่าง ทำให้อนาถบิณฑกเศรษฐีที่เมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้วเกิดปีติอย่างยิ่ง ก่อนจะทำกาละไปจุติเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดุสิต</p><p>นอกจากนี้ได้ยกพระสูตรที่เกี่ยวข้องขึ้นมาอธิบายประกอบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกว้างขวางมากขึ้น ได้แก่  ทุสีลยสูตรที่ 2 (กลัวความตายเพราะไม่มีธรรม 4 ประการ), อนาถปิณฑิโกวาทสูตร และปีติสูตร </p><p>"ผู้ใดมีศรัทธา ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระตถาคต มีศีลอันงาม ที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว สรรเสริญแล้ว มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นอันตรง บัณฑิตทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า เป็นคนไม่ขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่เปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้น บุคคลผู้มีปัญญา เมื่อ ะลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงประกอบตามซึ่งศรัทธา ศีล ความเลื่อมใสและความเห็นธรรม"…ทุสีลยสูตรที่ 1</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รัฐปาลสูตร 6239-4s</title>
			<itunes:title>รัฐปาลสูตร 6239-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 25 Sep 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e18e9da2-2e6f-4b7b-8bf4-aad30107ff61/media.mp3" length="28276923" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e18e9da2-2e6f-4b7b-8bf4-aad30107ff61</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a49d</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUyHYMGCAh06kmhTU8OtGOh]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a49d.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เรื่องราวของกุลบุตรตระกูลชั้นสูงในถุลลโกฏฐิตนิคมชื่อ "รัฏฐปาละ"  เมื่อได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า มีความยินดีปรารถนาที่จะรู้ทั่วถึงในธรรมะ จึงได้ตัดสินใจออกบวช แม้บิดามารดาจะไม่อนุญาตก็ตาม แต่ด้วยศรัทธาอันแรงกล้ายอมอดอาหาร  ด้วยความกลัวที่บุตรชายจะตาย บิดามารดาจึงยินยอมให้บวชได้ และหลังจากได้บวชแล้ว ก็หลีกเร้นออกไปอยู่รูปเดียว ไม่ประมาท ทำความเพียร ไม่นานก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย</p><p>ในคราวต่อมา พระรัฐปาลเถระได้แสดงธรรมแก่พระเจ้าโกรัพยะถึง ความเสื่อม 4 (ความเสื่อมเพราะชรา, ความเสื่อมเพราะความเจ็บไข้, ความเสื่อมจากทรัพย์สมบัติ, ความเสื่อมจากญาติ) และ ธัมมุทเทส 4   อันเป็นเหตุที่ทำให้ตัดสินใจออกบวชโดยมีใจความบางส่วนดังนี้</p><p>"โลกอันชรานำไปไม่ยั่งยืน, โลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน, โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป, โลกบกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา…ดูกรมหาบพิตร ธัมมุทเทส ๔ ข้อนี้แล พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงแล้ว ที่อาตมภาพรู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต"</p><p>และได้กล่าวอีกต่อไปว่า</p><p>“อาตมาเห็นผู้คนที่มีทรัพย์ในโลก ได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแล้ว ไม่ยอมให้ใคร เพราะความหลง ได้ทรัพย์แล้ว เก็บสะสมไว้ และปรารถนากามคุณยิ่ง ๆ ขึ้นไป พระราชาทรงกดขี่ ช่วงชิงเอาแผ่นดิน ทรงครอบครองแผ่นดินซึ่งมีสมุทรสาครล้อมรอบตลอดสมุทรสาครฝั่งนี้ ยังไม่ทรงพอ ยังปรารถนาจะครอบครองสมุทรสาครฝั่งโน้นอีก ทั้งพระราชาและคนอื่นเป็นจำนวนมาก ยังไม่ปราศจากตัณหาก็เข้าถึงความตาย ยังไม่เต็มตามที่ต้องการเลย ก็ละทิ้งร่างกายไป เพราะความอิ่มด้วยกามไม่มีในโลก หมู่ญาติพากันสยายผม คร่ำครวญถึงคนที่ตายนั้น และพูดว่า ‘ทำอย่างไรหนอ พวกญาติของเราทั้งหลายจึงจะไม่ตาย’ แต่นั้นก็นำศพนั้นซึ่งห่อผ้าไว้แล้วยกขึ้นสู่เชิงตะกอนแล้วช่วยกันเผา ศพนั้นถูกเขาใช้หลาวแทงเผาอยู่ ละโภคทรัพย์ มีแต่ผ้าผืนเดียว เมื่อคนจะตาย ญาติ มิตร หรือสหายก็ช่วยไม่ได้ ทายาททั้งหลายก็ขนทรัพย์สมบัติของเขาไป ส่วนสัตว์ที่ตายไปก็ย่อมไปตามกรรม เมื่อตายไป ทรัพย์ไร ๆ คือ บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวของ เงินทอง และแว่นแคว้นก็ติดตามไปไม่ได้ ทรัพย์ช่วยคนให้มีอายุยืนไม่ได้ ทั้งช่วยคนให้ละความแก่ก็ไม่ได้ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตนั้นว่าน้อยนัก ไม่ยั่งยืน มีความแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ทั้งคนมั่งมี และคนยากจนก็ย่อมประสบเช่นนั้น ทั้งพาลและบัณฑิตก็ประสบเหมือนกันทั้งนั้น คนพาลนั่นแหละถูกเหตุแห่งทุกข์กระทบเข้า ย่อมหวั่นไหวเพราะความเป็นคนโง่ ส่วนบัณฑิตถูกกระทบเข้าก็ไม่หวั่นไหว เพราะเหตุนั้นแล ปัญญาเท่านั้นเป็นเหตุบรรลุนิพพาน ซึ่งเป็นที่สุดแห่งภพในโลกนี้ จึงประเสริฐกว่าทรัพย์</p><p>ก็เพราะยังไม่ได้บรรลุที่สุด คนพาลทั้งหลายจึงทำแต่กรรมชั่ว ในภพน้อยใหญ่เพราะความเขลา ผู้ทำกรรมชั่ว ต้องเวียนว่ายตายเกิด อยู่ในสังสารวัฏร่ำไป คนมีปัญญาน้อย เมื่อเชื่อคนที่ทำกรรมชั่วนั้น ก็ย่อมเวียนว่ายตายเกิดร่ำไป โจรผู้ทำกรรมถูกเขาจับได้ตรงทาง ๓ แยก ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน ฉันใด หมู่สัตว์ผู้ทำกรรมชั่วตายไปแล้ว ย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า เพราะกรรมของตน ฉันนั้น เพราะกรรมทั้งหลายที่งดงาม น่าปรารถนาชวนให้รื่นรมย์ใจ ย่อมย่ำยีจิตโดยสภาวะต่างๆ ฉะนั้น อาตมาเห็นโทษในกามคุณทั้งหลายจึงได้บวช มหาบพิตร สัตว์ทั้งหลายทั้งหนุ่มทั้งแก่ พอร่างแตกสลาย ก็ล่วงไปเหมือนผลไม้สุกงอมร่วงหล่นไป มหาบพิตร อาตมาเห็นความไม่เที่ยงแม้นี้ จึงได้บวช ความเป็นสมณะที่ปฏิบัติไม่ผิดนั่นแหละ ประเสริฐกว่า” ดังนี้แล</p><p>3 ประเด็นที่น่าสนใจควรนำไปใคร่ครวญในเรื่องนี้ ก็คือความศรัทธา ชนิดที่ทำให้เกิดการทำจริงแน่วแน่จริงอันไม่ถอยกลับ ที่เรียกว่า "อัปปฏิวานี" ทำให้เกิดความเพียรความมุ่งมั่นไปตามทางสายกลางประกอบไปด้วย สติ สมาธิ ปัญญา ชนิดที่ว่าตายก็ไม่กล้ว เรียกว่า "พุทฺธสาสเน อุรํ ทตฺวา" ถวายอก ถวายชีวิตไว้ในพระพุทธศาสนากันเลยเห็นภัยและโทษของกาม พระรัฐปาลที่ถึงแม้ถูกบิดาล่อลวงด้วยกองทรัพย์สมบัติมหาศาล ภรรยาหญิงงาม ยังรวมถึงอาหารการกินที่น่าบริโภค และถึงแม้จะใช้กำลังข่มขี่บังขับ ก็ไม่สามารถทำให้ท่านออกนอกเส้นทางได้ธัมมุทเทส 4 ซึ่งเป็นเหตุให้คำสอนธรรมะนี้ยังตั้งอยู่ได้มาถึงบัดนี้ ก็ด้วยอย่างน้อยความจริงใน 4 ข้อนี้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก: Ep.23</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เรื่องราวของกุลบุตรตระกูลชั้นสูงในถุลลโกฏฐิตนิคมชื่อ "รัฏฐปาละ"  เมื่อได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า มีความยินดีปรารถนาที่จะรู้ทั่วถึงในธรรมะ จึงได้ตัดสินใจออกบวช แม้บิดามารดาจะไม่อนุญาตก็ตาม แต่ด้วยศรัทธาอันแรงกล้ายอมอดอาหาร  ด้วยความกลัวที่บุตรชายจะตาย บิดามารดาจึงยินยอมให้บวชได้ และหลังจากได้บวชแล้ว ก็หลีกเร้นออกไปอยู่รูปเดียว ไม่ประมาท ทำความเพียร ไม่นานก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย</p><p>ในคราวต่อมา พระรัฐปาลเถระได้แสดงธรรมแก่พระเจ้าโกรัพยะถึง ความเสื่อม 4 (ความเสื่อมเพราะชรา, ความเสื่อมเพราะความเจ็บไข้, ความเสื่อมจากทรัพย์สมบัติ, ความเสื่อมจากญาติ) และ ธัมมุทเทส 4   อันเป็นเหตุที่ทำให้ตัดสินใจออกบวชโดยมีใจความบางส่วนดังนี้</p><p>"โลกอันชรานำไปไม่ยั่งยืน, โลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน, โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป, โลกบกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา…ดูกรมหาบพิตร ธัมมุทเทส ๔ ข้อนี้แล พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงแล้ว ที่อาตมภาพรู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต"</p><p>และได้กล่าวอีกต่อไปว่า</p><p>“อาตมาเห็นผู้คนที่มีทรัพย์ในโลก ได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแล้ว ไม่ยอมให้ใคร เพราะความหลง ได้ทรัพย์แล้ว เก็บสะสมไว้ และปรารถนากามคุณยิ่ง ๆ ขึ้นไป พระราชาทรงกดขี่ ช่วงชิงเอาแผ่นดิน ทรงครอบครองแผ่นดินซึ่งมีสมุทรสาครล้อมรอบตลอดสมุทรสาครฝั่งนี้ ยังไม่ทรงพอ ยังปรารถนาจะครอบครองสมุทรสาครฝั่งโน้นอีก ทั้งพระราชาและคนอื่นเป็นจำนวนมาก ยังไม่ปราศจากตัณหาก็เข้าถึงความตาย ยังไม่เต็มตามที่ต้องการเลย ก็ละทิ้งร่างกายไป เพราะความอิ่มด้วยกามไม่มีในโลก หมู่ญาติพากันสยายผม คร่ำครวญถึงคนที่ตายนั้น และพูดว่า ‘ทำอย่างไรหนอ พวกญาติของเราทั้งหลายจึงจะไม่ตาย’ แต่นั้นก็นำศพนั้นซึ่งห่อผ้าไว้แล้วยกขึ้นสู่เชิงตะกอนแล้วช่วยกันเผา ศพนั้นถูกเขาใช้หลาวแทงเผาอยู่ ละโภคทรัพย์ มีแต่ผ้าผืนเดียว เมื่อคนจะตาย ญาติ มิตร หรือสหายก็ช่วยไม่ได้ ทายาททั้งหลายก็ขนทรัพย์สมบัติของเขาไป ส่วนสัตว์ที่ตายไปก็ย่อมไปตามกรรม เมื่อตายไป ทรัพย์ไร ๆ คือ บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวของ เงินทอง และแว่นแคว้นก็ติดตามไปไม่ได้ ทรัพย์ช่วยคนให้มีอายุยืนไม่ได้ ทั้งช่วยคนให้ละความแก่ก็ไม่ได้ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตนั้นว่าน้อยนัก ไม่ยั่งยืน มีความแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ทั้งคนมั่งมี และคนยากจนก็ย่อมประสบเช่นนั้น ทั้งพาลและบัณฑิตก็ประสบเหมือนกันทั้งนั้น คนพาลนั่นแหละถูกเหตุแห่งทุกข์กระทบเข้า ย่อมหวั่นไหวเพราะความเป็นคนโง่ ส่วนบัณฑิตถูกกระทบเข้าก็ไม่หวั่นไหว เพราะเหตุนั้นแล ปัญญาเท่านั้นเป็นเหตุบรรลุนิพพาน ซึ่งเป็นที่สุดแห่งภพในโลกนี้ จึงประเสริฐกว่าทรัพย์</p><p>ก็เพราะยังไม่ได้บรรลุที่สุด คนพาลทั้งหลายจึงทำแต่กรรมชั่ว ในภพน้อยใหญ่เพราะความเขลา ผู้ทำกรรมชั่ว ต้องเวียนว่ายตายเกิด อยู่ในสังสารวัฏร่ำไป คนมีปัญญาน้อย เมื่อเชื่อคนที่ทำกรรมชั่วนั้น ก็ย่อมเวียนว่ายตายเกิดร่ำไป โจรผู้ทำกรรมถูกเขาจับได้ตรงทาง ๓ แยก ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน ฉันใด หมู่สัตว์ผู้ทำกรรมชั่วตายไปแล้ว ย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า เพราะกรรมของตน ฉันนั้น เพราะกรรมทั้งหลายที่งดงาม น่าปรารถนาชวนให้รื่นรมย์ใจ ย่อมย่ำยีจิตโดยสภาวะต่างๆ ฉะนั้น อาตมาเห็นโทษในกามคุณทั้งหลายจึงได้บวช มหาบพิตร สัตว์ทั้งหลายทั้งหนุ่มทั้งแก่ พอร่างแตกสลาย ก็ล่วงไปเหมือนผลไม้สุกงอมร่วงหล่นไป มหาบพิตร อาตมาเห็นความไม่เที่ยงแม้นี้ จึงได้บวช ความเป็นสมณะที่ปฏิบัติไม่ผิดนั่นแหละ ประเสริฐกว่า” ดังนี้แล</p><p>3 ประเด็นที่น่าสนใจควรนำไปใคร่ครวญในเรื่องนี้ ก็คือความศรัทธา ชนิดที่ทำให้เกิดการทำจริงแน่วแน่จริงอันไม่ถอยกลับ ที่เรียกว่า "อัปปฏิวานี" ทำให้เกิดความเพียรความมุ่งมั่นไปตามทางสายกลางประกอบไปด้วย สติ สมาธิ ปัญญา ชนิดที่ว่าตายก็ไม่กล้ว เรียกว่า "พุทฺธสาสเน อุรํ ทตฺวา" ถวายอก ถวายชีวิตไว้ในพระพุทธศาสนากันเลยเห็นภัยและโทษของกาม พระรัฐปาลที่ถึงแม้ถูกบิดาล่อลวงด้วยกองทรัพย์สมบัติมหาศาล ภรรยาหญิงงาม ยังรวมถึงอาหารการกินที่น่าบริโภค และถึงแม้จะใช้กำลังข่มขี่บังขับ ก็ไม่สามารถทำให้ท่านออกนอกเส้นทางได้ธัมมุทเทส 4 ซึ่งเป็นเหตุให้คำสอนธรรมะนี้ยังตั้งอยู่ได้มาถึงบัดนี้ ก็ด้วยอย่างน้อยความจริงใน 4 ข้อนี้</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก: Ep.23</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>จักกวัตติสูตรและสุริยสูตร 6238-4s</title>
			<itunes:title>จักกวัตติสูตรและสุริยสูตร 6238-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 18 Sep 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:02:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/11ed5a22-c39c-49c1-bd79-aacc01372b22/media.mp3" length="30172843" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">11ed5a22-c39c-49c1-bd79-aacc01372b22</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a49e</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXPaFCjZW2DRDJBQozt7E34]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a49e.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"จักกวัตติสูตร" ว่าด้วยเรื่องของพระเจ้าจักรพรรดิ พระสูตรนี้ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ตรัสสอนให้เป็นผู้ที่พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรมทำให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ ทำให้มารขัดขวางความเจริญไม่ได้ โดยทรงเล่าถึงเหตุที่ทำให้โลกถึงความแตกไปเสื่อมไป ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เคยเจริญมาก่อน</p><p>ร. พระพุทธเจ้าข้า ก็จักกวัตติวัตรอันประเสริฐนั้น เป็นไฉน ฯ </p><p>ราช. ดูกรพ่อ ถ้าเช่นนั้น พ่อจงอาศัยธรรมเท่านั้น สักการะธรรม ทำความเคารพธรรม นับถือธรรม บูชาธรรม ยำเกรงธรรม มีธรรมเป็นธงชัย มีธรรมเป็นยอด มีธรรมเป็นใหญ่ จงจัดการรักษาป้องกันและคุ้มครองอันเป็นธรรม ในชนภายใน ในหมู่พล ในพวกกษัตริย์ผู้เป็นอนุยนต์ ในพวกพราหมณ์และ คฤหบดี ในชาวนิคมและชาวชนบททั้งหลาย ในพวกสมณพราหมณ์ ในเหล่าเนื้อและนก ดูกรพ่อ การอธรรมอย่าให้มีได้ในแว่นแคว้นของพ่อเลย ดูกรพ่อ อนึ่ง บุคคลเหล่าใดในแว่นแคว้นของพ่อ ไม่มีทรัพย์ พ่อพึงให้ทรัพย์แก่บุคคลเหล่านั้นด้วย ดูกรพ่อ อนึ่ง สมณพราหมณ์เหล่าใด ในแว่นแคว้นของพ่อ งดเว้นจากความเมาและความประมาท ตั้งมั่นอยู่ในขันติและโสรัจจะ ฝึกตนแต่ผู้เดียว สงบ ตนแต่ผู้เดียว ให้ตนดับกิเลสอยู่แต่ผู้เดียว พึงเข้าไปหาสมณพราหมณ์เหล่านั้นโดยกาลอันควร แล้วไต่ถามสอบถามว่า ท่านขอรับ กุศลคืออะไร ท่านขอรับ อกุศลคืออะไร กรรมมีโทษคืออะไร กรรมไม่มีโทษคืออะไร กรรมอะไรควรเสพ กรรมอะไรไม่ควรเสพ กรรมอะไรอันข้าพเจ้ากระทำอยู่ พึงมีเพื่อไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์ สิ้นกาลนาน หรือว่ากรรมอะไรที่ข้าพเจ้ากระทำอยู่ พึงมีเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข สิ้นกาลนาน พ่อได้ฟังคำของสมณพราหมณ์เหล่านั้นแล้ว สิ่งใดเป็นอกุศล พึงละเว้นสิ่งนั้นเสีย สิ่งใดเป็นกุศลพึงถือมั่นสิ่งนั้นประพฤติ ดูกรพ่อ นี้แล คือจักกวัตติวัตรอันประเสริฐนั้น ฯ</p><p>"สุริยสูตร" ว่าด้วยเรื่องของพระอาทิตย์ 7 ดวง พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายเป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่น่าชื่นชม ควรจะเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรหลุดพ้นในสังขารทั้งปวง โดยทรงเล่าถึงการปรากฎของพระอาทิตย์จำนวนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก </p><p>ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลบางครั้งบางคราว โดยล่วงไปแห่งกาลนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ปรากฏ เพราะพระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ปรากฏ แผ่นดินใหญ่นี้และขุนเขาสิเนรุ ไฟจะติดทั่วลุกโชติช่วง มีแสงเพลิงเป็นอันเดียวกัน เมื่อแผ่นดินใหญ่และขุนเขาสิเนรุไฟเผาลุกโชน ลมหอบเอาเปลวไฟฟุ้งไปจนถึงพรหมโลก เมื่อขุนเขาสิเนรุไฟเผาลุกโชนกำลังทะลาย ถูกกองเพลิงใหญ่เผาท่วมตลอดแล้ว ยอดเขาแม้ขนาด ๑๐๐ โยชน์ ๒๐๐ โยชน์ ๓๐๐ โยชน์ ๔๐๐ โยชน์ ๕๐๐ โยชน์ ย่อมพังทะลาย เมื่อแผ่นดินใหญ่และขุนเขาสิเนรุถูกไฟเผาผลาญอยู่ ย่อมไม่ปรากฏขี้เถ้าและเขม่า เปรียบเหมือนเมื่อเนยใสหรือน้ำมันถูกไฟเผาผลาญอยู่ ย่อมไม่ปรากฏขี้เถ้าและเขม่า ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลาย ก็ฉันนั้น เป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่น่าชื่นชม ควรจะเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรหลุดพ้นในสังขารทั้งปวง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในข้อนั้น ใครจะรู้ ใครจะเชื่อว่า แผ่นดินนี้และขุนเขาสิเนรุจักถูกไฟไหม้พินาศไม่เหลืออยู่ นอกจากอริยสาวกผู้มีบทอันเห็นแล้ว (โสดาบัน) ฯ</p><p>…</p><p>"ธรรมเหล่านี้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญาและวิมุติอย่างยิ่ง พระโคดมผู้มียศตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดา ผู้มี พระจักษุ ทรงรู้ยิ่งด้วยประการดังนี้แล้ว ตรัสบอกธรรม ๔ ประการแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงกระทำที่สุดทุกข์แล้ว ปรินิพพาน ฯ" </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"จักกวัตติสูตร" ว่าด้วยเรื่องของพระเจ้าจักรพรรดิ พระสูตรนี้ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ตรัสสอนให้เป็นผู้ที่พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรมทำให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ ทำให้มารขัดขวางความเจริญไม่ได้ โดยทรงเล่าถึงเหตุที่ทำให้โลกถึงความแตกไปเสื่อมไป ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เคยเจริญมาก่อน</p><p>ร. พระพุทธเจ้าข้า ก็จักกวัตติวัตรอันประเสริฐนั้น เป็นไฉน ฯ </p><p>ราช. ดูกรพ่อ ถ้าเช่นนั้น พ่อจงอาศัยธรรมเท่านั้น สักการะธรรม ทำความเคารพธรรม นับถือธรรม บูชาธรรม ยำเกรงธรรม มีธรรมเป็นธงชัย มีธรรมเป็นยอด มีธรรมเป็นใหญ่ จงจัดการรักษาป้องกันและคุ้มครองอันเป็นธรรม ในชนภายใน ในหมู่พล ในพวกกษัตริย์ผู้เป็นอนุยนต์ ในพวกพราหมณ์และ คฤหบดี ในชาวนิคมและชาวชนบททั้งหลาย ในพวกสมณพราหมณ์ ในเหล่าเนื้อและนก ดูกรพ่อ การอธรรมอย่าให้มีได้ในแว่นแคว้นของพ่อเลย ดูกรพ่อ อนึ่ง บุคคลเหล่าใดในแว่นแคว้นของพ่อ ไม่มีทรัพย์ พ่อพึงให้ทรัพย์แก่บุคคลเหล่านั้นด้วย ดูกรพ่อ อนึ่ง สมณพราหมณ์เหล่าใด ในแว่นแคว้นของพ่อ งดเว้นจากความเมาและความประมาท ตั้งมั่นอยู่ในขันติและโสรัจจะ ฝึกตนแต่ผู้เดียว สงบ ตนแต่ผู้เดียว ให้ตนดับกิเลสอยู่แต่ผู้เดียว พึงเข้าไปหาสมณพราหมณ์เหล่านั้นโดยกาลอันควร แล้วไต่ถามสอบถามว่า ท่านขอรับ กุศลคืออะไร ท่านขอรับ อกุศลคืออะไร กรรมมีโทษคืออะไร กรรมไม่มีโทษคืออะไร กรรมอะไรควรเสพ กรรมอะไรไม่ควรเสพ กรรมอะไรอันข้าพเจ้ากระทำอยู่ พึงมีเพื่อไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์ สิ้นกาลนาน หรือว่ากรรมอะไรที่ข้าพเจ้ากระทำอยู่ พึงมีเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข สิ้นกาลนาน พ่อได้ฟังคำของสมณพราหมณ์เหล่านั้นแล้ว สิ่งใดเป็นอกุศล พึงละเว้นสิ่งนั้นเสีย สิ่งใดเป็นกุศลพึงถือมั่นสิ่งนั้นประพฤติ ดูกรพ่อ นี้แล คือจักกวัตติวัตรอันประเสริฐนั้น ฯ</p><p>"สุริยสูตร" ว่าด้วยเรื่องของพระอาทิตย์ 7 ดวง พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายเป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่น่าชื่นชม ควรจะเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรหลุดพ้นในสังขารทั้งปวง โดยทรงเล่าถึงการปรากฎของพระอาทิตย์จำนวนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก </p><p>ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลบางครั้งบางคราว โดยล่วงไปแห่งกาลนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ปรากฏ เพราะพระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ปรากฏ แผ่นดินใหญ่นี้และขุนเขาสิเนรุ ไฟจะติดทั่วลุกโชติช่วง มีแสงเพลิงเป็นอันเดียวกัน เมื่อแผ่นดินใหญ่และขุนเขาสิเนรุไฟเผาลุกโชน ลมหอบเอาเปลวไฟฟุ้งไปจนถึงพรหมโลก เมื่อขุนเขาสิเนรุไฟเผาลุกโชนกำลังทะลาย ถูกกองเพลิงใหญ่เผาท่วมตลอดแล้ว ยอดเขาแม้ขนาด ๑๐๐ โยชน์ ๒๐๐ โยชน์ ๓๐๐ โยชน์ ๔๐๐ โยชน์ ๕๐๐ โยชน์ ย่อมพังทะลาย เมื่อแผ่นดินใหญ่และขุนเขาสิเนรุถูกไฟเผาผลาญอยู่ ย่อมไม่ปรากฏขี้เถ้าและเขม่า เปรียบเหมือนเมื่อเนยใสหรือน้ำมันถูกไฟเผาผลาญอยู่ ย่อมไม่ปรากฏขี้เถ้าและเขม่า ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลาย ก็ฉันนั้น เป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่น่าชื่นชม ควรจะเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรหลุดพ้นในสังขารทั้งปวง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในข้อนั้น ใครจะรู้ ใครจะเชื่อว่า แผ่นดินนี้และขุนเขาสิเนรุจักถูกไฟไหม้พินาศไม่เหลืออยู่ นอกจากอริยสาวกผู้มีบทอันเห็นแล้ว (โสดาบัน) ฯ</p><p>…</p><p>"ธรรมเหล่านี้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญาและวิมุติอย่างยิ่ง พระโคดมผู้มียศตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดา ผู้มี พระจักษุ ทรงรู้ยิ่งด้วยประการดังนี้แล้ว ตรัสบอกธรรม ๔ ประการแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงกระทำที่สุดทุกข์แล้ว ปรินิพพาน ฯ" </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาอัสสปุรสูตร 6237-4s</title>
			<itunes:title>มหาอัสสปุรสูตร 6237-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 11 Sep 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/43183f54-daba-4ccc-a336-aac501130f1d/media.mp3" length="27157417" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">43183f54-daba-4ccc-a336-aac501130f1d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://shows.acast.com/4s</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a49f</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnX3Gzm7rb/GMq+qzQ2IeQNf]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:season>62</itunes:season>
			<itunes:episode>37</itunes:episode>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a49f.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"มหาอัสสปุรสูตร" เป็นเหตุการณ์ขณะที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่อัสสปุรนิคมในอังคชนบท ปรารภความนับถือของเหล่าชาวเมืองนั้นแล้วทรงประกอบภิกษุสงฆ์ไว้ให้มีความเคารพในบิณฑบาต  จึงได้ได้ตรัสเทศน์สอนแก่เหล่าภิกษุทั้งหลายให้ดำรงตนอยู่ใน "ธรรมเพื่อความเป็นสมณพราหมณ์" มีความประพฤติเหมาะสมกับที่คฤหัสถ์ทั้งหลายเคารพนับถือยกย่องว่าเป็นสมณะ  โดยมีเนื้อหากล่าวถึง ธรรมทำความเป็นสมณพราหมณ์, ว่าด้วยการละนิวรณ์ 5, ว่าด้วยฌาน 4, ว่าด้วยวิชชา 3 และว่าด้วยสมัญญาแห่งภิกษุ</p><p>"ภิกษุทั้งหลาย! มหาชนเขารู้จักพวกเธอทั้งหลายว่า เป็นสมณะ เป็นสมณะ ดังนี้ ถึงเธอทั้งหลายเล่า เมื่อถูกเขาถามว่า พวกเธอทั้งหลายเป็นอะไร พวกเธอทั้งหลายก็ปฏิญญาตัวเองว่า เราเป็นสมณะ ดังนี้ เมื่อเธอทั้งหลายมีชื่อว่าเป็นสมณะ และปฏิญญาตัวเองว่าเป็นสมณะอยู่อย่างนี้แล้ว พวกเธอพึงสำเหนียกใจดังนี้ว่า ธรรมะเหล่าใดที่ทำให้เราเป็นสมณะ ที่ทำให้เราเป็นพราหมณ์ คือผู้ลอยบาป เราจะประพฤติถือเอาด้วยดีซึ่งธรรมเหล่านั้น ด้วยการปฏิบัติของเราอย่างนี้ สมัญญาว่าสมณะของพวกเราก็จะเป็นจริง และคำปฏิญญาว่าสมณะของพวกเรา ก็จะสมจริง</p><p>อนึ่ง! การใช้สอยบริโภคจีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ และคีลนปัจจัยเภสัชบริขารของทายกเหล่าใด การบำเพ็ญทานอันของทายกเหล่านั้น จะมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่ และการบรรพชาของเราเองก็จะไม่เป็นหมัน แต่จะมีผลมีกำไรแก่เราโดยแท้ ดังนี้ พวกเธอทั้งหลาย! พึงสำเหนียกใจอย่างนี้…มหาอัสสปุรสูตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"มหาอัสสปุรสูตร" เป็นเหตุการณ์ขณะที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่อัสสปุรนิคมในอังคชนบท ปรารภความนับถือของเหล่าชาวเมืองนั้นแล้วทรงประกอบภิกษุสงฆ์ไว้ให้มีความเคารพในบิณฑบาต  จึงได้ได้ตรัสเทศน์สอนแก่เหล่าภิกษุทั้งหลายให้ดำรงตนอยู่ใน "ธรรมเพื่อความเป็นสมณพราหมณ์" มีความประพฤติเหมาะสมกับที่คฤหัสถ์ทั้งหลายเคารพนับถือยกย่องว่าเป็นสมณะ  โดยมีเนื้อหากล่าวถึง ธรรมทำความเป็นสมณพราหมณ์, ว่าด้วยการละนิวรณ์ 5, ว่าด้วยฌาน 4, ว่าด้วยวิชชา 3 และว่าด้วยสมัญญาแห่งภิกษุ</p><p>"ภิกษุทั้งหลาย! มหาชนเขารู้จักพวกเธอทั้งหลายว่า เป็นสมณะ เป็นสมณะ ดังนี้ ถึงเธอทั้งหลายเล่า เมื่อถูกเขาถามว่า พวกเธอทั้งหลายเป็นอะไร พวกเธอทั้งหลายก็ปฏิญญาตัวเองว่า เราเป็นสมณะ ดังนี้ เมื่อเธอทั้งหลายมีชื่อว่าเป็นสมณะ และปฏิญญาตัวเองว่าเป็นสมณะอยู่อย่างนี้แล้ว พวกเธอพึงสำเหนียกใจดังนี้ว่า ธรรมะเหล่าใดที่ทำให้เราเป็นสมณะ ที่ทำให้เราเป็นพราหมณ์ คือผู้ลอยบาป เราจะประพฤติถือเอาด้วยดีซึ่งธรรมเหล่านั้น ด้วยการปฏิบัติของเราอย่างนี้ สมัญญาว่าสมณะของพวกเราก็จะเป็นจริง และคำปฏิญญาว่าสมณะของพวกเรา ก็จะสมจริง</p><p>อนึ่ง! การใช้สอยบริโภคจีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ และคีลนปัจจัยเภสัชบริขารของทายกเหล่าใด การบำเพ็ญทานอันของทายกเหล่านั้น จะมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่ และการบรรพชาของเราเองก็จะไม่เป็นหมัน แต่จะมีผลมีกำไรแก่เราโดยแท้ ดังนี้ พวกเธอทั้งหลาย! พึงสำเหนียกใจอย่างนี้…มหาอัสสปุรสูตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สัมมาสมาธิเพื่อธรรมะอันยิ่ง 6236-4s</title>
			<itunes:title>สัมมาสมาธิเพื่อธรรมะอันยิ่ง 6236-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 04 Sep 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:31</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/1726cb69-cfbd-41d0-9d76-aabe00cb6b07/media.mp3" length="28125140" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1726cb69-cfbd-41d0-9d76-aabe00cb6b07</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a0</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVB3ZE8OwLW1Vrj+dUSxhBk]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a0.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอนุรุทธะไว้ใน "อุปักกิเลสสูตร" กล่าวถึงถึง อุปกิเลส 11 อย่าง (อุปสรรคเครื่องขวางที่ทำให้จิตไม่รวมเป็นสมาธิ) อันประกอบด้วย วิจิกิจฉา, อมนสิการ, ถีนมิทธะ, ความสะดุ้งหวาดเสียว, ความตื่นเต้นที่มากเกินไป, ความคะนองอยาก, ปรารภความเพียรจัดเกินไป, ปรารภความเพียรย่อหย่อนเกินไป, ความกระสันอยาก, การส่งใจไปในสิ่งต่าง ๆ มากไป และการเพ่งต่อรูปทั้งหลายมากเกินไป  ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีผลต่อการทำสมาธิ  </p><p>การทำสมาธิที่ปราศจากอุปกิเลสนั้นจัดเป็นสัมมาสมาธิ พระพุทธเจ้าได้อธิบายไว้ใน "ปัญจังคิกสูตร" ถึง การเจริญสัมมาสมาธิอันเป็นอริยะที่ประกอบด้วยองค์ 5 ประการ โดยได้ยกอุปมาขึ้นมาอธิบายและรับรองว่า "เมื่อเจริญสัมมาสมาธิอันยิ่งแล้วจะทำให้ถึงพร้อมด้วยปัญญาอันยิ่งในธรรมนั้น ๆ ได้"</p><p>นอกจากนี้ได้ยก "จูฬเวทัลลสูตร" ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม ปรารภวิสาขอุบาสกได้มาสอบถามปัญหาธรรมจากพระธรรมทินนาเถรี จนเกิดความแจ่มแจ้งในธรรม ว่าด้วยเรื่องของอุปทานขันธ์ทั้ง 5 และ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งนี้เป็นการการสนทนาธรรมระหว่างกัลยาณมิตร ที่ไม่ว่าจะเป็นภิกษุ ภิกษณี หรือฆราวาสก็ตาม ก็สามารถทำให้เกิดปีติขึ้นได้ เพราะเมื่อมีปีติแล้ว จิตย่อมรวมเป็นสมาธิได้ง่าย และทำให้เกิดปัญญาแตกฉานในธรรมะยิ่ง ๆ ขึ้นไป </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.60 , ใต้ร่มโพธิบท Ep.56 , เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.61  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอนุรุทธะไว้ใน "อุปักกิเลสสูตร" กล่าวถึงถึง อุปกิเลส 11 อย่าง (อุปสรรคเครื่องขวางที่ทำให้จิตไม่รวมเป็นสมาธิ) อันประกอบด้วย วิจิกิจฉา, อมนสิการ, ถีนมิทธะ, ความสะดุ้งหวาดเสียว, ความตื่นเต้นที่มากเกินไป, ความคะนองอยาก, ปรารภความเพียรจัดเกินไป, ปรารภความเพียรย่อหย่อนเกินไป, ความกระสันอยาก, การส่งใจไปในสิ่งต่าง ๆ มากไป และการเพ่งต่อรูปทั้งหลายมากเกินไป  ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีผลต่อการทำสมาธิ  </p><p>การทำสมาธิที่ปราศจากอุปกิเลสนั้นจัดเป็นสัมมาสมาธิ พระพุทธเจ้าได้อธิบายไว้ใน "ปัญจังคิกสูตร" ถึง การเจริญสัมมาสมาธิอันเป็นอริยะที่ประกอบด้วยองค์ 5 ประการ โดยได้ยกอุปมาขึ้นมาอธิบายและรับรองว่า "เมื่อเจริญสัมมาสมาธิอันยิ่งแล้วจะทำให้ถึงพร้อมด้วยปัญญาอันยิ่งในธรรมนั้น ๆ ได้"</p><p>นอกจากนี้ได้ยก "จูฬเวทัลลสูตร" ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม ปรารภวิสาขอุบาสกได้มาสอบถามปัญหาธรรมจากพระธรรมทินนาเถรี จนเกิดความแจ่มแจ้งในธรรม ว่าด้วยเรื่องของอุปทานขันธ์ทั้ง 5 และ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งนี้เป็นการการสนทนาธรรมระหว่างกัลยาณมิตร ที่ไม่ว่าจะเป็นภิกษุ ภิกษณี หรือฆราวาสก็ตาม ก็สามารถทำให้เกิดปีติขึ้นได้ เพราะเมื่อมีปีติแล้ว จิตย่อมรวมเป็นสมาธิได้ง่าย และทำให้เกิดปัญญาแตกฉานในธรรมะยิ่ง ๆ ขึ้นไป </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.60 , ใต้ร่มโพธิบท Ep.56 , เข้าใจทำ (ธรรม) Ep.61  </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 6235-4s</title>
			<itunes:title>อนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 6235-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Aug 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a66f2d6c-113f-4852-b99b-aab700d17d10/media.mp3" length="27517471" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a66f2d6c-113f-4852-b99b-aab700d17d10</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a1</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUNpcFNVV7H5jNhhydJkzJ8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a1.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ได้ปรารภคฤหบดีหนุ่มชื่อ “ตปุสสะ” ที่ยังมีความคิดนึกไปในเรื่องของกาม ได้มาถามกับพระอานนท์ถึงเรื่องการทำสมาธินี้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทั้งสองจึงพากันไปเข้าเฝ้าทูลถามพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงแสดง อนุปุพพวิหาร 9 ว่าด้วยการเข้าออกสมาธิทั้ง 9 ขั้นที่ประณีตไล่ต่อกันขึ้นไปโดยลำดับ ได้แก่ 1) ปฐมฌาน 2) ทุติยฌาน 3) ตติยฌาน 4) จตุตถฌาน 5) อากาสานัญจายตนะ 6) วิญญาณัญจายตนะ 7) อากิญจัญญายตนะ 8) เนวสัญญานาสัญญายตนะ และ 9) สัญญาเวทยิตนิโรธ เหล่านี้คือ วิหารธรรม เป็นเครื่องอยู่ของจิต 9 ลำดับ</p><p>อนุปุพพนิโรธ 9 (ความดับไปตามลำดับ) คือ</p><p>1. อามิสสัญญาหรือกามสัญญาของผู้เข้าปฐมฌานดับไป 2. วิตกวิจารของผู้เข้าทุติยฌานดับไป3. ปีติของผู้เข้าตติยฌานดับไป4. ลมอัสสาส ปัสสาสะ (ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก) ของผู้เข้าจตุตถฌานดับไป5. รูปสัญญาของผู้เข้าอากาสานัญจายตนฌานดับไป6. อากาสานัญจายตนสัญญาของผู้เข้าวิญญาณัญจายนตฌานดับไป7. วิญญาณัญจายตนสัญญาของผู้เข้าอากิญจัญญายตนฌานดับไป8. อากิญจัญญายตนสัญญาของผู้เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนฌานย่อมดับไป9. สัญญาและ เวทนาของผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธย่อมดับไป</p><p>ได้แสดงวิธีการเข้าสมาธิในแต่ละขั้น ๆ ตรัสไว้ใน คาวีสูตร เปรียบเทียบเหมือนลักษณะที่โคปีนภูเขาลาดชัน เป็นลักษณะที่จะไล่ฌานสมาธิจากขั้นที่ 1 ไปจนถึงขั้นที่ 9 ได้</p><p>“…เปรียบเหมือนโคภูเขา ที่ฉลาดเฉลียว มีไหวพริบ รอบรู้ทิศทาง ฉลาดเพื่อจะเที่ยวไปตามภูเขาอันขรุขระ มันได้คิดว่า “จะเที่ยวไปสู่ทิศทางที่ไม่เคยไป จะกินหญ้าที่ไม่เคยกิน จะดื่มน้ำที่ไม่เคยดื่ม” ดังนี้ มันวางเท้าหน้า อย่างถูกต้อง แล้วจึงค่อยยกเท้าหลัง มันก็สามารถไปสู่ทิศทางที่ไม่เคยไป ได้กินหญ้าที่ไม่เคยกิน ดื่มน้ำที่ไม่เคยดื่ม และทั้งสามารถกลับมาสู่ที่ที่มันเคยยืน คิดทีแรกโดยสวัสดี ได้ด้วย. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า?  </p><p>ข้อนั้นเพราะเหตุว่า โคภูเขานั้นเป็นโคฉลาดเฉลียว มีไหวพริบรอบรู้ทิศทาง ฉลาดเพื่อจะเที่ยวไปตามภูเขาอันขรุขระ, ข้อนี้ฉันใด; ในกรณีนี้ก็ฉันนั้น : เธอเป็นบัณฑิตมีไหวพริบ รอบรู้ทิศทาง ฉลาดเพื่อจะสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าถึงปฐมฌาน อันมีวิตกวิจาร มีปิติและสุขอันเกิดแต่วิเวก แล้วแลอยู่, เธอเสพอย่างทั่วถึง ทำให้เจริญ ทำให้มาก ซึ่งนิมิตนั้น ตั้งทับซึ่งนิมิตนั้น ให้เป็นนิมิตอันตั้งไว้ด้วยดี.  </p><p>เธอคิดต่อไปว่า “ถ้ากระไร เพราะความจางคลายไปแห่งปีติ เราพึงเป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติและสัมปชัญญา และพึงเสวยความสุขด้วยนามกาย เข้าถึงตติยฌานอันเป็นฌานที่พระอริยเจ้ากล่าวว่า “ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติอยู่ เป็นปกติสุข” ดังนี้ แล้วแลอยู่ เถิด” ดังนี้. เธอนั้น เมื่อไม่ข้องขัดอยู่กะตติยฌาน ก็เป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติและสัมปชัญญะ และพึงเสวยความสุขด้วยนามกาย เข้าถึงตติยฌาน อันเป็นฌานที่พระอริยเจ้ากล่าวว่า “ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้อยู่ อุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข” ดังนี้ เพราะความจางคลายไปแห่งปีติ แล้วแลอยู่; เธอเสพอย่างทั่วถึง ทำให้เจริญ ทำให้มาก ซึ่งนิมิตนั้น ตั้งทับซึ่งนิมิตนั้นให้เป็นนิมิตอันตั้งไว้ด้วยดีฯ”</p><p>(โคภูเขาที่ฉลาดย่อมรู้จักจรดเท้าหน้าลงในที่อันมั่นคงเสียก่อนแล้วจึงค่อยยกเท้าหลัง จึงจะไม่พลาดกลิ้งลงมา; เช่นเดียวกัน เราจะต้องมีความตั้งอยู่อย่างมั่นคงในสมาธิที่ถึงทับทีแรกเสียก่อน จึงค่อยยกเท้าหลัง เพื่อก้าวไปสู่สมาธิอันสูงขึ้นไป)</p><p>และได้เคยตรัส อนุปุพพวิหารอาพาธ ไว้กับพระอานนท์ ว่าด้วยเรื่องความเป็นอาพาธของสมาธิในแต่ละขั้น ด้วยอาการที่อารมณ์อันละได้ด้วยฌานใด จะมากลายเป็น สัญญาที่ทำความอาพาธให้แก่การเข้าอยู่ในฌานนั้น ดังนี้</p><p>1. อดีตกามสัญญา ที่ปฐมฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในปฐมฌาน. 2. อดีตวิตักกธัมมสัญญา ที่ทุติยฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในทุติยฌาน. 3. อดีตปีติสัญญา ที่ตติยฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในตติยฌาน. 4. อดีตอุเปกขาสุขสัญญา ที่จตุตถฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในจตุตถฌาน. 5. อดีตรูปสัญญา ที่อากาสานัญจายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธ แก่การเข้าอยู่ในอากาสานัญจายตนะ. 6. อดีตอากาสานัญจายตนสัญญา ที่วิญญาณัญจายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในวิญญาณัญจายตนะ. 7. อดีตวิญญาณัญจายตนสัญญา ที่อากิญจัญญายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่  8. อดีตอากิญจัญญายตนสัญญา ที่เนวสัญญานาสัญญายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธ แก่การเข้าอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนะ.  9. อดีตเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา ที่ระงับไปแล้วเพราะสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่อาจมาเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในสัญญาเวทยิตนิโรธ).ปัญญาสติกับนามรูปดับ เพราะวิญญาณดับ </p><p>"ในความสุขที่เกิดจากสมาธิ ถ้าไล่มาจากเรื่องของกาม กามสุขคือความสุขที่ได้จากทางตา หู จมูก ลิ้น และกาย ให้ความสุขได้อยู่ แต่ความสุขที่เกิดขึ้นจากในทางกามนี้มันมีน้อย และโทษของกามนั้นก็มาก แต่สิ่งที่จะเหนือขึ้นไปกว่าความสุขในทางกามก็คือเรื่องของฌานสมาธิ" และในตอนต่อไปจะได้เสนอเพิ่มเติมในเรื่องของอุปสรรค 11 อย่าง ที่มันจะมากั้นไม่ให้จิตของเราเลื่อนขึ้นไปในสมาธิแต่ละขั้นได้ เหมือนกับแม่โคปีนภูเขาตรงที่บางจุดมันชันมาก จะทำอย่างไร?</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ได้ปรารภคฤหบดีหนุ่มชื่อ “ตปุสสะ” ที่ยังมีความคิดนึกไปในเรื่องของกาม ได้มาถามกับพระอานนท์ถึงเรื่องการทำสมาธินี้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทั้งสองจึงพากันไปเข้าเฝ้าทูลถามพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงแสดง อนุปุพพวิหาร 9 ว่าด้วยการเข้าออกสมาธิทั้ง 9 ขั้นที่ประณีตไล่ต่อกันขึ้นไปโดยลำดับ ได้แก่ 1) ปฐมฌาน 2) ทุติยฌาน 3) ตติยฌาน 4) จตุตถฌาน 5) อากาสานัญจายตนะ 6) วิญญาณัญจายตนะ 7) อากิญจัญญายตนะ 8) เนวสัญญานาสัญญายตนะ และ 9) สัญญาเวทยิตนิโรธ เหล่านี้คือ วิหารธรรม เป็นเครื่องอยู่ของจิต 9 ลำดับ</p><p>อนุปุพพนิโรธ 9 (ความดับไปตามลำดับ) คือ</p><p>1. อามิสสัญญาหรือกามสัญญาของผู้เข้าปฐมฌานดับไป 2. วิตกวิจารของผู้เข้าทุติยฌานดับไป3. ปีติของผู้เข้าตติยฌานดับไป4. ลมอัสสาส ปัสสาสะ (ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก) ของผู้เข้าจตุตถฌานดับไป5. รูปสัญญาของผู้เข้าอากาสานัญจายตนฌานดับไป6. อากาสานัญจายตนสัญญาของผู้เข้าวิญญาณัญจายนตฌานดับไป7. วิญญาณัญจายตนสัญญาของผู้เข้าอากิญจัญญายตนฌานดับไป8. อากิญจัญญายตนสัญญาของผู้เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนฌานย่อมดับไป9. สัญญาและ เวทนาของผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธย่อมดับไป</p><p>ได้แสดงวิธีการเข้าสมาธิในแต่ละขั้น ๆ ตรัสไว้ใน คาวีสูตร เปรียบเทียบเหมือนลักษณะที่โคปีนภูเขาลาดชัน เป็นลักษณะที่จะไล่ฌานสมาธิจากขั้นที่ 1 ไปจนถึงขั้นที่ 9 ได้</p><p>“…เปรียบเหมือนโคภูเขา ที่ฉลาดเฉลียว มีไหวพริบ รอบรู้ทิศทาง ฉลาดเพื่อจะเที่ยวไปตามภูเขาอันขรุขระ มันได้คิดว่า “จะเที่ยวไปสู่ทิศทางที่ไม่เคยไป จะกินหญ้าที่ไม่เคยกิน จะดื่มน้ำที่ไม่เคยดื่ม” ดังนี้ มันวางเท้าหน้า อย่างถูกต้อง แล้วจึงค่อยยกเท้าหลัง มันก็สามารถไปสู่ทิศทางที่ไม่เคยไป ได้กินหญ้าที่ไม่เคยกิน ดื่มน้ำที่ไม่เคยดื่ม และทั้งสามารถกลับมาสู่ที่ที่มันเคยยืน คิดทีแรกโดยสวัสดี ได้ด้วย. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า?  </p><p>ข้อนั้นเพราะเหตุว่า โคภูเขานั้นเป็นโคฉลาดเฉลียว มีไหวพริบรอบรู้ทิศทาง ฉลาดเพื่อจะเที่ยวไปตามภูเขาอันขรุขระ, ข้อนี้ฉันใด; ในกรณีนี้ก็ฉันนั้น : เธอเป็นบัณฑิตมีไหวพริบ รอบรู้ทิศทาง ฉลาดเพื่อจะสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าถึงปฐมฌาน อันมีวิตกวิจาร มีปิติและสุขอันเกิดแต่วิเวก แล้วแลอยู่, เธอเสพอย่างทั่วถึง ทำให้เจริญ ทำให้มาก ซึ่งนิมิตนั้น ตั้งทับซึ่งนิมิตนั้น ให้เป็นนิมิตอันตั้งไว้ด้วยดี.  </p><p>เธอคิดต่อไปว่า “ถ้ากระไร เพราะความจางคลายไปแห่งปีติ เราพึงเป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติและสัมปชัญญา และพึงเสวยความสุขด้วยนามกาย เข้าถึงตติยฌานอันเป็นฌานที่พระอริยเจ้ากล่าวว่า “ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติอยู่ เป็นปกติสุข” ดังนี้ แล้วแลอยู่ เถิด” ดังนี้. เธอนั้น เมื่อไม่ข้องขัดอยู่กะตติยฌาน ก็เป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติและสัมปชัญญะ และพึงเสวยความสุขด้วยนามกาย เข้าถึงตติยฌาน อันเป็นฌานที่พระอริยเจ้ากล่าวว่า “ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้อยู่ อุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข” ดังนี้ เพราะความจางคลายไปแห่งปีติ แล้วแลอยู่; เธอเสพอย่างทั่วถึง ทำให้เจริญ ทำให้มาก ซึ่งนิมิตนั้น ตั้งทับซึ่งนิมิตนั้นให้เป็นนิมิตอันตั้งไว้ด้วยดีฯ”</p><p>(โคภูเขาที่ฉลาดย่อมรู้จักจรดเท้าหน้าลงในที่อันมั่นคงเสียก่อนแล้วจึงค่อยยกเท้าหลัง จึงจะไม่พลาดกลิ้งลงมา; เช่นเดียวกัน เราจะต้องมีความตั้งอยู่อย่างมั่นคงในสมาธิที่ถึงทับทีแรกเสียก่อน จึงค่อยยกเท้าหลัง เพื่อก้าวไปสู่สมาธิอันสูงขึ้นไป)</p><p>และได้เคยตรัส อนุปุพพวิหารอาพาธ ไว้กับพระอานนท์ ว่าด้วยเรื่องความเป็นอาพาธของสมาธิในแต่ละขั้น ด้วยอาการที่อารมณ์อันละได้ด้วยฌานใด จะมากลายเป็น สัญญาที่ทำความอาพาธให้แก่การเข้าอยู่ในฌานนั้น ดังนี้</p><p>1. อดีตกามสัญญา ที่ปฐมฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในปฐมฌาน. 2. อดีตวิตักกธัมมสัญญา ที่ทุติยฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในทุติยฌาน. 3. อดีตปีติสัญญา ที่ตติยฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในตติยฌาน. 4. อดีตอุเปกขาสุขสัญญา ที่จตุตถฌานละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในจตุตถฌาน. 5. อดีตรูปสัญญา ที่อากาสานัญจายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธ แก่การเข้าอยู่ในอากาสานัญจายตนะ. 6. อดีตอากาสานัญจายตนสัญญา ที่วิญญาณัญจายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในวิญญาณัญจายตนะ. 7. อดีตวิญญาณัญจายตนสัญญา ที่อากิญจัญญายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่  8. อดีตอากิญจัญญายตนสัญญา ที่เนวสัญญานาสัญญายตนะละแล้ว จะมาคอยเป็นอาพาธ แก่การเข้าอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนะ.  9. อดีตเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา ที่ระงับไปแล้วเพราะสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่อาจมาเป็นอาพาธแก่การเข้าอยู่ในสัญญาเวทยิตนิโรธ).ปัญญาสติกับนามรูปดับ เพราะวิญญาณดับ </p><p>"ในความสุขที่เกิดจากสมาธิ ถ้าไล่มาจากเรื่องของกาม กามสุขคือความสุขที่ได้จากทางตา หู จมูก ลิ้น และกาย ให้ความสุขได้อยู่ แต่ความสุขที่เกิดขึ้นจากในทางกามนี้มันมีน้อย และโทษของกามนั้นก็มาก แต่สิ่งที่จะเหนือขึ้นไปกว่าความสุขในทางกามก็คือเรื่องของฌานสมาธิ" และในตอนต่อไปจะได้เสนอเพิ่มเติมในเรื่องของอุปสรรค 11 อย่าง ที่มันจะมากั้นไม่ให้จิตของเราเลื่อนขึ้นไปในสมาธิแต่ละขั้นได้ เหมือนกับแม่โคปีนภูเขาตรงที่บางจุดมันชันมาก จะทำอย่างไร?</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เสลสูตรและกัปปินสูตร 6234-4s</title>
			<itunes:title>เสลสูตรและกัปปินสูตร 6234-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Aug 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/1d582d8f-6b50-4c25-852d-aab000db77f5/media.mp3" length="27765437" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1d582d8f-6b50-4c25-852d-aab000db77f5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a2</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVd+dndlDACizxR6fuH5zH7]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a2.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>นำเสนอเรื่องราวของ ภิกษุ 2 รูป ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างมาก คือ พระเสละ และ พระมหากัปปินะ </p><p>"ดูก่อนพราหมณ์! สิ่งที่เราควรรู้ยิ่ง เรารู้ยิ่งแล้ว สิ่งที่ควรเจริญ เราเจริญแล้ว สิ่งที่ควรละ เราละได้แล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า พราหมณ์เอ๋ย! ท่านจงกำจัดความเคลือบแคลงในเรา จงน้อมใจเชื่อเถิด การได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเนือง ๆ เป็นการเกิดขึ้นได้ยาก ความปรากฎแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเนือง ๆ เป็นการหาได้ยากในโลก"…เสลสูตร ทรงโปรดเสลพราหมณ์ (พระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า)</p><p>เสลพราหมณ์เป็นผู้เชี่ยวชาญในพระเวท เมื่อทราบข่าวการเสด็จมาของพระพุทธเจ้าจากเกณิยชฏิลก็เกิดความเลื่อมใส พาหมู่มาณพไปเข้าเฝ้าฯ พร้อมพิจารณาดูพระพุทธลักษณะเห็นต้องตามมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ แล้วได้กราบทูลโต้ตอบกับพระพุทธองค์ โดยทรงตรัสตอบถึงความที่ พระองค์ทรงเป็นธรรมราชา ทรงประกาศธรรมจักร อันเป็นจักรที่ใคร ๆ คัดค้านหรือหมุนกลับ (ปฏิวัติ) ไม่ได้ เมื่อถูกถามถึงแม่ทัพธรรม ก็ทรงชี้ไปยังพระสารีบุตร และได้ทรงแสดงธรรมแก่เสลพราหมณ์พร้อมทั้งเหล่าบริษัท และทั้งหมดก็ได้ขอบรรพชาอุปสมบท</p><p>"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั่นแลมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก แต่เธอไม่ได้สมาบัติที่ เธอไม่เคยเข้าง่ายนัก เธอกระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ฯ"…กัปปินสูตร [๗๒๒] | พระพุทธเจ้าทรงตรัสสรรเสริญพระมหากัปปินะแก่ภิกษุทั้งหลาย</p><p>"ภิกษุทั้งหลาย แม้เราเองก็เหมือนกัน ในกาลก่อนแต่การ ตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ ย่อมอยู่ด้วยวิหารธรรม คือ อานาปานสติสมาธินี้ เป็นส่วนมาก. เมื่อเราอยู่ด้วย วิหารธรรมนี้เป็นส่วนมาก กายก็ไม่ลำบาก ตาก็ไม่ลำบาก และจิตของเราก็หลุดพ้นจากอาสวะ เพราะไม่มีอุปาทาน"…กัปปินสูตร ว่าด้วยอานาปานสติสมาธิ [๑๓๒๑] | พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระมหากัปปินะเป็นตัวอย่างแก่ภิกษุทั้งหลายในการเจริญอานาปานสติ</p><p>พระมหากัปปินะ หลังจากบรรรลุพระอรหันต์ มีความคิดว่าท่านบริสุทธิ์อยู่แล้ว ควรจะไปทำอุโบสถ หรือไม่ควรไป ควรไปทำสังฆกรรม หรือไม่ควรไป เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดนั้น จึงได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าและตรัสทรงชี้แจงแก่พระมหากัปปินะว่า "ดูก่อนพราหมณ์ทั้งหลาย ถ้าพวกเธอไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา ซึ่งอุโบสถ เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครเล่าจักสักการะ  เคารพ นับถือ บูชา ซึ่งอุโบสถ ดูก่อนพราหมณ์ เธอจงไปทำอุโบสถ จะไม่ไปไม่ได้ จงไปทำสังฆกรรม จะไม่ไปไม่ได้"…</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก Ep.33 , Ep.18,</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>นำเสนอเรื่องราวของ ภิกษุ 2 รูป ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างมาก คือ พระเสละ และ พระมหากัปปินะ </p><p>"ดูก่อนพราหมณ์! สิ่งที่เราควรรู้ยิ่ง เรารู้ยิ่งแล้ว สิ่งที่ควรเจริญ เราเจริญแล้ว สิ่งที่ควรละ เราละได้แล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า พราหมณ์เอ๋ย! ท่านจงกำจัดความเคลือบแคลงในเรา จงน้อมใจเชื่อเถิด การได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเนือง ๆ เป็นการเกิดขึ้นได้ยาก ความปรากฎแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเนือง ๆ เป็นการหาได้ยากในโลก"…เสลสูตร ทรงโปรดเสลพราหมณ์ (พระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า)</p><p>เสลพราหมณ์เป็นผู้เชี่ยวชาญในพระเวท เมื่อทราบข่าวการเสด็จมาของพระพุทธเจ้าจากเกณิยชฏิลก็เกิดความเลื่อมใส พาหมู่มาณพไปเข้าเฝ้าฯ พร้อมพิจารณาดูพระพุทธลักษณะเห็นต้องตามมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ แล้วได้กราบทูลโต้ตอบกับพระพุทธองค์ โดยทรงตรัสตอบถึงความที่ พระองค์ทรงเป็นธรรมราชา ทรงประกาศธรรมจักร อันเป็นจักรที่ใคร ๆ คัดค้านหรือหมุนกลับ (ปฏิวัติ) ไม่ได้ เมื่อถูกถามถึงแม่ทัพธรรม ก็ทรงชี้ไปยังพระสารีบุตร และได้ทรงแสดงธรรมแก่เสลพราหมณ์พร้อมทั้งเหล่าบริษัท และทั้งหมดก็ได้ขอบรรพชาอุปสมบท</p><p>"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั่นแลมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก แต่เธอไม่ได้สมาบัติที่ เธอไม่เคยเข้าง่ายนัก เธอกระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ฯ"…กัปปินสูตร [๗๒๒] | พระพุทธเจ้าทรงตรัสสรรเสริญพระมหากัปปินะแก่ภิกษุทั้งหลาย</p><p>"ภิกษุทั้งหลาย แม้เราเองก็เหมือนกัน ในกาลก่อนแต่การ ตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ ย่อมอยู่ด้วยวิหารธรรม คือ อานาปานสติสมาธินี้ เป็นส่วนมาก. เมื่อเราอยู่ด้วย วิหารธรรมนี้เป็นส่วนมาก กายก็ไม่ลำบาก ตาก็ไม่ลำบาก และจิตของเราก็หลุดพ้นจากอาสวะ เพราะไม่มีอุปาทาน"…กัปปินสูตร ว่าด้วยอานาปานสติสมาธิ [๑๓๒๑] | พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระมหากัปปินะเป็นตัวอย่างแก่ภิกษุทั้งหลายในการเจริญอานาปานสติ</p><p>พระมหากัปปินะ หลังจากบรรรลุพระอรหันต์ มีความคิดว่าท่านบริสุทธิ์อยู่แล้ว ควรจะไปทำอุโบสถ หรือไม่ควรไป ควรไปทำสังฆกรรม หรือไม่ควรไป เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดนั้น จึงได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าและตรัสทรงชี้แจงแก่พระมหากัปปินะว่า "ดูก่อนพราหมณ์ทั้งหลาย ถ้าพวกเธอไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา ซึ่งอุโบสถ เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครเล่าจักสักการะ  เคารพ นับถือ บูชา ซึ่งอุโบสถ ดูก่อนพราหมณ์ เธอจงไปทำอุโบสถ จะไม่ไปไม่ได้ จงไปทำสังฆกรรม จะไม่ไปไม่ได้"…</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก Ep.33 , Ep.18,</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธาตุวิภังคสูตร 6233-4s</title>
			<itunes:title>ธาตุวิภังคสูตร 6233-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Aug 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:03</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/855a107e-8991-4c89-97f9-aaa900d11827/media.mp3" length="26460987" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">855a107e-8991-4c89-97f9-aaa900d11827</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a3</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUMYeYPbniIv+Y4otW10UnR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a3.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงแสดง ธาตุวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกธาตุ แก่พระเจ้าปุกกุสาติ มีใจความว่า</p><p>"คนเรานี้มี ธาตุ 6, มีผัสสายตนะ (แดนเกิดแห่งผัสสะ) 6, มีมโนปวิจาร (ความนึกหน่วงทางใจ) 18, มีอธิษฐานธรรม (ธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ) 4อันเป็นธรรมที่ผู้ไม่มีกิเลสเครื่องสำคัญตนและกิเลสเครื่องหมักหมมเป็นไป ก็เมื่อกิเลสเครื่องสำคัญตนและกิเลสเครื่องหมักหมมไม่เป็นไปอยู่ บัณฑิตจึงเรียกเขาว่า ‘มุนีผู้สงบแล้ว’ไม่พึงประมาทปัญญา พึงตามรักษาสัจจะ พึงเพิ่มพูนจาคะ พึงศึกษาแต่ทางสงบเท่านั้นนี้เป็นอุทเทสแห่งธาตุวิภังค์ 6 ประการ" </p><p>ด้วยพุทธลีลาการแสดงธรรมแจกแจงโดยรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ ๆ ว่า "เพราะอาศัยเหตุอะไร เราจึงกล่าวไว้เช่นนั้น" พระเจ้าปุกกุสาติเมื่อได้ฟังแล้ว มีความชื่นชมยินดีจึงขอบวช แต่ในระหว่างที่เที่ยวหาบาตรและจีวรอยู่ ก็ถูกแม่โคขวิดตาย ด้วยเหตุแห่งบุรพกรรมในอดีตชาติของท่าน</p><p>พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ปุกกุสาติกุลบุตรเป็นบัณฑิต ได้บรรลุธรรมสมควรแก่ธรรมแล้ว และเธอไม่ให้เราลำบากเพราะเหตุแห่งธรรมเพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 สิ้นไป ปุกกุสาติกุลบุตร จึงเป็นโอปปาติกเทพ จะนิพพานในโลกนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก”</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.60</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงแสดง ธาตุวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกธาตุ แก่พระเจ้าปุกกุสาติ มีใจความว่า</p><p>"คนเรานี้มี ธาตุ 6, มีผัสสายตนะ (แดนเกิดแห่งผัสสะ) 6, มีมโนปวิจาร (ความนึกหน่วงทางใจ) 18, มีอธิษฐานธรรม (ธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ) 4อันเป็นธรรมที่ผู้ไม่มีกิเลสเครื่องสำคัญตนและกิเลสเครื่องหมักหมมเป็นไป ก็เมื่อกิเลสเครื่องสำคัญตนและกิเลสเครื่องหมักหมมไม่เป็นไปอยู่ บัณฑิตจึงเรียกเขาว่า ‘มุนีผู้สงบแล้ว’ไม่พึงประมาทปัญญา พึงตามรักษาสัจจะ พึงเพิ่มพูนจาคะ พึงศึกษาแต่ทางสงบเท่านั้นนี้เป็นอุทเทสแห่งธาตุวิภังค์ 6 ประการ" </p><p>ด้วยพุทธลีลาการแสดงธรรมแจกแจงโดยรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ ๆ ว่า "เพราะอาศัยเหตุอะไร เราจึงกล่าวไว้เช่นนั้น" พระเจ้าปุกกุสาติเมื่อได้ฟังแล้ว มีความชื่นชมยินดีจึงขอบวช แต่ในระหว่างที่เที่ยวหาบาตรและจีวรอยู่ ก็ถูกแม่โคขวิดตาย ด้วยเหตุแห่งบุรพกรรมในอดีตชาติของท่าน</p><p>พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ปุกกุสาติกุลบุตรเป็นบัณฑิต ได้บรรลุธรรมสมควรแก่ธรรมแล้ว และเธอไม่ให้เราลำบากเพราะเหตุแห่งธรรมเพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 สิ้นไป ปุกกุสาติกุลบุตร จึงเป็นโอปปาติกเทพ จะนิพพานในโลกนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก”</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.60</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร และนันทโกวาทสูตร</title>
			<itunes:title>พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร และนันทโกวาทสูตร</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Aug 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:20</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/fefd32a3-d655-4a16-a79b-aaa200ee995a/media.mp3" length="30766395" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">fefd32a3-d655-4a16-a79b-aaa200ee995a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a4</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWU2RGrj4GZ3y1RqFZeO7h+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a4.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"คลังพระสูตร" เสนอเรื่องราวของพระเถระ 2 รูป โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องของพระพักกุลเถระใน "พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร" เป็นพระเถระที่บวชมาตลอด 80 ปีโดยที่ท่านไม่เคยเกิดกามสัญญาใดๆ เลย …ครั้งหนึ่ง พระพักกุลเถระ พักอาศัยยู่ที่เวฬุวัน เมืองราชคฤห์  มีอเจลกัสสปะได้ถามพระเถระว่า "ตลอด 80 ปี ที่บวชมาท่านเสพเมถุนธรรมกี่ครั้ง"  พระเถระจึงตอบแก่อเจลกัสสปะปริพาชกโดยละเอียด </p><p>เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องราวของพระนันทกะใน "นันทโกวาทสูตร"  …กล่าวถึงเหตุการณ์ ณ  พระวิหารเชตวันที่พระนันทกะได้ให้โอวาทแก่ภิกษุณีถึงความไม่เที่ยงของอายตนภายใน 6 ภายนอก 6 เหล่านั้นล้วนไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา  ได้เปรียบเทียบว่าเนื้อข้างในนั้นเป็นอายตนะภายใน ส่วนหนังข้างนอกเป็นอายตนะภายนอก 6 เนื้อล่ำในระหว่างเอ็นในระหว่างเครื่องผูกในระหว่างนั้นเป็นชื่อของนันทิราคะ มีดแล่โคเป็นปัญญาซึ่งใช้เถือแล่คว้านกิเลสในระหว่างสัญโญชน์เครื่องผูก …และ โพชฌงค์ 7 จะทำให้เราแยกอายตนะภายนอก – ภายใน และเครื่องผูกออกจากกันได้ และไม่เกิดการกลับกำเริบได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฏก Ep.31  , คลังพระสูตร Ep.5</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"คลังพระสูตร" เสนอเรื่องราวของพระเถระ 2 รูป โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องของพระพักกุลเถระใน "พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร" เป็นพระเถระที่บวชมาตลอด 80 ปีโดยที่ท่านไม่เคยเกิดกามสัญญาใดๆ เลย …ครั้งหนึ่ง พระพักกุลเถระ พักอาศัยยู่ที่เวฬุวัน เมืองราชคฤห์  มีอเจลกัสสปะได้ถามพระเถระว่า "ตลอด 80 ปี ที่บวชมาท่านเสพเมถุนธรรมกี่ครั้ง"  พระเถระจึงตอบแก่อเจลกัสสปะปริพาชกโดยละเอียด </p><p>เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องราวของพระนันทกะใน "นันทโกวาทสูตร"  …กล่าวถึงเหตุการณ์ ณ  พระวิหารเชตวันที่พระนันทกะได้ให้โอวาทแก่ภิกษุณีถึงความไม่เที่ยงของอายตนภายใน 6 ภายนอก 6 เหล่านั้นล้วนไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา  ได้เปรียบเทียบว่าเนื้อข้างในนั้นเป็นอายตนะภายใน ส่วนหนังข้างนอกเป็นอายตนะภายนอก 6 เนื้อล่ำในระหว่างเอ็นในระหว่างเครื่องผูกในระหว่างนั้นเป็นชื่อของนันทิราคะ มีดแล่โคเป็นปัญญาซึ่งใช้เถือแล่คว้านกิเลสในระหว่างสัญโญชน์เครื่องผูก …และ โพชฌงค์ 7 จะทำให้เราแยกอายตนะภายนอก – ภายใน และเครื่องผูกออกจากกันได้ และไม่เกิดการกลับกำเริบได้ </p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฏก Ep.31  , คลังพระสูตร Ep.5</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กีฏาคิริสูตร และปุตตมังสสูตร 6231-4s</title>
			<itunes:title>กีฏาคิริสูตร และปุตตมังสสูตร 6231-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 31 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:01:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/28873839-a06d-43dd-b6f3-aa9900d4e7ae/media.mp3" length="29541624" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">28873839-a06d-43dd-b6f3-aa9900d4e7ae</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a5</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVxLIE7n8EaBarcfH4+Z1n6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a5.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากในช่วงเข้าใจทำ (ธรรม) และ ใต้ร่มโพธิบทของสัปดาห์นี้ได้กล่าวถึงเนื้อหาในรายละเอียดของเรื่องอริยสัจ 4 และ อาหาร 4 ไว้  จึงยก 2 พระสูตรหลักที่เกี่ยวข้องขึ้นมาประกอบเพื่อให้ได้ฟังบทพยัญชนะกัน</p><p>"กีฏาคิริสูตร" ว่าด้วยเหตุการณ์ในกีฏาคีรีนิคม พระพุทธเจ้าตรัสสอนแก่เหล่าภิกษุถึงเรื่องของ คุณของการฉันอาหารน้อย, ความเจริญและความเสื่อมของกุศลธรรม/อกุศลธรรมในเวทนา 3, กิจที่ควรทำด้วยความไม่ประมาทและบุคคล 7 จำพวก ได้แก่ 1.อุภโตภาควิมุต 2. ปัญญาวิมุต 3. กายสักขี 4. ทิฏฐิปัตตะ 5. สัทธาวิมุต 6. ธัมมานุสารี 7. สัทธานุสารี) ตั้งแต่กายสักขีถึงสัทธานุสารีนั้น เป็นพระอริยบุคคลที่ยังไม่ถึงขั้นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าจึงยังทรงตรัสสอนให้ทำการด้วยความไม่ประมาท ส่วน อุภโตภาควิมุต และ ปัญญาวิมุต ท่านไม่ได้ตรัสสอน เพราะเป็นพระอรหันต์ผู้ทำกิจด้วยความไม่ประมาทอยู่แล้ว, การตั้งอยู่ในอรหัตตผลได้ด้วยการศึกษา การกระทำ การปฎิบัติ โดยลำดับ</p><p>การดำรงอยู่ในอรหัตตผล</p><p> [๑๘๓] ภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวการบรรลุอรหัตตผลด้วยขั้นเดียวเท่านั้น แต่การบรรลุอรหัตตผล ย่อมมีได้ด้วยการบำเพ็ญสิกขาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญกิริยาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญปฏิปทาโดยลำดับ การบรรลุอรหัตตผล ย่อมมีได้ด้วยการบำเพ็ญสิกขาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญกิริยาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญปฏิปทาโดยลำดับ เป็นอย่างไร             คือ กุลบุตรในศาสนานี้ เกิดศรัทธาแล้วย่อมเข้าไปหา เมื่อเข้าไปหาย่อมนั่งใกล้ เมื่อนั่งใกล้ย่อมเงี่ยโสตลงสดับ เงี่ยโสตลงสดับแล้วย่อมฟังธรรม ครั้นฟังธรรมแล้วย่อมทรงจำไว้ ย่อมพิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้แล้ว เมื่อพิจารณาเนื้อความอยู่ ธรรมทั้งหลายย่อมควรเพ่งพินิจ เมื่อมีการเพ่งพินิจธรรมอยู่ ฉันทะย่อมเกิด กุลบุตรนั้นเกิดฉันทะแล้ว ย่อมอุตสาหะ ครั้นอุตสาหะแล้ว ย่อมไตร่ตรองครั้นไตร่ตรองแล้ว ย่อมอุทิศกายและใจ เมื่ออุทิศกายและใจแล้ว ย่อมทำให้แจ้งสัจจะอันยอดเยี่ยมด้วยนามกาย และเห็นแจ่มแจ้งสัจจะอันยอดเยี่ยมนั้นด้วยปัญญา</p><p> และสุดท้ายได้ตรัสถึงบท 4 ( อริยสัจจ 4 ) ที่วิญญูชนพึงรู้ได้ไม่นานด้วยปัญญา ความแห่งธรรมใดที่พระองค์ได้ยกขึ้นแสดงแล้ว ผู้ปฏิบัติตามคำสอนนั้นย่อมมีหลักปฏิบัติว่า พระผู้มีพระภาคเป็นศาสดา ตนเป็นสาวก, ศาสนาของพระศาสดางอกงามมีโอชา (น่าเลื่อมใส ) แก่ผู้มีศรัทธาและผู้ปฏิบัติตามคำสอน, ย่อมมีหลักปฏิบัติว่าหากพากเพียรเพื่อบรรลุจุดที่มุ่งหมายแล้วยังไม่สำเร็จ จักไม่หยุดความเพียรนั้น แม้แลกด้วย หนัง เอ็น และกระดูก เนื้อและเลือดก็ตามทีและผลอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 อย่างที่หวังได้ คือ อรหัตตผลในปัจจุบัน หรือถ้ายังมีอุปาทานเหลืออยู่ ก็จะเป็นอนาคามี</p><p> "ปุตตมังสสูตร และ อาหารสูตร" ว่าด้วยอาหาร 4  ซึ่งทั้งสองพระสูตรนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเกี่ยวกับอาหาร โดยใน ปุตตมังสสูตร จะได้ให้พิจารณากำหนดรู้ในอาหาร 4 อย่างนี้ ด้วยการยกอุปมาอุปไมยขึ้นเปรียบเทียบ ดังนี้คือ กวฬิงการาหาร (อาหารคือคำข้าว) เหมือนกับสามีภรรยากินเนื้อบุตร เพื่อยังชีพขณะเดินทางข้ามทางกันดาร (ความจำเป็นในอาหาร เพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิต)  เพื่อกำหนดรู้ความยินดีในกามคุณ 5ผัสสาหาร (ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา) เหมือนกับแม่โคลูกอ่อนที่ไม่มีหนังหุ้ม ให้ระมัดระวังตัวจากการรบกวนของสัตว์และแมลงที่จะมาเจาะไชหรือกัด เพื่อกำหนดรู้ในเวทนาทั้ง 3มโนสัญเจตนาหาร (เจตนาป็นปัจจัยให้เกิดกรรมคือการกระทำ)  เหมือนกับคนถูกลากลงสู่หลุมถ่านเพลิง ดิ้นรนหนีให้พ้นจากหลุมถ่านเพลิงนั้น เพื่อกำหนดรู้ในตัณหาทั้ง 3วิญญาณาหาร (วิญญาณป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป ) เหมือนกับนักโทษประหารถูกแทงด้วยหอก 300 เล่ม เพื่อกำหนดรู้ในนามรูป</p><p>ด้วยเพราะความจำเป็นในการดำรงชีพให้ตั้งอยู่คงอยู่ได้สืบต่อไปและต่อไป จึงต้องมีตัณหาเป็นเหตุให้เกิดการแสวงหาในอาหาร 4 นี้</p><p>ส่วนใน อาหารสูตร นั้น เป็นการกล่าวถึง "มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด และมีอะไรเป็นแดนเกิด ของอาหาร 4 อย่างนี้" ซึ่งเป็นการแยกแยะแจกแจงให้เห็นถึงการเกิด - ดับของอาหาร</p><p>…อนึ่ง สังขารเหล่านี้มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดสังขารทั้งหลายมีอวิชชาเป็นเหตุ มีอวิชชาเป็นเหตุเกิด มีอวิชชาเป็นกำเนิด มีอวิชชาเป็นแดนเกิด</p><p>ภิกษุทั้งหลาย เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารทั้งหลายจึงมี เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี ฯลฯ ดังพรรณนามาฉะนี้ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้มีได้ด้วยประการฉะนี้</p><p>อนึ่ง เพราะอวิชชานั้นดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ สังขารจึงดับ เพราะสังขารดับวิญญาณจึงดับ ฯลฯ ดังพรรณนามาฉะนี้ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้.</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.59 , Ep.58 , เข้าใจทำ (ธรรม)  Ep.56 ,      </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากในช่วงเข้าใจทำ (ธรรม) และ ใต้ร่มโพธิบทของสัปดาห์นี้ได้กล่าวถึงเนื้อหาในรายละเอียดของเรื่องอริยสัจ 4 และ อาหาร 4 ไว้  จึงยก 2 พระสูตรหลักที่เกี่ยวข้องขึ้นมาประกอบเพื่อให้ได้ฟังบทพยัญชนะกัน</p><p>"กีฏาคิริสูตร" ว่าด้วยเหตุการณ์ในกีฏาคีรีนิคม พระพุทธเจ้าตรัสสอนแก่เหล่าภิกษุถึงเรื่องของ คุณของการฉันอาหารน้อย, ความเจริญและความเสื่อมของกุศลธรรม/อกุศลธรรมในเวทนา 3, กิจที่ควรทำด้วยความไม่ประมาทและบุคคล 7 จำพวก ได้แก่ 1.อุภโตภาควิมุต 2. ปัญญาวิมุต 3. กายสักขี 4. ทิฏฐิปัตตะ 5. สัทธาวิมุต 6. ธัมมานุสารี 7. สัทธานุสารี) ตั้งแต่กายสักขีถึงสัทธานุสารีนั้น เป็นพระอริยบุคคลที่ยังไม่ถึงขั้นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าจึงยังทรงตรัสสอนให้ทำการด้วยความไม่ประมาท ส่วน อุภโตภาควิมุต และ ปัญญาวิมุต ท่านไม่ได้ตรัสสอน เพราะเป็นพระอรหันต์ผู้ทำกิจด้วยความไม่ประมาทอยู่แล้ว, การตั้งอยู่ในอรหัตตผลได้ด้วยการศึกษา การกระทำ การปฎิบัติ โดยลำดับ</p><p>การดำรงอยู่ในอรหัตตผล</p><p> [๑๘๓] ภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวการบรรลุอรหัตตผลด้วยขั้นเดียวเท่านั้น แต่การบรรลุอรหัตตผล ย่อมมีได้ด้วยการบำเพ็ญสิกขาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญกิริยาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญปฏิปทาโดยลำดับ การบรรลุอรหัตตผล ย่อมมีได้ด้วยการบำเพ็ญสิกขาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญกิริยาโดยลำดับ ด้วยการบำเพ็ญปฏิปทาโดยลำดับ เป็นอย่างไร             คือ กุลบุตรในศาสนานี้ เกิดศรัทธาแล้วย่อมเข้าไปหา เมื่อเข้าไปหาย่อมนั่งใกล้ เมื่อนั่งใกล้ย่อมเงี่ยโสตลงสดับ เงี่ยโสตลงสดับแล้วย่อมฟังธรรม ครั้นฟังธรรมแล้วย่อมทรงจำไว้ ย่อมพิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้แล้ว เมื่อพิจารณาเนื้อความอยู่ ธรรมทั้งหลายย่อมควรเพ่งพินิจ เมื่อมีการเพ่งพินิจธรรมอยู่ ฉันทะย่อมเกิด กุลบุตรนั้นเกิดฉันทะแล้ว ย่อมอุตสาหะ ครั้นอุตสาหะแล้ว ย่อมไตร่ตรองครั้นไตร่ตรองแล้ว ย่อมอุทิศกายและใจ เมื่ออุทิศกายและใจแล้ว ย่อมทำให้แจ้งสัจจะอันยอดเยี่ยมด้วยนามกาย และเห็นแจ่มแจ้งสัจจะอันยอดเยี่ยมนั้นด้วยปัญญา</p><p> และสุดท้ายได้ตรัสถึงบท 4 ( อริยสัจจ 4 ) ที่วิญญูชนพึงรู้ได้ไม่นานด้วยปัญญา ความแห่งธรรมใดที่พระองค์ได้ยกขึ้นแสดงแล้ว ผู้ปฏิบัติตามคำสอนนั้นย่อมมีหลักปฏิบัติว่า พระผู้มีพระภาคเป็นศาสดา ตนเป็นสาวก, ศาสนาของพระศาสดางอกงามมีโอชา (น่าเลื่อมใส ) แก่ผู้มีศรัทธาและผู้ปฏิบัติตามคำสอน, ย่อมมีหลักปฏิบัติว่าหากพากเพียรเพื่อบรรลุจุดที่มุ่งหมายแล้วยังไม่สำเร็จ จักไม่หยุดความเพียรนั้น แม้แลกด้วย หนัง เอ็น และกระดูก เนื้อและเลือดก็ตามทีและผลอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 อย่างที่หวังได้ คือ อรหัตตผลในปัจจุบัน หรือถ้ายังมีอุปาทานเหลืออยู่ ก็จะเป็นอนาคามี</p><p> "ปุตตมังสสูตร และ อาหารสูตร" ว่าด้วยอาหาร 4  ซึ่งทั้งสองพระสูตรนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเกี่ยวกับอาหาร โดยใน ปุตตมังสสูตร จะได้ให้พิจารณากำหนดรู้ในอาหาร 4 อย่างนี้ ด้วยการยกอุปมาอุปไมยขึ้นเปรียบเทียบ ดังนี้คือ กวฬิงการาหาร (อาหารคือคำข้าว) เหมือนกับสามีภรรยากินเนื้อบุตร เพื่อยังชีพขณะเดินทางข้ามทางกันดาร (ความจำเป็นในอาหาร เพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิต)  เพื่อกำหนดรู้ความยินดีในกามคุณ 5ผัสสาหาร (ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา) เหมือนกับแม่โคลูกอ่อนที่ไม่มีหนังหุ้ม ให้ระมัดระวังตัวจากการรบกวนของสัตว์และแมลงที่จะมาเจาะไชหรือกัด เพื่อกำหนดรู้ในเวทนาทั้ง 3มโนสัญเจตนาหาร (เจตนาป็นปัจจัยให้เกิดกรรมคือการกระทำ)  เหมือนกับคนถูกลากลงสู่หลุมถ่านเพลิง ดิ้นรนหนีให้พ้นจากหลุมถ่านเพลิงนั้น เพื่อกำหนดรู้ในตัณหาทั้ง 3วิญญาณาหาร (วิญญาณป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป ) เหมือนกับนักโทษประหารถูกแทงด้วยหอก 300 เล่ม เพื่อกำหนดรู้ในนามรูป</p><p>ด้วยเพราะความจำเป็นในการดำรงชีพให้ตั้งอยู่คงอยู่ได้สืบต่อไปและต่อไป จึงต้องมีตัณหาเป็นเหตุให้เกิดการแสวงหาในอาหาร 4 นี้</p><p>ส่วนใน อาหารสูตร นั้น เป็นการกล่าวถึง "มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด และมีอะไรเป็นแดนเกิด ของอาหาร 4 อย่างนี้" ซึ่งเป็นการแยกแยะแจกแจงให้เห็นถึงการเกิด - ดับของอาหาร</p><p>…อนึ่ง สังขารเหล่านี้มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิดสังขารทั้งหลายมีอวิชชาเป็นเหตุ มีอวิชชาเป็นเหตุเกิด มีอวิชชาเป็นกำเนิด มีอวิชชาเป็นแดนเกิด</p><p>ภิกษุทั้งหลาย เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารทั้งหลายจึงมี เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี ฯลฯ ดังพรรณนามาฉะนี้ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้มีได้ด้วยประการฉะนี้</p><p>อนึ่ง เพราะอวิชชานั้นดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ สังขารจึงดับ เพราะสังขารดับวิญญาณจึงดับ ฯลฯ ดังพรรณนามาฉะนี้ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้.</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.59 , Ep.58 , เข้าใจทำ (ธรรม)  Ep.56 ,      </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนัตตลักขณสูตร และอาทิตตปริยายสูตร 6230-4s</title>
			<itunes:title>อนัตตลักขณสูตร และอาทิตตปริยายสูตร 6230-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:02</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/d1311b17-abf1-4ffe-9453-aa94007e4175/media.mp3" length="27933496" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d1311b17-abf1-4ffe-9453-aa94007e4175</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUjIU6bULZtf/r8rC+N7V8t]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a6.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สื่บเนื่องมาจากในตอนที่แล้ว หลังจากพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงปฐมเทศนาที่มีชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์แล้ว ทำให้พระโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุเป็นโสดาบันด้วยเห็นว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับเป็นธรรมดา." </p><p>จากนั้นได้ทรงแสดง อนัตตลักขณสูตร ซึ่งกล่าวถึง ความเป็นอนัตตาในขันธ์ 5 มีใจความว่า</p><p>"สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดาพึงตามเห็นด้วยปัญญาอันชอบในสิ่งนั้นตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา’ ก็อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเมื่อเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป เบื่อหน่ายแม้ในเวทนา เบื่อหน่ายแม้ในสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสังขาร และเบื่อหน่ายแม้ในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะความคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมเกิดญาณหยั่งรู้ว่า ‘หลุดพ้นแล้ว’ เธอย่อมรู้ชัดว่า ‘การเกิดสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นที่จะต้องทำเพื่ออาการเป็นอย่างนี้ไม่ได้มีอีก” เหล่าปัญจวัคคีย์ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์</p><p>ในกาลต่อมา ได้ทรงแสดงธรรมเทศนาที่ชื่อว่า "อนุปุพพิกถา (ทาน ศีล เรื่องของสวรรค์ โทษของกาม และอานิสงส์ในการหลีกออกจากกาม) และอริยสัจ 4" โปรดแด่ ยสกุลบุตร บุตรเศรษฐีผู้เกิดความเบื่อหน่าย เดินออกจากเรือนพร่ำบ่นไปตลอดทางว่า "ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ"  จนเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแผ่ญาณเพื่อตรวจดูเวไนยสัตว์ผู้ที่พอจะบรรลุได้ พบยสกุลบุตรที่กำลังเดินมาใกล้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสขึ้นว่า "ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง เชิญมาที่นี่ เราจะแสดงธรรมแก่เธอ" ยสกุลบุตรได้ดวงตาเห็นธรรม ภายหลังบิดาได้เดินออกตามหาแล้วได้พบพระพุทธเจ้าและได้ฟังธรรม และเมื่อยสกุลบุตรได้ฟังธรรมเทศนาถึง 2 ครั้ง แล้วได้พิจารณาใคร่ครวญไปตามกระแสธรรมนั้น ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ด้วยการบวชของท่านเป็นเหตุให้เพื่อนของท่านอีก 54 คนได้เข้ามาบวช ซึ่งทั้งหมดล้วนได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ </p><p>ในครั้งนั้นมีพระอรหันต์เกิดขึ้นแล้ว 61 รูปในโลก พระพุทธเจ้าจึงได้รับสั่งให้เหล่าภิกษุออกเดินทางเพื่อประกาศพระศาสนา โดยตรัสว่า "…พวกเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน เพื่อความเอ็นดูแก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย อย่าไปทางเดียวกันถึงสองรูป พวกเธอจงแสดงธรรมให้งดงามในเบื้องต้น ให้งดงามในท่ามกลาง ให้งดงามในที่สุดลงรอบ จงประกาศพรหมจรรย์ให้เป็นไปพร้อมทั้งอรรถะพร้อมทั้งพยัญชนะให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง  สัตว์ทั้งหลายที่เป็นพวกมีธุลีในดวงตาแต่น้อย ก็มีอยู่ สัตว์เหล่านั้นจะเสื่อมจากคุณที่จะได้รับถ้าไม่ได้ฟังธรรม สัตว์ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมีเป็นแน่ แม้เราเองก็จักไปสู่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม"</p><p>เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึงตำบลอุรุเวลา ได้แสดงธรรมเทศนาแก่ ชฎิล 3 คนพี่น้อง คือ อุรุเวลกัสสปะ นทีกัสสปะ และคยากัสสปะ พร้อมทั้งบริวารที่ตำบลคยาสีสะ ด้วยชฎิลทั้งหมดนี้มีความคุ้นเคยกับไฟมาตลอด จึงยก อาทิตตปริยายสูตร ขึ้นแสดง โดยมีใจความว่า "สิ่งทั้งปวง เป็นของร้อน ในที่นี้หมายเอา อายตนะภายใน คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ อายตนะภายนอกคือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ อายตนะภายนอกและอายตนะภายในอาศัยกันและกันแล้วจึงเกิดวิญญาณ (การรับรู้) ทาง ตาหู จมูก ลิ้น กาย และใจ เมื่อเกิดวิญญาณแล้ว อาศัยกันและกัน เกิดเป็นผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วเกิดเวทนาตามมา เป็นสุขเวทนาบ้าง ทุกขเวทนาบ้าง อทุกขมสุขเวทนาบ้าง สิ่งต่าง ๆ นี้เป็นของร้อน </p><p> ร้อนเพราะไฟคือราคะ ไฟคือโทสะ ไฟคือโมหะ ร้อนเพราะความเกิด ความแก่ และความตาย ร้อนเพราะความโศก เพราะความรำพัน เพราะทุกข์กาย เพราะทุกข์ใจ เพราะความคับแค้น เมื่อเห็นโทษแห่งของร้อนทั้งปวงจึงเบื่อหน่ายกับการเข้าไปยึดมั่นถือมั่นทั้งที่ยินดีพอใจและยินร้ายอันเป็นเหตุให้ร้อนใจอยู่เนืองนิตย์ จิตจึงปล่อยวาง เมื่อปล่อยวางก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่น.</p><p>ทั้งนี้ได้ยก อาทิตตปริยาย นัยยะที่ 2 และธรรมปริยาย ขึ้นมาอธิบายเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้มีความเข้าใจที่กว้างขวางลึกซึ่้งมากยิ่งขึ้นไป</p><p>"…ให้เรามีความระมัดระวังรักษา เหมือนอย่างพวกชฎิลที่บูชาไฟ จะต้องรักษาไฟเป็นอย่างดี…รักษาไม่ให้ไปมีราคะ โทสะ และโมหะเกิดขึ้น ซึ่งถ้ามีเกิดขึ้นแล้วจะทำให้เกิดลุ่มหลง มีความโกรธเกลียดไม่พอใจ เป็นต้น แต่ถ้าเมื่อเรารักษาให้มันดีแล้ว อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในช่องทางนั้นเป็นอันว่าได้รับการรักษา รักษาด้วยสติ รักษาด้วยการสำรวมอินทรีย์"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร  Ep.54 , ตามใจท่าน Ep.42  , EP.21 , ใต้ร่มโพธิบท Ep.51               </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สื่บเนื่องมาจากในตอนที่แล้ว หลังจากพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงปฐมเทศนาที่มีชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์แล้ว ทำให้พระโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุเป็นโสดาบันด้วยเห็นว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับเป็นธรรมดา." </p><p>จากนั้นได้ทรงแสดง อนัตตลักขณสูตร ซึ่งกล่าวถึง ความเป็นอนัตตาในขันธ์ 5 มีใจความว่า</p><p>"สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดาพึงตามเห็นด้วยปัญญาอันชอบในสิ่งนั้นตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา’ ก็อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเมื่อเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป เบื่อหน่ายแม้ในเวทนา เบื่อหน่ายแม้ในสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสังขาร และเบื่อหน่ายแม้ในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะความคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมเกิดญาณหยั่งรู้ว่า ‘หลุดพ้นแล้ว’ เธอย่อมรู้ชัดว่า ‘การเกิดสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นที่จะต้องทำเพื่ออาการเป็นอย่างนี้ไม่ได้มีอีก” เหล่าปัญจวัคคีย์ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์</p><p>ในกาลต่อมา ได้ทรงแสดงธรรมเทศนาที่ชื่อว่า "อนุปุพพิกถา (ทาน ศีล เรื่องของสวรรค์ โทษของกาม และอานิสงส์ในการหลีกออกจากกาม) และอริยสัจ 4" โปรดแด่ ยสกุลบุตร บุตรเศรษฐีผู้เกิดความเบื่อหน่าย เดินออกจากเรือนพร่ำบ่นไปตลอดทางว่า "ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ"  จนเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแผ่ญาณเพื่อตรวจดูเวไนยสัตว์ผู้ที่พอจะบรรลุได้ พบยสกุลบุตรที่กำลังเดินมาใกล้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสขึ้นว่า "ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง เชิญมาที่นี่ เราจะแสดงธรรมแก่เธอ" ยสกุลบุตรได้ดวงตาเห็นธรรม ภายหลังบิดาได้เดินออกตามหาแล้วได้พบพระพุทธเจ้าและได้ฟังธรรม และเมื่อยสกุลบุตรได้ฟังธรรมเทศนาถึง 2 ครั้ง แล้วได้พิจารณาใคร่ครวญไปตามกระแสธรรมนั้น ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ด้วยการบวชของท่านเป็นเหตุให้เพื่อนของท่านอีก 54 คนได้เข้ามาบวช ซึ่งทั้งหมดล้วนได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ </p><p>ในครั้งนั้นมีพระอรหันต์เกิดขึ้นแล้ว 61 รูปในโลก พระพุทธเจ้าจึงได้รับสั่งให้เหล่าภิกษุออกเดินทางเพื่อประกาศพระศาสนา โดยตรัสว่า "…พวกเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน เพื่อความเอ็นดูแก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย อย่าไปทางเดียวกันถึงสองรูป พวกเธอจงแสดงธรรมให้งดงามในเบื้องต้น ให้งดงามในท่ามกลาง ให้งดงามในที่สุดลงรอบ จงประกาศพรหมจรรย์ให้เป็นไปพร้อมทั้งอรรถะพร้อมทั้งพยัญชนะให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง  สัตว์ทั้งหลายที่เป็นพวกมีธุลีในดวงตาแต่น้อย ก็มีอยู่ สัตว์เหล่านั้นจะเสื่อมจากคุณที่จะได้รับถ้าไม่ได้ฟังธรรม สัตว์ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมีเป็นแน่ แม้เราเองก็จักไปสู่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม"</p><p>เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึงตำบลอุรุเวลา ได้แสดงธรรมเทศนาแก่ ชฎิล 3 คนพี่น้อง คือ อุรุเวลกัสสปะ นทีกัสสปะ และคยากัสสปะ พร้อมทั้งบริวารที่ตำบลคยาสีสะ ด้วยชฎิลทั้งหมดนี้มีความคุ้นเคยกับไฟมาตลอด จึงยก อาทิตตปริยายสูตร ขึ้นแสดง โดยมีใจความว่า "สิ่งทั้งปวง เป็นของร้อน ในที่นี้หมายเอา อายตนะภายใน คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ อายตนะภายนอกคือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ อายตนะภายนอกและอายตนะภายในอาศัยกันและกันแล้วจึงเกิดวิญญาณ (การรับรู้) ทาง ตาหู จมูก ลิ้น กาย และใจ เมื่อเกิดวิญญาณแล้ว อาศัยกันและกัน เกิดเป็นผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วเกิดเวทนาตามมา เป็นสุขเวทนาบ้าง ทุกขเวทนาบ้าง อทุกขมสุขเวทนาบ้าง สิ่งต่าง ๆ นี้เป็นของร้อน </p><p> ร้อนเพราะไฟคือราคะ ไฟคือโทสะ ไฟคือโมหะ ร้อนเพราะความเกิด ความแก่ และความตาย ร้อนเพราะความโศก เพราะความรำพัน เพราะทุกข์กาย เพราะทุกข์ใจ เพราะความคับแค้น เมื่อเห็นโทษแห่งของร้อนทั้งปวงจึงเบื่อหน่ายกับการเข้าไปยึดมั่นถือมั่นทั้งที่ยินดีพอใจและยินร้ายอันเป็นเหตุให้ร้อนใจอยู่เนืองนิตย์ จิตจึงปล่อยวาง เมื่อปล่อยวางก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่น.</p><p>ทั้งนี้ได้ยก อาทิตตปริยาย นัยยะที่ 2 และธรรมปริยาย ขึ้นมาอธิบายเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้มีความเข้าใจที่กว้างขวางลึกซึ่้งมากยิ่งขึ้นไป</p><p>"…ให้เรามีความระมัดระวังรักษา เหมือนอย่างพวกชฎิลที่บูชาไฟ จะต้องรักษาไฟเป็นอย่างดี…รักษาไม่ให้ไปมีราคะ โทสะ และโมหะเกิดขึ้น ซึ่งถ้ามีเกิดขึ้นแล้วจะทำให้เกิดลุ่มหลง มีความโกรธเกลียดไม่พอใจ เป็นต้น แต่ถ้าเมื่อเรารักษาให้มันดีแล้ว อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในช่องทางนั้นเป็นอันว่าได้รับการรักษา รักษาด้วยสติ รักษาด้วยการสำรวมอินทรีย์"</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร  Ep.54 , ตามใจท่าน Ep.42  , EP.21 , ใต้ร่มโพธิบท Ep.51               </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมจักร กงล้อแห่งธรรมอันยอดเยี่ยม 6229-4s</title>
			<itunes:title>ธรรมจักร กงล้อแห่งธรรมอันยอดเยี่ยม 6229-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:07:55</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/3ab99dd9-7249-4834-ba00-aa8b00a5b3c7/media.mp3" length="32637605" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3ab99dd9-7249-4834-ba00-aa8b00a5b3c7</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a7</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWGMV6+AdAkHBTwdQ2BwsW+]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a7.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องในเดือน อาสาฬหะ ซึ่งมีความสำคัญในการที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คืือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เอาไว้ จึงจะได้นำเรื่องราวตั้งแต่วันวิสาขะมาจนถึงวันอาสาฬหบูชา เป็นช่วงเวลา 2 เดือนหลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วมาจนถึงการแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ โดยนำเสนอในหัวข้อเรื่อง "ความให้เป็นไป คือ หมุนซึ่งกงล้อแห่งธรรมอันยอดเยี่ยม"…อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตตะนัง </p><p>คัดบางส่วนมาจาก…ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร</p><p>"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็นทุกขอริยสัจ คือ ความเกิดก็เป็นทุกข์ ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บไข้ก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ ความประจวบด้วยสิ่งที่ไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์โดยย่นย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์</p><p>…ข้อนี้แลเป็น ทุกขสมุทัยอริยสัจ คือ ตัณหาอันทำให้เกิดอีก ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน มีปกติเพลิดเพลินในอารมณ์นั้นๆ คือ กามตัณหาภวตัณหา วิภวตัณหา.</p><p>…ข้อนี้แลเป็น ทุกขนิโรธอริยสัจคือ ตัณหานั่นแลดับ โดยไม่เหลือด้วยมรรคคือวิราคะ สละ สละคืน ปล่อยไป ไม่พัวพัน.</p><p>…ดูข้อนี้แลเป็น ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แหละ…</p><p>…ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดแล ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงของเรา ในอริยสัจ ๔ นี้ มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ หมดจดดีแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้น เราจึงยืนยันได้ว่า เป็นผู้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ อันยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์</p><p>…ก็แลเมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่ ดวงตาเห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแก่ท่านพระโกณฑัญญะว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวล มีความดับเป็นธรรมดา</p><p>ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งพระอุทานว่า ท่านผู้เจริญ โกณฑัญญะ ได้รู้แล้วหนอ ท่านผู้เจริญ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ เพราะเหตุนั้น คำว่า อัญญาโกณฑัญญะนี้ จึงได้เป็นชื่อ ของท่านพระโกณฑัญญะ ด้วยประการฉะนี้."</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม)  Ep.26 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สืบเนื่องในเดือน อาสาฬหะ ซึ่งมีความสำคัญในการที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คืือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เอาไว้ จึงจะได้นำเรื่องราวตั้งแต่วันวิสาขะมาจนถึงวันอาสาฬหบูชา เป็นช่วงเวลา 2 เดือนหลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วมาจนถึงการแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ โดยนำเสนอในหัวข้อเรื่อง "ความให้เป็นไป คือ หมุนซึ่งกงล้อแห่งธรรมอันยอดเยี่ยม"…อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตตะนัง </p><p>คัดบางส่วนมาจาก…ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร</p><p>"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็นทุกขอริยสัจ คือ ความเกิดก็เป็นทุกข์ ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บไข้ก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ ความประจวบด้วยสิ่งที่ไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์โดยย่นย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์</p><p>…ข้อนี้แลเป็น ทุกขสมุทัยอริยสัจ คือ ตัณหาอันทำให้เกิดอีก ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน มีปกติเพลิดเพลินในอารมณ์นั้นๆ คือ กามตัณหาภวตัณหา วิภวตัณหา.</p><p>…ข้อนี้แลเป็น ทุกขนิโรธอริยสัจคือ ตัณหานั่นแลดับ โดยไม่เหลือด้วยมรรคคือวิราคะ สละ สละคืน ปล่อยไป ไม่พัวพัน.</p><p>…ดูข้อนี้แลเป็น ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แหละ…</p><p>…ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดแล ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงของเรา ในอริยสัจ ๔ นี้ มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ หมดจดดีแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้น เราจึงยืนยันได้ว่า เป็นผู้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ อันยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์</p><p>…ก็แลเมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่ ดวงตาเห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแก่ท่านพระโกณฑัญญะว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวล มีความดับเป็นธรรมดา</p><p>ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งพระอุทานว่า ท่านผู้เจริญ โกณฑัญญะ ได้รู้แล้วหนอ ท่านผู้เจริญ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ เพราะเหตุนั้น คำว่า อัญญาโกณฑัญญะนี้ จึงได้เป็นชื่อ ของท่านพระโกณฑัญญะ ด้วยประการฉะนี้."</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม)  Ep.26 </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาเวทัลลสูตร และ นฬกลาปิยสูตร 6228-4s</title>
			<itunes:title>มหาเวทัลลสูตร และ นฬกลาปิยสูตร 6228-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:07</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/96ee638f-4355-4e38-9369-aa86005584dd/media.mp3" length="27456605" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">96ee638f-4355-4e38-9369-aa86005584dd</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a8</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVz+W3gRxBOxB/V0e2dlN04]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a8.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ยก 2 พระสูตร ปรารภท่านพระมหาโกฏฐิตะและพระสารีบุตรได้พูดคุยสนทนาธรรมกันแบบเวทัลละ (การถามตอบที่ให้เกิดความรู้และความพอใจแล้วซักถามยิ่ง ๆ ขึ้นไป) ซึ่งเป็นความงดงามในการสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติของพระมหาสาวกทั้งสองรูปนี้ผู้มีความฉลาดล้ำ…เมื่อคนที่มีปัญญา 2 คนคุยกัน เราต้องยิ่งจดจ่อให้ดี</p><p>มหาเวทัลลสูตร ว่าด้วยเรื่อง ปัญญากับวิญญาณ, เวทนา สัญญา และวิญญาณ, ประโยชน์แห่งปัญญาและเหตุเกิดสัมมาทิฏฐิ, ภพและฌาน, อินทรีย์ 5 และปัจจัยเจโตวิมุตติ</p><p>นฬกลาปิยสูตร ว่าด้วยเรื่อง ปัจจัยให้มีชราและมรณะ  พระมหาโกฏฐิตะได้ยกเรื่องนี้ขึ้นถาม พระสารีบุตรได้ตอบพร้อมยกอุปมากำไม้อ้อ 2 กำ ขึ้นอธิบายอย่างแยบคาย พระมหาโกฏฐิตเถระจึงได้กล่าวแสดงชื่นชมยินดีในสุภาษิตของท่านพระสารีบุตรใน 36 เรื่องนี้</p><p>"ถ้า ภิกษุแสดงธรรม เพื่อความหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชา ควรจะกล่าวว่า ภิกษุธรรมกถึก    </p><p>ถ้า ภิกษุปฏิบัติ เพื่อความหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชา ควรจะกล่าวว่า ภิกษุปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม       </p><p>ถ้า ภิกษุหลุดพ้น เพราะความหน่าย เพราะความคลายกำหนัด เพราะความดับ เพราะไม่ถือมั่นชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชาควรจะกล่าวว่า ภิกษุบรรลุนิพพานในปัจจุบัน"</p><p>และจะได้อธิบายขยายความเพิ่มเติมอีกครั้งในช่วงขุดเพชรในพระไตรปิฏก Ep.28 พระมหาโกฏฐิตเถระ เอตทัคคะในทางผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา 4</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ยก 2 พระสูตร ปรารภท่านพระมหาโกฏฐิตะและพระสารีบุตรได้พูดคุยสนทนาธรรมกันแบบเวทัลละ (การถามตอบที่ให้เกิดความรู้และความพอใจแล้วซักถามยิ่ง ๆ ขึ้นไป) ซึ่งเป็นความงดงามในการสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติของพระมหาสาวกทั้งสองรูปนี้ผู้มีความฉลาดล้ำ…เมื่อคนที่มีปัญญา 2 คนคุยกัน เราต้องยิ่งจดจ่อให้ดี</p><p>มหาเวทัลลสูตร ว่าด้วยเรื่อง ปัญญากับวิญญาณ, เวทนา สัญญา และวิญญาณ, ประโยชน์แห่งปัญญาและเหตุเกิดสัมมาทิฏฐิ, ภพและฌาน, อินทรีย์ 5 และปัจจัยเจโตวิมุตติ</p><p>นฬกลาปิยสูตร ว่าด้วยเรื่อง ปัจจัยให้มีชราและมรณะ  พระมหาโกฏฐิตะได้ยกเรื่องนี้ขึ้นถาม พระสารีบุตรได้ตอบพร้อมยกอุปมากำไม้อ้อ 2 กำ ขึ้นอธิบายอย่างแยบคาย พระมหาโกฏฐิตเถระจึงได้กล่าวแสดงชื่นชมยินดีในสุภาษิตของท่านพระสารีบุตรใน 36 เรื่องนี้</p><p>"ถ้า ภิกษุแสดงธรรม เพื่อความหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชา ควรจะกล่าวว่า ภิกษุธรรมกถึก    </p><p>ถ้า ภิกษุปฏิบัติ เพื่อความหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชา ควรจะกล่าวว่า ภิกษุปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม       </p><p>ถ้า ภิกษุหลุดพ้น เพราะความหน่าย เพราะความคลายกำหนัด เพราะความดับ เพราะไม่ถือมั่นชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชาควรจะกล่าวว่า ภิกษุบรรลุนิพพานในปัจจุบัน"</p><p>และจะได้อธิบายขยายความเพิ่มเติมอีกครั้งในช่วงขุดเพชรในพระไตรปิฏก Ep.28 พระมหาโกฏฐิตเถระ เอตทัคคะในทางผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา 4</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มาคัณฑิยสูตร 6227-4s</title>
			<itunes:title>มาคัณฑิยสูตร 6227-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Jul 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:57</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/8a3167ca-b548-42af-865a-aa7f011457ed/media.mp3" length="26897075" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8a3167ca-b548-42af-865a-aa7f011457ed</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4a9</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWw8xHE0aFe4GJ011zn11aK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4a9.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"มาคัณฑิยสูตร" เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมในเรื่องรสอร่อยและโทษของกาม อุบายเครื่องนำออกจากกาม แก่มาคัณฑิยะปริพาชก โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้จิตของเรานี้ มันหลอกเราอยู่ หลอกให้เราเข้าไปยึดถือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความเป็นตัวตน ความยึดถือนี้คือ อุปาทาน สิ่งที่หลอกเราอยู่นั้นคือ อวิชชา จิตที่มีอวิชชาฝังอยู่ ก็หลอกเรานั่นเองสิ่งที่เป็นความไม่มีโรคไม่ใช่สุขภาพดี แต่สิ่งที่ไม่มีโรคนั้นก็คือการปราศจากามจะเห็นความไม่มีโรคได้ เข้าถึงนิพพานคือความดับเป็นขั้น ๆ ได้ ต้องเจริญอริยมรรคมีองค์ 8</p><p>"…ท่านควรคบสัตบุรุษ เพราะเมื่อใดท่านคบสัตบุรุษ เมื่อนั้นท่านจักได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ เมื่อท่านได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ ท่านจักปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม เมื่อท่านปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ท่านจักรู้เอง เห็นเองว่า โรค ฝี ลูกศร คือ อันนี้ โรค ฝี ลูกศร จะดับไปโดยไม่เหลือในที่นี้ เพราะอุปาทานของเรานั้นดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสก็ดับความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้…มาคัณฑิยสูตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"มาคัณฑิยสูตร" เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมในเรื่องรสอร่อยและโทษของกาม อุบายเครื่องนำออกจากกาม แก่มาคัณฑิยะปริพาชก โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้จิตของเรานี้ มันหลอกเราอยู่ หลอกให้เราเข้าไปยึดถือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความเป็นตัวตน ความยึดถือนี้คือ อุปาทาน สิ่งที่หลอกเราอยู่นั้นคือ อวิชชา จิตที่มีอวิชชาฝังอยู่ ก็หลอกเรานั่นเองสิ่งที่เป็นความไม่มีโรคไม่ใช่สุขภาพดี แต่สิ่งที่ไม่มีโรคนั้นก็คือการปราศจากามจะเห็นความไม่มีโรคได้ เข้าถึงนิพพานคือความดับเป็นขั้น ๆ ได้ ต้องเจริญอริยมรรคมีองค์ 8</p><p>"…ท่านควรคบสัตบุรุษ เพราะเมื่อใดท่านคบสัตบุรุษ เมื่อนั้นท่านจักได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ เมื่อท่านได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ ท่านจักปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม เมื่อท่านปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ท่านจักรู้เอง เห็นเองว่า โรค ฝี ลูกศร คือ อันนี้ โรค ฝี ลูกศร จะดับไปโดยไม่เหลือในที่นี้ เพราะอุปาทานของเรานั้นดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสก็ดับความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้…มาคัณฑิยสูตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหากัมมวิภังคสูตร 6226-4s</title>
			<itunes:title>มหากัมมวิภังคสูตร 6226-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 26 Jun 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:50</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/45502eae-f61a-41b0-8810-aa78007dad01/media.mp3" length="28277065" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">45502eae-f61a-41b0-8810-aa78007dad01</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4aa</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnX9olmKm3aiJPzPYeAf0LTR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4aa.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องมาจากในรายการ ช่วงตามใจท่าน Ep.47 ที่ได้กล่าวถึงในเรื่องของการแจกแจงกรรมที่มาใน มหากัมมวิภังคสูตร  จึงได้ยก 2 พระสูตรนี้ขึ้นมาเพื่ออธิบายขยายความเพิ่มเติม ทำให้มีความรู้ความเข้าใจมีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้น</p><p>จูฬกัมมวิภังคสูตร เป็นพระสูตร (เล็ก) ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่สุภมานพโตเทยบุตร เพื่อตอบปัญหาในเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์มีอายุสั้น มีอายุยืน, มีโรคมาก มีโรคน้อย เป็นต้น และสัตว์ทั้งหลาย มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวหรือปราณีตต่างกัน มีรายละเอียดดังนี้เหตุที่ทำให้อายุสั้น เพราะฆ่าสัตว์, เหตุที่ทำให้อายุยืน เพราะไม่ฆ่าสัตว์เหตุที่ทำให้มีโรคมาก เพราะเบียดเบียนสัตว์, เหตุที่ทำให้มีโรคน้อย เพราะไม่เบียดเบียนสัตว์เหตุที่ทำให้มีผิวพรรณทราม เพราะเป็นผู้มักโกรธ, เหตุที่ทำให้ผิวพรรณผ่องใส เพราะเป็นผู้ไม่โกรธเหตุที่ทำให้มีศักดาน้อย เพราะมีใจริษยา, เหตุที่ทำให้มีศักดามาก เพราะมีใจไม่ริษยาเหตุที่ทำให้เป็นคนยากจน เพราะเป็นคนตระหนี่ ไม่เคยบริจาค, เหตุให้เป็นคนร่ำรวย เพราะเป็นคนมีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นเหตุที่ทำให้เกิดในตระกูลต่ำ เพราะเป็นคนไม่มีสัมมาคารวะ, เหตุที่ทำให้เกิดในตระกูลสูง เพราะเป็นคนมีสัมมาคารวะอ่อนน้อมถ่อมตนเหตุที่ทำให้เกิดเป็นคนโง่เขลา มีปัญญาทราม เพราะเป็นคนไม่ใฝ่ศึกษา ไม่เข้าใกล้หรือไม่ไปสอบถามกับสมณะว่า อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล อะไรมีโทษ อะไรไม่มีโทษ อะไรควรเสพ อะไรไม่ควรเสพ อะไรเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน อะไรเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน, เหตุที่ทำให้เกิดเป็นคนมีปัญญามาก เพราะเป็นคนใฝ่หาความรู้ เข้าใกล้หรือไปสอบถามกับสมณะว่า อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศลฯ</p><p>มหากัมมวิภังคสูตร เป็นพระสูตร (ใหญ่) ที่พระพุทธเจ้าจึงทรงจำแนกกรรมโดยละเอียดถึงเหตุที่ทำให้บุคคลหลังจากการตายแล้วไปเกิดในนรกหรือสวรรค์แก่พระอานนท์ ด้วยปรารภเหตุที่พระสมิทธิได้โต้วาทะกับปริพาชกโปตลิบุตร โดยแสดงถึงบุคคล 4 ประเภท และได้ทรงรับรองเฉพาะคำกล่าวที่ถูกต้อง ที่ไม่ถูกต้องไม่ทรงรับรอง  ดังนี้บุคคลที่ทำชั่วแล้วไปเกิดในอบายทุคคติวินิบาต นรก ก็มีบุคคลที่ทำชั่วแล้วไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ก็มีบุคคลที่ทำดีแล้วได้เกิดในสุคติโลกสวรรค์ ก็มีบุคคลที่ทำดีแล้วไปเกิดในอบายทุคคติวินิบาต นรก ก็มี</p><p>ประเด็นสำคัญ คือ กรรมดีกรรมชั่วที่ควรสอดส่องให้เห็น, การมีความเห็นถูก (สัมมาทิฐิ) และความเห็นผิด (มิจฉาทิฐิ) ก่อนตาย อาจส่งผลให้เข้าใจผิดได้ตามนัยยะของบุคคล 4 ประเภทนี้ แต่ด้วยญาณในมหากัมมะของพระพุทธเจ้าที่ได้รับรองความเห็นไว้ก็คือ  ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กรรมทุกอย่างให้ผลทั้งสิ้นตามแต่วาระตามแต่นัยยะของมัน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:ตามใจท่าน Ep.47</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สืบเนื่องมาจากในรายการ ช่วงตามใจท่าน Ep.47 ที่ได้กล่าวถึงในเรื่องของการแจกแจงกรรมที่มาใน มหากัมมวิภังคสูตร  จึงได้ยก 2 พระสูตรนี้ขึ้นมาเพื่ออธิบายขยายความเพิ่มเติม ทำให้มีความรู้ความเข้าใจมีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้น</p><p>จูฬกัมมวิภังคสูตร เป็นพระสูตร (เล็ก) ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่สุภมานพโตเทยบุตร เพื่อตอบปัญหาในเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์มีอายุสั้น มีอายุยืน, มีโรคมาก มีโรคน้อย เป็นต้น และสัตว์ทั้งหลาย มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวหรือปราณีตต่างกัน มีรายละเอียดดังนี้เหตุที่ทำให้อายุสั้น เพราะฆ่าสัตว์, เหตุที่ทำให้อายุยืน เพราะไม่ฆ่าสัตว์เหตุที่ทำให้มีโรคมาก เพราะเบียดเบียนสัตว์, เหตุที่ทำให้มีโรคน้อย เพราะไม่เบียดเบียนสัตว์เหตุที่ทำให้มีผิวพรรณทราม เพราะเป็นผู้มักโกรธ, เหตุที่ทำให้ผิวพรรณผ่องใส เพราะเป็นผู้ไม่โกรธเหตุที่ทำให้มีศักดาน้อย เพราะมีใจริษยา, เหตุที่ทำให้มีศักดามาก เพราะมีใจไม่ริษยาเหตุที่ทำให้เป็นคนยากจน เพราะเป็นคนตระหนี่ ไม่เคยบริจาค, เหตุให้เป็นคนร่ำรวย เพราะเป็นคนมีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นเหตุที่ทำให้เกิดในตระกูลต่ำ เพราะเป็นคนไม่มีสัมมาคารวะ, เหตุที่ทำให้เกิดในตระกูลสูง เพราะเป็นคนมีสัมมาคารวะอ่อนน้อมถ่อมตนเหตุที่ทำให้เกิดเป็นคนโง่เขลา มีปัญญาทราม เพราะเป็นคนไม่ใฝ่ศึกษา ไม่เข้าใกล้หรือไม่ไปสอบถามกับสมณะว่า อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล อะไรมีโทษ อะไรไม่มีโทษ อะไรควรเสพ อะไรไม่ควรเสพ อะไรเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน อะไรเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน, เหตุที่ทำให้เกิดเป็นคนมีปัญญามาก เพราะเป็นคนใฝ่หาความรู้ เข้าใกล้หรือไปสอบถามกับสมณะว่า อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศลฯ</p><p>มหากัมมวิภังคสูตร เป็นพระสูตร (ใหญ่) ที่พระพุทธเจ้าจึงทรงจำแนกกรรมโดยละเอียดถึงเหตุที่ทำให้บุคคลหลังจากการตายแล้วไปเกิดในนรกหรือสวรรค์แก่พระอานนท์ ด้วยปรารภเหตุที่พระสมิทธิได้โต้วาทะกับปริพาชกโปตลิบุตร โดยแสดงถึงบุคคล 4 ประเภท และได้ทรงรับรองเฉพาะคำกล่าวที่ถูกต้อง ที่ไม่ถูกต้องไม่ทรงรับรอง  ดังนี้บุคคลที่ทำชั่วแล้วไปเกิดในอบายทุคคติวินิบาต นรก ก็มีบุคคลที่ทำชั่วแล้วไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ก็มีบุคคลที่ทำดีแล้วได้เกิดในสุคติโลกสวรรค์ ก็มีบุคคลที่ทำดีแล้วไปเกิดในอบายทุคคติวินิบาต นรก ก็มี</p><p>ประเด็นสำคัญ คือ กรรมดีกรรมชั่วที่ควรสอดส่องให้เห็น, การมีความเห็นถูก (สัมมาทิฐิ) และความเห็นผิด (มิจฉาทิฐิ) ก่อนตาย อาจส่งผลให้เข้าใจผิดได้ตามนัยยะของบุคคล 4 ประเภทนี้ แต่ด้วยญาณในมหากัมมะของพระพุทธเจ้าที่ได้รับรองความเห็นไว้ก็คือ  ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กรรมทุกอย่างให้ผลทั้งสิ้นตามแต่วาระตามแต่นัยยะของมัน</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:ตามใจท่าน Ep.47</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาจัตตารีสกสูตร และ สัมมาทิฏฐิสูตร 6225-4s</title>
			<itunes:title>มหาจัตตารีสกสูตร และ สัมมาทิฏฐิสูตร 6225-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Jun 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/c29fa694-cfd3-4128-9c16-aa7100e36abf/media.mp3" length="25026103" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">c29fa694-cfd3-4128-9c16-aa7100e36abf</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4ab</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVb3ApRSCgI08mEahYyTAp6]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4ab.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>“ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ที่เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ ๆ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ? อริยสาวกจึงจะชื่อว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นดำเนินไปตรงแล้ว ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันแน่วแน่ในธรรม มาสู่พระสัทธรรมนี้”…สัมมาทิฏฐิสูตร</p><p>สืบเนื่องมาจากในรายการ ช่วงตามใจท่าน Ep.46 ที่ได้กล่าวถึงในเรื่องของ "สัมมาทิฏฐิ" จึงยก 2 พระสูตรนี้ขึ้นมา เพื่ออธิบายขยายเพิ่มเติม</p><p>มหาจัตตารีสกสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงสัมมาสมาธิของพระอริยะ อันมีเหตุมีองค์ประกอบ คือ ความที่จิตเป็นอารมณ์อันเดียว ประกอบแล้วด้วยองค์ 7 คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และในบรรดาองค์ทั้ง 7 สัมมาทิฐิย่อมเป็นประธาน (องค์นำ) ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน จนกระทั่งทำให้เกิดเป็น สัมมาญาญะ คือความรู้ชอบ และ สัมมาวิมุติ คือความหลุดพ้น</p><p>และได้ทรงแสดงธรรม 40 อย่าง แบ่งออกเป็นฝ่ายกุศล 20 ฝ่ายอกุศล 20 ชื่อธรรมบรรยายมหาจัตตารีสกะ สมณะหรือพราหมณ์ที่จะติเตียนคัดค้านธรรมบรรยายนี้ ย่อมถึงความน่าตำหนิ </p><p>สัมมาทิฏฐิสูตร  เป็นพระสูตรที่พระสารีบุตรกล่าวอธิบายถึง "เหตุแห่งสัมมาทิฏฐิ" เป็นความเห็นชนิดที่เป็นไปเพื่อความสลัดแอก เป็นจุดเริ่มต้นที่จะให้ไปตามทางเพื่อถึงความดับซึ่งเหตุแห่งทุกข์ คืิอ อริยมรรคมีองค์ 8</p><p>เมื่อได้ฟังทั้ง 2 พระสูตรนี้แล้ว จะทำให้ได้ทราบว่า สัมมาทิฏฐิ นี้อยู่ตรงไหน มีเหตุปัจจัยอะไรเกื้อหนุนกันมา มีวิธีการที่จะทำให้เกิดขึ้นและปฎิบัติได้ย่างไร?</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:ตามใจท่าน S09E46 , เข้าใจทำ (ธรรม) S07E28</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>“ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ที่เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ ๆ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ? อริยสาวกจึงจะชื่อว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นดำเนินไปตรงแล้ว ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันแน่วแน่ในธรรม มาสู่พระสัทธรรมนี้”…สัมมาทิฏฐิสูตร</p><p>สืบเนื่องมาจากในรายการ ช่วงตามใจท่าน Ep.46 ที่ได้กล่าวถึงในเรื่องของ "สัมมาทิฏฐิ" จึงยก 2 พระสูตรนี้ขึ้นมา เพื่ออธิบายขยายเพิ่มเติม</p><p>มหาจัตตารีสกสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงสัมมาสมาธิของพระอริยะ อันมีเหตุมีองค์ประกอบ คือ ความที่จิตเป็นอารมณ์อันเดียว ประกอบแล้วด้วยองค์ 7 คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และในบรรดาองค์ทั้ง 7 สัมมาทิฐิย่อมเป็นประธาน (องค์นำ) ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน จนกระทั่งทำให้เกิดเป็น สัมมาญาญะ คือความรู้ชอบ และ สัมมาวิมุติ คือความหลุดพ้น</p><p>และได้ทรงแสดงธรรม 40 อย่าง แบ่งออกเป็นฝ่ายกุศล 20 ฝ่ายอกุศล 20 ชื่อธรรมบรรยายมหาจัตตารีสกะ สมณะหรือพราหมณ์ที่จะติเตียนคัดค้านธรรมบรรยายนี้ ย่อมถึงความน่าตำหนิ </p><p>สัมมาทิฏฐิสูตร  เป็นพระสูตรที่พระสารีบุตรกล่าวอธิบายถึง "เหตุแห่งสัมมาทิฏฐิ" เป็นความเห็นชนิดที่เป็นไปเพื่อความสลัดแอก เป็นจุดเริ่มต้นที่จะให้ไปตามทางเพื่อถึงความดับซึ่งเหตุแห่งทุกข์ คืิอ อริยมรรคมีองค์ 8</p><p>เมื่อได้ฟังทั้ง 2 พระสูตรนี้แล้ว จะทำให้ได้ทราบว่า สัมมาทิฏฐิ นี้อยู่ตรงไหน มีเหตุปัจจัยอะไรเกื้อหนุนกันมา มีวิธีการที่จะทำให้เกิดขึ้นและปฎิบัติได้ย่างไร?</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:ตามใจท่าน S09E46 , เข้าใจทำ (ธรรม) S07E28</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปายาสิราชัญญสูตร ตอนที่ 3 (จบ) 6224-4s</title>
			<itunes:title>ปายาสิราชัญญสูตร ตอนที่ 3 (จบ) 6224-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Jun 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/ec05c253-632b-47da-a86b-aa6a00d6b597/media.mp3" length="27551176" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ec05c253-632b-47da-a86b-aa6a00d6b597</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4ac</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUQLAD2JL5DvJewA72fGXau]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4ac.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มาถึงตอนจบของ ปายาสิราชัญญสูตร ที่สุดท้ายแล้วพระเจ้าปายาสิก็ยอมละมิจฉาทิฎฐิ ด้วยการยกอุปมาอุปไมยของพระกุมารกัสสปะใน 4 ข้อขึ้นมาปรับแก้ทิฏฐิมานะที่ไม่ยอมเปลี่ยนความเห็นผิดนั้นเพียงเพราะกลัวคนอื่นจะมาติเตียน</p><p>หลังจากที่ตั้งไว้ในความเห็นที่ถูกต้องและขอถึงความเป็นอุบาสกแล้ว พระเจ้าปายาสิจึงได้ตรัสถามถึงวิธีการบูชามหายัญ พระกุมารกัสสปะกล่าวให้เห็นถึงความดีที่ควรต้องกระทำ ซึ่งนั่นคือ "การบูชาด้วยการให้ทาน"  ในจุดที่พระเจ้าปายาสิได้สั่งให้อุตตรมานพเป็นผู้จัดการให้ทาน จะเห็นถึงลักษณะวิธีการให้ทานนั้นจะมีผลมีอานิสงส์ที่ต่างกัน</p><p>ยืนยันผลของทานได้จากการที่พระควัมปติได้พบกับเทพบุตรปายาสิที่วิมานชื่อเสรีสกะอันว่างเปล่า…ถ้าให้ทานด้วยความศรัทธา ด้วยความเคารพ ด้วยอ่อนน้อม  เป็นทานให้ด้วยมือตน ให้ของที่ไม่เป็นเดน ระลึกถึงผลของทานให้ถูกต้อง นี้เป็นทานที่ดีมาก เป็นสัปปุริสทาน เป็นทานของสัตบุรุษ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.48 และ Ep.47</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มาถึงตอนจบของ ปายาสิราชัญญสูตร ที่สุดท้ายแล้วพระเจ้าปายาสิก็ยอมละมิจฉาทิฎฐิ ด้วยการยกอุปมาอุปไมยของพระกุมารกัสสปะใน 4 ข้อขึ้นมาปรับแก้ทิฏฐิมานะที่ไม่ยอมเปลี่ยนความเห็นผิดนั้นเพียงเพราะกลัวคนอื่นจะมาติเตียน</p><p>หลังจากที่ตั้งไว้ในความเห็นที่ถูกต้องและขอถึงความเป็นอุบาสกแล้ว พระเจ้าปายาสิจึงได้ตรัสถามถึงวิธีการบูชามหายัญ พระกุมารกัสสปะกล่าวให้เห็นถึงความดีที่ควรต้องกระทำ ซึ่งนั่นคือ "การบูชาด้วยการให้ทาน"  ในจุดที่พระเจ้าปายาสิได้สั่งให้อุตตรมานพเป็นผู้จัดการให้ทาน จะเห็นถึงลักษณะวิธีการให้ทานนั้นจะมีผลมีอานิสงส์ที่ต่างกัน</p><p>ยืนยันผลของทานได้จากการที่พระควัมปติได้พบกับเทพบุตรปายาสิที่วิมานชื่อเสรีสกะอันว่างเปล่า…ถ้าให้ทานด้วยความศรัทธา ด้วยความเคารพ ด้วยอ่อนน้อม  เป็นทานให้ด้วยมือตน ให้ของที่ไม่เป็นเดน ระลึกถึงผลของทานให้ถูกต้อง นี้เป็นทานที่ดีมาก เป็นสัปปุริสทาน เป็นทานของสัตบุรุษ</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร Ep.48 และ Ep.47</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปายาสิราชัญญสูตร ตอนที่ 2 6223-4s</title>
			<itunes:title>ปายาสิราชัญญสูตร ตอนที่ 2 6223-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 05 Jun 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>40:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/63d2daa1-95df-4303-bc85-aa5e0008bd75/media.mp3" length="29295239" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">63d2daa1-95df-4303-bc85-aa5e0008bd75</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4ad</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVkbQTy1sGc/830+5pPYIg4]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4ad.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>จากตอนที่ 1 แม้พระกุมารกัสสปะได้ยกอุปมาต่าง ๆ มาปรับแก้ทิฏฐิความเห็นของพระเจ้าปายาสิ  แต่พระองค์ก็ทรงไม่ยอมละความเห็นผิดนั้น กลับยกวิธีการทดลองหาชีวะ (จิต) ที่ไม่แยบคายขึ้นมาโต้ใน อีก 4 ข้อ พระกุมารกัสสปะก็ได้ยกอุปมาขึ้นมาแก้อีก จนพระเจ้าปายาสิจำนนด้วยเหตุผล ไม่อาจหาอะไรมาแย้งได้ แต่ด้วยพระองค์กลัวคนจะเยาะเย้ยว่าตนโง่เขลา จำต้องยึดถือในมิจฉาทิฎฐินั้นต่อไป </p><p>พระกุมารกัสสปะจึงได้ยกอุปมา 4 ข้อมาชี้แจง และขอให้ทรงละมิจฉาทิฏฐินั้นเสีย เพราะนั้นไม่เป็นประโยชน์แก่ใครเลย กลับจะต้องประสบความเสื่อม แล้วยังทำให้ผู้ดำเนินตามประสบความพินาศด้วย </p><p>ในที่สุดพระเจ้าปายาสิจะยอมละทิฏฐิที่ไม่ดีนั้นได้หรือไม่ ติดตามได้ในตอนต่อไป</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร ใน Ep.47 </p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>จากตอนที่ 1 แม้พระกุมารกัสสปะได้ยกอุปมาต่าง ๆ มาปรับแก้ทิฏฐิความเห็นของพระเจ้าปายาสิ  แต่พระองค์ก็ทรงไม่ยอมละความเห็นผิดนั้น กลับยกวิธีการทดลองหาชีวะ (จิต) ที่ไม่แยบคายขึ้นมาโต้ใน อีก 4 ข้อ พระกุมารกัสสปะก็ได้ยกอุปมาขึ้นมาแก้อีก จนพระเจ้าปายาสิจำนนด้วยเหตุผล ไม่อาจหาอะไรมาแย้งได้ แต่ด้วยพระองค์กลัวคนจะเยาะเย้ยว่าตนโง่เขลา จำต้องยึดถือในมิจฉาทิฎฐินั้นต่อไป </p><p>พระกุมารกัสสปะจึงได้ยกอุปมา 4 ข้อมาชี้แจง และขอให้ทรงละมิจฉาทิฏฐินั้นเสีย เพราะนั้นไม่เป็นประโยชน์แก่ใครเลย กลับจะต้องประสบความเสื่อม แล้วยังทำให้ผู้ดำเนินตามประสบความพินาศด้วย </p><p>ในที่สุดพระเจ้าปายาสิจะยอมละทิฏฐิที่ไม่ดีนั้นได้หรือไม่ ติดตามได้ในตอนต่อไป</p><p>แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร ใน Ep.47 </p><p> </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปายาสิราชัญญสูตร ตอนที่ 1 6222-4s</title>
			<itunes:title>ปายาสิราชัญญสูตร ตอนที่ 1 6222-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 29 May 2019 21:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:39</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/e2f19cda-bb3a-4f36-b7df-aa5c00cd402e/media.mp3" length="26750865" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">e2f19cda-bb3a-4f36-b7df-aa5c00cd402e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4ae</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXM9nGMFf2C7a4CJtnZtzUj]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4ae.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวในตอนต้นที่มาใน "ปายาสิราชัญญสูตร" กล่าวถึง พระเจ้าปายาสิผู้ที่มีทิฏฐิชนิดที่จะไม่สามารถสลัดตนเองออกจากทุกข์ได้ ด้วยความเห็นผิดไปว่า โลกอื่นไม่มี สัตว์ผุดเกิดขึ้นไม่มี ผลวิบากของสัตว์ทำดีทำชั่วไม่มี พระกุมารกัปปะจึงได้ยกอุปมาอุปไมยขึ้นมาเปรียบเทียบปรับแก้ทิฏฐินั้นให้ แม้อย่างนั้นพระเจ้าปายาสิก็ยังไม่ลงใจเชื่อ ยังมีมานะ ถือเอาความเห็นผิดของตนต่อไป </p><p>พระกุมารกัสสปะจะสามารถปรับทิฏฐิความเห็นของพระเจ้าปายาสิ จากมิจฉาทิฏฐิให้กลับมามีสัมมาทิฏฐิได้อย่างไร? ติดตามกันได้ในคลังพระสูตรตอนหน้า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวในตอนต้นที่มาใน "ปายาสิราชัญญสูตร" กล่าวถึง พระเจ้าปายาสิผู้ที่มีทิฏฐิชนิดที่จะไม่สามารถสลัดตนเองออกจากทุกข์ได้ ด้วยความเห็นผิดไปว่า โลกอื่นไม่มี สัตว์ผุดเกิดขึ้นไม่มี ผลวิบากของสัตว์ทำดีทำชั่วไม่มี พระกุมารกัปปะจึงได้ยกอุปมาอุปไมยขึ้นมาเปรียบเทียบปรับแก้ทิฏฐินั้นให้ แม้อย่างนั้นพระเจ้าปายาสิก็ยังไม่ลงใจเชื่อ ยังมีมานะ ถือเอาความเห็นผิดของตนต่อไป </p><p>พระกุมารกัสสปะจะสามารถปรับทิฏฐิความเห็นของพระเจ้าปายาสิ จากมิจฉาทิฏฐิให้กลับมามีสัมมาทิฏฐิได้อย่างไร? ติดตามกันได้ในคลังพระสูตรตอนหน้า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อริยสัจ 4 ที่แสดงในสติปัฏฐาน 4 6221-4s</title>
			<itunes:title>อริยสัจ 4 ที่แสดงในสติปัฏฐาน 4 6221-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 22 May 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:13</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/3ce2c471-a0e3-4409-9bab-aa5500fe7add/media.mp3" length="26062937" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3ce2c471-a0e3-4409-9bab-aa5500fe7add</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4af</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXj/xXp+yQ/yMCKw1A7uS8j]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4af.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ความทุกข์จริง ๆไม่มี เป็นของสมมุติเอา จะมีความทุกข์ได้ต้องอาศัยเหตุเกิด  ความจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้เลย คือ ความที่ถ้ามันไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลงจากอย่างนี้เป็นอย่างอื่นได้ ความไม่เที่ยงนั้น คือ สภาพที่ทนอยู่ได้ยาก ความทนอยู่ได้ยากเรียกว่าทุกข์</p><p>"ทุกข์" แปลว่า สิ่งที่ทนอยู่ได้ยากในสภาวะใดสภาวะหนึ่ง สภาวะใดสภาวะหนึ่ง มันจึงต้องมีเหตุของมันเกิด เหตุของมัน คือ สมุทัย สาวไป ๆ จะไปจบกันอยู่ที่ตัณหา</p><p>ถ้าเราเข้าใจเรื่องความทุกข์อย่างถูกต้องว่า นี่เป็นทุกข์ไม่ใช่สุข ตัณหาเป็นเหตุของทุกข์ ไม่ใช่เครื่องมือที่จะให้เรามีความสำเร็จ มรรคเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรามีความเข้าใจที่ถูกต้องเต็มที่แล้ว เหมือนกับเราสร้างพื้นฐานไว้ดี ทำชั้นที่ 1 แล้วก็ทำชั้นที่ 2 ขึ้นไป จะทำให้การตรัสรู้ธรรม ความเข้าใจธรรมะของเรามีขึ้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ความทุกข์จริง ๆไม่มี เป็นของสมมุติเอา จะมีความทุกข์ได้ต้องอาศัยเหตุเกิด  ความจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้เลย คือ ความที่ถ้ามันไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลงจากอย่างนี้เป็นอย่างอื่นได้ ความไม่เที่ยงนั้น คือ สภาพที่ทนอยู่ได้ยาก ความทนอยู่ได้ยากเรียกว่าทุกข์</p><p>"ทุกข์" แปลว่า สิ่งที่ทนอยู่ได้ยากในสภาวะใดสภาวะหนึ่ง สภาวะใดสภาวะหนึ่ง มันจึงต้องมีเหตุของมันเกิด เหตุของมัน คือ สมุทัย สาวไป ๆ จะไปจบกันอยู่ที่ตัณหา</p><p>ถ้าเราเข้าใจเรื่องความทุกข์อย่างถูกต้องว่า นี่เป็นทุกข์ไม่ใช่สุข ตัณหาเป็นเหตุของทุกข์ ไม่ใช่เครื่องมือที่จะให้เรามีความสำเร็จ มรรคเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรามีความเข้าใจที่ถูกต้องเต็มที่แล้ว เหมือนกับเราสร้างพื้นฐานไว้ดี ทำชั้นที่ 1 แล้วก็ทำชั้นที่ 2 ขึ้นไป จะทำให้การตรัสรู้ธรรม ความเข้าใจธรรมะของเรามีขึ้นได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน 6220-4s</title>
			<itunes:title>ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน 6220-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 15 May 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:07:37</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/8f416633-9f62-4d27-a2a5-aa5400e7bd94/media.mp3" length="32490434" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8f416633-9f62-4d27-a2a5-aa5400e7bd94</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b0</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVoHn8cY9Xy2FMvuowXSw2h]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b0.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ภิกษุทั้งหลาย ถ้าธรรมชาติ ๓ อย่างนี้ ไม่พึงมีอยู่ในโลกแล้วไซร้ ตถาคตก็ไม่ต้องเกิดขึ้นในโลก เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธะ และธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็ไม่ต้องรุ่งเรืองไปในโลก ธรรมชาติ ๓ อย่าง นั้นคือ ความเกิด ความแก่ และความตาย</p><p>“โธ่เอ๋ย ความแก่อันชั่วช้าเอ๋ย ความแก่อันทำความน่าเกลียดเอ๋ย กายที่น่าพอใจ บัดนี้ ก็ถูกความแก่ย่ำยีหมดแล้ว แม้ใครจะมีชีวิตอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี ทุกคนก็ยังมีความตายเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ความตายไม่ยกเว้นให้แก่ใคร ๆ มันย่ำยีหมดทุกคน”</p><p>Time Index</p><p>[00:56] ธรรมชาติ 3 ประการ ที่ทำให้พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นบนโลก</p><p>[07:21] มหาปุริสลักขณะ 32 ประการ</p><p>[15:15] ทรงออกผนวช และบำเพ็ญทุกรกิริยา</p><p>[21:50] หนทางแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า</p><p>[24:00] การตั้งความเพียรอันไม่ถอยกลับ และพระมหาสุบิน 5 อย่าง</p><p>[42:46] ช่วงเวลาใกล้การปรินิพพาน</p><p>[46:51] พรรษาสุดท้ายของพระพุทธเจ้า และการอาพาธของพระองค์</p><p>[53:00] การเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ภิกษุทั้งหลาย ถ้าธรรมชาติ ๓ อย่างนี้ ไม่พึงมีอยู่ในโลกแล้วไซร้ ตถาคตก็ไม่ต้องเกิดขึ้นในโลก เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธะ และธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็ไม่ต้องรุ่งเรืองไปในโลก ธรรมชาติ ๓ อย่าง นั้นคือ ความเกิด ความแก่ และความตาย</p><p>“โธ่เอ๋ย ความแก่อันชั่วช้าเอ๋ย ความแก่อันทำความน่าเกลียดเอ๋ย กายที่น่าพอใจ บัดนี้ ก็ถูกความแก่ย่ำยีหมดแล้ว แม้ใครจะมีชีวิตอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี ทุกคนก็ยังมีความตายเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ความตายไม่ยกเว้นให้แก่ใคร ๆ มันย่ำยีหมดทุกคน”</p><p>Time Index</p><p>[00:56] ธรรมชาติ 3 ประการ ที่ทำให้พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นบนโลก</p><p>[07:21] มหาปุริสลักขณะ 32 ประการ</p><p>[15:15] ทรงออกผนวช และบำเพ็ญทุกรกิริยา</p><p>[21:50] หนทางแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า</p><p>[24:00] การตั้งความเพียรอันไม่ถอยกลับ และพระมหาสุบิน 5 อย่าง</p><p>[42:46] ช่วงเวลาใกล้การปรินิพพาน</p><p>[46:51] พรรษาสุดท้ายของพระพุทธเจ้า และการอาพาธของพระองค์</p><p>[53:00] การเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โปตลิยสูตร 6219-4s</title>
			<itunes:title>โปตลิยสูตร 6219-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 08 May 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>23:40</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/7ef67d71-2fb9-4c82-98d4-aa5400e7bd90/media.mp3" length="27789408" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7ef67d71-2fb9-4c82-98d4-aa5400e7bd90</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b1</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVfvahJMhwWKAQOYnLLTDfZ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b1.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับโปตลิยคฤหบดี ถึงเรื่องธรรม 8 ประการ ที่เป็นไปเพื่อการตัดขาดซึ่งโวหาร และอุปมาถึงโทษของกาม 7 ข้อ หลังจากที่โปตลิยคฤหบดี ฟังพระสูตรนี้แล้ว ก็สรรเสริญพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า และประกาศตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><p>กาม เป็นสิ่งที่มีโทษมาก มีความคับแค้นมาก เป็นสิ่งที่ควรจะหลีกเลี่ยง ให้มาเจริญความสุขที่เป็นไปในภายใน ทำสมาธิ ทำปัญญาให้เกิดขึ้น ศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุติ เป็นสิ่งที่แสดง บ่งบอก ถึงความเป็นผู้สงบ ความเป็นสมณะในธรรมวินัยนี้</p><p>ในเรื่องของความศรัทธา ความเคารพ ความตั้งมั่น เราประดิษฐานให้ดี ตั้งไว้ให้ถูก แล้วเราจะมีความเจริญ ความงอกงาม ความเพิ่มพูนในธรรมในใจของเราได้</p><p>Time Index</p><p>[00:43] โปตลิยคหบดี</p><p>[05:13] เครื่องตัดโวหาร 8 ประการ</p><p>[14:18] อุปมากาม 7 ข้อ</p><p>[28:56] โปตลิยคหบดีแสดงตนเป็นอุบาสก</p><p>[34:47] อธิบายเนื้อหาโปตลิยสูตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับโปตลิยคฤหบดี ถึงเรื่องธรรม 8 ประการ ที่เป็นไปเพื่อการตัดขาดซึ่งโวหาร และอุปมาถึงโทษของกาม 7 ข้อ หลังจากที่โปตลิยคฤหบดี ฟังพระสูตรนี้แล้ว ก็สรรเสริญพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า และประกาศตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต</p><p>กาม เป็นสิ่งที่มีโทษมาก มีความคับแค้นมาก เป็นสิ่งที่ควรจะหลีกเลี่ยง ให้มาเจริญความสุขที่เป็นไปในภายใน ทำสมาธิ ทำปัญญาให้เกิดขึ้น ศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุติ เป็นสิ่งที่แสดง บ่งบอก ถึงความเป็นผู้สงบ ความเป็นสมณะในธรรมวินัยนี้</p><p>ในเรื่องของความศรัทธา ความเคารพ ความตั้งมั่น เราประดิษฐานให้ดี ตั้งไว้ให้ถูก แล้วเราจะมีความเจริญ ความงอกงาม ความเพิ่มพูนในธรรมในใจของเราได้</p><p>Time Index</p><p>[00:43] โปตลิยคหบดี</p><p>[05:13] เครื่องตัดโวหาร 8 ประการ</p><p>[14:18] อุปมากาม 7 ข้อ</p><p>[28:56] โปตลิยคหบดีแสดงตนเป็นอุบาสก</p><p>[34:47] อธิบายเนื้อหาโปตลิยสูตร</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พระสูตรว่าด้วยสัมมาอาชีวะ 6217-4s</title>
			<itunes:title>พระสูตรว่าด้วยสัมมาอาชีวะ 6217-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Apr 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>12:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f157ebfd-2dea-47c7-b1a2-aa5400e7bd81/media.mp3" length="25973977" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f157ebfd-2dea-47c7-b1a2-aa5400e7bd81</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b2</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWhtXlL5518jAgkO+S6JzRA]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b2.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สัมมาอาชีวะมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ประกอบด้วยอาสวะ และ สัมมาอาชีวะแบบอริยะหากมีการเลี้ยงชีวิตดีอยู่สม่ำเสมอ รายจ่ายก็จะไม่ท่วมรายรับ จะไม่เกิดความฝืดเคืองในการใช้จ่ายทรัพย์</p><p>Time Index</p><p>[03:42] สัมมาอาชีวะในทางอริยะเป็นอย่างไร</p><p>[05:59] การเลี้ยงชีพชอบทำให้เกิดความสันโดษ</p><p>[09:38] การดำรงชีพชอบในทิศทั้ง 6 ของฆราวาส</p><p>[25:10] การดำรงชีพในชั้นต่างๆ ของฆราวาส</p><p>[34:50] การเป็นผู้เลี้ยงชีวิตดีอย่างสม่ำเสมอ</p><p>[42:50] การเลี้ยงชีพชอบตามหลักอริยวงศ์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สัมมาอาชีวะมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ประกอบด้วยอาสวะ และ สัมมาอาชีวะแบบอริยะหากมีการเลี้ยงชีวิตดีอยู่สม่ำเสมอ รายจ่ายก็จะไม่ท่วมรายรับ จะไม่เกิดความฝืดเคืองในการใช้จ่ายทรัพย์</p><p>Time Index</p><p>[03:42] สัมมาอาชีวะในทางอริยะเป็นอย่างไร</p><p>[05:59] การเลี้ยงชีพชอบทำให้เกิดความสันโดษ</p><p>[09:38] การดำรงชีพชอบในทิศทั้ง 6 ของฆราวาส</p><p>[25:10] การดำรงชีพในชั้นต่างๆ ของฆราวาส</p><p>[34:50] การเป็นผู้เลี้ยงชีวิตดีอย่างสม่ำเสมอ</p><p>[42:50] การเลี้ยงชีพชอบตามหลักอริยวงศ์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อากังเขยยสูตร และวัตถูปมสูตร 6216-4s</title>
			<itunes:title>อากังเขยยสูตร และวัตถูปมสูตร 6216-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Apr 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:00:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f5c0fade-6cf9-4c48-8419-aa5400e7bd81/media.mp3" length="29209304" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f5c0fade-6cf9-4c48-8419-aa5400e7bd81</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b3</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXu1gQ1ksMQfDogMVibFMoC]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b3.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อากังเขยยสูตร อากังเขยยะ แปลว่า ความปรารถนา , ความจำนง การที่เราจะสมปรารถนาตามคำหวังโดยธรรมได้เมื่อเราทำตามด้วยศีล ในผล 17 อย่างที่หวังไว้อย่างใดอย่างหนึ่งวัตถูปมสูตร อุปกิเลส 16 อย่างที่ทำให้เกิดความเศร้าหมองของจิต ประกอบด้วย</p><p>อภิชฌาวิสมโลภะ [ละโมบไม่สม่ำเสมอ คือ ความเพ่งเล็ง], พยาบาท [ปองร้ายเขา], โกธะ [โกรธ], อุปนาหะ [ผูกโกรธไว้], มักขะ [ลบหลู่คุณท่าน], ปลาสะ [ยกตนเทียบเท่า], อิสสา [ริษยา], มัจฉริยะ [ตระหนี่], มายา [มารยา], สาเฐยยะ [โอ้อวด], ถัมภะ [หัวดื้อ], สารัมภะ [แข่งดี], มานะ [ถือตัว], อติมานะ [ดูหมิ่นท่าน], มทะ [มัวเมา], ปมาทะ [เลินเล่อ]</p><p>Time Index</p><p>[00:19] พระสูตรอากังเขยสูตร – ข้อที่พึงหวังได้ 17 อย่าง</p><p>[12:58] วัตถูปมสูตร – อุปมาด้วยผ้า และ อุปกิเลส 16</p><p>[26:49] การอาบน้ำ ในศาสนา</p><p>[33:04] อธิบายอากังเขยยสูตร และวัตถูปมสูตร</p><p>[59:46] สรุป – ความดีความงามของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องราง แต่ขึ้นอยู่กับความดีงามในจิตใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อากังเขยยสูตร อากังเขยยะ แปลว่า ความปรารถนา , ความจำนง การที่เราจะสมปรารถนาตามคำหวังโดยธรรมได้เมื่อเราทำตามด้วยศีล ในผล 17 อย่างที่หวังไว้อย่างใดอย่างหนึ่งวัตถูปมสูตร อุปกิเลส 16 อย่างที่ทำให้เกิดความเศร้าหมองของจิต ประกอบด้วย</p><p>อภิชฌาวิสมโลภะ [ละโมบไม่สม่ำเสมอ คือ ความเพ่งเล็ง], พยาบาท [ปองร้ายเขา], โกธะ [โกรธ], อุปนาหะ [ผูกโกรธไว้], มักขะ [ลบหลู่คุณท่าน], ปลาสะ [ยกตนเทียบเท่า], อิสสา [ริษยา], มัจฉริยะ [ตระหนี่], มายา [มารยา], สาเฐยยะ [โอ้อวด], ถัมภะ [หัวดื้อ], สารัมภะ [แข่งดี], มานะ [ถือตัว], อติมานะ [ดูหมิ่นท่าน], มทะ [มัวเมา], ปมาทะ [เลินเล่อ]</p><p>Time Index</p><p>[00:19] พระสูตรอากังเขยสูตร – ข้อที่พึงหวังได้ 17 อย่าง</p><p>[12:58] วัตถูปมสูตร – อุปมาด้วยผ้า และ อุปกิเลส 16</p><p>[26:49] การอาบน้ำ ในศาสนา</p><p>[33:04] อธิบายอากังเขยยสูตร และวัตถูปมสูตร</p><p>[59:46] สรุป – ความดีความงามของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องราง แต่ขึ้นอยู่กับความดีงามในจิตใจ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาสัจจกสูตร 6215-4s</title>
			<itunes:title>มหาสัจจกสูตร 6215-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Apr 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5c7118fc-b612-4973-80f4-aa5400e7bd7d/media.mp3" length="28503704" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5c7118fc-b612-4973-80f4-aa5400e7bd7d</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b4</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXtUVuWZWr0Pa5Y1yRv4FgQ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b4.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหาสัจจกสูตร สัจจกนิครนถ์ทูลถามปัญหาว่าด้วยกายภาวนาและจิตตภาวนา พระพุทธองค์จึงทรงตรัสสอนในเรื่องเวทนา, อุปมา 3 ข้อ, ความต่างกันในการบำเพ็ญทุกกรกิริยา, การบรรลุวิชชาที่ 2 และความเป็นผู้หลงและไม่หลง เมื่อสัจจกนิครนถ์ได้ฟังธรรมอันน่าอัศจรรย์ ที่ไม่เคยฟังมาก่อน ได้กล่าวสรรเสริญชื่อชมพระผู้มีพระภาค</p><p>Time Index</p><p>[00:17] สัจจกนิครนถ์ทูลถามปัญหา ว่าด้วยกายภาวนาและจิตตภาวนา</p><p>[12:05] ทรงชี้แจงเรื่องเวทนา</p><p>[17:16] อุปมา ๓ ข้อ</p><p>[18:47] ความต่างกันในการบำเพ็ญทุกกรกิริยา</p><p>[25:48] ตรัสความเป็นผู้หลงและไม่หลง</p><p>[26:54] สัจจกนิครนถ์สรรเสริญพระผู้มีพระภาค</p><p>[32:26] อธิบายเนื้อหาทั้งหมดใน “มหาสัจจกสูตร”</p><p>[58:10] สรุป กายภาวนา กับ จิตภาวนา ไม่สามารถแยกภาวนาได้ เพราะกายภาวนาในที่นี้คือ วิปัสสนา ส่วนจิตภาวนาคือ สมถะ ที่ต้องภาวนาควบคู่กันไปทั้งกาย-จิตและไม่เอาทั้งสุขและทุกข์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหาสัจจกสูตร สัจจกนิครนถ์ทูลถามปัญหาว่าด้วยกายภาวนาและจิตตภาวนา พระพุทธองค์จึงทรงตรัสสอนในเรื่องเวทนา, อุปมา 3 ข้อ, ความต่างกันในการบำเพ็ญทุกกรกิริยา, การบรรลุวิชชาที่ 2 และความเป็นผู้หลงและไม่หลง เมื่อสัจจกนิครนถ์ได้ฟังธรรมอันน่าอัศจรรย์ ที่ไม่เคยฟังมาก่อน ได้กล่าวสรรเสริญชื่อชมพระผู้มีพระภาค</p><p>Time Index</p><p>[00:17] สัจจกนิครนถ์ทูลถามปัญหา ว่าด้วยกายภาวนาและจิตตภาวนา</p><p>[12:05] ทรงชี้แจงเรื่องเวทนา</p><p>[17:16] อุปมา ๓ ข้อ</p><p>[18:47] ความต่างกันในการบำเพ็ญทุกกรกิริยา</p><p>[25:48] ตรัสความเป็นผู้หลงและไม่หลง</p><p>[26:54] สัจจกนิครนถ์สรรเสริญพระผู้มีพระภาค</p><p>[32:26] อธิบายเนื้อหาทั้งหมดใน “มหาสัจจกสูตร”</p><p>[58:10] สรุป กายภาวนา กับ จิตภาวนา ไม่สามารถแยกภาวนาได้ เพราะกายภาวนาในที่นี้คือ วิปัสสนา ส่วนจิตภาวนาคือ สมถะ ที่ต้องภาวนาควบคู่กันไปทั้งกาย-จิตและไม่เอาทั้งสุขและทุกข์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อรณวิภังคสูตร 6214-4s</title>
			<itunes:title>อรณวิภังคสูตร 6214-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Apr 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>9:47</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/d5d00cf6-3174-48db-97a6-aa5400e7bd81/media.mp3" length="28754599" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d5d00cf6-3174-48db-97a6-aa5400e7bd81</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b5</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnX3D59oxLb5NZ+Idzy3ZjfD]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b5.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อรณวิภังคสูตร คำว่า อรณ (อะ ระ ณะ) คือการไม่มีกิเลส ไม่มีข้าศึก ก็มาจากคำเดียวกับอรหันต์ คือผู้ไม่มีกิเลส ไกลจากกิเลส ส่วนคำว่า วิภังค คือ การแยกแยะแจกแจง มาจากคำว่าผู้มีพระภาค ที่มีหน้าที่จำแนกแจกแจงแบ่งภาค เรื่อง อรณวิภังคสูตร คือ เรื่องที่พระพุทธเจ้าแบ่งแยกธรรมออกเป็น 8 อย่าง โดย 8 อย่างนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ดี (สิ่งที่ควรทำ) ส่วนที่ไม่ดี (สิ่งที่ควรละ) สามารถจำแนกได้ดังนี้</p><p>สิ่งที่ดีที่ควรทำ คือ 1. ไม่เพียรแสวงหาซึ่งกามสุข 2. ไม่เพียรทรมานตน 3. อริยมรรคมีองค์แปด(มีอยู่ส่วนเดียว คือ ส่วนที่ควรทำ) 4. ไม่ยกยอ ไม่ตำหนิใคร แต่พึงแสดงธรรมเท่านั้น 5. ประกอบความสุขที่เป็น เนกขัมมสุข 6. พูดในสิ่งที่เป็นจริง มีประโยชน์ทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้อื่น 7. พูดโดยไม่รีบด่วน และ 8. ไม่ยึดถือภาษาถิ่น</p><p>คุณธรรม 8 อย่างนี้ เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม รู้ยิ่ง และนิพพาน ในส่วนของสิ่งที่ควรละก็คือ คู่ตรงข้ามกับคุณธรรม 8 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อรณวิภังคสูตร คำว่า อรณ (อะ ระ ณะ) คือการไม่มีกิเลส ไม่มีข้าศึก ก็มาจากคำเดียวกับอรหันต์ คือผู้ไม่มีกิเลส ไกลจากกิเลส ส่วนคำว่า วิภังค คือ การแยกแยะแจกแจง มาจากคำว่าผู้มีพระภาค ที่มีหน้าที่จำแนกแจกแจงแบ่งภาค เรื่อง อรณวิภังคสูตร คือ เรื่องที่พระพุทธเจ้าแบ่งแยกธรรมออกเป็น 8 อย่าง โดย 8 อย่างนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ดี (สิ่งที่ควรทำ) ส่วนที่ไม่ดี (สิ่งที่ควรละ) สามารถจำแนกได้ดังนี้</p><p>สิ่งที่ดีที่ควรทำ คือ 1. ไม่เพียรแสวงหาซึ่งกามสุข 2. ไม่เพียรทรมานตน 3. อริยมรรคมีองค์แปด(มีอยู่ส่วนเดียว คือ ส่วนที่ควรทำ) 4. ไม่ยกยอ ไม่ตำหนิใคร แต่พึงแสดงธรรมเท่านั้น 5. ประกอบความสุขที่เป็น เนกขัมมสุข 6. พูดในสิ่งที่เป็นจริง มีประโยชน์ทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้อื่น 7. พูดโดยไม่รีบด่วน และ 8. ไม่ยึดถือภาษาถิ่น</p><p>คุณธรรม 8 อย่างนี้ เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม รู้ยิ่ง และนิพพาน ในส่วนของสิ่งที่ควรละก็คือ คู่ตรงข้ามกับคุณธรรม 8 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>คุณของการทานอาหารมื้อเดียว 6213-5s</title>
			<itunes:title>คุณของการทานอาหารมื้อเดียว 6213-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 28 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>4:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f82cb79b-d244-4810-bf4c-aa5400e7bd78/media.mp3" length="29650403" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f82cb79b-d244-4810-bf4c-aa5400e7bd78</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWgU8OydgBjZrWmebcjg1mR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b6.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>การทานอาหารมื้อเดียวทำให้เป็นผู้มีโรคน้อย ร่างกายสดชื่น ท้องอิ่มแน่นเกินไป ทำให้กุศลธรรมเจริญ อกุศลธรรมเสื่อมผู้ไม่ทำตามสิกขาอย่างดี จะถูกพระพุทธเจ้าติเตียน เหล่าภิกษุ หรือ แม้แต่เหล่าเทวดาก็ติเตียนคุณสมบัติของม้าอาชาไนย ซึ่งเป็นยอดม้าประกอบด้วยคุณสมบัติ 10 ข้อ</p><p>ใน ภัททาลิสูตร ท่านพระภ้ททาลิเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าแม้พระพุทธเจ้าเมตตาบอกสอน ก็ไม่สนใจจำไม่ได้ก็ไม่สามารถทำให้บริบูรณ์ในสิกขาได้ ก็ทำให้เกิดการอ่อนแอ ท้อแท้ ท้อถอย</p><p>ในพระสูตรนี้เสนอเกี่ยวกับที่พระพุทธเจ้าชี้แนะบอกกสอนว่า การฉันอาหารเพียงมื้อเดียวแล้วลุกขึ้นโดยไม่ฉันอีกนั้นมีคุณมาก ทำให้เบากาย ไม่เมาอาหาร แล้วพระภัททาลิได้แสดงความอุตสาหะว่าไม่สามารถทำได้ เพราะสมัยก่อนเกิดเป็นกาหลายชาติ กินทั้งวัน กินอยู่เรื่อย</p><p>พระภัททาลิก็เอาแต่ปฏิเสธว่าทำตามสิกขาบทไม่ได้ พระพุทธเจ้าจึงชี้ให้เห็นโทษจากการไม่ทำตามสิกขา ถ้าหากพระพุทธเจ้าชี้ให้ไปทางไหน บุคคลผู้มีศรัทธามีความรักยิ่งในพระพุทธองค์จะก้าวตามทางมรรค ตามสิกขาบทที่ท่านได้บอกสอนบัญญัติไว้…ส่วนใครก็ตามที่ไม่สามารถทำตามสิกขาบทได้ก็จะถูกติเตียนได้ เหมือนกรณีของท่านพระภัททาลิที่ได้ถูกพระพุทธเจ้า หมู่ภิกษุ และเทวดาคอยติเตียน </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>การทานอาหารมื้อเดียวทำให้เป็นผู้มีโรคน้อย ร่างกายสดชื่น ท้องอิ่มแน่นเกินไป ทำให้กุศลธรรมเจริญ อกุศลธรรมเสื่อมผู้ไม่ทำตามสิกขาอย่างดี จะถูกพระพุทธเจ้าติเตียน เหล่าภิกษุ หรือ แม้แต่เหล่าเทวดาก็ติเตียนคุณสมบัติของม้าอาชาไนย ซึ่งเป็นยอดม้าประกอบด้วยคุณสมบัติ 10 ข้อ</p><p>ใน ภัททาลิสูตร ท่านพระภ้ททาลิเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าแม้พระพุทธเจ้าเมตตาบอกสอน ก็ไม่สนใจจำไม่ได้ก็ไม่สามารถทำให้บริบูรณ์ในสิกขาได้ ก็ทำให้เกิดการอ่อนแอ ท้อแท้ ท้อถอย</p><p>ในพระสูตรนี้เสนอเกี่ยวกับที่พระพุทธเจ้าชี้แนะบอกกสอนว่า การฉันอาหารเพียงมื้อเดียวแล้วลุกขึ้นโดยไม่ฉันอีกนั้นมีคุณมาก ทำให้เบากาย ไม่เมาอาหาร แล้วพระภัททาลิได้แสดงความอุตสาหะว่าไม่สามารถทำได้ เพราะสมัยก่อนเกิดเป็นกาหลายชาติ กินทั้งวัน กินอยู่เรื่อย</p><p>พระภัททาลิก็เอาแต่ปฏิเสธว่าทำตามสิกขาบทไม่ได้ พระพุทธเจ้าจึงชี้ให้เห็นโทษจากการไม่ทำตามสิกขา ถ้าหากพระพุทธเจ้าชี้ให้ไปทางไหน บุคคลผู้มีศรัทธามีความรักยิ่งในพระพุทธองค์จะก้าวตามทางมรรค ตามสิกขาบทที่ท่านได้บอกสอนบัญญัติไว้…ส่วนใครก็ตามที่ไม่สามารถทำตามสิกขาบทได้ก็จะถูกติเตียนได้ เหมือนกรณีของท่านพระภัททาลิที่ได้ถูกพระพุทธเจ้า หมู่ภิกษุ และเทวดาคอยติเตียน </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภัททาลิสูตร 6213-4s</title>
			<itunes:title>ภัททาลิสูตร 6213-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 27 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/282dcef3-fa26-475d-a267-aa5400e7bd81/media.mp3" length="26885400" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">282dcef3-fa26-475d-a267-aa5400e7bd81</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b7</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVZCmWJOu7V2nIAKDs4X5qw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b7.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ภัททาลิสูตร ถึง คุณแห่งการฉันอาหารหนเดียว ว่า ย่อมรู้สึกคุณ คือความเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง กายเบา มีกำลัง และอยู่สำราญ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้เธอทั้งหลายจงมา จงฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียวเถิด ด้วยว่าเมื่อเธอทั้งหลายฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียว จักรู้สึกคุณคือความเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง กายเบา มีกำลัง และอยู่สำราญ.<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ภัททาลิสูตร ถึง คุณแห่งการฉันอาหารหนเดียว ว่า ย่อมรู้สึกคุณ คือความเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง กายเบา มีกำลัง และอยู่สำราญ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้เธอทั้งหลายจงมา จงฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียวเถิด ด้วยว่าเมื่อเธอทั้งหลายฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียว จักรู้สึกคุณคือความเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง กายเบา มีกำลัง และอยู่สำราญ.<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ฆฏิการสูตร 6212-4s</title>
			<itunes:title>ฆฏิการสูตร 6212-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:52</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/9a6de855-520d-4b76-bd90-aa5400e7bd6f/media.mp3" length="27330489" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9a6de855-520d-4b76-bd90-aa5400e7bd6f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b8</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVK468NMXAg3Lp87JSmXVfF]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b8.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ฆฏิการสูตร เป็นเรื่องราวของนายช่างหม้อชื่อ “ฆฏิการะ” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้าสมณโคดม แต่เป็นสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะ นายฆฏิการะมีความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นยอดอุปัฏฐาก และมีเพื่อนชื่อโชติปาละมานพคือพระพุทธเจ้าของเรา สมัยเป็นเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ นายฆฏิการะได้เป็น “อนาคามี” เพราะมีความเห็นที่ถูกต้องในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่มีความสงสัยในอริยสัจ 4</p><p>ฆฏิการะเห็นว่า นายโชติปาละ ผู้เป็นเพื่อน เป็นคนฉลาดแต่มีศรัทธาคลาดเคลื่อน ถ้าได้ฟังธรรมแล้วจะมีความเข้าใจที่ถูกต้องได้ จึงชักชวนกันไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้ากัสสปะ แต่กว่าจะชวนไปได้ก็ต้องชวนถึง 3 ครั้ง โชติปาละมานพถึงจะยอมไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้ากัสสปะ และ โชติปาละมานพก็สามารถปรับทิฐิความเห็นของตนให้ถูกต้องได้ และตัดสินใจออกบวช</p><p>ส่วนนายช่างหม้อก็คอยอุปัฏฐากดูแลพระเจ้าพระสงฆ์ ในพระพุทธเจ้ากัสสปะ นายฆฏิการะจะออกไปหาของในป่าแต่เช้า ก่อนออกไปก็จะตระเตรียมอาหารให้พ่อแม่ที่แก่ตาบอดไว้ในกระเช้า ครั้งที่พระพุทธเจ้ากัสสปะมาที่เรือนถามหานายฆฏิการะ พ่อแม่ของนายฆฏิการะทราบว่าพระพุทธเจ้ากัสสปะมาบิณฑบาตรก็นำอาหารนั้นถวาย และเมื่อนายช่างหม้อกลับมา เห็นว่าพ่อแม่ไม่ได้กินอาหาร แล้วทราบว่าพระพุทธเจ้ากัสสปะเสด็จมาและรับอาหารของตนไป ก็เกิดความปีติดีใจอย่างยิ่ง ด้วยความรักเคารพศรัทธาในพระพุุทธเจ้ากัสสปะ</p><p>จิตใจแบบนี้เป็นจิตใจที่ไม่ขาดแคลน ไม่มีความอัตคัดตระหนี่ใด ๆ เลย จิตที่มีปีติสุขตลอดเวลาที่ได้ดูแลพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นกับนายช่างหม้อตลอด 3 เดือน และรักษาศีล 10 ไม่รับทองและเงิน ใช้วิธีแลกเปลี่ยนสินค้ากันแทนการรับเงิน คือ เอาหม้อแลกกับผลไม้ ถั่ว งา และข้าว เพื่อเป็นการจุนเจือครอบครัว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ฆฏิการสูตร เป็นเรื่องราวของนายช่างหม้อชื่อ “ฆฏิการะ” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้าสมณโคดม แต่เป็นสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะ นายฆฏิการะมีความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นยอดอุปัฏฐาก และมีเพื่อนชื่อโชติปาละมานพคือพระพุทธเจ้าของเรา สมัยเป็นเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ นายฆฏิการะได้เป็น “อนาคามี” เพราะมีความเห็นที่ถูกต้องในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่มีความสงสัยในอริยสัจ 4</p><p>ฆฏิการะเห็นว่า นายโชติปาละ ผู้เป็นเพื่อน เป็นคนฉลาดแต่มีศรัทธาคลาดเคลื่อน ถ้าได้ฟังธรรมแล้วจะมีความเข้าใจที่ถูกต้องได้ จึงชักชวนกันไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้ากัสสปะ แต่กว่าจะชวนไปได้ก็ต้องชวนถึง 3 ครั้ง โชติปาละมานพถึงจะยอมไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้ากัสสปะ และ โชติปาละมานพก็สามารถปรับทิฐิความเห็นของตนให้ถูกต้องได้ และตัดสินใจออกบวช</p><p>ส่วนนายช่างหม้อก็คอยอุปัฏฐากดูแลพระเจ้าพระสงฆ์ ในพระพุทธเจ้ากัสสปะ นายฆฏิการะจะออกไปหาของในป่าแต่เช้า ก่อนออกไปก็จะตระเตรียมอาหารให้พ่อแม่ที่แก่ตาบอดไว้ในกระเช้า ครั้งที่พระพุทธเจ้ากัสสปะมาที่เรือนถามหานายฆฏิการะ พ่อแม่ของนายฆฏิการะทราบว่าพระพุทธเจ้ากัสสปะมาบิณฑบาตรก็นำอาหารนั้นถวาย และเมื่อนายช่างหม้อกลับมา เห็นว่าพ่อแม่ไม่ได้กินอาหาร แล้วทราบว่าพระพุทธเจ้ากัสสปะเสด็จมาและรับอาหารของตนไป ก็เกิดความปีติดีใจอย่างยิ่ง ด้วยความรักเคารพศรัทธาในพระพุุทธเจ้ากัสสปะ</p><p>จิตใจแบบนี้เป็นจิตใจที่ไม่ขาดแคลน ไม่มีความอัตคัดตระหนี่ใด ๆ เลย จิตที่มีปีติสุขตลอดเวลาที่ได้ดูแลพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นกับนายช่างหม้อตลอด 3 เดือน และรักษาศีล 10 ไม่รับทองและเงิน ใช้วิธีแลกเปลี่ยนสินค้ากันแทนการรับเงิน คือ เอาหม้อแลกกับผลไม้ ถั่ว งา และข้าว เพื่อเป็นการจุนเจือครอบครัว</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อิ ติ ปิ - เพราะเหตุอย่างนี้ๆ 6211-5s</title>
			<itunes:title>อิ ติ ปิ - เพราะเหตุอย่างนี้ๆ 6211-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 14 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/427f86f0-e89c-43a5-a7f5-aa5400e7bd78/media.mp3" length="25951261" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">427f86f0-e89c-43a5-a7f5-aa5400e7bd78</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4b9</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWY54T/23t4d4czG0sQZeX8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4b9.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กว่าที่พระพุทธเจ้าของเราจะมาเป็นพระพุทธเจ้าได้ต้องบำเพ็ญเพียรตบะมาถึง 4 อสงไขย กับอีกแสนมหากัปป์ และเป็นช่วงที่ได้รับการพยากรณ์ว่าจะสำเร็จเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ต้องบำเพ็ญบารมีมาก่อนหน้านี้อีก 20 อสงไขยจึงจะได้รับการพยากรณ์การเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ใช่จะมีขึ้นมาเอง ต้องอาศัยการใช้เวลานาน ใช้ความอดทนอย่างสูง ใช้ปัญญา ทาน ศีล และทุกอย่าง ใช้ความลำบาก มากในการได้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากว่าจะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ให้รีบเร่งทำความเพียร เพราะความตายมันไม่แน่ไม่นอน บางทีนอนไปคืนนี้อาจจะไม่ลุกแล้วก็ได้</p><p>การเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ใช่จะมีขึ้นมาเอง ต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างมาก กว่าที่เราจะสวดกันได้ว่า อิติปิโส ภะคะวา ฯ นั่นคือคุณของพระพุทธเจ้าหรือพุทธคุณ สิ่งที่ต้องการอธิบายคือ คำว่า “อิติปิ” เป็นภาษาบาลี แปลว่า แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ จึงทำให้สำเร็จเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ จึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ…และเพราะเหตุอย่างนี้ ๆ จึงเป็นครูผู้สอนของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายฯ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กว่าที่พระพุทธเจ้าของเราจะมาเป็นพระพุทธเจ้าได้ต้องบำเพ็ญเพียรตบะมาถึง 4 อสงไขย กับอีกแสนมหากัปป์ และเป็นช่วงที่ได้รับการพยากรณ์ว่าจะสำเร็จเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ต้องบำเพ็ญบารมีมาก่อนหน้านี้อีก 20 อสงไขยจึงจะได้รับการพยากรณ์การเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ใช่จะมีขึ้นมาเอง ต้องอาศัยการใช้เวลานาน ใช้ความอดทนอย่างสูง ใช้ปัญญา ทาน ศีล และทุกอย่าง ใช้ความลำบาก มากในการได้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากว่าจะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ให้รีบเร่งทำความเพียร เพราะความตายมันไม่แน่ไม่นอน บางทีนอนไปคืนนี้อาจจะไม่ลุกแล้วก็ได้</p><p>การเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ใช่จะมีขึ้นมาเอง ต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างมาก กว่าที่เราจะสวดกันได้ว่า อิติปิโส ภะคะวา ฯ นั่นคือคุณของพระพุทธเจ้าหรือพุทธคุณ สิ่งที่ต้องการอธิบายคือ คำว่า “อิติปิ” เป็นภาษาบาลี แปลว่า แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ จึงทำให้สำเร็จเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ จึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ…และเพราะเหตุอย่างนี้ ๆ จึงเป็นครูผู้สอนของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายฯ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้า 6211-4s</title>
			<itunes:title>การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้า 6211-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Mar 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>2:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/b0459bfc-76be-46de-a716-aa5400e7bd61/media.mp3" length="32706107" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b0459bfc-76be-46de-a716-aa5400e7bd61</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4ba</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnViMYoZaQdnfehFmhxMGEPo]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4ba.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย เกี่ยวกับเรื่องการบำเพ็ญบุญบารมีของพระองค์ในอดีตชาติ เพื่อสั่งสมบารมีเป็นพระพุทธเจ้าตั้งแต่เป็นโชติปาลมานพ, พระเจ้ามหาสุทัศน์, พระเวสสันดร, ช่างทำรถของพระเจ้าปเจตน, อกิตติดาบส ฯ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย เกี่ยวกับเรื่องการบำเพ็ญบุญบารมีของพระองค์ในอดีตชาติ เพื่อสั่งสมบารมีเป็นพระพุทธเจ้าตั้งแต่เป็นโชติปาลมานพ, พระเจ้ามหาสุทัศน์, พระเวสสันดร, ช่างทำรถของพระเจ้าปเจตน, อกิตติดาบส ฯ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เทวธาวิตักกสูตร 6208-4s</title>
			<itunes:title>เทวธาวิตักกสูตร 6208-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 20 Feb 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>0:19</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/dfc220eb-d43a-4ef6-a23f-aa5400e7bd65/media.mp3" length="31798064" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">dfc220eb-d43a-4ef6-a23f-aa5400e7bd65</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4bc</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUx9v+XHKp04C8T283y8iek]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4bc.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เทวธาวิตักกสูตร กล่าวถึง การที่พระพุทธเจ้าแยกความวิตกออกเป็น 2 ส่วน คือ ทรงแยกกามวิตก พยาบาทวิตก และวิหิงสาวิตก นี้ออกเป็นส่วนหนึ่ง และแยกเนกขัมมวิตก อัพยาบาทวิตก และอวิหิงสาวิตก นี้ออกเป็นส่วนที่ 2 และทรงกล่าวถึงทางที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย</p><p>“จิตตริตรึกนึกไปในเรื่องใดมาก จิตเราก็จะน้อมเอนเอียงไปในเรื่องนั้น ๆ” จำคำนี้ไว้ให้ขึ้นใจเลย เรื่องดี ๆ ก็เป็นอย่างนี้ ท่านผู้ฟังที่ฟังธรรมอยู่เรื่อย อ่านหนังสือธรรมะอยู่เรื่อย คิดใคร่ครวญเรื่องธรรมอยู่บ่อย ๆ จิตก็จะน้อมไปด้วยอาการอย่างนั้น ๆ จะมีความเมตตา มีความเอื้อเฟื้อ มีความใจเย็น มีความซื่อสัตย์ มีความโอบอ้อมอารีจะอยู่ในใจของคนที่ตริตรึกในเรื่องที่เป็นไปในเรื่องกุศลธรรมอยู่เรื่อย ๆ</p><p>เราเสพสื่ออะไรเราต้องดูให้ดี เราคบกับเพื่อนแบบไหนเราพิจารณาให้ชอบ เราดูข้อมูลอะไรก็ตามคิดเรื่องอะไรก็ตามให้เป็นไปในทางกุศลธรรม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เทวธาวิตักกสูตร กล่าวถึง การที่พระพุทธเจ้าแยกความวิตกออกเป็น 2 ส่วน คือ ทรงแยกกามวิตก พยาบาทวิตก และวิหิงสาวิตก นี้ออกเป็นส่วนหนึ่ง และแยกเนกขัมมวิตก อัพยาบาทวิตก และอวิหิงสาวิตก นี้ออกเป็นส่วนที่ 2 และทรงกล่าวถึงทางที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย</p><p>“จิตตริตรึกนึกไปในเรื่องใดมาก จิตเราก็จะน้อมเอนเอียงไปในเรื่องนั้น ๆ” จำคำนี้ไว้ให้ขึ้นใจเลย เรื่องดี ๆ ก็เป็นอย่างนี้ ท่านผู้ฟังที่ฟังธรรมอยู่เรื่อย อ่านหนังสือธรรมะอยู่เรื่อย คิดใคร่ครวญเรื่องธรรมอยู่บ่อย ๆ จิตก็จะน้อมไปด้วยอาการอย่างนั้น ๆ จะมีความเมตตา มีความเอื้อเฟื้อ มีความใจเย็น มีความซื่อสัตย์ มีความโอบอ้อมอารีจะอยู่ในใจของคนที่ตริตรึกในเรื่องที่เป็นไปในเรื่องกุศลธรรมอยู่เรื่อย ๆ</p><p>เราเสพสื่ออะไรเราต้องดูให้ดี เราคบกับเพื่อนแบบไหนเราพิจารณาให้ชอบ เราดูข้อมูลอะไรก็ตามคิดเรื่องอะไรก็ตามให้เป็นไปในทางกุศลธรรม</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมทายาทสูตร 6207-4s</title>
			<itunes:title>ธรรมทายาทสูตร 6207-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 13 Feb 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/4f2504e3-d2f4-44e2-840e-aa5400e7bd6a/media.mp3" length="27280966" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4f2504e3-d2f4-44e2-840e-aa5400e7bd6a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4bd</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWyb9jgjTfPdOh+bBMZXdUv]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4bd.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “ขอเธอจงเป็นธรรมทายาทของเราเถิด อย่าเป็นอามิสทายาทของเราเลย” การเป็น “ธรรมทายาท” ทั้งพระศาสดาและสาวกก็จะไม่ถูกวิญญูชนติเตียนเมื่อสาวกทั้งหลายศึกษาความสงัดตามพระศาสดา สาวกทั้งหลายเหล่านั้นจะไม่เป็นผู้มักมาก ไม่เป็นผู้ย่อหย่อนทอดธุระ ไม่เป็นผู้ท้อถอยความโกรธและความผูกโกรธ ความลบหลู่และความตี ความริษยา-ความตระหนี่ ความเจ้าเล่ห์โอ้อวด ความหัวดื้อแข่งดี ความถือตัวดูหมิ่น ความเมาความเลินเล่อ เป็นธรรมลามก การเดินทางตามมรรค 8 เป็นทางสายกลางที่ทำให้ละธรรมลามกไปถึงการตรัสรู้ รู้ยิ่งรู้พร้อมมรรคผลนิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “ขอเธอจงเป็นธรรมทายาทของเราเถิด อย่าเป็นอามิสทายาทของเราเลย” การเป็น “ธรรมทายาท” ทั้งพระศาสดาและสาวกก็จะไม่ถูกวิญญูชนติเตียนเมื่อสาวกทั้งหลายศึกษาความสงัดตามพระศาสดา สาวกทั้งหลายเหล่านั้นจะไม่เป็นผู้มักมาก ไม่เป็นผู้ย่อหย่อนทอดธุระ ไม่เป็นผู้ท้อถอยความโกรธและความผูกโกรธ ความลบหลู่และความตี ความริษยา-ความตระหนี่ ความเจ้าเล่ห์โอ้อวด ความหัวดื้อแข่งดี ความถือตัวดูหมิ่น ความเมาความเลินเล่อ เป็นธรรมลามก การเดินทางตามมรรค 8 เป็นทางสายกลางที่ทำให้ละธรรมลามกไปถึงการตรัสรู้ รู้ยิ่งรู้พร้อมมรรคผลนิพพานได้<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาโควินทพราหมณ์ 6206-5s</title>
			<itunes:title>มหาโควินทพราหมณ์ 6206-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 07 Feb 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:15</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f542b873-74ec-404c-af95-aa5400e7bd5c/media.mp3" length="27513567" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f542b873-74ec-404c-af95-aa5400e7bd5c</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4be</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWOJ0SjDfcsGeNuZj0j5D8H]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4be.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สัมมาทิฐิ คือ ความเห็นที่จะทำให้เกิดความสงบระงับของกิเลสที่อยู่ในใจพระพุทธเจ้าของเรามีความพยายามอย่างมากที่หาหนทางที่จะนำไปสู่ความเกษมแก่คนจำนวนมากสนังกุมารพรหม คือ พระนิยตโพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วครั้งหนึ่งสนังกุมารพรหม (พรหมมีอายุขัยยืนยาวนาน) ได้มีโอกาสพบพระพุทธเจ้าของเราสมัยที่เป็นพราหมณ์มหาโควินทพราหมณ์ถามสนังกุมารพรหมว่าจะทำอย่างไร ธรรมะอะไรจะให้เข้าถึงพรหมโลกอันเป็นอมตะได้กลิ่นชั่วร้ายที่สนังกุมารพรหมกล่าวถึง มี 14 อย่างคือ ความโกรธ, พูดเท็จ, ฉ้อโกง, ประทุษร้ายมิตร, ตระหนี่, ดูหมิ่น, ริษยา, ปรารถนาลามก, ลังเลเคลือบแคลง, การเบียดเบียนผู้อื่น, ความโลภอยากได้, ความคิดประทุษร้าย, ความมัวเมา, และความหลง เมื่อมีแล้วจะต้องลงไปอบายอริยมรรคมีองค์ 8 คือ ทางเพื่อให้ถึงความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด รู้ยิ่งรู้พร้อม เพื่อนิพพาน</p><p>ใน มหาโควินทสูตร เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าที่ชาติหนึ่งเคยเกิดเป็น มหาโควินทพราหมณ์ และทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ได้มีการเล่าเรื่องราวครั้งก่อน ๆ ของพระองค์โดยสนังกุมารพรหมว่า  พระพุทธเจ้ามีความเป็นไปอย่างไรในแต่ละชาติ เรื่องราวเหล่านี้เริ่มต้นที่วันออกพรรษาว่า มีการประชุมของเหล่าเทวดา รวมถึงเหล่าเทวดาจตุมหาราชิกาเข้าประชุมในวันนั้นด้วย</p><p>เวลาที่ผู้คนรักษาศีลไปวัด ปฏิบัติธรรม บูชาพระด้วยดอกไม้ ก็จะมีคนที่เก็บดอกไม้ไป นั่นก็คือ “คนธรรพ์” ชื่อปัญจะสิกขะ เปรียบเหมือนการทำบัญชีของคนที่ทำความดี เครื่องบูชาหรือดอกไม้ที่มาจากจิตใจที่ดี ปัญจะสิกขะก็จะไปรับมาจากคนที่ทำความดีและนำไปให้มาตาลีเทพบุตรทราบ แล้วมาตาลีเทพบุตรก็จะนำไปแจ้งกับท้าวสักกะทราบ ถ้ามีมากก็จะทำให้รู้ว่าเทวโลกจะมีคนดี ๆ ขึ้นมาอุบัติขึ้น แล้วในพรรษานั้นมีคนรักษาศีลทำความดีเต็มที่ ทำให้ไปอุบัติไปอยู่บนชั้นดาวดึงส์เป็นจำนวนมาก และสนังกุมารพรหมก็ได้ปรากฏตัวขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สัมมาทิฐิ คือ ความเห็นที่จะทำให้เกิดความสงบระงับของกิเลสที่อยู่ในใจพระพุทธเจ้าของเรามีความพยายามอย่างมากที่หาหนทางที่จะนำไปสู่ความเกษมแก่คนจำนวนมากสนังกุมารพรหม คือ พระนิยตโพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วครั้งหนึ่งสนังกุมารพรหม (พรหมมีอายุขัยยืนยาวนาน) ได้มีโอกาสพบพระพุทธเจ้าของเราสมัยที่เป็นพราหมณ์มหาโควินทพราหมณ์ถามสนังกุมารพรหมว่าจะทำอย่างไร ธรรมะอะไรจะให้เข้าถึงพรหมโลกอันเป็นอมตะได้กลิ่นชั่วร้ายที่สนังกุมารพรหมกล่าวถึง มี 14 อย่างคือ ความโกรธ, พูดเท็จ, ฉ้อโกง, ประทุษร้ายมิตร, ตระหนี่, ดูหมิ่น, ริษยา, ปรารถนาลามก, ลังเลเคลือบแคลง, การเบียดเบียนผู้อื่น, ความโลภอยากได้, ความคิดประทุษร้าย, ความมัวเมา, และความหลง เมื่อมีแล้วจะต้องลงไปอบายอริยมรรคมีองค์ 8 คือ ทางเพื่อให้ถึงความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด รู้ยิ่งรู้พร้อม เพื่อนิพพาน</p><p>ใน มหาโควินทสูตร เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าที่ชาติหนึ่งเคยเกิดเป็น มหาโควินทพราหมณ์ และทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ได้มีการเล่าเรื่องราวครั้งก่อน ๆ ของพระองค์โดยสนังกุมารพรหมว่า  พระพุทธเจ้ามีความเป็นไปอย่างไรในแต่ละชาติ เรื่องราวเหล่านี้เริ่มต้นที่วันออกพรรษาว่า มีการประชุมของเหล่าเทวดา รวมถึงเหล่าเทวดาจตุมหาราชิกาเข้าประชุมในวันนั้นด้วย</p><p>เวลาที่ผู้คนรักษาศีลไปวัด ปฏิบัติธรรม บูชาพระด้วยดอกไม้ ก็จะมีคนที่เก็บดอกไม้ไป นั่นก็คือ “คนธรรพ์” ชื่อปัญจะสิกขะ เปรียบเหมือนการทำบัญชีของคนที่ทำความดี เครื่องบูชาหรือดอกไม้ที่มาจากจิตใจที่ดี ปัญจะสิกขะก็จะไปรับมาจากคนที่ทำความดีและนำไปให้มาตาลีเทพบุตรทราบ แล้วมาตาลีเทพบุตรก็จะนำไปแจ้งกับท้าวสักกะทราบ ถ้ามีมากก็จะทำให้รู้ว่าเทวโลกจะมีคนดี ๆ ขึ้นมาอุบัติขึ้น แล้วในพรรษานั้นมีคนรักษาศีลทำความดีเต็มที่ ทำให้ไปอุบัติไปอยู่บนชั้นดาวดึงส์เป็นจำนวนมาก และสนังกุมารพรหมก็ได้ปรากฏตัวขึ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาโควินทสูตร ตอนที่ 2 6206-4s</title>
			<itunes:title>มหาโควินทสูตร ตอนที่ 2 6206-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 06 Feb 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:51</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/2b53c87d-edf8-4f4e-b73d-aa5400e7bd53/media.mp3" length="24922021" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">2b53c87d-edf8-4f4e-b73d-aa5400e7bd53</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4bf</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW/OM8cWTBh/59vN2oOJBnG]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4bf.jpg"/>
			<description><![CDATA[มหาโควินทสูตร เป็นตอนที่สนังกุมารพรหมได้กล่าวถึง ท่านมหาโควินทฯ ที่เป็นพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ว่าท่านมหาโควินทฯ มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง เพราะเหตุใดท่านมหาโควินทฯ จึงได้ออกบวช และเมื่อตายไปก็ไปจุติบนพรหมโลกพระพุทธเจ้าตรัสกับปัญจะสิกขะถึงพรหมจรรย์เพื่อความเบื่อหน่ายในโลก นั่นคือ มรรค 8 ที่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดและตรัสรู้เพื่อนิพพาน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มหาโควินทสูตร เป็นตอนที่สนังกุมารพรหมได้กล่าวถึง ท่านมหาโควินทฯ ที่เป็นพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ว่าท่านมหาโควินทฯ มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง เพราะเหตุใดท่านมหาโควินทฯ จึงได้ออกบวช และเมื่อตายไปก็ไปจุติบนพรหมโลกพระพุทธเจ้าตรัสกับปัญจะสิกขะถึงพรหมจรรย์เพื่อความเบื่อหน่ายในโลก นั่นคือ มรรค 8 ที่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดและตรัสรู้เพื่อนิพพาน<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาโควินทสูตร ตอนที่ 1 6206-3s</title>
			<itunes:title>มหาโควินทสูตร ตอนที่ 1 6206-3s</itunes:title>
			<pubDate>Tue, 05 Feb 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/4b7569a3-8134-48ef-a491-aa5400e7bd53/media.mp3" length="25251738" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4b7569a3-8134-48ef-a491-aa5400e7bd53</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c0</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXd0w9A+DVWT+1g+Il2cjUx]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c0.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหาโควินทสูตร เป็นพระสูตรที่ปรารภเหล่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่นั่งประชุมกันในสุธรรมาสภา ท้าวสักกะจอมเทพทรงยกพระคุณตามที่มีจริง 8 ประการของพระผู้มีพระภาคขึ้นแสดงแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ประกอบด้วย 1) ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลกฯ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย 2) พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ตรัสดีแล้วฯ 3) ทรงบัญญัติไว้ดีแล้วว่านี้กุศล มีโทษ/ไม่มีโทษ ควรเสพ/ไม่ควรเสพ เลว/ประณีตส่วนเทียบธรรมดำและธรรมขาว 4) ทรงบัญญัตินิพพานคามินีปฏิปทา 5) ทรงเป็นผู้ยินดีอยู่พระองค์เดียว 6) ทรงปราศจากความเมาเสวยพระกระยาหาร 7) ทรงตรัสอย่างใดทำอย่างนั้น ทำอย่างใดตรัสอย่างนั้น และ 8) ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว ปราศจากความคลางแคลง มีความดำริถึงที่สุด</p><p>Time index</p><p>[05.22] พระคุณตามความเป็นจริง 8 ประการ</p><p>[18.25] เรื่องสนังกุมารพรหม</p><p>[28.52] อธิบายพระสูตรช่วงที่ 1 “พระคุณตามความเป็นจริง 8 ประการ”</p><p>[36.28] ท้าวสักกะเทวราช กล่าวสุนทรพจน์ว่า “..ที่เหล่าพวกเทพมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ เพราะพระผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน..” เพราะมีความดีของพระตถาคตและความดีของพระธรรม</p><p>[47.06] มรรคกับนิพพาน ทางที่ให้ไปถึง คือ มรรคกับนิพพาน มันเชื่อมกันอย่างดี</p><p>[50.22] พระพุทธเจ้าหมดสิ้นความสงสัย (วิจิกิจฉา) รู้หมดทุกอย่าง รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหาโควินทสูตร เป็นพระสูตรที่ปรารภเหล่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่นั่งประชุมกันในสุธรรมาสภา ท้าวสักกะจอมเทพทรงยกพระคุณตามที่มีจริง 8 ประการของพระผู้มีพระภาคขึ้นแสดงแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ประกอบด้วย 1) ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลกฯ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย 2) พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ตรัสดีแล้วฯ 3) ทรงบัญญัติไว้ดีแล้วว่านี้กุศล มีโทษ/ไม่มีโทษ ควรเสพ/ไม่ควรเสพ เลว/ประณีตส่วนเทียบธรรมดำและธรรมขาว 4) ทรงบัญญัตินิพพานคามินีปฏิปทา 5) ทรงเป็นผู้ยินดีอยู่พระองค์เดียว 6) ทรงปราศจากความเมาเสวยพระกระยาหาร 7) ทรงตรัสอย่างใดทำอย่างนั้น ทำอย่างใดตรัสอย่างนั้น และ 8) ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว ปราศจากความคลางแคลง มีความดำริถึงที่สุด</p><p>Time index</p><p>[05.22] พระคุณตามความเป็นจริง 8 ประการ</p><p>[18.25] เรื่องสนังกุมารพรหม</p><p>[28.52] อธิบายพระสูตรช่วงที่ 1 “พระคุณตามความเป็นจริง 8 ประการ”</p><p>[36.28] ท้าวสักกะเทวราช กล่าวสุนทรพจน์ว่า “..ที่เหล่าพวกเทพมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ เพราะพระผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน..” เพราะมีความดีของพระตถาคตและความดีของพระธรรม</p><p>[47.06] มรรคกับนิพพาน ทางที่ให้ไปถึง คือ มรรคกับนิพพาน มันเชื่อมกันอย่างดี</p><p>[50.22] พระพุทธเจ้าหมดสิ้นความสงสัย (วิจิกิจฉา) รู้หมดทุกอย่าง รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ยักษ์ชื่อชนวสภ 6205-5s</title>
			<itunes:title>ยักษ์ชื่อชนวสภ 6205-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 31 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:42</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/8d8e62fa-3fdc-4d16-9dfb-aa5400e7bd4e/media.mp3" length="24849073" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8d8e62fa-3fdc-4d16-9dfb-aa5400e7bd4e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c1</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW+7Mp5PDC86rZHhgBisvoO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c1.jpg"/>
			<description><![CDATA[พระพุทธเจ้าเป็นครูผู้สอนของเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลายพระเจ้าพิมพิสารไปเกิดเป็น ชนวสภยักษ์ (บริวารของท้าวเวสสุวรรณ) มีคุณธรรมขั้นสกทาคามีเสียงของพรหมมีคุณสมบัติ 8 อย่าง คือ แจ่มใส, ชัดเจน, นุ่มนวล, น่าฟัง, เสียงกลมกล่อม, เสียงไม่แตกพร่า, มีความลึกซึ้ง , ไม่แตกพร่าสนังกุมารพรหม คือ โพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์แล้วว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้าชาวมคธมีคติที่ไปเป็นโสดาบันอยู่บนสวรรค์ถึง 2,400,000<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[พระพุทธเจ้าเป็นครูผู้สอนของเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลายพระเจ้าพิมพิสารไปเกิดเป็น ชนวสภยักษ์ (บริวารของท้าวเวสสุวรรณ) มีคุณธรรมขั้นสกทาคามีเสียงของพรหมมีคุณสมบัติ 8 อย่าง คือ แจ่มใส, ชัดเจน, นุ่มนวล, น่าฟัง, เสียงกลมกล่อม, เสียงไม่แตกพร่า, มีความลึกซึ้ง , ไม่แตกพร่าสนังกุมารพรหม คือ โพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์แล้วว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้าชาวมคธมีคติที่ไปเป็นโสดาบันอยู่บนสวรรค์ถึง 2,400,000<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ชนวสภสูตร 6205-4s</title>
			<itunes:title>ชนวสภสูตร 6205-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 30 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:16</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a66530ac-5607-4543-a6a8-aa5400e7bd49/media.mp3" length="26570164" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a66530ac-5607-4543-a6a8-aa5400e7bd49</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c2</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnV9LWWRjsfEi8oJZ0xbXJ0x]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c2.jpg"/>
			<description><![CDATA[ชนวสภสูตร พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์หมู่บ้านชาวนาทิกคามว่ามีคติที่ไปอย่างไร พระอานนท์จึงสงสัยว่าเหตุใดพระองค์ไม่ทรงพยากรณ์ชาวมคธผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัยที่ล่วงลับเหล่านั้นชนวสยักษ์มีความเกี่ยวพันกับพระเจ้าพิมพิสารอย่างไรการเจริญอิทธิบาท 4 ประกอบด้วย ฉันทสมาธิปธานสังขาร(สมาธิที่เกิดจากฉันทะและความเพียรสร้างสรรค์), วิริยสมาธิปธานสังขาร (สมาธิที่เกิดจากวิริยะและความเพียรสร้างสรรค์), จิตตสมาธิปธานสังขาร (สมาธิที่เกิดจากจิตตะและความเพียรสร้างสรรค์), วิมังสาสมาธิปธานสังขาร (สมาธิที่เกิดจากวิมังสาและความเพียรสร้างสรรค์)<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ชนวสภสูตร พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์หมู่บ้านชาวนาทิกคามว่ามีคติที่ไปอย่างไร พระอานนท์จึงสงสัยว่าเหตุใดพระองค์ไม่ทรงพยากรณ์ชาวมคธผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัยที่ล่วงลับเหล่านั้นชนวสยักษ์มีความเกี่ยวพันกับพระเจ้าพิมพิสารอย่างไรการเจริญอิทธิบาท 4 ประกอบด้วย ฉันทสมาธิปธานสังขาร(สมาธิที่เกิดจากฉันทะและความเพียรสร้างสรรค์), วิริยสมาธิปธานสังขาร (สมาธิที่เกิดจากวิริยะและความเพียรสร้างสรรค์), จิตตสมาธิปธานสังขาร (สมาธิที่เกิดจากจิตตะและความเพียรสร้างสรรค์), วิมังสาสมาธิปธานสังขาร (สมาธิที่เกิดจากวิมังสาและความเพียรสร้างสรรค์)<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>พระเจ้ามหาสุทัศน์ 6204-5s</title>
			<itunes:title>พระเจ้ามหาสุทัศน์ 6204-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 24 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/3fc46344-7609-4a01-99d2-aa5400e7bd4e/media.mp3" length="25711747" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3fc46344-7609-4a01-99d2-aa5400e7bd4e</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c3</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWYU8SVdABkT/W2oOvbBOBX]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c3.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สิ่งทั้งปวงที่อาศัยเหตุปัจจัยในการเกิด ย่อมมีการปรุงแต่งและมีความเป็นอนัตตาด้วยกันทั้งสิ้นพระเจ้าจักรพรรดิเป็นได้ด้วยการทำบุญกุศลในปางก่อน และมีรัตนะ 7 ประการเป็นของคู่บารมี</p><p>"สังขารทั้งหลายมันไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัยและการอาศัยเหตุปัจจัย ปรุงแต่งขึ้นมาก็เป็นความไม่เที่ยง มีความเป็นอนัตตา ไม่ว่าจะเป็นของใหญ่ – เล็ก ของแข็ง – เหลว นามหรือรูป เกิดขึ้นทางกาย วาจา หรือทางใจ จะในที่ใกล้หรือที่ไกล ของหยาบ กลาง ละเอียด หรือ ประณีตล้วนปรุงแต่งโดยอาศัยเหตุปัจจัยด้วยกันทั้งสิ้น สิ่งที่มีความไม่เที่ยงเราไม่สามารถที่จะเข้าไปยึดมั่นถือมั่น ย่อมทำไม่ได้เพราะถ้าเราไปยึดถือก็จะเกิดปัญหากับตัวเองทันที อย่างเราจะไม่หาแก่นไม้ในต้นกล้วยก็ย่อมที่จะหาไม่เจอ เพราะมันไม่มี ฉะนั้นจะหาสาระแก่นสารในของที่ไม่เที่ยงย่อมหาไม่ได้"</p><p>ใน มหาสุทัสสนสูตร กล่าวถึงพระเจ้ามหาสุทัสน์ เป็นตอนที่พระพุทธเจ้ากำลังประทับสีหไสยาสน์ ณ ต้นสาละคู่ (เป็นการนอนครั้งสุดท้ายจะไม่ลุกขึ้น) เมื่อนอนแล้วก็ได้เล่าเนื้อความเรื่องพระเจ้ามหาสุทัสน์ มีเมืองที่เป็นราชธานีชื่อเมืองกุสาวดีซึ่งเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่มาก </p><p>พระพุทธเจ้าได้ปรารภถึงคทาชายนายหนึ่ง ชายคนนี้เกิดอยู่ในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะ  ชายคนนี้หาเลี้ยงชีพด้วยการหาของป่า มีครั้งหนึ่งเข้าป่าไปพบพระรูปหนึ่งก็เกิดเลื่อมใสก็เข้าไปกราบและสร้างสิ่งปลูกสร้างให้ท่านอยู่เป็นที่เป็นทาง พอพระรูปนี้ไปออกบิณฑบาตร ชายคนนี้ก็ขนไม้ ดินเหนียว เพื่อก่อเป็นบรรณศาลามีที่นั่ง มีกำแพง ทำทางจงกรมอย่างดี พอพระรูปนั้นกลับมาเห็นทางจงกรมเห็นบรรณศาลาที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี เมื่อพิจารณาว่าสามารถใช้ได้ไม่เกินฐานะของสมณะ ชายคนนั้นก็ดีใจ และกราบนิมนต์ให้พระเถระไปรับภัตตาหารที่บ้านของเขา และได้ขุดสระขึ้นใบหนึ่ง ซึ่งสัตว์ก็มาใช้น้ำในสระนี้บ้าง ชายคนนี้เลยไปสร้างรั้วและปลูกต้นตาลเป็นแนวกำแพงธรรมชาติ บริเวณทางจงกรมที่สัตว์มาทำเปรอะเปื้อนก็ได้จัดการดูแลล้อมรั้วอย่างดี และดูและเครื่องใช้สอยของพระเถระรูปนั้นอย่างดี ด้วยการทำทานครั้งนี้ทำให้ได้ครองความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิชื่อพระเจ้ามหาสุทัสน์ มีเมืองกุสาวดีเป็นราชธานี และชายผู้นั้นก็คือพระพุทธเจ้าของเรานี่เอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สิ่งทั้งปวงที่อาศัยเหตุปัจจัยในการเกิด ย่อมมีการปรุงแต่งและมีความเป็นอนัตตาด้วยกันทั้งสิ้นพระเจ้าจักรพรรดิเป็นได้ด้วยการทำบุญกุศลในปางก่อน และมีรัตนะ 7 ประการเป็นของคู่บารมี</p><p>"สังขารทั้งหลายมันไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัยและการอาศัยเหตุปัจจัย ปรุงแต่งขึ้นมาก็เป็นความไม่เที่ยง มีความเป็นอนัตตา ไม่ว่าจะเป็นของใหญ่ – เล็ก ของแข็ง – เหลว นามหรือรูป เกิดขึ้นทางกาย วาจา หรือทางใจ จะในที่ใกล้หรือที่ไกล ของหยาบ กลาง ละเอียด หรือ ประณีตล้วนปรุงแต่งโดยอาศัยเหตุปัจจัยด้วยกันทั้งสิ้น สิ่งที่มีความไม่เที่ยงเราไม่สามารถที่จะเข้าไปยึดมั่นถือมั่น ย่อมทำไม่ได้เพราะถ้าเราไปยึดถือก็จะเกิดปัญหากับตัวเองทันที อย่างเราจะไม่หาแก่นไม้ในต้นกล้วยก็ย่อมที่จะหาไม่เจอ เพราะมันไม่มี ฉะนั้นจะหาสาระแก่นสารในของที่ไม่เที่ยงย่อมหาไม่ได้"</p><p>ใน มหาสุทัสสนสูตร กล่าวถึงพระเจ้ามหาสุทัสน์ เป็นตอนที่พระพุทธเจ้ากำลังประทับสีหไสยาสน์ ณ ต้นสาละคู่ (เป็นการนอนครั้งสุดท้ายจะไม่ลุกขึ้น) เมื่อนอนแล้วก็ได้เล่าเนื้อความเรื่องพระเจ้ามหาสุทัสน์ มีเมืองที่เป็นราชธานีชื่อเมืองกุสาวดีซึ่งเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่มาก </p><p>พระพุทธเจ้าได้ปรารภถึงคทาชายนายหนึ่ง ชายคนนี้เกิดอยู่ในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะ  ชายคนนี้หาเลี้ยงชีพด้วยการหาของป่า มีครั้งหนึ่งเข้าป่าไปพบพระรูปหนึ่งก็เกิดเลื่อมใสก็เข้าไปกราบและสร้างสิ่งปลูกสร้างให้ท่านอยู่เป็นที่เป็นทาง พอพระรูปนี้ไปออกบิณฑบาตร ชายคนนี้ก็ขนไม้ ดินเหนียว เพื่อก่อเป็นบรรณศาลามีที่นั่ง มีกำแพง ทำทางจงกรมอย่างดี พอพระรูปนั้นกลับมาเห็นทางจงกรมเห็นบรรณศาลาที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี เมื่อพิจารณาว่าสามารถใช้ได้ไม่เกินฐานะของสมณะ ชายคนนั้นก็ดีใจ และกราบนิมนต์ให้พระเถระไปรับภัตตาหารที่บ้านของเขา และได้ขุดสระขึ้นใบหนึ่ง ซึ่งสัตว์ก็มาใช้น้ำในสระนี้บ้าง ชายคนนี้เลยไปสร้างรั้วและปลูกต้นตาลเป็นแนวกำแพงธรรมชาติ บริเวณทางจงกรมที่สัตว์มาทำเปรอะเปื้อนก็ได้จัดการดูแลล้อมรั้วอย่างดี และดูและเครื่องใช้สอยของพระเถระรูปนั้นอย่างดี ด้วยการทำทานครั้งนี้ทำให้ได้ครองความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิชื่อพระเจ้ามหาสุทัสน์ มีเมืองกุสาวดีเป็นราชธานี และชายผู้นั้นก็คือพระพุทธเจ้าของเรานี่เอง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาสุทัสสนสูตร 6204-4s</title>
			<itunes:title>มหาสุทัสสนสูตร 6204-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 23 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:03:01</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/8ffce6a5-9592-4099-ba5b-aa5400e7bd40/media.mp3" length="30283115" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">8ffce6a5-9592-4099-ba5b-aa5400e7bd40</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c4</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVZDKHyMkYMzElZDUKWv8aR]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c4.jpg"/>
			<description><![CDATA[มหาสุทัสสนสูตร เป็นพระสูตรที่เกิดในช่วงที่พระพุทธเจ้าใกล้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานที่ เขตกรุงกุสินารา อันเป็นเมืองเล็กพระพุทธเจ้าเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของนครแห่งนี้ที่เคยยิ่งใหญ่ มีพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า “มหาสุทัสสนะ” กำแพงเมืองของพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์นี้มีถึง 7 ชั้น แต่ละชั้นแบ่งเป็นกำแพงทอง กำแพงแก้วผลึก กำแพงแก้วโกเมน กำแพงบุษราคัม ฯพระมหาสุทัสสนผู้ยิ่งใหญ่ก็คือ พระพุทธเจ้า ,พระนคร 84,000 มีเมืองกุสาวดีราชธานีเป็นเมืองเอกพระพุทธเจ้าทรงตรัสพระคาถาสำคัญไว้ดังนี้ว่า “สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา บังเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป การเข้าไประงับสังขาร เหล่านั้นเสียได้เป็นความสุข”<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[มหาสุทัสสนสูตร เป็นพระสูตรที่เกิดในช่วงที่พระพุทธเจ้าใกล้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานที่ เขตกรุงกุสินารา อันเป็นเมืองเล็กพระพุทธเจ้าเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของนครแห่งนี้ที่เคยยิ่งใหญ่ มีพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า “มหาสุทัสสนะ” กำแพงเมืองของพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์นี้มีถึง 7 ชั้น แต่ละชั้นแบ่งเป็นกำแพงทอง กำแพงแก้วผลึก กำแพงแก้วโกเมน กำแพงบุษราคัม ฯพระมหาสุทัสสนผู้ยิ่งใหญ่ก็คือ พระพุทธเจ้า ,พระนคร 84,000 มีเมืองกุสาวดีราชธานีเป็นเมืองเอกพระพุทธเจ้าทรงตรัสพระคาถาสำคัญไว้ดังนี้ว่า “สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา บังเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป การเข้าไประงับสังขาร เหล่านั้นเสียได้เป็นความสุข”<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>การบรรลุธรรมของพระราหุล 6203-4s</title>
			<itunes:title>การบรรลุธรรมของพระราหุล 6203-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 16 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/ab284129-7a54-4740-b853-aa5400e7bd40/media.mp3" length="27456111" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">ab284129-7a54-4740-b853-aa5400e7bd40</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c5</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVkdW4KXmQqMrxv9+JR+TZ/]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c5.jpg"/>
			<description><![CDATA[ใน จูฬราหุโลวาทสูตร (๑๒๕) , มหาราหุโลวาทสูตร , จูฬราหุโลวาทสูตร (๗๙๕) ทั้ง 3 พระสูตรนี้ได้กล่าวถึงตอนที่พระพุทธเจ้าเทศน์สอนท่านราหุลตั้งแต่ยังเป็นสามเณรน้อย จนถึงกระทั่งตอน บรรลุธรรมสิ้นอาสวะเป็นพระอรหันต์พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นโทษภัยของการไม่สำรวมในคำพูดแก่พระราหุล , ชี้แนะแนวทางให้พิจารณาเห็นความไม่สวยงามในรูป พิจารณาให้ละเอียดถึงความเป็นธาตุ 5 (ดิน น้ำ ไฟ ลม และ อากาสธาตุ), อานาปานสติ ฯณ ที่ป่าอัมพลัฏฐิกา ในนครสาวัตถี “พ่อสอนลูก” คือ พระพุทธเจ้าสอนท่านพระราหุล มีเทวดาร่วมกันเข้าไปฟังด้วยติวเข้มกันอยู่ด้วยคำถามนี้รวม 90 รอบ ถามในหมวดธรรมะอายตนะภายในทั้ง 6, อายตนะภายนอกทั้ง 6, วิญญาณทั้ง 6, ผัสสะทั้ง 6, สัญญา, เวทนา, สังขาร, วิญญาณ, ขันธ์ 5 ร่วมกับอายตนะ 6 ทั้งภายในภายนอก ว่ามันเที่ยงไหม? จนพระราหุลเบื่อหน่ายละอาสวะทั้งหมดในที่นั่น<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[ใน จูฬราหุโลวาทสูตร (๑๒๕) , มหาราหุโลวาทสูตร , จูฬราหุโลวาทสูตร (๗๙๕) ทั้ง 3 พระสูตรนี้ได้กล่าวถึงตอนที่พระพุทธเจ้าเทศน์สอนท่านราหุลตั้งแต่ยังเป็นสามเณรน้อย จนถึงกระทั่งตอน บรรลุธรรมสิ้นอาสวะเป็นพระอรหันต์พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นโทษภัยของการไม่สำรวมในคำพูดแก่พระราหุล , ชี้แนะแนวทางให้พิจารณาเห็นความไม่สวยงามในรูป พิจารณาให้ละเอียดถึงความเป็นธาตุ 5 (ดิน น้ำ ไฟ ลม และ อากาสธาตุ), อานาปานสติ ฯณ ที่ป่าอัมพลัฏฐิกา ในนครสาวัตถี “พ่อสอนลูก” คือ พระพุทธเจ้าสอนท่านพระราหุล มีเทวดาร่วมกันเข้าไปฟังด้วยติวเข้มกันอยู่ด้วยคำถามนี้รวม 90 รอบ ถามในหมวดธรรมะอายตนะภายในทั้ง 6, อายตนะภายนอกทั้ง 6, วิญญาณทั้ง 6, ผัสสะทั้ง 6, สัญญา, เวทนา, สังขาร, วิญญาณ, ขันธ์ 5 ร่วมกับอายตนะ 6 ทั้งภายในภายนอก ว่ามันเที่ยงไหม? จนพระราหุลเบื่อหน่ายละอาสวะทั้งหมดในที่นั่น<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โทษภัยของลาภสักการะ 6202-4s</title>
			<itunes:title>โทษภัยของลาภสักการะ 6202-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 09 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/29435cd4-c66d-44ec-9682-aa5400e7bd3b/media.mp3" length="26898337" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">29435cd4-c66d-44ec-9682-aa5400e7bd3b</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXHlcJ2NJytTjtAfJo9zp5t]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c6.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>คนที่มีการได้เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ เรื่องดี ๆ ในชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการได้ลาภมาแล้วนั่นคือบุญของเรา นั่นคือดีแล้ว อย่าให้เสื่อมฉิบหาย ถอยหลังลง อย่าให้มันดึงเราลงต่ำ สิ่งที่เป็นตัวดึงให้เราลงต่ำอยู่ในลาภสักการะก็คือความกำหนัด ความพอใจยินดีในการได้ในสิ่งนั้นแม้ว่าสิ่งนั้นจะมีค่าน้อยก็ตาม</p><p>การข้องนั้น คือ นันทิราคะที่ทำให้เกิดความพินาศด้วยตัณหาราคะ แล้วถ้ามันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะพบแต่ความฉิบหายแน่นอน ตัณหาเป็นสิ่งไม่ดี แม้แต่การทำดีที่เป็นกุศลธรรมถ้าไม่ระวังให้ดีก็มีตัณหาเข้าไปติดได้ ลาภสักการะและชื่อเสียงสรรเสริญเยินยอ เปรียบเหมือนสุนัขขี้เรื้อน, เต่าติดชนัก, ปลากลืนเบ็ด,ตัวกังสฬกะซึ่งกินคูถ</p><p>สายเส้นที่ทำให้ติดในตัณหาได้ คือ นันทิราคะที่ทำให้เกิดความพอใจในลาภสักการะ เหมือนพรานที่ปลูกผักเพื่อวางเหยื่อให้กวางมากิน เหมือนเราที่เกิดมาในโลกที่เป็นภพแห่งกามที่มีความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่เป็นเหยื่อล่อของนายพรานซึ่งคือมารผู้ใจบาปทำให้เราเสื่อมถอยในความดี กลายเป็นคนถอยคนถ่อยเสื่อมลงเพราะกับดักของมาร แล้วถ้าเรายิ่งไม่เห็นทุกข์โทษที่ซ่อนอยู่เราก็จะเพลิน หลงติดกับดักของมาร</p><p>ให้มีสติแน่วแน่ในสามัญญผล ในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้ตั้งความเพียรเต็มที่ ให้มีเป้าหมายในชีวิตที่ไม่ใช่ชื่อเสียงเงินทองเกียรติยศ แต่ให้หวังในการทำความดีเล็งไปที่สามัญญผลที่จะได้และจะไม่เป็นภัยอันตรายห่อหุ้มจิตได้ เราจะพ้นภัยในวัฏฏะได้ก็ด้วยการมีความเพียรให้มีการทำจริงแน่วแน่จริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>คนที่มีการได้เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ เรื่องดี ๆ ในชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการได้ลาภมาแล้วนั่นคือบุญของเรา นั่นคือดีแล้ว อย่าให้เสื่อมฉิบหาย ถอยหลังลง อย่าให้มันดึงเราลงต่ำ สิ่งที่เป็นตัวดึงให้เราลงต่ำอยู่ในลาภสักการะก็คือความกำหนัด ความพอใจยินดีในการได้ในสิ่งนั้นแม้ว่าสิ่งนั้นจะมีค่าน้อยก็ตาม</p><p>การข้องนั้น คือ นันทิราคะที่ทำให้เกิดความพินาศด้วยตัณหาราคะ แล้วถ้ามันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะพบแต่ความฉิบหายแน่นอน ตัณหาเป็นสิ่งไม่ดี แม้แต่การทำดีที่เป็นกุศลธรรมถ้าไม่ระวังให้ดีก็มีตัณหาเข้าไปติดได้ ลาภสักการะและชื่อเสียงสรรเสริญเยินยอ เปรียบเหมือนสุนัขขี้เรื้อน, เต่าติดชนัก, ปลากลืนเบ็ด,ตัวกังสฬกะซึ่งกินคูถ</p><p>สายเส้นที่ทำให้ติดในตัณหาได้ คือ นันทิราคะที่ทำให้เกิดความพอใจในลาภสักการะ เหมือนพรานที่ปลูกผักเพื่อวางเหยื่อให้กวางมากิน เหมือนเราที่เกิดมาในโลกที่เป็นภพแห่งกามที่มีความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่เป็นเหยื่อล่อของนายพรานซึ่งคือมารผู้ใจบาปทำให้เราเสื่อมถอยในความดี กลายเป็นคนถอยคนถ่อยเสื่อมลงเพราะกับดักของมาร แล้วถ้าเรายิ่งไม่เห็นทุกข์โทษที่ซ่อนอยู่เราก็จะเพลิน หลงติดกับดักของมาร</p><p>ให้มีสติแน่วแน่ในสามัญญผล ในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้ตั้งความเพียรเต็มที่ ให้มีเป้าหมายในชีวิตที่ไม่ใช่ชื่อเสียงเงินทองเกียรติยศ แต่ให้หวังในการทำความดีเล็งไปที่สามัญญผลที่จะได้และจะไม่เป็นภัยอันตรายห่อหุ้มจิตได้ เราจะพ้นภัยในวัฏฏะได้ก็ด้วยการมีความเพียรให้มีการทำจริงแน่วแน่จริง</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สันทกปริพาชก 6201-5s</title>
			<itunes:title>สันทกปริพาชก 6201-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 03 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>52:58</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/24d0690f-5985-4b36-b495-aa5400e7bd36/media.mp3" length="25458453" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">24d0690f-5985-4b36-b495-aa5400e7bd36</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c7</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUCXlpHMizjhReQ0nFM+l9S]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c7.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ผู้หากเราเบื่อในการฟังธรรมะ ขอให้อดทน เพราะการอดทนฟังธรรมไปเรื่อย ๆ จะทำให้จิตของเราเป็นสมาธิ และจะเข้าใจแตกฉานในธรรมะมากขึ้นการฟังธรรมด้วยความมึนตึง ไม่เข้าใจ ไม่ลงใจ จะทำให้การประพฤติปฏิบัติเกิดขึ้นได้ยากและก้าวหน้าได้ยากสันทกสูตร มีธรรมะประการสำคัญอยู่ 3 หมวดซึ่งเป็นเรื่องของการประพฤติพรหมจรรย์ทั้งสิ้น ทั้ง 3 หมวดนี้ ได้แก่อะไรบ้าง?พระพุทธเจ้าผู้เป็นสัพพัญญูรู้หมดในทุกสิ่งทุกอย่าง และปฏิญญาความรู้นั้นเฉพาะเวลาที่ท่านไปตรวจสอบเท่านั้น นอกจากนี้ พระพุทธเจ้าจะใช้สัพพัญญูของท่านบอกสอนเฉพาะเรื่องดับทุกข์</p><p>สันทกสูตร เป็นเรื่องราวระหว่างสันทกปริพาชกกับท่านพระอานนท์ ณ เมืองโกสัมพีซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของพุทธคยา (สถานที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้) มีวัดสำคัญคือวัดโฆสิตาราม สร้างโดยโฆสกเศรษฐี ที่เมืองนั้นมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่งที่มักจะถูกน้ำท่วมฤดูฝน แต่เมื่อหมดฤดูฝนก็สามารถเข้าไปอาศัยพักร้อนได้ พวกปริพาชกกลุ่มหนึ่งรวมถึงสันทกปริพาชกด้วยก็ได้เข้าไปพักในถ้ำแห่งนี้ เวลาน้ำมันเซาะเข้าไปในถ้ำก็เกิดโพรงขึ้นมา ชาวบ้านก็เข้าไปทำอุโมงค์ทำพื้นและผนังเอาไว้อย่างดี ทีนี้เมื่อข่าวแพร่ออกไปท่านพระอานนท์จึงชวนเพื่อนพระภิกษุไปดูถ้ำแห่งนี้เพื่อไปดูความไม่เที่ยงของสถานที่แห่งนั้น เมื่อสันทกปริพาชกและเพื่อนซึ่งกำลังพูดเรื่องติรัจฉานกถา เห็นท่านพระอานนท์และหมู่บริษัทก็ได้เชื้อเชิญเข้ามาและทักทายกันพอที่ระลึกถึงกันแล้ว สันทกปริพาชกจึงถามท่านพระอานนท์ว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องอะไรบ้าง พระอานนท์จึงแจกแจงว่าประกาศธรรมไว้ 3 หมวด (ในพระสูตรนี้) ซึ่งเป็นเรื่องของการประพฤติพรหมจรรย์ทั้งสิ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ผู้หากเราเบื่อในการฟังธรรมะ ขอให้อดทน เพราะการอดทนฟังธรรมไปเรื่อย ๆ จะทำให้จิตของเราเป็นสมาธิ และจะเข้าใจแตกฉานในธรรมะมากขึ้นการฟังธรรมด้วยความมึนตึง ไม่เข้าใจ ไม่ลงใจ จะทำให้การประพฤติปฏิบัติเกิดขึ้นได้ยากและก้าวหน้าได้ยากสันทกสูตร มีธรรมะประการสำคัญอยู่ 3 หมวดซึ่งเป็นเรื่องของการประพฤติพรหมจรรย์ทั้งสิ้น ทั้ง 3 หมวดนี้ ได้แก่อะไรบ้าง?พระพุทธเจ้าผู้เป็นสัพพัญญูรู้หมดในทุกสิ่งทุกอย่าง และปฏิญญาความรู้นั้นเฉพาะเวลาที่ท่านไปตรวจสอบเท่านั้น นอกจากนี้ พระพุทธเจ้าจะใช้สัพพัญญูของท่านบอกสอนเฉพาะเรื่องดับทุกข์</p><p>สันทกสูตร เป็นเรื่องราวระหว่างสันทกปริพาชกกับท่านพระอานนท์ ณ เมืองโกสัมพีซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของพุทธคยา (สถานที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้) มีวัดสำคัญคือวัดโฆสิตาราม สร้างโดยโฆสกเศรษฐี ที่เมืองนั้นมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่งที่มักจะถูกน้ำท่วมฤดูฝน แต่เมื่อหมดฤดูฝนก็สามารถเข้าไปอาศัยพักร้อนได้ พวกปริพาชกกลุ่มหนึ่งรวมถึงสันทกปริพาชกด้วยก็ได้เข้าไปพักในถ้ำแห่งนี้ เวลาน้ำมันเซาะเข้าไปในถ้ำก็เกิดโพรงขึ้นมา ชาวบ้านก็เข้าไปทำอุโมงค์ทำพื้นและผนังเอาไว้อย่างดี ทีนี้เมื่อข่าวแพร่ออกไปท่านพระอานนท์จึงชวนเพื่อนพระภิกษุไปดูถ้ำแห่งนี้เพื่อไปดูความไม่เที่ยงของสถานที่แห่งนั้น เมื่อสันทกปริพาชกและเพื่อนซึ่งกำลังพูดเรื่องติรัจฉานกถา เห็นท่านพระอานนท์และหมู่บริษัทก็ได้เชื้อเชิญเข้ามาและทักทายกันพอที่ระลึกถึงกันแล้ว สันทกปริพาชกจึงถามท่านพระอานนท์ว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องอะไรบ้าง พระอานนท์จึงแจกแจงว่าประกาศธรรมไว้ 3 หมวด (ในพระสูตรนี้) ซึ่งเป็นเรื่องของการประพฤติพรหมจรรย์ทั้งสิ้น</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>สันทกสูตร 6201-4s</title>
			<itunes:title>สันทกสูตร 6201-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 02 Jan 2019 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:30</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/f75d37ea-e8f7-47e4-9a31-aa5400e7bd36/media.mp3" length="24754395" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">f75d37ea-e8f7-47e4-9a31-aa5400e7bd36</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c8</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXvPqe9zmZF4geZyuZr6wfW]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c8.jpg"/>
			<description><![CDATA[สันทกสูตร เป็นเรื่องราวที่สันทกปริพาชกได้ฟังธรรมเทศนาจากท่านพระอานนท์จนเกิดความแจ่มแจ้ง ชื่นชมยินดีในธรรมะของพระผู้มีพระภาคเจ้าท่านพระอานนท์ได้อธิบายด้วยอุปมาถึงการสิ้นอาสวะ เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ว่ารู้ได้เช่นไรว่าได้สิ้นอาสวะหมดแล้วสภาวะ 7 กอง ที่ไม่มีผู้สร้าง ไม่มีผู้บันดาล ไม่มีผู้เนรมิตร ประกอบด้วย ธาตุดิน ,ธาตุน้ำ ,ธาตุไฟ ,ธาตุลม , กองสุข , กองทุกข์ และ กองชีวะ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[สันทกสูตร เป็นเรื่องราวที่สันทกปริพาชกได้ฟังธรรมเทศนาจากท่านพระอานนท์จนเกิดความแจ่มแจ้ง ชื่นชมยินดีในธรรมะของพระผู้มีพระภาคเจ้าท่านพระอานนท์ได้อธิบายด้วยอุปมาถึงการสิ้นอาสวะ เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ว่ารู้ได้เช่นไรว่าได้สิ้นอาสวะหมดแล้วสภาวะ 7 กอง ที่ไม่มีผู้สร้าง ไม่มีผู้บันดาล ไม่มีผู้เนรมิตร ประกอบด้วย ธาตุดิน ,ธาตุน้ำ ,ธาตุไฟ ,ธาตุลม , กองสุข , กองทุกข์ และ กองชีวะ<hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ธรรมเป็นเหตุให้ทำความเคารพ 6151-5s</title>
			<itunes:title>ธรรมเป็นเหตุให้ทำความเคารพ 6151-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 20 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:02</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/b5cb0997-b2b6-4f63-bc5a-aa5200db7d72/media.mp3" length="27889137" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">b5cb0997-b2b6-4f63-bc5a-aa5200db7d72</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4c9</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVXWOyIEp0FyNeEgI87IzzO]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4c9.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เราต้องมีความเคารพในธรรมะ มีความยำเกรงในธรรมะในผู้สอนคือพระพุทธเจ้า…ไม่ควรย่อหย่อน – เกียจคร้าน เพราะจะทำให้ความเข้าใจของเรามีความกว้างขวาง นี้เป็นเรื่องราวของปริพาชกชื่อ “สกุลุทายี” (อุทายี) ที่ได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า มีใน 2 วาระ</p><p>วาระแรกคือ มหาสกุลุทายิสูตร…เป็นรายละเอียดที่ว่าทำไมสาวกถึงได้ให้ความเคารพ บูชาในพระพุทธเจ้า ส่วนเนื้อหาส่วนที่ 2 อยู่ในจูฬสกุลุทายิสูตรเป็นพระสูตรที่ที่สั้นกว่า มีเนื้อหาเกี่ยวกับขันธ์ในอดีตทั้งเบื้องต้นเบื้องปลาย ซึ่งการที่พระพุทธเจ้าเทศน์โปรดสกุลุทายีก็ทำให้เขาเกิดศรัทธาอยากออกบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เราต้องมีความเคารพในธรรมะ มีความยำเกรงในธรรมะในผู้สอนคือพระพุทธเจ้า…ไม่ควรย่อหย่อน – เกียจคร้าน เพราะจะทำให้ความเข้าใจของเรามีความกว้างขวาง นี้เป็นเรื่องราวของปริพาชกชื่อ “สกุลุทายี” (อุทายี) ที่ได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า มีใน 2 วาระ</p><p>วาระแรกคือ มหาสกุลุทายิสูตร…เป็นรายละเอียดที่ว่าทำไมสาวกถึงได้ให้ความเคารพ บูชาในพระพุทธเจ้า ส่วนเนื้อหาส่วนที่ 2 อยู่ในจูฬสกุลุทายิสูตรเป็นพระสูตรที่ที่สั้นกว่า มีเนื้อหาเกี่ยวกับขันธ์ในอดีตทั้งเบื้องต้นเบื้องปลาย ซึ่งการที่พระพุทธเจ้าเทศน์โปรดสกุลุทายีก็ทำให้เขาเกิดศรัทธาอยากออกบวช</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาสกุลุทายิสูตร 6151-4s</title>
			<itunes:title>มหาสกุลุทายิสูตร 6151-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 19 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>55:16</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/d8727144-cc41-4fa0-a4db-aa5200db7d77/media.mp3" length="26568297" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d8727144-cc41-4fa0-a4db-aa5200db7d77</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4ca</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWMzY/Z5AcxVbUGxi3Uf7i8]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4ca.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหาสกุลุทายิสูตร…กล่าวถึงธรรมอันเป็นเหตุทำให้เกิดความเคารพ  5 ประการ ประกอบด้วย ศีล, การรู้เห็นตามจริง, อธิปัญญา, อริยสัจ 4 และสติปัฏฐาน 4 และธรรมอันเป็นเครื่องส่งเสริมให้เกิดความเคารพ ได้แก่ สัมปทาน 4, อิทธิบาท 4, อินทรีย์ 5,  พละ 5 ฯ</p><p>"…ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงสักการะ เคารพ นับถือ บูชาเรา นอกจากสักการะ เคารพแล้วก็ยังอาศัยเราอยู่ด้วยเข้าใจดังนี้ว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้สงัด และทรงกล่าวสรรเสริญความสงัด’ สาวกทั้งหลายของเราผู้ที่ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ถือเสนาสนะอันสงัดคือป่าชัฏอยู่ ย่อมมาประชุมท่ามกลางสงฆ์เฉพาะเวลาสวดปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือนก็คงจะไม่สักการะ เคารพ นับถือ บูชาเรา แล้วอาศัยเราอยู่โดยธรรมนี้"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหาสกุลุทายิสูตร…กล่าวถึงธรรมอันเป็นเหตุทำให้เกิดความเคารพ  5 ประการ ประกอบด้วย ศีล, การรู้เห็นตามจริง, อธิปัญญา, อริยสัจ 4 และสติปัฏฐาน 4 และธรรมอันเป็นเครื่องส่งเสริมให้เกิดความเคารพ ได้แก่ สัมปทาน 4, อิทธิบาท 4, อินทรีย์ 5,  พละ 5 ฯ</p><p>"…ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงสักการะ เคารพ นับถือ บูชาเรา นอกจากสักการะ เคารพแล้วก็ยังอาศัยเราอยู่ด้วยเข้าใจดังนี้ว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้สงัด และทรงกล่าวสรรเสริญความสงัด’ สาวกทั้งหลายของเราผู้ที่ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ถือเสนาสนะอันสงัดคือป่าชัฏอยู่ ย่อมมาประชุมท่ามกลางสงฆ์เฉพาะเวลาสวดปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือนก็คงจะไม่สักการะ เคารพ นับถือ บูชาเรา แล้วอาศัยเราอยู่โดยธรรมนี้"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ปาสราสิสูตร 6150-5s</title>
			<itunes:title>ปาสราสิสูตร 6150-5s</itunes:title>
			<pubDate>Fri, 14 Dec 2018 13:21:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:56</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/467d6021-537b-450b-a28b-aa5200db7d68/media.mp3" length="27844371" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">467d6021-537b-450b-a28b-aa5200db7d68</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4cb</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWk2OUVUzKQbsz/iGGHqRJw]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4cb.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ปาสราสิ (ปา-สะ-รา-สิ) หมายถึง บ่วงดักสัตว์, บ่วงดักกวางเนื้อทราย ซึ่งถ้าเป็นพระไตรปิฎกในฉบับภาษาอังกฤษก็ใช้ชื่อว่า “การแสวงหาที่ประเสริฐ” หรือ “อริยปริเยสนา” </p><p>การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐในพระสูตรนี้แยกออกมาเป็น 6 ส่วน มีเรื่องของการเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศก ความเศร้าหมอง การที่คนเราไปแสวงหาที่ไม่ประเสริฐเพราะอำนาจความลุ่มหลงในทรัพย์สิน เงิน ทอง เกียรติยศ ชื่อเสีียง ลาภสักการะ</p><p>เมื่อมีการแสวงหาก็มีการได้ เมื่อมีการได้ก็ปลงใจรัก พอปลงใจรักก็มีความลุ่มหลงมัวเมา เมื่อลุ่มหลงมัวเมาก็มีความกำหนัด และเริ่มเกิดความเศร้าหมอง การไปมัวเมาลุ่มหลงในสิ่งที่ทำให้เกิด แก่ เจ็บ ตายอาจทำให้สุข แต่เป็นสุขที่ทำให้เศร้าหมองเราจึงต้องตั้งสติไว้ให้ดี เมื่อเรามีสติและทราบชัดถึงโทษของความเกิด แก่ เจ็บ ตายก็แสวงทางไม่ให้เกิดไม่เจ็บไม่ตายซึ่ง “นิพพาน” จัดเป็นการแสวงหาที่ประเสริฐ เพราะเป็นทางทีี่ทำไม่ให้เกิด แก่ เจ็บ ตายอีก</p><p>ส่วนที่ 2 ของพระสูตรนี้คือ กับดักของนายพราน คือคนที่ต่อให้บวชเข้ามาแล้วแต่ยังชุ่มอยู่ด้วยกามลุ่มหลงความสุขทางหู ทางตาก็ยังได้ชืื่อว่าแสวงหาสิ่งที่ไม่ประเสริฐยังตกอยู่ในบ่วงของมาร เราจะพ้นบ่วงของมารได้ก็ด้วยสมาบัติทั้ง 9 ขั้น ซึ่งถ้าใครมีสมาบัติทั้งหมดนี้ ขึ้นชื่อว่าทำให้มารตาบอด และมารชอบอยู่กับกามมากกว่าในสมาธิ นอกจากนี้สมาบัติทั้ง 9 ยังจะพาเราให้ถึงนิพพานได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ปาสราสิ (ปา-สะ-รา-สิ) หมายถึง บ่วงดักสัตว์, บ่วงดักกวางเนื้อทราย ซึ่งถ้าเป็นพระไตรปิฎกในฉบับภาษาอังกฤษก็ใช้ชื่อว่า “การแสวงหาที่ประเสริฐ” หรือ “อริยปริเยสนา” </p><p>การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐในพระสูตรนี้แยกออกมาเป็น 6 ส่วน มีเรื่องของการเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศก ความเศร้าหมอง การที่คนเราไปแสวงหาที่ไม่ประเสริฐเพราะอำนาจความลุ่มหลงในทรัพย์สิน เงิน ทอง เกียรติยศ ชื่อเสีียง ลาภสักการะ</p><p>เมื่อมีการแสวงหาก็มีการได้ เมื่อมีการได้ก็ปลงใจรัก พอปลงใจรักก็มีความลุ่มหลงมัวเมา เมื่อลุ่มหลงมัวเมาก็มีความกำหนัด และเริ่มเกิดความเศร้าหมอง การไปมัวเมาลุ่มหลงในสิ่งที่ทำให้เกิด แก่ เจ็บ ตายอาจทำให้สุข แต่เป็นสุขที่ทำให้เศร้าหมองเราจึงต้องตั้งสติไว้ให้ดี เมื่อเรามีสติและทราบชัดถึงโทษของความเกิด แก่ เจ็บ ตายก็แสวงทางไม่ให้เกิดไม่เจ็บไม่ตายซึ่ง “นิพพาน” จัดเป็นการแสวงหาที่ประเสริฐ เพราะเป็นทางทีี่ทำไม่ให้เกิด แก่ เจ็บ ตายอีก</p><p>ส่วนที่ 2 ของพระสูตรนี้คือ กับดักของนายพราน คือคนที่ต่อให้บวชเข้ามาแล้วแต่ยังชุ่มอยู่ด้วยกามลุ่มหลงความสุขทางหู ทางตาก็ยังได้ชืื่อว่าแสวงหาสิ่งที่ไม่ประเสริฐยังตกอยู่ในบ่วงของมาร เราจะพ้นบ่วงของมารได้ก็ด้วยสมาบัติทั้ง 9 ขั้น ซึ่งถ้าใครมีสมาบัติทั้งหมดนี้ ขึ้นชื่อว่าทำให้มารตาบอด และมารชอบอยู่กับกามมากกว่าในสมาธิ นอกจากนี้สมาบัติทั้ง 9 ยังจะพาเราให้ถึงนิพพานได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร 6150-4s</title>
			<itunes:title>เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร 6150-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 12 Dec 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>56:28</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/d52c4cd6-cd7e-4e2b-8417-aa5200db7d68/media.mp3" length="27142220" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">d52c4cd6-cd7e-4e2b-8417-aa5200db7d68</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4cc</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXWi9bxWkGeAvD+4A1YpsNn]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4cc.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เสวิตัพพสูตร/เสวิสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อความก้าวหน้าในธรรมะวินัยนี้ คือ มีการพัฒนาขึ้น มีการที่จะปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้นได้ถ้าเราจะให้ศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งเป็นองค์แห่งมรรคของเราให้เจริญขึ้นได้ อย่าไปคบคนที่มีศีล สมาธิ และปัญญาต่ำกว่า แต่ให้คบคนที่มีอย่างน้อยเสมอกับเรา หรือสูงกว่า</p><p>จะคบคนที่มีศีล สมาธิสูงกว่าได้ ควรมีการสักการะเคารพมาก่อน แล้วจึงค่อยเสพคบด้วย เพราะว่าต้องมีการเมตตาอนุเคราะห์กันด้วยใจอันงามตรงนี้ จะมีเมตตา มีความอนุเคราะห์กันได้ ต้องมีจิตใจที่อ่อนนุ่ม นุ่มนวล นอบน้อม พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้ใน ชิคุจฉิตัพพสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรรังเกียจ ไม่ควรคบด้วยเลย</p><p>ศีล สมาธิ ปัญญา ก็คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งการเสพคบกับทั้งบุคคลหรือข้อปฏิบัติเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะทำให้ ศีล สมาธิ ปัญญาของเราดีขึ้น จะสามารถทำให้เกิดผลเป็นความสุขที่เกษมขึ้นมาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เสวิตัพพสูตร/เสวิสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อความก้าวหน้าในธรรมะวินัยนี้ คือ มีการพัฒนาขึ้น มีการที่จะปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้นได้ถ้าเราจะให้ศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งเป็นองค์แห่งมรรคของเราให้เจริญขึ้นได้ อย่าไปคบคนที่มีศีล สมาธิ และปัญญาต่ำกว่า แต่ให้คบคนที่มีอย่างน้อยเสมอกับเรา หรือสูงกว่า</p><p>จะคบคนที่มีศีล สมาธิสูงกว่าได้ ควรมีการสักการะเคารพมาก่อน แล้วจึงค่อยเสพคบด้วย เพราะว่าต้องมีการเมตตาอนุเคราะห์กันด้วยใจอันงามตรงนี้ จะมีเมตตา มีความอนุเคราะห์กันได้ ต้องมีจิตใจที่อ่อนนุ่ม นุ่มนวล นอบน้อม พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้ใน ชิคุจฉิตัพพสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรรังเกียจ ไม่ควรคบด้วยเลย</p><p>ศีล สมาธิ ปัญญา ก็คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งการเสพคบกับทั้งบุคคลหรือข้อปฏิบัติเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะทำให้ ศีล สมาธิ ปัญญาของเราดีขึ้น จะสามารถทำให้เกิดผลเป็นความสุขที่เกษมขึ้นมาได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ภยเภรวสูตร 6148-4s</title>
			<itunes:title>ภยเภรวสูตร 6148-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 28 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:04</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/3f4e5bae-d6cb-4179-bd8c-aa5200db7d64/media.mp3" length="28384373" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">3f4e5bae-d6cb-4179-bd8c-aa5200db7d64</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4cd</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWllfkrrWeBjZtDrL7g/8G9]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4cd.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ภยเภรวสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นภัยและน่าหวาดกลัว…ชาณุโสณีพราหมณ์กราบทูลถามพระพุทธเจ้าด้วยความสงสัยว่า เพื่อนคนหนึ่งของเขาได้มาบวชในคำสอนนีี้ เมื่อตอนที่เป็นคนอยู่ครองเรือน มีความเป็นอยู่หรูหรา ฟู่ฟ่า ฟุ่มเฟือย แต่พอบวชแล้วก็ต้องอยู่ป่าอยู่ในที่สงัด เลยสงสัยว่าจะอยู่กันได้อย่างไร เพราะการอยู่ในป่าอันสงัดเป็นเรื่องที่อยู่ได้ยาก ป่าเหมือนประหนึ่งจะนำใจของคนที่ไม่ได้มีสมาธิกระชากหลุดไปได้</p><p>พระพุทธเจ้าตรัสเหตุแห่งความกลัวมีทั้งหมด 16 อย่างนี้ จัดเป็นอกุศลธรรมที่ควรละ บุคคลเมื่อมีอกุศล 16 อย่างเกิดขึ้น จะทำให้อยู่ในที่สงัด ป่าเปลี่ยวได้ยากและลำบาก จึงต้องรักษากาย วาจา ใจ ให้มีความบริสุทธิ์จึงจะสามารถขจัดอกุศลธรรม 16 อย่างเหล่านี้ได้</p><p>ความกลัวที่ปราศจากเหตุผล เราต้องหามันให้เจอและกำจัดมันออกด้วยกำลังของสมาธิและปัญญา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ภยเภรวสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นภัยและน่าหวาดกลัว…ชาณุโสณีพราหมณ์กราบทูลถามพระพุทธเจ้าด้วยความสงสัยว่า เพื่อนคนหนึ่งของเขาได้มาบวชในคำสอนนีี้ เมื่อตอนที่เป็นคนอยู่ครองเรือน มีความเป็นอยู่หรูหรา ฟู่ฟ่า ฟุ่มเฟือย แต่พอบวชแล้วก็ต้องอยู่ป่าอยู่ในที่สงัด เลยสงสัยว่าจะอยู่กันได้อย่างไร เพราะการอยู่ในป่าอันสงัดเป็นเรื่องที่อยู่ได้ยาก ป่าเหมือนประหนึ่งจะนำใจของคนที่ไม่ได้มีสมาธิกระชากหลุดไปได้</p><p>พระพุทธเจ้าตรัสเหตุแห่งความกลัวมีทั้งหมด 16 อย่างนี้ จัดเป็นอกุศลธรรมที่ควรละ บุคคลเมื่อมีอกุศล 16 อย่างเกิดขึ้น จะทำให้อยู่ในที่สงัด ป่าเปลี่ยวได้ยากและลำบาก จึงต้องรักษากาย วาจา ใจ ให้มีความบริสุทธิ์จึงจะสามารถขจัดอกุศลธรรม 16 อย่างเหล่านี้ได้</p><p>ความกลัวที่ปราศจากเหตุผล เราต้องหามันให้เจอและกำจัดมันออกด้วยกำลังของสมาธิและปัญญา</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA["กาม" เครื่องจองจำของมาร 6147-5s]]></title>
			<itunes:title><![CDATA["กาม" เครื่องจองจำของมาร 6147-5s]]></itunes:title>
			<pubDate>Thu, 22 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:08</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/5a4a6170-a5bb-4af2-b84d-aa5200db7d5f/media.mp3" length="27461910" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">5a4a6170-a5bb-4af2-b84d-aa5200db7d5f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4ce</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXUL31NK9c4PSgk6iPZ4F18]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4ce.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เพราะกามเป็นเหตุ เป็นเครื่องก่อ จึงเวียนเข้าไปหาทุกข์อยู่เรื่อยเพราะกาม ไม่ว่าคนรวย คนจน คนขยัน คนขี้เกียจต้องเกี่ยวข้องและทุกข์เพราะกามทั้งสิ้น เนื่องจากทุกคนต่างมีขันธ์ 5 เป็นกองทุกข์ที่ทำให้เกิดกาม กามมีรสอร่อยมีคุณน้อย มีโทษมาก</p><p>กาม คือ กับดักที่มารวางกับดักเราไว้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย เป็นเพียงกับดักเป็นของลวงโลก</p><p>มรรค 8 จึงเป็นอุบายเครื่องนำออกจากกาม และ เมื่อปฏิบััติตามมรรค 8 เราจะเข้าใจขันธ์ 5 อย่างแท้จริงผู้ที่เข้าใจขันธ์ 5 พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นผู้มองการไกล เพราะจะทำให้เราได้เปรียบในการดำเนินชีวิต เห็นสุขหรือทุกข์ได้อย่างถูกต้องว่ามันเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สามารถอยู่เหนือสุข เหนือทุกข์ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เพราะกามเป็นเหตุ เป็นเครื่องก่อ จึงเวียนเข้าไปหาทุกข์อยู่เรื่อยเพราะกาม ไม่ว่าคนรวย คนจน คนขยัน คนขี้เกียจต้องเกี่ยวข้องและทุกข์เพราะกามทั้งสิ้น เนื่องจากทุกคนต่างมีขันธ์ 5 เป็นกองทุกข์ที่ทำให้เกิดกาม กามมีรสอร่อยมีคุณน้อย มีโทษมาก</p><p>กาม คือ กับดักที่มารวางกับดักเราไว้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย เป็นเพียงกับดักเป็นของลวงโลก</p><p>มรรค 8 จึงเป็นอุบายเครื่องนำออกจากกาม และ เมื่อปฏิบััติตามมรรค 8 เราจะเข้าใจขันธ์ 5 อย่างแท้จริงผู้ที่เข้าใจขันธ์ 5 พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นผู้มองการไกล เพราะจะทำให้เราได้เปรียบในการดำเนินชีวิต เห็นสุขหรือทุกข์ได้อย่างถูกต้องว่ามันเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สามารถอยู่เหนือสุข เหนือทุกข์ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาทุกขักขันธสูตรและจูฬทุกขักขันธสูตร 6147-4s</title>
			<itunes:title>มหาทุกขักขันธสูตรและจูฬทุกขักขันธสูตร 6147-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 21 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>51:48</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/7be04dd0-bdd8-4172-9abf-aa5200db7d5f/media.mp3" length="24901923" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">7be04dd0-bdd8-4172-9abf-aa5200db7d5f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4cf</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXTMx3Im4hbeDJlnrcsAzMr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4cf.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหาทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ใหญ่ กามคุณ 5 เป็นเหตุแห่งทุกข์ เป็นเหตุแห่งการเบียดเบียน,บุคคลผู้มองเห็นคุณและโทษของกามด้วยปัญญาอันชอบจะไม่ถูกกามเคี้ยวกิน, เราควรกำหนดรู้ในโทษของรูป และ เวทนา แล้วทำการถ่ายถอนในรูป – เวทนานั้นได้</p><p>จูฬทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ ว่าด้วยกองทุกข์ ว่าด้วยโทษของกามทั้งหลาย, ทรงปรารภพวกนิครนถ์ที่ถือการยืนเป็นวัตร, ทรงปรารภถึงผู้อยู่สบายดีกว่า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหาทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ใหญ่ กามคุณ 5 เป็นเหตุแห่งทุกข์ เป็นเหตุแห่งการเบียดเบียน,บุคคลผู้มองเห็นคุณและโทษของกามด้วยปัญญาอันชอบจะไม่ถูกกามเคี้ยวกิน, เราควรกำหนดรู้ในโทษของรูป และ เวทนา แล้วทำการถ่ายถอนในรูป – เวทนานั้นได้</p><p>จูฬทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ ว่าด้วยกองทุกข์ ว่าด้วยโทษของกามทั้งหลาย, ทรงปรารภพวกนิครนถ์ที่ถือการยืนเป็นวัตร, ทรงปรารภถึงผู้อยู่สบายดีกว่า</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อนาถปิณฑิโกวาทสูตรและสัจจวิภังคสูตร 6146-5s</title>
			<itunes:title>อนาถปิณฑิโกวาทสูตรและสัจจวิภังคสูตร 6146-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 15 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:44</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/1dde901a-b288-453a-8b3a-aa5200db7d5f/media.mp3" length="28703988" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">1dde901a-b288-453a-8b3a-aa5200db7d5f</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d0</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnWk/lRggpTxgXQC4/3mqvPa]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d0.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อนาถปิณฑิโกวาทสูตร…เป็นโอวาทที่ท่านพระสารีบุตรให้ไว้กับท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีในตอนท้าย ๆ ของชีวิต (ซึ่งมีพระสารีบุตรและท่านพระอานนท์ไปเยี่ยมขณะที่ท่านป่วยหนัก)…ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นผู้ที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาและเป็นเลิศในการให้ทานอย่างมาก มีจิตใจที่มีคุณธรรมในเรื่องศีล ในเรื่องทานอยู่แล้ว แต่การภาวนาที่จะให้เห็นการเกิดขึ้นการดับไปของสิ่งต่าง ๆ ยังไม่เคยได้ฟัง พระสารีบุตรให้พิจารณาให้เห็นผัสสะต่าง ๆ นั้นไม่ใช่ของตน ไม่ให้ยึดถือในตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจซึ่งเป็นอายตนะภายใน นอกจากนี้ยังพูดถึงอายตนะภายนอกรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ อย่าไปยึดถือในสิ่งเหล่านั้น วิญญาณที่อาศัยสิ่งเหล่านั้นก็จะไม่มี จะสามารถเหนือจากการครอบงำเหล่านั้นได้</p><p>ใน สัจจวิภังคสูตร…พระพุทธเจ้าทรงเปรียบท่านพระสารีบุตรเป็นผู้ให้กำเนิด ท่านพระโมคคัลลานะเป็นผู้บำรุงเลี้ยงทารก เป็นบุคคลที่น่าคบ… พระพุทธเจ้าตรัสพระสูตรนี้ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน … เป็นสถานที่หมุนธรรมจักรครั้งแรกเมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จเข้าทีี่ประทับท่านพระสารีบุตรก็นำเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตรให้ภิกษุในที่นั้นได้ฟังอีกครั้ง … การที่พระสารีบุตรกลับมาที่ตัวแม่บทเป็นการทำเป็นตัวอย่างแบบนี้จะทำให้คำสอนไม่สูญหายไป ทำให้คำสอนตั้งอยู่ได้กาลนาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อนาถปิณฑิโกวาทสูตร…เป็นโอวาทที่ท่านพระสารีบุตรให้ไว้กับท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีในตอนท้าย ๆ ของชีวิต (ซึ่งมีพระสารีบุตรและท่านพระอานนท์ไปเยี่ยมขณะที่ท่านป่วยหนัก)…ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นผู้ที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาและเป็นเลิศในการให้ทานอย่างมาก มีจิตใจที่มีคุณธรรมในเรื่องศีล ในเรื่องทานอยู่แล้ว แต่การภาวนาที่จะให้เห็นการเกิดขึ้นการดับไปของสิ่งต่าง ๆ ยังไม่เคยได้ฟัง พระสารีบุตรให้พิจารณาให้เห็นผัสสะต่าง ๆ นั้นไม่ใช่ของตน ไม่ให้ยึดถือในตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจซึ่งเป็นอายตนะภายใน นอกจากนี้ยังพูดถึงอายตนะภายนอกรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ อย่าไปยึดถือในสิ่งเหล่านั้น วิญญาณที่อาศัยสิ่งเหล่านั้นก็จะไม่มี จะสามารถเหนือจากการครอบงำเหล่านั้นได้</p><p>ใน สัจจวิภังคสูตร…พระพุทธเจ้าทรงเปรียบท่านพระสารีบุตรเป็นผู้ให้กำเนิด ท่านพระโมคคัลลานะเป็นผู้บำรุงเลี้ยงทารก เป็นบุคคลที่น่าคบ… พระพุทธเจ้าตรัสพระสูตรนี้ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน … เป็นสถานที่หมุนธรรมจักรครั้งแรกเมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จเข้าทีี่ประทับท่านพระสารีบุตรก็นำเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตรให้ภิกษุในที่นั้นได้ฟังอีกครั้ง … การที่พระสารีบุตรกลับมาที่ตัวแม่บทเป็นการทำเป็นตัวอย่างแบบนี้จะทำให้คำสอนไม่สูญหายไป ทำให้คำสอนตั้งอยู่ได้กาลนาน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>เอสุการีสูตร 6146-4s</title>
			<itunes:title>เอสุการีสูตร 6146-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 14 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/18e2a0a0-18dc-40ca-a5e8-aa5200db7d5a/media.mp3" length="27760991" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">18e2a0a0-18dc-40ca-a5e8-aa5200db7d5a</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d1</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXFkvEoK0PCfahYZm6Ea8cJ]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d1.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>เอสุการีสูตร เอสุการีพราหมณ์ตรัสถามพระพุทธเจ้าว่าทรงแบ่งการบำเรอในแต่ละวรรณะไว้อย่างไร</p><p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า "เมื่อบุคคลบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุแห่งการบำเรอ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญาย่อมเจริญ สิ่งนั้นเรากล่าวว่าพึงบำเรอ"</p><p>และยังได้กล่าวถึง ทรัพย์ 4 อย่าง, คนจะดีหรือชั่วมิใช่เพราะวรรณะ บุคคลแม้จะมาจากวรรณะที่ต่างกัน เมื่อออกบวชก็สามารถบรรลุธรรมพ้นทุกข์ได้หมด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>เอสุการีสูตร เอสุการีพราหมณ์ตรัสถามพระพุทธเจ้าว่าทรงแบ่งการบำเรอในแต่ละวรรณะไว้อย่างไร</p><p>พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า "เมื่อบุคคลบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุแห่งการบำเรอ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญาย่อมเจริญ สิ่งนั้นเรากล่าวว่าพึงบำเรอ"</p><p>และยังได้กล่าวถึง ทรัพย์ 4 อย่าง, คนจะดีหรือชั่วมิใช่เพราะวรรณะ บุคคลแม้จะมาจากวรรณะที่ต่างกัน เมื่อออกบวชก็สามารถบรรลุธรรมพ้นทุกข์ได้หมด</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อย่าคิดเรื่องโลก แต่จงคิดเรื่องอริยสัจ 6145-5s</title>
			<itunes:title>อย่าคิดเรื่องโลก แต่จงคิดเรื่องอริยสัจ 6145-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 08 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>53:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/af56ccba-0078-4220-95d2-aa520062d001/media.mp3" length="25821748" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">af56ccba-0078-4220-95d2-aa520062d001</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d2</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVz/fCSpKkKqNDAmLtPG42A]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d2.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>"ความคิดเรื่องทางโลกนั้นมีมากไม่จบไม่สิ้น ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอย่าไปคิด แต่ให้คิดมาในทางอริยสัจ 4 "</p><p>เรื่องราวนี้มาใน อุทุมพริกสูตร นิโครธปริพาชกตรัสถามเรื่องการบำเพ็ญตบะ ว่าบำเพ็ญอย่างไรจึงเรียกว่าบริสุทธิ์ และ อย่างไรเรียกว่าไม่บริสุทธิ์</p><p>พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า “ตปัสสีวัตร” (การบำเพ็ญตบะเพื่อทรมานตัวเอง) เช่นการไม่นุ่งผ้า การให้ตัวเองอยู่ในที่ร้อนๆ การไม่กินอาหารที่เขานิมนต์ การนอนการเดินบนหนาม ฯ ทั้งหมดนี้คือการทรมานตัวเองให้ลำบาก หาความทุกข์มาทับถมตัวเอง เป็นการบำเพ็ญตบะที่ไม่บริสุทธิ์เป็นอุปกิเลส มี 16 อย่าง (1.มีดำริเต็มรอบ 2. มีการยกตนข่มคนอื่น 3.มีความเมาในการบำเพ็ญ 4.ดำริในลาภสักการะ 5. ข่มคนอื่นในลาภสักการะที่ตนได้ 6.มัวเมาในลาภสักการะที่ตนได้ 7. กำหนัดยินดีในลาภสักการะ 8. ความใคร่ในสักการะ 9. รุกรานสมณะในลัทธิอื่น 10. ริษยาอยากได้ในปัจจัยของผู้อื่น 11.นั่งในที่ที่ให้ผู้อื่นว่าตนเป็นผู้มีความเพียรในการทำตบะ 12.มีความตระหนี่ 13. เสพโทษอันปกปิดบางอย่าง ล้างบาปด้วยทุกรกิริยา 14. เมื่อพระพุทธเจ้าแสดงธรรมอยู่ ก็ไม่ผ่อนตามปริยายซึ่งควรจะผ่อนตาม 15.เป็นผู้มักโกรธมักผูกโกรธ 16. มีความลบหลู่ ตีเสมอ ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด มีมารยา กระด้าง ถือตัวจัด เป็นผู้มีความปรารถนาลามก… เป็นมิจฉาทิฐิเป็นผู้ลูบคลำทิฐิเอง เป็นผู้ถือมั่น สละคืนได้ยาก…ถ้าบำเพ็ญตบะปราศจากการยึดถือใน 16 ข้อนี้ จะทำให้การบำเพ็ญตบะเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>"ความคิดเรื่องทางโลกนั้นมีมากไม่จบไม่สิ้น ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอย่าไปคิด แต่ให้คิดมาในทางอริยสัจ 4 "</p><p>เรื่องราวนี้มาใน อุทุมพริกสูตร นิโครธปริพาชกตรัสถามเรื่องการบำเพ็ญตบะ ว่าบำเพ็ญอย่างไรจึงเรียกว่าบริสุทธิ์ และ อย่างไรเรียกว่าไม่บริสุทธิ์</p><p>พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า “ตปัสสีวัตร” (การบำเพ็ญตบะเพื่อทรมานตัวเอง) เช่นการไม่นุ่งผ้า การให้ตัวเองอยู่ในที่ร้อนๆ การไม่กินอาหารที่เขานิมนต์ การนอนการเดินบนหนาม ฯ ทั้งหมดนี้คือการทรมานตัวเองให้ลำบาก หาความทุกข์มาทับถมตัวเอง เป็นการบำเพ็ญตบะที่ไม่บริสุทธิ์เป็นอุปกิเลส มี 16 อย่าง (1.มีดำริเต็มรอบ 2. มีการยกตนข่มคนอื่น 3.มีความเมาในการบำเพ็ญ 4.ดำริในลาภสักการะ 5. ข่มคนอื่นในลาภสักการะที่ตนได้ 6.มัวเมาในลาภสักการะที่ตนได้ 7. กำหนัดยินดีในลาภสักการะ 8. ความใคร่ในสักการะ 9. รุกรานสมณะในลัทธิอื่น 10. ริษยาอยากได้ในปัจจัยของผู้อื่น 11.นั่งในที่ที่ให้ผู้อื่นว่าตนเป็นผู้มีความเพียรในการทำตบะ 12.มีความตระหนี่ 13. เสพโทษอันปกปิดบางอย่าง ล้างบาปด้วยทุกรกิริยา 14. เมื่อพระพุทธเจ้าแสดงธรรมอยู่ ก็ไม่ผ่อนตามปริยายซึ่งควรจะผ่อนตาม 15.เป็นผู้มักโกรธมักผูกโกรธ 16. มีความลบหลู่ ตีเสมอ ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด มีมารยา กระด้าง ถือตัวจัด เป็นผู้มีความปรารถนาลามก… เป็นมิจฉาทิฐิเป็นผู้ลูบคลำทิฐิเอง เป็นผู้ถือมั่น สละคืนได้ยาก…ถ้าบำเพ็ญตบะปราศจากการยึดถือใน 16 ข้อนี้ จะทำให้การบำเพ็ญตบะเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุทุมพริกสูตร 6145-4s</title>
			<itunes:title>อุทุมพริกสูตร 6145-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 07 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:10</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/4d2c0154-e544-4b28-9c7e-aa520062cffc/media.mp3" length="27480905" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">4d2c0154-e544-4b28-9c7e-aa520062cffc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d3</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnXJ0tRQLqWVy22/SzJurXKr]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d3.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อุทุมพริกสูตร พระพุทธเจ้าตรัสกับนิโครธปริพาชกในเรื่องของ บุคคลผู้มีตบะในโลกนี้ เป็นผู้สังวรแล้วด้วยสังวร 4 ประการ คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ใช้ผู้อื่นให้ฆ่าสัตว์ , ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ , ไม่พูดเท็จ ไม่ใช้ผู้อื่นให้พูดเท็จ ,ไม่เสพกามคุณ ไม่ใช้ให้ผู้อื่นเสพกามคุณ</p><p>ผู้มีตบะยกตนข่มผู้อื่น ยึดมั่นถือมั่นในลาภสักการะที่เขาให้ ยินดีในคำสรรเสริญ เป็นผู้มักโกรธผู้ผูกโกรธ มัวเมาในลาภสักการะสรรเสริญ อุปกิเลสย่อมถึงผู้มีตบะนั้น</p><p>กุลบุตรผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้รู้ ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา มีชาติตรง …ปฏิบัติตามคำสอน จักทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์อันยอดเยี่ยม เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อุทุมพริกสูตร พระพุทธเจ้าตรัสกับนิโครธปริพาชกในเรื่องของ บุคคลผู้มีตบะในโลกนี้ เป็นผู้สังวรแล้วด้วยสังวร 4 ประการ คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ใช้ผู้อื่นให้ฆ่าสัตว์ , ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ , ไม่พูดเท็จ ไม่ใช้ผู้อื่นให้พูดเท็จ ,ไม่เสพกามคุณ ไม่ใช้ให้ผู้อื่นเสพกามคุณ</p><p>ผู้มีตบะยกตนข่มผู้อื่น ยึดมั่นถือมั่นในลาภสักการะที่เขาให้ ยินดีในคำสรรเสริญ เป็นผู้มักโกรธผู้ผูกโกรธ มัวเมาในลาภสักการะสรรเสริญ อุปกิเลสย่อมถึงผู้มีตบะนั้น</p><p>กุลบุตรผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้รู้ ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา มีชาติตรง …ปฏิบัติตามคำสอน จักทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์อันยอดเยี่ยม เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>โลมหังสนปริยาย 6144-5s</title>
			<itunes:title>โลมหังสนปริยาย 6144-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 01 Nov 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>54:34</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/93df1576-c38e-4db4-baf2-aa520062cffc/media.mp3" length="26231173" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">93df1576-c38e-4db4-baf2-aa520062cffc</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d4</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUS6TlMZjX/+y1aWZBk/JYu]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d4.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องมาจาก “มหาสีหนาทสูตร” ปรารภภิกษุที่เพิ่งลาสิกขาไปด้วยความไม่ชอบใจ ขัดใจ ท้อถอยและมากล่าวตู่ ต่อว่าพระพุทธเจ้าต่าง ๆ นานา มีชื่อว่า “สุนักขัตตลิจฉวีบุตร”  พระพุทธเจ้าจึงทำการบันลือสีหนาทแก่ท่านพระสารีบุตรฟัง ซึ่งในที่นั้นมีภิกษุชื่อ นาคสมาละ ร่วมฟังอยู่ด้วยก็ถึงกับขนลุกซู่เมื่อได้ยินพระพุทธเจ้าบันลือสีหนาท พระพุทธเจ้าจึงให้ชื่อธรรมปริยายนี้ว่า “โลมหังสนปริยาย”</p><p>บุคคลผู้มักโกรธ พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้ หรือ เสพคบ, หากเรามีความคิดที่เป็นมิจฉาทิฐิก็จะทำให้เกิดมิจฉาสมาธิตามมา และให้เรามีความมั่นใจในพระพุทธเจ้า ปฏิบัติให้ดี ปฏิบัติให้ดีมากยิ่งขึ้น อะไรที่เป็นทิฐิไม่ดีก็ให้เราสละคืน ไม่ให้ด่างพร้อย ให้ขจัดความคิดคำพูดที่ไม่ดีนั้นเสีย เพราะทำให้ไปทางไม่ดี ถ้าทำให้ดีแล้วจะมีนิพพานเป็นที่ไปได้ นิพพานนั้นเปรียบเหมือนที่ราบลุ่ม มีความเกษมมีความปลอดภัยมีความเย็นมีความสบาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>สืบเนื่องมาจาก “มหาสีหนาทสูตร” ปรารภภิกษุที่เพิ่งลาสิกขาไปด้วยความไม่ชอบใจ ขัดใจ ท้อถอยและมากล่าวตู่ ต่อว่าพระพุทธเจ้าต่าง ๆ นานา มีชื่อว่า “สุนักขัตตลิจฉวีบุตร”  พระพุทธเจ้าจึงทำการบันลือสีหนาทแก่ท่านพระสารีบุตรฟัง ซึ่งในที่นั้นมีภิกษุชื่อ นาคสมาละ ร่วมฟังอยู่ด้วยก็ถึงกับขนลุกซู่เมื่อได้ยินพระพุทธเจ้าบันลือสีหนาท พระพุทธเจ้าจึงให้ชื่อธรรมปริยายนี้ว่า “โลมหังสนปริยาย”</p><p>บุคคลผู้มักโกรธ พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้ หรือ เสพคบ, หากเรามีความคิดที่เป็นมิจฉาทิฐิก็จะทำให้เกิดมิจฉาสมาธิตามมา และให้เรามีความมั่นใจในพระพุทธเจ้า ปฏิบัติให้ดี ปฏิบัติให้ดีมากยิ่งขึ้น อะไรที่เป็นทิฐิไม่ดีก็ให้เราสละคืน ไม่ให้ด่างพร้อย ให้ขจัดความคิดคำพูดที่ไม่ดีนั้นเสีย เพราะทำให้ไปทางไม่ดี ถ้าทำให้ดีแล้วจะมีนิพพานเป็นที่ไปได้ นิพพานนั้นเปรียบเหมือนที่ราบลุ่ม มีความเกษมมีความปลอดภัยมีความเย็นมีความสบาย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาสีหนาทสูตร 6144-4s</title>
			<itunes:title>มหาสีหนาทสูตร 6144-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 31 Oct 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>1:07:43</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/9afa2c20-9980-4b87-b342-aa520062cff3/media.mp3" length="32537466" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9afa2c20-9980-4b87-b342-aa520062cff3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d5</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVWq4CxnuWU4kVEHPX3BMHN]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d5.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึกที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้งได้เอง แต่ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ใด ธรรมนั้นย่อมดิ่งไปเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบแห่งบุคคลผู้ทำตาม</p><p>มหาสีหนาทสูตร กล่าวถึงเรื่องของสุนักขัตตลิจฉวีบุตรที่มากล่าวตู่ – ไม่เป็นธรรมแก่พระพุทธเจ้าว่า พระองค์ทรงปราศจากญาณทัสสนะอันวิเศษของอริยะ ด้วยความที่เขาเป็นบุรุษเปล่า เป็นผู้มักโกรธ</p><p>พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสกับพระสารีบุตรถึง กำลังของตถาคต 10 ประการ ย่อมปฏิญาณฐานะแห่งผู้องอาจย่อมบันลือสีหนาทในบริษัท ยังพรหมจักรให้เป็นไป ด้วยกำลังเหล่านั้น, ตถาคตเป็นผู้แกล้วกล้าประกอบเวสารัชชธรรม 4, บริษัท 8, กำเนิด 4, คติ 5, อุปมาการเห็นคติของบุคคล,พรหมจรรย์ประกอบด้วยองค์ 4, ปฏิปทามิใช่ทางตรัสรู้, วาทะและทิฏฐิ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึกที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้งได้เอง แต่ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ใด ธรรมนั้นย่อมดิ่งไปเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบแห่งบุคคลผู้ทำตาม</p><p>มหาสีหนาทสูตร กล่าวถึงเรื่องของสุนักขัตตลิจฉวีบุตรที่มากล่าวตู่ – ไม่เป็นธรรมแก่พระพุทธเจ้าว่า พระองค์ทรงปราศจากญาณทัสสนะอันวิเศษของอริยะ ด้วยความที่เขาเป็นบุรุษเปล่า เป็นผู้มักโกรธ</p><p>พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสกับพระสารีบุตรถึง กำลังของตถาคต 10 ประการ ย่อมปฏิญาณฐานะแห่งผู้องอาจย่อมบันลือสีหนาทในบริษัท ยังพรหมจักรให้เป็นไป ด้วยกำลังเหล่านั้น, ตถาคตเป็นผู้แกล้วกล้าประกอบเวสารัชชธรรม 4, บริษัท 8, กำเนิด 4, คติ 5, อุปมาการเห็นคติของบุคคล,พรหมจรรย์ประกอบด้วยองค์ 4, ปฏิปทามิใช่ทางตรัสรู้, วาทะและทิฏฐิ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>รสอร่อย โทษอันต่ำทราม และวิธีนำออกจากรูป</title>
			<itunes:title>รสอร่อย โทษอันต่ำทราม และวิธีนำออกจากรูป</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 24 Oct 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>59:45</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a4f6ea09-afd9-48f7-8564-aa520062cff3/media.mp3" length="32407654" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a4f6ea09-afd9-48f7-8564-aa520062cff3</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d6</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW0ud2E5+FXNcy+poFgwCkC]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d6.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กายของเรามีข้อดีที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ สุขโสมนัสใดอาศัยกายนี้แล้ว ความสุขนั้นเรียกว่า “รสอร่อย” อย่างเราไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างจังหวัด ดูนกดูไม้ เราเห็นได้ ได้กินอาหารอร่อยๆ ได้สัมผัสอากาศ ทั้งหมดนี้ก็เพราะ “กาย” เป็นความสุขที่ได้จากกายนี้ แต่เมื่อเทียบกับทุกข์ที่ได้จากกายนี้ กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว โทษของกายมีมากมหาศาล กายนี้มีอาพาธต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ตั้งแต่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง </p><p>กายนี้ไม่ใช่ของเรา เป็นเพียงที่ประชุมลงของธาตุทั้ง 4 อาศัยมารดาบิดาและข้าวสุกขนมสดเพียงเท่านั้น </p><p>เราพึงพิจารณากายแยกเนื้อ หนัง เอ็น กระดูก ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ อากาศธาตุ ออกจากกันจะสามารถตัด – ละ ความยึดถือในกายนี้ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กายของเรามีข้อดีที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ สุขโสมนัสใดอาศัยกายนี้แล้ว ความสุขนั้นเรียกว่า “รสอร่อย” อย่างเราไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างจังหวัด ดูนกดูไม้ เราเห็นได้ ได้กินอาหารอร่อยๆ ได้สัมผัสอากาศ ทั้งหมดนี้ก็เพราะ “กาย” เป็นความสุขที่ได้จากกายนี้ แต่เมื่อเทียบกับทุกข์ที่ได้จากกายนี้ กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว โทษของกายมีมากมหาศาล กายนี้มีอาพาธต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ตั้งแต่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง </p><p>กายนี้ไม่ใช่ของเรา เป็นเพียงที่ประชุมลงของธาตุทั้ง 4 อาศัยมารดาบิดาและข้าวสุกขนมสดเพียงเท่านั้น </p><p>เราพึงพิจารณากายแยกเนื้อ หนัง เอ็น กระดูก ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ อากาศธาตุ ออกจากกันจะสามารถตัด – ละ ความยึดถือในกายนี้ได้</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อัมพลิฏฐิกราหุโลวาทสูตร 6142-5s</title>
			<itunes:title>อัมพลิฏฐิกราหุโลวาทสูตร 6142-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 18 Oct 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>57:05</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a3274f84-9103-4185-a568-aa520062cfee/media.mp3" length="27431279" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a3274f84-9103-4185-a568-aa520062cfee</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d7</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVujkWZtsvq7EeIFkfkbNP0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d7.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>อัมพลิฏฐิกราหุโลวาทสูตร…พระพุทธเจ้าอุปมาความเป็นสมณะกับน้ำในขัน เพื่อให้สามเณรราหุลเห็นว่าการพูดเท็จเพื่อให้เกิดความตลก ทำให้ความเป็นสมณะลดลงไปเหมือนน้ำในขันที่เหลือไม่กี่หยด</p><p>ช้างศึกที่มีงางอนงามเมื่อต่อสู้ในสงครามก็จะสู้อย่างไม่มีอะไรจะเสีย เปรียบเหมือนคนพูดชั่ว – ทำชั่ว เมื่อทำไปได้ครั้งหนึ่ง ความชั่วอื่น ๆ ก็จะตามมา</p><p>พระพุทธเจ้าทรงอุปมาที่แว่นส่องที่ไว้ตรวจดูกรรมของตน ว่าได้เบียดเบียนผู้อื่นและเบียดเบียนตนหรือไม่ ถ้าได้กระทำการเบียดเบียนผู้อื่นและตนเองก็ให้เปิดเผยความผิดนั้นและสำรวมระวังต่อไปมหาราหุโลวาทสูตร พระพุทธเจ้าเทศน์สอนพระราหุลให้เห็นว่า รูป เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณไม่มีความเป็นตัวตนไม่ใช่ของเรา รวมถึงธาตุทั้ง 5 และท่านพระสารีบุตรยังได้ชี้แนะสามเณรราหุลในเรื่องของอานาปานสติ</p><p>นอกจาก อัมพลิฏฐิกราหุโลวาทสูตร แล้ว ยังได้รวบรวมพระสูตรหลัก ๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์สอนพระราหุลในวาระที่แตกต่างกัน ได้แก่ มหาราหุโลวาทสูตร และ จูฬราหุโลวาทสูตร อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>อัมพลิฏฐิกราหุโลวาทสูตร…พระพุทธเจ้าอุปมาความเป็นสมณะกับน้ำในขัน เพื่อให้สามเณรราหุลเห็นว่าการพูดเท็จเพื่อให้เกิดความตลก ทำให้ความเป็นสมณะลดลงไปเหมือนน้ำในขันที่เหลือไม่กี่หยด</p><p>ช้างศึกที่มีงางอนงามเมื่อต่อสู้ในสงครามก็จะสู้อย่างไม่มีอะไรจะเสีย เปรียบเหมือนคนพูดชั่ว – ทำชั่ว เมื่อทำไปได้ครั้งหนึ่ง ความชั่วอื่น ๆ ก็จะตามมา</p><p>พระพุทธเจ้าทรงอุปมาที่แว่นส่องที่ไว้ตรวจดูกรรมของตน ว่าได้เบียดเบียนผู้อื่นและเบียดเบียนตนหรือไม่ ถ้าได้กระทำการเบียดเบียนผู้อื่นและตนเองก็ให้เปิดเผยความผิดนั้นและสำรวมระวังต่อไปมหาราหุโลวาทสูตร พระพุทธเจ้าเทศน์สอนพระราหุลให้เห็นว่า รูป เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณไม่มีความเป็นตัวตนไม่ใช่ของเรา รวมถึงธาตุทั้ง 5 และท่านพระสารีบุตรยังได้ชี้แนะสามเณรราหุลในเรื่องของอานาปานสติ</p><p>นอกจาก อัมพลิฏฐิกราหุโลวาทสูตร แล้ว ยังได้รวบรวมพระสูตรหลัก ๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์สอนพระราหุลในวาระที่แตกต่างกัน ได้แก่ มหาราหุโลวาทสูตร และ จูฬราหุโลวาทสูตร อีกด้วย</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>นันทโกวาทสูตร 6142-4s</title>
			<itunes:title>นันทโกวาทสูตร 6142-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 17 Oct 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>58:14</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/a5557a23-c7b7-4e56-8e7b-aa520062cfee/media.mp3" length="27983383" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">a5557a23-c7b7-4e56-8e7b-aa520062cfee</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d8</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnVOn8DS1RA2CNParTnktTQG]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d8.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>นันทโกวาทสูตร เป็นพระสูตรที่กล่าวถึงการที่ท่านพระนันทกะไปเทศน์สอนภิกษุณี ในเรื่องความไม่เที่ยงเหมือนกับที่สอนท่านพระราหุล โดยยกเรื่องผัสสะ ความคิดความรู้สึกหรืออย่างใดอย่างหนึ่งว่ามันไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรแล้วหรือที่จะเห็นว่านั่นเป็นตัวตนของเรา เป็นของเรา, สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ? สิ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงนั่นคือ “สภาวะ” มีการปรุงแต่งตัวมันเองและสิ่งอื่นๆ สภาวะที่ไม่มีความคงทน – ทนอยู่ไม่ได้มีความเป็นทุกข์ อาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้น มีความไม่เที่ยง…เป็นทุกขลักษณะไม่ใช่ทุกขเวทนา</p><p>เปรียบเหมือนเนื้อข้างในนั้นเป็นอายตนะภายใน ส่วนหนังข้างนอกเป็นอายตนะภายนอก 6 เนื้อล่ำในระหว่างเอ็น ในระหว่างเครื่องผูก คำว่า "ในระหว่าง" นั้นเป็นชื่อของนันทิราคะ มีดแล่โคเป็น "ปัญญา" ซึ่งใช้เถือแล่คว้านกิเลสในระหว่างสัญโญชน์เครื่องผูกออก</p><p>โพชฌงค์ 7 จึงทำให้เราสามารถแยกอายตนะภายนอก – ภายใน และเครื่องผูกออกจากกันได้ และไม่เกิดการกลับกำเริบขึ้นอีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>นันทโกวาทสูตร เป็นพระสูตรที่กล่าวถึงการที่ท่านพระนันทกะไปเทศน์สอนภิกษุณี ในเรื่องความไม่เที่ยงเหมือนกับที่สอนท่านพระราหุล โดยยกเรื่องผัสสะ ความคิดความรู้สึกหรืออย่างใดอย่างหนึ่งว่ามันไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรแล้วหรือที่จะเห็นว่านั่นเป็นตัวตนของเรา เป็นของเรา, สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ? สิ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงนั่นคือ “สภาวะ” มีการปรุงแต่งตัวมันเองและสิ่งอื่นๆ สภาวะที่ไม่มีความคงทน – ทนอยู่ไม่ได้มีความเป็นทุกข์ อาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้น มีความไม่เที่ยง…เป็นทุกขลักษณะไม่ใช่ทุกขเวทนา</p><p>เปรียบเหมือนเนื้อข้างในนั้นเป็นอายตนะภายใน ส่วนหนังข้างนอกเป็นอายตนะภายนอก 6 เนื้อล่ำในระหว่างเอ็น ในระหว่างเครื่องผูก คำว่า "ในระหว่าง" นั้นเป็นชื่อของนันทิราคะ มีดแล่โคเป็น "ปัญญา" ซึ่งใช้เถือแล่คว้านกิเลสในระหว่างสัญโญชน์เครื่องผูกออก</p><p>โพชฌงค์ 7 จึงทำให้เราสามารถแยกอายตนะภายนอก – ภายใน และเครื่องผูกออกจากกันได้ และไม่เกิดการกลับกำเริบขึ้นอีก</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>อุปมาพรหมจรรย์กับแก่นไม้ 6141-5s</title>
			<itunes:title>อุปมาพรหมจรรย์กับแก่นไม้ 6141-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 11 Oct 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>28:21</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/9605b9fc-d248-4b7e-8bd5-aa520062cfe9/media.mp3" length="13645733" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">9605b9fc-d248-4b7e-8bd5-aa520062cfe9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4d9</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUmwrOOAtsofImJvowN5AbM]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4d9.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงอุปมาธรรมะวินัยนี้เป็นเหมือนต้นไม้ ซึ่งมีทั้งกิ่ง เปลือก กระพี้ และแก่น ว่ามีสิ่งที่ลึกซึ้งมากกว่าที่เราเห็นภายนอกมาก หากเราติดอยู่ที่ลาภสักการะ ปัจจัย 4 เสียงเยินยอก็ทำให้เราไม่สามารถเข้าใจไปถึงแก่นได้ และ ทำให้ฉันทะ คือ ความพอใจในการปฏิบัติให้ลดลง เกิดความท้อแท้ ย่อหย่อนขึ้นมา</p><p>กิ่งใบ เปรียบเหมือนศีล, เปลือก เปรียบเหมือนสมาธิ, กระพี้เป็นปัญญา และแก่นไม้ คือวิมุตติอันไม่กลับกำเริบ หากเรามีศีล มีสมาธิ จะทำให้เราเดินตามมรรค 8 ได้ เพราะทั้ง 2 อย่างคือองค์ของมรรคและทำให้เรามีความมั่นใจมีกำลังใจ ไม่ท้อแท้ท้อถอยในการปฏิบัติเข้าถึงแก่นแท้ของธรรมะได้</p><p>ต้นไม้จะสูงใหญ่ตระหง่านสวยงาม ไม่ได้อาศัยแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของต้น แต่อาศัยกิ่งใบ เปลือก และแก่นไม้ให้ตั้งตรงอยู่ได้ เช่นเดียวกับการปฏิบัติที่ต้องอาศัย ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้เกิดวิมุตติ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>พระพุทธเจ้าทรงอุปมาธรรมะวินัยนี้เป็นเหมือนต้นไม้ ซึ่งมีทั้งกิ่ง เปลือก กระพี้ และแก่น ว่ามีสิ่งที่ลึกซึ้งมากกว่าที่เราเห็นภายนอกมาก หากเราติดอยู่ที่ลาภสักการะ ปัจจัย 4 เสียงเยินยอก็ทำให้เราไม่สามารถเข้าใจไปถึงแก่นได้ และ ทำให้ฉันทะ คือ ความพอใจในการปฏิบัติให้ลดลง เกิดความท้อแท้ ย่อหย่อนขึ้นมา</p><p>กิ่งใบ เปรียบเหมือนศีล, เปลือก เปรียบเหมือนสมาธิ, กระพี้เป็นปัญญา และแก่นไม้ คือวิมุตติอันไม่กลับกำเริบ หากเรามีศีล มีสมาธิ จะทำให้เราเดินตามมรรค 8 ได้ เพราะทั้ง 2 อย่างคือองค์ของมรรคและทำให้เรามีความมั่นใจมีกำลังใจ ไม่ท้อแท้ท้อถอยในการปฏิบัติเข้าถึงแก่นแท้ของธรรมะได้</p><p>ต้นไม้จะสูงใหญ่ตระหง่านสวยงาม ไม่ได้อาศัยแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของต้น แต่อาศัยกิ่งใบ เปลือก และแก่นไม้ให้ตั้งตรงอยู่ได้ เช่นเดียวกับการปฏิบัติที่ต้องอาศัย ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้เกิดวิมุตติ </p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>มหาสาโรปมสูตร 6141-4s</title>
			<itunes:title>มหาสาโรปมสูตร 6141-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 10 Oct 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>34:46</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/42c2333a-0f83-4a27-bc09-aa520062cfe9/media.mp3" length="16725616" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">42c2333a-0f83-4a27-bc09-aa520062cfe9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4da</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW63gdRW04tzCBr+C7Qg4CG]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4da.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>มหาสาโรปมสูตร…"ภิกษุทั้งหลาย เมื่ออินทรีย์สังวรมีอยู่ ศีลก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อศีลมีอยู่ สัมมาสมาธิก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ การรู้เห็นตามที่เป็นจริงก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อการรู้เห็นตามที่เป็นจริงมีอยู่ ความหน่ายและคลายกำหนัดก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อมีความหน่ายและความคลายกำหนัดอยู่ วิมุตติญานทัสสนะก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย</p><p>คือเปรียบเหมือนต้นไม้ เมื่อสมบรูณ์ด้วยกิ่งและใบแล้ว สะเก็ดเปลือกนอกก็บริบรูณ์ เปลือกชั้นในก็บริบรูณ์ กระพี้ก็บริบรูณ์ แก่นก็บริบรูณ์ ข้อนี้ฉันใด เมื่ออินทรีย์สังวรมีอยู่ ศีลก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อศีลมีอยู่ สัมมาสมาธิก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ การรู้เห็นตามที่เป็นจริง ก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อรู้เห็นตามที่เป็นจริงมีอยู่ ความหน่ายและความคลายกำหนัด ก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อมีความหน่ายและคลายกำหนัด วิมุตติญานทัสสนะก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย ฉันนั้นเหมือนกันแล"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>มหาสาโรปมสูตร…"ภิกษุทั้งหลาย เมื่ออินทรีย์สังวรมีอยู่ ศีลก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อศีลมีอยู่ สัมมาสมาธิก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ การรู้เห็นตามที่เป็นจริงก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อการรู้เห็นตามที่เป็นจริงมีอยู่ ความหน่ายและคลายกำหนัดก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อมีความหน่ายและความคลายกำหนัดอยู่ วิมุตติญานทัสสนะก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย</p><p>คือเปรียบเหมือนต้นไม้ เมื่อสมบรูณ์ด้วยกิ่งและใบแล้ว สะเก็ดเปลือกนอกก็บริบรูณ์ เปลือกชั้นในก็บริบรูณ์ กระพี้ก็บริบรูณ์ แก่นก็บริบรูณ์ ข้อนี้ฉันใด เมื่ออินทรีย์สังวรมีอยู่ ศีลก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อศีลมีอยู่ สัมมาสมาธิก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ การรู้เห็นตามที่เป็นจริง ก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อรู้เห็นตามที่เป็นจริงมีอยู่ ความหน่ายและความคลายกำหนัด ก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย เมื่อมีความหน่ายและคลายกำหนัด วิมุตติญานทัสสนะก็ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย ฉันนั้นเหมือนกันแล"</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>ศีลอันให้ผลอานิสงส์มาก 6140-5s</title>
			<itunes:title>ศีลอันให้ผลอานิสงส์มาก 6140-5s</itunes:title>
			<pubDate>Thu, 04 Oct 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>27:32</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/bc0e819c-58dc-4f00-ad22-aa520062cfe9/media.mp3" length="13256100" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">bc0e819c-58dc-4f00-ad22-aa520062cfe9</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4db</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnW0uEAS/H3w60bzAkZUAamK]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4db.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>ศีลอันเป็นกุศลย่อมยังอรหัตผลให้บริบูรณ์ แม้เพียงเล็กน้อยก็มีผล มีอานิสงส์มาก</p><p>ศีล คือ ความเป็นไปปกติ เป็นไปเพื่อความไม่ร้อนใจ ความเป็นปกติของฆราวาสก็คือ ศีล 5 ส่วนนักบวชหรือผู้ประพฤติพรหมจรรย์ก็มีตั้งแต่ศีล 8 ขึ้นไปเป็นปกติ</p><p>กลิ่นของศีลนั้นหอมขจรและหอมทวนลม อย่างที่กลิ่นหอมของดอกไม้ทิพย์อื่น ๆ ไม่อาจทำได้ หากถือศีล 5 ได้อย่างดี อย่างละเอียดบริบูรณ์แล้ว ศีลก็จะทำให้เราสามารถละ วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรมาส และ สักกายทิฐิได้ ซึ่งนั่นถือเป็นคุณสมบัติของโสดาบัน</p><p>เมื่อเรารักษาศีล ศีลก็จะรักษาเรา…คนจะดูงามได้ก็เพราะศีล พระพุทธเจ้าเปรียบว่าศีลเป็นดังวรรณะคนไม่มีศีลอยู่ด้วยกันก็เหมือนซากศพอยู่ด้วยกัน คนมีศีลก็เหมือนเทวดาอาศัยอยู่ด้วยกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>ศีลอันเป็นกุศลย่อมยังอรหัตผลให้บริบูรณ์ แม้เพียงเล็กน้อยก็มีผล มีอานิสงส์มาก</p><p>ศีล คือ ความเป็นไปปกติ เป็นไปเพื่อความไม่ร้อนใจ ความเป็นปกติของฆราวาสก็คือ ศีล 5 ส่วนนักบวชหรือผู้ประพฤติพรหมจรรย์ก็มีตั้งแต่ศีล 8 ขึ้นไปเป็นปกติ</p><p>กลิ่นของศีลนั้นหอมขจรและหอมทวนลม อย่างที่กลิ่นหอมของดอกไม้ทิพย์อื่น ๆ ไม่อาจทำได้ หากถือศีล 5 ได้อย่างดี อย่างละเอียดบริบูรณ์แล้ว ศีลก็จะทำให้เราสามารถละ วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรมาส และ สักกายทิฐิได้ ซึ่งนั่นถือเป็นคุณสมบัติของโสดาบัน</p><p>เมื่อเรารักษาศีล ศีลก็จะรักษาเรา…คนจะดูงามได้ก็เพราะศีล พระพุทธเจ้าเปรียบว่าศีลเป็นดังวรรณะคนไม่มีศีลอยู่ด้วยกันก็เหมือนซากศพอยู่ด้วยกัน คนมีศีลก็เหมือนเทวดาอาศัยอยู่ด้วยกัน</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<item>
			<title>กิมัตถิยสูตร 6140-4s</title>
			<itunes:title>กิมัตถิยสูตร 6140-4s</itunes:title>
			<pubDate>Wed, 03 Oct 2018 22:00:00 GMT</pubDate>
			<itunes:duration>26:59</itunes:duration>
			<enclosure url="https://sphinx.acast.com/p/open/s/637503c280c859001151a303/e/385c0658-9818-45b8-bf40-aa520062cfe5/media.mp3" length="12988795" type="audio/mpeg"/>
			<guid isPermaLink="false">385c0658-9818-45b8-bf40-aa520062cfe5</guid>
			<itunes:explicit>false</itunes:explicit>
			<link>https://s.sounder.fm</link>
			<acast:episodeId>637503c780c859001151a4dc</acast:episodeId>
			<acast:showId>637503c280c859001151a303</acast:showId>
			<acast:settings><![CDATA[FYjHyZbXWHZ7gmX8Pp1rmbKbhgrQiwYShz70Q9/ffXZ/Ynvgc/bVSlxbfa1LTdZ/NS0G6+1uBWmuf3KXrHlJ0izxnDClosxN1ZvN1RuhNrma/aepiDXoxn5IWmDACuEAUYOY2tf2jJ+vnzqmGEJbBmkNLKJSfTKCNc7i8g8FGnUmRU3linMFhhabpENpE9l0]]></acast:settings>
			<itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
			<itunes:image href="https://assets.pippa.io/shows/637503c280c859001151a303/637503c780c859001151a4dc.jpg"/>
			<description><![CDATA[<p>กิมัตถิยสูตร ว่าด้วยเรื่องกองศีลอันบริสุทธิ์ของภิกษุประกอบด้วย จุลศีล, มัชฌิมศีล, มหาศีล โดยจำแนกออกเป็นข้อ ๆ&nbsp;</p><p>ศีล มีอานิสงส์มากมีคุณอย่างใหญ่ ผู้ที่รักษาศีลจะไม่มีความร้อนใจ มีความระงับทางกายและใจเป็นไปเพื่อนิพพิทาและวิมุตติญาณทัสสนะ บุคคลผู้มีศีลบริบูรณ์ย่อมมีปีติ มีปราโมทย์ มีกายสงบระงับได้โดยไม่ลำบาก ไม่ต้องทำการขอ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></description>
			<itunes:summary><![CDATA[<p>กิมัตถิยสูตร ว่าด้วยเรื่องกองศีลอันบริสุทธิ์ของภิกษุประกอบด้วย จุลศีล, มัชฌิมศีล, มหาศีล โดยจำแนกออกเป็นข้อ ๆ&nbsp;</p><p>ศีล มีอานิสงส์มากมีคุณอย่างใหญ่ ผู้ที่รักษาศีลจะไม่มีความร้อนใจ มีความระงับทางกายและใจเป็นไปเพื่อนิพพิทาและวิมุตติญาณทัสสนะ บุคคลผู้มีศีลบริบูรณ์ย่อมมีปีติ มีปราโมทย์ มีกายสงบระงับได้โดยไม่ลำบาก ไม่ต้องทำการขอ</p><hr><p style='color:grey; font-size:0.75em;'> Hosted on Acast. See <a style='color:grey;' target='_blank' rel='noopener noreferrer' href='https://acast.com/privacy'>acast.com/privacy</a> for more information.</p>]]></itunes:summary>
		</item>
		<itunes:category text="Religion &amp; Spirituality">
			<itunes:category text="Buddhism"/>
		</itunes:category>
    </channel>
</rss>
